The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

งานวิจัยในชั้นเรียน
นางสสาวลัดดา จันทร์แดง 120

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by yodladdda2543, 2022-03-06 22:56:09

งานวิจัยในชั้นเรียน นางสสาวลัดดา จันทร์แดง 120

งานวิจัยในชั้นเรียน
นางสสาวลัดดา จันทร์แดง 120

โครงร่างงานวจิ ัยในช้นั เรยี น (Classroom Research Proposal)

เรื่อง
การพฒั นากจิ กรรมการเรียนรู้ โดยใชก้ ารจัดการเรียนร้เู ชิงรกุ และเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้

ความเข้าใจ เร่ือง ความสัมพนั ธ์ของส่ิงมชี ีวิตของนักเรียนช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี 5
โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวทิ ยาคาร)

โดย
ชอ่ื นางสาวลัดดา จนั ทรแ์ ดง
รหัสประจำตวั 62031050120 กล่มุ เรยี นท่ี 13

โครงรา่ งงานวิจยั ในชน้ั เรยี นฉบบั บนเ้ี ป็นสว่ นหนึง่ ของรายวิชา 10038404 ปฏิบตั กิ ารสอน
ในสถานศกึ ษา 3 ภาคเรียนที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2564
คณะครศุ าสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

เร่อื ง การพัฒนากจิ กรรมการเรยี นรู้ โดยใช้การจดั การเรยี นรูเ้ ชิงรกุ และเกมการศึกษาเพอื่ สรา้ งความร้คู วาม
เขา้ ใจ เรื่อง ความสัมพันธข์ องส่ิงมชี ีวิตของนกั เรยี นช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นบ้านท่าชมุ
(ประชาอุทศิ วิทยาคาร)

โครงรา่ งการวิจัยในชนั้ เรียน

เรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความ
เข้าใจ เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศ
วทิ ยาคาร)

ท่มี าและความสำคญั ของปญั หา

พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 บัญญัติความตามมาตรา 22 ว่า การจัดการศึกษาต้อง
ยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้และถือว่าผู้เรียนทุกคนมีความสำคัญที่สุ ด
กระบวนการจัดการศึกษาต้องส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพความตาม
มาตรา 24 (1) บัญญัติว่า การจัดกระบวนการเรียนรู้ ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเนื้อหาสาระ
และกิจกรรมให้สอดคล้องกับความสนใจและความถนัดของผู้เรียนโดยคำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล
และความตอนหนึ่ง (5) ของมาตราเดียวกันบัญญัติว่า ให้ผู้สอนสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของ
กระบวนการเรียนรู้ และความตามมาตรา 30 บัญญัติว่า ให้สถานศึกษาพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่มี
ประสิทธิภาพ รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้เรียนในแต่ละ
สถานศึกษา จากความตามมาตราดงั กล่าวถงึ ตคี วามว่า ภายหลงั ท่ผี ู้สอนจัดกิจกรรมการเรยี นรสู้ าระการเรียนรู้
ใดๆ ด้วยวิธีและเทคนิคการสอนวธิ กี ารใดวธิ กี ารหน่ึงแลว้ เม่อื ทำการวัดและประเมนิ ผลพบวา่ มีผลอยา่ งใดอย่าง
หนึ่งคือ จำนวนผูเ้ รียนท้ังชัน้ เรียน จำนวนผเู้ รยี นส่วนมากของชน้ั เรยี นหรือผเู้ รียนจำนวนส่วนน้อยของชั้นเรียน
มีผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่ผู้สอนกำหนดขึ้นผ ลการประเมินดังกล่าวไม่สามารถลงข้อ
สรุปวา่ ผลสมั ฤทธ์กิ ารเรยี นรู้ของผเู้ รยี นไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานทผ่ี ู้สอนกำหนดและถูกตัดสนิ ให้ “ตก” ในสาระ
การเรียนรู้นั้นแต่ผู้สอนต้องพึงตระหนักเสมอว่าการที่ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานที่
กำหนดอาจเปน็ เพราะว่าวิธแี ละเทคนิคการสอนตามทผี่ ูส้ อนนำมาใชจ้ ดั กิจกรรมการเรยี นรู้อาจน้นั ไม่สอดคล้อง
กับความถนัดและความสนใจของผู้เรียน ดังนั้น ผู้สอนจึงต้องค้นหาวิธีและเทคนิคการสอนวิธีใหม่ที่เหมาะสม
กับความถนัดและความสนใจของผู้เรียน การทำวิจัยของผู้สอนจะใช้เป็นหลักฐานยืนยนั ว่า วิธีและเทคนิคการ
สอนวิธีใหม่ที่ผู้สอนนำมาใช้จัดกิจกรรมการเรียนรู้นั้นมีผลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของผู้เรียนหรือไม่
อย่างไร เมอื่ เปรียบเทยี บเปรียบเทยี บกับวิธีและเทคนคิ การสอนวธิ ีเดมิ ด้วยเหตดุ ังกลา่ วจงึ ตอบคำถามวา่ ทำไม
ผ้สู อนจึงตอ้ งทำวิจัย ท้งั วจิ ัยเพ่อื พัฒนาและแก้ปัญหาผู้เรียน

ว 1.1 ป.5/1 กำหนดข้อความเฉพาะตัวชี้วัดว่า บรรยายโครงสร้างและลักษณะของสิ่งมีชีวิตท่ี
เหมาะสมกบั การดำรงชีวิต ซ่งึ เป็นผลมาจากการปรบั ตัวของส่งิ มชี ีวิตในแตล่ ะแหลง่ ทีอ่ ยู่และส่งิ มีชีวิตทง้ั พืชและ
สัตว์มีโครงสร้างและลักษณะที่เหมาะสมในแต่ละแหล่งที่อยู่ ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวของสิ่งมีชีวติ เพื่อให้
ดำรงชีวติ และอยรู่ อดได้ในแตล่ ะแหลง่ ที่อยู่ เชน่ ผกั ตบชวามีช่องอากาศในก้านใบ ช่วยให้ลอยน้ำได้ ต้นโกงกาง

ที่ขึ้นอยู่ในป่าชายเลนมีรากค้ำจุนทำให้ลำต้นไม่ล้ม ปลามีครีบช่วยในการเคลื่อนที่ในน้ำ (สำนักงาน

คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. 2551) สาระการเรียนรู้แกนกลางดังกล่าวกำหนดอยู่ในหนังสือเรียน

รายวชิ าพ้ืนฐาน วทิ ยาศาสตร์ เลม่ 2 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ โดยใชช้ อ่ื เรื่องว่า การเปล่ียนแปลงของ

โลก หนงั สือดังกล่าวจดั ทำโดยสถาบนั ส่งเสรมิ การสอนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหรอื สสวท. (สสวท. 2554)

โรงเรียนบา้ นทา่ ชุม(ประชาอทุ ิศวิทยาคาร) ต้งั อยู่ที่ 317 หมู่ที่ 2 ตำบลทุง่ เสล่ียม อำเภอทุ่งเสล่ียม

จงั หวดั สุโขทัย เป็นโรงเรยี นขนาดกลาง สงั กัดสำนักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษาประถมศึกษาสุโขทยั เขต 2 จดั

การศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พ.ศ. 2551 (ฉบบั ปรับปรุง 2560) ระดบั ชน้ั

ประถมศึกษาปที ี่ 5 ปัจจบุ ันมีครูจำนวนท้ังสิน้ 36 คน และมีนักเรียนรวมทุกระดับช้ันจำนวน 635 คน ผวู้ ิจยั ใน

ฐานะผู้ออกฝกึ สอนในรายวชิ าฝกึ ประสบการณ์วชิ าชีพครูระหว่างเรียน 3 มโี อกาสสัมภาษณค์ รูพี่เลี้ยงท่ีทำ

หน้าท่จี ดั กจิ กรรมการเรียนรรู้ ายวิชาวทิ ยาศาสตร์ให้กบั นกั เรยี นระดบั ชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5 เปน็ ระยะเวลา 1

เดือนการศึกษาเฉพาะเรอื่ งสาระการเรียนรู้ของรายวชิ าดงั กลา่ วจะจัดกิจกรรมการเรียนร้โู ดยใช้การจัดการ

เรยี นรู้เชงิ รุกและเกมการศึกษาการวดั ท้ังสามด้านรวมกันคือ ด้านความรู้ (K) ดา้ นทักษะ/กระบวนการ (P) และ

ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A) ออกเป็น 4 ระดับ คือ ดีมาก ดี พอใช้ และตอ้ งปรบั ปรงุ สำหรบั เกณฑ์การ

ประเมินผ่านเป็นรายบุคคลน้ัน นักเรียนแตล่ ะคนต้องมผี ลสมั ฤทธก์ิ ารเรียนรู้ตง้ั แตร่ ะดับ ดี สว่ นเกณฑ์การ

ประเมนิ ผา่ นรวมทั้งชัน้ เรยี นนั้น ตอ้ งมีนกั เรยี นอย่างน้อยร้อยละ 75 ของจำนวนทงั้ หมด มผี ลสมั ฤทธ์ิการเรียนรู้

ตง้ั แต่ระดบั ดี

จากการวัดและประเมินผลรวมท้ังชัน้ เรียนเรื่อง ความสมั พนั ธข์ องสิ่งมชี ีวิต ตามเกณฑ์การประเมินผ่าน
พบว่า นักเรียนที่มีผลการเรียนรูร้ ะดับ ดี คิดเป็นร้อยละ 67.89 ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ประเมินผ่านที่กำหนดคือรอ้ ย
ละ 70 จากการสัมภาษณ์นักเรียนพบว่า สาเหตุที่ทำให้ผลการเรียนรู้ต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินผ่านที่กำหนด
เป็นเพราะว่า นางสาวนวลปรางค์ ยอดสกุลณี วันที่ให้สัมภาษณ์ 7 ธันวาคม 2564 ให้เหตุผลว่า นักเรียนไม่
ค่อยมีสตใิ นการเรยี นเรอื่ ง ความสมั พนั ธข์ องสิง่ มชี ีวิตจงึ ทำใหไ้ มส่ ามารถเลน่ เกมไดแ้ ละสง่ ผลตอ่ การเรยี นรู้ จาก
สาเหตุของปัญหาและความสำคัญของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เร่ือง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ดังกล่าวกอ่ น
หน้า ผู้วิจัยจึงต้องทำการวิจัยเพื่อพัฒนา/ปรับปรุงผลการเรียนรู้เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ดังกล่าวของ
นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) อำเภอทุ่งเสลี่ยม จังหวัด
สโุ ขทัย

ด้วยบทบาทหน้าที่ของผู้สอน ตามพ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 มาตรา ที่ 22 มาตรา ที่ 24
วงเล็บ 5 มาตราที่ 30 และจากสภาพของปัญหาและความสำคัญของการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง
ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีผู้สอนจึงมีแนวคิดท่ีจะทำวิจัยเพื่อ
พัฒนา/ปรับปรุงผลการเรียนรู้ของนกั เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยา
คาร) อำเภอ ทุ่งเสลี่ยม จังหวัด สุโขทัย โดยใช้การจัดการเรยี นรู้เชงิ รกุ และเกมการศึกษาเพื่อสร้างความเขา้ ใจ

ผลการวิจัยจะทำให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีผลการเรียนรู้เรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สาระการ
เรยี นรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี เพ่มิ ขึ้น

คำถามการวจิ ยั

1. การสร้าง/พัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจ เรื่อง
ความสมั พันธ์ของสงิ่ มชี วี ติ ของนกั เรียนระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรยี นบ้านทา่ ชุม(ประชาอุทศิ วิทยาคาร)
อำเภอ ทุง่ เสล่ียม จังหวัด สุโขทัย ทำอย่างไร

2. ผลการทดลองใช้พัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจ จัด
กจิ กรรมการเรยี นรู้ เรื่อง ความสัมพนั ธ์ของส่งิ มชี ีวติ ของนกั เรยี นระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรียนบ้านท่า
ชุม(ประชาอุทิศวทิ ยาคาร) อำเภอ ทุ่งเสลย่ี ม จงั หวัด สุโขทัย ทำอยา่ งไร

3. ระดบั ความพึงพอใจของนักเรียนระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรยี นบา้ นทา่ ชุม(ประชาอุทิศวิทยา
คาร)อำเภอ ทุ่งเสลี่ยม จังหวัด สุโขทัย ที่มีต่อการทดลองใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพ่ือ
สรา้ งความเขา้ ใจ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรอื่ งความสมั พนั ธข์ องสิง่ มีชวี ติ เป็นอย่างไร

วตั ถปุ ระสงคก์ ารวจิ ยั

1. เพื่อพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้จัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจ
สำหรับพัฒนาผลการเรียนรู้ เรือ่ งความสัมพันธข์ องส่ิงมชี วี ติ ของนกั เรยี นระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียน
บา้ นทา่ ชมุ (ประชาอทุ ศิ วิทยาคาร) อำเภอ ทงุ่ เสล่ยี ม จงั หวดั สโุ ขทยั

2. เพื่อทดลองและศึกษาผลการทดลองใช้กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกม
การศึกษาเพื่อสร้างความเขา้ ใจ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องความสัมพนั ธ์ของสิ่งมชี ีวติ สาระวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี กับนักเรียนระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนบา้ นทา่ ชุม(ประชาอุทิศวทิ ยาคาร)
อำเภอ ทุง่ เสล่ยี ม จงั หวัด สุโขทัย

3. เพอื่ ศกึ ษาระดบั ความพึงพอใจของนักเรียนระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรยี นบา้ นท่าชุม(ประชา
อุทิศวิทยาคาร) อำเภอ ทุ่งเสลี่ยม จังหวัด สุโขทัย มีต่อการทดลองใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกม
การศึกษาเพื่อสร้างความเขา้ ใจ จัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สาระวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี

ผลและประโยชน์ที่คาดวา่ จะไดร้ บั

1. มีกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษา มีการพัฒนาและ
ความสามารถในการเรียนรู้

2. นักเรียนระดับชัน้ ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบา้ นท่าชุม(ประชาอุทิศวทิ ยาคาร) อำเภอ ทุ่งเสลีย่ ม
จังหวัด สุโขทยั เมื่อใชก้ จิ กรรมการจัดการเรยี นรเู้ ชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจแทนวิธีการสอน
และเทคนคิ เดิม

3. ความสำเร็จของงานวิจัยสามารถใชเ้ ปน็ แนวทางการพฒั นาผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นรู้ของผเู้ รียนกลุ่ม

สาระการเรยี นรู้อ่ืนๆ

ขอบเขตการวจิ ัย

1. ขอบเขตดา้ นแหลง่ ข้อมูล

1.1 ประชากร นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร)

อำเภอ ทุ่งเสล่ียม จงั หวัด สโุ ขทัยซง่ึ เทยี บเคยี งประชากรท่ีมจี ำนวนไมจ่ ำกดั (Infinite Population)

1.2 กล่มุ ตวั อยา่ ง นกั เรยี นระดับช้ันประถมศกึ ษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านทา่ ชมุ (ประชาอุทศิ วิทยาคาร)
อำเภอ ทงุ่ เสล่ยี ม จงั หวดั สโุ ขทัยภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 จำนวน 27 คน วิธกี ารคดั เลอื ก เทียบเคียง
กับใช้วิธกี ารส่มุ แบบอาศัยความนา่ จะเป็นอยา่ งง่าย (Simple Random Sampling) เพราะถอื ว่านักเรียนแต่ละ
คนของระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ของแต่ละปีการศึกษา เมื่อวิเคราะห์โดยภาพรวมแลว้ พบว่า มาจากบริบท
ของชุมชนเดียวกันจึงสร้างข้อสรุปว่าไม่มีความแตกต่างกัน ประชากรของนักเรียนดังกล่าวจึงเป็นเอกพันธ์
(Homogeneous Population) สามารถคัดเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้วิธีการสุม่ แบบอาศัยความน่าจะเป็นอย่าง
งา่ ย

2. ขอบเขตด้านตวั แปร

2.1 ตัวแปรอสิ ระ

1. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สาระวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี กบั นักเรียนระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นบ้านทา่ ชุม(ประชาอุทิศวทิ ยาคาร)
อำเภอ ทุ่งเสลี่ยม จังหวัด สุโขทัย โดยทดลองใช้กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้จัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกม
การศึกษาเพอื่ สรา้ งความเข้าใจ

2.2 ตัวแปรตาม
1. ระดับผลการเรยี นรู้ เร่ือง ความสัมพนั ธ์ของส่ิงมชี ีวติ สาระวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีจาก

การจัดกิจกรรมการเรยี นรู้กบั นักเรยี นระดบั ชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนบา้ นทา่ ชุม(ประชาอทุ ศิ วทิ ยาคาร)
อำเภอ ทงุ่ เสลีย่ ม จงั หวัด สุโขทัย โดยทดลองใช้การวิธกี ารสอนแบบบรรยายและสอนในหนงั สอื เรียน

2. ระดับผลการเรียนรู้ เรอื่ ง ความสัมพันธข์ องสิง่ มชี วี ติ สาระวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีจาก
การจดั กิจกรรมการเรยี นร้กู บั นกั เรยี นระดบั ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรยี นบ้านทา่ ชุม(ประชาอทุ ิศวิทยาคาร)
อำเภอ ทงุ่ เสลยี่ ม จังหวดั สโุ ขทัย

3. ระดับความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชา
อทุ ศิ วทิ ยาคาร)

อำเภอ ทุ่งเสลี่ยม จังหวัด สุโขทัย ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สาระ
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

3. ขอบเขตด้านเนอื้ หา
การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เรื่องความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตาม

ตวั ชวี้ ดั ท่ี ป.5/1 บรรยายโครงสร้างและลกั ษณะของสง่ิ มีชวี ติ ท่ีเหมาะสมกับการดำรงชีวติ ซึง่ เปน็ ผลมาจากการ
ปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในแต่ละแหล่งที่อยู่ มาตรฐานการเรียนรู้มาตรฐาน ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของ
ระบบนิเวศ ความสมั พันธร์ ะหว่างสง่ิ ไม่มชี วี ิตกับสิ่งมชี วี ิต และความสัมพันธร์ ะหว่างส่งิ มีชวี ิตกบั สิง่ มีชีวิตต่าง ๆ
ในระบบนิเวศการถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหา
และผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแนวทางในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและกา ร
แก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์และสาระสิ่งมีชีวิตทั้งพืชและสัตว์มีโครงสร้างและ
ลักษณะทเ่ี หมาะสมในแตล่ ะแหล่งที่อยู่ ซ่ึงเปน็ ผลมาจากการปรับตวั ของสิ่งมีชวี ิต เพอ่ื ให้ดำรงชีวิตและอยู่รอด
ไดใ้ นแต่ละแหลง่ ที่อยู่ เช่น ผักตบชวามีชอ่ งอากาศในก้านใบ ช่วยให้ลอยน้ำได้ ต้นโกงกางที่ขน้ึ อย่ใู นปา่ ชายเลน
มีรากค้ำจนุ ทำให้ลำต้นไมล่ ้ม ปลามีครบี ช่วยในการเคลอื่ นทีใ่ นนำ้

4. ขอบเขตด้านระยะเวลาและสถานที่
ดำเนินการวิจัยระหว่างเดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนธันวาคม พ.ศ. 2564 ณ โรงเรียนบ้านท่าชุม

(ประชาอุทศิ วิทยาคาร) อำเภอ ทุ่งเสลย่ี ม จังหวัด สโุ ขทยั

นิยามคำศพั ทเ์ ฉพาะ

1. การจดั การเรียนรู้เชิงรุก คือ กระบวนการจัดการเรียนรู้ทผี่ ู้เรียนไดล้ งมือทำและใช้กระบวนการคิด
เกี่ยวกบั ส่ิงทีเ่ ขาได้กระทำลงไป เปน็ การจดั กิจกรรมการเรยี นร้ภู ายใตส้ มมติฐานพ้นื ฐาน 2 ประการ คือ 1) การ
เรยี นรู้เป็นความพยายามโดยธรรมชาติของมนษุ ย์และ 2) แตล่ ะบคุ คลมแี นวทางในการเรียนรู้ท่ีแตกต่างกันโดย
นักเรียนจะถูกเปลี่ยนบทบาทจากผู้รับความรู้ (receive) ไปสู่การมีส่วนร่วมในการสรา้ งความรู้ (co-creators)
การจัดการเรียนรู้เชิงรุก หรือ Active Leaning จึงเป็นกระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสร้างสรรค์
ทางปัญญา (Constructivism) ที่เน้นกระบวนการเรียนรู้มากกว่าเนื้อหาวิชา เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถ
เช่ือมโยงความรหู้ รือสรา้ งความรใู้ ห้เกดิ ข้ึนในตนเอง ดว้ ยการลงมือปฏิบตั ิจริงผ่านสื่อหรอื กิจกรรม

2. เกมการศึกษา คอื เกมกระดาน หน่วยการเรยี นรู้ ส่ิงมชี วี ติ เร่อื ง ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสิ่งมีชีวิตกับ
สิ่งมีชวี ิต

3. ผลการเรียนรู้ หมายถึง
3.1 ค่าคะแนนเฉลี่ยรวมผลการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการวัดและ
ประเมินผลภายหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สาระวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยีโดยทดลองใช้กิจกรรมการเรียนรโู้ ดยใช้จัดการเรยี นรเู้ ชิงรุกและเกมการศึกษาเพอ่ื สรา้ งความเข้าใจ

3.2 ค่าคะแนนเฉลี่ยรวมผลการเรียนรู้ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 จากการวัดและ
ประเมินผลภายหลังการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สาระวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี โดยทดลองใช้การวิธกี ารสอนแบบบรรยายและสอนในหนังสือเรยี น

4. ระดบั ผลการเรียนรู้ หมายถึง ระดบั ผลการเรยี นรู้ท่ีกำหนดตามเกณฑว์ ัดและประเมนิ ผลของ

สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน(2550) ดงั น้ี

ดีเยย่ี ม มีค่าร้อยละของค่าคะแนนเฉลย่ี 80-100

ดี มคี ่ารอ้ ยละของคา่ คะแนนเฉล่ยี 65-79

พอใช้ (ผ่าน) มีคา่ ร้อยละของค่าคะแนนเฉลี่ย 50-64

ต้องปรับปรุง(ต่ำกวา่ เกณฑ์) มีคา่ รอ้ ยละของค่าคะแนนเฉลี่ยตำ่ กว่า 50

5. การพัฒนาผลการเรียนรู้ หมายถึง ผลการเปรียบเทียบระดับผลการเรียนรู้ของนักเรียนระดับช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 5 ระหว่างจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สาระวิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี โดยทดลองใช้กิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้จัดการเรียนร้เู ชิงรุกและเกมการศึกษาเพ่ือสร้างความเข้าใจ
กับ ผลการเรียนรู้ระดับ 70 ขึ้นไป ถือว่าผ่านเกณฑ์การประเมิน เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบด้วย One –

Sample t Test ทร่ี ะดบั นัยสำคัญทางสถิติ 0.05 (α 0.05)

6. ความพึงพอใจ หมายถึง ความพึงพอใจของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 มีต่อการจัด
กจิ กรรมการเรยี นรู้เรอ่ื ง ความสมั พนั ธ์ของสิง่ มีชวี ติ สาระวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยีโดยทดลองใช้กิจกรรมการ
เรียนรู้โดยใช้จัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจ ประกอบด้วยด้าน ด้านความรู้ (K)
ด้านทกั ษะ/กระบวนการ (P) และดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

7. ระดบั ความพึงพอใจ หมายถึง ระดับความพึงพอใจแบบประมาณค่า (Likert Scale) โดย

เรยี งลำดบั จากระดบั มากที่สุดถึงนอ้ ยทีส่ ุด 5 ระดับคือ มคี วามพงึ พอใจมากท่สี ุด มีความพงึ พอใจมาก มีความพึง

พอใจปานกลาง มีความพงึ พอใจค่อนข้างน้อย และมีความพงึ พอใจน้อยทส่ี ุด แต่ละระดับดงั กลา่ ว

กำหนดโดยเกณฑ์คา่ เฉลีย่ ของบุญชม ศรีสะอาด ดังนี้

ช่วงระดบั คา่ เฉล่ีย ระดับความพึงพอใจ

คะแนนเฉล่ีย 4.51 – 5.00 มีความพึงพอใจท่ีระดับมากสุด
คะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 มคี วามพึงพอใจทีร่ ะดบั มาก
คะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50 มคี วามพึงพอใจทีร่ ะดบั ปานกลาง
คะแนนเฉล่ีย 1.51 – 2.50 มีความพึงพอใจที่ระดบั น้อย
คะแนนเฉล่ีย 1.00 – 1.50 มคี วามพึงพอใจทร่ี ะดับน้อยสุด

สมมตฐิ านการวจิ ยั

สมมติฐานการวจิ ยั ท่ี 1
จากการจัดกิจกรรมการเรียนรูเ้ รือ่ งเรือ่ ง ความสัมพันธ์ของสิง่ มีชีวิต สาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
โดยทดลองใช้กิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้จัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสรา้ งความเขา้ ใจกับนกั เรยี น
ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 พบว่า เมื่อเทียบกับระดับผลการเรียนรู้ตามเกณฑ์ของ สพฐ. นักเรียนจำนวน
ท้งั หมดมีผลการเรียนรู้ท่ีระดบั 67.89 ซง่ึ ตำ่ กวา่ เกณฑ์ประเมินผ่านคือต้องผ่านอย่างน้อยร้อยละ 70 สาเหตุท่ีทำ
ให้ผลการเรียนรู้ต่ำกว่าเกณฑ์การประเมินผ่านท่ีกำหนดเปน็ เพราะว่า นางสาวนวลปรางค์ ยอดสกุลณี วันที่ให้
สัมภาษณ์ 7 ธันวาคม 2564 ให้เหตุผลว่า นักเรียนไม่ค่อยมีสติในการเรียนเรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตจึง
ทำให้ไม่สามารถเล่นเกมได้และส่งผลต่อการเรียนรู้ จากการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องพบว่าการ
จัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความเข้าใจที่สร้างขึ้นตามแนวคิด ทฤษฎี หลักการ วิธีการของ
ธัญลักษณ์ มณีวรรณ (2562) เรื่อง การศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active learning) สำหรับ
นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 อำเภอแม่ทะ จังหวัด ลำปาง ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีการพัฒนาผลการ

เรียนรู้อย่างมีนยั สำคญั ทางสถิติท่ีมผี ลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เพิ่มขึ้นจากเดิมอยา่ งมีนัยสำคัญทางสถิตทิ ี่ α = 0.05
และผลการวิจัยของนางสาวอารียา โสมาบุตร(2562) เรื่อง การจัดการเรียนรู้แบบเชิงรุก (Active Learning)
เพือ่ พัฒนาผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน วิชาฟสิ ิกสเ์ ร่อื ง งานและพลงั งาน และความพงึ พอใจตอ่ การจดั การเรียนรู้
ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผลการวิจัยพบว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เพิ่มขึ้นจากเดิมอย่างมี

นัยสำคัญทางสถิติท่ี α = 0.05 จากการสนับสนุนด้วยแนวคิดของบทปฏิบัติการวิทยาศาสตรแ์ ละผลการวิจัยท่ี
เกี่ยวข้องดังกล่าว ผู้วิจยั จึงกำหนดสมมติฐานท่ี 1 ว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยบทปฏบิ ัติการวิทยาศาสตร์
ทใี่ ช้ทฤษฎกี ารสร้างความรู้ด้วยตนเอง มีผลต่อการพฒั นาผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้เรื่อง ความสมั พันธ์ของสิ่งมีชีวิต
สาระวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีของนกั เรยี นระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5

สมมติฐานการวจิ ยั ท่ี 2
สมมตฐิ านการวิจยั ท่ี 2 จากผลการทบทวนงานวจิ ัยทเ่ี กี่ยวข้องดงั กลา่ วแล้วสมมตฐิ านที่ 1
ธัญลักษณ์ มณีวรรณ (2562) พบว่า ภายหลังจัดกิจกรรมการเรียนรู้การศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก
(Active learning) สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อำเภอแม่ทะ จังหวัด ลำปาง โดยใช้การเรียนรู้
การศึกษาการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการทดลองจัด
กิจกรรมการเรยี นรู้ด้วยนวตั กรรมดงั กลา่ วทีร่ ะดับ (4.50 ± 0.36) และผลงานวิจยั ของนางสาวอารยี า โสมาบตุ ร
(2562) เร่ือง การจดั การเรยี นรู้แบบเชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน วิชาฟิสิกส์
เร่อื ง งานและพลังงาน และความพงึ พอใจตอ่ การจัดการเรยี นรู้

ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการทดลองจัดกิจกรรมการ

เรียนรู้ด้วยนวัตกรรมดังกล่าวที่ระดับ (4.40 ±0.65) จากการสนับสนุนด้วยผลการวิจัยที่เกี่ยวข้องดังกล่าว

ผูว้ จิ ยั จงึ กำหนดสมมติฐานการวจิ ัยท่ี 2 ว่า การจัดกิจกรรมการเรียนรูด้ ว้ ยบทปฏิบัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์ท่ใี ช้ทฤษฎี

การสร้างความรู้ด้วยตนเองเรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต สาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของนักเรียน

ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นบา้ นท่าชมุ (ประชาอุทิศวทิ ยาคาร)

วิธีดำเนนิ การวิจัย

การวิจัยในชั้นเรียนเรื่อง การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกม
การศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต ผู้วิจัยดำเนินการวิจัยตามกรอบของ
หัวขอ้ ตา่ ง ๆ ดงั นี้

1. ระเบยี บวธิ วี จิ ัย
ดำเนินการวิจัยโดยใชร้ ะเบยี บวิธีวจิ ยั กง่ึ ทดลอง (Quasi Experiment Research) วิเคราะห์ข้อมลู

จากข้อมูลเชิงปรมิ าณ (Qualitative Data) เป็นหลักรว่ มกับข้อมูลเชิงคุณภาพ (Quantitative Data)
2. เคร่อื งมือการวจิ ยั
2.1 เคร่ืองมือทเี่ ปน็ นวัตกรรม นวัตกรรมท่สี รา้ งหรือพัฒนาขึ้นเพอื่ พัฒนา/ปรบั ปรุงผลการเรียนรู้

การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ
เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 คือการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกม
การศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ซึ่งการดำเนินการสร้างและหาประสิทธิภาพทั้งเชิงเหตุผล(Rational
Approach) และเชิงประจักษ์ (Empirical Approach) ตามแนวคิดของ เผชิญ กิจระการ (2544) ตามลำดับข้ัน
ดังน้ี

1. ทำการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี หลักการวิธีการท่ี
เกี่ยวขอ้ งกับการสร้าง เรอื่ งการพัฒนากิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้การจัดการเรียนร้เู ชิงรุกและเกมการศึกษาเพ่ือ
สร้างความรูค้ วามเข้าใจ เรื่อง ความสัมพนั ธ์ของสิ่งมีชีวิตของนักเรียนระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนบ้าน
ท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) นวัตกรรมที่สร้างหรือพัฒนาจะอ้างอิงตามแนวคิด ทฤษฎี หลักการ วิธีการ
การศึกษาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ ของคุณธัญลักษณ์ มณีวรรณ
(2562) วิธกี ารสอนโดยใช้เกม (Game) ของคุณ (ทิศนา แขมมณี, 2543)

2. สร้างฉบับร่าง(ยกร่างเรื่องการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุก
และเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตของนักเรียนระดับช้ัน
ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) โดยอ้างอิงจากผลการศกึ ษาเอกสารและงานวิจัย
ท่เี กี่ยวขอ้ งดังกล่าวขอ้ 1 ก่อนหนา้

3. สร้างแบบประเมนิ ความเหมาะสมของเรอ่ื งการพัฒนากจิ กรรมการเรียนรู้โดยใชก้ ารจัดการ
เรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตของนักเรียน

ระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) เพื่อใหผ้ ้เู ชยี วชาญประเมินประสิทธิภาพ
เชิงเหตผุ ลของนวัตกรรมท่สี ร้างหรอื พัฒนาดังกลา่ ว

4. นำเร่อื งการพัฒนากิจกรรมการเรยี นรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชงิ รกุ และเกมการศึกษาเพ่ือ
สร้างความรคู้ วามเข้าใจ เรื่อง ความสมั พันธข์ องสิง่ มีชวี ติ ของนักเรยี นระดับชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรียนบ้าน
ทา่ ชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) ทสี่ รา้ งเป็นฉบบั ร่างแลว้ ไปใหผ้ ู้เช่ยี วชาญดา้ นเทคโนโลยีการศึกษา ด้านภาษา และ
ด้านการวิจัยหรอื การวัดประเมินผลดา้ นละ 1 คน รวมทั้งสน้ิ จำนวน 3 คน ทำการประเมินความเหมาะสมดว้ ย
แบบประเมิน แต่ละข้อคำถาม(Item)ของแต่ละประเด็นที่ประเมินต้องมีคา่ เฉล่ยี อย่างน้อย 3.50 จึงจะตดั สินวา่
ข้อคำถามทีป่ ระเมนิ มีความเหมาะสม (เผชญิ กจิ ระการ. 2544)

5. นำเรื่องการพฒั นากจิ กรรมการเรียนร้โู ดยใชก้ ารจดั การเรยี นรเู้ ชงิ รุกและเกมการศึกษาเพื่อ
สร้างความรู้ความเขา้ ใจ เรื่อง ความสมั พนั ธข์ องสงิ่ มชี ีวิตของนกั เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรียนบ้าน
ท่าชมุ (ประชาอุทิศวทิ ยาคาร) ผา่ นการประเมนิ ดงั กล่าวข้อ 4 มาแก้ไขปรับปรุงตามคำแนะนำของผูเ้ ชยี่ วชาญ

การหาคุณภาพเร่อื งการพัฒนากจิ กรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรูเ้ ชงิ รุกและเกม
การศกึ ษาเพอ่ื สรา้ งความรคู้ วามเข้าใจ เร่ือง ความสมั พันธข์ องสิง่ มชี ีวติ ของนกั เรียนระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 5
โรงเรยี นบ้านท่าชมุ (ประชาอทุ ิศวิทยาคาร) ดังกล่าวข้อ 1 – 5 จดั เปน็ การหาคุณภาพเชิงเหตุผล สำหรับการหา
ประสิทธิภาพเชงิ ประจักษ์จะดำเนินการตามลำดับข้นั ตั้งแตข่ ้ันที่ 6 ดังนี้

6. จดั ทำรูปเลม่ เร่ืองการพฒั นากิจกรรมการเรียนรู้โดยใชก้ ารจัดการเรยี นรู้เชงิ รุกและเกม
การศึกษาเพอ่ื สรา้ งความรูค้ วามเขา้ ใจ เร่อื ง ความสัมพนั ธ์ของส่ิงมีชีวติ ของนักเรียนระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี 5
โรงเรยี นบา้ นท่าชมุ (ประชาอทุ ิศวิทยาคาร)

7. นำเรื่องการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกม
การศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมชี ีวิตของนักเรียนระดับชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี
5 โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) ที่จัดทำเป็นรูปเล่มแล้วมาทดลองใช้เพื่อหาประสิทธิภาพเชิง
ประจักษ์กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม(ประชาอุทิศวิทยาคาร) ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับ
กลุ่มเป้าหมายการวิจัย E /E การหาประสิทธิภาพจะใช้วธิ ีการเทยี บกับเกณฑป์ ระสิทธิภาพ E /E = 70/70 เมอื่

12 12

E หมายถึง ร้อยละของคะแนนรวมท้ังหมดจากการทำกจิ กรรม และการทดสอบย่อย
1

ระหว่างการทดลองใช้การพฒั นากจิ กรรมการเรยี นรู้โดยใชก้ ารจดั การเรียนรู้เชิงรกุ และเกมการศึกษาเพ่ือสรา้ ง
ความรคู้ วามเข้าใจ เรอื่ ง ความสมั พันธข์ องสงิ่ มีชวี ิตของนักเรยี นชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 5 โรงเรยี นบ้านทา่ ชุม
(ประชาอุทศิ วทิ ยาคาร) ซึ่งเกณฑป์ ระเมนิ ผา่ นคือ ร้อยละ 70

E หมายถงึ รอ้ ยละของคะแนนรวมทง้ั หมดจากการทำแบบทดสอบภายหลงั สน้ิ สุดการ
2

พฒั นากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใชก้ ารจดั การเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรคู้ วามเข้าใจ เร่ือง
ความสมั พันธข์ องส่ิงมีชวี ิตของนักเรียนชนั้ ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรยี นบ้านทา่ ชุม (ประชาอทุ ศิ วทิ ยาคาร) ซง่ึ
เกณฑป์ ระเมินผ่านคือ ร้อยละ 70

การตัดสินประสิทธิภาพจากการทดลองใช้การพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการ

เรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตของนักเรียนชั้น

ประถมศึกษาปที ่ี 5 โรงเรียนบ้านทา่ ชมุ

(ประชาอุทิศวิทยาคาร)เมื่อเทียบกับเกณฑ์ประสิทธิภาพที่กำหนดขึ้นว่า ถ้าค่าร้อยละของคะแนนที่คำนวณของ

E = 70 ± 2.55 แสดงว่า ประสทิ ธิภาพของ E เป็นไปตามเกณฑร์ ้อยละ 70 แตถ่ า้ มากกวา่ หรือน้อยกว่า
11

70 ±2.5 แสดงว่า ประสิทธิภาพของ E สูงกว่า หรือ น้อยกว่าเกณฑ์ที่ตั้ง ต้องปรับนวัตกรรมให้เท่ากับเกณฑ์
1

ที่ตั้งคือ 70 ส่วนการตัดสินประสิทธิภาพของ E ทำเช่นเดียวกับ E และถ้าร้อยละของคะแนนระหว่าง E และ
21 1

E ต่างกันมากกว่าร้อยละ 5 แสดงว่าประสทิ ธิภาพของการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิง
2

รกุ และเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เร่อื ง ความสัมพันธ์ของส่ิงมชี ีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี

5 โรงเรียนบา้ นทา่ ชุม (ประชาอุทศิ วิทยาคาร) มีประสทิ ธภิ าพไม่เปน็ ไปตามเกณฑ์ ตอ้ งทำการปรับปรุงใหม่

8. จัดทำรูปเล่มการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกม

การศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

โรงเรียนบ้านทา่ ชมุ (ประชาอุทศิ วิทยาคาร) ซึง่ เปน็ กลมุ่ ท่ีเปา้ หมายการวจิ ัย

ข้อตกลง เนื่องด้วยปัจจัยจำกัดบางประการคือ 1) โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยา

คาร) เป็นโรงเรียนขนาดเล็กซึ่งสำหรับนักเรียนระดับอนุบาลจนถึงชั้นประถมปลายแล้วเปิดการเรียนการสอน

เพยี งช้ันเรียนเดยี วและมนี ักเรยี นจำนวนทงั้ สนิ้ 635 คน 2) ขาดโรงเรยี นท่มี ีบรบิ ทใกลเ้ คียงกัน 3) ความยนิ ยอม

ของโรงเรยี นทีม่ ีบรบิ ทใกล้เคยี งกันทจ่ี ะใหผ้ วู้ ิจัยนำเร่ืองการพัฒนากจิ กรรมการเรียนรู้ โดยใชก้ ารจดั การเรียนรู้เชิง

รุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เรอื่ ง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี

5 โรงเรยี นบ้านท่าชุม (ประชาอทุ ิศวิทยาคาร) มาทดลองใช้กับนักเรยี นระดับช้ันเดียวกันเพ่ือหาประสิทธิภาพเชิง

ประจักษ์ เพราะเงื่อนไขของระยะเวลาและความแตกต่างของการจัดทำหลักสตู รสถานศึกษา ด้วยปัจจัยจำกัด

ดังกล่าว จึงสร้างข้อตกลงว่า การทำวิจัยครั้งนี้ผู้วิจัยขอละเว้นการหาประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ของเรื่องการ

พัฒนากิจกรรมการเรียนรู้ โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพ่ือสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่อง

ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชวี ิตของนักเรียนชน้ั ประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรยี นบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร)

2.1 เคร่ืองมอื รวบรวมข้อมูลเครื่องมือทีใ่ ช้รวบรวมข้อมลู ประกอบด้วย

- แบบสอบถามความพงึ พอใจ

- แบบสอบถามความคิดเหน็

- แบบทดสอบ

เครื่องมือแต่ละชนิดดังกล่าว ดำเนนิ การสร้างและหาประสิทธิภาพทั้งเชิงเหตผุ ลและเชิงประจักษ์ตามลำดับข้ัน

ดังน้ี

1. ทำการศึกษาเอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเพื่อศึกษาแนวคิด ทฤษฎี หลักการ วิธีการท่ี

เกย่ี วข้องกับการสร้าง แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบสอบถามความคดิ เหน็ แบบทดสอบ เครื่องมือรวบรวม

ข้อมลู แตล่ ะชนิดจะสร้างตามแนวคิด ทฤษฎี หลักการ วธิ ีการต่าง ๆ ดังนี้

1.1 แบบทดสอบสร้างตามแนวคิด ทฤษฎขี อง หลกั การ วธิ ีการทางการของเคร่ืองมือ
รวบรวมข้อมูลแตล่ ะชนิดจะสร้างตามแนวคดิ ทฤษฎี หลักการ (ทิศนา แขมมณ,ี 2543)

1.2 แบบสอบถามความพึงพอใจ สร้างตามแนวคิด ทฤษฎีของ หลักการ วิธีการ
เคร่อื งมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนดิ จะสร้างตามแนวคิด ทฤษฎี หลกั การ (ทศิ นา แขมมณ,ี 2543)

2. ยกเว้นแบบทดสอบเดิมที่มีอยู่แล้ว สร้างฉบับร่างร่าง เรื่องการพัฒนากิจกรรมการเรียนรู้
โดยใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตของ
นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) โดยอ้างอิงผลการศึกษาเอกสารและ
งานวจิ ยั ทีเ่ กีย่ วข้อง ดังกลา่ วข้อ 1 ก่อนหนา้

3. สร้างแบบประเมินค่าดรรชนีความสอดคล้อง (Index of Item –Objective
Congruence: IOC) เพ่ือให้ผู้เชียวชาญทำการประเมินค่าความเท่ยี งตรงเชิงเนื้อหา (Content Validity)
ของเคร่อื งมือรวบรวมข้อมลู แตล่ ะชนดิ

4. นำเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิดที่สร้างเป็นฉบับร่างไปให้ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา ด้าน
เทคโนโลยีการศกึ ษา และด้านการวิจัยหรือการวัดประเมินผลดา้ นละ 3 คน ทำการประเมินความเทีย่ งตรงเชิง
เนือ้ หาดว้ ยแบบประเมิน IOC แตล่ ะขอ้ คำถาม(Item) ของแต่ละประเด็นท่ปี ระเมนิ ตอ้ งมีคา่ เฉลี่ยอย่างน้อย 0.5
จงึ จะตดั สินว่า ข้อคำถามนัน้ มีความเทยี่ งตรง ( บญุ ชม ศรสี ะอาด (2545)

5. นำเครือ่ งมือรวบรวมขอ้ มูลแตล่ ะชนิดทีผ่ า่ นการประเมินดังกลา่ วข้อ 4 มาแกไ้ ข
ปรบั ปรงุ ตามคำแนะนำของผู้เชีย่ วชาญการหาคุณภาพเคร่ืองมือรวบรวมข้อมูลดังกล่าวข้อ 1 – 5 จัดเป็นการ
หาคุณภาพ เชงิ เหตผุ ล สำหรบั การหาประสิทธภิ าพเชิงประจักษจ์ ะดำเนินการตามลำดับข้ันนับแตข่ ัน้ ท่ี 6 ดงั น้ี

6. จัดทำรูปเลม่ เครอื่ งมือรวบรวมข้อมลู แต่ละชนิดที่ทำการแก้ไขแล้ว
7. นำเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิดที่จัดทำเป็นรูปเล่มแล้วมาหาค่าความเชื่อม่ัน
(Reliability) ซึ่งเป็นการหาประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ โดยทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5
โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) ซึ่งเป็นคนละกลุ่มกับกลุ่มที่เป็นเป้าหมายการวิจัย การหาค่าความ
เชื่อมั่นใช้วิธีการหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาค (Cronbach’s Alpha Coefficienty) โดยมีเกณฑ์
ประเมนิ ผ่านท้งั ฉบับที่ 0.7 ถา้ น้อยกวา่ ตอ้ งทำการปรบั ปรุงเคร่ืองมือใหม่
8. ปรบั ปรุงเครอ่ื งมอื รวบรวมข้อมลู แต่ละชนดิ หากพบวา่ คา่ สมั ประสิทธ์ิแอลฟาตำ่ กว่า
0.7
9. ยกเวน้ แบบทดสอบ จัดทำรูปเล่มเคร่ืองมือรวบรวมข้อมลู แต่ละชนิด พร้อมสำหรับการนำไป
ทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) ซึ่งเป็น
กลมุ่ เปา้ หมายการวิจยั
สำหรับแบบทดสอบนั้น เมื่อทำการประเมินความเที่ยงตรงและความเชื่อมั่นแล้ว ก่อนนำไป
ทดลองใช้กับนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) ซึ่งเป็นกลุ่มท่ี
เป้าหมายการวิจัย ตอ้ งดำเนินการต่อจากขอ้ 8 เพื่อหาคา่ ความยากงา่ ย และค่าอำนาจ การจำแนกต่อดังนี้

10. นำแบทดสอบแตล่ ะข้อมาวิเคราะห์ความยากงา่ ยด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเรจ็ รปู
ข้อคำถามที่ดีของแบบทดสอบประเภท 4 ตัวเลือกจะมีค่าความยากง่ายระหว่าง 0.20 – 0.80 (สุมาลี จันทร์
ชะลอ. 2542) ถ้าเป็นประเภทแบบถูก-ผิด จะมีค่าความยากง่ายระหว่าง 0.60–0.95 (Nunnally.1967; อ้างถึง
ใน เยาวดี รางชยั กุลวบิ ูลยศ์ รี. 2552)

11. นำแบบทดสอบแต่ละข้อมาวิเคราะห์ค่าอำนาจการจำแนกโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป SPSS
แบบทดสอบท่มี คี ่าอำนาจการจำแนกตั้ง 0.2 เปน็ แบบทดสอบท่สี ามารถใช้ได้

12. จัดทำรูปเล่มของแบบทดสอบ พร้อมสำหรับการนำไปทดลองใช้กับนักเรียนระดับช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ี่ 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) ซ่ึงเปน็ กล่มุ เปา้ หมายการวิจยั

ข้อตกลง เนื่องด้วยปัจจัยจำกัดบางประการเช่นเดียวกับดังกล่าวแล้วในหัวข้อ “วิธีการสร้างและหา
คุณภาพของนวัตกรรม” จึงสร้างข้อตกลงว่า การวิจัยครั้งนี้จะละเว้นการหาประสิทธิภาพ เชิงประจักษ์ซ่ึง
ประกอบด้วย การหาค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือรวบรวมข้อมูลทุกชนิด การหาค่าความยากง่าย และค่า
อำนาจการจำแนกซงึ่ เฉพาะสำหรับแบบทดสอบ

3. การดำเนนิ การรวบรวมข้อมลู
1. ทำการทดสอบก่อนการใช้นวัตกรรมกับนักเรยี นระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 ที่ผ่านการเรียนรู้เรื่อง
เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต เมื่อภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ผลสัมฤทธิ์จากการทดสอบคือความ
คงทนของความรู้จากการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้แบบเดิมก่อนการทำวจิ ยั

2. ทดลองจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้ การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้าง
ความรู้ความเข้าใจ เรอื่ ง ความสัมพันธ์ของส่ิงมชี ีวติ ของนักเรียนช้นั ประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชา
อุทิศวิทยาคาร)

3. ทำการทดสอบหลังการใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความ
เข้าใจ เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยา
คาร) ผลสมั ฤทธจิ์ ากการทดสอบคอื ความความรู้ท่เี กิดจากการทดลองจัดกิจกรรมการเรียนรทู้ ่ีใชเ้ รื่องการจัดการ
เรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจ เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตของนักเรียนช้ัน
ประถมศกึ ษาปที ่ี 5 โรงเรยี นบา้ นทา่ ชมุ (ประชาอทุ ิศวิทยาคาร)

4. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ระหว่างการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบเดิมก่อนการทำ
วิจัย และหลังการทดลองจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสร้างความรู้
ความเข้าใจ เรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิตของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศ
วิทยาคาร)

5. ให้นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีท่ี 5 โรงเรียนบ้านท่าชุม (ประชาอุทิศวิทยาคาร) ตอบ
แบบสอบถามวัดระดับความพึงพอใจจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เรื่องเรื่อง ความสัมพันธ์ของสิ่งมีชีวิต โดย
ทดลองใช้การจัดการเรียนรู้เชิงรุกและเกมการศึกษาเพื่อสรา้ งความรู้ความเข้าใจ

4. การวิเคราะหข์ อ้ มลู
4.1 การวิเคราะหข์ อ้ มูลเพ่อื หาคุณภาพและประสทิ ธภิ าพของเคร่ืองมอื การวิจัย
1.ความเหมาะสมของนวัตกรรมที่สร้างหรือพัฒนาต่อยอด วิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ย และ ส่วน

เบ่ยี งเบนมาตรฐาน วิธกี ารวเิ คราะหใ์ ชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป
2. ประสิทธิภาพเชิงประจักษ์ของนวัตกรรมที่สร้างหรือพัฒนาต่อยอด วิเคราะห์ด้วยเกณฑ์

ประสิทธิภาพ E /E วิธีการวิเคราะหใ์ ชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอรส์ ำเรจ็ รูป
12
3. ความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาของเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิด วิเคราะห์ด้วยค่าดรรชนี

ความสอดคล้องหรอื IOC วิธกี ารวิเคราะห์ใชโ้ ปรแกรมคอมพวิ เตอร์สำเร็จรูป
4. ความเชื่อมั่นของเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิด วิเคราะห์ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา

ของครอนบาค วิธกี ารวเิ คราะห์ใชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเรจ็ รปู
5. ความยากงา่ ยของแบบทดสอบแตล่ ะข้อ วิธกี ารวิเคราะหใ์ ชโ้ ปรแกรมคอมพิวเตอรส์ ำเร็จรูป
6.ค่าอำนาจการจำแนกของแบบทดสอบแต่ละข้อวิธีการวิเคราะห์ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

สำเร็จรูป
4.2 การวเิ คราะหข์ อ้ มลู การวิจยั
1. การวเิ คราะหข์ ้อมลู เพื่อหาคุณภาพและประสิทธภิ าพของเครอื่ งมือการวิจัย
1.1 ความเหมาะสมของนวัตกรรมที่สร้างหรือพัฒนาขึ้นเพื่อพัฒนา/ปรับปรุงผลสัมฤทธิ์การ

เรยี นรูข้ องนกั เรยี น วเิ คราะหด์ ว้ ยค่าเฉลย่ี และสว่ นเบ่ยี งเบนมาตรฐานโดยใช้
สตู ร

สตู รคำนวณหาค่าเฉลีย่ ( ̅) = ∑



สูตรคำนวณหาคา่ สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน

การหาส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) ในกรณีข้อมลู ไม่ได้มีการแจกแจงความถสี่ ามารถหาได้
จากสูตร

สูตรท่ี 1 หรอื

สตู รที่ 2
เม่ือ S.D. คือ ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐาน

คอื ข้อมูล ( ตัวที่ 1,2,3...,n)
คือ ค่าเฉลย่ี เลขคณติ
คอื จำนวนขอ้ มูลท้ังหมด

หมายเหตุ ในกรณที ี่ เปน็ ทศนยิ มทำให้เกดิ ความยงุ่ ยากในการคำนวณ จึงควร
เลอื กใชส้ ตู รท่ี 2

1.2ประสิทธภิ าพของนวัตกรรมท่สี รา้ งหรอื พฒั นาข้นึ เพ่ือพัฒนา/ปรบั ปรงุ ผลสมั ฤทธ์กิ าร
เรยี นร้ขู องนักเรียน วิเคราะห์ด้วยเกณฑป์ ระสิทธิภาพ E /E โดยใช้สตู ร

12

E1 =
เมื่อ

E1 หมายถึง ค่าประสิทธิภาพของกระบวนการเรยี นรรู้ ะหว่างการทดลองใช้ชดุ
บทปฏบิ ัตกิ ารวิทยาศาสตร์ทใี่ ช้ทฤษฎีสรา้ งความรูด้ ้วยตนเอง

หมายถงึ ผลรวมของคะแนนการทำกิจกรรมท้ายบทของแต่ละบทปฏิบัตกิ าร
วทิ ยาศาสตร์ทใ่ี ช้ทฤษฎีสร้างความร้ดู ้วยตนเองของผูเ้ รียนทุกคน

N หมายถึง จำนวนผ้เู รยี นที่ใชใ้ นการทดลองเพอื่ หาประสทิ ธภิ าพของชุดบท
ปฏบิ ัตกิ ารวทิ ยาศาสตร์ท่ีใช้ทฤษฎีสร้างความรู้ด้วยตนเอง

P หมายถึง คะแนนเตม็ ของชุดบทปฏิบตั ิการวิทยาศาสตร์ทใ่ี ช้ทฤษฎสี ร้าง
ความรู้ด้วยตนเองทกุ ชดุ รวมกนั

และ E2 =

เม่ือ
E2 หมายถงึ ค่าประสิทธิภาพของผลลัพธก์ ารเรียนร้หู ลงั การทดลองใชช้ ุดบท
ปฏบิ ตั ิการวิทยาศาสตรท์ ใ่ี ช้ทฤษฎสี รา้ งความรูด้ ว้ ยตนเองครบทุกบท
หมายถึง ผลรวมของคะแนนของผู้เรยี นทุกคนจากแบบทดสอบเม่ือทดลองใช้ชุด
บทปฏิบัติการปฏิบัติการวทิ ยาศาสตรท์ ่ใี ชท้ ฤษฎสี รา้ งความรดู้ ว้ ยตนเอง
ครบทกุ บท

N หมายถงึ จำนวนผเู้ รียนท่ใี ชใ้ นการทดลองใชช้ ุดบทปฏิบัตกิ ารวิทยาศาสตร์ทใี่ ช้

ทฤษฎสี รา้ งความรู้ดว้ ยตนเอง

0 หมายถึง คะแนนเตม็ ของแบบทดสอบเพ่ือวดั ผลสมั ฤทธิ์การเรยี นร้ขู องผเู้ รยี นจาก

การทดลองใช้ชุดบทปฏบิ ตั ิการวิทยาศาสตร์ท่ีใช้ทฤษฎสี รา้ งความรูด้ ว้ ย

ตนเอง

1.3 ความเทีย่ งตรงเชงิ เนือ้ หาของเครื่องมอื รวบรวมข้อมลู แต่ละชนิด
วเิ คราะห์ด้วย IOC

1.4 ความเชื่อมั่นของเครื่องมือรวบรวมข้อมูลแต่ละชนิด วิเคราะห์ด้วยค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา
ของครอนบาค โดยใช้สตู ร

α = (k) (1 − ∑ik=1 s2i )
sp2
k−1

เมือ่

α = คา่ สมั ประสิทธ์แิ อลฟาของครอนบาค

k = จำนวนข้อของแบบทดสอบ แต่ละข้อมคี ะแนนเป็นอสิ ระตอ่ กัน

2 = ความแปรปรวนคะแนนของแบบทดสอบแตล่ ะข้อ

2 = ความแปรปรวนของคะแนนรวมของผ้เู รยี นแตล่ ะคน

1.5ความยากงา่ ยของแบบทดสอบแต่ละข้อ วเิ คราะห์ด้วยสูตร
=



เมอื่
P = ความยากง่ายของแบบทดสอบข้อที่ทำการวเิ คราะห์
R = จำนวนผเู้ รยี นทต่ี อบแบบทดสอบข้อที่ทำการวเิ คราะห์ถูกต้อง
N = จำนวนผูเ้ รยี นทั้งหมด
1.6 ค่าอำนาจการจำแนกของแบบทดสอบแต่ละข้อ วิเคราะห์ด้วยสตู ร

= −

แบบทดสอบแต่ละข้อตัดสินอำนาจการจำแนกที่ D มคี ่าอยา่ งนอ้ ย. 30 ซึ่งหมายความว่า แบบทดสอบ
ข้อนั้นมีอำนาการจำแนกอยา่ งน้อยท่ีระดบั พอใช้

2.การวเิ คราะหข์ อ้ มลู การวจิ ยั

2.1 ผลสัมฤทธิ์การเรียนรู้ของนักเรียน วิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ซึ่งสูตรการคำนวณกล่าวแล้วในส่วนของการวิเคราะห์ความเหมาะสมของนวัตกรรมที่สร้างหรือ

พฒั นาข้ึนเพอ่ื พัฒนา/ปรบั ปรงุ ผลสัมฤทธิ์การเรียนรขู้ องนกั เรยี น

2.2 ผลการพัฒนาผลสมั ฤทธิก์ ารเรยี นรู้ของนกั เรียน วิเคราะหด์ ว้ ย Independent t- Test

โดยกำหนดระดบั นยั สำคญั ทางสถิติท่ี α 0.05 ตัวอยา่ งดังน้ี

= ̅1− ̅ 2 เมื่อ = 1 + 2 − 2
2√( 11+ 12)

2 = ( 1−1) 12+( 2−1) 22

1+ 2−2

เมือ่

= ผลการเปรยี บเทียบค่าเฉลย่ี ผลสัมฤทธ์กิ ารเรยี นร้ขู องผู้เรยี นทง้ั 2 กลมุ่

1 = ขนาดกลุ่มตวั อยา่ งของผู้เรียนช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ปกี ารศึกษา 2558
จำนวน 15 คน

2 = ขนาดกลุม่ ตวั อยา่ งของผู้เรยี นช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี 5 ปีการศึกษา 2559
จำนวน 16 คน

̅1 และ ̅2 ค่าเฉล่ียผลสัมฤทธิ์การเรยี นรู้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิการเรียนรู้
ของ 1 และ 2 ตามลำดบั

= ค่าองศาความเปน็ อิสระ (Degree 0f Freedom)
12 และ 22 = ค่าความแปรปรวน 1 และ 2 ตามลำดบั
2= ความแปรปรวนร่วม (Pooled Variance)

2.3 ระดับความพึงพอใจ วิเคราะห์ด้วยค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สูตรการคำนวณใช้

เชน่ เดียวกบั สูตรวิเคราะหผ์ ลสัมฤทธิก์ ารเรียนรู้ของนกั เรียน

2.4 เกณฑ์ประเมินระดับความพึงพอใจของนักเรียน วิเคราะห์ด้วยช่วงระดับค่าเฉลี่ยตาม

เกณฑข์ อง บญุ ชม ศรสี ะอาด (2545) ดงั น้ี

ชว่ งระดับค่าเฉลย่ี ระดับความพงึ พอใจ

คะแนนเฉลยี่ 4.51 – 5.00 มคี วามพึงพอใจท่รี ะดบั มากสุด

คะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 มคี วามพึงพอใจที่ระดับมาก

คะแนนเฉลยี่ 2.51 – 3.50 มีความพงึ พอใจที่ระดบั ปานกลาง

คะแนนเฉลีย่ 1.51 – 2.50 มคี วามพึงพอใจทร่ี ะดบั น้อย

คะแนนเฉลยี่ 1.00 – 1.50 มคี วามพึงพอใจท่ีระดบั นอ้ ยสุด

การนำเสนอผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู
นำเสนอผลการวเิ คราะหข์ ้อมูลดว้ ยตาราง พร้อมทั้งบรรยายเปน็ ความเรยี งประกอบ


Click to View FlipBook Version