บันทกึ ขอ้ ความ
สว่ นราชการ โรงเรยี นหนองกี่พิทยาคม
ท่ี 1116/2565 วนั ที่ 11 กรกฎาคม 2565
เร่ือง สง่ หลกั สตู รรายวชิ า (Course Syllabus) ภาคเรียนท่ี 1 ปกี ารศึกษา 2565
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
เรียน ผอู้ ำนวยการโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม
ดว้ ยข้าพเจา้ นางสาวจิลันดา รกั ไร่ ตำแหนง่ ครู โรงเรยี นหนองกี่พทิ ยาคม สังกดั สำนักงานเขตพ้นื ที่
การศกึ ษามธั ยมศกึ ษาบรุ ีรัมย์ ไดร้ ับมอบหมายใหป้ ฏิบัติหน้าท่ีการสอน และดำเนนิ การจดั ทำหลักสตู รรายวิชา
(Course Syllabus) วชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท33101 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มสาระการเรยี นรู้
ภาษาไทย ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2565 ตามแบบฟอร์มทีท่ างกลุ่มงานพฒั นาหลกั สูตรสถานศึกษากำหนด
บดั นี้ ขา้ พเจ้าได้ดำเนนิ การจดั ทำหลกั สตู รรายวชิ า (Course Syllabus) วิชาภาษาไทย รหัสวิชา
ท33101 ระดับช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 6 เรยี บร้อยแลว้ จงึ ขอส่งหลกั สูตรรายวิชา (Course Syllabus) ภาคเรียน
ท่ี 1 ปีการศึกษา 2565 ตามรายละเอยี ดดังแนบ
จึงเรยี นมาเพ่ือโปรดทราบ
ลงชื่อ ผูร้ ายงาน
(นางสาวจลิ นั ดา รักไร่)
ตำแหนง่ ครู
การขอรับการสนับสนนุ จากผบู้ งั คบั บัญชา
ตามทข่ี า้ พเจา้ ได้จดั ทำ หลกั สูตรรายวชิ า (Course Syllabus) วชิ าภาษาไทย 5 รหัสวิชา ท33101
ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 กล่มุ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคเรียนท่ี 1 ปีการศึกษา 2565
หากมขี อ้ เสนอแนะประการใด ข้าพเจ้ายนิ ดที จี่ ะนำไปปรับปรงุ และพัฒนา การปฏบิ ัตกิ ารสอน
เพอ่ื ใหเ้ กดิ ผลสัมฤทธท์ิ ี่ดีต่อการปฏบิ ัตกิ ารสอนในโอกาสต่อไป
จงึ เรียนมาเพ่ือโปรดทราบและพจิ ารณาใหข้ ้อเสนอแนะตามท่เี ห็นสมควร
ลงช่ือ
(นางสาวจลิ นั ดา รักไร่)
ครู
ความเห็นของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย
……………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..……
ลงช่ือ
(นางปนัดดา ยอดแก้ว)
หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย
………/……………./………
ความคิดเห็นของหวั หนา้ ฝา่ ยวชิ าการ
…………………………………………………………………………………………………………………………………….……………..……
ลงชื่อ
(นายสุเนตร บอกประโคน)
ผู้ช่วยผอู้ ำนวยการฝ่ายวชิ าการ
………/……………/………..
ความคดิ เหน็ ของรองผ้อู ำนวยการโรงเรยี นหนองกีพ่ ิทยาคม
………………………………………………………………………………………………………………………………………...........…………
ลงชอ่ื
(นายเฉลิมพล คนชมุ )
รองผู้อำนวยการโรงเรียนหนองก่ีพิทยาคม
………/……………/………..
ความคิดเห็นของผู้อำนวยการโรงเรยี นหนองก่ีพิทยาคม
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื
(นายชาตรี อคั รสุขบตุ ร)
ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นหนองกพี่ ทิ ยาคม
………/……………/……
หลักสตู รรายวิชา (Course Syllabus)
โรงเรยี นหนองกพี่ ิทยาคม
-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
1. ชือ่ วิชา ภาษาไทย 5
2. รหสั วชิ า ท33101
3. จำนวนหน่วยกติ 1 หนว่ ยกติ
4. กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย
5. ภาคเรยี นท่ี 1
6. ปกี ารศึกษา 2565
7. ชือ่ ผสู้ อน นางสาวจิลันดา รักไร่
(ตำแหนง่ คร/ู วฒุ ิการศึกษา ปรญิ ญาตรี 5 ปี /วิชาเอกภาษาไทย)
8. ประเภทวชิ า (วชิ าพ้ืนฐาน)
9. จำนวนชว่ั โมง 2 ชัว่ โมง / สัปดาห์ 40 ชว่ั โมง / ภาคเรียน
10. ระดบั ช้ัน มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
11. คำอธิบายรายวิชา
ศกึ ษา ฝกึ ทกั ษะการอ่าน การเขียน การฟัง การดู การพูด การวิเคราะห์ ประเมินคา่ วรรณคดีและ
วรรณกรรม โดยฝึกทกั ษะเกยี่ วกับอา่ นออกเสยี ง ตคี วาม แปลความ ขยายความ ตอบคำถาม คาดคะเนเหตกุ ารณ์
เรอ่ื งท่ีอ่าน วเิ คราะห์ วิจารณ์ แสดงความคิดเห็น โต้แยง้ เกยี่ วกับเร่ืองที่อา่ น ซงึ่ เปน็ การเสนอความคิดใหม่อยา่ งมี
เหตผุ ล ฝกึ ทักษะการเขียน บรรยาย เขียนพรรณนา โน้มน้าว โครงการและรายงานการดำเนินโครงการ รายงาน
การประชุม เขียนบนั เทงิ คดี ประเมิน คุณคา่ งานเขียนในด้านตา่ ง ๆ ฝกึ ทักษะการพดู สรุปแนวคดิ แสดงความ
คดิ เหน็ ประเมนิ เร่ืองทฟี่ งั และดู พดู ในโอกาสต่าง ๆ ศึกษาเก่ียวกับระดับของภาษา อิทธพิ ลของภาษาต่างประเทศ
แตง่ บทร้อยกรองประเภทฉันท์ วิเคราะห์วถิ ไี ทย ประเมินค่าความรแู้ ละขอ้ คิดจากวรรณคดีวรรณกรรมเรื่อง ขนุ ช้าง
ขุนแผน กาพย์เหเ่ รอื สามก๊ก ไตรภมู ิพระรว่ ง ท่องจำบทอาขยานที่กำหนด และบทร้อยกรองทมี่ ีคุณค่าตามความ
สนใจ
โดยใชก้ ระบวนการอ่าน เพ่ือสรา้ งความรคู้ วามคิดนำไปใช้ตัดสนิ ใจ แก้ปญั หาในการดำเนินชีวิต
กระบวนการ เขียน เขียนส่อื สารอยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ กระบวนการฟงั การดู และการพดู สามารถเลือกฟัง ดู และ
พูดแสดงความรู้ ความคิดอย่างมวี จิ ารณญาณและสรา้ งสรรค์ เพื่อให้เขา้ ใจธรรมชาตภิ าษาและหลกั ภาษาไทย การ
เปล่ยี นแปลงของภาษา ภมู ิปัญญาทางภาษา วเิ คราะห์วจิ ารณ์วรรณคดแี ละวรรณกรรมอย่างเหน็ คุณคา่ และนำมา
ประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจรงิ และการ รกั ษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัตขิ องชาติ และมนี ิสัยรกั การอ่าน การเขยี น มมี ารยาท
ในการอ่าน การเขียน การฟัง การดู และการพดู
เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนมพี ้นื ฐานความรู้ด้านภาษาไทยทถี่ ูกตอ้ ง พฒั นาทกั ษะการใชภ้ าษาไทยครบทุกด้าน และ
เรยี นรู้ คณุ คา่ ท่สี อดแทรกในวรรณคดีและวรรณกรรมไทย รวมท้งั มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และคา่ นิยมท่ีดีงามไปใช้
พัฒนาตน พัฒนาการเรยี น และพฒั นาความรูท้ างอาชพี ในชวี ติ จริงไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 2
รหสั ตวั ชี้วดั /ผลการเรยี นรู้ ท1.1 ม.4-6/9 ท5.1 ม.4-6/6
ท1.1 ม.4-6/1 ท1.1 ม.4-6/7
ท2.1 ม.4-6/1 ท2.1 ม.4-6/8 ท4.1 ม.4-6/5
ท3.1 ม.4-6/1 ท3.1 ม.4-6/2 ท5.1 ม.4-6/3 ท5.1 ม.4-6/4
ท4.1 ม.4-6/3 ท4.1 ม.4-6/4
ท5.1 ม.4-6/1 ท5.1 ม.4-6/2
รวม 15 ตัวชี้วดั
12. โครงสรา้ งรายวิชา
หนว่ ย ชือ่ หน่วยการเรียนรู้ / จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอดและ เวลา น้ำหนกั
สาระการเรียนร้แู กนกลาง (ชม.) คะแนน
ที่ มาตรฐานการเรียนรู้
8
/ ตวั ชี้วดั
1 เสภาเรื่อง ขนุ ช้าง นักเรยี นสามารถ การอา่ นเปน็ ทักษะสำคญั ในการ 2
รบั สารและมคี วามจำเปน็ ใน
ขุนแผน ตอนขนุ ชา้ ง 1. ทอ่ งจำบทร้อยกรอง ชีวิตประจำวัน ไมว่ ่าจะเป็นการอ่าน
ออกเสียงหรอื การอ่านในใจ
ถวายฎีกา ไดถ้ ูกตอ้ งและไพเราะ โดยเฉพาะการอา่ นออกเสยี งจำเป็น
อย่างยิง่ ท่ีจะต้องศึกษาและทำความ
ท1.1 ม.4-6/1 เขา้ ใจเกย่ี วกับรูปแบบจงั หวะและ
ทว่ งทำนองในการอ่านใหเ้ ขา้ ใจและ
ท5.1 ม.4-6/6 ฝกึ การอ่านใหถ้ ูกต้องและชดั เจนจึง
จะทำให้การอา่ นสัมฤทธิ์ผลและเกดิ
ประโยชนส์ ูงสุด
สาระการเรียนร้แู กนกลาง
บทร้อยกรอง เช่น โคลง ฉนั ท์
กาพย์ กลอน รา่ ย และลิลิต
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 3
หน่วย ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ / จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอดและ เวลา นำ้ หนกั
ที่ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง (ชม.) คะแนน
/ ตวั ช้ีวดั
ท5.1 ม.4-6/1 นักเรียนสามารถ การอา่ นและศึกษาวรรณคดี ตอ้ ง 2 2
1. วเิ คราะห์และวจิ ารณ์ วเิ คราะหว์ จิ ารณ์ตามหลักการ
วรรณคดีและวรรณกรรม เบือ้ งตน้ และยงั ต้องรูจ้ ักความเป็นมา
ตามหลักการวจิ ารณ์ และประวตั ผิ ูแ้ ต่ง คุณคา่ ทั้งด้าน
เบอ้ื งตน้ ได้ เน้ือหา ด้านวรรณศลิ ป์ และด้าน
สงั คม การทจี่ ะเข้าใจเนื้อหาของเรื่อง
ได้นน้ั จำเป็นต้องรูค้ ำศพั ท์ตา่ งๆ ท่ี
ปรากฏอยใู่ นเรื่อง เพ่ือจะได้เข้าใจ
เนื้อหาของเร่ืองได้อย่างถูกต้อง
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
หลักการวิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์
วรรณคดแี ละวรรณกรรมเบื้องตน้
- จุดม่งุ หมายการแต่งวรรณคดี
และวรรณกรรม
- การพจิ ารณารปู แบบของ
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
- การพจิ ารณาเนื้อหาและกลวธิ ี
ในวรรณคดีและวรรณกรรม
- การวิเคราะหแ์ ละการวิจารณ์
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
ท5.1 ม.4-6/2 1. วิเคราะห์ลกั ษณะเด่น วรรณคดีและวรรณกรรมมัก 1 2
ของวรรณคดีได้ สะท้อนภาพสงั คมและวฒั นธรรมไทย
และยังให้ข้อคิดที่มคี ุณค่า เพ่ือนำไป
ประยุกต์ใช้ในชวี ิตจริง
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การวเิ คราะห์ลักษณะเดน่ ของ
วรรณคดีและวรรณกรรมเก่ยี วกบั
เหตกุ ารณป์ ระวตั ศิ าสตร์และวิถีชีวติ
ของสงั คมในอดีต
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 4
หน่วย ชอื่ หน่วยการเรยี นรู้ / จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอดและ เวลา น้ำหนัก
ท่ี มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง (ชม.) คะแนน
/ ตัวชวี้ ดั
ท5.1 ม.4-6/3 1. วเิ คราะหแ์ ละประเมนิ การศกึ ษาวรรณคดแี ละ 32
คุณค่าด้านวรรณศลิ ป์ วรรณกรรม จะต้องอธิบายลกั ษณะ
ของวรรณคดแี ละ และคณุ ค่าดา้ นวรรณศลิ ป์และรส
วรรณกรรมได้ วรรณคดีตามหลกั การวิจารณ์
เบ้อื งต้น
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
การวเิ คราะห์และประเมินคุณค่า
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
- ด้านวรรณศลิ ป์
- ด้านสังคมและวัฒนธรรม
ท5.1 ม.4-6/4 1. สงั เคราะห์ข้อคดิ จาก วรรณคดีและวรรณกรรมมักแฝง 1 2
วรรณคดแี ละวรรณกรรม ข้อคิดที่มีคุณค่า ที่สามารถนำไป
ได้ ประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การสงั เคราะหว์ รรณคดีและ
วรรณกรรม
ท5.1 ม.4-6/5 1. รวบรวมวรรณกรรม นิทานพ้นื บ้าน เปน็ เรอ่ื งราวทีเ่ ล่า 4 4
พ้นื บ้านประเภทนทิ าน ขานกนั สบื มา แม้ยากท่จี ะเชื่อว่าเปน็
พน้ื บา้ นและอธบิ ายภูมิ ความจรงิ แตถ่ ้าได้พจิ ารณาเน้ือหา
ปญั ญาทางภาษาได้ อย่างถ่องแท้แล้ว จะพบว่าแฝงเรน้ ไว้
ด้วยสาระท่เี ป็นประโยชน์ และยัง
สะท้อนให้เห็นถึงภมู ิปัญญา และ
ทัศนคติของมนุษย์ในแตล่ ะสงั คมใน
แต่ละด้านได้เป็นอยา่ งดี
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
วรรณกรรมพื้นบา้ นท่แี สดงถึง
- ภาษากบั วฒั นธรรม
- ภาษาถ่ิน
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 5
หนว่ ย ช่อื หน่วยการเรียนรู้ / จุดประสงค์การเรียนรู้ สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอดและ เวลา นำ้ หนกั
ที่ มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรยี นร้แู กนกลาง (ชม.) คะแนน
/ ตัวชีว้ ัด
2 สามก๊ก ตอน กวนอู นักเรยี นสามารถ การอา่ นและศึกษาวรรณคดี ตอ้ ง 2 1
ไปรบั ราชการกับโจโฉ 1. วเิ คราะหแ์ ละวิจารณ์ วิเคราะห์วจิ ารณต์ ามหลักการ
ท5.1 ม.4-6/1 วรรณคดีและวรรณกรรม เบื้องต้น และยังต้องรูจ้ กั ความเป็นมา
ตามหลกั การวิจารณ์ และประวัตผิ ้แู ต่ง คุณคา่ ทั้งด้าน
เบอื้ งตน้ ได้ เนอื้ หา ดา้ นวรรณศิลป์ และด้าน
สงั คม การท่จี ะเข้าใจเนือ้ หาของเรอื่ ง
ไดน้ ั้น จำเปน็ ต้องรคู้ ำศัพท์ต่างๆ ที่
ปรากฏอยใู่ นเร่ือง เพ่ือจะได้เข้าใจ
เน้ือหาของเร่ืองได้อย่างถูกต้อง
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
หลกั การวิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์
วรรณคดแี ละวรรณกรรมเบื้องต้น
- จุดมุง่ หมายการแตง่ วรรณคดี
และวรรณกรรม
- การพจิ ารณารปู แบบของ
วรรณคดแี ละวรรณกรรม
- การพจิ ารณาเน้ือหาและกลวธิ ี
ในวรรณคดแี ละวรรณกรรม
- การวิเคราะห์และการวิจารณ์
วรรณคดีและวรรณกรรม
ท5.1 ม.4-6/3 1. วิเคราะห์และประเมนิ การศึกษาวรรณคดีและ 2 2
คุณค่าด้านวรรณศิลป์ วรรณกรรม จะต้องอธิบายลกั ษณะ
ของวรรณคดแี ละ และคุณค่าดา้ นวรรณศิลป์และรส
วรรณกรรมได้ วรรณคดีตามหลกั การวิจารณ์
เบ้ืองตน้
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การวิเคราะห์และประเมินคุณค่า
วรรณคดีและวรรณกรรม
- ด้านวรรณศิลป์
- ด้านสังคมและวัฒนธรรม
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 6
หน่วย ช่อื หน่วยการเรียนรู้ / จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอดและ เวลา น้ำหนกั
ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (ชม.) คะแนน
/ ตวั ชว้ี ดั
ท5.1 ม.4-6/2 1. วเิ คราะห์ลกั ษณะเดน่ วรรณคดีและวรรณกรรมมัก 2 2
ท5.1 ม.4-6/4 ของวรรณคดีได้ สะท้อนภาพสงั คมและวัฒนธรรมไทย
และยังให้ข้อคิดที่มคี ุณค่า เพื่อนำไป
ประยกุ ตใ์ ช้ในชีวติ จริง
สาระการเรียนรู้แกนกลาง
การวิเคราะห์ลกั ษณะเด่นของ
วรรณคดแี ละวรรณกรรมเกีย่ วกับ
เหตกุ ารณป์ ระวตั ิศาสตร์และวถิ ชี ีวติ
ของสังคมในอดตี
2. สงั เคราะหข์ ้อคิดจาก วรรณคดีและวรรณกรรมมักแฝง
วรรณคดีและวรรณกรรม ขอ้ คิดที่มคี ุณค่า ที่สามารถนำไป
ได้ ประยกุ ต์ใชใ้ นชีวิตจรงิ
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การสงั เคราะหว์ รรณคดีและ
วรรณกรรม
3 การอ่านใน 1. อา่ นเร่ืองตา่ งๆ แลว้ การอ่านจับใจความสำคญั เปน็ 2 6
ชวี ิตประจำวัน เขียนสรุปเป็นผังความคดิ การอ่านอย่างละเอียดเพื่อพจิ ารณา
ท1.1 ม.4-6/7 ได้ ข้อเทจ็ จรงิ ข้อคิดเห็น แล้วนำเสนอ
เขยี นกรอบแนวคดิ ผงั ความคิด
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การอา่ นจับใจความจากสอื่ ตา่ งๆ
ท1.1 ม.4-6/9 2. มีมารยาทในการอ่าน มารยาทในการอา่ นเปน็ ส่งิ จำเป็น
ในการอ่าน เพราะช่วยใหเ้ ราเป็น
ผอู้ า่ นทีน่ ่าชืน่ ชมและแสดงอปุ นิสยั
การอ่านทีด่ ีที่ควรประพฤตปิ ฏิบัติ
สาระการเรียนร้แู กนกลาง
มารยาทในการอ่าน
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 7
หน่วย ชื่อหน่วยการเรียนรู้ / จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอดและ เวลา นำ้ หนกั
ท่ี มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (ชม.) คะแนน
/ ตัวชวี้ ดั
4 การเขียนเพอื่ สื่อสาร นกั เรยี นสามารถ การเขียนแสดงทรรศนะ คอื การ 3 5
ท2.1 ม.4-6/1 1. เขยี นส่อื สารใน เขียนแสดงความคิดเห็นต่อเร่ืองใด
ท2.1 ม.4-6/8 รูปแบบต่างๆ ได้ เรอื่ งหนง่ึ หรอื เหตกุ ารณ์ ใดเหตกุ ารณ์
หนึ่ง ซ่ึงเปน็ การเขียนที่ประกอบดว้ ย
ข้อมูลอันเปน็ ข้อเทจ็ จริง และการ
แสดงทรรศนะของผเู้ ขียนต่อเร่ือง
น้นั ๆ ทงั้ นี้ความคดิ เหน็ ควรจะอยบู่ น
พืน้ ฐานของเหตผุ ลและเปน็ ไปในทาง
สรา้ งสรรค์
การโต้แยง้ เป็นการแสดง
ทรรศนะอย่างหนงึ่ แตเ่ ป็นทรรศนะท่ี
แตกตา่ งกนั ผแู้ สดงทรรศนะต้อง
พยายามหาเหตผุ ลอา้ งข้อมลู และ
หลกั ฐานตา่ งๆ เพ่ือสนบั สนนุ
ทรรศนะของตน และคัดคา้ น
ทรรศนะของอกี ฝา่ ยหน่ึง
การเขียนโน้มนา้ วเปน็ การเขยี น
เพอ่ื ใหผ้ อู้ ่าน เม่ืออ่านแลว้ เกดิ
ความคิดคล้อยตาม อยากทำตาม
หรืออยากปฏบิ ัตติ ามทผ่ี เู้ ขียนได้
เขยี นไว้
สาระการเรยี นรูแ้ กนกลาง
การเขยี นสื่อสารในรูปแบบต่างๆ
2. มมี ารยาทในการเขยี น มารยาทในการเขียนเปน็
สงิ่ จำเปน็ ในการเขยี น เพราะชว่ ยให้
เราเป็นผู้เขยี นท่ีนา่ ชืน่ ชมและแสดง
อุปนสิ ยั การเขยี นทีด่ ที ่ีควรประพฤติ
ปฏิบตั ิ
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
มารยาทในการเขียน
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 8
หนว่ ย ชื่อหน่วยการเรยี นรู้ / จดุ ประสงค์การเรียนรู้ สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอดและ เวลา น้ำหนกั
ที่ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง (ชม.) คะแนน
/ ตวั ชวี้ ดั
5 การฟงั และดอู ยา่ งมี นกั เรยี นสามารถ การสรุปความจากการฟังและ 1 2
ประสทิ ธิภาพ 1. สรุปแนวคดิ และ การดู หมายถึง การจับใจความ
ท3.1 ม.4-6/1 แสดงความคิดเห็นจาก สำคัญจากเรื่องท่ีฟังและดู แล้วนำมา
เรอื่ งท่ีฟังและดูได้ เรียบเรียงใหมอ่ ย่างส้ันๆ ให้รู้วา่ เปน็
เร่อื งอะไร มใี ครทำอะไร ที่ไหน
เมือ่ ไร อยา่ งไร
การแสดงความคิดเหน็ คือ การ
พดู แสดงความร้สู ึก ความเหน็ ของตน
ต่อสิ่งใดสิ่งหนงึ่ หรือเรือ่ งใดเร่ืองหน่งึ
จากการอ่าน การดู การฟัง อยา่ งมี
เหตผุ ล
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
การพูดสรุปแนวคิด และการ
แสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟังและ
ดู
ท3.1 ม.4-6/2 1. วิเคราะห์ แนวคดิ การวเิ คราะห์ หมายถึง การท่ี 1 2
การใช้ภาษา และความ ผฟู้ ังและผูด้ ูรับสารแลว้ พิจารณา
นา่ เชอ่ื ถือจากเรื่องที่ฟงั องค์ประกอบออกเป็นสว่ น ๆ นำมา
และดไู ด้ แยกประเภทลักษณะ สาระสำคญั
ของสาร กลวธิ ีการเสนอและเจตนา
ของผสู้ ง่ สาร
สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
การวิเคราะห์แนวคิด การใช้
ภาษา และความน่าเชอ่ื ถือจากเรื่องที่
ฟังและดู
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 9
หน่วย ชอื่ หน่วยการเรียนรู้ / จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอดและ เวลา นำ้ หนัก
ท่ี มาตรฐานการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้แกนกลาง (ชม.) คะแนน
/ ตวั ชี้วดั
ท3.1 ม.4-6/3 1. ประเมินเรื่องท่ีฟงั และ การประเมินเรื่องที่ฟังและดู 2 2
ดู แล้วกำหนดแนวทาง หมายถึง การที่เราสามารถรับสาร
นำไปประยุกต์ใช้ในการ อย่างใคร่ครวญ ไตร่ตรองและพินิจ
ดำเนินชีวติ ได้ พิจารณา สามารถแยกรายละเอียด
และส่วนประกอบของสารนั้นเพ่ือ
นำไปสู่การตัดสินใจว่าสารนั้นนั้นดี
หรือไม่ อย่างไร จนกระท่ังสามารถ
นำความคิดความรู้ที่ได้ ไปใช้
ประโยชน์ได้
สาระการเรยี นร้แู กนกลาง
การประเมินเรื่องที่ฟังและดูเพ่ือ
กำหนดแนวทางนำไปประยุกตใ์ ช้
6 ระดับภาษาและ นักเรยี นสามารถ การใช้คำในภาษาไทยใช้ต่างกัน 2 3
2
อิทธิพลของการใช้ 1. ใช้ภาษาเหมาะสมแก่ ตามความเหมาะสมหรือตามระดับ
ภาษา โอกาส กาลเทศะ และ ของคำ เวลานำคำไปใช้จะต้อง
ท4.1 ม.4-6/3 บคุ คล รวมท้ังคำราชา คำนึงถึงความเหมาะสมของบุคคล
ศพั ท์อย่างเหมาะสม กาลเทศะ โอกาส และความรูส้ กึ
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
-ระดับของภาษา
-คำราชาศัพท์
ท4.1 ม.4-6/5 1. วเิ คราะห์อิทธิพลของ ภาษาตา่ งประเทศท่ีนำมาใชใ้ น 3
ภาษาตา่ งประเทศและ ภาษาไทย ทำให้เกิดการยมื
ภาษาถ่ินได้ ภาษา ได้แก่ การรบั เทคโนโลยใี หม่ ๆ
การยา้ ยถิ่น การติดต่อทางการคา้
การเผยแผ่ศาสนาและวัฒนธรรม
การศกึ ษา และการมีอาณาเขตติดต่อ
กบั ประเทศอืน่
ภาษาถ่นิ คอื ภาษาพูดท่ีใช้
ส่อื สารในแตล่ ะท้องถ่ินซงึ่ มี
เอกลักษณ์เฉพาะตน สาเหตทุ ี่ทำให้
คนไทยแตล่ ะท้องถิ่นพูดต่างกัน
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 10
หนว่ ย ช่ือหน่วยการเรียนรู้ / จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอดและ เวลา น้ำหนกั
ที่ มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง (ชม.) คะแนน
/ ตวั ชวี้ ดั
ได้แก่ ภูมิศาสตร์ การเปล่ยี นแปลง
ดา้ นเวลา การรบั วัฒนธรรมและ
อทิ ธิพลภาษาอ่นื
สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
อิทธิพลของภาษาต่างประเทศ
และภาษาถน่ิ
7 การแตง่ คำประพันธ์ 1. แต่งบทรอ้ ยกรอง คำประพันธ์ประเภทฉันท์ มี 2 3
ประเภทฉันท์ ประเภทฉนั ท์ได้ ลักษณะการแต่งแตกต่างจากคำ
ท4.1 ม.4-6/4 ประพันธ์อื่นคือ มีการบังคับคำที่มี
เสียงสั้น - ยาว หรือที่เรียกอีกอย่าง
หนึ่งว่า คำครุและคำลหุ ในตำแหน่ง
ท่ีแตกตา่ งกนั ออกไปตามลกั ษณะของ
ฉนั ท์แต่ละประเภท
สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
กาพย์ โคลง รา่ ย และฉันท์
สอบกลางภาค 2 20
สอบปลายภาค 2 30
รวม 40 100
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 11
13. กำหนดการจดั การเรียนรู้
ครงั้ ที่ จำนวน ตัวช้วี ัดหรอื ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้/เน้ือหาท่สี อน/ ส่อื /
ชวั่ โมง /จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมสำคญั /ภาระงาน แหลง่ เรียนรู้
ครั้งที่ 1 ปฐมนเิ ทศและตรวจสอบ 1. พูดคุยตกลงแนวทางการจัดการเรยี น 1. ใบความรู้
1 พ้นื ความรู้ การสอน การวดั ประเมินผลการเรยี นรู้ คำอธิบายรายวิชา
1. แนวทางการจัดการ 2. แนะนำตนเอง จดุ ประสงค์การเรียนรู้ และ
เรยี นการสอน การวัด ขอ้ ตกลงการเรียน
ประเมนิ ผลการเรียนรู้ 2. หนงั สอื /เอกสาร
2. ข้อตกลงเบอื้ งต้นในการ ประกอบการเรียน
เรียนการสอน
ครัง้ ท่ี 2 ตัวช้ีวัด เน้ือหาท่สี อน 1. ซีดกี ารอา่ นออกเสยี ง
2 ท1.1 ม.4-6/1 การอ่านออกเสียงบทร้อยกรองเปน็ ทำนองเสนาะ
ท5.1 ม.4-6/6 ทำนองเสนาะ 2. หนงั สือเรียน
จุดประสงค์การเรยี นรู้ กิจกรรมสำคญั
1. บอกคณุ ค่าบทอาขยาน 1. นกั เรยี นฟังเสยี งการอา่ นทำนอง
ตามท่ีกำหนด และบทร้อย เสนาะ จากซีดีท่คี รูเปิดใหฟ้ ัง แลว้
กรองทมี่ ีคุณค่าตามความ ร่วมกันอภิปรายเกยี่ วกับการอ่านบทรอ้ ย
สนใจ และนำไปใชอ้ า้ งองิ กรองเปน็ ทำนองเสนาะ
ได้ 2. นกั เรยี นจบั คกู่ ันตามความสมคั รใจ
2. นกั เรยี นสามารถท่องจำ จากน้ันรว่ มกันศึกษาความรู้เรื่อง กลวิธี
เสภาขนุ ช้างขุนแผน ตอน การอ่านบทรอ้ ยกรอง จากหนังสือเรยี น
ขุนแผนข้นึ เรอื นขุนช้างได้ 3. นกั เรยี นจับคู่แลว้ ฝึกอ่านบทร้อยกรอง
ถูกต้องและไพเราะ เสภาขนุ ช้างขนุ แผน ตอนขุนแผนขึน้
เรอื นขนุ ชา้ ง เปน็ ทำนองเสนาะทีต่ าม
หลักการอ่านจากหนงั สือเรยี น เมื่อ
นักเรยี นแตล่ ะคูอ่ ่านไดแ้ ล้วให้มาทดสอบ
การอา่ นกบั ครนู อกเวลาเรยี น เพือ่ ให้ครู
ประเมินผล
ภาระงาน
1. ท่องบทท่องจำเสภาขนุ ชา้ งขุนแผน
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 12
ครั้งที่ จำนวน ตัวชว้ี ัดหรอื ผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้/เนอ้ื หาทสี่ อน/ สื่อ /
ชวั่ โมง /จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมสำคัญ/ภาระงาน แหล่งเรยี นรู้
ครั้งที่ 2 ตัวชี้วดั เน้อื หาทีส่ อน - สมดุ จดบนั ทกึ
3 ท5.1 ม.4-6/1 เสภาขุนช้างขุนแผน ตอนขนุ ช้างถวาย - หนังสือเรียน
จุดประสงค์การเรียนรู้ ฎกี า - บัตรคำช่อื ตัวละคร
1. อธบิ ายความเปน็ มา กิจกรรมสำคัญ - แผนภมู ติ วั อยา่ งบทประพนั ธ์
ของเสภาเรอ่ื ง ขุนช้าง 1. นกั เรยี นแบง่ กล่มุ 4 คน แตล่ ะกลมุ่ - ใบงาน
ขนุ แผน ตอนขุนช้างถวาย จบั ค่กู นั เปน็ 2 คู่ แล้วใหแ้ ต่ละค่รู ่วมกนั - หอ้ งสมุด
ฎกี าได้ ศกึ ษาความรู้เร่ือง เสภาเร่อื ง ขุนชา้ ง
2. บอกประวัติผแู้ ต่งเสภา ขนุ แผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎกี าจาก
เรื่อง ขนุ ช้างขุนแผน ตอน หนังสือเรียน หนังสอื คน้ ควา้ เพ่ิมเตมิ
ขุนช้างถวายฎกี าได้ หอ้ งสมุด และแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ ใน
3. วเิ คราะห์คุณค่าบท ประเด็นต่อไปน้ี
เสภาเรอ่ื ง ขนุ ช้างขุนแผน - ความเปน็ มาของเรื่อง
ตอนขุนช้างถวายฎีกาได้ - ประวัตผิ ้แู ต่ง
4. ถอดความคำประพันธ์ แล้วบนั ทกึ ความร้ทู ่ีได้จากการศึกษาลง
เสภาเร่ือง ขนุ ชา้ งขุนแผน ในสมดุ
ตอนขุนชา้ งถวายฎีกาได้ 2. นกั เรยี นแตล่ ะคู่กลบั เขา้ กลุ่มเดิม ผลดั
5. อธิบายความหมายของ กนั นำความรทู้ ี่ไดจ้ ากการศึกษามา
คำศัพทต์ ่างๆ ในเสภาเรือ่ ง อธิบายให้เพ่ือนอกี คู่หน่ึงฟัง ตาม
ขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอนขุน ประเดน็ ที่กำหนด ผลดั กันซักถามตาม
ชา้ งถวายฎีกาได้ ประเด็นทส่ี งสัยและผลัดกนั อธบิ ายจน
ทุกคนมคี วามเข้าใจชัดเจนตรงกนั
3. นักเรยี นแตล่ ะคนทำใบงานเร่อื ง
สรรพสารน่ารู้ ตอนขุนช้างถวายฎีกา
4.นักเรยี นแตล่ ะคนผลดั กันอธิบาย
คำตอบในใบงาน แลว้ ร่วมกันสรุปเป็น
คำตอบของกลมุ่
5. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั สรุป
ความร้ทู ีไ่ ด้จากการศกึ ษาเป็นองค์ความรู้
ของกล่มุ
6. ครสู ุ่มเรยี กนักเรียนแต่ละกลมุ่ ออกมา
นำเสนอผลงานในใบงานหน้าช้ันเรียน
ครูและเพ่อื นนักเรยี นเปน็ ผ้ตู รวจสอบ
ความถกู ต้อง และให้ข้อเสนอแนะ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 13
คร้ังที่ จำนวน ตวั ชวี้ ดั หรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้/เนอ้ื หาทส่ี อน/ สอ่ื /
แหลง่ เรียนรู้
ช่ัวโมง /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ กิจกรรมสำคัญ/ภาระงาน
7. นกั เรียนร่วมกันวเิ คราะห์คุณค่าและ
ความสำคญั ของเสภาเร่ืองขุนชา้ ง
ขนุ แผน ตอนขุนช้างถวายฎีกา ครู
ตรวจสอบความถูกต้อง เหมาะสม และ
เสนอแนะเพม่ิ เตมิ
8. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั สรปุ ความรู้
เร่ือง ประวัติความเปน็ มา และประวตั ผิ ู้
แตง่ เสภาเรอ่ื ง ขนุ ชา้ งขุนแผน ตอนขนุ
ชา้ งถวายฎกี า
9. ครแู จกบตั รคำชื่อตัวละครในเสภา
เร่อื ง ขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอนขนุ ช้างถวาย
ฎีกา ให้นกั เรยี นกลุ่มละ 1 ใบ แลว้ ให้
นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ช่วยกันบอกลักษณะ
และความสำคัญของตัวละครนัน้ ๆ เพื่อ
เปน็ การทบทวนความรู้เดิมของนักเรยี น
10. ครตู ดิ แผนภูมติ ัวอยา่ งบทประพนั ธ์
จากเสภาเรื่อง ขนุ ช้างขนุ แผน ตอนขนุ
ช้างถวายฎกี า ให้นกั เรียนดบู นกระดาน
แล้วครูใหน้ กั เรยี นชว่ ยกันถอดความบท
ประพนั ธ์ดงั กล่าว ตามความเข้าใจของ
นักเรยี น
11.ครอู ธิบายวธิ กี ารค้นหาความหมาย
ของคำศัพท์ และวธิ ีถอดความบท
ประพันธ์ เพ่ือให้นักเรยี นมีความร้คู วาม
เข้าใจมากย่ิงขึน้
12.ครใู ห้นกั เรียนแตล่ ะกลุม่ ร่วมกันอา่ น
เสภาเร่อื ง ขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอนขุนช้าง
ถวายฎกี า จากหนงั สือเรียน แล้วชว่ ยกัน
ถอดความ พร้อมทั้งหาความหมายของ
คำศัพทเ์ พมิ่ เตมิ จากหนงั สือค้นคว้า
เพิ่มเติม หอ้ งสมุด และแหลง่ ข้อมูล
สารสนเทศ
13.ครูสมุ่ นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ออกมาถอด
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 14
ครัง้ ท่ี จำนวน ตวั ช้ีวัดหรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เนือ้ หาทสี่ อน/ สื่อ /
ชั่วโมง /จดุ ประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมสำคญั /ภาระงาน แหล่งเรียนรู้
ความบทประพนั ธ์ พร้อมบอก
ความหมายของคำศัพท์ในบทที่กำหนด
ครแู ละนกั เรยี นช่วยกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ ง
14.นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ช่วยกนั ทำใบงาน
เร่อื ง รคู้ วามตามท้องเรื่อง ตอนขุนช้าง
ถวายฎกี า และทำใบงานเรื่องค้นคำไข
ความ ตอนขุนช้างถวายฎกี า แล้วครแู ละ
นกั เรียน
15. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปเนอ้ื หา
และคำศพั ทจ์ ากเสภาเร่อื ง ขุนช้าง
ขนุ แผน ตอนขุนชา้ งถวายฎกี า และนำ
ความร้ทู ่ีได้ไปประยกุ ต์
ใชใ้ นการศึกษาความรู้เสภาเร่ือง ขุนชา้ ง
ขนุ แผน ตอนขุนชา้ งถวายฎีกาตอ่ ไป
16. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอ
ผลงานในใบงานแล้วรว่ มกันเฉลยคำตอบ
ภาระงาน
1. ใบงาน
2. จดสรปุ เนือ้ หาลงในสมดุ
3. นำเสนองาน
ครัง้ ที่ 3 ตวั ช้ีวดั เนอ้ื หาทส่ี อน - Power Point
4 ท5.1 ม.4-6/3 เสภาขุนชา้ งขุนแผน ตอนขนุ ช้างถวาย - สมุดจดบันทกึ
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ฎกี า - หนังสอื เรยี น
1. อธิบายลกั ษณะทาง กจิ กรรมสำคัญ - ใบงาน
วรรณศลิ ปแ์ ละรสวรรณคดี 1. ครูติดแผนภูมิตัวอยา่ งบทประพนั ธ์ - แผนภมู ิตวั อยา่ งบทประพนั ธ์
ดา้ นตา่ งๆ ได้ เสภาเร่อื ง ขุนช้างขนุ แผน ตอนขนุ ช้าง -ห้องสมดุ
2. อธบิ ายคณุ ค่าดา้ น ถวายฎีกา ให้นกั เรยี นดู แลว้ ให้นกั เรียน
วรรณศลิ ป์และรสวรรณคดี ชว่ ยกนั วเิ คราะห์ว่า บทประพันธ์ดังกลา่ ว
จากเสภาเรอ่ื ง ขุนช้าง ใช้ภาษาอย่างไร มีความไพเราะหรือไม่
ขุนแผน ตอน ขนุ ช้างถวาย และปรากฏรสวรรณคดีอะไรบ้าง
ฎกี าได้ 2. ครสู ่มุ เรียกนักเรียนตอบเป็นรายกลุ่ม
ครแู ละเพื่อนนักเรียนชว่ ยกันตรวจสอบ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 15
คร้ังที่ จำนวน ตวั ชวี้ ดั หรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เนอ้ื หาท่สี อน/ สอ่ื /
แหลง่ เรียนรู้
ช่ัวโมง /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ กจิ กรรมสำคญั /ภาระงาน
ความถกู ตอ้ ง และใหข้ ้อเสนอแนะ
จากนน้ั ใหน้ ักเรียนตอบคำถามกระตนุ้
ความคดิ
3. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั วางแผน
และกำหนดขอบเขต
ในการศึกษาความรู้ในด้านวรรณศลิ ป์
จากเสภาเร่ือง ขุนชา้ งขุนแผน ตอนขุน
ช้างถวายฎกี า
2. นักเรยี นแบ่งกลุ่ม แตล่ ะกลุม่ ศึกษา
ความร้ตู ามแผนท่ไี ดว้ างไว้ จากหนงั สอื
เรยี น หนังสือคน้ คว้าเพมิ่ เติม และ
แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
3. ครสู มุ่ นักเรียนอธิบายคณุ คา่
วรรณศิลปแ์ ละรสวรรณคดีของเสภา
เรื่อง ขุนช้างขนุ แผน ตอนขนุ ช้างถวาย
ฎีกา ตามทีก่ ำหนดเปน็ รายกลุ่ม ครแู ละ
นกั เรียนร่วมกนั ตรวจสอบความถูกต้อง
และให้ข้อเสนอแนะ
4. นกั เรียนแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั ทำใบงาน
เรื่องศิลป์และรสแหง่ ภาษา ตอนขุนชา้ ง
ถวายฎีกา เสร็จแลว้ ครูและนักเรียน
ช่วยกันเฉลยคำตอบในใบงาน
5. นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั สรปุ ความรู้
เร่ือง วรรณศิลป์และรสวรรณคดขี อง
เสภาเรอ่ื ง ขนุ ชา้ งขนุ แผน ตอนขนุ ช้าง
ถวายฎกี า
6. ครปู ระเมนิ ผลนกั เรียนจากการทำใบ
งาน
ภาระงาน
1. ใบงาน
2. จดสรปุ เน้อื หาลงในสมุด
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 16
คร้ังที่ จำนวน ตวั ชีว้ ัดหรือผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้/เนอื้ หาท่ีสอน/ สอื่ /
ช่วั โมง /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมสำคัญ/ภาระงาน แหลง่ เรียนรู้
ครง้ั ที่ 2 ตวั ชวี้ ัด เน้อื หาทส่ี อน - สมดุ จดบันทกึ
5 ท5.1 ม.4-6/2 เสภาขนุ ชา้ งขุนแผน ตอนขุนช้างถวาย - หนงั สือเรยี น
ท5.1 ม.4-6/4 ฎีกา - ใบงาน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ กจิ กรรมสำคญั - หอ้ งสมดุ
1. อธบิ ายคณุ ค่าดา้ นสังคม 1. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สนทนา
จากเสภาเรอ่ื ง ขุนชา้ ง เกีย่ วกับเสภาเรอ่ื ง ขุนชา้ งขุนแผน ตอน
ขุนแผน ตอนขุนชา้ งถวาย ขนุ ชา้ งถวายฎกี า เพ่ือทบทวนความรู้เดมิ
ฎกี า ได้ ของนักเรยี น
2. สังเคราะหค์ วามรู้เชงิ 2. นกั เรียนแบง่ กลมุ่ แต่ละกลุ่ม ร่วมกัน
สังคมและวฒั นธรรมจาก แสดงความคิดเห็นในประเดน็ ตอ่ ไปนี้
เสภาเรอ่ื ง ขุนชา้ งขนุ แผน -นักเรยี นประทับใจตัวละครตัวใดใน
ตอนขนุ ชา้ งถวายฎกี า มา เสภาเร่ือง ขุนช้างขนุ แผน ตอนขุนชา้ ง
เทยี บเคยี งกับสังคมยุค ถวายฎีกา
ปัจจุบันได้ -นักเรียนคดิ ว่า การกระทำของตัว
3. สังเคราะห์ข้อคดิ จาก ละครใดในเสภาเรื่อง ขนุ ช้างขุนแผน
เสภาเรอื่ ง ขุนชา้ งขุนแผน สามารถนำไปเปน็ แบบอยา่ งในการ
ตอนขุนช้างถวายฎกี า เพื่อ ดำเนนิ ชวี ิตได้ เพราะเหตใุ ด
นำไปประยุกต์ใชใ้ นชวี ิต โดยครูคอยกระตุ้นใหน้ กั เรยี นทุกคนมี
จรงิ ได้ สว่ นรว่ มในการตอบคำถาม
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มจับคู่กันเปน็ 2 คู่
ใหแ้ ต่ละคู่รว่ มกันศึกษาความรเู้ รื่อง
คุณคา่ และข้อคิดจากเสภาเรอื่ ง ขนุ ชา้ ง
ขุนแผน ตอนขนุ ช้างถวายฎกี า จาก
หนงั สือเรียน หนังสือคน้ ควา้ เพมิ่ เติม
หอ้ งสมดุ และแหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ
แล้วรว่ มกันสรุปสาระสำคัญ
2. นักเรยี นแต่ละคนทำใบงานเร่ือง วถิ ี
ไทย ตอนขนุ ชา้ งถวายฎกี า เสรจ็ แลว้
ร่วมกันอภิปรายคำตอบในใบงาน ผลดั
กนั ซกั ถามข้อสงสัย และผลดั กนั อธิบาย
จนมคี วามเข้าใจชัดเจน
3. นกั เรียนแตล่ ะคู่รวมกลุ่มเดิมผลดั กนั
อภปิ รายคำตอบในใบงาน ให้เพ่ือนอีกคู่
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 17
ครัง้ ท่ี จำนวน ตวั ชว้ี ัดหรือผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้/เนือ้ หาที่สอน/ ส่อื /
ชั่วโมง /จดุ ประสงค์การเรียนรู้ กจิ กรรมสำคญั /ภาระงาน แหล่งเรยี นรู้
หนึง่ ฟงั ผลดั กนั ซักถามข้อสงสยั แล้วสรุป
เปน็ คำตอบของกลุ่ม
4. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ สง่ ตวั แทนออกมา
นำเสนอผลงานในใบงาน ที่หนา้ ช้ันเรียน
โดยครแู ละเพื่อนกล่มุ อืน่ ร่วมกนั
ตรวจสอบความถูกต้องและให้
ขอ้ เสนอแนะ
5. ครใู ห้นักเรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกันทำใบ
งานเรอื่ งแง่งามความคดิ ตอนขนุ ช้าง
ถวายฎีกา เม่อื ทำเสร็จช่วยกนั ตรวจสอบ
ความถูกต้อง เสร็จแล้วนำสง่ ครผู สู้ อน
6. นกั เรียนร่วมกันสรุปความรู้เร่อื ง
คุณค่าและข้อคิดจากเสภาเรื่อง
ขุนช้างขุนแผน ตอนขนุ ชา้ งถวายฎกี า
ภาระงาน
1. ใบงาน
2. จดสรุปเนือ้ หาลงในสมดุ
3. นำเสนองาน
ครัง้ ท่ี 2 ตัวช้ีวัด เน้อื หาท่ีสอน - สมุดจดบันทึก
6 ท5.1 ม.4-6/1 สามก๊กตอนกวนอูรับราชการกบั โจโฉ - หนังสือเรยี น
จุดประสงค์การเรยี นรู้ กิจกรรมสำคัญ - หนงั สือค้นคว้าเพม่ิ เตมิ
1. อธบิ ายประวตั คิ วาม 1. นกั เรียนดภู าพยนตร์เร่ือง สามกก๊ (ครู - ใบงาน
เป็นมาของเร่อื ง สามก๊ก เลือกเฉพาะตอนทเ่ี กีย่ วข้องกับเนือ้ หาท่ี - ภาพยนตรเ์ ร่อื ง สามก๊ก
ตอนกวนอูไปรับราชการ เรยี น) แลว้ ให้นักเรยี นตอบคำถาม - บัตรคำชอื่ ตวั ละคร
กบั โจโฉได้ ต่อไปนี้ - ห้องสมุด
2. บอกประวตั ิผแู้ ต่งเรื่อง - ตวั ละครท่ีปรากฏในเรื่องคอื ใคร
สามกก๊ ตอนกวนอูไปรบั และมีความสำคญั อย่างไร
ราชการกับโจโฉได้ - ตวั ละครทีอ่ ยฝู่ ่ายเดยี วกันแบง่
3. วเิ คราะห์ลักษณะคำ ออกเป็นกี่ฝ่าย ประกอบดว้ ย ใครบา้ ง
ประพนั ธข์ องเรื่องสามกก๊ 2. ครใู ห้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มกำหนด
ได้ หมายเลขประจำตวั 1-4 ตามลำดับ
4. สรปุ เนอ้ื หาเร่อื ง สาม แลว้ ให้นกั เรยี นศึกษาความรูเ้ ร่ือง สาม
ก๊ก ตอนกวนอูไปรบั กก๊ ตอนกวนอูไปรับราชการกับโจโฉ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 18
คร้งั ท่ี จำนวน ตัวชว้ี ัดหรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้/เน้ือหาทส่ี อน/ สื่อ /
แหล่งเรียนรู้
ช่ัวโมง /จดุ ประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมสำคัญ/ภาระงาน
ราชการกับโจโฉได้ จากหนังสอื เรียน หนังสือค้นควา้ เพิ่มเติม
5. อธบิ ายความหมายของ ห้องสมดุ และแหล่งข้อมลู สารสนเทศ
คำศัพท์และสำนวนตา่ งๆ ตามประเด็นที่กำหนดให้ ดังนี้
ในเรื่อง สามก๊ก ตอนกวน - หมายเลข 1 เรอื่ ง ความ เป็นมา
อไู ปรับราชการกบั โจโฉได้
6. วิเคราะห์คุณคา่ ด้าน - หมายเลข 2 เรื่อง ประวตั ิผู้แต่ง
เน้ือหาของเรื่อง สามก๊ก - หมายเลข 3 เรือ่ ง ลักษณะคำ
ตอนกวนอูไปรับราชการ ประพันธ์
กบั โจโฉได้ - หมายเลข 4 เรอ่ื ง เร่ืองยอ่
แล้วบนั ทึกความรทู้ ี่ไดจ้ ากการศกึ ษาลง
ในสมุด
3. นักเรยี นแตล่ ะคนนำความรู้ทีไ่ ดจ้ าก
การศกึ ษามาเลา่ ให้เพ่ือนในกล่มุ ฟังแบบ
เล่าเรอื่ งรอบวง เรยี งตามลำดับหมายเลข
1-4 ผลัดกนั ซักถามข้อสงสัย และ
ชว่ ยกันอธบิ ายจนทกุ คนมีความเข้าใจ
ชัดเจนตรงกัน
4. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอ
ผลการศกึ ษาความร้ทู ี่หนา้ ชน้ั เรียน โดย
ครแู ละเพอ่ื นกลุ่มอื่นรว่ มกนั ตรวจสอบ
ความถกู ตอ้ งและเสนอแนะเพ่ิมเตมิ
5. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกันทำใบงาน
เรือ่ ง รจู้ กั สามกก๊ ชว่ ยกันตรวจสอบ
ความถูกต้อง และเติมเต็มคำตอบให้
สมบูรณ์
6. ครสู ุ่มเรียกนักเรยี น 2-3 กล่มุ ออกมา
เฉลยคำตอบในใบงาน แลว้ ให้นกั เรียน
กล่มุ ที่มีความเหน็ แตกตา่ งกันไปได้
นำเสนอเพ่ิมเติม
7. ครูและนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้
เร่ือง สามก๊ก ตอนกวนอูไปรบั ราชการ
กับโจโฉ
8. ครแู จกบตั รคำชื่อตัวละครในเร่ือง
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 19
ครั้งที่ จำนวน ตวั ช้วี ดั หรอื ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เนื้อหาทสี่ อน/ สอ่ื /
แหลง่ เรียนรู้
ชั่วโมง /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมสำคัญ/ภาระงาน
สามกก๊ ใหน้ ักเรยี นกล่มุ ละ 1-2 ใบ แล้ว
ให้นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มช่วยกันพิจารณา
บัตรคำท่ีไดว้ ่า ตัวละครดังกลา่ วอยู่ในก๊ก
ใด แล้วนำมาตดิ บนกระดานใหถ้ ูกต้อง
9. ครแู ละนกั เรียนร่วมกันตรวจสอบ
ความถูกตอ้ งของการจัดกก๊ ตวั ละครหาก
ผดิ ใหช้ ่วยกันแก้ไขใหถ้ ูกตอ้ ง
10. นกั เรยี นแตล่ ะคนศึกษาความรู้เร่ือง
สามก๊ก ตอน กวนอูไปรับราชการกับโจ
โฉ จากหนงั สอื เรยี น พร้อมหา
ความหมายของคำศัพท์ และสำนวน
ต่างๆ ทปี่ รากฏในเรื่อง จากหนังสอื
ค้นคว้าเพ่ิมเตมิ ห้องสมดุ และ
แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
11. นักเรยี นแตล่ ะคนกลับมารวมกลมุ่
ผลัดกันอธิบายความรู้ทไี่ ดจ้ ากการศึกษา
ให้เพื่อนในกลุม่ ฟงั แล้วซักถามข้อสงสยั
และอธิบายจนทุกคนในกล่มุ มีความ
เข้าใจชดั เจนตรงกัน
12.นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอ
ผลการศึกษา พร้อมทงั้ ความหมายของ
คำศัพท์ และสำนวนทปี่ รากฏในเร่ืองที่
หน้าชั้นเรียน โดยให้นกั เรยี นกลมุ่ อื่นๆ
เป็นผู้ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และจด
บันทกึ ความหมายของคำศัพท์ และ
สำนวนต่างๆ เพือ่ ไว้ทบทวนความรู้
13. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกันทำใบงาน
เรอื่ ง อ่านความตามเรื่อง ตอนกวนอไู ป
รับราชการกบั โจโฉ และใบงาน เรอ่ื งรู้
คำ-สำนวน ตอนกวนอูไปรบั ราชการ
กับโจโฉ
14. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอ
ผลงานในใบงานหนา้ ชัน้ เรยี น โดยครู
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 20
คร้งั ท่ี จำนวน ตัวชีว้ ัดหรือผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้/เนอื้ หาที่สอน/ ส่ือ /
ช่วั โมง /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ กิจกรรมสำคัญ/ภาระงาน แหล่งเรยี นรู้
และเพ่ือนนกั เรียนช่วยกันตรวจสอบ
ความ ถกู ต้องและใหข้ ้อเสนอแนะ
15.ครูและนักเรยี นรว่ มกันสรปุ เน้ือหา
คำศัพท์ และสำนวนจากเร่ือง
สามก๊ก ตอนกวนอูไปรบั ราชการกับโจโฉ
ภาระงาน
1. ใบงาน
2. จดสรุปเนอื้ หาลงในสมดุ
3. นำเสนองาน
คร้งั ที่ 2 ตวั ช้ีวัด เนือ้ หาที่สอน - หนงั สือเรียน
7 ท5.1 ม.4-6/3 สามกก๊ ตอนกวนอูรับราชการกบั โจโฉ - หนงั สอื ค้นควา้ เพิ่มเติม
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ กิจกรรมสำคัญ - ใบงาน
1. อธบิ ายลักษณะของ 1. นกั เรยี นรวมกลุ่ม แต่ละกลุ่ม - ห้องสมุด
โวหารประเภทตา่ งๆ ใน ยกตัวอยา่ งบทประพนั ธ์เรอื่ ง สามกก๊
เร่อื งสามก๊ก ตอนกวนอูไป ตอนกวนอูไปรับราชการกบั โจโฉ ตอนที่
รบั ราชการกบั โจโฉได้ ตนเองชน่ื ชอบหรือสนใจ จากนัน้ ชว่ ยกัน
2. อธบิ ายการใชภ้ าษาและ วเิ คราะหว์ า่ บทประพันธด์ งั กลา่ วใช้
โวหารในเร่ืองสามก๊ก ตอน โวหารประเภทใด และมีการใช้ภาษา
กวนอูไปรับราชการกับโจ ดเี ดน่ อย่างไร
โฉได้ 2. ครแู ละนักเรียนร่วมกนั วเิ คราะห์
ลักษณะของโวหารและการใชภ้ าษาใน
บทประพันธ์ดงั กลา่ ว เพ่ือนำเข้าสู่
บทเรยี นเก่ยี วกบั ภาษาและโวหารใน
เรอ่ื ง สามก๊ก ตอนกวนอูไปรับราชการ
กบั โจโฉ
3. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มรว่ มกันศกึ ษา
ความรู้เก่ยี วกบั คุณค่า
ดา้ นวรรณศลิ ป์ การใชภ้ าษาและโวหาร
ของเร่ือง สามกก๊ ตอนกวนอูไปรบั
ราชการกบั โจโฉ จากหนังสอื เรียน
หนงั สอื ค้นควา้ เพ่มิ เติม หอ้ งสมดุ และ
แหล่งขอ้ มูลสารสนเทศ
4. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ ส่งตวั แทนออกมา
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 21
คร้งั ที่ จำนวน ตัวช้ีวัดหรอื ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เนอ้ื หาท่ีสอน/ ส่ือ /
ชั่วโมง /จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ กจิ กรรมสำคญั /ภาระงาน แหลง่ เรยี นรู้
นำเสนอผลการศึกษาหนา้ ชน้ั เรียน โดย
ใหน้ ักเรยี นกลมุ่ อน่ื ไดน้ ำเสนอเพิ่มเติมใน
ส่วนทแ่ี ตกตา่ งกนั ออกไป
5. นักเรียนรว่ มกันสรุปความรู้เกย่ี วกบั
คุณคา่ ด้านวรรณศิลปก์ ารใช้ภาษา
และโวหารของเรื่อง สามกก๊ ตอนกวนอู
ไปรบั ราชการกบั โจโฉ
6. นักเรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกนั ทำใบงาน
เรือ่ ง ศิลป์แหง่ โวหาร ตอนกวนอูไปรับ
ราชการกบั โจโฉ
7. ครแู ละนกั เรยี นชว่ ยกันเฉลยคำตอบ
ในใบงาน
ภาระงาน
1. ใบงาน
2. จดสรุปเนื้อหาลงในสมุด
3. นำเสนองาน
คร้ังที่ 2 ตวั ชว้ี ัด เนอื้ หาทีส่ อน - หนงั สือเรียน
8 ท5.1 ม.4-6/2 สามก๊กตอนกวนอูรับราชการกบั โจโฉ - หนงั สือคน้ คว้าเพิม่ เตมิ
ท5.1 ม.4-6/4 กจิ กรรมสำคญั - ใบงาน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกีย่ วกับความรู้ - ห้องสมุด
1. วเิ คราะห์คณุ คา่ ด้าน และวัฒนธรรมจีนดา้ นตา่ งๆ
ด้านสังคมจากเร่อื ง สาม ทีป่ รากฏในลกั ษณะตวั ละครและขอ้ คดิ ที่
กก๊ ตอนกวนอูไปรบั ได้จากเร่ือง สามก๊กตอนกวนอูไปรบั
ราชการกบั โจโฉ ได้ ราชการกบั โจโฉ โดยใหน้ กั เรยี นแสดง
2. สังเคราะหค์ วามรเู้ ชงิ ความคิดเห็นวา่ ประทบั ใจหรือไม่
สังคมและวฒั นธรรมจาก ประทับใจตัวละครใดในเรอื่ ง ลกั ษณะ
เรือ่ ง สามก๊ก ตอนกวนอู และบทบาทของตัวละครในเรื่องสะทอ้ น
ไปรบั ราชการกบั โจโฉ มา ข้อคิด เพ่ือนำไปใชใ้ นการดำเนนิ ชวี ิต
เทียบเคยี ง กับสังคมยคุ อย่างไรบ้าง
ปัจจุบนั ได้ 2. นักเรียนแต่ละกล่มุ จับคู่กันเป็น 2 คู่
3. สงั เคราะห์ข้อคิดจาก แลว้ ให้แต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศึกษาความรู้
เร่ือง สามก๊ก ตอนกวนอู เกีย่ วกับคุณคา่ และข้อคดิ จากเรือ่ ง สาม
ไปรับราชการกบั โจโฉ เพื่อ กก๊ ตอนกวนอูไปรับราชการกับโจโฉ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 22
ครั้งท่ี จำนวน ตวั ชีว้ ดั หรือผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้/เนอ้ื หาที่สอน/ ส่อื /
แหลง่ เรยี นรู้
ช่วั โมง /จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมสำคญั /ภาระงาน
นำไปประยุกตใ์ ช้ในชีวิตได้ จากหนงั สอื เรียน หนงั สือคน้ คว้าเพิม่ เตมิ
ห้องสมุด และแหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
3. นกั เรยี นแตล่ ะค่นู ำความรู้ที่ไดจ้ าก
การศึกษามาเปน็ พื้นฐานในการ ทำใบ
งาน ดงั น้ี
- คทู่ ่ี 1 ทำใบงานเรื่อง แง่งามความรู้
และวฒั นธรรมตอนกวนอูไปรับราชการ
กบั โจโฉ
- คู่ท่ี 2 ทำใบงานเร่อื ง พินิจสารอ่าน
ชีวิต ตอนกวนอูไปรบั ราชการกบั โจโฉ
4. นกั เรียนแตล่ ะคูน่ ำความรู้ทีไ่ ด้จาก
การศกึ ษาและการทำใบงาน
มาผลดั กนั อภิปรายให้เพื่อนในกลมุ่ ฟงั
ผลัดกันซกั ถามข้อสงสัยและผลัดกัน
อภปิ รายจนทกุ คนมีความเขา้ ใจชัดเจน
ตรงกนั
5. ครูสมุ่ เรียกนักเรียนใหเ้ ฉลยคำตอบใน
ใบงาน เป็นรายกลุ่ม แลว้ ให้กลุม่ อื่นได้
นำเสนอเพ่ิมเติม
6. ครแู ละนกั เรียนร่วมกนั สรุปความรู้
เรื่อง คณุ ค่าและข้อคดิ จากเร่ือง สามก๊ก
ตอนกวนอูไปรับราชการกบั โจโฉ
ภาระงาน
1. ใบงาน
2. จดสรปุ เนือ้ หาลงในสมดุ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 23
คร้งั ท่ี จำนวน ตวั ชี้วดั หรอื ผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้/เนือ้ หาทสี่ อน/ ส่ือ /
ช่วั โมง /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมสำคัญ/ภาระงาน แหลง่ เรียนรู้
ครัง้ ท่ี 4 ตัวชี้วดั เน้ือหาทส่ี อน - หนังสอื เรยี น
9 ท5.1 ม.4-6/5 วรรณกรรมพ้นื บ้าน - หนงั สือคน้ คว้าเพิ่มเติม
จุดประสงค์การเรยี นรู้ กิจกรรมสำคัญ - รายงาน
1. บอกความหมาย และ 1. นกั เรยี นฟงั ตัวอย่างเพลงกล่อมเดก็ - หอ้ งสมุด
ลักษณะของวรรณกรรม ประจำถ่นิ ทโี่ รงเรยี นต้ังอยู่ แล้วให้
ท้องถนิ่ นกั เรียนช่วยกันถอดความหมายของบท
2. อธิบายคุณค่าใน เพลง
การศกึ ษาวรรณกรรม 2. นกั เรยี นศกึ ษาเรื่อง การวเิ คราะห์
ทอ้ งถิน่ ได้ วรรณกรรมท้องถนิ่ จากหนงั สือเรยี นวิชา
ภาษาไทย
3. นักเรียนสรุปความรทู้ ี่ได้รับและ
บนั ทึกลงสมดุ
4. ครมู อบหมายให้นกั เรยี นแตล่ ะคน
กลบั ไปสอบถามพ่อแม่ หรือผู้ปกครองว่า
สมยั เมอื่ นักเรียนเปน็ เด็ก คุณพ่อ คุณแม่
หรือผปู้ กครองใช้บทเพลงใดบ้างในการ
เห่กลอ่ มนักเรยี นให้นอนหลบั หากเปน็
เพลงกล่อมเด็กพ้ืนบา้ นให้นักเรียนเขียน
บนั ทกึ เน้ือเพลงมาด้วย
5. นักเรียนถา่ ยทอดประสบการณ์จาก
การไปสอบถามคุณพ่อ คุณแม่ หรอื
ผปู้ กครองเก่ยี วกบั เพลงกล่อมเด็กทใี่ ช้เห่
กลอ่ มนักเรียนสมัยเป็นเด็ก หากเปน็
เพลงกล่อมเด็กพนื้ บา้ น ให้นักเรียน
ออกมาเขียนเน้ือเพลงบนกระดาน และ
ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั วเิ คราะหบ์ ทเพลง
6. นักเรยี นแบ่งกล่มุ 4 คน แลว้ ศกึ ษา
คน้ ควา้ เกย่ี วกบั เพลงกล่อมเด็กพื้นบา้ น
ประจำถิ่นท่ีนักเรียนอาศยั อยู่ หรือ
ประจำภูมิภาคทีน่ ักเรียนอาศัยอย่กู ็ได้
กล่มุ ละ 2 เพลง โดยใหน้ ักเรยี นศกึ ษา
จากหอ้ งสมุด แหล่งการเรียนรูช้ ุมชน
หรอื ชาวบา้ นในท้องถ่นิ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 24
คร้ังที่ จำนวน ตวั ชวี้ ดั หรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้/เนื้อหาท่ีสอน/ สอ่ื /
แหลง่ เรียนรู้
ช่ัวโมง /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ กิจกรรมสำคัญ/ภาระงาน
7. นกั เรียนนำบทเพลงทีค่ น้ ควา้ ไดม้ า
ศกึ ษาวิเคราะห์ความหมายของเพลง
และพจิ ารณาวา่ บทเพลงน้นั ๆสะทอ้ น
ภาพความคดิ สังคม หรอื วถิ ชี ีวติ ของคน
ไทยสมัยก่อนอยา่ งไรบ้าง
8. นกั เรยี นเขียนเรยี บเรียงการศกึ ษา
ค้นคว้าเพื่อส่งผลงานแกค่ รผู ้สู อน
9. นกั เรียนเตรียมรูปแบบการนำเสนอ
ข้อมูลให้น่าสนใจ เช่น ครอู าจแนะนำให้
มีการรอ้ งเพลงกลอ่ มเดก็ หรือ
บันทึกเสียงผู้ที่สามารถรอ้ งเพลงกลอ่ ม
เดก็ นน้ั ๆได้มาถ่ายทอดใหเ้ พื่อนนักเรียน
ฟัง
10. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำเสนอรายงาน
ทห่ี นา้ ช้ันเรียน
11. นักเรียนรว่ มกนั อภิปรายถงึ
ความสำคญั ของวรรณกรรมท้องถ่ิน
ซ่ึงเปน็ ภูมิปญั ญาไทย โดยวเิ คราะห์
บทบาทและความสำคัญของวรรณกรรม
ท้องถิน่ ในปัจจุบัน และบันทกึ สรุปผล
การอภปิ รายลงสมดุ ภาษาไทย
ภาระงาน
1. รายงาน
2. นำเสนอรายงาน
3.จดสรุปเน้ือหาลงในสมดุ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 25
ครัง้ ท่ี จำนวน ตัวช้วี ดั หรอื ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เน้อื หาท่สี อน/ สือ่ /
ชัว่ โมง /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ กจิ กรรมสำคญั /ภาระงาน แหล่งเรยี นรู้
ครั้งที่ 2 ตวั ชี้วัด เนอ้ื หาท่สี อน 1. ใบความรู้
10 ท1.1 ม.4-6/7 การเขยี น ผังความคดิ 2. ใบงาน
ท1.1 ม.4-6/9 กจิ กรรมสำคญั 3. แผนผงั ตวั ละคร
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. ครตู ดิ แผนผงั ตัวละคร เสภาเรือ่ ง ขุน 4. หอ้ งสมดุ
1. อธิบายวิธกี ารเขยี น ช้างขนุ แผน ใหน้ กั เรียนดูบนกระดาน
กรอบแนวคิดจากการอ่าน แลว้ ใหน้ ักเรียนชว่ ยกนั อธิบายเช่ือมโยง
ได้ ความสัมพนั ธข์ องตวั ละครแต่ละตวั
2. เขียนกรอบแนวคดิ หรือ 2. นกั เรยี นแบ่งกลมุ่ แต่ละกลุ่ม กำหนด
ผงั ความคดิ จากเรอื่ งทอ่ี ่าน หมายเลขประจำตวั ให้สมาชกิ แตล่ ะคน
ได้ ในกลุม่ เป็นหมายเลข 1-4 ตามลำดับ
3. มีมารยาทในการอ่าน แลว้ ใหน้ กั เรียนแต่ละหมายเลขศกึ ษา
ความรู้เรื่อง การเขยี นกรอบแนวคิดจาก
การอา่ น จากหนงั สือเรยี น หนงั สือ
คน้ คว้าเพ่ิมเตมิ ห้องสมุด และ
แหล่งข้อมลู สารสนเทศ ตามประเดน็ ที่
กำหนดให้ ดงั นี้
- หมายเลข 1 เรื่อง ความหมายและ
ความสำคัญของการเขียนกรอบแนวคดิ
- หมายเลข 2 เรือ่ งองค์ประกอบของ
การคดิ
- หมายเลข 3 ศึกษาความรเู้ ร่อื ง
กระบวนการเขียนกรอบแนวคิดจากการ
อ่าน
- หมายเลข 4 ศึกษาความรเู้ รือ่ ง
ตัวอยา่ งการสังเคราะห์ความรู้จากการ
อ่านโดยใช้กรอบแนวคดิ
แลว้ บันทกึ ความรู้ท่ีไดจ้ ากการศกึ ษาลง
ในสมุด
3. นกั เรยี นแต่ละหมายเลขนำความร้ทู ี่
ได้จากการศึกษามาอธบิ ายให้เพือ่ นใน
กลุม่ ฟัง เรียงตามลำดับหมายเลข 1-4
ผลดั กนั ซักถามหากมีข้อสงสัย และผลดั
กันอธิบายจนทุกคนมีความร้คู วามเข้าใจ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 26
คร้งั ท่ี จำนวน ตวั ช้วี ดั หรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้/เนื้อหาทสี่ อน/ สอ่ื /
ช่วั โมง /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมสำคญั /ภาระงาน แหล่งเรียนรู้
ชดั เจน
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ ร่วมกนั สรุป
ความรเู้ รอื่ ง การเขียนกรอบแนวคดิ จาก
การอา่ น ในแตล่ ะประเดน็
5. นักเรียนแต่ละกลุ่มชว่ ยกนั ทำใบงาน
เรื่อง เลา่ เรื่องเป็นภาพ และใบงานเรื่อง
สรา้ งกรอบแนวคดิ จากขอ้ มูล
6. นกั เรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันตรวจสอบ
ความถูกตอ้ งของใบงาน หากมี
ขอ้ บกพร่องใหช้ ว่ ยกนั แกไ้ ขเติมเตม็ ให้
สมบูรณ์
7. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ออกมานำเสนอ
ผลงานในใบงานหนา้ ช้ันเรยี น โดยครู
และเพ่ือนนกั เรยี นชว่ ยกันตรวจสอบ
ความถูกตอ้ งและให้ข้อเสนอแนะ
ภาระงาน
1. ทำใบงาน
2. เขียนผงั ความคดิ
3. บนั ทึกความรู้ลงในสมดุ
คร้ังที่ 3 ตวั ชวี้ ดั เนอ้ื หาทส่ี อน - หนงั สอื เรยี น
11 ท2.1 ม.4-6/1 โวหารการเขยี นและโวหารภาพพจน์ - บตั รภาพ
ท2.1 ม.4-6/8 กจิ กรรมสำคัญ - หอ้ งสมดุ
จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. ครสู ุม่ เรยี กนักเรยี น 2-3 คน ออกมา
1. อธิบายวธิ กี ารเขียน เล่าถึงวธิ ีการเดนิ ทางจากบ้านมา
โวหารประเภทต่างๆ ได้ โรงเรยี น และพบเหน็ สิง่ ใดระหว่างการ
2. เขยี นบรรยายโดยใช้ เดินทางบา้ ง เม่ือนักเรียนเล่าจบ ครูถาม
โวหารประเภทตา่ งๆ ได้ นักเรยี นวา่ เพื่อนแต่ละคนมีวิธีการเลา่
3. มมี ารยาทในการเขียน อย่างไร และเห็นภาพตามทีเ่ พ่อื นเลา่
มากน้อยเพียงใด
2. ครูนำบตั รภาพมาให้นกั เรยี นดู แล้ว
สุ่มเรยี กนกั เรียน 2 คน ออกมาบรรยาย
ภาพท่ีดใู หเ้ พือ่ นฟังตามความเข้าใจของ
ตนเอง เม่ือนกั เรียนบรรยายเสร็จแลว้ ให้
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 27
คร้งั ที่ จำนวน ตวั ชี้วัดหรือผลการเรียนรู้ สาระการเรยี นรู้/เนื้อหาทส่ี อน/ สอื่ /
แหลง่ เรยี นรู้
ชั่วโมง /จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมสำคญั /ภาระงาน
เปรียบเทียบวิธกี ารบรรยายวา่ เหมือน
หรือต่างกนั อยา่ งไร
3. นกั เรยี นเปน็ กลุ่ม กลมุ่ ละ 8 คน แต่
ละกล่มุ ชว่ ยกนั ศึกษาความรูเ้ กย่ี วกับการ
ใช้โวหารและโวหารภาพพจนจ์ าก
หนังสอื เรียน โดยจบั คู่กันศึกษาคู่ละ 1
หวั ข้อ ดังน้ี
- คู่ที่ 1 เร่ือง การเขยี นบรรยาย
โวหารและการเขียนพรรณนาโวหาร
- คู่ที่ 2 เรื่องการเขยี นเทศนาโวหาร
และการเขียนอปุ มาโวหาร
- คู่ที่ 3 เรอ่ื ง การเขียนสาธกโวหาร
- คู่ท่ี 4 เรอ่ื ง โวหารภาพพจน์
แล้วบันทกึ ความร้ทู ี่ได้จากการศึกษาลง
ในสมดุ
4. นักเรียนแตล่ ะคู่ผลดั กันอธบิ ายความรู้
ทค่ี ขู่ องตนไดศ้ ึกษามา
ใหเ้ พื่อนคูอ่ นื่ ภายในกล่มุ ฟัง แลว้ ผลัดกนั
ซกั ถามความรู้จนมีความเข้าใจชดั เจน
5. สมาชิกแต่ละคนนำความรู้ท่ไี ดศ้ ึกษา
ค้นควา้ มาเปน็ พ้นื ฐานในการทำใบงาน
เรือ่ ง จากภาพสู่ตวั อกั ษร
6. ครูส่มุ เรยี กนกั เรยี นออกมานำเสนอ
ผลงานในใบงานหนา้ ชั้นเรยี น โดยครู
ตรวจสอบความถูกตอ้ งและให้
ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ ในส่วนท่บี กพร่อง
ภาระงาน
1. ใบงาน
2. นำเสนองาน
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 28
ครั้งที่ จำนวน ตวั ชว้ี ดั หรอื ผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้/เนอื้ หาทีส่ อน/ สื่อ /
ชว่ั โมง /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมสำคญั /ภาระงาน แหล่งเรียนรู้
ครง้ั ที่ 1 ตวั ชีว้ ัด เน้อื หาท่ีสอน - หนงั สอื เรียนหลักภาษาไทย
12 ท3.1 ม.4-6/1 การสรปุ แนวคดิ และการแสดงความ ช้นั ม.6
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ คดิ เหน็ - ใบงาน
1. อธิบายวิธีการฟังและดู กิจกรรมสำคัญ
ข่าวได้ 1. ครูสนทนากบั นกั เรยี นเกยี่ วกบั
2. สรปุ แนวคิดและพดู ภาพยนตร์เร่ืองท่ีอยู่ในความสนใจใน
แสดงความคิดเห็น จาก ปจั จุบัน แลว้ สุ่มเรยี กนักเรียน 4-5 คน
การฟังและการดบู ทละคร ออกมาแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกบั แนว
ได้ ทางการฟังและดอู ย่างมปี ระสิทธิภาพ
เพอ่ื เปน็ การทบทวนความรเู้ ดิมของ
นักเรยี น
2. ครใู ห้นกั เรยี นรวมกลุ่ม กล่มุ ละ 4 คน
ให้แต่ละกลุ่มรว่ มกนั ศึกษาความร้เู รือ่ ง
แนวทางฝึกทักษะการฟังและดอู ย่างมี
ประสทิ ธิภาพ จากหนังสือเรยี น
3. นักเรยี นร่วมกันอภิปรายแนวทางฝึก
ทกั ษะการฟังและดูอยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
โดยแลกเปลยี่ นความคิดเหน็ กันภายใน
กลุม่ เพื่อตรวจสอบความเข้าใจใหถ้ กู ต้อง
ตรงกนั
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มเลอื กเร่ืองที่ฟังและ
ดใู นประเด็นท่ีสนใจ กลุ่มละ 1 เรอ่ื ง
จากแหล่งข้อมลู ต่างๆ เชน่ โทรทศั น์
วิทยุ แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ เปน็ ตน้
จากนัน้ บันทกึ ขอ้ มลู ลงในสมุด
5. นักเรียนแตล่ ะกลุ่มนำเรือ่ งที่กลมุ่
ตนเองเลือกมาทำลงในใบงานเรอ่ื ง สรปุ
สาระจากเร่ืองที่ฟังและดู
6. นกั เรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมา
นำเสนอใบงาน หนา้ ชัน้ เรียน โดยครแู ละ
เพอ่ื นกลุม่ อื่นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็
และตรวจสอบความถกู ต้อง
7. นักเรยี นรวมกลุ่มเดิมจากนั้น ครนู ำ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 29
คร้ังที่ จำนวน ตัวช้ีวดั หรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เน้ือหาท่สี อน/ สื่อ /
ชัว่ โมง /จุดประสงค์การเรียนรู้ กจิ กรรมสำคัญ/ภาระงาน แหลง่ เรียนรู้
ละครทีวีเรือ่ งท่อี ย่ใู นความสนใจของผ้ชู ม
ในขณะน้ี มาให้นักเรียนดู 1 ตอน
8. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มศกึ ษาความรเู้ รื่อง
แนวทางการประเมนิ ค่าการฟังและดู
ละคร จากหนังสือเรยี น
9. นักเรยี นแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมา
นำเสนอผลการศึกษาทหี่ น้าชน้ั เรยี น โดย
ให้นกั เรยี นกลุ่มอื่นนำเสนอเพ่ิมเติมใน
สว่ นท่ีแตกตา่ งกันออกไป แลว้ บันทกึ
ความรู้ท่ีได้จากการศึกษาลงในแบบ
บันทกึ การอา่ น
10. ครแู ละนักเรยี นร่วมกนั สรุปความรู้
เรอ่ื ง แนวทางการประเมินค่าการฟังและ
ดูละครนกั เรยี นแต่ละกลุ่มเลือกดลู ะคร
ตอนสน้ั 1 เรื่อง แลว้ รว่ มกนั ประเมินค่า
ละครท่ีดู ตามประเด็นท่กี ำหนดใหล้ งใน
ใบงานเร่อื งประเมินคา่ ละคร
11. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทน
ออกมานำเสนอใบงาน หนา้ ชั้นเรียน
โดยครแู ละนกั เรยี นกลุม่ อืน่ ร่วมกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
ครงั้ ท่ี 1 ตวั ช้วี ดั เนอ้ื หาทส่ี อน - หนงั สือเรียน
13 ท3.1 ม.4-6/2 การวเิ คราะห์แนวคดิ ภาษาและความ - ใบงาน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ น่าเชอ่ื ถอื จากเรื่องท่ีฟังและดู - โทรทศั น์
1. อธิบายวธิ กี ารประเมนิ กจิ กรรมสำคัญ - วิดีโอโฆษณา
ค่าการฟังและดโู ฆษณาได้ 1. ครเู ปดิ เพลงใหน้ ักเรียนฟงั แลว้ ส่มุ - เพลง
2.วิเคราะห์การใชภ้ าษา เรียกนกั เรยี น 4-5 คน แสดงความ
แนวคดิ และความ คดิ เหน็ เกีย่ วกบั เพลงท่ีได้ฟงั
น่าเช่ือถือของโฆษณาได้ 2. ครอู ธบิ ายให้นกั เรียนเข้าใจว่าการฟงั
3. อธบิ ายวิธกี ารประเมนิ และการดบู ทเพลงจะต้องทราบรปู แบบ
ค่าการฟงั เพลงได้ ของเพลง การใชภ้ าษาในเพลง แนวคิด
4.วิเคราะห์เพลงทีฟ่ ังใน จากการฟงั เพลง
ด้านรปู แบบ การใชภ้ าษา 3. นกั เรียนรวมกลมุ่ เพ่ือรว่ มกันศึกษา
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 30
คร้งั ท่ี จำนวน ตัวชว้ี ัดหรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เน้ือหาท่สี อน/ ส่อื /
แหล่งเรียนรู้
ช่วั โมง /จดุ ประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมสำคัญ/ภาระงาน
และแนวคิดได้ ความรูเ้ รื่อง แนวทางการประเมนิ คา่ การ
ฟงั และดูเพลง จากหนงั สือเรียน ตาม
ประเด็นท่ีกำหนด
4. นักเรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกันวางแผน
การศกึ ษาค้นคว้าความรเู้ รื่อง แนว
ทางการประเมนิ คา่ การฟังและดูเพลง
ตามประเดน็ ท่กี ำหนด
5. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ศกึ ษา
ค้นคว้าและรวบรวมข้อมลู ความรู้เร่อื ง
แนวทางการประเมนิ คา่ การฟังและดู
เพลงตามประเดน็ ที่กำหนด จากหนงั สอื
เรยี น โดยปฏิบัติตามแผนท่ีได้วางไว้
6. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสรปุ ความรู้เรอื่ ง
แนวทางการประเมินค่าการฟังและดู
เพลง ตามประเด็นที่กำหนด แลว้ ให้
ตวั แทนแต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอความรู้
หน้าชัน้ เรียน โดยครเู ปน็ ผูต้ รวจสอบ
ความถกู ต้อง
7. นกั เรยี นรวมกลมุ่ เดิมจากน้ัน ครนู ำ
ละครทวี เี ร่ืองที่อยใู่ นความสนใจของผู้ชม
ในขณะน้ี มาให้นักเรยี นดู 1 ตอน
8. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มศึกษาความร้เู ร่ือง
แนวทางการประเมนิ คา่ การฟังและดู
ละคร จากหนังสือเรียน
9. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตวั แทนออกมา
นำเสนอผลการศึกษาทห่ี นา้ ช้ันเรียน โดย
ให้นักเรยี นกลมุ่ อนื่ นำเสนอเพิ่มเติมใน
ส่วนท่แี ตกตา่ งกนั ออกไป แลว้ บนั ทกึ
ความร้ทู ่ีได้จากการศกึ ษาลงในแบบ
บนั ทกึ การอ่าน
10. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันสรปุ ความรู้
เรื่อง แนวทางการประเมนิ คา่ การฟังและ
ดลู ะครนักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ เลอื กดูละคร
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 31
คร้ังที่ จำนวน ตวั ชวี้ ดั หรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เนือ้ หาท่ีสอน/ สอื่ /
แหลง่ เรียนรู้
ช่ัวโมง /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ กจิ กรรมสำคัญ/ภาระงาน
ตอนส้ัน 1 เรื่อง แล้วร่วมกันประเมนิ คา่
ละครที่ดูลงในใน ใบงานเรื่องประเมินค่า
ละคร
11. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ สง่ ตัวแทน
ออกมานำเสนอใบงาน หนา้ ชั้นเรียน
โดยครูและนักเรยี นกลุม่ อ่นื รว่ มกนั
ตรวจสอบความถูกต้อง
12.ครูเปิดเพลงให้นกั เรยี นฟงั แลว้ สุ่ม
เรยี กนกั เรียน 4-5 คน แสดงความ
คดิ เหน็ เกีย่ วกบั เพลงที่ได้ฟัง
นักเรียนสามารถแสดงความคดิ เห็นได้
อย่างหลากหลาย
13.ครอู ธบิ ายให้นักเรียนเขา้ ใจว่าการฟัง
เพลงจะต้องทราบรูปแบบของเพลง การ
ใช้ภาษาในเพลงและ
แนวคดิ จากการฟงั เพลง
14.นักเรยี นรวมกลมุ่ เพอ่ื รว่ มกันศึกษา
ความรเู้ ร่อื ง แนวทางการประเมนิ ค่าการ
ฟังเพลง ในประเด็นท่ี
กำหนด ดงั น้ี
1) รูปแบบของเพลง
2) การใช้ภาษาในเพลง
3) แนวคดิ จากการฟังเพลง
15.นักเรียนแต่ละกลุม่ รว่ มกันวางแผน
การศกึ ษาค้นคว้าความรเู้ ร่ือง แนว
ทางการประเมนิ คา่ การฟังเพลงตาม
ประเด็นท่ีกำหนด
16. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันศึกษา
คน้ ควา้ และรวบรวมข้อมูลความรเู้ รอ่ื ง
แนวทางการประเมนิ คา่ การฟังเพลง
ตามประเดน็ ที่กำหนด จากหนังสอื เรียน
หนงั สือคน้ คว้าเพ่มิ เติม หอ้ งสมดุ และ
แหลง่ ข้อมลู สารสนเทศ และปฏิบตั ิตาม
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 32
ครั้งท่ี จำนวน ตวั ชว้ี ดั หรือผลการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้/เนือ้ หาท่ีสอน/ สอ่ื /
ชวั่ โมง /จุดประสงค์การเรียนรู้ กจิ กรรมสำคัญ/ภาระงาน แหลง่ เรยี นรู้
แผนทไ่ี ด้วางไว้
17. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ สรุปความรู้เร่ือง
แนวทางการประเมินค่าการฟังเพลง
ตามประเด็นทก่ี ำหนด แล้วให้ตัวแทนแต่
ละกล่มุ ออกมานำเสนอความรู้หน้าชัน้
เรียนโดยครูเปน็ ผู้ตรวจสอบความถูกต้อง
และบนั ทึกความรูท้ ี่ไดล้ งในสมดุ
18. นักเรียนแต่ละกลมุ่ เลอื กฟงั เพลงท่ี
ชอบ กลุม่ ละ 1 เพลง และประเมินค่า
เพลงที่ฟงั ตามประเดน็ ที่กำหนดให้ในใบ
งานเรอื่ ง ประเมินค่าบทเพลง
19. นักเรียนรว่ มกันสรปุ ความรู้เรื่อง
แนวทางการประเมินค่าการฟังและดู
เพลง โดยครูเปน็ ผตู้ รวจสอบความ
ถูกต้อง และเพมิ่ เติมในสว่ นที่บกพร่อง
ภาระงาน
1. บันทกึ ความรลู้ งในสมุด
2. ใบงาน
3. นำเสนองาน
ครั้งที่ 2 ตวั ชว้ี ดั เนอ้ื หาทีส่ อน - หนังสอื เรียน
14 ท3.1 ม.4-6/3 การประเมินเรือ่ งท่ีฟังและดู - โฆษณา
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ กจิ กรรมสำคัญ - เพลง
1. อธบิ ายความหมายและ 1. นักเรียนดูตวั อย่างโฆษณา จากนัน้ ครู - ใบงาน
แนวทางฝกึ ทักษะการฟัง สุ่มเรียกนกั เรียน 4-5 คน แสดงความ
และดูอย่างมีประสทิ ธภิ าพ คิดเหน็ เก่ยี วกบั โฆษณาท่ีดู
ได้ 2. นักเรียนรวมกล่มุ แตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั
2. อธิบายแนวทางการ ศกึ ษาความรู้เรือ่ ง แนวทางการประเมิน
ประเมินค่าเรื่องทีฟ่ ังและดู ค่าการฟงั และดโู ฆษณา จากหนงั สือ
ได้ เรยี น ตามประเดน็ ท่กี ำหนด
3. ประเมินคา่ เรื่องที่ฟงั 3. ครอู ธิบายความรู้เร่ือง แนวทางการ
และดูตามแนวทางการ ประเมนิ ค่าการฟงั และดูโฆษณา เพ่ือให้
ประเมนิ ค่าเรอ่ื งทีฟ่ ังและดู นกั เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจชดั เจนมาก
ได้ ยงิ่ ขน้ึ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 33
ครั้งที่ จำนวน ตวั ชว้ี ดั หรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เนือ้ หาทสี่ อน/ ส่ือ /
แหล่งเรียนรู้
ชั่วโมง /จุดประสงค์การเรียนรู้ กิจกรรมสำคัญ/ภาระงาน
5. นักเรียนแตล่ ะกลุม่ ฟังและดโู ฆษณา
ตา่ งๆ ทส่ี นใจ แลว้ ประเมนิ ค่าการฟัง
และดโู ฆษณาลงในใบงานเร่อื ง ประเมนิ
ค่าโฆษณา
6. นักเรียนแต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมา
นำเสนอใบงาน หน้าชนั้ เรยี น
7.ครสู นทนากบั นักเรียนเก่ยี วกบั
เหตุการณบ์ า้ นเมืองหรอื เรื่องราวต่างๆ
แลว้ ถามนกั เรยี นวา่ มแี นวทางในการ
ประเมนิ ค่าเร่ืองท่ีฟังและดูอย่างไร
8.ครูสุ่มเรยี กนกั เรยี น ๔-๕ คน ออกมา
แสดงความคิดเห็นหน้าชั้นเรยี น
9.นกั เรียนรวมกลมุ่ แต่ละกลมุ่ ร่วมกนั
ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง แนวทางการ
ประเมนิ ค่าเร่ืองท่ฟี ังและดู จากหนงั สือ
เรียน
10.ครูอธิบายแนวทางการประเมนิ ค่า
เร่ืองท่ีฟงั และดู พร้อมยกตวั อยา่ ง
ประกอบการอธิบาย
11.นกั เรยี นเลอื กฟังและดรู ายการท่ี
กำหนดให้ดงั ต่อไปน้ีแลว้ ประเมนิ คา่ เรอื่ ง
ที่ฟงั และดู
- ภตั ตาคารบา้ นทุง่ ทาง ไทพบี เี อส
- ละครบ้านน้ีมีรัก ทางโมเดิร์นไนน์ทวี ี
3) เรอ่ื งเลา่ เชา้ นี้ ทาง ช่อง ๓
12.นกั เรยี นแตล่ ะคนทำใบงานเร่อื ง แนว
ทางการประเมนิ ค่าเรือ่ งที่ฟังและดู เมอื่
ทำเสรจ็ แลว้ ใหน้ ักเรียนจบั คู่กับเพือ่ นใน
กล่มุ ผลัดกนั อภิปรายคำตอบของตนเอง
ให้คูข่ องตนฟัง
13. ครูสุ่มเรียกนักเรยี นแต่ละคอู่ อกมา
นำเสนอใบงาน แล้วรว่ มกนั เฉลยคำตอบ
ในใบงาน
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 34
ครง้ั ท่ี จำนวน ตวั ชว้ี ัดหรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เน้ือหาท่สี อน/ สอ่ื /
ช่วั โมง /จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ กจิ กรรมสำคญั /ภาระงาน แหลง่ เรยี นรู้
14. ครแู ละนักเรียนรว่ มกันสรุปความรู้
เรอ่ื ง แนวทางการประเมนิ คา่ เรือ่ งที่ฟัง
และดู
ภาระงาน
1. ใบงาน
2. นำเสนองาน
3. บันทกึ ความรู้ลงในสมดุ
คร้งั ท่ี 2 ตัวชวี้ ดั เนือ้ หาทส่ี อน - หนังสือเรียนหลกั ภาษาไทย
15 ท4.1 ม.4-6/3 ระดบั ภาษา ชน้ั ม.6
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ กจิ กรรมสำคญั -อนิ เตอร์เน็ต
1. อธบิ ายระดับภาษาและ 1. ครยู กตวั อย่างสถานการณ์ตา่ งๆ -ใบความงาน
การใชภ้ าษาท่ีถูกต้องและ เกยี่ วกบั การคยุ ผ่านชอ่ งทางการ
เหมาะสมได้ ตดิ ตอ่ สื่อสารต่างๆ เช่น การคุยผา่ น
2. ใชภ้ าษาได้เหมาะสมกับ เฟซบุ๊ก หรือไลน์ แลว้ ส่มุ เรียกนกั เรียน
สมั พนั ธภาพของบุคคล 3-5 คน ออกมาแสดงความคิดเห็น
และกาลเทศะ 2. นักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละ
3. ใชค้ ำราชาศพั ท์ได้อย่าง กันตามความสามารถ จากนัน้ ให้แต่ละ
เหมาะสม กลุ่มรว่ มกนั ศึกษาความรทู้ ี่กำหนดให้
3. นกั เรียนแต่ละกลุ่มชว่ ยกันทำใบงาน
เร่ือง วเิ คราะหร์ ะดับภาษา
4. นักเรียนแต่ละกลุ่มค้นคว้าตัวอย่าง
การใช้ภาษาระดับต่างๆ ได้แก่ ภาษา
แบบแผน ภาษากงึ่ แบบแผน และภาษา
ไมเ่ ป็นแบบแผน อย่างละ 3 ตัวอยา่ ง
แล้วนำข้อมูลมาบนั ทกึ ลงในใบงานเรื่อง
ระดบั ภาษาในสงั คมไทย
5. นกั เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอใบงาน
หนา้ ช้นั เรยี น ครูและเพื่อนกลุ่มอื่น
ร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
ภาระงาน
1.ใบงาน
2. นำเสนอใบงาน
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 35
คร้งั ที่ จำนวน ตัวช้วี ัดหรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้/เนอ้ื หาทีส่ อน/ ส่ือ /
ช่วั โมง /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ กิจกรรมสำคัญ/ภาระงาน แหล่งเรียนรู้
ครั้งที่ 3 ตวั ช้วี ดั เนอื้ หาท่สี อน - หนงั สอื เรียน
16 ท4.1 ม.4-6/5 อทิ ธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษา - ใบงาน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ถน่ิ -หอ้ งสมุด
1. อธิบายลักษณะคำยืม กจิ กรรมสำคัญ
ภาษาต่างประเทศใน 1. ครสู นทนากบั นักเรยี นเก่ียวกบั คำ
ภาษาไทยได้ ภาษาตา่ งประเทศและให้นักเรยี นแตล่ ะ
2. วเิ คราะหอ์ ทิ ธิพล คนยกตวั อย่างภาษาต่างประเทศที่ร้จู กั
ภาษาต่างประเทศใน คนละ 1 คำ
ภาษาไทยได้ 2. ครอู ธบิ ายการยมื คำ
3. วิเคราะหอ์ ิทธิพลของ ภาษาต่างประเทศท่มี ีอยูใ่ นภาษาไทยว่า
ภาษาถ่ินได้ มีลกั ษณะอย่างไร
3. นกั เรยี นรวมกลมุ่ แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั
ศึกษาความรู้เร่อื ง อิทธิพลของ
ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย ตาม
หัวข้อทก่ี ำหนดให้
4. นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ผลดั กนั อธิบาย
ความรู้ทีต่ นได้ศึกษามาให้เพื่อนในกลุ่ม
ฟงั จนทุกคนมีความเขา้ ใจชัดเจน
5. นกั เรียนแต่ละคนรวบรวมคำศัพท์ที่
นกั เรยี นใช้ฟงั พูด อ่าน และเขียน พรอ้ ม
ทั้งบอกความหมายทเี่ ปน็ คำยืมมาจาก
ภาษาตา่ งประเทศ ภาษาละ 10 คำ
6. นักเรียนแต่ละคนนำคำศัพท์ที่
รวบรวมมาสนทนาแลกเปล่ียนเรยี นรู้
ภายในกลุม่ แลว้ ชว่ ยกนั สรปุ เป็นผลงาน
ของกล่มุ
7. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มร่วมกันสรปุ ความรู้
เรอ่ื ง อิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศใน
ภาษาไทย
8. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานที่
หนา้ ชัน้ เรียน ครูและนกั เรยี นรว่ มกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
9. ครใู หน้ ักเรยี นนำความรูเ้ ก่ียวกับระดบั
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 36
ครั้งที่ จำนวน ตัวชีว้ ัดหรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เน้ือหาทส่ี อน/ สื่อ /
ชว่ั โมง /จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กจิ กรรมสำคัญ/ภาระงาน แหล่งเรยี นรู้
ภาษาและอิทธิพลของการใช้ภาษาไป
ประยุกต์ใชใ้ นการวิเคราะห์อิทธพิ ลของ
ภาษาตา่ งประเทศในภาษาไทย
10. ครูสนทนากบั นักเรียนเรอ่ื ง ภาษา
ถ่ิน แล้วให้นักเรยี นที่สามารถพูดภาษา
ถ่ินตา่ งๆ ได้ ออกมาพดู ภาษาถน่ิ ทีห่ นา้
ชั้นเรยี นแล้วรว่ มกนั อภปิ รายถงึ ความ
แตกตา่ งของภาษาถิน่
11. ครูใหน้ กั เรียนรวมกลุ่ม แต่ละกลุ่ม
ศกึ ษาความร้เู รื่อง ภาษาถน่ิ จากหนังสือ
เรยี น หนังสือคน้ คว้าเพิม่ เติม และ
หอ้ งสมดุ ดงั นี้
12. นกั เรยี นทำใบงานเรอ่ื ง ภาษาถิน่
เสรจ็ แลว้ นำส่งครู
13. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้
เรื่อง ภาษาถน่ิ
ภาระงาน
1. ใบงาน
2. นำเสนอหนา้ ช้ันเรียน
3. จดสรุปเน้ือหาลงในสมดุ
ครั้งท่ี 2 ตวั ช้วี ัด เน้อื หาท่สี อน - สมดุ จดบนั ทกึ
17 ท4.1 ม.4-6/4 บทประพันธ์ประเภทฉันท์ - หนังสอื เรยี น
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ กิจกรรมสำคญั - PowerPoint
1. แตง่ บทร้อยกรอง 1. ครูให้นกั เรียนดูตัวอยา่ งคำประพันธ์
ประเภทฉันท์ได้ ประเภทฉนั ท์ ซงึ่ ไดแ้ ก่ สทั ทุลวกิ กฬี ิต
ฉนั ท์19 โตฎกฉนั ท์12 อีทิสังฉนั ท์20
และอนิ ทรวเิ ชียรฉันท์ 11 แล้วชว่ ยกนั
เปรียบเทียบความเหมอื นหรือความ
แตกต่างของฉันท์ทง้ั 4 ประเภท และ
แสดงความคดิ เห็นเกี่ยวกับอารมณ์
ความร้สู ึก ทรรศนะ จากเนื้อหาของบท
ประพันธด์ งั กล่าว
2. นกั เรียนแบง่ กล่มุ กลมุ่ ละ 4 คน แต่
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 37
คร้ังที่ จำนวน ตวั ชวี้ ดั หรือผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้/เนอ้ื หาท่สี อน/ สื่อ /
แหลง่ เรยี นรู้
ช่ัวโมง /จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ กิจกรรมสำคญั /ภาระงาน
ละกลุม่ ร่วมกันศึกษาความรู้เร่ือง
ความสำคัญของการแตง่ คำประพนั ธ์
และการแต่งคำประพนั ธ์ประเภทฉนั ท์
แตล่ ะกล่มุ จบั คูก่ นั เปน็ 2 คู่ ใหแ้ ต่ละคู่
ช่วยกนั ทำใบงานเรื่อง ลกั ษณะของฉนั ท์
3. สมาชิกแตล่ ะคูช่ ่วยกันตรวจสอบ
ความถูกตอ้ งของคำตอบในใบงาน
4.ครสู มุ่ ตวั แทนกลุ่ม 2-3 กลุ่ม ออกมา
นำเสนอผลการทำใบงาน ครูตรวจสอบ
ความถูกต้อง
5. นกั เรียนแตล่ ะคนเขียนตวั อย่าง
พยางค์หรือคำท่ีเปน็ ครุ ลหุ อยา่ งละ 10
คำ ลงในสมดุ จากนั้นให้นกั เรียนจบั คูก่ ับ
เพ่อื นเพ่ือตรวจสอบความถกู ตอ้ ง
6. ครแู ละนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้
เรอ่ื ง ความสำคัญของการแตง่ คำ
ประพนั ธ์ และการแต่งคำประพนั ธ์
ประเภทฉนั ท์
7. ครอู ธิบายลักษณะบังคบั ทางฉนั ท
ลกั ษณ์แตล่ ะประเภทและหลักวธิ กี าร
แตง่ คำประพนั ธป์ ระเภทฉันท์
8. นกั เรียนฝึกแต่งคำประพนั ธ์ประเภท
ฉันท์ (อนิ ทรวิเชียรฉันท์) ลงในสมดุ
9. นักเรียนแต่ละคนเลือกแต่งคำ
ประพนั ธป์ ระเภทฉนั ทใ์ นประเดน็ ท่สี นใจ
ให้ถกู ต้องตามหลกั ฉันทลักษณ์ ลงในใบ
งาน ครูตรวจสอบความถูกต้อง
ภาระงาน
1.ใบงาน
2.จดสรปุ เนอื้ หาลงในสมดุ
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 38
14. แผนการประเมินผลการเรยี น = 70: 30
1. อตั ราส่วนคะแนนระหวา่ งภาค: คะแนนปลายภาค = 74: 11: 15
2. อตั ราส่วนคะแนน K : P : A
ตัวข้ีวัด ช่วงเวลา คะแนน
โดยมรี ายละเอยี ดดังน้ี (สัปดาห์ที่) (รอ้ ยละ)
ที่ วธิ ีการประเมนิ ผลนักเรยี น 4
4
1 ทดสอบย่อยครง้ั ท่ี 1 ท1.1 ม.4-6/1 3 3
2 ทดสอบย่อยครง้ั ท่ี 1 ท5.1 ม.4-6/6 3 3
3 ทดสอบย่อยครั้งท่ี 2 ท5.1 ม.4-6/1 6 3
4 ทดสอบย่อยครั้งที่ 3 ท5.1 ม.4-6/2 9 4
5 ทดสอบย่อยคร้งั ที่ 4 ท5.1 ม.4-6/3 9 3
6 ทดสอบย่อยครั้งท่ี 5 ท5.1 ม.4-6/4 10 4
7 ทดสอบย่อยครั้งที่ 6 ท5.1 ม.4-6/5 11 3
7 สอบกลางภาค ท5.1 ม.4-6/1 12 5
ท5.1 ม.4-6/2 3
8 ทดสอบย่อยครง้ั ที่ 7 ท5.1 ม.4-6/3 13 2
9 ทดสอบย่อยครง้ั ท่ี 7 ท5.1 ม.4-6/4 13 3
10 ทดสอบย่อยครง้ั ที่ 8 ท5.1 ม.4-6/5 14 3
11 ทดสอบย่อยครั้งที่ 8 ท5.1 ม.4-6/6 14 3
12 ทดสอบย่อยครั้งท่ี 9 ท1.1 ม.4-6/7 15 3
13 ทดสอบย่อยครง้ั ท่ี 10 ท1.1 ม.4-6/9 16 2
14 ทดสอบย่อยครงั้ ที่ 11 ท2.1 ม.4-6/1 17 2
15 ทดสอบย่อยคร้งั ท่ี 12 ท2.1 ม.4-6/8 18 2
ท3.1 ม.4-6/1 2
ท3.1 ม.4-6/2 3
ท3.1 ม.4-6/3
ท4.1 ม.4-6/3
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 39
ที่ วธิ กี ารประเมนิ ผลนักเรียน ตัวข้ีวัด ชว่ งเวลา คะแนน
16 ทดสอบย่อยครัง้ ท่ี 12 (สัปดาหท์ ่ี) (ร้อยละ)
17 ทดสอบย่อยครั้งที่ 13 ท4.1 ม.4-6/4
18 สอบปลายภาค ท4.1 ม.4-6/5 18 3
ท1.1 ม.4-6/7 19 2
รวม ท2.1 ม.4-6/1 20 3
ท2.1 ม.4-6/8 4
ท3.1 ม.4-6/1 1
ท3.1 ม.4-6/2 4
ท3.1 ม.4-6/3 3
ท4.1 ม.4-6/3 4
ท4.1 ม.4-6/4 4
ท4.1 ม.4-6/5 3
4
100
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 40
15. รายละเอียดภาระงาน
ในการเรียนรายวชิ า ภาษาไทย ท33101 กำหนดให้นักเรยี นทำกิจกรรม / ปฏบิ ัติงาน(ช้ินงาน)
จำนวน 1 ช้นิ ดงั นี้
ที่ ชือ่ งาน ตัวช้วี ัด/ผลการ คะแนน ลกั ษณะ กำหนดสง่
เรยี นรู้ ขอ้ ท่ี งาน วนั /เดอื น/ปี
1 ทอ่ งจำบทรอ้ ยกรอง ท5.1 ม.4-6/6 8 กลมุ่
หากนกั เรยี นขาดส่งงาน......1.....ช้ินและมคี ะแนนตลอดภาคเรียนไมถ่ ึง 40 คะแนนจะได้รบั ผลการเรียน
“ร” ในรายวิชาน้ี (การกำหนดน้ำหนักคะแนนตอ่ ภาระหรอื ชนิ้ งาน ไม่ควรกำหนดเกินช้ินละ 5 คะแนน
สำหรับงานเดี่ยวและ 10 คะแนนสำหรบั งานกลุ่ม
16. Test blueprint (ตารางกำหนดนำ้ หนกั คะแนนการวัด ประเมินผล)
หนว่ ย
ที่
รหัสตัวชีว้ ัด/ตวั ชว้ี ัด/ผลการเรยี นรู้
1 ท1.1ม.4-6/1 อ่านออกเสยี งบทร้อยแก้วและบทรอ้ ยกรองไดอ้ ยา่ งถูกต้อง ไพเราะและเหมาะสมกบั เร
2 ท1.1ม.4-6/7 อ่านเรื่องต่างๆ แล้วเขียนกรอบแนวคิดผงั ความคดิ บันทึก ย่อความ และรายงาน
3 ท1.1ม.4-6/9 มมี ารยาทในการอา่ น
4 ท2.1ม.4-6/1 เขียนส่ือสารในรูปแบบตา่ งๆ ได้ ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ โดยใช้ภาษาเรียบเรียงถูกต้อง
สาระสำคญั ชดั เจน
5 ท2.1ม.4-6/8 มีมารยาทในการเขยี น
6 ท3.1ม.4-6/1 สรปุ แนวคิด และแสดงความคดิ เหน็ จากเรือ่ งที่ฟังและดู
7 ท3.1ม.4-6/2 วิเคราะห์ แนวคิด การใช้ภาษา และความนา่ เชื่อถือจากเรอ่ื งท่ฟี ังและดูอย่างมเี หตผุ ล
8 ท4.1ม.4-6/3 ใชภ้ าษาเหมาะสมแกโ่ อกาส กาลเทศะ และบคุ คล รวมท้งั คำราชาศพั ท์อย่างเหมาะสม
9 ท4.1ม.4-6/4 แต่งบทร้อยกรอง
10 ท4.1ม.4-6/5 วเิ คราะห์อิทธิพลของภาษาตา่ งประเทศและภาษาถิน่
111. ท5.1ม.4-6/1 วเิ คราะห์และวจิ ารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลกั การวิจารณเ์ บ้อื งตน้
12 ท5.1ม.4-6/2 วเิ คราะห์ลกั ษณะเดน่ ของวรรณคดีเช่ือมโยงกับการเรียนร้ทู างประวัตศิ าสตร์และวิถชี ีวติ
อดีต
13 ท5.1ม.4-6/3 วเิ คราะห์และประเมนิ คุณคา่ ด้านวรรณศลิ ปข์ องวรรณคดแี ละวรรณกรรมในฐานะท่เี ป
วฒั นธรรมของชาติ
14 ท5.1ม.4-6/4 สังเคราะห์ขอ้ คดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพอ่ื นำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจรงิ
15 ท5.1ม.4-6/6 ท่องจำและบอกคณุ ค่าบทอาขยานตามที่กำหนดและบทรอ้ ยกรองที่มคี ุณคา่ ตามความส
นำไปใชอ้ า้ งอิง
รวม
นำ้ หนัก แบ่งคะแนนตาม แบง่ คะแนนตามชว่ งเวลาการวดั และ
คะแนน พิสยั
ประเมินผล
4 KPA
6 211 ระหว่างเรยี น กลางภาค ปลายภาค รวม
3 51 -
10 2-1 (F) (S1) (S2)
3
9 541 KPA K K
7
ร่อื งท่อี ่าน 7 1-2 211 - -4
มีขอ้ มลู และ 6 621
6 61 - 21 - - 36
ม 8 511
411 2-1 - -3
ตของสังคมใน 7 5-1
ปน็ มรดกทาง 7-1 141 - 4 10
สนใจและ 8
8 511 - -2 - 13
8 -21 - 69
100 611 11 - - 57
111 - 47
71 - 111 - 36
1-1 - 46
521
2-1 5 -8
71 16 13
111 4 -7
311 3 -8
4 -8
31 - 4 -8
20 30 100
121
21 16 13
50
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 2
17. วิธีการจดั การเรียนการสอน (ระบุได้มากกว่า 1 วธิ ี) [ ] แบบกรณศี ึกษา
[✓] แบบกลมุ่
[ ] แบบทดลองในห้องปฏบิ ัติการ
[ ] แบบ Brainstorming Group
[ ] แบบ Problem Based Learning [✓] แบบอ่นื ๆ (ระบุ)...ค้นหาคำตอบด้วยตวั เอง
[ ] แบบสาธิต
[✓] แบบบรรยาย
18. สื่อ / แหล่งเรยี น
1. แหล่งข้อมูลบนเครอื ขา่ ยอินเทอร์เน็ต ไดแ้ ก่
1.1 YouTube
2. หอ้ งสมดุ เฉลมิ พระเกียรติโรงเรียนหนองกี่พทิ ยาคม
3. หอ้ งสมดุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
19. รายชื่อหนงั สอื อา่ นประกอบ
1. หนังสือเรียนหลักภาษาและการใชภ้ าษา ม.6 เลม่ 1 ของ อจท.
2. หนงั สอื เรยี นวรรณคดีและวรรณกรรม ม.6 เลม่ 1 ของ อจท.
20. มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วดั รายวชิ า ท33101
สาระที่ 1 การอ่าน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท 1.1 ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรแู้ ละความคิดเพ่ือนำไปใชต้ ัดสนิ ใจ
แกป้ ัญหาในการดำเนินชวี ิต และมนี ิสัยรกั การอ่าน
ตวั ชีว้ ัด ท1.1 ม.4-6/1 อ่านออกเสียงบทร้อยแกว้ และบทร้อยกรองได้อยา่ งถูกต้อง ไพเราะและ
เหมาะสมกับเรอื่ งที่อา่ น
ท1.1 ม.4-6/7 อ่านเร่ืองตา่ งๆ แลว้ เขียนกรอบแนวคดิ ผงั ความคดิ บันทึก ย่อความ
และ รายงาน
ท1.1 ม.4-6/9 มมี ารยาทในการอา่ น
สาระที่ 2 การเขียน
มาตรฐานการเรียนรู้ ท 2.1 ใช้กระบวนการเขยี นเขยี นสือ่ สาร เขียนเรยี งความ ยอ่ ความ และเขียน
เรือ่ งราวในรปู แบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้ มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาค้นควา้ อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ
ตัวชว้ี ัด ท2.1 ม.4-6/1 เขียนสือ่ สารในรูปแบบต่างๆ ได้ ตรงตามวัตถปุ ระสงค์ โดยใชภ้ าษาเรียบ
เรยี ง ถูกต้อง มีข้อมูล และสาระสำคัญชดั เจน
ท2.1 ม.4-6/8 มีมารยาทในการเขียน
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 3
สาระท่ี 3 การฟัง การดู และการพูด
มาตรฐานการเรียนรู้ ท 3.1 สามารถเลอื กฟงั และดูอย่างมวี ิจารณญาณ และพดู แสดงความรู้ ความคดิ
และความรสู้ กึ ในโอกาสต่างๆ อย่างมวี จิ ารณญาณและสร้างสรรค์
ตวั ช้ีวดั ท3.1 ม.4-6/1 สรุปแนวคดิ และแสดงความคดิ เห็นจากเร่อื งทฟี่ ังและดู
ท3.1 ม.4-6/2 วเิ คราะห์ แนวคิด การใชภ้ าษา และความนา่ เชอ่ื ถือจากเร่ืองท่ีฟังและดูอย่างมี
เหตผุ ล
ท3.1 ม.4-6/3 ประเมนิ เรอื่ งทฟ่ี งั และดู แล้วกำหนดแนวทางนำไปประยกุ ต์ใช้ในการดำเนิน
ชวี ติ
สาระที่ 4 หลกั การใชภ้ าษา
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท 4.1 เขา้ ใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลย่ี นแปลงของภาษา
และพลังของภาษา ภมู ปิ ัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็นสมบัติของชาติ
ตวั ชวี้ ดั ท4.1 ม.4-6/3 ใชภ้ าษาเหมาะสมแก่โอกาส กาลเทศะ และบุคคล รวมท้ังคำราชาศัพท์อยา่ ง
เหมาะสม
ท4.1 ม.4-6/4 แตง่ บทร้อยกรอง
ท4.1 ม.4-6/5 วเิ คราะหอ์ ิทธิพลของภาษาต่างประเทศและภาษาถน่ิ
สาระท่ี 5 วรรณคดแี ละวรรณกรรม
มาตรฐานการเรยี นรู้ ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่าง
เหน็ คุณคา่ และนำมาประยุกต์ใชใ้ นชีวิตจริง
ตวั ชีว้ ดั ท5.1 ม.4-6/1 วิเคราะห์และวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวิจารณเ์ บือ้ งตน้
ท5.1 ม.4-6/2 วเิ คราะห์ลักษณะเดน่ ของวรรณคดีเชื่อมโยงกับการเรียนร้ทู างประวัติศาสตร์
และวถิ ชี วี ิตของสังคมในอดีต
ท5.1 ม.4-6/3 วเิ คราะห์และประเมนิ คุณค่าด้านวรรณศิลป์ของวรรณคดีและวรรณกรรมใน
ฐานะท่เี ปน็ มรดกทางวฒั นธรรมของชาติ
ท5.1 ม.4-6/4 สงั เคราะหข์ ้อคดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพ่ือนำไปประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ิตจรงิ
ท5.1 ม.4-6/5 รวบรวมวรรณกรรมพื้นบ้านและอธบิ ายภมู ิปัญญาทางภาษา
ท5.1 ม.4-6/6 ท่องจำและบอกคุณคา่ บทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทร้อยกรองท่ีมคี ณุ คา่
ตามความสนใจและนำไปใช้อา้ งอิง
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 4
21. ข้อตกลงในการเรยี นรายวชิ า ภาษาไทย ท33101
1. ต้งั ใจเรยี น เชอ่ื ฟงั ครู
2. รับผดิ ชอบต่องานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
3. ตอ้ งเตรยี มอุปกรณ์ในการเรียนให้ครบพร้อมเรยี นในทกุ คาบเรยี น
4. ตรงต่อเวลา และมีมารยาทท้ังกาย วาจา และใจ
5. แตง่ กายถูกระเบยี บ และประพฤตติ นถูกตอ้ งตามระเบียบของโรงเรียน
6. งดใช้โทรศัพทแ์ ละอุปกรณ์ส่อื สารทกุ ประเภทและงดรบั ประทานอาหารหรอื เครอ่ื งดื่มในห้องเรยี น
7. รกั ษาความสะอาดภายในห้องเรยี นก่อนและหลงั เร่มิ เรียน
8. ขออนุญาตเขา้ ห้องและออกนอกหอ้ งอย่างมีมารยาททุกครัง้
9. ฝ่าฝนื ขอ้ ตกลงต้องออกจากห้องเรยี นและถือว่าขาดเรยี นในคาบเรียนนน้ั หากขาดเรียนเกนิ 3
ครง้ั โทรศัพทแ์ จ้งผูป้ กครอง กรณปี ่วยสามารถโทรศัพท์แจง้ กอ่ น สง่ ใบลาภายหลงั ได้ ใบลาทกุ
ประเภทต้องมีลายมือชอ่ื ผูป้ กครอง เข้าเรียนนอ้ ยกว่าร้อยละ 80ของเวลาเรียนทั้งหมด ไดผ้ ลการเรยี น มส
10. ช่ือครูผ้สู อน นางสาวจลิ ันดา รกั ไร่
เบอรโ์ ทรศพั ท์ 088-0414608
อีเมล [email protected]
ลงชื่อ........................................ครปู ระจำวิชา
(นางสาวจลิ นั ดา รกั ไร่)
ความเห็นของหวั หนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงชอ่ื .......................................หวั หนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้
(นางปนดั ดา ยอดแกว้ )
ความคิดเหน็ ของรองผอู้ ำนวยการโรงเรียนหนองกพี่ ทิ ยาคม
………………………………………………………………………………………………………………………………………...........…………
ลงช่ือ.......................................รองผอู้ ำนวยการโรงเรียน
(นายเฉลิมพล คนชุม)
( ) อนุญาตใหใ้ ชส้ อนได้ ( ) ควรปรับปรุง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ลงช่ือ.......................................ผ้อู ำนวยการโรงเรียน
(นายชาตรี อัครสขุ บุตร)
ห ลั ก สู ต ร ร า ย วิ ช า | 5