แอโรบคิ
AEROBIC
ประวตั ิความเปนมา
ในป ค.ศ.1979 แจคกี้ โซเรนสัน ไดพ ฒั นาการออกกําลัง
กายแบบแอโรบิกเอกเซอรไ ซดม าประยุกตใ หเ ขา กบั จงั หวะ
ดนตรีทสี่ นกุ สนาน เรา ใจ รวมท้งั มีการเคลอื่ นไหว ซ่ึงนาํ หลกั
การของวทิ ยาศาสตรก ารกฬี าเขา ประกอบการออกกําลงั กายจงึ
เปน ทน่ี ิยมและรจู ักกันโดยทัว่ ไปในชื่อวา แอโรบิกดานซ
(Aerobics Dance)
ประวตั ิความเปนมา
ในป ค.ศ.1984 มกี ารแขง ขนั กฬี าโอลิมปก ครงั้ ท่ี 23 ทรี่ ัฐลอส
แอนเจลสิ ประเทศสหรัฐอเมริกา ในพธิ เี ปด การแขง ขันได
ทําการเตน แอโรบิกดานซม าแสดงในพิธเี ปด ทําใหเ ปน ท่รี จู ัก
แพรหลายไปทว่ั โลก
ทา เตน พ้ืนฐาน
1. การยา่ํ เทา Marching คือ การ
ยา่ํ เทาอยูกับที่ สวนใหญแลวจะยา่ํ เทา
2 แบบคือ แบบกวาง Marching
Out และแบบแคบ Marching In
2. การเดิน Walking คือ การ
กาวเทาไปยังทิศทางที่เคลื่อนท่ีไป มี
การถายนํา้ หนักตัวจากเทาหน่ึงไปยัง
อีกเทาหน่ึง การเดินน้ันสามารถเดิน
ไปขางหนา ขางหลัง หรือเฉียง หรือ
เ ดิ น เ ป น รู ป
3. กาวรูปสี่เหล่ียม Easy Walk
คือ การกาวเดินไปขาง 1 กาว ถอย
หลัง 1 กาว ลักษณะคลาย V-step
แตวางเทาเปนรูปส่ีเหลี่ยม หรืการกาว
เ ดิ น
4. การกาวแตะ Step Touch คือ
ก า ร ย ก เ ท า ห นึ่ ง ไ ป ด า น ข า ง แ ล ว ย ก เ ท า
อีกขางหน่ึงไปแตะแลวทาํ สลับกัน
ทิ ศ ท า ง ก า ร เ ค ลื่ อ น ไ ห ว จ ะ เ ป น ก า ร ก า ว
แตะท่ีอยูกับที่ หรือทาํ เปนรูปตัวแอล
ห รื อ ก า ว แ ต ะ ห มุ น ร อ บ ตั ว เ อ ง ก็ ไ ด
5. สนเทาแตะ Hell Touch คือ
ก า ร แ ต ะ ด ว ย ส น เ ท า ข า ง ใ ด ข า ง ห นึ่ ง
โ ด ย แ ต ะ ข า ง ห น า ห รื อ ด า น ห ลั ง ก็ ไ ด
ทา เตน พนื้ ฐาน
6. ปลายเทาแตะดานขา ง ( Side Tap ) คือการแตะดวย
ปลายเทาขา งใดขางหนง่ึ โดยแตะดานขา งหนา ซาย-ขวา สลบั กนั
7. การยกสน เทา ( Lek Curl ) คือการยกสนเทา ข้นึ ไปท่ี
สะโพกดานหลงั หรอื การพบั สน เทาไปดานหลัง การทาํ
Hamstring Curl หรือ Hamstring Curl Lek Curl นั้น
ทําไดท้ังทอี่ ยูก ับท่หี รือหมุนรอบตวั เอง (แฮมสตรงิ เคอ)
8. กา วไขวก า วแตะ ( Grapevine ) กาวไขวก าวแตะ หรอื เก
รพวายคอื การทํากาวไขวขาไปหลังหรอื หนาก็ได การทําเกรพวาย
นั้นสามารถทาํ ไดห ลายรูปแบบ เชน เกรพวายธรรมดา หรือเกรพ
วายเปน รปู สเี่ หลีย่ มหรอื เกรพวายหมุน 180 องศา
9. แมมโบ ( Membo ) คอื การกา วเทาใดเทาหน่งึ ไปขางหนา
แลว ยอเขา ลงแลว นาํ กลบั สูที่เดิม และเปล่ยี นขางทํา การทําแมม
โบสามารถทาํ ไดทงั้ ขางหนา และดา นขางกไ็ ด
10. ยกเขา ( Knee Up) เปนทา การเคล่อื นไหวพื้นฐานในการ
พฒั นากลามเน้ือขาหรอื Knee Lift ไดอ ยางดีดังน้ันแอโรบกิ
ดา นซท ุกประเภทจึงมที าการยกเขาทั้งการยกเขาดานหนา (
Front Knee Lift )หรือ นีลีฟ ดานขา ง ( Side Knee Lift )
การยกเขาเฉียง ( Knee Cross )
ทา เตน พนื้ ฐาน
11. การแตะขา ( Kick ) การแตะขา ไปใชในทิศทางตาง ๆ ท้งั การ
แตะไปดานหนา ( foreward ) เฉียง ( cross ) หลงั ( backward
)และขาง( sideward ) การแตะขาทถี่ กู ตองควาเปน การแตะขาไมใ ช
การสะบดั เขา
12. กา วชดิ กาวแตะ ( Two Step ทูสเตป็ ) คอื การทํากาวชดิ กา ว
แตะ หรอื การทํากา วแตะ 2 ครง้ั
13. สควอท ( Squats ) คือการนง่ั ยอง ๆ หรือ ยอ ยืด ควรน่ังใหมุม
สะโพกและเทา เปนมมุ 90 % เทา นนั้ ไมควรน่ังใหสะโพกชดิ สนเทา
เพราะจะทาํ ใหเอน็ หรือกระดูกออนที่หัวเขา ยดื มากเกนิ ไป ซึ่งเปน
สาเหตุหนึง่ ทาํ ใหเขา เจบ็
14. ชา ชา ชา ( Cha Cha Cha ) คอื การกาวใดเทา หนงึ่ ไขวไปดาน
หนา ยา่ํ เทาหลัง แลวนําเทา กลบั ทก่ี า วไปขางหนากลับมา ย่าํ ยา่ํ ยํ่า
สลบั เทา
15. สายสะโพก ( Twis ) คอื การสายสะโพกซา ย – ขวา สลบั กัน
16. Step Knee คือการยา่ํ เทา 1-2 กา วขนึ้ บน 3 แลว ยกเขา
ประโยชน์
1.ประโยชนทางสรรี วทิ ยา
1.1เพ่มิ ประสทิ ธิภาพและประสทิ ธผิ ลของระบบ
ไหลเวียน
1.2 เพิ่มความแข็งแรง
1.3 เพม่ิ ความทนทาน
1.4 เพ่ิมความออ นตวั
1.5ฝก หดั การประสานงานของกลามเนอื้ และ
ประสาท
1.6 ปรบั ปรงุ บคุ ลิกภาพ
ประโยชน์
2.ประโยชนท างจติ วทิ ยา
2.1ลดความเครยี ดทางจติ วิทยาผอนคลาย
ความเครียดและมีสมาธิ
2.2ชวยใหม คี วามรบั รเู ก่ยี วกับตนเองดานความ
เชอ่ื ม่ันและกลาแสดงออกมากข้ึน
2.3มคี วามสนุกสนานและมีแรงจูงใจที่จะทาํ ให
ออกกําลงั กายไดนานไดป ระโยชนจากการออก
กาํ ลังกายอยางเต็มท่ี
2.4ชว ยปลูกฝง ใหม ีทศั นคติทดี่ ตี อการออกกาํ ลัง
กาย
ประโยชน์
3.ประโยชนท างสงั คม
3.1มีสงั คมกบั ผอู ่ืน
3.2มีรูปรางทด่ี ี และทําใหก ลาแสดงออกและเช่อื
มนั่ ในการเขาสงั คม
นางสาววรี พชั ชา ไสวงาม
ม.6/1 เลขที32