เรื่องสั้น
ผู้แต่ ง
ธิติสุดา ทองซิว ชั้นม.6/1 เลขที่ 29
คำนำ
เรื่องสั้นเรื่องนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นสื่อการเรียนรู้วิชาภาษาไทย
โดยเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรัก ความผูกพันของเด็กชายและ
สัตว์เลี้ยงแสนรู้อย่างสุนัข และยังมีข้อคิดสอดแทรกในเรื่อง
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเรื่องสั้นเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์ให้
แก่ผู้อ่าน จึงขอขอบคุณมา ณ ที่นี้
ธิติสุดา ทองซิว
ผู้จัดทำ
ไข่เจียว
หลายๆบ้านหรือเกือบจะทุกบ้าน คงจะมีสัตว์เลี้ยงอย่าง
สุนัข บางคนอาจเลี้ยงไว้เฝ้าบ้าน บางคนเลี้ยงไว้เป็นเพื่อน
บางคนรับสุนัขมาเลี้ยงเพราะความเอ็นดู หรืออย่างครอบครัว
ผม เลี้ยงสุนัขเพื่อเป็นทุกอย่าง เป็นเพื่อน เป็นยามเฝ้าบ้าน
เป็นความสุข และเมื่ออยู่ด้วยกันไปนานๆก็เกิดความรัก
ความผูกพัน มันทำให้เราไม่อยากจะจากกันไป
ผมชื่ออาร์ท ครอบครัวผมมีสามคนซึ่งผมเป็นลูกชายคน
เดียว และยังมีสัตว์เลี้ยงแสนรู้อีกหนึ่งตัว สัตว์เลี้ยงที่ว่านั้นก็
คือ “ไข่เจียว” ไข่เจียวเป็นสุนัขเพศผู้ มีขนสีน้ำตาลเหลืองๆ
เป็นสุนัขที่ฉลาด ขี้อ้อน ขี้เล่น ผมกับไข่ขาวซี้กันมาก แทบจะ
เป็นพี่น้องกับเลยก็ว่าได้ ตั้งแต่จำความได้ไข่เจียวก็เป็นสัตว์
เลี้ยงตัวแรกและตัวเดียวของบ้านเรามาโดยตลอด
วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ผมอยู่บ้าน ก่อนที่จะย้ายไปอยู่หอที่
ใกล้กับมหาวิทยาลัยที่ผมเรียน ขณะทานข้าวกับพ่อแม่ ผมก็
นึกอยากรู้เกี่ยวกับที่มาที่ไปของไข่เจียว
“ทำไมพ่อกับแม่ถึงรับไข่เจียวมาเลี้ยงเหรอครับ”
“จริงๆ แล้วพ่อกับแม่อยากมีลูกแฝด เพราะถ้าลูกๆ โตสัก
หน่อยพ่อกับแม่ก็ต้องไปทำงาน ลูกต้องอยู่บ้าน ถ้ามีแฝดจะ
ได้มีเพื่อนอยู่ด้วย จะได้ไม่เหงาไงล่ะ แต่แม่ก็พยายามจะมี
น้องอีกคนตั้งแต่อาร์ทยังเด็กๆ แต่ก็ไม่มีสักที แม่จึงตัดสินใจ
จะเลี้ยงสุนัขสักตัว จนได้เจอไข่เจียว แม่รู้สึกถูกชะตามาก เลย
รับไข่เจียวมาอยู่กับเรานี่ล่ะจ่ะ” แม่เล่าที่มาที่ไปของไข่เจียว
ให้ผมฟัง และได้แยกย้ายกันไปนอน
ตอนนี้ผมได้มาอยู่หอแล้ว ซึ่งเป็นห้องเล็กๆ ที่มีผมอยู่เพียง
คนเดียว บรรยากาศชวนให้ผมคิดถึงครอบครัวรวมถึงไข่เจียวด้วย
นึกถึงเรื่องที่คุยกับพ่อแม่เมื่อวาน ผมรู้สึกเหมือนกับว่าทุกวันนี้
ผมกับไข่เจียวเป็นพี่น้องกันจริงๆ ฟังดูน่าขำแต่นั่นคือความรู้สึกที่
ผมสัมผัสได้และยังทำให้ความทรงจำที่ผมและไข่เจียวได้ใช้เวลา
ด้วยกันผุดเข้ามาในหัว จากที่ผมคิดถึงไข่เจียวอยู่แล้วทุกวัน
ตลอดเวลา หลังจากที่ได้พูดคุยกับพ่อแม่เรื่องไข่เจียวยิ่งทำให้ผม
คิดถึงมากกว่าเดิม จนผมเกือบจะมีน้ำตาเลยก็ว่าได้
ทุกๆ วันตอนเช้า ไข่เจียวจะกระโดดขึ้นมาเล่นกับผมบนเตียง
เพื่อปลุกผม
“ไง ไข่เจียว พี่ยังไม่อยากตื่นเลย”
“แต่แม่ว่าอาร์ทลุกตอนนี้เลยจะดีกว่านะจ๊ะ ใกล้ถึงเวลาต้องไป
โรงเรียนแล้ว”
ผมทักทายไข่เจียวด้วยความงัวเงียไม่อยากตื่น แม่จึงบอกให้ผม
ลุกไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปโรงเรียน ทุกเช้าไข่เจียวจะมายืนรอ
รถประจำที่จะมารับผมไปโรงเรียนเพื่อส่งผมขึ้นรถ และตอนเย็น
ไข่เจียวก็จะมารอรับผมที่หน้าบ้าน ต่อไปนี้ก็คงจะไม่มีใครมารอ
แบบนี้แล้วกว่าจะได้เจอกันก็คงอีกนานต้องรอจนกว่าจะปิดเทอม
ผมนับวันรอตั้งแต่วันแรกที่ย้ายมาเลย เพราะผมอยากเจอพ่อแม่
และไข่เจียวมาก
“สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับแม่ ทำอะไรกันอยู่ครับ”
“พ่อกับแม่เพิ่งทานข้าวเสร็จน่ะ แล้วลูกทานอะไรหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วครับ แล้วไข่เจียวอยู่ไหนเหรอครับ”
“เอ่อ ไข่เจียวน่าจะนอนอยู่ข้างล่างนะ”
“เหรอครับ ผมอยากเอาไข่เจียวมาอยู่ด้วยจังเลย”
“แม่ว่าอาร์ทอาบน้ำนอนได้แล้วนะ พรุ่งนี้ต้องตื่นไปเรียนแต่
เช้า”
“ก็ได้ครับ บ๊ายบายนะครับ”
ผมโทรหาพ่อแม่และพูดคุยกัน ทุกอย่างก็ปกติดีแต่ก็สงสัยพอ
พูดถึงไข่เจียว ทำไมแม่ต้องเปลี่ยนเรื่องด้วย แต่ผมก็ไม่ได้
สนใจอะไรปล่อยผ่านไปแล้วไปอาบน้ำนอน “ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ”
“เห้อ ไม่ชินกับการใช้การใช้นาฬิกาปลุกเลย อยากให้ไข่เจียว
มาปลุกแบบเมื่อก่อนจัง”
เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น ผมตื่นพร้อมกับบ่นกับตัวเอง คงเป็น
เพราะผมเคยชินกับการมีไข่เจียวมาปลุกทุกเช้า ผมลุกขึ้นไป
อาบน้ำและแต่งตัวในชุดนักศึกษาเป็นวันแรกและเดินไปรอรถ
เพื่อไปเรียนคนเดียว ผมไม่เคยต้องรอรถคนเดียวแบบนี้เลย
ปกติไขคจะยืนข้างๆผมตลอด ผมรู้สึกเคว้งมาก เมื่อถึงห้อง
เรียน ผมก็ได้เจอกับเพื่อนใหม่
“สวัสดี เราชื่อข้าวตังนะ”
“เราชื่อมิกซ์ ส่วนข้างๆเราชื่อเอิร์ท เราสามคนมาจากโรงเรียน
เดียวกันน่ะ นายมาคนเดียวเหรอ”
“สวัสดี เราชื่ออาร์ท เรามาคนเดียว ยังไม่รู้จักใครเลย”
“งั้นมาอยู่กับพวกเราไหม”
“ได้สิ ขอบคุณนะ”
ผมมีเพื่อนใหม่สามคน แล้วยังได้อยู่กลุ่มเดียวกันด้วย เวลาไป
เรียน ผมได้อยู่กับเพื่อนก็มีความสุข มีเสียงหัวเราะเฮฮากันอยู่
เสมอ แต่เมื่อกลับมาถึงหอทั้งอารมณ์และความรู้สึกคิดถึงพ่อ
แม่ คิดถึงไข่เจียวก็ยังคงวนเวียนอยู่
“สวัสดีครับ ทำอะไรกันอยู่”
“นั่งเล่นอยู่ แล้วลูกล่ะ ทำอะไรอยู่ สบายดีไหม”
“ผมเพิ่งกลับถึงหอครับ คิดถึงทุกคนเลยโทรหา ผมสบายดีครับ”
“สบายดีก็ดีแล้วจ่ะ ดูแลตัวเองดีๆล่ะ”
“ครับแม่ เอ่อ…แม่ครับผมอยากเอาไข่เจียวมาอยู่ด้วยจังเลยผม
ถามเจ้าของหอแล้ว เขาบอกว่าสามารถนำสัตว์เลี้ยงมาอยู่ได้”
“อ๋อ เหรอจ๊ะ แม่ว่าเราแยกย้ายกันไปนอนดีกว่า อาร์ทคงเหนื่อย
มาทั้งวัน พักผ่อนเยอะๆนะลูก”
แม่พูดจบก็วางสายไป ผมโทรหาพ่อแม่เกือบทุกวัน และ
พยายามจะพูดเรื่องที่จะเอาไข่เจียวมาอยู่ด้วย แต่ทุกครั้งที่พูด
เรื่องนี้แม่ก็จะตัดบทและเปลี่ยนเรื่องตลอด ผมเรื่องสงสัยแล้วล่ะ
สิ่งที่ผมคิดคือเกิดอะไรขึ้นกับไข่เจียวหรือเปล่า แต่แต่อีกใจก็คิด
ว่าที่แม่ไม่ยอมคุยเรื่องนี้เพราะไม่อยากให้ผมเอาไข่เจียวมาอยู่
ด้วยเพราะอาจเป็นภาระ ผมคิดในแง่ดีไว้ก่อน เพราะคงไม่มี
อะไร ผมอาจจะคิดมากไปเอง ผมใช้ชีวิตวนเวียนกับการตื่นเช้า
ไปเรียน เจอเพื่อนสนุกสนานเฮฮา กลับมาหอก็เหงาเหมือนเดิม
คิดถึงไข่เจียวจะแย่
แล้ววันนี้ก็มาถึง ตอนนี้ผมกำลังนั่งรถกลับบ้าน ผมไม่ได้
บอกพ่อแม่ก่อนจะมาเพราะตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์ ตอนนั่งรถ
แล้วใกล้จะถึงบ้านมันทำให้ผมคิดถึงสมัยเรียนมัธยมเลย
ทุกครั้งที่กลับจากโรงเรียน ไข่เจียวจะมารอรับผมทุกวัน ถึงบ้าน
เมื่อไรจะกอดให้หายคิดถึงเลย
“ก๊อกๆๆ มีใครอยู่ไหมครับ”
“อ้าว อา์ท มาตั้งแต่เมื่อไร จะมาทำไมไม่บอกก่อน”
“ก็ตั้งใจจะมาเซอร์ไพรส์ ตกใจไหมล่ะครับ ฮ่าๆ”
ผมเข้าไปเซอร์ไพรส์พ่อแม่ ท่านทั้งสองตกใจและดีใจมาก และ
เข้ามากอดผม
“ไข่เจียวล่ะครับ ตั้งแต่กลับมายังไม่เห็นเลย”
ผมเอ่ยปากถามพ่อและแม่ เพราะตั้งแต่เข้าบ้านมายังไม่เห็นไข่
เจียวเลย ทั้งคู่มองหน้ากันและอ้ำอึ้งเหมือนมีอะไรบางอย่าง
“เอ่อ ไข่เจียวไม่ได้อยู่กับเราแล้วนะ ไข่เจียวโดนรถชนตายไป
แล้ว”
ได้ฟังแล้วผมก็ตกใจและเสียใจมากแทบจะช็อกเลย ผมร้องไห้
หนักมาก ตั้งใจจะกลับมาอยู่แบบพร้อมหน้าพร้อมตากับ
ครอบครัว ไข่เจียวก็เป็นหนึ่งในครอบครัวของเรา ผมรอวันนี้มา
นานและหวังว่าวันนี้จะเป็นวันที่ผมมีความสุขที่สุด ไม่คิดว่าจะ
มาเจอเรื่องแบบนี้ พ่อแม่เข้ามากอดและปลอบใจผม จนเวลา
ผ่านไปสักพัก
“มันเกิดอะไรขึ้นเหรอครับ ทำไมไข่เจียวถึงโดนรถชนตาย แล้ว
ตายตั้งแต่ตอนไหน”
“ไข่เจียวตายตั้งแต่วันแรกที่อาร์ทย้ายออกไปอยู่หอนั่นล่ะ ตอน
เย็นไข่เจียวออกไปรอหน้าบ้าน เห็นรถประจำที่อาร์ทเคยนั่งไป
โรงเรียนผ่านหน้าบ้าน แต่ไม่ได้จอด ไข่เจียววิ่งตามรถไปแล้ว
โดนรถอีกคันชนเข้าเต็มๆ”
“แม่ขอโทษนะลูก ที่ดูแลไข่เจียวไม่ดี”
“แล้วทำไมพ่อกับแม่ไม่บอกผมล่ะครับ”
“แม่กลัวว่าลูกจะเสียใจ จนไม่เป็นอันทำอะไร แม่ไม่กล้าบอก
ลูก”
ขณะที่พ่อและแม่เล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง น้ำตาของผมก็
ไหลพรากไม่หยุด มันมีหลายๆ ความรู้สึกที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
ทั้งเสียใจ ใจหาย และรู้สึกผิดที่เป็นสาเหตุให้ไข่เจียวตาย
เพราะไข่เจียวออกไปรอผม
หลังจากที่กลับไปอยู่บ้านในช่วงปิดเทอมจนเปิดเทอมแล้ว
ผมได้กลับมาอยู่หอ ผมต้องใช้ชีวิตแบบที่ไม่มีไข่เจียวแบบนี้
ต่อไป ความแสนรู้ ขี้เล่น ความฉลาด และความผูกพันของ
ไข่เจียวและผม ยังคงอยู่ในความทรงจำของผม ไม่เคยลืม
และไม่มีวันไหนที่ผมไม่คิดถึงไข่เจียวเลย แต่ก็นั่นล่ะครับ
ไม่มีใครอยู่กับเราได้ตลอดนอกจากตัวเราเอง มีพบก็ต้องมี
จาก ที่สำคัญที่สุดคือใช้เวลาที่ได้อยู่ด้วยกันให้คุ้มที่สุด
วันนี้ผมได้กลับมาบ้านอีกครั้ง ก็ยังคงกลับมาพร้อมกับ
ความคิดถึงเหมือนเคย “ถ้าไข่เจียวยังอยู่ มันคงออกมา
รอรับผมแบบเมื่อก่อนแล้วล่ะ”
ᵕ̈
“ถ้าไข่เจียวยังอยู่ มัน
คงออกมารับผมแบบ
เมื่อก่อนแล้วล่ะ”