ประวตั ิความเปน็ มา
งิ้ว เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยราชวงศ์ซ้องประมาณปี ค.ศ.1179-1276 เป็นการแสดงที่มีบทพูดเป็น
โคลงกลอนสลับกบั การรอ้ ง ใช้เครื่องดดี สีตเี ปา่ เปน็ ดนตรีประกอบการแสดง ในยุคนั้นยังไม่มีรูปแบบใน
การแสดงที่ชัดเจน ใช้ผู้แสดงแค่ไม่กี่คน จึงมีการแสดงเป็นเรื่องสั้นๆ เพียงเท่านั้น
วิวัฒนาการของงิ้ว ยังคงเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาและมาเจริญรุ่งเรืองมากที่สุดในสมัยของเฉียนหลงฮ่องเต้
ประมาณปีค.ศ.1736-1796 ต่อมาในสมัยของพระนางซูสีไทเฮา ก็เป็นอีกยุคหนึ่งที่การแสดงงิ้วรุ่งเรือง
สดุ ขดี เชน่ กนั เพราะพระนางซูสีไทเฮาทรงโปรดปรานการแสดงงิ้วมาก ต่อมาในช่วงของราชวงศ์ชิงตอน
ปลาย จึงเร่ิมมีผู้นยิ มและอุปถมั ภค์ ณะง้ิวกันมากข้นึ การแสดงงว้ิ จึงไดร้ ับความนิยมอย่างแพร่หลายไปจน
ทัว่ ประเทศจีน
ลกั ษณะ
ความโดดเด่นของการแสดงงิว้ นั้น นอกจากลีลาการร่ายราและการเคลื่อนไหวของผู้
แสดงแล้ว เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายตลอดจนการแต่งหน้าก็เป็นส่วนสาคัญที่ทาให้มี
เอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างเช่นสีสันของการแต่งหน้าที่แตกต่างกันไป ก็จะบ่งบอกถึง
บคุ ลกิ และอุปนิสัยของตัวละครได้ อย่างเชน่ แต่งหน้าสีแดง จะมีความหมายไปในทาง
ที่ดี เป็นสัญลักษณ์ของผู้ซื่อสัตย์และกล้าหาญ การแต่งหน้าสีดามีความหมายเป็น
กลาง เป็นสัญลักษณ์ของผู้ห้าวหาญ ไม่เห็นแก่ตัวและเฉลียวฉลาด หากว่าแต่งหน้า
เป็นสีน้าเงิน ก็จะมีความหมายเป็นกลางเช่นเดียวกันและยังถือว่าเป็นสัญลักษณ์ของ
วีรบุรุษชาวบ้านอีกด้วย ส่วนการแต่งหน้าที่สีขาวและสีเหลือง มักจะมีความหมายไป
ทางลบ เป็นสัญลักษณข์ องผ้เู ห้ียมโหดและคดโกง
ประเภทของงิว้
ประเภทของงิว้ ท่ีแสดงสามารถแบ่งออกเปน็ 2 ประเภท คือ งิว้ หลวงกับ ง้ิวทอ้ งถ่นิ
งวื้ หลวงคอื งวิ้ ประจาชาตขิ องประเทศจีน มีวิวัฒนาการมาจากงิ้ว ที่เคยจัดแสดงใน
ราชสานักของจีนเรียกกันว่า จิงจวี่ หรือ กั๋วจวี้ ซึ่งจะเป็นงิ้วที่มีมาตรฐาน และเน้น
ความถูกต้องในศิลปะการแสดงของตัวละครทุกๆตัว ไม่ว่าจะเป็นลีลาการร่ายรา
ท่วงทานอง เสียงดนตรีประกอบเรื่อยไปจนถึงการแต่งกายและการแต่งหน้าของตัว
ละคร ซึ่งมาตรฐานดังกล่าวนี้เองที่เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงการแต่งกาย วัฒนธรรม
จารตี ประเพณดี ั้งเดิมของชาวจนี ในยคุ โบราณไดอ้ ยา่ งชัดเจน
งิ้วท้องถิ่น คืองิ้วที่เจริญขึ้นในมณฑลหรือเขตหนึ่งๆ โดยมีวิวัฒนาการจาก
การละเลน่ พ้ืนเมืองในท้องถิ่นนั้น เกิดขึ้นในแต่ละมณฑล....โดยจะไม่เคร่งครัดเรื่อง
การแตง่ กาย ภาษาท่รี อ้ งก็จะเปน็ ภาษาถ่ิน จึงมชี อ่ื เรียกตา่ งๆกันออกไป เช่น งิ้วแต้จิ๋ว
งว้ิ ฮกเก้ียน งิ้วกวางตุ้ง งิ้วไหหลา เป็นต้น แบบแผนของงิ้วท้องถิ่นจึงดูไม่เคร่งครัดสัก
เท่าไหรน่ ัก แตกต่างไปจากงิว้ หลวง
เทคนคิ การแสดง
แสดงตามทฤษฎีการเคลื่อนไหวทุกส่วนของร่างกาย มีจังหวะสง่างาม การ
เคลื่อนไหวของมือ เท้า การเดิน การเคลื่อนไหวของหนวดเครา ชายเสื้อ ขนนกท่ี
ประดับอยู่บนศีรษะจะคล้ายกับละครใบ้ ใช้สัญลักษณ์แทนความหมาย เช่น การยก
ทัพใช้คนถือธงเพียงคนเดียว เดินนาหน้าแม่ทัพ กิริยาอายของสตรีจะแสดงโดยการ
ยกแขนเส้ือมาบงั ใบหน้า และการแสดงว่ากาลังนอนกแ็ สดงโดยวางแขนไว้บนโต๊ะแล้ว
นอนหนนุ แขน เป็นตน้
เคร่อื งแต่งกาย
แต่งตามชุดประจาชาติ มีชุดจักรพรรดิ ชุดขุนนาง เครื่องทรงเสื้อเกราะ
มงกุฎจักรพรรดิ หมวกขุนนาง นักรบ รองเท้าเป็นรองเท้าผ้าพื้นเรียบ ผู้
แสดงแตง่ หน้าเองตามบทบาททแ่ี สดง
ตวั ละครงิว้
การแบง่ บทตวั ละครเป็น 4 ประเภทใหญ่
1. บทพระ
บทพระแบ่งได้เป็น พระเอกสงู วยั พระเอกบู๊ พระเอกหนมุ่ พระเอก
หนา้ แดง พระเอกเดก็
พระเอกสูงวัย 老生 (เหลา่ เซงิ lao3 sheng1)
คอื ตัวละครชายทีต่ ิดหนวดเครา เนน้ หนกั ท่กี ารร้องเปน็ หลัก สี
หนวดเคราแสดงถงึ อายุทีม่ ากข้นึ ตามลาดบั คือ ดา เทา และ ขาว
พระเอกหนุม่ (เสี่ยว เซงิ xiao3 sheng1) พระเอกหน้าแดง (หง เซงิ hong2 sheng1) พระเอกเดก็ (หวา ว่ะ เซิง wa2 wa sheng1)
คอื ตวั ละครชายที่รับบทชายหนุ่ม ไมต่ ิดหนวด
เครา แสดงถึงวัยเร่ิมแตกเนือ้ หนมุ่ แตย่ ังไมม่ ี หมายถงึ พระเอกที่มีใบหน้าสีแดง คือ บทกวนอู หมายถงึ บทเดก็ น้อย เชน่ นาจา ลกู ชาวบ้าน ฯลฯ
หนวดเครารงุ รงั
2. บทนางเอก บทนางแบง่ ไดเ้ ปน็ นางเอกหลกั นางเอกสาว นางเอกบู๊ หญงิ ชรา สาวใช้
นางเอกหลัก
เปน็ นางเอกทีเ่ พยี บพรอ้ มไปด้วยคุณสมบตั ติ าม
แบบทค่ี นโบราณกาหนด ตวั ละครทีร่ บั บทน้ี มี
ทง้ั ตัวละครทร่ี บั บทโศก และบทหญงิ สงู ศักด์ิ เนน้
การรอ้ งเป็นสาคญั
นางเอกสาว
ตวั ละครที่รับบทนี้ เน้นการร้องและการแสดงพรอ้ มกัน
บทน้ียังรวมไปถึงคนใชค้ นสนิทของนางเอก ทค่ี อยรบั
ใชต้ ิดตามตวั คณุ หนตู ลอดเวลา
นางเอกก่ึงบู๊
คอื ตวั ละครหญงิ กง่ึ บู๊ ไม่ได้เนน้ ที่การตอ่ สู้เท่ากับนางเอกบู๊
ในบทมักมกี ารขม่ี า้ ถืออาวุธ จึงไดช้ อ่ื ว่า เตา หม่า ต้นั
เตา แปลวา่ มดี ,หม่า แปลวา่ ม้า ,ตัน้ แปลว่า ตวั นาง
นางเอกบู๊ หญงิ ชรา สาวใช้
คอื ตวั ละครหญิงท่รี ับบทนกั รบหรือผมู้ วี ิทยายุทธ์ บทหญงิ ชรา มีท้งั บทบู๊และบุ๋น บทสาวใช้ ในทีน่ ้หี มายถงึ ตวั ตลก
เนน้ ทีบ่ ทบาทการตอ่ สู้ แบง่ ออกเป็น 2 ประเภท คือ หญิง สามารถจัดอยใู่ นบทตัวตลกกไ็ ด้เชน่ กนั
บแู๊ บบชุดรบ (มีธง) กบั บทู๊ ่วั ไป
3. บทหนา้ ลาย (ฮวา เหล่ียน hua1 lian3) 4. บทตลก (โฉว่ chou3) ชือ่ บ่งบอกหน้าทีอ่ ย่แู ล้ว
แบง่ ออกเปน็ บนุ๋ และบเู๊ ชน่ กัน
บู๊ บุ๋น บู๊ บุ๋น
บทหนา้ ลายคอื ตวั ละครทวี่ าดหน้าเป็นลวดลาย แตง่ หนา้ แบบ ไม่มีสันจมูก โดยใช้แป้งทาเป็นรูปทรงกลม สีขาวที่
ตา่ งๆ มีทง้ั ฝา่ ยดีและเลว แบ่งไดเ้ ป็น บุ๋นและบู๊ จมกู เหมือนตวั Joker ที่มจี มกู สแี ดง เสียงรอ้ งตลกงิ้ว จึงฟังคล้าย
บีบจมูก ทา่ ทางว่องไวหลกุ หลิก สว่ นใหญ่เปน็ บทอาซิ่ม กบั อาแปะ
ดนตรี และการขับร้อง ดนตรี และการขับรอ้ ง
เป็นส่วนประกอบที่สาคัญในการแสดงอุปรากรจีน ซึ่งเครื่องดนตรีประเภท
บุ๋นประกอบด้วยเครื่องดีด เครื่องสี ที่สาคัญ ได้แก่ ซอ ปักกิ่ง กีตาร์ทรงกลมคล้าย
พระจันทร์ แบนโจสามสาย ขลุ่ย ปี่ ออร์แกน แตรจีน ส่วนเครื่องดนตรีประเภทบู๊
ประกอบด้วยเครื่องดนตรีประเภทบู๊ ประกอบด้วยเครื่องดนตรี และเครื่องกระทบ
ได้แก่ กรับ กลองหนัง กลองเตี้ย กลองใหญ่ ฆ้องใหญ่ ฆ้องเล็ก ฆ้องชุด และฉาบ
ลกั ษณะการขบั รอ้ งนับว่าเป็นหัวใจสาคัญ เพราะผู้ชมต้องการฟังความไพเราะของ
การขับรอ้ งเพลงมากกวา่ การติดตามดเู พอื่ ให้ทราบเนือ้ ร้อง
เวที ฉาก และอปุ กรณ์ทใ่ี ช้ในการแสดง
สมยั โบราณเวทีมักสรา้ งดว้ ยอิฐ หนิ เรียกว่า "สวนน้าชา" หรือ "โรงน้าชา" เวที
ชั่วคราวสร้างด้วยไม้รูปสี่เหลี่ยม มีหลังคา ยึดด้วยเสา 4 ตัว พื้นเวทีปูด้วยเสื่อ
หรือพรม อุปกรณ์โต๊ะ 1 ตัว เก้าอี้ 2 ตัว ไม่มีม่านด้านหน้า อาวุธ เช่น ดาบ หอก
ธนู หลาว ทวน กระบอง ปจั จุบันพัฒนาตา่ งจากอดีตเป็นอยา่ งมาก
วิเคราะห์ สถานการณ์ปจั จุบันทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกบั เร่ืองงว้ิ
สมัยกอ่ น คณะง้วิ มีเปน็ ร้อยคน คนดมู เี ปน็ พัน ตอนน้ี นกั แสดงนอ้ ยลง คนดูมเี ป็นร้อย คนแสดงมีเปน็ สิบ
ใกลจ้ ะปิดมา่ นวา่ เพราะคนไทยดูงิ้วกันไมค่ อ่ ยเป็นแล้ว และทกุ วันนีอ้ ยูไ่ ดเ้ พราะเทศกาลของศาลเจ้า ...
ทาอยา่ งไรใหศ้ ิลปะเหลา่ นี้ยังคงอยู่ ?
กระทรวงวัฒนธรรมเห็นถึงปัญหานี้เช่นกัน จึงร่วมกับสมาคมอุปรากรจีน
ดาเนินโครงการถ่ายทอดศาสตร์การเล่นงิ้วให้กับคนรุ่นใหม่ เริ่มจากใน
ตา่ งจงั หวัด เปิดสอนตามโรงเรียนตา่ ง ๆ เปน็ ชน้ั เรยี นงิว้ 3 วนั ซึ่งได้รับผลตอบ
รับค่อนข้างดี และทาสื่อการเรียนรู้เพื่อให้เกิดความสนใจมากขึ้นเพื่ออนุรักษ์
สืบต่อไป
เนือ้ หา แหลง่ ทม่ี า...
รูปภาพต่างๆ
https://www.bloggang.com/viewdiary.php
https://www.bbc.com/thai/thailand-47249203
https://www.google.com/search?q=%E0%B8%89%E0%B8%B2
https://www.google.com/search?q=%E0%B9%80%E0%B8%84%E0
https://th-th.facebook.com/chinahistory01/posts/1926837047532919
https://www.google.com/search?q=%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B
T HANKU
จัดทาโดย
นางสาว โสรยา ดวงตะกั่ว 624501019
นางสาว จิราภรณ์ คมั ภีรพงษ์ 624501015
สาขาวิชาเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั มีเดีย