The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือ-สป.สาย-พธ (1)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by วรารัตน์ มณีโชติ, 2021-06-11 09:10:18

คู่มือ-สป.สาย-พธ (1)

คู่มือ-สป.สาย-พธ (1)

คําแนะนาํ คาํ นาํ
การใช การปรนนิบตั ิบํารงุ และการเกบ็ รกั ษา
กรมพลาธิการทหารบก ในฐานะเปนกรมฝายยุทธบริการ มีหนาที่
สง่ิ อปุ กรณสายพลาธิการ รับผิดชอบในการสงกําลังและซอมบํารุงสิ่งอุปกรณสายพลาธิการใหกับหนวย
รายการเครื่องแตงกาย (ตามสทิ ธิกาํ ลงั พล) ตาง ๆ ท่ัวกองทัพบก หากหนวยใชทุกหนวยไดมีการใช การปรนนิบัติบํารุง
และการเก็บรักษาสิ่งอุปกรณสายพลาธิการอยางถูกตอง ตามชนิดและขีด
และ ความสามารถของสิ่งอุปกรณนั้น ๆ ก็จะชวยยืดอายุการใชงานใหยาวนานข้ึน
รายการเคร่ืองสนาม (แบบใหม) เปนการชวยประหยัดงบประมาณท้ังของหนวยเองและของกองทัพบกเปน
สว นรวมดวย
เลม ท่ี ๕/๕๖
พ.ศ. ๒๕๕๖ กรมพลาธิการทหารบก ไดพิจารณาจัดทํา คําแนะนํา การใช
กองวิทยาการ กรมพลาธกิ ารทหารบก การปรนนบิ ตั ิบาํ รุง และการเกบ็ รักษาส่งิ อุปกรณส ายพลาธิการ รายการเครื่อง
แตงกาย (ตามสทิ ธกิ ําลังพล) และรายการเครอื่ งสนาม (แบบใหม) เลมท่ี ๕/๕๖ ขึ้น
เนื่องจากส่ิงอปุ กรณรายการดงั กลาว กรมพลาธิการทหารบก ไดมีการปรับปรุง
แกไ ขและพัฒนาใหม คี วามทนั สมยั เหมาะสมกับสภาพการใชง านของกําลังพลเปน
หลักอยูตลอดเวลา เอกสารเลมน้ีคงจะอํานวยประโยชนใหกับหนวยหรือ
ผูนําไปใชง านไดเ ปนอยางดี หากหนวยของทานมีคําแนะนําเก่ียวกับสิ่งอุปกรณ
สายพลาธิการรายการใด ขอใหเสนอไดโดยตรงท่ี กองวิทยาการ กรมพลาธิการ
ทหารบก ถ.ติวานนท อ.เมือง จ.นนทบุรี ๑๑๐๐๐ โทร.๐๒-๕๘๘๐๘๑๖
จักขอบพระคุณเปน อยางย่ิง

สารบญั สารบญั

หนา หนา
เครื่องแตง กาย (ตามสิทธกิ ําลังพล) พลั่วสนาม ............................................................................................ ๓๔
หมอขา วสนาม ..................................................................................... ๓๖
หมวกหนีบสีกากีแกมเขยี ว ...................................................................... ๑ กระติกนํา้ ............................................................................................. ๓๘
หมวกทรงออน (พลทหาร) ...................................................................... ๓ เสอื้ กันฝน ............................................................................................. ๔๐
หมวกแกบทรงออนแบบ ๖ กลีบ ............................................................. ๕ กระเปา ใสซองกระสนุ ........................................................................... ๔๒
เสอื้ ยดื คอรปู ตัววี (สกี ากีแกมเขียว) ......................................................... ๗ กระเปา อเนกประสงค ........................................................................... ๔๓
กางเกงช้ันใน ........................................................................................... ๙ ซองปนพกสนาม ................................................................................... ๔๔
กางเกงกีฬา/กางเกงลาํ ลอง .................................................................. ๑๑ กระโจมบคุ คลสําเร็จรูป ........................................................................ ๔๖
ถงุ เทา ................................................................................................... ๑๓ ถงุ ผาใบสนาม ....................................................................................... ๔๘
รองเทา ผา ใบหุมสน ............................................................................... ๑๕
รองเทา ทรงสูงครงึ่ นอ ง .......................................................................... ๑๗ การปรนนบิ ัติบํารุงเคร่ืองสนาม ................................................................... ๔๙
เครอื่ งแบบสนาม .................................................................................. ๑๙
ชดุ ปกติคอพับ ....................................................................................... ๒๑
รองเทาหุมสนหนังสีดาํ ......................................................................... ๒๓

เครือ่ งสนาม (แบบใหม)
เปห ลังครบชุด ..................................................................................... ๒๕
เปส นามขนาดเล็ก ................................................................................ ๒๖
หมวกสนาม ......................................................................................... ๒๗
เข็มขัดสนาม ........................................................................................ ๓๑
สายโยงเขม็ ขัดสนาม ........................................................................... ๓๒

๑ ๒

หมวกหนีบสีกากแี กมเขียว วธิ กี ารใชง าน
ใชสวมศีรษะ ประกอบเครื่องแตง กายชดุ ปกติคอพับ
ลักษณะทว่ั ไป
เปน หมวกหนบี สีกากแี กมเขียว ติดตราหนาหมวกขนาดเล็กโลหะสีทอง การปรนนิบัติบํารุง
๑. เมื่อใชแลวควรผึ่งใหกล่ินเหงื่อแหง ไมเก็บในท่ีช้ืนเพราะจะทําใหมี
รูปหมวกตัดเรียวโคงไปตามศีรษะ ริมบนของหมวกมีแถบขลิบสี เย็บติดสาบ
หมวกโดยรอบ กลิน่ อับ
วสั ดทุ ีใ่ ช ๒. ถาสกปรกมาก ใหถอดตราหนาหมวกออกกอนและนําไปซักในนํ้า

ตัวหมวกทําดวยผาใยสังเคราะห ทอแบบลายขัดสีกากีแกมเขียว ผสมสารซักฟอกท่ไี มมีสารฟอกขาว ควรซักดว ยมือไมควรซักดวยเครอ่ื งเพราะจะ
ภายในเสริมผาเคมีแข็งใหทรงรูป และซับในดวยผาใยสังเคราะหสีเดียวกับ ทําใหโ ครงสรา งเสยี รูป
ตัวหมวก
๓. ไมบิด ใหยกขึน้ จากน้ํา และนําออกตากในท่ีมีลมโกรกหลีกเลี่ยงการ
ตากท่ีมีแดดจดั เพราะจะทําใหสซี ีดเร็ว
การเก็บรกั ษา

ใหแ ขวน โดยใชที่แขวนหมวกหรือวางราบกับพ้ืน

ขอ ควรปฏบิ ัตใิ นการแจกจาย

- ใหแจกจายตามระเบยี บ ทบ. วา ดว ยการสงกําลงั สป.๒ และ ๔ พ.ศ.๒๕๓๔
ขอ ๓๕.๗.๓ สป.ใดท่ีนําเขากอ น ใหนําจา ยกอ น อยา งเครง ครดั เพอื่ ปองกัน
ไมใ หส่ิงอุปกรณเสอ่ื มสภาพเนือ่ งจากการเกบ็ รักษา

๓ ๔

หมวกทรงออ น (พลทหาร) วิธีการใชง าน
เม่อื ไดร ับการแจกจา ยหรอื จดั หามา รูปหมวกจะมลี กั ษณะแบนมีรอยพับ
ลกั ษณะทั่วไป
เปน เคร่ืองใชสวมศรี ษะ ประกอบเครอ่ื งแบบฝกและเคร่ืองแบบสนามของ ทําใหจัดทรงไดยาก และไมส วยงาม ใหนําหมวกไปจุมหรือแชนํ้าใหเปยกและนํา
ออกผึ่งแดดใหแหง (ดวยการแขวน ใชที่หนีบผาหนีบขอบหมวกติดกับราวตาก)
พลทหาร ตวั หมวกจะหดหรือเซทตวั ทาํ ใหร อยพับหายไป จะทาํ ใหจ ดั ทรงหมวกไดงายและ
วัสดุทใ่ี ช สวยงาม

ตวั หมวกทาํ ดว ยผา สักหลาดสดี ํา สีเลือดหมู หรือสีนํ้าเงินดํา สีพรางหรือ การปรนนิบตั ิบาํ รุง
ตามความตอ งการของทางราชการ มีปรมิ าณขนสัตวไ มนอยกวา ๘๕ เปอรเซ็นต ๑. ซักดว ยมือ หา มซักดว ยเครอ่ื ง
พรอ มมีตราหนา หมวกขนาดเลก็ โลหะสีทอง กลัดอยูบนแผนผาสักหลาดสีดํารูป ๒. ใหซ กั ดวยน้าํ เปลาหรือน้ําอนุ ขยีเ้ บาๆ
ตัวยู (U) สีไมตกในนํ้าและ เย็บติดกับหมวกดานหนาบริเวณสวนเสริมทรง ๓. หา มใชผ งซักฟอกและแปรงขดั ถู จะทาํ ใหซดี จางเรว็
ขอบหมวกทําดวยหนังแทหรือ หนังเทียมสีดําภายในสอดเชือกสีดําชนิดแบน ๔. ไมบิด ใหย กขนึ้ จากนาํ้ และนําออกผ่ึงแดดใหแหง
สาํ หรบั ผกู รัดศรี ษะไดพองาม
การเก็บรักษา
ใหแขวน โดยใชท่ีแขวนหมวกหรือวางราบกบั พ้ืน

๕ ๖

หมวกแกปทรงออ นแบบ ๖ กลีบ การปรนนบิ ัติบาํ รุง
๑. เม่ือใชแ ลวควรวางผ่งึ ใหกลิน่ เหง่อื แหง ไมเ กบ็ ในขณะช้นื เพราะจะทํา
ลักษณะท่วั ไป
เปนหมวกแกปทรงออนแบบ ๖ กลีบ มีรูระบายอากาศเสริมกระบัง ใหมกี ลิ่นอบั
๒. ถา สกปรกมาก ใหนาํ ไปซกั ในนํ้าผสมสารซักฟอก ที่ไมมีสารฟอกขาว
หมวกและทรงดานหนา ดว ยวสั ดุสังเคราะห สามารถปรับขนาดได
วสั ดุที่ใช ควรซักดวยมอื ไมควรซักดวยเครอ่ื งเพราะจะทาํ ใหโครงสรางเสยี รูป
๓. การทําใหแหง ควรหลีกเล่ยี งการตากที่มีแดดจดั เพราะอาจทาํ ใหส ีซีดเร็ว
ผา ทใ่ี ชในการตัดเย็บตวั หมวกมี ๓ ชนดิ ตามที่ทางราชการกําหนด ไดแก
ผา สีพราง,ผาลายสองกา งปลา, ผา ซาติน ใหต ากในท่ลี มโกรก แสงแดดออน
วธิ กี ารใชงาน
การเกบ็ รักษา
ใชสวมศีรษะ เพอ่ื ประกอบเครื่องแตงกาย ตามระเบียบท่กี าํ หนดไว ใหแ ขวน โดยใชท ีแ่ ขวนหมวกหรอื วางราบกบั พืน้

๗ ๘

เสอ้ื ยดื คอรปู ตัววี (สกี ากแี กมเขียว) การปรนนิบัติบาํ รุง
๑. การซักทําความสะอาด ควรซักดวยมือ ใชผงซักฟอกที่ไมมีสาร

ฟอกขาว ไมควรซกั ดวยเครอ่ื ง เพราะจะทําใหโ ครงสรา งของผา เสยี รูป (ยว ย)
๒. ควรกลับเสื้อดา นในออกผง่ึ ใหแ หง แลว ตากบนราวแขวนหรือไมแขวน

เสอื้ ควรผึง่ แดดใหแหง แลวรีบเก็บ ไมควรตากทิ้งไวนานเกินไป เพราะอาจทําใหสี
ซดี เรว็ ไมจาํ เปนตองรดี

การเกบ็ รักษา
แขวนหรอื พับเกบ็ ไวใ นตเู สื้อผา ภายในตูเสอื้ ผาควรมีสารกนั แมลงดว ย

ลักษณะทั่วไป
เปนเสื้อยืดคอรปู ตัววี แขนสัน้ สกี ากีแกมเขียว,สีดําและสพี ราง

วัสดุทใ่ี ช
ทําดวยผาใยผสมระหวางฝาย รอยละ ๖๕ + ๕ และโพลีเอสเตอร

รอยละ ๓๕ + ๕ สีใชยอมมีความคงทนของสีตอแสงไดดี สีไมซีดจาง มีความ
คงทนตอการซักฟอกเพ่ือเพิม่ อายุการใชงาน

วิธีการใชงาน
ใชส วมซับในเมอื่ แตง เคร่อื งแบบทหาร หรือสวมออกกําลงั กาย

๙ ๑๐

กางเกงชัน้ ใน วิธีการใชงาน
ใชเปนกางเกงสวมใสรางกายชัน้ ใน

การปรนนิบตั ิบํารุง
๑. การซกั ทําความสะอาด ซักดว ยผงซักฟอก
๒. นาํ ไปตากแดดใหแ หง

การเกบ็ รักษา
พับเกบ็ ในตูเส้อื ผา ภายในตเู สือ้ ผา ควรมีสารกนั แมลงดว ย

ลกั ษณะท่ัวไป
เปนกางเกงชั้นในแบบบรีฟ (BRIEFS) สีเทาออน (LIGHT GRAY)

หมายถึง กางเกงช้นั ใน ซ่ึงเมื่อสวมใสแลวขอบเอวจะอยูเหนือสะโพกบนขึ้นไป
ทอลายอักษร “ ทบ. RTA ” สีขาวบนแถบยางยืดรอบเอว

วสั ดทุ ใ่ี ช
ผาท่ีใชในการตัดเย็บ เปนผายืดถักแบบวงกลม (CIRCULAR KNIITTING)

ดายท่ีใชถักทําจากเสนฝายผสม โพลีเอสเตอร และถักเสริมดวยยางสแปน
เดก็ ซ (SPANDEX)

๑๑ ๑๒

กางเกงกีฬา / กางเกงลาํ ลอง การปรนนิบตั ิบํารุง
๑. การซกั ทําความสะอาด ซกั ดว ยผงซกั ฟอกท่ีไมม ีสารฟอกขาว
๒. นําไปตากแดดใหแหง โดยใหกลบั ดา นในออก

การเกบ็ รักษา
ใหแขวน หรือพบั เกบ็ ในตเู สอ้ื ผา ภายในตเู สื้อผา ควรมสี ารกนั แมลงดว ย

ลกั ษณะทว่ั ไป
เปนกางเกงขาสน้ั

วัสดทุ ใ่ี ช
ผาท่ีใชในการตัดเย็บ เปนผาใยสังเคราะหผสมฝาย ทอแบบลายสอง

หนาเดียว มคี วามเขง็ แรง คงรปู ไมย ับยน

วิธีการใชงาน
ใชแตงกายทหารกองประจาํ การ เพอ่ื การฝกทหารใหมเ บอ้ื งตน การเลน

กฬี าและงานอื่น ๆ

๑๓ ๑๔

ถงุ เทา พบั ทบ ถักดวยเครื่องถักแบบวงกลม ไมมีรอยตะเข็บ ยกเวนแนวประสานเขารูปท่ี
สวนปลายถุงเทา ถกั แบบเรยี บ มีคณุ สมบตั กิ ารตานเชือ้ แบคทีเรยี ไดรับการรบั รอง
ลกั ษณะทั่วไป มาตรฐานตาม มอก. ๑๗๐๒๕
เปนถุงเทายาวคร่ึงนองสีดํา บริเวณสวนขา ใตสวนเย็บพับทบ ถัก วธิ ีการใชงาน

ตัวอักษร “ทบ.” และถักตัวอักษร “ANTI-BAC” สีเทาทั้งสองดาน ใหสามารถ ใชส วมเทา ประกอบเครอื่ งแตง กายทหาร ตามระเบยี บท่กี ําหนด
มองเหน็ ไดช ัด บรเิ วณกึ่งกลางสว นเทา ดานขา ง ถกั ตวั อักษร “FREE SIZE” และ
ถักตัวอักษร “ROYAL THAI ARMY” ใหสามารถมองเห็นไดชัดและ/หรือ การปรนนิบัติบํารงุ
มเี ครอื่ งหมาย สัญลักษณ ตามที่ทางราชการกาํ หนด ๑. การซกั ทําความสะอาด ซกั ดวยผงซกั ฟอกทไี่ มม ีสารฟอกขาว
วัสดทุ ี่ใช
หากสกปรกมากควรแชไว
วัสดุท่ีใชถักถุงเทา เปนดายโพลิเอสเตอรผสมฝายอยูในเสนเดียวกัน ๒. นําไปตากแดดใหแหง
จาํ นวน ๑ เสน ถักเสริมดวยสแปนเด็กซ (SPANDEX) จํานวน ๑ เสน เพ่ิมความ
ยืดหยุนและนุมนวลตอผูสวมใส ไมยืดหลวมเร็วเกินไป ระบายความอับชื้นไดดี การเก็บรักษา
สว นรดั นอง เสรมิ ดวยยางยืดและไนลอนโดยรอบ บริเวณขอบบนสุดถุงเทา เยบ็ พับเก็บเปนคใู หเรยี บรอย

๑๕ ๑๖

รองเทา ผาใบหุมสน ๖ คู สาํ หรบั เชือกผูกรองเทา ถกั ทอดว ยโพลิเอสเตอรหมุ ปลายเชือกดวยวัสดุปลอด
สนิม
ลักษณะทว่ั ไป
เปนรองเทาหุมสนทําดวยผาใบ มีพ้ืนและสนทําดวยยาง ชนิดมีตาไก วิธีการใชง าน
ใชสวมใสเ ลนกีฬา และสวมใสอ เนกประสงคตามความตองการ
รอยเชอื กผกู รองเทา
วสั ดุทใี่ ช การปรนนบิ ัติบํารุง
๑. เมือ่ ใชแลวควรวางผง่ึ ลมไวใ หกล่ินเหง่ือแหง ไมเ ก็บในขณะช้ืนเพราะ
ผาใบท่ีใชทําทรงบน เปนผาใยฝาย ทอแบบลายขัด และไมมีแปงผสม
มีบวั หัวและบวั สน ทําดวยผาอาบยางหรือวัสดุสังเคราะห โดยมีสถานะเปนวัสดุ จะทําใหม กี ลิน่ เหมน็ อับ
คงรปู อยภู ายในผา ทรงบน พ้นื รองเทา ทาํ จากยางธรรมชาติ หรือยางสังเคราะห ๒. ถารองเทาเปอนโคลน สกปรกมาก ควรทิ้งไวใหแหง จากน้ันแกะ
หรอื ยางธรรมชาติผสมยางสังเคราะห เปน แผน ยางชิ้นเดียวกันโดยตลอด มีความ
คงทนตอการใชงาน ไมห ลดุ รอน ความหนาของพ้นื รองเทา (ไมรวมความสูงของ โคลนออกแลว นําไปซักในนาํ้ ผสมสารซกั ฟอก ขัดดวยแปรงออนใหทวั่
ลายกันลืน่ ) ไมน อ ยกวา ๒.๕ มิลลเิ มตร ผา ซับในเปน ผา ทอแบบลายสอง เสนดาย ๓. นํารองเทาทซ่ี ักไปตากแดด ใหแหง
ท่ใี ชทอเปนฝายผสมโพลีเอสเตอร มีคณุ สมบัติสามารถตานเชือ้ แบคทีเรยี ได ตาไก
รอ ยเชือก ทาํ ดว ยวสั ดุปลอดสนมิ มลี กั ษณะเปนตาไกต วั ผแู ละตัวเมียไมนอยกวา การเก็บรกั ษา
เก็บในช้ันวางรองเทา ที่มชี องระบายอากาศ

๑๗ ๑๘

รองเทา ทรงสูงครง่ึ นอ ง ๕. สวนพ้ืนใชดายไนลอนเย็บพื้นรองเทาชั้นนอกและช้ันในเปนชนิด
เคลือบสารกนั นํ้าพ้นื ยางไมหลุดรอน
ลกั ษณะทั่วไป
เปนรองเทาทรงสงู ครึ่งนองสีดํา ผูกเชือก ทรงกระบอก ๖. สําหรับเชอื กผกู รองเทา ถักทอดวยดา ยใยสงั เคราะหส ีดาํ เปน เสน กลม
วธิ ีการใชง าน
วสั ดุที่ใช
๑. หนังหนารองเทาและหนงั สน รองเทา เปนหนงั โคหรอื หนงั กระบือฟอก เปน รองเทา ใชสวมใสประกอบเคร่อื งแตงกายกบั ชุดเครื่องแบบสนาม
การปรนนบิ ัติบาํ รงุ
โครมทับฝาดสีดาํ ชนิดหนงั ผวิ
๒. ผาทรงกระบอก, ล้ินรองเทาและสนรองเทาดานในทําดวยผาใย ๑. ทาํ ความสะอาดรองเทา โดยการปดฝุนหลังการใชงานทุกคร้ัง และ
วางผึ่งลมไวใหก ลน่ิ เหงือ่ แหง และเกบ็ ในชั้นวางรองเทา
สังเคราะหส ีดํา บดุ ว ยฟองนาํ้ สดี ําเพ่อื ใหนม่ิ สบายตอ การสวมใส
๓. บริเวณดานในรองเทาดานใน (เวนสนรองเทา) ซับในดวยผาสีดํา ๒. ถารองเทาเปอนโคลน สกปรกมาก ควรท้ิงไวใหแหง จากนั้นแกะ
โคลนออกและเช็ดดวยผา ชืน้ ทิ้งไวใ หแหง
และบฟุ องน้าํ สดี าํ
๔. ผา ทรงกระบอก และซับใน สีและสารเคมที ่ีใชใ นการยอ มตอ งมีความ ๓. ระวงั อยา ใหรองเทา เปย กนา้ํ เปนเวลานาน เพราะจะทําใหหนังเส่ือม
คณุ ภาพและเสียรปู ทรงสวนทเ่ี ปนหนัง
ปลอดภัยไมเ ปนอันตรายตอผิวหนังตามมาตรฐานผลิตภณั ฑอ ุตสาหกรรมผา
๔. ขัดรองเทา ดวยนํ้ายาขดั หนงั
๕. พืน้ รองเทา ดา นในหากมกี ล่นิ อับหรอื สกปรกมาก ควรถอดออกมาซัก
และผง่ึ แดดใหแหง
การเก็บรักษา
๑. เกบ็ ในช้ันวางรองเทา หรอื ตูเก็บรองเทาทมี่ ชี อ งระบายอากาศ
๒. ใชน้ํายาออกแบบมาเฉพาะกับหนังที่ใช และบํารุงดวย CONDITIONER
เพอ่ื ปองกันมิใหเกดิ การแตกแหงหรือกระดา ง
ขอ หา ม
 หามใชสารเคมีรุนแรงในการทําความสะอาด เชน ครีมขัด น้ํามันสน
นา้ํ ยาขัดเงา นา้ํ มันหรอื น้ํายาทมี่ ีสภาพเปนกรด การปองกันรอยกับหนังแท

๑๙ วิธกี ารใชง าน
ใชแ ตง กายทหารสําหรับฝกในทตี่ ั้ง หรอื ปฏบิ ตั หิ นาที่เวรยามรกั ษาการณ
เคร่ืองแบบสนาม
การปรนนิบตั ิบาํ รงุ
ลกั ษณะทัว่ ไป วธิ กี ารซกั
เปนเสื้อสนามคอเปดแขนยาว และกางเกงสนามขายาวสีพรางแบบ - ไมใ ชผ งซกั ฟอกโดยตรงกบั ผา (ตีผงซักฟอกกับนาํ้ ใหผงซักฟอกละลาย

ดจิ ิตอล กอ นแชผ า โดยซักดวยมอื )
วัสดทุ ี่ใช - ไมค วรซกั และปน แหง ดว ยเครือ่ งซกั ผา (หากไมจาํ เปน)
- ไมค วรใชแ ปรงขดั ถูผา
ใชผาทอใยผสมแบบลายสอง เนื้อผา แนนและผานการตกแตงกอนยอม - ควรหลกี เลยี่ งการตากผาท่ีมีแดดจัด ควรตากในที่มีลมโกรก แสงแดด
และพิมพสีพราง ใยผสมฝายกับโพลิเอสเทอร ใชสียอมและพิมพแบบ
DISPERSE+VAT โดยการพิมพลายพรางตองพิมพตอเนื่องกันตลอด มีคุณสมบัติ ออ นและกลบั ผาเอาดา นในออก
ปองกันการตรวจจับจากกลอ งตรวจการณกลางคนื (IR) และตานการยับ - ไมค วรลงแปง
- ไมค วรใชผ งซักฟอกท่มี ีสารฟอกขาว
วธิ กี ารรีด
- พรมหรอื ฉีดนา้ํ ใหทัว่ เพียงเบาบาง ดวยนํ้าหรือน้ํายารดี ผา
- ใชอุณหภมู ิรดี ในระดับความรอนปานกลาง
- ควรรดี ผา จากดานในกอ น และกลับรดี ทางดานนอกซ้ําใหเรียบอีกครง้ั

การเกบ็ รกั ษา
๑. แขวนหรือพับเก็บไวใ นตเู สอ้ื ผา ภายในตูเสื้อผามสี ารกันแมลงดวย
๒. หลังใชง านควรแขวนตากในทร่ี ม เพอ่ื ไมใหม คี วามชนื้

๒๑ ๒๒

ชดุ ปกตคิ อพบั วิธีการใชงาน
ใชเปน เครอื่ งแบบทหาร สาํ หรบั ปฏิบตั งิ าน
ลกั ษณะท่ัวไป
เปนเครอ่ื งแบบสาํ หรับแตงกาย ประกอบดว ย เสื้อคอพับแขนยาว และ การปรนนบิ ตั ิบํารงุ
วธิ กี ารซัก
กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียว หรือเสอื้ คอพับแขนส้ัน และกางเกงขายาวสีกากี - ไมใชผงซักฟอกโดยตรงกบั ผา (ตีผงซักฟอกกับนา้ํ ใหผ งซกั ฟอกละลาย
แกมเขยี ว
วสั ดทุ ใ่ี ช กอ นแชผา โดยซกั ดว ยมอื )
- ไมควรซักและปน แหง ดวยเครอื่ งซกั ผา (หากไมจ ําเปน )
ผาท่ีใชตัดตัวเสื้อและกางเกง เปนผาใยสังเคราะหสีกากีแกมเขียวทอ - ไมค วรใชแ ปรงขัดถูผา
แบบลายขัด - ควรหลกี เลี่ยงการตากผาที่มีแดดจัด ควรตากในที่มีลมโกรก แสงแดด

ออ นและกลบั ผา เอาดานในออก ไมควรบิดอยา งแรง
- ไมค วรใชผ งซกั ฟอกท่มี สี ารฟอกขาว ควรใชนํ้ายาซักแหงซ่ึงจะทําใหสี

ของผาคงทนไมซดี จางเรว็
วิธกี ารรีด
- พรมหรือฉีดนํา้ ใหทว่ั เพียงเบาบาง ดวยนํ้าหรือนํา้ ยารดี ผา
- ใชอ ุณหภมู ิรดี ในระดบั ความรอนปานกลาง
- ควรรดี ผาจากดานในกอน และกลบั รีดทางดา นนอกซํ้าใหเรียบอีกคร้งั

การเกบ็ รักษา
๑. แขวนหรือพบั เกบ็ ไวในตูเ สื้อผา ภายในตูเสือ้ ผา มีสารกันแมลงดวย
๒. หลงั ใชงานควรแขวนตากในทร่ี ม เพื่อไมใ หมีความชน้ื
๓. ทําความสะอาดซกั รีดดงั กลา ว

๒๓ ๒๔

รองเทาหุม สน หนังสีดํา การปรนนบิ ตั ิบํารุง
๑. เมอ่ื ใชแลวควรวางผ่งึ ลมไวใหกล่ินเหง่อื แหง ไมเกบ็ ในขณะชื้นเพราะ
ลักษณะท่วั ไป
เปน รองเทาหมุ สนหนังสีดําชนิดผูกเชือก ขอบทรงบนภายในเสริมดวย จะทําใหมีกลน่ิ อับ
๒. ทาํ ความสะอาดรองเทาจากฝุนและสิ่งสกปรกโดยใชผ าชบุ นํา้ หมาด ๆ
ฟองนา้ํ
วัสดุท่ใี ช เชด็ บรเิ วณหนงั รองเทา ดา นนอก
๓. ทาครีมท่ีใชรักษารองเทาหนังแกวโดยเฉพาะ และใชผาสะอาดเช็ด
หนังทรงรองเทา ทําดว ยหนังสังเคราะหชนิดพิเศษสดี ํา เคลือบผิวมนั เงา
หนังทรงสวนสนรองเทาดานใน ซับดวยหนังแทสีดํา และขอบทรงบนรองเทา ครีมออก
ภายในเสริมดว ยฟองนํา้ เชอื กผูกรองเทาเปนเชอื กใยสังเคราะห ชนิดกลมสดี ํา
วธิ ีการใชงาน การเก็บรกั ษา
๑. เก็บในชั้นวางรองเทา ที่มีชอ งระบายอากาศ
ใชสวมเทา ประกอบเครอ่ื งแตงกายชุดปกติ หรอื เคร่อื งแบบอืน่ ๆ ๒. พนสเปรยเพือ่ ปองกันหนงั แหงและการกอตวั ของรอยแตก

๒๕ ๒๖

เปห ลังครบชดุ เปสนามขนาดเล็ก

ลักษณะท่วั ไป ลักษณะทวั่ ไป
ถุงเป ทําดวยผาไนลอน ทรงสี่เหลี่ยมผืนผาภายในมีถุงกันนํ้า และ ถุงเป ทําดวยผาไนลอนทรงสี่เหล่ียม มีฝาปดและหูหิ้วดานหนามี

สามารถถอดประกอบเขาภายในถุงเปไ ด ดา นหนามกี ระเปาขยายขาง ๓ กระเปา กระเปาขยายขางพรอมฝาปด ดานหลัง มีหวงรูปตัวดีและขอเก่ียว ดานขางมี
แถบยดึ เกาะสิ่งอปุ กรณ ปากถุงเป เปด-ปด ดวยซิปยาวตลอดปากถุงภายในถุงมี
พรอ มฝาปด ดานหลงั มีเบาะรองพรอ ม มโี ครงเปซ งึ่ ประกอบกับสายรดั เอว โครงเป สายรัดสิ่งอุปกรณเย็บติด ทาํ ดว ยแถบไนลอนหรือโพลิเอสเตอรเย็บประกอบกับ
สวนที่เปนโลหะทําดวยอะลูมิเนียม สวนประกอบท่ีเปนวัสดุสังเคราะหทําดวย หัวขัดกันเลื่อน ทําดวยทองเหลืองรมดํา สามารถปรับความยาวไดและติดตาไก
เทอรโมพลาสติก ชุดสายรัดเอว ประกอบดวย เบาะรอง ทําดวยผาไนลอน ๒ ตวั ฝาปด ถงุ เปทําเปน ๒ ชัน้ มีหูหวิ้ ทาํ ดว ยแถบเยบ็ แบบพับทบสามารถเปด -
ปด และปรับความยาวไดดวยหัวเข็มขัดปลดเร็ว ซึ่งเย็บประกอบกับแถบติดกับ
เบาะรองหลังดานในเสริมดวยยางฟองนํ้า มีแถบเย็บทาบติดปลายท้ังสองขางมี ตวั ถุงและอยูดา นในฝาปด
หว งรูปตัวโอ เพ่อื ประกอบกับแถบยดึ เบาะรองเอวพรอ มหวั ขัดกันเลื่อนสาํ หรับยดึ
ติดกับโครงเป สายรัดเอว ทําดวยแถบ มีหัวเข็มขัด ทําดวยเทอรโมพลาสติก วธิ กี ารใช
ใชในการปฏิบัติภารกิจระยะสั้น สามารถบรรจุชุดกระโจมบุคคลและ
สายพาดบา ซาย-ขวา ทําดวยแถบ เย็บทาบติดกับเบาะรอง ทําดวยผาไนลอน
ดานในเสรมิ ดว ยยางฟองน้าํ ดานบน เย็บติดกับถุงเป พรอมมีแถบสําหรับผูกติด ของใชท จี่ ําเปน
กับโครงเป ดา นลา งมีแถบขนาดเดียวกันกบั แถบรดั ฝาถงุ เป สําหรับยึดกับโครงเป

และปรับขนาดดว ยหัวขดั กันเลอื่ น
วิธกี ารใช

ใชส ําหรับบรรจุสิ่งอปุ กรณเครื่องใชประจําตวั

๒๗ ๒๘

หมวกสนาม การปรบั ขนาดของชดุ รัดรอบศีรษะ
๑. สวนรดั ศรี ษะ ปรับขนาดไดด วยแถบแปรงไนลอน-แถบสักหลาดเย็บ
ลักษณะท่วั ไป
ทําดวยใย ARAMID มีน้ําหนักเบา มีความคงทนตอการฉีกขาด ประกอบตดิ กบั แถบ มเี ชือกถักใยสงั เคราะหช นิดกลมรอ ยคลองกบั แถบรงั รองเพื่อ
ปรับความลกึ ใหพอดกี ับศรี ษะ
ลดอันตรายจากสะเกด็ ระเบิด ทนเปลวไฟ และไมเปนสนิม เคลือบสีหมวกดวย
สีกากีแกมเขียวชนิดดานพรอมพนทราย และยังไดเคลือบสารปองกันการ ๒. สว นรัดรอบศีรษะดา นขา ง สามารถถอดประกอบแยกออกจากแถบ
ตรวจจับดวยรังสีอินฟาเรด มีสายรัดคาง ภายในหมวกมีชุดรัดรอบศีรษะ รดั รอบศรี ษะดว ยแปรงแถบไนลอน-แถบสักหลาด สวนรดั รอบศีรษะสามารถปรับ
แบงเปน ๒ สว น คอื สว นรดั ศีรษะดา นบน และสว นรัดรอบศีรษะดานขาง พรอม ขนาดไดท บ่ี รเิ วณดา นขางดว ยแถบแปรงไนลอน-แถบสกั หลาด
มีผา คลมุ หมวกทําดวยผาสีพรางและสายรัดรอบตัวหมวก สายรัดคางมี ๒ แบบ
แบบที่ ๑ ใชกบั หนว ยทหารท่วั ไป เปน สายรัดคางพรอมเปลรองคาง แบบที่ ๒ การปรับขนาดของสายรดั คาง แบบท่ี ๑
ใชก บั ทหารหนวยใชรม เปนสายรัดคางพรอมเปลรองคางและสายรัดทายทอย ๑. สายรัดคางดานบน เปนสายยึดติดกับตัวหมวกดานใน ปลายสาย
ประกอบเขา ดวยกนั
วิธกี ารใช ดา นขวามหี วงปรบั สายรัดคาง ดา นซา ยมกี ิ๊บกด
๒. สวนรัดคาง ปลายทั้งสองขางหุมดวยทองเหลืองรมดํา บริเวณ
ใชสวมศีรษะประกอบเครื่องแตงกายเพื่อปองกันและลดอันตรายจาก
กระสนุ ปนและสะเก็ดระเบิด จากการทดสอบตาม v 50 MIL - STD - 662F กง่ึ กลาง มีเปลรองคาง เยบ็ ประกอบกับแถบสวนรดั คาง

การปรบั ขนาดของสายรัดคาง แบบที่ ๒
๑. สายรัดคาง เปน สายทําดวยแถบ มเี ปลรองคาง สามารถขยับเล่ือนได

ปลายสายรดั คางทงั้ สองขา งแยกเปนสองสาย ปลายสายทางดา นหนาประกอบติด
กับตัวหมวกไดดวยหวงปรับความยาว เย็บประกอบกับแถบและยึดติดกับตัว
หมวกดวยสลกั ยึดท่บี ริเวณปลายเบาะรองกันกระแทกดานหนา ท้ังสองขาง ปลาย
สายอีกสายหนึ่งสําหรับประกอบติดกับสายรัดทายทอยซ่ึงออมมาจากทาง
ดา นหลังทงั้ สองขางดวยหัวขัดปรับสาย สายรัดคางสามารถปลดออกไดดวยหัว
เขม็ ขดั ชนดิ ปลดเร็ว

๒๙ ๓๐

๒. สายรัดทายทอย เปนสายทําดวยแถบ พรอมมีเบาะรองทายทอย การเกบ็ รักษา
สายรดั ทายทอยมีสองสายอยูดา นหลังของตัวหมวกทางดานซาย-ขวา ยึดติดกับ ๑. เกบ็ ไวในชนั้ หรอื ชองวางหมวก ไมค วรวางซอนกัน เพราะจะทําใหชุด
หมวกดว ยสลักและหว งคลองสายรดั รอบศรี ษะ โดยรอยสายท้ังสองประกอบเขา
กับเบาะรองทายทอยลกั ษณะไขวเปนรปู กากบาทใหออมไปทางดานหลัง ปลาย รัดรอบศีรษะภายในหมวกเสยี รูปทรง อาจชาํ รุดเสยี หายได
สายมหี วั ขดั ปรับสายสามารถถอดออกได สาํ หรบั ประกอบตดิ กบั ปลายสายรัดคาง ๒. แขวน (ตามวธิ ีทีแ่ นะนํา)
ทางดา นหนา และสามารถปรับความยาวได พรอ มมีแถบยางยดื รดั อกี ขน้ั หน่งึ
วธิ ที ําที่แขวนหมวกสนาม
การปรนนิบัติบํารุง  เหล็กยึดติดผนังทําดวยเหล็กฉาก ขนาดไมนอยกวา ๒.๕ x ๒.๕
๑. ตัวหมวก ไมควรใหมีการตกกระทบอยางรุนแรง เพราะจะทําใหสีที่
เซนติเมตร
เคลอื บตวั หมวก กะเทาะหรือหลุดรอน หากหมวกสกปรกมากสามารถลา งนํา้ ดวย  ขอแขวนทาํ ดว ยเหล็กแบน ขนาด กวา ง ๑๐ - ๑๒ มลิ ลิเมตร หนา ๓ -
สบูหรือผงซักฟอก หามใชนํ้ามันเบนซินหรือทินเนอรเช็ดถู เพราะจะทําใหสี
ละลาย และทําใหก ารปอ งกันรงั สอี ินฟาเรดลดลง ๔ มลิ ลเิ มตร ขอยาว ๑๑ - ๑๒ เซนติเมตร ปลายขอพับเพ่ือไมใหมีคม ยึดติดกับ
เหล็กยดึ ติดผนังดวยการเชื่อม ขอแขวนแตละอนั หางกนั ๒๘ - ๓๐ เซนติเมตร
๒. ชุดรัดรอบศีรษะ สามารถถอดออกดวยคลิปโลหะยึดแถบรัดรอบ
ศีรษะมาซักลางทําความสะอาด ไมควรซักพรอมตัวหมวก ซักดวยสบูหรือ การตดิ ตงั้
ผงซักฟอกที่ไมมีสารฟอกขาว สวนที่เปนหนัง หากเปยกช้ืนใหนําออกผึ่งใหแหง  ทแ่ี ขวนแตล ะแถวจะมคี วามยาวตามพื้นทที่ ตี่ ดิ ตงั้ หรอื ตามตอ งการ
และใชน้ํายารักษาหนังทาเคลอื บ จะทําใหหนงั ออ นนุม และยืดอายกุ ารใชงาน  แตล ะแถวหางกัน ๓๐ - ๓๒ เซนติเมตร
 การยดึ ติดกับผนงั เจาะรูแลว ยึดดว ยสกรู
๓. ชุดสายรัดคาง สามารถถอดออกมาซักลางเชนเดียวกับชุดรัดรอบ
ศีรษะ

๔. ผา คลุมหมวก สามารถถอดซักลางทําความสะอาดได โดยใชสบูหรือ
ผงซักฟอก

๓๑ ๓๒

เข็มขัดสนาม สายโยงเขม็ ขดั สนาม

ลักษณะทั่วไป ลักษณะท่วั ไป
๑. สายรัดเข็มขัด ทาํ ดวยไนลอน ติดตาไกทองเหลืองรมดาํ สามารถปรับ
๑. สายโยงดานหนา ทําดวยแถบ เย็บทาบติดกับเบาะรอง เปนสวน
ความยาวไดด วยชุดปรบั ความยาวทั้งสองขา ง คลองบาซาย-ขวา อปุ กรณประกอบสาย มหี ว งรูปตัวดี สายละ ๒ ตัว สายปรับ
๒. เบาะรอง ทําดว ยผา ไนลอน เสริมดานในดวยยางฟองนํ้า เบาะรอง กระชบั จาํ นวน ๑ ชุด ทําดวยแถบไนลอน เย็บคลองกับสวนคลองบาแตละ

ดานนอกเย็บตดิ ดวยหว งรอ ยสายเข็มขัด ทาํ ดวยแถบ จํานวน ๔ หวง เย็บติด ขางแยกออกจากกนั สามารถประกอบติดกนั และปรบั ความกระชบั ไดดวยหวั เขม็
เวน ระยะหา งเทา ๆ กนั ตลอดความยาวจนสุดปลายท้งั สองขาง ขดั ชนดิ ปลดเรว็ สายดา นท่ใี ชป รับกระชับมีแถบยางยดื รดั อีกขั้นหน่ึง

๓. หว งเกีย่ วสายโยงบา มจี ํานวน ๖ หวง ทาํ ดวยแถบเย็บประกอบกับ ๒. เบาะรอง ทําดว ยผา ไนลอนเสรมิ ภายในดว ยยางฟองนํ้า
หว งรูปตวั ดี คลอ งยดึ ตดิ กับสายเขม็ ขัดดว ยก๊ิบกดทองเหลืองรมดํา จํานวน ๒ ตวั
๓. สายโยงดานหนาท้ังสองขางทําดวยแถบ เย็บติดกับเบาะรองแลว
๔. หวั เข็มขดั ทําดวยเทอรโ มพลาสตกิ สีดํา ชนิดปลดเรว็ คลองประกอบเขากบั หวั ขดั กันเลื่อน โดยรอ ยเปนหว ง ๒ สาย แตละสายมีขอ
เกย่ี ว สามารถปรบั ความยาวได สายท่ีอยูดา นหนามหี วั ขดั ปรบั ความยาว ปลาย
วธิ กี ารใช
ใชสาํ หรับคาดเอว ประกอบเคร่อื งแบบสนามขณะปฏิบตั ภิ ารกจิ สายมีแถบแปรงไนลอน-แถบสักหลาด เย็บติดสําหรับประกอบเขากับหัวเข็มขัด
ปรับความยาว และมแี ถบยางยดื รดั

๓๓ ๓๔

๔. สายโยงดา นหลงั ทาํ ดวยแถบ ปลายสายมีขอเกี่ยวและหวงรูปตัวดี พล่วั สนาม
สามารถปรับความยาวไดดวยหัวขัดกันเลื่อน และมีแถบยางยืดรัดอีกขั้นหนึ่ง
บริเวณเหนือหัวขัดกันเล่ือนมีหูห้ิวเย็บแบบพับทบทําดวยไนลอน และมีแถบ
ประกบเปนสองข้นั ทาบตดิ เปนแถบยดึ ระหวางสว นคลอ งบาซาย-ขวา ใหประกอบ
ติดกัน

วธิ กี ารใช
ใชโยงบา และยึดติดกับเข็มขัดสนาม เปนสายคลองบาซาย-ขวา มีสาย

โยงประกอบเขา กับเขม็ ขัดสนามทัง้ ดานหนาและดานหลัง สายโยงดานหนารอย
เปน หว ง ๒ สาย สว นคลองบา ซา ย-ขวา สามารถปรบั ความกระชับได

ลักษณะท่ัวไป
๑. ตัวพลั่ว ใบพลั่ว ทําดวยเหล็กกลา ริมใบพลั่วดานหน่ึงเจียรใหคม

อกี ดา นหน่ึงเปนฟน คม ดามพลั่วทําดว ยโลหะผสม ใบพลั่วกับดามพล่ัว สามารถ
กางออกและพับเก็บได

๒. ซองพลั่ว ทําดวยผาไนลอนเย็บสองช้ัน ดานหนา ฝาซองพล่ัว
สามารถเปด - ปด และปรับความยาวไดด วยหัวเข็มขัดชนดิ ปลดเรว็ ดานลา งของ
ซองพล่วั ตดิ ตาไกส องตวั ดานหลัง ภายในเสริมดวยยางฟองนํ้า ภายนอกมีสาย
คลองกบั เข็มขดั สนาม ทาํ ดวยแถบ เย็บขนานตามแนวขวางและแนวดิ่ง แนวละ
สองเสน แถบแนวขวางดานลางตดิ ตาไกส องตวั และปลายแถบแนวขวางดานลาง
ติดตาไกสองตัวและปลายแถบแนวดิ่งเสนละหน่ึงตัว เมื่อประกอบตาไกตอง
ตรงกัน ปลายแถบในแนวด่ิงติดกิ๊บกด สําหรับคลองยึดติดกับเข็มขัดสนาม

กกก

๓๕ ๓๖

ภายใน มีแผนหนงั เย็บติดเพ่ือปองกันคมของใบพล่ัวทุกดานและเย็บเสริมสราง หมอขา วสนาม
ทรงดวยแถบยาวตลอดจนถึงปากถุง สวนปลายดามพลั่วเม่ือหมุนออก มีไขควง
๑ ชดุ

วิธกี ารใช
ใชส าํ หรบั ขุดหรอื ตักดนิ เฉพาะบุคคล ใบพลวั่ รูปทรงหาเหลยี่ ม สามารถ

กางออกไดในแนวฉากและแนวตรง สามารถพับเก็บได ดามพล่ัวกลม ภายใน
กลวง ปลายดา มมฝี าเปด-ปด แบบเกลียวสาํ หรับใสเ คร่ืองมือหรือปุ กรณขนาดเล็ก
อยา ใชพ ล่ัวงดั ดินหรือหนิ จนเกนิ กําลงั อาจทาํ ใหดามพล่ัวแตกหกั ได การนาํ พล่ัว
สนามไปใชปฏิบัติงานโยธาภายในหนวยถือวาใช สป. ผิดประเภทและไมคุมคา
ควรใชจ อบหรือพลั่วที่ใชกับงานนน้ั ๆ โดยตรง

ลกั ษณะท่ัวไป

๑. หมอขา ว ตวั หมอขาวพรอ มฝาและรองใน ทาํ ดว ยอะลูมเิ นียมเคลือบ
สารปองกันกรด-ดาง ดานนอกของหมอขาวและฝาพนสีชนิดดานแบบทนไฟ
หูหว้ิ ทําดว ยอะลูมเิ นยี ม ตดิ กับหมอ ขาวดวยหมุด ตรงกลางเจาะเปนชองตาม

แนวยาว เพื่อประกอบกับหมุดใหสามารถหมุนและเลื่อนขึ้นลงแนบกับฝาหมอ
และกน หมอขาวได พนสีชนิดดานแบบทนไฟ รองในหมอขาวสนาม แยกเปน
สองช้ิน สามารถประกอบเขา กบั ตวั หมอและเปดฝาไดพอดี

๒. ถงุ หมอ ขาวสนามพรอมฝา ทําดวยผาไนลอน ดานหลังมีสายคลอง
กบั เขม็ ขดั สนาม ทําดวยแถบ เย็บขนานตามแนวขวางและแนวดิ่ง และปลาย
แถบแนวด่ิงเสนละหนึ่งตัว เมื่อประกอบกับเข็มขัดสนามรูตาไกตองตรงกัน

ปลายแถบแนวดิ่งติดกิ๊บกดสาํ หรบั คลอ งยดึ ติดกบั สายเข็มขัดสนาม ฝาถุงเปด -ปด
ดว ยแถบแปรงไนลอน-สกั หลาด หมอขาว ฝา และรองใน เมอ่ื ประกอบเขา ดวยกัน
สามารถสวมใสไดพ อดกี ับถุงหมอ ขาวสนาม

๓๗ ๓๘

วธิ ีการใช กระติกน้าํ
ใชสําหรับบรรจุและเปนอุปกรณประกอบอาหาร หมอขาวสามารถใช

ตมนํ้าหรือหุงขาวไดเมื่อจําเปนจริง ๆ ในกรณีตองปฏิบัติงานเปนหนวยทหาร
ขนาดเล็ก แตหากปฏิบตั ิงานเปนหนว ยระดับกองรอ ยข้ึนไป จะประกอบอาหาร
โดยใชชุดสูทภัณฑเปนหลัก การใชหมอขาวหุงตมน้ันจะเปนการอุนอาหาร
มากกวา ซงึ่ ไมใชไฟแรงมาก เช้ือเพลิงท่ีเหมาะสมที่สุดที่จะใชกับหมอขาวสนาม
คือเช้อื เพลงิ แขง็

ลกั ษณะทวั่ ไป
๑. กระติกนํ้าพรอมฝา ตัวกระติก ทําดวยวัสดุ LDPE มีความยืดหยุน

สามารถพับงอหรือยุบตัวไดโดยไมแตกหัก เม่ือมีการบิดตัวสามารถคืนรูปได

ฝากระติก ทําดว ยวสั ดุ HDPE ดา นในมีเกลียวและมีแผนยางหรือวัสดุสังเคราะห
ยึดตดิ สามารถปองกันนา้ํ ร่วั ซมึ มีสายยึดตดิ กบั ตวั กระติก

๒. ถุงกระติกนํา้ ทาํ ดวยผา ไนลอน ดา นบนเวน ชองสําหรบั ฝากระติกนํา้

และมีฝาเปด-ปด ภายในฝาเย็บตดิ ดวยแถบแปรงไนลอน-แถบสักหลาด กน ถุงติด
ตาไก ดานหลังมสี ายคลอ งกับเข็มขดั สนาม ทําดว ยแถบเย็บขนานตามแนวขวาง
และแนวด่งิ แนวละสองเสน แถบแนวขวางดานลา งติดตาไกสองตัว และปลาย

แถบแนวด่งิ เสน ละหนง่ึ ตัว เม่อื ประกอบกบั เข็มขดั สนามรตู าไกตองตรงกัน ปลาย
แถบในแนวดิ่งติดกบิ๊ กด สําหรับคลองยึดติดกับสายเข็มขัดสนาม ตัวกระติกน้ํา
และถงุ กระตกิ น้าํ สามารถสวมใสกนั ไดพอดี

๔๐

๓๙ เส้ือกนั ฝน

วิธีการใช
ใชส าํ หรบั บรรจเุ ฉพาะน้าํ ดม่ื กอนใชตองทําความสะอาดกอน หลังการ

ใชกอ นเก็บตอ งใหภายในกระติกแหงสนทิ

ลักษณะทั่วไป

เปน เสือ้ แขนยาวแบบครึ่งตัว ตัดเย็บดวยผาไนลอนเคลือบสารปองกัน
การรั่วซึม มีผาซับใน ชายเสื้อยาวถึงสะโพก ดานลางภายในรอยเชือก
ใยสังเคราะหส าํ หรบั ใหก ระชบั ตวั มีสว นคลุมศีรษะซอ นอยูในปกเสื้อ เปด-ปดได

ดว ยซิบพลาสตกิ อกเสือ้ ดา นขวามีแถบสักหลาดสาํ หรับตดิ ปา ยช่ือ บริเวณเหนือ
ชายเสอ้ื ดา นหนา มกี ระเปา ปะแบบขยายขางรปู สีเ่ หลยี่ ม ฝากระเปาเฉยี งท้ังสอง
กระเปา เปด-ปดดวยแถบแปรงไนลอน-แถบสักหลาดสาบเสื้อดานหนาติดซิป

พลาสติกยาวตลอดตัวเสื้อ และเย็บติดดวยแถบแปรงไนลอน-แถบสักหลาด
จํานวนหาจุดตรงบริเวณสาบเส้ือดานบนถึงสาบเส้ือดานลางโดยเวนระยะหาง
เทา ๆ กัน ปลายแขนเส้ือทั้งสองขางตรงดานในชิดกับลําตัว ติดแผนรัดขอมือ

ปรับขนาดดวยแถบแปรงไนลอน-แถบสักหลาด

๔๑ ๔๒

วธิ กี ารใช กระเปา ใสซองกระสุน
ใชเปนเสื้อคลุมสําหรับกันฝน สําหรับทหารท่ีปฏิบัติหนาท่ีในฐาน
ลกั ษณะทั่วไป
ปฏบิ ัตกิ าร หรอื การใชในการลาดตระเวนรอบฐานทีต่ ้ังหนวย หรือการปฏิบัติการ เปนกระเปาผาไนลอน ลกั ษณะเปน กลอ งรูปทรงส่ีเหล่ยี มผืนผา ดานบน
ที่ไมประกอบเครอื่ งสนาม
มฝี าเปด -ปดและปรับความยาวแถบไดดว ยหวั เข็มขัดชนิดปลดเร็ว ภายในมีแถบ
การปรนนิบัติบํารงุ เย็บก้ัน แบงเปนสามชองสําหรับใสซองกระสุน ดานหลังมีสายคลองเข็มขัด
หากไมส กปรกมากสามารถใชผาชุบนํ้าเช็ดออกได หามใชทินเนอรหรือ สนาม ทาํ ดวยแถบไนลอน เยบ็ ขนานตามแนวขวางและแนวด่ิง แนวละสองเสน
แถบแนวขวางดานลางติดตาไกสองตัว และปลายแถบแนวด่ิงเสนละหน่ึงตัว
นํ้ามันเช็ดทําความสะอาด เพราะจะทําใหสารที่เคลือบหลุดรอน หากจะซักทํา เมื่อประกอบกับเข็มขัดสนามรูตาไกตองตรงกัน ปลายแถบในแนวดิ่งติดก๊ิบกด
ความสะอาด ควรใชส บหู รือผงซกั ฟอกทไี่ มมสี ารฟอกขาว ควรซกั ดวยมือ หามซัก สาํ หรับคลองประกอบกับสายเข็มขดั สนาม
เคร่ือง และไมควรแชนานเกินไป ไมบดิ ใหย กขนึ้ จากน้าํ โดยลางสบูใ หสะอาด แลว
ผ่ึงตากโดยการตากบนราวในที่รม วิธกี ารใช
ใชสําหรับบรรจุซองกระสุน ปน ของ M16 A1,A2,M4,TARVOTARR1

ขนาด ๓๐ นัด ได ๓ ซอง มอี ัตราจาย ๒ ใบตอกาํ ลังพล ๑ นาย

๔๓ ๔๔

กระเปา อเนกประสงค ซองปน พกสนาม

ลกั ษณะท่วั ไป ลกั ษณะท่ัวไป
เปน กระเปาผา ไนลอน ลักษณะเปนกลองรปู ทรงสีเ่ หล่ยี มผืนผา ดานบน เปน ซองปนพกชนิดรัดตนขา ซองบรรจุปนทําดวยผาไนลอน เย็บเปด

มฝี าเปด -ปดและปรบั ความยาวไดด วยหวั เขม็ ขดั ชนิดปลดเรว็ ภายในมีผาเย็บก้ัน ปากเปน ชอ งดานบนและดา นลา ง และมีชอ งสาํ หรบั ใสซองกระสุนสามารถขยาย
เปนสองชอ ง ชองหน่งึ สาํ หรับใสแกวน้าํ พรอมฝาปดแบบเกลียวชนิดปองกันการ ขา งได เปด-ปด ไดด วยแถบแปรงไนลอน-แถบสักหลาด ดานขางดานนอกมีแถบ
ร่ัวซมึ อกี ชองหนง่ึ สําหรับใสอ ุปกรณและมีท่เี สยี บปากกา ดา นหลัง มสี ายคลอง เย็บเสริมใหแข็งแรง มีแถบเย็บทับแนวขวางเปนชองเสียบอุปกรณขนาดเล็ก
เข็มขัดสนามทําดว ยแถบ เย็บขนานตามแนวขวางและแนวดิ่ง แนวละสองเสน จํานวนสามแถบพรอ มมแี ถบปดชองเสียบอุปกรณ ปลายแถบดานลางยึดติดกับ
แถบแนวขวางดานลางตดิ ตาไกส องตัว และปลายแถบแนวด่งิ เสน ละหนงึ่ ตวั เม่อื ซองปนไดดว ยกบ๊ิ กด มีสายรดั ดามปน พกสองสาย สายหนึง่ เย็บทป่ี ากซองปนท่ีมี
ประกอบกบั เข็มขัดสนามรูตาไกตองตรงกัน ปลายแถบในแนวดง่ิ ตดิ กิบ๊ กดสําหรับ สองแถบ สามารถแยกประกอบติดกันเพ่ือใชรัดดามปนดวยแถบแปรงไนลอน-
คลอ งประกอบกบั สายเข็มขดั สนาม แถบสกั หลาด อกี สายหนึ่งเยบ็ ตดิ กบั ซองปนดา นชดิ ลาํ ตวั รดั ตรงึ ดามปนไดดวย
แถบแปรงไนลอนโดยยึดเกาะกับแถบสักหลาดท่ีดานขางซองปน สายรัดขา
วิธีการใช สองสาย ทําดวยแถบ เยบ็ ติดกบั ซองปน ดานชดิ ลาํ ตวั ดานบนและดานลา งมี
ใชส าํ หรับบรรจุแกว นํ้าและอุปกรณข องใชส ว นตัวขณะปฏิบตั ภิ ารกิจ
การก

๔๕ ๔๖

หัวเขม็ ขัดปลดเร็ว ปรับความยาวดวยหวงปรับสายกันเลื่อน สายคลองเข็มขัด กระโจมบคุ คลสําเร็จรปู
สนามทําดวยแถบประกอบเปนสองสวน คือ สว นที่เย็บตดิ กับซองปนดา นชดิ ลาํ ตัว
และสวนที่รอยเขา กับสายเข็มขัดสนาม สามารถประกอบเขากันไดดวยหัวเข็มขัด
ชนิดปลดเร็ว

วธิ ีการใช
ใชสาํ หรับบรรจปุ นพกแบบ ๑๑ มม. บรเิ วณตน ขา

ลกั ษณะทว่ั ไป
ตัวกระโจมและหลังคากระโจม ทาํ ดว ยผาไนลอนเคลือบสารปองกนั การ

รวั่ ซึม มีประตูแบบสองช้ัน ช้นั นอกทาํ ดว ยผา ไนลอน ช้นั ในทําดว ยผา มงุ เปด-ปด
ดว ยซปิ จํานวนสองประตู พื้นกระโจมเคลือบสารกันนํ้าซึมท้ังสองดาน เพดาน
กระโจมเจาะเปนชองระบายอากาศ มีเสาโครงหลังคาหน่ึงอันและเสาโครง
กระโจมสองอัน ทําดวยวัสดุสังเคราะหทรงกลม ภายในกลวง ปลายมีขอตอ
ภายในมเี ชอื กยางยดื สอดรอยตลอดความยาว สามารถพับเก็บและบรรจุในถุงใส
กระโจมไดพอดี มีหมุดกระโจม ทําดวยเหล็กกลาไรสนิมจํานวนส่ีอัน ถุงใส
กระโจม ทาํ ดวยผา ชนิดเดียวกบั ตัวกระโจม ปากถงุ รอยเชือกใยสงั เคราะหชนิดกลม
พรอ มมีตวั ปรับขนาดปากถงุ มีหูหิ้ว ทําดว ยแถบใยสังเคราะหเ ยบ็ ติดรอบตัวถุงให
เปนหหู ้วิ สองสาย

วธิ กี ารใช
ใชส ําหรบั พักแรม กระโจมหนึง่ หลังสามารถพักไดจ าํ นวนหนง่ึ คน

๔๗ ๔๘

การปรนนบิ ัติบํารุง ถุงผา ใบสนาม
หากไมส กปรกมากสามารถใชผาชุบน้ําเช็ดออกได หามใชทินเนอรหรือ

น้ํามันเช็ดทําความสะอาด เพราะจะทําใหสารที่เคลือบหลุดรอน และทําให
กระโจมร่ัวซึม หากจะซักทําความสะอาด ควรใชสบูหรือผงซักฟอกท่ีไมมีสาร
ฟอกขาว ควรซักดวยมอื หา มซกั เครอื่ ง และไมค วรแชนานเกนิ ไป ไมบ ดิ ใหยกข้ึน
จากนํ้าโดยลา งสบูใหส ะอาด แลว ผงึ่ ตากโดยการตากบนราวในทรี่ ม

ลักษณะทัว่ ไป
เปนถงุ รปู ทรงกระบอก กน ถงุ เปน รูปสี่เหลี่ยมทําดวยผาไนลอน มีหูห้ิว

สายสะพายมีสองสายเชนเดียวกับเปสนาม ทําดวยแถบดานในมีเบาะรองเย็บ
ทาบติด ทําดวยผาไนลอนและเสริมดวยยางฟองน้ําสามารถถอดประกอบและ
ปรับขนาดไดด ว ย หัวเขม็ ขดั ชนิดปลดเร็ว ระหวา งหหู ิ้วและสายสะพาย มีกระเปาปะ
รปู สี่เหล่ยี มพรอ มฝาปด รอบปากถงุ ตดิ ตาไกเ วนระยะหา งเทา ๆ กัน จํานวนส่ีตัว
และมขี อเกยี่ ว

วธิ กี ารใช
ใชบ รรจุส่ิงอปุ กรณ หรือของใชส ว นตัวขณะปฏิบตั ภิ ารกิจ อยาใชบรรจุ

สิ่งของทแ่ี หลมคมหรือแตกเสยี หายงา ย จะทาํ ใหส ง่ิ ของท่ีมีคมหรือแตกหักทําให
ผืนผาขาดได การเคล่ือนยายอยา ลากถไู ปกับพืน้ จะทําใหถ งุ ชาํ รุดได

๔๙ ๕๐

การปรนนิบัติบาํ รุงเครือ่ งสนาม รอยเปอนบางอยางไมสามารถลบรอยเปอนดวยนํ้า ตองลบดวยนํ้ามัน
เชน หมากฝรง่ั หมึกแหง กาว พลาสติก น้ํามัน สีนํ้ามัน ใหทําความสะอาด
องคประกอบที่สาํ คัญของเครอื่ งสนาม สามารถแยกเปนประเภทใหญๆ รอยเปอ นน้ีกอ นและนาํ ไปซักลางดว ยสบูหรือผงซักฟอกทไ่ี มมีสารฟอกขาว และ
ได ๓ ประเภท คือ ไนลอน โลหะ และวัสดุสังเคราะห การปรนนิบัติบํารุงรักษา ไมควรใชสารฟอกสีประเภทคลอรนี จะทาํ ใหสขี องผา ซดี จางเร็วและเปน รอยดาง
แตล ะประเภทมีดังน้ี
๒. โลหะ สว นท่เี ปนโลหะตาง ๆ เมื่อสกปรกเปน เวลานานจะทําใหเกิด
๑. ไนลอน หรอื ใยสงั เคราะหผ สมฝาย เมื่อเกิดสิง่ สกปรกจากเหงื่อดิน สนมิ ไดงาย ทําความสะอาดโดยใชผ าชุบนํ้าเช็ดแลวเช็ดแหงอีกครั้ง ถาหากเกิด
โคลน หรอื สิง่ อื่น ๆ ควรซกั ดว ยนํา้ สะอาดผสมสบอู อน ๆ หรอื ผงซักฟอกที่ไมมี สนิมมากๆ ควรใชกระดาษทรายขัดออกหรือใชนํ้ายากัดสนิม แลวทาสี
สารฟอกขาว และลางดวยน้ําสะอาดจนหมดสบูหรือผงซักฟอกบบี เอาน้ําออกบาง เชน เดยี วกับสเี ดิมหรอื ใชส ารปอ งกนั สนมิ
แตอยาบิดและผึ่งใหแหงสนิท ไมควรผึ่งแดด หากจําเปนควรผ่ึงแดดแตนอย
เพราะแสงแดดอาจทําใหสีของผาซีดจางเร็วกวาปกติ หากมีรอยเปอนจากสิ่ง ๓. วัสดุสงั เคราะห เชน กระติกนาํ้ หัวเขม็ ขดั ฯลฯ หากมีรอยเปอนส่ิง
ตา งๆ ทส่ี ามารถลบออกดวยน้ําเพียงเลก็ นอยควรใชแ ปรงขนาดเล็ก เชน แปรง ที่สามารถซักลางดวยนํ้าออกก็ใหซักดวยน้ํา ถาเปนรอยเปอนอยางอ่ืนท่ีไม
สีฟน จมุ นํ้าสบหู รือผงซกั ฟอก และลางออกดวยน้ําเฉพาะจุดที่มีรอยเปอน หรือ สามารถซักดวยนํ้าได ก็ใหทําการขูดออกอยาใหถูกเนื้อวัสดุ หรืออาจลบรอย
เชด็ ออกดว ยฟองนาํ้ เปอ นดว ยน้ํามัน ควรพจิ ารณารอยเปอ นวาจะใชส ิ่งใดทาํ ความสะอาด

สําหรับสวนท่ีเคลือบสารสังเคราะห เชน เส้ือกันฝน กระโจมบุคคล
สําเรจ็ รูป ขอควรระวังในการใชพยายามอยาใหเกาะเกี่ยวกับของมีคมหรือกิ่งไม
ตา ง ๆ เพราะอาจจะทําใหสารท่ีเคลือบไวเปนรอยหรือหลุดรอนได หากมีรอย
เปอ นควรลางนา้ํ สะอาด โดยใชแปรงปด อาจใชผงซักฟอกไดเล็กนอย และลาง
ดวยน้ําสะอาด ผง่ึ ในท่รี ม ไมควรผึ่งแดดอาจทําใหสารที่เคลือบกรอบและหลุด
รวงไดเมอ่ื แหงสนิทแลว ไมควรเกบ็ ไวใ นที่ใกลไ ฟหรือความรอนอืน่ ๆ ควรเกบ็ ไว
ในทม่ี ีอากาศถา ยเทไดสะดวก ไมอ ับชนื้


Click to View FlipBook Version