The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หน่วยที่ 5 การรับ-ส่งข้อมูลบนเครือข่ายโปรโตคอล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by khamfoisawitree, 2022-12-29 20:52:03

หน่วยที่ 5 การรับ-ส่งข้อมูลบนเครือข่ายโปรโตคอล

หน่วยที่ 5 การรับ-ส่งข้อมูลบนเครือข่ายโปรโตคอล

แบบทดสอบก่อนเรยี นหน่วยท่ี 5
การรบั –ส่งขอ้ มูลบนเครือข่ายโปรโตคอล

คำชแ้ี จง ใหเ้ ลือกคำตอบทถี่ ูกตอ้ งท่ีสุดเพยี งคำตอบเดียว

1. ขอ้ ใดคือความหมายของโปรโตคอล

ก. อปุ กรณ์ท่ีดักสญั ญาณรบกวนภายในเครือข่าย

ข. มาตรฐานดา้ นเครือขา่ ยที่ถูกกำหนดโดยองค์กร IEEE เปน็ องค์กรทกี่ ำหนดมาตรฐานในงานวิศวกร

ทางดา้ นไฟฟ้าและอเิ ลก็ ทรอนิกส์

ค. ขอ้ กำหนดหรือข้อตกลงในการสือ่ สารระหวา่ งคอมพวิ เตอรห์ รอื ภาษาสื่อสารทใ่ี ชเ้ ป็นภาษากลางใน

การสอ่ื สารระหวา่ งคอมพิวเตอรด์ ว้ ยกัน การที่เครื่องคอมพิวเตอร์ท่ีถูกเช่ือมโยงกนั ไว้ในระบบจะสามารถ

ติดตอ่ สอ่ื สารกนั ไดน้ น้ั จำเปน็ ตอ้ งมีการสื่อสารที่เรยี กวา่ โปรโตคอล ซ่งึ ช่วยให้ระบบคอมพิวเตอรส์ องระบบที่

แตกตา่ งกันสามารถสอ่ื สารกนั อย่างเข้าใจได้

ง. อุปกรณ์ที่ใช้ในการเช่ือมต่อระบบเครือข่าย

จ. เครอื ขา่ ยคอมพวิ เตอร์ขนาดใหญท่ เ่ี ช่ือมโยงเครือขา่ ยคอมพวิ เตอร์ท่ัวโลกเข้าไว้ดว้ ยกัน เพ่อื ใหเ้ กิด

การส่ือสาร และการแลกเปล่ยี นข้อมลู รว่ มกนั โดยอาศัยตวั เช่อื มเครือขา่ ยภายใต้มาตรฐานการเชือ่ มโยง

เดยี วกนั

2. โปรโตคอลในข้อใดเหมาะทจี่ ะใช้งานบนเครือขา่ ยขนาดเล็กท่ีมจี ำนวนเคร่ืองคอมพวิ เตอรไ์ ม่เกนิ 50 เคร่อื ง

เทา่ น้ัน

ก. IPX/SPX ข. TCP/IP

ค. NetBEUI ง. NetBIOS

จ. UDP

3. ข้อใดคือความหมายของโดเมนเนม (Domain Name)

ก. ช่อื ทใี่ ช้อา้ งอิงการเช่ือมต่อขอ้ มลู

ข. ชอื่ , ท่ีอยู่, เสน้ ทางอ้างอิง ใชเ้ รียกหรือเปดิ ชมเวบ็ ไซต์ (Website)

ค. สถาปตั ยกรรมระบบเครือข่ายแบบเปิด

ง. ชื่อที่ใช้ในการเชือ่ มต่อระบบเครือข่าย

จ. สถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายแบบปดิ

4. โปรโตคอลใดท่ีใชใ้ นระบบเครอื ขา่ ย Internet

ก. TCP/IP ข. MMCT

ค. HTTP ง. SMTP

จ. UDP

5. โปรโตคอลที่ใชใ้ นการรับส่งจดหมายอเิ ล็กทรอนิกสบ์ นเครือขา่ ยอนิ เทอรเ์ นต็ คอื ข้อใด

ก. TCP/IP ข. SMTP

ค. HTTP ง. MMCT

จ. UDP

6. มาตรฐานการจัดระบบการเช่ือมต่อสื่อสารแบ่งออกเปน็ กี่ช้นั

ก. 9 ช้ัน ข. 8 ชั้น

ค. 7 ชน้ั ง. 6 ช้ัน

จ. 5 ชั้น

7. การจัดรปู แบบการนำเสนอขอ้ มลู จดั อยู่ในมาตรฐานโปรโตคอลช้ันใด

ก. ชัน้ ประยกุ ต์ ข. ช้นั ขนส่ง

ค. ช้ันสว่ นงาน ง. ชั้นการนำเสนอ

จ. ช้ันตรวจสอบความถูกตอ้ งของขอ้ มลู

8. ขอ้ ใดคือหน้าที่ของมาตรฐานโปรโตคอลชนั้ กายภาพ

ก. เป็นผู้บริการส่งขอ้ มูล

ข. ควบคมุ การส่งผา่ นขอ้ มลู

ค. แปลงขอ้ มลู ในรูปของสญั ญาณดจิ ิทลั ให้ผา่ นตวั กลางแต่ละชนิดได้

ง. ติดต่อระหวา่ งเคร่ือง

จ. แปลงข้อมูลในรูปของสัญญาณแอนะล็อกให้ผา่ นตัวกลางแต่ละชนิดได้

9. โปรโตคอลชนั้ ใดทำหนา้ ทีเ่ สมือนบริษัทขนสง่ ทร่ี ับผิดชอบการจดั สง่ ข้อมลู

ก. Transport Layer ข. Session Layer

ค. Data Link Layer ง. Network Layer

จ. Application Layer

10. โปรโตคอลช้ันใดทำหน้าที่จัดลำดับให้ทั้งผูร้ บั และผู้ส่งทำการสง่ ข้อมูลได้คลา้ ยกบั การควบคุมสบั หลีกรถไฟ

ก. Session Layer ข. Application Layer

ค. Data Link Layer ง. Network Layer

จ. Transport Layer

11. ขอ้ ใดคอื ความหมายของ OSI (Open System Interconnection Reference Model)

ก. แบบจำลองที่ถกู เสนอและพฒั นาโดยองคก์ ร International Standard Organization

ข. รปู แบบโครงสร้างมาตรฐานสากลไวส้ ำหรบั การตดิ ต่อส่ือสารระหวา่ งเครื่องคอมพิวเตอร์

ค. มาตรฐานดา้ นเครือข่ายที่ถูกกำหนดโดยองค์กร IEEE

ง. สถาปตั ยกรรมระบบเครือข่ายแบบปิด

จ. สถาปตั ยกรรมระบบเครอื ข่ายแบบเปดิ

12. ข้อใดคอื หนา้ ทีข่ องโปรโตคอล FTP (File Transfer Protocol)

ก. การตรวจสอบสญั ญาณยืนยนั การรบั สง่ ข้อมูลจากปลายทาง

ข. เชื่อมตอ่ เครอ่ื งคอมพิวเตอร์หลายชนดิ ท่ีอย่หู า่ งไกลกนั

ค. ใชใ้ นการรับ-ส่งแฟ้มข้อมูลระหว่างเครอื่ งลูกข่ายและเคร่ืองเซริ ์ฟเวอร์

ง. ให้บริการเพ่ือรบั ส่งจดหมายอิเล็กทรอนกิ ส์

จ. การตรวจสอบสัญญาณยนื ยันการรับสง่ ข้อมลู จากตน้ ทาง

13. ขอ้ ใดคือความหมายของ TELNET

ก. เป็นบริการทีใ่ ห้เครื่องลกู ข่ายสามารถเขา้ ไปใช้เครื่องเซริ ฟ์ เวอร์ โดยการจำลองตวั เองใหท้ ำงานเปน็

เทอร์มินัล ผู้ใชง้ านจะต้องใส่รหัสผู้ใชแ้ ละรหัสผ่านเพอ่ื แจ้งการเขา้ ใช้เครื่อง เมื่อเข้าไปได้แล้วการทำงานตา่ งๆ

จะเหมอื นกับการเข้าไปทำงานที่หน้าจอของเครือ่ งเซิร์ฟเวอร์

ข. บริการทใี่ ช้ในการรบั –สง่ แฟ้มข้อมลู ระหวา่ งเครื่องลกู ข่ายและเครื่องเซริ ์ฟเวอร์

ค. บริการทใ่ี ชใ้ นการตดิ ตอ่ รับส่งข้อมลู ชนิดไฮเปอรเ์ ท็กซ์

ง. โปรโตคอลมาตรฐานท่ีใชก้ ันอยู่ในระบบปฏิบตั กิ ารแบบยูนิกซ์

จ. การเชือ่ มตอ่ เคร่ืองคอมพวิ เตอรห์ ลายชนิดทอี่ ยูห่ ่างไกลกัน

14. ข้อใดคือโดเมนเนมสำหรับธรุ กิจการคา้

ก. .com ข. .edu

ค. .int ง. .net

จ. .org

15. ขอ้ ใดคือโดเมนเนมสถาบันทางการศึกษา

ก. .com ข. .edu

ค. .int ง. .net

จ. .org

หน่วยท่ี 5
การรบั -สง่ ขอ้ มลู บนเครอื ขา่ ยโปรโตคอล

หวั ขอ้ เรอ่ื ง (Topics)

5.1 ความหมายของโปรโตคอล
5.2 ความสำคัญของโปรโตคอล
5.3 การทำงานของโปรโตคอล
5.4 โดเมนเนม (Domain Name)
5.5 หลักการรบั -สง่ ข้อมูลบนเครือขา่ ยโปรโตคอล

แนวคดิ สำคญั (Main Idea)
การที่คอมพวิ เตอรเ์ ครอื่ งหนึ่งจะส่งข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์อีกเครือ่ งหนึ่งไดน้ ัน้ จะต้องอาศยั กลไก

หลาย ๆ อยา่ งรว่ มกัน ทำงานต่างหน้าทีก่ ัน และเช่ือมต่อเป็นเครือข่ายเขา้ ด้วยกัน ปัญหาที่เกิดขึ้นคือ การ
เช่ือมต่อมีความแตกต่างระหว่างระบบและอปุ กรณห์ รือเป็นผ้ผู ลติ คนละรายกัน ซ่ึงเป็นสงิ่ ที่ทำให้การสรา้ ง
เครอื ข่ายเปน็ เรอื่ งยากมาก เน่ืองจากขาดมาตรฐานกลางที่จำเป็นในการเชอื่ มต่อ

จากปญั หาดังกล่าวจงึ ได้เกิดหนว่ ยงานกำหนดมาตรฐานสากลขึน้ คือ International Organization
for Standardization และทำการกำหนดโครงสร้างท้ังหมดท่ีจำเปน็ ต้องใช้ในการสื่อสารขอ้ มูลและเป็นระบบ
เปิด เพือ่ ให้ผูผ้ ลิตต่าง ๆ สามารถแยกผลติ ในส่วนท่ีตวั เองถนัด แต่สามารถนำไปใชร้ ่วมกันได้ ระบบเครือข่าย
คอมพิวเตอร์สมัยใหม่จะถูกออกแบบให้มีโครงสร้างทแ่ี น่นอน และเพื่อเปน็ การลดความซับซอ้ น ระบบเครอื ขา่ ย
สว่ นมากจึงแยกการทำงานออกเปน็ ชั้น ๆ (L ayer) โดยกำหนดหนา้ ทีใ่ นแตล่ ะช้นั ไว้อย่างชดั เจน แบบจำลอง
สำหรับอา้ งอิงแบบ OSI (Open System Interconnection Reference Model หรอื ทน่ี ิยมเรยี กกันทัว่ ไปวา่
OSI Reference Model ของ IS0 เป็นแบบจำลองท่ีถูกเสนอและพฒั นาโดยองค์กร International
Organization for Standardization (ISO) โดยจะบรรยายถึงโครงสรา้ งของสถาปัตยกรรมเครือข่ายในอุดมคติ
ซ่ึงระบบเครือข่ายท่ีเป็นไปตามสถาปตั ยกรรมน้จี ะเป็นระบบเครือข่ายแบบเปิด และอุปกรณท์ างเครือข่ายจะ
สามารถติดต่อกนั ไดโ้ ดยไมข่ ึ้นกับว่าเปน็ อุปกรณข์ องผู้ขายรายใด จะเห็นไดว้ า่ โปรโตคอลมคี วามสำคญั มากใน
ระบบเครือขา่ ย ดังน้ันเน้ือหาในหน่วยทจ่ี ะกลา่ วถงึ การรับ-สง่ ข้อมูลบนเครือข่ายโปรโตคอล เพ่ือเป็นแนวทางใน
การออกแบบระบบเครือขา่ ย ใหส้ ามารถรองรบั การใช้งานในองค์กรได้อย่างมีประสิทธภิ าพสูงสุด

สมรรถนะยอ่ ย (Element of Competency)

แสดงความรู้เกี่ยวกบั การรบั -ส่งขอ้ มลู บนเครอื ข่ายโปรโตคอล

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม (Behavioral Objectives)

1. บอกความหมายของโปรโตคอลได้
2. บอกความสำคัญของโปรโตคอลได้
3. อธบิ ายการทำงานของโปรโตคอลได้
4. บอกความหมายของโดเมนเนม (Domain Name) ได้
5. อธิบายโดเมนเนม (Domain Name) ได้
6. อธิบายการรับ-ส่งข้อมูลบนเครอื ข่ายโปรโตคอลได้
7. อธิบาย OSI Model 7 Layer ได้

เนอื้ หาสาระ (Content)

5.1 ความหมายของโปรโตคอล
โปรโตคอล คือ ขอ้ กำหนดหรือข้อตกลงในการสอื่ สารระหว่างคอมพวิ เตอร์ หรือภาษาส่ือสารที่ใชเ้ ปน็

ภาษากลางในการสอ่ื สารระหวา่ งคอมพวิ เตอร์ดว้ ยกัน การทีเ่ ครอ่ื งคอมพิวเตอร์ท่ีถูกเชื่อมโยงกนั ไว้ในระบบจะ
สามารถติดต่อส่ือสารกนั ไดน้ ้ัน จำเปน็ จะต้องมกี ารส่ือสารทเ่ี รียกว่า โปรโตคอล ซึง่ ชว่ ยใหร้ ะบบคอมพวิ เตอร์
สองระบบท่แี ตกต่างกนั สามารถสอื่ สารกนั อยา่ งเขา้ ใจได้ เป็นขอ้ ตกลงท่ีกำหนดเกี่ยวกับการส่ือสารระหว่าง
เคร่ืองคอมพวิ เตอรต์ า่ ง ๆ ทง้ั วธิ ีการสง่ และรบั ข้อมลู วธิ กี ารตรวจสอบขอ้ ผดิ พลาดของการสง่ และรับข้อมลู การ
แสดงผลข้อมลู เมื่อส่งและรับกันระหวา่ งเครือ่ งสองเครอื่ ง ดงั นน้ั จะเหน็ ได้ว่าโปรโตคอลมีความสำคัญมากใน
การสื่อสารบนเครือข่าย หากไมม่ โี ปรโตคอลแลว้ การส่ือสารบนเครอื ข่ายจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้
5.2 ความสำคญั ของโปรโตคอล

ในการติดต่อส่ือสารขอ้ มลู ผ่านทางเครือขา่ ยน้นั จำเป็นต้องมโี ปรโตคอลท่เี ปน็ ข้อกำหนดตกลงในการ
สื่อสารขึน้ เพือ่ ชว่ ยใหร้ ะบบสองระบบท่ีแตกตา่ งกันสามารถสอ่ื สารกนั อย่างเขา้ ใจได้ โปรโตคอลเปน็ ข้อที่
กำหนดเก่ียวกบั การส่ือสารระหว่างเคร่อื งคอมพวิ เตอรต์ ่าง ๆ ทัง้ วธิ ีการสง่ และรบั ข้อมลู วธิ ีการตรวจสอบ
ขอ้ ผิดพลาดของการส่งและรับขอ้ มูล การแสดงผลข้อมลู เมอื่ ส่งและรบั กันระหวา่ งเคร่ืองสองเครื่อง ดงั นัน้ จะ
เห็นได้ว่าโปรโตคอลมคี วามสำคญั มากในการส่ือสารบนเครือขา่ ย หากไม่มีโปรโตคอลแลว้ การสื่อสารบน
เครือข่ายจะไม่สามารถเกิดขน้ึ ได้ ในปจั จบุ ันการทำงานของเครอื ขา่ ยใชม้ าตรฐานโปรโตคอลตา่ ง ๆ ร่วมกัน
ทำงานมากมาย นอกจากโปรโตคอลระดับประยกุ ต์แลว้ การดำเนินการภายในเครือข่ายยงั มีโปรโตคอลย่อยท่ี
ช่วยทำให้การทำงานของเครือขา่ ยมปี ระสิทธภิ าพขึน้ โดยที่ผู้ใชไ้ ม่สามารถสงั เกตเห็นไดโ้ ดยตรงอกี มาก
5.3 การทำงานของโปรโตคอล

เครือข่ายคอมพิวเตอร์ประกอบด้วยอุปกรณ์ทท่ี ำงานรว่ มกันเป็นจำนวนมาก ผลิตภัณฑเ์ หลา่ น้นั มี
หลายมาตรฐาน หลายยี่ห้อ แต่ก็สามารถทำงานรว่ มกันได้อยา่ งดี การทเ่ี ครือข่ายคอมพวิ เตอรท์ ำงานร่วมกนั

อยา่ งเปน็ ระบบ เพราะมีการใช้โปรโตคอลมาตรฐานทีม่ ีข้อกำหนดใหท้ ำงานรว่ มกันได้ ผ้ใู ช้อนิ เทอร์เนต็ ท่ีทำ

หน้าทเ่ี ปน็ ผใู้ ชบ้ รกิ ารหรอื เปน็ ไคลแอนต์ (Client) สามารถเชอื่ มต่อเครอื่ งคอมพวิ เตอร์ของตนไปยงั เครื่อง

ใหบ้ ริการหรอื เซริ ์ฟเวอร์ (Server) บนเครือข่าย การทำงานของพีซีทีเ่ ชื่อมต่อรว่ มกบั เซริ ์ฟเวอรก์ ็จำเปน็ ตอ้ งใช้

โปรโตคอลเพอื่ ประยุกต์ใช้งานรบั ส่งข้อมูล ซ่ึงโปรโตคอลท่ีใชใ้ นการส่อื สารน้ีก็มมี ากมายหลายประเภท เช่น

1. NetBEUI (NetBIOS Extended User Interface) เป็นโปรโตคอลทไี่ ม่มีส่วนในการระบุเส้นทาง

สง่ ผ่านข้อมูล (Non–routable Protocol) โดยจะใช้วิธกี าร Broadcast ข้อมลู ออกไปในเครอื ข่าย และหากใคร

เปน็ ผ้รู บั ท่ถี ูกต้องก็จะนำข้อมูลทไี่ ดร้ บั ไปประมวลผล ข้อจำกดั ของโปรโตคอลประเภทน้ีกค็ อื ไมส่ ามารถทำการ

Broadcast ขอ้ มูลข้ามไปยัง Physical Segment อ่ืน ๆ ทไ่ี ม่ใช่ Segment เดียวกันได้ เป็นการแบ่งส่วนของ

เครอื ข่ายออกจากกันทางกายภาพ หากตอ้ งการเชื่อมต่อเครอื ขา่ ยถึงกันจะตอ้ งใชอ้ ุปกรณ์อย่างเช่น

Router มาทำหน้าทีเ่ ป็นตัวกลางระหวา่ งเครือขา่ ย

เนอื่ งมาจากอุปกรณบ์ างอย่างเช่น Router ไม่สามารถจะ Broadcast ข้อมูลตอ่ ไปยงั เครือขา่ ยอื่น ๆ ได้

เพราะหากยอมให้ทำเชน่ นั้นได้ จะทำใหก้ ารสื่อสารระหว่างเครือข่ายคับค่งั ไปด้วยข้อมูลทเ่ี กดิ จากการ

Broadcastจนเครือข่ายตา่ ง ๆ ไม่สามารถท่จี ะสื่อสารกนั ต่อไปได้ โปรโตคอล NetBEUI จึงเหมาะที่จะใชง้ านบน

เครอื ข่ายขนาดเล็กทมี่ ีจำนวนเคร่ืองคอมพิวเตอรไ์ ม่เกนิ 50 เคร่อื งเทา่ น้นั NetBEUI เป็นหนงึ่ ในสองทางเลือก

สำหรบั ผู้ใชง้ าน NetBIOS (Network Basic Input Output System) ซ่ึงสามารถทำงานได้ท้ังบนโปรโตคอล

TCP/IP และ NetBEUI

รปู ท่ี 5.1 NetBEUI (NetBIOS Extended User Interface)
(ทมี่ า : http://group2s02.blogspot.com/2017/09/netbeui.html)

2. IPX/SPX (Inter–network Packet Exchange/Sequenced Packet Exchange)ถูกพฒั นาขนึ้ โดย
บริษทั Novell ซงึ่ ทำการพฒั นามาจากตัวโปรโตคอล XNS ของบริษัท Xerox Corporation ซง่ึ โครงสร้างเมื่อ
ทำการเปรยี บเทียบกบั OSI Model ดังรปู ที่ 5.2 ตวั โปรโตคอล IPX/SPX แบ่งออกเป็น 2 โปรโตคอลหลัก คอื
Internetwork Packet Exchange (IPX) และ Sequenced Packet Exchange (SPX) โดยโปรโตคอล IPX
ทำหนา้ ทใ่ี นระดบั Network Layer ตามมาตรฐาน OSI Model มีกลไกการสง่ ผา่ นขอ้ มลู แบบ
Connectionless, Unreliable หมายความวา่ เมื่อมีการสง่ ขอ้ มลู โดยไม่ต้องทำการสถาปนาการเชอื่ มตอ่ กนั
ระหวา่ ง Host กบั เคร่ืองทตี่ ิดต่อกนั อย่างถาวร (Host, เครอื่ งเซิร์ฟเวอร์ทใ่ี ห้บริการใด ๆ ในเครือขา่ ย) และไม่
ตอ้ งการรอสญั ญาณยนื ยันการรับขอ้ มูลจากปลายทาง โดยตวั โปรโตคอลจะพยายามส่งข้อมลู นัน้ ไปยังปลายทาง
ให้ดีทีส่ ุด สำหรบั โปรโตคอล SPX ทำหนา้ ท่ีในระดบั Transport Layer ตามมาตรฐาน OSI Model โดยส่งผ่าน
ข้อมลู ตรงขา้ มกับโปรโตคอล IPX คอื ต้องมีการทำการสถาปนาการเชอื่ มโยงกนั ก่อน และมีการส่งผา่ นขอ้ มลู ที่
เช่ือถือได้ ดว้ ยการตรวจสอบสญั ญาณยืนยนั การรบั สง่ ข้อมูลจากปลายทาง

รปู ท่ี 5.2 IPX/SPX (Inter–network Packet Exchange/Sequenced Packet Exchange)
(ท่ีมา : https://qrgo.page.link/7hvmm)

3. TCP/IP (Transmission Control Protocol/Internet Protocol) เป็นโปรโตคอลมาตรฐานท่ใี ช้กนั
อยใู่ นระบบปฏิบตั กิ ารแบบยูนิกซ์ เพ่ือเช่ือมตอ่ เคร่ืองคอมพวิ เตอรห์ ลายชนิดที่อยู่หา่ งไกลกนั ต่อมาได้พฒั นา
เปน็ เครือข่ายอินเทอรเ์ นต็ โปรโตคอลนี้เหมาะสำหรบั เชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ทัง้ ใกลแ้ ละไกลเขา้ ดว้ ยกนั และมี
มาตรฐานรองรบั ทำใหผ้ผู ลิตฮารด์ แวรแ์ ละซอฟตแ์ วร์สามารถสร้างอุปกรณ์ และโปรแกรมทีจ่ ะรองรับ
การทำงานของโปรโตคอลนี้ ทำใหเ้ ครื่องคอมพิวเตอร์รับส่งข้อมูลกันได้ ไม่ว่าจะเปน็ เครื่องขนาดเลก็ หรือขนาด
ใหญ่ หรอื จะใชร้ ะบบปฏบิ ตั กิ ารอะไรกต็ าม TCP/IP เปน็ ชุดโปรโตคอลที่ประกอบด้วยโปรโตคอลต่าง ๆ หลาย
โปรโตคอล แต่ละโปรโตคอลมีคุณลักษณะและมคี วามสามารถในการทำงานแตกตา่ งกนั ในท่นี ้ีจะได้กลา่ วถึง
รายละเอยี ดและคุณสมบัติของโปรโตคอลทสี่ ำคัญบางโปรโตคอลเท่าน้นั คอื

(1) FTP (File Transfer Protocol) ใช้ในการรบั –สง่ แฟม้ ขอ้ มูลระหว่างเคร่ืองลูกข่ายและเคร่ือง
เซิรฟ์ เวอร์ โดยท่ีเคร่ืองเซริ ์ฟเวอรจ์ ะต้องมีโปรแกรมให้บริการ FTP (FTP Server) ตดิ ตงั้ และทำงานอยู่ เพ่ือให้
เครื่องลกู ข่ายที่รนั โปรแกรม FTP Client สามารถเขา้ มาขอใช้บรกิ ารได้ นอกจากรบั สง่ แฟม้ ข้อมูลแล้ว FTP ยงั
มคี ำสง่ั ท่ีใชใ้ นการแสดงช่ือแฟ้มข้อมลู บนเคร่ืองเซริ ์ฟเวอร์ เปลย่ี นช่อื แฟม้ หรือลบแฟ้มข้อมูล

รปู ท่ี 5.3 FTP (File Transfer Protocol)
(ทมี่ า : https://qrgo.page.link/a4Hy8)
(2) TELNET เปน็ บรกิ ารท่ีให้เครื่องลกู ขา่ ยสามารถเขา้ ไปใช้เครอื่ งเซิร์ฟเวอร์ โดยการจำลองตวั เองให้
ทำงานเป็นเทอรม์ นิ ลั ผูใ้ ช้งานจะต้องใส่รหัสผู้ใช้และรหัสผา่ นเพื่อแจง้ การเขา้ ใชเ้ คร่ือง เมือ่ เข้าไปได้แลว้ การ
ทำงานต่าง ๆ จะเหมือนกับการเข้าไปทำงานที่หน้าจอของเคร่อื งเซริ ์ฟเวอร์

รปู ที่ 5.4 TELNET
(ที่มา : https://qrgo.page.link/a4Hy8)

(3) SMTP เปน็ การให้บรกิ ารเพ่อื รบั สง่ จดหมายอิเล็กทรอนกิ ส (E–Mail) โดยที่ SMTP จะมีตู้
ไปรษณยี เ์ พ่ือทำหน้าท่ีรบั จดหมายจากผอู้ ่ืนท่ีต้องการส่งให้ และเก็บจดหมายของผู้ใช้ท่ีต้องการส่งไปยงั ผู้ใช้อื่น
เม่อื ถึงกำหนดเวลาท่ีต้ังไวโ้ ปรแกรมจะทำการส่งจดหมายออกและรับจดหมายเขา้ มา ผใู้ ชก้ ส็ ามารถจะเปิดอา่ น
ไดเ้ มื่อต้องการ สว่ นการรับสง่ จดหมายระหวา่ งเครื่องลูกข่ายกับ SMTP Server ในลกั ษณะทเี่ ปน็
Client/Server จะใชโ้ ปรโตคอลท่ีชือ่ ว่า POP3 (Post Office Protocol)

รปู ที่ 5.5 SMTP
(4) HTTP (Hyper Text Transfer Protocol) ใชใ้ นการติดต่อรับส่งข้อมูลชนิดไฮเปอร์เท็กซ์
(Hypertext) ระหว่างเครื่องลูกข่ายกับ WWW Server (World Wide Web) โดยทเ่ี อกสารน้จี ะอยใู่ นรปู แบบท่ี
เขียนในภาษา HTML (Hyper Text Markup Language) เอกสารแตล่ ะชน้ิ จะสามารถเชื่อมโยงไปยงั เอกสาร
ช้นิ อืน่ ได้ ซ่งึ เอกสารท่ีถูกเช่ือมโยงนีอ้ าจอยู่บนเคร่ืองคอมพิวเตอรเ์ ครอ่ื งเดียวกนั หรือตา่ งเคร่ืองกันก็ได้

รปู ท่ี 5.6 HTTP (Hyper Text Transfer Protocol)
(ท่ีมา : https://qrgo.page.link/a4Hy8)

(5) DNS (Domain Name System) ในการเชื่อมโยงเครือข่ายแบบที่ใชโ้ ปรโตคอล TCP/IP นั้นเครือ่ ง
เซิรฟ์ เวอร์และเคร่ืองลกู ขา่ ยทุกตัวจะต้องมหี มายเลขทใ่ี ชใ้ นการระบุตัวเองคล้ายกับช่ือ–นามสกลุ ของคนเรา
หมายเลขท่ีกล่าวมานเ้ี รียกวา่ IP Address โดยเขยี นในลักษณะนี้ 203.154.126.134 การจดจำ IP Address
เปน็ ส่งิ ท่ที ำได้ยากกวา่ การจำช่อื ของเครือ่ งคอมพิวเตอร์ ดังนั้นจึงเกิดการสรา้ งเซิร์ฟเวอร์ท่จี ะให้บรกิ ารการ
สอบถามชื่อเคร่ืองและ IP Address ในเครอื ขา่ ยอนิ เทอรเ์ น็ตขึ้นมา ซึง่ เรียกว่า Domain Name Services ใน
การใชง้ านนั้นผู้ใชเ้ พียงแต่ระบุ IP Address ของเครอ่ื งที่ใหบ้ รกิ ารน้ีแล้วเมอ่ื ต้องการจะติดต่อกับเครื่อง
คอมพิวเตอร์เครอื่ งใดในเครอื ขา่ ยอนิ เทอร์เน็ต DNS จะชว่ ยค้นหา IP Address ของเครื่องท่ตี ้องการใหเ้ พื่อให้
โปรแกรมสามารถใช้ IP Address ทีไ่ ด้ในการตดิ ต่อ

รปู ท่ี 5.7 DNS (Domain Name System)
(ท่มี า : https://qrgo.page.link/a4Hy8)

IP Address ย่อมาจากคำเตม็ ว่า Internet Protocol Address คอื หมายเลขประจำเครื่อง
คอมพวิ เตอร์แตล่ ะเคร่อื งในระบบเครือขา่ ยทใี่ ชโ้ ปรโตคอลแบบ TCP/IP ถ้าเปรยี บเทยี บกค็ ือบ้านเลขท่ีของเรา
น่ันเอง ในระบบเครอื ขา่ ยจำเปน็ ต้องมีหมายเลข IP กำหนดไว้ใหก้ ับคอมพวิ เตอรแ์ ละอุปกรณ์อ่ืน ๆ ที่ต้องการ
IP ท้งั นเ้ี วลามกี ารโอนย้ายข้อมลู หรอื สงั่ งานใด ๆ จะสามารถทราบตำแหน่งของเคร่ืองท่ีเราต้องการส่งข้อมูลไป
จะได้ไมผ่ ดิ พลาดเวลาส่งขอ้ มูล ประกอบดว้ ยตวั เลข 4 ชดุ มเี ครอ่ื งหมายจุดคั่นระหวา่ งชุด เชน่ 192.168.100.1
หรือ 172.16.10.1 เป็นต้น โดยหมายเลข IP Address ของเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์แตล่ ะเคร่ืองจะมีคา่ ไมซ่ ้ํากัน สงิ่
ทต่ี ัวเลข 4 ชดุ นี้บอก คือ Network ID กับ Host ID ซง่ึ จะบอกใหร้ ูว้ า่ เคร่ืองคอมพิวเตอร์ของเราอยใู่ นเครือขา่ ย
ไหน และเป็นเครื่องไหนในเครอื ขา่ ยนนั้ การจะรไู้ ด้ว่า Network ID และ Host ID มคี ่าเทา่ ไหร่ กข็ ้นึ อยู่กับวา่ IP
Address น้ันอยู่ใน Class อะไร

เหตุทต่ี ้องมีการแบง่ Class กเ็ พื่อให้เกดิ ความเป็นระเบียบ เป็นการแบง่ IP Address ออกเปน็ หมวดหมู่
นน่ั เอง ส่งิ ทจ่ี ะเป็นตัวจำแนก Class ของ Network กค็ อื Bit ทางซ้ายมือสดุ ของตวั เลขตัวแรกของ IP Address
(ท่แี ปลงเป็นเลขฐาน 2 แลว้ ) นนั่ เอง โดยท่ีถ้า Bit ทางซ้ายมอื สุดเป็น 0 ก็จะเปน็ class A ถ้าเป็น 10 ก็จะเป็น
Class B ถ้าเปน็ 110 กจ็ ะเป็น Class C ดังน้ัน IP Address จะอยู่ใน Class A ถา้ ตวั เลขตวั แรกมคี า่ ไดต้ ้งั แต่ 0–

127 (〖"00000000" 〗_"2" – 〖"01111111" 〗_"2" ) จะอยใู่ น Class B ถา้ เลขตัวแรกมีค่าตัง้ แต่
128–191 (〖"10000000" 〗_"2" – 〖"10111111" 〗_"2" ) และจะอยใู่ น Class C ถา้ เลขตวั แรกมี
ค่าตั้งแต่ 192–223 (〖"11000000" 〗_"2" – 〖"11011111" 〗_"2" ) มขี อ้ ยกเว้นคอื ตวั เลข 0, 127
จะใช้ในความหมายพเิ ศษ จะไมใ่ ช้เปน็ Address ของ Network ดังนนั้ Network ในClass A จะมีค่าตัวเลขตัว
แรก ในชว่ ง 1–126

สำหรบั ตวั เลขตั้งแต่ 224 ข้นึ ไป จะเป็น Class พเิ ศษ อยา่ งเช่น Class D ซ่ึงถูกใช้สำหรบั การสง่ ข้อมลู
แบบ Multicast ของบาง Application และ Class E ซง่ึ Class นเี้ ป็น Address ทถ่ี กู สงวนไวก้ ่อนยงั ไม่ถูกใช้
งานจรงิ ๆ โดย Class D และ Class E นีเ้ ป็น Class พเิ ศษ ซงึ่ ไม่ไดถ้ ูกนำมาใช้งานในภาวะปกติ

รปู ที่ 5.8 การแบง่ Class ของ IP Address
(ทม่ี า : https://qrgo.page.link/NksKB)

5.4 โดเมนเนม (Domain name)
โดเมนเนมในอนิ เทอรเ์ นต็ คอื ช่อื , ทอี่ ยู่, เสน้ ทางอา้ งอิง ใช้เรียกหรือเปิดชมเว็บไซต์ (Website) โดยมี

ลักษณะ http://www.ช่ือโดเมน.นามสกลุ เชน่ http://www.ireallyhost.com การเรยี กใช้โดเมนเนมจะมี
www นำหนา้ ชอื่ หรือไม่ก็ได้ถอื เปน็ ชื่อเดยี วกนั เช่น http://www.ireallyhost.com หรือ
http://ireallyhost.com เปน็ ตน้ ชือ่ โดเมน ตวั อักษรพิมพ์เล็กและตัวอกั ษรพิมพ์ใหญ่ ถอื เป็นตวั เดียวกนั เชน่
http://www.IReallyHost.com หรอื http://www.ireallyhost.com

ชอ่ื โดเมน (Domain Name) หมายถงึ ชอ่ื ทีถ่ กู เรียกแทนการเรียกเป็นหมายเลขอินเทอร์เน็ต (IP
Address) เน่ืองจากการจดจำหมายเลข IP ถึง 16 หลัก ทำให้ยงุ่ ยากและไมส่ ามารถจำได้เมอื่ ใช้งานระบบ
อนิ เทอร์เน็ต จึงนำชื่อที่เป็นตวั อักษรมาใชแ้ ทน ซ่ึงมักจะเปน็ ชอื่ ทีส่ อื่ ความหมายถึงหน่วยงานหรอื เจ้าของ
เวบ็ ไซตน์ ้นั ๆ

เชน่ เว็บไซตข์ องเนคเทค มหี มายเลข IP คือ 203.185.137.13 ซึ่งยากต่อการจดจำ (ในกรณที ี่ต้องจำ
หลายเวบ็ ไซต์) ดังนน้ั จงึ มกี ารกำหนดช่ือเรยี กใหม่ เป็น www.nectec.or.th ซึง่ ก็คือ “ช่อื โดเมน” นนั่ เอง

ชือ่ โดเมน เป็นชอื่ ที่ใช้ในการติดตอ่ สอ่ื สารระหว่างบคุ คลต่อบคุ คล แตก่ ารติดต่อระหว่างคอมพิวเตอร์
ในเครอื ขา่ ย ยงั ใช้ IP Address ดงั น้ัน ระบบจึงมกี ารติดต้ังโปรแกรม และเครือ่ งทท่ี ำหน้าที่เป็นตัว Lookup
หรอื ดัชนีในการเปิดดบู ัญชีหมายเลข จากช่อื ท่ีเปน็ ตวั อักษร หรอื เรียกว่า Domain Name โดยท่เี ครอื่ ง
คอมพิวเตอร์ทท่ี ำหนา้ ที่นเ้ี รยี กว่า Domain Name Server หรอื Domain Server ชอ่ื โดเมน เป็นสิ่งที่มนุษย์
สรา้ ง และถือว่าเปน็ ทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา โดยแต่ละประเทศจะมีหน่วยงานรับผดิ ชอบการจดทะเบยี น

ช่อื โดเมน เชน่ ประเทศไทย รบั ผิดชอบโดย “มนู ธิ ศิ นู ยส์ ารสนเทศเครือข่ายไทย (THNIC : Thailand
Network Information Center)”

รปู แบบชอ่ื โดเมน
รูปแบบการตง้ั ชอ่ื ของโดเมนตามหลักการของอนิ เทอร์เนต็ มี 3 ระดบั คือ

1. โดเมนระดบั บนสุด (Top Level Domain) เปน็ รปู แบบทย่ี งั สามารถแบง่ ได้อีก 2 แบบยอ่ ย คือ
(1) รปู แบบโดเมนระดบั บนสดุ แบบสากล (General Internet DNS Top Level Domains : gTLDs)

เป็นรปู แบบมาตรฐานท่ีใชก้ ันอย่างแพรห่ ลาย โดยเฉพาะในสหรัฐอเมรกิ า เช่น .com, .net, .gov
(2) รปู แบบโดเมนระดบั บนสุดแต่ละประเทศ (Country Code Top Level Domains : ccTLDs)

เปน็ รปู แบบทใ่ี ชบ้ ง่ บอกถึงประเทศเจ้าของโดเมน หรือท่ตี ้ังของโดเมน มกั จะใชก้ บั ประเทศอื่น ๆ ยกเวน้
สหรัฐอเมรกิ า เชน่ .th หมายถงึ โดเมนที่ดูแลโดยประเทศไทย หรือ .jp หมายถงึ โดเมนของประเทศญีป่ ุน่

ตารางที่ 5.1 ตวั อยา่ งโดเมนระดับบนสุดทีบ่ ง่ บอกประเภทขององคก์ ร

(ที่มา : https://qrgo.page.link/a4Hy8)

ตารางท่ี 5.2 ตวั อยา่ งโดเมนระดบั บนสดุ ท่ีบง่ บอกประเทศที่เครอื ข่ายตงั้ อยู่

(ทมี่ า : https://qrgo.page.link/a4Hy8)
2. โดเมนระดับรอง (Second Level Domain) เปน็ โดเมนยอ่ ยทแี่ บ่งออกจากโดเมนระดับบนสุดโดย
อยูต่ ำแหน่งถัดจากโดเมนระดับบนสดุ มาทางด้านซา้ ยมือ เชน่ .ac สำหรับสถาบันทางการศกึ ษา .co สำหรับ
องค์กรธุรกจิ
3. โดเมนระดบั สาม (Third Level Domain) เปน็ โดเมนย่อยทถ่ี ูกแบ่งออกจากโดเมนระดับรองอีก
ช้ันหนง่ึ และมีตำแหน่งถัดจากโดเมนระดบั รองทางด้ายซา้ ยมือ ใช้เป็นชอื่ ย่อขององค์กร เชน่ thnic เป็นต้น

5.5 หลกั การรบั -ส่งขอ้ มลู บนเครอื ขา่ ยโปรโตคอล
ISO เปน็ แบบจำ ลองท่ีถกู เสนอและพัฒนาโดยองคก์ รระหว่างประเทศว่าดว้ ยการมาตรฐาน

(International Organization for Standardization : ISO) โดยจะบรรยายถึงโครงสร้างของสถาปัตยกรรม
เครือข่าย ซึง่ ระบบเครอื ขา่ ยทเี่ ป็นไปตามสถาปัตยกรรมนีจ้ ะเปน็ ระบบเครอื ข่ายแบบเปดิ และอุปกรณท์ าง
เครอื ข่ายจะสามารถติดต่อกนั ไดโ้ ดยไม่ขึ้นกับว่าเปน็ อปุ กรณ์ของผูข้ ายรายใด ISO ไดก้ ำหนดรปู แบบโครงสรา้ ง
มาตรฐานสากลไวส้ ำหรบั การติดต่อส่ือสารระหวา่ งเคร่ืองคอมพวิ เตอร์เรียกว่า OSI (Open System
Interconnection Reference Model) หรือท่ีนิยมเรยี กกันท่วั ไปว่า OSI (Open Systems Interconnection)
ซง่ึ มอี ยู่ 7 ช้นั สอ่ื สาร OSI Model ใชอ้ า้ งองิ การสื่อสาร (Reference Model) แบ่งออกเปน็ ชนั้ (Layer) โดยมี
ต้ังแต่ช้ันท่ี 1 ถงึ ช้นั ท่ี 7 (Layer 1–7) โดย Layer 1 จะอยู่ดา้ นลา่ งสดุ และเรยี งขึน้ ไปจนถงึ Layer 7 แต่ละ
Layer มชี ่ือเรียกตามรปู แบบการสื่อสารและการทำงานของในแตล่ ะช้ัน ดงั รูปที่ 5.9

รปู ที่ 5.9 OSI Model 7 Layers
(ที่มา : https://qrgo.page.link/zytdR)

5.5.1 แนวคิดในการแบง่ ลำดบั ชน้ั สอ่ื สาร
1. ลดความซบั ซ้อนง่ายตอ่ การเรยี นรู้และเขา้ ใจ
2. แตล่ ะเลเยอร์มีบทบาททช่ี ัดเจนและแตกต่าง
3. แตล่ ะเลเยอรป์ ฏบิ ัตงิ านตามหนา้ ท่ีที่ไดร้ บั มอบหมาย
4. ฟงั ก์ชันการทำงานแต่ละเลเยอร์สอดคล้องกบั มาตรฐานสากล
5. ความรบั ผดิ ชอบในแต่ละเลเยอร์เปน็ อิสระต่อกัน
6. แต่ละเลเยอรม์ หี น้าทอ่ี ยา่ งเหมาะสม

5.5.2 OSI Model 7 Layers แบง่ ออกเป็น 7 ช้ัน ดังตอ่ ไปน้ี
1. Physical Layer

Physical Layer เป็นชน้ั ระดับลา่ งสุด ทำหนา้ ทีก่ ำหนดวธิ ีการรบั และส่งข้อมลู ระหวา่ งเคร่ือง
คอมพวิ เตอร์ในระดับบิต เช่น การส่งบติ 0 จะแทนดว้ ยกระแสไฟฟ้ากโ่ี วลต์ สายสื่อสญั ญาณมีก่ีเส้น และในแต่
ละเสน้ ใช้เพื่ออะไร เป็นตน้

รปู ที่ 5.10 Physical Layer
(ที่มา : https://qrgo.page.link/3kjUU)
2. Data Link Layer
หนา้ ทีห่ ลกั คือ รวบรวมข้อมูลจากชน้ั Physical มาตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลโดยการเพิ่มข้อมูล
สำหรับการตรวจสอบตดิ ไว้กับข้อมูลตรวจสอบขอ้ มูลทเ่ี สยี หายหรอื สูญหายแลว้ แจง้ ใหฝ้ ่ังผสู้ ่งมกี ารส่งข้อมลู ชุด
เดิมกลบั มาใหม่ตรวจสอบข้อมลู ท่ีซา้ํ และกำจดั ออกไป

รปู ท่ี 5.11 Data Link Layer
3. Network Layer

ควบคุมการติดต่อรับ–สง่ ขอ้ มูลระหวา่ งเคร่ืองคอมพิวเตอร์ตา่ ง ๆ ในระบบเครือข่ายใหเ้ ป็นไปด้วย
ความเรียบร้อยกำหนดเส้นทางเดนิ ของข้อมลู จากผู้สง่ ไปยังเคร่ืองปลายทาง

รปู ท่ี 5.12 Network Layer (ทีม่ า : https://qrgo.page.link/HKLV9)

4. Transport Layer
รับข้อมลู จากช้ัน Session โดยถา้ ข้อมลู มปี ริมาณมาก จะทำการแบ่งข้อมลู ออกเปน็ แพ็กเกจหลาย ๆ

แพก็ เกจ แลว้ จึงส่งข้อมลู ท้งั ชุดต่อไปให้โปรแกรมในชัน้ Network ควบคมุ การไหลของข้อมูล (Flow Control)
เพื่อที่จะควบคุมการรับและส่งข้อมลู เชน่ ในกรณีที่ผสู้ ง่ จดั การส่งข้อมลู เรว็ เกนิ กวา่ ผรู้ ับจะทำงานไดท้ นั

(1) UDP (User Datagram Protocol)
(2) TCP (Transmission Control Protocol)
(3) การสร้างการตดิ ต่อระหวา่ งกันดว้ ยพอร์ต (Port)

(ก) Connection Establishment
(ข) Data Transfer
(ค) Connection Release

รปู ท่ี 5.13 Transport Layer
(ที่มา : https://qrgo.page.link/HKLV9)
5. Session Layer
เป็นผู้กำหนดวิธกี ารควบคุมการเชอื่ มตอ่ ระหว่างผ้รู ับและผู้ส่งบริหารการแลกเปล่ียนข่าวสาร ไดแ้ ก่
การกำหนดให้การแลกเปลยี่ นเปน็ ไปแบบสองทางในเวลาเดียวกัน (Full Duplex) หรือถ้าการสอื่ สารแบบทาง
เดียวแต่สลับทิศได้ (Half Duplex) ก็จะต้องเปน็ ผู้จัดลำดบั ให้ทัง้ ผรู้ บั และผู้ส่งทำการส่งข้อมลู ไดค้ ลา้ ยกบั การ
ควบคมุ สบั หลกี รถไฟ

รปู ท่ี 5.14 Session Layer (ท่มี า : https://qrgo.page.link/PW12y)
6. Presentation Layer

(1) การใชร้ หสั แทนข้อมูล เชน่ รหัส ASCII หรอื Unicode
(2) เข้ารหัสและถอดรหัส

รปู ท่ี 5.15 Presentation Layer (ทีม่ า : https://qrgo.page.link/RRHdE)
7. Application Layer

เปน็ ตัวกลางหรอื สว่ นติดต่อระหว่างผใู้ ช้โปรแกรมประยกุ ต์กับโปรแกรมใน 6 ช้ันท่เี หลือ

รปู ท่ี 5.16 Application Layer (ท่มี า : https://qrgo.page.link/LoS4e)

5.5.3 หลักการออกแบบเลเยอร์
1. แต่ละเลเยอร์จะมีการกำหนดการทำงานอย่างละเอียดโดยมีการทำงานเป็นอิสระไมข่ ึ้นต่อกนั
2. ฟังกช์ นั ภายในเลเยอร์จะพยายามมงุ่ ไปส่ขู ้อกำหนดมาตรฐาน (Standard Protocol)
3. ขอบเขตของเลเยอรจ์ ะถกู เลือกและจำกัดให้มีปริมาณการเชอื่ มตอ่ ระหวา่ งเลเยอร์ให้น้อยที่สดุ
4. จำนวนของเลเยอร์ต้องมากพอทจ่ี ะแยกฟังก์ชันที่จำเป็นและแตกตา่ งกนั ไม่ให้อยู่ในเลเยอรเ์ ดยี วกัน

5.5.4 การทำงานของ OSI Reference Model
การท่แี พ็กเกจข้อมลู เดนิ ทางจากเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ A ไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์ B น้นั มีกระบวนการ

ทำงานดงั นี้

รปู ท่ี 5.17 กระบวนการทำงานรบั ส่งขอ้ มลู ของ OSI Mode
(ที่มา : http://www.mindphp.com)

จากแผนผังรปู ท่ี 5.17 คอมพิวเตอร์ A และคอมพิวเตอร์ B มโี ครงสรา้ งเป็น OSI ซ่ึงมี 7 เลเยอร์เม่ือ
เครือ่ งคอมพวิ เตอร์ A พร้อมทจี่ ะส่งสัญญาณข้อมลู ไปยังเครอื่ งคอมพวิ เตอร์ B นัน้ แตล่ ะเลเยอร์ในเคร่ือง
คอมพวิ เตอร์ A จะเสมือนกับวา่ มีการสื่อสารกับเลเยอร์ในระดับเดียวกันบนเครอ่ื งคอมพิวเตอร์ B ถึงแม้ว่าจะไม่
มีการสื่อสารระหวา่ งเลเยอรเ์ หล่าน้ีเกิดขนึ้ จรงิ แต่เลเยอรใ์ นระดับตา่ ง ๆ บนเครื่องคอมพิวเตอร์ท้งั คนู่ ้ันจะทำ
ตามกฎเกณฑห์ รือโปรโตคอลอยา่ งเดยี วกนั เพ่ือใหม้ ่นั ใจไดว้ า่ แตล่ ะเลเยอร์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ฝ่ายผรู้ บั จะ
ได้รบั แพก็ เกจข้อมูลแบบเดยี วกันกบั แพก็ เกจข้อมูลท่รี วบรวม โดยแตล่ ะเลเยอรบ์ นเครอ่ื งคอมพวิ เตอรฝ์ ่ายผสู้ ่ง
โดยแพ็กเกจข้อมลู จะเริ่มทีร่ ะดบั สูงสุดคือ Application Layer บนเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ A และเคล่ือนลงมาทีละ
ระดับชั้นจนมาถงึ ชน้ั ลา่ งสดุ คือ

เลเยอร์ 1 : Physical Layer การที่แพก็ เกจเคลอ่ื นผ่านจากระดับหนง่ึ ไปยงั ระดับถัดไปนั้นจะมีการ
กำหนดท่ีอยู่ การจดั รูปแบบของข้อมูล และอนื่ ๆ ซ่งึ แตล่ ะเลเยอร์จะเปน็ ตวั จดั การ และมีกระบวนการของ
ตนเอง เมอื่ แพ็กเกจเคลื่อนตัวลงมาถงึ Physical Layer ก็จะถกู แปลงใหเ้ ป็นกระแสข้อมลู แบบอนุกรมและ
ส่งผ่านสอื่ กลางคือสายสญั ญาณ ซ่งึ เป็นเลเยอร์เดยี วท่ีเครือ่ งคอมพวิ เตอร์ A สอ่ื สารกับเครื่องคอมพวิ เตอร์ B

และเม่ือสญั ญาณข้อมลู มาถึงเครอ่ื งคอมพวิ เตอร์ B กระบวนการก็จะเร่ิมทำในทางตรงข้าม คอื จะทำการแยก

แพ็กเกจออกผา่ น OSI ทง้ั 7 เลเยอร์ ส่งย้อนกลับขน้ึ ไปยัง Application Layer ของเคร่ืองคอมพิวเตอร์ B เม่ือ

แพ็กเกจเดินทางผา่ นเลเยอร์ระดบั ตา่ ง ๆ แต่ละเลเยอรจ์ ะแยกข้อมลู ขา่ วสารตามกำหนดที่อยู่ และการ

จัดรูปแบบของแพ็กเกจ จนเมอื่ มาถึงเลเยอรร์ ะดบั สูงสุดคือ Application Layer ก็จะเหลอื เฉพาะข้อมลู ท่ี

เหมือนกับบน Application Layer ของเครื่องคอมพวิ เตอร์ A

เลเยอร์ 2 : Data Link Layer เลเยอรน์ ม้ี ีจุดประสงคห์ ลกั คอื พยายามควบคุมการสง่ ข้อมลู ให้เสมือนกับ

ว่าไมม่ คี วามผิดพลาดเกิดข้นึ เพื่อให้เลเยอร์สูงขน้ึ ไปสามารถนำข้อมูลไปใชไ้ ด้อย่างถูกต้อง วิธกี ารคอื ฝา่ ยผสู้ ง่ จะ

ทำการแตกข้อมูลออกเปน็ เฟรมขอ้ มูล (Data–Frame) โดยต้องมีการกำหนดขอบเขตของเฟรม (Frame

Boundary) โดยการเติมบติ เขา้ ไปยังจดุ เริ่มต้นและจดุ สิ้นสดุ ของเฟรม จากน้ันทำการสง่ เฟรมข้อมลู ออกไปทีละ

ชุดและรอรบั การตอบรบั (Acknowledge Frame) จากผูร้ บั หากมีการสูญหายของเฟรมข้อมูล ซ่งึ อาจ

เนอ่ื งมาจากสัญญาณรบกวนจากภายนอกหรือข้อผิดพลาดอื่น ๆ ในกรณนี ้ีฝ่ายผู้สง่ จะตอ้ งสง่ เฟรมข้อมูลเดิม

ออกมาใหม่

เลเยอร์ 3 : Network Layer เปน็ เลเยอร์ท่ที ำหน้าท่หี ลกั เกี่ยวข้องกับการหาเสน้ ทาง (Routing) ในการ

ส่งแพ็กเกจจากต้นทางไปยังปลายทาง ซึง่ จะมีการสลับชอ่ งทางในการส่งข้อมูลเรียกวา่ แพ็กเกจสวิตช่งิ

(Packet Switching) มีการสรา้ งวงจรเสมือน (Virtual Circuit) ซึ่งคลา้ ยกับวา่ มีเส้นทางเชือ่ มโยงกันระหวา่ ง

คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ใหต้ ิดต่อส่ือสารถึงกันไดโ้ ดยตรง การกำหนดเส้นทางการสง่ ข้อมูลนนั้ คอมพวิ เตอร์ฝ่ายผู้

ส่งอาจทำหน้าท่พี จิ ารณาหาเสน้ ทางทีเ่ หมาะสมในการสง่ ข้อมูลต้ังแต่ตน้ หรืออาจใชว้ ธิ แี บบไดนามิก

(Dynamic) คือ แตล่ ะแพ็กเกจสามารถเปลยี่ นแปลงเสน้ ทางไดต้ ลอดเวลา นอกจากนีเ้ ครือ่ งคอมพวิ เตอร์ฝ่าย

ผสู้ ง่ ยังมหี นา้ ทีใ่ นการจดั การเร่อื งที่อยขู่ องเครือขา่ ยปลายทางโดยจะมกี ารแปลงที่อยแู่ บบตรรกะ (Logical

Address) ใหเ้ ป็นที่อยู่แบบกายภาพ (Physical Address) ซ่ึงถกู กำหนดโดยการ์ดเชื่อมต่อระบบเครอื ข่าย

เลเยอร์ 4 : Transport Layer ทำหนา้ ท่เี สมอื นบรษิ ัทขนส่งท่ีรับผิดชอบการจดั ส่งข้อมลู โดยปราศจาก

ความผิดพลาด ซึ่งมหี นา้ ท่ีหลักคอื การตรวจสอบและแก้ไขความผดิ พลาดท่ีเกิดขึ้นในข้อมลู คอยแยกแยะและ

จัดระเบียบของแพก็ เกจข้อมูลให้จัดเรยี งลำดับอย่างถกู ตอ้ งและมขี นาดท่ีเหมาะสม นอกจากนี้ ยังทำการผนวก

ขอ้ มูลทั้งหลายใหอ้ ยู่ในรปู ของวงจรเดยี วหรอื เรียกวา่ การมัลตเิ พลก็ ซ์ (Multiplex) และมีกลไกสำหรับควบคมุ

การไหลของข้อมลู ให้มีความสมํา่ เสมอ

เลเยอร์ 5 : Session Layer จากเลเยอรท์ ่ีผ่านมาจะเหน็ ว่าการทำงานต่าง ๆ จะเกย่ี วพันอยู่เฉพาะกับ

บติ และข้อมูลเท่านน้ั โดยไม่ได้สนใจเก่ยี วกบั สถานภาพการใชง้ านจรงิ ของผ้ใู ชแ้ ตอ่ ยา่ งใด ซึ่งหน้าทด่ี ังกลา่ วนจ้ี ะ

เกิดขนึ้ ท่ี Session Layer ในเลเยอรน้ีจะมีการให้บริการสำหรบั การใชง้ านเครื่องที่อยหู่ ่างไกลออกไป (Remote

Login) การถ่ายโอนไฟล์ระหวา่ งเครอ่ื ง โดยจะมีการจัดต้ังการส่ือสารระหวา่ ง 2 ฝ่าย เรียกว่า Application

Entities หรือ AE ซึ่งเทยี บได้กบั บุคคล 2 คน ทตี่ ้องการสนทนากันทางโทรศัพท์ โดย Session Layer จะมีหนา้ ที่

จัดการใหก้ ารสนทนาเป็นไปอย่างราบร่นื โดยการเฝ้า ตรวจสอบการไหลของขอ้ มูลอยา่ งเป็นจงั หวะ ดูแลเร่ือง
ความปลอดภัย เช่น ตรวจสอบอายุการใชง้ านของรหสั ผ่าน จำกัดชว่ งระยะเวลาในการตดิ ตอ่ ควบคุมการถ่ายเท
ขอ้ มูลรวมถึงการกู้ข้อมูลทีเ่ สยี หายอนั เกิดมาจากเครอื ข่ายทำงานผิดปกติ นอกจากนี้ยงั สามารถตรวจดกู ารใช้
งานของระบบและจัดทำบญั ชีรายงานช่วงเวลาการใชง้ านของผู้ใชไ้ ด้

เลเยอร์ 6 : Presentation Layer ทำหน้าทหี่ ลักคือ การแปลงรหสั ข้อมูลที่ส่งระหว่างเคร่ือง
คอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง ใหเ้ ป็นอกั ขระแบบเดียวกนั เคร่ืองคอมพิวเตอรส์ ่วนใหญจ่ ะใช้รหสั ASCII (American
Standard Code for Information Interchange) แต่ในบางกรณีเครื่องท่ใี ชร้ หสั ASCII อาจต้องสอ่ื สารกับ
เครอื่ งเมนเฟรมของ IBM ท่ีใช้รหสั EBCDIC (Extended Binary Coded Decimal Interchange Code) ดังน้นั
Presentation Layer จะทำหนา้ ที่แปลงรหสั เหล่านี้ใหเ้ ครอื่ งคอมพวิ เตอร์เข้าใจได้ตรงกัน นอกจากน้ี ยัง
สามารถทำการลดขนาดของข้อมลู (Data Compression) เพื่อเปน็ การประหยัดเวลาในการรับส่ง และสามารถ
เขา้ รหัสเพื่อเปน็ การป้องกนั การโจรกรรมข้อมลู ได้

เลเยอร์ 7 : Application Layer เปน็ เลเยอรบ์ นสุดท่ีทำงานใกลชิด้ กับผ้ใู ช ้ การทำงานของเลเยอรน์ จี้ ะ
เกย่ี วขอ้ งกับโปรโตคอลต่าง ๆ มากมาย ซ่ึงจะมีการใช้งานที่เฉพาะตัวแตกตา่ งกันออกไป มบี ริการทางด้าน
โปรแกรมประยุกตต์ ่าง ๆ ไดแ้ ก่ Email, File Transfer, Remote Job Entry, Directory Services นอกจากนี้
ยงั มกี ารจัดเตรยี มฟังกช์ ันในการเข้าถงึ ไฟล์และเครื่องพมิ พ์ ซ่ึงเป็นการแบ่งปันการใช้ทรัพยากรบนระบบ
เครือข่าย

สรปุ สาระสำคญั

โปรโตคอล (Protocol) หมายถงึ ข้อกำหนดหรอื ขอ้ ตกลงในการส่ือสารระหว่างคอมพิวเตอร์ ซง่ึ มี
มากมายหลายชนดิ แต่ละชนิดมีข้อดี ข้อเสีย และใชใ้ นโอกาสหรือสถานการณ์แตกตา่ งกันไป คลา้ ย ๆ กบั ภาษา
มนุษยท์ ่มี ีท้งั ภาษาไทย จนี ฝรั่ง หรอื ภาษามือ หรือจะใช้ภาษากายเพ่ือส่งสัญญาณกจ็ ดั เป็นภาษาได้เหมือนกัน
ซึง่ จะสื่อสารกนั รเู้ ร่ืองไดต้ ้องใช้ภาษาเดยี วกนั ในบางกรณถี ้าคอมพิวเตอร์ 2 เครื่อง สื่อสารกันคนละภาษา และ
ต้องการนำมาเช่อื มต่อกัน จะต้องมตี ัวกลางในการแปลงโปรโตคอลกลบั ไปกลับมาซึ่งนิยมเรยี กว่า Gateway ถา้
เทียบกับภาษามนษุ ย์กค็ ือ ล่าม ซึง่ มีอยูท่ ั่งท่เี ป็น เครอ่ื งเซริ ฟเ์ วอร์แยกตา่ งหากสำหรับทำหน้าทีน่ โ้ี ดยเฉพาะ
หรืออาจเปน็ โปรแกรมหรอื ไดร์ฟเวอรท์ สี่ ามารถติดต้ังในเครือ่ งคอมพิวเตอรน์ ั้น ๆ ได้เลย

ในการติดต่อส่อื สารข้อมลู ผา่ นทางเครือขา่ ยนั้น จำเปน็ ต้องมโี ปรโตคอลที่เป็นข้อกำหนดตกลงในการ
สื่อสารขน้ึ เพื่อชว่ ยให้ระบบสองระบบท่ีแตกต่างกันสามารถสอื่ สารกันอยา่ งเข้าใจได้ โปรโตคอลเปน็ ข้อท่ี
กำหนดเกี่ยวกับการสื่อสารระหว่างเครอื่ งคอมพิวเตอรต์ า่ ง ๆ ทั้งวิธีการสง่ และรบั ข้อมลู วธิ กี ารตรวจสอบ
ขอ้ ผิดพลาดของการส่งและรับขอ้ มลู การแสดงผลขอ้ มูลเม่ือส่งและรับกนั ระหวา่ งเครื่องสองเครื่อง ดังนนั้ จะ

เหน็ ไดว้ า่ โปรโตคอลมีความสำคัญมากในการส่ือสารบนเครือขา่ ย หากไม่มีโปรโตคอลแลว้ การสอ่ื สารบน
เครือข่ายจะไมส่ ามารถเกิดขึน้ ได้ ในปจั จุบันการทำงานของเครือขา่ ยใช้มาตรฐานโปรโตคอลตา่ ง ๆ ร่วมกนั
ทำงานมากมายนอกจากโปรโตคอลระดับประยุกต์แล้ว การดำเนนิ การภายในเครือข่ายยงั มโี ปรโตคอลยอ่ ยที่
ชว่ ยทำให้การทำงานของเครือข่ายมีประสิทธภิ าพขน้ึ โดยท่ีผ้ใู ช้ไม่สามารถสงั เกตเห็นไดโ้ ดยตรงอีกมาก

โดเมนเนมในอนิ เทอรเ์ นต็ คอื ชอื่ , ทอ่ี ยู่, เส้นทางอ้างอิง ใช้เรยี กหรอื เปดิ ชมเวบ็ ไซต์ (Website) โดยมี
ลักษณะ http://www.ชอื่ โดเมน.นามสกุล เชน่ http://www.ireallyhost.com การเรยี กใช้โดเมนเนมจะมี
www นำหนา้ ชอ่ื หรือไม่ก็ได้ถอื เป็นชื่อเดยี วกัน เชน่ http://www.ireallyhost.com หรือ
http://ireallyhost.com เปน็ ต้น

ชื่อโดเมน ตวั อักษรพมิ พเ์ ล็ก และ ตวั อกั ษรพิมพ์ใหญ่ ถือเปน็ ตวั เดียวกนั เชน่

http://www.IReallyHost.com หรือ http://www.ireallyhost.com

ชอ่ื โดเมน (Domain Name) หมายถงึ ชอ่ื ท่ถี ูกเรยี กแทนการเรยี กเป็นหมายเลขอินเทอรเ์ นต็ (IP
Address) เนือ่ งจากการจดจำหมายเลข IP ถงึ 16 หลัก ทำให้ยุ่งยาก และไม่สามารถจำไดเ้ ม่อื ใชง้ านระบบ
อินเทอร์เน็ต จงึ นำช่ือทีเ่ ป็นตัวอักษรมาใช้แทน ซึ่งมักจะเป็นชื่อทีส่ ื่อความหมายถงึ หนว่ ยงาน หรอื เจา้ ของ
เว็บไซตน์ นั้ ๆ

เช่น เวบ็ ไซตข์ องเนคเทค มีหมายเลข IP คอื 203.185.137.13 ซง่ึ ยากต่อการจดจำ (ในกรณีทีต่ ้องจำ
หลายเว็บไซต์) ดงั นน้ั จงึ มีการกำหนดช่อื เรยี กใหม่ เป็น www.nectec.or.th ซ่งึ ก็คือ “ชอ่ื โดเมน” นนั่ เอง

ชือ่ โดเมน เปน็ ช่ือท่ีใช้ในการติดตอ่ สื่อสารระหว่างบุคคลต่อบคุ คล แตก่ ารติดต่อระหวา่ งคอมพิวเตอร์
ในเครอื ข่าย ยงั ใช้ IP Address ดังนน้ั ระบบจงึ มีการตดิ ต้ังโปรแกรม และเครอื่ งทท่ี ำหน้าทเ่ี ปน็ ตัว Lookup
หรอื ดชั นใี นการเปิดดูบญั ชีหมายเลข จากชื่อที่เป็นตัวอักษร หรือเรยี กว่า Domain Name โดยทเี่ ครือ่ ง
คอมพวิ เตอร์ทท่ี ำหน้าที่นเี้ รยี กว่า Domain Name Server หรือ Domain Server

ชอื่ โดเมน เป็นส่งิ ทีม่ นุษย์สรา้ งและถือวา่ เปน็ ทรัพย์สินทางปัญญา โดยแต่ละประเทศจะมหี น่วยงาน
รบั ผิดชอบการจดทะเบียนชื่อโดเมน เชน่ ประเทศไทย รับผิดชอบโดย “มลู นิธิศนู ยส์ ารสนเทศเครือข่ายไทย
(THNIC : Thailand Network Information Center)”

รปู แบบชอ่ื โดเมน

รูปแบบการตง้ั ชื่อของโดเมนตามหลักการของอินเทอรเ์ นต็ มี 3 ระดับ คือ
1. โดเมนระดบั บนสุด (Top Level Domain) เปน็ รูปแบบทีย่ งั สามารถแบง่ ได้อีก 2 แบบย่อย คือ

(1) รูปแบบโดเมนระดบั บนสดุ แบบสากล (General Internet DNS Top Level Domains : gTLDs)
เป็น รูปแบบมาตรฐานท่ีใช้กนั อยา่ งแพรห่ ลาย โดยเฉพาะในสหรัฐอเมรกิ า เชน่ .com, .net, .gov

(2) รูปแบบโดเมนระดับบนสดุ แต่ละประเทศ (Country Code Top Level Domains : ccTLDs)
เป็น รูปแบบทีใ่ ช้บง่ บอกถงึ ประเทศเจ้าของโดเมน หรือทต่ี ั้งของโดเมน มักจะใช้กับประเทศอืน่ ๆ ยกเว้น

สหรฐั อเมรกิ า เชน่ .th หมายถงึ โดเมนที่ดแู ลโดยประเทศไทย หรอื .jp หมายถึง โดเมนของประเทศ
ญี่ป่นุ

2. โดเมนระดับรอง (Second Level Domain) เป็นโดเมนย่อยทีแ่ บ่งออกจากโดเมนระดับบนสดุ โดย
อยู่ตำแหน่งถัดจากโดเมนระดับบนสดุ มาทางด้านซา้ ยมือ เชน่ .ac สำหรับสถาบันทางการศกึ ษา .co สำหรบั
องค์กรธุรกจิ

3. โดเมนระดบั สาม (Third Level Domain) เปน็ โดเมนย่อยท่ถี ูกแบง่ ออกจากโดเมนระดับรองอีก
ช้ันหนึง่ และมตี ำแหน่งถัดจากโดเมนระดบั รองทางด้ายซ้ายมอื ใช้เป็นชอื่ ย่อขององค์กร เช่น thnic เป็นต้น

การทำงานของโปรโตคอล เครือข่ายคอมพิวเตอรป์ ระกอบด้วยอุปกรณท์ ่ีทำงานรว่ มกันเปน็ จำนวน
มากผลติ ภัณฑเ์ หลา่ นน้ั มหี ลายมาตรฐานหลายย่หี อ้ แต่กส็ ามารถทำงานรว่ มกันไดอ้ ย่างดี การที่เครือขา่ ย
คอมพิวเตอร์ทำงานร่วมกนั อย่างเป็นระบบ เพราะใชโ้ ปรโตคอลมาตรฐานที่มขี ้อกำหนดให้ทำงานรว่ มกันได้
ผูใ้ ชอ้ นิ เทอรเ์ นต็ ทท่ี ำหน้าทเี่ ป็นผ้ใู ชบ้ ริการหรือเปน็ ไคลแอนต์ (Client) สามารถเชื่อมต่อเครอ่ื งคอมพิวเตอรไ์ ป
ยังเครอ่ื งให้บรกิ ารหรือเซิร์ฟเวอร์ (Server) บนเครือขา่ ย การทำงานของพซี ีทเี่ ช่ือมตอ่ รว่ มกับเซิร์ฟเวอร์ก็
จำเป็นต้องใชโ้ ปรโตคอลเพ่ือประยกุ ต์ใชง้ านรบั สง่ ข้อมูล
หลกั การรบั –สง่ ขอ้ มลู บนเครอื ขา่ ยโปรโตคอล

ISO เป็นแบบจำลองทถ่ี ูกเสนอและพัฒนาโดยองคก์ รระหวา่ งประเทศว่าด้วยการมาตรฐาน
(International for Standardization Organization : ISO) โดยจะบรรยายถึงโครงสรา้ งของสถาปัตยกรรม
เครอื ข่าย ซ่งึ ระบบเครือข่ายทีเ่ ป็นไปตามสถาปัตยกรรมนีจ้ ะเปน็ ระบบเครือข่ายแบบเปดิ และอุปกรณท์ าง
เครอื ข่ายจะสามารถติดต่อกนั ไดโ้ ดยไม่ขึ้นกบั วา่ เปน็ อปุ กรณ์ของผ้ขู ายรายใด ISO ได้กำหนดรปู แบบโครงสร้าง
มาตรฐานสากลไวส้ ำหรับการติดต่อสอ่ื สารระหวา่ งเคร่ืองคอมพวิ เตอร์ เรยี กว่า OSI (Open System
Interconnection Reference Model) หรอื ทนี่ ยิ มเรยี กกันทวั่ ไปวา่ OSI (Open Systems Interconnection)
ซึง่ มอี ยู่ 7 ชน้ั ส่ือสาร OSI Model ใชอ้ า้ งองิ การส่อื สาร (Reference Model) แบง่ ออกเป็นช้ัน (Layer) โดยมี
ตงั้ แตช่ ั้นที่ 1 ถงึ ช้ันที่ 7 (Layer 1–7) โดย Layer 1 จะอยู่ด้านลา่ งสุด และเรียงข้นึ ไปจนถึง Layer 7 แต่ละ
Layer มชี ือ่ เรียกตามรูปแบบการสือ่ สารและการทำงานของในแตล่ ะชั้น

1. Physical Layer
เป็นชนั้ ระดบั ล่างสดุ ทำหน้าที่กำหนดวิธกี ารรับและส่งข้อมลู ระหวา่ งเคร่อื งคอมพวิ เตอรใ์ นระดับบติ

เชน่ การสง่ บิต 0 จะแทนด้วยกระแสไฟฟ้ากี่โวลต์ สายสอ่ื สัญญาณมีกเี่ สน้ และในแต่ละเส้นใชเ้ พอื่ อะไร เป็นตน้

2. Data Link Layer
หนา้ ทีห่ ลกั คือ รวบรวมข้อมูลจากช้นั Physical มาตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูลโดยการเพ่ิมข้อมลู

สำหรบั การตรวจสอบตดิ ไว้กับขอ้ มลู ตรวจสอบขอ้ มลู ทเี่ สยี หายหรือสญู หายแลว้ แจ้งให้ฝ่ังผสู้ ง่ มีการสง่ ข้อมลู ชุด
เดมิ กลับมาใหม่ ตรวจสอบข้อมลู ทซ่ี าํ้ และกำจดั ออกไป

3. Network Layer
ควบคุมการตดิ ต่อรบั –สง่ ขอ้ มูลระหว่างเครอื่ งคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ ในระบบเครือข่ายใหเ้ ปน็ ไปดว้ ย

ความเรียบร้อยกำหนดเสน้ ทางเดนิ ของข้อมลู จากผู้สง่ ไปยงั เคร่ืองปลายทาง
4. Transport Layer
รับข้อมูลจากชน้ั Session โดยถ้าข้อมูลมปี รมิ าณมาก กจ็ ะทำการแบง่ ข้อมลู ออกเป็นแพก็ เกจหลาย ๆ

แพก็ เกจ แลว้ จึงสง่ ข้อมูลท้งั ชุดตอ่ ไปใหโ้ ปรแกรมในชัน้ Network ควบคมุ การไหลของข้อมูล (Flow Control)
เพอ่ื ท่ีจะควบคุมการรบั และส่งข้อมูล เชน่ ในกรณที ่ผี ู้ส่งจัดการส่งข้อมลู เรว็ เกินกว่าผรู้ ับจะทำงานได้ทนั

(1) UDP (User Datagram Protocol)
(2) TCP (Transmission Control Protocol)
(3) การสรา้ งการตดิ ต่อระหว่างกนั ด้วยพอรต์ (Port)

(ก) Connection Establishment
(ข) Data Transfer
(ค) Connection Release
5. Session Layer
เปน็ ผู้กำหนดวธิ กี ารควบคมุ การเช่ือมต่อระหว่างผรู้ บั และผู้ส่งบริหารการแลกเปลย่ี นขา่ วสาร ไดแ้ ก่ การ
กำหนดให้การแลกเปลย่ี นเปน็ ไปแบบสองทางในเวลาเดียวกัน (Full Duplex) หรือถา้ การสื่อสารแบบทางเดียว
แตส่ ลบั ทิศได้ (Half Duplex) ก็จะต้องเป็นผู้จัดลำดับใหท้ ั้งผรู้ ับและผสู้ ง่ ทำการส่งขอ้ มูลไดค้ ล้ายกับการควบคุม
สบั หลกี รถไฟ
6. Presentation Layer
(1) การใชร้ หสั แทนข้อมลู เช่น รหัส ASCII หรอื Unicode
(2) เขา้ รหัสและถอดรหัส
7. Application Layer
เป็นตวั กลางหรอื ส่วนตดิ ต่อระหวา่ งผ้ใู ชโ้ ปรแกรมประยุกต์กบั โปรแกรมใน 6 ชั้นท่ีเหลือ

แบบฝกึ หดั หน่วยท่ี 5
การรบั -สง่ ขอ้ มลู บนเครอื ขา่ ยโปรโตคอล

คำชแี้ จง จงตอบคำถามต่อไปน้ี
1. จงบอกความสำคญั ของโปรโตคอล
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
2. จงอธิบาย OSI Model 7 Layer มาพอเข้าใจ
............................................................................................................................. .................................................
.................................................................................. ............................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
3. จงอธิบาย การรับ-ส่งข้อมลู บนเครอื ข่ายโปรโตคอล มาพอเขา้ ใจ
............................................................................................................................. .................................................
......................................................................................................................................... .....................................
.............................................................................................. ................................................................................
4. จงอธบิ าย TCP/IP Model แต่ละ Layer มาพอเขา้ ใจ
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................
................................................................................................................................................................ ..............
5. จงบอกหลกั การ การออกแบบ Layer มาพอเข้าใจ
..............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................................
............................................................................................................................. .................................................

เฉลยแบบทดสอบหลงั เรยี นหน่วยท่ี 5
การรบั –ส่งขอ้ มูลบนเครือข่ายโปรโตคอล

คำชแี้ จง ให้เลือกคำตอบทีถ่ ูกต้องทีส่ ุดเพียงคำตอบเดยี ว

1. ขอ้ ใดคือความหมายของโปรโตคอล

ก. มาตรฐานดา้ นเครือข่ายที่ถูกกำหนดโดยองคก์ ร IEEE เปน็ องค์กรทก่ี ำหนดมาตรฐานในงานวิศวกร

ทาง

ดา้ นไฟฟา้ และอิเลก็ ทรอนิกส์

ข. อุปกรณ์ท่ีดักสัญญาณรบกวนภายในเครอื ข่าย

ค. อุปกรณ์ท่ีใชใ้ นการเช่ือมต่อระบบเครอื ข่าย

ง. ขอ้ กำหนดหรือข้อตกลงในการสอ่ื สารระหว่างคอมพิวเตอร์หรือภาษาสื่อสารท่ีใชเ้ ปน็ ภาษากลางใน

การส่อื สารระหว่างคอมพวิ เตอรด์ ้วยกัน การทีเ่ ครื่องคอมพิวเตอร์ที่ถูกเชอ่ื มโยงกนั ไวใ้ นระบบจะสามารถ

ติดตอ่ สื่อสารกันได้น้ันจำเป็นตอ้ งมีการส่อื สารท่ีเรียกวา่ โปรโตคอล ซง่ึ ช่วยให้ระบบคอมพิวเตอรส์ องระบบท่ี

แตกตา่ งกนั สามารถส่อื สารกันอย่างเข้าใจได้

จ. เครอื ขา่ ยคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ทเี่ ชอ่ื มโยงเครือข่ายคอมพิวเตอร์ทวั่ โลกเข้าไวด้ ้วยกัน เพื่อให้เกิด

การสือ่ สาร และการแลกเปลย่ี นขอ้ มูลรว่ มกนั โดยอาศยั ตัวเช่อื มเครือข่ายภายใต้มาตรฐานการเชอ่ื มโยง

เดียวกัน

2. โปรโตคอลในขอ้ ใดเหมาะทจี่ ะใชง้ านบนเครอื ข่ายขนาดเลก็ ทีม่ ีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอรไ์ มเ่ กิน 50 เคร่ือง

เทา่ นั้น

ก. NetBEUI ข. NetBIOS

ค. IPX/SPX ง. TCP/IP

จ. UDP

3. ข้อใดคือความหมายของโดเมนเนม (Domain Name)

ก. ชอ่ื , ท่อี ยู่, เส้นทางอ้างองิ ใช้เรียกหรือเปดิ ชมเวบ็ ไซต์ (Website)

ข. ชื่อท่ีใช้อา้ งองิ การเชือ่ มต่อขอ้ มูล

ค. ช่ือท่ใี ช้ในการเช่ือมต่อระบบเครือข่าย

ง. สถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายแบบเปดิ

จ. สถาปตั ยกรรมระบบเครือข่ายแบบปิด

4. โปรโตคอลใดท่ีใชใ้ นระบบเครือข่าย Internet

ก. HTTP ข. SMTP

ค. TCP/IP ง. MMCT

จ. UDP

5. โปรโตคอลทใี่ ช้ในการรับส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์บนเครอื ข่ายอนิ เทอรเ์ น็ต คือข้อใด

ก. HTTP ข. MMCT

ค. TCP/IP ง. SMTP

จ. UDP

6. มาตรฐานการจดั ระบบการเชื่อมตอ่ สื่อสารแบง่ ออกเปน็ กี่ชน้ั

ก. 5 ช้ัน ข. 6 ชั้น

ค. 7 ชน้ั ง. 8 ชน้ั

จ. 9 ชัน้

7. การจดั รูปแบบการนำเสนอข้อมลู จดั อยูใ่ นมาตรฐานโปรโตคอลชั้นใด

ก. ช้นั ส่วนงาน ข. ช้ันการนำเสนอ

ค. ชัน้ ประยุกต์ ง. ชนั้ ขนสง่

จ. ช้นั ตรวจสอบความถูกต้องของขอ้ มลู

8. ขอ้ ใดคือหนา้ ที่ของมาตรฐานโปรโตคอลชั้นกายภาพ

ก. ควบคมุ การสง่ ผา่ นขอ้ มลู

ข. เปน็ ผบู้ ริการสง่ ขอ้ มลู

ค. ตดิ ตอ่ ระหวา่ งเคร่อื ง

ง. แปลงข้อมูลในรูปของสญั ญาณดิจิทัลใหผ้ ่านตวั กลางแต่ละชนดิ ได้

จ. แปลงข้อมลู ในรูปของสัญญาณแอนะลอ็ กให้ผา่ นตัวกลางแต่ละชนิดได้

9. โปรโตคอลชนั้ ใดทำหน้าท่ีเสมอื นบริษัทขนส่งท่รี บั ผิดชอบการจดั ส่งข้อมูล

ก. Data Link Layer ข. Network Layer

ค. Transport Layer ง. Session Layer

จ. Application Layer

10. โปรโตคอลชัน้ ใดทำหนา้ ท่ีจัดลำดบั ให้ทง้ั ผ้รู ับและผ้สู ่งทำการสง่ ข้อมลู ได้คลา้ ยกบั การควบคมุ สบั หลีกรถไฟ

ก. Data Link Layer ข. Network Layer

ค. Session Layer ง. Application Layer

จ. Transport Layer

11. ข้อใดคอื ความหมายของ OSI (Open System Interconnection Reference Model)

ก. รูปแบบโครงสรา้ งมาตรฐานสากลไว้สำหรับการติดต่อส่ือสารระหวา่ งเคร่ืองคอมพิวเตอร์

ข. เป็นแบบจำลองที่ถูกเสนอและพฒั นาโดยองค์กร International Standard Organization

ค. คอื สถาปัตยกรรมระบบเครือขา่ ยแบบปิด

ง. คือมาตรฐานด้านเครอื ข่ายทถ่ี ูกกำหนดโดยองค์กร IEEE

จ. คือสถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายแบบเปิด

12. ข้อใดคอื หน้าทข่ี องโปรโตคอล FTP (File Transfer Protocol)

ก. เชอื่ มต่อเครือ่ งคอมพิวเตอร์หลายชนดิ ทอี่ ยูห่ า่ งไกลกัน

ข. การตรวจสอบสญั ญาณยืนยนั การรับสง่ ข้อมูลจากปลายทาง

ค. เปน็ การใหบ้ ริการเพ่ือรับสง่ จดหมายอเิ ล็กทรอนิกส์

ง. ใชใ้ นการรบั -สง่ แฟม้ ขอ้ มลู ระหวา่ งเครอ่ื งลูกข่ายและเครื่องเซริ ์ฟเวอร์

จ. การตรวจสอบสัญญาณยืนยนั การรบั ส่งข้อมลู จากตน้ ทาง

13. ข้อใดคอื ความหมายของ TELNET

ก. เปน็ บรกิ ารทีใ่ ช้ในการรบั –ส่ง แฟ้มข้อมลู ระหว่างเคร่ืองลกู ขา่ ยและเคร่ืองเซริ ์ฟเวอร์

ข. เป็นบริการทใี่ หเ้ ครื่องลูกข่ายสามารถเขา้ ไปใชเ้ ครื่องเซริ ์ฟเวอร์ โดยการจำลองตัวเองให้ทำงานเป็น

เทอร์มินัล ผ้ใู ชง้ านจะต้องใส่รหัสผู้ใชแ้ ละรหัสผ่านเพือ่ แจ้งการเขา้ ใช้เครอ่ื ง เม่ือเข้าไปได้แล้วการทำงานต่างๆ

จะเหมือนกบั การเขา้ ไปทำงานที่หน้าจอของเครอื่ งเซิรฟ์ เวอร์

ค. เปน็ โปรโตคอลมาตรฐานที่ใช้กนั อยูใ่ นระบบปฏิบตั ิการแบบยนู กิ ซ์

ง. เป็นบริการที่ใชใ้ นการติดต่อรับส่งข้อมูลชนิดไฮเปอร์เทก็ ซ์

จ. เป็นการเช่ือมต่อเครื่องคอมพิวเตอรห์ ลายชนิดท่ีอยหู่ ่างไกลกนั

14. ข้อใดคอื โดเมนเนม สำหรับธุรกจิ การค้า

ก. .int ข. .net

ค. .com ง. .edu

จ. .org

15. ขอ้ ใดคอื โดเมนเนม สถาบันทางการศกึ ษา

ก. .int ข. .net

ค. .com ง. .edu

จ. .org


Click to View FlipBook Version