The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิจัยในชั้นเรียน การแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำเรื่องการอ่านตีความ โดยวิธีการสอน ซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ji, 2023-03-10 03:55:36

วิจัยในชั้นเรียน การแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำเรื่องการอ่านตีความ โดยวิธีการสอน ซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

วิจัยในชั้นเรียน การแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำเรื่องการอ่านตีความ โดยวิธีการสอน ซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

รายงาน การวิวิ วิ จั วิ จั จั ย จั ย นางสาวจิจิลัจิลัจิลั น ลั นดา รัรัก รั ก รั ไร่ร่ ร่ร่ ตำตำ ตำตำ แหน่น่ น่ ง น่ ง ครูรู รูรู การแก้ก้ ก้ไก้ ขปัปัญปัปัหาผลสัสัมสัสัฤทธิ์ธิ์ทธิ์ธิ์างการเรีรียรีรีนต่ำต่ำ ต่ำต่ำ เรื่รื่ รื่ อ รื่รื่อรื่ง การอ่อ่ อ่ า อ่ านตีตีตีคตีวาม ชั้ชั้นชั้ชั้มัมัธมัมัยมศึศึ ศึ ก ศึ กษาปีปีที่ปีที่ปี ที่ที่6


บันทึกข้อความ ส่วนราชการ โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม ที่ 301/2566 วันที่8 มีนาคม 2566 เรื่อง ส่งรายงานวิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม ด้วยข้าพเจ้า นางสาวจิลันดา รักไร่ตำแหน่ง ครู โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม สังกัดสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ได้ดำเนินการทำวิจัยในชั้นเรียน การแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ เรื่องการอ่านตีความ โดยวิธีการสอน ซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ทั้งนี้ รายงานการวิจัยในชั้นเรียนดังกล่าว เป็นการแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน ในภาคเรียนที่ผ่านมาซึ่งจะสามารถนำไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนใหม่ต่อไป บัดนี้ข้าพเจ้าได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จึงขอส่งรายงานวิจัยในชั้นเรียน ประจำภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ดังแนบ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ลงชื่อ ผู้รายงาน (นางสาวจิลันดา รักไร่) ตำแหน่ง ครู


การขอรับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา หากมีข้อเสนอแนะประการใด ข้าพเจ้ายินดีที่จะนำไปปรับปรุงและพัฒนา การปฏิบัติการสอน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีต่อการปฏิบัติการสอนในโอกาสต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาให้ข้อเสนอแนะตามที่เห็นสมควร ลงชื่อ (นางสาวจิลันดา รักไร่) ครู ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..…… ลงชื่อ (นางปนัดดา ยอดแก้ว) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ………/……………./……… ความคิดเห็นของผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ …………………………………………………………………………………………………………………………………….……………..…… ลงชื่อ (นายสุเนตร บอกประโคน) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ………/……………/……….. ความคิดเห็นของรองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ …………………………………………………………………………………………………………………………………….……………..…… ลงชื่อ (นายเฉลิมพล คนชุม) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ………/……………/……….. ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ (นายชาตรี อัครสุขบุตร) ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม ………/……………/……


รายงานการวิจัย 1. ชื่อปัญหาการวิจัย : การแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ เรื่องการอ่านตีความโดยวิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/9 ปีการศึกษา2565 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ 2. ความสำคัญของปัญหา : 1. สภาพการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนในปัจจุบัน พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำใน การเรียนสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องการอ่านตีความ 2. มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาแนวทางการแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ เรื่องการอ่านตีความ 3. แนวทางการแก้ปัญหาวิธีการหนึ่ง คือ วิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ 3. วัตถุประสงค์การวิจัย : 1. เพื่อแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ เรื่องการอ่านตีความ โดยใช้วิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อน ช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน (เกณฑ์ผ่านที่กำหนด คือ ร้อยละ 60) 4. วิธีดำเนินการวิจัย : 4.1 ประชากร / กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/9 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์จำนวน 10 คน 4.2 เครื่องมือที่ใช้ ก. เครื่องมือในการแก้ปัญหา / แนวทางแก้ปัญหา - วิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ ข. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล - แบบทดสอบ เรื่องการอ่านตีความ จำนวน 10 ข้อ 4.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล - ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตัวเอง โดยใช้แบบทดสอบเก็บรวบรวมข้อมูล จากนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/9 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์จำนวน 10 คน 4.4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล - ร้อยละ และค่าเฉลี่ย


5. สรุปผลการวิจัย ผลการสอบก่อนและหลังการวิจัย ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/9 จำนวน 10 คน เป็นดังนี้ เกณฑ์ผ่าน ร้อยละ 60 ลำดับที่ ชื่อ - สกุล ชั้น คะแนนที่ได้ หมาย เหตุ ครั้งที่ 1 ก่อนวิจัย เต็ม 10 คะแนน (คะแนน/ร้อยละ) ครั้งที่ 2 หลังวิจัย เต็ม 10 คะแนน (คะแนน/ร้อยละ) 1 นาย จรัส จุตตาหงษ์ ม.6/9 4 (40 %) 10 (100 %) ผ่าน 2 นายชาตรี อินณรงค์ ม.6/9 4 (40 %) 9 (90 %) ผ่าน 3 นายณัฐวุฒิชายพันธุ์ ม.6/9 4 (50 %) 9 (90 %) ผ่าน 4 นายธวัชชัย มุ่งอิงกลาง ม.6/9 4 (40 %) 7 (70 %) ผ่าน 5 นายพงษ์พันธ์ ชินวงศ์ ม.6/9 2 (20 %) 10 (100 %) ผ่าน 6 นายสุรทิน เพ็งเชื้อ ม.6/9 2 (20 %) 10 (100 %) ผ่าน 7 นายศราวุธ ถิระพุทธิชัย ม.6/9 3 (30 %) 7 (70 %) ผ่าน 8 นายสนธยา เถียงกระโทก ม.6/9 4 (40 %) 9 (90 %) ผ่าน 9 นายปณิธาน โททัสสะ ม.6/9 4 (40 %) 8 (80 %) ผ่าน 10 น.ส. ภควดี พัดพรม ม.6/9 4 (40 %) 5 (50 %) ผ่าน ค่าเฉลี่ย 3.50 (35 %) 8.40 (84 %) ค่าเฉลี่ยเทียบกับเกณฑ์ผ่าน -25 % + 24 %


รายชื่อนักเรียนที่ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน เรื่องการอ่านตีความ ที่ ชื่อ – สกุล (ผู้เรียน) ชั้น ชื่อ – สกุล (พี่เลี้ยง) ชั้น 1 นาย จรัส จุตตาหงษ์ ม.6/9 น.ส. ปนัดดา ปุ๊กมะเริง ม.6/9 2 นายชาตรี อินณรงค์ ม.6/9 น.ส. พรหมภรณ์ชาญนอก ม.6/9 3 นายณัฐวุฒิชายพันธุ์ ม.6/9 น.ส. สุฐิตา จันทร์ขาว ม.6/9 4 นายธวัชชัย มุ่งอิงกลาง ม.6/9 น.ส. ญานีไทยกระโทก ม.6/9 5 นายพงษ์พันธ์ ชินวงศ์ ม.6/9 น.ส. กฤษณา พูลมี ม.6/9 6 นายสุรทิน เพ็งเชื้อ ม.6/9 น.ส. พิยดา โลสันเทียะ ม.6/9 7 นายศราวุธ ถิระพุทธิชัย ม.6/9 น.ส. สุกัลญาณีทิพวรรณ์ ม.6/9 8 นายสนธยา เถียงกระโทก ม.6/9 น.ส. สุทธิกานต์ เสนา ม.6/9 9 นายปณิธาน โททัสสะ ม.6/9 น.ส. บุณยรัตน์ชวนงูเหลือม ม.6/9 10 น.ส. ภควดี พัดพรม ม.6/9 น.ส. เกวรีชาลีจันทร์ ม.6/9 สรุปผลการวิจัย 1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น คือ มีคะแนนหลังเรียนเฉลี่ย 8.40 คะแนน (84 %) และเมื่อเทียบกับเกณฑ์ผ่านจะได้สูงกว่าเกณฑ์ผ่าน 24% 2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์จำนวน 9 คน (90 %) ไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 1 คน (10 %) หมายเหตุ นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์จำนวน 1 คน ผู้วิจัยได้นำไปพัฒนา โดยใช้วิธีการเพื่อนสอนเพื่อนต่อไป (มอบหมายให้พรหมภรณ์ ชาญนอก เป็นผู้สอน) เป็นเวลา 2 วัน จึงจะให้นักเรียนมาทดสอบใหม่ 6. วิธีการแลกเปลี่ยนความรู้ / สะท้อนผลการนำไปใช้ ได้นำผลการวิจัยไปสนทนา และเสนอแนวคิดให้กับครูที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้รับทราบถึงวิธีการวิจัยและผลการวิจัย ซึ่งครูในกลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย ก็จะนำวิธีการเพื่อนช่วยเพื่อนไปใช้ในการแก้ปัญหาในชั้นเรียนของตนเองต่อไป 7. การนำผลไปใช้ 7.1 ได้นำผลการวิจัยไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ในการวิเคราะห์นักเรียนในชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 และแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน โดยจัดให้ นักเรียนกลุ่มเก่งคอยดูแล แนะนำกลุ่มอ่อน โดยมีครูคอยติดตามวิธีการดำเนินงานและผลการดำเนินงานอย่าง สม่ำเสมอ 7.2 ได้นำวิธีการวิจัยดังกล่าวไปใช้ในเนื้อหาเรื่องอื่น ๆ ผู้วิจัย (นางสาวจิลันดา รักไร่)


ภาคผนวก


เครื่องมือในการแก้ปัญหา (แบบฝึกหัด วิธีการสอนซ่อมเสริม และเพื่อนช่วยเพื่อน)


เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล (แบบทดสอบ)


แบบทดสอบ เรื่องการอ่านตีความ ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้อง จงใช้คำประพันธ์ต่อไปนี้ ตอบคำถามข้อ ๑-๓ “มิ่งมิตร... เธอมีสิทธิ์ที่จะล่องแม่น้ำรื่น ที่จะบุกดงดำกลางค่ำคืน ที่จะชื่นใจหลายกับสายลม ที่จะร่ำเพลงเกี่ยวโลมเรียวข้าว ที่จะยิ้มกับดาวพราวผสม ที่จะเหม่อมองหญ้าน้ำตาพรม ที่จะขมขื่นลึกโลกหมึกมน” ๑. แนวคิดใดไม่ปรากฏในบทประพันธ์นี้ ก. สิทธิของมนุษย์ ข. การต่อสู้กับอุปสรรค ค. ความยุติธรรมและความถูกต้อง ง. ธรรมชาติของชีวิตที่มีทุกข์มีสุขสลับกัน ๒. ในบทร้อยกรองนี้ กวีวางตนไว้ในฐานะอะไร ก. พระ ข. เพื่อน ค. อาจารย์ ง. บุคคลอันเป็นที่รัก ๓. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะเด่นของคำประพันธ์ข้างต้น ก. แสดงแนวคิดทางพุทธศาสนา ข. การใช้อุปลักษณ์และบุคคลวัต ค. ความหมายเชิงสัญลักษณ์ของถ้อยค า ง. ความง่ายและความงามของบทกลอน ๔. อ่านคำประพันธ์ต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๔-๕ “ไม่มีใครไม่เคยไม่ผิดพลาด ไม่มีใครไม่เคยขลาดมาแต่ต้น เมื่อมีเมฆย่อมมีความมืดมน หลังพายุผ่านพ้นจึงสร่างซา “เมื่อมีเมฆย่อมมีความมืดมน” มีความหมายว่าอย่างไร ก. เมื่อมีชีวิตย่อมพบกับอุปสรรค ข. เมื่อมีความผิดพลาดย่อมมีความสมหวัง ค. เมื่อมีอุปสรรคก็ย่อมพบกับความผิดหวัง ง. เมื่อมีความผิดหวังย่อมพบกับความเสียใจ ๕. “ เมื่อมีอุปสรรคก็ย่อมพบกับความผิดหวัง” ตีความด้านน้ำเสียงได้ว่าอย่างไร ก. ความผิดหวังคือพลังของชีวิต ข. สี่เท้ายังรู้พลาด นักปราชญ์ยังรู้พลั้ง ค. ทุกคนย่อมผ่านความผิดพลาดมาก่อน ง. เมื่ออุปสรรคผ่านพ้นไปแล้วย่อมพบความสมหวังได้ ๖. ข้อใดไม่ใช่หลักการอ่านตีความ ก. การอ่านตีความไม่จำเป็นต้องอ่านเรื่องให้ละเอียด ข. การถอดคำประพันธ์ในบทร้อยกรองคือการอ่านตีความ ค. คิดหาเหตุผลอย่างรอบคอบก่อนนำมาประมวลเขข้ากับความคิดของตน ง. วิพากษ์วิจารณ์แสดงความคิดเห็นต่อเรื่องที่อ่านตามความรู้สึกและความคิดของตน อ่านข้อความต่อไปนี้แล้วตอบคำถามข้อ ๗-๙ ขอบคุณ... ขอบคุณสำหรับโรงบุหรี่ ขอบคุณอีกทีกับโรงหวย ขอบคุณสนามม้าชาติหน้า รวย ขอบคุณโรงเหล้าด้วยช่วยชาติไทย ๗. ข้อใดแสดงความรู้สึกของผู้ประพันธ์เด่นชัดที่สุด ก. ชื่นชม ข. ยกย่อง ค. ประชด ง. เกลียดชัง


๘. ผู้แต่งมีจุดมุ่งหมายตามข้อใด ก. ติเตียน ข. สั่งสอน ค. แนะให้ทำ ง. เตือนให้คิด ๙. คำประพันธ์ในข้อใดใช้น้ำเสียงเหมือนกับคำประพันธ์ข้างต้น ก. ไทยคงเอกราชด้วย ฝีมือ ไทยเอย ข. ขอบคุณไมตรีที่มีให้ ความห่วงใยอาทรแต่ก่อนเก่า แม้วันนี้ไม่มีทางระหว่างเรา ก็ไม่เศร้าเหงาหรอกใจบอกมา ค. หนึ่งจะต้องอกหักกับรักแรก สองจะต้องไม่แปลกกับรักใหม่ สามจะต้องผิดหวังทุกครั้ง ไป สี่จะต้องจ าไว้รักคือทุกข์ ง. จะแน่วแน่แก้ไขในสิ่งผิด จะรักชาติจนชีวิตเป็นผุยผง จะยอมตายหมายให้เกียรติดำรง จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา ๑๐. “ส่วนพระราชานั้น ใครบ้างนึกว่าจะได้ปัญญาจากพระราชา ใครบ้างไปหาพระราชา ในขณะที่ต้องการพบผู้เฉลียวฉลาด ส่วนตัวข้าพเจ้า (เวตาล) นี้พิศวงว่า พระองค์ผู้ทรงนามว่า วิกรมาทิตย์ เป็นพระราชาผู้ประกอบด้วยปัญญายิ่งมหากษัตริย์ทั้งปวง พระองค์จะตัดสินได้บ้างกระมังว่า นางนั้นควรเป็นของชายคนไหนโดยทางที่ชอบ” จากข้อความข้างต้นสะท้อนลักษณะพิเศษของผู้พูดในด้านใด เด่นชัดที่สุด ก. ผู้พูดรู้จักใช้จิตวิทยาในการพูด ข. ผู้พูดใช้สำนวนภาษาไพเราะ สละสลวย ค. ผู้พูดรู้จักให้เกียรติคู่สนทนา แสดงมารยาทในการพูดดี ง. ผู้พูดพูดจาเสียดสี พูดประชดประชัน ซึ่งผิดหลักการพูดที่ด


โครงร่างการวิจัย 1. ชื่อปัญหาการวิจัย : การแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ในเรื่องการอ่านตีความ โดยวิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/9 ปีการศึกษา 2565 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ 2. ความสำคัญของปัญหา : 1. สภาพการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนในปัจจุบัน พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่ำในการเรียนสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่องการอ่านตีความ 2. มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาแนวทางการแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ เรื่องการอ่านตีความ 3. แนวทางการแก้ปัญหาวิธีการหนึ่ง คือ วิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ 3. วัตถุประสงค์การวิจัย : 1. เพื่อแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ ในเรื่องการอ่านตีความ โดยใช้วิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน (เกณฑ์ผ่าน ที่กำหนด คือ ร้อยละ 60) 4. วิธีดำเนินการวิจัย : 4.1 ประชากร / กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/9 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์จำนวน 10 คน 4.2 เครื่องมือที่ใช้ ก. เครื่องมือในการแก้ปัญหา / แนวทางแก้ปัญหา - วิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ ข. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล - แบบทดสอบ เรื่องการอ่านตีความ จำนวน 10 ข้อ 4.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล - ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตัวเอง โดยใช้แบบทดสอบเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6/9 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อำเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์จำนวน 10 คน 4.4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล - ร้อยละ และค่าเฉลี่ย


5. แผนดำเนินการ 1. วางแผน 1 ธันวาคม 2565 2. ปฏิบัติการตามแผน 1–15 ธันวาคม 2565 3. เก็บข้อมูล 10 มกราคม 2566 4. วิเคราะห์ 15 มกราคม 2566 5. สรุปผลและเขียนรายงาน 20 มกราคม 2566 6. ชื่อผู้เสนอโครงการวิจัย นางสาวจิลันดา รักไร่


วิธีการเพื่อนช่วยเพื่อน 1. ครูให้นักเรียนที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ (น้องเลี้ยง) เรื่องการอ่านตีความ เลือกพี่เลี้ยง (พี่เลี้ยงมาจากคนที่ครูคัดเลือกจากคนที่สอบผ่าน เรื่องการอ่านตีความ) โดยให้นักเรียนที่สอบผ่านแล้วทำหน้าที่สอนคนที่สอบไม่ผ่าน และให้จำนวนพี่เลี้ยงต่อน้องเลี้ยงเป็น 1 ต่อ 1 หรือ 1 ต่อ 2 2. ครูอธิบายวิธีการสอนและวิธีการเรียนของพี่เลี้ยงและน้องเลี้ยง 3. ครูนัดหมายให้นักเรียนที่เป็นพี่เลี้ยงสอนเรื่องการอ่านตีความ โดยใช้แบบฝึกทักษะ ที่ครูจัดเตรียมให้จำนวน 10 ข้อ ในเวลาพักกลางวัน ที่ห้อง 316 เป็นเวลา 1 วัน (10 มกราคม 2566) โดยมีครูเป็นผู้คอยดูแล ให้คำแนะนำ ตรวจสอบคำตอบ และให้นักเรียน แก้ไขส่วนที่ไม่ถูกต้อง 5. ครูนัดหมายนักเรียนที่เป็นน้องเลี้ยงทำแบบทดสอบ เรื่องการอ่านตีความ จำนวน 10 ข้อ (12 มกราคม 2566) 6. ครูตรวจแบบทดสอบ พร้อมแจ้งคะแนนให้นักเรียนทราบ นักเรียนที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ ครูดำเนินการสอนซ่อมเสริม และใช้วิธีการเพื่อนช่วยเพื่อนต่อไป


บันทึกการปฏิบัติงานเพื่อนช่วยเพื่อน วิชาภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รหัสวิชา ท33102 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 วัน/เดือน/ปี รายการปฏิบัติงาน ลงชื่อผู้สอน ลงชื่อผู้เรียน หมายเหตุ ความรู้สึกของผู้สอน (พี่เลี้ยง) ............................................................................................................................. ................................................. .............................................................................................................................................................................. ผู้สอน (............................................................) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ................. ............./........................./................. ความรู้สึกของผู้เรียน (น้องเลี้ยง) ............................................................................................................................ .................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ผู้เรียน (............................................................) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ................. ............./........................./................. บันทึก .................................................................................................................................................. ............................ ผู้ตรวจ (นางสาวจิลันดา รักไร่) ............./........................./.................


Click to View FlipBook Version