วิทยาลยั เทคนคิ ทงุ สง
โครงการชวี วิถีเพอื่ การพัฒนาอยา งยั่งยนื
ฐานการเรียนรกู ารทาํ โบกาฉิ
โบกาฉิ
การทาํ จุลนิ ทรียแ หง (โบกาฉ)ิ
1. มลู สัตว (ทุกชนิด) 1 สว น (กระสอบ)
สว น (กระสอบ)
2. แกลบดนิ 1 สว น (กระสอบ)
ซซี ี (2 ชอนโตะ)
3. ราํ ละเอยี ด 1 ซซี ี (2 ชอนโตะ)
ลติ ร (1 ถงั )
4. จลุ นิ ทรีย EM 20
5. กากน้ําตาล 20
6. นาํ้ สะอาด 10
วิธีทาํ
ขนั้ ตอนท่ี 1 เตรยี มจลุ นิ ทรยี EM กากนํา้ ตาล ผสมไวในถัง
ขัน้ ตอนที่ 2 นาํ มลู สัตวผ สมกบั รําละเอียด คลุกเคลาใหเ ขากนั
ข้ันตอนท่ี 3 นําแกลบดิบใสลงในน้ําท่ีขยายจุลินทรีย EM ในข้ันตอนท่ี 1 จุมใหเปยก แลว
บีบพอหมาดๆ นํามาคลุกกับสวนประสมขั้นตอนที่ 2 ใหเขากัน ความซื้นประมาณ 40 – 50 %
(กําแลว ไมมนี ํ้าหยดจากหา มมือ)
การหมัก
เอาสวนผสมทั้งหมดบรรจุลงในกระสอบปาน ถุงปุยท่ีอากาศถายเทไดโดยบรรจุ 3/4
ของกระสอบ โดยตองกดใหแนน นําไปวางลงในที่มีฟางรองเพื่อการระบายอากาศในชวงลาง พลิก
กลับกระสอบในวันท่ี 2 3 4 ทุกๆวัน ในวันที่ 2 3 อุณหภูมิจะสูงถึง 50 – 60 องศาเซลเซียส วันที่ 4
และ วันที่ 5 อุณหภูมิจะเย็นลง จนปกติ ตรวจดูไมใหอุณหภูมิเกิน 36 องศาเซลเซียส จุลินทรียแหง
สนทิ สามารถนําไปใชไ ด
การเกบ็ รักษา
เกบ็ รกั ษาเมื่อโบกาฉิแหงสนิท ควรเกบ็ รักษาในทร่ี มไมโ ดนแดดและฝนสามารถเกบ็
รักษาไดป ระมาณ 1 ป
วิธีใช
1. ใชปยุ แหงในแปลงตนไมท ุกชนิด ในอัตราสวนปุย แหง 1 กํามอื /พน้ื ท่ี 1 ตารางเมตร แลว
จงึ ปลูกพืช
2. พชื ผักทม่ี ีอายเุ กนิ 2 เดือน ใชปยุ รองกันหลมุ กอนปลูกประมาณ 1 กํามือ
3. ไมยืนตน ไมผล ควรรองกันหลุมดวยเศษหญา ใบไมแหง ฟางแหง และ ปุยแหง ประมาณ
1-2 บงุ กี๋
4. ไมดอก ไมประดับ ไมกระถาง ควรใสปุยแหง สัปดาหละ 1 คร้ัง ประมาณ 1 ชอนโตะ
รอบโคนตน
ประมวลภาพชาว วท.ทงุ สงในการจัดกจิ กรรมการทําปุย หมกั โบกาฉิ
ณ อาคารโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอยางย่ังยืน ป 2563
รว มดวยชวยกนั อยางมคี วามสขุ กับกิจกรรม
ชว ยกนั ผสมพรอมเรยี นรขู น้ั ตอนการทาํ ปยุ โบกาฉิ
รดดว ยจุลนิ ทรีย EM
ฐานการเรยี นรูการทาํ นาํ้ ยาเอนกประสงค
การทําน้ํายาเอนกประสงค
นาํ จลุ นิ ทรีย EM ไปขยายกับเปลือกสบั ปะรดผานขน้ั ตอนการหมัก พรอมใสหัว
เชื้อนํ้ายาลางจาน
ข้นั ตอนการทําผลติ ภณั ฑนาํ้ ยาเอนกประสงค
1. เตรยี มเปลอื กสับปะรดประมาณ15 กิโลกรัม
2. ลา งทําความสะอาดเปลือกสับปะรด
3. หมกั เปลอื กสับปะรดโดยใสนาํ้ ใหปร่ิมวสั ดุ
4. ใส EM ขยาย ประมาณ 200 ml
ประมวลภาพชาว วท.ทุงสงในการจดั กิจกรรมการทาํ
นํา้ ยาเอนกประสงค ณ อาคารโครงการชีววิถีเพือ่ การพัฒนา
อยางยั่งยนื ป 2563
กลาวเปด โครงการโดย นักศึกษา ปวส. แผนกบัญชี
เรยี นรอู ยางมคี วามสขุ โดย นกั ศกึ ษา ปวส. แผนกบญั ชี
ฐานการเรยี นรูจลุ นิ ทรยี EM
จลุ ินทรียมปี ระสทิ ธภิ าพ (EM)
จลุ นิ ทรียม ีประสทิ ธิภาพ คืออะไร
EM ยอมาจาก Effective Microorganisms หมายถึง กลุมจุลินทรียท่ีมีประสิทธิภาพ ซ่ึง
ศ.ดร.เทรูโอะ ฮิหงะ นักวิทยาศาสตรผูเช่ียวชาญสาขาพืชสวน มหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาวา
ประเทศญี่ปุน ไดศึกษาแนวคิดเรื่อง “ดินมีชีวิต” ของทานโมกิจิ โอกะดะ (พ.ศ.2424-2489) บิดา
เกษตรธรรมชาตขิ องโลก จากน้นั ดร.ฮหิ งะ เริม่ คนควา ทดลองตั้งแตป พ.ศ.2510 และคนพบ EM เม่ือ
พ.ศ. 2526 ทานอุทิศทุมเททําการวิจัย ผลปรากฏวา กลุมจุลินทรียนีใชไดผลจริง หลังจากนั้นศาสนา
จารยวาคุกุมิ ไดนํามาเผยแพรในประเทศไทย โดยทานเปนประธานมูลนิธิบําเพ็ญสาธารณประโยชน
ดวยกิจกรรมทางศาสนา หรือ คิวเซ (คิวเซ แปลวา ชวยเหลือโลก) ปจจุบันตั้งอยูท่ี อ.แกงคอย
จ.สระบรุ ี
จากการคนควาพบความจริงเก่ยี วกับจลุ นิ ทรียวามี 3 กลมุ คือ
กลมุ สรา งสรรค เปน กลุม จลุ ินทรยี ท ่มี คี ณุ ภาพ มีประมาณ 10%
กลมุ ทาํ ลาย เปนกลุมจุลนิ ทรียทีเ่ ปนโทษ ทาํ ใหเกดิ โรค มปี ระมาณ 10%
กลุมเปนกลาง มีประมาณ 80% จุลินทรียกลุมนี้หากกลุมใดมีจํานวนมากกวา กลุมน้ีจะ
สนบั สนุนหรือรวมดว ย
ดงั น้นั การเพิ่มจุลินทรียท่ีมีประสิทธิภาพในดิน ก็เพ่ือใหกลุมสรางสรรคมีจํานวนมากกวา ซ่ึง
จุลินทรียเหลานั้นจะชวยปรับปรุงโครงสรางของดินใหกลับมีพลังข้ึนมาอีกหลังจากท่ีถูกทําลายดวย
สารเคมจี นดินตายไป
จุลนิ ทรียม ี 2 ประเภท
ประเภทตองการอากาศ (Aerobic Bacteria)
ประเภทไมตองการอากาศ (Anaerobic Bacteria)
จลุ นิ ทรยี ทั้ง 2 กลุมนี้ ตางพึง่ พาอาศัยซึง่ กนั และกัน และสามารถอยูรวมกันไดจากการคนควา
ดังกลาว ไดมีการนําจุลินทรียท่ีไดรับการคัดและเลือกสรรอยางดีจากธรรมชาติ ที่มีประโยชนตอพืช
สัตว และสิ่งแวดลอ มมารวมกัน 5 กลุม (Families) 10 จนี ัส (Genues) 80 ชนิด (Spicies) ไดแ ก
กลุมที่ 1 เปนกลุมจุลินทรียพวกเชื้อราที่มีเสนใย (Filamentous fungi) ทําหนาที่เปนตัวเรง
การยอยสลาย สามารถทํางานไดดีในสภาพท่ีมีออกซิเจน มีคุณสมบัติตานทานความรอนไดดี ปกติใช
เปนหวั เชอ้ื ผลติ เหลา ผลิตปยุ หมกั ฯลฯ
กลุมท่ี 2 เปนกลุมจุลินทรียพวกสังเคราะหแสง (Photosynthetic microorganisms) ทํา
หนาท่ีสังเคระหสารอินทรียใหแกดิน เชน ไนโตรเจน (N2) กรดอะมิโน (Amino Acids) นํ้าตาล
(Sugar) วติ ามนิ (Vitamin) ฮอรโ มน (Hormones และอื่นๆ เพื่อสรางความสมบูรณใ หแ กดนิ
กลุมท่ี 3 เปนกลมุ จลุ ินทรยี ทใี่ ชใ นการหมัก (Zynogumic or Fermented microorganism)
ทําหนาที่เปนตัวกระตุนใหดินตานทานโรคไดดี (Diseases resistant) ฯลฯ เขาสูวงจรการยอยสลาย
ไดดี ชว ยลดการพงั ทลายของหนาดิน ปองกันโรคและแมลงศัครูพืชบางชนิดของพืชและสัตว สามารถ
บําบดั มลพิษในนํ้าสยั ท่ีเกิดจากสงิ่ แวดลอมเปนพษิ ตา งๆ ได
กลมุ ท่ี 4 เปนกลุมจุลนิ ทรยี พวกตรึงไนโตรเจน (Nitrogen fixing microorganism) มีท้ังพวก
ท่เี ปนสาหรา ย (Algae) และพวกแบคทีเรีย (Bacteria) ทําหนาท่ีตรึงกาซไนโตรเจนจากอากาศเพ่ือให
ดินผลิตสารท่ีเปนประโยชนตอการเจริญเติบโต เชน โปรตีน (Protein) กรดอินทรีย (Organic acid)
กรดไขมัน (Fatty acid) แปง (Starch or Carbohydrates) ฮอรโมน (Hormones) วิตามิน
(Vitamin) ฯลฯ
กลุมท่ี 5 เปนกลุมจุลินทรียพวกสรางกรดแลคติก (Lactic acids) มีประสิทธิภาพในการ
ตอตานเชื้อราและแบคทีเรียท่ีเปนโทษ สวนใหญเปนจุลินทรียที่ไมตองการอากาศหายใจ ทําหนาท่ี
เปล่ยี นสภาพดนิ เนาเปอย หรอื ดินกอ โรคใหเ ปนดินตานทานโรค ชวยลดจุลินทรียที่เปนสาเหตุของโรค
พืชท่ีมีจํานวนนับแสน หรือใหหมดไป นอกจากน้ียังชวยยอยสลายเปลือกเมล็ดพันธุพืช ชวยใหเมล็ด
งอกไดดแี ละแขง็ แรงกวา ปกติอีกดว ย
กจิ กรรมการขยายจลุ ินทรีย EM
สูตรการขยาย จลุ นิ ทรียEM
1. จลุ ินทรีย EM 2 ชอนโตะ
2. กากนํา้ ตาล 2 ชอ นโตะ
3. นํ้า 1 ลิตร
วิธีทํา
ผสมจุลนิ ทรีย EM กากนํา้ ตาล และ น้าํ เขาดวยกนั ใสขวดพลาสติกชนดิ ฝาเกลยี วปดฝา
เลยี วใหแนน เกบ็ ไว 5 วัน จะเปนหัวเชือ้ ขยายเปน การนาํ จุลนิ ทรยี ม าขยายใหไดจํานวนมากลดตน ทุน
นําไปใช หรือ ขยายตอไดอีก (เก็บไวไดนาน 3 เดือน)
วธิ ีใช
ใชจ ลุ นิ ทรยี นํา้ ฮอรโ มน สารไลแมลง ฯลฯ