The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานแชมพูสมุนไพรกำจัดเหา รร บ้านแก่งโตน สพป พช.2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

โครงงานแชมพูสมุนไพรกำจัดเหา รร บ้านแก่งโตน สพป พช.2

โครงงานแชมพูสมุนไพรกำจัดเหา รร บ้านแก่งโตน สพป พช.2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565
โรงเรียนบา้ นแกง่ โตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565

แบบฟอรม์ ผลงานนวตั กรรมโครงงานสขุ ภาพนักเรียน

โครงงานสขุ ภาพนกั เรยี นจากโรงเรยี น บ้านแกง่ โตน

จังหวดั เพชรบูรณ์ สังกัด สำนกั งานเขตพนื้ ทีก่ ารศึกษาประถมศึกษา เพชรบูรณ์ เขต 2

ชอื่ ผบู้ ริหารโรงเรยี น นายสทุ ธิพงษ์ ทองย่งิ เบอรโ์ ทรศัพท์ 064 – 358 3963

ชื่อครทู ป่ี รกึ ษาโครงงาน ไม่เกิน 2 ทา่ น

1. นางประภา จนั ทหอม เบอรโ์ ทรศัพท์ 064 - 354 2141

2. นางสาวโสรยา ผิลาออน เบอร์โทรศัพท์ 087 – 232 8827

ชื่อ-สกุล นักเรียน

1. เดก็ หญิงพรสดุ า ชา่ งทอง ระดับช้ัน ประถมถมศึกษาปีท่ี 6

2. เด็กหญิงปภาวรินทร์ เลียงกาทพิ ย์ ระดับชน้ั ประถมถมศึกษาปที ี่ 6

3. เด็กหญิงอัญชลีพร เลียงกาทิพย์ ระดบั ชน้ั ประถมถมศึกษาปที ่ี 6

ชอ่ื โครงงาน โครงงานแชมพูสมนุ ไพรกำจดั เหา SABY HAIR

ประเภท √ โครงงานดา้ นส่งเสรมิ สุขภาพ โครงงานดา้ นอนามยั สงิ่ แวดล้อม

โครงงานระดบั √ ชน้ั ประถมศกึ ษา ชั้นมัธยมศกึ ษา

โรงเรียนบา้ นแกง่ โตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 ข

บทคดั ย่อ

โครงงาน เรื่อง แชมพูสมุนไพรกำจัดเหา SABY HAIR มวี ตั ถปุ ระสงค์ 1. เพื่อกำจัดเหาให้กบั
นักเรียนโรงเรียนบา้ นแกง่ โตน โดยใช้สมุนไพรในท้องถนิ่ เชน่ ใบนอ้ ยหนา่ ยาสบู (ยาเส้น) ใบสะเดา ใบ
ขเ้ี หล็ก ใบยอ ดอกอญั ชนั และมะกรดู 2. เพื่อผลิตแชมพสู มนุ ไพรกำจดั เหาจากสมนุ ไพรในทอ้ งถนิ่ และ
นำความรู้ทีไ่ ด้ขยายผลการดำเนินงานสชู่ มุ ชน โดยการดำเนินงานแบง่ เป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะท่ี 1
การสำรวจกลมุ่ เปา้ หมายในการแก้ปัญหาและดำเนนิ งาน โดยสำรวจจำนวนนกั เรยี นท่ีเป็นเหา เพ่ือเขา้
รบั การดูแลและกำจัดเหา ระยะท่ี 2 ระยะการศกึ ษาและค้นควา้ หาข้อมูล โดยศึกษาขอ้ มูลจากแหล่ง
เรยี นร้ตู า่ งๆ ได้แก่ อนิ เตอร์เน็ต หอ้ งสมดุ การสอบถามจากปราชญช์ าวบ้านในชุมชน ระยะท่ี 3 เตรยี ม
วัสดุ อุปกรณใ์ นและการดำเนินการกำจัดเหาด้วยสมุนไพรตามสูตรที่ได้ศึกษามา ระยะท่ี 4 ระยะตดิ ตาม
ผล โดยจะมกี ารตดิ ตามผลหลังจากการใชแ้ ชมพสู มุนไพรกำจัดเหาและสำรวจความพึงพอใจต่อการใช้

ผลการดำเนนิ งานพบวา่ สมุนไพรในท้องถน่ิ สามารถนำมาใชก้ ำจดั เหาได้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
ร้อยละ 80 ของนักเรยี นท่เี ปน็ เหา ไดร้ บั การกำจัดและเหาหายไปหลงั จากใช้แชมพสู มุนไพรกำจัดเหา
อย่างต่อเน่อื ง 2 – 3 ครงั้ ชมุ ชนมสี ว่ นรว่ มในการส่งเสริมการใชผ้ ลิตภณั ฑ์ และผู้ปกครองมสี ่วนรว่ มใน
การดแู ลสุขภาพนักเรียน ผลจากการสำรวจความพงึ พอใจของผู้ที่ใชแ้ ชมพูสมนุ ไพรกำจัดเหา พบว่า
ผูใ้ ชแ้ ชมพูมีความพงึ พอใจ ในภาพรวม ค่าเฉลีย่ รวมเทา่ กับ 4.83 อยู่ในระดับมาก มคี วามพงึ พอใจใน
คุณภาพของแชมพู ค่าเฉลยี่ เทา่ กบั 4.83 อยใู่ นระดบั มาก คณุ ภาพกล่ินของแชมพู ค่าเฉลย่ี เท่ากบั
4.75 อยู่ในระดบั มาก ความสะดวกในการใช้ ค่าเฉลย่ี เท่ากับ 4.75 อย่ใู นระดับมาก การนำไปใช้
ประโยชน์ ค่าเฉล่ยี เท่ากับ 4.91 อย่ใู นระดบั มาก และเกิดประโยชนต์ ่อชมุ ชน ค่าเฉลย่ี เทา่ กับ 4.91
อยใู่ นระดบั มาก

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 ค

กิตตกิ รรมประกาศ

การทำโครงงานสุขภาพนักเรียน เร่อื ง แชมพูสมุนไพรกำจัดเหา SABY HAIR ครง้ั น้ี สำเร็จลลุ ว่ ง
ได้ด้วยดี เพราะได้รับ ความอนุเคราะห์ และคำแนะนำจากคุณครูประภา จันทหอม , ครูโสรยา ผิลา
ออน และคณะครโู รงเรยี นบ้านแกง่ โตนทุกท่าน ท่ีช่วยตรวจสอบความถูกต้องของเน้ือหา ตลอดจน
อำนวยความสะดวกในการทำโครงงานสุขภาพนักเรียน ในคร้ังนคี้ ณะผ้จู ดั ทำขอขอบพระคณุ อยา่ งสูง
ไว้ ณ โอกาสนี้

ขอขอบพระคุณ นายสทุ ธิพงษ์ ทองยงิ่ ผู้อำนวยการโรงเรยี นบ้านแกง่ โตน
นางสุภัทธิชา กล้าหาญรองผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นบา้ นแกง่ โตน ผู้ปกครอง ชุมชนบ้านแก่งโตน ทใ่ี หก้ าร
สนบั สนนุ และส่งเสรมิ ในการจัดทำโครงงานสขุ ภาพนักเรียน ครั้งน้จี นเป็นผลสำเรจ็ คณุ ประโยชน์ อนั
เกิดจากการ ทำโครงงานสุขภาพนกั เรยี นครัง้ นี้คณะผู้จดั ทำขอมอบเป็นเคร่อื งบูชาพระคุณบดิ ามารดา
และคุณครูผ้อู บรมสั่งสอนทุกท่าน

ผจู้ ัดทำ
เด็กหญงิ พรสดุ า ช่างทอง และคณะ

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 ง

สารบัญ

แบบฟอรม์ ผลงานนวัตกรรมโครงงานสขุ ภาพนกั เรยี น ............................................................................ก
บทคัดย่อ ...............................................................................................................................................ข
กติ ติกรรมประกาศ.................................................................................................................................ค
สารบญั .................................................................................................................................................. ง
สารบญั ภาพ.......................................................................................................................... ....................จ
สารบัญตาราง............................................................................................................................. ..............ช
บทท่ี 1 บทนำ ......................................................................................................................................1

ท่มี าและความสำคัญ .........................................................................................................................1
วตั ถปุ ระสงค์ของการศึกษา................................................................................................................2
บทที่ 2 เอกสารที่เกย่ี วข้อง ....................................................................................................................3
บทที่ 3 แผนการปฏบิ ัติงาน..................................................................................................................16
แผนการปฏิบตั งิ าน..........................................................................................................................16
ระยะเวลาดำเนนิ การ.......................................................................................................................16
บทที่ 4 ผลการดำเนนิ งาน....................................................................................................................19
บทท่ี 5 สรปุ และอภปิ รายผลการดำเนนิ การ ........................................................................................21
สรปุ ผลการดำเนินงาน.....................................................................................................................21
อภิปรายผลการดำเนนิ งาน ..............................................................................................................21
ประโยชน์ไดร้ บั จากโครงงาน ...........................................................................................................22
ขอ้ เสนอแนะ ...................................................................................................................................22
บรรณานกุ รม.......................................................................................................................................23
ภาคผนวก............................................................................................................................................24

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 จ

สารบญั ภาพ

ภาพท่ี 1 การสอบถามข้อมลู การใช้ใบยาสูบกำจดั เหาจากคุณยายสวย แก้วเพยี ร.................................25
ภาพท่ี 2 การเตรียมวัสดุอปุ กรณ์..........................................................................................................25
ภาพที่ 3 ใบยอ.....................................................................................................................................26
ภาพที่ 4 ใบน้อยหนา่ ...........................................................................................................................26
ภาพท่ี 5 ขเ้ี หลก็ ...................................................................................................................................27
ภาพที่ 6 สะเดา ...................................................................................................................................27
ภาพที่ 7 ยาสูบ (ยาเสน้ ) ......................................................................................................................28
ภาพท่ี 8 มะกรดู ..................................................................................................................................28
ภาพท่ี 9 อญั ชนั ...................................................................................................................................29
ภาพที่ 10 นำ้ มนั มะกอก......................................................................................................................29
ภาพท่ี 11 นำสมนุ ไพรมาช่ังน้ำหนักตามปริมาณที่กำหนด....................................................................30
ภาพที่ 12 การลา้ งทำความสะอาดสมนุ ไพร .........................................................................................30
ภาพที่ 13 ใชน้ ้ำสะอาดแช่ยาสบู (ยาเสน้ ) ............................................................................................31
ภาพที่ 14 การหนั่ วัสดเุ พือ่ เตรยี มปน่ั ...................................................................................................31
ภาพท่ี 15 หนั่ เฉพาะผวิ ของมะกรดู เพ่อื นำไปโขลก ..............................................................................32
ภาพท่ี 16 โขลกผวิ มะกรดู เพื่อใหน้ ้ำมันออกมาได้เต็มท่ี........................................................................32
ภาพที่ 18 ภาพสมนุ ไพรแตล่ ะชนิดที่ปน่ั เรยี บร้อยแลว้ .........................................................................33
ภาพท่ี 19 สมนุ ไพรที่ปนั่ และโขลกแล้วมาผสมรวมกนั พร้อมกบั นำ้ มนั มะกอกที่เตรียมไว้ ....................34
ภาพท่ี 20 คนสว่ นผสมให้เป็นเนือ้ เดยี วกัน...........................................................................................34
ภาพที่ 21 นำสมุนไพรท่รี วมกันมารองด้วยผ้าขาวบาง .........................................................................35
ภาพท่ี 22 บบี พอหมาดเอาสว่ นท่ีเป็นน้ำยาสมุนไพร ............................................................................35
ภาพที่ 23 ภาพนำน้ำยาสมนุ ไพรทไ่ี ด้กรอกลงในขวดทีเ่ ตรียมไว้...........................................................36
ภาพท่ี 24 ภาพการนำกากที่กรองแล้วเก็บไว้ใชเ้ ปน็ สมุนไพรหมักผมเพอ่ื กำจัดเหา...............................36
ภาพที่ 25 ภาพการนำสมุนไพรกำจัดเหามาหมักไว้บนหนังศรษี ะ.........................................................37
ภาพท่ี 26 ภาพการคลุมผมเพื่อหมกั สมนุ ไพรกำจัดเหาทิ้งไว้เป็นเวลา 40 นาที ....................................37
ภาพท่ี 27 ผู้ปกครองพานักเรียนมาหมักผมด้วยสมนุ ไพรเพ่ือกำจดั เหา.................................................38
ภาพที่ 28 ผู้ปกครองพานักเรียนมาหมกั ผมด้วยสมนุ ไพรเพ่ือกำจัดเหา.................................................38
ภาพท่ี 29 กิจกรรมกำจดั เหาให้กบั นกั เรยี นโรงเรียนบ้านแก่งโตน ........................................................39

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 ฉ

สารบัญภาพ (ตอ่ )

ภาพท่ี 30 แจกแชมพูกำจดั เหาให้กับนักเรียนโรงเรียนบ้านแก่งโตนเพื่อนำไปใช้ต่อท่ีบ้าน ....................39
ภาพท่ี 31 ผู้ปกครองนักเรียนจากศูนย์พัฒนาเดก็ เล็กมาขอรบั สมนุ ไพรหมักผม
และแชมพสู มุนไพรกำจดั เหา ...............................................................................................................40
ภาพที่ 32 ผปู้ กครองนักเรยี นขอรับสมุนไพรหมกั ผมและแชมพสู มนุ ไพรกำจดั เหา ...............................40
ภาพที่ 33 นำสมนุ ไพรหมักผมและแชมพสู มนุ ไพรกำจดั เหา
มอบให้กับคณะครูศนู ย์พัฒนาเดก็ เลก็ บ้านแก่งโตน ..............................................................................41
ภาพท่ี 34 ภาพผลติ ภัณฑแ์ ชมพูสมุนไพรกำจัดเหา...............................................................................41
ภาพท่ี 35 ภาพผลติ ภณั ฑ์แชมพูสมุนไพรกำจดั เหา...............................................................................42
ภาพที่ 36 ภาพนักเรยี นผู้จัดทำโครงงานและครทู ป่ี รกึ ษาโครงงาน.......................................................42
ภาพท่ี 37 แผน่ พบั เผยแพร่ผลงาน.......................................................................................................46
ภาพที่ 38 แผน่ พับเผยแพร่ผลงาน.......................................................................................................47

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 ช

สารบญั ตาราง

ตารางท่ี 1 แสดงการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ...................................................................................................20

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนักเรียน ประจาปี 2565

บทที่ 1

บทนำ

ชอ่ื โครงงาน แชมพสู มนุ ไพรกำจัดเหา SABY HAIR
ชอ่ื ผูจ้ ดั ทำโครงงาน เดก็ หญิงพรสดุ า ช่างทอง
เดก็ หญงิ ปภาวรนิ ทร์ เลียงกาทิพย์
ช่ือที่ปรกึ ษาโครงงาน เด็กหญิงอญั ชลีพร เลยี งกาทิพย์
นางประภา จนั ทหอม
นางสาวโสรยา ผิลาออน

ทม่ี าและความสำคญั

เหาก่อใหเ้ กดิ อาการคนั หรือเกิดตมุ่ คันบนหนังศีรษะ บางรายเป็นมากและมีอาการคันรนุ แรง
อาจทำให้ติดเช้อื แบคทีเรยี ซ้ำได้ ซึง่ ภาวะการเกิดเหาพบได้ทว่ั ไป โดยเฉพาะในบุคคลที่มีสขุ อนามัยไม่ดี
สามารถติดต่อระหว่างบุคคลไดง้ ่าย อาทิ ใช้อุปกรณ์เกย่ี วกับผมรว่ มกัน เชน่ หวี หมวก การสมั ผสั ใกลช้ ดิ
กัน การทำกิจกรรมรว่ มกนั เป็นตน้ การเปน็ เหาในเด็กนกั เรยี นนับวา่ เป็นปัญหาสำคัญเนื่องจากนักเรียน
จะขาดสมาธใิ นการเรยี นและเสียบุคลกิ ภาพท่ีดี

โรงเรยี นบ้านแก่งโตนเปน็ โรงเรียนขยายโอกาสทางการศกึ ษา มนี ักเรยี นจำนวน 204 คน จาก
การสำรวจพบวา่ นกั เรยี นหญิงเป็นเหาจำนวน 31 คน คดิ เป็นร้อยละ 15.5 ของนักเรียน ในการกำจดั
เหาน้นั หากซอื้ ยากำจดั เหาตามทอ้ งตลาดมาใช้สว่ นใหญ่ทำมาจากสารเคมีอาจทำให้เกิดอันตรายกับหนัง
ศีรษะท่อี ่อนเยาว์ของเด็กได้ บางคนมีอาการแพย้ าฆ่าเหาในรูปแบบต่างๆ เช่น แสบ คัน เป็นผนื่ แดง
หรอื อาจผมรว่ งไดใ้ นบางคน อีกทั้งยากำจัดเหามรี าคาแพงทำให้สน้ิ เปลืองคา่ ใชจ้ ่าย คณะผจู้ ัดทำจึงได้
เกิดความสนใจท่จี ะนำวัตถุดบิ ในทอ้ งถ่ินมาทำเปน็ แชมพูกำจัดเหา โดยได้ศึกษาข้อมูลจากแหลง่ เรียนรู้
ตา่ งๆ เช่น ห้องสมดุ อนิ เตอร์เน็ต สอบถามจากผรู้ ู้ ปราชญ์ภมู ปิ ญั ญาท้องถิ่น และครูอาจารย์ จนได้
สมุนไพรทหี่ าง่ายในทอ้ งถิ่น เป็นสมนุ ไพรที่สามารถกำจดั เหาได้ ซง่ึ ไมส่ ารเคมีที่เป็นอนั ตรายต่อเด็ก
ได้แก่ ใบนอ้ ยหนา่ ยาสบู (ยาเสน้ ) ใบสะเดา ใบข้ีเหลก็ ใบยอ พร้อมทง้ั นำมะกรดู ดอกอัญชนั และ
นำ้ มันมะกอก ซ่ึงมสี รรพคุณบำรงุ หนังศรี ษะและเส้นผม ให้นุ่มลน่ื ไมห่ ลดุ ร่วง มาเป็นส่วนผสมดว้ ย ซง่ึ
เป็นการประยุกต์ภมู ิปญั ญาท้องถ่ิน ให้นำมาใชไ้ ด้สะดวกย่ิงข้นึ

ทางคณะผ้จู ัดทำไดน้ ำแชมพูมาใชก้ ับนกั เรยี น จำนวน 31 คน จากการศึกษาพบวา่ สมุนไพรที่
เหมาะในการกำจัดเหาได้ดี โดยไม่ก่อใหเ้ กิดอาการแพ้ และเปน็ อนั ตรายต่อสขุ ภาพรา่ งกาย อกี ท้ังยังมี

โรงเรียนบา้ นแกง่ โตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 2

กลิ่นหอมสดชื่น และผมนุ่มล่ืน เงางาม นอกจากการนำมาใชเ้ พอื่ แกป้ ัญหาในกับนกั เรยี นในสถานศกึ ษา
แล้วยงั สามารถต่อยอดผลติ เป็นแชมพูสมนุ ไพรกำจัดเหาเพื่อนำไปใช้ในชุมชนได้

วตั ถุประสงคข์ องการศกึ ษา
1. เพื่อกำจดั เหาให้กับนกั เรยี นโรงเรยี นบ้านแก่งโตน โดยใชส้ มุนไพรในท้องถ่นิ เชน่ ใบน้อยหนา่ ยาสูบ
(ยาเสน้ ) ใบสะเดา ใบ ขเี้ หล็ก ใบยอ ดอกอัญชัน และมะกรูด
2. เพ่อื ผลิตแชมพสู มุนไพรกำจัดเหาจากสมุนไพรในทอ้ งถิ่น และนำความรู้ที่ได้ขยายผลการดำเนินงานสู่
ชุมชน

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565

บทที่ 2
เอกสารที่เกี่ยวข้อง

เอกสารท่ีเก่ยี วข้องกบั การทำโครงงานน้ีมีรายละเอยี ดดังน้ี
ความร้ทู วั่ ไปเกี่ยวกับสมนุ ไพรใบนอ้ ยหน่า ยาสบู (ยาเส้น) ใบสะเดา ใบขี้เหล็ก ใบยอ มะกรดู
ดอกอัญชัน และน้ำมันมะกอก
1. ความรทู้ ั่วไปเกีย่ วกบั น้อยหนา่

ผลน้อยหน่า ใบน้อยหน่า

อาณาจักร : พชื

หมวด : พชื ดอก

ชัน้ : พชื ใบเลี้ยงคู่

อนั ดับ :จำปา

วงศ์ :กระดังงา

สกุล : Annona

สปชี ีส์ : A. squamosa

ชอื่ ทวินาม : Annona squamosa L.

น้อยหนา่ (อังกฤษ: Sugar apple; ชอื่ วิทยาศาสตร์: Annona squamosa Linn.)

ช่ืออ่นื ๆ บกั เขียบ (ตะวันออกเฉยี งเหนอื ) ลาหนงั (ปัตตานี) บะน้อแน่ บะแน่ (เหนอื )

หน่อเกล๊ะแซ (เงย้ี ว-แม่ฮ่องสอน) มะออจา้ มะโอจา่ (เงี้ยว-เหนอื ) เตยี บ (เขมร) เปน็ พืชยืนตน้

ผลมเี นอื้ สขี าว เมลด็ ดำ รสหวาน ถน่ิ กำเนดิ อยู่ในแถบอเมริกากลาง และใต้ แตจ่ ะพบอยู่ทัว่ ไปในเขตร้อน

ในประเทศไทยปลูกมากทางภาคกลางและตะวันออกเฉียงเหนอื

โรงเรียนบา้ นแกง่ โตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 4

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
น้อยหนา่ เป็นไม้ยืนต้น สงู 3-5 เมตร ใบเดีย่ ว เรยี งสลบั รูปใบหอกแกมขอบขนาน กวา้ ง 3-6
เซนตเิ มตร ยาว 7-13 เซนตเิ มตร ดอกเดยี่ ว ออกทซ่ี อกใบ ห้อยลง กลบี ดอกสีเหลอื งแกมเขียว 6 กลบี
เรียง 2 ชั้น ชนั้ ละ 3 กลีบ หนาอวบนำ้ มเี กสรตัวผู้และรังไข่จำนวนมาก ผลเป็นผลกลุ่ม ค่อนขา้ งกลม
เมล็ดสีดำ มจี ำนวนมาก
สรรพคุณน้อยหน่า
• ใบสดและเมล็ดน้อยหนา่ สามารถใช้ฆ่าเหา และ โรคกลากเกลือ้ น โดยเอาใบนอ้ ยหนา่ สดมาคัน้
เอาแต่นำ้ แลว้ พอกหวั ภายใน 7 วนั กลากเกล้ือนและเหากจ็ ะหาย เปน็ เหา ซ่ึงมวี ธิ รี กั ษาอยู่ 2 วธิ ีคือ

o นำใบน้อยหนา่ ประมาณ 3-4 ใบมาบดหรือตำให้ ละเอียดแลว้ คลุกกบั เหลา้ 28 ดีกรี
คลกุ ให้เคล้ากันจนได้กล่ินนอ้ ยหน่า แล้วนำมาทาหวั ให้ทัว่ เอาผา้ คลุมไวส้ กั 10-30 นาทแี ละเอาผ้าออก
ใชห้ วีสาง เหาก็ตกลงมาทันที

o นำใบนอ้ ยหน่า 7-8 ใบ มาตำใหล้ ะเอียดแล้วผสมกบั น้ำทาหัวทิง้ ไวส้ กั ครู่ แล้วลา้ งออก
ซึง่ จะชว่ ยทำให้ไข่ฝอ่ และฆา่ เหาได้ และ แกข้ ับพยาธิลำไส้ ฆ่าเหา แก้หดิ แกก้ ลากเกล้ือน และแก้ฟก
บวม

• ราก เปน็ ยาระบาย ทำให้อาเจยี น และแก้พษิ งู ถอนพิษเบื่อเมา
• เปลือกตน้ เป็นยาสมานลำไส้ สมานแผล แก้ท้องรว่ ง แก้พษิ งู แกร้ ำมะนาด ยาฝาดสมาน
• ผล ผลดบิ จะเปน็ ยาแกพ้ ิษงู แกฝ้ ีในคอ กลาก เกล้อื น ฆ่าพยาธิ ผวิ หนัง และผลแหง้ แก้

งูสวัด เริม แก้ฝีในหู
• ใบนอ้ ยหนา่ มสี ารแอลคาลอยด์ แอนโนเนอีน (anonaine) และเรซิน (resin) ในเมล็ดมีน้ำมัน

อยู่ 45% ซง่ึ เป็นพษิ กับดว้ งปีกแข็ง เพลย้ี อ่อนแมลงวนั และมวนปีกแขง็ สารสกัดเมทานอลของ
ใบน้อยหน่าเป็นพษิ ต่อไรทะเล และใบน้อยหน่ายังเปน็ พิษต่อเพล้ียอ่อนถั่วโดยมี LC50
2,089.30 ไมโครกรัมต่อมิลลิลติ ร

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 5
2. ความร้ทู ่ัวไปเก่ยี วกับยาสูบ (ยาเสน้ )

ใบยาสูบ ยาสบู (ยาเสน้ )
ยาสูบ (ยาเสน้ )
อาณาจักร : Plantae

หมวด Magnoliophyta

ชัน้ : Magnoliopsida

อนั ดบั : Solanales

วงศ์ :Solanaceae
สกลุ : Nicotiana
สปชี ีส์ : N. tabacum
ชือ่ ทวินาม Nicotiana tabacum

ยาสบู (องั กฤษ: common tobacco ช่ือวทิ ยาศาสตร์: Nicotiana tabacum L.) มี
แหลง่ กำเนดิ ในบริเวณตอนกลางของทวีปอเมริกา แม้มนุษย์จะรู้จกั ใบยาสูบมาประมาณสองพันปีแลว้
แตไ่ ม่ไดส้ ูบกันอยา่ งจรงิ จงั จนเปน็ นิสัย จนกระทัง่ พวกอินเดียนแดง ซ่งึ เป็นชาวพนื้ เมืองของอเมริกา
(American Indian) รูจ้ กั ใช้ยาสูบกนั อย่างแพรห่ ลาย จึงได้มกี ารทำไร่ยาสูบกนั ทวั่ ไป

การบนั ทึกประวตั ิของยาสบู มขี ้ึนเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2035 เม่อื โคลัมบัส (Christopher
Columbus) ขนึ้ ฝั่งท่ซี านซัลวาดอร์ (San Salvador) ในหมู่เกาะอนิ ดีสตะวนั ตก เห็นชาวพืน้ เมืองเอา
ใบไมช้ นิดหนึง่ มามวน จุดไฟตอนปลาย แลว้ ดูดควัน ตามบันทึกกล่าววา่ ชาวพื้นเมืองมวนยาสบู ด้วยใบ
ข้าวโพด

สเปน เรยี กยามวนนว้ี ่า ซิการา (cigara) ต่อมาเพ้ยี นเป็นคำวา่ ซิการ์ (cigar) แต่คนบางคนกใ็ ชค้ ำ
ว่า ซกิ าราอยู่ จากการขุดพบซากปรกั หักพงั ของเมืองเก่าของพวกมายาในศเม็กซิโก ได้พบกล้องยาสูบ

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 6

สมัยโบราณ ซึง่ ตรงโคนสำหรับดูดแยกออกเปน็ สองง่าม สำหรับอัดเข้าไปในจมูก ด้วยเหตุนี้ ชาวอเมริกนั
(American)โบราณสูบยากนั ทางจมูก กล้องชนดิ น้ีคนพื้นเมืองเรยี กวา่ ตาบาโก (tabaco) ซ่ึงเปน็ ตน้
กำเนดิ ของคำวา่ โทแบกโก (tobacco)

สรรพคุณยาสบู (ยาเส้น)

ใบ มีรสเผด็ รอ้ นเมาเบื่อฉนุ มีสรรพคุณเปน็ ยาระงับประสาท ทำใหน้ อนหลบั ทำใหผ้ อม เพราะมี
สารสงบประสาทที่ไประงบั ความอยากอาหาร ใช้ทำเปน็ ยาเสน้ ผสมกับปูนแดงและใบเนียม ใช้ปรงุ ยา
นตั ถแ์ุ กห้ วัดคัดจมกู แกห้ อบหดื ขับเสมหะ ทำให้อาเจยี น ช่วยขบั พยาธิในลำไส้ ชว่ ยขบั ปสั สาวะ แก้นิ่ว
ในการใช้ภายนอกจะใชใ้ บยาสบู เป็นยาสมานบาดแผล ชาวกะเหรย่ี งแดงจะใช้เปน็ ยาประคบเพื่อช่วย
ห้ามเลอื ด ช่วยแก้พิษงู ช่วยแกล้ มพิษ ชว่ ยแกป้ วด ลดอาการบวม แกป้ วดขอ้ ปวดศรี ษะ ปวดฟนั ใช้
รกั ษาเหา ใหใ้ ชใ้ บยาสูบแกท่ ี่ตากแหง้ แล้ว 1 หยบิ มือ นำมาผสมกบั น้ำมนั ก๊าดประมาณ 3-4 ชอ้ นแกง
แล้วใช้ชโลมทัง้ น้ำและยาเสน้ ลงบนผมท้ิงไวป้ ระมาณ 1 ชว่ั โมง แลว้ สระออกใหส้ ะอาด โดยใหท้ ำ
ติดตอ่ กนั ประมาณ 3-4 วัน ชาวอินเดยี นพืน้ เมอื งจะใช้ยาสูบเป็นยาแกป้ วด โดยเฉพาะการปวดทอ้ ง
คลอด ดว้ ยการนำมาสบู กนิ หรอื ใชเ้ ปน็ ยานตั ถุ์

ราก ใชเ้ ป็นยารักษาโรคผิวหนงั กลากเกลื้อน เรือ้ นกวาง ผืน่ คัน หิด

ยาเสน้ ใช้เป็นยาถอนพษิ รักษาแผลน้ำร้อนลวก ดว้ ยการใชย้ าเสน้ หรอื ยาต้งั 1 หยิบมือ นำมา
คลกุ กับนำ้ มันมะพร้าวปิดบริเวณท่ถี ูกนำ้ ร้อนลวก จะช่วยถอนพิษได้

นิโคติน ในทางยานโิ คตินถกู นำมาใช้เป็นยาแกไ้ ข้มาลาเรีย แกโ้ รคทางเดินปสั สาวะอักเสบ แม้ว่า
บุหร่ีจะทำใหร้ ่างกายเป็นโรค แต่สารนิโคตนิ ในบหุ รก่ี ็สามารถเปน็ ยาสำหรบั บางคนได้ เพราะทำให้คนท่ี
เป็นโรคพาร์กนิ สนั โรคจิตเภท โรคอลั ไซเมอร์ ฯลฯ ทำงานดีขน้ึ เพราะในคนท่ีเปน็ โรคพารก์ ินสนั และอัล
ไซเมอรน์ ั้น สมองจะขาด Dopamine แต่สารนโิ คตนิ น้ันสามารถไปกระตุน้ การหลง่ั Dopamine ได้ ทำ
ใหค้ นทเี่ ปน็ อัลไซเมอร์มคี วามจำดขี ึ้น ส่วนคนที่เปน็ โรคพาร์กินสนั ร่างกายก็จะไม่กระตุกมาก เปน็ ตน้

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 7
3. ความร้ทู ่ัวไปเกี่ยวกับสะเดา

อาณาจักร : พชื (Plantae)
หมวด : Magnoliophyta
อนั ดับ : Sapindales
วงศ์ : Meliaceae
สกลุ : Azadirachta
สปชี ีส์ : A. indica
ช่ือทวินาม Azadirachta indica A.Juss.

สะเดา (ชื่อวิทยาศาสตร์: Azadirachta indica; อังกฤษ: Siamese neem tree, Nim,
Margosa, Quinine) เปน็ ไมท้ ่ีมถี ิ่นกำเนิดในประเทศอินเดีย เจริญได้ดใี นท่ีแลง้ ใช้ประโยชน์ได้มากมาย
ท้ังเปน็ อาหารและสร้างท่ีอยู่อาศัย ในใบและเมล็ดสะเดามีสารอาซาดิเรซตนิ (Azadirachtin) ซ่ึงมฤี ทธิ์
เป็นสารฆา่ แมลง ในเมลด็ มนี ำ้ มันที่เรียกวา่ margosa oil ใช้เปน็ สีย้อมผ้าและยาฆา่ พยาธิในสตั ว์เลยี้ ง
ขยายพันธด์ุ ้วยการเพาะเมล็ด แตต่ ้องรบี นำไปเพาะทนั ทหี ลังจากเมล็ดร่วง มิฉะนัน้ จะสูญเสยี
ความสามารถในการงอกไปอยา่ งรวดเร็ว ชือ่ อืน่ ไดแ้ ก่ สะเลียม (ภาคเหนอื ) กะเดา (ภาคใต)้

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์

ไมต้ ้น สงู 15 - 25 เมตร เปลือกตน้ แตกเปน็ ร่องลกึ ตามยาว ยอดออ่ นสนี ้ำตาลแดง ใบ เป็นใบ
ประกอบแบบขนนก ออกเรยี งสลบั รปู ใบหอก กวา้ ง 3-4 ซม. ยาว 4-8 ซม. โคนใบมนไม่เท่ากนั ขอบใบ
จักเป็นฟันเล่ือย แผ่นใบเรียบ สีเขยี วเปน็ มัน ดอก ออกเปน็ ชอ่ ทป่ี ลายกิ่งขณะแตกใบอ่อน ดอกสขี าว
นวล กลีบเลีย้ งมี 5 แฉก โคนตดิ กนั กลบี ดอกโคนตดิ กัน ปลายแยกเป็น 5 แฉก ผล รปู ทรงรี ขนาด 0.8
- 1 ซม. ผวิ เรยี บ ผลอ่อนสเี ขยี ว สุกเป็นสีเหลอื งสม้ เมลด็ เด่ยี ว รปู รี

สรรพคุณสะเดา
• อก ยอดอ่อน - แก้พิษโลหติ กำเดา แกร้ ดิ สดี วงในลำคอ คันดุจมีตวั ไต่อยู่ บำรงุ ธาตุ
ขับลม ใชเ้ ปน็ อาหารผักไดด้ ี

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 8

• ขนอ่อน - ถ่ายพยาธิ แกร้ ิดสีดวง แก้ปสั สาวะพิการ
• เปลอื กตน้ - แก้ไข้ เจริญอาหาร แก้ท้องเดิน บิดมูกเลือด
• กา้ นใบ - แก้ไข้ ทำยารักษาไข้มาลาเรีย
• กระพ้ี - แก้ถงุ นำ้ ดีอักเสบ
• ยาง - ดบั พษิ รอ้ น
• แก่น - แกอ้ าเจยี น ขบั เสมหะ
• ราก - แกโ้ รคผิวหนัง แก้เสมหะ ซง่ึ เกาะแนน่ อยูใ่ นทรวงอก
• ใบ,ผล - ใช้เปน็ ยาฆา่ แมลง บำรุงธาตุ
• ผล มีสารรสขม - ใชเ้ ปน็ ยาถ่ายพยาธิ และยาระบาย แกโ้ รคหวั ใจเดินผิดปกติ
• เปลือกราก - เป็นยาฝาดสมาน แกไ้ ข้ ทำให้อาเจยี น แกโ้ รคผวิ หนัง
• น้ำมนั จากเมล็ด - ใชร้ ักษาโรคผวิ หนงั และยาฆา่ แมลง
• ใบและเมล็ดมฤี ทธิ์ฆ่าเชอื้ และใชเ้ ปน็ ยาฆ่าแมลง (ใบ, เมล็ด, น้ำมันจากเมลด็ , ผล)

หากเดก็ เปน็ เหา ใหใ้ ชใ้ บแกน่ ำมาโขลกผสมกับน้ำแล้วนำไปทาใหท้ ั่วหวั เดก็ แลว้ ใชผ้ า้
หรอื ถงุ พลาสติกคลุมหวั ไวด้ ว้ ยและทงิ้ ไวส้ ักพัก จะทำให้ไข่เหาฝอ่ และฆา่ เหาให้ตายได้
(ใบแก่)

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 9
4. ความร้ทู ั่วไปเกีย่ วกบั ขเี้ หล็ก

อาณาจักร : Plantae
อันดบั : Fabales
วงศ์ : Fabaceae
วงศ์ย่อย : Caesalpinioideae
เผา่ : Cassieae
เผ่าย่อย : Cassiinae
สกลุ : Senna
สปีชีส์ : S. siamea
ชอ่ื ทวนิ าม Senna siamea(Lam.)

ข้ีเหล็ก (ชอื่ วทิ ยาศาสตร์: Senna siamea (Lam.) Irwin & Barneby) จดั เป็นพืชใน
วงศ์ Leguminosae นอกจากน้ียงั มีชอื่ เรียกในท้องถิน่ ทแี่ ตกตา่ งกัน เช่น ขเี้ หล็กแกน่ (ราชบุร)ี ขเ้ี หล็ก
บ้าน (ลำปาง) ขเี้ หล็กหลวง (ภาคเหนอื ) ขีเ้ หล็กใหญ่ (ภาคกลางบางที่) ผกั จลี้ ี้ (ฉาน-แม่ฮ่องสอน) ยะหา
(มลายู-ปตั ตาน)ี และข้ีเหล็กจิหรี่ (ภาคใต้) เป็นต้น ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์ของต้นขเี้ หล็กเปน็ ไมย้ นื ต้น
ขนาดเล็กถึงปานกลาง ผลัดใบ สูงประมาณ 8-15 เมตร ลำต้นมกั คดงอเป็นปมุ่ เปลอื กสเี ทาถึงสนี ำ้ ตาล
ดำ ยอดอ่อนสแี ดงเร่ือ ๆ ใบประกอบเป็นแบบขนนก เรยี งสลบั กัน มีใบย่อย 5-12 คู่ ปลายสดุ มใี บเดียว
ใบย่อยรูปขอบขนานด้านบนเกลย้ี ง ดอกช่อสเี หลืองอยู่ตามปลายก่งิ ดอกจะบานจากโคนช่อไปยงั ปลาย
ชอ่ กลบี เลยี้ งมี 3-4 กลีบ กลีบดอกมี 5 กลบี เกสรตวั ผู้10 อัน ผลเป็นฝักแบนยาวมสี ีคล้ำ เมลด็ รูปไข่
ยาวแบนสีน้ำตาลอ่อนเรียงตามขวางมี 20-30 เมลด็ เนอื้ ไม้มีสนี ้ำตาลแกเ่ กอื บดำ ส่วนของดอกและใบ
ขี้เหล็กใชเ้ ปน็ อาหารในหลายประเทศ เชน่ ไทย พม่า อินเดีย และมาเลเซยี เปน็ ตน้ ในตำราการแพทย์

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 10

แผนไทยไดม้ กี ารบันทึกประโยชน์ของข้เี หล็กในหลายดา้ น เชน่ ใชแ้ ก้อาการทอ้ งผกู ใช้แก้อาการนอนไม่
หลบั ใชท้ ำความสะอาดเสน้ ผม ทำใหผ้ มชมุ่ ช่ืนเป็นเงางาม ไม่มีรังแค ชว่ ยเจริญอาหาร บำรงุ น้ำดี และ
บำรงุ โลหิต เป็นตน้ นอกจากนนั้ ยงั นยิ มนำมาประกอบ อาหาร เช่น แกงขีเ้ หล็ก เปน็ การนำใบอ่อน ดอก
และยอดของต้นข้เี หลก็ ซ่ึงเป็นตน้ ไม้ท่ีข้นึ ได้ดใี นทุกภาคของประเทศไทย มาปรงุ เป็นอาหาร นอกจากจะ
รับประทานในครัวเรอื น ยงั นิยมปรงุ เลีย้ งแขกเทศกาลงานต่างๆ เช่น งานบวช งานแต่งงาน งานศพ ดว้ ย
รสชาตขิ องขีเ้ หล็กมรี สขม กอ่ นปรุงจงึ ตอ้ งนำมาตม้ น้ำท้ิงกอ่ น ชว่ ย ลดสารทีเ่ ป็นพษิ และทำใหม้ ีรสชาติ
ดีขึ้นเมื่อนำมาปรงุ เปน็ อาหาร

ในปี พ.ศ. 2485 ศาสตราจารย์ นพ.อวย เกตสุ งิ ห์ ได้ศกึ ษาฤทธท์ิ างเภสชั วทิ ยาของต้นขี้เหล็ก
พบวา่ ใบและดอกขีเ้ หล็กทำให้เกิดอาการง่วงซึมและมพี ิษนอ้ ยกวา่ สมุนไพรชนิดอ่ืน ๆ ที่ได้ศึกษา ต่อมา
จงึ มผี ้ศู ึกษาฤทธิ์ทางเภสชั วิทยาของสารสกัดใบขีเ้ หล็กอีกคร้งั โดยใช้แอลกอฮอล์เป็นตัวทำละลาย พบวา่
สารสกัดนม้ี ฤี ทธิ์กดประสาทสว่ นกลาง เพ่มิ ความตึงตัวของกลา้ มเนือ้ เรยี บ และมีฤทธิข์ ับปัสสาวะ
จนกระท่ังในปี พ.ศ. 2513 คณะนกั วจิ ัยจากมหาวทิ ยาลยั นอตทิงงัม ประเทศองั กฤษไดร้ ายงานว่า
สามารถสกัดสารชนดิ ใหม่จากใบขี้เหล็กได้ โดยต้ังชื่อว่าบาราคอล (barakol) ซงึ่ มฤี ทธก์ิ ล่อมประสาท
และลดความกงั วล แตภ่ ายหลงั มกี ารพบว่ามพี ิษต่อตบั ดว้ ยเช่นกัน

สรรพคณุ ของขี้เหล็ก
ใบ – ชว่ ยในการถา่ ยพรรดึก ถ่ายพิษไข้ ถา่ ยกระษัย ช่วยแก้อาการเหนบ็ ชา แกน้ วิ่ ขบั ปัสสาวะ

พษิ เสมหะ แกร้ ะดขู าว ตลอดจนช่วยบำรงุ เลือด แก้บวม ดับพษิ โลหติ อาการนอนไมห่ ลับ หรอื ใชด้ อก
สรุ าด่มื กอ่ นนอน ใหร้ สขม หากเด็กเป็นเหา ให้ใช้ใบแกน่ ำมาโขลกผสมกบั นำ้ แลว้ นำไปทาใหท้ ว่ั หวั เด็ก
แลว้ ใช้ผา้ หรอื ถุงพลาสติกคลุมหวั ไว้ดว้ ยและท้ิงไว้สักพัก จะทำให้ไข่เหาฝ่อ และฆา่ เหาใหต้ ายได้ (ใบแก่)[

ดอก – ช่วยแกอ้ าการนอนไม่หลับ หรอื โรคประสาท แก้หืด แก้รังแค เป็นยาระบาย ให้รสขม
ฝกั – ชว่ ยแกไ้ ข ขบั เสมหะ หรือแก้พิษไข้เพ่อื ปิตตะ ใหร้ สขม
เปลือกฝัก – ชว่ ยในการแก้กระษยั หรอื แกเ้ สน้ เอ็นตึง ให้รสขมเฝือ่ น
เปลือกต้น – ชว่ ยแก้รดิ สีดวงทวาร แกก้ ระษยั ใหร้ สขม
กระพี้ – ชว่ ยถอนพิษไข้ แก้กระษยั เสน้ เอ็น ให้รสขมเฝือ่ น
แกน่ – ชว่ ยรกั ษาหนองใน กามโรค แกเ้ ตโชธาตพุ ิการ ทำให้ตวั เยน็ แก้แสบตา ชว่ ยถ่ายพษิ ถา่ ย
เส้น ถ่ายม้าม แก้กระษยั ช่วยขบั โลหิต แก้อาการเหน็บชา ใหร้ สขมเฝื่อน
ราก – ช่วยรักษาแผลจากกามโรค แกไ้ ขก้ ลับไขซ้ ้ำ ให้รสขม
ท้ังหา้ – ช่วยดบั พษิ ไข้ ถ่ายพิษกระษัย ถา่ ยเส้น ถ่ายพษิ จากเสมหะ และถ่ายพษิ ทงั้ ปวง ใหร้ ส

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 11
1) ความรทู้ วั่ ไปเกี่ยวกับยอ

อาณาจักร : Plantae

อันดับ : Gentianales
วงศ์ : Gentianales
สกลุ : Morinda
สปชี ีส์ : M. citrifolia
ชือ่ อทวินาม Morinda citrifolia L.

สรรพคณุ ของยอ
ใบ รสขมเฝื่อน ค้นั เอานำ้ สระผมแกเ้ หา ทาแก้ปวดตามขอ้ ของนิ้วมือนิ้วเท้า ทาแกโ้ รคเกา๊

ใช้เปน็ ยาแก้อาเจียน, ใบสดย่างไฟ หรือปรุงเปน็ ยาประคบ แก้ปวดบวม อักเสบ หรือตม้ ด่ืมบำรงุ ธาตุ
และแก้ไข้ แก้กระษัย
รักษาเหา ใหใ้ ช้ใบแก่นำมาโขลกผสมกบั น้ำแล้วนำไปทาให้ทว่ั หวั เดก็ แลว้ ใช้ผา้ หรอื ถงุ พลาสติกคลุมหวั ไว้
ดว้ ยและท้ิงไว้สักพัก จะทำให้ไขเ่ หาฝอ่ และฆ่าเหาให้ตายได้

ตน้ รสเฝอ่ื น ใช้ร่วมกับสมุนอนื่ หรอื ปรงุ เปน็ ยารักษาวัณโรค
ดอก รสเฝอื่ น ใช้รว่ มกบั สมุนไพรอื่น หรอื ปรงุ เปน็ ยารักษาวณั โรค
ผลหรอื ลกู รสเผ็ดรอ้ น ใชผ้ ลยอดิบที่โตเต็มท่ีตากแหง้ บดเป็นผง 20 กรัม ชงในน้ำเดือด

1 ลติ ร ท้งิ ไว้ 15 นาที กรองใส่กระติกไว้ดื่มแทนน้ำ โดยเฉพาะอย่างย่ิงผปู้ ่วยท่ีเปน็ โรคมาลาเรีย คร้ังละ

30 ซีซี ทุก 2 ช่ัวโมง, ใช้ผลดิบหรือผลห่ามระงบั หรือแกอ้ าการคลื่นไส้ อาเจียนไดผ้ ลดี แก้ลมจุกเสียด ช้ำ

บวม บำรงุ ธาตุ เจรญิ อาหาร ผสมยาแก้สะอึก อมแก้เหงือกเปือ่ ย ฟอกเลือด ขบั นำ้ คาวปลา แกเ้ สยี งแหบ

แหง้ แก้อาเจยี น ขว่ ยขบั ลม ขับโลหติ ระดู แก้กระษัย แกต้ ัวเยน็ แกร้ ้อนในอก

ราก รสเฝอ่ื น เป็นยาระบาย ผสมกกบั ตัวยาอืน่ รกั ษาวัณโรค แก้กระษัย

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 12
6. ความรูท้ ั่วไปเกีย่ วกบั มะกรูด

อาณาจักร : Plantae

อนั ดับ : Sapindales

วงศ์ : Rutaceae

สกลุ : Citrus

สปชี ีส์ : C. hystrix

ช่อื ทวินาม Citrus hystrix DC.

มะกรดู เป็นพืชในสกลุ สม้ (Citrus) มถี นิ่ กำเนดิ ในประเทศลาว อนิ โดนเี ซยี มาเลเซีย และไทย ในเอเชีย
ตะวนั ออกเฉียงใต้ นิยมใช้ใบมะกรูดและผิวมะกรดู เปน็ สว่ นหนึง่ ของเครอ่ื งปรงุ อาหารหลายชนิด
นอกจากในประเทศไทยและลาวแล้ว ยงั มีความนิยมในกมั พูชา เวียดนาม มาเลเซยี และ
อินโดนเี ซีย (โดยเฉพาะบาหลี)

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์
เป็นไม้ยืนตน้ ขนาดเล็ก เป็นไม้เนื้อแข็ง ลำต้นและกงิ่ มหี นามยาวเลก็ นอ้ ย ใบเป็นใบประกอบชนิดลดรูป
มีใบยอ่ ย 1 ใบ เรยี งสลับ รปู ไข่ คือมีลกั ษณะคลา้ ยกับใบไม้ 2 ใบ ต่อกนั อยู่ คอดกิว่ ท่ีกลางใบเปน็ ตอน ๆ
มีกา้ นแผ่ออกใหญเ่ ทา่ กับแผ่นใบ ทำให้เหน็ ใบเป็น 2 ตอน กวา้ ง 2.5 - 4 เซนติเมตร ยาว 4 - 7
เซนตเิ มตร ใบสีเขียวแกพ่ ้ืนผวิ ใบเรยี บเกล้ียง เปน็ มัน ค่อนข้างหนา มกี ลน่ิ หอมมากเพราะมีต่อมน้ำมนั อยู่
โดยใบด้านบนสีเข้ม ใต้ใบสีอ่อน ดอกออกเป็นกระจุก 3 – 5 ดอก กลีบดอกสขี าว เกสรสีเหลอื ง ร่วงงา่ ย
มีกลน่ิ หอม มีผลสีเขยี วเข้มคล้ายมะนาวผิวเปลือกนอกขรุขระ ขั้วหัวท้ายของผลเปน็ จกุ ผลมตี ่อมนำ้ มนั
กระจายอย่ทู ผ่ี ิว (hesperidium) ผลอ่อนมเี ป็นสีเขียวแก่ เมื่อผลสุกจะเปลยี่ นเปน็ สเี หลืองสด พนั ธ์ทุ ม่ี ี
ผลเล็ก ผวิ จะขรขุ ระน้อยกวา่ และไมม่ ีจกุ ที่ข้วั ภายในมีเมล็ดจำนวนมาก ๆ

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 13

สรรพคณุ ของมะกรดู

1. ชว่ ยในการตอ่ ตา้ นอนมุ ูลอิสระสงู ชว่ ยเสริมสร้างภมู ิคมุ้ กันให้รา่ งกายแข็งแรง
2. กระทุ้งพิษ แก้ฝีภายในและแกเ้ สมหะเปน็ พิษ
3. มีนำ้ มนั หอมระเหยผ่อนคลายความเครียด คลายความกังวล
4. เปน็ ยาบำรุงหวั ใจ
5. แกล้ ม หน้ามืด วงิ เวยี นศรี ษะ
6. แก้อาการไอ ขบั เสมหะ
7. ช่วยฟอกโลหติ
8. แกอ้ าการเลอื ดออกตามไรฟัน
9. ชว่ ยขบั ลมในลำไส้ แก้อาการจกุ เสียด ท้องอืด แน่นทอ้ ง
10. ชว่ ยขบั ระดู ขบั ลม
11. ช่วยบำรงุ หนงั ศรี ษะและบำรุงเสน้ ผมใหแ้ ข็งแรง
12. แก้ปญั หากลิ่นเทา้ เหม็น มีกล่ินอบั เชือ้ รา

7. ความรูท้ ่ัวไปเกยี่ วกบั อญั ชนั

อาณาจักร : Plantae
อันดับ : Fabales
วงศ์ : Fabaceae
สกุล : Clitoria
สปชี ีส์ : C. ternatea
ชือ่ ทวนิ าม Clitoria ternatea L.

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 14

อญั ชนั (ชื่อวทิ ยาศาสตร์: Clitoria ternatea L.) เป็นไมเ้ ลือ้ ย ลำต้นมขี นนุ่ม มถี นิ่ กำเนิดในอเมริกาใต้
ปลกู ไดท้ ่ัวไปในเขตร้อน มีชอ่ื พนื้ เมืองอน่ื อกี คือแดงชนั (เชียงใหม่), เอื้องชนั , เองชญั เม่ือคั้นออกมาจะได้
เป็นสมี ว่ ง

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์

อญั ชนั เปน็ ไม้เล้อื ยเน้ืออ่อน อายุสั้น ใชย้ อดเล้อื ยพนั ลำต้นมีขนปกคลุม ใบประกอบแบบขนนก
เรียงตรงขา้ มยาว 6-12 เซนตเิ มตร มีใบยอ่ ยรูปไข่ 5-7 ใบ กวา้ ง 2-3 เซนตเิ มตร ยาว 3-5 เซนตเิ มตร
ปลายใบแหลม โคนใบมน ผิวใบด้านล่างมีขนหนาปกคลุม

ดอกสขี าว ฟา้ และม่วง ดอกออกเดีย่ ว ๆ รปู ทรงคลา้ ยฝาหอยเชลลอ์ อกเป็นคตู่ ามซอกใบ กลบี
ดอก 5 กลบี ดอกบานเต็มทย่ี าว 2.5-3.5 เซนตเิ มตรกลีบคลุมรูปกลม ปลายเว้าเป็นแอ่ง ตรงกลางมีสี
เหลือง มที ง้ั ดอกซอ้ นและดอกลา ดอกช้นั เดยี วกลีบขัน้ นอกมขี นาดใหญ่กลางกลีบสีเหลือง ส่วนกลบี
ชั้นในขนาดเลก็ แต่ดอกซอ้ นกลีบดอกมีขนาดเทา่ กนั ซ้อนเวยี นเปน็ เกลียว ออกดอกเกือบตลอดปี ผลแห้ง
แตก เป็นฝักแบน กวา้ ง 1-1.5 เซนตเิ มตร ยาว 5-8 เซนตเิ มตร เมลด็ รปู ไต สีดำ มี 5-10 เมลด็

สรรพคณุ ของอญั ชัน

• ดอก ใชป้ ลกู ผมทำใหผ้ มดกดำ เงางามมากขึน้ เพราะดอกอัญชนั มีสารที “แอนโทไซยา
นนิ ” (Anthocyanin) ซึง่ ช่วยกระตุน้ การไหลเวียนของโลหติ ทำใหเ้ ลือดไปเลี้ยงสว่ นต่าง
ๆ ได้ดมี ากขนึ้

• ดอก นำมาค้นั นำใชห้ ุงข้าวได้ด้วย ช่วยให้ขา้ วทหี่ งุ มสี ีสนั ทสี่ วยงาม
• เมลด็ เปน็ ยาระบาย
• ราก บำรุงตาแกต้ าฟาง ถูฟันแก้ปวดฟนั ตาแฉะ และปรุงเป็นยาขบั ปัสสาวะ นำรากมาถู

กับน้ำฝนใชห้ ยอดหูและหยอดตา
• นำไปวัดคา่ ความเปน็ กรดเน่ืองจากดอกอัญชนั มสี ารแอนโทไซยานิน

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 15
8. ความรู้ทั่วไปเก่ียวกบั นำ้ มันมะกอก

น้ำมันมะกอก : Olive Oil
ชื่อวทิ ยาศาสตร์ : Olea europaea
อยใู่ นวงค์ : Oleaceae

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์
ตน้ มะกอกโอลฟี ทโ่ี ตเตม็ ท่ีมีระบบรากที่แผก่ ระจายและตื้น เปน็ รากซ่ึงงอกออกมาจากส่วนล่างของ

ลำตน้ ความลึกของการหยั่งรากขึน้ อยูก่ ับลักษณะของดิน ในพ้นื ที่ดินร่วนซุย รากสามารถหยงั่ ได้ลกึ
ตง้ั แต่ 10.15 ถึง 80 ซม. ความเติบโตตามแนวกวา้ งของต้นพืชนน้ั จะเป็น 2-3 เทา่ ของรศั มขี องสว่ นยอด
สุด โดยมีความสมั พันธ์ของระยะหา่ งของต้นพชื เขา้ มาเกยี่ วข้องด้วย

ลำตน้ ของมะกอกโอลีฟ จะมลี ักษณะเปน็ เช่นไรนั้นขึ้นอยู่กับการตดั แตง่ เป็นสำคัญ เช่น
เก่ียวข้องกบั การอนบุ าลต้นไม้ และอุปกรณท์ ่ีใช้ เป็นตน้ ในพน้ื ทีห่ ลายสว่ นของประเทศสเปน พบว่าต้น
มะกอกมลี ักษณะทีข่ ึน้ เป็นกอ ในขณะทต่ี น้ มะกอกในประเทศอื่นๆ เกือบทั้งหมดเปน็ ลำตน้ เดีย่ ว ส่วน
ความสงู ของต้นมะกอกน้ันขึ้นอยู่กับหลายปจั จัย เช่น การตัดแต่งกิ่ง กงิ่ ตอนทน่ี ำมาปลกู และปจั จัยอื่นๆ
ซงึ่ มสี ว่ นทำให้ความสูงของต้นมะกอกแตกต่างจากกนั ราว 1-2 เมตร ลำต้นของต้นมะกอกขณะทยี่ ังเลก็
จะมลี กั ษณะเป็นลำตน้ ตรงมากกวา่ ในณะท่ตี น้ มะกอกทโี่ ตกวา่ มกี ่งิ กา้ นแตกใหญ่ดูคลา้ ยกบั ว่ามกี ลุ่มกอ
ทข่ี ึน้ อยูร่ วมกนั
สรรพคุณของน้ำมนั มะกอก

สำหรับใครท่มี ปี ัญหาเสน้ ผมไมแ่ ขง็ แรง ผมรว่ ง หนังศีรษะแหง้ และผมขาดงา่ ย เนอื่ งจากน้ำมนั
มะกอกอุดมดว้ ยวิตามนิ บีและวติ ามินอีทีช่ ่วยดแู ลสขุ ภาพผมและหนงั ศรี ษะได้ วธิ ีใชง้ ่ายมาก เพียงนำ
น้ำมนั มะกอกมาหมกั ผมก่อนสระประมาณ 30 นาทีเป็นประจำ เพียงเท่านีก้ จ็ ะช่วยฟื้นบำรงุ ผมทแ่ี หง้ เสยี
ใหก้ ลบั มามสี ุขภาพ

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนักเรียน ประจาปี 2565

บทท่ี 3
แผนการปฏบิ ตั ิงาน

แผนการปฏบิ ตั ิงาน โครงงานแชมพูสมุนไพรกำจดั เหา SABY HAIR
ชอ่ื ผู้จดั ทำโครงงาน เดก็ หญงิ พรสุดา ชา่ งทอง
เด็กหญงิ ปภาวรนิ ทร์ เลยี งกาทพิ ย์
ชือ่ ที่ปรึกษาโครงงาน เด็กหญิงอัญชลพี ร เลยี งกาทิพย์
นางประภา จนั ทหอม
ระยะเวลาดำเนนิ การ นางสาวโสรยา ผลิ าออน
รุ่นตอ่ มา) ปีการศึกษา 2563 – ปีการศึกษา 2564 (เปน็ โครงการตอ่ เนื่องทด่ี ำเนนิ การใน

โดยการดำเนินงานแบ่งเปน็ 4 ระยะ ไดแ้ ก่

1. ระยะการสำรวจกลมุ่ เปา้ หมายในการแกป้ ญั หาและดำเนินงาน

โดยสำรวจจำนวนนกั เรยี นที่เป็นเหา เพอ่ื เขา้ รบั การดแู ลและกำจัดเหา

2. ระยะการศึกษาและค้นคว้าหาขอ้ มูล

โดยศกึ ษาข้อมูลจากแหล่งเรียนรตู้ ่างๆ ได้แก่ อนิ เตอร์เนต็ ห้องสมุด การสอบถามจากปราชญ์

ชาวบา้ นในชุมชน

3. ระยะท่ี 3 เตรยี มวัสดุ อุปกรณใ์ นและการดำเนนิ การ

3.1 วัสดุ

1. ใบนอ้ ยหนา่ จำนวน 450 กรมั

2. ยาสูบ (ยาเส้น) จำนวน 125 กรมั

3. ใบสะเดา จำนวน 200 กรมั

4. ใบข้เี หล็ก จำนวน 300 กรมั

5. ใบยอ จำนวน 200 กรัม

6. มะกรดู จำนวน 500 กรัม

7. ดอกอญั ชัน จำนวน 20 กรัม

8. น้ำมันมะกอก จำนวน 100 มิลลลิ ติ ร

9. น้ำเปล่า จำนวน 6 ลิตร

โรงเรียนบา้ นแกง่ โตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 17

3.2 อปุ กรณ์

1. เคร่ืองปนั่ จำนวน 1 เคร่ือง

2. ทพั พี จำนวน 1 ดา้ ม

3. ชอ้ น จำนวน 1 คัน

4. มีด จำนวน 3 ด้าม

5. เขียง จำนวน 1 อัน

6. ชามขนาดใหญ่ เลก็ คละกนั จำนวน 8 ใบ

7. ผ้าขาวบางสำหรับกรอง จำนวน 1 ผนื

8. เหยือกใสน่ ำ้ จำนวน 2 ใบ

9. ครกหนิ จำนวน 1 ใบ

10. ถ้วยตวง จำนวน 1 ใบ

11. ถาดวางของ จำนวน 4 ถาด

วิธกี ารดำเนินการ

เตรียมล้างใบน้อยหน่า: ใบสะเดา : ใบข้เี หล็ก : ใบยอ : ดอกอัญชนั : มะกรดู : ยาสบู (ยาเสน้ )

และนำ้ มันมะกอก

1) เลอื กใบแก่กำลงั ดขี องสมนุ ไพรต่างๆมนี ้อยหน่า 450 กรัม, ยาสบู (ยาเสน้ ) 125 กรัม,

ใบสะเดา 200 กรมั ใบขี้เหลก็ 300 กรมั , ใบยอ 200 กรมั , มะกรูด 500 กรมั , ดอกอัญชนั 20 กรัม,

นำ้ มันมะกอก 100 มล.

2) นำน้ำจำนวน 6 ลติ ร เทใสย่ าสูบ (ยาเส้น)ในชามจนท่วม เพือ่ เตรยี มเป็นนำผสมในการปั่น

3) นำสมุนไพรใบน้อยหน่า ใบสะเดา ใบขเ้ี หล็ก ใบยอ ดอกอัญชนั ล้างใหส้ ะอาดแล้วห่นั เป็น

ช้นิ ขนาดเล็ก นำไปปน่ั ใหล้ ะเอยี ด เติมนำ้ ท่ีใช้แช่ยายเส้นเลก็ น้อยเพื่อให้ป่นั ละเอยี ด

4) ซอยมะกรูดเอาแตผ่ วิ แลว้ นำมาตำให้หอมผวิ มะกรดู แตกน้ำมนั นำไปปนั่ ซ้ำอีกครัง้ ให้

ละเอียด

5) นำสมนุ ไพรทปี่ ่ันทั้งหมดมาผสมรวมจนเขา้ กันดี ใสน่ ำ้ มันมะกอกลงไปคนใหเ้ ข้ากนั แลว้

นำไปกรองดว้ ยผ้าขาวบาง

6) นำสมนุ ไพรทีก่ รองเอาเฉพาะน้ำบรรจลุ งในขวดขนาดต่างๆ และนำกากใบบรรจลุ งใน

กระปุกเพ่ือใชห้ มกั ผม (เวลาหมกั ผมใหผ้ สมน้ำสมุนไพรหมักจนเปียกชุม่ )

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 18

หมายเหตุ ในการกรองน้ำยาสมุนไพรออกควรบบี เพียงเล็กนอ้ ย เพราะในการกำจัดเหาคร้งั แรก ควร
ใชว้ ธิ หี มักผมโดยใช้กากใบท่ีปั่นรวมกนั

ขัน้ ตอนการใช้แชมพูสมนุ ไพรกำจัดเหา
1) ทำความสะอาดเส้นผมโดยการสระด้วยน้ำสะอาด
2) เชด็ ผมใหห้ มาดแลว้ นำสมุนไพรท่ีผสมไว้มาหมักท้งิ ไว้เป็นเวลา 40 นาที แล้วล้างออก
3) เช็ดผมให้แห้งแลว้ ใช้หวีสางเหาเพ่อื สางตัวเหาทีต่ ายแลว้ ออกมา
4) หลังจากหมกั สมุนไพรแล้ว 1 – 2 วนั สามารถทำซ้ำได้โดยนำแชมพูสมุนไพรทก่ี รองนำ้ ใส่
ขวดไวม้ าสระซ้ำอีก 2 – 3 คร้ัง เหาจะหมดไป

4. ระยะที่ 4 ระยะติดตามผล โดยจะมกี ารติดตามผลหลงั จากการใช้แชมพูสมนุ ไพรกำจัดเหาและ
สำรวจความพึงพอใจต่อการใช้

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565

บทท่ี 4
ผลการดำเนนิ งาน

การทำโครงงานสุขภาพ เรื่อง แชมพูสมนุ ไพรกำจดั เหา SABY HAIR
มีจดุ มงุ่ หมายเพ่ือ

1. เพอื่ กำจัดเหาใหก้ ับนกั เรียนโรงเรียนบ้านแกง่ โตน โดยใชส้ มนุ ไพรในท้องถ่นิ เช่น ใบน้อยหนา่
ยาสบู (ยาเส้น) ใบสะเดา ใบ ขี้เหล็ก ใบยอ ดอกอัญชัน และมะกรดู

2. เพอื่ ผลติ แชมพูสมุนไพรกำจัดเหาจากสมุนไพรในทอ้ งถ่ิน และนำความรทู้ ่ีได้ขยายผลการ
ดำเนินงานสู่ชมุ ชน

โดยมผี ลการดำเนนิ งานดังนี้
1. ระยะท่ี 1 จากการสำรวจกลมุ่ เปา้ หมายในการแกป้ ัญหาและดำเนนิ งาน แบ่งกลุ่มเป้าหมาย

เป็น 2 กลุ่ม ไดแ้ ก่ 1) กลุ่มภายในโรงเรียนเปน็ นักเรียนโรงเรยี นบา้ นแกง่ โตนที่เปน็ เหา จำนวน 31 คน
2) กลมุ่ นอกโรงเรยี น ประกอบดว้ ยศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบา้ นแก่งโตนและผู้ปกครองท่ี

ติดเหาจากนกั เรียน จำนวน 25 คน
2. ระยะท่ี 2 การศกึ ษาและคน้ ควา้ หาขอ้ มลู
นกั เรียนผู้รบั ผิดชอบโครงงานได้สืบค้นข้อมูล อนิ เตอร์เนต็ หอ้ งสมดุ พบวา่ มีการใชใ้ บน้อยหน่า

ใบสะเดา ใบยอ ใบข้เี หล็ก ในการกำจดั เหาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ
การสอบถามจากปราชญ์ชาวบา้ นในชมุ ชน โดยได้สอบถามขอ้ มูลจากคุณยายสวย แก้วเพียร ท่ี

เคยไดใ้ ช้ใบยาสบู หรอื ยาเส้นกำจัดเหาให้กับหลาน เนอื่ งจากในจังหวดั เพชรบูรณ์มีการปลกู ยาสูบเปน็
จำนวนมาก จงึ เปน็ ภมู ิปัญญาท้องถ่ินทีส่ ืบทอดกันมาแตโ่ บราณ

3. ระยะที่ 3 เตรียมวัสดุ อุปกรณใ์ นและการดำเนนิ การ
4. ระยะที่ 4 ระยะตดิ ตามผล โดยจะมกี ารตดิ ตามผลหลังจากการใช้แชมพูสมุนไพรกำจัดเหา
และสำรวจความพึงพอใจต่อการใช้
โดยในครง้ั ที่ 1 ใชว้ ิธีการหมกั ผมดว้ ยสมนุ ไพรที่นำมาปน่ั ละเอียด หมกั ท้ิงไวเ้ ปน็ เวลา 40 นาที แลว้
ล้างออก จากการหวดี ้วยหวสี างเหาพบวา่ ตวั เหาท่ีร่วงลงมาไดต้ ายทุกตัว หลังจากน้ันได้น้ำแชมพูที่กรอง
เอากากใบสมุนไพรออกแล้วแจกใหก้ ับนักเรียนที่เป็นเหา เพ่ือนำไปใชต้ อ่ ท่ีบ้าน หลงั จากท่ีไดห้ มักผมครัง้
แรกแลว้ โดยใช้ตอ่ เนื่องกัน 2 – 3 คร้งั เหาจะหมดไป
2. แชมพสู มนุ ไพรกำจัดเหาสามารถขยายผลการดำเนินงานสู่ชุมชน โดยมอบแชมพสู มุนไพร
กำจัดเหาใหก้ ับศนู ย์พฒั นาเด็กเลก็ บา้ นแก่งโตน เพ่ือใช้ในการกำจดั เหาให้กบั นักเรยี น และแจกจา่ ย

โรงเรียนบา้ นแกง่ โตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 20

ใหก้ บั ผู้ปกครองนักเรียนในชมุ ชนท่ีสนใจและต้องการกำจัดเหา รวมไปถงึ การแนะนำวธิ ีการนำสมนุ ไพร
มาใชก้ ำจัดเหาได้ดว้ ยตนเองใหก้ บั ผูป้ กครอง เพ่ือการป้องกันและแก้ไขปัญหาอยา่ งย่งั ยืน

ตารางที่ 1 แสดงการวิเคราะห์ข้อมลู

จาก แบบประเมินความพึงพอใจในการใชแ้ ชมพูสมุนไพรกำจดั เหา โรงเรยี นบ้านแก่งโตน

ชว่ ง จำน คณุ ภาพของแชมพู คณุ ภาพกลิ่นของ ความสะดวกในการใช้ การนำไปใชป้ ระโยชน์ เกิดประโยชน์
อายุ เพศ วน แชมพู ตอ่ ชุมชน

(คน) 5 4 3 21 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1 5 4 3 2 1

ชาย -

หญงิ 27 24 3 20 5 2 20 7 25 2 25 2
3 – 10 -

ชาย

11 -15 หญิง 21 18 3 18 3 17 4 20 1 20 1
ชาย -
22
16 -20 หญงิ 4 31 22 31 31
ชาย - 1

21- 25 หญงิ 1 21 11 1 1
ชาย - 47 9
3 21 21 21 21
25 ปี 56 4.83 44 10 2 42 14 51 5 51 5
ขึน้ ไป หญิง ระดบั มาก
รวมทั้งหมด 4.75 4.75 4.91 4.91
4.83 ระดับมาก ระดบั มาก ระดับมาก ระดับมาก
คา่ เฉลีย่ รายขอ้ ระดับมาก
แปลผล
แปลผล

คา่ เฉลี่ยรวม

จากตารางวิเคราะห์ข้อมลู พบวา่ ผ้ใู ชแ้ ชมพูมีความพงึ พอใจ ในภาพรวม คา่ เฉล่ยี รวมเท่ากับ
4.83 อยใู่ นระดบั มาก มคี วามพงึ พอใจในคุณภาพของแชมพู คา่ เฉล่ียเท่ากบั 4.83 อยูใ่ นระดบั มาก
คณุ ภาพกล่นิ ของแชมพู คา่ เฉลี่ยเท่ากับ 4.75 อยใู่ นระดับมาก ความสะดวกในการใช้ คา่ เฉลย่ี เทา่ กับ
4.75 อย่ใู นระดบั มาก การนำไปใช้ประโยชน์ ค่าเฉลย่ี เท่ากับ 4.91 อยู่ในระดบั มาก และเกิดประโยชน์
ตอ่ ชุมชน คา่ เฉลีย่ เทา่ กับ 4.91 อยู่ในระดบั มาก
หมายเหตุ 1. การหาคา่ เฉลี่ยคะแนนความพึงพอใจแล้วเทยี บเกณฑ์ ดงั นี้ (เชาว์ อินใย. 2541 : 221)

2. ผู้ใช้ทีอ่ ายุ 3 – 7 ปี ใช้วธิ ีตอบแบบสอบถามโดยการให้ผ้ปู กครองอ่านข้อความให้ฟงั

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565

บทที่ 5
สรุปและอภปิ รายผลการดำเนินการ

การทำโครงงานสุขภาพ เร่ือง แชมพสู มนุ ไพรกำจัดเหา SABY HAIR
มจี ดุ มงุ่ หมายเพ่ือ

1. เพอ่ื กำจัดเหาใหก้ ับนักเรยี นโรงเรียนบา้ นแก่งโตน โดยใช้สมุนไพรในท้องถน่ิ เชน่ ใบน้อยหน่า
ยาสูบ (ยาเส้น) ใบสะเดา ใบ ข้เี หลก็ ใบยอ ดอกอญั ชัน และมะกรดู

2. เพื่อผลิตแชมพสู มุนไพรกำจัดเหาจากสมนุ ไพรในทอ้ งถ่ิน และนำความรูท้ ี่ได้ขยายผลการ
ดำเนนิ งานสชู่ มุ ชน

สรปุ ผลการดำเนินงาน

จากการดำเนนิ งานสรุปไดว้ า่
1. สมนุ ไพรในท้องถ่ิน ไดแ้ ก่ ใบน้อยหน่า ยาสบู (ยาเส้น) ใบสะเดา ใบ ขี้เหล็ก ใบยอ อญั ชัน
และมะกรูด สามารถนำมาใช้กำจัดเหาได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ ร้อยละ 80 ของนกั เรยี นท่ีเปน็ เหา ไดร้ บั
การกำจดั และเหาหายไปหลังจากใช้แชมพสู มุนไพรกำจัดเหาอยา่ งต่อเน่ือง 2 – 3 คร้ัง
2. ชุมชนมสี ว่ นร่วมในการสง่ เสรมิ การใชผ้ ลติ ภัณฑ์ และผู้ปกครองมสี ว่ นรว่ มในการดูแล

สุขภาพนักเรยี น
ผลจากการสำรวจความพึงพอใจของผู้ที่ใชแ้ ชมพสู มุนไพรกำจดั เหา พบวา่ ผ้ใู ช้แชมพูมีความพึง
พอใจ ในภาพรวม ค่าเฉลี่ยรวมเทา่ กบั 4.83 อย่ใู นระดับมาก มีความพึงพอใจในคุณภาพของแชมพู
คา่ เฉล่ียเทา่ กับ 4.83 อยู่ในระดบั มาก คุณภาพกลนิ่ ของแชมพู ค่าเฉล่ยี เท่ากับ 4.75 อยูใ่ นระดบั มาก
ความสะดวกในการใช้ คา่ เฉลย่ี เท่ากบั 4.75 อยใู่ นระดับมาก การนำไปใช้ประโยชน์ คา่ เฉลี่ยเท่ากบั
4.91 อยูใ่ นระดบั มาก และเกดิ ประโยชนต์ อ่ ชุมชน ค่าเฉลี่ยเท่ากบั 4.91 อยใู่ นระดบั มาก

อภิปรายผลการดำเนนิ งาน

1. การผลติ แชมพูสระผมสมนุ ไพรกำจดั เหาน้เี ป็นการนำสมนุ ไพรใบน้อยหน่า ใบสะเดา ใบยอ
ขีเ้ หล็ก และยาสูบ (ยาเส้น) จากใบแก่ซึ่งมสี รรพคุณในการฆา่ เหาได้ดี มาเป็นสว่ นผสมในการผลติ
แชมพสู ระผม มสี รรพคุณในการกำจัด เห็บ หมดั เหา และอกี ทั้งอัญชัน มะกรูด และน้ำมนั มะกอกทำให้
ผมนมิ่ จัดทรงงา่ ยตัวยาไม่กัดหนังศรี ษะ และไมก่ ่อให้เกดิ อาการแพ้ โดยนำใบสมนุ ไพรทแ่ี ก่นำมาผสมนำ้
สะอาดป่นั ใหล้ ะเอียดกรองด้วย ผ้าขาวบางไปผสม ในการทำโครงงานน้ีความมงุ่ หมายเพ่ือผลิตแชมพู

โรงเรียนบา้ นแกง่ โตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 22

สระผมสมุนไพรกำจัดเหา เพื่อนำไปกำจัดเหาให้กบั เด็กในวัยเรียน เป็นแชมพูสระผมท่ผี ลติ จากพืช
สมุนไพรท่ีไมเ่ ปน็ อันตรายต่อสขุ ภาพ เมอื่ สระผมต่อเนือ่ งไปเปน็ เวลาต่อเนื่อง 2 – 3 8 ครง้ั จะทำให้ไข่
เหาฝ่อ และตวั เหาตาย และไม่แสบหนังศีรษะรวมท้งั ทำให้เส้นผมสุขภาพดีน่ิม ลน่ื จดั ทรงง่าย

2. การผลการดำเนนิ โครงงานแชมพสู มนุ ไพรกำจัดเหา สามารถนำผลติ ภณั ฑ์ท่ีได้ไปสู่การ
เผยแพร่ในศนู ย์พัฒนาเด็กเล็ก ชุมชน เพือ่ แก้ไขปัญหาการเปน็ เหาได้ในครวั เรอื นของนักเรียน

ประโยชนไ์ ด้รับจากโครงงาน

1. ได้วิธกี ารทำสมุนไพรกำจดั เหาทีม่ ีประสิทธภิ าพ ใช้งานไดจ้ ริง
2. ได้นำความรู้จากชั้นเรยี นและภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ มาใช้ในการทำโครงงาน และเป็นการดูแล
สุขภาพนักเรียนตามแผนงานอนามยั ของโรงเรยี น
3. แนวคิดจากการทำโครงงานเพอื่ สุขภาพสามารถนำความรู้สู่การพฒั นาผลิตภณั ฑ์แชมพู
สมุนไพรกำจัดเหา SABY HAIR

ข้อเสนอแนะ

1. ขอ้ เสนอแนะจากการทำโครงงานเพอ่ื สขุ ภาพ
1.1 การเลือกสมุนไพรท่นี ำมาทำแชมพูสมนุ ไพรทแ่ี กจ่ ัด
1.2 ถา้ ตอ้ งการปรมิ าณของแชมพูมากขน้ึ ควรเพิ่มอัตราส่วนตามความเหมาะสม

2. ข้อเสนอแนะเพ่อื การพฒั นา
2.1 จากการศึกษาสมนุ ไพรท่มี ีสรรพคณุ ในการกำจดั แมลงสามารถนำมาเป็นส่วนผสมใน

แชมพูกำจัดเหาได้
2.2 จากการผลติ แชมพูสมุนไพรกำจดั เหาไมส่ ามารถเกบ็ ไว้ไดน้ านจึงควรมกี ารศกึ ษา

กระบวนการเพื่อเกบ็ รักษาเพื่อเปน็ การพฒั นาผลติ ภณั ฑต์ ่อไป
2.3 ออกแบบบรรจุภัณฑ์ที่สวยงามให้น่าสนใจจะทำใหส้ ามารถดึงดูดความน่าสนใจ

ทำใหผ้ ลิตภณั ฑ์มีคุณภาพและความนา่ เชอ่ื ถือ

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 23

บรรณานุกรม

คณะกรรมการแห่งชาตดิ ้านยา. บัญชยี าจากสมุนไพร พ.ศ. 2549. พิมพค์ รั้งท่ี 2. โรงพิมพ์ชุมนุม-
สหกรณก์ ารเกษตรแห่งประเทศไทย:กรุงเทพมหานคร, 2551.

คมู่ อื สมนุ ไพรน่าใช้ เลม่ 1 โครงการสมุนไพรเพื่อการพ่ึงตนเอง มลู นธิ สิ ุขภาพไทย.
เขา้ ถงึ ไดจ้ าก http://www.thaihof.org/กำจัดเหาด้วยสมุนไพร

วิกพิ เี ดีย สารานกุ รมเสรี. เขา้ ถึงไดจ้ าก https://th.wikipedia.org/wiki/ยอ.
สืบค้นวนั ท่ี 25 มกราคม 2565.

วกิ ิพีเดยี สารานกุ รมเสรี. เขา้ ถงึ ได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/น้อยหนา่ .
สืบคน้ วนั ที่ 25 มกราคม 2565.

วกิ พิ ีเดยี สารานกุ รมเสรี. เขา้ ถึงไดจ้ าก https://th.wikipedia.org/wiki/ข้เี หล็ก.
สบื คน้ วนั ที่ 25 มกราคม 2565.

วกิ พิ ีเดีย สารานุกรมเสรี. เข้าถงึ ไดจ้ าก https://th.wikipedia.org/wiki/สะเดา.
สบื ค้นวนั ท่ี 25 มกราคม 2565.

วกิ พิ เี ดยี สารานกุ รมเสรี. เขา้ ถึงได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/ยาสบู .
สบื ค้นวนั ที่ 25 มกราคม 2565.

วกิ พิ เี ดีย สารานุกรมเสรี. เขา้ ถึงได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/มะกอก.
สบื ค้นวันท่ี 25 มกราคม 2565.

วกิ พิ เี ดยี สารานุกรมเสรี. เข้าถึงไดจ้ าก https://th.wikipedia.org/wiki/อญั ชัน.
สืบค้นวนั ท่ี 25 มกราคม 2565.

วกิ พิ ีเดีย สารานกุ รมเสรี. เข้าถงึ ได้จาก https://th.wikipedia.org/wiki/มะกรูด.
สืบค้นวนั ท่ี 25 มกราคม 2565.

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 24

ภาคผนวก

ชมคลิปวีดีโอขน้ั ตอนการทำแชมพูสมนุ ไพรกำจัดเหา

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 25

ภาพท่ี 1 การสอบถามข้อมูลการใชใ้ บยาสบู กำจดั เหาจากคุณยายสวย แกว้ เพียร

ภาพท่ี 2 การเตรยี มวัสดุอปุ กรณ์
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 26

ภาพท่ี 3 ใบยอ
ภาพท่ี 4 ใบน้อยหน่า

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 27

ภาพท่ี 5 ขีเ้ หล็ก
ภาพท่ี 6 สะเดา

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 28

ภาพท่ี 7 ยาสบู (ยาเส้น)

ภาพที่ 8 มะกรูด
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 29

ภาพท่ี 9 อญั ชนั

ภาพที่ 10 นำ้ มันมะกอก
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 30

ภาพท่ี 11 นำสมนุ ไพรมาช่ังน้ำหนกั ตามปรมิ าณท่ีกำหนด

ภาพท่ี 12 การล้างทำความสะอาดสมนุ ไพร
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 31

ภาพที่ 13 ใชน้ ำ้ สะอาดแช่ยาสูบ (ยาเส้น)
ภาพที่ 14 การหนั่ วัสดุเพอื่ เตรยี มป่ัน
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 32

ภาพที่ 15 หนั่ เฉพาะผวิ ของมะกรดู เพอื่ นำไปโขลก

ภาพท่ี 16 โขลกผวิ มะกรูดเพื่อใหน้ ำ้ มันออกมาได้เต็มท่ี
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 33

ภาพท่ี 17 นำใบสมุนไพรทีเ่ ตรียมไวม้ าป่ันทีละชนิดโดยผสมกบั นำ้ แช่ยาสบู (ยาเสน้ )
ภาพที่ 18 ภาพสมุนไพรแตล่ ะชนดิ ที่ปัน่ เรียบร้อยแลว้
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 34

ภาพที่ 18 ภาพสมนุ ไพรแต่ละชนิดทป่ี นั่ เรียบรอ้ ยแลว้

ภาพท่ี 19 สมนุ ไพรท่ีปนั่ และโขลกแลว้ มาผสมรวมกนั พรอ้ มกับนำ้ มันมะกอกท่ีเตรยี มไว้

ภาพท่ี 20 คนสว่ นผสมให้เปน็ เนื้อเดยี วกนั
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 35

ภาพท่ี 21 นำสมุนไพรทรี่ วมกันมารองดว้ ยผา้ ขาวบาง
ภาพท่ี 22 บบี พอหมาดเอาสว่ นที่เป็นน้ำยาสมุนไพร

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 36

ภาพท่ี 23 ภาพนำน้ำยาสมนุ ไพรทไี่ ด้กรอกลงในขวดทเี่ ตรยี มไว้

ภาพที่ 24 ภาพการนำกากท่ีกรองแลว้ เก็บไว้ใชเ้ ปน็ สมุนไพรหมกั ผมเพื่อกำจดั เหา
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 37

ภาพท่ี 25 ภาพการนำสมนุ ไพรกำจดั เหามาหมักไว้บนหนงั ศรีษะ

ภาพที่ 26 ภาพการคลมุ ผมเพื่อหมักสมุนไพรกำจัดเหาทิ้งไว้เปน็ เวลา 40 นาที
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 38

ภาพที่ 27 ผู้ปกครองพานักเรียนมาหมักผมด้วยสมุนไพรเพ่ือกำจดั เหา

ภาพที่ 28 ผู้ปกครองพานักเรียนมาหมักผมดว้ ยสมนุ ไพรเพื่อกำจดั เหา
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 39

ภาพท่ี 29 กจิ กรรมกำจัดเหาให้กับนักเรยี นโรงเรียนบา้ นแก่งโตน

ภาพท่ี 30 แจกแชมพูกำจัดเหาให้กับนกั เรยี นโรงเรียนบ้านแก่งโตนเพื่อนำไปใช้ตอ่ ที่บา้ น
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 40

ภาพท่ี 31 ผู้ปกครองนักเรยี นจากศูนย์พฒั นาเดก็ เล็กมาขอรับสมุนไพรหมักผม
และแชมพูสมุนไพรกำจัดเหา

ภาพที่ 32 ผ้ปู กครองนักเรียนขอรบั สมนุ ไพรหมกั ผมและแชมพสู มุนไพรกำจดั เหา
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 41

ภาพท่ี 33 นำสมนุ ไพรหมกั ผมและแชมพูสมุนไพรกำจดั เหา
มอบให้กับคณะครูศูนย์พฒั นาเด็กเลก็ บา้ นแก่งโตน

ภาพที่ 34 ภาพผลติ ภัณฑ์แชมพสู มนุ ไพรกำจัดเหา
โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบูรณ์ เขต 2

ผลงานนวตั กรรมโครงงานสุขภาพนกั เรียน ประจาปี 2565 42

ภาพท่ี 35 ภาพผลติ ภณั ฑแ์ ชมพสู มุนไพรกำจดั เหา
ภาพท่ี 36 ภาพนักเรยี นผู้จัดทำโครงงานและครูที่ปรกึ ษาโครงงาน

โรงเรียนบา้ นแก่งโตน สพป.เพชรบรู ณ์ เขต 2


Click to View FlipBook Version