ใบความรู้ท่ี 1
เรือ่ ง สีสันของเสยี งมนุษย์
เสียงของมนุษยแ์ ตล่ ะคนมีลกั ษณะของเสยี งทแ่ี ตกต่างกนั ข้ึนอยู่กบั ปจั จยั หลายๆ
ดา้ น เสียงของมนษุ ยแ์ บง่ ออกเป็น 2 ประเภท คอื เสยี งพดู และเสียงร้อง ซ่ึงมี
ลักษณะแตกตา่ งกนั ดงั นี้
เสียงพูด
เกดิ จากการสัน่ สะเทือนของเส้นเสยี งโดยเปล่งเสียงออกมาผ่านลาคอ โดยมลี นิ้ ฟนั
รมิ ฝีปากและช่องปาก เป็นตัวกาหนดการออกเสยี ง สระ พยญั ชนะ และวรรณยกุ ต์
เสียงพูดของแต่ละคนจะตา่ งกนั ขึ้นอย่กู ับเพศและวยั
เสยี งขับรอ้ ง
เกดิ จากการเปล่งเสียง ใหต้ รงกับทานองและจงั หวะของเพลงท่ีกาหนดไว้ เพ่อื ให้
เพลงทข่ี ับรอ้ งออกมามคี วามไพเราะนา่ ฟังยิ่งขนึ้ แบง่ ออกเป็น 4 เสยี ง ดังนี้
1. เสียงสงู ของผู้หญิง เรยี กวา่ โซปราโน
2. เสยี งตา่ ของผหู้ ญิง เรียกว่า อลั โต
3. เสยี งสงู ของผชู้ าย เรยี กวา่ เทนเนอร์
4. เสยี งต่าของผชู้ าย เรยี กวา่ เบส
ใบงานที่ 1
เรื่อง สสี นั ของเสียงมนษุ ย์
ช่อื ........................................................................ ชน้ั .......................... เลขที่ .................
วนั ท่ี ................ เดือน ................................ พ.ศ. .................... ไดค้ ะแนน
..................................
คะแนนเต็ม 5 คะแนน
ให้นักเรียนจาแนกแหลง่ กาเนิดเสยี งทเี่ กิดข้นึ ลงในชอ่ งว่างให้ถูกตอ้ ง
เสยี งเอ้อื น เสียงรอ้ งไห้ เสียงโซปราโน เสยี งไอ
เสยี งไอ เสยี งอลั โต เสยี งตะโกน
เสยี งเทนเนอร์ เสยี งไอ เสยี งเบส
เสยี งพดู ...................................................................................................................
......................................................................................................................................
เสยี งขบั ร้อง .........................................................................................................
ใบความร้ทู ่ี 2
เร่ือง สีสันของเสียงเครอื่ งดนตรีประเภทเครอ่ื งตี
เสยี งของเครื่องดนตรีประเภทเครอื่ งตี เกดิ ขึ้นมาจาการตเี กราะ เคาะไม้ ปรบมอื
ของมนษุ ย์ ซ่ึงทาให้เกดิ เสียงดังและมลี ักษณะเสียงต่าง ๆ ทาให้มนุษยเ์ กดิ การพฒั นาเครอ่ื ง
ดนตรปี ระเภทตีข้ึน
เสียงของเครือ่ งดนตรีประเภทเครอ่ื งตี เกิดจากการกระทบกันของวัตถุชนดิ ต่างๆ
เช่น โลหะ ไม้ หนงั สตั ว์ เปน็ ต้น จนเกดิ เป็นเสียงท่ีดงั กอ้ งกังวาน หรอื หนักแน่น
เครอ่ื งดนตรไี ทยประเภทเครอ่ื งตี เชน่ ฉ่งิ ฉาบ กรบั โหมง่ กลองยาว ตะโพน
ระนาด ฆอ้ งวง ฯลฯ เปน็ ตน้
ฉิ่ง ตะโพน ระนาด
เคร่ืองดนตรสี ากลประเภทตี เช่น กลองชุด กลองเบส กลองทอม ฯลฯ เป็นตน้
กลองชุด กลองทอม
ตวั อยา่ งบัตรภาพเคร่อื งดนตรีประเภทเครื่องตี
ใบความรู้ท่ี 3
เรอ่ื ง สสี ันเครอื่ งดนตรีประเภทเครื่องเป่า
เสียงของเคร่อื งดนตรีประเภทเครอื่ งนั้น กาเนดิ ขน้ึ มาจากการผวิ ปากเพราะเป็นการ
สร้างเสยี งดนตรจี ากตัวเรา โดยการเปา่ ลมออกจากกระพุ้งแกม้ ใหผ้ า่ นริมฝีปากจนเกดิ เป็น
เสยี งระดับต่างๆ เชน่ เปา่ ใบไม้ การเป่าหลอดน้า การเป่าปากหรอื ผิวปาก เป็นต้น
เสยี งเครอื่ งดนตรีประเภทเครอ่ื งเปา่ เกดิ จากการบงั คบั ลมท่ีพอเหมาะให้ผ่านเครอื่ ง
เป่าลกั ษณะต่าง ๆ จนเกดิ เปน็ เสียงท่ไี พเราะน่าฟัง
เครื่องดนตรไี ทยประเภทเครอ่ื งเป่า เช่น ป่ใี น ขลุย่ เพยี งออ ฯลฯ เปน็ ตน้
ขล่ยุ เพียงออ ป่ใี น
เคร่อื งดนตรสี ากลประเภทเครอื่ งเป่า เช่น ทรมั เป็ต ฟลตุ แซกโซโฟน ฯลฯ เปน็
ต้น
ทรมั เปต็ อัลโตแซกโซโฟน
ตวั อย่างบตั รภาพเคร่อื งดนตรปี ระเภทเคร่อื งเปา่
ใบความรทู้ ่ี 4
เรื่อง สสี ันเครื่องดนตรีประเภทเครอ่ื งดีด
ในสมัยอดตี มนษุ ยล์ า่ สัตว์โดยการใชธ้ นเู ป็นอาวธุ โดยมอื หน่ึงจบั คนั ธนแู ละอีกมือ
หนึ่งดดี สายธนู ซ่งึ ในการดีดสายธนจู ะเกดิ การส่ันสะเทอื นและทาให้เกดิ เสียง เช่น ถา้ เรา
นาเส้นลวดผูกกับหลกั ไม้ขึงใหต้ ึงแล้วใช้น้ิวมอื ดดี ส่วนตรงกลางของเสน้ ลวดให้สัน่ สะเทอื นจะ
ทาให้เกิดเสียง เป็นตน้ จงึ เกิดการพัฒนามาเป็นเครือ่ งดนตรปี ระเภทเครื่องดีด ซ่งึ การเกดิ
เสยี งของเครือ่ งดนตรปี ระเภทเครอื่ งดดี จะต้องใช้นิ้วหรอื วตั ถดุ ีดสายใหเ้ กิดเสียงก้องกังวาน
ไพเราะนา่ ฟงั
เคร่ืองดนตรไี ทยประเภทเครอ่ื งดีด เชน่ จะเข้ กระจบั ป่ี เป็นต้น
จะเข้ กระจับปี่
เครื่องดนตรสี ากลประเภทเครอ่ื งดีด เช่น กีตาร์ เบส ฯลฯ เปน็ ตน้
กีตารไ์ ฟฟา้
กีตาร์เบส
ตวั อยา่ งบัตรภาพเคร่อื งดนตรีประเภทเครื่องดดี
ใบความรูท้ ่ี 5
เรอื่ ง สสี ันเครอ่ื งดนตรีประเภทเคร่อื งสี
เสียงเครอื่ งดนตรีประเภทเครอื่ งสีเกิดจากการเสยี ดสกี ันของวตั ถตุ ่าง ๆ เชน่ ลาของ
ต้นไผเ่ สยี ดสกี นั การเลอ่ื ยไมด้ ว้ ยใบเลอื่ ย จะทาให้เกดิ การเสียดสรี ะหว่างใบเลื่อยกับไมจ้ น
เกดิ เปน็ เสียงดัง – เบา เป็นต้น ทาให้เกดิ การพฒั นาเปน็ เครอื่ งดนตรปี ระเภทเครอ่ื งสีขน้ึ
ดงั น้นั เสยี งของเครอ่ื งดนตรีประเภทเครอ่ื งสี เกดิ จากการเสยี ดสกี ันของวตั ถใุ น
ตัวเครอื่ งดนตรที าให้เกดิ การสนั่ สะเทอื นและเกดิ เป็นเสยี งดงั ก้องกังวาน มีเสยี งแหลมสงู
หรอื เสยี งทุ้มตา่
เครือ่ งดนตรไี ทยประเภทเครอ่ื งสี เช่น ซออู้ ซอด้วง ซอสามสาย เปน็ ต้น
ซอดว้ ง ซออู้ ซอสามสาย
เครอ่ื งดนตรสี ากลประเภทเครอ่ื งสี เช่น ไวโอลิน ดบั เบิลเบส ฯลฯ เปน็ ต้น
ดับเบิลเบส ไวโอลิน
ใบงานท่ี 2
ใหน้ กั เรยี นวาดภาพเครื่องดนตรที ่ชี อบมา 1 ชนิด แล้วบอกวา่
เครื่องดนตรีชนิดนัน้ เป็นเคร่ืองดนตรชี นิดใดอยู่ในประเภทใดประเภทใด
และอธิบายคุณลักษณะเสียงว่าเป็นอยา่ งไร
เครอื่ งดนตรีช่อื …………………………………..
จัดอย่ใู นประเภท………………………………..
คุณลกั ษณะของเสียง…………………………………………………………………………………..............................
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………….
ใบความร้ทู ี่ 6
เรือ่ ง การฝกึ โสตประสาทจาแนกเสียงสูง – ต่า
เสยี งสูง – ต่า
เครื่องดนตรีบางชนิดให้เสียงสูง เช่น ป่ีใน ซอด้วง ไวโอลิน และบางชนิดให้เสียง
ต่า เช่น ซออู้ ดับเบิลเบส เป็นต้น เสียงสูงเป็นเสียงทมี่ ีความถี่มาก ส่วนเสียงต่าจะเปน็
เสียงท่ีมีความถ่ีน้อย สิ่งที่ทาให้เสียงแต่ละเสียงสูงต่าแตกต่างกันนั้น ขึ้นอยู่กับความเร็วใน
การสั่นสะเทือนของวัตถุ วัตถุท่ีสั่นเรว็ เสียงจะสูงกว่าวัตถุท่สี ั่น และนอกจาก วัตถุที่มคี วามถ่ี
ในการสั่นสะเทือนมากกว่า จะมีเสียงที่สูงกว่าแล้ว หากความถี่มากข้ึนเท่าตัว ก็จะมีระดับ
เสียงสูงข้ึนเท่ากับ 1 ออกเตฟ (octave) ภาษาไทยเรียกว่า 1 ช่วงคู่แปด เช่น โน้ตดนตรี
ไทย ด ร ม ฟ ซ ล ท ด ร ม โน้ตที่ไม่มีจุดจะเป็นเสียง ต่า และโน้ตที่มีจุดจะเป็น
เสยี ง สูง
เคร่อื งดนตรีที่มีเสียงสงู เครอื่ งดนตรีท่มี เี สยี งต่า
เรอื่ ง การฝกึ โสตประสาทจาแนกเสียงดงั – เบา
เสยี งดัง – เบา
เสียงของดนตรเี สียงดงั – เบา ถ้าเครอ่ื งดนตรีชนดิ น้ันให้เสยี งดังมากจะทาให้
ร้สู กึ ต่นื เต้น ถา้ ใหเ้ สยี งเบาจะทาให้เกดิ ความรู้สกึ สงบ เชน่ ถา้ ตกี ลองใบใหญม่ ากๆ แล้วตี
แรง ๆ เสียงก็จะดังมากทาให้รู้สึกตื่นเต้น ถ้าลดระดับความแรงในการตี เสียงกลองก็จะ
เบาลง เป็นต้น แต่ถ้าฟงั เสียงท่ีดังมาก ๆ ทุกวนั หรือบ่อยคร้งั จะทาใหเ้ กิดผลกระทบตอ่ หู
ทาใหไ้ มไ่ ด้ยนิ เสยี งต่าง ๆ หรอื ทเ่ี รียกว่า หูหนวก
ใบความรูท้ ี่ 7
เรอ่ื ง การฝึกโสตประสาทจาแนกเสียงยาว – สน้ั
เสียงยาว – ส้ัน
เสียงยาว คือ เสียงของเคร่ืองดนตรีท่ีมีความกงั วาน เช่น การตีฉ่ิง ถา้ ตีเป็นเสียง
ดงั “ฉิ่ง” จะเป็ นเสียงยาว แต่ถา้ ตีเป็ นเสียงดงั “ฉับ” จะเป็ นเสียงส้ัน หรือฆอ้ งจะให้
เสียงกอ้ งกงั วานนานกวา่ เสียงของฉิ่ง เป็นตน้
เสียงของดนตรีที่มีลกั ษณะของเสียงส้ัน คือ เคร่ืองดนตรีที่มีเสียงเกิดข้ึนในระยะ
ส้นั ๆ กระชบั เช่น กรับ
เสียงดนตรีไทยแตล่ ะประเภทมที ้งั เสยี งสงู – ตา่ เสียงดงั – เบา เสยี งยาว – สัน้
เม่ือนามาบรรเลงร่วมกันจะทาใหเ้ กิดความไพเราะ
ใบงานที่ 3
ช่อื ______________________ นามสกุล_______________
เลขที่______ ช้ัน _______
ให้นักเรียนเขียนเครือ่ งหมาย X ทบั ตวั อกั ษรหน้าคาตอบทีถ่ ูกต้อง ได.้ .....................คะแนน
คะแนนเตม็ 5 คะแนน
1. เสยี งของมนุษยแ์ บง่ เป็นเสียงใดบ้าง
ก. เสียงพูด เสยี งเพลง
ข. เสียงรอ้ ง เสียงดนตรี
ค. เสียงพูด เสียงรอ้ งเพลง
2. เมอ่ื ไดย้ นิ เสียงกลองดงั จะทาให้เกิดความรูส้ กึ อย่างไร
ก. ตืน่ เตน้
ข. เหงา
ค. โศกเศร้า
3. เสียงของเคร่อื งดนตรใี นขอ้ ใดมคี ุณลกั ษณะเปน็ เสียงสงู
ก. ซออู้
ข. ปี่ใน
ค. ขลุ่ยเพยี งออ
4. การตฉี ง่ิ ใหเ้ ปน็ เสยี ง “ฉบั ” มีลักษณะเสียงเปน็ แบบใด
ก. เสยี งส้ัน
ข. เสียงตา่
ค. เสยี งเบา
5. เสยี งท่ีทาให้เกดิ ความรู้สกึ สงบเมอ่ื ได้ฟงั จะเป็นเสียงแบบใด
ก. เสียงส้นั
ข. เสียงเบา
ค. เสยี งดงั
6. จะเข้ทาให้เกดิ เสยี งด้วยวิธใี ด
ก. เปา่
ข. ตี
ค. ดีด
7. ฆ้องวงทาให้เกดิ เสียงเหมอื นเคร่อื งดนตรชี นดิ ใด
ก. ซออู้
ข. ป่ี
ค. ระนาดเอก
8. เสยี งเทเนอร์ คอื ระดับเสียงใดของมนุษย์
ก. เสียงสงู ของผชู้ าย
ข. เสียงตา่ ของผู้ชาย
ค. เสียงสงู ของผหู้ ญิง
9. เคร่ืองดนตรใี นภาพทาใหเ้ กดิ เสยี งด้วยวธิ ใี ด
ก. เปา่
ข. ตี
ค. ดดี
10. เครอื่ งดนตรใี ดทาให้เกิดสยี งโดยการสี
ก. ฉง่ิ
ข. จะเข้
ค. ซอ
ใบความรู้ที่ 1
เร่ืองจังหวะดนตรี
นกั เรียนทราบหรือไม่วา่ จังหวะ
มีความหมายวา่ อย่างไร ?
จงั หวะ หมายถึง ส่ิงท่ีใชค้ วบคมุ ความช้า-เร็วของบท
เพลง
เราสามารถนาจงั หวะเขา้ มาใชเ้ ป็นเคร่ืองกาหนดจงั หวะ เชน่
1. การตีกลองกาหนดจังหวะการเดินพาแถว
2. การใช้นกหวดี เพื่อให้จังหวะหรือสง่ สัญญาณในการปฏิบัติตามคาส่ัง
ชือ่ ......................................................นามสกุล...................................................เลขท.ี่ .........
แบบทดสอบที่ 1
เรือ่ งกจิ กรรมประกอบจังหวะ
ให้นกั เรียนเติมคาลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกตอ้ ง
1. จงั หวะ
หมายถึง ....................................................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
.........................................................................................................................
2. จงยกตัวอยา่ งของการนาจงั หวะใชใ้ นการประกอบกิจกรรมตา่ งมาอย่างน้อย 3
กจิ กรรม
1.)..................................................................................................
2.)..................................................................................................
3.)..................................................................................................
4.)..................................................................................................
5.)................................................................................................
ช่อื .........................................................................นามสกลุ .......................................................เลขที่................
แบบทดสอบที่ 1
เร่อื งจังหวะพื้นฐาน
ใหน้ ักเรียนเติมคาลงในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง
1. จังหวะพ้นื ฐาน หมายถงึ .......................................................................................
........................................................................................................................................
........................................................................................................................................
.........................................................................................................................
2. จงยกตัวอย่างของการนาจงั หวะพ้นื ฐานไปใช้ในการประกอบกิจกรรมตา่ งมาอยา่ ง
น้อย 3 กจิ กรรม
1.)..................................................................................................
2.)..................................................................................................
3.)..................................................................................................
4.).................................................................................................
5.)................................................................................................
ช่ือ............................................................................สกุล............................................. ..................เลขท่.ี .............
ใบความรู้ที่ 1
เร่อื ง จังหวะฉงิ่
จังหวะฉิ่ง
เป็นจงั หวะทใี่ ช้ฉงิ่ เปน็ เครื่องกากบั จงั หวะ ฉ่งิ มี 2 เสยี ง คอื เสยี งฉงิ่ และเสยี งฉบั
เสยี งฉง่ิ จะมเี สยี งแหลมกังวาน และเปน็ เสยี งยาว
เสยี งฉบั จะมเี สยี งสนั้ และไม่กังวานเหมอื นเสยี งฉงิ่
ฉิง่ 3 อัตราจังหวะ
สามชั้น(ช้า) 1234 1234 1234 1234
---- - - - ฉิ่ง ---- - - - ฉับ
สองชน้ั (ปาน - - - ฉิ่ง - - - ฉับ - - - ฉิ่ง - - - ฉับ
กลาง)
ชัน้ เดยี ว(เรว็ ) - ฉิ่ง- ฉับ - ฉิ่ง- ฉับ - ฉิ่ง- ฉับ - ฉิ่ง- ฉับ
ช่อื ......................................................................สกลุ ................................................... .......เลขท่ี........................
แบบทดสอบที่ 1
เร่อื งฉ่ิง 3 อัตราจงั หวะ
จงเติมคาตอบลงในชอ่ งว่างใหถ้ ูกต้อง
1. จังหวะฉิง่ เป็น ............................................................................................................
................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................
2. จงเตมิ ชอ่ื จังหวะฉิง่ ทงั้ 3 อัตราจงั หวะลงในตารางทีก่ าหนดให้
1234 1234 1234 1234
---- - - - ฉิ่ง ---- - - - ฉับ
- - - ฉิ่ง - - - ฉับ - - - ฉิ่ง - - - ฉับ
- ฉิ่ง- ฉับ - ฉิ่ง- ฉับ - ฉิ่ง- ฉับ - ฉิ่ง- ฉับ
ช่ือ............................................................................นามสกลุ .................................................เลขที่.....................
ใบความร้ทู ่ี 1 อ่อ!!
จังหวะหนา้ ทบั จงั หวะหนา้ ทบั เป็นจังหวะที่
ใช้เครื่องดนตรีประเภทหนงั เปน็
เครือ่ งกาหนดจังหวะ
ร้ไู หมว่าจังหวะหนา้
ทับหมายถงึ อะไร?
เคร่ืองดนตรที ใ่ี ชก้ ากับจังหวะหนา้ ทบั ดงั นี้
1. กลองยาว 2. กลองแขก 3. กลองทดั
ชอ่ื ..........................................................................นามสกุล..................................................เลขที่ ....................
แบบทดสอบท่ี 1
เร่ือง เครอื่ งดนตรีทใี่ ชก้ ากบั จงั หวะหน้าทับมอี ะไรบ้าง
จงเตมิ คาตอบลงในชอ่ งวา่ งให้ถูกต้อง
1. จังหวะหน้าทบั เปน็ .....................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................................
................................................................................................................................
2. จงเติมช่ือเครอื่ งดนตรที ี่ใช้กากับจงั หวะหน้าทบั ใหถ้ ูกตอ้ ง
1. ....................................... 2. .......................................... 3. ................................................
เพลง โด เร มี
โด เร มี จงฟงั ดีๆ มี เร โด จงจาใหด้ ี
มี ฟา ซอล จงฟังดีๆ ซอล ลา ที โด
โด ที ลา ซอล ลา ซอล ฟา มี ฟา ซอล
โด ที ลา ซอลซอล ลา ซอล ฟา มี เร โด