The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สรุปโครงการประวัติศาสตร์ชาติไทยไตรมาส 3

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by nirada1709, 2022-05-21 10:07:41

สรุปโครงการประวัติศาสตร์ชาติไทยไตรมาส 3

สรุปโครงการประวัติศาสตร์ชาติไทยไตรมาส 3





บนั ทึกข้อความ

ส่วนราชการ กศน. อำเภอเจาะไอรอ้ ง
ท…ี่ ………………………………………………………………….วันที่ ๑๖ สงิ หาคม ๒๕๖๔
เร่อื ง รายงานผลโครงการอบรมใหค้ วามรปู้ ระวัตศิ าสตรช์ าติไทย

เรยี น ผอู้ ำนวยศนู ยก์ ารศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั อำเภอเจาะไอรอ้ ง

๑. เรือ่ งเดมิ
ตามท่ี ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเจาะไอรอ้ ง ขออนุญาต

ดำเนินกิจกรรมโครงการอบรมให้ความรูป้ ระวัติศาสตร์ชาติไทย ระหว่างวันท่ี ๙ – ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ ณ
กศน. อำเภอเจาะไอร้อง โดยใช้งบประมาณ แผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการ
สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาต้ังแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน กิจกรรมจัดการศึกษา
นอกระบบ ระดบั การศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน งบเงนิ อดุ หนนุ คา่ กจิ กรรมพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน นนั้

๒. ข้อเทจ็ จรงิ
บัดนี้ โครงการดังกล่าวได้ดำเนินการเสร็จส้ินเรียบรอ้ ยแล้ว จึงได้จัดทำสรุปรายงานผลการ

ดำเนินงานโครงการฯ จำนวน 1 เล่ม เพ่อื มอบให้ผู้ทไี่ ด้รบั มอบหมายตอ่ ไปดงั แนบ

ลำดบั ท่ี โครงการ/กิจกรรม ค่าเปา้ หมายตามแผน ผลการดำเนนิ งาน ชาย หญิง
1 (คน) (คน) (คน) (คน)
โครงการอบรมให้ความรปู้ ระวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย
รวม 45 45 19 26
42.22 57.77
100% 100%

๓. ข้อกฎหมาย ระเบียบ คำสงั่ -

๔. ข้อเสนอแนะ -

จึงเรียนมาเพอื่ โปรดทราบ

(นางสาวนภสิ า หะยวี าจิ)
ครูผู้ช่วย

ความคิดเห็นผบู้ รหิ ารสถานศกึ ษา
............................................................................................................................. .................................................
..............................................................................................................................................................................

ลงชื่อ...........................................
(นายคมกฤช สาหลงั )

ผ้อู ำนวยการศูนยก์ ารศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอเจาะไอรอ้ ง



คำนำ

ตามที่สำนกั งานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดนราธิวาส ได้จัดสรร
งบประมาณประจำปี ๒๕๖๔ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเจาะไอร้อง
ตระหนักถงึ ความสำคัญดังกล่าว จึงจัดโครงการอบรมให้ความรูป้ ระวัติศาสตร์ชาติไทย เพื่อให้นักศึกษา กศน.
อำเภอเจาะไอร้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทยและบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย
มคี วามรักชาตแิ ละเทิดทนู สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ไทย ต่อไป

บัดนี้การดำเนินการดังกล่าวลุล่วงไปด้วยดี ทางศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศยั
อำเภอเจาะไอร้องได้ดำเนินการโครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยดำเนินการ ในระหว่าง
๙ - ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ ณ อาคารอเนกประสงค์กศน.อำเภอเจาะไอร้อง (จำนวน ๕ คน/รุ่น) กศน.ตำบล
๓ แห่ง (จำนวน ๕ คน/รุ่น) สถาบันปอเนาะ ๔ แห่ง (ปอเนาะละ ๕ คน/รุ่น) ห้องสมุดประชาชนอำเภอเจาะไอ
ร้อง (จำนวน ๕ คน/รุ่น) มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนกั ศกึ ษา กศน.ตำบลบูกิต จำนวน ๑๓๕ คน กลุ่มเป้าหมายได้
อย่างมีประสทิ ธภิ าพตอ่ ไป

จดั ทำโดย
คณะครู ทีม ตำบลบูกติ

สารบญั ข

บทที่ ๑ บทนำ หน้า
- ความเปน็ มาและความสำคญั ของโครงการ
- วตั ถปุ ระสงค์ ๑
- เปา้ หมาย ๑
- งบประมาณ ๒
- ผ้รู บั ผิดชอบโครงการ ๒
- เครอื ขา่ ยทีเ่ กีย่ วข้อง ๒
- ผลลพั ธ์ ๓

บทท่ี ๒ เอกสารที่เกย่ี วขอ้ ง
- ความหมายของประวัตศิ าสตร์ ๔
- การประกอบประวัตศิ าสตร์ ๕
- วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ ๕
- ประวัตคิ วามเป็นมา ๗
- ประเภทของหลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรไ์ ทย ๘
- หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตร์ ๘
- ข้อมูลทไ่ี ดจ้ ากหลกั ฐานทั้งความจรงิ และขอ้ เท็จจรงิ ๑๐

บทที่ ๓ วธิ ดี ำเนินการ ๑๓
- ขัน้ การเตรียมการ ๑๒
- ขน้ั ดำเนนิ การ ๑๒
- นเิ ทศติดตามผล และรายงานผล / ประเมินผล ๑๕

บทที่ ๔ ผลการศกึ ษา ๑๘
บทท่ี ๕ สรปุ ผลการศกึ ษา ๑๘
๑๘
- สรปุ ผลการศึกษา
- ประโยชน์ท่ีได้รบั
- ข้อเสนอแนะ
บรรณานุกรม
ภาคผนวก
- ภาพประกอบกจิ กรรม
- โครงการ



บทที่ ๑
บทนำ

ความเป็นมาและความสำคญั

ตามนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานสำนักงาน กศน. ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ และแผนยุทธศาสตร์
การศึกษาเขตพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ ๒๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) โดย มียุทธศาสตร์ที่ ๑
ด้านความมัน่ คง เพื่อพฒั นาและเสรมิ สรา้ งความจงรกั ภักดีต่อสถาบันหลักของชาติ รณรงค์เสริมสร้างความรัก
และความภาคภูมิใจในความเป็นคนไทยและชาติไทย โดยกำหนดให้ผนวกเอาประเด็นด้านการศึกษา
ประวัติศาสตร์แห่งการชาติบ้านเมือง ด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อให้สถานศึกษาสามารถนำไปบริหาร
จดั การเรยี นรเู้ พอ่ื พฒั นาประชาชนโดยผ่านกิจกรรมสง่ เสรมิ การเรียนรู้ภายในสถานศึกษา มงุ่ เน้นให้ประชาชน
ได้รับการปลูกฝังภาคภูมิใจในประวัตศิ าสตร์ชาติไทย ความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ตลอดจนเกิดความรัก
และเทิดทูนในสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ
ที่ต้องการให้มีการพัฒนาคน อย่างรอบด้านและสมดุล เพ่ือเป็นฐานหลักของการพัฒนาในระดับที่สูงข้ึน
และเป็นการเสริมสร้างให้กับผู้เข้ารับการอบรมมจี ิตสำนึกและมีความภูมิใจในความเป็นไทย มีระเบียบวินยั
มีจิตสาธารณะ คำนึงถึงประโยชน์ของส่วนรวม และยึดมั่นในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี
พระมหากษัตริย์เป็นประมุข และรังเกียจการทุจริตคอร์รัปชั่น ดำรงชีวิตด้วยความมีคุณธรรม จริยธรรม
และความเปน็ พลเมอื งที่ดี

เน่อื งจากนกั ศกึ ษา กศน.อำเภอเจาะไอร้องยงั ไมม่ ีความรู้ ความเข้าใจท่ีถกู ตอ้ งเก่ียวกับประวัติศาสตร์
ชาติไทยและการเสียสละของพระมหากษัตริย์ไทยในอดีต ทำให้มีความเข้าใจผิดๆเกี่ยวกับความเป็นมาของ
ประเทศไทย ซง่ึ จะมีผลเสียตอ่ ทศั นคตขิ องนกั ศกึ ษาเกี่ยวกับประวัตศิ าสตร์ชาตไิ ทยและพระมหากษตั รยิ ์ไทย

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเจาะไอร้อง ตระหนักถึงความสำคัญ
ดงั กล่าว จงึ จัดโครงการอบรมใหค้ วามรู้ประวตั ิศาสตรช์ าตไิ ทย เพ่อื ใหน้ ักศกึ ษา กศน.อำเภอเจาะไอร้องมคี วามรู้
ความเข้าใจเก่ยี วกบั ประวัตศิ าสตร์ชาติไทย และมคี วามรกั ชาติและเทดิ ทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์ไทย

วตั ถปุ ระสงค์
๑. เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของ

พระมหากษัตริย์ไทย
๒. เพื่อให้นกั ศึกษามีความรักชาติและเทิดทนู สถาบันพระมหากษัตรยิ ไ์ ทย

เปา้ หมาย
๑.เชิงปรมิ าณ
นักศึกษา กศน.ตำบลบูกติ ทกุ ระดับ จำนวน 45 คน
๒. เชงิ คุณภาพ
นกั ศึกษามีความรู้ ความเข้าใจเกีย่ วกบั ประวัติศาสตร์ชาติไทย และมคี วามรักชาติและเทิดทูนสถาบัน

พระมหากษตั ริยไ์ ทย



งบประมาณ
แผนงาน : ยุทธศาสตร์สร้างความเสมอภาคทางการศึกษา โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัด

การศกึ ษาตงั้ แตร่ ะดบั อนุบาลจนจบการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน กจิ กรรมจดั การศึกษานอกระบบ ระดบั การศึกษาขั้น

พื้นฐาน งบเงนิ อุดหนนุ ค่ากจิ กรรมพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี น

รนุ่ ท่ี ๑

- ค่าอาหาร

นักศกึ ษาระดับประถมศกึ ษา จำนวน 15 คน X ๗๐ บาท เปน็ เงิน 1,05๐ บาท

- คา่ อาหารว่างและเคร่ืองด่ืม

นกั ศกึ ษาระดับประถมศึกษา จำนวน 15 คน X ๒๐ บาท X ๒ มือ้ เป็นเงิน 60๐ บาท

รุน่ ท่ี ๒

- ค่าอาหาร

นกั ศกึ ษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น จำนวน 15 คน X ๗๐ บาท เปน็ เงนิ 1,05๐ บาท

- ค่าอาหารว่างและเครื่องดม่ื

นกั ศึกษาระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ จำนวน 15 คน X ๒๐ บาท X ๒ ม้อื เป็นเงนิ 60๐ บาท

รนุ่ ท่ี ๓

- ค่าอาหาร

นักศึกษาระดบั มัธยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน 15 คน X ๗๐ บาท เป็นเงิน 1,05๐ บาท

- ค่าอาหารว่างและเครือ่ งดื่ม

นกั ศกึ ษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย จำนวน 15 คน X ๒๐ บาท X ๒ มือ้ เป็นเงิน 60๐ บาท

รวมทั้งส้ิน 7,7๕๐ บาท ตัวอักษร (เจด็ พันเจ็ดร้อยห้าสบิ บาทถ้วน)

หมายเหตุ : ทุกรายการถัวเฉลี่ยจ่ายตามที่จา่ ยจรงิ

แผนการใช้งบประมาณ ไตรมาสที่ ๑ ไตรมาสท่ี ๒ ไตรมาสท่ี ๓ ไตรมาสท่ี ๔
กจิ กรรมหลัก
--- -
๑.สำรวจกลมุ่ เปา้ หมาย
๒.วางแผนการดำเนนิ งาน --- -
๓.เขียนโครงการเพื่อขออนุมัติ
๔.แตง่ ตั้งคณะทำงานดำเนนิ งานฝ่ายต่าง ๆ --- -
๕.ดำเนินการตามโครงการอบรม
ประวตั ศิ าสตรช์ าตไิ ทย และบุญคณุ ของ --- -
พระมหากษตั รยิ ไ์ ทย
๖.นเิ ทศ/ติดตามผล - - - 7,7๕๐
๗.สรปุ ประเมินผลโครงการ
--- -
๘.รายงานผลการดำเนนิ โครงการ --- -

--- -



ผู้รับผิดชอบโครงการ
คณะครู กศน.ตำบลบกู ติ

เครือขา่ ย
๑. กอ.รมน.จังหวดั นราธวิ าส
๒. วัฒนธรรมอำเภอเจาะไอร้อง

โครงการทีเ่ กยี่ วขอ้ ง
-

ผลลพั ท์ ( Outcome )
กลุ่มเป้าหมายมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกบั ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตริย์

ไทย มคี วามรกั ชาติและเทิดทนู สถาบนั พระมหากษัตริย์ไทย



บทท่ี ๒
เอกสารท่เี กีย่ วข้อง

วธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์

การศึกษาประวัติศาสตร์ มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับหลักฐานทางประวัติศาสตร์กาลเวลา และนัก
ประวัติศาสตร์ ดังนั้น จำเป็นต้องมีวิธีการในการรวบรวมค้นคว้าหาข้อมูล เพื่อนำมาวิเคราะห์หาเหตุผล
และข้อสรุป ซึ่งจะเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ที่ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด โดยวิธีการทาง
ประวตั ิศาสตร์

๑. การกำหนดหวั เรื่องทจ่ี ะศกึ ษา/การตัง้ ประเดน็ ทจ่ี ะศึกษา

การศึกษาเรื่องราวในประวัติศาสตร์เร่ิมจากความสงสัย อยากรู้ ไม่แน่ใจกบั คำอธิบายเรื่องราวทีม่ มี า
แต่เดิม ดังนั้น ผู้ศึกษาจึงเริ่มจากการกำหนดเรื่องหรือประเด็นที่ต้องการศึกษาซึ่งในตอนแรก อาจกำหนด
ประเดน็ ที่ตอ้ งการศกึ ษาไวก้ วา้ ง ๆ กอ่ น แล้วจงึ ค่อยจำกดั ประเด็นลงให้แคบ เพ่อื ให้เกดิ ความชัดเจนในภายหลงั
เพราะบางเรื่องขอบเขตของการศึกษาอาจกว้างมากทั้งเหตุการณ์ บุคคล และเวลาการกำหนดหัวเรื่องอาจ
เก่ียวกับเหตุการณ์ ความเจรญิ ความเสือ่ มของอาณาจักรตวั บคุ คลในช่วงเวลาใดเวลาหน่งึ อาจยาวหรือสน้ั ตาม
ความเหมาะสม ซ่งึ ผศู้ กึ ษาเห็นว่าเปน็ ช่วงเวลาทสี่ ำคญั และยังมีหลกั ฐานขอ้ มลู ท่ผี ูต้ อ้ งการศึกษาหลงเหลืออยู่
หัวข้อเรื่องอาจปรับให้มีความเหมาะสมหรือเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าหากหลักฐานที่ใช้ในการศึกษา มีนอ้ ยหรือไม่
น่าเชอื่ ถอื

๒. การรวบรวมหลักฐาน/สืบคน้ และรวบรวมขอ้ มลู
การรวบรวมหลักฐาน คือ การรวบรวมรายละเอียดและสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อที่จะศึกษา

ซ่งึ มีท้งั หลักฐานทเี่ ปน็ ลายลักษณ์อักษร และหลกั ฐานท่ีไมเ่ ปน็ ลายลักษณอ์ กั ษร

๑) หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร ได้แก่ หลักฐานที่เป็นตัวหนังสือโดยมนุษย์ได้ทิ้งร่องรอยขีดเขียนเป็น
ตัวหนงั สอื ประเภทต่าง ๆ ในรปู ของการจารกึ ในศลิ าจารกึ และการจารึกบนแผน่ โลหะ นอกจากนีห้ ลักฐานทาง
ประวัติศาสตร์ที่เป็นลายลักษณ์อักษรประเภทอืน่ เช่นพงศาวดาร จดหมายเหตุ ตำนาน เอกสารพื้นบ้าน และ
กฎหมาย

๒) หลักฐานท่เี ป็นวตั ถุ ไดแ้ ก่ วัตถทุ มี่ นษุ ยแ์ ตล่ ะยุคแตล่ ะสมยั ไดส้ ร้างขนึ้ และตกทอดมาจนถงึ ปจั จบุ ัน เช่น
โบราณสถาน ประกอบดว้ ย วดั เจดีย์ มณฑป และโบราณวตั ถุ เช่น พระพทุ ธรปู ถ้วยชามสงั คโลก
ประเภทของหลักฐานทางประวตั ิศาสตรไ์ ทย

แบ่งตามลำดบั ความสำคัญของหลักฐานทางประวัตศิ าสตรเ์ ป็น ๒ ประเภท คือ

๑) หลักฐานชั้นต้นหรือหลกั ฐานปฐมภูมิ (Primary Sources) เป็นหลักฐานที่มาจากเหตกุ ารณ์ทีเ่ กดิ ขึ้นใน
สมัยนั้นจริง ๆ โดยมีการบันทึกของผู้ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์โดยตรงหรือผู้ที่รู้เหตุการณ์นั้นด้วยตนเอง ดังนั้น



หลกั ฐานช่วงตน้ จงึ เป็นหลักฐานท่ีมคี วามสำคญั และน่าเชอื่ ถือมากท่ีสดุ เพราะบนั ทึกของบคุ คลที่เกี่ยวข้องกับ
เหตกุ ารณ์หรือผู้อยใู่ นเหตุการณ์บันทึกไว้ เช่น จดหมายเหตุ คำสมั ภาษณเ์ อกสารทางราชการ ทั้งท่เี ปน็ เอกสาร
ลับและเอกสารท่เี ปดิ เผยบนั ทกึ ความทรงจำกฎหมายหนังสือพมิ พ์ ประกาศ สุนทรพจน์ รายงานข่าว ภาพยนตร์
สไลด์ วีดีทศั น์แถบบนั ทกึ เสยี ง ภาพถ่าย เหตกุ ารณ์ท่ีเกิดข้ึน โบราณสถาน แหล่งโบราณคดี โบราณวตั ถุ เปน็ ต้น

๒) หลกั ฐานชัน้ รองหรือหลกั ฐานทุตยิ ภมู ิ (Secondary Sources) เป็นหลักฐานทเ่ี ขยี นขึน้ โดยบุคคลท่ีไม่ได้
มีสว่ นเก่ยี วขอ้ งกับเหตกุ ารณน์ ั้นโดยตรง โดยมกี ารเรยี บเรยี งข้ึนภายหลงั จากเกดิ เหตุการณ์นน้ั ๆ ส่วนใหญ่อยู่
ในรูปของบทความทางวิชาการและหนังสือต่าง ๆ เช่นพงศาวดาร ตำนาน บันทึกคำบอกเล่า ผลงานทางการ
ศึกษาคน้ คว้าของนกั วิชาการ เปน็ ต้น สำหรับหลกั ฐานชั้นรองนั้นมขี อ้ ดี คือ มีความสะดวกและงา่ ยในการศกึ ษา
ทำความเข้าใจ เนอ่ื งจากเปน็ ขอ้ มูลทีไ่ ด้ผา่ นการศกึ ษาคน้ คว้าตรวจสอบขอ้ มลู วิเคราะหเ์ หตกุ ารณ์ และอธิบาย
ไว้อย่างเปน็ ระบบโดยนกั ประวตั ิศาสตรม์ าแล้ว

หลักฐานชั้นต้นและหลกั ฐานชนั้ รองจัดว่ามคี ุณคา่ แตกตา่ งกัน คอื หลักฐานชน้ั ต้นมีความสำคญั มาก เพราะเป็น
หลกั ฐานร่วมสมัยทบี่ นั ทกึ โดยผูร้ เู้ หน็ หรือผทู้ ีเ่ กย่ี วขอ้ งกับเหตกุ ารณ์โดยตรง สว่ นหลักฐานช้นั รองเป็นหลักฐาน
ทีท่ ำข้นึ ภายหลงั โดยใชข้ อ้ มูลจากหลกั ฐานชั้นต้น แต่หลกั ฐานช้ันรองจะชว่ ยอธิบาย เรอ่ื งราวใหเ้ ขา้ ใจหลกั ฐาน
ช้ันต้นไดง้ ่ายข้ึน ละเอียดขึ้นอนั เปน็ แนวทางไปสูห่ ลกั ฐานข้อมูลอ่ืน ๆ ซงึ่ ปรากฏในบรรณานุกรมของหลักฐาน
ช้ันรองท้งั หลกั ฐานชนั้ ต้น และชน้ั รองสามารถค้นคว้าไดจ้ ากหอ้ งสมุดของทางราชการ และของเอกชนตลอดจน
ฐานข้อมูลในเครือข่ายอินเทอร์เนต็ (website)
แหลง่ รวบรวมหลักฐานประวตั ิศาสตร์ไทยทสี่ ำคญั คอื สำนกั หอจดหมายเหตุแหง่ ชาติ

ทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ซึ่งรวบรวมเอกสาร ตัวเขียนที่เป็นสมุดฝรั่ง ภาพถ่ายเก่าส่วน
สำนักหอสมุดแห่งชาติเป็นที่เก็บเอกสารตัวเขียนที่เป็นสมุดไทยพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติทั้งในพระนครและ
ต่างจังหวัดเป็นสถานที่ที่มีศิลาจารึกโบราณวัตถุ ศิลปวัตถุเก็บไว้จำนวนมาก นอกจากนี้หอสมุดกลางของ
มหาวิทยาลัยต่าง ๆบางแห่งกม็ หี ลักฐานทางประวัติศาสตร์เก็บไว้เชน่ กันหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยส่วน
หนึ่งมีการพมิ พเ์ ผยแพร่ โดยหลายหน่วยงานซงึ่ ทำใหเ้ กิดความสะดวกแก่การศึกษาคน้ ควา้ รวมทงั้ มีการปรวิ รรต
หรือถอดเปน็ ภาษาปัจจุบนั ด้วยหน่วยงานสำคัญที่เป็นแหลง่ พมิ พเ์ ผยแพร่หลกั ฐานประวัติศาสตร์ไทย คือ กรม
ศิลปากรคณะกรรมการชำระประวัติศาสตร์ไทย สมาคมประวัติศาสตร์ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพ
รัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สำนกั พิมพ์มหาวิทยาลยั ต่าง ๆ ตลอดจนสำนกั พิมพเ์ อกชนทง้ั หลาย
การใชห้ ลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ทเี่ ปน็ หลกั ฐานชัน้ ต้นใชไ้ ดส้ ะดวกพอสมควรแตบ่ างสว่ นอาจใชจ้ ากฉบบั สำเนา
เพราะต้นฉบับเดิมกระดาษกรอบและขาดง่าย เนื่องจากอากาศร้อนชื้นและมีอายุมาก ดังนั้น การใช้จึงต้อง
ระมดั ระวัง และต้องช่วยกนั ถนอมรักษา เพราะหลักฐานเหล่านเี้ ปน็ สมบัตทิ ่สี ำคญั ของชาติ ไม่สามารถจะหามา
ใหมท่ ดแทนได้



หลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์

หลักฐานทางประวัติศาสตร์ หมายถึง ร่องรอยหรือหลักฐานที่เกิดขึ้นในอดีตที่มีความเก่ียวข้องกับพัฒนาการ
และความเป็นมาของมนุษย์ ซึ่งแสดงให้เห็นถงึ ความคิด ความเชื่อและการดำ เนินชีวิตของมนุษย์ในแตล่ ะยคุ
สมัยหลักฐานทางประวัติศาสตร์เป็นส่ิงสำคัญในการศึกษาเร่ืองราวทางประวัตศิ าสตร์ เพราะชว่ ยใหส้ ามารถทำ
ความเข้าใจเกี่ยวกบั เรื่องราวที่เกดิ ข้ึนในอดตี ได้อยา่ งถูกต้อง ตรงประเด็น ทราบเรือ่ งราวได้อยา่ งใกล้เคียงกับ
ความจริงทสี่ ุด
ตัวอย่างหลักฐานทางประวัติศาสตรท์ ใี่ ช้ในการศึกษาเหตุการณส์ ำคัญในสมัยรัตนโกสนิ ทร์

๑) จารึก เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ประเภทลายลักษณ์อักษรที่มีการบันทึกลงในวัตถุต่าง ๆ เช่น
แผน่ ศลิ าแผน่ ผนงั แผ่นกระเบอ้ื ง ใบลาน เป็นตน้ มักเป็นการบนั ทึกเรอื่ งราวของช่วงเวลานนั้ ๆ หรือบันทกึ วิชา
ความรู้ต่าง ๆ เมอ่ื ทำการจารกึ แล้วจะไมม่ ีการแก้ไข เพราะเป็นการจารกึ เพยี งครั้งเดยี วจงึ มคี วามน่าเชอื่ ถือ เช่น
จารึกที่วัดพระเชตุพลวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพฯ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
(รัชกาลท่ี ๓) แหง่ กรงุ รัตนโกสนิ ทร์โปรดเกลา้ ฯ ให้รวบรวมสรรพวชิ าทสี่ ำคญั แลว้ จารึกไวบ้ นแผ่น

๒) พงศาวดาร เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่มีลักษณะเป็นบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับพระมหากษัตริย์
และราชวงศเ์ นื้อหามกั เปน็ เรือ่ งที่เกดิ ขึ้นในอาณาจกั รหรือราชสำนัก ซงึ่ ช่วยให้ความร้เู กี่ยวกับพระมหากษัตริย์
และราชสำนักได้อย่างดี เช่นพระราชพงศาวดารฉบับพระราชหัตถเลขา พระราชพงศาวดารกรงุ รัตนโกสินทร์
เป็นต้น

๓) บนั ทกึ ของชาวตา่ งชาติ เปน็ หลักฐานทางประวตั ศิ าสตร์ที่ชาวตา่ งชาติซึง่ เข้ามาในประเทศไทยได้บันทึกถึง
เหตุการณ์ที่ตนเองได้ประสบพบเห็นในช่วงเวลานั้น ๆ เช่นการดำเนินชีวิตของผู้คน ลักษณะทางภูมิศาสตร์
วฒั นธรรมและประเพณี เปน็ ต้น บนั ทกึ ของชาวตา่ งชาติท่ีนา่ สนใจ เชน่ บันทึกของเซอร์ จอห์น เบาว์ริง่ ราชทูต
ที่สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียแห่งอังกฤษส่งมาเจริญสัมพันธไมตรีในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้า
เจา้ อย่หู วั (รัชกาลที่ ๔) ใน พ.ศ. ๒๓๙๗ ซงึ่ ไดม้ ีโอกาสบนั ทึกถึงราชสำนกั และบา้ นเมืองในสมยั นน้ั เปน็ ต้น

๔) เอกสารทางราชการ เป็นเอกสารที่หน่วยงานราชการต่าง ๆ ออกขึ้น เพื่อใช้ในงานหรือกิจการที่มีความ
เกยี่ วข้องซง่ึ ถอื เป็นหลกั ฐานท่ีมีความน่าเช่อื ถอื เพราะเป็นบันทึกที่อยู่ในชว่ งเวลานน้ั เชน่ กฎหมายตราสามดวง
ที่ชำระแก้ไขในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ ๑) เอกสารแจ้งข่าวของ
กระทรวงการต่างประเทศในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลท่ี ๕) พระราชหัตถเลขา
ของพระมหากษัตริย์ ที่มีถงึ หน่วยงานต่าง ๆ เปน็ ตน้

๕) แหล่งโบราณสถาน โบราณสถานสำคัญที่สามารถใช้ในการศึกษาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่เกิดข้ึน
ในรชั สมัยรตั นโกสินทร์น้ัน มีด้วยกันหลายแห่งดว้ ยกัน เช่น วดั พระศรรี ัตนศาสดารามและพระบรมมหาราชวัง
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร วัดพระเชตุพลวมิ ลมังคลารามราชวรมหาวิหาร ป้อมพระสุเมรุ พระที่น่งั
จักรีมหาปราสาท พระท่ีนัง่ อนนั ตสมาคม เปน็ ตน้



ทม่ี า : www.attazone02.blogspot.com ที่มา : www.rimkhobfabooks.com

ท่มี า : www.rimkhobfabooks.com ภาพ : ปอ้ มพระสุเมรุ กรงุ เทพฯ

ภาพ: วัดพระศรีรตั นศาสดารามภาพ ภาพ : วดั อรณุ ราชวราราม ราชวรมหาวิหาร



ขอ้ มูลท่ีไดจ้ ากหลักฐานทงั้ ความจรงิ และข้อเทจ็ จริง

ในการสรุปข้อมูลทีไ่ ด้จากหลกั ฐาน สิง่ ท่ผี ูท้ ำการศกึ ษาค้นคว้าจะมีท้ังข้อเทจ็ จรงิ และความจริงที่ปรากฏอยู่บน
หลกั ฐาน ผทู้ ี่ทำการศึกษาจะตอ้ งทำความเขา้ ใจก่อนวา่ ข้อเท็จจรงิ กบั ความจรงิ ท่ไี ดจ้ ากหลักฐานน้ันแตกต่างกัน
อย่างไร

ขอ้ เทจ็ จริง คือ เร่อื งราวหรือสง่ิ ท่ปี รากฏอยู่ในหลักฐานซึ่งมีท้งั สว่ นทเ่ี ป็นจริง (ขอ้ จริง)และส่วนที่ไม่เป็นความ
จรงิ (ข้อเท็จ) ปะปนกันอยู่ จงึ ต้องไดร้ บั การประเมินและตรวจสอบความนา่ เชอ่ื ถอื อย่างรอบคอบ

ความจรงิ คือ เรื่องราวซึง่ ได้รบั การประเมนิ และให้การยอมรับวา่ มคี วามน่าเชอ่ื ถอื เป็นเรื่องราวที่ใกล้เคียงกับ
ความเปน็ จรงิ มากที่สดุ และมีหลกั ฐานท่ีน่าเชื่อถอื ไดใ้ หก้ ารสนบั สนนุ

ดังนั้น การศึกษาเรื่องราวทางประวัตศิ าสตร์ โดยใช้ข้อมูลจากหลักฐานนั้นจึงต้องมกี ารแยกแยะถงึ ข้อเท็จจริง
และความจรงิ เสมอ เพราะเรอ่ื งราวในประวัติศาสตร์เปน็ ส่งิ ทเี่ กิดขึน้ มาแล้วในอดีต เราจงึ ไม่สามารถทราบได้ว่า
เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นเป็นอย่างไร การใช้ข้อมูลจากหลักฐานจึงต้องทำการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจนกว่าจะได้
ข้อมลู ท่ีมคี วามนา่ เชือ่ ถอื เพื่อให้ไดเ้ ร่อื งราวท่ใี กลเ้ คียงกบั ความจรงิ มากท่ีสดุ

๓. การประเมนิ คุณค่าของหลกั ฐาน/การวเิ คราะหแ์ ละตีความขอ้ มูลทางประวัตศิ าสตร์

หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรท์ ี่ค้นควา้ มาได้ กอ่ นทจี่ ะทำการศึกษาจะต้องมีการประเมนิ คณุ ค่าว่าเป็นหลักฐานท่ี
แท้จริงเพยี งใด การประเมินคณุ ค่าของหลกั ฐานนเ้ี รยี กว่า“วิพากษว์ ิธที างประวัตศิ าสตร์” มี ๒ วธิ ี ดงั ต่อไปนี้

๑) การประเมินคุณค่าภายนอกหรือวิพากษ์วิธีภายนอก หมายถึง การประเมินคุณค่าของหลักฐานจาก
ลักษณะภายนอกของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ บางครั้งก็มีการปลอมแปลงเพื่อการโฆษณาชวนเชือ่ ทำให้
หลงผิด หรือเพื่อเหตุผลทางการเมอื ง การค้า ดังนั้น จึงต้องมีการประเมนิ ว่าเอกสารนั้น เป็นของจริงหรอื ไม่
ในส่วนวพิ ากษว์ ธิ ีภายนอก เพือ่ ประเมินหลกั ฐานว่าเป็นของแท้ พจิ ารณาไดจ้ ากสงิ่ ท่ีปรากฏภายนอก เช่น เนื้อ
กระดาษ ของไทยแต่เดิมจะหยาบและหนาส่วนกระดาษฝรั่งที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน เริ่มเข้ามาในรัชสมัย
พระบาทสมเดจ็ พระนงั่ เกลา้ เจ้าอย่หู วั (รชั กาลที่ ๓) แต่ทางราชการจะใช้กระดาษฝร่งั หรอื สมดุ ฝร่ังมากขึ้น ใน
ตน้ รัชสมัยพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั (รชั กาลท่ี ๕) เก่ียวกับตัวพมิ พ์ดีดเร่ิมใช้มากข้ึนในกลางรัช
สมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถ้าปรากฏว่ามีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ไทยในรัชสมัย
พระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจา้ อยู่หัวใชต้ วั พมิ พ์ดีด ก็ควรสงสัยว่าหลักฐานนั้นเปน็ ของปลอม
๒) การประเมินคณุ ค่าภายในหรอื วิพากษ์วิธีภายใน เป็นการประเมนิ คุณค่าของหลักฐานจากข้อมูลภายใน
หลักฐานนัน้ เป็นตน้ ว่า มีช่ือบคุ คล สถานท่ี เหตกุ ารณ์ ในช่วงเวลาท่ีหลักฐานนัน้ ทำ ขึน้ หรอื ไม่ ดงั เชน่ หลักฐาน
ซึ่งเชื่อว่าเป็นของสมยั สุโขทยั แตม่ ีการพูดถึงสหรัฐอเมริกาในหลักฐานนั้น ก็ควรสงสัยว่าหลกั ฐานนั้นเป็นของ
สมัยสุโขทยั จริงหรือไม่ เพราะในสมัยสโุ ขทยั ยังไมม่ ีประเทศสหรฐั อเมรกิ า แต่น่าจะเป็นหลักฐานทที่ ำขน้ึ เม่ือคน



ไทยได้รับรวู้ า่ มปี ระเทศสหรัฐอเมรกิ าแล้ว หรอื หลักฐานเป็นของเกา่ สมยั สโุ ขทยั จรงิ แตก่ ารคัดลอกต่อกันมามี
การเตมิ ชื่อประเทศสหรฐั อเมริกาเข้าไป เป็นต้น
วพิ ากษว์ ิธีภายในยังสงั เกตไดจ้ ากการกลา่ วถงึ ตัวบุคคล เหตุการณ์ สถานทถ่ี อ้ ยคำ เป็นต้น ในหลกั ฐานว่ามคี วาม
ถูกต้องในสมัยน้ัน ๆ หรอื ไม่ ถ้าหากไมถ่ ูกตอ้ งก็ควรสงสัยว่าเป็นหลกั ฐานปลอมแปลง หลกั ฐานทแี่ ท้จรงิ เท่านั้น
ท่มี ีคุณค่าในทางประวัติศาสตรส์ ่วนหลกั ฐานปลอมแปลงไมม่ ีคณุ ค่าใด ๆ อกี ท้ังจะทำใหเ้ กิดความรู้ที่ไม่ถูกต้อง
ดงั น้นั การประเมนิ คุณค่าของหลักฐานจงึ มีความสำคญั และจำเปน็ มาก

๔. การวเิ คราะห์ สังเคราะห์ และจัดหมวดหมขู่ อ้ มลู

เมื่อทราบว่าหลักฐานนั้นเป็นของแท้ ให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงหรือความจริงในประวัติศาสตร์ผู้ศึกษา
ประวัติศาสตร์ก็จะต้องศึกษาข้อมูลหรือข้อสนเทศในหลักฐานนั้นว่าให้ข้อมูลทางประวัติศาสตร์อะไรบ้าง
ข้อมูลนั้นมีความสมบูรณ์เพียงใด หรือข้อมูลนั้นมีจุดมุ่งหมายเบื้องต้นอย่างไร มีจุดมุ่งหมายแอบแฝงหรือไม่
ข้อมูลมีความยุติธรรมหรือไม่ จากนั้นจึงนำข้อมูลทั้งหลายมาจัดหมวดหมู่ เช่น ความเป็นมาของเหตุการณ์
สาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุการณ์ความเป็นไปของเหตุการณ์ ผลของเหตุการณ์ เป็นต้น เมื่อได้ข้อมูลเป็นเรื่อง
เปน็ ประเดน็ แล้ว ผศู้ กึ ษาประวตั ศิ าสตรเ์ รือ่ งนั้นกจ็ ะตอ้ งหาความสมั พนั ธ์ของประเด็นต่าง ๆ และตีความข้อมูล
ว่ามีขอ้ เท็จจรงิ ใดท่ซี อ่ นเรน้ อำพรางไม่กลา่ วถงึ หรอื ในทางตรงกันข้ามอาจมขี ้อมลู กล่าวเกินความเป็นจริงไปมาก
ในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล ผู้ศึกษาประวัติศาสตร์ควรมีความละเอียดรอบคอบ วางตัวเป็นกลาง
มจี ินตนาการ มคี วามรอบรู้ โดยศกึ ษาข้อมูลท้ังหลายอย่างกวา้ งขวาง และนำผลการศกึ ษาเร่ืองนนั้ ท่มี ีแตเ่ ดมิ มา
วิเคราะหเ์ ปรยี บเทยี บ รวมท้ังจัดหมวดหมขู่ อ้ มูลใหเ้ ป็นระบบ
๕. การเรยี บเรยี งและการนำเสนอขอ้ มูล/การเรยี บเรียง รายงาน ข้อเท็จจริงทางประวตั ศิ าสตร์

การเรียบเรียงหรือการนำ เสนอจัดเป็นขั้นตอนสุดท้ายของวิธีการทางประวัติศาสตร์ ซึ่งมีความสำคัญมาก
โดยผศู้ ึกษาประวตั ิศาสตรจ์ ะตอ้ งนำข้อมูลทั้งหมดมารวบรวมและเรยี บเรียงหรอื นำเสนอให้ตรงกบั ประเดน็ หรือ
หวั เรอ่ื งที่ตนเองสงสยั ต้องการอยากรู้เพิ่มเตมิ ท้ังจากความร้เู ดิมและความรู้ใหม่ รวมไปถงึ ความคิดใหม่ทไี่ ดจ้ าก
การศึกษาคร้ังนี้ซึ่งเทา่ กับเป็นการรื้อฟื้นหรือจำลองเหตุการณ์ทางประวัติศาสตรข์ ึน้ มาใหม่ อย่างถูกต้องและ
เป็นกลางในขั้นตอนการนำเสนอ ผู้ศึกษาควรอธิบายเหตุการณ์อย่างมีระบบและมีความสอดคล้องต่อเนื่อง
เป็นเหตเุ ป็นผล มีการโต้แย้งหรือสนับสนุนผลการศึกษาวิเคราะห์แต่เดิม โดยมีขอ้ มลู สนับสนุนอยา่ งมีน้ำหนัก
เปน็ กลาง และสรปุ การศกึ ษาวา่ สามารถใหค้ ำตอบที่ผู้ศกึ ษามีความสงสยั อยากรู้ไดเ้ พยี งใด หรอื มีข้อเสนอแนะ
ให้สำหรับผู้ที่ต้องการศึกษาต่อไปอย่างไรบ้างจะเห็นได้ว่าวิธีการทางประวัติศาสตร์เป็นวิธีการศึกษา
ประวัติศาสตรอ์ ย่างมีระบบ มีความระมดั ระวัง รอบคอบ มเี หตุผลและเปน็ กลาง ซือ่ สตั ยต์ ่อขอ้ มลู ตามหลกั ฐาน
ท่คี น้ คว้ามาอาจกล่าวได้วา่ วธิ ีการทางประวัตศิ าสตร์เหมอื นกบั วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตร์ จะแตกต่างกันก็เพียง
วิธีการทางวิทยาศาสตร์สามารถทดลองได้หลายครั้ง จนเกิดความแน่ใจในผลการทดลอง แต่เหตุการณ์ทาง
ประวตั ิศาสตร์ไม่สามารถทำใหเ้ กดิ ข้นึ ใหม่ไดอ้ ีก ผู้ศึกษาประวตั ิศาสตร์ท่ดี ีจงึ เปน็ ผฟู้ ื้นอดีตหรือจำลองอดีตให้มี
ความถูกต้องและสมบรู ณ์ทีส่ ุด โดยใช้วิธีการทางประวัติศาสตรเ์ พื่อที่จะได้เกิดความเข้าใจอดีต อันจะนำมาสู่
ความเข้าใจในปจั จุบนั

๑๐

ภาพ : ป้อมพระจลุ จอมเกล้า

ตัวอยา่ งการนำวธิ ีการทางประวตั ศิ าสตร์มาใช้ศกึ ษาประวตั ศิ าสตรไ์ ทย
การศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับป้อมพระจลุ จอมเกลา้ จงั หวัดสมทุ รปราการด้วยวธิ กี ารทางประวัตศิ าสตร์
๑. การกำหนดหวั เรอื่ งท่ีจะศึกษา/การต้ังประเดน็ ท่จี ะศกึ ษา จะตอ้ งตั้งประเด็นปัญหาเพ่ือใช้เป็นแนวทางใน
การศึกษาก่อน เพราะการตั้งประเด็นปญั หาจะช่วยกำหนดเป้าหมายในการศกึ ษาประวัติศาสตร์ไทยได้อย่าง
ถกู ตอ้ งและตรงประเด็น การตัง้ กำหนดปัญหาเพอื่ ใชเ้ ปน็ แนวทางในการศกึ ษาน้ันมีดว้ ยกันหลายอย่าง ดังน้ี
“ป้อมพระจุลจอมเกลา้ สรา้ งขนึ้ มาเม่อื ใด”
“ใครเปน็ ผู้ทส่ี รา้ งป้อมพระจลุ จอมเกลา้ นข้ี ้ึน”
“ป้อมพระจุลจอมเกล้าถกู สรา้ งขึ้นไวใ้ นบรเิ วณใด”
“ป้อมพระจลุ จอมเกล้าถูกสร้างขน้ึ ด้วยจุดประสงค์ใด”
“ลักษณะโดยท่ัวไปของปอ้ มพระจุลจอมเกล้าเป็นอย่างไร”
“ปอ้ มพระจุลจอมเกลา้ มีความสำคญั อยา่ งไรในทางประวัตศิ าสตร์”

๒. การรวบรวมหลักฐาน/สืบค้นและรวบรวมข้อมูล ในการศกึ ษาเร่ืองราวเกี่ยวกับปอ้ มพระจลุ จอมเกล้านั้น
ผู้ที่ได้ศึกษาจะต้องทำการค้นคว้าและรวบรวมข้อมลู หลักฐานเกี่ยวกับป้อมพระจลุ จอมเกล้าจากแหล่งต่าง ๆ
ซึ่งแหล่งข้อมูลที่สามารถรวบรวมข้อมูลหลักฐานได้นั้นมีด้วยกันหลายอย่าง เช่น ห้องสมุดโรงเรียน
ห้องสมุดประชาชน หอสมุดแห่งชาติหอจดหมายเหตุแห่งชาติ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พิพิธภัณฑ์ทหารเรือ
จงั หวดั สมุทรปราการ ปอ้ มพระจลุ จอมเกล้าจงั หวดั สมทุ รปราการ เว็บไซตต์ ่าง ๆ นติ ยสาร สารคดี รวมถงึ ผู้ที่มี
ความรู้เกี่ยวกบั ประวตั ิศาสตร์หรอื เก่ยี วกบั ปอ้ มพระจลุ จอมเกลา้ เปน็ ต้น

๑๑

๓. การประเมินค่าของหลักฐาน/การวิเคราะห์และตีความข้อมูลทางประวัติศาสตร์ เมื่อทำการวิเคราะห์
ข้อมูลหลักฐานจนได้ข้อมูลที่มีความถูกต้องและตรวจสอบความน่าเชื่อถือของข้อมูลหลักฐานเหล่านั้น ทั้งนี้
ในการศึกษาเรอ่ื งราวเก่ยี วกบั ป้อมพระจลุ จอมเกลา้ น้ัน ควรใชข้ อ้ มูลหลักฐานท่ีมคี วามหลากหลายและจะตอ้ งมี
การเทียบเคียงข้อมลู หลกั ฐานหลาย ๆ อย่าง เพอ่ื ใหไ้ ดข้ ้อมูลที่มคี วามถูกต้องมากทสี่ ุด และจะต้องวเิ คราะห์ด้วย
ใจทเ่ี ป็นกลาง ไมม่ อี คติ

๔. การวิเคราะห์ สังเคราะห์และจัดหมวดหมู่ข้อมูล เมื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลหลักฐานท่ีมีจนได้ข้อมูลท่มี ี
ความถูกต้องและใกลเ้ คียงมากที่สุดแล้ว ผู้ที่ทำการศึกษาจะต้องนำข้อมูลที่มเี หลา่ นี้ไปใช้ในการตอบประเด็น
ปญั หาที่ตั้งไว้เกี่ยวกับปอ้ มพระจลุ จอมเกล้า ดังน้ี

▪ ปอ้ มพระจลุ จอมเกล้าสรา้ งขน้ึ มาเมื่อใด เริ่มสรา้ งเม่อื พ.ศ. ๒๔๒๗ รัชสมัยพระจลุ จอมเกล้า
เจา้ อยหู่ ัว พระมหากษตั รยิ ์รัชกาลท่ี ๕ แหง่ กรุงรตั นโกสนิ ทร์
▪ ใครเป็นผู้ที่สร้างป้อมพระจุลจอมเกล้านี้ขึ้น พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
รัชกาลท่ี ๕
▪ ป้อมพระจลุ จอมเกล้าถกู สรา้ งขนึ้ ไว้ในบรเิ วณใด บริเวณปากแมน่ ้ำเจ้าพระยาฝ่ังขวาตำบล
แหลมฟา้ ผา่ อำเภอพระสมุทรเจดยี ์ จงั หวดั สมุทรปราการ
▪ ป้อมพระจุลจอมเกล้าถูกสร้างขึ้นด้วยจุดประสงค์ใด เพื่อสกัดกั้นการรุกรานของกองเรือ
ตา่ งชาติท่จี ะรกุ ล้ำเขา้ มาบรเิ วณปากแม่น้ำเจ้าพระยา
▪ ลักษณะโดยท่ัวไปของป้อมพระจุลจอมเกลา้ เปน็ อยา่ งไร ปอ้ มพระจุลจอมเกลา้ มลี ักษณะการ
สรา้ งเป็นป้อมปนื ใหญ่แบบตะวันตก ประกอบดว้ ยหลุมปืนใหญจ่ ำนวน ๗ หลมุ ตดิ ต้งั ปนื อาร์ม
สตรองขนาด ๑๕๕ มิลลิเมตร เรียกว่า “ปืนเสือหมอบ”ซึ่งสัง่ มาจากประเทศอังกฤษ ภายใน
ประกอบดว้ ยคหู าและห้องสำหรับเกบ็ กระสุนปืนใหญ่ มีการออกแบบป้อม เพื่อลดการสูญเสยี
หากถูกโจมตีดว้ ยการยงิ จากปนื ใหญจ่ ากฝ่ายตรงข้าม
▪ ป้อมพระจุลจอมเกล้ามีความสำคัญอย่างไรในทางประวัติศาสตร์ วิกฤติการณ์ ร.ศ. ๑๑๒
(พ.ศ. ๒๔๓๖) ในช่วงทมี่ หาอำนาจตะวันตกพยายามคุกคามประเทศไทยปอ้ มพระจลุ จอมเกล้า
มีบทบาทสำคญั ในการสกัดกั้นการรุกรานของกองเรือฝรัง่ เศส จำนวน ๓ ลำ ที่เข้ามาบริเวณ
ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เกิดการต่อสู้กันและทหารที่ป้อมพระจุลจอมเกล้าสามารถยิงเรือรบ
ฝรั่งเศสจนเกยตน้ื ได้ ๑ ลำ เรือรบทเ่ี หลอื ของฝร่ังเศสได้รับความเสยี หาย แต่สามารถฝ่าเข้าไป
จนถึงกรุงเทพฯ ได้ ปัจจุบันป้อมพระจุลจอมเกล้าอยู่ในความดูแลของกองทัพเรือ โดยฐาน
ทัพเรือกรุงเทพซึ่งได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปเที่ยวชม และศึกษาเรื่องราวที่สำคัญทาง
ประวัติศาสตร์ของชาติตลอดจนชมทัศนียภาพของระบบนิเวศที่อยู่โดยรอบป้อมพระ
จลุ จอมเกลา้ อกี ด้วย

๕. การเรยี บเรียงและนำเสนอข้อมลู /การเรียบเรียงรายงานข้อเท็จจริงทางประวัตศิ าสตร์ ในการเรียบเรียง
เรอ่ื งราวทางประวัติศาสตรน์ ้นั ผู้ที่ทำการศึกษาจะต้องลำดบั เรอื่ งราวใหม้ คี วามถูกตอ้ งตามขอ้ มลู ทไ่ี ด้มา และใน
การนำเสนอขอ้ มลู ที่ได้จากหลักฐานทางประวตั ศิ าสตรน์ ้นั สามารถทำได้หลายวธิ กี าร เช่น การนำข้อมูลเกีย่ วกับ

๑๒

ป้อมพระจุลจอมเกล้ามาเล่าให้เพื่อน ๆ ฟัง การจัดทำรายงานเกี่ยวกับปอ้ มพระจุลจอมเกลา้ และความสำคญั
ทางประวัติศาสตร์ การจดั นิทรรศการเพอ่ื เผยแพร่ความรู้ เป็นตน้

ภาพ : ปอ้ มพระจลุ จอมเกลา้ ภาพ : ปนื เสือหมอบ

๑๓

บทท่ี ๓
วิธดี ำเนินการ

โครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อัธยาศัยอำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นในระหว่าง ๙ - ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔
ณ อาคารอเนกประสงค์กศน.อำเภอเจาะไอร้อง (จำนวน ๕ คน/รุ่น) กศน.ตำบล ๓ แห่ง (จำนวน ๕ คน/รุ่น)
สถาบันปอเนาะ ๔ แห่ง (ปอเนาะละ ๕ คน/รุ่น) ห้องสมุดประชาชนอำเภอเจาะไอร้อง (จำนวน ๕ คน/รุ่น)
มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน ๑๓๕ คน มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับ
ประวตั ศิ าสตรช์ าตไิ ทย และบญุ คณุ ของพระมหากษัตริยไ์ ทย มคี วามรกั ชาตแิ ละเทิดทนู สถาบันพระมหากษตั ริย์
ไทยและสามารถนำความรไู้ ปถ่ายทอดใหก้ บั ประชาชนในชุมชนได้ โดยมขี ้ันตอนการดำเนนิ งาน ดงั น้ี

ขนั้ ท่ี ๑ ขั้นการเตรยี มการ
๑.๑ประชุม/วางแผนบุคลากร
๑.๒ จดั เวทปี ระชาคมสำรวจความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย
๑.๓ เขยี นโครงการเพ่อื เสนอขออนุมัติงบประมาณในการดำเนินโครงการ

ข้นั ที่ ๒ ขน้ั ดำเนินการ
ดำเนินการจัดกิจกรรมตามโครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และ
บุญคณุ ของพระมหากษตั ริย์ไทย

ขัน้ ท่ี ๓ นิเทศติดตามผล และรายงานผล / ประเมินผล
๓.๑ การนิเทศตดิ ตามผลการดำเนินโครงการ
๓.๒ การประเมนิ ผลและสรุปผลการดำเนนิ โครงการ
๓.๓ การรายงานและเผยแพร่ผลการดำเนนิ โครงการ

ดัชนชี ้วี ัดผลสำเร็จของโครงการ (Key Performance Indicator : KPI)

ตัวชีว้ ดั ความสำเรจ็ สอดคล้องกบั วิธกี ารประเมนิ เครือ่ งมอื ทีใ่ ช้
มาตรฐาน กศน.ที่
ผลผลิต (Outputs) การสงั เกต แบบบนั ทกึ การสงั เกต
กลุ่มเปา้ หมายนกั ศกึ ษา ๑,๒
กศน.ตำบลบูกิต 45 คน ประเมินความพึงพอใจ แบบประเมนิ ความพงึ
จดั เปน็ รนุ่ ท้ังหมด ๓ ร่นุ ๑,๒ ของผเู้ ข้ารว่ มกจิ กรรม พอใจ
ร่นุ ละ 15 คน
ผลลัพธ์ (Outcomes) ร้อย
ละ ๘๐ ของกลุ่มเป้าหมาย
มีความรู้ ความเข้าใจ
เกี่ยวกบั ประวัตศิ าสตร์ชาติ

๑๔

ไทย และบุญคุณของ
พระมหากษัตริย์ไทย มี
ความรักชาติและเทิดทูน
สถาบันพระมหากษัตริย์
ไทย ความรู้ไปถ่ายทอด
ให้กับนักศึกษาในสถาบัน
ศกึ ษาปอเนาะ

๑๕

บทที่ ๔
ผลการศึกษา

โครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย
ซึ่งโดยดำเนินการ ในระหว่าง ๙ - ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ ณ อาคารอเนกประสงค์กศน.อำเภอเจาะไอร้อง
(จำนวน ๕ คน/รุ่น) กศน.ตำบล ๓ แห่ง (จำนวน ๕ คน/รุ่น) สถาบันปอเนาะ ๔ แห่ง (ปอเนาะละ ๕ คน/รุ่น)
ห้องสมุดประชาชนอำเภอเจาะไอร้อง (จำนวน ๕ คน/รุ่น) มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา กศน.อำเภอ
เจาะไอร้อง จำนวน 45 คน ปรากฏผลดงั นี้

๑. ผลการศกึ ษาขอ้ มลู เก่ยี วกบั สถานภาพของผตู้ อบแบบสอบถาม

ผู้ตอบแบบสอบถามในการศกึ ษาในคร้ังน้ี เปน็ กลุ่มนกั ศกึ ษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จงั หวัดนราธิวาส
ที่เข้าร่วมโครงการโดยใช้ค่ารอ้ ยละดังปรากฏในตารางที่ ๑ ดังนี้

ตาราง ๑ แสดงจำนวนและค่ารอ้ ยละของนกั ศึกษากลมุ่ เป้าหมายจำแนกตามสถานภาพของ

กล่มุ เปา้ หมาย

สถานภาพของประชากร จำนวน ร้อยละ

๑. เพศ 19 42.22%
26 57.77%
๑.๑ ชาย รวม 45 ๑๐๐%
๑.๒ หญิง
45 ๑๐๐%
๒. อายุ ๐ ๐
๙๐ ๑๐๐%
๒.๑ ระหว่าง ๑๕-๓๙ ปี
๐ ๐
๒.๒ ๔๐-๕๙ ปขี ้ึนไป 28 ๖๒.22%
17 ๓๗.77%
รวม -
- -
๓. ระดบั การศึกษา 45 -
๑๐๐.๐%
๓.๑ ประถมศึกษา
๓.๒ มัธยมศึกษาตอนต้น

๓.๓ มัธยมศึกษาตอนปลาย
๓.๔ ปวส.

๓.๕ ปรญิ ญาตรี

รวม

จากตารางที่ ๑ ผู้ตอบแบบสอบถามมจี ำนวน 45 คน จำแนกตามสถานภาพ ดังน้ี

๑. เพศชายจำนวน 19 คน คิดเปน็ ร้อยละ 42.22% เป็นเพศหญิง จำนวน 26 คนคิด
เป็นรอ้ ยละ 57.77%

๒. อายุ ระหวา่ ง ๑๕- ๓๙ ปี จำนวน 45 คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐%

๑๖

๓. ระดับการศึกษาระดับประถมศกึ ษา จำนวน ๐ คน คิดเป็นร้อยละ ๐ ระดับมัธยมศึกษา
ตอนต้น จำนวน 2 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ ๖๒.๕% ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย จำนวน ๘๙ คน คิดเป็นร้อย
ละ ๓๗.๕%

๒. ผลการศึกษาระดับความพงึ พอใจของผู้เขา้ ร่วมโครงการอบรมใหค้ วามรูป้ ระวัตศิ าสตร์ชาติไทย ซ่ึง
โดยดำเนนิ การ ในระหวา่ ง ๙ - ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ ณ สถาบนั ศกึ ษาปอเนาะท้งั ๔ ปอเนาะ มกี ลมุ่ เป้าหมาย
เป็นนักศึกษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน ๑๓๕ คน ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม
อธั ยาศยั อำเภอเจาะไอรอ้ ง จังหวัดนราธวิ าส

ตาราง ๒ ค่าเฉลยี่ ความพงึ พอใจของโครงการอบรมให้ความร้ปู ระวัติศาสตรช์ าติไทย และบุญคณุ ของ
พระมหากษัตรยิ ไ์ ทย ซงึ่ โดยดำเนินการ ในระหว่าง ๖ - ๙ สิงหาาคม ๒๕๖๔ ณ สถาบันศกึ ษาปอเนาะทั้ง ๔
ปอเนาะ มีกลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน ๑๓๕ คน ของศูนย์การศึกษานอก
ระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศัยอำเภอเจาะไอรอ้ ง โดยภาพรวมและรายดา้ น

ดา้ น ความพงึ พอใจ  ระดับ ลำดับท่ี
๑ หลักสตู ร ๔.๐๔ มาก ๑
๒ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ ๔.๐๔ มาก ๑
๓ วทิ ยากรผสู้ อน ๓.๙๒ มาก ๒
๔ สอ่ื และวสั ดอุ ุปกรณ์ ๓.๙๐ มาก ๓
๕ ผลที่ได้รบั จากการเรียนรหู้ รอื การเข้ารว่ มกจิ กรรม ๓.๘๑ มาก ๔
๖ ความพึงพอใจตอ่ การใหบ้ รกิ าร ๔.๐๔ มาก ๑

รวม ๓.๙๖ มาก

จากตาราง ๒ พบวา่ ความความพึงพอใจของผู้เข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรูป้ ระวตั ิศาสตร์ชาติไทย
ซึ่งโดยดำเนินการ ในระหว่าง ๙ - ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ ณ สถาบันศึกษาปอเนาะทั้ง ๔ ปอเนาะ มี
กลุ่มเป้าหมายเป็นนักศึกษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน ๑๓๕ คน ของศูนย์การศึกษานอกระบบและ
การศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอเจาะไอรอ้ งจงั หวัดนราธิวาสโดยภาพรวมอย่ใู นระดับมาก และเม่ือพิจารณาราย
ดา้ นพบวา่ มีความพงึ พอใจอยู่ในระดบั มาก โดยเรยี งลำดบั ค่าเฉลี่ยจากมากไปหานอ้ ย คอื ดา้ นความพงึ พอใจต่อ
การใหบ้ รกิ ารผู้เรยี นมีความพงึ พอใจตอ่ การให้บรกิ าร เจา้ หนา้ ทีใ่ ห้บรกิ ารด้วยความเต็มใจ รวดเร็ว ชแี้ จงข้อมูล
รายละเอยี ดชดั เจนและมกี ารติดต่อประสานงาน ด้านหลักสตู รมเี นือ้ หาตรงตามความต้องการของผ้เู รียน ด้าน
การจดั กิจกรรมการเรยี นรสู้ ่งเสรมิ ใหผ้ ู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจหรือมีทกั ษะตามจดุ ประสงค์ของหลักสูตร การ
จัดกิจกรรมเป็นไปตามลำดับข้ันตอนเรียงลำดับจากง่ายไปหายาก ด้านวิทยากรมีความรู้และชำนาญในเร่ืองที่
สอน ถ่ายทอดความรู้ไดช้ ดั เจนและเข้าใจงา่ ย ดา้ นส่อื และวัสดุอปุ กรณ์สอดคลอ้ งกบั ขั้นตอนการจัดกจิ กรรมและ
ด้านผลท่ีได้รบั จากการเรียนรูห้ รือการเข้าร่วมกิจกรรม ผู้เรยี นได้รบั ความรู้และทักษะด้านการประกอบอาชีพ
มคี วามเชอื่ มัน่ ต่อความสามารถในสถานศกึ ษาของ กศน. ในการจดั กจิ กรรมตามลำดับ

๑๗

บทท่ี ๕
สรปุ ผลการศกึ ษา

จากผลการประเมินความพึงพอใจตามโครงการอบรมใหค้ วามรู้ประวัตศิ าสตร์ชาติไทย โดยดำเนินการ
ในระหว่าง ๙ - ๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๔ ณ สถาบนั ศกึ ษาปอเนาะทง้ั ๔ ปอเนาะ มีกลมุ่ เปา้ หมายเป็นนักศึกษา
กศน.อำเภอเจาะไอร้อง จำนวน 4๕ คน ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ
เจาะไอร้องจังหวดั นราธิวาส มีกลุ่มเป้าหมายจำนวน 45 คน มผี ้ตู อบแบบประเมนิ ความพึงพอใจหลังการเข้า
รับการเรียนโครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตริย์ไทย
กลุ่มเป้าหมายทง้ั หมดจำนวน 45 คนโดยเป็นเพศชาย 19 คน คิดเป็นร้อยละ 42.22 ปอร์เซ็นต์ เพศหญิง
26 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 57.77 เปอร์เซ็นต์ สว่ นใหญม่ อี ายุระหวา่ ง ๑๕ - ๓๙ ปี คิดเป็นรอ้ ยละ ๑๐๐ ปอร์
เซ็นต์ ผู้เขา้ รว่ มโครงการอบรมให้ความรู้ประวัติศาสตร์ชาติไทย ของศูนยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัยอำเภอเจาะไอรอ้ งจังหวัดนราธิวาสมีความพึงพอใจโดยรวมอยู่ในระดับมากมีค่าเฉลี่ย ๓.๙๖ คิด
เปน็ ร้อยละ ๗๙.๒๐ และเมื่อพจิ ารณาเป็นรายดา้ นพบว่าด้านความพึงพอใจต่อการให้บริการผู้เรียนมีความพึง
พอใจตอ่ การใหบ้ รกิ ารดา้ นหลกั สูตรมเี น้ือหาตรงตามความต้องการของผเู้ รียน ด้านการจดั กิจกรรมการเรียนรู้
ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจหรือมีทักษะตามจุดประสงค์ของหลักสูตรด้านวิทยากรมีความรู้และ
ชำนาญในเร่ืองท่ีสอนด้านสอื่ และวสั ดุอปุ กรณส์ อดคล้องกับขน้ั ตอนการจดั กจิ กรรมและด้านผลที่ได้รับจากการ
เรยี นรูห้ รือการเข้าร่วมกจิ กรรม ผู้เรยี นไดร้ บั ความรู้ ตามลำดบั

ประโยชนก์ ารเขา้ ร่วมโครงการ
กลุ่มเป้าหมายทีเ่ ข้ารับการอบรม โครงการอบรมให้ความรูป้ ระวัติศาสตร์ชาติไทย กลุ่มเป้าหมายมี

ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย และบุญคุณของพระมหากษัตรยิ ์ไทย มีความรักชาติและ
เทดิ ทนู สถาบันพระมหากษตั รยิ ์ไทย

ข้อคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของผู้เขา้ รว่ มการอบรม
๑. นักศกึ ษามีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกบั ประวตั ิศาสตร์ชาติไทย
๒. นักศึกษามีความรักชาติและเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ไทย ควรมีการดำเนินโครงการอยา่ ง
ตอ่ เนื่องเพือ่ เปน็ การต่อยอดในการฝึกอาชีพ

๑๘

ภาคผนวก

๑๙

รปู กจิ กรรม

โครงการอบรมให้ความรปู้ ระวตั ิศาสตร์ชาตไิ ทย

๒๐

รปู กิจกรรม

โครงการอบรมใหค้ วามรูป้ ระวัตศิ าสตรช์ าตไิ ทย

๒๑

รปู กจิ กรรม

โครงการอบรมใหค้ วามรู้ประวัติศาสตร์ชาตไิ ทย

.

๒๒


Click to View FlipBook Version