The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิชาหลักการตลาด

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rachbunoi, 2022-05-27 05:43:16

แผนการสอนวิชาหลักการตลาด

แผนการสอนวิชาหลักการตลาด

แผนการสอน รายวชิ าการหลกั การตลาด 30200-1002

นางศิริพร อำนวย
ครแู ผนกวิชาการบญั ชี

แผนการสอน
รหัส 30200 – 1002 วชิ า หลักการตลาด
หลกั สตู รประกาศนยี บัตรวิชาชีพชัน้ สูง (ปวส.) พุทธศักราช 2563
ประเภทวิชา บรหิ ารธรุ กิจ สาขางาน การบัญชี

จัดทำโดย
นางศิริพร อำนวย
แผนกวชิ าการบญั ชี

วทิ ยาลัยการอาชพี ขุนหาญ
สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศกึ ษา

บันทึกการขออนุมตั กิ ารใช้แผนการสอน
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564
รหัสวชิ า 30200 – 1002 วชิ า หลกั การตลาด
หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชพี ชั้นสงู (ปวส.) พทุ ธศักราช 2563
ประเภทวิชา บริหารธุรกิจ สาขางาน การบญั ชี

ขออนุมัตกิ ารใช้แผนการสอน

ลงชื่อ...........................................ครูผสู้ อน
(นางศิรพิ ร อำนวย)

ความเหน็ หัวหนา้ แผนกวิชา
....................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..........................................หวั หน้าแผนกบัญชี
( นางละอองดาว สารีบุตร )

ความเหน็ ของหัวหน้างานพฒั นาหลักสตู รการเรียนการสอน
............................................................................................................................. ..........................................

ลงชือ่ ........................................หวั หน้างานพฒั นาหลักสูตรฯ
( นายชยั วิทย์ ทองหลำ่ )

ความเห็นของรองผอู้ ำนวยการฝา่ ยวชิ าการ
เห็นควรพิจารณาอนุมัติ ใหใ้ ช้ประกอบการเรียนการสอนได้
ลงชือ่ .........................................รองฯฝ่ายวชิ าการ
( นายธนวนิ สายนาค )
ครู ปฏิบัติงานในหนา้ ท่ี รองผู้อำนวยการฝ่ายวชิ าการ

ความเหน็ ของผู้อำนวยการ
อนุมตั ิ
ไม่อนุมัติ เพราะ................................................................................................................................
ลงชอ่ื ................................................

( นายชาตรี สารบี ตุ ร )
รองผู้อำนวย รักษาการในตำแหน่ง
ผู้อำนวยการวทิ ยาลัยการอาชพี ขุนหาญ

คำนำ

แผนการสอนวิชาหลกั การตลาด (30200 – 1002) เล่มน้ีผจู้ ดั ทาไดเ้ รียบเรียงข้นึ ตามจุดประสงค์
สมรรถนะ และคาอธิบายรายวิชาของหลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) พุทธศกั ราช 2557
สานกั งานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยผจู้ ดั ทามีจุดมุ่งหมาย เพ่ือใหผ้ สู้ อนรายวิชาหลกั การตลาด
ใช้เป็ นแนวทางประกอบการจดั การเรียนการสอน ซ่ึงผูจ้ ดั ทาข้ึนจากความรู้ และประสบการณ์การสอน
รายวิชา หลกั การตลาด สาขาวิชาการตลาดไม่นอ้ ยกวา่ 30 ปี นาความรู้ที่ศึกษา และประสบการณ์ จดั เรียบ
เรียงดว้ ยภาษาที่เขา้ ใจไดง้ ่าย โดยปรับปรุง พฒั นาให้สอดคลอ้ งกบั จุดประสงค์ และคาอธิบายรายวิชาของ
หลกั สูตรท่ีใชอ้ ยใู่ นปัจจุบนั ผจู้ ดั ทาหวงั เป็นอย่างยงิ่ ว่า แผนการสอนรายวิชาหลกั การตลาดฉบบั น้ี ผูน้ าไปใช้
จะเกิดความรู้ ความเขา้ ใจ และสามารถจดั การเรียนการสอนไดง้ ่ายและชดั เจนยง่ิ ข้ึน

นางศิริพร อานวย

สำรบญั ฉ

คำนำ หน้ำ
จดุ ประสงค์รำยวิชำ
สมรรถนะรำยวิชำ ก
คำอธิบำยรำยวิชำ ข
กำรวิเครำะห์หน่วยกำรเรียนรู้และสมรรถนะรำยวชิ ำ ข
ตำรำงวเิ ครำะห์หลกั สูตรรำยวชิ ำ ข
ตำรำงวเิ ครำะห์หน่วยกำรเรียนรู้และเวลำที่ใช้ในกำรจัดกำรเรียนรู้ ค
สำรบัญ ง
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 1 ลกั ษณะท่ัวไปของกำรตลำด จ

สาระสาคญั หน่วยการเรียนรู้ 1-7
สมรรถนะประจาหน่วย
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้
การวดั ผลประเมินผล
กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมา
เอกสารอา้ งอิง
แบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วยการเรียน

บนั ทึกหลงั การสอน 8-14
ขอ้ คดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะ
หน้ำ
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 2 แนวควำมคิดทำงกำรตลำดและแนวทำงกำรศึกษำงำนกำรตลำด
สาระสาคญั หน่วยการเรียนรู้ 15-19
สมรรถนะประจาหน่วย
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 20-28
สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
ส่ือการเรียนรู้

-2-

การวดั ผลประเมินผล
กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมา
เอกสารอา้ งอิง
แบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วยการเรียน
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ คดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะ

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 3 หน้ำที่และกจิ กรรมกำรตลำด
สาระสาคญั หน่วยการเรียนรู้
สมรรถนะประจาหน่วย
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
ส่ือการเรียนรู้
การวดั ผลประเมินผล
กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมา
เอกสารอา้ งอิง
แบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วยการเรียน
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ คิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะ

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่ 4 กำรวิเครำะห์สภำพแวดล้อมทำงกำรตลำดและระบบกำรตลำด

ตำมหลกั กำร SWOT Analysis
สาระสาคญั หน่วยการเรียนรู้

สมรรถนะประจาหน่วย หน้ำ
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 29-37
สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้ 38-44
ส่ือการเรียนรู้
การวดั ผลประเมินผล
กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมา
เอกสารอา้ งอิง

-3-
แบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วยการเรียน
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ คิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะ
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 5 กำรกำหนดตลำดเป้ำหมำย
สาระสาคญั หน่วยการเรียนรู้
สมรรถนะประจาหน่วย
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
ส่ือการเรียนรู้
การวดั ผลประเมินผล
กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมา
เอกสารอา้ งอิง
แบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วยการเรียน
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ คดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะ
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี 6 พฤตกิ รรมผ้บู ริโภค
สาระสาคญั หน่วยการเรียนรู้
สมรรถนะประจาหน่วย
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้

ส่ือการเรียนรู้ หน้ำ
การวดั ผลประเมินผล 45-51
กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมา
เอกสารอา้ งอิง 52-57
แบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วยการเรียน
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ คดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะ

-4-
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 7 ผลติ ภณั ฑ์

สาระสาคญั หน่วยการเรียนรู้
สมรรถนะประจาหน่วย
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
ส่ือการเรียนรู้
การวดั ผลประเมินผล
กิจกรรมเสนอแนะ/งานที่มอบหมา
เอกสารอา้ งอิง
แบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วยการเรียน
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ คิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะ
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 8 ผลติ ภณั ฑ์
สาระสาคญั หน่วยการเรียนรู้
สมรรถนะประจาหน่วย
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้
การวดั ผลประเมินผล

กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมา 58-65
เอกสารอา้ งอิง หน้ำ
แบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วยการเรียน
บนั ทึกหลงั การสอน 66-73
ขอ้ คิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะ

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้ที่ 9 กำรจัดจำหน่ำย
สาระสาคญั หน่วยการเรียนรู้
สมรรถนะประจาหน่วย
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
สาระการเรียนรู้

-5-
กิจกรรมการเรียนรู้
ส่ือการเรียนรู้
การวดั ผลประเมินผล
กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมา
เอกสารอา้ งอิง
แบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วยการเรียน
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ คิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะ

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี 10 กำรส่งเสริมกำรตลำด
สาระสาคญั หน่วยการเรียนรู้
สมรรถนะประจาหน่วย
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
ส่ือการเรียนรู้
การวดั ผลประเมินผล
กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมา
เอกสารอา้ งอิง
แบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วยการเรียน
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ คิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะ

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 11 เทคโนโลยีทำงกำรตลำด 74-79
สาระสาคญั หน่วยการเรียนรู้
สมรรถนะประจาหน่วย
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
สาระการเรียนรู้
กิจกรรมการเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้
การวดั ผลประเมินผล
กิจกรรมเสนอแนะ/งานท่ีมอบหมา
เอกสารอา้ งอิง

-6- หน้ำ

แบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วยการเรียน
บนั ทึกหลงั การสอน
ขอ้ คดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะ



แผนกำรจดั กำรเรียนรู้

รหสั วิชำ 30200-1002 ชื่อวิชำ หลกั การตลาด จำนวน 3 หน่วยกติ 3 ชม./สัปดำห์
หลกั สูตร ประกาศนียบตั รวิชาชีพช้นั สูง (ปวส.) ประเภทวชิ ำ บริหารธุรกิจ สำขำวิชำ การบญั ชี

จุดประสงค์รำยวชิ ำ เพอ่ื ให้

1. มีความรู้ ความเขา้ ใจพ้นื ฐานการตลาดและส่วนประสมการตลาด
2. มีทกั ษะการกาหนดส่วนประสมการตลาด
3. มีเจตคติและกิจนิสยั ท่ีดีต่อการดาเนินงานการตลาด

สมรรถนะรำยวิชำ

1. แสดงความรู้พ้ืนฐานการตลาด
2. วเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดและพฤติกรรมผบู้ ริโภคตามสถานการณ์
3. กาหนดส่วนประสมการทางตลาด
4. แสดงเจตคติและกิจนิสยั ที่ดีต่อการดาเนินงานการตลาด

คำอธบิ ำยรำยวชิ ำ

ศึกษาเก่ียวกบั ความรู้พ้ืนฐานการตลาด แนวความคิดทางการตลาด หนา้ ท่ีทางการตลาด การวิเคราะห์
สภาพแวดลอ้ มทางการตลาด พฤติกรรมผบู้ ริโภคและกระบวนการตดั สินใจซ้ือ การแบ่งส่วนตลาด ตลาด

เป้าหมาย ผลิตภณั ฑแ์ ละการกาหนดตาแหน่งผลิตภณั ฑ์ การกาหนดราคา การจดั จาหน่าย การส่งเสริม
การตลาด เทคโนโลยที างการตลาด และจรรยาบรรณนกั การตลาด


กำรวิเครำะห์หน่วยกำรเรียนรู้และสมรรถนะรำยวชิ ำ

รหสั วิชำ30200–1002 ช่ือวิชำ หลกั การตลาด (Principle of Marketing) จำนวน 3 หน่วยกติ 3 ชม./สัปดำห์)

หน่วยท่ี ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ สมรรถนะประจำหน่วยกำรเรียน
1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ความหมายของการตลาด
1 ลกั ษณะทว่ั ไปของกำรตลำด 2. อธิบายวิวฒั นาการทางการตลาด
3. อธิบายลกั ษณะการตลาดแตล่ ะยคุ
(The Nature of Marketing) 4. อธิบายความสาคญั ของการตลาดในดา้ นตา่ งๆ
5. แสดงความคดิ เห็นเก่ียวกบั การตลาด
1. ความหมายของการตลาด 6. เปรียบเทียบลกั ษณะของนกั การตลาดท่ีมีและ
ไม่มี จรรยาบรรณ
2.วิวฒั นาการทางการตลาด 7. แสดงแนวคิดในการดาเนินกิจกรรมการตลาด
ตามหลกั จรรยาบรรณของนกั การตลาด
3.ลกั ษณะการตลาดในแต่ละยคุ 1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายของ
แนวความคิดทางการตลาด
4.ความสาคญั ของการตลาด 2. อธิบายลกั ษณะของแนวความคดิ ทางการตลาด
แต่ละประเภท
5.ขอ้ เสียของการตลาด 3. อธิบายความแตกตา่ งของระหวา่ งแนวความคิด
ทางการตลาดแต่ละแบบ
6.จรรยาบรรณนกั การตลาด 4.สามารถอธิบายแนวทางการศึกษางานการตลาด
ในแตล่ ะแนวทางได้
2 แนวควำมคิดทำงกำรตลำดและแนวทำง
กำรศึกษำงำนกำรตลำด
(Marketing Concept and Marketing
Approach)
1. ความหมายของแนวความคดิ
ทางการตลาด
2. ลกั ษณะของแนวความคดิ ทางการตลาด

3. ความแตกตา่ งระหวา่ งแนวความคิดทาง 5. นาแนวความคิดทางการตลาดมาใชใ้ ห้

การตลาดสมยั เก่ากบั การตลาดสมยั ใหม่ สอดคลอ้ งกบั สถานการณ์

4. แนวทางการศึกษางานการตลาด

3 หน้ำท่ีและกจิ กรรมกำรตลำด 1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ความหมายของหนา้ ท่ี

( Marketing Function and Marketing การตลาดและกิจกรรมการตลาด

Activities ) 2. จาแนกองคป์ ระกอบของหนา้ ที่การตลาด
1. ความหมายของหนา้ ที่และกิจกรรม 3. อธิบายความสมั พนั ธ์ของกิจกรรมการตลาด
การตลาด ท่ีจะตอ้ งปฏิบตั ิเพอ่ื ใหห้ นา้ ที่ทางการตลาด
2. การจาแนกหนา้ ที่การตลาด บรรลุผลตามเป้าหมาย
4. มีลกั ษณะนิสยั ท่ีรับผดิ ชอบต่อหนา้ ที่ของตนเอง

และการเป็นนกั การตลาดท่ีดี

-2-

หน่วยท่ี ช่ือหน่วยกำรเรียนรู้ สมรรถนะประจำหน่วยกำรเรียน

4 กำรวิเครำะห์สภำพแวดล้อมทำงกำรตลำด 1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายของสภาพ

และระบบตลำด (Marketing แวดลอ้ มทางการตลาด

Environment Analysis and Marketing 2. อธิบายความสาคญั ของสภาพแวดลอ้ มทาง

System) การตลาดต่อการดาเนินงานทางการตลาด

1. ความหมายของสภาพแวดลอ้ มทาง 3. จาแนกองคป์ ระกอบของสภาพแวดลอ้ ม

การตลาด (Marketing Environment) ทางการตลาด

2. ความสาคญั ของสภาพแวดลอ้ มทาง 4. สามารถอธิบายและวิเคราะห์สภาพแวด

การตลาด ลอ้ มทางการตลาดที่มีผลกระทบตอ่ การ

2.1 สามารถนามาวิเคราะห์ถึงโอกาส ดาเนินงานทางการตลาดในดา้ นต่างๆ

อุปสรรค 5. นาขอ้ มูลเก่ียวกบั สภาพแวดลอ้ มทางการตลาด

2.2 สามารถนาขอ้ มูลมาใชป้ ระกอบใน ในแตล่ ะปัจจยั ท่ีดารงอยใู่ นสถานการณ์ปัจจุบนั

การตดั สินใจ มาทาการวิเคราะห์โอกาสทางการตลาดตาม

2.3 สามารถปรับเปล่ียนสภาพแวดลอ้ ม หลกั การของ SWOT Analysis

ภายใน หรือทรัพยากรท้งั หมด 6. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายและกลไกการ

2.4 สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของ ทางานของระบบการตลาด

สถานการณ์ในดา้ นตา่ งๆไดท้ นั เวลา 7. สร้างนิสยั การทางานเป็นหมู่คณะ มีการ

3. องคป์ ระกอบของสภาพแวดลอ้ มทาง แลกเปล่ียนความคิดเห็นและนามาเสนอขอ้ มูล

การตลาด ทางการตลาด

3.1 ปัจจยั ภายนอกหรือปัจจยั ท่ีควบคมุ 8. สร้างลกั ษณะนิสัยการเป็นนกั การตลาดท่ีดี
ไม่ได้ (External or Uncontrollable ตอบสนองความตอ้ งการของตลาดภายใตห้ ลกั
Factors) จรรยาบรรณของนกั การตลาด

3.2 ปัจจยั ภายในหรือปัจจยั ท่ีควบคมุ
ได้ (Internal or Controllable Factors)
4. การวิเคราะห์สภาพแวดลอ้ มทาง
การตลาด (Marketing Environment
Analysis)
5. ระบบการตลาด (Marketing System)

5.1 ความหมายของระบบการตลาด

-3-

หน่วยท่ี ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ สมรรถนะประจำหน่วยกำรเรียน

5.2 กลไกการทางานของระบบ 1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ความหมายของตลาด
2. จาแนกประเภทตลาด
การตลาด 3. แสดงความรู้เก่ียวกบั ความหมายและ
ความสาคญั ของการแบ่งส่วนตลาด
6. บทสรุป 4. แบ่งส่วนตลาดตามกระบวนการแบง่ ส่วนตลาด
โดยใชเ้ กณฑท์ ่ีเหมาะสม
5.1 ความหมายของระบบการตลาด 5. เลือกกลยทุ ธ์ในการกาหนดตลาดเป้าหมายให้
สอดคลอ้ งกบั ลกั ษณะการดาเนินงานทาง
5 กำรกำหนดตลำดเป้ำหมำย การตลาด
6. สามารถนาเสนอขอ้ มูลโดยการใชเ้ ทคโนโลยี
(Market Targeting)
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายของพฤติกรรม
1. ความหมายของตลาด ผบู้ ริโภคและแนวทางในการศึกษาพฤติกรรม

2. การจาแนกประเภทของตลาด

3. ความหมายและความสาคญั ของ

การแบ่งส่วนตลาด

4. เกณฑท์ ี่นามาใชใ้ นการแบ่งส่วนตลาด

5. ข้นั ตอนในการแบง่ ส่วนตลาด

6. การกาหนดตลาดเป้าหมาย

7. การกาหนดตาแหน่งผลิตภณั ฑ์

8. ส่วนแบง่ ตลาด

6 พฤติกรรมผ้บู ริโภค

(Consumer Behavior)

1. ทฤษฎีความตอ้ งการของมนุษย์ ผบู้ ริโภค
2. ความหมายของพฤติกรรมผบู้ ริโภค 2. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายและลกั ษณะ
3. แนวทางการศึกษาพฤติกรรมผบู้ ริโภค ของแรงจูงใจแต่ละชนิด
4. พฤติกรรมการซ้ือของตลาดธุรกิจ 5. แสดงความรู้เก่ียวกบั ความหมายและลกั ษณะ
5. ประโยชนข์ องการศึกษาพฤติกรรม อุปนิสยั การซ้ือของผบู้ ริโภค
ผบู้ ริโภค 6. อธิบายกระบวนการในการตดั สินใจซ้ือและ
ลกั ษณะของพฤติกรรมการซ้ือของตลาดผบู้ ริโภค
หน่วยท่ี -3- และตลาดธุรกิจ
ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ 7. อธิบายประโยชนข์ องการศึกษาพฤติกรรม
ผบู้ ริโภคที่มีต่อการดาเนินงานทางการตลาดใน
7 ผลติ ภัณฑ์ (Product) ดา้ นตา่ งๆ
1. ความหมายของผลิตภณั ฑ์ 8. กาหนดกิจกรรมทางการตลาดใหเ้ กิดความ
2. แนวความคิดเกี่ยวกบั ผลิตภณั ฑ์ สอดคลอ้ งกบั พฤติกรรมของผบู้ ริโภค
3. ประเภทของผลิตภณั ฑ์
4. ส่วนประกอบของผลิตภณั ฑ์ สมรรถนะประจำหน่วยกำรเรียน
5.ส่วนประสมผลิตภณั ฑ์ 9. วเิ คราะห์พฤติกรรมผบู้ ริโภคในวิทยาลยั ฯและ
6.วงจรชีวิตผลิตภณั ฑ์ กาหนดกิจกรรมที่สอดคลอ้ งกบั พฤติกรรมการซ้ือ
7.การพฒั นาผลิตภณั ฑใ์ หม่ ของผบู้ ริโภค
8.ข้นั ตอนการพฒั นาผลิตภณั ฑใ์ หม่ 10. บูรณาการความรู้มาใชใ้ นการปฏิบตั ิงานกลุ่ม
ท่ีไดร้ ับมอบหมายและนาเสนอโดยใชเ้ ทคโนโลยี
1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ความหมายของ
ผลิตภณั ฑ2์ . อธิบายแนวความคดิ เก่ียวกบั
ผลิตภณั ฑ์
3. จาแนกประเภทของผลิตภณั ฑ์
4. จาแนกส่วนประกอบของผลิตภณั ฑ์
5. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายของ
ส่วนประสมผลิตภณั ฑ์
6. อธิบายความสมั พนั ธ์ของส่วนประสม
ผลิตภณั ฑ์ ในลกั ษณะความกวา้ ง ความลึก ความ
ยาว และความสอดคลอ้ ง
7. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ลกั ษณะวงจรชีวิตลิต
ภณั ฑใ์ นแต่ละระยะ

8 รำคำและกำรกำหนดรำคำ 8. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมาย ความจาเป็น
ของพฒั นาผลิตภณั ฑใ์ หม่ และลกั ษณะของ
(Price and Pricing) ผลิตภณั ฑใ์ หม่
1. ความหมายของราคา 9. แสดงความรู้เก่ียวกบั ข้นั ตอนการพฒั นา
2. ความหมายของการกาหนดราคา ผลิตภณั ฑใ์ หม่
3. วตั ถุประสงคข์ องการกาหนดราคา 10. ใชเ้ ทคโนโลยมี าใชใ้ นการคน้ ควา้ หาขอ้ มูล
4. นโยบายการกาหนดราคา และนาเสนอรายงาน
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายของราคา การ
-4- กาหนดราคา และวตั ถปุ ระสงคข์ องการกาหนด
ราคา
หน่วยท่ี ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ 2. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ลกั ษณะนโยบาย และ
วิธีการกาหนดราคา
5. วธิ ีการกาหนดราคา 3. แสดงความรู้เก่ียวกบั ปัจจยั ที่นามาใชพ้ จิ ารณา
ในการกาหนดราคา
6. ปัจจยั ที่มีอิทธิพลในการกาหนดราคา
สมรรถนะประจำหน่วยกำรเรียน
7. กลยทุ ธก์ ารกาหนดราคา 4. ปฎิบตั ิการในการเลือกกลยทุ ธ์การกาหนดราคา
มาใชใ้ นการกาหนดราคาสินคา้ ที่ไดร้ ับมอบหมาย
8. ข้นั ตอนในการกาหนดราคา ใหน้ ามาจาหน่ายในวทิ ยาลยั ฯ
5. ปฏิบตั ิการกาหนดราคาไดต้ ามข้นั ตอนในการ
9 กำรจดั จำหน่ำย กาหนดราคา
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายของช่องทาง
(Channel of Distribution : Place) การจดั จาหน่าย
1. ความหมายของช่องทางการจดั จาหน่าย 2. จาแนกประเภทของช่องทางการจดั จาหน่าย
2. ประเภทของช่องทางการจดั จาหน่าย 3. แสดงความรู้เก่ียวกบั ลกั ษณะของช่องทางการ
3. ลกั ษณะของช่องทางการจดั จาหน่าย จดั จาหน่ายแต่ละประเภท
4. ปัจจยั ในการเลือกช่องทางการจดั 4. แสดงความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ปัจจยั ท่ีตอ้ ง
จาหน่าย นามาพิจารณาเลือกช่องทางการจดั จาหน่าย
5. ความหมายของคนกลาง 5. แสดงความรู้เก่ียวกบั ความหมาย หนา้ ท่ี และ
6. หนา้ ที่และความสาคญั ของคนกลาง ความสาคญั ของคนกลาง
7. ประเภทของคนกลาง 6. แสดงความรู้เกี่ยวกบั การจาแนกประเภทของ
คนกลาง และลกั ษณะของคนกลางแต่ละประเภท

8. การเลือกจานวนคนกลาง 7. แสดงความรู้เกี่ยวกบั หลกั การเลือกจานวนคน

9. การกระจายสินคา้ กลางทางการตลาด

8. แสดงความรู้เก่ียวกบั ลกั ษณะและองคป์ ระกอบ

ของการกระจายสินคา้ ตามหลกั การโลจิสติกส์

9. บรู ณาการความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ียวกบั การจดั

จาหน่ายและหลกั การโลจิสติกส์ไปใชใ้ นการ

กาหนดช่องทางการจดั จาหน่ายใหเ้ หมาะสมกบั

ลกั ษณะของตลาดเป้าหมาย

10 กำรส่งเสริมกำรตลำด 1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ความหมายของการ

(Marketing Promotion) ส่งเสริมการตลาด
1. ความหมายของการส่งเสริมการตลาด 2. แสดงความรู้เกี่ยวกบั กระบวนการในการ
2. กระบวนการส่งเสริมการตลาด ส่ือสารการตลาดและการส่งเสริมการตลาด
3. วตั ถปุ ระสงคข์ องการส่งเสริมการตลาด 3. แสดงความรู้เก่ียวกบั วตั ถุประสงคข์ องการ

4. ส่วนประสมของการส่งเสริมการตลาด ส่งเสริมการตลาด

-5-

หน่วยที่ ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ สมรรถนะประจำหน่วยกำรเรียน

4. แสดงความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การจาแนก

ส่วนประสมของการส่งเสริมการตลาด

5. ทกั ษะในการตดั สินใจเลือกวิธีการในการ

ส่งเสริมการตลาดใหส้ อดคลอ้ งกบั วงจรชีวิต

ผลิตภณั ฑ์

6. บูรณาการคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณ

ในการนาเสนอการส่งเสริมการตลาด

11 เทคโนโลยีทำงกำรตลำด 1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายของ

(Technology of Marketing) เทคโนโลยที างการตลาด

1. ความหมายของเทคโนโลยที างการตลาด 2. แสดงความรู้เก่ียวกบั ความสาคญั ของ

2. ความสาคญั ของเทคโนโลยี เทคโนโลยที างการตลาด

3.ประโยชนข์ องเทคโนโลยี 3. แสดงความรู้เก่ียวกบั ประโยชน์เทคโนโลยที าง

4.โทษของเทคโนโลยี การตลาด

5. ลกั ษณะของเทคโนโลยที ี่นามาใชด้ า้ น 4. อธิบายลกั ษณะของเทคโนโลยที ่ีนามาใช้
การตลาด ทางการตลาดในแตล่ ะลกั ษณะได้

5.1 การพาณิชยอ์ ิเลคทรอนิกส์ 5. สามารถใชเ้ ทคโนโลยที างการตลาดจาก
(Electronic – Commerce) เครื่องมือที่มีอยู่

5.2 การใชร้ ะบบ POS (Point of Sale)
5.3 การใชร้ ะบบ EDI (Electronic
Data Interchange)
5.4 การใชร้ ะบบบาร์โค๊ด (Barcode)



ตำรำงวิเครำะห์หลกั สูตรรำยวิชำ

รหสั วิชำ...........30200–1002………. ช่ือวชิ ำ …….…หลกั การตลาด ...(Principle of Marketing)..................
จำนวน….3………หน่วยกติ ........3........... ชม./สัปดำห์)

หน่วย ระดับพฤติกรรมทีพ่ งึ ประสงค์ เวลำ
ที่ (ชม.)
ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้ พทุ ธิพสิ ัย ทกั ษะ จติ
พิสยั
1 2 3 4 5 6 พสิ ยั

1 ลกั ษณะทว่ั ไปของการตลาด  6
(The Nature of Marketing)

แนวความคดิ ทางการตลาดและแนวทางการศึกษา 3

2 งานการตลาด 

(Marketing Concept and Marketing Approach)

3 หนา้ ท่ีและกิจกรรมการตลาด 3
(Marketing Function and Marketing Activities)   

การวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดและ

4 ระบบตลาด (Marketing Environment Analysis    6

and Marketing System)  6
 6
5 การกาหนดตลาดเป้าหมาย (Market Targeting) 
 6
6 พฤติกรรมผบู้ ริโภค (Consumer Behavior)  3

7 ผลิตภณั ฑ์ (Product)  6

8 ราคาและการกาหนดราคา (Price and Pricing) 40 6

9 การจดั จาหน่าย 3
(Channel of Distribution : Place)
20 54
10 การส่งเสริมการตลาด (Marketing Promotion) 40 20 100

เทคโนโลยที างการตลาด
11 (Technology of Marketing)

รวม

ควำมสำคญั /สัดส่วนคะแนน (ร้อยละ)

หมำยเหตุ ระดบั พทุ ธิพิสยั 1 = ความจา 2 = ความเขา้ ใจ 3 = การนาไปใช้
4 = วิเคราะห์ 5 = สังเคราะห์ 6 = ประเมินค่า



ตำรำงวเิ ครำะห์หน่วยกำรเรียนรู้และเวลำทใี่ ช้ในกำรจัดกำรเรียนรู้

รหัสวิชำ...........30200-1002………. ช่ือวิชำ …….…หลกั การตลาด ...(Principle of Marketing)..................
จำนวน….3………หน่วยกติ ........3........... ชม./สัปดำห์)

หน่วยท่ี ชื่อหน่วยกำรเรียนรู้และรำยกำรสอน สัปดำห์ท่ี ชั่วโมงท่ี
1-2 1-6
1 ลกั ษณะทว่ั ไปของการตลาด (The Nature of Marketing) 3 7-9

2 แนวความคดิ ทางการตลาดและแนวทางการศึกษางานการตลาด 4 10-12
(Marketing Concept and Marketing Approach)
5-7 13-21
3 หนา้ ท่ีและกิจกรรมการตลาด 8 22-24
(Marketing Function and Marketing Activities)

4 การวิเคราะห์สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดและระบบตลาด
(Marketing Environment Analysis and Marketing System)

5 การกาหนดตลาดเป้าหมาย (Market Targeting)

6 พฤติกรรมผบู้ ริโภค (Consumer Behavior) 9-10 25-30
7 ผลิตภณั ฑ์ (Product) 11-12 31-36
8 ราคาและการกาหนดราคา (Price and Pricing) 13 37-39
9 การจดั จาหน่าย (Channel of Distribution : Place) 14-15 40-45
10 การส่งเสริมการตลาด (Marketing Promotion) 16-17 46-51
11 เทคโนโลยที างการตลาด (Technology of Marketing) 18 52-54

รวม 18 54

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้รำยหน่วย

รหัสวิชำ …….30200-1002…………ช่ือวชิ ำ …หลกั การตลาด……(Principle of Marketing)...........….3(3)
สอนคร้ังที่ …1-2.…..หน่วยที่ ...1... ช่ือหน่วย....ลกั ษณะทว่ั ไปของการตลาด (The Nature of Marketing)...
……………..……………..………….………….………….……………….…………. เวลำ …6….. ชม.

1. สำระสำคญั

การตลาดคือกระบวนการของกิจกรรมทางธุรกิจและทางสังคม ท่ีมีจุดมุ่งหมายเพ่ือตอบสนอง
ความตอ้ งการของสังคม ธุรกิจ และการประกอบการ การตลาดมีบทบาทความสาคญั ต่อการดาเนินงานของ
ธุรกิจ ต่อวิถีการดาเนินชีวิตประจาวนั ของทุกคนในสังคม และมีความสาคญั ต่อการพฒั นาเศรษฐกิจและ
สงั คมของประเทศชาติ

โดยเฉพาะในการดาเนินงานทางธุรกิจการตลาดจดั เป็ นกิจกรรมทางธุรกิจท่ีมีความสาคญั อย่างยิ่ง
องค์การธุรกิจจะประสบความสาเร็จหรือความลม้ เหลว การตลาดจึงเป็ นปัจจยั หลกั ท่ีสาคญั ขององค์การ
เน่ืองจากรายไดข้ ององคก์ ารธุรกิจไดม้ าจากการดาเนินงานทางการตลาดธุรกิจใดท่ีมีการดาเนินงานทางการตลาด เกิด

ประสิทธิภาพจะส่งผลทาใหร้ ายไดแ้ ละทรัพยส์ ินอ่ืนๆ ของกิจการน้นั ขยายตวั เพิ่มมากข้ึนตลอดเวลา ทาให้
ธุรกิจเกิดกาไร สามารถนารายได้หรือกาไรท่ีได้รับไปใชใ้ นการดาเนินงานด้านอ่ืนๆ ของกิจการไดอ้ ย่าง
กวา้ งขวาง บรรลุเป้าหมาย หรือวตั ถุประสงค์ท่ีองค์การกาหนดและเติบโตไปได้อย่างต่อเน่ืองมั่นคง
โดยเฉพาะในสภาพการตลาดปัจจุบนั ที่เตม็ ไปดว้ ยการแข่งขนั ความเจริญกา้ วหนา้ ทางเทคโนโลยี และใน
สังคมที่กา้ วสู่ยุคของขอ้ มูลข่าวสารไร้พรมแดน การดาเนินงานและการพฒั นางานทางดา้ นการตลาดของ
ธุรกิจย่ิงมีความจาเป็ นมากย่ิงข้ึน นักการตลาดท่ีดีตอ้ งมีความรอบรู้ มีวิสัยทศั น์ มีความทนั สมยั และ มี
ความสามารถดา้ นจดั การทางการตลาดท่ีดี เพ่ือตอบสนองความตอ้ งการของผบู้ ริโภคหรือกลุ่มเป้าหมาย ให้
เกิดความพึงพอใจต่อสินคา้ หรือบริการตลอดเวลา สามารถดาเนินงานไดท้ ดั เทียมกบั คู่แข่งขนั หรือ
ก้าวหน้ากว่าภายใตส้ ถานการณ์ความเปล่ียนแปลงของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาดในขณะน้ันไดอ้ ย่าง
เหมาะสม ฉะน้นั ทกุ คนในสังคมไมว่ ่าจะเป็นผูบ้ ริโภคหรือผูใ้ ช้ และผปู้ ระกอบการธุรกิจ ตอ้ งมีพ้นื ความรู้ความ
เขา้ ใจเก่ียวกบั "กำรตลำด" ใหช้ ดั เจน

2. สมรรถนะประจำหน่วย
2.1 แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายของการตลาด
2.2 อธิบายววิ ฒั นาการทางการตลาด
2.3 อธิบายลกั ษณะการตลาดแตล่ ะยคุ
2.4 อธิบายความสาคญั ของการตลาดในดา้ นต่างๆ
2.5 แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั การตลาด
-2-
2.6 เปรียบเทียบลกั ษณะของนกั การตลาดท่ีมี และไม่มี จรรยาบรรณ
2.7 แสดงแนวคิดในการดาเนินกิจกรรมการตลาด ตามหลกั จรรยาบรรณของนกั การตลาด

3. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ ว่ั ไป
3.1.1 รู้ความหมายของการตลาด
3.1.2 เขา้ ใจเก่ียวกบั วิวฒั นาการทางการตลาด
3.1.3 เขา้ ใจลกั ษณะการตลาดในแตล่ ะยคุ
3.1.4 เขา้ ใจความสาคญั ของการตลาด
3.1.5 รู้ขอ้ เสียของการตลาด
3.1.6 รู้และเขา้ ใจเกี่ยวกบั จรรยาบรรณนกั การตลาด
3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม

3.2.1 สามารถบอกความหมายของการตลาดได้

3.2.2 สามารถอธิบายววิ ฒั นาการทางการตลาดได้
3.3.3 สามารถอธิบายลกั ษณะการตลาดแต่ละยคุ ได้
3.3.4 สามารถอธิบายความสาคญั ของการตลาดในดา้ นต่าง ๆได้
3.3.5 สามารถแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั การตลาดในเร่ืองต่าง ๆไดอ้ ยา่ งเหมาะสม
3.3.6 สามารถเปรียบเทียบลกั ษณะของนกั การตลาดท่ีมีและไมม่ ี จรรยาบรรณได้
3.3.7 เกิดแนวคดิ ในการดาเนินกิจกรรมต่าง ๆ ดว้ ยความซ่ือสตั ย์ เป็นนกั การตลาดท่ีดี
3.3.8 มีความกระตือรือร้นในการเป็นนกั การตลาดที่ดี
3.3.9 สร้างแนวคิดในการเป็นนกั การตลาดและดาเนินธุรกิจดว้ ยความซื่อสตั ยต์ ่อลกู คา้ เป้าหมาย

สังคมและเศรษฐกิจของประเทศ

4. สำระกำรเรียนรู้
4.1. ความหมายของการตลาด (Marketing)
4.2. ความสาคญั ของการตลาด
4.2.1 ความสาคญั ของการตลาดท่ีมีต่อธุรกิจ
4.2.2 ความสาคญั ของการตลาดที่มีตอ่ สงั คมและเศรษฐกิจ
4.3. วตั ถุประสงคข์ องการตลาด
4.3.1 เพ่ือตอบสนองความตอ้ งการของผบู้ ริโภคและสังคม
4.3.2 เพอื่ ความสาเร็จในการดาเนินธุรกิจ

-3-
4.4. วิวฒั นาการทางการตลาด

4.4.1 การใชร้ ะบบแลกเปลี่ยน (Barter System)
4.4.2 การใชร้ ะบบเงินตรา (Money System)
4.4.3 การใชร้ ะบบตลาด (Market System)
4.4.4 การใชร้ ะบบคนกลาง (Middleman System)
4.5. ลกั ษณะการตลาดในแตล่ ะยคุ
4.5.1 ยคุ การผลิต
4.5.2 ยคุ การขาย
4.5.3 ยคุ การตลาด
4.5.4 ยคุ โลกาภิวฒั น์
4.6. การตลาดภายใตแ้ นวคิดเศรษฐกิจพอเพียง

4.7. ขอ้ จากดั ของการตลาด
4.8. จรรยาบรรณนกั การตลาด

4.8.1 หลกั การทวั่ ไป
4.8.2 ดา้ นการพฒั นาผลิตภณั ฑแ์ ละบริการ
4.8.3 ดา้ นการต้งั ราคา
4.8.4 ดา้ นการกระจายสินคา้
4.8.5 ดา้ นการส่งเสริมการขาย
4.8.6 ดา้ นการวิจยั ตลาด
4.8.7 ขอ้ พึงปฏิบตั ิเก่ียวกบั สมั พนั ธภาพองคก์ ร
4.8.8 ขอ้ พงึ ปฏิบตั ิเกี่ยวกบั สภาพแวดลอ้ ม
4.9. บทสรุป
4.10. คาศพั ทท์ ่ีควรรู้

5. กจิ กรรมกำรเรียนรู้
ในชวั่ โมงแรกของการสอนทาความรู้จกั กบั ผูเ้ รียนโดยให้ผูเ้ รียนแนะนาตวั เองเป็นภาษาไทยและภาษาองั กฤษ

แจกโครงการสอนเพอ่ื เป็นแนวทางการเรียนรู้แก่ผเู้ รียน อธิบายขอบข่ายการเรียนรู้วิชาหลกั การตลาด และ
ขอ้ ปฏิบตั ิตนในระหว่างเรียนและการปฏิบตั ิงาน ความจาเป็ นในการบูรณาการภาษาองั กฤษในการสอน
วธิ ีการวดั และประเมินผลการเรียน

-4-
5.1 นาเขา้ สู่บทเรียน

สอบถามผูเ้ รียนว่าเคยไดย้ ินคาว่า การตลาดหรือไม่ เขา้ ใจว่าอย่างไร นาคาตอบท่ีได้รับมาสรุป
ความหมายการตลาดท่ีถูกตอ้ ง

5.2 การสอน
อธิบายใหผ้ เู้ รียนเกิดความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ลกั ษณะทว่ั ๆ ไปของการตลาดตามรายละเอียดที่

ปรากฏในส่วนของเน้ือหาสาระ
ขณะสอนพยายามใหค้ าศพั ทภ์ าษาองั กฤษท่ีใชใ้ นวชิ าชีพการตลาด และถามเป็นภาษาองั กฤษง่ายๆ

ทุกคร้ังที่สอน เปิ ดโอกาสใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีส่วนร่วมในการตอบคาถามหรือซกั ถามเป็นระยะๆ
5.3 การสรุป

สรุปเน้ือหาท่ีสอนมาอีกคร้ังและเปิ ดโอกาสใหซ้ กั ถามเพอ่ื ใหเ้ กิดความเขา้ ใจโดยรวมที่ถูกตอ้ ง

ความจาเป็นในการใชภ้ าษาองั กฤษตอ่ วชิ าชีพนกั การตลาด และเพิม่ เติมในดา้ นการตรงตอ่ เวลา ความคิด
ความกระตือรือร้นในการเรียนใหส้ อดคลอ้ งกบั การเป็นนกั การตลาดท่ีตอ้ งตอบสนองความตอ้ งการของ
ลูกคา้ ใหท้ นั เวลา

6. ส่ือกำรเรียนรู้
6.1 เอกสารประกอบการสอนวชิ า หลกั การตลาด เรียบเรียงโดย นางสุคนธจรินทร์ ไกรศรวชั ร
บธ.บ. (การตลาด) ครูชานาญการพิเศษ วทิ ยาลยั พณิชยการบึงพระพษิ ณุโลก
6.2 จากสภาพการตลาดจริงที่ผเู้ รียนมีประสบการณ์มา
6.3 จากสภาพการดารงชีวติ ประจาวนั ของผเู้ รียน

7. กำรวดั ผลประเมินผล

7.1. การตรวจงานท่ีมอบหมาย
7.2. การตรวจแบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วย โดยกาหนดเกณฑด์ งั น้ี

คะแนน 18-25 อยใู่ นระดบั ดีมาก
คะแนน 13-17 อยใู่ นระดบั ดี
คะแนน 8-12 อยใู่ นระดบั พอใช้
คะแนนต่ากวา่ 7 ควรปรับปรุงและประเมินใหม่

8. กจิ กรรมเสนอแนะ/งำนที่มอบหมำย (ถ้ำมี)

8.1 ใหผ้ เู้ รียนบอกถึงความสาคญั ของการตลาดที่มีต่อชีวิตประจาวนั ของตน
8.2 ใหผ้ ูเ้ รียนยกตวั อยา่ งนกั การตลาดท่ีเคยประสบมาท้งั ที่มีจรรยาบรรณและขาดจรรยาบรรณมาอยา่ งละ 1 ราย

-5-
9. เอกสำรอ้ำงองิ

หนงั สือ หลกั การตลาด (Principle of Marketing) แต่งโดย สุคนธจรินทร์ ไกรศรวชั ร บธ.บ. (การตลาด)
ครูชานาญการพิเศษ วิทยาลยั พณิชยการบึงพระพิษณุโลก พิมพโ์ ดย บริษทั ศูนยห์ นงั สือเมืองไทย จากดั

10. แบบประเมนิ ผลกำรเรียนประจำหน่วยกำรเรียน
แบบประเมินผลกำรเรียน

วิชำ หลกั กำรตลำด (3200-1003)
หน่วยที่ 1 เร่ืองลกั ษณะทัว่ ไปของกำรตลำด
ตอนท่ี 1 คำชี้แจง ใหจ้ ดั ความสมั พนั ธ์ของการตลาดในเรื่องตา่ ง ๆ จากขอ้ ความตอ่ ไปน้ี โดยการนาอกั ษร
หนา้ ขอ้ ความในส่วน ข มาใส่ในช่องวา่ งของขอ้ ความในส่วน ก ใหถ้ ูกตอ้ งสมั พนั ธก์ นั

ส่วน ก

1. การตลาดคือ..............................................................................................................(...........)............
2. ผซู้ ้ือคอื ใคร...............................................................................................................(...........)...........
3. การใชร้ ะบบเงินตราสามารถแกไ้ ขปัญหาดา้ นใด......................................................(...........)..........
4. ยคุ การตลาด............................................................................................................. (...........)...........
5. ระบบแลกเปล่ียนเกิดข้ึนเพอื่ .....................................................................................(...........)..........
6. .......... (...........).............นามาใชเ้ พื่อแกไ้ ขปัญหาเกี่ยวกบั สถานที่และระยะทางของระบบแลกเปล่ียน
7. การโฆษณาและการประชาสัมพนั ธ์ หมายถึง...........................................................(...........)..........
8. การหนั มานิยมอาหารจานด่วนของผบู้ ริโภค.............................................................(...........)..........
9. ยคุ การผลิต...............................................................................................................(...........)..........
10. ร้านบิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ เป็นธุรกิจประเภทใด....................................................(...........)..........
11. การนาเส้ือกนั หนาวมาจาหน่ายในฤดูหนาว.............................................................(...........)..........
12. การจาหน่ายสินคา้ หรือบริการผา่ นระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์เรียกวา่ ....................(...........)..........
13. .............(...........)..................................................................เป็นการยกระดบั มาตรฐานการครองชีพ
14. .............(...........).................................................................ทาใหร้ ะบบการตลาดเกิดข้ึนอยา่ งชดั เจน
15. การจาหน่ายน้าตาลทรายในราคาควบคุม................................................................(...........)...........
16. ..............(...........)...........................เป็นการดาเนินการตลาดภายใตก้ ารเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
17. การนาเมลด็ ฟักทองมาอบแหง้ ใส่กระป๋ องทาใหก้ าหนดราคาไดส้ ูงข้นึ .................(...........)............
18. การเปล่ียนแปลงจากยคุ การผลิตมาสู่ยคุ การขายเน่ืองจาก......................................(...........)...........
19. นกั การตลาดจะตอ้ งดาเนินการดว้ ยความยตุ ิธรรมสนองความตอ้ งการของสังคม....(...........)..........
20. ตน้ ทุนคงท่ี ( Fixed Cost ) น้นั เม่ือเพมิ่ ปริมาณการผลิตจะส่งผลให.้ ..(...........)......ในการผลิตลดลง

-6-
ส่วน ข

A. เพ่ือชดเชยความขาดของแต่ละบุคคล
B. ระบบตลาด
C. ตน้ ทนุ ผนั แปร
D. เป็นการตลาดในระยะแรกเริ่มที่ใหค้ วามสาคญั กบั วธิ ีการผลิตมากกวา่ ความตอ้ งการของตลาด
E. จรรยาบรรณของนกั การตลาด
F. การเพม่ิ ประโยชน์ใหแ้ ก่สินคา้ ในดา้ นรูปร่าง
G. ธุรกิจการผลิต

H. กิจกรรมในการตอบสนองความตอ้ งการของผซู้ ้ือ
I. ทาใหเ้ กิดการกระจายสินคา้ หรือบริการในตลาด
J. ตน้ ทนุ เฉลี่ย
K. การตลาดยคุ โลกาภิวฒั น์
L. การดาเนินการภายใตก้ รอบของกฎหมาย
M. ผบู้ ริโภค ผใู้ ช้
N. E – Commerce
O. สามารถนามาแกไ้ ขปัญหาดา้ นสัดส่วนในการแลกเปล่ียน
P. ผบู้ ริโภคคนสุดทา้ ย ( Ultimate Consumer )
Q. การตลาดเป็นของผซู้ ้ือ
R. เป็นการเปล่ียนพฤติกรรมในการดาเนินชีวิต
S. การตลาด ( Marketing )
T. การเกิดการปฏิวตั ิอุตสาหกรรม
U. ประชากรมีสินคา้ แปลกใหมอ่ านวยความสะดวกตอ่ การดาเนินชีวิตใหส้ ะดวกสบาย
V. การสร้างอรรถประโยชน์แก่สินคา้ ในดา้ นเวลา
W. การใหข้ อ้ มูลขา่ วสารเกี่ยวกบั ผลิตภณั ฑ์
X. ธุรกิจการจดั จาหน่าย
Y. ตลาด ( Market )
Z. การใชร้ ะบบคนกลาง (Middlemen System )

**************************************

-7-
ตอนที่ 2
คำชีแ้ จง ใหน้ กั ศึกษาเขียนคาศพั ทต์ ่อไปน้ีเป็น ภาษาองั กฤษ
1. การตลาด..................................................................................................................................................
2. พาณิชยอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์.............................................................................................................................
3. โลจิสติกส์................................................................................................................................................
4. ห่วงโซ่อปุ ทาน.........................................................................................................................................
5. ผบู้ ริโภคคนสุดทา้ ย ................................................................................................................................

10. บนั ทึกหลงั กำรสอน (ตำมเอสำรบนั ทึกหลังสอนเพม่ิ เตมิ )

11. ข้อคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะ

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้รำยหน่วย

รหสั วชิ า …….30200-1002…………ชื่อวชิ า …หลกั กำรตลำด……(Principle of
Marketing)...........….3(3) สอนคร้ังท่ี …3.…..หน่วยท่ี ...2... ช่ือหน่วย แนวความคิดทางการตลาดและ
แนวทางการศึกษางานการตลาด
(Marketing Concept and Marketing Approach)………….……………….…………. เวลำ …3….. ชม.
1. สำระสำคัญ

แนวความคิดทางการตลาด คือ ความพยายามหรือแนวทางในการจดั สรรทรัพยากรต่างๆ ของ
องคก์ รเพื่อตอบสนองความตอ้ งการของผูบ้ ริโภคหรือผูใ้ ชใ้ ห้เกิดความพึงพอใจตลอดเวลา เหมาะสมกับ
สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดที่เปล่ียนแปลงอยู่เสมอ ฉะน้นั แนวความคิดทางการตลาดจึงตอ้ งปรับเปล่ียนไป
ตามสถานการณ์ ตามวนั เวลา ท่ีเปลี่ยนแปลง ต้งั แต่แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการผลิตในยุค
แรกๆ ให้ความสาคัญกับกระบวนการผลิตเป็ นสาคัญ แนวความคิดที่เน้นหนักด้านผลิตภัณฑ์ท่ีให้
ความสาคญั ที่คุณภาพของสินคา้ แนวความคิดทางการตลาดท่ีเน้นหนกั ดา้ นการขายซ่ึงที่ให้ความสาคญั กับ
กิจกรรมการขาย ซ่ึงจดั เป็ นกิจกรรมท่ีทาให้นกั การตลาดมีความใกลช้ ิดกับผูบ้ ริโภค ทาให้เกิดการเรียนรู้
เกี่ยวกบั ความตอ้ งการของผบู้ ริโภคที่มีความแตกต่างกนั มาสู่แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นตลาด
หรือผบู้ ริโภค โดยศึกษาความตอ้ งการของผบู้ ริโภคก่อนนาไปตดั สินใจวางแผนการดาเนินงานทาง
การตลาดดา้ นตา่ งๆ

แนวทางการศึกษางานการตลาด การตลาดมีบทบาทต่อการดาเนินชีวิตของมนุษยม์ าช้านาน
เพราะการตลาดทาหน้าที่ในการตอบสนองความตอ้ งการของคนในสังคม ในปัจจุบนั การตลาดได้เข้ามามี
บทบาทและมีความสาคญั มากข้ึนท้งั ต่อสังคม เศรษฐกิจ การเมือง ฉะน้นั ไมว่ า่ จะเป็นผูบ้ ริโภคหรือนกั ธุรกิจ หรือ
นักการเมืองควรให้ความสนใจกบั กิจกรรมการตลาด และควรทาความเขา้ ใจเก่ียวกับงานดา้ นการตลาดเพื่อ
นาไปใชป้ ระโยชน์กบั ตวั เอง สังคม ธุรกิจ เศรษฐกิจ และการบริหารประเทศ ซ่ึงการศึกษางานดา้ น
การตลาดสามารถศึกษาไดจ้ ากลกั ษณะของสินคา้ หนา้ ที่ที่เขา้ มาเกี่ยวขอ้ ง สถาบนั ทางการตลาดหรือ
การศึกษาการตลาดในเชิงการบริหาร และที่สาคญั ในปัจจุบนั คอื การศึกษางานการตลาดท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั สงั คม

2. สมรรถนะประจำหน่วย
2.1 แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายของแนวความคดิ ทางการตลาด
2.2 อธิบายลกั ษณะของแนวความคดิ ทางการตลาดแตล่ ะประเภท
2.3. อธิบายความแตกต่างของระหวา่ งแนวความคิดทางการตลาดแต่ละแบบ
2.4 สามารถอธิบายแนวทางการศึกษางานการตลาดในแต่ละแนวทางได้
2.5 นาแนวความคิดทางการตลาดมาใชใ้ หส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์

-9-
3. จุดประสงค์กำรเรียนรู้

3.1 จุดประสงคท์ ว่ั ไป
3.1.1 รู้ความหมายของแนวความคิดทางการตลาด
3.1.2 เขา้ ใจลกั ษณะของแนวความคิดทางการตลาดแบบต่าง ๆ
3.1.3 เขา้ ใจความแตกต่างระหวา่ งแนวความคิดทางการตลาดสมยั เก่ากบั สมยั ใหม่
3.1.4 เขา้ ใจประโยชน์ของการศึกษางานการตลาดในลกั ษณะ

3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม

3.2.1 บอกความหมายของแนวความคดิ ทางการตลาดได้
3.2.2 บอกลกั ษณะของแนวความคดิ ทางการตลาดแบบต่างๆ ได้
3.2.3 อธิบายแนวความคิดทางการตลาดสมยั เก่ากบั สมยั ใหมไ่ ด้
3.2.4 บอกแนวทางการศึกษางานการตลาดแต่ละลกั ษณะได้
3.2.5 อธิบายถึงประโยชน์ของแนวทางการศึกษางานการตลาดในลกั ษณะตา่ งๆ ได้
3.2.6 สามารถนาแนวความคิดทางการตลาดไปใชใ้ นการดาเนินงานทางการตลาดในแต่ละ

สถานการณ์ได้

4. สำระกำรเรียนรู้
4.1 แนวความคิดทางการตลาด (Marketing Concept)

4.1.1 ความหมายของแนวความคดิ ทางการตลาด
4.1.2 ลกั ษณะของแนวความคดิ ทางการตลาด
4.1.3 แนวความคิดทางการตลาดสมยั เก่ากบั สมยั ใหม่
4.2 แนวทางการศึกษางานการตลาด (Marketing Approach)
4.2.1 การศึกษางานการตลาดตามลกั ษณะของสินคา้ (Product Approach)
4.2.2 การศึกษางานการตลาดตามหนา้ ท่ีท่ีเก่ียวขอ้ ง (Functional Approach)
4.2.3 การศึกษางานการตลาดทางสถาบนั ทางการตลาด (Institution Approach)
4.2.4 การศึกษางานการตลาดในเชิงการบริหาร (Managerial Approach)
4.2.5 การศึกษางานการตลาดในทางสงั คม (Social Approach)
4.3. บทสรุป

4.4. คาศพั ทท์ ค่ี วรรู้

-10-
5. กจิ กรรมกำรเรียนรู้

5.1 นาเขา้ สู่บทเรียน
ทบทวนบทเรียนเก่าเพอ่ื นาเขา้ สู่บทเรียนใหมโ่ ดยใหน้ กั ศึกษาช่วยกนั สรุปเน้ือหาหน่วยท่ี 1 แลว้ นา

บทสรุปเข้าสู่บทเรียนใหม่ โดยการอธิบายเร่ิมต้นถึงความเปลี่ยนแปลงของการตลาดว่าจะมีความ
เปล่ียนแปลงตลอดเวลา เพราะการตลาดเป็ นการตอบสนองความตอ้ งการของผูบ้ ริโภคกลุ่มเป้าหมายเม่ือ
ความตอ้ งการของผบู้ ริโภคและสภาพแวดลอ้ มเปลี่ยนไป การตลาดตอ้ งเปล่ียนแนวทางความคิดตามไปดว้ ย

ท้งั น้ีจะพูดถึงแนวความคิดทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปตามแนวทางการตลาดต้งั แต่อดีตจนถึงปัจจุบนั
และแนวทางในการศึกษาทางการตลาดใหเ้ ขา้ ใจในทกุ ๆ ดา้ น
5.2 การสอน

อธิบายใหผ้ เู้ รียนเกิดความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั แนวความคดิ ทางการตลาดและการศึกษางานการตลาด
ตามรายละเอียดที่ปรากฏในส่วนของเน้ือหาสาระของแผนการสอน ขณะสอนพยายามจดั การสอนท่ีให้
ผูเ้ รียนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยการถาม ยกตวั อย่างประกอบการอธิบายแนวความคิดและ
แนวทางการศึกษางานการตลาด
5.3 การสรุป

สรุปการเช่ือมโยงระหวา่ งหวั ขอ้ ต่าง ๆท่ีทาการสอนไปแลว้ ใหผ้ เู้ รียนเกิดความเขา้ ใจและมีความคิด
รวบยอดท่ีถกู ตอ้ ง

6. ส่ือกำรเรียนรู้
6.1 เอกสารประกอบการสอนวชิ า หลกั การตลาด เรียบเรียงโดย นางสุคนธจรินทร์ ไกรศรวชั ร
บธ.บ. (การตลาด) ครูชานาญการพเิ ศษ วทิ ยาลยั พณิชยการบึงพระพษิ ณุโลก
6.2 จากสภาพการตลาดจริงที่ผเู้ รียนมีประสบการณ์มา
6.3 จากสภาพการดารงชีวติ ประจาวนั ของผเู้ รียน

7. กำรวดั ผลประเมินผล

7.1. การตรวจงานท่ีมอบหมาย
7.2. การตรวจแบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วย โดยกาหนดเกณฑด์ งั น้ี

คะแนน 18-20 อยใู่ นระดบั ดีมาก
คะแนน 11-17 อยใู่ นระดบั ดี
คะแนน 6-10 อยใู่ นระดบั พอใช้
คะแนนต่ากวา่ 6 ควรปรับปรุงและประเมินใหม่

-11-
8. กจิ กรรมเสนอแนะ/งำนที่มอบหมำย (ถ้ำมี)

ใหผ้ เู้ รียนจบั คเู่ พ่ือศึกษาแนวคิดในการบริหารงานการตลาดของธุรกิจในจงั หวดั พิษณุโลกมาคลู่ ะ 1 แห่ง
แลว้ นามาศึกษาสรุปแลกเปลี่ยนกบั คอู่ ่ืน ๆ โดยใหม้ ีรายละเอียด ดงั น้ี

8.1 ชื่อและประเภทของธุรกิจ
8.2 ใชแ้ นวความคดิ ทางการตลาดเนน้ หนกั ดา้ นใด
8.3 ลกั ษณะการดาเนินธุรกิจไดท้ าหนา้ ท่ีทางการตลาดดา้ นใด

9. เอกสำรอ้ำงองิ
หนงั สือ หลกั การตลาด (Principle of Marketing) แต่งโดย สุคนธจรินทร์ ไกรศรวชั ร บธ.บ. (การตลาด)

ครูชานาญการพเิ ศษ วทิ ยาลยั พณิชยการบึงพระพษิ ณุโลก พมิ พโ์ ดย บริษทั ศนู ยห์ นงั สือเมืองไทย จากดั

10. แบบประเมนิ ผลกำรเรียนประจำหน่วยกำรเรียน

แบบทดสอบหลังเรียน

วชิ ำ หลกั กำรตลำด (30200-1002)

หน่วยที่ 2 เรื่อง แนวควำมคิดทำงกำรตลำดและแนวทำงกำรศึกษำงำนกำรตลำด

ตอนที่ 1

คำชี้แจง ใหน้ กั ศึกษาเลือกคาตอบท่ีถกู ตอ้ งที่สุดพยี งคาตอบเดียว นาอกั ษรหนา้ คาตอบท่ีเลือกไปใส่

ในกระดาษคาตอบ

1. แนวทางในการจดั สรรทรัพยากรท้งั หมดขององคก์ าร ที่นามาสร้างสรรคก์ ิจกรรมต่างๆ เพ่อื กระตนุ้

ใหผ้ บู้ ริโภคเกิดความพึงพอใจและกิจการไดก้ าไรในระดบั ท่ีตอ้ งการ หมายถึงขอ้ ใด

ก. หนา้ ท่ีการตลาด ข. กิจกรรมการตลาด

ค. แนวความคิดทางการตลาด ง. การตลาด

2. การดาเนินงานการตลาดโดยเนน้ ความสาคญั ท่ีการผลิต จะประสบความสาเร็จไดใ้ นสถานการณ์

ที่มีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร

ก. ตลาดผกู ขาดหรือมีคู่แขง่ ขนั นอ้ ย ข. ตลาดที่มีการแขง่ ขนั อิ่มตวั

ค. ตลาดท่ีผบู้ ริโภคมีอานาจซ้ือนอ้ ย ง. ตลาดท่ีมีผปู้ ระกอบการมาก

3. แนวความคิดทางการตลาดที่ใหค้ วามสาคญั กบั คุณภาพของสินคา้ ท่ีคุม้ ค่ากบั ราคาเป็นแนวความ

คิดทางการตลาดแบบใด

ก. แนวความคดิ ทางการตลาดที่เนน้ การตลาดเพอ่ื สงั คม

ข. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ การขาย

ค. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ ดา้ นการผลลิต

ง. แนวความคดิ ทางการตลาดท่ีเนน้ ผลิตภณั ฑ์

-12-

4. แนวความคดิ ทางการตลาดที่เนน้ ดา้ นการขายต้งั อยบู่ นพ้นื ฐานความเชื่อท่ีวา่

ก. สินคา้ ท่ีผบู้ ริโภคตอ้ งการเทา่ น้นั จึงจะขายได้

ข. สินคา้ ทุกอยา่ งขายไดห้ ากมีคุณภาพดีกวา่ คแู่ ข่งขนั

ค. กิจกรรมหรือเครื่องมือตา่ ง ๆ เกี่ยวกบั การขายสามารถกระตนุ้ หรือจูงใจใหผ้ บู้ ริโภคซ้ือสินคา้ ได้

ง. สินคา้ ที่ไมเ่ ป็นที่ตอ้ งการตอ้ งอาศยั การขายจึงจะขายได้

5. การผลิตรถยนตเ์ พียง 10 คนั จาหน่ายทวั่ โลก จดั เป็นแนวความคดิ ทางการตลาดขอ้ ใด

ก. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการผลิต

ข. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นผลิตภณั ฑ์

ค. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการขาย

ง. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการตลาด

6. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการตลาดน้นั ตอ้ งทาการศึกษาผบู้ ริโภคในเรื่องใดเป็นสาคญั

ก. อานาจซ้ือของผบู้ ริโภค ข. จานวนผบู้ ริโภคในตลาด

ค. ลกั ษณะความตอ้ งการสินคา้ และบริการ ง. คุณภาพของสินคา้ ที่จาหน่าย

7. แนวความคิดทางการตลาดท่ีจดั เป็นแนวความคดิ ทางการตลาดสมยั ใหม่ คือขอ้ ใด

ก. แนวความคดิ ทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการตลาดเพื่อสงั คม

ข. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการขาย

ค. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นผลิตภณั ฑ์

ง. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการผลิต

8. แนวทางการศึกษางานการตลาดท่ีนามาใชก้ าหนดโครงสร้างต่างๆ ขององคก์ ารคือ

ก. แนวทางการศึกษางานการตลาดตามหนา้ ท่ีท่ีเก่ียวขอ้ ง

ข. แนวทางการศึกษางานการตลาดตามลกั ษณะของสินคา้

ค. แนวทางการศึกษางานการตลาดในเชิงบริหาร

ง. แนวทางการศึกษางานการตลาดทางดา้ นสถาบนั ทางการตลาด

9. การจะเลือกประกอบการธุรกิจประเภทใดควรตอ้ งศึกษางานการตลาดเกี่ยวกบั ดา้ นใด

ก. แนวทางการศึกษางานการตลาดตามหนา้ ท่ีท่ีเก่ียวขอ้ ง

ข. แนวทางการศึกษางานการตลาดตามลกั ษณะของสินคา้

ค. แนวทางการศึกษางานการตลาดในเชิงบริหาร

ง. แนวทางการศึกษางานการตลาดทางดา้ นสถาบนั ทางการตลาด

10. การศึกษางานการตลาดในเชิงการบริหารนามาใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นใด

ก. การกาหนดโครงสร้างขององคก์ ร ข. การเลือกประเภทของธุรกิจที่จะดาเนินการ

ค. จดั กิจกรรมที่ใหค้ วามสาคญั กบั ส่ิงแวดลอ้ ม ง. การตดั สินใจแกป้ ัญหาการดาเนินงานการตลาด

-13-

11. การผลิตสินคา้ ที่มีประโยชน์ต่อผบู้ ริโภครักษาสภาพแวดลอ้ มจดั เป็นแนวคิดทางการตลาดในขอ้ ใด

ก. แนวความคดิ ทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการตลาดเพอื่ สังคม

ข. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการขาย

ค. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นผลิตภณั ฑ์

ง. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการผลิต

12. สิ่งที่นกั การตลาดตอ้ งศึกษาเป็นลาดบั แรกในการดาเนินงานการตลาดปัจจุบนั คอื ขอ้ ใด

ก. คุณภาพของสินคา้ ท่ีจาหน่าย ข. พฤติกรรมของผบู้ ริโภค

ค. คู่แขง่ ขนั ในตลาด ง. ปริมาณเงินลงทุน

13. ขอ้ จากดั ของการนาแนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ ดา้ นผลิตภณั ฑม์ าใชค้ ือขอ้ ใด

ก. ความสามารถในการซ้ือของผบู้ ริโภคไม่เทา่ กนั

ข. จานวนผบู้ ริโภคสินคา้ แต่ละประเภทไมเ่ ทา่ กนั

ค. ปริมาณความตอ้ งการของผบู้ ริโภคไม่เท่ากนั

ง. ผปู้ ระกอบการมีศกั ยภาพไม่เท่าเทียมกนั

14. Mass Production ก่อใหเ้ กิดแนวความคิดทางการตลาดแบบใด

ก. แนวความคดิ ทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการผลิต

ข. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นผลิตภณั ฑ์

ค. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการขาย

ง. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการตลาด

15. ขอ้ ใดจดั เป็นแนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั การตลาดเพื่อสังคม

ก. 80 ปี เบียร์สิงห์แจกโชค ข. ซ้ือกระทิงแดงช่วยอีสานเขียว

ค. น้ามนั ราขา้ วคิง ปลอดภยั ไมเ่ ป็นไข ง. น้าปลาทิพรสอยคู่ ู่ครัวไทย

**********************************

ตอนที่ 2
คำชีแ้ จง ใหน้ กั ศึกษาเขียนคาศพั ทต์ ่อไปน้ีเป็น ภาษาองั กฤษ
1. แนวความคดิ ทางการตลาด ......................................................................................................................
2. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการตลาด ...............................................................................
3. การศึกษางานการตามหนา้ ที่ที่เก่ียวขอ้ ง ...................................................................................................
4. แนวความคิดทางการตลาดสมยั ใหม่ .......................................................................................................
5. การศึกษางานการตลาดตามลกั ษณะของสินคา้ .......................................................................................

-14-
11. บันทกึ หลงั กำรสอน (ตำมเอสำรบนั ทึกหลงั สอนเพมิ่ เตมิ )

12. ข้อคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะ

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้รำยหน่วย

รหสั วชิ า …….3200-1003…………ชื่อวิชา …หลกั กำรตลำด……(Principle of Marketing)...........….3(3)
สอนคร้ังที่ …3.…..หน่วยท่ี ...2... ชื่อหน่วย แนวความคิดทางการตลาดและแนวทางการศึกษางานการตลาด
(Marketing Concept and Marketing Approach)………….……………….…………. เวลำ …3….. ชม.

1. สำระสำคัญ

แนวความคิดทางการตลาด คือ ความพยายามหรือแนวทางในการจดั สรรทรัพยากรต่างๆ ของ
องค์กรเพ่ือตอบสนองความตอ้ งการของผูบ้ ริโภคหรือผูใ้ ช้ให้เกิดความพึงพอใจตลอดเวลา เหมาะสมกบั
สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงอย่เู สมอ ฉะน้นั แนวความคิดทางการตลาดจึงตอ้ งปรับเปล่ียนไป
ตามสถานการณ์ ตามวนั เวลา ท่ีเปลี่ยนแปลง ต้งั แต่แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการผลิตในยุค
แรกๆ ให้ความสาคัญกับกระบวนการผลิตเป็ นสาคัญ แนวความคิดท่ีเน้นหนักด้านผลิตภัณฑ์ท่ีให้
ความสาคญั ที่คุณภาพของสินคา้ แนวความคิดทางการตลาดท่ีเน้นหนักดา้ นการขายซ่ึงที่ให้ความสาคญั กับ
กิจกรรมการขาย ซ่ึงจดั เป็ นกิจกรรมที่ทาให้นกั การตลาดมีความใกลช้ ิดกบั ผูบ้ ริโภค ทาให้เกิดการเรียนรู้
เกี่ยวกบั ความตอ้ งการของผบู้ ริโภคท่ีมีความแตกตา่ งกนั มาสู่แนวความคดิ ทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นตลาด
หรือผบู้ ริโภค โดยศึกษาความตอ้ งการของผบู้ ริโภคก่อนนาไปตดั สินใจวางแผนการดาเนินงานทาง
การตลาดดา้ นตา่ งๆ

แนวทางการศึกษางานการตลาด การตลาดมีบทบาทต่อการดาเนินชีวิตของมนุษยม์ าช้านาน
เพราะการตลาดทาหน้าท่ีในการตอบสนองความต้องการของคนในสังคม ในปัจจุบันการตลาดได้เข้ามามี
บทบาทและมีความสาคญั มากข้ึนท้งั ต่อสงั คม เศรษฐกิจ การเมือง ฉะน้นั ไม่วา่ จะเป็นผบู้ ริโภคหรือนกั ธุรกิจ หรือ
นักการเมืองควรให้ความสนใจกับกิจกรรมการตลาด และควรทาความเขา้ ใจเกี่ยวกับงานด้านการตลาดเพื่อ
นาไปใชป้ ระโยชน์กบั ตวั เอง สังคม ธุรกิจ เศรษฐกิจ และการบริหารประเทศ ซ่ึงการศึกษางานดา้ น
การตลาดสามารถศึกษาไดจ้ ากลกั ษณะของสินคา้ หน้าที่ที่เขา้ มาเกี่ยวขอ้ ง สถาบนั ทางการตลาดหรือ
การศึกษาการตลาดในเชิงการบริหาร และท่ีสาคญั ในปัจจุบนั คอื การศึกษางานการตลาดท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั สงั คม

2. สมรรถนะประจำหน่วย
2.1 แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายของแนวความคดิ ทางการตลาด
2.2 อธิบายลกั ษณะของแนวความคดิ ทางการตลาดแต่ละประเภท
2.3. อธิบายความแตกตา่ งของระหวา่ งแนวความคิดทางการตลาดแต่ละแบบ
2.4 สามารถอธิบายแนวทางการศึกษางานการตลาดในแต่ละแนวทางได้
2.5 นาแนวความคิดทางการตลาดมาใชใ้ หส้ อดคลอ้ งกบั สถานการณ์

-9-
3. จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้

3.1 จุดประสงคท์ ว่ั ไป
3.1.1 รู้ความหมายของแนวความคิดทางการตลาด

3.1.2 เขา้ ใจลกั ษณะของแนวความคดิ ทางการตลาดแบบตา่ ง ๆ
3.1.3 เขา้ ใจความแตกตา่ งระหวา่ งแนวความคิดทางการตลาดสมยั เก่ากบั สมยั ใหม่
3.1.4 เขา้ ใจประโยชน์ของการศึกษางานการตลาดในลกั ษณะ
3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
3.2.1 บอกความหมายของแนวความคิดทางการตลาดได้
3.2.2 บอกลกั ษณะของแนวความคิดทางการตลาดแบบต่างๆ ได้
3.2.3 อธิบายแนวความคิดทางการตลาดสมยั เก่ากบั สมยั ใหมไ่ ด้
3.2.4 บอกแนวทางการศึกษางานการตลาดแตล่ ะลกั ษณะได้
3.2.5 อธิบายถึงประโยชนข์ องแนวทางการศึกษางานการตลาดในลกั ษณะต่างๆ ได้
3.2.6 สามารถนาแนวความคดิ ทางการตลาดไปใชใ้ นการดาเนินงานทางการตลาดในแต่ละ

สถานการณ์ได้

4. สำระกำรเรียนรู้
4.1 แนวความคิดทางการตลาด (Marketing Concept)

4.1.1 ความหมายของแนวความคดิ ทางการตลาด
4.1.2 ลกั ษณะของแนวความคดิ ทางการตลาด
4.1.3 แนวความคิดทางการตลาดสมยั เก่ากบั สมยั ใหม่
4.2 แนวทางการศึกษางานการตลาด (Marketing Approach)
4.2.1 การศึกษางานการตลาดตามลกั ษณะของสินคา้ (Product Approach)
4.2.2 การศึกษางานการตลาดตามหนา้ ท่ีที่เกี่ยวขอ้ ง (Functional Approach)
4.2.3 การศึกษางานการตลาดทางสถาบนั ทางการตลาด (Institution Approach)
4.2.4 การศึกษางานการตลาดในเชิงการบริหาร (Managerial Approach)
4.2.5 การศึกษางานการตลาดในทางสังคม (Social Approach)
4.3. บทสรุป

4.4. คาศพั ทท์ ค่ี วรรู้

-10-
5. กจิ กรรมกำรเรียนรู้

5.1 นาเขา้ สู่บทเรียน
ทบทวนบทเรียนเก่าเพ่อื นาเขา้ สู่บทเรียนใหม่โดยใหน้ กั ศึกษาช่วยกนั สรุปเน้ือหาหน่วยที่ 1 แลว้ นา

บทสรุปเข้าสู่บทเรียนใหม่ โดยการอธิบายเร่ิมต้นถึงความเปลี่ยนแปลงของการตลาดว่าจะมีความ
เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพราะการตลาดเป็ นการตอบสนองความตอ้ งการของผูบ้ ริโภคกลุ่มเป้าหมายเมื่อ
ความตอ้ งการของผบู้ ริโภคและสภาพแวดลอ้ มเปล่ียนไป การตลาดตอ้ งเปลี่ยนแนวทางความคิดตามไปดว้ ย
ท้งั น้ีจะพูดถึงแนวความคิดทางการตลาดที่เปลี่ยนแปลงไปตามแนวทางการตลาดต้งั แต่อดีตจนถึงปัจจุบนั
และแนวทางในการศึกษาทางการตลาดใหเ้ ขา้ ใจในทกุ ๆ ดา้ น
5.2 การสอน

อธิบายใหผ้ เู้ รียนเกิดความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั แนวความคดิ ทางการตลาดและการศึกษางานการตลาด
ตามรายละเอียดท่ีปรากฏในส่วนของเน้ือหาสาระของแผนการสอน ขณะสอนพยายามจดั การสอนท่ีให้
ผูเ้ รียนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยการถาม ยกตวั อย่างประกอบการอธิบายแนวความคิดและ
แนวทางการศึกษางานการตลาด
5.3 การสรุป

สรุปการเช่ือมโยงระหวา่ งหวั ขอ้ ตา่ ง ๆท่ีทาการสอนไปแลว้ ใหผ้ เู้ รียนเกิดความเขา้ ใจและมีความคิด
รวบยอดที่ถกู ตอ้ ง

6. สื่อกำรเรียนรู้
6.1 เอกสารประกอบการสอนวชิ า หลกั การตลาด เรียบเรียงโดย นางสุคนธจรินทร์ ไกรศรวชั ร
บธ.บ. (การตลาด) ครูชานาญการพิเศษ วิทยาลยั พณิชยการบึงพระพิษณุโลก
6.2 จากสภาพการตลาดจริงที่ผเู้ รียนมีประสบการณ์มา
6.3 จากสภาพการดารงชีวติ ประจาวนั ของผเู้ รียน

7. กำรวัดผลประเมินผล

7.1. การตรวจงานที่มอบหมาย
7.2. การตรวจแบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วย โดยกาหนดเกณฑด์ งั น้ี

คะแนน 18-20 อยใู่ นระดบั ดีมาก
คะแนน 11-17 อยใู่ นระดบั ดี
คะแนน 6-10 อยใู่ นระดบั พอใช้
คะแนนต่ากวา่ 6 ควรปรับปรุงและประเมินใหม่

-11-
8. กจิ กรรมเสนอแนะ/งำนท่ีมอบหมำย (ถ้ำมี)

ใหผ้ เู้ รียนจบั คเู่ พ่ือศึกษาแนวคดิ ในการบริหารงานการตลาดของธุรกิจในจงั หวดั พิษณุโลกมาคู่ละ 1 แห่ง
แลว้ นามาศึกษาสรุปแลกเปลี่ยนกบั คอู่ ื่น ๆ โดยใหม้ ีรายละเอียด ดงั น้ี

8.1 ช่ือและประเภทของธุรกิจ
8.2 ใชแ้ นวความคิดทางการตลาดเนน้ หนกั ดา้ นใด
8.3 ลกั ษณะการดาเนินธุรกิจไดท้ าหนา้ ท่ีทางการตลาดดา้ นใด

9. เอกสำรอ้ำงองิ
หนงั สือ หลกั การตลาด (Principle of Marketing) แต่งโดย สุคนธจรินทร์ ไกรศรวชั ร บธ.บ. (การตลาด)

ครูชานาญการพเิ ศษ วิทยาลยั พณิชยการบึงพระพิษณุโลก พมิ พโ์ ดย บริษทั ศูนยห์ นงั สือเมืองไทย จากดั

10. แบบประเมนิ ผลกำรเรียนประจำหน่วยกำรเรียน

แบบทดสอบหลงั เรียน

วชิ ำ หลกั กำรตลำด (3200-1003)

หน่วยที่ 2 เร่ือง แนวควำมคิดทำงกำรตลำดและแนวทำงกำรศึกษำงำนกำรตลำด

ตอนท่ี 1

คำชีแ้ จง ใหน้ กั ศึกษาเลือกคาตอบที่ถกู ตอ้ งที่สุดพยี งคาตอบเดียว นาอกั ษรหนา้ คาตอบที่เลือกไปใส่

ในกระดาษคาตอบ

1. แนวทางในการจดั สรรทรัพยากรท้งั หมดขององคก์ าร ท่ีนามาสร้างสรรคก์ ิจกรรมต่างๆ เพือ่ กระตุน้

ใหผ้ บู้ ริโภคเกิดความพึงพอใจและกิจการไดก้ าไรในระดบั ที่ตอ้ งการ หมายถึงขอ้ ใด

ก. หนา้ ท่ีการตลาด ข. กิจกรรมการตลาด

ค. แนวความคิดทางการตลาด ง. การตลาด

2. การดาเนินงานการตลาดโดยเนน้ ความสาคญั ที่การผลิต จะประสบความสาเร็จไดใ้ นสถานการณ์

ท่ีมีลกั ษณะเป็นอยา่ งไร

ก. ตลาดผกู ขาดหรือมีค่แู ข่งขนั นอ้ ย ข. ตลาดที่มีการแข่งขนั อ่ิมตวั

ค. ตลาดท่ีผบู้ ริโภคมีอานาจซ้ือนอ้ ย ง. ตลาดท่ีมีผปู้ ระกอบการมาก

3. แนวความคิดทางการตลาดท่ีใหค้ วามสาคญั กบั คุณภาพของสินคา้ ที่คุม้ คา่ กบั ราคาเป็นแนวความ

คิดทางการตลาดแบบใด

ก. แนวความคดิ ทางการตลาดท่ีเนน้ การตลาดเพ่อื สังคม

ข. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ การขาย

ค. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ ดา้ นการผลลิต

ง. แนวความคดิ ทางการตลาดท่ีเนน้ ผลิตภณั ฑ์

-12-

4. แนวความคดิ ทางการตลาดท่ีเนน้ ดา้ นการขายต้งั อยบู่ นพ้ืนฐานความเช่ือที่วา่

ก. สินคา้ ที่ผบู้ ริโภคตอ้ งการเท่าน้นั จึงจะขายได้

ข. สินคา้ ทกุ อยา่ งขายไดห้ ากมีคุณภาพดีกวา่ ค่แู ขง่ ขนั

ค. กิจกรรมหรือเคร่ืองมือต่าง ๆ เก่ียวกบั การขายสามารถกระตนุ้ หรือจูงใจใหผ้ บู้ ริโภคซ้ือสินคา้ ได้

ง. สินคา้ ที่ไมเ่ ป็นท่ีตอ้ งการตอ้ งอาศยั การขายจึงจะขายได้

5. การผลิตรถยนตเ์ พยี ง 10 คนั จาหน่ายทว่ั โลก จดั เป็นแนวความคิดทางการตลาดขอ้ ใด

ก. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการผลิต

ข. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นผลิตภณั ฑ์

ค. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการขาย

ง. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการตลาด

6. แนวความคดิ ทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการตลาดน้นั ตอ้ งทาการศึกษาผบู้ ริโภคในเรื่องใดเป็นสาคญั

ก. อานาจซ้ือของผบู้ ริโภค ข. จานวนผบู้ ริโภคในตลาด

ค. ลกั ษณะความตอ้ งการสินคา้ และบริการ ง. คณุ ภาพของสินคา้ ที่จาหน่าย

7. แนวความคิดทางการตลาดท่ีจดั เป็นแนวความคิดทางการตลาดสมยั ใหม่ คอื ขอ้ ใด

ก. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการตลาดเพอ่ื สังคม

ข. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการขาย

ค. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นผลิตภณั ฑ์

ง. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการผลิต

8. แนวทางการศึกษางานการตลาดที่นามาใชก้ าหนดโครงสร้างต่างๆ ขององคก์ ารคือ

ก. แนวทางการศึกษางานการตลาดตามหนา้ ท่ีที่เก่ียวขอ้ ง

ข. แนวทางการศึกษางานการตลาดตามลกั ษณะของสินคา้

ค. แนวทางการศึกษางานการตลาดในเชิงบริหาร

ง. แนวทางการศึกษางานการตลาดทางดา้ นสถาบนั ทางการตลาด

9. การจะเลือกประกอบการธุรกิจประเภทใดควรตอ้ งศึกษางานการตลาดเกี่ยวกบั ดา้ นใด

ก. แนวทางการศึกษางานการตลาดตามหนา้ ท่ีท่ีเก่ียวขอ้ ง

ข. แนวทางการศึกษางานการตลาดตามลกั ษณะของสินคา้

ค. แนวทางการศึกษางานการตลาดในเชิงบริหาร

ง. แนวทางการศึกษางานการตลาดทางดา้ นสถาบนั ทางการตลาด

10. การศึกษางานการตลาดในเชิงการบริหารนามาใชป้ ระโยชนใ์ นดา้ นใด

ก. การกาหนดโครงสร้างขององคก์ ร ข. การเลือกประเภทของธุรกิจที่จะดาเนินการ

ค. จดั กิจกรรมที่ใหค้ วามสาคญั กบั สิ่งแวดลอ้ ม ง. การตดั สินใจแกป้ ัญหาการดาเนินงานการตลาด

-13-

11. การผลิตสินคา้ ท่ีมีประโยชน์ตอ่ ผบู้ ริโภครักษาสภาพแวดลอ้ มจดั เป็นแนวคิดทางการตลาดในขอ้ ใด

ก. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการตลาดเพอ่ื สังคม

ข. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการขาย

ค. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นผลิตภณั ฑ์

ง. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการผลิต

12. สิ่งที่นกั การตลาดตอ้ งศึกษาเป็นลาดบั แรกในการดาเนินงานการตลาดปัจจุบนั คอื ขอ้ ใด

ก. คุณภาพของสินคา้ ที่จาหน่าย ข. พฤติกรรมของผบู้ ริโภค

ค. คู่แขง่ ขนั ในตลาด ง. ปริมาณเงินลงทนุ

13. ขอ้ จากดั ของการนาแนวความคดิ ทางการตลาดท่ีเนน้ ดา้ นผลิตภณั ฑม์ าใชค้ ือขอ้ ใด

ก. ความสามารถในการซ้ือของผบู้ ริโภคไม่เท่ากนั

ข. จานวนผบู้ ริโภคสินคา้ แตล่ ะประเภทไมเ่ ทา่ กนั

ค. ปริมาณความตอ้ งการของผบู้ ริโภคไม่เท่ากนั

ง. ผปู้ ระกอบการมีศกั ยภาพไม่เท่าเทียมกนั

14. Mass Production ก่อใหเ้ กิดแนวความคิดทางการตลาดแบบใด

ก. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการผลิต

ข. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นผลิตภณั ฑ์

ค. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการขาย

ง. แนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั ดา้ นการตลาด

15. ขอ้ ใดจดั เป็นแนวความคิดทางการตลาดท่ีเนน้ หนกั การตลาดเพ่ือสงั คม

ก. 80 ปี เบียร์สิงห์แจกโชค ข. ซ้ือกระทิงแดงช่วยอีสานเขียว

ค. น้ามนั ราขา้ วคงิ ปลอดภยั ไม่เป็นไข ง. น้าปลาทิพรสอยคู่ คู่ รัวไทย

**********************************

ตอนที่ 2

คำชี้แจง ใหน้ กั ศึกษาเขียนคาศพั ทต์ ่อไปน้ีเป็น ภาษาองั กฤษ

1. แนวความคดิ ทางการตลาด ......................................................................................................................

2. แนวความคิดทางการตลาดที่เนน้ หนกั ดา้ นการตลาด ...............................................................................

3. การศึกษางานการตามหนา้ ที่ท่ีเกี่ยวขอ้ ง ...................................................................................................

4. แนวความคิดทางการตลาดสมยั ใหม่ .......................................................................................................

5. การศึกษางานการตลาดตามลกั ษณะของสินคา้ .......................................................................................

-14-
11. บันทึกหลงั กำรสอน (ตำมเอสำรบันทกึ หลงั สอนเพม่ิ เติม)

12. ข้อคดิ เหน็ /ข้อเสนอแนะ

แผนกำรจัดกำรเรียนรู้รำยหน่วย

รหสั วิชำ …….3200-1003…………ช่ือวิชำ …หลกั การตลาด……(Principle of Marketing)...........….3(3)
สอนคร้ังที่ …5-7.…..หน่วยท่ี ...1... ช่ือหน่วย.... 4 เรื่อง การวเิ คราะห์สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดและ
ระบบการตลาด (Marketing Environment Analysis and and Marketing Systems).......... เวลำ …9….. ชม.

1. สำระสำคัญ

สภาพแวดลอ้ มทางการตลาด (Marketing Environment) คือ ปัจจยั ต่างๆ ที่ส่งผลกระทบตอ่ การ

ดาเนินงานทางการตลาดของธุรกิจเป็นอยา่ งมาก เนื่องจากภารกิจหลกั ของการตลาดเป็นภารกิจในการ
ตอบสนองความตอ้ งการของผบู้ ริโภคหรือผใู้ ชแ้ ละกล่มุ เป้าหมาย ซ่ึงมีความเปล่ียนแปลงตลอดเวลา ท้งั จาก
ตวั ผบู้ ริโภคหรือผใู้ ชแ้ ละกลมุ่ เป้าหมายเอง และจากปัจจยั อื่น ๆ ท่ีเขา้ มาทาให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะ
ปัจจยั ที่ไมส่ ามารถควบคุมได้ เรียกวา่ ปัจจยั ภายนอก (External Factors) ไดแ้ ก่ วฒั นธรรมสังคม การเมือง
เศรษฐกิจ คู่แขง่ ขนั เทคโนโลยี กฎหมาย เป็นตน้ นกั การตลาดตอ้ งทาการศึกษา คน้ หาติดตาม และวิเคราะห์
เกี่ยวกบั ปัจจยั ภายนอก เพ่ือติดตามขอ้ มูลข่าวสารต่าง ๆ ไดท้ นั สถานการณ์ จึงจะมีโอกาสคน้ หาตลาดใหม่ ๆ
แลว้ นาผลท่ีไดม้ าใชป้ ระกอบการตดั สินใจ เพื่อกาหนดแนวทางในการปรับสภาพ แวดลอ้ มภายใน (Internal
Factors) ซ่ึงเป็นปัจจยั ที่สามารถควบคุมได้ เพราะเป็นทรัพยากรต่างๆ ที่มีอยใู่ นกิจการนน่ั เอง ไดแ้ ก่ นโยบาย
ของกิจการ ฐานะทางการเงิน การบริหารจดั การ และท่ีสาคญั คือ ส่วนประสม ทางการตลาด (Marketing Mix)
ตอ้ งพฒั นาใหส้ อดคลอ้ งกบั ทิศทางการเปล่ียนแปลงของปัจจยั ภายนอก จึงจะส่งผลใหก้ ารดาเนินงานทาง
การตลาดเกิดประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล โดยการกระทาดงั กล่าวจะตอ้ งดาเนินการเป็นข้นั ตอนอยา่ ง
ตอ่ เน่ือง เพือ่ ใหเ้ กิดการเคล่ือนยา้ ยสินคา้ หรือบริการ จากผผู้ ลิตไปสู่ผบู้ ริโภคหรือผใู้ ช้ และกลุ่มเป้าหมาย

อยา่ งตอ่ เน่ืองและมีประสิทธิภาพ เรียกวา่ ระบบการตลาด (Marketing Systems) คือ การกระทาเพ่ือให้เกิด

การรวมตวั กนั ของกิจกรรมยอ่ ยๆ ทางการตลาดเพื่อให้ การทางานประสานสอดคลอ้ งกนั ท้งั ในดา้ นข่าวสาร
ทางการตลาดและกิจกรรมในการจาหน่ายจ่ายแจก เพอื่ ใหก้ ิจกรรมย่อยๆ ทางการตลาดไดด้ าเนินการไปใน
ทิศทางเดียวกนั อยา่ งต่อเนื่อง บรรลุวตั ถปุ ระสงค์ ที่กาหนดไว้ ภายใตส้ ถานการณ์ทางการตลาดในขณะน้นั ซ่ึง
กิจกรรมยอ่ ยๆ ดงั กลา่ วจะอยูร่ ะหวา่ งองคก์ ารทางการตลาดกบั ตลาดเป้าหมาย

2. สมรรถนะประจำหน่วย
2.1 แสดงความรู้เกี่ยวกบั ความหมายของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาด
2.2 จาแนกองคป์ ระกอบของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาด
2.3 สามารถอธิบายและวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มทางการตลาดที่มีผลกระทบต่อการดาเนินงานทางการตลาด

ในดา้ นต่างๆ

-21-

2.4 นาขอ้ มูลเก่ียวกบั สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดในแต่ละปัจจยั ที่ดารงอยใู่ นสถานการณ์ปัจจุบนั มาทา
การวเิ คราะหโ์ อกาสทางการตลาดตามหลกั การของ SWOT Analysis
2.5 แสดงความรู้เก่ียวกบั ความหมายและกลไกการทางานของระบบการตลาด
2.6 สร้างนิสัยการทางานเป็นหมคู่ ณะ มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและนามาเสนอขอ้ มูลทางการตลาด
2.7 สร้างลกั ษณะนิสัยการเป็นนกั การตลาดที่ดีตอบสนองความตอ้ งการของตลาดภายใตห้ ลกั จรรยาบรรณ
ของนกั การตลาด

3. จุดประสงค์กำรเรียนรู้
3.1 จุดประสงคท์ วั่ ไป
3.1.1 รู้ความหมายของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาด
3.1.2 เขา้ ใจองคป์ ระกอบของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาด
3.1.3 ความหมายของระบบการตลาด
3.1.4 เขา้ ใจกลไกการทางานของระบบการตลาด
3.1.5 รู้และเขา้ ใจหลกั การในการวเิ คราะห์โอกาสทางการตลาด
3.1.6 มีทกั ษะในการวิเคราะหข์ อ้ มลู เก่ียวกบั สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดเพ่ือคน้ หาโอกาส
ทางการตลาดตามแนวทางของSWOT
3.1.7 เขา้ ใจหลกั การทางานเป็นทีม
3.2 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
3.2.1 บอกความหมายของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาดได้
3.2.2 อธิบายความสาคญั ของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาดได้
3.2.3 จาแนกองคป์ ระกอบของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาดไดถ้ กู ตอ้ งครบถว้ น
3.2.4 อธิบายพร้อมยกตวั อยา่ งสภาพแวดลอ้ มทางการตลาดแตล่ ะชนิดที่มีผลกระทบต่อการ
ดาเนินงานทางการตลาดในแต่ละดา้ นได้
3.2.5 บอกความหมายของระบบการตลาดได้
3.2.6 อธิบายกลไกการทางานของระบบการตลาดได้

4. สำระกำรเรียนรู้
4.1 ความหมายของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาด (Marketing Environment)
4.2 ความสาคญั ของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาด
4.2.1 สามารถนามาวิเคราะห์ถึงโอกาส อุปสรรค
4.2.2 สามารถนาขอ้ มูลมาใชป้ ระกอบในการตดั สินใจ

-22-

4.2.3 สามารถปรับเปล่ียนสภาพแวดลอ้ มภายใน หรือทรัพยากรท้งั หมด
4.2.4 สามารถรับรู้ความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ในดา้ นต่างๆไดท้ นั เวลา
4.3 องคป์ ระกอบของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาด
4.3.1 ปัจจยั ภายนอกหรือปัจจยั ท่ีควบคุมไม่ได้ (External or Uncontrollable Factors)
4.3.2 ปัจจยั ภายในหรือปัจจยั ท่ีควบคุมได้ (Internal or Controllable Factors )
4.4 ระบบการตลาด (Marketing System)
4.4.1 ความหมายของระบบการตลาด
4.4.2 กลไกการทางานของระบบการตลาด
4.5 บทสรุป

5. กจิ กรรมกำรเรียนรู้
5.1 การนาเขา้ สู่บทเรียน
สรุปคาศพั ทภ์ าษาองั กฤษ และเน้ือหา เร่ืองหนา้ ท่ีและกิจกรรมการตลาดท่ีศึกษาในหน่วยท่ี 3 ใหเ้ กิด

ความเขา้ ใจว่าหน้าที่และกิจกรรมการตลาดเหล่าน้นั ย่อมจะปรับเปล่ียนไปตามความเหมาะสมเพื่อให้สอดคลอ้ ง
กบั สภาพแวดลอ้ มทางการตลาด ในขณะน้ัน แลว้ สอบถามผูเ้ รียนว่าเคยไดย้ ินและเขา้ ใจเกี่ยวกบั คาว่าสภาพ
แวดลอ้ ม (Environment) และระบบ (System) อยา่ งไร นาคาตอบ เหล่าน้นั มาสรุปเพ่ือนาเขา้ สู่การเรียนรู้เร่ือง
สภาพแวดลอ้ มทางการตลาด ระบบการตลาด และการวิเคราะหโ์ อกาสทางการตลาด

5.2 การสอน
อธิบายใหม้ ีความรู้ ความหมาย ความเขา้ ใจ และความสาคญั ของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาด ระบบ

การตลาด และการวิเคราะห์โอกาสการตลาด ตามรายละเอียดท่ีปรากฏอยู่ในส่วนของเน้ือหาสาระของ
แผนการสอน ขณะสอน จะนาข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมในเรื่องต่างๆ ตามสถานการณ์จริง ท่ีมี
ผลกระทบต่อการดาเนินงานทางการตลาดมาให้ผูเ้ รียนร่วมกันวิเคราะห์หาโอกาสการตลาดและกาหนด
กิจกรรมการตลาดใหส้ อดคลอ้ งอยา่ งเป็นระบบ

5.3 การสรุป
สรุปความสัมพนั ธ์ระหวา่ งสภาพแวดลอ้ มทางการตลาดกบั ระบบการตลาด เพอื่ ใหผ้ เู้ รียนเขา้ ใจและ

เกิดความคิดรวบยอดท่ีถูกต้องสามารถนาไปใช้วิเคราะห์โอกาสทางการตลาด (SWOT) และวางแผน
ดาเนินงานทางการตลาดได้

-23-
6. สื่อกำรเรียนรู้

6.1 เอกสารประกอบการสอนวิชา หลกั การตลาด เรียบเรียงโดย นางสุคนธจรินทร์ ไกรศรวชั ร
บธ.บ. (การตลาด) ครูชานาญการพิเศษ วทิ ยาลยั พณิชยการบึงพระพษิ ณุโลก

6.2 จากสภาพการตลาดจริงที่ผเู้ รียนมีประสบการณ์มา
6.3 จากสภาพการดารงชีวติ ประจาวนั ของผเู้ รียน

7. กำรวัดผลประเมินผล

7.1. การตรวจงานท่ีมอบหมาย
7.2. การตรวจแบบประเมินผลการเรียนประจาหน่วย โดยกาหนดเกณฑด์ งั น้ี

คะแนน 28-35 อยใู่ นระดบั ดีมาก
คะแนน 18-27 อยใู่ นระดบั ดี
คะแนน 10-17 อยใู่ นระดบั พอใช้
คะแนนต่ากวา่ 10 ควรปรับปรุงและประเมินใหม่

8. กจิ กรรมเสนอแนะ/งำนท่ีมอบหมำย (ถ้ำมี)
8.1 ใหไ้ ปศึกษาขอ้ มลู เก่ียวกบั สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดมาคนละ 1 เร่ือง
8.2 ใหแ้ บ่งกลุม่ เป็นกลุ่มละ 6 คน โดยให้นาขอ้ มลู เกี่ยวกบั สภาพแวดลอ้ มที่แต่ละคนศึกษามามารวมกนั เพ่ือ
8.2.1 ทาการจาแนกขอ้ มลู วา่ เป็นขอ้ มลู เก่ียวกบั สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดประเภทใด
8.2.2 จดั เป็นเรื่องเก่ียวกบั ปัจจยั ใด สรุปสาระสาคญั ส้ัน ๆ ของขอ้ มลู เหลา่ น้นั
8.2.3 ใหว้ ิเคราะห์วา่ แต่ละขอ้ มลู มีผลกระทบต่อการดาเนินงานทางการตลาดเก่ียวกบั ส่วนประสม

ทางการตลาดเรื่องใด ควรกาหนดแผนการตลาดในเร่ืองที่ไดร้ ับผลกระทบอยา่ งไร

9. เอกสำรอ้ำงองิ
หนงั สือ หลกั การตลาด (Principle of Marketing) แต่งโดย สุคนธจรินทร์ ไกรศรวชั ร บธ.บ. (การตลาด)

ครูชานาญการพิเศษ วทิ ยาลยั พณิชยการบึงพระพิษณุโลก พมิ พโ์ ดย บริษทั ศนู ยห์ นงั สือเมืองไทย จากดั

10. แบบประเมนิ ผลกำรเรียนประจำหน่วยกำรเรียน

-24-

แบบทดสอบหลังเรียน

วชิ ำ หลกั กำรตลำด (3200-1003)

หน่วยที่ 4 เร่ือง กำรวเิ ครำะห์สภำพแวดล้อมทำงกำรตลำดและระบบกำรตลำด

ตอนท่ี 1

คำชีแ้ จง ใหน้ กั ศึกษาเลือกคาตอบที่ถูกตอ้ งท่ีสุดเพียงคาตอบเดียว แลว้ นาตวั อกั ษรหนา้ ขอ้ ที่เลือกไปใส่

ในกระดาษคาตอบ

1. ปัจจยั ต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการดาเนินงานทางการตลาด หมายถึง

ก. การตลาด ข. ส่วนประสมทางการตลาด

ค. สภาพแวดลอ้ มทางการตลาด ง. การบริหารการตลาด

2. คนกลางจดั เป็นสภาพแวดลอ้ มทางการตลาดภายนอกท่ีส่งผลกระทบตอ่ การดาเนินงานทางการตลาด

ในเรื่องใด

ก. การผลิตสินคา้ ข. การกาหนดราคา

ค. การจดั จาหน่าย ง. การส่งเสริมทางการตลาด

3. การเปลี่ยนแปลงรสนิยมของผบู้ ริโภคเป็นปัจจยั สาคญั ต่อการปรับปรุง

ก. สินคา้ หรือบริการ ข. การกาหนดราคา

ค. การจดั จาหน่าย ง. การส่งเสริมทางการตลาด

4. การทาการตลาดแบบ Online เนื่องจากอิทธิพลของปัจจยั ดา้ นใด

ก. สังคมและวฒั นธรรม ข. การเมืองและกฎหมาย

ค. พฤติกรรมผบู้ ริโภค ง. เทคโนโลยี

5. การนาระบบ Bar- Code มาใชใ้ นการจดั การคลงั สินคา้ ของธุรกิจเก่ียวขอ้ งกบั ปัจจยั ในเรื่องใด

ก. พฤติกรรมผบู้ ริโภค ข. การเมืองและกฎหมาย

ค. เทคโนโลยี ง. การแข่งขนั

6. ในปัจจุบนั การจดั จาหน่ายขา้ วสารไดม้ ีการพฒั นาจากกระสอบมาเป็นขนาดท่ีเลก็ ลงเหลือเพยี ง

1-5 กิโลกรัม เนื่องจากผลกระทบจากปัจจยั ในเรื่องใด

ก. สังคมและวฒั นธรรม ข. เทคโนโลยเี ก่ียวกบั การบรรจุภณั ฑ์

ค. การแขง่ ขนั ท่ีรุนแรง ง. การกาหนดราคาของสินคา้

7. การพฒั นาระบบลูกคา้ สัมพนั ธ์ (CRM) ของธุรกิจตา่ งๆ เป็นผลกระทบจากปัจจยั ภายนอกในขอ้ ใด

ก. การแข่งขนั ข. การเมืองและกฎหมาย

ค. เศรษฐกิจ ง. เทคโนโลยี

-25-

8. องคป์ ระกอบของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาดมีก่ีประการ

ก. 2 ประการ ข. 3 ประการ

ค. 4 ประการ ง. 8 ประการ

9. องคป์ ระกอบของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาดภายนอกคือขอ้ ใด

ก. นโยบายของกิจการ ข. การเมืองและกฏหมาย

ค. ผลิตภณั ฑ์ ง. ทรัพยากรทางการจดั การ

10. แชมพซู นั ซิลรูปแบบใหมถ่ อดรหสั จากธรรมชาติเป็นขอ้ มูลเกี่ยวกบั ปัจจยั ใด

ก. คแู่ ขง่ ขนั ข. ปัจจยั ภายนอก

ค. การเปลี่ยนแปลงรสนิยม ง. ปัจจยั ภายใน

11. แชมพูซนั ซิลรูปแบบใหม่ถอดรหสั จากธรรมชาติเป็นการปรับเปลี่ยนผลิตภณั ฑเ์ น่ืองจากผลกระทบ

จากขอ้ ใด

ก. คแู่ ข่งขนั ข. ปัจจยั ภายนอก

ค. การเปลี่ยนแปลงรสนิยม ง. ปัจจยั ภายใน

12. การเพม่ิ ข้นึ ของราคาน้ามนั เช้ือเพลิงจดั เป็นปัจจยั ในขอ้ ใด

ก. เศรษฐกิจ ข. วฒั นธรรม

ค. เทคโนโลยี ง. การแข่งขนั

13. คแู่ ขง่ ขนั ท่ีนาเสนอสินคา้ หรือบริการในรูปแบบต่าง ๆ ท่ีสามารถใชท้ ดแทนสินคา้ หรือบริการของ

กิจการได้ เรียกวา่

ก. คู่แข่งขนั ทางตรง ข. คู่แขง่ ขนั ทางออ้ ม

ค. คู่แขง่ ขนั ที่มีโอกาสเขา้ มาในตลาด ง. คู่แขง่ ขนั ทางการตลาด

14. องคป์ ระกอบท่ีสาคญั ของสังคมคือขอ้ ใด

ก. ที่อยอู่ าศยั ข. อาชีพการงาน

ค. คนหรือประชากร ง. เงิน

15. คแู่ ขง่ ขนั ทางตรงของน้าอดั ลมแป๊ ปซี่คอื

ก. โค๊ก ข. ไวตามิลค์

ค. น้าดื่มสมนุ ไพร ง. กาแฟกระป๋ อง

16. ขอ้ ใดคอื ปัจจยั ท่ีไมส่ ามารถควบคุมได้

ก. นโยบายของกิจการ ข. ฐานะทางการเงินของกิจการ

ค. การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี ง. ส่วนประสมทางการตลาด

-26-

17. การทาการตลาดแบบ E-Commerce เป็นผลกระทบจากการเปล่ียนแปลงของตวั แปรในขอ้ ใด

ก. สังคมและวฒั นธรรม ข. การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

ค. การเปลี่ยนแปลงของกฎหมาย ง. การเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี

18. สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดภายในคอื ขอ้ ใด

ก. การเพมิ่ ภาษกี ารนาเขา้ สินคา้

ข. การจดั จาหน่ายสินคา้ ผา่ นระบบเครือขา่ ยคอมพิวเตอร์

ค. การเพิ่มข้นึ ของราคานามนั เช้ือเพลิง

ง. การเพิ่มข้ึนของประชากร

19. ในพ้ืนท่ีที่มีประชากรจานวนมากส่งผลดีต่อการตลาดในดา้ นใด

ก. ความสามารถในการซ้ือลดลง ข. การขยายตวั ของตลาด

ค. ความตอ้ งการสินคา้ ราคาถกู มีมากข้ึน ง. ความสามารถในการซ้ือเพิม่ ข้นึ

20. การปรับเปล่ียนผลิตภณั ฑข์ องกิจการอสงั หาริมทรัพยเ์ ป็นแบบอาคารชุด (คอนโดมีเนียม) เนื่องจาก

ผลกระทบจากสภาพแวดลอ้ มทางการตลาดในขอ้ ใด

ก. การเมืองและกฎหมาย ข. สังคมและวฒั นธรรม

ค. เครือขา่ ยธุรกิจ ง. เทคโนโลยี

21. ขอ้ ใดคอื สภาพแวดลอ้ มทางการตลาดเก่ียวกบั ตวั แปรดา้ นเศรษฐกิจ

ก. การเมืองในกมั พชู ากระเทือนการเมืองไทย

ข. คนไทยหนั มารับประทานอาหารเจเพื่อสุขภาพเพิ่มข้นึ ถึง ร้อยละ 15

ค. รัฐบาลจดั ระเบียบการส่งออกใหม่โดยใชร้ ะบบ EDI

ง. การเพิ่มข้นึ ของราคาน้ามนั เช้ือเพลิง

22. ในประเทศที่มีการกระจายรายไดส้ ูงจะมีผลกระทบต่อการดาเนินงานทางการตลาดในเร่ืองใด

ก. การผลิตสินคา้ เพมิ่ สูงข้ึน ข. โอกาสการขยายตวั ทางการตลาดมีมากข้นึ

ค. การกาหนดราคาสินคา้ สูงข้ึน ง. เศรษฐกิจขยายตวั

23. การกาหนดราคาสินคา้ ในขอ้ ใดตอ้ งพิจารณากฎหมายที่เกี่ยวขอ้ ง

ก. สินคา้ ผดิ กฎหมาย ข. สินคา้ เก่ียวกบั ทรัพยส์ ินทางปัญญา

ค. สินคา้ ที่จาเป็นต่อการครองชีพ ง. สินคา้ ที่ไม่จาเป็นต่อการครองชีพ

24. ขอ้ ใดจดั เป็นค่แู ขง่ ขนั ทางตรง

ก. บิ๊กซี กบั เทสโกโลตสั ข. ดชั มิลค์ กบั แป๊ ปซ่ี

ค. เซเวน่ กบั บิ๊กซี ง. แมคโคร กบั เทสโกโลตสั

-27-

25. ตวั แปรของสภาพแวดลอ้ มทางการตลาดในขอ้ ใดแตกต่างจากตวั แปรอ่ืน ๆ

ก. นโยบายของกิจการ ข. การเมืองและกฎหมาย

ค. สังคมและวฒั นธรรม ง. เทคโนโลยี

26. ปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ งองคก์ ารกบั ตลาดเป้าหมาย

ก. กิจกรรมการตลาด ข. สภาพแวดลอ้ มทางการตลาด

ค. กลไกลการตลาด ง. ระบบการตลาด

27. ระบบการตลาดเริ่มตน้ จากขอ้ ใด

ก. การจดั การส่วนประสมทางการตลาดใหส้ อดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของตลาด

ข. การติดตอ่ สื่อสารเพื่อเกบ็ ขอ้ มลู ข่าวสารการตลาด

ค. สารวจยอดขายสินคา้ หรือบริการในรอบระยะเวลาหน่ึง

ง. ศึกษาพฤติกรรมและขอ้ โตแ้ ยง้ ของผบู้ ริโภค

28. กิจกรรมยอ่ ย ๆ ในระบบการตลาดขอ้ ใดจดั อยใู่ นกลุม่ เดียวกนั

ก. การติดตอ่ สื่อสารเพ่ือเกบ็ ขอ้ มูลข่าวสาร กบั การเกบ็ ขอ้ มูลขา่ วสารยอ้ นกลบั มาจากตลาด

ข. การเกบ็ ขอ้ มลู ขา่ วสารยอ้ นกลบั มาจากตลาด กบั การจดั การเก่ียวกบั ส่วนประสมทางการตลาด

ค. ตลาดเป้าหมายสนองตอบดว้ ยการซ้ือผลิตภณั ฑ์ กบั การเก็บขอ้ มลู ข่าวสารยอ้ นกลบั มาจากตลาด

ง. การติดตอ่ ส่ือสารเพื่อเก็บขอ้ มูลข่าวสาร กบั ตลาดเป้าหมายสนองตอบดว้ ยการซ้ือผลิตภณั ฑ์

29. กิจกรรมการตลาดในระบบการตลาดขอ้ ใดไม่เก่ียวกบั ปัจจยั ภายนอก

ก. การติดตอ่ สื่อสารเพื่อเก็บขอ้ มลู ข่าวสาร

ข. การเกบ็ ขอ้ มลู ขา่ วสารยอ้ นกลบั มาจากตลาด

ค. การจดั การเก่ียวกบั ส่วนประสมทางการตลาด

ง. ตลาดเป้าหมายสนองตอบดว้ ยการซ้ือผลิตภณั ฑ์

30. กิจกรรมการตลาดในระบบการตลาดเช่ือมโยงระหวา่ งองคก์ รในขอ้ ใด

ก. องคก์ รทางการตลาดกบั หน่วยงานราชการ

ข. หน่วยงานราชการกบั ตลาดเป้าหมาย

ค. องคก์ รทางการตลาดกบั สงั คมและวฒั นธรรม

ง. องคก์ รทางการตลาด กบั ตลาดเป้าหมาย

**********************************

-28-
ตอนท่ี 2
คำชีแ้ จง ใหน้ กั ศึกษาเขยี นคาศพั ทต์ ่อไปน้ีเป็น ภาษาองั กฤษ
1. สภาพแวดลอ้ มทางการตลาด.....................................................................................................................
2. เศรษฐกิจ...................................................................................................................................................
3. สังคมและวฒั นธรรม................................................................................................................................
4. กฎหมายและการเมือง..............................................................................................................................
5. ส่วนประสมทางการตลาด.......................................................................................................................
11. บันทึกหลงั กำรสอน (ตำมเอสำรบันทกึ หลังสอนเพมิ่ เติม)
12. ข้อคิดเหน็ /ข้อเสนอแนะ

แผนกำรจดั กำรเรียนรู้รำยหน่วย


Click to View FlipBook Version
Previous Book
June LP Magazine 2022
Next Book
BUKU PROGRAM MESYUARAT AGUNG PIBG KALI KE 8 2022 2023.docx