ปกระโดกยจั
หนงั สอื เล่มนี้เป็นสว่ นหนึ่งของการจัดการเรียนการสอนศิลปะ สำหรบั นกั เรียน
ช้ันประถมศึกษาปีที่ 5 โดยมีจดุ ประสงคเ์ พือ่ ศกึ ษาความรทู้ ี่ไดจ้ ากการวาดภาพ
การจัดองค์ประกอบ ประกอบไปดว้ ย การจัดองคป์ ระกอบ หลกั การจัดองค์ประกอบ
เอกภาพ ความสมดุล จุดสนใจหรอื การเน้น ความกลมกลืน ความขดั แย้ง ยงั มี
กจิ กรรมจัดวางรูปรา่ ง และแบบทดสอบ
ผู้จัดทำไดเ้ ลอื กทำหัวขอ้ นี้มาทำเปน็ หนงั สือศิลปะสำหรับเด็กประถมศกึ ษาปีท่ี 5
เน่ืองจากเป็นเรื่องทีน่ า่ สนใจ เป็นประโยชน์ต่อตนเองไดใ้ นอนาคต ผู้จัดทำหวังว่าหนงั สือ
เลม่ นี้จะใหค้ วามรู้ และเปน็ ประโยชนแ์ กผ่ ู้ทีอ่ ่านทุก ๆ ท่าน
เรือ่ ง หน้า
การจดั องค์ประกอบ 1
หลกั การจดั องคป์ ระกอบ 3
เอกภาพ 3
ความสมดุล 6
จุดสนใจหรอื การเนน้ 10
ความกลมกลืน 18
ความขดั แยง้ 22
กจิ กรรมที่ 1 ศลิ ปะจัดวาง 28
กิจกรรมที่ 2 จดั วางรูปรา่ ง 30
แบบทดสอบ 33
การจัดองค์ประกอบ
คืออะไรกนั นะ
การนำเอาทัศนธาตุ ได้แก่
จุด เสน้ รูปรา่ ง รูปทรง พ้นื ท่ีว่าง สี พ้ืนผวิ
.. มาจดั ประกอบเขา้ ดว้ ยกนั จนเกิดความพอดี เหมาะสม ..
ทำใหง้ านศิลปะช้นิ นั้นมคี ุณค่าอย่างสูงสดุ ประกอบด้วยหลักเกณฑต์ ่อไปนี้
หลกั การจดั องค์ประกอบ
มีอะไรบ้างนะ
1. เอกภาพ(Unity)
การรวมกล่มุ กอ้ น ไม่แตกแยกกระจดั กระจายไปคนละทิศทาง
จนทำให้ขาดความ สมั พันธ์กนั ในทางทศั นศลิ ป์เอกภาพยงั เปน็ ส่วนท่ี
แสดงให้เห็นถงึ เน้อื หาเรือ่ งราวทีต่ ้อง การแสดงอย่างชัดเจนดว้ ย
2. ความสมดุล
(Balance)
.. นา้ หนกั ท่เี ทา่ กันขององค์ประกอบ ไมเ่ อนเอยี งไปข้างใดข้างหน่งึ ..
ดุลยภาพแบบสมมาตร
(ความสมดุลแบบซ้ายขวาเหมือนกนั )
.. เปน็ การวางรูปทั้งสองขา้ งของแกนสมดลุ เปน็ การสมดุลแบบธรรมชาติ ..
ลกั ษณะแบบน้ีใน ทางศลิ ปะมีใช้น้อย สว่ นมากจะใช้ในลวดลายตกแต่ง
ในงานสถาปัตยกรรมบางแบบ หรือ ในงานทตี่ อ้ งการดลุ ยภาพทน่ี ง่ิ และมนั่ คงจรงิ ๆ
ดุลยภาพแบบอสมมาตร
(ความสมดุลแบบซ้ายขวาไมเ่ หมือนกัน)
.. เป็นการสมดลุ ที่เกดิ จาการจดั ใหมข่ องมนษุ ย์ ..
มลี กั ษณะท่ที างซา้ ยและขวาจะไมเ่ หมือนกัน ใชอ้ งค์ประกอบท่ไี ม่เหมอื นกนั
แตม่ ีความสมดุลกนั อาจเปน็ ความสมดุลดว้ ย น้าหนักขององคป์ ระกอบ หรือความร้สู กึ
3. จุดสนใจหรือการเน้น
(Emphasis)
เปน็ จดุ ท่ีดงึ ดูดความสนใจให้มอง ในทางทศั นศลิ ป์จุดสนใจควรมเี พียงจดุ เดียว
ซง่ึ อาจเป็นสว่ นท่ีแสดงความสำคัญหรอื มีสสี นั สดใสทส่ี ุด
นอกจากน้ันยงั เนน้ ให้เกดิ จดุ สนใจดว้ ยการสรา้ งความแตกตา่ งขนึ้ ในภาพ
จดุ สนใจไม่จำเป็นจะต้องอยูจ่ ดุ กึง่ กลางเสมอไป อาจอย่สู ่วนใดสว่ นหนง่ึ ของภาพกไ็ ด้
วิธกี าจรเุดนน้เดน่
1. เนน้ ดว้ ยรูปร่าง รูปทรง
หรอื ขนาด
เปน็ การนำรปู ร่างรปู ทรงทมี ีลักษณะแตกต่างกันมาจัดรวมกัน
จะทำใหเ้ กิดความเดน่ ชดั ขน้ึ ในรูปทรงทีต่ อ้ งการเน้น
หรือใช้ขนาดทแี่ ตกต่างกัน ขนาดทีใ่ หญ่กว่า ยอ่ มเหน็ ไดง้ ่ายและเด่นชดั กว่าขนาดเลก็
2.เนน้ ด้วยสี เป็นการใช้สีตา่ งวรรณะกนั
จะช่วยเน้นภาพซึ่งกนั และกัน
เช่นภาพท่มี สี ีวรรณะเยน็ สามารถใชส้ ีวรรณะอนุ่ เขา้ ไปชว่ ยเนน้
เพ่อื ใหเ้ กดิ ความขัดแย้งจะทำให้เกิดจุดเด่น
แต่ต้องให้วรรณะหนง่ึ มีปรมิ าณมากกว่าอีกวรรณะหนง่ึ เป็นต้น
3. เนน้ ด้วยเสน้
เปน็ การนำ เสน้ มาช่วยเน้นให้ภาพเกิดความเด่นชัดข้ึน
เชน่ การตัดเส้นเนน้ ภาพในงานจิตรกรรมไทย
การใช้เส้นนำพาสายตาไปยงั จดุ เด่นของภาพ
เชน่ การเขียนภาพทวิ ทศั น์มเี ส้นของถนน ลำนา้ นำพาไปส่จู ดุ เดน่
4. ความกลมกลนื
(Harmony)
เปน็ สง่ิ ที่สำคญั ท่ีสุดของการจดั องค์ประกอบทางทัศนศลิ ป์
เพราะความกลมกลืนจะทำใหภ้ าพงดงาม และนำไปส่เู นอ้ื หาเรื่องราวท่นี ำเสนอ
เกดิ เปน็ การประสานเข้า กนั ไดอ้ ยา่ งสนทิ โดยไมม่ ีความขดั แย้ง
ทำใหผ้ ลงานการออกแบบ ทศั นศลิ ป์ มคี วามเป็นอันหน่ึงอันเดียวกัน หรอื ความมเี อกภาพ
แต่อยา่ งไรกต็ าม ความกลมกลนื ถา้ มมี ากเกินไป
ก็อาจจะทำให้ผลงานนน้ั อาจดนู ่าเบื่อได้ จงึ ตอ้ งมกี ารเพ่ิมการขดั แยง้ หรอื
ความแตกต่าง (Contrast) เข้าไปร่วมบ้างเพียงเล็กนอ้ ย กจ็ ะให้ผลทนี่ ่าสนใจขนึ้
ความกลมกลืนด้วยเสน้
เปน็ การนำเสน้ ลกั ษณะเดียวกัน ขนาดเดียวกนั ทศิ ทาง
เดียวกัน มาจัดใหม้ ีความกลมกลืนกนั
ความกลมกลืนดว้ ยขนาด
เป็นการนำองคป์ ระกอบขนาดเท่ากันหรือใกลเ้ คยี งกัน
มาจัดวางไว้รวมกัน
ความกลมกลืนด้วยสี
เป็นการเลอื กใช้สีในวรรณะเดียวกัน หรือใชส้ เี ดยี วเรยี กว่าสเี อกรงค์
หรือเปน็ การใช้สใี กลเ้ คยี งกนั มาจดั องคป์ ระกอบเข้าดว้ ยกนั
จะทำใหเ้ กดิ ความกลมกลนื ด้วยสี
5. ความขดั แย้ง
(Contrast)
การนำทัศนธาตมุ าจัดองคป์ ระกอบศิลปใ์ หเ้ กิดการตดั กัน หรือ ขดั แยง้ กนั
เพื่อลดความกลมกลนื ลงบ้าง เพราะบางทคี วามกลมกลืนท่มี ากไปอาจจะดูน่าเบอื่ หนา่ ย
ความขดั แยง้ ทีพ่ อเหมาะจะช่วยใหง้ านดูมชี ีวติ ชวี า นา่ สนใจ น่าต่ืนเต้น
ความขัดแย้งในงานศิลปะ ควรจัดองค์ประกอบศลิ ปใ์ ห้มีสดั สว่ นขัดแยง้ กันบา้ ง
ประมาณ 10-20 % ก็จะช่วยใหง้ านนน้ั เกิดคณุ ค่าความงามขึ้น
ความขัดแย้งของเส้น
เป็นการนำเส้นท่ีมลี กั ษณะตา่ งกนั
มาสรา้ งความขัดแยง้ ในงานศลิ ปะ
เชน่ การนำเส้นซกิ แซก กบั
เสน้ แนวนอนมาใชร้ ว่ มกันในงานออกแบบ
วธิ ใี ช้ความขดั แย้ง คือลดปริมาณเสน้ ชนดิ ใด
ชนดิ หนึ่งลงประมาณ 20% และอาจใช้
ทศั นธาตทุ างศลิ ปะอืน่ เข้าชว่ ยบา้ งเลก็ นอ้ ย
เพอื่ ความสวยงาม
ความขัดแย้งด้วยรูปร่าง รปู ทรง
เปน็ การนำรปู ร่าง รูปทรง
ท่มี ลี กั ษณะไมเ่ หมอื นกนั หรือลักษณะไม่ใกล้เคียงกนั มาจดั รวมกัน เชน่
การนำรปู รา่ งสี่เหลีย่ มกบั รูปรา่ งวงกลม มาจดั องค์ประกอบศิลป์ร่วมกนั จะเกดิ ความขดั แย้ง
แต่การขัดแยง้ มากเกนิ ไปจะดไู มส่ วยงาม การแกไ้ ขใหค้ วามขดั แยง้ นอ้ ยลงดว้ ย
การทำให้รูปร่าง รูปทรงนัน้ มีลกั ษณะใกลเ้ คยี งกัน
ความขดั แยง้ ด้วยขนาด
เปน็ การใช้ขนาดของรูปรา่ งรปู ทรงทีม่ ีขนาดใหญ่
และขนาดเลก็ แตกตา่ งกัน
จะทำใหเ้ กดิ ความขดั แย้ง
การแก้ไขจะต้องแก้ด้วยการเพิ่มขนาดให้ใกล้เคียงกนั
ความขดั แย้งดว้ ยทศิ ทาง
เปน็ การจดั วางให้ทิศทางของเสน้
รูปร่าง รปู ทรง แสงเงา
มีความขดั แยง้ กนั การแก้ไขจะตอ้ ง
ลดปรมิ าณความขดั แย้ง
ของทิศทางใหเ้ หลือน้อยลง
ความขัดแยง้ ด้วยสี
เปน็ การนำสีตรงกนั ข้ามหรอื สีตัดกันมาใช้ร่วมกัน เช่น สแี ดง ขดั แยง้ กับสีเขียว
การแกไ้ ขจะต้องลดปริมาณสีหน่งึ สใี ดลงใหเ้ หลือประมาณ 20% ของพื้นท่ที ้ังหมด
หรือใชส้ ขี าว สดี ำ ตดั ขั้นระหวา่ งสีทัง้ สอง และอาจใชว้ ิธีลดความเข้มของสีใดสีหน่งึ ลง
ดว้ ย สีขาว สดี ำ สเี ทา สีตรงขา้ ม
กิจกรรมที่ 1
ศิลปะจดั วาง
กิจกรรมที่ 2
จัดวางรูปร่าง
แบบทดสอบ
ข้นั ท่ี 2 การค้นพบปัญหา
นางสาวขนษิ ฐา แสงสาคร
รหสั นักศึกษา 614121504
กำลงั ศึกษาอยูท่ ี่ สาขาศิลปศกึ ษา
คณะมนษุ ยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภฏั เพชรบุรี
E-MAIL : [email protected]
THANK YOU