หนว่ ยที่ 7
การตอ่ วงจรควบคมุ มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟส
หวั ข้อเรื่อง
หนว่ ยที่ 7 ประกอบด้วยหัวขอ้ เรอ่ื งตอ่ ไปนี้
7.1 วงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส
7.2 วงจรกลบั ทางหมนุ มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส
สาระสาคัญ
มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส ใช้สาหรับระบบแรงดันไฟฟ้า 220 โวลต์ ความถี่ 50 เฮิรตซ์
โดยผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบแรงดันไฟฟ้าได้จากแผ่นป้ายพิกัดของมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า
ผ่านอุปกรณ์แมกเนติกคอนแทกเตอร์ และสวิตช์ปุ่มกด เพื่อให้มอเตอร์ไฟฟ้าทางานได้ตามเงื่อนไข ท่ีได้ออกแบบ
วงจรไว้
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
จุดประสงค์ทั่วไป
1. เพือ่ ใหเ้ ข้าใจชอื่ อุปกรณท์ ใ่ี ช้ในวงจรควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส
2. เพือ่ ให้เข้าใจการต่อวงจรควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส
3. เพอื่ ให้เขา้ ใจการทางานของวงจรควบคมุ มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส
4. เพอ่ื ให้ปฏบิ ัติงานใชอ้ ปุ กรณ์สาหรับวงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส
5. เพื่อให้ปฏิบตั ิงานตอ่ วงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
1. บอกชอื่ อปุ กรณท์ ใี่ ชใ้ นวงจรควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส ไดถ้ กู ต้อง
2. อธิบายการตอ่ วงจรควบคมุ มอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส ไดถ้ ูกต้อง
3. อธิบายการทางานของวงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส ได้ ถกู ต้อง
4. เลอื กใช้อุปกรณส์ าหรับวงจรควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส ไดถ้ กู ตอ้ ง
5. ต่อวงจรควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส ได้ถกู ต้อง
6. ปฏบิ ัตกิ ารเตรียมวสั ดุ อปุ กรณ์ เคร่อื งมอื ในการปฏิบัตงิ านต่อวงจรได้อย่างถกู ต้อง
ตามกาหนดเวลา อย่างมเี หตผุ ลตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
7. ใชว้ ัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมอื ในการปฏบิ ัติงานต่อวงจรได้อย่างถกู ต้อง ประหยดั คุ้มคา่
ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
หนว่ ยที่ 7
การต่อวงจรควบคมุ มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟส
มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส ระบบไฟฟ้า 220 โวลต์ ความถ่ี 50 เฮิรตซ์ ผู้ปฏิบัตงิ านควบคุม
สามารถตรวจสอบแรงดันไฟฟ้าได้จากแผ่นป้ายพิกัดของมอเตอร์ไฟฟ้า การควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าที่จะกล่าว
ในบทเรียนนี้จะเป็นการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าโดยใช้อุปกรณ์แมกเนติกคอนแทกเตอร์ และสวิตช์ปุ่มกดเพื่อ
ควบคมุ ใหม้ อเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส สามารถทางานไดต้ ามเงื่อนไข
7.1 วงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส
การเริ่มเดิน และหยุดเดนิ ของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส ผู้ปฏบิ ตั ิงานสามารถควบคุมโดยการ
ใช้แมกเนติกคอนแทกเตอร์ จานวน 1 ตัว ร่วมกบั อุปกรณ์ต่าง ๆ ดงั ภาพที่ 7.1 ท่ีติดตงั้ ไว้บริเวณของตู้ควบคุม
มอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อทาการควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งวงจรที่ใช้สาหรับการควบคุมมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส
และลาดบั ขน้ั การทางานของวงจร แสดงดังภาพท่ี 7.2 ถงึ 7.6
ตู้ควบคุมมอเตอรไ์ ฟฟา้
แมกเนติกคอนแทกเตอร์ จานวน 1 ตัว
RUN
STOP START
220 โวลท์ มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส
ภาพที่ 7.1 การควบคมุ มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟส
L1 N PE L1
F1 F2
K1
F3
S1
F3 S2 K1 K1
M1M1 ∿ K1 H1
N1 23
111111 __ 2
3
ภาพท่ี 7.2 วงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟส (ก)
รายการอุปกรณ์
F1 Main Fuses
F2 Control Fuse
F3 Overload Relay
S1 Pushbutton Switch “OFF”
S2 Pushbutton Switch “ON”
K1 Magnetic Contactor
H1 Pilot Lamp
M1 Single Phase Motor
L1
F2
F3
S1
S2 K1 K1
K1 H1
N1 2 3
ภาพที่ 7.3 วงจรควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส (ข)
ลาดับขัน้ การทางานของวงจร
1. เมื่อผู้ปฏิบัติงานจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับขนาด 220 โวลท์ ให้กับวงจรกาลังและวงจร
ควบคุม ในขณะนี้จะยังไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ ท่ีทางาน เนื่องจากหน้าสัมผัสของแมกเนติกคอนแทกเตอร์และ
สวิตช์ ที่อยู่ในแถวที่ 1 และแถวท่ี 3 ดังภาพที่ 7.3 ยังอยู่ในสภาวะเปิด จึงทาให้ไฟฟ้าไม่สามารถไหลผ่าน
ภายในวงจรไปยงั คอยล์ของแมกเนตกิ คอนแทกเตอร์ และหลอดสัญญาณได้
L1
F2
F3
S1
S2 K1 K1
K1 H1
N1 2 3
ภาพท่ี 7.4 วงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส (ค)
ลาดับข้นั การทางานของวงจร
2. เมื่อผู้ปฏิบัติงานกดสวิตช์ S2 ทาให้หน้าสัมผัสของสวิตช์ปุ่มกดเปลี่ยนเป็นหน้าสัมผัสสภาวะ
ปิดต่อวงจร เพ่ือจ่ายไฟฟ้าให้กับคอยล์ของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 เมื่อ K1 ทางาน จะส่งผลให้ในส่วน
หน้าสัมผัสของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ท่ีอยู่ในแถวที่ 2 และแถวที่ 3 ดังภาพที่ 7.4 เปล่ียนสภาวะจาก
หนา้ สมั ผัสแบบเปิดเปน็ หน้าสัมผัสแบบปิด ขณะน้ีมอเตอร์ไฟฟา้ ทางาน
L1
F2
F3
S1
S2 K1 K1
K1 H1
N1 2 3
ภาพที่ 7.5 วงจรควบคมุ มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส (ง)
ลาดบั ขั้นการทางานของวงจร
3. เมื่อผู้ปฏิบัติงานปล่อยสวิตช์ S2 หน้าสัมผัสของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ในแถวที่ 2
ยังคงทาหน้าที่ต่อวงจร จ่ายไฟฟ้าให้กับคอยล์ของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ทางานต่อเน่ือง ส่วนมาก
นิยมเรียกหน้าสัมผัสที่ทางานในลักษณะนี้ว่า เมนเทนน่ิงคอนแทกเตอร์ (Maimtaining Contactor or
Lock Itself Contact) ดังภาพท่ี 7.5 ส่วนหนา้ สัมผสั ของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ในแถวท่ี 3 ทาหน้าที่
จา่ ยไฟฟา้ ให้กบั หลอดสัญญาณ H1 ทางาน
L1
F2
F3
S1
S2 K1 K1
K1 H1
N1 2 3
ภาพที่ 7.6 วงจรควบคุมมอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟส (จ)
ลาดับขั้นการทางานของวงจร
4. เม่ือผู้ปฏิบัติงานต้องการหยุดการทางานของวงจร ให้กดท่ีสวิตช์ S1 ทาให้หน้าสัมผัสของ
สวิตช์เปล่ียนเป็นหน้าสัมผัสสภาวะเปิดเพื่อตัดวงจร ดังภาพที่ 7.6 จึงส่งผลให้ไม่มีไฟฟ้าเข้าไปเลี้ยงคอยล์
ของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ทาให้ แมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 หยุดการทางาน ส่วนหน้าสัมผัสของ
แมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ท่ีอยู่ในแถวที่ 2 และแถวที่ 3 ก็จะเปลี่ยนสภาวะจากหน้าสัมผัสแบบปิดเป็น
หน้าสัมผสั แบบเปิด ทาใหก้ ับหลอดสัญญาณ H1 หยุดการทางาน ขณะนี้มอเตอร์ไฟฟา้ หยดุ การทางาน
เมือ่ ผู้ปฏบิ ัตงิ านต้องการท่ีจะตอ่ วงจรเพ่ือทาการควบคุมมอเตอรไ์ ฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส ต้อง
ปฏิบัติงานตามลาดับข้ัน ดังนี้
ข้ันที่ 1 ผปู้ ฏบิ ตั งิ านตรวจสอบอุปกรณ์ตา่ ง ๆ ทต่ี ้องการใช้ในการต่อวงจรโดยใชม้ ัลตมิ เิ ตอรต์ ้ัง
ยา่ นวดั ค่าความตา้ นทาน ตาแหนง่ R×10
ขน้ั ท่ี 2 ผปู้ ฏิบัติงานจะต้องกาหนดหมายเลข ของอปุ กรณ์ต่าง ๆ ท่มี อี ยู่ในวงจรทั้งวงจรกาลงั
และวงจรควบคุม ดงั น้ี
- หน้าสัมผัสปกตปิ ิด ของโอเวอรโ์ หลดรเี ลย์ F3 หมายเลข 95 กับ 96
- หนา้ สมั ผสั ปกติปิด ของสวติ ชป์ มุ่ กด S1 หมายเลข 1 กับ 2
- หน้าสมั ผสั ปกติปิด ของสวิตช์ปุ่มกด S2 หมายเลข 3 กับ 4
- หนา้ สัมผัสหลัก ของแมกเนตกิ คอนแทคเตอร์ หมายเลข 1 กบั 2, 3 กับ 4 และ 5 กับ 6
- หนา้ สัมผัสช่วย ของแมกเนตกิ คอนแทคเตอร์ หมายเลข 13 กบั 14 และ 43 กบั 44
- คอยล์ ของแมกเนตกิ คอนแทคเตอร์ หมายเลข A1 กับ A2
- หลอดสญั ญาณ หมายเลข X1 กบั X2
L1 N PE L1
F1 F2
95
K1 1 3 5
246 F3 96
1
F3
S1
MU V 2
1M1 ∿ 3 13 43
S2 4 K1 14 K1 44
K1 A1 2 X1
N H1 X2
A2
1 3
ภาพท่ี 7.7 กาหนดหมายเลขอุปกรณ์วงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส
ขัน้ ท่ี 3 ผู้ปฏบิ ัติงานจะต้องกาหนดจดุ ต่อสายไฟฟ้าสาหรับวงจรกาลังและวงจรควบคุม
L1 N PE U V วงจรควบคุม
วงจรกาลงั
ภาพท่ี 7.8 กาหนดจุดต่อสายไฟฟา้ วงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส
ขน้ั ท่ี 4 ผูป้ ฏบิ ตั ิงานต่อวงจรกาลังและวงจรควบคมุ ตามลาดับ ในกรณที ี่การเดนิ สายไฟฟ้าแลว้
ปรากฏวา่ ตาแหนง่ ของอปุ กรณ์ทต่ี ิดตั้งอยู่ภายในตู้และบริเวณฝาตู้ ให้ผู้ปฏบิ ตั งิ านเดินสายไฟฟา้ ผา่ นจุดต่อ
สายไฟฟา้ ดงั ภาพท่ี 7.9 และภาพที่ 7.10 ดงั นี้
ผู้ปฏิบัตงิ านเดนิ สายไฟฟา้ จากหน้าสัมผสั ของโอเวอร์โหลดรีเลย์ หมายเลข 96 เพ่ือตอ่ ไปยัง
หน้าสัมผสั ปกติปดิ ของสวิตช์ปุ่มกด S1 หมายเลข 1
L1N PEU V
ภาพท่ี 7.9 ตอ่ สายไฟฟ้าจากโอเวอร์โหลดถงึ สวิตช์
ผู้ปฏิบัติงานเดินสายไฟฟ้าจากหลอดสัญญาณ หมายเลข X2 เพ่ือต่อไปยังสายนิวทรัล ซ่ึงเป็น
ตาแหน่งสุดท้ายในการเดินสายไฟฟ้าในวงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า ไม่ควรเดินสายไฟฟ้าไปยังตาแน่งของ
สายนิวทรลั ท่ีบริเวณจุดต่อสายไฟฟ้าจุดท่ี 2 โดยตรง ผู้ปฏิบัตงิ านควรกาหนดจุดต่อสายไฟฟ้าเพ่มิ อีก 1 จุด
เพอ่ื ใชส้ าหรบั หลอดสญั ญาณ
L1N PEU V
ภาพท่ี 7.10 ตอ่ สายไฟฟ้าจากหลอดสัญญาณถึงสายนวิ ทรลั
ขัน้ ที่ 5 เม่ือผูป้ ฏิบัตงิ านต่อวงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าเสร็จสมบูรณ์ ใหต้ รวจสอบวงจรทต่ี ่อ โดย
ใช้มัลติมิเตอร์ต้ังย่านวัดค่าความต้านทาน ตาแหน่ง R×10 และแถวท่ีมีหลอดสัญญาณแบบมีหม้อแปลง ให้ตั้ง
ยา่ นวดั ค่าความต้านทาน ตาแหน่ง R×100 แลว้ สงั เกตหน้าปดั ของมัลติมิเตอร์ ดังน้ี
แถวที่ 1 ตรวจสอบตาแหน่ง L1 ถึง N กดทดสอบท่ี S2 จะตอ้ งมีคา่ ความต้านทานปรากฏ
แถวท่ี 2 ตรวจสอบตาแหนง่ L1 ถงึ N กดทดสอบที่ K1 จะต้องมีคา่ ความต้านทานปรากฏ
แถวที่ 3 ตรวจสอบตาแหน่ง หน้าสัมผัสหมายเลข 44 ถงึ N จะตอ้ งมีค่าความตา้ นทานปรากฏ
ถา้ ในกรณีที่ ไมม่ ีค่าความต้านทานปรากฏ แสดงวา่ วงจรที่ต่อไม่ถึงกัน (วงจรขาด) และถ้ากรณี
ความต้านทานเป็นศนู ย์ แสดงว่า เกิดการลดั วงจร
7.2 วงจรกลับทางหมนุ มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส
การควบคุมการกลับทางหมุนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส ผปู้ ฏิบัติงานสามารถควบคุมโดย
การใช้แมกเนติกคอนแทกเตอร์ จานวน 2 ตัว ร่วมกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ดังภาพท่ี 7.11 เพ่ือทาการควบคุม
มอเตอร์ไฟฟ้า สามารทางานได้ตามเง่ือนไข กล่าวคือ เมื่อแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ตัวท่ี 1 ทางานมอเตอร์ไฟฟ้า
จะหมุนทิศทางตามเข็มนาฬิกา และแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ตัวท่ี 2 ทางาน มอเตอร์ไฟฟ้าจะหมุนทิศทาง
ทวนเข็มนาฬิกา ส่ิงสาคัญอีกส่ิงหนึ่งก็คือ จะต้องไม่ให้แมกเนติกคอนแทกเตอร์ตัวที่ 1 และตัวที่ 2 ทางาน
พร้อมกัน เพราะถ้าหากแมกเนติกคอนแทกเตอร์ท้ัง 2 ตวั ทางานพร้อมกันจะทาให้เกดิ การลัดวงจรไฟฟ้าได้
ซึ่งวงจรที่ใช้การควบคุมเพ่ือกลับทางหมุนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส และลาดับข้ันการทางานของ
วงจร แสดงดงั ภาพท่ี 7.12 ถึง 7.19
ตคู้ วบคุมมอเตอรไ์ ฟฟา้
แมกเนติกคอนแทกเตอร์ จานวน 2 ตวั
RUN
SSTTAORPT FOSRTWOAPRD REVERSE
220 โวลท์ มอเตอรไ์ ฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส
ภาพท่ี 7.11 การควบคมุ การกลับทางหมุนมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส
L1 N PE K2 L1
F1 F2
K1 F3
S1
K1 K2
S2
F3 S3
U1 CS Z1 K2 K1 4
MRW SW K1 K2
N1 23
U2 11∿∿ Z2
111111 __ 23 111222 __ 14
M1
ภาพที่ 7.12 วงจรกลับทางหมุนมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟส (ก)
รายการอุปกรณ์
F1 Main Fuses
F2 Control Fuse
F3 Overload Relay
S1 Pushbutton Switch “OFF”
S2 Pushbutton Switch “Forward”
S3 Pushbutton Switch “Reverse”
K1 Magnetic Contactor “Forward”
K2 Magnetic Contactor “Reverse”
M1 Single Phase Motor
L1
F2
F3
S1
S2 K1 K2
S3
K2 K1
K1 K2
N1 2 34
ภาพที่ 7.13 วงจรกลับทางหมุนมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟส (ข)
ลาดับข้ันการทางานของวงจร
1. เมื่อผู้ปฏิบัติงานจ่ายแรงดันไฟฟ้ากระแสสลับขนาด 220 โวลท์ ให้กับวงจรกาลังและวงจร
ควบคุม ในขณะนี้จะยังไม่มีอุปกรณ์ใด ๆ ที่ทางาน เนื่องจากหน้าสัมผัสของแมกเนติกคอนแทกเตอร์และ
สวิตช์ ท่ีอยู่ในแถวท่ี 1 แถวท่ี 2 แถวท่ี 3 และแถวที่ 4 ดังภาพที่ 7.13 ยังอยใู่ นสภาวะเปิดทั้งหมด จึงทาให้
ไฟฟ้าไมส่ ามารถไหลผา่ นภายในวงจรไปยังคอยลข์ องแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ได้
L1
F2
F3
S1
S2 K1 K2
S3
K2 K1
K1 K2
N1 2 34
ภาพที่ 7.14 วงจรกลบั ทางหมนุ มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส (ค)
ลาดับข้นั การทางานของวงจร
2. เมื่อผู้ปฏิบัติงานกดสวิตช์ S2 ทาให้หน้าสัมผัสของสวิตช์ S2 ในแถวที่ 1 เกิดการเปลี่ยนเป็น
หน้าสัมผัสสภาวะปิดเพ่ือต่อวงจร และหน้าสัมผัสของสวิตช์ S2 ในแถวท่ี 3 เปล่ียนเป็นหน้าสัมผัสสภาวะ
แบบเปิด ส่วนหน้าสัมผัสของสวิตช์ S2 ที่อยู่ในแถวท่ี 1 ก็จะเปล่ียนหน้าสัมผัสไปเป็นสภาวะแบบปิดนั้นจะ
ทาหน้าท่ีต่อวงจรจ่ายไฟฟ้าให้กับคอยล์ของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ทางาน ส่งผลให้หน้าสัมผัสของ
แมกเนตกิ คอนแทกเตอร์ K1 ท่ีอยูใ่ นแถวท่ี 2 และแถวที่ 3 ดงั ภาพท่ี 7.14 เปล่ียนสภาวะของหนา้ สมั ผัสเป็น
ปิด และหน้าสัมผัสแบบเปิด ตามลาดบั ขณะนีม้ อเตอร์ไฟฟา้ จะหยดุ ไปยังทิศทางตามเข็มนาฬิกา
L1
F2
F3
S1
S2 K1 K2
S3
K2 K1
K1 K2
N1 2 34
ภาพท่ี 7.15 วงจรกลบั ทางหมุนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส (ง)
ลาดบั ขน้ั การทางานของวงจร
3. เม่ือผู้ปฏิบัติงานปล่อยสวิตช์ S2 หน้าสัมผัสของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ในแถวที่ 2
ยังคงทาหน้าที่ต่อวงจร เพ่ือจ่ายไฟฟ้าให้กับคอยล์ของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ส่งผลให้ K1 ทางาน
ตอ่ เนอ่ื ง ดังภาพท่ี 7.15 สว่ นหน้าสัมผัสของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ในแถวที่ 3 ทาหน้าท่ีป้องกันไม่ให้
แมกเนติกคอนแทกเตอร์ K2 ทางาน พรอ้ มกบั แมกเนตกิ คอนแทกเตอร์ K1
L1
F2
F3
S1
S2 K1 K2
S3
K2 K1
K1 K2
N1 2 34
ภาพที่ 7.16 วงจรกลับทางหมนุ มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส (จ)
ลาดับขั้นการทางานของวงจร
4. เมอ่ื ผปู้ ฏบิ ัตงิ านต้องการทจี่ ะกลับทางหมนุ ของมอเตอร์ ผู้ปฏิบัติงานตอ้ งหยดุ การทางานของ
วงจรเสียก่อน โดยการกดท่ีสวิตช์ S1 จะทาให้หน้าสัมผสั ของสวิตชเ์ ปล่ียนเปน็ หนา้ สัมผัสสภาวะเปิดเพ่ือตัด
วงจร ดังภาพที่ 7.16 ส่งผลให้ไม่มีไฟฟ้าเข้าไปเล้ียงยังคอยล์ของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ส่งผลทาให้
แมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 หยุดการทางาน ส่วนหน้าสัมผัสของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K1 ในแถวท่ี 2
และแถวท่ี 3 กจ็ ะกลับมาสู่สภาวะเดมิ ขณะนีม้ อเตอรไ์ ฟฟ้าหยดุ การทางาน
L1
F2
F3
S1
S2 K1 K2
S3
K2 K1
K1 K2
N1 2 34
ภาพท่ี 7.17 วงจรกลับทางหมุนมอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลับ 1 เฟส (ฉ)
ลาดับขัน้ การทางานของวงจร
5. เมื่อผู้ปฏิบัติงานกดสวิตช์ S3 ทาให้หน้าสัมผัสของสวิตช์ S3 ในแถวที่ 1 เกิดการเปลี่ยนเป็น
หน้าสัมผัสสภาวะเปิดเพื่อต่อวงจร และหน้าสัมผัสของสวิตช์ S3 ท่ีอยู่ในแถวที่ 3 เปลี่ยนเป็นหน้าสัมผัส
สภาวะปิด ซ่ึงหน้าสัมผัสของสวิตช์ S3 ท่ีอยู่ในแถวที่ 3 หลังเปลี่ยนหน้าสัมผัสเป็นสภาวะปิดน้ัน ก็จะทา
หน้าท่ีต่อวงจรเพ่ือจ่ายไฟฟ้าให้กับคอยล์ของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K2 ทางาน ส่งผลให้หน้าสัมผัสของ
แมกเนตกิ คอนแทกเตอร์ K2 ทอ่ี ย่ใู นแถวท่ี 1 และแถวที่ 4 ดงั ภาพที่ 7.17 เปลย่ี นสภาวะของหนา้ สมั ผัสเป็น
เปิด และหน้าสมั ผสั แบบปิด ตามลาดับ ขณะนมี้ อเตอร์ไฟฟ้าจะหมุนไปยังทิศทางทวนเขม็ นาฬกิ า
L1
F2
F3
S1
S2 K1 K2
S3
K2 K1
K1 K2
N1 2 34
ภาพท่ี 7.18 วงจรกลบั ทางหมุนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส (ช)
ลาดบั ขน้ั การทางานของวงจร
6. เม่ือผู้ปฏิบัติงานปล่อยสวิตช์ S3 หน้าสัมผัสของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K2 ในแถวที่ 4 ยังคง
ทาหน้าที่ต่อวงจร จ่ายไฟฟ้าให้กับคอยล์ของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K2 ทางานต่อเนื่อง ดังภาพท่ี 7.18
ส่วนหน้าสัมผัสของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K2 ท่ีอยู่ในแถวที่ 1 ก็จะทาหน้าที่เพ่ือป้องกันไม่ให้ในส่วนของ
แมกเนตกิ คอนแทกเตอร์ K1 ทางาน พร้อมกับ แมกเนตกิ คอนแทกเตอร์ K2
L1
F2
F3
S1
S2 K1 K2
S3
K2 K1
K1 K2
N1 2 34
ภาพท่ี 7.19 วงจรกลับทางหมนุ มอเตอร์ไฟฟา้ กระแสสลบั 1 เฟส (ซ)
ลาดบั ขั้นการทางานของวงจร
7. เมื่อผู้ปฏิบัติงานต้องการท่ีจะหยุดการทางานของวงจร ให้กดท่ีสวิตช์ S1 ทาให้หน้าสัมผัสของ
สวติ ช์เปลี่ยนเป็นหน้าสัมผัสสภาวะเปิดเพ่ือตัดวงจร ดังภาพท่ี 7.19 ส่งผลให้ไม่มีไฟฟ้าเขา้ ไปเลี้ยงคอยลข์ อง
แมกเนติกคอนแทกเตอร์ K2 ทาให้ แมกเนติกคอนแทกเตอร์ K2 หยุดการทางาน ส่วนหน้าสัมผัสของแมกเนติก
คอนแทกเตอร์ K2 ที่อยู่ในแถวที่ 1 และแถวที่ 4 ก็จะเปลี่ยนสภาวะจากหน้าสัมผัสแบบปิดเป็นหน้าสัมผัส
แบบเปิด ตามลาดับ หรือหน้าสัมผัสของแมกเนติกคอนแทกเตอร์ K2 ทุกตัวกลับสู่สภาวะเดิมนั่นเอง ขณะน้ี
มอเตอรไ์ ฟฟ้าหยุดการทางาน
เมื่อผู้ปฏิบัติงานต้องการต่อวงจรเพื่อควบคุมการกลับทางหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส
ใหป้ ฏิบตั ิตามลาดับขน้ั เชน่ เดียวกับการต่อวงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส ดังนี้
ขั้นท่ี 1 ผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบอุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีต้องการใช้ในการต่อวงจรโดยใช้มัลติมิเตอร์ปรับต้ัง
ย่าวัดคา่ ความตา้ นทาน ตาแหนง่ R×10
ขั้นท่ี 2 ผู้ปฏิบัติงานจะต้องกาหนดหมายเลข ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ท่ีมีอยู่ในวงจรท้ังวงจรกาลัง
และวงจรควบคุม
ขน้ั ที่ 3 ผูป้ ฏบิ ตั งิ านจะตอ้ งกาหนดจดุ ตอ่ สายไฟฟา้ สาหรับวงจรกาลงั และวงจรควบคุม
ขน้ั ที่ 4 ผู้ปฏิบัตงิ านตอ่ วงจรกาลงั และวงจรควบคุม ตามลาดบั
ขั้นท่ี 5 เมือ่ ผูป้ ฏบิ ตั งิ านต่อวงจรควบคมุ มอเตอร์ไฟฟ้าเสรจ็ สมบรู ณ์ ให้ทาการตรวจสอบวงจร โดยใช้
มลั ตมิ ิเตอร์ต้ังยา่ นวัดค่าความตา้ นทาน ตาแหนง่ R×10 เพ่ือหาความต้านทานของวงจรท้ัง 4 แถว
สรปุ
วงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลบั 1 เฟส 220 โวลท์ 50 เฮิรตซ์ เบ้ืองต้นก็คือ การเรม่ิ เดิน
และหยุดเดิน ซ่ึงผู้ปฏิบัติงานสามารถควบคุม โดยการนาแมกเนติกคอนแทกเตอรม์ าใช้ร่วมกับอุปกรณ์ควบคุม
ต่าง ๆ ที่ติดตั้งบริเวณตู้ควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า เพ่ือทาการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นไปตามเง่ือนไข ในส่วน
ของการควบคุมการกลับทางหมุนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส ผู้ปฏิบัติงานสามารถควบคุมโดยการใช้
แมกเนติกคอนแทกเตอร์ จานวน 2 ตัว รว่ มกับอุปกรณ์ควบคุมต่าง ๆ เพื่อทาการควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถ
ที่จะทางานได้ตามเงื่อนไข กล่าวคือ เมื่อแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ตัวที่ 1 ทางานมอเตอร์ไฟฟ้าจะหมุน
ทิศทางตามเข็มนาฬิกา และแมกเนติกคอนแทกเตอร์ ตวั ท่ี 2 ทางาน มอเตอร์ไฟฟ้าจะหมุนทิศทางทวนเข็ม
นาฬกิ า
การต่อวงจรควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ 1 เฟส ผู้ปฏิบัติงานจาเป็นที่จะต้องทราบถึงจุดต่อ
ตา่ ง ๆ ของอุปกรณ์ควบคุมจริง ขณะปฏบิ ัติงานต่อวงจรตามแบบไฟฟ้า เพ่ือสามารถควบคุมการทางานของ
มอเตอร์ไฟฟ้าได้อยา่ งถูกต้อง และปลอดภยั ในขณะปฏบิ ัตงิ านควบคมุ มอเตอร์ไฟฟา้