The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by beam.maliwan3, 2019-06-10 03:53:51

Unit 5

Unit 5

4) การป้องกัน
(1) ในคน สง่ิ ที่สาคัญทสี่ ุดในการปอ้ งกนั พยาธิปากขอ คือ สุขอนามัย ควรล้างมอื ทกุ ครั้ง

หลงั จากสัมผัสกับสัตว์ ดิน หรือสนามหญา้ การถ่ายพยาธสิ ตั ว์ทต่ี ดิ เชอื้ จะทาให้ลดการปนเป้อื นใน
สง่ิ แวดลอ้ มและโอกาสตดิ เชื้อสูค่ น

(2) ในสตั ว์ วิธกี ารป้องกนั ทีด่ ีทส่ี ุดคอื การกาจดั อจุ จาระจากสัตวท์ ันที ควรควบคมุ สตั ว์
เลยี้ งใหส้ มั ผัสกับดนิ ท่ีอาจมีพยาธใิ หน้ อ้ ยทสี่ ดุ ควรพาสตั ว์ไปพบสตั วแพทยเ์ พ่ือตรวจหาพยาธิและถ่ายพยาธิ
เปน็ ประจา โดยเฉพาะลูกสุนัข

13. โรคไข้หวดั นก (Avian Influenza)
1) สาเหตุ
โรคไข้หวัดนกเป็นโรคที่เกิดจากเช้ือไวรัส สามารถพบได้ในสัตว์ปีกท่ัวโลก สัตว์อาจแสดงอาการ

ป่วยตั้งแต่ระดับเล็กน้อยไปจนถึงรุนแรงมากข้ึนอยู่กับสายพันธ์ุ (strain) ของเช้ือ เชื้อไข้หวัดนกสายพันธ์ุท่ี
ทาให้เกิดโรครุนแรงท่ีสุด คือ ไขห้ วดั นกชนิดก่อโรครนุ แรง (Highly Pathogenic Avian Influenza, HPAI)
ซึง่ เป็นเช้ือไวรัสทม่ี ีโปรตีนทีผ่ ิวเซลล์ชนิด H5 หรอื H7 โดยส่วนใหญ่คนติดเชอ้ื จากการสัมผัสสัตวป์ ่วยอย่าง
ใกล้ชิด ปัจจุบันพบการระบาดของโรคนี้ในหลายประเทศ ทั้งในสหรัฐอเมริกา บางส่วนของเอเชีย ยุโรป
และแอฟรกิ า

2) การตดิ ตอ่
(1) ในคน คนติดโรคไขห้ วัดนกได้โดยส่วนใหญ่ท่ีพบเกิดจากการสัมผสั โดยตรงกบั ไก่ท่ี

ปว่ ยอยา่ งใกลช้ ิดมาก ทผ่ี า่ นมาเคยมีรายงานการติดต่อของโรคผ่านจากคนส่คู นแต่มโี อกาสเกดิ ข้นึ นอ้ ยมาก
(2) ในสัตว์ ในสัตว์ปีก ไข้หวัดนกติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับอุจจาระและสิ่งคัดหล่ัง

จากทางเดินหายใจ เชื้อไวรัสไข้หวัดนกสามารถมีชีวิตอยู่ในสิ่งแวดล้อมได้เป็นระยะเวลานาน และอาจ
แพร่กระจายไปกับส่ิงของต่างๆ ที่ปนเปื้อนเช้ือ เช่น รองเท้า เส้ือผ้า อุปกรณ์ในการเลี้ยง สัตว์เลี้ยงลูกด้วย
นมอาจรับเชือ้ ผา่ นการกินสตั วป์ ีกท่ตี ดิ เชอื้ ได้

โดยส่วนใหญ่แล้ว ไข้หวัดนกสามารถติดต่อได้ในสัตว์ปีกท้ังชนิดท่ีเป็นสัตว์ป่าและสัตว์เล้ียง นกน้า
สามารถติดเช้ือได้โดยไม่แสดงอาการป่วย ไก่มีความจะไวต่อโรคนี้มากและจะตายเป็นจานวนมาก เช้ือบาง
สายพันธุ์สามารถตดิ ตอ่ ส่สู ตั ว์เลี้ยงลกู ด้วยนม เชน่ สกุ ร แมว มา้ สุนขั และเฟอร์เรต็ ไดด้ ว้ ย

3) อาการ
(1) ในคน อาการท่ีพบในคน คือ เน้ือเย่ือรอบตาบวม เย่ือตาขาวอักเสบ มีอาการปว่ ย

คล้ายไข้หวดั ใหญ่ (มไี ข้ ปวดเมื่อยตามรา่ งกาย) บางรายพบว่าทาให้ตายได้ (พบน้อยมาก)
(2) ในสัตว์ ไก่ท่ีติดเชื้อไข้หวัดนกจะมีอาการซึม ขนยุ่ง และไม่กินอาหาร ถ่ายเหลวเป็น

น้าเร่ิมจากสีเขียวสดแล้วเปล่ียนเป็นสีขาว หงอนและเหนียงบวมและอาจมีสีคล้า อาจมีอาการบวมบริเวณ
รอบตาและคอ หรอื พบจุดเลอื ดออกจุดเล็กๆบริเวณขา การให้ไข่ลดลงและหยดุ ออกไขใ่ นท่ีสุด ในบางรายที่

เชอื้ แพร่เข้าสสู่ มอง จะทาให้มอี าการคอบดิ เดินเป็นวงกลมและเป็นอัมพาต สัตว์เลีย้ งลกู ดว้ ยนมที่ติดเชือ้ จะ
มไี ข้ ไอ หายใจลาบากและอาจตายได้

4) การปอ้ งกนั
(1) ในคน โรคไข้หวัดนกในคนพบได้น้อยมาก ควรทาการป้องกันโดยสวมเสื้อผ้าหรือ

อุปกรณ์ป้องกัน เช่น ผ้าปิดจมูก ถุงมือ แว่นตาเพ่ือป้องกันการติดเชื้อเม่ือต้องทางานกับสัตว์ปีก ล้างมือให้
สะอาดด้วยสบู่และน้าทุกคร้ังก่อนใช้มือสัมผัสตาหรือปากของตนเองหลังจากทางาน อาจให้ยาต้านไวรัส
หรือฉีดวัคซีนป้องกัน (ถ้ามี) ในช่วงท่ีมีการระบาด คนท่ีต้องทางานเกี่ยวข้องกับเช้ือไวรัสในห้องปฏิบัติการ
หรือการทาวัคซีนควรใช้ความระมดั ระวงั เปน็ พเิ ศษ

(2) ในสตั ว์ แยกไมใ่ หเ้ ป็ดไก่ท่เี ล้ียงสมั ผัสกบั นกปา่ โดยเฉพาะนกนา้ ใชม้ าตรการความ
ปลอดภยั ทางชีวภาพอย่างเข้มงวด เชน่ ทาความสะอาดและพน่ น้ายาฆ่าเชือ้ ภายในโรงเรือนเล้ียงสัตวป์ ีก
และอุปกรณ์ตา่ งๆ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ควบคุมหนูและแมลง

14. โรคไข้สมองอกั เสบ (West Nile Fever)
1) สาเหตุ
เกิดจากเช้ือไวรัสเวสต์ไนล์ ซึ่งทาให้สมองและเยื่อหุ้มสมองอักเสบ
2) การติดต่อ
(1) ในคน คนติดเชอื้ ได้จากการถกู ยงุ ที่เปน็ พาหะกัด พบว่ามีบางรายท่ีติดเชื้อจากการ

ถ่ายเลือด ปลกู ถ่ายอวัยวะ การให้นมลูกและจากแมส่ ู่ลกู ในชว่ งตั้งครรภ์
(2) ในสัตว์ เช้อื ไวรัสสามารถติดต่อได้โดยมยี ุงเป็นพาหะ ยุงไดร้ บั เชื้อจากการกนิ เลอื ดนก

ที่มีเชื้อไวรัสอยู่ในร่างกาย จากน้ันยุงที่มีเชื้อไวรัสจะสามารถแพร่เช้ือไปยังคนและสัตว์อื่นท่ีถูกยุงกัดได้ แต่
อาจจะไมท่ าให้คนหรือสัตว์ท่ถี กู ยงุ กดั ติดเช้อื ทุกคร้ัง

3) อาการ
(1) ในคน คนส่วนใหญ่ทีต่ ิดเช้ือ (ประมาณ 80%) จะไม่แสดงอาการปว่ ย หรือจะมีอาการ

แบบไม่รุนแรง เช่น มไี ข้ ปวดหัว ปวดตามร่างกาย คลื่นไส้ อาเจียน อาการเหล่าน้ีจะค่อยๆ ดีขน้ึ เองโดยไม่
ต้องได้รับการรักษา แต่ในบางครั้ง (น้อยกว่า 1%) และในผู้สูงอายุ อาจแสดงอาการไข้สูง ปวดหัวอย่าง
รุนแรง คอแข็ง มนึ งง ตวั สนั่ หมดสติ สูญเสียการมองเห็น และเปน็ อมั พาต

(2) ในสตั ว์ สตั ว์ส่วนใหญ่ทต่ี ิดเช้ือไวรัสเวสต์ไนล์จะไม่แสดงอาการป่วย ม้าทตี่ ดิ เช้ืออาจ
เกดิ สมองอักเสบ และแสดงอาการ เชน่ ไมม่ แี รง อ่อนแอ เดนิ โซเซ เปน็ อมั พาต และตายได้ สตั วส์ ่วนใหญ่
ไมม่ ีไข้ เชอ้ื อาจทาใหน้ กตายได้ สุนัขทตี่ ิดเช้อื มักไมแ่ สดงอาการป่วย

4) การป้องกนั
(1) ในคน วิธีท่ีดีท่ีสุด คือ ป้องกันตัวไม่ให้ถูกยุงกดั ไม่ออกไปข้างนอกในช่วงเวลาท่ียุงหา

กนิ ทายากันยงุ ถา้ จาเป็นตอ้ งอยนู่ อกบ้าน ควรติดมุ้งลวดตามประตูหน้าต่างเพ่ือกันไม่ให้ยงุ เข้าบ้าน ทาลาย

แหล่งเพาะพันธุ์ยุง เทน้าในภาชนะที่มีน้าขังทิ้ง เปล่ียนน้าในถาดน้าของสัตว์เลี้ยงหรืออ่างน้าสาหรับนก
บอ่ ยๆ ปัจจุบนั ยังไม่มีวคั ซนี ป้องกนั โรคไวรสั เวสต์ไนล์สาหรับคน

(2) ในสัตว์ วิธีป้องกันไวรัสเวสต์ไนล์ท่ีดีที่สุด คือ การป้องกันการถูกยุงกัด เก็บม้าไว้ใน
โรงเรือนช่วงเช้าตรู่ และตอนเย็น เพ่ือไม่ใหถ้ ูกยงุ กดั และกาจัดแหล่งเพาะพนั ธ์ุยุง หลีกเลี่ยงการเปิดไฟหรือ
ใช้แสงภายในคอกให้น้อยท่ีสุดในช่วงเย็นและกลางคืน หรือเปิดหลอดไฟให้แสงสว่างไว้นอกคอกเพื่อล่อยุง
ให้อยู่ห่างจากตัวม้า อาจใช้ยาพ่นกันยุง แต่ควรอ่านและปฏิบัติตามข้อควรระวังก่อนใช้ มีวัคซีนสาหรับใช้
ป้องกนั โรคในม้า

15. โรคฝดี าษลงิ (Monkeypox)
1) สาเหตุ
โรคฝีดาษลิงเป็นโรคที่เกิดจากเชื้อไวรัส พบครั้งแรกในลิงทดลองในปี พ.ศ. 2501 โรคน้ีพบมากใน

แอฟริกากลางและตะวันตก สัตว์หลายชนิด รวมท้ังคนสามารถติดเช้ือนี้ได้ ในปี พ.ศ. 2546 ได้เกิดการ
ระบาดของโรคน้ีในคนที่ติดเชื้อจาก prairie dog ในสหรัฐอเมริกา เช้ือไวรสั ฝีดาษลิงเป็นเชื้อไวรัสสายพันธุ์
ที่ใกล้เคยี งกบั เช้ือไวรัสทีท่ าให้เกิดโรคฝดี าษในคนและฝีดาษววั

2) การตดิ ต่อ
(1) ในคน คนสามารถติดโรคน้ีจากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด ส่ิงคัดหลั่ง หรือตุ่มหนอง

ของสตั ว์ทต่ี ิดเช้ือ หรอื จากการถกู สัตว์ทีม่ เี ชื้อกัด การแพร่เชื้อจากคนสคู่ นอาจเกดิ ข้นึ ไดแ้ ตม่ ีโอกาสนอ้ ยมาก
ผูป้ ว่ ยจะแสดงอาการของโรคหลังจากตดิ เช้อื แลว้ ประมาณ 12 วัน อาการป่วย ได้แก่ มีไข้ หนาวสน่ั ปวดหัว
เจ็บคอ ต่อมน้าเหลืองโต ปวดกล้ามเน้ือ ปวดหลัง และอ่อนเพลีย จากนั้นประมาณ 1-3 วัน จะมีผ่ืนข้ึน
บริเวณแขนขา และอาจจะเกิดบนหน้าและลาตัวได้ด้วย จากนั้นผ่ืนจะกลายเป็นตุ่มหนอง ในระยะสุดท้าย
ตุ่มหนองจะมีสะเก็ดคลุมแล้วหลุดออกมา อาการป่วยมักเป็นอยู่ประมาณ 2-4 สัปดาห์ ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะ
หายจากโรคเองได้

(2) ในสัตว์ โรคฝีดาษลิงติดต่อโดยการสัมผัสโดยตรงระหว่างสัตว์ที่ติดเชื้อกับสัตว์ปกติ
โดยอาจสมั ผัสกับรอยแผลบนผวิ หนัง หรืออาจติดไดท้ างการหายใจ

3) อาการ
(1) ในคน ในสัตว์ตระกูลลิง หลังได้รับเช้ือมักมีผ่ืนขึ้นอยู่นานประมาณ 4-6 สัปดาห์ และ

จะพบตุม่ หนองขึ้นตามร่างกาย โดยบรเิ วณทพี่ บบ่อยท่ีสุด คอื ใบหน้า แขนขา ฝ่ามอื ฝ่าเท้า และหาง เช้ือนี้
มกั ไม่ทาให้สัตว์ตายแต่อาจพบการตายไดบ้ ้างในลิงแรกเกิด ลงิ บางตัวอาจจะติดเช้ือโดยไม่แสดงอาการป่วย
เลย

(2) ในสัตว์ ในกระต่ายและสัตว์ฟันแทะรวมถึง prairie dog จะมีอาการเร่ิมต้น คือ มีไข้
ตาแดง มีน้ามูก ไอ ต่อมน้าเหลืองบวม ซึม และไม่กินอาหาร หลังจากน้ันจะเร่ิมมีผื่นและตุ่มหนองขึ้นตาม
ตัว รว่ มกับมีขนร่วงเป็นหยอ่ มๆ ในสตั วบ์ างชนิดเชื้ออาจทาใหป้ อดบวมและตายได้

4) การป้องกนั
(1) ในคน หลีกเล่ียงการสัมผัสสัตว์หรือคนท่ีติดเช้ือ ถึงแม้วัคซีนฝีดาษคนจะสามารถลด

ความเสี่ยงในการติดเช้ือฝีดาษลิงได้ แต่การฉีดวัคซีนควรทาเฉพาะในคนที่ต้องทางานที่เก่ียวข้องกับการ
สอบสวนการระบาดของโรคฝีดาษลิงและคนที่ต้องทางานอย่างใกล้ชิดกับคนหรือสัตวท์ ่ีติดเชื้อเท่านั้น และ
สามารถใหว้ ัคซีนไดภ้ ายหลงั การได้รบั เชอ้ื ไมเ่ กนิ 14 วนั

(2) ในสัตว์ สามารถใช้วัคซีนป้องกันฝีดาษในคนฉีดป้องกันโรคนี้ในสัตว์ตระกูลลิงได้
สาหรับสัตว์อื่น วิธีป้องกันท่ีดีท่ีสุด คือ หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์หรือคนที่ติดเช้ือ และไม่นาสัตว์ป่ามา
เล้ยี ง โดยเฉพาะ prairie dog หรือหนปู า่ ชนิดตา่ งๆ

16. โรคพิษสุนขั บ้า (Rabies)
1) สาเหตุ
โรคพิษสุนัขบ้าเป็นโรคติดเชื้อไวรัสท่ีมีความรุนแรงมากในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทุกชนิดรวมถึงคน

ด้วย การติดเชื้อทาให้ระบบประสาทถกู ทาลายและตายได้ โรคพษิ สุนัขบ้าสามารถพบได้ท่ัวโลก ในประเทศ
ไทยปัจจุบันยังพบการติดเชอ้ื ในสุนขั แมว และมนุษย์ได้ทุกปี โดยพบว่าสุนัขและแมวทีต่ ิดเชื้อเปน็ พาหะนา
โรคสู่คนทสี่ าคญั ในประเทศในแถบภมู ิภาคเอเชีย

2) การตดิ ต่อ
(1) ในคน คนสามารถติดโรคพิษสุนัขบ้าได้จากการถูกสัตว์ท่ีมีเช้ือกัด การติดเช้ือไวรัส

ทางอ่ืนอาจเกิดได้ จากการสัมผัสสมองหรือน้าไขสันหลังของสัตว์ที่ติดเชื้อ หรือหายใจเอาเชื้อไวรัสจาก
เนื้อเยื่อท่ีตดิ เชอ้ื เข้าไป นอกจากน้มี รี ายงานการตดิ เชื้อจากการปลกู ถ่ายอวัยวะในผ้ปู ว่ ยจานวนไม่มากนัก

(2) ในสัตว์ โรคพิษสุนัขบ้าติดต่อได้โดยตรงจากการถูกสัตว์ท่ีติดเชื้อกัด ทาให้ได้รับเช้ือ
ไวรัสท่ีอยู่ในน้าลายของสัตว์ที่ติดเช้ือ นอกจากน้ีมีรายงานการติดเช้ือไวรัสระหว่างสัตว์โดยการกินนมท่ีไม่
พาสเจอรไ์ รส์ เชื้อไวรสั น้ีจะไมแ่ พรก่ ระจายผา่ นทางเลอื ด ปัสสาวะหรืออจุ จาระ

3) อาการ
(1) ในคน ผู้ท่ีได้รับเชื้อส่วนมากจะไม่แสดงอาการของโรคพิษสุนัขบ้าจนกระท่ัง 1-3

เดือนหลังจากได้รับเชื้อ อาการแรกเร่ิม คือ มีไข้ ปวดหัว คันบริเวณท่ีถูกกัด สับสน และพฤติกรรมผิดปกติ
คนท่ีติดเช้ือจะไวต่อแสงและเสียงมากกว่าปกติ และกลืนลาบาก เมอื่ เรมิ่ แสดงอาการออกมาแล้วโอกาสหาย
จากโรคมีน้อยมาก และผู้ป่วยมักตายภายใน 2-10 วัน ถ้าได้รับการรักษาก่อนแสดงอาการ จะได้ผลดีมาก
และสามารถรักษาชวี ิตไว้ได้

(2) ในสัตว์ เชอื้ ไวรัสโรคพิษสุนัขบ้าทาอันตรายต่อสมองของสัตว์ อาการของโรคพิษสุนัข
บ้าจะทาให้พฤติกรรมของสัตว์ท่ีติดเชื้อเปลี่ยนแปลง อาจดุร้าย ไม่เป็นมิตร หรือหวาดกลัว อาการอื่นๆ
ได้แก่ กระวนกระวาย อัมพาตของขา กลืนลาบาก น้าลายไหล เสียงเปลี่ยน ตอบสนองต่อการกระตุ้นของ
เสียงหรือแสงมากกวา่ สตั ว์มกั ตายภายหลังมีเช้ือออกมาในนา้ ลาย 7-10 วัน

4) การป้องกัน
(1) ในคน ไม่สัมผัส จับ หรือให้อาหารสัตว์ป่า หลีกเลี่ยงการเข้าใกล้สัตว์ที่มีพฤติกรรม

ผิดปกติ (เช่น สัตว์หากินตอนกลางคืนออกมาในช่วงกลางวัน หรือสัตว์ป่าแสดงท่าทางเป็นมิตรมากกว่า
ปกติ) ไม่หยิบจับค้างคาวที่ตกอยู่บนพื้น ถ้าถูกสัตว์กัดต้องล้างทาความสะอาดแผลด้วยน้าและสบู่ ถ้าถูก
สตั วท์ ส่ี งสัยว่าเป็นโรคพิษสุนขั บ้ากัดต้องรบี ไปพบแพทย์ทนั ทเี พื่อรับการรักษาหลงั การติดเชื้อ

(2) ในสัตว์ การป้องกันโรคเป็นวิธีท่ีดีท่ีสุด สัตว์ควรได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษ
สนุ ัขบ้า และหลีกเลี่ยงให้ห่างจากสัตว์ป่า สัตว์เล้ยี ง เช่น สนุ ัข แมว และเฟอร์เร็ตที่กัดคนแต่ไม่แสดงอาการ
ของโรคพิษสุนัขบ้าควรต้องกักไว้สังเกตอาการภายใต้การดูแลของสัตวแพทย์อย่างน้อย 10 วัน หากสัตว์
แสดงอาการของโรคพษิ สุนัขบ้าในชว่ งนี้ ต้องทาการการุณยฆาตและสง่ ตัวอย่างเพ่ือตรวจชนั สตู รโรคต่อไป

17. โรคนวิ คาสเซลิ (Newcastle Disease)
1) สาเหตุ
โรคนวิ คาสเซลิ เป็นโรคติดต่อท่ีเกดิ จากเชอื้ ไวรสั ในสตั ว์ปีก เป็นโรคทมี่ ีความสาคญั มากในสัตว์ปีกที่

เล้ียงเป็นอาหาร อาการของโรคมีตั้งแต่อ่อนจนถึงรุนแรง โรคที่ติดต่อได้ง่ายและทาให้เกิดอาการรุนแรง
เรยี กว่า Exotic Newcastle disease (END) ซง่ึ ทาให้มสี ัตวป์ กี จานวนมากตายอย่างเฉียบพลันโดยไม่แสดง
อาการของโรค

2) การติดต่อ
(1) ในคน ทผี่ ่านมาพบคนติดเช้อื โรคนวิ คาสเซลิ นอ้ ยมาก คนเลี้ยงสัตวป์ กี และคนท่ี

ทางานในห้องปฏบิ ตั กิ ารจะมีความเส่ียงสงู ในการสมั ผสั กบั เชอ้ื ไวรัสระหว่างการทางาน อยา่ งไรก็ตามไมเ่ คย
มรี ายงานว่ามคี นติดโรคนิวคาสเซลิ จากการบริโภคเน้อื สตั ว์ปกี

(2) ในสตั ว์ โรคนวิ คาสเซลิ ติดตอ่ ไดโ้ ดยการสมั ผสั กบั อจุ จาระ หรอื สารคัดหลั่งจากระบบ
ทางเดินหายใจของสตั ว์ปีกที่ติดเช้ือ เชอ้ื ไวรสั มชี วี ติ อยใู่ นสิ่งแวดลอ้ มไดน้ าน เชอื้ ไวรสั จากนกทีต่ ิดเชื้อไวรัส
สามารถแพร่กระจายไปกบั อุปกรณต์ ่างๆ เชน่ รองเทา้ เสือ้ ผา้ และอุปกรณก์ ารเลยี้ งสตั ว์ได้

3) อาการ
(1) ในคน โดยปกตมิ กั แสดงอาการแบบไม่รนุ แรง คนที่สัมผัสกับเชือ้ ไวรัสโดยตรงจาก

สัตว์ปีกทตี่ ดิ เช้ือหรือนกจะมีอาการเยือ่ ตาขาวอักเสบ เนอ้ื เย่ือรอบตาบวมแดง
(2) ในสัตว์ นกที่ติดเชือ้ นวิ คาสเซลิ อาจไม่แสดงอาการของโรคเลย หรอื อาจตายอยา่ ง

กะทนั หนั ได้ นกที่ตดิ เชื้ออาจแสดงอาการไอ จาม มีน้ามูก ซึม และท้องเสยี ในไก่ไข่ จะออกไข่ลดลงอยา่ ง
รวดเรว็ และเปลอื กไข่บาง อาการของโรคชนิดรุนแรง คือ เน้อื เยอื่ บรเิ วณหวั บวม กล้ามเน้ือสั่น ปีกตก คอ
บดิ เดนิ วน อมั พาต หรอื ตายอย่างเฉยี บพลนั

4) การป้องกนั
(1) ในคน เม่อื ต้องทางานกับนกหรือเป็ดไก่โดยเฉพาะกบั สัตว์ป่วย ตอ้ งสวมใสอ่ ุปกรณ์

ปอ้ งกัน คือ ถุงมอื แว่นตา ลา้ งมอื หลังจากท่สี ัมผัสกบั นกหรือเป็ดไก่ ตอ้ งหลกี เลย่ี งการสมั ผสั ดวงตาของ

ตนเองจนกว่าไดล้ า้ งมือใหส้ ะอาดแลว้ ผทู้ ท่ี างานในห้องปฏิบัตกิ ารหรือเกย่ี วขอ้ งกบั การผลิตวัคซีนจะตอ้ งมี
มาตรการป้องกันตวั มากกว่าปกติ

(2) ในสัตว์ ป้องกันไม่ให้สัตว์ปีกท่ีเล้ียงสัมผัสกับสัตว์ปีกที่ติดเช้ือ ใช้มาตรการความ
ปลอดภัยทางชีวภาพ คือ ทาความสะอาดและพ่นน้ายาฆ่าเช้ือภายในโรงเรือนเลี้ยงสัตว์ปีก และอุปกรณ์
ต่างๆ ที่เก่ียวข้อง สัตว์ปีกท่ีนาเข้ามาใหม่หรือนากลับเข้ามาเลี้ยงในฟาร์มอีกคร้ัง ต้องแยกเล้ียงอย่างน้อย
3 สัปดาห์ ก่อนนากลับเข้าฝูง ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันโรคนิวคาสเซิลให้กับสัตว์ปีกได้ และมีการใช้เป็น
ประจาในฝูงสัตว์ปีกท่ีเลี้ยงเป็นอาหาร ซ่ึงช่วยลดความรุนแรงของโรคไดแ้ ต่ไม่สามารถป้องกันการติดโรคได้
อย่างสมบรู ณ์

18. โรคไขห้ วดั ใหญ่ (Influenza)
1) สาเหตุ
โรคไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่เกิดจากไวรัสในคนและสัตว์หลายชนิด ส่วนใหญ่ทาให้มีไข้สูง และมี

ปัญหาในการหายใจ เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่แบ่งออกได้เป็นสามกลุ่ม คือ ไข้หวัดใหญ่ A B และ C ซึ่งเช้ือ
ไข้หวัดใหญ่ชนิด A คือ ชนิดหลักที่มีผลต่อคนและสัตว์ เชื้อไข้หวัดใหญ่กลุ่ม A ยังแบ่งเป็นกลุ่มย่อยได้อีก
หลายกลุ่ม ซ่ึงส่วนใหญ่แต่ละกลุ่มย่อยทาให้เกิดโรคในสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง เช่น เฉพาะในสัตว์ปีก แต่ก็มี
บางชนิดท่ีอาจทาให้เกิดโรคได้ในสตั วม์ ากกว่าหน่ึงชนดิ เช่น นก สุกรและคน

เช้อื ไขห้ วัดใหญ่ A สามารถเกิดการเปลย่ี นแปลงทางพันธุกรรมได้อย่างรวดเร็ว (anti-genetic
shift) ซ่ึงทาให้เช้อื สามารถติดตอ่ ไปยังสัตว์ชนดิ อื่นได้ง่ายข้ึน

2) การตดิ ตอ่
(1) ในคน แม้ว่าเช้ือไวรัสไข้หวัดใหญ่บางชนิดจะทาให้เกิดโรคได้ในสัตว์ชนิดใดชนิดหน่ึง

เท่านั้น แต่คนสามารถติดเช้ือไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุท่ีพบในสุกรและนกได้ ปกติคนได้รับเชอื้ ไวรัสทางอากาศ
และจากการสมั ผสั โดยตรงกับส่งิ คัดหลง่ั จากจมูก หรอื การสัมผัสส่งิ ต่างๆท่ปี นเปอ้ื นเชอื้ ไวรสั

(2) ในสัตว์ ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่จะแพร่ผ่านทางอากาศจากการ
ไอและจาม และติดต่อผ่านการสัมผัสโดยตรงกับส่ิงคัดหลั่งจากจมูกหรือส่ิงของต่างๆ ที่ปนเป้ือนเชื้อไวรัส
ในสัตว์ปีก เชื้อไวรัสจะถูกปลอ่ ยออกมากับอุจจาระ น้าลาย และส่ิงคัดหล่ังจากจมกู ของสัตว์ปีก การติดเช้ือ
ไข้หวดั นกส่วนใหญเ่ กิดจากากการรบั เช้ือจากอจุ จาระสตั ว์ปีกเขา้ ทางปาก (fecal-oral transmission)

3) อาการ
(1) ในคน อาการป่วยท่ีพบได้แก่ มไี ข้ ปวดหัว ปวดกล้ามเนื้อ จาม น้ามูกไหล เจบ็ คอ ไอ

มึนงง และง่วงซึม ในคน เช้ือไข้หวัดนกอาจทาให้เกิดอาการไม่รุนแรง เช่น เย่ือบุตาอักเสบ แต่ในบางรายท่ี
ตดิ เช้อื ชนิดรุนแรงสามารถทาใหเ้ กิดปัญหาอยา่ งรนุ แรงในระบบหายใจและทาใหเ้ สียชวี ติ ได้

(2) ในสัตว์ ในสัตว์เล้ียงลูกด้วยนม อาการท่ีพบบ่อยท่ีสุด คือ มีไข้ ไอ น้ามูกไหล หายใจ
ลาบาก ในรายท่ีเป็นรุนแรงอาจตายได้ นกน้าท่ีติดเชื้อมักไม่แสดงอาการป่วย ในขณะท่ีไก่และไก่งวงจะ
แสดงอาการของโรคทพ่ี บบอ่ ย คอื มีอาการทางระบบหายใจ ไขล่ ด ท้องเสีย

4) การป้องกนั
(1) ในคน วิธีการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในคนท่ีดีท่ีสุดคือ การฉีดวัคซีนสาหรับไข้หวัด

ใหญ่ในแต่ละปี นอกจากน้ีส่ิงที่สาคัญ คือ การดูแลสุขอนามัย ปิดปากและจมูกเวลาจาม ล้างมือบ่อยๆ
หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้ป่วย ควรสวมใส่เส้ือผ้า ถุงมือ ผ้าปิดปากและจมูกเพื่อป้องกันเม่ือต้องทางาน
กับสกุ รหรอื นกทอี่ าจติดเช้ือไวรสั ไข้หวัดใหญ่

(2) ในสัตว์ มีวัคซีนเพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ในสุกรและม้า ถ้าพบสัตว์ติดโรคไข้หวัด
ใหญ่ควรติดต่อสัตวแพทย์ การดูแลอย่างเหมาะสมอาจช่วยให้สัตว์มีการฟ้ืนตัวอย่างดีและลดการติดเชื้อ
แทรกซอ้ น

19. โรคสเตรปโทคอกโคสิส (Streptococcosis)
1) สาเหตุ
โรคสเตรปโทคอกโคสิสเกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สเตรปโทคอกคัส (Streptococcus spp.) โดยเช้ือ

แบคทีเรียบางสายพันธ์ุในกลุ่มนี้อาศัยอยู่เป็นปกตบิ นรา่ งกายของคนหรือสัตว์ โดยไม่กอ่ ให้เกิดโรค ส่วนเช้ือ
บางสายพันธ์ุในกลุม่ นี้อาจเปน็ สาเหตุของการเกิดโรคซง่ึ บางครง้ั พบว่ามคี วามรนุ แรงมากทง้ั ในคนและสตั ว์

2) การติดตอ่
(1) ในคน คนสามารถติดโรคสเตรปโทคอกคัสได้ การติดเช้ือส่วนใหญ่เกิดจากการสัมผัส

กบั คนท่ีติดเช้ือสเตรปโทคอกคัส หรอื จากการติดเช้ือโดยตรงเข้าสู่บาดแผล จากการติดเช้ือผ่านทางอากาศ
และในบางคร้ังผ่านทางการกิน การติดเช้ือจากสัตว์พบได้น้อยมาก อาการเจ็บคอจากเชื้อนี้ หรือที่เรียกว่า
สเตรปโทร้ต (Strep Throat) พบได้บอ่ ยในเด็ก

(2) ในสัตว์ เช้ือสเตรปโทคอกคัสเป็นเชื้อที่พบได้ทั่วไปบนร่างกายสัตว์เช่นเดียวกับ
แบคทีเรียชนิดอื่นๆ ในกลุ่มเชื้อประจาถ่ิน (normal flora) ท่ีพบได้ในร่างกายตามปกติ การเกิดโรคจะ
เกิดขึ้นเมื่อติดเช้ือแบคทีเรียผ่านเข้าสู่บาดแผล หรือเม่ือภูมิคุ้มกันของร่างกายอ่อนแอลง เช้ือแบคทีเรียจะ
ติดต่อระหว่างสัตว์ได้โดยการสัมผัสโดยตรง ผ่านทางอากาศ วัตถุท่ีปนเปื้อนเช้ือ และบางคร้ังผ่านทางการ
กินได้

3) อาการ
(1) ในคน มีอาการเจ็บคอ เจ็บเวลากลืน ปวดหัว ไข้สูง คล่ืนไส้ อาเจียน น้ามูกไหล หาก

มีผื่นแดงบนผิวหนังจะเรียกว่า สการ์เล็ตฟีเวอร์ (Scarlet Fever) โรคน้ีสามารถทาให้เกิดการติดเช้ือไปยัง
ส่วนอ่ืนๆ ของร่างกายได้ด้วย เช่น ผิวหนัง หัวใจ ข้อต่อ และปอด แต่พบได้ไม่บ่อยนักที่เชื้อจะทาให้มี
อาการรนุ แรงหรอื ทาใหเ้ สียชีวิตดงั เช่นในกลุ่มอาการท็อกซิกช็อก

(2) ในสัตว์ เชื้อสเตรปโทคอกคัสมีหลายชนิดและหลายสายพันธุ์ ลักษณะอาการของโรค
พบได้หลายรูปแบบตั้งแต่การติดเช้ือท่ีไม่รุนแรงจนถึงข้ันรุนแรงถึงแก่ชีวิต เชื้อสเตรปโทคอกคัสทาให้เกิด
การติดเชื้อท่ีบาดแผล ฝี การติดเชื้อที่ระบบทางเดินหายใจ และอาการป่วยอื่นๆ ในม้าจะพบอาการน้ามูก
ไหล ไอ มีปัญหาด้านการผสมพันธุ์ แท้งหรือเต้านมอักเสบ การติดเชื้อในสุกรจะทาให้เกิดข้อบวม มีไข้

ควบคุมการเคล่ือนไหวร่างกายไม่ได้ ตาบอด ชักและตาย ในสุนัขและแมวอาจพบการติดเช้ือท่ีผิวหนัง
บาดแผล ข้อ ปอดอักเสบ เต้านมอักเสบ ในบางคร้ังการติดเช้ืออาจเกิดรุนแรงมากและทาให้ตายได้ เรียก
อาการนว้ี ่า กลุ่มอาการท็อกซกิ ช็อก (toxic shock syndrome) โดยจะเกิดอาการขน้ึ อย่างรวดเร็วและสว่ น
ใหญ่มักทาให้ตาย อาการท่ีเกิดข้ึน ได้แก่ ไอ อาเจียน ตัวแข็ง กล้ามเน้ือส่ัน กล้ามเนื้ออ่อนแรง ชัก ปวด
อยา่ งรุนแรง อาจพบเลือดกาเดาไหลหรอื ถา่ ยเป็นเลือด

4) การป้องกนั
(1) ในคน หมั่นล้างมือให้สะอาดโดยเฉพาะหลังจากการไอและจาม ก่อนเตรียมอาหาร

หรือรบั ประทานอาหาร ทาความสะอาดบาดแผลดว้ ยน้าและสบูใ่ หส้ ะอาด เมอ่ื พบวา่ มีการติดเชื้อท่ีบาดแผล
เช่น มีอาการบวมแดง ปวด มีไข้ ควรพบแพทย์เพ่อื ทาการรักษา พยามยามหลีกเล่ียงคนหรือสัตว์ที่ติดเช้ือส
เตรปโทคอกคสั ควรใส่ถงุ มือและลา้ งมอื ใหส้ ะอาดทุกคร้ังหลังจากทางานกับตวั สัตว์

(2) ในสัตว์ การป้องกันการติดเช้ือทาได้ยากเนื่องจากเช้ือแบคทีเรียกลุ่มน้ีพบได้เป็นปกติ
บนตัวของสัตว์ แต่สามารถลดการเกิดโรคได้โดยการป้องกันการเกิดความเครียด การทาความสะอาด
บาดแผล และมสี ขุ อนามัยท่ดี ี ควรปอ้ งกันไม่ให้สตั ว์สมั ผสั กับสัตวท์ ่ีตดิ เชอ้ื สเตรปโทคอกคสั

20. กาฬโรค (Plague)
1) สาเหตุ
กาฬโรคเป็นโรคระบาดร้ายแรงที่เกิดจากแบคทีเรีย Yersinia pestis สัตว์หลายชนิดรวมท้ังคน

สามารถติดเช้ือน้ีได้ โดยอาจเกิดอาการได้หลายลักษณะ เช่น ต่อมน้าเหลืองโต ความผิดปกติในระบบ
หายใจ และถึงตายได้ กาฬโรคเป็นเหตุให้หน่ึงในสามของประชากรในยุโรปเสียชีวิตในช่วงยุคมืด เชื้อกาฬ
โรคเป็นเชอ้ื โรคชนิดหนงึ่ ทม่ี กี ารนาไปใชเ้ ป็นอาวธุ ชีวภาพในการก่อการรา้ ย

2) การติดต่อ
(1) ในคน คนสามารถติดเช้ือได้สามวธิ ี คอื ติดจากการถูกหมดั กัดซงึ่ พบไดม้ ากท่ีสุด ตดิ

จากการสมั ผัสโดยตรงกับสัตว์ที่ติดเชือ้ เช่น นายพรานไปสัมผสั อวัยวะภายในของสตั ว์ท่ีลา่ ได้ หรือติดจาก
การหายใจเอาเชอ้ื เข้าสู่รา่ งกาย

(2) ในสัตว์ โดยสว่ นใหญส่ ัตวต์ ดิ เชื้อไดจ้ ากการถูกหมัดที่มีเชื้อกาฬโรคกัด แตส่ ตั ว์กนิ เน้ือ
สามารถติดเช้ือไดจ้ ากการกนิ สัตว์ฟนั แทะที่ตดิ เชือ้ อยู่แลว้ ไดด้ ว้ ย

3) อาการ
(1) ในคน อาการของกาฬโรคมีสามรปู แบบ คือ
ก) กาฬโรคต่อมน้าเหลือง (bubonic) ซ่ึงพบได้บ่อยท่ีสุด เกิดหลังจากถูกหมัดกัด อาการ

ได้แก่ มไี ข้ หนาวสัน่ ตอ่ มนา้ เหลืองบวมอักเสบและปวดมาก
ข) กาฬโรคชนิดโลหิตเปน็ พิษ (septicemic) อาจเกดิ หลังจากกาฬโรคตอ่ มนา้ เหลอื ง
ค) กาฬโรคปอด (pneumonic) เป็นชนิดท่ีพบได้น้อยกว่าแต่เป็นชนิดท่ีอันตรายท่ีสุด

เกิดจากการติดเชื้อท่ีปอดหลังจากได้รับเชื้อทางการหายใจหรือจากการติดเช้ือในกระแสเลือด ผู้ป่วย

สามารถแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้โดยการไอ อาการที่พบ คือ มีไข้ หนาวส่ัน ปวดหัว และไอเป็นเลือด ผู้ป่วยต้อง
ต้องได้รบั การรักษาภายใน 24 ช่ัวโมง มฉิ ะน้ันอาจเสียชวี ิตได้

(2) ในสัตว์ ในสัตว์ฟันแทะเชื้อมักจะทาให้ป่วยไม่แบบรุนแรง แต่อาจทาให้สัตว์ตายได้
หากเกิดการระบาดของโรค สัตว์ป่าท่ีกินเนื้อจะไมแ่ สดงอาการป่วย ในขณะท่ีแมวและสัตว์ชนิดอื่นอาจมีไข้
ต่อมน้าเหลืองบวม และเปน็ ฝีในอวยั วะภายใน หรืออาจตายโดยฉบั พลัน

4) การป้องกนั
(1) ในคน ป้องกันตัวไมใ่ ห้ถูกหมัดกดั และควบคุมหมัดสุนัขและแมวท่ีเล้ียงไว้เป็นประจา

ควรใส่เสื้อผ้าท่ีปกปิดมดิ ชิดไม่ให้หมัดสามารถเขา้ ถึงร่างกายได้ ใส่ถงุ มือเม่ือต้องจับตัวสัตวห์ รือสัตว์ทีม่ ีแผล
แฉะ ไม่สมั ผัสตัวสัตวป์ ่า หลีกเล่ียงบริเวณที่มีสัตวฟ์ ันแทะตายเปน็ จานวนมาก

(2) ในสัตว์ ไม่ควรปล่อยให้สุนัข และแมวอยู่อย่างอิสระ หรือไปล่าสัตว์ในป่าโดยเฉพาะ
สัตว์ฟันแทะและกระต่าย และควรกาจัดและป้องกันหมัดในสุนัขและแมว ควบคุมจานวนสัตว์ฟันแทะใน
บริเวณบา้ น ทที่ างาน และสถานท่พี ักผอ่ น

21. โรคตดิ เชอ้ื E. coli (Escherichia coli (E.coli)
1) สาเหตุ
เช้ือ Escherichia coli (E.coli) เป็นเชื้อแบคทีเรียที่สร้างสารพิษซ่ึงทาให้เกิดโรคในระบบทางเดิน

อาหารของคนได้นานถึงหนึ่งสัปดาห์ อาการท่ีพบบอ่ ยคือ ท้องร่วงและอุจจาระมีเลือดปน ในรายท่ีมีอาการ
รนุ แรงจะทาให้เกิดความผดิ ปกติที่ไตซงึ่ อาจถึงแก่ชวี ิตได้ โดยเฉพาะในเดก็ และคนชรา

เชือ้ E.coli มหี ลายชนดิ บางชนดิ เปน็ เชื้อท่ีพบในลาไส้ของคนและสัตวอ์ ยู่แลว้ ตามธรรมชาติโดย
โดยไม่ก่อให้เกิดอาการป่วย

2) การติดตอ่
(1) ในคน คนตดิ เช้ือไดจ้ ากการกนิ อาหารทมี่ เี ชือ้ ปนเป้ือน โดยเฉพาะเน้ือบดดิบหรอื ปรุง

ไม่สุก นอกจากน้ยี ังสามารถติดไดจ้ ากการสัมผัสอุจจาระของสัตวท์ ่ีเปน็ พาหะ
(2) ในสัตว์ สัตว์โดยเฉพาะปศุสัตว์จะได้รับเช้ือแบคทีเรียโดยการกินเชื้อในอุจจาระของ

สัตว์ท่ีตดิ เช้อื หรอื จากการไดร้ ับเช้อื ทีต่ ิดมากบั อาหารหรือนา้ หรอื สิ่งของต่างๆทป่ี นเปือ้ นอุจจาระท่ีมเี ชอื้
3) อาการ
(1) ในคน อาการป่วยจะเริ่มหลังจากได้รับเช้ือแล้วประมาณ 1 ถึง 2 วัน โดยจะเริ่มจาก

ปวดท้อง เป็นตะคริว และท้องร่วงและมีเลือดปน ในผู้ใหญ่อาการจะหายเองได้ภายในประมาณหนึ่ง
สปั ดาห์ ในเด็กอายุต่ากว่า 10 ปแี ละคนชราอาจมีอาการแทรกซอ้ นรนุ แรงทไ่ี ต แต่พบได้เป็นส่วนน้อย

(2) ในสัตว์ ปัจจบุ ันยงั ไม่มีหลักฐานวา่ E. coli ทาใหส้ ัตว์ปว่ ย แต่สตั ว์จะทาหนา้ ทแ่ี ค่เป็น
พาหะหรอื รงั โรคของเช้อื เทา่ นัน้

4) การป้องกนั
(1) ในคน โรคติดเชื้อ E. coli ในคนส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการกินเนื้อท่ีปรุงไม่สุก

โดยเฉพาะเน้ือบดหรือกินผลติ ภัณฑ์นมทีไ่ ม่ได้ผ่านการพาสเจอร์ไรส์หรือผลิตภัณฑ์เนื้อบางชนิด ควรเตรียม
อาหารด้วยวธิ ีทีป่ ลอดภัย ล้างมือและอุปกรณ์ทาครัวทุกครั้งหลังจากสมั ผสั กับเนื้อดิบ ปล่อยให้เน้อื ท่แี ช่แข็ง
ละลายในตเู้ ย็น ไมค่ วรวางให้ละลายบนโตะ๊ ทาครัว ควรหลีกเล่ียงการปนเปอื้ นระหวา่ งของดิบกับของสุก ไม่
ใช้เขียงห่ันเน้ือและห่ันผักร่วมกัน ควรปรุงเน้ือให้สุกอย่างเหมาะสม ดื่มน้านมและน้าผลไม้ท่ีพาสเชอไรซ์
แล้ว ควรล้างมือทุกครัง้ หลังจากสมั ผัสตวั สัตว์ และควรสวมถงุ มือชนิดใช้แล้วทิ้งเมือ่ ต้องทางานกับสัตว์ป่วย
และลา้ งมือหลงั จากสมั ผัสสตั ว์ปว่ ยทุกครัง้

(2) ในสัตว์ การปอ้ งกันไม่ให้อาหารสัตวห์ รือนา้ ปนเป้ือนอุจจาระสัตว์จะชว่ ยลดโอกาสท่ี
สัตวจ์ ะได้รบั เช้อื

22. โรคแมวข่วน (Cat Scratch Fever, Cat Scratch Disease)
1) สาเหตุ
โรคแมวข่วนเกิดจากเช้ือแบคทีเรีย Bartonella henselae ซ่ึงทาให้แมวติดเช้ือ และสามารถ

ติดต่อจากแมวสู่คนได้จากการถูกแมวกัดหรือข่วน แมวที่ติดเชื้อมักไม่แสดงอาการป่วยแต่จะเป็นตัวแพร่
โรคสู่คนได้ อาการที่พบในคนคือ มีรอยโรคบนผิวหนัง มีไข้ และในรายที่รุนแรงอาจเกิดการติดเช้ือท่ัว
รา่ งกาย

2) การตดิ ตอ่
(1) ในคน คนสามารถติดเชือ้ นี้ได้ ส่วนใหญ่มักพบว่าคนจะแสดงอาการหลังจากถูกแมวที่

มีเชื้อกัด ข่วน หรือเลียประมาณ 3-10 วัน อาการท่ีพบคือ พบผื่นแดง ตุ่มพอง แผลหลุมที่บริเวณบาดแผล
อาจตอ่ มน้าเหลอื งโต โรคนส้ี ามารถหายเองไดภ้ ายใน 4-8 สปั ดาห์

(2) ในสัตว์ เชื่อกันว่าหมัดแมวเป็นพาหะนาเชื้อจากแมวตัวหนึ่งไปอีกตัวหนึ่ง แต่เช้ือไม่
ตดิ ตอ่ โดยตรงระหวา่ งแมวจากการข่วนหรอื กดั กนั

3) อาการ
(1) ในคน ส่วนคนที่มีร่างกายอ่อนแอหรือมีภูมิคุ้มกันบกพร่องจะมีความเสี่ยงสูงมากต่อ

การติดเช้ือโรคน้ีแล้วทาให้เกิดการติดเช้ือในกระแสเลือด มีไข้ เกิดการติดเช้ือท่ีตา ระบบประสาท หรือมี
ตมุ่ นนู ทผ่ี ิวหนัง นอกจากนี้ยังพบรายงานการติดเชอื้ แทรกซ้อนท่ีหัวใจ ตับ ใน 5-16% ของคนทตี่ ิดเช้ือ

(2) ในสัตว์ แมวทต่ี ิดเชื้อโรคน้ไี ม่แสดงอาการป่วยแตอ่ ยา่ งใด
4) การป้องกนั

(1) ในคน หลีกเล่ียงการเลน่ แมวอย่างรนุ แรงโดยเฉพาะกบั ลกู แมวซึ่งอาจจะทาให้ถกู แมว
ข่วนหรือกัดได้ หากถูกกัดหรือข่วนควรล้างแผลและฟอกสบู่ให้สะอาดทันที หากมีแผลอย่าให้แมวเลีย
แผล และควรควบคมุ หมดั ในแมวเพอ่ื ลดโอกาสตดิ เชอ้ื ในแมว โรคน้ีไม่ติดต่อจากคนส่คู น

(2) ในสัตว์ วิธีที่ดีท่ีสุดในการป้องกันการติดเช้ือและการแพร่โรคในแมวคือ การควบคุม
และกาจดั หมดั และเล้ียงแมวในบา้ นไม่ให้พบแมวนอกบ้าน

23. โรคววั บ้า (Bovine Spongiform Encephalopathy, BSE) Mad Cow Disease
1) สาเหตุ
โรควัวบ้า หรือ Bovine Spongiform Encephalopathy (BSE) เป็นโรคท่ีมีผลต่อสมองของโค

และคน นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่เชื่อว่าสาเหตุของโรคเกิดจากโปรตีนท่ีผิดปกติในเนื้อเย่ือสมองที่เรียกว่า
พรีออน (prion) ซ่งึ สามารถกอ่ ให้เกดิ โรคได้เมอื่ กินเขา้ ไป

2) การตดิ ต่อ
(1) ในคน คนติดโรควัวบ้าได้จากการกินเน้ือท่ีปนเป้ือนเชื้อโรคววั บ้า และก่อใหเ้ กิดโรคที่

เรียกวา่ variant Creutzfeldt-Jakob (vCDJ)
(2) ในสัตว์ โคส่วนใหญ่จะติดโรคจากการกินเน้ือป่นและกระดกู ป่นของสตั ว์เค้ียวเออ้ื งซ่ึง

มี พรีออนปนเป้ือน โคบางตัวผ่านเชื้อไปยังลูกได้ แต่โรคน้ีไม่ติดต่อโดยการสัมผัส ปกติไม่พบพรีออนใน
น้านม เนอ้ื หรอื เลอื ด

3) อาการ
(1) ในคน อาการท่ีพบ คือ พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงและการรบั ความรู้สกึ ผิดปกติ และเมื่อ

โรคพัฒนามากขึ้นจะทาให้การเคล่ือนไหวผิดปกติ ความจาเส่ือม ตามด้วยการหมดสติและเสียชีวิตในท่ีสุด
ปัจจุบันยังไม่มียารักษาโรค ผู้ที่ติดเช้ือส่วนใหญ่จะเสียชีวิตภายในหนึ่งปีหลังจากแสดงอาการ ผู้ป่วยที่พบ
ส่วนใหญอ่ ยใู่ นสหราชอาณาจกั รในชว่ งที่เกดิ โรควัวบ้าระบาดในช่วงปลายทศวรรษที่ 80

(2) ในสัตว์ โรควัวบ้าเป็นโรคท่ีทาให้เกิดการเปล่ียนแปลงอย่างช้าๆ โคท่ีติดโรคอาจมี
อาการปกติอยู่นาน 2 ถึง 8 ปี แต่เมื่อโรคพัฒนาแล้วจะมีผลต่อสมอง ทาให้มีอาการตัวสั่น เดินกระโผลก
กระเผลก ส่ายตัวไปมา พฤติกรรมเปล่ยี นแปลง เช่น ตื่นเต้น ดุร้าย และ คลั่ง และอาจมีน้าหนักหรือน้านม
ลดลง โคที่ตดิ เชอ้ื ทุกตวั จะตาย

4) การป้องกัน
(1) ในคน มีข้อบังคับห้ามใช้เน้ือเยอื่ บางชนิดจากโคในการผลิตอาหารคน ห้ามนาเข้าโค

ท่ีติดเชื้อโรควัวบ้าและมีโปรแกรมเฝ้าระวังโรควัวบ้าสาหรับประเทศอ่ืนๆ ส่วนใหญ่แล้วต่างก็มีมาตรการ
ควบคุมอย่างเข้มงวดเพ่ือไม่ให้มีเช้ือปนเป้ือนในอาหารคน ท้ังนี้เช่ือกันว่าน้านมและผลิตภัณฑ์นมปลอดภัย
จากโรคนี้

(2) ในสัตว์ ในสหรัฐอเมริกามีการพบสัตว์ท่ีเป็นโรควัวบ้าจานวนน้อยมาก ความเส่ียงท่ี
สัตว์จะติดเช้ือจึงมีน้อยมาก แต่เพื่อเป็นการป้องกันรัฐบาลได้ประกาศห้ามการใช้เนื้อเย่ือท่ีมีความเสี่ยงต่อ
โรคววั บ้าเปน็ อาหารโคและสตั ว์เค้ยี วเออ้ื งชนิดอื่น


Click to View FlipBook Version