The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ดูงาน-เชียงใหม่-7ถึง8 มี.ค.63

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กมธ. ศาสนาฯ, 2023-07-06 05:06:36

ดูงาน-เชียงใหม่-7ถึง8 มี.ค.63

ดูงาน-เชียงใหม่-7ถึง8 มี.ค.63

รายงานการเดินทางไปศึกษาดูงาน ของคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ระหว่างวันเสาร์ที่ ๗ – วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๓ ณ จังหวัดเชียงใหม่ กลุ่มงานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ส านักกรรมาธิการ ๓ ส านักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร


ก รายนามคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม นายสุชาติ อุสาหะ ประธานคณะกรรมาธิการ นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง นายไพบูลย์ นิติตะวัน รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม นายเทพไท เสนพงศ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สี่ รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หก นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ พลต ารวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายนพดล แก้วสุพัฒน์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ โฆษกคณะกรรมาธิการ นางมนพร เจริญศรี โฆษกคณะกรรมาธิการ นายกฤษณ์ แก้วอยู่ เลขานุการคณะกรรมาธิการ นางสมหญิง บัวบุตร เลขานุการคณะกรรมาธิการ


ข ค ำน ำ คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ได้มีมติ เดินทางไปศึกษาดูงาน เรื่อง “การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม” ในระหว่างวันที่ ๗ - ๘ มีนาคม ๒๕๖๓ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ก็เพื่อที่จะเผยแพร่บทบาทของคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ได้ก าหนดกรอบอ านาจหน้าที่ไว้ ซึ่งได้มีการเปลี่ยนแปลงอ านาจหน้าที่บางประการของ คณะกรรมาธิการในการตรวจสอบฝ่ายบริหารให้มีความแตกต่างจากอ านาจการสอบสวนตามกฎหมาย อาญา นอกจากนี้ การเดินทางไปศึกษาดูงานในครั้งนี้ ยังได้เข้ากราบนมัสการพระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณฺณสิริ) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร รองเจ้าคณะภาค ๗ และได้พบปะกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ผู้อ านวยการส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ วัฒนธรรมจังหวัด เชียงใหม่และผู้แทนสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ท าให้ได้รับทราบปัญหาและอุปสรรคการด าเนินงาน ของคณะสงฆ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดและวัฒนธรรมจังหวัด ซึ่งคณะกรรมาธิการได้น ามาพิจารณาศึกษาและเสนอแนะต่อฝ่ายบริหารเพื่อด าเนินงานต่อไป คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ขอขอบคุณในความเมตตาของคณะสงฆ์ จังหวัดเชียงใหม่ และขอขอบคุณผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กรมศิลปากร ส านักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดเชียงใหม่ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทน จากสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ที่ให้การต้อนรับและเสนอความเห็นในการศึกษาดูงานในครั้งนี้ (นายสุชาติ อุสาหะ) ประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม


ค สารบัญ รายนามคณะกรรมาธิการพร้อมรูป ก ค าน า ข สารบัญ ค บทที่ ๑ บทน า ๑ ๑.๑ หลักการและเหตุผล ๑ ๑.๒ วัตถุประสงค์ของการเดินทางศึกษาดูงาน ๑ ๑.๓ ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการเดินทางศึกษาดูงาน ๑ บทที่ ๒ สรุปผลการศึกษาดูงาน ๓ ๒.๑ จังหวัดเชียงใหม่ ๓ ๒.๒ การศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการ ๕ ๒.๓ ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๑๐ บรรณานุกรม ๑๓ ภาคผนวก ๑๕ รายนามผู้จัดท า ๓๑


บทที่ ๑ บทน ำ ๑.๑ หลักกำรและเหตุผล คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่และอ านาจ กระท ากิจการ พิจารณาสอบหาข้อเท็จจริง หรือศึกษาเรื่องใด ๆ ที่เกี่ยวกับการอุปถัมภ์ ท านุบ ารุงและ คุ้มครองศาสนาและโบราณสถาน การอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปะ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม ท้องถิ่น วัฒนธรรมประชาธิปไตย ภูมิปัญญาชาวบ้าน เอกลักษณ์ แบบวิถีชีวิตไทย และศิลปวัฒนธรรม ร่วมสมัย ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ (๓๐) ๑.๒ วัตถุประสงค์ของกำรเดินทำงศึกษำดูงำน เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการอุปถัมภ์ ท านุบ ารุง และคุ้มครองพระพุทธศาสนา รับฟัง การบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการศาสนสถานและโบราณสถานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ประกอบด้วย คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กรมศิลปากร ส านักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติจังหวัดเชียงใหม่ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และผู้แทน จากสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ๑.๓ ประโยชน์ที่คำดว่ำจะได้รับจำกกำรเดินทำงศึกษำดูงำน ๑) ได้รับทราบข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการอุปถัมภ์ ท านุบ ารุง และคุ้มครองพระพุทธศาสนา รับฟังการบรรยายสรุปเกี่ยวกับการบริหารจัดการศาสนสถานและโบราณสถานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ๒) ได้ร่วมให้ข้อเสนอแนะต่อการอุปถัมภ์ ท านุบ ารุง และคุ้มครองพระพุทธศาสนา รวมทั้ง การบริหารจัดการศาสนสถานและโบราณสถานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่


บทที่ ๒ สรุปผลการศึกษาดูงาน ๒.๑ จังหวัดเชียงใหม่ ๒.๑.๑ ข้อมูลทั่วไปของจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่ทางภาคเหนือของประเทศไทย มีพื้นที่การปกครองทั้งสิ้น ๒๐,๑๐๗,๐๕๗ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑๒,๕๖๖,๙๑๑ ไร่ โดยแบ่งเขตการปกครองเป็น ๒๕ อ าเภอ ดังนี้ ๑) อ าเภอเมืองเชียงใหม่ ๒) อ าเภอจอมทอง ๓) อ าเภอแม่แจ่ม ๔) อ าเภอเชียงดาว ๕) อ าเภอดอยสะเก็ด ๖) อ าเภอแม่แตง ๗) อ าเภอแม่ริม ๘) อ าเภอสะเมิง ๙) อ าเภอฝาง ๑๐) อ าเภอแม่อาย ๑๑) อ าเภอพร้าว ๑๒) อ าเภอสันป่าตอง ๑๓) อ าเภอสันก าแพง ๑๔) อ าเภอสันทราย ๑๕) อ าเภอหางดง ๑๖) อ าเภอฮอด ๑๗) อ าเภอดอยเต่า ๑๘) อ าเภออมก๋อย ๑๙) อ าเภอสารภี ๒๐) อ าเภอเวียงแหง ๒๑) อ าเภอไชยปราการ ๒๒) อ าเภอแม่วาง ๒๓) อ าเภอแม่ออน ๒๔) อ าเภอดอยหล่อ ๒๕) อ าเภอกัลยาณิวัฒนา


๔ ๒.๑.๒ ข้อมูลด้านศิลปะและวัฒนธรรม วัฒนธรรมและประเพณี เมืองเชียงใหม่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน คนเชียงใหม่ได้สั่งสมวัฒนธรรมประเพณี สืบทอดมาจากบรรพบุรุษอย่างต่อเนื่อง โดยส่วนใหญ่มีความผูกพันกับพุทธศาสนาและความเชื่อดั้งเดิม ประเพณีที่ส าคัญ ได้แก่ ปีใหม่เมือง (สงกรานต์) จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๓ - ๑๕ เมษายนของทุกปี เป็นประเพณี ที่ส าคัญและยิ่งใหญ่ของชาวเชียงใหม่ แบ่งเป็นวันที่ ๑๓ เป็นวันสังขารล่อง มีขบวนแห่พระพุทธสิหิงค์ และพิธีสรงน้ าพระ วันที่ ๑๔ เป็นวันเนา ชาวบ้านจะเตรียมข้าวของไปวัดและรดน้ าด าหัวผู้ใหญ่วันต่อไป และวันที่ ๑๕ เมษายน ประเพณีรดน้ าด าหัวผู้ใหญ่ และมีการเล่นสาดน้ าตลอดช่วงเทศกาล ประเพณียี่เป็ง จัดขึ้นในช่วงวันลอยกระทงของทุกปี ราวเดือนพฤศจิกายน มีการตกแต่งบ้านเรือนและสถานที่ต่าง ๆ ด้วยโคมชนิดต่าง ๆ มีการปล่อยโคมลอย มีการลอยกระทง ประกวดกระทงและนางนพมาศ ประเพณีเข้าอินทขิล จัดขึ้นในช่วงเดือนพฤษภาคมถึงมิถุนายน ที่วัดเจดีย์หลวง เป็นการบูชาเสาหลักเมืองโดยการน าดอกไม้ธูปเทียนมาใส่ขันดอก เทศกาลร่มบ่อสร้าง จัดขึ้นในเดือนมกราคมของทุกปี ที่ศูนย์หัตถกรรมท าร่ม บ่อสร้าง อ าเภอสันก าแพง มีการแสดงและจ าหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน มีการแสดงทางวัฒนธรรม ขบวนแห่ ประเพณีพื้นบ้าน มหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ จัดขึ้นในอาทิตย์แรกของเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี บริเวณสวนสาธารณะบวกหาด มีขบวนรถบุปผาชาติ และนางงามบุปผาชาติ งานไม้แกะสลักบ้านถวาย จัดขึ้นในเดือนมกราคม ที่หมู่บ้านถวาย อ าเภอหางดง มีการจ าหน่ายและสาธิตการแกะสลักไม้ และหัตถกรรมพื้นบ้าน ประเพณีแห่ไม้ค ้าโพธิ์จัดขึ้นในเดือนเมษายน ในวันที่ ๑๕ เป็นต้นไป ของทุกปี ที่บริเวณตัวเมืองจอมทอง มีขบวนรถจากชุมชน ห้างร้าน กลุ่มต่าง ๆ กว่า ๔๐ ขบวน แห่ไปตามเมือง จอมทอง อ าเภอจอมทอง จนถึงวัดพระธาตุศรีจอมทองวรวิหาร เป็นประเพณีที่สืบทอดกันมานานกว่า ๒๐๐ ปี ตามต านานเกิดขึ้นที่อ าเภอจอมทอง ถือเป็นแห่งแรกของประเทศไทยและแห่งเดียวในโลก ประเพณีแห่ไม้ค้ าโพธิ์ กลายเป็นต้นแบบของการแห่ไม้ค้ าสะหลีของชาวล้านนา จนได้รับความนิยมไปทั่ว ภาคเหนือ และเป็นประเพณีที่เริ่มมีชื่อเสียงโด่งดัง และได้รับความนิยมอย่างมาก ประเพณีตานก๋วยสลาก หรือสลากภัตนี้เป็นประเพณีที่ชาวล้านนาแสดงความระลึก ถึงบรรพบุรุษญาติมิตรผู้ล่วงลับไปแล้วด้วยการท าบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้ผ่านสิ่งที่เรียกว่า ก๋วยสลาก สานจากไม้ไผ่เป็นรูปทรงกระบอก (ชะลอม) ข้างในกรุด้านข้างด้วยใบตอง ส าหรับบรรจุข้าวสาร อาหารแห้ง ผลไม้ ของใช้จ าเป็น ดอกไม้ธูปเทียน โดยชาวบ้านจะน าก๋วยสลากของแต่ละคนไปรวมกันที่วัดเพื่อท าพิธี ทางศาสนา ค าว่า ตานก๋วยสลาก เป็นภาษาของชาวล้านนา หากเป็นภาษาภาคกลางจะตรงกับค าว่า สลากภัต ประเพณีตานก๋วยสลากทางภาคเหนือนิยมจัดกันในช่วงเดือน ๑๒ เหนือถึงเดือนยี่เหนือ หรือ ตั้งแต่เดือนกันยายนจนถึงเดือนตุลาคมของทุกปีก่อนที่จะถึงวันงานตานก๋วยสลาก ทางภาคเหนือ จะเรียกว่า วันดา หรือวันสุกดิบ ชาวบ้านจะจัดเตรียมอาหาร ข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ แล้วน ามาจัดใส่ก๋วยสลาก (ชะลอมไม้ไผ่) ที่กรุด้วยใบตอง เมื่อใส่ของลงไปในก๋วยสลากแล้วก็จะมัดปากให้เรียบร้อย จากนั้น ก็จะ เหลาไม้ไผ่เป็นก้านเล็ก ๆ ส าหรับเป็นยอดก๋วยสลาก เอาไว้ส าหรับเสียบสตางค์ กล่องไม้ขีดไฟ หรือบุหรี่ มากน้อยตามฐานะและศรัทธา สมัยก่อนจะน าใบลานมาท าเป็นเส้นสลากแทนกระดาษส าหรับเขียนระบุ ไปว่า อุทิศตานก๋วยสลากให้กับใคร อาจเป็นบรรพบุรุษ ญาติพี่น้องที่ล่วงลับไปแล้ว


๕ ๒.๑.๓ ข้อมูลด้านการศาสนา ประชากรในจังหวัดเชียงใหม่ นับถือศาสนาพุทธร้อยละ ๙๑.๘ ศาสนาคริสต์ร้อยละ ๕.๖ ศาสนาอิสลาม ร้อยละ ๑.๑๗ ศาสนาฮินดูและซิกข์ร้อยละ ๐.๐๒ และอื่น ๆ ร้อยละ ๑.๔๑ กลุ่มชาติพันธุ์ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวไท โดยเฉพาะ “ชาวไทยวน” หรือ “คนเมือง” ที่เหลือเป็น ไทใหญ่ ไทลื้อ ไทเขิน และไทยสยาม นอกจากนี้ยังมีชาวอาข่า ลีซอ ชาวมูเซอ ปกาเกอะญอ คะฉิ่น ลัวะ และชาวฮ่อ เป็นต้น วัดที่มีพระภิกษุสงฆ์อยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ ๑,๓๑๔ วัด - มหานิกาย ๑,๒๗๔ วัด - ธรรมยุต ๔๐ วัด พระอารามหลวง ๑๐ วัด - มหานิกาย ๘ วัด - ธรรมยุต ๒ วัด วัดราษฎร์ ๑,๓๐๔ วัด - มหานิกาย ๑,๒๖๖ วัด - ธรรมยุต ๓๘ วัด ๒.๒ การศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการ วันเสาร์ที่ ๗ มีนาคม ๒๕๖๓ ๑) เข้ากราบนมัสการพระธรรมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร รองเจ้าคณะภาค ๗ เพื่อรับฟังโอวาทและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา วัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นพระอารามหลวง ชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย เป็นหนึ่งในวัดที่มีความส าคัญมากที่สุดของจังหวัดเชียงใหม่ ก่อสร้างตามแบบศิลปะล้านนา มีเจดีย์ ทรงเชียงแสน ฐานสูงย่อมุมระฆังทรงแปดเหลี่ยมปิดด้วยทองจังโก ๒ ชั้น ลานเจดีย์เป็นจุดชมทิวทัศน์ เมืองเชียงใหม่ ทางขึ้นเป็นบันไดนาคเจ็ดเศียรก่อปูน ซึ่งได้รับการประกาศเป็นโบราณสถานส าหรับชาติ ตามประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๗๘ ในการนี้เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ได้แจ้งว่าต้องการสนับสนุนระบบไฟฟ้าเพื่อใช้เป็นแสงสว่างบริเวณริมถนนทางขึ้นสู่วัด โดยคณะกรรมาธิการ ได้เสนอให้ส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ช่วยด าเนินการประสานงานกับแขวงการทาง จังหวัดเชียงใหม่เพื่อขอสนับสนุนในเรื่องดังกล่าว


๖ ๒) ร่วมประชุมกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ส่วนราชการและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังแผนงาน ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา การอนุรักษ์ ส่งเสริม สืบทอดศิลปะ ขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน และแนวทาง การบริหารจัดการโบราณสถาน โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ - การจัดตั งและสร้างพุทธมณฑลประจ้าจังหวัดเชียงใหม่ โดยคณะสงฆ์จังหวัด เชียงใหม่และส้านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ประเด็นปัญหาคือ การขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของกรมป่าไม้ เพื่อจัดท าเป็นพุทธมณฑล ประจ าจังหวัดเชียงใหม่ และการก่อสร้างอาคารของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งอยู่ในเขต พื้นที่บริเวณเดียวกัน


๗ - การน้าเสนอเรื่องข่วงหลวงเวียงแก้ว โดยส้านักงานจังหวัดเชียงใหม่ ประเด็นปัญหา คือ การขอพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุ เนื้อที่ ๑๐ ไร่ จากเดิมที่เคยใช้เป็น ทัณฑสถานหญิง โดยส านักงานจังหวัดเชียงใหม่จะปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะ ซึ่งยังติดขัดเรื่องงบประมาณ จ านวน ๑๐๑ ล้านบาท ในการรื้อถอนอาคารในส่วนที่ไม่มีผลทางโบราณคดี เพื่อให้กรมศิลปากร ได้ด าเนินการขุดค้นทางโบราณคดีเกี่ยวกับ (ข่วงหลวงเวียงแก้ว) ต่อไป - การก่อสร้างข่วงวัฒนธรรมประจ้าจังหวัดเชียงใหม่ และการขอใช้อาคารที่ว่าการ อ้าเภอเมืองเชียงใหม่ (หลังเดิม) โดยส้านักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ประเด็นปัญหา คือ อาคารที่ว่าการอ าเภอเมืองเชียงใหม่ (หลังเดิม) เป็นอาคาร ๓ ชั้น อยู่ในการครอบครองของกรมการปกครอง ซึ่งหน่วยงานผู้ครอบครองยังคงต้องการใช้อาคารเพื่อพัฒนา เป็นหน่วย One Stop Service ของอ าเภอเมืองเชียงใหม่ ศูนย์เรียนรู้ตามรอยพระยุคลบาท และศูนย์ข้อมูล พิพิธภัณฑ์จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ปัจจุบันอยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากแหล่งชุมชน ท าให้การเดินทางเพื่อติดต่อราชการและการให้บริการประชาชนเป็นไปด้วยความยากล าบาก จึงต้องการ ขอใช้อาคารที่ว่าการอ าเภอเมืองเชียงใหม่ (หลังเดิม) เป็นส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และการก่อสร้าง ข่วงวัฒนธรรมประจ าจังหวัดเชียงใหม่ -การบริหารจัดการเวียงกุมกามนครโบราณใต้พิภพ โดยผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื นที่ตั งเวียงกุมกาม และผู้แทนของกรมศิลปากร ประเด็นปัญหา คือ การด าเนินงานเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในปัจจุบัน ขาดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวมีจ านวนลดน้อยลง ท าให้ธุรกิจการบริการนักท่องเที่ยว ทั้งรถรางและรถม้าได้รับผลกระทบอย่างมาก รวมทั้งยังไม่มีการมอบอ านาจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นผู้บริหารจัดการพื้นที่จากกรมศิลปากร - การน้าเสนอเกี่ยวกับเรื่อง วันพญาวัน (๑๖ เมษายน) โดยสภาวัฒนธรรมจังหวัด เชียงใหม่ ประเด็นปัญหา คือ สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ได้จัดท าข้อเสนอแนะให้แก่ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเพื่อเสนอต่อรัฐบาลในการประกาศวันหยุดราชการในช่วงประเพณีสงกรานต์ ของไทย จากเดิมวันที่ ๑๓ - ๑๕ เมษายน เป็นวันที่ ๑๔ - ๑๖ เมษายน ให้ตรงกับปฏิทินโหรหลวง ส านักพระราชวัง และประกาศสงกรานต์ของกระทรวงวัฒนธรรม ๓) เข้ากราบนมัสการพระครูพิทักษ์สุทธิคุณ เจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา วัดศรีสุพรรณ ตั้งอยู่บนถนนวัวลาย อ าเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นวัดที่มีประวัติการก่อสร้างมาตั้งแต่ครั้งอดีตกว่า ๕๐๐ ปี ในรัชสมัยของพระเจ้าเมืองแก้ว กษัตริย์เชียงใหม่ราชธานี และพระนางสิริยสวดี พระราชมารดามหาเทวีเจ้า โปรดเกล้าฯ ให้มหาอ ามาตย์ ชื่อเจ้าหมื่นหลวงจ่าค า สร้างวัดชื่อว่า “วัดศรีสุพรรณอาราม” ต่อมาเรียกสั้น ๆ ว่า “วัดศรีสุพรรณ” ภายในวัดมีอุโบสถเงินแห่งแรกของโลก ที่ชาวชุมชนร่วมแรงร่วมใจสืบสานเครื่องเงินชุมชนวัวลาย ซึ่งเป็นชุมชน ท าหัตถกรรมเครื่องเงินที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงใหม่ เนื่องด้วยวัดศรีสุพรรณตั้งอยู่ท่ามกลางชุมชน หัตถกรรมช่างหล่อ หัตถกรรมเครื่องเงิน เครื่องเขินของถนนวัวลาย ทางวัดจึงมีแนวคิดที่จะสืบสานมรดก งานศิลป์ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ยั่งยืนสืบไปด้วยการรวบรวมภูมิปัญญาชาวบ้านจัดตั้งเป็นกลุ่มหัตถศิลป์ ล้านนาวัดศรีสุพรรณ มีการจัดตั้งศูนย์ศึกษาศิลปะไทยโบราณ สล่าสิบหมู่ล้านนาวัดศรีสุพรรณ ซึ่งในปี พ.ศ. ๒๕๔๗ วัดศรีสุพรรณได้สร้างอุโบสถเงินหลังแรกของโลกให้เป็นสถาปัตยกรรมส าคัญทางพระพุทธศาสนา โดยมีปณิธานร่วมกันเพื่อ “ฝากศิลป์แก่แผ่นดินล้านนา ถวายไว้ในบวรพระพุทธศาสนา เทิดไท้องค์ราชันย์


๘ รัชกาลที่ ๙” เกิดเป็นพุทธศิลป์อันวิจิตรที่ดึงดูดให้ทั้งพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และต่างประเทศมาเยี่ยมชมความงดงามของพระอุโบสถหลังนี้อยู่ทุกวัน โดยเจ้าอาวาสวัดศรีสุพรรณ ได้น าเสนอโครงการเพื่อให้คณะกรรมาธิการช่วยในการสนับสนุน ดังนี้ - การจัดกิจกรรมโครงการท่องเที่ยว ๙ วัดมงคลนครพิงค์เชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมโครงการ ไทยเที่ยวไทย - การพัฒนาระบบบริหารจัดการ โครงการช่างสิบหมู่ล้านนาวัดศรีสุพรรณ เพื่ออนุรักษ์ เผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมภูมิปัญญาท้องถิ่น - การจัดกิจกรรมโครงการ “แสงสีเสียง สื่อสอนธรรมอุโบสถเงินหลังแรกของโลก” วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๓ ๑) ดูงานการบริหารจัดการเวียงกุมกามนครโบราณใต้พิภพ “เวียงกุมกาม” ตั้งอยู่ที่ต าบลท่าวังตาล อ าเภอสารภีจังหวัดเชียงใหม่ เป็นอดีตเมืองหลวง ของอาณาจักรล้านนา ที่พญามังรายโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปีพ.ศ. ๑๘๒๙ โดยโปรดให้ขุดคูเวียงทั้ง ๔ ด้าน แล้วน าน้ าแม่ปิงมาขังไว้ในคูเมือง โบราณสถานที่ปรากฏอยู่ในเวียงกุมกามและใกล้เคียงเป็นเมืองทดลองที่สร้าง ขึ้นมาก่อนที่จะมาเป็นเมืองเชียงใหม่ ในปีพ.ศ. ๒๕๒๗ เรื่องราวของเวียงกุมกามจึงเป็นสื่งที่น่าสนใจของ นักวิชาการและประชาชนทั่วไป ท าให้หน่วยศิลปากรที่ ๔ ขุดแต่งบูรณะวัดร้าง (ขุดแต่งวิหารกานโถม ณ วัดช้างค้ า) และบริเวณโดยรอบเวียงกุมกามอย่างต่อเนื่องจนถึง พ.ศ. ๒๕๔๕ ปัจจุบันเวียงกุมกามได้รับ การพัฒนาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เพราะเห็นว่าเวียงกุมกามมีความ สมบูรณ์และเป็นแหล่งความรู้การศึกษาในแบบของเรื่องราวทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมตลอดจน วัฒนธรรมล้านนาต่าง ๆ โดยศูนย์กลางของการน าเที่ยวชมโบราณสถานต่าง ๆ ในเขตเวียงกุมกามอยู่ที่วัด ช้างค้ า หลังจากที่หน่วยกรมศิลปากรที่ ๔ เชียงใหม่ ได้ท าการขุดค้นหาซากเมืองและโบราณสถานเพิ่มเติม จึงได้ค้นพบเจอวัดต่าง ๆ ที่จมอยู่ใต้พื้นดินเป็นจ านวนหลายวัด ดังต่อไปนี้


๙ วัดกู่ค า หรือวัดเจดีย์เหลี่ยม เป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกเวียงกุมกาม พญามังรายทรงให้ขุดคูเมือง ทั้ง ๔ ด้าน แล้วน าดินที่ขุดได้มาท าเป็นอิฐประกอบกับการใช้ศิลาแลงเพื่อก่อเจดีย์ลักษณะเจดีย์เป็น เจดีย์กลวงสี่เหลี่ยม ข้างในเจดีย์มีทางเข้าออกได้มีพระพุทธรูปประดับด้านละ ๑๕ องค์แต่ละด้านมีซุ้มพระ ชั้นละ ๓ องค์มี๕ ชั้น รวมทั้งองค์เจดีย์มีพระพุทธรูป ๖๐ องค์โดยวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐมเหสีพระองค์หนึ่ง ที่สิ้นชีวิตที่เวียงกุมกาม วัดกานโถม หรือวัดช้างค้ า เป็นวัดส าคัญของเวียงกุมกามควบคู่กับวัดกู่ค า สาเหตุที่ชื่อ วัดกานโถม เพราะตั้งชื่อตามนายช่างกานโถมหรือหลานของพญามังราย ซึ่งเป็นผู้สร้างวัดนี้พญามังราย โปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่ได้จากประเทศลังกา ลักษณะเจดีย์มีฐานกว้าง ๑๒ เมตร สูง ๑๘ เมตร ท าซุ้มคูหา ๔ ทิศ ชั้นล่างไว้พระพุทธรูป ๔ องค์ชั้นบนไว้พระพุทธรูปยืน ๑ องค์การซ่อม เจดีย์กานโถม ครั้งสุดท้ายอยู่ในปลายสมัยรัชกาลที่ ๕ ผลของการซ่อมได้กลายเป็นศิลปะพม่าซึ่งเป็นเจดีย์ รูปช้างค้ า อันเป็นที่มาของชื่อวัดช้างค้ า


๑๐ วัดหัวหนอง ตั้งอยู่ในเวียงกุมกาม ใกล้ก าแพงเมืองด้านเหนือ วัดมีพื้นที่ประมาณ ๔ ไร่ ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างประกอบด้วยซุ้มโขงประตูใหญ่ อุโบสถ มณฑป วิหารและเจดีย์ซึ่งมีการสันนิษฐานว่า เป็นที่ประทับของกษัตริย์มาก่อน วัดธาตุขาว ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเวียงกุมกาม อยู่ลึกจากผิวดินประมาณ ๑ เมตร ประกอบด้วยเจดีย์อุโบสถ และมณฑป ลักษณะสถาปัตยกรรมของเจดีย์เป็นเจดีย์กลม ตั้งอยู่ บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม แบบศิลปะล้านนา ๒) เข้ากราบนมัสการพระครูสุนทร เจติยารักษ์ เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยค า เพื่อรับฟัง ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา วัดพระธาตุดอยค า ตั้งอยู่ในพื้นที่ ต าบลแม่เหียะ อ าเภอเมืองเชียงใหม่ เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างในปี พ.ศ. ๑๒๓๐ รัชสมัยพระนางจามเทวี กษัตริย์แห่งหริภุญชัย โดยพระโอรสทั้ง ๒ เป็นผู้สร้าง ประกอบด้วยเจดีย์บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของ พระพุทธเจ้า ศาลาการเปรียญ กุฏิสงฆ์ และพระพุทธรูปปูนปั้น เดิมชื่อวัดสุวรรณบรรพต แต่ชาวบ้าน เรียกว่าวัดดอยค า ซึ่งกลายเป็นวัดร้างมายาวนาน วัดพระธาตุดอยค าเป็นวัดส าคัญในจังหวัดเชียงใหม่ อายุเก่าแก่กว่า ๑,๓๐๐ ปี ซึ่งได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่และด าเนินการตามเงื่อนไขของกรมป่าไม้มาอย่าง ต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอออกโฉนดที่ดิน และต้องการขอพระราชทานวิสุคามสีมา เพื่อให้เป็น วัดที่มีพระภิกษุสงฆ์อยู่จ าพรรษา โดยคณะกรรมาธิการได้เสนอให้ส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เร่งด าเนินการตามขั้นตอนต่อไป ๒.๓ ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ ๑) ข้อเสนอแนะของเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งได้แจ้งว่าต้องการสนับสนุนระบบไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นแสงสว่างบริเวณริมถนนทางขึ้นสู่วัด คณะกรรมาธิการได้เสนอให้ส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ ช่วยด าเนินการ ประสานงานกับแขวงการทางจังหวัดเชียงใหม่เพื่อขอสนับสนุนในเรื่องดังกล่าว ๒) ข้อเสนอแนะของคณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่และส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด เชียงใหม่ ในการขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ของกรมป่าไม้ เพื่อจัดท าเป็นพุทธมณฑลประจ าจังหวัดเชียงใหม่ และการก่อสร้างอาคารของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่บริเวณเดียวกัน


๑๑ คณะกรรมาธิการจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมป่าไม้ ส านักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ และมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มาร่วมประชุมเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน อีกครั้ง ๓) ข้อเสนอแนะของส านักงานจังหวัดเชียงใหม่ ในการขอพัฒนาพื้นที่ราชพัสดุ เนื้อที่ ๑๐ ไร่ จากเดิมที่เคยใช้เป็นทัณฑสถานหญิง โดยส านักงานจังหวัดเชียงใหม่จะปรับปรุงให้เป็นสวนสาธารณะ ซึ่งยังติดขัดเรื่องงบประมาณจ านวน ๑๐๑ ล้านบาท ในการรื้อถอนอาคารในส่วนที่ไม่มีผลทางโบราณคดี เพื่อให้กรมศิลปากรได้ด าเนินการขุดค้นทางโบราณคดีเกี่ยวกับ (ข่วงหลวงเวียงแก้ว) ต่อไป คณะกรรมาธิการขอให้ส านักงานจังหวัดเชียงใหม่ จัดท าเป็นหนังสือเพื่อสรุปจ านวน งบประมาณที่เกี่ยวข้องเสนอต่อคณะกรรมาธิการอีกครั้ง ๔) ข้อเสนอแนะของส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ในการก่อสร้างข่วงวัฒนธรรม ประจ าจังหวัดเชียงใหม่ และการขอใช้อาคารที่ว่าการอ าเภอเมืองเชียงใหม่ (หลังเดิม) คณะกรรมาธิการขอให้ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ จัดท าหลักการและเหตุผล ในการขอใช้อาคารที่ว่าการอ าเภอเมืองเชียงใหม่ (หลังเดิม) เพื่อใช้เป็นส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และการก่อสร้างข่วงวัฒนธรรมประจ าจังหวัดเชียงใหม่ เสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่เพื่อพิจารณา โดยคณะกรรมาธิการจะพิจารณาให้การสนับสนุนตามขั้นตอนและความเหมาะสมเพื่อให้เกิดประโยชน์ ต่อไป ๕) ข้อเสนอแนะของผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตั้งเวียงกุมกาม และผู้แทน ของกรมศิลปากร ในการบริหารจัดการเวียงกุมกามนครโบราณใต้พิภพ คณะกรรมาธิการขอให้กรมศิลปากรพิจารณาด าเนินการในการถ่ายโอนหน้าที่เพื่อบริหาร จัดการพื้นที่ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตั้งเวียงกุมกาม ซึ่งมีความพร้อมทั้งด้านบุคลากร และงบประมาณในการบริหารจัดการพื้นที่ โดยกรมศิลปากรได้แจ้งต่อคณะกรรมาธิการว่าจะด าเนินการ ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลา ๑ เดือน ๖) ข้อเสนอแนะของสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ในการน าเสนอเกี่ยวกับเรื่อง วันพญาวัน (๑๖ เมษายน) เพื่อเสนอต่อรัฐบาลในการประกาศวันหยุดราชการในช่วงประเพณีสงกรานต์ของไทย จากเดิมวันที่ ๑๓ - ๑๕ เมษายน เป็นวันที่ ๑๔ - ๑๖ เมษายน ให้ตรงกับปฏิทินโหรหลวงส านักพระราชวัง และประกาศสงกรานต์ของกระทรวงวัฒนธรรม คณะกรรมาธิการจะน าข้อเสนอแนะดังกล่าวไปพิจารณา หากได้ข้อสรุปแล้วจะน าเสนอ ต่อกระทรวงวัฒนธรรม และคณะรัฐมนตรีตามล าดับต่อไป ๗) ข้อเสนอแนะของเจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยค า วัดส าคัญในจังหวัดเชียงใหม่ อายุเก่าแก่กว่า ๑,๓๐๐ ปี ซึ่งได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่และด าเนินการตามเงื่อนไขของกรมป่าไม้มาอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการขอออกโฉนดที่ดิน และต้องการขอพระราชทานวิสุคามสีมา เพื่อให้เป็นวัดที่มี พระภิกษุสงฆ์อยู่จ าพรรษา คณะกรรมาธิการได้เสนอให้ส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ เร่งพิจารณา ด าเนินการขอออกโฉนดที่ดิน และขอพระราชทานวิสุคามสีมา เพื่อให้เป็นวัดที่มีพระภิกษุสงฆ์อยู่จ าพรรษา ตามขั้นตอนต่อไป


บรรณานุกรม ส ำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ กระทรวงวัฒนธรรม. (๒๕๖๑). องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น. สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๘ มีนำคม ๒๕๖๓, จำก https://www.m-culture.go.th/chiangmai/more_news.php?cid=33 &filename=index ส ำนักงำนวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ กระทรวงวัฒนธรรม. (๒๕๕๙). องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม โบราณสถานและวัตถุ เวียงกุมกาม. สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๘ มีนำคม ๒๕๖๓, จำก https://www.m-culture.go.th/chiangmai/ewt_news.php?nid=671 &filename=index ส ำนักงำนพระพุทธศำสนำจังหวัดเชียงใหม่. (๒๕๕๖). รายงานสรุปจ านวนวัด พระภิกษุ และสามเณร ในจังหวัดเชียงใหม่. สืบค้นเมื่อวันที่ ๑๘ มีนำคม ๒๕๖๓, จำก http://cmi.onab.go.th/index.php?option=com_content&view=article &id=810&Itemid=176


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก ก าหนดการเดินทาง


๑๙ ก ำหนดกำรเดินทำงศึกษำดูงำน ของคณะกรรมำธิกำรกำรศำสนำ ศิลปะและวัฒนธรรม สภำผู้แทนรำษฎร เรื่อง “กำรอุปถัมภ์และคุ้มครองศำสนำ ศิลปะและวัฒนธรรม” ระหว่ำงวันเสำร์ที่ ๗ – วันอำทิตย์ที่ ๘ มีนำคม ๒๕๖๓ ณ จังหวัดเชียงใหม่ วันเสำร์ที่ ๗ มีนำคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๗.๓๐ นาฬิกา - คณะเดินทางพร้อมกันที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เวลา ๐๘.๓๐ นาฬิกา - ออกเดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG ๑๐๔ เวลา ๐๙.๕๐ นาฬิกา - เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ และออกเดินทางไปวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร ต าบลสุเทพ อ าเภอเมืองเชียงใหม่ เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา - เดินทางถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร กราบนมัสการพระธรรมเสนาบดี (ธงชัย สุวณฺณสิริ) เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร รองเจ้าคณะภาค ๗ เพื่อรับฟังโอวาทและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา เวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา - รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องรับรอง วัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา - ออกเดินทางไปสถานที่ประชุม ณ โรงแรมสมายล์ ล้านนา ต าบลหายยา อ าเภอเมืองเชียงใหม่ เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา - เดินทางถึงโรงแรมสมายล์ ล้านนา (ห้องประชุมรวงข้าว) เข้าร่วมประชุมกับเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ ผู้ว่าราชการ จังหวัดเชียงใหม่ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ผู้อ านวยการส านักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดเชียงใหม่ หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เครือข่ายทางวัฒนธรรม และผู้แทนภาคส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังแผนงาน ความคิดเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับ การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา การอนุรักษ์ส่งเสริม สืบทอด ศิลปะ


๒๐ ขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมท้องถิ่น ภูมิปัญญาชาวบ้าน และแนวทางการบริหารจัดการโบราณสถาน โดยมีประเด็นการพิจารณาเบื้องต้น ดังนี้ ๑. การจัดตั้งและสร้างพุทธมณฑลประจ าจังหวัดเชียงใหม่ โดย คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่และส านักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดเชียงใหม่ ๒. การน าเสนอเรื่องข่วงหลวงเวียงแก้ว โดย ส านักงานจังหวัดเชียงใหม่ ๓. การก่อสร้างข่วงวัฒนธรรมประจ าจังหวัดเชียงใหม่ และการขอใช้อาคารที่ว่าการอ าเภอเมืองเชียงใหม่ (หลังเดิม) โดย ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ๔. การบริหารจัดการเวียงกุมกามนครโบราณใต้พิภพ โดย ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ตั้งเวียงกุมกาม และผู้แทนของกรมศิลปากร ๕. การน าเสนอเกี่ยวกับเรื่องวันพญาวัน (๑๖ เมษายน) โดย สภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ เวลา ๑๘.๓๐ นาฬิกา - รับประทานอาหารเย็น ณ ศูนย์วัฒนธรรมเชียงใหม่ ต าบลหายยา อ าเภอเมืองเชียงใหม่ - เยี่ยมชมถนนสายวัฒนธรรมวัวลายและวัดศรีสุพรรณ หรือพักผ่อนตามอัธยาศัย เวลา ๒๐.๓๐ นาฬิกา - เดินทางถึงโรงแรมที่พัก (โรงแรมสมายล์ ล้านนา) วันอำทิตย์ที่ ๘ มีนำคม ๒๕๖๓ เวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา - รับประทานอาหารเช้า ณ โรงแรมสมายล์ ล้านนา เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา - ออกเดินทางไปที่ว่าการอ าเภอเมืองเชียงใหม่ (หลังเดิม) ต าบลศรีภูมิ อ าเภอเมืองเชียงใหม่ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา - ศึกษาดูงานสถานที่ก่อสร้างข่วงวัฒนธรรมประจ าจังหวัดเชียงใหม่ ณ ที่ว่าการอ าเภอเมืองเชียงใหม่ (หลังเดิม) เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา - ศึกษาดูงาน ณ บริเวณข่วงหลวงเวียงแก้ว (เรือนจ าจังหวัดเชียงใหม่หลังเก่า) อ าเภอเมืองเชียงใหม่ เวลา ๑๑.๐๐ นาฬิกา - ออกเดินทางไปศูนย์ข้อมูลและโบราณสถานเวียงกุมกาม ต าบลท่าวังตาล อ าเภอสารภี เวลา ๑๑.๓๐ นาฬิกา - ศึกษาดูงาน ณ ศูนย์ข้อมูลและโบราณสถานเวียงกุมกาม เวลา ๑๒.๓๐ นาฬิกา - รับประทานอาหารกลางวัน เวลา ๑๔.๐๐ นาฬิกา - ออกเดินทางไปวัดพระธาตุดอยค า ต าบลแม่เหียะ อ าเภอเมืองเชียงใหม่ เวลา ๑๔.๓๐ นาฬิกา - ศึกษาดูงาน ณ วัดพระธาตุดอยค า


๒๑ เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา - ออกเดินทางไปท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เวลา ๑๖.๒๕ นาฬิกา - เดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ เวลา ๑๗.๒๕ นาฬิกา - ออกเดินทางจากท่าอากาศยานนานาชาติเชียงใหม่ โดยสายการบินไทยสมายล์เที่ยวบินที่ WE ๑๖๕ เวลา ๑๘.๕๐ นาฬิกา - เดินทางถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ หมำยเหตุ: ก ำหนดกำรอำจมีกำรเปลี่ยนแปลงตำมควำมเหมำะสม


ภาคผนวก ข รายนามคณะเดินทาง


๒๕ รายนามคณะเดินทาง ของคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อศึกษาดูงาน เรื่อง “การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม” ระหว่างวันเสาร์ที่ ๗ – วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๓ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ๑. นายสุชาติ อุสาหะ ประธานคณะกรรมาธิการ ๒. นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ๓. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า ๔. นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่ห้า ๕. นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ โฆษกคณะกรรมาธิการ ๖. นายประกรณ์เกียรติ ญาณหาร เลขานุการประจ าคณะกรรมาธิการ ๗. นายปรัชญ์ ออกบัว เลขานุการประจ าคณะกรรมาธิการ ๘. นายวันจักร น้อยจันทร์ เลขานุการประจ าคณะกรรมาธิการ ๙. นายจิตรกร มณีจันทร์ เลขานุการประจ าคณะกรรมาธิการ ๑๐. นางสาวกฤษฎี บุญสวยขวัญ เลขานุการประจ าคณะกรรมาธิการ ๑๑. นางภิรมย์ เจริญรุ่ง ผู้บังคับบัญชากลุ่มงาน (นิติกรเชี่ยวชาญ) ๑๒. นายกมล กลิ่นร าพึง นิติกรช านาญการ ๑๓. นายศุภรัตน์ ศรีดีแก้ว วิทยากรช านาญการ ๑๔. นางสาววาสนา เอกอนงค์ เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน


ภาคผนวก ค รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม


๒๙ รายชื่อผู้เข้าร่วมประชุม ของคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อศึกษาดูงาน เรื่อง “การอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม” ระหว่างวันเสาร์ที่ ๗ – วันอาทิตย์ที่ ๘ มีนาคม ๒๕๖๓ ณ จังหวัดเชียงใหม่ ๑. นายเจริญฤทธิ์ สงวนสัตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ๒. นายอรุณศักดิ์ กิ่งมณี รองอธิบดีกรมศิลปากร ๓. นายเสน่ห์ สายเย็นใจ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ๔. นายชูชีพ พงษ์ไชย หัวหน้าส านักงานจังหวัดเชียงใหม่ ๕. นายพงษ์ศักดิ์ แก้วแสนเมือง นักวิเคราะห์นโยบายและแผนช านาญการ ๖. นายชลิต ทิพย์ค า จ่าจังหวัดเชียงใหม่ ๗. นายกวานเปา วัฒนาฟุ้งเจริญ ผู้ช่วยจ่าจังหวัดเชียงใหม่ ๘. นายอนุพงษ์ ขัติยะ ผู้ช่วยจ่าจังหวัดเชียงใหม่ ๙. นายถนอม กุยแก้ว ปลัดอ าเภอ (เจ้าพนักงานปกครองช านาญการพิเศษ) รักษาราชการแทนนายอ าเภอเมืองเชียงใหม่ ๑๐. นางสาวเกษสุดา ต. เจริญ ผู้อ านวยการส านักงานพระพุทธศาสนา จังหวัดเชียงใหม่ ๑๑. นายสุวรรณ เขื่อนแก้ว เจ้าหน้าที่จัดหาผลประโยชน์ช านาญการ ผู้แทนธนารักษ์พื้นที่เชียงใหม่ ๑๒. นายไกรสิน อุ่นใจจินต์ ผู้อ านวยการส านักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ๑๓. นายชินณวุฒิ วิลยาลัย ผู้อ านวยการกลุ่มโบราณคดี ส านักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ๑๔. นายเทอดศักดิ์ เย็นจุระ ผู้อ านวยการกลุ่มอนุรักษ์โบราณสถาน ส านักศิลปากรที่ ๗ เชียงใหม่ ๑๕. นายสายกลาง จินดาสุ นักโบราณคดีช านาญการ ๑๖. นางสาววรรณศรี ปัญญาประชุม ผู้อ านวยการส านักการศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ผู้แทนนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ๑๗. นางวาสนา บุญธรรมช่วย ปลัดอ าเภอ (เจ้าพนักงานปกครองช านาญการพิเศษ) ผู้แทนนายอ าเภอสารภี ๑๘. นายอานนท์ สิงห์ตาแก้ว นายกเทศมนตรีต าบลท่าวังตาล อ าเภอสารภี


๓๐ ๑๙. นายสุพตร กัณฑะวงค์ เลขานุการสภาเทศบาลต าบลท่าวังตาล ๒๐. นายจรูญโรจน์ สุทธะนะ รองปลัดเทศบาลต าบลท่าวังตาล ๒๑. นายณัฐพล สุทธศิลป์ ผู้อ านวยการกองช่าง ๒๒. นางสาววราพร ธาวงค์ ผู้อ านวยการกองการศึกษา ๒๓. นางสาวนภสุพร ทองหล่อ หัวหน้าฝ่ายอ านวยการ ๒๔. นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้แทนประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ ๑ ๒๕. นายรัตน์ ปาละพงศ์ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ ๒ ๒๖. นายอินสม ปัญญาโสภา รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ ๓ ๒๗. นางวันเพ็ญ ณ เชียงใหม่ รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ ๔ ๒๘. นายกมลศิษฐ์ โรจน์ธนวิภัช รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ ๕ ๒๙. นายวัลลภ นามวงศ์พรหม รองประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ คนที่ ๖ ๓๐. นายณรงค์ เหล็กสมบูรณ์ ผู้อ านวยการกลุ่มส่งเสริมศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ๓๑. นายพิชิตชัย เกลอดู ผู้อ านวยการกลุ่มยุทธศาสตร์และเฝ้าระวัง ทางวัฒนธรรม ส านักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ ๓๒. นางสาวอุบลวรรณ ทะพิงค์แก นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการพิเศษ ๓๓. นางอโนทัย อินเขียวสาย นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ ๓๔. นางสาวจิตรลดา บุญเฉลย นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ ๓๕. นางสาวปานรดา อุ่นจันทร์ นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ ๓๖. นางอาภรณ์ วาณิชพัฒนกุล นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ ๓๗. นางสาวจิตติมา วงศาลาภ นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ ๓๘. นางรจิตต์ จันทร์แสงโชติ นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ ๓๙. นางสุพรรณ พงษ์ตา นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ ๔๐. นางสาวอารีย์ ยาวิชัย นักวิชาการเงินและบัญชีปฏิบัติการ ๔๑. พลตรี ประพิณชัย ทองสุข ที่ปรึกษานายกพุทธสมาคมเชียงใหม่ ๔๒. นายฐิตพล ปัญญาวงษ์ ส านักงานจังหวัดเชียงใหม่ ๔๓. นางทัศนีย์ ศรีโกไสย สภาวัฒนธรรม ๔๔. นายประสิทธิ์ ศรีโกไสย สภาวัฒนธรรม ๔๕. นายกิตติพงศ์ กาวี นักวิชาการศาสนาช านาญการ ๔๖. นางเนติมา ทิพย์เนตร นักวิชาการวัฒนธรรมช านาญการ


๓๑ รายนามผู้จัดท า ๑. นางภิรมย์ เจริญรุ่ง ผู้บังคับบัญชากลุ่มงาน (นิติกรเชี่ยวชาญ) ๒. นางสาวรังสิมา จีนเจริญ นิติกรช านาญการพิเศษ ๓. นายกมล กลิ่นร าพึง นิติกรช านาญการ ๔. นายศุภรัตน์ ศรีดีแก้ว วิทยากรช านาญการ ๕. นางจิดาภา บุญมี เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส ๖. นางอุไรพร ตะก้อง เจ้าพนักงานธุรการอาวุโส ๗. นางสาวศิริโฉม อนันตชัย เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน ๘. นางสาววาสนา เอกอนงค์ เจ้าพนักงานธุรการช านาญงาน


Click to View FlipBook Version