นายคณุ าวุฒิ หอมเกตุ ตาํ แหนง พนักงานราชการ
โครงการชีววิถเี พื่อการพฒั นาอยางยงั่ ยืน รว มกับ วทิ ยาลยั เทคนคิ ทุงสง
เห็ดนางฟ้า
เห็ดนางฟ้า จัดเป็นเห็ดเศรษฐกิจที่สาคัญที่นิยมรับประทานมากไม่แพ้กว่าเห็ดนางรม และ
เห็ดฟาง เน่ืองจาก เห็ดชนิดนี้สามารถเพาะได้ง่าย มีเวลาในการเพาะส้ัน ดอกเห็ดออกจานวนมาก
ดอกเห็ดให้เนอื้ นมุ่ สามารถนามาประกอบอาหารไดห้ ลายชนดิ อาทิ แกงเลยี ง และตม้ ยา เป็นต้น
• ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ : Pleurotus sajor-caju (Fr.) Sing.
• ชอ่ื สามัญ :
– Sarjou-caju Mushroom
– Grey oyster mushroom
– Indian mushroom
• ชอื่ ทอ้ งถ่ิน :
– เหด็ นางฟ้า
– เห็ดแขก
• ถิน่ กาเนิด : แถบเทือกเขาหมิ าลยั ประเทศอินเดีย
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ดอกเห็ดนางฟา้ จะมีลกั ษณะคลา้ ยกบั ดอกเห็ดเปา๋ ฮื้อ และดอกเหด็ นางรม และคล้ายกับเห็ด
นางรมมากจนเกือบแยกไม่ออก แต่สีของขอบดอกของเห็ดนางฟ้าจะอ่อนกว่าเห็ดนางรม ในขณะท่ี
เห็ดนางรมขอบดอกจะมสี ีคล้ามากกว่า สว่ นตัวดอกเห็ดนางฟ้าจะบางกวา่ เหด็ นางรม และมีครีบอยู่ชิด
กันมากกว่า และเมื่อเทียบกับเห็ดเป๋าฮ้ือ พบว่า ก้านดอกของเห็ดนางฟ้าจะค่อนอยู่ตรงกลางดอก
มากกว่าดอกของเห็ดเป๋าฮ้ือท่ีเย้ืองไปอยู่ริมขอบดอกด้านใดด้านหน่ึง และก้านดอกของเห็ดนางฟ้าจะ
เลก็ กว่าก้านดอกของเห็ดเป๋าฮื้ออย่างชัดเจน ส่วนเห็ดนางฟ้าอีกชนิด คือ เห็ดนางฟ้าภูฐาน เป็นเห็ดท่ี
นาเข้ามาจากประเทศภูฐาน ซึ่งปัจจุบันกาลังเป็นท่ีนิยมเช่นกันโดยดอกเห็ดนางฟ้าอาจออกเป็นดอก
เด่ยี วหรือออกเปน็ กระจกุ แนน่ มีกา้ นดอกส้ัน สีขาว ไม่มีวงแหวน ดอกเห็ดอ่อนมีสีขาว เม่ือแก่มากสีมี
สขี าวอมสีน้าตาลอ่อน มีเส้นใยค่อนขา้ งละเอยี ด
ประโยชนเ์ หด็ นางฟ้า
1. เห็ดนางฟ้านยิ มนาดอกเหด็ สดมาประกอบอาหาร เชน่ เหด็ นางฟ้าชุบแป้งทอด ตม้ ยาเห็ด
นางฟา้ และห่อหมกเห็ดนางฟ้า เป็นตน้
สรรพคณุ ทางยา
1. ชว่ ยปอ้ งกนั โรคมะเร็ง
2. ลดไขมันในเสน้ เลือด
คณุ คา่ ทางอาหาร (100 กรมั )
1. น้า (กรัม) 90.27
2. แคลอรี (กิโลแคลอร)ี่ 33.32
3. ไขมัน (กรมั ) 0.07
4. คาร์โบไฮเดรต (กรมั ) 4.47
5. โปรตนี (กรัม) 3.38
6. ใยอาหาร (กรมั ) 0.47
7. แคลเซียม (มลิ ลกิ รัม) 1.90
8. เหลก็ (มิลลกิ รมั ) 0.85
9. ฟอสฟอรสั (มลิ ลิกรัม) 87.44
10. วติ ามนิ บี 1 (มลิ ลิกรมั ) 0.006
11. วติ ามินบี 2 (มิลลิกรมั ) 0.08
• แร่ธาตุ (minerals)
ขน้ั ตอน และวิธีการเพาะเห็ดนางฟ้า
โรงเรือน และวสั ดเุ พาะ
1. โรงเรือน
สาหรับเห็ดนางฟ้าจะใชโ้ รงเรอื นทีว่ างเปน็ รปู ตวั เอ และควรมีอากาศถ่ายเทดีพอสมควร มี
แสงตามความต้องการของเห็ด จะสงั เกตไดค้ อื เม่ือเดินทางเข้าในโรงเห็ดแล้วควรจะหายใจสะดวก ไม่
อบั ช้นื หรือร้อนเกนิ ไปโครงสร้างของโรงเรือนทา ได้ 2 แบบ แบบแรกเป็น โรงเรือนชั่วคราว ใช้วัสดุไม่
ถาวร ลงทุนไม่มาก เสาทา ด้วยไม้ไผ่ หรือเสาเข็ม หลังคามุงด้วยจากหรือหญ้าคา อายุการใช้งาน
ประมาณ 3 – 4 ปี
โรงเรือนถาวร เป็นโรงเรือนสังกะสีหรือกระเบ้ืองลอน แต่อาจมีปัญหาเร่ืองความร้อน จึง
ควรทา หลงั คาให้สูงขึ้น และควรมที อ่ น้าพาดบนหลังคาเพือ่ ปลอ่ ยนา้ รดลงมาในเวลาที่อุณหภูมิสูงมาก
อายุการใช้งานประมาณ 10 ปขี ้ึนไป
2. การจดั วางก้อนเช้อื เห็ดนางฟ้าในโรงเรือน
โรงเรือนนี้ภายในทาเป็นแผงสาหรับวางก้อนเชื้อ ไม่จาเป็นต้องกาหนดเป็นรูปแบบ
ตายตัว สามารถวางเห็ดได้มาก นิยมใช้ไม้ไผ่ประกอบกันเป็นรูปตัวเอ (A) หรือรูปสามเหล่ียมทรงสูง
แล้ววางก้อนเชื้อซ้อนทับกนั ไป หนั ปากถุงออกทางด้านข้างช้ันท้ังสองด้าน ทาช่องระบายอากาศขนาด
40 x 60 เซนติเมตร จานวน 1– 2 ช่อง สาหรับระบายอากาศด้วยการวางถุงก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าจะ
วางในแนวนอน เช่น การวางในแนวนอนโดยวางซ้อนกันบนแผงรูปตัวเอ ประมาณ 3 – 5 ก้อน หรือ
วางซ้อนกันบนพื้นโรงเรอื น ดอกเห็ดจะโผล่ออกมาทางปากถุง
3. วสั ดุเพาะ และสารอาหาร
วัสดุท่ีนิยมใช้เป็นวัสดุหลักในการเพาะเห็ดนางฟ้า คือ ข้ีเล่ือยไม้ยางพารา เน่ืองจาก
สามารถนามาใช้ได้เลย โดยไม่ต้องหมัก เก็บรักษาง่าย สามารถเก็บไว้ในสภาพแห้งๆ ก็ได้ หรือท้ิงอยู่
กลางแจง้ เปียกน้า เปยี กฝนก็ได้
การใสอ่ าหารเสริม
ในการทาก้อนเชื้อ มักนิยมเติมแร่ธาตุอาหารสาเร็จรูปหรืออาหารเสริมท่ีเห็ดสามารถ
นาไปใชไ้ ดโ้ ดยตรงในกองขเี้ ลือ่ ยหมกั หรือขเ้ี ลือ่ ยไม้เน้อื อ่อน เพ่อื ให้เส้นใยเดินเร็ว และให้ผลผลิตสูงข้ึน
อาหารเสรมิ ท่ใี ชไ้ ด้แก่
1. ราละเอยี ด อุดมไปด้วยโปรตีนและวติ ามินบี ซง่ึ เปน็ ทีต่ ้องการของเหด็ มาก
2. ปูนขาว และยิบซ่ัม ปูนขาวช่วยลดความเป็นกรด และยิปซ่ัมช่วยลดความเป็นด่าง เพื่อ
ให้วสั ดุเพาะมสี ภาพเปน็ กลาง หรือค่าของกรดดา่ งอยู่ในระดับ 6.5 – 7.2
3. ดเี กลอื ชว่ ยกระตนุ้ การเจริญเติบโตของเส้นใย และเรง่ การเกดิ ดอกเห็ด
สูตรสว่ นผสมกอ้ นเชื้อเห็ดนางฟ้า
1. ข้เี ล่อื ยไม้ยางพาราแห้ง 100 กิโลกรมั
2. ราละเอยี ด 5 กิโลกรมั
3. ปนู ขาว 1 กิโลกรมั
4. ยิบซมั่ 2 กโิ ลกรัม
5. ดีเกลอื 0.2 กโิ ลกรัม
6. ความช้ืน (น้า ) 50 – 60 เปอรเ์ ซน็ ต์
ขั้นตอนการเพาะนางฟ้าในถุงพลาสตกิ
1. การผลิตหวั เช้อื บรสิ ทุ ธิ์
2. การผลิตหัวเชอ้ื บนเมล็ดข้าวฟา่ ง
3. การผลติ ก้อนเชอื้ เหด็ นางฟ้า
4. การบ่มเสน้ ใยเห็ดนางฟา้
5. การเปิดดอกเห็ดและการดแู ลรักษา
1. การผลติ หวั เชือ้ บริสุทธิ์
คือ การนาเอาดอกเห็ดหรือสปอร์มาเพาะให้เห็ดเจริญขึ้น เป็นเส้นใย เพื่อใช้ขยายพันธ์ุ
ไปทา หวั เชื้อตอ่ ไป โดยจะเล้ยี งเสน้ ใยเห็ดบนวนุ้ PDA
1.1 อุปกรณ์ท่ีจะใช้ในการแยกเช้ือเห็ด ประกอบด้วย เข็มเขี่ยเชื้อ ตะเกียงแอลกอฮอล์
และตูเ้ ข่ียเชื้อ เวลาใชก้ ็ยกส่ิงของตา่ งๆ ท่ตี อ้ งการเขา้ ไปไว้ภายในแล้วปดิ ช่องเสียไม่ให้ลมพัดเข้าไป แต่
ด้านบนของตู้ควรมีช่องให้อากาศหรือลมร้อนระบายออกได้เล็กน้อย ก่อนใช้งานจะต้องเช็ดตู้ฆ่าเช้ือ
ภายในให้ทั่วดว้ ยแอลกอฮอล์
1.2 การคัดเลือกดอกเห็ดมาทาพันธ์ุ เลือกดอกเห็ดที่มีลักษณะสมบูรณ์ เป็นดอกท่ีโต
แข็งแรง ดอกใหญ่ น้าหนักดอกมาก เน้ือแน่น ก้านดอกมีลักษณะแข็งแรงหรือโคนต้นหนา อายุ
ประมาณ 3 วนั หรือก่อนปล่อยสปอร์ 1 วัน ดอกเห็ดที่จะนา มาแยกเชื้อนี้อย่าให้เปียกน้าเป็นอันขาด
ซงึ่ ถ้าเปน็ ดอกที่เพง่ิ เก็บเอามาจากแปลงใหมๆ่ ยิ่งดี
การทาอาหารวุ้น PDA
สูตรอาหารเล้ียงเช้ือเห็ด มีอยู่ด้วยกันหลายสูตรแตกต่างกันออกไป แต่ในการเล้ียงเช้ือเห็ด
นางฟ้า นิยมใช้สูตร PDA สูตรน้ีซ่ึงมาจากภาษาอังกฤษโปเตโต้ เด๊กโทรส อะก้าร์ มีวิธีการทา ท่ีง่าย
และสว่ นผสม ดงั น้ี
1) มนั ฝรงั่ ปอกเปลอื กหน่ั เป็นช้นิ เล็กๆ แลว้ ต้มเอาแตน่ ้า 200 – 300 กรมั
2) นา้ ตาลเดก๊ โทรสหรือกลูโคลิน 20 – 40 กรัม
3) วนุ้ 15- 20 กรัม
4) น้าสะอาด 1 ลติ ร
วิธีเตรยี มสารอาหาร PDA
1) ช่ังมันฝรั่งประมาณ 250 กรัม นามาปอกเปลือกแล้วห่ันเป็นชิ้น ขนาดเท่ากับลูกเต๋า นา
ลงต้มในนา้ ประมาณ 1.2 ลิตร ต้มด้วยไฟท่ีอ่อนๆ และให้น้า เดือดประมาณ 15 นาที มันฝร่ังก็จะสุก
พอน่มิ
2) กรองเอาแต่น้าออกมา และต้มต่อไปพร้อมกับเติมวุ้นผง จานวน 15 กรัม กวนจนวุ้น
ละลายหมดประมาณ 10 นาที
3) เติมน้าตาลเด๊กโทรส จานวน 20 กรัมลงไป คนให้ละลาย แล้วตวงให้ได้ จานวน 1 ลิตร
พอดีหรอื ใกล้เคียง
4) นาน้ามันฝร่ังมากรอกใส่ในขวดแบนท่ีแห้งและสะอาด ใส่ให้สูงกว่าก้นขวดเพียง 2 – 3
เซนตเิ มตร
5) อุดขวดดว้ ยจุกสาลีเอากระดาษหุ้มแลว้ ใชส้ ายยางรัด
6) นาขวดอาหารไปนึ่งในหม้อนึ่งความดัน ให้มีความดันไอน้าจานวน 15 ปอนด์ ต่อ
ตารางนิ้ว นานประมาณ 20 นาที
7) นา ออกมาวางเรียงกัน ทิ้งไว้ให้วุ้นเกือบเย็น นา ขวดอาหารวุ้นมาเอียงนอนลงให้วุ้นแผ่
กวา้ ง เพอื่ เพิม่ พืน้ ท่ผี วิ ว้นุ ในถา่ ยอาหารวุ้นเลยกง่ึ กลางขวดเล็กนอ้ ย
8) ใช้ไม้บางๆ รองปากขวดให้สูงเหนือจากพ้ืนเล็กน้อยในขณะท่ีเอนและควรระวังไม่ให้วุ้น
ถูกกบั สาลโี ดยตรง
วธิ กี ารเขยี่ เน้ือเยอื่
ก่อนทาการแยกเน้ือเย่ือ ควรล้างมือฟอกสบู่ให้สะอาด และเช็ดมือให้แห้ง และเตรียม
อุปกรณ์ต่างๆ ไว้ในตู้เข่ียเช้ือแล้ว คือ ดอกเห็ดที่จะใช้แยกเน้ือเยื่อ ขวดอาหารวุ้น PDA เข็มเขี่ยเชื้อ
และตะเกยี งแอลกอฮอล์
1) เอาเข็มเข่ียจุ่มแอลกอฮอล์ แล้วลนไฟบนปลายเข็มเขี่ยร้อนแดง ทิ้งไว้ให้เย็นในอากาศ
ประมาณ 10 วินาที
2) ขณะที่รอให้เข็มเย็น ใช้มืออีกข้างหนึ่งและนิ้วส่วนที่เหลือจากจับเข็มเขี่ยจับดอกเห็ด
ขึ้นมาฉีก จากขอบดอกลงมาตามแนวยาว ให้ดอกเห็ดแยกออกเป็นสองซีก โดยต้องไม่ให้ส่วนของมือ
หรอื ส่งิ ใดๆ ไปแตะตอ้ งสัมผสั กา้ นดอก และส่วนกลางดอกเหด็ บรเิ วณเนื้อเยอ่ื ท่เี พ่ิงฉีกออกมา
3) ใช้เข็มเข่ียตัดเนื้อเยื่อ ดอกเห็ดออกมาเป็นช้ินเล็กๆ ตรงส่วนท่ีอยู่ระหว่างบริเวณก้าน
ดอกกบั หมวกดอก ซึง่ เปน็ ส่วนทเ่ี นอื้ เยือ่ สมบรู ณ์ท่สี ุด
4) วางดอกเห็ดแล้วเปล่ียนมาจับเอาขวดวุ้น PDA แทน ซ่ึงขวดวุ้น PDA ใช้มือจับขวดวุ้น
PDA ให้กน้ ขวดอยู่ในอุ้งมือ เคลื่อนขวดวุ้นเขา้ ไปหามือท่ีจบั เข็มเขี่ย
5) ใช้นิ้วก้อยกับฝ่ามือที่จับเข็มเข่ียจับเอาจุกสาลีที่ปากขวดดึงออกเบาๆนา ปากขวดลนไฟ
กบั ตะเกยี งแอลกอฮอล์ เพอื่ ฆ่าเชื้อ และเผาสาลที ีต่ ิดอยู่
6) นาเอาเชอ้ื เหด็ สอดเข้าไปในขวด วางลงบนผิวกลางอาหารวุ้น ลนไฟท่ีคอปากขวดอีกครั้ง
หน่ึง แลว้ ปิดจุกสาลไี ว้เช่นเดมิ
7) นาขวดเช้ือไปเก็บไว้ในห้องท่ีมีอุณหภูมิปกติ เพื่อรอให้เส้นใยเจริญเต็มอาหารวุ้น หรือ
ประมาณ 7 – 10 วัน เส้นใยเห็ดนางฟ้าก็จะเจริญเต็มผิวหน้าวุ้น ไม่ควรเก็บไว้นานกว่านี้เพราะจะ
เหนียวแกอ่ ่อนตวั ลง ถ้าเชือ้ หมดอายุ ตอ้ งเริม่ ต้นเขี่ยเนื้อเย่อื จากดอกเหด็ ใหม่
การขยายเชื้อวนุ้
ใช้อุปกรณ์ตัดเอาเส้นใยในอาหารวุ้นในพ้ืนที่ประมาณ 1 ตารางเซนติเมตร แล้วเขี่ยลงบน
ผิวหน้าขวดวุ้นเปล่า ขวดอ่ืน แต่ไม่ควรถ่ายเช้ือต่อเกิน 5 – 6 คร้ัง เพราะจะทา ให้ลักษณะของดอก
เหด็ ท่ไี ดไ้ ม่ตรงตามพันธุเ์ ดมิ และเช้ือตายงา่ ย เนอื่ งจากเชอ้ื อ่อนลง
2. การทาหัวเชื้อเห็ดนางฟา้ บนเมลด็ ขา้ วฟา่ ง
การทาเมลด็ ขา้ วฟ่าง
1) นา เมล็ดข้าวฟา่ งมาต้มจนสกุ น่มิ พอดอี ยา่ ใหถ้ งึ กบั เละ
2) นา ไปใสต่ ะแกรงกรองเอาน้า ออกให้หมด ผึ่งแดดพอแห้ง
3) กรอกเมล็ดข้าวฟ่างท่ีแห้งแล้วใส่ขวด เพียงครึ่งขวดหรือประมาณ 2 ใน 3 ของขวด
เพ่อื ชว่ ยให้เส้นใยเจริญได้รวดเรว็ การกรอกเมล็ดข้าวฟ่างใส่ขวด ควรใช้กรวย สวมปากขวดจะช่วยให้
กรอกได้ง่ายขนึ้ และเพอื่ ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เมลด็ ข้าวฟา่ งเปอ้ื นปากขวด ถ้าหากเป้ือนปากขวดก็ควรเช็ดปาก
ขวดใหส้ ะอาดและแห้ง
4) ใช้สาลีอุดปากขวดให้แน่นพอดี ใช้กระดาษหุ้มทับสาลีอีกช้ันหนึ่งแล้วรัดด้วยยาง เพ่ือ
ป้องกนั สาลีเปียกเวลานึ่ง
5) นาขวดเช้ือไปนึ่งด้วยหม้อนึ่งความดัน ให้มีความดันไอน้า จานวน 15 ปอนด์/ตารางน้ิว นาน 25
นาที แล้วท้งิ ใหเ้ ยน็
การถา่ ยเชื้อเหด็ จากอาหารวุ้นลงในขวดเมล็ดขา้ วฟา่ ง
ขวดเมล็ดขา้ วฟ่างทีน่ ึ่งเรียบร้อยแล้ว จะยังเปน็ เพยี งเมลด็ พืชที่ตม้ แล้วเทา่ น้ันถ้าหากยังไม่ใส่
เชอื้ เหด็ ลงไป เราจึงต้องนาเอาเช้ือเหด็ นางฟ้าจากขวดอาหารวุ้นท่ีได้คัดเลือก และเตรียมไว้แล้ว นามา
ถ่ายเช้ือหรือต่อเชื้อในเมล็ดข้าวฟ่างเสียก่อน จึงนา ไปใช้ได้การเขี่ยเช้ือจากอาหารวุ้นลงในขวดเช้ือ
การปฏิบตั ิก็ทาได้เชน่ เดียวกับการทาอาหารวนุ้ คือ ต้องทาภายในตู้เข่ียเช้ือ โดยเลือกขวดเชื้อท่ีเส้นใย
เจริญเต็มผิวหน้าวุ้นใหม่ๆใช้เข็มเข่ียลนไฟให้ร้อนแดงตัดเอาอาหารวุ้นท่ีมีเส้นใยติดมาด้วยให้ช้ินมี
ขนาด 1 ตารางเซนติเมตร วางลงในขวดเช้ือ ตรงกลางเมล็ดข้าวฟ่าง ใช้วิธีเอนขวดให้เมล็ดข้าวฟ่าง
เอนกระจายลงแบนราบเล็กน้อย แลว้ จึงวางวนุ้ ลงไปตรงกลาง พอตั้งขวดเมล็ดข้าวฟ่างก็จะกลบช้ินวุ้น
ตรงกลางขวดพอดี ใช้สาลีอุดปากขวด แล้วใช้กระดาษปิดทับรัดด้วยยาง นาขวดเช้ือไปวางเก็บไว้ใน
หอ้ งที่มอี ุณหภูมปิ กติ และมดื ประมาณ 8- 12 วัน เส้นใยจะเจริญเต็มขวดเมล็ดพืช เชื้อที่เส้นใยเจริญ
เตม็ ขวดใหม่ๆ อยใู่ นระยะทีแ่ ขง็ แรง เหมาะทจ่ี ะนาไปใช้งาน ไม่ควรเก็บไว้นานเกินไป เพราะจะทา ให้
เชื้อออ่ นลง และมโี อกาสทเี่ ชอ้ื จะมเี ชื้อปนได้
อย่างไรก็ตาม การทาหัวเชื้อน้ีสาหรับบางฟาร์ม ท่ีผลิตก้อนเช้ือเพ่ือเพาะเอาดอกเห็ดแล้ว
อาจทาเองหรือไม่ตอ้ งทากไ็ ด้ เพราะเนื่องจากในปัจจบุ นั นม้ี ผี ทู้ า หัวเชื้อท่ีมีคุณภาพดีจาหน่ายอยู่ทั่วไป
และราคาก็ไมแ่ พงนัก การซ้ือมาใช้โดยไม่ต้องทา เองก็เป็นวิธีที่สะดวก แต่ควรที่จะได้มีการตรวจสอบ
คณุ ภาพของเช้อื ให้สม่าเสมอด้วย
3. การทาถงุ เชอื้ เห็ดนางฟ้า
อุปกรณ์ที่จะต้องใช้มี ถุงร้อนขนาด 7×11 นิ้ว หรือ 9×12 น้ิว หรือใหญ่กว่าน้ี คอขวด
พลาสตกิ ทาจากพลาสติกทนร้อน สาลี ยางรดั กระดาษหุ้มสาลี และช้อนตกั
การทาถุงเชอื้
1) นาขี้เลื่อยไม้เน้ืออ่อนหรือขี้เล่ือยไม้ยางพารา ผสมด้วยปูนขาวประมาณ 1-2
เปอรเ์ ซน็ ต์ ราละเอียดประมาณ 3 – 5 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตามส่วนผสมนี้บางฟาร์มอาจแตกต่างกัน
ออกไป ตามความเหมาะสมหรอื อาจมสี ่วนผสมอ่นื ๆ เพม่ิ เตมิ กไ็ ด้
2) การหมกั ป๋ยุ เมื่อครบกาหนด 1 คืนแล้ว วันรุ่งขึ้นจึงเติมราละเอียดตามอัตราส่วน หรือ
อาจเติมดีเกลือลงไปด้วย การผสมน้า สาหรับเห็ดนางฟ้า อาจต้องผสมน้า ให้ช้ืนปกติไม่ให้แห้งหรือ
แฉะเกนิ ไป
3) บรรจุในถุงพลาสติก เกือบเต็มถุง หรือประมาณ 1 – 1.2 กิโลกรัม เว้นปากถุงไว้
สาหรับสวมคอขวดพลาสตกิ เพ่ือการเข่ียเช้ือ เม่ือใส่ปุ๋ยหมักลงในถุงแล้วให้ยกถุงกระทุ้งเบาๆเพ่ือให้ข้ี
เลื่อยแน่นหรืออาจใช้มือกดลงไป บางฟาร์มเห็ดมีเคร่ืองบรรจุถุง ก็นา มาใช้ได้ เม่ือปุ๋ยแน่นแล้วก็รวบ
ปากถุงและใชค้ อขวดสวมลงไป ใช้มือดึงถุงให้ตึงแล้วรวบปากถุงลงมา ด้านนอกใช้ยางรัดให้แน่น ก็จะ
ทา ให้ปากถุงก้อนเชื้อแคบลงมีขนาดเท่ากับคอขวด มันจะคงรูปร่างเช่นน้ีเร่ือยไป เพื่อใช้สาหรับให้มี
ทีว่ ่างของอากาศสาหรับเขี่ยเชอ้ื เห็ดลงไป
4) ใชไ้ มป้ ลายแหลมเจาะรูป๋ยุ จากคอขวดใหล้ ึกลงเกือบกึ่งกลางถุง เพื่อ ให้เช้ือเห็ดที่ใส่ลง
ไปเจรญิ ไดจ้ ากบริเวณกลางถงุ หรอื อาจไมเ่ จาะก็ได้ หากไมเ่ จาะเสน้ ใยเหด็ กจ็ ะเจริญ
จากด้านบนลงมา เช่นเดียวกับการทา หัวเช้ือในเมล็ดข้าวฟ่าง ทั้งน้ีก็แล้วแต่การปฏิบัติของแต่ละ
ฟาร์ม
5) ใชส้ าลีอดุ แลว้ หมุ้ ด้วยกระดาษและรัดด้วยยาง หรืออาจใช้ฝาครอบสาลีแทนกระดาษ
ก็ได้ เพอื่ ไม่ให้สาลีเปยี กในเวลานึ่ง สาลีทีเ่ ปยี กอาจนา เชอ้ื ราต่างๆ เขา้ มาในถุงได้ง่าย
การน่งึ ฆ่าเชือ้ ถุงปยุ๋
เม่ือเตรียมถุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็นาไปน่ึงฆ่าเชื้อด้วยหม้อน่ึงความดันหรือหม้อน่ึง
ลูกทุ่ง เพ่ือฆ่าเชื้อต่างๆ ที่เป็นศัตรูเห็ด เวลาในการน่ึงขึ้นอยู่กับลักษณะของหม้อนึ่งและจานวนก้อน
เชอ้ื อาจนึง่ เพียง 2 ช่ัวโมง สาหรบั การน่ึงเชื้อจานวนน้อยและนึ่ง 4- 6 ช่ัวโมง สาหรับเชื้อจานวนมาก
การน่ึงเช้ือจานวนมากต้องระมัดระวัง และแน่ใจว่าสามารถน่ึงฆ่าเช้ือได้ทั่วถึง หลังจากน่ึงเรียบร้อย
แล้ว นากอ้ นเชอื้ ออกมาวางเรยี งกนั ให้เย็นสนิทดีเสียกอ่ น เพื่อรอการเขีย่ เช้ือเห็ดนางฟ้า จากเมล็ดข้าว
ฟา่ งลงถงุ ตอ่ ไป
การเขยี่ เชื้อเหด็ จากหวั เชอื้ ลงในถุงก้อนเชอ้ื
ก้อนเช้ือที่ได้จากการนึ่งฆ่าเชื้อด้วยหม้อนึ่งความดันเรียบร้อยแล้ว จึงนาเอาหัวเชื้อเห็ด
นางฟา้ ในเมล็ดขา้ วฟ่างท่ีทาขึน้ หรอื ซ้อื เตรียมไว้ลว่ งหน้า มาเขย่ี ลงไปในกอ้ นเช้อื โดยปฏิบัติ ดงั นี้
1) วางกอ้ นเช้อื เรียงกนั เป็นแถว
2) แกะเอากระดาษที่หุ้มปิดสาลีออกให้หมด แต่ยังคงจุกสาลีไว้โดยไม่ต้องเปิด และระวัง
ไม่ใหส้ าลีหลดุ ออกมาจากคอขวด
3) เช็ดมือด้วยแอลกอฮอล์ให้ทั่ว นาขวดหัวเช้ือเมล็ดข้าวฟ่าง ที่คัดเลือกไว้แล้วเขย่าใน
ขณะที่ยงั ปดิ จกุ สาลีอยู่ เพื่อให้เมลด็ ขา้ วฟ่างกระจาย
4) ถอดจกุ สาลีทข่ี วดเมลด็ ขา้ วฟ่างออก
5) นาปากขวดไปลนไฟจากตะเกียงแอลกอฮอล์ ใช้มืออีกข้างหนึ่งเปิดจุกสาลีก้อนเช้ือ แล้ว
เทหวั เช้ือลงไปในถุงประมาณ 10-20 เมล็ด จากนั้นจึงรีบปิดจุกสาลีทันที ไม่ต้องใช้กระดาษปิดทับ ถุง
ต่อไปก็ทาเช่นเดียวกัน ทุก 3-4 ถุง ให้ลนปากขวดด้วยไฟจากตะเกียงแอลกอฮอล์ ท้ังน้ี เม่ือเปิดขวด
หัวเชื้อแลว้ ก็เขีย่ เช้อื ใหห้ มด แตห่ ากเหลือไมค่ วรนากลับมาใช้ใหม่ เพราะเชื้อในขวดอาจตายแล้วหรือ
เช้อื มีความออ่ นแอ
หวั เช้อื หน่งึ ขวด สามารถเพาะใส่ถุงได้ประมาณ 50-60 ถุง และสาหรับ เห็ดนางฟ้าบางแห่ง
จะใช้หัวเช้ือมากกว่าน้ี คือ ประมาณ 25-30 ก้อน ต่อเช้ือหน่ึงขวด ท้ังน้ีเพ่ือให้เชื้อเจริญเร็ว และเช้ือ
เสยี น้อย
4. ขนั้ ตอนการบม่ เส้นใยเห็ดนางฟ้า
ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้า หลังจากที่เข่ียเชื้อแล้ว จะนาก้อนเชื้อนี้ไปบ่มเก็บไว้ในห้องที่มี
อุณหภูมิปกติ หรอื ในโรงบม่ ท่ีทา ไว้โดยเฉพาะ ไม่มีลมโกรกและโรงเรือนควรมีแสงสว่างน้อย เพื่อ รอ
ใหเ้ สน้ ใยเจริญเตบิ โตเต็มถุง ใช้เวลาประมาณ 2–3 สัปดาห์ ระยะบ่มที่มาตรฐานคือ ประมาณ 22–28
วัน ยกเว้นฤดูหนาวใช้เวลาเพียง 15–20 วันเท่าน้ัน ก้อนเช้ือที่ดีเส้นใยเห็ด จะเจริญอย่างสม่าเสมอ
เป็นสีขาวท่ัวท้ังก้อน หากเส้นใยเดินชะงักหรือไม่เดินลงมา ซึ่งอาจจะเกิดจากมีเชื้อราขึ้นปะปนจาก
การน่ึงไม่ทั่วถึงหรือในระหว่างการเขี่ยเช้ือ ซึ่งแสดงว่าเชื้อเสีย ลักษณะก้อนเชื้อท่ีแฉะบริเวณก้นถุง ก็
เปน็ ก้อนเชอ้ื ท่เี สียแล้วเชน่ กัน ควรคดั ออกท้ิงไป
การบ่มเชื้อ จะลาเลียงก้อนเชอื้ จากห้องเขี่ยเชอื้ เขา้ มายังโรงบ่มน้ี นาก้อนเช้ือไปวางเรียงบน
ชั้นจนเต็ม จะวางทางตั้งสาหรับช้ันวางท่ีถาวร หรือวางแนวนอนสาหรับช้ันแบบเสาคู่ซึ่งไม่ควรเกิน 3
กอ้ น เพราะจะทา ใหก้ ้อนเช้อื ที่อยตู่ รงกลางมีความรอ้ นสูงเกนิ ไป จนเป็นผลเสยี ภายหลงั ได้
การดูแลก้อนเชื้อในโรงบ่มน้ี นอกจากการรักษาความสะอาดตรวจสอบอุณหภูมิเพ่ือ
ควบคุมให้อุณหภูมิสม่าเสมอหรือไม่ให้สูงเกินกว่า 25–30 องศาเซลเซียส หากอุณหภูมิสูงกว่านี้หรือ
จนคาดว่าอาจเป็นผลเสียต่อการเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ด โดยเฉพาะในฤดูร้อน ควรทาการลด
อุณหภมู ิลงโดยการรดน้า ตามพ้ืนผนงั หลงั คาโรงเรือน หรอื อาจจะระบายอากาศออกครั้งละประมาณ
10 นาที ก็พอ ในทางตรงกันข้าม ท้องถิ่นที่อากาศค่อนข้างหนาว หรือในฤดูหนาว ซึ่งอุณหภูมิต่ากว่า
20 องศาเซลเซียส จะทา ให้การเจริญเติบโตของเส้นใยเห็ดช้าลง ดังน้ันโรงบ่มก้อนเชื้อเห็ดในสภาพ
ท้องถนิ่ แบบน้ี ควรหาทางบภุ ายในโรงเรือนดว้ ยผ้าพลาสติก
หลังจากบ่มเชื้อเห็ดไปได้สักระยะหน่ึง หรือประมาณ 10 วัน ให้คอยตรวจดูทุกวันถ้าพบว่า
ก้อนเช้ือถุงใดเสียหาย มีเชื้อราเขียว ราดา เข้าทา ลายข้างๆ ถุงหรือก้นถุง อาจเกิดจากการที่
ถุงพลาสตกิ แตกตามตะเข็บ หากพบการเสียหายเกิดจากปากถุง โดยมีเช้ือราอย่างเดียวกันแทบทุกถุง
สาเหตุอาจเกิดจากหัวเชือ้ ข้าวฟ่างเสีย แล้วแพร่เชื้อราไปทุกถุง แต่ถ้าเกิดการเสียหายบางถุง และเชื้อ
ราไมเ่ หมือนกนั สาเหตุเกิดจากอากาศภายนอก และภายในสกปรก มีแหล่งเช้ือราต่างๆ สะสมอยู่มาก
ต้องรักษาความสะอาดบริเวณรอบโรงบม่ และภายในโรงบม่ ใหส้ ะอาด
5. ขัน้ ตอนการเปิดดอกเห็ด
สาหรับลักษณะของวิธีการเปิดถุงเพื่อให้เห็ดออกดอก และลักษณะของการวางถุงก้อน
เชอื้ ในโรงเรอื น สามารถทาได้หลายวิธี คอื
1) เปิดจากสาลีให้ออกดอกเหด็ ทีป่ ากถุง ดงึ จกุ สาลอี อกวางถุงในแนวนอนกับพ้ืนโดยวาง
ซอ้ นกันบนแผงรูปตวั เอ หรอื วางซ้อนกนั บนพ้ืนโรงเรอื น พ่นละอองนา้ เปน็ ฝอยละเอียดเห็ดจะเกิดแล้ว
โผล่ออกมาทางปากถุงได้เอง วิธีน้ีนิยมทา กันมากกว่าวิธีอื่น สามารถให้ผลผลิตเห็ดได้หลายรุ่น การ
วางก้อนเชอื้ ซอ้ นกันในลกั ษณะนี้ เมื่อเก็บผลผลิตได้ 2-3 รุ่น ก้อนเชื้อจะยุบตัวลงมาทา ให้ถุงเช้ือแน่น
อยู่ตลอดเวลา เส้นใยเห็ดสามารถส่งอาหาร เพื่อทา ให้เกิดดอกเห็ดใหม่ได้อีกหลายครั้ง แต่การวาง
ก้อนเชื้อแบบน้ีมีข้อเสียคือ ก้อนเช้ือชั้นล่างๆ มักจะถูกทาลายด้วยราเมือกหรือเน่าเปื่อยก่อน เพราะ
ถูกทบั มากเกนิ ไป ดังนน้ั การวางก้อนเชือ้ ซ้อนกนั จึงไมค่ วรวางเกิน 12 ถุง
2) พับปากถุง หลังจากท่ีเอาคอขวดออกแล้ว เปิดปากถุงพับลงมา ม้วนปากถุงให้อยู่ใน
ระดบั เดยี วกับวัสดุเพาะหรอื ก้อนเช้อื อาจวางกอ้ นเชอื้ เหด็ ได้ท้งั ในแนวนอนหรือแนวตั้งบนชั้นวางติดๆ
กนั วิธีนจ้ี ะเกดิ ดอกเหด็ คร้ังละหลายดอก แต่ดอกเล็กลง เพราะแย่งอาหารกัน การวางบนชั้นลักษณะ
เช่นนี้ อาจทาใหจ้ านวนถุงเช้ือมีนอ้ ย จึงเกบ็ ความชื้นไดน้ อ้ ย แตอ่ ากาศหมนุ เวียนได้ดีจึงต้องคอยรักษา
ความชนื้ ในโรงเรือนไม่ให้แหง้ เรว็ เกินไป
3) ตัดปากถุง เป็นการเปิดปากถุงโดยใช้มีดโกนปาดปากถุงออก ตรงส่วนของคอขวด
เมื่อตัดออกไปแล้วจะเหลือถุงพลาสติกหุ้มก้อนเช้ือส่วนบนอยู่บางส่วน การเปิดวิธีน้ี จะได้ดอกเห็ด
นอ้ ยกว่าวธิ ีแรก แตน่ า้ หนกั ดอกเหด็ จะดีกว่า
4) กรดี ขา้ งถงุ นาก้อนเชือ้ มาถอดเอาคอขวด และจุกสาลีออก รวบปากถุงรัดยางให้แน่น
ใชม้ ดี คมๆ กรีดข้างถุงให้เป็นแนวยาวประมาณ 5 – 10 แถว หรือกรีดแบบเฉียงเล็กน้อยยาวประมาณ
6-8 เซนติเมตร หรือกรีดเป็นกากบาทเป็นจุดเล็กๆ ก็ได้ อาจวางถุงบนชั้นทางแนวนอน แล้วกรีดด้าน
ก้นถุงอีกด้านหน่ึงหรือจะไม่วางบนชั้น แต่ใช้เชือกรัดปากถุงให้แน่น แขวนไว้ในแนวตั้งสลับสูงบ้างต่า
บา้ ง ระยะหา่ งของถุงประมาณ 5-7 เซนติเมตร
5) การเปลือยถุง แกะเอาถุงพลาสติกออกหมดท้ังก้อน แล้วเอาก้อนเช้ือวางลงใส่ในแบบ
ไม้หรือในตะกร้า รดน้า ให้เปียกท่ัวท้ังก้อน เวลาเกิดดอกเห็ดจะได้เกิดทุกส่วน คือ ด้านบน และ
ด้านข้างแต่ต้องรักษาความชื้นในโรงเรือนให้สูงมาก เพราะก้อนเช้ือจะสูญเสียความช้ืนอย่างรวดเร็ว
แบบนี้เกิดดอกเห็ดไดเ้ รว็ เกดิ ขึ้นรอบก้อนแต่หมดไปเรว็ และดอกเหด็ เลก็ มาก เพราะแย่งอาหารกนั
6) เพาะแบบแขวนหลักการเดียวกับการวางก้อนเชื้อในแนวนอนแต่ไม่จาเป็นต้องทาชั้น
ใดๆ ใช้เชือกไนล่อนทา ข้ึนพิเศษ 4 เส้น ผูกติดกันด้านหัวท้าย ส่วนตรงกลางใส่แผ่นพลาสติกแข็ง
เจาะรรู ้อยเชือกทงั้ 4 เส้น ถ่างหา่ งออกจากกนั เอากอ้ นเชอื้ วางซอ้ นกนั ไดห้ ลายถุง แขวนห้อยจากคาน
ด้านบน พนื้ เรอื นเพาะจงึ สะอาด ศัตรูเห็ดมีน้อย การเก็บดูแลรักษาทา ได้ง่าย เปิดให้เกิดดอกเห็ดทาง
หัวหรือทา้ ยกอ่ น
ปัจจัยการผลติ และการดูแลรักษา
โดยธรรมชาติในการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้า นับต้งั แต่เกิดดอก จนกระทั่งพร้อมท่ีจะเก็บ
เกี่ยวได้ จะใช้เวลาประมาณ 5 – 7 วัน การเกิดดอกเห็ดก็คือ การท่ีเส้นใยได้มีการเปลี่ยนรูปมาอัดตัว
กันสร้างดอกเห็ดขึ้นเมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมเหมาะสมผลผลิตและคุณภาพของดอกเห็ดจะดีหรือไม่
ขึน้ อยู่กบั ปจั จัยต่างๆ ดงั นี้
1. อณุ หภูมิ
อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเห็ดนางฟ้า คือ ประมาณ 24- 26 องศา
เซลเซียส ดอกเหด็ จะออกดอกเร็วมาก อาจกลา่ วไดว้ ่าเหด็ นางฟา้ ข้ึนได้ดีในหน้าฝนดีพอสมควรในหน้า
ร้อนดีมากในหน้าหนาว ไม่หนาวจัดจนเกินไป ถ้าหนาวจัดก็จะชะงักการเจริญเติบโตและสีซีด ดังน้ัน
ภาคกลางและภาคใต้ ปลกู ไดท้ กุ ฤดู ตลอดปี ภาคเหนอื และภาคอสี านจะให้ผลดใี นฤดูฝน
2. อากาศ
เห็ดเป็นจุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจนค่อนข้างมาก โดยเฉพาะเวลาเกิดดอกเห็ดจะต้องการ
ออกซิเจนมาก ท้ังระยะเป็นดอกเหด็ และระยะเปน็ เสน้ ใย
3. ความชื้น
จุลินทรีย์ท่ัวๆ ไปชอบความช้ืนสูง แต่สาหรับเห็ด เมื่อเทียบกันแล้วก็ทนแล้งได้ดีกว่า
จุลินทรีย์อื่น การเพ่ิมความช้ืนในวัตถุเพาะทา ได้โดยการรดน้า แต่ต้องระวังมิให้มากเกินไปเพราะจะ
ทา ให้เสน้ ใยชะงกั การเจริญหรอื เปยี กเกนิ ไป ความชืน้ ในอากาศ ทา ไดโ้ ดยการพน่ ละอองน้าในอากาศ
นา้ ทใ่ี ชร้ ดควรเป็นน้าสะอาดปราศจากสารเคมี และส่ิงสกปรกปนเป้ือน เช่น น้า ฝน น้า คลอง น้า บ่อ
และน้า บาดาล น้า ที่ใช้รดเห็ดนางฟ้าควรเป็นกลาง ค่าความเป็นกรดด่าง (pH) ที่เหมาะควรเป็น
ประมาณ 7 ถ้าสามารถ นา นา้ ตัวอย่างประมาณ ไปตรวจวิเคราะห์ที่หน่วยงานด้านเกษตร เช่น กรม
วิชาการเกษตร กรมที่ดิน เพอ่ื ขอคา แนะนา ได้ก็จะเปน็ การดีย่ิง
4. แสง
เห็ดทุกชนิดไม่สามารถปรุงอาหารเองได้ ต้องอาศัยอาหารจากพืชต่างๆ ดังนั้น แสงจึงไม่มี
ความจาเป็นต่อการเจริญเติบโตของเห็ด โดยเฉพาะในระยะท่ีเส้นใยกาลังลามท่ัวก้อนหากมีแสงสว่าง
มากจะทา ให้เส้นใยเจริญเติบโตช้าลง ฉะนั้นในระยะของการบ่มก้อนเชื้อเพ่ือเลี้ยงเส้นใย ควรทาใน
โรงเรือนที่มีแสงสว่างน้อยที่สุด อย่างไรก็ตามแสงก็มีความจาเป็นในการกระตุ้นให้เส้นใยรวมตัวกัน
เพื่อใหเ้ กิดดอกเหด็ ได้เรว็ ขึน้ ในระยะเห็ดออกดอกหากมแี สงน้อยเกินไปหรือไม่เพียงพอ จะทา ให้ดอก
เห็ดไม่สมบูรณ์ได้ เห็ดนางฟ้าถ้าถูกแสงแดดส่องบ้างก็เจริญ เอนเข้าหาแสง ในช่วงน้ีจึงต้องการแสง
ปานกลาง แสงท่ีเหมาะคือ ขนาดพอท่ีจะอ่านหนังสือออกก็พอ และแสงสีน้า เงินจะมีผลต่อการออก
ดอกของเหด็ มากกว่าสอี นื่
5. ความสะอาด
เม่ือเปิดปากถุง และนาก้อนเชื้อไปวางบนช้ันในโรงเพาะแล้ว สิ่งท่ีต้องเอาใจใส่ระมัดระวัง
มากที่สุด คือ ความสะอาด โรงเรอื นทีไ่ มส่ ะอาดจะเป็นแหลง่ สะสมเชอื้ โรค ท่ีเป็นผลเสียต่อเห็ดได้ เช่น
โรงเรือนท่มี ีโรค และแมลงศตั รเู หด็ แล้วระบาดทา ให้ก้อนเช้ือ และดอกเห็ดเสยี หายหมดท้งั โรงเรือน
การเก็บเกีย่ วและการจดั การหลังการเก็บเกย่ี ว
เมื่อเอาถุงก้อนเชื้อมาเปิดรดน้า และมีการดูแลรักษาท่ีถูกต้องเหมาะสม จะเกิดดอกเห็ดเล็กๆ ภายใน
เวลาประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ ขณะท่ีกาลังเกิดเป็นดอกเห็ดเล็กๆ น้ี หากดูแลในเร่ืองของความช้ืนได้ดี
ดอกเห็ดก็จะโตเต็มท่ีภายใน 4–5 วัน ส่วนมากจะเก็บได้ ในวันที่ 4 ถ้าท้ิงไว้นานกว่าน้ัน ดอกเห็ดจะ
สร้างสปอร์ออกมาเป็นผงสีขาวละเอียด หลดุ ร่วงหล่นลงด้านลา่ ง ดอกเห็ดทสี่ ร้างสปอร์ไปแล้วคุณภาพ
จะดอ้ ยลง คือ เหนยี วขน้ึ และรสชาดก็จะขม
ลักษณะของดอกเห็ดที่แก่พอจะเก็บเกี่ยวได้ สังเกตจากก้านของดอกเห็ดจะหยุดการ
เจริญเติบโตทางด้านความยาว หมวกดอกเริ่มคล่ีออกมาประมาณคร่ึงหน่ึง แล้วเร่ิมสร้างสปอร์บ้าง
ขอบดอกจะหนา และรวมตวั เข้าหากนั
เม่ือเจริญโตเต็มที่แล้วขอบดอกจะคลี่ออก และบางลงกว่าเดิม เป็นระยะท่ีควรเก็บเก่ียวได้
ไม่ควรปล่อยให้โตไปมากกว่านี้ จนกระท่ังปลายหมวกดอกคล่ีบานเต็มที่ เพราะระยะนี้ดอกเห็ดจะ
สร้างสปอร์มากทาให้ความหนาแน่นของเน้ือเห็ดลดลง ท้ังยังดูดอมน้ามากข้ึน จะช้าง่ายเม่ือนาไป
จาหน่าย
การเก็บดอกเห็ดควรเก็บในตอนเช้ามืด ให้ใช้มือดึงท่ีโคนออกมาเบาๆ ไม่ควรใช้มีดตัด
เพราะเศษเห็ดที่ติดอยู่กับก้อนเชื้อจะเน่า เกิดเป็นแหล่งสะสมเชื้อโรค เม่ือเก็บดอกเห็ดมาแล้ว จึงใช้
มีดหรือกรรไกรตัดเอาส่วนโคนท่ีมีเศษขี้เล่ือยติดมาวางเห็ดคว่าไว้ในตะกร้าท่ีสะอาดแต่ละตะกร้าไม่
ควรใสด่ อกเหด็ ลงไปมากเกนิ ไป หรือไมค่ วรใสเ่ กิน 5 กโิ ลกรัม/ตะกร้า เพ่ือไม่ให้น้า หนัก ของดอกเห็ด
กดทับกันจนเสยี หาย
ดอกเห็ดนางฟ้าเก็บรักษาได้ไม่ทนมากนัก ควรจะใช้ทาอาหารให้หมดภายใน 1–2 วัน
หลังจากทต่ี ัดออกมา เพราะเห็ดชนิดน้ีเก็บไม่ทน มักจะเหี่ยวแม้จะแช่ตู้เย็นก็ตาม การเก็บเห็ด ถ้าเก็บ
ในอุณหภูมิห้อง คือ ไม่เข้าตู้เย็น การวางบนใบตองสด เรียงดอกเห็ดบางๆ ก็สามารถเก็บไว้ได้ระยะ
หนึ่ง ถ้าเก็บในตู้เย็นก็ควรเอาใส่ถุงพลาสติกอย่างขุ่น ขย้ีแล้วสเปรย์น้าให้มีหยดเล็กๆ ติดภายในเอา
ดอกเหด็ ใส่ถงุ รัดด้วยยางหรือเยบ็ ปากถุงไว้
ก้อนเชื้อเห็ดนางฟ้าสูตรธรรมดาขนาดน้า หนัก 1 กิโลกรัม จะให้ผลผลิตคร้ังละ 50–60
กรมั แต่ละก้อนจะใหผ้ ลผลติ ประมาณ 4–5 รุ่น แต่ละรุ่นมีช่วงห่างระหว่างการเกิดดอกประมาณ 30–
40 วัน ไดน้ า้ หนกั รวมกระทัง่ หมดอายุ ประมาณ 3–4 ขีด
การดูแล และเก็บเห็ดนางฟา้ จะใชเ้ วลาประมาณ 2-4 เดือน หรือจนหมดอายุอาหารในก้อน
จึงนารุ่นใหม่เข้ามาเพาะแทน รวมท้ัง ก้อนเช้ือบางก้อนท่ีเน่าเสียไปอย่างรวดเร็วกว่าก้อนอ่ืนๆให้แยก
ออกไปแล้วนา รุ่นใหม่เข้ามาแทนเช่นกัน ก้อนเชื้อท่ีหมดสภาพหรือหมดอายุแล้ว จะมีน้าหนักเบา
บางก้อนจะเละมีสีดาคล้า ถึงระยะนี้อาจนาออกมาทั้งหมด จากนั้นจึงล้างโรงเรือนให้สะอาดก่อนนา
ก้อนเชือ้ ร่นุ ใหมเ่ ขา้ ไปเพาะต่อไป