รายงานการวิวิวิจัวิจั จั ย จั ยในชั้ชั้ ชั้ น ชั้ นเรีรี รี ย รี ยน เรื่รื่รื่อรื่ง การแก้ก้ก้ไก้ขปัปัญปัปัหาผลสัสัสัมสัฤทธิ์ธิ์ธิ์ทธิ์างการเรีรีรียรีนต่ำต่ำต่ำต่ำ เรื่รื่รื่อรื่ง อิอิอินอิทรวิวิวิเวิชีชีชียชีรฉัฉัฉันฉัท์ท์ท์ท์11 โดยวิวิวิธีวิธีธีกธีารสอนซ่ซ่ซ่อซ่มเสริริริมริเพื่พื่พื่อพื่นช่ช่ช่วช่ยเพื่พื่พื่อพื่น และแบบฝึฝึฝึกฝึทัทัทักทัษะ สำสำสำสำหรัรัรับรันันันักนัเรีรีรียรีน ชั้ชั้ชั้นชั้มัมัมัธมัยมศึศึศึกศึษาปีปีปีที่ปีที่ที่ที่6/6 นางสาวจิจิจิลัจิลั ลั น ลั นดา รัรัก รั ก รั ไร่ร่ร่ ตำตำตำตำแหน่น่น่งน่ครูรู รูรู โรงเรีรีย รี ย รี นหนองกี่กี่ กี่ พิกี่กี่ พิกี่พิทพิยาคม สำสำสำสำนันั นั ก นั กงานเขตพื้พื้ พื้ น พื้ พื้ น พื้ ที่ที่ ที่ กที่ที่ กที่ารศึศึ ศึ ก ศึ กษามัมั มั ธมั ธยมศึศึ ศึ ก ศึ กษาบุบุ บุ รี บุ รีรั รี รั รี ม รั ม รั ย์ย์ ย์ย์ สำสำสำสำนันั นั ก นั กงานคณะกรรมการการศึศึ ศึ ก ศึ กษาขั้ขั้ ขั้ น ขั้ ขั้ น ขั้ พื้พื้ พื้ น พื้ พื้ น พื้ ฐาน กระทรวงศึศึ ศึ ก ศึ กษาธิธิธิกธิาร
บันทึกข้อความ ส่วนราชการ โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อ าเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ 31210 ที่ /2565 วันที่ 8 กันยายน 2566 เรื่อง ส่งรายงานวิจัยในชั้นเรียน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 เรียน ผู้อ านวยการโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม ด้วยข้าพเจ้า นางสาวจิลันดา รักไร่ต าแหน่ง ครู โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม สังกัดส านักงานเขตพื้นที่ การศึกษามัธยมศึกษาบุรีรัมย์ ได้ด าเนินการท าวิจัยในชั้นเรียน เรื่อง การแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ า เรื่อง อินทรวิเชียรฉันท์11 โดยวิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และแบบฝึกทักษะ ส าหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 ทั้งนี้รายงานการวิจัยในชั้นเรียนดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาการจัดการเรียนการสอน ในภาคเรียนที่ผ่านมา ซึ่งจะสามารถน าไปพัฒนาการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนใหม่ต่อไป บัดนี้ข้าพเจ้าได้ด าเนินการเสร็จสิ้นแล้ว จึงขอส่งรายงานวิจัยในชั้นเรียน ประจ าภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 ดังแนบ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ลงชื่อ ผู้รายงาน (นางสาวจิลันดา รักไร่) ต าแหน่ง ครู
การขอรับการสนับสนุนจากผู้บังคับบัญชา หากมีข้อเสนอแนะประการใด ข้าพเจ้ายินดีที่จะน าไปปรับปรุงและพัฒนา การปฏิบัติการสอน เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ที่ดีต่อการปฏิบัติการสอนในโอกาสต่อไป จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณาให้ข้อเสนอแนะตามที่เห็นสมควร ลงชื่อ (นางสาวจิลันดา รักไร่) ครู ความเห็นของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ……………………………………………………………………………………………………………………………………………….…..…… ลงชื่อ (นางสาวรัชนี หงษ์ลอยลม) หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ………/……………./……… ความคิดเห็นของผู้ช่วยผู้อ านวยการกลุ่มวิชาการ …………………………………………………………………………………………………………………………………….……………..…… ลงชื่อ (นายสุเนตร บอกประโคน) ผู้ช่วยผู้อ านวยการฝ่ายวิชาการ ………/……………/……….. ความคิดเห็นของรองผู้อ านวยการกลุ่มวิชาการ …………………………………………………………………………………………………………………………………….……………..…… ลงชื่อ (นายเฉลิมพล คนชุม) ผู้ช่วยผู้อ านวยการฝ่ายวิชาการ ………/……………/……….. ความคิดเห็นของผู้อ านวยการโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ (นายชาตรี อัครสุขบุตร) ผู้อ านวยการโรงเรียนหนองกี่พิทยาคม ………/……………/………
รายงานการวิจัย 1. ชื่อปัญหาการวิจัย : การแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่่า ในเรื่อง การแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ 11 โดยวิธีการสอน ซ่อม เสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ ส่าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 ปีการศึกษา2566 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อ่าเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ 2. ความส าคัญของปัญหา : 1. สภาพการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนในปัจจุบัน พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่่าใน การเรียนสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง การแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ 11 2. มีความจ่าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาแนวทางการแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่่า เรื่องการแต่ง อินทรวิเชียรฉันท์ 11 3. แนวทางการแก้ปัญหาวิธีการหนึ่ง คือ วิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ 3. วัตถุประสงค์การวิจัย : 1. เพื่อแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่่า ในเรื่อง การแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ 11 โดยใช้วิธีการสอน ซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน (เกณฑ์ผ่านที่ก่าหนด คือ ร้อยละ 60) 4. วิธีด าเนินการวิจัย : 4.1 ประชากร / กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อ่าเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์จ่านวน 10 คน 4.2 เครื่องมือที่ใช้ ก. เครื่องมือในการแก้ปัญหา / แนวทางแก้ปัญหา - วิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ ข. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล - แบบทดสอบ เรื่อง การแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ 11 จ่านวน 10 ข้อ 4.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล - ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตัวเอง โดยใช้แบบทดสอบเก็บรวบรวมข้อมูล จากนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อ่าเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์จ่านวน 10 คน 4.4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล - ร้อยละ และค่าเฉลี่ย
5. สรุปผลการวิจัย ผลการสอบก่อนและหลังการวิจัย ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 จ่านวน 10 คน เป็นดังนี้ เกณฑ์ผ่าน ร้อยละ 60 ล่าดับที่ ชื่อ - สกุล ชั้น คะแนนที่ได้ หมาย เหตุ ครั้งที่ 1 ก่อนวิจัย เต็ม 10 คะแนน (คะแนน/ร้อยละ) ครั้งที่ 2 หลังวิจัย เต็ม 10 คะแนน (คะแนน/ร้อยละ) 1 นายทักษิณ จวงพลงาม ม.6/6 4 (40 %) 10 (100 %) ผ่าน 2 นายธรรมรักษ์ น้อยเสนา ม.6/6 4 (40 %) 9 (90 %) ผ่าน 3 นายธราเทพ ประก่าแหง ม.6/6 4 (50 %) 9 (90 %) ผ่าน 4 นายศุภกฤต พงษ์พีระ ม.6/6 4 (40 %) 7 (70 %) ผ่าน 5 นายอัฑฒวินท์ ด้วงคตช้าง ม.6/6 2 (20 %) 10 (100 %) ผ่าน 6 นายเมธี แก้วศรี ม.6/6 2 (20 %) 10 (100 %) ผ่าน 7 นางสาวณัฐริกา จิตมงค์ ม.6/6 3 (30 %) 7 (70 %) ผ่าน 8 นางสาวธิดารัตน์ กุเวสา ม.6/6 4 (40 %) 9 (90 %) ผ่าน 9 นางสาวนลินี น้่ากระจาย ม.6/6 4 (40 %) 8 (80 %) ผ่าน 10 นางสาวใบเฟิร์น บุญทูล ม.6/6 4 (40 %) 5 (50 %) ผ่าน ค่าเฉลี่ย 3.50 (35 %) 8.40 (84 %) ค่าเฉลี่ยเทียบกับเกณฑ์ผ่าน -25 % + 24 %
รายชื่อนักเรียนที่ปฏิบัติกิจกรรมเพื่อนช่วยเพื่อน เรื่อง การแต่งอินทรวิเชียรฉันท์ 11 ที่ ชื่อ – สกุล (ผู้เรียน) ชั้น ชื่อ – สกุล (พี่เลี้ยง) ชั้น 1 นายทักษิณ จวงพลงาม ม.6/6 นายก้องภพ เทินสระเกษ ม.6/6 2 นายธรรมรักษ์ น้อยเสนา ม.6/6 นายจิรวัฒน์ หนูด่า ม.6/6 3 นายธราเทพ ประก่าแหง ม.6/6 นายทักษิณ จวงพลงาม ม.6/6 4 นายศุภกฤต พงษ์พีระ ม.6/6 นางสาวสุนิษา มูลกระโทก ม.6/6 5 นายอัฑฒวินท์ ด้วงคตช้าง ม.6/6 นางสาวสุภนิช เลี่ยมนางรอง ม.6/6 6 นายเมธี แก้วศรี ม.6/6 นายธีรภัทร์ทศภักดิ์ ม.6/6 7 นางสาวณัฐริกา จิตมงค์ ม.6/6 นายปฏิภาณ ไชยคุณ ม.6/6 8 นางสาวธิดารัตน์ กุเวสา ม.6/6 นางสาวกุลิสรา ทูลไธสงค์ ม.6/6 9 นางสาวนลินี น้่ากระจาย ม.6/6 นางสาวจีรนันท์ แฝงกระโทก ม.6/6 10 นางสาวใบเฟิร์น บุญทูล ม.6/6 นางสาวภริตา เอี่ยมส่าอางค์ ม.6/6 สรุปผลการวิจัย 1. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้น คือ มีคะแนนหลังเรียนเฉลี่ย 8.40 คะแนน (84 %) และเมื่อเทียบกับเกณฑ์ผ่านจะได้สูงกว่าเกณฑ์ผ่าน 24% 2. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์จ่านวน 9 คน (90 %) ไม่ผ่านเกณฑ์จ่านวน 1 คน (10 %) หมายเหตุ นักเรียนที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนไม่ผ่านเกณฑ์จ่านวน 1 คน ผู้วิจัยได้น่าไปพัฒนา โดยใช้วิธีการเพื่อนสอนเพื่อนต่อไป (มอบหมายให้นางสาวภริตา เอี่ยมส่าอางค์เป็นผู้สอน) เป็นเวลา 2 วัน จึงจะให้นักเรียนมาทดสอบใหม่ 6. วิธีการแลกเปลี่ยนความรู้ / สะท้อนผลการน าไปใช้ ได้น่าผลการวิจัยไปสนทนา และเสนอแนวคิดให้กับครูที่สอนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 และครูในกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ได้รับทราบถึงวิธีการวิจัยและผลการวิจัย ซึ่งครูในกลุ่มสาระการ เรียนรู้ภาษาไทย ก็จะน่าวิธีการเพื่อนช่วยเพื่อนไปใช้ในการแก้ปัญหาในชั้นเรียนของตนเองต่อไป 7. การน าผลไปใช้ 7.1 ได้น่าผลการวิจัยไปใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ในการวิเคราะห์นักเรียนในชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6 และแบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเก่ง กลุ่มปานกลาง และกลุ่มอ่อน โดยจัดให้ นักเรียนกลุ่มเก่งคอยดูแล แนะน่ากลุ่มอ่อน โดยมีครูคอยติดตามวิธีการด่าเนินงานและผลการด่าเนินงานอย่าง สม่่าเสมอ 7.2 ได้น่าวิธีการวิจัยดังกล่าวไปใช้ในเนื้อหาเรื่องอื่น ๆ ผู้วิจัย (นางสาวจิลันดา รักไร่)
ภาคผนวก
เครื่องมือในการแก้ปัญหา (แบบฝึกหัด วิธีการสอนซ่อมเสริม และเพื่อนช่วยเพื่อน)
เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล (แบบทดสอบ)
แบบทดสอบ เรื่องการอินทรวิเชียรฉันท์ 11 ให้นักเรียนแสดงวิธีท่า 1. ข้อใดกล่าวถึงครุ ลหุได้ถูกต้อง 1. พยางค์หรือค่าที่ท่าให้เกิดสัมผัส 2. พยางค์หรือค่าที่มีเสียงหนักเบา 3. พยางค์หรือค่าที่บังคับด้วยเสียงสระ 4. พยางค์หรือค่าที่ประสมกับเสียงวรรณยุกต์ 5. พยางค์หรือค่าที่บังคับด้วยพยัญชนะ 2. พยางค์หรือค่าในข้อใดที่มีครุ ลหุต่างจากข้ออื่น 1. ลุล่วงอุทัยลดโลก 2. วิเวกวะแว่วยินเสียง 3. จิตเรียกพระพุทธองค์ 4. ระเรื่อยะแย้มแก้มนาง 5. ระย้าระยับเพริศแพร้ว 3. "ลหุ" มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด 1. ค่าทุกค่าที่มีตัวสะกด 2. ค่าทุกค่าที่อยู่ในมาตราแม่ ก กา 3. ค่าทุกค่าที่ประสมสระเสียงสั้นในแม่ ก กา 4. ค่าทุกค่าที่ประสมสระเสียงสั้นและมีตัวสะกด 5. เป็นค่าที่มีรูปวรรณยุกต์ 4. ข้อใดมี ลหุ 4 ค่า 1. แม้นมิยกพลไกรไปช่วย 2. แล้วเรียกพระอนุชามากระซิบ 3. สตรีใดในพิภพจบแดน 4. จะจ่าจากนิราศไกล 5. จะอาสากว่าจะสิ้นสุดฤทธิ์ 5. "ระทึกใจยามพิศพินิจนาง" มี ครุ ลหุ อย่างละกี่ค่า 1. ครุ 2 ค่า ลหุ 6 ค่า 2. ครุ 6 ค่า ลหุ 2 ค่า 3. ครุ 3 ค่า ลหุ 5 ค่า 4. ครุ 4 ค่า ลหุ 5 ค่า 5. ครุ ๕ ค่า ลหุ ๓ ค่า 6. ค่าประพันธ์นี้มีครุ ลหุ ตรงกับข้อใด “เหี้ยมนั้นเพราะผันแผก คณะแตกและต่างมา ถือทิฐิมานสา หสโทษพิโรจจอง” 1. ั ั ุ ั ั ุ ุ ั ุ ั ั 2. ุ ุ ั ุ ุ อุ ุ ุ ั ุ ั ั ุ ั ั ุ ุ ั ุ ั ั ุ ุ ั ุ ุ อุ ุ ุ ั ุ 3. ั ั ั ุ ั ั ั ั ุ ั อั 4. ุ ั ุ ั ั ุ ั ุ ั อั อั ั ั ั ุ ั ั ั ั ุ ัอั ุ ั ุ ั ั ุ ั ุ ั ัอั 5. ุ ั ุ ั ั ุ ั ุ ั ัอั ุ ั ุ ั ั ุ ั ุ ั ั อั 7. อินรวิเชียรฉันท์ คล้ายค่าประพันธ์ชนิดใดมากที่สุด 1. กาพย์ยานี 2. กลอนหก 3. ร่ายสุภาพ 4. วสันตดิลกฉันท์ 5. โคลงสี่สุภาพ
8. ข้อใดเป็นอินทรวิเชียรฉันท์ 1. สมัครสมานมิตร ก็คิดจะช่วยเอา 2. หลากเหลือจะเชื่อจิต ผิวคิดประหวั่นพะวง 3. ท่านใดที่เป็นใหญ่ และกล้าใครมิเปรียบปาน 4. พิศไหนบมีทราม วะธุงามสง่าหมด 5. แสงจันทร์กระจ่างแจ้ง บ่มีแสงใดมาบด 9. ควรเติมข้อใดในช่องว่าง จึงจะถูก ลักษณะของอินทรวิเชียรฉันท์ "____________ พนะใหญ่ยะเยือกเย็น" 1. เดินเล่นในพงไพร 2. สวรรค์มิอยู่ไกล 3. มิหวังจะลาไป 4. สายลมโอ้โลมใจ 5. กลางเวียงก็เพียงไพร 10. ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้องเกี่ยวกับฉันทลักษณ์ อินทรวิเชียรฉันท์ 1. วรรคแรกมี 5 ค่า วรรคหลังมี 6 ค่า 2. ค่าสุดท้ายของวรรคที่ 2 สัมผัสกับค่าสุดท้ายของวรรคที่ 3 3. วรรคแรกมีครุ 4 ค่า ลหุ 1 ค่า 4. วรรคหลังมีครุ 2 ค่า ลหุ 4 5. ค่าสุดท้ายของวรรคที่ 4 สัมผัสกับค่าสุดท้ายของวรรคที่ 2 ในบทต่อไป
โครงร่างการวิจัย 1. ชื่อปัญหาการวิจัย : การแก้ไขปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่่า ในเรื่อง อินทรวิเชียรฉันท์11 โดยวิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ ส่าหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 ปีการศึกษา 2566 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อ่าเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์ 2. ความส าคัญของปัญหา : 1. สภาพการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนในปัจจุบัน พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนต่่าในการเรียนสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง อินทรวิเชียรฉันท์ 11 2. มีความจ่าเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องหาแนวทางการแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่่า เรื่อง อินทรวิเชียรฉันท์ 11 3. แนวทางการแก้ปัญหาวิธีการหนึ่ง คือ วิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ 3. วัตถุประสงค์การวิจัย : 1. เพื่อแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่่า ในเรื่อง อินทรวิเชียรฉันท์ 11 โดยใช้วิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ 2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน (เกณฑ์ผ่าน ที่ก่าหนด คือ ร้อยละ 60) 4. วิธีด าเนินการวิจัย : 4.1 ประชากร / กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษา นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อ่าเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์จ่านวน 10 คน 4.2 เครื่องมือที่ใช้ ก. เครื่องมือในการแก้ปัญหา / แนวทางแก้ปัญหา - วิธีการสอนซ่อมเสริม เพื่อนช่วยเพื่อน และใช้แบบฝึกทักษะ ข. เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล - แบบทดสอบ เรื่องอินทรวิเชียรฉันท์ 11 จ่านวน 10 ข้อ 4.3 วิธีการเก็บรวบรวมข้อมูล - ผู้วิจัยเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยตัวเอง โดยใช้แบบทดสอบเก็บรวบรวมข้อมูลจากนักเรียนชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 6/6 โรงเรียนหนองกี่พิทยาคม อ่าเภอหนองกี่ จังหวัดบุรีรัมย์จ่านวน 10 คน 4.4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล - ร้อยละ และค่าเฉลี่ย
5. แผนด าเนินการ 1. วางแผนและเขียนโครงการ 29 กรกฎาคม 2566 2. ปฏิบัติการตามแผน 1–15 สิงหาคม 2566 3. เก็บข้อมูล 10 สิงหาคม 2566 4. วิเคราะห์ 11 สิงหาคม 2566 5. สรุปผลและเขียนรายงาน 15 สิงหาคม 2566 6. ชื่อผู้เสนอโครงการวิจัย นางสาวจิลันดา รักไร่
วิธีการเพื่อนช่วยเพื่อน 1. ครูให้นักเรียนที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ (น้องเลี้ยง) เรื่อง อินทรวิเชียรฉันท์ 11 เลือกพี่เลี้ยง (พี่เลี้ยงมาจากคนที่ครูคัดเลือกจากคนที่สอบผ่าน เรื่อง อินทรวิเชียรฉันท์ 11) โดยให้นักเรียนที่สอบผ่านแล้วท่าหน้าที่สอนคนที่สอบไม่ผ่าน และให้จ่านวนพี่เลี้ยงต่อน้องเลี้ยงเป็น 1 ต่อ 1 หรือ 1 ต่อ 2 2. ครูอธิบายวิธีการสอนและวิธีการเรียนของพี่เลี้ยงและน้องเลี้ยง 3. ครูนัดหมายให้นักเรียนที่เป็นพี่เลี้ยงสอนเรื่อง อินทรวิเชียรฉันท์ 11 โดยใช้แบบฝึกทักษะ ที่ครูจัดเตรียมให้จ่านวน 10 ข้อ ในเวลาพักกลางวัน ที่ห้อง 316 เป็นเวลา 1 วัน (1 สิงหาคม 2566) โดยมีครูเป็นผู้คอยดูแล ให้ค่าแนะน่า ตรวจสอบค่าตอบ และให้นักเรียน แก้ไขส่วนที่ไม่ถูกต้อง 5. ครูนัดหมายนักเรียนที่เป็นน้องเลี้ยงท่าแบบทดสอบ เรื่อง อินทรวิเชียรฉันท์ 11 จ่านวน 10 ข้อ (10 ส.ค. 2566) 6. ครูตรวจแบบทดสอบ พร้อมแจ้งคะแนนให้นักเรียนทราบ นักเรียนที่สอบไม่ผ่านเกณฑ์ ครูด่าเนินการสอนซ่อมเสริม และใช้วิธีการเพื่อนช่วยเพื่อนต่อไป
บันทึกการปฏิบัติงานเพื่อนช่วยเพื่อน วิชาภาษาไทย ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 รหัสวิชา ท33101 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 วัน/เดือน/ปี รายการปฏิบัติงาน ลงชื่อผู้สอน ลงชื่อผู้เรียน หมายเหตุ 2 สิงหาคม 2566 ความรู้สึกของผู้สอน (พี่เลี้ยง) ............................................................................................................................. ................................................. ............................................................................................................................. ................................................. ผู้สอน (............................................................) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ................. ............./........................./................. ความรู้สึกของผู้เรียน (น้องเลี้ยง) ......................................................................................................................................................................... ..... ............................................................................................................................. ................................................. ผู้เรียน (............................................................) นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ................. ............./........................./................. บันทึก ............................................................................................................................. ................................................. ผู้ตรวจ (นางสาวจิลันดา รักไร่) ............./........................./.................