ร้จู ักคอมพิวเตอร์
ความหมายและวิวัฒนาการของคอมพวิ เตอร์
ความหมายและววิ ฒั นาการของคอมพิวเตอร์
ความหมายของคอมพวิ เตอร์
ความหมายของเทคโนโลยี
ความหมายของสารสนเทศ
ความหมาย
ของเทคโนโลยีสารสนเทศ
วงจรการทางานพ้ืนฐาน
ววิ ัฒนาการของคอมพิวเตอร์
ยุคของคอมพวิ เตอร์
ความหมายและวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
ความหมายของคอมพิวเตอร์
คอมพวิ เตอร์ (Computer)
หมายถงึ อุปกรณ์อเิ ล็กทรอนิกส์อย่างหน่ึงท่ี
สามารถรับโปรแกรมและข้อมูลประมวลผล ส่ือสาร
เคลอ่ื นยา้ ยข้อมูลและแสดงผลลัพธไ์ ด้
ความหมายและววิ ฒั นาการของคอมพิวเตอร์
ความหมายของเทคโนโลยี
เทคโนโลยี (Technology)
ห ม า ย ถึ ง ก า ร น า ค ว า ม รู้ ท า ง ด้ า น
วิทยาศาสตร์หรือความรู้ด้านอื่น ๆ ประยุกต์ใช้งาน
ด้านใดด้านหน่ึงเพื่อใหงานน้ันมีความสามารถและมี
ประสิทธภิ าพเพม่ิ ข้นึ ได้
ความหมายและวิวฒั นาการของคอมพิวเตอร์
ความหมายของสารสนเทศ
สารสนเทศ (Information)
หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านกระบวนการเก็บ
รวบรวม และเรยี บเรยี ง ทีเ่ ป็นประโยชนต์ อ่ ผใู้ ช้
ความหมายและววิ ฒั นาการของคอมพวิ เตอร์
ความหมาย
ของเทคโนโลยีสารสนเทศ
เทคโนโลยีสารสนเทศ
(Information technology : IT )
หมายถึง การนาเทคโนโลยีมาใช้งานที่
เ ก่ี ย ว กั บ ก า ร ป ร ะ ม ว ล ผ ล ข้ อ มู ล เ พื่ อ ใ ห้ ไ ด้ เ ป็ น
สารสนเทศ เป็นเทคโนโลยีที่ใช้เป็นการผสมผสาน
ระหว่างเทคโนโลยที างคอมพิวเตอร์กับเทคโนโลยีการ
สื่อสารเพื่อช่วยในการติดต่อส่ือสารและการส่งผ่าน
ข้อมูลและสารสนเทศให้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น
ความหมายและววิ ฒั นาการของคอมพิวเตอร์
เครอ่ื งคอมพิวเตอร์จะมีวงจรการทางานพ้นื ฐาน 4 รปู แบบ
2. ประมวลผล (Processing)
เครอ่ื งคอมพิวเตอรจ์ ะทาการประมวลผลกับข้อมลู เพอื่ แปลงให้อยูใ่ นรูปอ่ืนตามท่ตี อ้ งการ
1. รับข้อมลู (Input) 3. แสดงผล (Output)
เคร่อื งคอมพิวเตอร์จะทาการรับข้อมูลจากหน่วยรับ เครื่องคอมพิวเตอร์จะให้ผลลัพธ์จากการประมวลผล
ออกมายังหน่วยแสดงผลลัพธ์ (Output unit) เช่น
ขอ้ มูล (Input unit) เชน่ คียบ์ อรด์ หรอื เมาส์ เครือ่ งพิมพ์ หรือจอภาพ
4. เกบ็ ขอ้ มูล (Storage)
เครื่องคอมพิวเตอร์จะทาการเก็บผลลัพธ์จากการ
ประมวลผลไว้ในหน่วยเก็บข้อมูล เพื่อให้สามารถ
นามาใชใ้ หมไ่ ดใ้ นอนาคต
ความหมายและวิวัฒนาการของคอมพวิ เตอร์
วิวฒั นาการของคอมพวิ เตอร์
ต้นกาเนิดของคอมพิวเตอร์อาจกล่าวได้ว่ามาจาก
แนวความคิดของระบบตัวเลข ซึ่งได้พัฒนาเป็นวิธีการคานวณ
ต่าง ๆ รวมทั้งอุปกรณ์ท่ีช่วยในการคานวณอย่างง่าย ๆ คือ
"กระดานคานวณ“ และ "ลูกคิด" ในศตวรรษที่ 17 เครื่อง
ค า น ว ณ แ บ บ ใ ช้ เ ฟื่ อ ง เ ค รื่ อ ง แ ร ก ไ ด้ ก า เ นิ ด ข้ึ น จ า ก นั ก
คณิตศาสตร์ชาวฝรั่งเศษ คือ Blaise Pascal โดยเคร่ืองของ
เขาสามารถคานวณการบวกการลบได้อย่างเท่ียงตรง และใน
ศตวรรษเดียวกันนักคณิตศาสตร์ชาวเยอร์มัน คือ Gottried
Wilhelm von Leibniz ได้สร้างเคร่ืองคิดเลขเคร่ืองแรกที่
สามารถคูณและหารไดด้ ้วย
ความหมายและวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
ววิ ฒั นาการของคอมพวิ เตอร์
ในต้นศตวรรษที่ 19 ชาวฝร่ังเศษชื่อ Joseph
Marie Jacquard ได้พัฒนาเครอ่ื งทอผ้าทส่ี ามารถต้ังโปรแกรม
ได้ โดยเครื่องทอผ้าน้ีใช้บัตร ขนาดใหญ่ซ่ึงได้เจาะรูไว้เพื่อ
ควบคุมรูปแบบของลายที่จะปัก บัตรเจาะรู (punched card)
ที่ Jacquard ใช้นี้ได้ถูกพัฒนาต่อๆมาโดยผู้อ่ืน เพื่อใช้เป็น
อุปกรณ์ป้อนข้อมูล และ โปรแกรมเข้าเคร่ืองคอมพิวเตอร์ใน
ยุคแรกๆ
ความหมายและวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
ววิ ฒั นาการของคอมพวิ เตอร์ ต่อมาในศตวรรษเดียวกัน ชาวอังกฤษช่ือ Charles
Babbage ได้ทาการสร้างเครื่องสาหรับแก้สมการโดยใช้พลังงานไอน้า
เรียกว่า difference engine และถัดจากนั้นได้เสนอทฤษฎีเกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร์สมัยใหม่ เมื่อเขาได้ทาการออกแบบเครื่องจักรสาหรับทา
การวิเคราะห์ (Analytical engine)
โดยใช้พลังงานจาก ไอน้า ซ่ึงได้มีการออกแบบให้ใช้
บัตรเจาะรูของ Jacquard ในการป้อนข้อมูล ทาให้อุปกรณ์ชิ้นน้ีมีหน่วย
รบั ข้อมูล หน่วยประมวลผล หน่วยแสดงผล และหน่วย เก็บข้อมูลสารอง
ค ร บ ต า ม รู ป แ บ บ ข อ ง ค อ ม พิ ว เ ต อ ร์ ส มั ย ใ ห ม่ แ ต่ โ ช ค ไ ม่ ดี ท่ี แ ม้ ว่ า
แนวความคิดของเขาจะถูกต้องแต่เทคโนโลยีในขณะน้ันไม่เอื้ออานวยต่อ
การสร้างเครื่องท่ีสามารถทางานได้จริงอย่างไรก็ดี Charles Babbage ก็
ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาของคอมพิวเตอร์คนแรกและผู้ร่วมงานของ
เขา คือ Augusta Ada Byron ก็ได้รับการยกย่องว่าเป็นนักเขียน
โปรแกรมคนแรกของโลก
ความหมายและววิ ฒั นาการของคอมพวิ เตอร์
ววิ ัฒนาการของคอมพวิ เตอร์
จากน้ันประมาณปี ค.ศ. 1886 Dr.Herman
Hollerith ไ ด้ พั ฒ น า เ ค รื่ อ ง จั ด เ รี ย ง บั ต ร เ จ า ะ รู แ บ บ
electromechanical ขึ้นซึ่งทางานโดยใช้พลังงานไฟฟ้าและ
สามารถทาการ จดั เรียง (Sort) และ คัดเลือก (Select) ข้อมูล
ได้ ต่อมาในปี ค.ศ. 1896 Hollerith ได้ทาการก่อต้ังบริษัท
สาหรับเครื่องจักรในการจัดเรียงชื่อ Tabulating Machine
Company และในปี ค.ศ.1911 Hollerith ได้ขยายกิจการ
โดยเข้าหุ้นกับบริษัทอื่น อีก 2 บริษัทจัดต้ังเป็น บริษัท
Computing - Tabulating - Recording - Company ซ่ึง
ประสบความสาเร็จเป็นอย่างมากและในปี ค.ศ. 1924 ได้
เปลยี่ นชื่อเป็น International Business Corporation หรือท่ี
รู้จกั กนั ต่อมาในช่อื ของบรษิ ัท IBM นั่นเอง
ความหมายและวิวัฒนาการของคอมพวิ เตอร์
ววิ ัฒนาการของคอมพวิ เตอร์
ในปี ค.ศ.1939 Dr. Howard H. Aiken จาก Harvard University ได้ร่วมมือกับบริษัท IBM ออกแบบคอมพิวเตอร์โดยใช้ทฤษฎีของ
Babbage และในปี ค.ศ.1944 Harvard mark I ก็ได้ถือกาเนิดขึ้นเป็นคอมพวิ เตอร์เครื่องแรก ซึ่งมีขนาดยาว 5 ฟตุ ใช้พลังงานไฟฟา้ และใช้ relay
แทนเฟือง แต่ยงั ทางานได้ช้าคือใช้เวลาประมาณ 3-5 วินาทีสาหรับการคณู
การพฒั นาท่ีสาคัญกับ Mark I ได้เกิดขึ้นปี 1946 โดย Jonh Preper Eckert , Jr. และ Dr. Jonh W.Msuchly จาก University
of Pennsylvnia ได้ออกแบบสร้างเครื่อง ENIAC ( Electronic Numeric Integator and Calcuator ) ซึ่งทางานได้เร็วอยู่ในหน่วยของหน่ึงส่วน
ล้านวินาทีในขณะท่ี Mark I ทางานอยู่ในหน่วยของหนึ่งส่วนพันล้านเท่า โดยหัวใจของความสาเร็จน้ีอยู่ที่การใช้หลอดสุญญากาศมาแทนท่ี relay
น่ันเอง และถัดจากน้ัน Mauchly และ Eckert ก็ทาการสร้าง UNIVAC ซ่ึงเป็นคอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เพ่ือการค้าเครื่องแรกของโลก เครื่อง
ENIAC สูง 10 ฟุต กว้าง 10 ฟตุ และยาว 10 ฟุต การพัฒนาที่สาคัญได้เกิดขึ้นมาอีก เมื่อ Jonh von Neumann ซึ่งเป็นท่ีปรึกษา ของโครงการ
ENIAC ได้เสนอแผนสาหรับคอมพิวเตอร์เคร่ืองแรกที่จะทาการเก็บโปรแกรมไว้ในหน่วยโปรแกรมไว้ในหน่วยความจาท่ีเหมือนกับท่ีเก็บข้อมูลซ่ึง
พัฒนาการน้ีทาให้สามารถเปล่ียนวงจรของคอมพิวเตอร์ได้โดยอัตโนมัติแทนท่ีจะต้องทาการเปล่ียนสวิส์ตด้วยมือ เหมือนช่วงก่อน นอกจากนี้ Dr.
Von neumann ยังได้นาระบบเลขฐานสองมาใช้ในคอมพวิ เตอร์ซ่ึงหลักการต่างๆ เหล่านี้ได้ทาให้เคร่อื ง IAS ท่ีสร้างโดย Dr. von Neumann เป็น
เครือ่ งคอมพิวเตอร์เอนกประสงคเ์ คร่อื งแรกของโลกเป็นการเปดิ ศกั ราชของคอมพวิ เตอร์อย่าง แทจ้ รงิ และ ยังได้เปน็ บดิ าคอมพิวเตอร์คนที่ 2
ความหมายและววิ ฒั นาการของคอมพวิ เตอร์
ยุคของคอมพวิ เตอร์ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มีการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง สามารถแบ่งออกได้
โดยแบ่งสว่ นประกอบของฮาร์ดแวร์ (Hardware) เป็น 5 ยุคดังนี้
ยคุ ท่ี 1 (หลอดสุญญากาศ) ปี ค.ศ.1951 – 1958
คอมพวิ เตอร์ในยุคแรกนี้ ใชห้ ลอดสุญญากาศในวงจรอิเลก็ ทรอนิกสข์ องเคร่อื งคอมพวิ เตอร์ ทาให้ต้องการกาลังไฟฟ้าเลี้ยงวงจรท่ีมีปริมาณ
มากและทาให้มคี วามร้อนเกดิ ขึน้ มากจงึ ต้องติดตั้งเคร่ืองในห้องปรับอากาศ ความเร็วในการทางานเป็นวินาที เคร่ืองคอมพิวเตอร์มีขนาดใหญ่ สื่อท่ีใช้
ในการเก็บข้อมูล คือ บัตรเจาะรู ภาษาคอมพิวเตอร์ท่ีใช้ในการเขียนโปรแกรมเพ่ือควบคุมการทางาน คือ ภาษาเคร่ือง ซึ่งเป็นภาษาท่ีใช้รหั ส
เลขฐานสอง ทาให้เขา้ ใจยาก
ความหมายและวิวฒั นาการของคอมพิวเตอร์
ยคุ ของคอมพวิ เตอร์
ยคุ ที่ 2 (ทรานซสิ เตอร์) ปี ค.ศ. 1959 – 1964
เครื่องคอมพิวเตอร์มีขนาดเล็กลง กินไฟน้อยลง ราคาถูกลง เพราะมีการประดิษฐ์ทรานซิสเตอร์ขึ้นมาใช้แทนหลอดสุญญากาศ ทาให้
ทางานได้เร็วข้นึ ความเร็วในการทางานเทา่ กับ 1/103 วนิ าที (มิลลเิ ซคคน่ั ) และได้ผลลพั ธท์ ถี่ ูกต้องมากกว่า ใช้หลอดสุญญากาศทรานซิสเตอร์มีขนาด
เล็กกว่าหลอดสุญญากาศ 200 เท่า และได้มีการสร้างวงแหวนแม่เหล็ก (Magnetic core) มาใช้แทนดรัมแม่เหล็ก (Magnetic drum) เป็น
หนว่ ยความจาภายในซง่ึ ใช้ในการเกบ็ ขอ้ มูลและชุดคาสั่ง ภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้เขียนโปรแกรมในยุคที่ 2 นี้ คือ ภาษาแอสแซมบล้ี (Assembly) ซ่ึง
เป็นภาษาที่ใช้สัญลักษณ์แทนคาส่ังต่าง ๆ ทาให้เขียนโปรแกรมได้ง่ายกว่าภาษาเคร่ืองเคร่ืองคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ เช่น IBM 1620, IBM 401,
Honeywell
ความหมายและวิวัฒนาการของคอมพวิ เตอร์
ยคุ ของคอมพิวเตอร์
ยุคท่ี 3 (วงจรรวม) ปี ค.ศ. 1965 – 1970
เครื่องคอมพิวเตอร์ท่ีถูกพัฒนามาใช้ในยุคน้ีเป็นวงจรรวม หรือ เรียกว่าไอซี (IC : Integrated Circuit) ซ่ึงเป็นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่ถูก
บรรจุลงในแผ่นซลิ ิคอน (Silicon) บาง ๆ ทเ่ี รียกวา่ ซปิ (Chip) ในซิปแต่ละตวั จะประกอบดว้ ยวงจรอเิ ล็กทรอนิกส์หลายพันตัว จงึ ทาให้คอมพิวเตอร์มี
ขนาดเล็กลงกว่าเดิมแต่ความเร็วในการทางานสูงข้ึน ความเร็วในการทางานเป็น 1/106 วินาที่ (ไมโครเซคค่ัน) กินไฟน้อยลงความร้อนลดลงและ
ประสิทธิภาพในการทางานเพ่ิมขึ้น แต่ก่อนที่คอมพิวเตอร์จะเป็นวงจรรวม คอมพิวเตอร์จะถูกออกแบบเพื่อใช้กับงานแต่ละอย่าง เช่น ใช้ในงา น
คานวณหรือใช้กับงานธุรกิจ เมื่อคอมพิวเตอร์ถูกพฒั นามาใช้วงจรรวมก็สามารถใช้กับงานท่ีซับซ้อนได้มากขึ้น IBM 360 เป็นหนึ่งในคอมพวิ เตอร์ท่ีใช้
วงจรรวมท่สี ามารถทางานได้ท้งั การประมวลผลแฟม้ ข้อมลู และวิเคราะห์คา่ ทางคณติ ศาสตร์
ต่อมาบริษัท DEC (Digital Equipment Corporation) ได้หันมามุ่งผลิตคอมพิวเตอร์ขนาดเล็กเพ่ือหลีกเลี่ยงการแข่งขันกับ IBM
มินิคอมพิวเตอร์ (Minicomputer) จึงถูกพัฒนาขึ้นเป็นคร้ังแรก ในช่วงยุคที่ 2 และนิยมใช้กันแพร่หลาย DEC ได้แนะนามินิคอมพิวเตอร์เครื่อง แรก
และ PDP1 เป็นหน่งึ ในมนิ คิ อมพิวเตอร์ยุคแรกท่นี ิยมใช้กนั แพรห่ ลายโดยเฉพาะในกลุ่มของนักวิทยาศาสตร์ นักวิศวกร และนักวิจยั ตาม มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีทางด้านซอฟต์แวร์ก็เกิดข้ึน โปรแกรมมาตรฐานได้ถูกเขียนข้ึนเพ่ือใช้งานกับคอมพิวเตอร์ที่เป็นวงจรรวม และใช้ เครื่องมาหลังจากท่ีได้มี
การปรบั ปรงุ ทางดา้ นฮาร์ดแวร์
ความหมายและวิวฒั นาการของคอมพิวเตอร์
ยคุ ของคอมพวิ เตอร์
ยุคท่ี 3 (วงจรรวม) ปี ค.ศ. 1965 – 1970
ความหมายและววิ ฒั นาการของคอมพวิ เตอร์
ยุคของคอมพิวเตอร์
ยคุ ท่ี 4 (วแี อลเอสไอ) ปี ค.ศ. 1971
ในยุคน้ไี ดม้ กี ารพัฒนาเอาวงจรรวมหลาย ๆ วงจรมารวมเป็นวงจรขนาดใหญ่ เรียกว่า LSI (Large Scalue Integrated) ลงในซิปแต่ละอัน
บริษัทอินเทล (Intel) ได้สร้างไมโครโปรเซสเซอร์ (Microprocessor) ซึ่งเป็นซิป 1 อัน ท่ีประกอบด้วยวงจรท้ังหมดที่ต้องใช้ในการประมวลผล
โปรแกรมไมโครโปรเซสเซอร์ซปิ ทใ่ี ช้ในเครื่องพซี ี (PC : Personal Computer) มีขนาดกระทัดรัดประกอบด้วยส่วนประกอบของ ซีพียู (CPU) 2 ส่วน
คือ หนว่ ยควบคุม (Control Unit) และ หนว่ ยคานวณและตรรกะ (Arithmetic / Logic Unit)
ปัจจุบันได้มีการสร้างวงจรอิเล็กทรอนิกส์หลายหมื่นวงจรรวมอยู่ในซิปเดียว เป็นวงจร LSI (Large Scalue Integrated) และ VLSI (Very
Large Scale Integrated) ในยุคน้ีได้มีการสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ทั้งขนาดเล็ก ขนาดกลาง และขนาดใหญ่ ได้แก่ ไมโครคอมพิวเตอร์
มินิคอมพิวเตอร์ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ และซุปเปอร์คอมพิวเตอร์ โดยเฉพาะเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ได้รับความนิยมมาก เพราะมีขนาด เล็ก
กระทดั รดั และราคาถกู แตม่ ปี ระสิทธิภาพเพ่มิ ขนึ้ ทางานเร็วขึ้น ความเร็วในการทางานเป็น 1/109 วินาที (นาโนเซคคั่น) และ 1/1012 วินาที (พิโคเซ
คนั่ ) นอกจากน้ีวงจร LSI ยังได้ถกู นาไปใชก้ บั เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ขนาดใหญ่เปน็ การลด ค่าใช้จา่ ยพร้อมกบั เพิม่ ประสทิ ธภิ าพในการทางาน
ความหมายและววิ ฒั นาการของคอมพวิ เตอร์
ยคุ ของคอมพวิ เตอร์
ยคุ ท่ี 4 (วแี อลเอสไอ) ปี ค.ศ. 1971
ความหมายและวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
ยุคของคอมพวิ เตอร์
ยคุ ที่ 5 (เครือขา่ ย) ปี ค.ศ. 1980 - 1989
ในยุคท่ี 4 และยุคที่ 5 ก็จัดเป็นยุคของคอมพิวเตอร์ในปัจจุบันแต่ในยุคท่ี 5 น้ีมีการใช้คอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยการจัดการและนามาใช้
สนับสนุนการตดั สนิ ใจของผบู้ ริหารจึงเกดิ สาขา MIS (Management Information System) ขึ้น
ในปี ค.ศ 1980 ญี่ปุ่นได้พยายามท่ีจะสร้างเคร่ืองคอมพิวเตอร์ให้สามารถคิดและ ตัดสินใจได้เอง โดยสร้างเครื่องคอมพิวเตอร์ให้มี
“สตปิ ัญญา” เพอ่ื ใช้ในการตัดสนิ ใจแทนมนุษย์จึงเกิดสาขาใหม่ขึ้นเรียกว่า สาขาปัญญาประดิษฐ์ (AI : Artificial Intelligence) สาขาปัญญาประดิษฐ์
เป็นสาขาที่เน้นถึงความพยายามในการนาเอากระบวนการทางความคิดของมนุษย์มาใช้ในการ แก้ปัญหาด้วยระบบคอมพิวเตอร์ นอกจากน้ีมีการ
ตื่นตวั ในการจดั เก็บข้อมูลเปน็ ระบบฐานขอ้ มูล (Database) การนาคอมพวิ เตอร์มาใช้กับงานทางด้านกราฟกิ และมีการพัฒนาซอฟต์แวร์ (Software)
เพือ่ ใชก้ บั งานเฉพาะอยา่ ง เชน่ งานการเงนิ งานงบประมาณ งานบญั ชี งานสต๊อกสินคา้ เป็นต้น
ความหมายและวิวัฒนาการของคอมพิวเตอร์
ยคุ ของคอมพวิ เตอร์
ยคุ ที่ 5 (เครือขา่ ย) ปี ค.ศ. 1980 - 1989
ความหมายและววิ ฒั นาการของคอมพวิ เตอร์