The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ดูงาน-เพชรบุรี-31ม.ค.ถึง1ก.พ.63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กมธ. ศาสนาฯ, 2023-07-06 05:08:27

ดูงาน-เพชรบุรี-31ม.ค.ถึง1ก.พ.63

ดูงาน-เพชรบุรี-31ม.ค.ถึง1ก.พ.63

รายงานการเดินทางไปศึกษาดูงาน ของคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ระหว่างวันศุกร์ที่ ๓๑ มกราคม – วันเสาร์ที่ ๑ กุมภาพันธ์๒๕๖๓ ณ จังหวัดเพชรบุรี กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ส านักกรรมาธิการ ๓ ส านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร


ก รายนามคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นายสุชาติ อุสาหะ ประธานคณะกรรมาธิการ นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม นายเทพไท เสนพงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พลต ารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายนพดล แก้วสุพัฒน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ โฆษกคณะกรรมาธิการ นางมนพร เจริญศรี โฆษกคณะกรรมาธิการ นายกฤษณ์ แก้วอยู่ เลขานุการคณะกรรมาธิการ นางสมหญิง บัวบุตร ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ


ข ค ำน ำ การเดินทางไปศึกษาดูงานเรื่อง “การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ระหว่ างวันศุกร์ที่ ๓๑ มกร าคม – วันเส า ร์ที่ ๑ กุมภ าพันธ์ ๒๕๖๓ ณ จังหวัดเพช รบุ รี ของคณะกรรมาธิการนั้น ได้ให้ความส าคัญกับการประชุมเพื่อการรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริง และ สภาพปัญหาของโบราณสถานที่ส าคัญของจังหวัดเพชรบุรี โดยเฉพาะพระนครคีรี ซึ่งเป็นโบราณสถาน ที่ส าคัญทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนวัดวาอารามต่าง ๆ ในจังหวัดเพชรบุรี ซึ่งมีความเก่าแก่ตั้งแต่ สมัยอยุธยาตอนต้นก็มี ซึ่งจะต้องได้รับการดูแล การบูรณะซ่อมแซมไว้เป็นมรดกให้ลูกหลานได้ศึกษา และภูมิใจในความเป็นคนไทยที่มีภาษา ศิลปะและวัฒนธรรมเป็นของตนเอง นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้ไปเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี ซึ่งเป็นวิทยาเขต ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ที่ต้องการก่อสร้าง “อาคารหอประชุมอเนกประสงค์ วิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี” เพื่อเป็นสถานที่ให้บริการวิชาการแก่พระนิสิตนักศึกษาทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ ในด้านภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ และเป็นสถานที่จัดกิจกรรมสัมมนาวิชาการทางพระพุทธศาสนา และได้ประชุมหารือกับผู้บริหารวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และส่วนราชการ ด้านการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ในการนี้ คณะกรรมาธิการขอกราบขอบพระคุณคณะสงฆ์มหาวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี และขอบคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ได้ให้การต้อนรับ และจัดเตรียมสถานที่ประชุม ตลอดจนการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ซึ่งคณะกรรมาธิการจะได้น ามาใช้ในการด าเนินการต่อไป รายงานการเดินทางไปศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการที่จัดท าขึ้นนี้ คณะกรรมาธิการ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์แก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป (นายสุชาติ อุสาหะ) ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม


ค สารบัญ รายนามคณะกรรมาธิการพร้อมรูป ก ค าน า ข สารบัญ ค บทที่ ๑ บทน า ๑ ๑.๑ หลักการและเหตุผลของการศึกษาดูงาน ๑ ๑.๒ วัตถุประสงค์ของการศึกษาดูงาน ๑ ๑.๓ ประโยชน์ที่ได้รับจากการศึกษาดูงาน ๒ บทที่ ๒ สรุปผลการศึกษาดูงาน ๓ ๒.๑ ข้อมูลจังหวัดเพชรบุรี ๓ ๒.๒ การศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการ ๔ ๒.๒.๑ พระนครคีรี หรือเขาวัง ๔ ๒.๒.๒ การประชุมร่วมกับผู้อ านวยการส านักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี ๕ ๒.๒.๓ วิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ๘ ๒.๒.๔ การประชุมร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ๑๑ ๒.๒.๕ โครงการช่างหัวมันตามพระราชด าริ อ าเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ๑๒ ๒.๓ ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๑๔ ภาคผนวก ๑๕ รายนามผู้จัดท า ๑๘


บทที่ ๑ บทน ำ ๑.๑ หลักกำรและเหตุผลของกำรศึกษำดูงำน โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๒๙ และ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ (๓๐) ก าหนดให้ คณะกรรมาธิการ การศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม มีหน้าที่และอ านาจกระท ากิจการพิจารณาสอบหาข้อเท็จจริงหรือ ศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการอุปถัมภ์ ท านุบ ารุง และคุ้มครองศาสนาและโบราณสถาน การอนุรักษ์ และส่งเสริมศิลปะ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น วัฒนธรรมประชาธิปไตย ภูมิปัญญา ชาวบ้าน เอกลักษณ์ แบบวิถีชีวิตไทย และศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย ดังนั้น การศึกษาดูงาน ด้านการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ณ จังหวัดเพชรบุรี จึงมีความส าคัญต่อการด าเนินงานของ คณะกรรมาธิการ เพราะการได้มีโอกาสลงพื้นที่จริง คณะกรรมาธิการสามารถพิจารณาศึกษาข้อมูล ข้อเท็จจริง ตลอดทั้งการรับฟังข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และปัญหาอุปสรรคของการบริหารจัดการงาน ของหน่วยงานด้านการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมในจังหวัดเพชรบุรี ได้แก่ คณะสงฆ์จังหวัดเพชรบุรี ส านักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี ส านักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี ที่รับผิดชอบงานในจังหวัดราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงครามและ สมุทรปราการแล้ว นอกจากนี้ ยังได้รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ และได้พบปะพูดคุยกับประชาชน ในพื้นที่ที่มาร้องเรียนโดยตรง ไม่ใช่นั่งพิจารณาศึกษาจากเอกสารหรือรับฟังแต่หน่วยงานที่รายงาน มาเท่านั้น ดังนั้น การเดินทางศึกษาดูงานด้านการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมในครั้งนี้ จึงถือว่า เป็นประโยชน์ต่อการก าหนดแนวทางการด าเนินงาน และการเสนอแนะหน่วยงานบริหารในการแก้ไข ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยังได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดียิ่งทั้งจากคณะสงฆ์ จังหวัดเพชรบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบุรี ส านักศิลปากร ที่ ๑ ราชบุรี และได้รับทราบข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่คณะกรรมาธิการสามารถจะได้น ามาใช้ ประกอบการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการและการเสนอแนะนโยบายต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ต่อไป ๑.๒ วัตถุประสงค์ของกำรศึกษำดูงำน เพื่อศึกษาและติดตามดูวัดและโบราณสถานที่ส าคัญของจังหวัดเพชรบุรี และประชุม ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมในจังหวัดเพชรบุรี เพื่อรับฟังข้อมูล ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการอุปถัมภ์และคุ้มครอง พระพุทธศาสนา แผนการพัฒนาวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรีซึ่งเป็นวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย ส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบุรี วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี และการบริหาร จัดการโบราณสถานส านักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี


- ๒ - ๑.๓ ประโยชน์ที่ได้รับจำกกำรศึกษำดูงำน ๑) ได้ศึกษาและเรียนรู้งานด้านการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมกับหน่วยงานที่ รับผิดชอบในพื้นที่ ตลอดทั้งการรับฟังความคิดเห็น การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ ปัญหา และอุปสรรคของหน่วยงานในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร มีการแก้ไขปัญหาอย่างไรเมื่อมีข้อร้องเรียนของ พระภิกษุหรือประชาชนในด้านการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ๒) ได้รับฟังข้อร้องเรียนและข้อคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับงานด้านการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ในการอนุรักษ์โบราณสถาน และการอุปถัมภ์ส่งเสริมกิจการพระพุทธศาสนา การส่งเสริมงานด้านศิลปะของท้องถิ่นหรือชุมชน ๓) การให้ข้อเสนอแนะและแนวทางปฏิบัติในการแก้ไขปัญหาความล่าช้าในการอนุญาต การบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานของกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นปัญหาความขัดแจ้ง ของกรมศิลปากรและผู้ครอบครองโบราณสถาน


บทที่ ๒ สรุปผลการศึกษาดูงาน ๒.๑ ข้อมูลจังหวัดเพชรบุรี เป็นจังหวัดหนึ่งในภาคตะวันตก (บ้างก็จัดอยู่ในภาคกลางตอนล่าง ด้านการพยากรณ์อากาศ จัดอยู่ภาคใต้ตอนบน) มีภูมิประเทศเป็นที่สูงติดเทือกเขาและที่ราบชายฝั่งทะเล มักเรียกชื่อสั้น ๆ ว่า เมืองเพชร และจากหลักฐานในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ปรากฏชื่อว่า ศรีชัยวัชรปุระ จังหวัดเพชรบุรี มีชื่อเสียงในฐานะแหล่งผลิตน้้าตาล เนื่องจากมีต้นตาลหนาแน่น เป็นเมืองเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์ยาวนาน เพชรบุรีเป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นเมืองหน้าด่านที่ส้าคัญของไทยในกลุ่มหัวเมือง ฝ่ายตะวันตก ปัจจุบันมีวัดเก่าแก่และบ้านเรือนทรงไทยจ้านวนมาก เป็นเมืองด่านส้าคัญระหว่าง ภาคกลางและภาคใต้ และยังเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ส้าคัญ เช่น หาดชะอ้า หาดปึกเตียน หาดเจ้าส้าราญ แหลมหลวง แหลมเหลว และเขื่อนแก่งกระจาน เพชรบุรีเป็นเมืองที่เคยรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยโบราณและเป็นเมืองหน้าด่านที่ส้าคัญของไทย ในกลุ่มหัวเมืองฝ่ายตะวันตก มีการติดต่อค้าขายกับต่างประเทศ มีหลักฐานชื่อเรียกปรากฏในหนังสือ ชาวต่างประเทศ เช่น ชาวฮอลันดาเรียกว่า พิพรีย์ ชาวฝรั่งเศสเรียกว่า พิพพีล์ และ ฟิฟรี จึงสันนิษฐานกันว่าชื่อ "เมืองพริบพรี" เป็นชื่อเดิมของเมืองเพชรบุรี ซึ่งสอดคล้องกับชื่อวัดพริบพลี ที่เป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งของจังหวัด และที่วัดแห่งนี้ยังเป็นสถานที่ตั้งเสาชิงช้าอีกด้วย เพชรบุรี (ศรีชัยวัชรบุรี) เป็นเมืองเก่าแก่มาแต่โบราณ เคยเป็นอาณาจักรเล็ก ๆ อาณาจักรหนึ่ง บางสมัยมีเจ้าผู้ครองนครหรือกษัตริย์ปกครองเป็นอิสระ บางสมัยอาจจะตกเป็น เมืองขึ้นของอาณาจักรที่เข้มแข็งกว่า เจ้าผู้ครองนครได้ส่งเครื่องบรรณาการไปยังเมืองจีนเป็นประจ้า เพชรบุรีมีปรากฏเป็นหลักฐานมาตั้งแต่สมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ เช่น พระปรางค์ ๕ ยอด ณ วัดมหาธาตุวรวิหาร และปราสาทหินศิลาแลง ณ วัดก้าแพงแลงเป็นต้น โดยที่มาของชื่อเมืองนั้น อาจเรียกตามต้านานที่เล่าสืบกันมาว่าในสมัยโบราณเคยมีแสงระยิบระยับในเวลาค่้าคืนที่เขาแด่น ท้าให้ชาวบ้านเข้าใจว่ามีเพชรพลอยบนเขานั้นจึงพากันไปค้นหาแต่ก็ไม่พบ จึงได้ออกค้นหาในเวลา กลางคืนแล้วใช้ปูนที่ใช้ส้าหรับกินหมากป้ายเป็นต้าหนิไว้เพื่อมาค้นหาในเวลากลางวัน แต่ก็ไม่พบ บ้างก็ว่าเรียกตามชื่อของแม่น้้าเพชรบุรี เมืองเพชรบุรีมีศิลปวัตถุมากมาย เป็นหลักฐานที่แสดงว่า เพชรบุรีเคยเป็นบ้านเมืองที่มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นชุมชนถาวรมาตั้งแต่สมัยทวารวดี เช่น ศิลปะปูนปั้น ทั้งนี้ก็เป็นไปได้ที่มีการเปลี่ยนชื่อ “วัชรปุระ” เป็น “เพชรบุรี” จากแผลงค้าในชื่อ “วัชร” เป็น “เพชร” โดยเปลี่ยนจาก “ว” เป็น “พ” ข้อมูลด้านศิลปะและวัฒนธรรมที่ส าคัญ จังหวัดเพชรบุรีมีขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม และการละเล่นพื้นเมืองที่ส้าคัญ ที่นิยมปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณจนถึงปัจจุบัน ได้แก่ ๑) งานพระนครคีรีเมืองเพชร จะเริ่มจัดในวันศุกร์สัปดาห์ที่สองของเดือนกุมภาพันธ์ โดยงานจะมีไปจนครบ ๙ วัน ๙ คืน เป็นงานประจ้าปี เพื่อร้าลึกถึงความส้าคัญของประวัติศาสตร์เมืองเพชร ย้อนรอยในพระมหา กรุณาธิคุณในพระบรมมหากษัตริย์แห่งบรมราชจักรีวงศ์ที่มีต่อชาวเพชรบุรี ระลึกถึงเขาวัง-เขาหลวง ตลอดจนเพื่อเผยแพร่สิ่งที่ดีงามในทุกด้านให้เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย


- ๔ - ๒) ประเพณีวัวลาน เป็นการละเล่นของสังคมชาวนาเมืองเพชรบุรีหลังฤดูเก็บเกี่ยว ขึ้นชื่อว่าลูกผู้ชายเมือง เพชรต้องเคยผ่านการร่วมแข่งขันวัวลานมาบ้างแล้ว เป็นการละเล่นที่มีวิวัฒนาการมาจากการนวดข้าว ซึ่งจะต้องต้อนวัวโดยการผูกติดกันเป็นพรวนให้ย่้าไปบนข้าว และบังคับให้เดินเป็นวงกลม ชาวเมือง เพชรจึงน้าวิธีการดังกล่าวมาปรับเป็นการแข่งขัน โดยการปักหลักเกียรติ ซึ่งเป็นหลักไม้ไว้กลางลาน แล้วน้าวัวตัวผู้มาผูกติดเป็นรัศมีออกไปยาวประมาณ ๑๙ ตัว และจะแบ่งวัวออกเป็น ๒ ฝ่าย คือ วัวรอง และวัวนอก (ตัวที่อยู่นอกสุด) ในการแข่งขันถือว่า วัวฝ่ายใดวิ่งแซงอีกฝ่ายหนึ่งได้ถือว่าฝ่ายนั้น ชนะ ปัจจุบันประเพณีนี้จะจัดขึ้นเป็นกิจกรรมหนึ่งในงานพระนครคีรีเมืองเพชร ๓) ละครชาตรี ละครชาตรีเป็นละครร้าที่เก่าแก่ที่สุด ได้รับวัฒนธรรมจากละครของอินเดีย เข้ามาสู่ เมืองเพชรบุรีตั้งแต่เมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐาน มีเพียงประวัติว่า “หม่อมเมือง” ซึ่งเป็นหม่อมในรัชกาลที่ ๕ เป็นคนเพชรบุรี ด้วยเป็นผู้มีความสามารถในการเล่นละครชาตรี จึงมักเล่นถวายหน้าพระที่นั่งทุกครั้ง ที่เสด็จมา จนได้รับพระราชทานบริเวณ “หน้าพระลาน” เพื่อเป็นที่แสดงละครเป็นประจ้า ต่อมาสมัย รัชกาลที่ ๖ มีผู้น้าละครนอกมาประสมกับละครชาตรี เรียกว่า ละครเข้าเครื่องหรือละครชาตรีเครื่องใหญ่ เป็นละครที่รวมศิลปะการร้อง และการร้าเข้าด้วยกัน และได้แพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน ๔) ไทยทรงด้า ไทยทรงด้า หรือไทยโซ่ง หรือลาวโซ่ง เป็นชื่อกลุ่มชนเผ่าไทยกลุ่มหนึ่งในท้องถิ่น จังหวัดเพชรบุรี ส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในอ้าเภอเขาย้อย อาชีพหลักของชาวไทยทรงด้า คือท้านา ท้าไร่ หาของป่า และจับสัตว์ป่า นอกจากนี้ยังมีความสามารถเป็นพิเศษในการจับปลาตามห้วย หนองล้าคลอง ส่วนอาชีพรอง คือ อาชีพจักสานเป็นอาชีพที่แพร่หลายของชาวไทยทรงด้าในเขตอ้าเภอเขาย้อย โดยเฉพาะการจักสานหลัวหรือเข่ง ภาษาของชาวไทยทรงด้า มีลักษณะคล้ายกับภาษาไทยอื่น ๆ ทั่วไป แต่มีลักษณะเฉพาะในการออกเสียงและศัพท์เฉพาะบางค้า และมีอักษรเขียนของตน ซึ่งปัจจุบัน มีผู้อ่านได้น้อยลง ทรงผมเป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจ โดยเฉพาะทรงผมของผู้หญิงมีถึง ๘ แบบ แต่ละแบบจะบ่งบอกถึงสถานภาพของสตรีผู้นั้น ๒.๒ การศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการ ๒.๒.๑ พระนครคีรี หรือเขาวัง เป็นพระราชวังในพระบาสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ แห่งราชวงศ์จักรี ตั้งอยู่ที่ต้าบลคลองกระแชง อ้าเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี บนยอดเขา ๓ ยอดติดต่อกัน ภูเขานี้เดิมเรียกว่าเขาสมน (สะ-หมน) บริเวณไหล่เขาทางด้านทิศ ตะวันออกมีวัดหนึ่งชื่อ วัดสมณ (สะ-มะ-นะ) ในหมายรับสั่งรัชกาลที่ ๔ (พ.ศ. ๒๔๐๒) ปรากฏชื่อว่า เขามหาสมณ ใน พ.ศ. ๒๔๐๔ พระองค์ได้พระราชทานนามว่าเขามหาสวรรค์ ต่อมาเรียกเป็นเขามไหสวรรย์ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้สร้างพระราชวังบนเขามไหสวรรย์ ใน พ.ศ. ๒๔๐๒ โดยมีเจ้าพระยาศรีสุริยวงศ์ (ช่วง บุนนาค ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น สมเด็จเจ้าพระยาบรมมหาศรีสุริยวงศ์ฯ) เป็นแม่กองในการก่อสร้าง และพระเพชรพิไสยศรีสวัสดิ์ (ท้วม บุนนาค ต่อมาได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นเจ้าพระยาภาณุวงศมหาโกษาธิบดีฯ) เป็น นายงานก่อสร้าง เมื่อสร้างแล้วเสร็จจึงพระราชทานนามว่า “พระนครคีรี”


- ๕ - พระราชวังสร้างขึ้นบนยอดเขาทั้งสามยอด คือยอดเขาตะวันออก โปรดให้สร้าง พระปรางค์ในศิลปะแบบเขมรรวมทั้งวิหาร และเจดีย์ ยอดเขากลางเป็นพระธาตุจอมเพชร ส่วนพระราชวัง ที่ประทับ พระต้าหนักและอาคารประกอบ พระองค์โปรดให้สร้างบนยอดเขาด้านทิศตะวันตก และ จากการที่พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงศึกษาวิชาความรู้ต่าง ๆ ของฝรั่งนี้ จึงทรงน้า แบบอย่างของสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกมาก่อสร้างพระราชวัง และพระที่นั่งต่าง ๆ ในรัชสมัย ของพระองค์ เช่น พระที่นั่งอนันตสมาคมในหมู่พระอภิเนาว์นิเวศน์ ในพระบรมมหาราชวังรวมถึง พระนครคีรีแห่งนี้ การก่อสร้างพระนครคีรี ได้น้าสถาปัตยกรรมแบบนีโอคลาสสิคมาเป็นแบบ แต่ฝีมือช่างนั้น ยังมีอิทธิพลของงานสถาปัตยกรรมจีนผสมอยู่ด้วย เช่น การปั้นสันหลังคา และการใช้กระเบื้องกาบกล้วย เป็นต้น (ที่มา : หนังสือพระนครคีรี พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี กรมศิลปากร) ๒.๒.๒ การประชุมร่วมกับผู้อ านวยการส านักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี หัวหน้าพิพิธภัณฑสถาน แห่งชาติพระนครคีรี ๑) ผู้อ้านวยการส้านักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี ได้ให้ข้อมูลว่า ปัญหาส้าคัญของ พระนครคีรี คือ ลิงที่ก่อความร้าคาญและท้าอันตรายต่อนักท่องเที่ยว และรื้อถอนต้นไม้หรือสิ่งของ ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้ปลูกหรือสร้างไว้ ตลอดทั้ง การที่ต้นลีลาวดี (จ้าปา) ซึ่งมีอายุประมาณ ๑๐๐ ปี เริ่มมีความทรุดโทรมแต่ยังไม่มีวิธีการในการที่จะฟื้นฟูหรือการปลูกทดแทน เพราะพระนครคีรีจะมี พื้นเป็นปูนทั้งหมดและมีความลาดชันเนื่องจากเป็นภูเขา การเอาดินมาใส่ก็จะถูกน้้าฝนชะล้างไปหมด และอีกประการหนึ่ง ลิงบนพระนครคีรีอยู่ในความคุ้มครองของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การท้าหมันไม่ประสบความส้าเร็จเพราะลิงมีความฉลาด และหลบหลีกเก่ง การฉีดยาก็มีค่าใช้จ่ายสูงกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรมไม่มีงบประมาณ สนับสนุนที่เพียงพอ


- ๖ - ๒) ส่วนขั้นตอนการขออนุมัติการบูรณซ่อมแช่มโบราณสถานนั้น วัดที่มีโบราณสถาน หรือวัดที่ได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานแล้ว สามารถที่จะหางบประมาณในการบูรณซ่อมแซมได้ หรือ กรณีที่วัดมีงบประมาณบูรณซ่อมแซมยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ก็จะมี งบประมาณสนับสนุนให้ แต่ในการพิจารณารูปแบบของโบราณสถานต้องผ่านการเห็นชอบของ คณะกรรมการวิชาการของกรมศิลปากรก่อน จึงจะเสนอให้อธิบดีกรมศิลปากรลงนามอนุมัติ ปัจจุบัน ส้านักสถาปัตยกรรมจะมีการประชุมพิจารณาแบบโบราณสถานประมาณสามครั้งต่อปี จึงท้าให้มี ความล่าช้า และเป็นสาเหตุที่ท้าให้เกิดความขัดแย้งกับวัด หน่วยงานหรือบุคคลที่เป็นเจ้าของโบราณสถาน เหล่านั้น ทั้งนี้ ส้านักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรีได้มีการท้างานร่วมกันของช่างกรมศิลปากรและช่างท้องถิ่น ให้มีส่วนร่วมในการท้างาน ซึ่งหากประสบผลส้าเร็จก็จะเสนอเป็นต้นแบบในการแก้ไขปัญหาต่อไป ๓) วัดและโบราณสถานที่มีสภาพทรุดโทรมที่จะต้องมีการบูรณะซ่อมแซมเป็น การเร่งด่วน ซึ่งในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ มีดังนี้


- ๗ - (๑) อุโบสถวัดธ่อเจริญธรรม ต้าบลท่าราบ อ้าเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งเป็นอุโบสถที่มีฐานอ่อนโค้งเล็กน้อย หลังคามุงกระเบื้องกาบู ภายในอุโบสถมีพระประธานเป็น พระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยขนาดใหญ่ และมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ซึ่งภาพจิตรกรรมฝาผนัง ด้านหลังพระประธานตรงกลางเขียนภาพซุ้มเรือนแก้ว สองข้างเป็นภาพเทวดานั่งประนมมือถือ ดอกบัว หันหน้าเข้าหาพระประธาน ภาพจิตรกรรมฝาผนังภาพต้นไม้และภาพพระภิกษุที่ผนัง ด้านทิศตะวันออกมีสภาพลบเลือนมาก (ที่มา : ข้อมูลโบราณสถานวัดธ่อเจริญธรรม อ้าเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี ส้านักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี) (๒) วัดพุทธไสยาสน์ (วัดพระนอน) ต้าบลคลองกระแซง อ้าเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งสันนิษฐานว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีความโดดเด่นที่พระพุทธรูป ปางไสยาสน์หรือพระนอนที่สร้างด้วยอิฐตลอดทั้งองค์ ลงรักปิดทองสวยงาม วัดพุทธไสยาสน์มี ๓ วิหาร คือ ๑. วิหารพระนอน ๒. วิหารพระนั่ง และ ๓. วิหารพระยืน และองค์พระนอนอยู่ในท่า สีหไสยาสน์ มีขนาดความยาว ๔๓ เมตร เดิมประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง แต่พระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้า ฯ ให้สร้างหลังคาคลุมไว้ ขณะนี้มีความทรุดโทรมต้องมีการบูรณะ ซ่อมแซมเร่งด่วน (ที่มา : Travel MThai – com) (๓) วัดกุฏิ ต้าบลท่าแร้ง อ้าเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรีประวัติยังไม่พบ หลักฐานที่แน่นอนชัดเจน แต่สันนิษฐานว่า สร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยา เนื่องจากโบราณวัตถุในวัด เป็นศิลปกรรมที่เก่าแก่สมัยอยุธยาหลายอย่าง เช่น บานประตูไม้แกะสลักที่อุโบสถหลังเก่า ใบเสมา หินทรายแดง และยังพบคัมภีร์ใบลานโบราณและสมุดข่อยสีด้า-ขาว การปฏิสังขรณ์ สันนิษฐานว่า บูรณะครั้งใหญ่สมัยรัตนโกสินทร์ ตามที่ปรากฏในนิราศเมืองเพชรของสุนทรภู่ หลักฐานทางด้าน โบราณคดีที่ส้าคัญ ได้แก่ - อุโบสถ (หลังเก่า) เป็นอาคารทรงไทย ก่ออิฐฉาบปูน ขนาด ๖ ห้อง (กว้าง ๖.๕ x ๑๓ เมตร) ตั้งอยู่บนฐานสูง ฐานอ่อนโค้งเล็กน้อย หันไปทางทิศตะวันออก ตัวอาคารทรง สอบ ด้านหน้ามีพาไลยื่นออกไป มีเสาก่ออิฐถือปูนรองรับ หัวเสาประดับลวดลายปูนปั้น เป็นบัวกลีบยาว มีประตูทางเข้าด้านหน้า ๑ ช่อง ด้านหลัง ๒ ช่อง บานประตูเป็นไม้ ซุ้มประตูด้านหน้า เป็นซุ้มบันแถลงประดับด้วยลวดลายปูนปั้น หน้าบันซุ้มเป็นลายเทพพนม ขนาบด้วย ลายก้านขดโค้ง ปลายลายเป็นกระหนกหางกินรี ซุ้มประตูด้านหลัง เป็นซุ้มทรงมงกุฎประดับลวดลาย ปูนปั้น ผนังด้านข้างเจาะหน้าต่างด้านละ ๔ ช่อง ซุ้มประดับลวดลายปูนปั้น ลายดอกพุดตานประกอบใบ และเถา มีเสาอิงระหว่างซ่อมหน้าต่างด้านละ ๗ ต้น บัวหัวเสาเป็นบัวแวง - เจดีย์ราย ตั้งอยู่ภายในก้าแพงแก้ว ด้านหน้าอุโบสถ ๓ องค์ ด้านหลัง อุโบสถ ๔ องค์ ภายนอกก้าแพงแก้ว ด้านหน้าอุโบสถ ๑ องค์ ด้านหลังอีก ๑ องค์ เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้ สิบสอง ทรวดทรงเป็นแบบที่นิยมกันตั้งแต่สมัยอยุธยาตอนปลายลงมาและได้รับการบูรณะในสมัย รัตนโกสินทร์ นิยมประดับด้วยลวดลายปูนปั้นบางองค์มีลวดลายรูปหน้าสัตว์ตกแต่งตรงขาสิงห์ เป็นรูปหน้ากาลบ้าง รูปราหูบ้าง รูปหน้าหมูบ้าง เจดีย์ที่อยู่นอกก้าแพงแก้วด้านหน้าอุโบสถมีขนาดใหญ่กว่า เจดีย์องค์อื่น ๆ เป็นเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสองฐานสิงห์แบบที่เรียกว่าเจดีย์ทรงเครื่อง - หอสวดมนต์ ตั้งหันหน้าไปทางทิศเหนือ (แต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๔๐ ทางวัดได้เปลี่ยนแปลงให้หันไปทางทิศตะวันออก) เป็นเรือนทรงไทย หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง มีเครื่องล้ายองไม้หน้าบันเป็นไม้แกะสลัก ปิดทองประดับกระจก ด้านทิศเหนือเป็นภาพราหูอมจันทร์ มีตัวอักษรระบุปีที่สร้าง คือ พ.ศ. ๒๔๖๖ ทางด้านทิศใต้เป็นรูปครุฑและชื่อคนสร้าง


- ๘ - - หมู่กุฏิสงฆ์ เป็นหมู่เรือนไทย ฝาปะกน หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง เครื่องล้ายองไม้ประดับกระจกสี มีหลังหนึ่งหน้าบันเป็นไม้แกะสลัก กุฏิริมน้้าหลังหนึ่งเป็นเรือน ปั้นหยา ๒ ชั้น ชั้นล่างก่ออิฐถือปูนด้านบนเป็นอาคารไม้ - หอไตร เป็นอาคารไม้ยกพื้นสูง ๒ ชั้น ชั้นล่างโปร่งกั้นด้วยลูกกรงไม้ฉลุ ลายเตี้ย ๆ มีชายคายื่นออกมาเป็นกันสาด ชั้นบนด้านนอกกั้นด้วยลูกกรงไม้ฉลุลายเตี้ย ๆ เช่นกัน ส่วน ที่เป็นอาคารที่ใช้เก็บพระไตรปิฎก ฝาด้านบนท้าเป็นบานเกล็ดถี่ ๆ ช่องลมเป็นไม้ฉลุลาย หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้องมีช่อฟ้าใบระกาหางหงส์ - ศาลาท่าน้้า เป็นอาคารทรงไทย มีทั้งหมด ๓ หลังหลักแรกเป็นอาคาร ทรงไทย หลังคาเครื่องไม้มุงกระเบื้อง เครื่องล้ายองไม้ ประดับกระจกสีหน้าบันไม้แกะสลักประดับ กระจกสีเช่นเดียวกัน มีหลักฐานการสร้างและผู้สร้างโดยจารึกที่เพดานว่าศาลาพ่อเขียน แม่ไนย สร้างไว้ พ.ศ. ๒๔๖๙ มีภาพจิตรกรรมที่บริเวณคอสองโดยรอบ มีค้าอธิบายภาพจิตรกรรมฝาผนัง เป็นตอน ๆ เรื่องสวรรค์และนรกภูมิ เทพประจ้าทิศทั้งสี่ เป็นลักษณะจิตรกรรมเขียนบนไม้ด้วยสีฝุ่น มีรองพื้นบาง ๆ หลังกลาง เป็นอาคารทรงไทยเช่นเดียวกับหลังแรก เครื่องล้ายองไม้ประดับกระจก หน้าบันไม้แกะสลักประดับกระจก เช่นเดียวกัน ส่วนหลังที่สาม เป็นอาคารไม้ ทรงปั้นหยาสภาพช้ารุด ทรุดโทรมมาก หน้าบันเป็นลายฉลุไม้ชายคาชั้นบนมีลายฉลุไม้ประดับ เป็นแบบนิยมสมัยรัชกาลที่ ๖ – ๗ ภายในบริเวณคอสองมีภาพจิตรกรรมเช่นเดียวกันแต่สภาพเลือนมาก เห็นชัดเฉพาะรูป สถาปัตยกรรมป้อมประตู ภาพเรือนไทย เป็นต้น (ที่มา : ข้อมูลโบราณสถานวัดกุฏิ ต้าบลท่าร้าง อ้าเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี ส้านักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี) (๔) ในส่วนส้านักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้ให้ข้อมูลว่า ส่วนใหญ่ วัดไม่ได้ขอเงินบูรณะซ่อมแซมจากกรมศิลปากร เพราะมีความล่าช้ามาก จึงอาศัยงบประมาณของวัด หรือผู้มีจิตศรัทธาบริจาค และประเด็นความขัดแย้งของวัดกับกรมศิลปากรคือความเห็นเกี่ยวกับ รูปแบบของโบราณสถานที่แตกต่างกัน ๒.๒.๓ วิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คณะกรรมาธิการได้เข้านมัสการเจ้าคณะจังหวัด คณะสงฆ์ และเยี่ยมชมอาคารเรียน พร้อมทั้งเข้าประชุมร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่วัดพระรูปซึ่งเป็นสถานที่ตั้งวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี เพื่อรับทราบความเป็นมาของวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี


- ๙ - ๑) เหตุผลและความจ าเป็นในการก่อสร้างอาคารหอประชุมเอนกประสงค์ ที่ประชุมสภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ครั้งที่ ๒/๒๕๖๒ เมื่อวันจันทร์ที่ ๔ มีนาคม ๒๕๖๒ มีมติให้จัดตั้งหน่วยวิทยบริการคณะสังคมศาสตร์ มหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัยวัดพระรูป จังหวัดเพชรบุรี เป็น”วิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี”และได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๖ ๑๐๔ ง หน้า ๖๕ เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๒ โดยวิทยาลัยเพชรบุรี ได้ด้าเนินการจัดการ เรียนการสอนหลักสูตรพุทธศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเชิงพุทธ หลักสูตรรัฐศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรประกาศนียบัตรบริหารกิจการคณะสงฆ์ (ป.บส.) ในการนี้ เพื่อให้เป็นไปตามพันธกิจของวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรีที่มุ่งให้บริการ วิชาการแก่นิสิต นักศึกษาทั้งบรรพชิตและคฤหัสถ์ในด้านภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ดังจะเห็นได้จาก การจัดกิจกรรมสัมมนาทางวิชาการพระพุทธศาสนาบูรณาการกับศาสตร์สมัยใหม่ การจัดกิจกรรม ท้านุบ้ารุงประเพณีทางพระพุทธศาสนา เทศน์มหาชาติพระเวสสันดรชาดก และการอบรมคุณธรรม จริยธรรม ในโครงการวิปัสสนากัมมัฏฐานเป็นประจ้าทุกปีตลอดทั้งการให้พื้นที่เพื่อเป็นการสนองงาน กิจการคณะสงฆ์ เช่น การประชุมพระสังฆาธิการทั้งในระดับจังหวัดและภาค ๑๕ ใช้เป็นสนามสอบ บาลีสนามหลวง สอบธรรมสนามหลวงและตรวจข้อสอบธรรมสนามในเขตจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัด ใกล้เคียง ตลอดจนกิจกรรมอบรมเพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงานแก่พระสังฆาธิการ ซึ่งมีจ้านวน ผู้เข้าร่วมเป็นจ้านวนมากเพิ่มขึ้นในทุก ๆ ปี ด้วยเหตุผลดังกล่าว มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์ เพชรบุรีจึงเห็นควรจัดโครงการก่อสร้างอาคารหอประชุมวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี เพื่อรองรับการใช้งาน ในลักษณะเอนกประสงค์ และสามารถตอบสนองพันธกิจของมหาวิทยาลัยและคณะสงฆ์ได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพตามหลักพระธรรมวินัย คงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาให้ด้ารงอยู่สืบต่อไป ๒) วัตถุประสงค์ของการก่อสร้าง (๑) เพื่อก่อสร้างหอประชุมของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี (๒) เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติภารกิจและกิจกรรมการเรียนการสอนของ มหาวิทยาลัยในการบริการวิชาการ (๓) เพื่อใช้เป็นสถานที่อ้านวยความสะดวกในการประชุมคณะสงฆ์ประจ้า จังหวัดเพชรบุรี (๔) เพื่อใช้เป็นสถานที่อ้านวยความสะดวกในการอบรมสัมมนาของหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่ขอใช้บริการ (๕) เพื่อเป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐานของพระนิสิตและประชาชน ทั่วไป ๓) ประโยชน์ใช้สอย อาคารหอประชุมเอนกประสงค์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี จะก่อสร้างเป็น ๒ ชั้น โดยชั้นที่ ๑ มีเนื้อที่ ๔๘๐ ตารางเมตร ใช้เป็นพื้นที่ หอประชุม ส้านักงานวิทยาลัย และส้านักงานวิชาการ ชั้นที่ ๒ มีเนื้อที่ ๔๘๐ ตารางเมตร ใช้เป็น ห้องสมุด รวมเป็นพื้นที่ใช้สอยทั้งหมด ๙๖๐ ตารางเมตร


- ๑๐ - ๔) สถานที่ก่อสร้าง มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี (วัดพระรูป) ต้าบลช่องสะแก อ้าเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ๕) รายละเอียดโครงการ ลักษณะอาคารเป็นอาคารคอนกรีตเสริมเหล็กสูง ๒ ชั้น โดยชั้นที่ ๑ ใช้เป็น พื้นที่ส้านักงานวิทยาลัย ส้านักงานวิชาการ และห้องผู้บริหาร รวมพื้นที่ใช้สอยชั้นที่ ๑ ประมาณ ๔๘๐ ตารางเมตร ซึ่งประกอบด้วย (๑) ห้องโถงพักผ่อน จ้านวน ๑ ห้อง (๒) ส้านักงาน จ้านวน ๒ ห้อง (๓) ห้องประชุมใหญ่ จ้านวน ๑ ห้อง (๔) ห้องผู้บริหาร จ้านวน ๓ ห้อง (๕) ห้องน้้า (สุขา) จ้านวน ๒ ห้อง (๖) ห้องอาหาร จ้านวน ๑ ห้อง


- ๑๑ - ส่วนชั้นที่ ๒ ใช้เป็นห้องสมุด รวมพื้นที่ใช้สอยชั้นที่ ๒ ประมาณ ๔๘๐ ตาราง เมตร ประกอบด้วย (๑) ห้องสมุด จ้านวน ๑ ห้อง (๒) ห้องน้้า (สุขา) จ้านวน ๒ ห้อง (๓) เวที โถงต้อนรับ ที่วางแอร์ ๖) ระยะเวลาและงบประมาณในการก่อสร้าง ก้าหนดระยะเวลาของโครงการไว้ประมาณ ๒ ปี โดยเริ่มตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ และสิ้นสุดในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ และมีรายละเอียดงบประมาณ ดังนี้ ปีงบประมาณ ค่าก่อสร้าง ค่าควบคุมงาน รวม ๒๕๖๔ ๓๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท ๔๕๕,๐๐๐ บาท ๓๐,๔๕๕,๐๐๐ บาท ๒๕๖๕ ๓๓,๒๕๔,๖๗๕ บาท ๔๕๕,๐๐๐ บาท ๓๓,๗๐๙,๖๗๕ บาท รวมงบประมาณการก่อสร้างทั้งหมด เป็นเงินจ้านวน ๖๔,๑๖๔,๖๗๕ บาท (หกสิบสี่ล้านหนึ่งแสนหกหมื่นสี่พันหกร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน) (ที่มา : เอกสารแนวทางการพัฒนา ส่งเสริมอาคารสถานที่และสิ่งแวดล้อมทางการศึกษา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี) ทั้งนี้ วิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรีจะขอรับการสนับสนุนการก่อสร้างจากงบประมาณ ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยต่อไป ๒.๒.๔ การประชุมร่วมกับเจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี และส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ๑) มหาวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี เปิดการเรียนการสอนมาและมีบัณฑิต จบการศึกษาแล้ว จ้านวน ๗ รุ่น จ้านวน ๗๒๖ รูป/คน ๒) ปัจจุบันมหาวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี มีพื้นที่ประมาณ ๒๑ ไร่ มีอาคาร ๑ หลัง ที่ทางวัดพระรูปและผู้บริหารวิทยาลัยสงฆ์ ได้มีการรับบริจาคจากศรัทธาของประชาชนในจังหวัด เพชรบุรี โดยไม่ได้มีการของบประมาณของแผ่นดินแต่อย่างใด ๓) อาคารแห่งใหม่ที่จะก่อสร้างคือ “อาคารหอประชุมอเนกประสงค์วิทยาลัยสงฆ์ เพชรบุรี” ตั้งงบประมาณไว้จ้านวน ๖๔,๑๖๔,๖๗๕ บาท (หกสิบสี่ล้านหนึ่งแสนหกหมื่นสี่พัน หกร้อยเจ็ดสิบห้าบาทถ้วน)จึงต้องของบประมาณแผ่นดินจากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัย เพื่อให้การก่อสร้างส้าเร็จและบรรลุตามวัตถุประสงค์ในการที่จะใช้เป็นอาคารเรียน การสอนวิชาการทางพระพุทธศาสนาและสถานที่ปฏิบัติธรรมของนิสิตที่เป็นทั้งพระภิกษุและฆราวาส และประชาชนทั่วไป ตลอดทั้งการอบรมสัมมนาของหน่วยงานต่าง ๆ ที่ต้องการใช้สถานที่ ทั้งนี้ ได้มีการเสนอรูปแบบและรายละเอียดการก่อสร้าง ค่าควบคุมงาน เสนอไปในการจัดท้าข้อมูล เสนองบประมาณรายจ่ายประจ้าปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัยแล้ว อยู่ในขั้นตอนการเสนองบประมาณของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต่อกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และส้านักงบประมาณ เพื่อพิจารณา ให้ความเห็นชอบต่อไป


- ๑๒ - ๒.๒.๕ โครงการช่างหัวมันตามพระราชด าริ อ าเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ความเป็นมาของโครงการช่างหัวมันตามพระราชด้าริ ในปีพ.ศ. ๒๕๕๒ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงให้เจ้าหน้าที่ ไปจัดซื้อที่ดินจากราษฎรด้วยพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ เนื้อที่ประมาณ ๒๕๐ ไร่ บริเวณอ่างเก็บน้้า หนองเสือ บ้านหนองคอไก่ ต้าบลเขากระปุก อ้าเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า โปรดกระหม่อม ให้กองงานส่วนพระองค์ส้านักพระราชวัง เข้าพัฒนาพื้นที่เพื่อจัดท้าเป็นโครงการ ทดลองด้านการเกษตรและทรงมีรับสั่งว่าเมื่อท้าเสร็จแล้วจะเสด็จไปทอดพระเนตรโครงการ ด้วยพระองค์เอง ๑) วัตถุประสงค์ของโครงการ (๑) เพื่อให้เป็นแหล่งรวบรวมพันธุ์พืชเศรษฐกิจ พืชพันธุ์ดีของอ้าเภอท่ายาง และของจังหวัดเพชรบุรี (๒) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตรแก่เกษตรกร (๓) เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการจัดท้าแปลงหรือมา ช่วยงานพระองค์การด าเนินกิจกรรมภายในโครงการ ประกอบด้วย - การใช้กังหันลมผลิตไฟฟ้าเพื่อเป็นพลังงานทดแทน - การผลิตพืชปลอดภัยจากสารพิษ - การสาธิตการปลูกต้นสบู่ด้า - การปลูกข้าวสายพันธุ์ต่างๆ - แปลงศึกษาและส่งเสริมการผลิตชมพู่เพชรสายรุ้ง - แปลงศึกษาและส่งเสริมการผลิตหน่อไม้ฝรั่ง - การท้าปุ๋ยหมัก - การปลูกไม้ผล พืชไร่ ประกอบด้วย แก้วมังกร กล้วยน้้าว้า กล้วยหักมุก มะละกอ มะนาว ฟักทอง กล้วย อ้อย มะพร้าวน้้าหอม มะพร้าวห้าว ฯลฯ


- ๑๓ - - การปลูกพืชผัก ประกอบด้วย มันเทศ กระเพรา โหระพา พริกพันธุ์ซูปเปอร์ ฮอต มะเขือเทศราชินี กระเจี๊ยบเขียว วอเตอร์เครส มะระขี้นก ผักหวานบ้าน ฯลฯ ส้าหรับผลผลิตในโครงการฯ ผักและผลไม้ที่เก็บเกี่ยวได้จากโครงการ มี การจัดการหลังการเก็บเกี่ยวโดยการล้างท้าความสะอาด คัดเกรด ตัดแต่ง และบรรจุภาชนะ พร้อม น้าไปจ้าหน่ายในสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ กองงานส่วนพระองค์ (ห้องเครื่องวังไกลกังวล และสวนจิตรดา) ร้านโกลเด้นเพลสทั้ง ๕ สาขา ตลาดกลางการเกษตรหนองบ้วย อ้าเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี ๒) สถานที่ตั้งโครงการ ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ ๕ บ้านหนองคอไก่ ต้าบลเขากระปุก อ้าเภอท่ายาง จังหวัด เพชรบุรีโดยสามารถเดินทางเข้าทางอ้าเภอท่ายาง ผ่านโครงการส่งน้้าและบ้ารุงรักษาเพชรบุรี ไปทาง เส้นทางต้าบลท่าไม้รวก ผ่านที่ท้าการเขตห้ามล่าสัตว์ป่าเขากระปุก-เขาตอหม้อ ผ่านโรงเรียนบ้านทุ่ง โป่ง ถึงโครงการชั่งหัวมันตามพระราชด้าริ ระยะทางประมาณ ๔๗ กิโลเมตร ในการนี้ คณะกรรมาธิการ ได้รับฟังการบรรยายจากเจ้าหน้าที่ประจ้าโครงการ และรับชมวีดิทัศน์ความเป็นมาของโครงการช่างหัวมันตามพระราชด้าริของพระบาทสมเด็จ พระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และนั่งรถเยี่ยมชมการแก้ไขปัญหา ดินเสียให้กลายเป็นดินดีที่สามารถเพาะปลูกทางการเกษตรได้ นอกจากนี้ ได้นั่งรถเยี่ยมชมแปลงสาธิต การเพาะปลูกพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้เศรษฐกิจ การผลิตไบโอดีเซล หรือพลังงานทดแทน การเรียนรู้ การท้าเกษตรแบบยั่งยืน (ที่มา : โครงการชั่งหัวมันตามพระราชด้าริ เทศบาลต้าบลท่ายาง จังหวัด เพชรบุรี)


- ๑๔ - ๒.๓ ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๑) ปัญหาเรื่องการอนุมัติการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถานที่มีความล่าช้า กรมศิลปากร ควรมีการก้าหนดกรอบระยะเวลาในการพิจารณาการอนุมัติการบูรณะซ่อมแซมโบราณสถาน ให้ชัดเจนว่าจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในกี่วัน และผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีก็เสนอแนะ เพิ่มเติมว่า กรมศิลปากรควรออกเป็นระเบียบของกรมให้ช่างท้องถิ่นหรือผู้มีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็น ที่ยอมรับทั้งของกรมศิลปากรและประชาชนในพื้นที่มาเป็นคณะกรรมการตรวจพิจารณาอนุมัติแบบ ของโบราณสถานที่จะบูรณะซ่อมแซม เพื่อให้กระบวนการพิจารณาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว โปร่งใส และเป็นที่ยอมรับ ๒) การขอรับการสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารหอประชุมอเนกประสงค์วิทยาลัย เพชรบุรี ขอให้ผู้บริหารของวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรีด้าเนินการท้าเรื่องขอต่อมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ ราชวิทยาลัยตามขั้นตอน คณะกรรมาธิการไม่อาจเข้าไปก้าวล่วงในการพิจารณาเรื่องงบประมาณได้


ภาคผนวก


ภาคผนวก ๑. รายชื่อคณะกรรมาธิการที่ร่วมเดินทาง ๑) นายสุชาติ อุสาหะ ประธานคณะกรรมาธิการ ๒) นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ๓) นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ๔) นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หก ๕) นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ ๖) นายกฤษณ์ แก้วอยู่ เลขานุการคณะกรรมาธิการ ๘) นางสมหญิง บัวบุตร ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมาธิการ ๒. รายชื่อผู้ช านาญการและเลขานุการประจ าคณะกรรมาธิการที่ร่วมเดินทาง ๑) นายกรัณย์ สุทธารมณ์ ผู้ช านาญการประจ าคณะกรรมาธิการ ๒) นายปรัชญ์ ออกบัว เลขานุการประจ าคณะกรรมาธิการ ๓) นายประกรณ์เกียรติ ญาณหาร เลขานุการประจ าคณะกรรมาธิการ ๔) นางสาวลีลาวดี วัชโรบล เลขานุการประจ าคณะกรรมาธิการ ๕) นายวันจักร น้อยจันทร์ เลขานุการประจ าคณะกรรมาธิการ ๓. รายชื่อคณะอนุกรรมาธิการที่ร่วมเดินทาง ๑) นางเยาวนิตย์ เพียงเกษ อนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา ด้านพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ๆ ๒) นายคมสรรค์ สุนนทราช ผู้ช่วยเลขานุการคณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาด้านพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่น ๆ ๔. รายชื่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายเลขานุการที่ร่วมเดินทาง ๑) นางภิรมย์ เจริญรุ่ง ผู้บังคับบัญชากลุ่มงาน (วิทยากรเชี่ยวชาญ) ๒) นายภีม บุตรเพ็ง นิติกรช านาญการพิเศษ ๓) นายกมล กลิ่นร าพึง นิติกรช านาญการ ๕) นายศุภรัตน์ ศรีดีแก้ว วิทยากรช านาญการ ๖) นางอุไรพร ตะก้อง เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส ๗) นางสาวศิริโฉม อนันตชัย เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน


- ๑๗ – หน่วยงานในจังหวัดเพชรบุรี ๑. คณะสงฆ์จังหวัดเพชรบุรี ๑) พระวชิรธรรมคณี เจ้าคณะจังหวัดเพชรบุรี ๒) พระวิสุทธิวรกิจ ผู้อ านวยการวิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี (รก.) ๓) พระพิพิธพัชโรดม รองผู้อ านวยการฝ่ายบริการ (รก.) ๔) พระครูสุนทรวัชรกิจ ดร. รองผู้อ านวยการฝ่ายวิชาการ (รก.) ๕) พระครูสุนทรวัชรการ ผู้อ านวยการส านักงานวิชาการ วิทยาลัยสงฆ์เพชรบุรี ๖) พระครูญาณเพชรรัตน์ ดร. อาจารย์สอน ๗) พระครูเกษมวัชรดิตถ์ อาจารย์ประจ าหลักสูตร ๒. ส่วนราชการจังหวัดเพชรบุรี ๑) นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ๒) รองศาสตราจารย์ภัทรพล ใจเย็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ๓) นางศาลิสา จินดาวงศ์ ผู้อ านวยการส านักศิลปากรที่ ๑ ราชบุรี ๔) นางสาวประภาพรรณ ศรีสุข หัวหน้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนครคีรี ๕) นายจรัญ มารัตน์ ผู้อ านวยการส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเพชรบุรี ๖) นางกรรณิกา เอี้ยวสกุลรัตน์ วัฒนธรรมจังหวัดเพชรบุรี ๗) นายวชรสิน แก้วเสียง นักวิชาการศาสนาช านาญการ ๘) นายสมจิตร เรืองทิพย์ เจ้าพนักงานพิพิธภัณฑช านาญงาน ๙) นายด ารงค์ สอนอ้น นักวิชาการศาสนาช านาญการพิเศษ ๑๐) นางสาววาสนา พุ่มดอกไม้ นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ ๑๑) นางอรอนงค์ บุญประเสริฐ นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ ๑๒) นายกฤษดากร อินกงลาศ ช่างภูมิปัญญาท้องถิ่น


๑๘ รายนามผู้จัดท า ๑. นางภิรมย์ เจริญรุ่ง ผู้บังคับบัญชากลุ่มงาน ๒. นายภีม บุตรเพ็ง นิติกรช านาญการพิเศษ ๓. นายกมล กลิ่นร าพึง นิติกรช านาญการ ๔. นายศุภรัตน์ ศรีดีแก้ว วิทยากรช านาญการ ๕. นางจิดาภา บุญมี เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส ๖. นางอุไรพร ตะก้อง เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส ๗. นางสาวศิริโฉม อนันตชัย เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน ๘. นางสาววาสนา เอกอนงค์ เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน


Click to View FlipBook Version