วัวัน วัวั ออกพรรษา นางสาวยุพาพร จันทะมาตร ตำ แหน่ง บรรณารักษ์ นางสาวยุพาพร จันทะมาตร ตำ แหน่ง บรรณารักษ์ ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำ เภอเมืองมหาสารคาม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำ เภอเมืองมหาสารคาม สังกัด สำ นักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดมหาสารคาม ห้องสมุดประชาชน “เฉลิมราชกุมารี” อำ เภอเมืองมหาสารคาม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำ เภอเมืองมหาสารคาม สังกัด สำ นักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดมหาสารคาม
วัวัน วัวั ออกพรรษา วันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นสำ คัญวันหนึ่งของ พระภิกษุสงฆ์ คือ เป็นวันสิ้นสุดการจำ พรรษา หรือออกจากพรรษาที่ได้ อธิษฐานเข้าจำ พรรษาตลอดระยะเวลา 3 เดือน ในวันออกพรรษาในพระ ไตรปิฎกกล่าวไว้ว่า เป็นวันที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์มายังโลกมนุษย์ หลังจากที่พระองค์ได้เสด็จไปจำ พรรษา และแสดง พระธรรมเทศนาโปรดเทพบุตรพุทธมารดา ซึ่งอยู่สวรรค์ชั้นดุสิต แต่ลงมา ฟังพระธรรมเทศนาที่ชั้นดาวดึงส์ วันออกพรรษา หมายถึงวันที่พ้นจากข้อกำ หนดทางพระวินัยที่ต้องอยู่ ประจำ ที่หรือในวัดแห่งเดียวตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน กล่าวคือ เมื่อพระ ภิกษุได้อธิษฐานอยู่จำ พรรษาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 แล้วอยู่ประจำ ที่หรือ วัดนั้นเรื่อยไป จนสิ้นสุดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หลังจากวันออกพรรษา แล้วก็สามารถจาริกไปค้างแรมที่อื่นได้ วันออกพรรษา เรียกว่าอย่างหนึ่งว่า “วันปวารณา” หรือ “วันมหา ปวารณา” คือวันที่พระสงฆ์ทำ ปวารณากรรม คือเปิดโอกาสให้เพื่อนพระ ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันด้วยเมตตาจิตได้ เมื่อได้เห็นได้ทั้งหรือสงสัยใน พฤติกรรมของกันและกัน วันออกพรรษา ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นสำ คัญวันหนึ่งของ พระภิกษุสงฆ์ คือ เป็นวันสิ้นสุดการจำ พรรษา หรือออกจากพรรษาที่ได้ อธิษฐานเข้าจำ พรรษาตลอดระยะเวลา 3 เดือน ในวันออกพรรษาในพระ ไตรปิฎกกล่าวไว้ว่า เป็นวันที่ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์มายังโลกมนุษย์ หลังจากที่พระองค์ได้เสด็จไปจำ พรรษา และแสดง พระธรรมเทศนาโปรดเทพบุตรพุทธมารดา ซึ่งอยู่สวรรค์ชั้นดุสิต แต่ลงมา ฟังพระธรรมเทศนาที่ชั้นดาวดึงส์ วันออกพรรษา หมายถึงวันที่พ้นจากข้อกำ หนดทางพระวินัยที่ต้องอยู่ ประจำ ที่หรือในวัดแห่งเดียวตลอด 3 เดือน ในฤดูฝน กล่าวคือ เมื่อพระ ภิกษุได้อธิษฐานอยู่จำ พรรษาในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 8 แล้วอยู่ประจำ ที่หรือ วัดนั้นเรื่อยไป จนสิ้นสุดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 หลังจากวันออกพรรษา แล้วก็สามารถจาริกไปค้างแรมที่อื่นได้ วันออกพรรษา เรียกว่าอย่างหนึ่งว่า “วันปวารณา” หรือ “วันมหา ปวารณา” คือวันที่พระสงฆ์ทำ ปวารณากรรม คือเปิดโอกาสให้เพื่อนพระ ภิกษุว่ากล่าวตักเตือนกันด้วยเมตตาจิตได้ เมื่อได้เห็นได้ทั้งหรือสงสัยใน พฤติกรรมของกันและกัน ประวัวัวัติวัติติแติละความเป็ป็ป็ น ป็ นมาวัวัวันวัออกพรรษา
วัวัน วัวั ออกพรรษา ในพรรษาที่ 7 นับแต่ปีที่ตรัสรู้ พระพุทธองค์จึงได้เสด็จขึ้นไปจำ พรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทศนาพระอภิธรรมปิฎกโปรดพระพุทธ มารดาอยู่หนึ่งพรรษา (3เดือน) ครั้นถึงวันปวารณาออกพรรษา วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 พระพุทธองค์จึงเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ทางบันไดทิพย์ ทั้ง 3 ได้แก่ บันไดเงิน และ บันไดทอง และ บันไดแก้ว ซึ่งสักกเทวราช (พระอินทร์) ให้พระวิษณุกรรมเนรมิตทอดจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สู่โลก มนุษย์ ที่ ประตูเมืองสังกัสนคร ที่นั้นบรรดาพุทธศาสนิกชนต่างมารอรับ ตักบาตรภัตตาหารกันอย่างเนืองแน่นชาวพุทธจึงยึดถือปรากฎการณ์ในวัน แรม1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงสู่โลก มนุษย์ เรียก “วันเทโวโรหณะ” และ วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก เพราะวัน นั้นโลกทั้ง 3 คือ สวรรค์ มนุษย์ และ บาดาล (นรก) ต่างสามารถแลเห็น กันได้ตลอดทั้ง 3 โลก เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประทับจำ พรรษาอยู่ ณ พระเชตุวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี มีพระภิกษุเหล่านั้นเกรงจะเกิดการขัดแย้งกันจนอยู่ไม่สุขตลอด พรรษา จึงได้ตั้งกติกาว่าจะไม่พูดจากัน (มูควัตร) เมื่อถึงวันออกพรรษาพระ ภิกษุเหล่านั้นก็พากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระเชตวันมหาวิหาร กราบทูลเรื่องทั้งหมดให้ทรงทราบ พระพุทธเจ้าทรงตำ หนิ แล้วทรงมีพระ บรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุกระทำ การปวารณาต่อกันว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายผู้จำ พรรษาแล้วปวารณากัน ในสามลักษณะ คือด้วยการเห็นก็ดี ด้วยการได้ยินก็ดี ด้วยการสงสัยก็ดี” ในพรรษาที่ 7 นับแต่ปีที่ตรัสรู้ พระพุทธองค์จึงได้เสด็จขึ้นไปจำ พรรษาบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เทศนาพระอภิธรรมปิฎกโปรดพระพุทธ มารดาอยู่หนึ่งพรรษา (3เดือน) ครั้นถึงวันปวารณาออกพรรษา วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 พระพุทธองค์จึงเสด็จลงสู่โลกมนุษย์ทางบันไดทิพย์ ทั้ง 3 ได้แก่ บันไดเงิน และ บันไดทอง และ บันไดแก้ว ซึ่งสักกเทวราช (พระอินทร์) ให้พระวิษณุกรรมเนรมิตทอดจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์สู่โลก มนุษย์ ที่ ประตูเมืองสังกัสนคร ที่นั้นบรรดาพุทธศาสนิกชนต่างมารอรับ ตักบาตรภัตตาหารกันอย่างเนืองแน่นชาวพุทธจึงยึดถือปรากฎการณ์ในวัน แรม1 ค่ำ เดือน 11 ของทุกปี เป็นวันคล้ายวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงสู่โลก มนุษย์ เรียก “วันเทโวโรหณะ” และ วันพระพุทธเจ้าเปิดโลก เพราะวัน นั้นโลกทั้ง 3 คือ สวรรค์ มนุษย์ และ บาดาล (นรก) ต่างสามารถแลเห็น กันได้ตลอดทั้ง 3 โลก เมื่อพระพุทธเจ้าทรงประทับจำ พรรษาอยู่ ณ พระเชตุวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี มีพระภิกษุเหล่านั้นเกรงจะเกิดการขัดแย้งกันจนอยู่ไม่สุขตลอด พรรษา จึงได้ตั้งกติกาว่าจะไม่พูดจากัน (มูควัตร) เมื่อถึงวันออกพรรษาพระ ภิกษุเหล่านั้นก็พากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่พระเชตวันมหาวิหาร กราบทูลเรื่องทั้งหมดให้ทรงทราบ พระพุทธเจ้าทรงตำ หนิ แล้วทรงมีพระ บรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุกระทำ การปวารณาต่อกันว่า “ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายผู้จำ พรรษาแล้วปวารณากัน ในสามลักษณะ คือด้วยการเห็นก็ดี ด้วยการได้ยินก็ดี ด้วยการสงสัยก็ดี” ประวัวัวัติวัติติแติละความเป็ป็ป็ น ป็ นมาวัวัวันวัออกพรรษา (ต่ต่ ต่ อ ต่ อ)
วัวัน วัวั ออกพรรษา วันออกพรรษา เป็นวันสำ คัญของพุทธศาสนา ด้วยเหตุผลดังนี้ 1. หลังจากวันออกพรรษาพระสงฆ์ได้รับพระบรมพุทธานุญาตให้จาริก ไปค้างแรมที่อื่นได้ 2. เมื่อออกพรรษาแล้วพระสงฆ์จะได้นำ ความรู้จากหลักธรรมและ ประสบการณ์ที่ได้รับระหว่างพรรษาไปเผยแผ่แก่ประชาชน 3. ในวันออกพรรษาพระสงฆ์ได้ทำ ปวารณา เปิดโอกาสให้เพื่อน พระภิกษุว่ากล่าวตักเตือนเรื่องความประพฤติของตนเพื่อให้เกิด ความบริสุทธิ์ ความเคารพนับถือและความสามัคคีกัน 4. พุทธศาสนิกชนได้นำ แบบอย่างไปทำ ปวารณาเปิดโอกาสให้ผู้อื่น ว่ากล่าว ตักเตือนตนเองเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาตนและ สร้างสรรค์สังคมต่อไป วันออกพรรษา เป็นวันสำ คัญของพุทธศาสนา ด้วยเหตุผลดังนี้ 1. หลังจากวันออกพรรษาพระสงฆ์ได้รับพระบรมพุทธานุญาตให้จาริก ไปค้างแรมที่อื่นได้ 2. เมื่อออกพรรษาแล้วพระสงฆ์จะได้นำ ความรู้จากหลักธรรมและ ประสบการณ์ที่ได้รับระหว่างพรรษาไปเผยแผ่แก่ประชาชน 3. ในวันออกพรรษาพระสงฆ์ได้ทำ ปวารณา เปิดโอกาสให้เพื่อน พระภิกษุว่ากล่าวตักเตือนเรื่องความประพฤติของตนเพื่อให้เกิด ความบริสุทธิ์ ความเคารพนับถือและความสามัคคีกัน 4. พุทธศาสนิกชนได้นำ แบบอย่างไปทำ ปวารณาเปิดโอกาสให้ผู้อื่น ว่ากล่าว ตักเตือนตนเองเพื่อประโยชน์ต่อการพัฒนาตนและ สร้างสรรค์สังคมต่อไป ความสำสำสำสำคัคัคัญคัวัวัวันวัออกพรรษา
วัวัน วัวั ออกพรรษา ในวันออกพรรษา มีหลักธรรมสำ คัญที่ควรนำ ไปปฏิบัติ คือ ปวารณา การเปิดโอกาสให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนตนเองได้ ในการปวารณานี้อาจแบ่ง บุคคลออกเป็น 2 ฝ่าย คือ 1. ผู้ว่ากล่าวตักเตือน จะต้องเป็นผู้มีเมตตา ปรารถนาดีต่อผู้ที่ตนว่า กล่าวตักเตือน เรียกว่ามีเมตตาทางกาย ทางวาจา และทางใจ 2. ผู้ถูกว่ากล่าวตักเตือน ต้องมีใจกว้าง มองเห็นความปรารถนาดีของผู้ ตักเตือน ดีใจดังมีผู้มาบอกขุมทรัพย์ให้ การปวารณา จึงเป็น คุณธรรมสร้างความสมัครสมานสามัคคีและดำ รงความบริสุทธิ์ หมดจดไว้ในสังคมพระสงฆ์ การปวารณา แม้จะเป็นสังฆกรรมของ สงฆ์ ก็อาจนำ มาประยุกต์ใช้กับสังคมชาวบ้าน เช่น การปวารณากัน ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ในสถานศึกษา ในสถานที่ทำ งาน พนักงานในห้างร้าน บริษัทและหน่วยงานราชการ ในวันออกพรรษา มีหลักธรรมสำ คัญที่ควรนำ ไปปฏิบัติ คือ ปวารณา การเปิดโอกาสให้ผู้อื่นว่ากล่าวตักเตือนตนเองได้ ในการปวารณานี้อาจแบ่ง บุคคลออกเป็น 2 ฝ่าย คือ 1. ผู้ว่ากล่าวตักเตือน จะต้องเป็นผู้มีเมตตา ปรารถนาดีต่อผู้ที่ตนว่า กล่าวตักเตือน เรียกว่ามีเมตตาทางกาย ทางวาจา และทางใจ 2. ผู้ถูกว่ากล่าวตักเตือน ต้องมีใจกว้าง มองเห็นความปรารถนาดีของผู้ ตักเตือน ดีใจดังมีผู้มาบอกขุมทรัพย์ให้ การปวารณา จึงเป็น คุณธรรมสร้างความสมัครสมานสามัคคีและดำ รงความบริสุทธิ์ หมดจดไว้ในสังคมพระสงฆ์ การปวารณา แม้จะเป็นสังฆกรรมของ สงฆ์ ก็อาจนำ มาประยุกต์ใช้กับสังคมชาวบ้าน เช่น การปวารณากัน ระหว่างสมาชิกในครอบครัว ในสถานศึกษา ในสถานที่ทำ งาน พนักงานในห้างร้าน บริษัทและหน่วยงานราชการ หลัลัลักลัธรรมที่ที่ ที่ ค ที่ ควรปฏิฏิฏิบัฏิบับัติบัติติใตินวัวัวันวัออกพรรษา
วัวัน วัวั ออกพรรษา การประกอบพิธีในวันนี้ พุทธศาสนิกชนจะนิยมทำ บุญเป็นกรณีพิเศษ เช่นตักบาตรในตอนเช้า ถวายสังฆทาน ไปทำ บุญที่วัด ถวายภัตตาหาร ฟัง พระธรรมเทศนา และมีการตักบาตรเทโวในวันรุ่งขึ้น กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันออกพรรษา 1. ทำ บุญตักบาตร อุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ที่ล่วงลับ 2. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา 3. ร่วมกุศลกรรม "ตักบาตรเทโว" 4. ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน และสถานที่ราชการ และประดับธงชาติและธงธรรมจักตามวัดและ สถานที่สำ คัญทางพระพุทธศาสนา 5. ตามสถานที่ราชการ สถานที่ศึกษาและที่วัด ควรจัดให้มี นิทรรศการ การบรรยาย ฉายสไลด์ หรือบรรยาธรรม เกี่ยวกับวัน ออกพรรษา ฯลฯ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ที่สนใจทั่วไป การประกอบพิธีในวันนี้ พุทธศาสนิกชนจะนิยมทำ บุญเป็นกรณีพิเศษ เช่นตักบาตรในตอนเช้า ถวายสังฆทาน ไปทำ บุญที่วัด ถวายภัตตาหาร ฟัง พระธรรมเทศนา และมีการตักบาตรเทโวในวันรุ่งขึ้น กิจกรรมต่างๆ ที่ควรปฏิบัติในวันออกพรรษา 1. ทำ บุญตักบาตร อุทิศส่วนกุศลให้แก่ญาติผู้ที่ล่วงลับ 2. ไปวัดเพื่อปฏิบัติธรรม ฟังพระธรรมเทศนา 3. ร่วมกุศลกรรม "ตักบาตรเทโว" 4. ปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาด ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน และสถานที่ราชการ และประดับธงชาติและธงธรรมจักตามวัดและ สถานที่สำ คัญทางพระพุทธศาสนา 5. ตามสถานที่ราชการ สถานที่ศึกษาและที่วัด ควรจัดให้มี นิทรรศการ การบรรยาย ฉายสไลด์ หรือบรรยาธรรม เกี่ยวกับวัน ออกพรรษา ฯลฯ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนและผู้ที่สนใจทั่วไป การประกอบพิพิพิธีพิธี ธีใธี นวัวัวันวัออกพรรษา
วัวัน วัวั ออกพรรษา การตักบาตรเทโว จะกระทำ ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 คือหลังออก พรรษาแล้ว 1 วัน ประวัติความเป็นมาของประเพณีการตักบาตรเทโว ในสมัยพุทธกาล เมื่อ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมและเสด็จขึ้น ไปโปรดพระพุทธมารดาโดยจำ พรรษา อยู่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเวลา 1 พรรษา และเมื่อออกพรรษาแล้ว พระองค์ได้เสด็จกลับยังโลกมนุษย์ ณ เมืองสังกัสสนคร การที่พระพุทธองค์ทรงเสด็จลงมาจากชั้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เรียกตาม ศัพท์ภาษาบาลีว่า "เทโวโรหณะ"ในครั้งนั้นบรรดาพุทธศาสนิกชนผู้มีความ ศรัทธาเลื่อมใส เมื่อทราบข่าวต่างพร้อมใจกันไปรอตักบาตรเพื่อรับเสด็จ กันอย่างเนืองแน่น จนถือเป็นประเพณีตักบาตรเทโวปฏิบัติสืบทอดกันมา จนตราบเท่าทุกวันนี้ การตักบาตรเทโว จะกระทำ ในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 คือหลังออก พรรษาแล้ว 1 วัน ประวัติความเป็นมาของประเพณีการตักบาตรเทโว ในสมัยพุทธกาล เมื่อ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมและเสด็จขึ้น ไปโปรดพระพุทธมารดาโดยจำ พรรษา อยู่ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นเวลา 1 พรรษา และเมื่อออกพรรษาแล้ว พระองค์ได้เสด็จกลับยังโลกมนุษย์ ณ เมืองสังกัสสนคร การที่พระพุทธองค์ทรงเสด็จลงมาจากชั้นสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เรียกตาม ศัพท์ภาษาบาลีว่า "เทโวโรหณะ"ในครั้งนั้นบรรดาพุทธศาสนิกชนผู้มีความ ศรัทธาเลื่อมใส เมื่อทราบข่าวต่างพร้อมใจกันไปรอตักบาตรเพื่อรับเสด็จ กันอย่างเนืองแน่น จนถือเป็นประเพณีตักบาตรเทโวปฏิบัติสืบทอดกันมา จนตราบเท่าทุกวันนี้ พิพิพิธีพิธี ธี ที่ ธี ที่ ที่ เ ที่ เกี่กี่ กี่ ย กี่ ยวข้ข้ข้อข้งกักักับกัวัวัวันวัออกพรรษา 1.ประเพณีณี ณี ตั ณี ตัตักตับาตรเทโว
วัวัน วัวั ออกพรรษา ประวัติการ ทอดกฐิน ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ พระเชต วนาราม ซึ่งเป็นพระอารามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้สร้างถวายเป็นพุทธ นิวาส ได้มีภิกษุ 30 รูป ชาวเมืองปาฐา ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันตกในแคว้น โกศล เดินทางมาหมายจะเฝ้าพระพุทธองค์ที่เมืองสาวัตถี แต่มาไม่ทัน เพราะใกล้ถึงวันเข้าพรรษา จึงเข้าพักจำ พรรษา ณ เมืองสาเกต อันมีระยะ ทางห่างจากเมืองสาวัตถีราว 6 โยชน์ ภิกษุทั้ง 30 รูป ล้วนแต่เป็นผู้เคร่งครัดปฏิบัติธุดงค์และต่างมีความ ศรัทธาอย่างแรงกล้าที่จะ ได้เฝ้าพระบรมศาสดา เมื่อถึงวันออกพรรษาแล้ว ก็รีบเดินทางไปยังเมืองสาวัตถีโดยไม่มีการรั้งรอแม้ว่ายังเป็นช่วงที่ฝนยัง ตกหนักน้ำ ท่วมอยู่ทั่วไป แม้จะต้องฝ่าแดดกรำ ฝน ลุยฝน อย่างไรก็ไม่ย่อท้อ เมื่อภิกษุทั้ง 30 รูป ได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดาสมความตั้งใจแล้ว ครั้นพระองค์ตรัสรู้ถามจึงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ จึงตรัสธรรมมิกถา ภิกษุเหล่านั้นก็ได้สำ เร็จพระอรหันต์ผลในลำ ดับนั้น พระบรมศาสดาดำ ริถึงความยากลำ บากของภิกษุเหล่านั้น จึงเรียกประชุมภิกษุ สงฆ์ แล้วตรัสอนุญาตให้ภิกษุรับผ้ากฐินได้ สำ หรับในเมืองได้ผ่านวันออก พรรษาแล้ว นางวิสาขาได้ทราบพุทธานุญาตและได้เป็นผู้ถวายผ้ากฐินเป็น คนแรก ประวัติการ ทอดกฐิน ในสมัยพุทธกาล เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าประทับ ณ พระเชต วนาราม ซึ่งเป็นพระอารามที่อนาถบิณฑิกเศรษฐีได้สร้างถวายเป็นพุทธ นิวาส ได้มีภิกษุ 30 รูป ชาวเมืองปาฐา ซึ่งอยู่ด้านทิศตะวันตกในแคว้น โกศล เดินทางมาหมายจะเฝ้าพระพุทธองค์ที่เมืองสาวัตถี แต่มาไม่ทัน เพราะใกล้ถึงวันเข้าพรรษา จึงเข้าพักจำ พรรษา ณ เมืองสาเกต อันมีระยะ ทางห่างจากเมืองสาวัตถีราว 6 โยชน์ ภิกษุทั้ง 30 รูป ล้วนแต่เป็นผู้เคร่งครัดปฏิบัติธุดงค์และต่างมีความ ศรัทธาอย่างแรงกล้าที่จะ ได้เฝ้าพระบรมศาสดา เมื่อถึงวันออกพรรษาแล้ว ก็รีบเดินทางไปยังเมืองสาวัตถีโดยไม่มีการรั้งรอแม้ว่ายังเป็นช่วงที่ฝนยัง ตกหนักน้ำ ท่วมอยู่ทั่วไป แม้จะต้องฝ่าแดดกรำ ฝน ลุยฝน อย่างไรก็ไม่ย่อท้อ เมื่อภิกษุทั้ง 30 รูป ได้เข้าเฝ้าพระบรมศาสดาสมความตั้งใจแล้ว ครั้นพระองค์ตรัสรู้ถามจึงได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ จึงตรัสธรรมมิกถา ภิกษุเหล่านั้นก็ได้สำ เร็จพระอรหันต์ผลในลำ ดับนั้น พระบรมศาสดาดำ ริถึงความยากลำ บากของภิกษุเหล่านั้น จึงเรียกประชุมภิกษุ สงฆ์ แล้วตรัสอนุญาตให้ภิกษุรับผ้ากฐินได้ สำ หรับในเมืองได้ผ่านวันออก พรรษาแล้ว นางวิสาขาได้ทราบพุทธานุญาตและได้เป็นผู้ถวายผ้ากฐินเป็น คนแรก พิพิพิธีพิธี ธี ที่ ธี ที่ ที่ เ ที่ เกี่กี่ กี่ ย กี่ ยวข้ข้ข้อข้งกักักับกัวัวัวันวัออกพรรษา 2. พิพิพิธีพิธี ธี ท ธี ทอดกฐิฐิฐินฐิ
วัวัน วัวั ออกพรรษา ประวัติ ความเป็นมา ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งที่พระบรมศาสดายังมิได้ทรงอนุญาตให้ พระภิกษุทั้งหลายรับจีวรจาก ชาวบ้าน พระภิกษุเหล่านั้นจึงต้องเที่ยวเก็บผ้า ที่เขาทิ้งแล้ว เช่นผ้าเปรอะเปื้อนที่ชาวบ้านไม่ต้องการนำ มาทิ้งไว้ ผ้าที่ห่อ ศพ ฯลฯ เมื่อรวบรวมผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยพอแก่ความต้องการแล้ว จึงนำ มา ทำ ความสะอาด ตัดเย็บ ย้อม เพื่อทำ เป็นจีวร สบง หรือสังฆาฏิ ผืนใดผืน หนึ่ง การทำ จีวรของภิกษุในสมัยพุทธกาลจึงค่อนข้างยุ่งยากหรือเป็นงาน ใหญ่ ดังที่กล่าวไว้แล้วในเรื่องพิธีทอดกฐิน ครั้นชาวบ้านทั้งหลายเห็นความยากลำ บากของพระสงฆ์ต้องการนำ ผ้า มาถวาย แต่เมื่อยังไม่มีพุทธานุญาตโดยตรง จึงนำ ผ้าไปทอดทิ้งไว้ ณ ที่ ต่างๆ เช่น ในป่า ตามป่าช้า หรือข้างทางเดิน เมื่อภิกษุสงฆ์มาพบ ก็นำ เอา มาทำ เป็นสบง จีวร พิธีการทอดผ้าก็มีความเป็นมาด้วยประการฉะนี้ สำ หรับในเมืองไทย พิธีทอดผ้าป่าได้รับรื้อฟื้นขึ้นในสมัยพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ด้วยทรงพระประสงค์จะรักษา ขนบธรรมเนียมประเพณีในทางพระศาสนา ประวัติ ความเป็นมา ในสมัยพุทธกาล เมื่อครั้งที่พระบรมศาสดายังมิได้ทรงอนุญาตให้ พระภิกษุทั้งหลายรับจีวรจาก ชาวบ้าน พระภิกษุเหล่านั้นจึงต้องเที่ยวเก็บผ้า ที่เขาทิ้งแล้ว เช่นผ้าเปรอะเปื้อนที่ชาวบ้านไม่ต้องการนำ มาทิ้งไว้ ผ้าที่ห่อ ศพ ฯลฯ เมื่อรวบรวมผ้าชิ้นเล็กชิ้นน้อยพอแก่ความต้องการแล้ว จึงนำ มา ทำ ความสะอาด ตัดเย็บ ย้อม เพื่อทำ เป็นจีวร สบง หรือสังฆาฏิ ผืนใดผืน หนึ่ง การทำ จีวรของภิกษุในสมัยพุทธกาลจึงค่อนข้างยุ่งยากหรือเป็นงาน ใหญ่ ดังที่กล่าวไว้แล้วในเรื่องพิธีทอดกฐิน ครั้นชาวบ้านทั้งหลายเห็นความยากลำ บากของพระสงฆ์ต้องการนำ ผ้า มาถวาย แต่เมื่อยังไม่มีพุทธานุญาตโดยตรง จึงนำ ผ้าไปทอดทิ้งไว้ ณ ที่ ต่างๆ เช่น ในป่า ตามป่าช้า หรือข้างทางเดิน เมื่อภิกษุสงฆ์มาพบ ก็นำ เอา มาทำ เป็นสบง จีวร พิธีการทอดผ้าก็มีความเป็นมาด้วยประการฉะนี้ สำ หรับในเมืองไทย พิธีทอดผ้าป่าได้รับรื้อฟื้นขึ้นในสมัยพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ด้วยทรงพระประสงค์จะรักษา ขนบธรรมเนียมประเพณีในทางพระศาสนา พิพิพิธีพิธี ธี ที่ ธี ที่ ที่ เ ที่ เกี่กี่ กี่ ย กี่ ยวข้ข้ข้อข้งกักักับกัวัวัวันวัออกพรรษา 3. พิพิพิธีพิธี ธี ท ธี ทอดผ้ผ้ผ้าผ้ป่ป่ ป่ า ป่ า
วัวัน วัวั ออกพรรษา ประเพณีการเทศน์มหาชาติจัดเป็นการทำ บุญที่สำ คัญและมีความ หมายที่สุดในสังคม ไทย เนื่องจากเป็นประเพณีของพุทธศาสนิกชนชาว ไทยที่ทำ สืบเนื่องมาแต่โบราณจนถึง ปัจจุบันเพราะความเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้ ฟังเทศน์มหาชาติแล้วจะได้กุศลแรงหากใครตั้งใจฟังให้จบใน วันเดียวจะ ได้เกิดร่วมและพบพระศรีอริยเมตตรัยโพธิสัตว์ซึ่งจะมาตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้าในอนาคต ในท้องถิ่น โดยฌแพาะในเขตภาคอีสานถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ สำ คัญที่สุดของปีจะจัดขึ้นใน ราวเดือน 4 เรียกว่า บุญพระเวส ทั้งยังมี ประเพณีเกี่ยวเนื่องกับเทศกาลนี้ด้วย เช่น พิธีแห่พระเวสเข้าเมืองและพิธี แห่ข้าวพันก้อนเพื่อบูชาคาถาพัน ทางภาคเหนือ ก็ให้ ความสำ คัญกับการ เทศน์มหาชาติมาก เห็นได้จากมีประเพณีสร้างหลาบเงินหรือแผ่นเงินแกะ ลาย แขวนห้อยรอบฉัตร ถวายเป็นเครื่องขันธ์ตั้งธรรมหลวงในงาน ทางภาค ใต้นั้นประเพณีเทศน์มหาชาติได้ คลี่คลายไป เป็นประเพณีสวดด้านซึ่ง คล้ายคลึงกับการสวดโอ้เอ้วิหารรายอย่างกรุงเทพฯ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ประเพณีการเทศน์มหาชาติจัดเป็นการทำ บุญที่สำ คัญและมีความ หมายที่สุดในสังคม ไทย เนื่องจากเป็นประเพณีของพุทธศาสนิกชนชาว ไทยที่ทำ สืบเนื่องมาแต่โบราณจนถึง ปัจจุบันเพราะความเชื่อว่าถ้าผู้ใดได้ ฟังเทศน์มหาชาติแล้วจะได้กุศลแรงหากใครตั้งใจฟังให้จบใน วันเดียวจะ ได้เกิดร่วมและพบพระศรีอริยเมตตรัยโพธิสัตว์ซึ่งจะมาตรัสรู้เป็น พระพุทธเจ้าในอนาคต ในท้องถิ่น โดยฌแพาะในเขตภาคอีสานถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ สำ คัญที่สุดของปีจะจัดขึ้นใน ราวเดือน 4 เรียกว่า บุญพระเวส ทั้งยังมี ประเพณีเกี่ยวเนื่องกับเทศกาลนี้ด้วย เช่น พิธีแห่พระเวสเข้าเมืองและพิธี แห่ข้าวพันก้อนเพื่อบูชาคาถาพัน ทางภาคเหนือ ก็ให้ ความสำ คัญกับการ เทศน์มหาชาติมาก เห็นได้จากมีประเพณีสร้างหลาบเงินหรือแผ่นเงินแกะ ลาย แขวนห้อยรอบฉัตร ถวายเป็นเครื่องขันธ์ตั้งธรรมหลวงในงาน ทางภาค ใต้นั้นประเพณีเทศน์มหาชาติได้ คลี่คลายไป เป็นประเพณีสวดด้านซึ่ง คล้ายคลึงกับการสวดโอ้เอ้วิหารรายอย่างกรุงเทพฯ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม พิพิพิธีพิธี ธี ที่ ธี ที่ ที่ เ ที่ เกี่กี่ กี่ ย กี่ ยวข้ข้ข้อข้งกักักับกัวัวัวันวัออกพรรษา 4. ประเพณีณี ณี ก ณี การเทศน์น์ น์ ม น์ มหาชาติติติติ
วัวัน วัวั ออกพรรษา วันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันสิ้นสุดการจำ พรรษาของพระ ภิกษุสงฆ์ที่ร่วมกันในวัดหรือสถานที่ซึ่ง อธิษฐานเข้าตลอดระยะเวลา 3 เดือน ในวันนี้พระสงฆ์จะประกอบพิธีทำ สังฆกรรม ซึ่งเรียกว่า วันมหา ปวารณา คือ วันที่พระภิกษุ์สงฆ์ทุกรูปจะอนุญาตให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ในเรื่องราวเกี่ยวกับความประพฤติต่างๆ นับตั้งแต่พระสังฆเถระ ได้แก่ พระภิกษุ์ผู้ที่มีอาวุโสสูงลงมา จะสามารถว่ากล่าวตักเตือนหรือเปิดโอกาสให้ ซักถามข้อสงสัยซึ่งกันและกัน การกระทำ มหาปวารณา เป็นการสังฆกรรมอย่างหนึ่งแทนการสวดพระ ปาฏิโมกข์ (พระวินัย) ที่ได้กระทำ กันทุกๆ 15 วันในช่วงเข้าพรรษา วันออกพรรษานี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันปวารณา (อ่านว่า ปะ-วา-ระนา)หรือวันมหาปวารณา คือ วันที่เปิดโอกาสให้เพื่อนพระภิกษุ ว่ากล่าวตัก เตือนกันได้ด้วยเมตตาจิต เมื่อได้เห็น ได้ฟัง หรือสงสัยในพฤติกรรมของ กันและกัน วันออกพรรษา ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 เป็นวันสิ้นสุดการจำ พรรษาของพระ ภิกษุสงฆ์ที่ร่วมกันในวัดหรือสถานที่ซึ่ง อธิษฐานเข้าตลอดระยะเวลา 3 เดือน ในวันนี้พระสงฆ์จะประกอบพิธีทำ สังฆกรรม ซึ่งเรียกว่า วันมหา ปวารณา คือ วันที่พระภิกษุ์สงฆ์ทุกรูปจะอนุญาตให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้ ในเรื่องราวเกี่ยวกับความประพฤติต่างๆ นับตั้งแต่พระสังฆเถระ ได้แก่ พระภิกษุ์ผู้ที่มีอาวุโสสูงลงมา จะสามารถว่ากล่าวตักเตือนหรือเปิดโอกาสให้ ซักถามข้อสงสัยซึ่งกันและกัน การกระทำ มหาปวารณา เป็นการสังฆกรรมอย่างหนึ่งแทนการสวดพระ ปาฏิโมกข์ (พระวินัย) ที่ได้กระทำ กันทุกๆ 15 วันในช่วงเข้าพรรษา วันออกพรรษานี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันปวารณา (อ่านว่า ปะ-วา-ระนา)หรือวันมหาปวารณา คือ วันที่เปิดโอกาสให้เพื่อนพระภิกษุ ว่ากล่าวตัก เตือนกันได้ด้วยเมตตาจิต เมื่อได้เห็น ได้ฟัง หรือสงสัยในพฤติกรรมของ กันและกัน ประวัวัวัติวัติติคติวามเป็ป็ป็ น ป็ นมา
“ความเป็นมาวันออกพรรษา.” (2548). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.dmc.tv/ pages/buddha_biography.html สืบค้น 18 กันยายน 2566. “วันออกพรรษา.” (2565). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : https://www.onab.go.th/th/ content/category/detail/id/73/iid/3404 สืบค้น 18 กันยายน 2566. บรรณานุกรม