The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by beam.maliwan3, 2019-06-08 10:09:32

Unit 10

Unit 10

หนว่ ยท่ี 10
มาตรฐานฟารม์ ไกเ่ น้อื

ครคู ธั รยี า มะลิวลั ย์

แผนกวชิ าสตั วศาสตร์ วิทยาลยั เกษตรและเทคโนโลยฉี ะเชงิ เทรา

หนว่ ยที่ 10

มาตรฐานฟาร์มไก่เนอ้ื

หวั ข้อเร่อื ง
1. องคป์ ระกอบของฟารม์ ไก่เนื้อมาตรฐาน
2. หลักเกณฑ์เก่ยี วกบั สถานประกอบกิจการเลี้ยงไก่เน้อื
3. การจัดทามาตรฐานฟาร์มไก่เน้ือ

จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้
1. อธิบายองค์ประกอบของฟารม์ ไก่เนื้อมาตรฐานได้
2. อธบิ ายหลักเกณฑ์เกยี่ วกับสถานประกอบกจิ การเลี้ยงไก่เน้อื ได้
3. อธบิ ายขน้ั ตอนการจดั ทามาตรฐานฟาร์มไกเ่ นื้อได้

เนื้อหาการสอน
มาตรฐานฟาร์มเล้ียงไก่เน้ือน้ีกาหนดขึ้นเป็นมาตรฐานเพือ่ ให้ฟาร์มท่ีต้องการข้ึนทะเบียนเป็นฟาร์ม

ที่ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ได้ยึดถือปฏิบัติเพื่อให้ได้การรับรองจากกรมปศุสัตว์ ซึ่งมาตรฐานน้ีเป็นท่ี
ยอมรับได้ยึดถือปฏิบัติเพ่ือให้ได้การรับรองจากกรมปศุสัตว์ และถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานขั้นพ้ืนฐานสาหรับ
ฟารม์ ท่ีจะไดร้ ับการรับรองมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงไก่เนื้อนีก้ าหนดวิธีปฏิบตั ิ การจัดการฟารม์ การจัดการด้าน
สขุ ภาพสตั วแ์ ละการจดั การดา้ นส่ิงแวดลอ้ ม เพอ่ื ให้ได้ไก่ไขท่ ถ่ี ูกสขุ ลักษณะและเหมาะสมแก่ผ้บู ริโภค

การจัดทามาตรฐานฟาร์มการเล้ียงสัตว์ปีกชนิดต่าง ๆ เช่น การเล้ียงไก่เน้ือ การเลี้ยงไก่ไข่ การ
เลย้ี งเป็ดเน้ือ รวมทงั้ ผลผลิตจากการเล้ยี งสัตว์ปีกแต่ละชนิด เพื่อให้เป็นไปตามหลกั วิชาการด้านการจัดการ
ฟาร์ม ด้านสุขอนามัย และการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นรูปแบบมาตรฐานเดียวกัน ว่าด้วยการขอรับ
และออกใบรับรองมาตรฐานฟาร์มเล้ียงสัตว์ พ.ศ. 2546 โดยมีวัตถุประสงค์ของการจัดทามาตรฐานฟาร์ม
ดงั น้ี

1. เพ่ือปรับปรุงระบบการเล้ียงสัตว์ของประเทศไทยให้เป็นรูปแบบมาตรฐานเดียวกันและมี
คุณภาพ

2. เพ่ือคุ้มครองผู้บริโภคให้ปลอดภัยในการบรโิ ภคเน้ือสัตว์และผลิตภัณฑ์สตั วจ์ ากฟารม์ เลี้ยงสตั ว์ท่ี
ไดร้ บั การ รบั รองเป็นฟาร์มมาตรฐานจากกรมปศสุ ตั ว์

3. เพือ่ อานวยความสะดวกทางการค้าแก่ผ้ปู ระกอบการฟารม์ เลี้ยงสตั ว์สง่ ออก
4. เพื่อลดมลภาวะจากฟารม์ เลีย้ งสตั ว์ท่ีมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชน
5. เพอ่ื เพ่ิมประสิทธิภาพในการควบคุม ป้องกนั และกาจดั โรคในฟาร์มเลยี้ งสัตว์

1. องค์ประกอบพน้ื ฐานของฟารม์ เล้ียงสัตว์ทีข่ อใบรบั รองมาตรฐาน
1) มีทาเลท่ตี ั้งฟารม์ ตลอดจนมกี ารออกแบบสิ่งกอ่ สร้างและโรงเรือนท่ีเหมาะสม
2) มีระบบทาลายเช้อื โรคกอ่ นเข้า – ออกจากฟาร์ม
3) การจัดการโรงเรอื น สงิ่ แวดล้อมและการจดั การของเสียทถี่ ูกตอ้ งตามหลกั สขุ าภิบาล
4) โรงเรอื นทใี่ ชเ้ ลย้ี งสัตว์มีลักษณะและขนาดทเ่ี หมาะสมกบั จานวนสตั ว์
5) มกี ารจดั การด้านอาหารสตั ว์อยา่ งถูกต้องตามหลกั สุขศาสตร์
6) มคี ่มู ือการจดั การฟาร์มและมีระบบการบนั ทกึ ข้อมูล
7) การจัดการด้านสขุ ภาพสัตว์ มีโปรแกรมการให้วคั ซีนปอ้ งกันโรคและการให้ยาบาบัดโรคเมอ่ื เกิด

โรค
8) การจัดการด้านบุคคล สัตวแพทย์ สัตวบาล และผู้เล้ียงสัตว์ต้องมีเพียงพอและเหมาะสมกับ

จานวนสตั ว์ พร้อมทง้ั มีสวสั ดิการสังคมและการตรวจสขุ ภาพประจาปีใหก้ บั บคุ ลากร

2. หลกั เกณฑ์เก่ยี วกบั สถานประกอบกจิ การเล้ยี งไก่
1) หลักเกณฑ์เก่ียวกับสถานท่ีตั้งกิจการเลี้ยงไก่ สถานที่ตั้งอยู่ห่างจากชุมชน ศาสนสถาน

โบราณสถาน สถาบันการศกึ ษา โรงพยาบาล หรอื สถานที่อน่ื ๆ ในระยะท่ีไม่สง่ ผลกระทบตอ่ สุขภาพและไม่
ก่อเหตุราคาญต่อชมุ ชน โดยการมรี ะยะห่างจากสถานท่ีดังกล่าวข้างตน้ ดงั ตอ่ ไปน้ี

(1) สาหรับสถานประกอบกิจการเล้ียงไก่ น้อยกว่า 500 ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า
30 เมตร

(2) สาหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงไก่ ตั้งแต่ 500-5,000 ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อย
กวา่ 100 เมตร

(3) สาหรับสถานประกอบกิจการเลี้ยงไก่ ต้ังแต่ 5,001-10,000 ตัว ควรมีระยะห่างไม่
นอ้ ยกวา่ 200 เมตร

(4) สาหรับสถานประกอบกิจการเล้ียงไก่เกินกว่า 10,000 ตัว ควรมีระยะห่างไม่น้อยกว่า
1,000 เมตร

(5) สถานที่ตั้ง ควรตั้งอยู่บริเวณท่ีไม่มีน้าท่วมขัง อยู่ห่างจากแหล่งน้าสาธารณะไม่น้อย
กว่า 30 เมตร และต้องมีการป้องกันการไหลของน้าเสียและสิ่งปนเปื้อนลงสู่แหล่งน้าสาธารณะในกรณีท่ีมี
การชะล้างของนา้ ฝน

(6) สถานประกอบกิจการเล้ียงไก่ ควรต้ังอยู่ห่างจากโรงฆ่าสัตว์ปีก ตลาดนัดค้าสัตว์ปีก
อยา่ งนอ้ ย 5 กโิ ลเมตร

(7) สถานประกอบกิจการเล้ียงไก่ ต้องจัดให้มีบริเวณเล้ียงไก่เป็นสัดส่วนและให้อยู่ห่าง
เขตท่ีดินสาธารณะหรือที่ดินห่างเจ้าของและต้องมีท่ีว่างอันปราศจากหลังคาหรือสิ่งใดปกคลุมโดยรอบ
บริเวณเลี้ยงสัตว์น้ันไม่น้อยกว่า 15 เมตรทุกดา้ น เว้นแต่ด้านที่มีแนวเขตที่ดินติดต่อกับท่ีดนิ ของผู้ประกอบ

กิจการประเภทเดียวกัน ให้ใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ (1) โดยพิจารณาท่ีจานวนการเลี้ยงไก่ท่ีมีจานวนมากท่ีสุด
เปน็ เกณฑ์ในการกาหนดขอบเขตระยะห่าง

2) หลักเกณฑ์เกย่ี วกับสุขอนามัยของผู้ปฏบิ ัตงิ าน
(1) ผู้ปฏิบัติงานต้องไดร้ ับการตรวจสขุ ภาพเป็นประจาทุกปี และมีสุขภาพแข็งแรง ไมเ่ ป็น

โรคติดต่อหรือโรคท่ีสังคมรังเกียจ โรคท่ีเกี่ยวข้องกับทางเดินอาหาร ทางเดินหายใจ และบาดแผลติดเชื้อ
หรือไม่เป็นโรคติดต่อ เช่น วัณโรค อหิวาตกโรค บิด สุกใส หัด คางทูม เรื้อน ไวรัสตับอักเสบเอ โรคพยาธิ
และโรคผิวหนงั ท่นี า่ รังเกยี จ เปน็ ต้น หากผ้ปู ฏิบัติงานป่วยด้วยโรคดงั กล่าว ตอ้ งหยุดพกั รักษาใหห้ าย

(2) สถานประกอบกิจการเล้ียงไก่ ขนาดต้ังแต่ 10,000 ตัวขึ้นไป ต้องมีผู้ดูแลด้าน
สุขาภิบาลส่ิงแวดล้อม อย่างน้อย 1 คน โดยเป็นผู้ท่ีมีความรู้โดยผ่านการอบรมการจัดการสุขาภิบาล
สิง่ แวดล้อมและสขุ วิทยาส่วนบุคคล

(3) ผู้ปฏิบัติงานต้องได้รับการอบรมในเรื่องเก่ียวกับสุขอนามัย การป้องกันตนจาก
โรคติดตอ่ จากสัตว์สคู่ น และการควบคมุ สตั วแ์ มลงพาหะนาโรค

(4) ผูป้ ฏบิ ตั งิ านในโรงเรอื นเล้ยี งไก่จะตอ้ งปฏิบัติดงั น้ี
- อาบน้า สระผม ชาระล้างร่างกายให้สะอาดทุกครั้งก่อนเข้าหรือออกจากฟาร์ม

และต้องล้างมือด้วยสบูท่ ุกคร้งั ภายหลงั ออกจากหอ้ งส้วมและจบั ต้องสิ่งปนเปอื้ นต่างๆ
- จุ่มเท้าในอ่างน้ายาฆ่าเช้ือโรค และล้างมือก่อนเข้าและออกจากฟาร์ม และ

โรงเรือน
- สวมใส่ชุดปฏบิ ตั ิงานท่ีสถานประกอบกิจการจดั ไว้ให้ โดยตอ้ งเป็นเคร่ืองแบบที่

มคี วามสะอาดและเหมาะสมในแตล่ ะกิจกรรมที่ปฏิบตั ิ
- ในกรณีท่ีมีบาดแผล ต้องปิดแผลด้วยท่ีปิดแผล ถ้ามีบาดแผลท่ีมือต้องสวมถุง

มอื หรือปลอกน้ิวขณะปฏิบตั ิงาน
(5) ผ้ปู ฏิบตั ิงานไม่ควรพักอาศัยในโรงเรือน

3) หลักเกณฑ์เกีย่ วกับการจดั การนา้ เสีย มลู ฝอย ส่ิงปฏกิ ลู
(1) ต้องมีการบาบัดน้าเสียให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานน้าท้ิง ตามกฎหมายที่เก่ียวข้องก่อน

ปล่อยออกส่ภู ายนอกสถานประกอบกิจการและตอ้ งดแู ลทางระบายน้าไม่ให้อดุ ตัน
(2) กรณีที่ไม่มีการระบายน้าท้ิงออกนอกสถานประกอบการ ผู้ประกอบการจะต้องมีการ

จัดการน้าเสียที่เกิดขึ้นท้ังหมดโดยจะต้องมีการป้องกันไม่ให้มีน้าเสีย หรือกล่ินเหม็นกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ภายนอก

(3) ต้องมีการจัดการ หรือควบคุมปัญหากลิ่นเหม็น สัตว์ และแมลงพาหะนาโรค ไม่ให้
ส่งผลกระทบต่อชมุ ชนโดยรอบ

(4) ต้องจัดให้มีภาชนะรองรับมูลฝอยที่ถูกหลักสุขาภิบาล เหมาะสม เพียงพอ โดยมีการ
คัดแยกตามประเภทของมลู ฝอย

(5) ตอ้ งมกี ารรวบรวมมลู ฝอยและนาไปกาจัดอย่างถูกตอ้ งตามหลักสขุ าภิบาล และปฏิบัติ
ตามข้อกาหนดของท้องถนิ่ ว่าดว้ ยการนัน้ หา้ มนาไปทิ้งในท่สี าธารณะหรอื แหล่งน้าสาธารณะ

ในกรณีท่ีมีการนามูลไก่และวสั ดุรองพื้นออกจากสถานประกอบการผ้ปู ระกอบการต้องจัด
ให้ผู้ดาเนินการเคล่ือนย้าย มีมาตรการเพื่อป้องกันเหตุเดือดร้อนราคาญ และไม่เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์
และแมลงพาหะนาโรค

(6) ต้องมีการจัดการ กาจัดภาชนะบรรจุสารเคมี หรือน้ายาฆ่าเชื้อท่ีใช้แล้วอย่างถูกต้อง
ตามหลักวชิ าการ

(7) ต้องมีห้องน้าห้องส้วม อ่างล้างมือ ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล มีการดูแลรักษาความ
สะอาดเปน็ ประจา มีการบาบดั และกาจดั สง่ิ ปฏกิ ูลอย่างถูกตอ้ งตามหลักสุขาภิบาล

3. สิทธปิ ระโยชนข์ องฟาร์มเลี้ยงสัตวท์ ่ีได้มาตรฐาน
1) การเคลอ่ื นย้ายสัตว์ ผปู้ ระกอบการฟาร์มเล้ยี งโคนมและสุกรสามารถขออนญุ าตเคลื่อนย้ายสัตว์

เข้าในหรือผ่าน เขตปลอดโรคระบาดได้จากปศุสัตว์จังหวัด โดยปฏิบัติตามระเบียบกรมปศุสัตว์ว่าด้วยการ
นาเข้าหรอื การ เคล่อื นยา้ ยสัตว์หรอื ซากสัตว์ภายในราชอาณาจกั ร

2) กรมปศุสัตว์จะจัดสรรวัคซีนป้องกันโรคปากและเท้าเป่ือย และโรคอหิวาต์สุกรให้มีจาหน่าย
อยา่ งเพียงพอตามปริมาณสุกรของฟารม์ เล้ียงสุกรมาตรฐาน

3) กรมปศุสัตว์จะให้บริการการทดสอบโรคแท้งติดตอ่ ในพอ่ แม่พันธุ์สกุ ร รวมทงั้ โรคแท้งติดต่อและ
วณั โรคในโค นม โดยไมค่ ดิ มูลคา่ สาหรบั ฟาร์มท่ีไดม้ าตรฐาน

4) กรมปศุสัตว์จะให้บริการตรวจวินิจฉัยและชันสูตรโรคสัตว์ โดยไม่คิดมูลค่าสาหรับตัวอย่างท่ีส่ง
ตรวจจากฟารม์ เล้ียงสตั วม์ าตรฐาน

4. ข้นั ตอนการขอรบั รองมาตรฐานฟาร์มเลย้ี งสัตว์
1) ผู้ประกอบการสมัครเข้ารับการฝึกอบรม “มาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์สาหรับผู้ประกอบการ”

ทีส่ านักงานปศสุ ัตว์จงั หวดั
2) สานกั งานปศุสัตวจ์ ังหวดั รวบรวมรายชือ่ ผู้ประกอบการส่งให้สานักงานปศุสตั วเ์ ขต
3) ผู้ผ่านการฝึกอบรมมีความประสงค์ขอการรับรองมาตรฐานฟาร์มเล้ียงสัตว์ย่ืนคาขอรับรอง

มาตรฐานฟารม์ เล้ียงสัตว์ (ม.ฐ.ฟ. 1) หรอื สถานที่ฟกั ไขส่ ตั วป์ กี (ม.ฐ.ฟ. 2) ต่อสานกั งานปศสุ ัตวจ์ ังหวดั
4) ตรวจสอบเอกสารและคณุ สมบัติ
5) ถ้าเอกสารครบและผ่านคุณสมบัติ สานักงานปศุสัตว์จังหวัดโดยคณะผู้ตรวจรับรองตรวจ

ประเมนิ ฟาร์มจะเข้าตรวจฟาร์ม
6) ถ้าผ่านการตรวจประเมินฟาร์มเพื่อรับรองมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์จะส่งต่อให้คณะกรรมการ

รับรองมาตรฐานฟาร์มเล้ียงสัตว์ หากไม่ผ่านการตรวจประเมินจะต้องแก้ไขข้อบกพร่องตามระยะเวลาท่ี
กาหนด

7) คณะกรรมการรับรองมาตรฐานฟารม์ เลย้ี งสัตว์ถ้ามีมตใิ ห้การรับรอง

8) สานกั งานปศุสัตวจ์ ังหวัดออกใบรับรองมาตรฐานฟารม์ เลีย้ งสตั ว์
9) รายงานผลสานักพฒั นาระบบและรับรองมาตรฐานสนิ คา้ ปศสุ ตั ว์

5. มาตรฐานฟาร์มเลี้ยงไก่เน้อื
มาตรฐานฟาร์มเล้ียงไก่เนื้อนี้กาหนดขึ้นเป็นมาตรฐานเพ่ือให้ฟาร์มที่ต้องการข้ึนทะเบียนเป็นฟาร์ม

ท่ีได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับ ได้ยึดถือปฏิบัติเพื่อให้ได้การรับรองจากกรมปศุสัตว์ ซ่ึงมาตรฐานน้ีเป็นที่
ยอมรบั ไดย้ ึดถือปฏิบัติเพื่อให้ได้การรับรองจากกรมปศสุ ัตว์ และถือเป็นเกณฑ์มาตรฐานข้ันพ้ืนฐานสาหรับ
ฟาร์มทีจ่ ะไดร้ ับการรบั รอง

มาตรฐานฟาร์มเล้ียงไก่เนื้อนี้กาหนดวิธีปฏิบัติ การจัดการฟาร์ม การจัดการด้านสุขภาพสัตว์และ
การจัดการด้านสงิ่ แวดล้อม เพือ่ ให้ได้ไกเ่ น้อื ทีถ่ กู สขุ ลักษณะและเหมาะสมแก่ผบู้ รโิ ภค

ฟาร์มเล้ียงไกเ่ น้อื หมายถงึ ฟาร์มเล้ยี งไกเ่ น้ือเพือ่ การค้า (Broiler) ท่ีมีจานวนต้ังแต่ 3,000 ตัวขึน้ ไป

5.1 องค์ประกอบของฟาร์ม
1) ทา้ เลท่ตี ั้งของฟาร์ม

(1) อยู่ในบริเวณท่มี ีการการคมนาคมสะดวก
(2) สามารถปอ้ งกันและควบคมุ การแพรร่ ะบาดของโรคจากภายนอกเข้าส่ฟู ารม์ ได้
(3) อยู่ห่างจากแหล่งชุมชนโรงฆ่าสัตว์ปีก ตลาดนัดค้าสัตว์ปีก และเส้นทางที่มีการ
เคล่อื นย้ายสตั ว์ปกี และซากสัตวป์ ีก
(4) อยู่ในทาเลท่ีมีแหล่งน้าสะอาดตามมาตรฐานคุณภาพน้าใช้ เพ่ือการบริโภคอย่าง
เพียงพอตลอดปี
(5) ควรได้รับความยนิ ยอมจากองคก์ ารบริหารราชการสว่ นท้องถิน่
(6) เปน็ บรเิ วณที่ไมน่ ้าทว่ มขัง
(7) เปน็ บริเวณทโี่ ปรง่ อากาศสามารถถ่ายเทได้ดี มตี ้นไมใ้ หร้ ่มเงาภายในฟาร์ม
2) ลักษณะของฟารม์
(1) เนือ้ ที่ของฟาร์ม ตอ้ งมีเน้อื ทเ่ี หมาะสมกับขนาดของฟาร์ม โรงเรือน
(2) การจัดแบ่งพื้นที่ ต้องมีเนื้อท่ีกว้างขวางเพียงพอ สาหรับการจัดแบ่งการก่อสร้าง
อาคารโรงเรือนอย่างเป็นระเบียบ สอดคล้องกับการปฏิบัติงานและไม่หนาแน่นจนไม่สามารถจัดการด้าน
การผลิตสัตวก์ ารควบคุมโรคสัตว์ สุขอนามยั ของผู้ปฏบิ ัติงาน และการรักษาส่ิงแวดล้อมได้ตามหลักวิชาการ
ฟารม์ จะต้องมีการจัดแบง่ พื้นที่ฟารม์ เป็นสัดส่วนโดยมผี งั แสดงการจัดวางทแ่ี นน่ อน
(3) ถนนภายในฟาร์ม ต้องใช้วัสดุคงทน มีสภาพและความกว้างเหมาะสม สะดวกในการ
ขนสง่ ลาเลยี งอุปกรณ์ อาหารสตั ว์ รวมทง้ั ผลผลิตเขา้ -ออกจากภายในและภายนอกฟาร์ม
(4) บา้ นพักอาศัยและอาคารสานักงาน อยู่ในบริเวณอาศัยโดยเฉพาะไมม่ ีการเข้าอยู่อาศัย
ในบริเวณโรงเรือนเล้ียงสัตว์ บ้านพักต้องอยู่ในสภาพแข็งแรงสะอาด เป็นระเบียบไม่สกปรกรกรุงรัง
มปี ริมาณเพียงพอกับจานวนเจ้าหน้าท่ี ต้องแยกห่างจากบริเวณเลี้ยงสัตว์พอสมควร สะอาด ร่มรื่น มีร้ัวก้ัน

แบง่ แยกจากบรเิ วณเลีย้ งสตั วต์ ามกาหนดอยา่ งชดั เจน
3) ลักษณะของโรงเรือน โรงเรือนที่จะใช้เลี้ยงไก่ควรมีขนาดท่ีเหมาะสมกับจานวนไก่ที่เล้ียง

ถกู สขุ ลักษณะ สตั วอ์ ยู่สบาย

5.2 การจัดการฟารม์
1) การจดั การดา้ นโรงเรอื น

(1) โรงเรอื นและทใ่ี หอ้ าหาร ตอ้ งสะอาดและแหง้
(2) โรงเรือนต้องสะดวกในการปฏบิ ัตงิ าน
(3) ต้องดูแลซอ่ มแซมโรงเรือนใหม้ ีความปลอดภยั ตอ่ ไกแ่ ละผปู้ ฏิบัติงาน
(4) มีการทาความสะอาดโรงเรอื นและอุปกรณ์ ด้วยน้ายาฆ่าเช้ือโรคตามความเหมาะสม
(5) มกี ารจัดการโรงเรือน เพือ่ เตรียมความพร้อมก่อนนาไก่เขา้ เลี้ยง
2) การจดั การดา้ นบุคลากร
(1) ต้องมีจานวนแรงงานอย่างเพียงพอและเหมาะสมกับจานวนสัตว์ที่เล้ียง มีการจัดแบ่ง
หน้าที่และความรับผิดชอบในแต่ละตาแหน่งอย่างชัดเจน นอกจากน้ีบุคลากรภายในฟาร์มทุกคนควรได้รับ
การตรวจสขุ ภาพเปน็ ประจาทกุ ปี
(2) ให้มีสัตวแพทย์ควบคุมกากับดูแลด้านสุขภาพสัตว์ และสุขอนามัยภายในฟาร์ม โดย
สัตวแพทย์ต้องมีใบอนุญาตประกอบการบาบัดโรคสัตว์ชั้นหนึ่งและได้รับใบอนุญาตควบคุมฟาร์มจากกรม
ปศสุ ัตว์
3) คู่มือการจัดการฟาร์ม ผู้ประกอบการฟาร์มต้องมีคู่มือการจัดการฟาร์มแสดงให้เห็นระบบการ
เล้ียงการจัดการฟาร์มระบบบันทึกข้อมูล การป้องกันและควบคุมโรค การดูแลสุขภาพสัตว์และสุขอนามัย
ในฟารม์
4) ระบบการบนั ทึกข้อมูล ฟาร์มจะต้องมรี ะบบการบนั ทึกขอ้ มลู ซึง่ ประกอบด้วย
(1) ข้อมลู เกย่ี วกับการบรหิ ารฟาร์ม ได้แก่ บุคลากร แรงงาน
(2) ข้อมูลเก่ยี วกับการจัดการด้านการผลิต ได้แก่ ข้อมูลตัวสัตว์ ข้อมูลสุขภาพสัตว์ ข้อมูล
การผลติ และขอ้ มลู ผลผลติ
5) การจดั การด้านอาหารสัตว์
1) คณุ ภาพอาหารสตั ว์
- แหล่งที่มาของอาหารสตั ว์

ก) ในกรณีซ้ืออาหารสัตว์ ต้องซ้ือจากผู้ที่ได้รับใบอนุญาตตาม พรบ. ควบคุม
คุณภาพอาหารสัตว์ พ.ศ. 2525

ข) ในกรณีผสมอาหารสัตว์ ต้องมีคุณภาพอาหารสัตว์เป็นไปตามที่กาหนด
ตาม พรบ. ควบคมุ คณุ ภาพอาหารสตั ว์ พ.ศ. 2525

- ภาชนะบรรจุและการขนส่ง
ภาชนะบรรจุอาหารสัตว์ควรสะอาด ไม่เคยใช้บรรจุวัตถุมีพิษ ปุ๋ย หรือวัตถุอ่ืนใดท่ีอาจ
เป็นอันตรายต่อสัตว์ สะอาด แห้ง กันความชื้นได้ ไม่มีสารท่ีจะปนเปื้อนกับอาหารสัตว์ ถ้าถูกเคลือบด้วย
สารอ่ืนๆ สารดังกลา่ วต้องไม่เป็นอนั ตรายต่อสตั ว์
- การตรวจสอบคณุ ภาพอาหารสตั ว์
ควรมีการตรวจสอบคุณภาพอาหารสัตว์อย่างง่าย นอกจากนี้ต้องสุ่มตัวอย่างอาหารสัตว์
สง่ ห้องปฏิบัติการท่ีเช่ือถือได้ เพื่อตรวจวิเคราะห์คุณภาพและสารตกคา้ งเป็นประจา และเก็บบันทึกผลการ
ตรวจวเิ คราะหไ์ วใ้ ห้ตรวจสอบได้
2) การเกบ็ รักษาอาหารสัตว์
ควรมีสถานท่ีเก็บอาหารสัตว์แยกต่างหาก กรณีมีวัตถุดิบเป็นวิตามินควรเก็บไว้ในห้อง
ปรับอากาศ ห้องเก็บอาหารสัตว์ต้องสามารถรักษาสภาพของอาหารสัตว์ไม่ให้เปลี่ยนแปลง สะอาด แห้ง
ปลอดจากแมลงและสัตวต์ ่างๆ ควรมแี ผงไม้รองดา้ นล่างของภาชนะบรรจอุ าหารสัตว์

6) การจัดการดา้ นสขุ ภาพสตั ว์
1) ฟาร์มจะต้องมรี ะบบเฝา้ ระวงั
ควบคมุ และปอ้ งกันโรคไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ทัง้ น้รี วมถึงการมโี ปรแกรมทาลายเช้อื โรค

ก่อนเข้าและออกจากฟาร์ม การป้องกันการสะสมของเช้ือโรคในฟาร์ม การควบคุมโรคให้สงบโดยเร็ว และ
ไมใ่ หแ้ พรร่ ะบาดจากฟาร์ม

2) การบาบดั โรค
(1) การบาบัดโรคสตั ว์ ตอ้ งปฏิบัตติ าม พรบ. ควบคมุ การประกอบการบาบัดโรค

สตั ว์ พ.ศ. 2505
(2) การใชย้ าสาหรับสตั ว์ ตอ้ งปฏบิ ัตติ ามข้อกาหนดการใช้ยาสาหรับ

สัตว์ (มอก.7001-2540)

7) การจัดการสิ่งแวดลอ้ ม
วิธีการก้าจัดของเสีย
สงิ่ ปฏกิ ูลต่างๆ รวมถงึ ขยะต้องผา่ นการกาจดั อยา่ งเหมาะสม

กฎ/ ข้อบงั คบั อน่ื ๆ ตามกฎหมาย
1) ขอ้ กาหนดการใช้ยาสาหรับสตั ว์ (มอก. 7001-2504)
2) พรบ. ควบคุมการประกอบการบาบดั โรคสัตว์ พ.ศ. 2505
3) พรบ. ควบคุมคณุ ภาพอาหารสตั ว์ พ.ศ. 2525
4) มาตรฐานคุณภาพน้าใช้

6. การจดั ทา้ มาตรฐานฟาร์มไก่เนอ้ื
ฟาร์มไก่เน้ือที่ต้องการได้รับการรับรองเป็นฟาร์มมาตรฐานของกรมปศุสัตว์ผู้ประกอบการต้องมี

คุณสมบัติและปรับปรุงฟาร์มให้มีมาตรฐานตามข้อกาหนดก่อน จากนั้นจึงขอการรับรอง เม่ือฟาร์มได้รับ
การรับรองเป็นฟาร์มมาตรฐานแล้วต้องต่ออายุทุก 2 ปี และต้องรักษาความเป็นมาตรฐานของฟาร์มไว้
มฉิ ะน้นั จะถกู เพกิ ถอนใบรบั รองมาตรฐานฟาร์ม การรบั รองมาตรฐานฟารม์ ไกเ่ น้อื ไว้ 5 ขอ้ คอื

1. การขอการรบั รองเปน็ ฟารม์ ไก่เน้ือมาตรฐาน
2. การออกใบรบั รองมาตรฐานฟารม์
3. การต่ออายใุ บรับรองมาตรฐานฟาร์ม
4. การเพิกถอนใบรบั รองมาตรฐานฟาร์ม
5. ประโยชน์จากการไดร้ ับการรับรองมาตรฐานฟารม์

ด้วยกรมปศุสัตว์เห็นสมควรให้มีการปรับปรุงระเบียบกรมปศุสัตว์ ว่าด้วยการขอรับและออก
ใบรับรองมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ ให้เป็นไปตามหลักวิชาการด้านการจัดการฟาร์ม ด้านสุขอนามัย และ
การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นรูปแบบมาตรฐานเดียวกัน และให้สอดคล้องกับโครงสร้างใหม่ กรมปศุ
สตั ว์จงึ วางระเบยี บไว้ วา่ ด้วยการขอรับและออกใบรับรองมาตรฐานฟาร์มเลยี้ งสตั ว์ พ.ศ. 2546 ดงั ต่อไปน้ี

1) คณุ สมบตั ขิ องผู้ประกอบการทีข่ อรบั รองมาตรฐานฟารม์
(1) ผูป้ ระกอบการท่มี ีความประสงคใ์ ห้กรมปศุสตั ว์ออกใบรับรองมาตรฐานฟาร์มเลีย้ งสัตว์

ต้องผา่ นการฝึกอบรมตามหลักสูตร การฝกึ อบรมผูป้ ระกอบการทีก่ รมปศสุ ตั วก์ าหนด
(2) ผู้ประกอบการต้องเป็นเจ้าของหรือผู้จัดการฟาร์มที่ขอรับรองมาตรฐานฟาร์ม หรือผู้

ได้รบั การรับรองมาตรฐานฟาร์มจากกรมปศสุ ัตว์
(3) ผู้ประกอบการต้องปรับปรุงฟาร์มให้มีคุณสมบัติตามมาตรฐานฟาร์มท่ีกรมปศุสัตว์

กาหนด

คุณสมบัติของผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการต้องเป็นเจ้าของหรือผู้จัดการฟาร์มที่ขอรับรอง
มาตรฐานฟาร์ม ต้องปรับปรุงองค์ประกอบของฟาร์มให้มีคุณสมบัติตามมาตรฐานฟาร์มตามท่ีกรมปศุสัตว์
กาหนด และต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมผู้ประกอบการของสานักพัฒนาระบบและรับรอง
มาตรฐานสนิ คา้ ปศสุ ัตว์ กรมปศุสตั ว์

2) การยน่ื ค้าขอรบั รองมาตรฐานฟารม์ เลีย้ งสตั วแ์ ละการฝึกอบรมผปู้ ระกอบการ
(1) สานักสขุ ศาสตร์สัตว์และสขุ อนามัย ประกาศรับสมคั รผปู้ ระกอบการทม่ี ีความประสงค์

ขอรับรองมาตรฐานฟาร์มเลย้ี งสัตว์
(2) ให้ผู้ประกอบการย่ืนคาขอรับรองมาตรฐานฟาร์ม พร้อมหลักฐานที่สานักงานปศุสัตว์

จงั หวัด ณ ท้องท่ีทฟี่ าร์มต้ังอยู่
(3) เมื่อสานักงานปศุสัตว์จังหวัด ได้รับคาขอพร้อมหลักฐานตาม ข้อ. (2) แล้วให้ผู้รับคา

ขอตรวจสอบคาขอ หลกั ฐานและคณุ สมบัติ พร้อมทั้งแจ้งให้เจ้าหน้าท่ีสานักงานปศุสัตวจ์ ังหวัดในทอ้ งที่นั้น

ไปตรวจฟาร์มของผู้ประกอบการ ที่ได้ย่ืนคาขอไว้ในเบ้ืองต้นว่ามีองค์ประกอบพ้ืนฐานครบ 5 ประการ
หรือไม่ ดงั น้ี

- มรี ะบบการทาลายเช้อื โรคก่อนเข้า และออกจากฟารม์
- มกี ารจัดการโรงเรอื นที่ถูกตอ้ งตามหลกั สขุ าภบิ าล
- โรงเรอื นทใ่ี ชเ้ ลย้ี งสัตว์มีลกั ษณะและขนาดเหมาะสมกบั จานวนสัตว์
- การจัดการด้านบุคลากร สัตวแพทย์ สัตวบาล และผู้เล้ียงสัตว์ต้องมีเพียงพอ
และเหมาะสมกบั จานวนสตั ว์
- การจัดการด้านสขุ ภาพสัตว์ โดยมีโปรแกรมการใหว้ ัคซีนป้องกนั โรคทีเ่ หมาะสม
(4) ฟาร์มทมี่ ีองคป์ ระกอบพื้นฐานครบ 5 ประการ ตาม ข้อ. (3) ใหเ้ จ้าหน้าที่สานักงานปศุ
สัตว์จังหวัดในท้องท่ี รายงานส่งไปยังผู้อานวยการสานักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัย พร้อมด้วยคาขอ
รับรองมาตรฐานฟารม์ และหลกั ฐานต่างๆ นัน้
(5) ให้ผู้อานวยการสานักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัย รวบรวมรายชื่อผู้ประกอบการท่ีมี
สิทธิอบรม และดาเนนิ การฝึกอบรมต่อไป
(6) สานกั สขุ ศาสตร์สตั ว์และสุขอนามัย จัดการฝึกอบรมให้แก่ผู้ประกอบการตามหลักสูตร
ท่ีกรมปศสุ ตั วก์ าหนด

การย่ืนค้าขอรับรองมาตรฐานฟาร์มไก่เนื้อ สานักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัยจะประกาศรับ
สมัครผู้ประกอบการท่ีต้องการขอรับรองมาตรฐานฟาร์มไก่ไข่ จากน้ันจัดการฝึกอบรมหลักสูตรการ
ฝึกอบรมผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการย่ืนแบบฟอร์มคาขอรับรองมาตรฐานฟาร์มเลี้ยงสัตว์ (แบบ ม.ฐ.ฟ.
1) พรอ้ มหลกั ฐานได้ท่สี านกั งานปศสุ ัตวจ์ ังหวัดทฟี่ ารม์ ตงั้ อยู่ หลักฐานประกอบการยืน่ คาขอ ได้แก่

(1) สาเนาบัตรประชาชนของผ้ยู ่นื คาขอ 1 ฉบบั
(2) สาเนาทะเบยี นบา้ น 1 ฉบับ
(3) แผนทท่ี ตี่ ั้งฟารม์ เลีย้ งสตั ว์ 1 ฉบบั
(4) แผนผังแสดงรายละเอียดทตี่ ง้ั ส่งิ ก่อสรา้ งท่ีมจี รงิ ทง้ั หมดในฟาร์มเล้ียงสัตว์ 1 ฉบบั
(5) รูปถ่ายแสดงภาพภายในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ รวมทั้งส่ิงก่อสร้าง เช่น ร้ัว โรงพ่นยาฆ่าเชื้อ
โรค บ่อน้ายาฆ่าเชื้อ ท่ีเก็บอาหาร ยาสัตว์ คอกสัตว์ สานักงาน ท่ีพักอาศัย และระบบบาบัดน้าเสีย เป็นต้น
(6) ในกรณีท่ีขอต่ออายุการรับรอง ต้องแนบใบรับรองมาตรฐานฟาร์มฉบับท่ีหมดอายุมา
ดว้ ย

3) สถานทฝี่ ึกอบรมการปฏิบัติเก่ียวกบั การฝกึ อบรม
(1) ให้คณะกรรมการฝึกอบรมผู้ประกอบการแจ้งสถานที่ฝึกอบรมให้ผู้ประกอบการท่ีเข้า

รบั การฝกึ อบรมทราบ
(2) สถานที่ฝกึ อบรม จัดขน้ึ ในสถานท่ที ่เี หมาะสม

(3) ผู้ประกอบการท่ีเข้ารับการฝึกอบรมต้องลงทะเบียนและเข้ารับการฝึกอบรมใน
หลักสตู รทกี่ รมปศสุ ัตวก์ าหนด ไมน่ อ้ ยกวา่ รอ้ ยละ 80 ของหลกั สตู ร

4) การรายงานผลการฝึกอบรม
(1) ให้คณะกรรมการฝึกอบรมผู้ประกอบการ นาผลการฝึกอบรมเสนอผูอ้ านวยการสานัก

สุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัย เพื่อออกใบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้ประกอบการท่ีผ่านการฝึกอบรมและใช้
ประกอบการพจิ ารณาออกใบรับรองมาตรฐานฟารม์ ตอ่ ไป

5) การตรวจรบั รองมาตรฐานฟารม์
(1) คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม ตรวจประเมินฟาร์มตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน

ฟารม์ ที่กรมปศุสัตว์กาหนด
(2) คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟารม์ ประกอบด้วย หัวหน้าคณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐาน

ฟาร์ม ผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านรวมอย่างน้อย 6 คน และอาจมีผู้สังเกตการณ์
ร่วมด้วยก็ได้ ท้ังนี้ ในการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มจะต้องมีผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มอย่างน้อย
3 คน โดยให้มีผตู้ รวจรับรองมาตรฐานฟาร์มจากสานักสุขศาสตร์สตั วแ์ ละสุขอนามยั อยา่ งน้อย 1 คน

(3) หัวหน้าคณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มแจ้งกาหนดนัดหมาย การตรวจรับรอง
มาตรฐานฟาร์มให้แกผ่ ้ปู ระกอบการทราบล่วงหน้า 15 วัน

(4) ในการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มแนะนาตัวต่อ
ผ้ปู ระกอบการ และดาเนนิ การดังนี้

- แจ้งวัตถุประสงคแ์ ละขอบเขตของการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม
- ขอข้อมูลรายละเอียดของฟาร์มเพิ่มเติม ในกรณีท่ีมีข้อมูลในการตรวจสอบไม่
เพยี งพอ
- กาหนดรายละเอียดแผนการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม และเวลาที่ใช้ในการ
ตรวจ
- ตรวจสอบการดาเนนิ การแกไ้ ขข้อบกพร่องจากการตรวจคร้ังท่ีผา่ นมา
(5) ดาเนินการตรวจรบั รองมาตรฐานฟารม์ โดยมเี จ้าหนา้ ที่ของฟาร์มนาตรวจตลอดเวลา
(6) เม่ือพบข้อบกพร่องไม่ถูกต้องตามมาตรฐานฟาร์มให้จดรายละเอียดในบันทึก เพื่อเป็น
หลกั ฐานของผตู้ รวจรับรองมาตรฐานฟารม์
(7) คณะผตู้ รวจรบั รองมาตรฐานฟารม์ ตอ้ งปรกึ ษาหารือกนั เก่ยี วกับข้อบกพร่องทพี่ บ
(8) หัวหน้าคณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม สรุปผลการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม
และข้อบกพร่องท่ีพบให้ผปู้ ระกอบการรวมท้งั ผู้ท่ีเกย่ี วข้องได้รบั ทราบและเปดิ โอกาสให้ผู้ประกอบการชแ้ี จง
เพิม่ เติม ตลอดจนกาหนดระยะเวลาในการแก้ไขข้อบกพรอ่ งร่วมกนั
(9) จัดทาบันทึกสรุปผลการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม และระยะเวลาในการแก้ไข
ข้อบกพรอ่ งโดยลงลายมือชื่อรว่ มกัน พร้อมท้ังมอบสาเนาเอกสารให้ผปู้ ระกอบการ

6) รปู แบบการตรวจรบั รองมาตรฐานฟาร์ม
รปู แบบการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม มี 4 แบบ ดงั นี้
(1) การตรวจชนดิ เต็มรูปแบบ (Full Auditing) เป็นการตรวจรบั รองมาตรฐานฟารม์ อย่าง

ละเอียดในทุกด้าน ซึ่งดาเนินการเม่ือมีการขอรบั รองมาตรฐานฟาร์มใหม่ หรือขอต่ออายใุ บรับรองมาตรฐาน
ฟารม์ หรอื เปลีย่ นแปลงแก้ไข หรือกระทาผดิ ระเบียบมาตรฐานฟาร์ม

(2) การตรวจติดตาม (Follow-up Auditing) เป็นการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม เพ่ือ
ติดตามผลการแกไ้ ขข้อบกพรอ่ งจากการตรวจรับรองมาตรฐานฟารม์ ครง้ั ก่อน

(3) การตรวจชนิดย่อ (Concise Auditing) เป็นการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม ท่ีมี
ประวัติการปฏิบัติตามระเบียบมาตรฐานฟาร์มอย่างต่อเน่ือง เช่น การตรวจทุกๆ 6 เดือน หรือทุกๆ 1 ปี
การตรวจชนิดน้ีจะเลือกข้อกาหนดบางหัวข้อของ มาตรฐานฟาร์มมาเป็นตัวบ่งชี้ถึงภาพรวมของการปฏิบัติ
ตามมาตรฐานของฟาร์มแห่งนั้น แต่ถ้ามีการตรวจพบว่ามีการฝ่าฝืนระเบียบมาตรฐานฟาร์ม คณะผู้ตรวจ
รบั รองมาตรฐานฟารม์ อาจปรบั การตรวจเป็นการตรวจชนดิ เต็มรูปแบบไดท้ ันที

(4) การตรวจกรณีพิเศษ (Special Auditing) เป็นการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มเม่ือมี
ปัญหาหรือมีการร้องเรียนเกี่ยวกับคุณภาพผลผลิตที่ไม่ได้มาตรฐาน หรือเฉพาะด้านเช่นการจัดการด้าน
สิ่งแวดลอ้ ม เปน็ ต้น การตรวจชนิดนจ้ี ะมุง่ เนน้ เกี่ยวกับเรอ่ื งท่ีเป็นปญั หาเทา่ น้ัน

7) การจดั ท้ารายงานผลการตรวจรบั รองมาตรฐานฟารม์
คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟารม์ จัดทารายงานผลการตรวจรบั รองมาตรฐานฟาร์มซ่ึงมี

หลกั ปฏิบตั ิ ดังนี้
(1) เนื้อหาของรายงานตอ้ งเป็นขอ้ เทจ็ จรงิ มีข้อความชัดเจน
(2) ให้ผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มทุกคน ได้พิจารณาร่างรายงานผลการตรวจรับรอง

มาตรฐานฟารม์ เพือ่ เสนอขอ้ คิดเห็น
(3) ให้คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม ลงลายมือชื่อในรายงานผลการตรวจมาตรฐาน

ฟารม์

การจัดทารายงานผลการตรวจรบั รองมาตรฐานฟารม์ โดยมีรายละเอยี ดแบ่งเปน็ 2 สว่ น ดงั นี้
1. รายละเอียดข้อมลู ท่วั ไป
1) ช่อื และทตี่ ้งั ของฟารม์
2) วนั เดอื น ปี ทที่ าการตรวจครั้งนีแ้ ละครง้ั ท่ีแล้ว
3) ชอื่ คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม
4) ช่อื และตาแหนง่ ของผู้ทีใ่ ห้ข้อมูล
5) วัตถุประสงค์ของการตรวจรบั รองมาตรฐานฟาร์ม
6) ขอบเขตของการตรวจรบั รองมาตรฐานฟาร์ม
7) การเก็บตวั อย่าง (ถา้ มี)

2. สรุปผลการตรวจ
1) ลักษณะเดน่ ของการปฏบิ ัตติ ามมาตรฐาน (ถ้ามี)
2) ขอ้ บกพรอ่ งท่ีไดแ้ ก้ไขจากการตรวจครัง้ ท่ีแล้ว
3) ข้อบกพร่องท่ียังไม่แก้ไขจากการตรวจคร้ังท่ีแล้ว พร้อมกาหนดระยะเวลาท่ี

แกไ้ ข
4) ขอ้ บกพร่องที่ตรวจพบคร้งั นี้ พร้อมกาหนดระยะเวลาทแ่ี กไ้ ข

ในกรณีที่เป็นการตรวจติดตามตามรูปแบบการตรวจรับรองมาตรฐานฟารม์ ใน ขอ้ .6 (2) ใหร้ ายงาน
สรปุ ผลการตรวจเฉพาะ ขอ้ . 2) และขอ้ . 3)

8) การแจง้ ผลการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มอยา่ งเป็นทางการ
คณะผูต้ รวจรับรองมาตรฐานฟาร์มมีหนังสอื ราชการแจ้งผลการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม พรอ้ ม
แนบรายงานผลการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มให้ผู้ประกอบการทราบภายใน 15 วันทาการ นับจากวันที่
เสร็จส้ินการตรวจและให้ผู้ประกอบการแจ้งรายละเอียดการ แก้ไขข้อบกพร่องให้ผู้อานวยการสานักสุข
ศาสตรส์ ตั ว์และสขุ อนามัยทราบภายใน 15 วนั นับจากวันที่ไดร้ ับหนงั สือ
ถา้ ผู้ประกอบการไม่จัดส่งหนังสือตอบรับ เพื่อแจ้งรายละเอียดการแก้ไขข้อบกพร่องภายในกาหนด
ระยะเวลาข้างต้น ให้ถือว่าผู้ประกอบการยอมรับท่ีจะแก้ไขข้อบกพร่องตามที่คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐาน
ฟารม์ ระบุไว้
9) การออกใบรับรองมาตรฐานฟารม์

(1) ให้เลขานุการคณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม นาผลการตรวจรับรองมาตรฐาน
ฟาร์มที่ผ่านการรับรองเสนอผู้อานวยการสานักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัย เพื่อพิจารณาออกใบรับรอง
มาตรฐานฟารม์ แล้วส่งใบรบั รองมาตรฐานฟารม์ น้นั ให้ปศสุ ตั วจ์ ังหวดั เพ่ือมอบให้แกผ่ ูป้ ระกอบการตอ่ ไป

(2) ใบรบั รองมาตรฐานฟารม์ ให้ใชไ้ ด้ 2 ปี นับแต่วันออกใบรับรอง

การออกใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม ให้สานักงานปศุสัตว์จังหวัด สานักสุขศาสตร์สัตว์และ
สขุ อนามยั ให้ดาเนินการดังน้ี

1. สานักงานปศสุ ตั วจ์ งั หวัด
1) รับแบบฟอรม์ คาขอรับรองมาตรฐานฟารม์ เลย้ี งสตั ว์ (แบบ ม.ฐ.ฟ. 1) พรอ้ มหลกั ฐาน
2) ในกรณีคาร้องและหลักฐานครบ เจ้าหน้าท่ีสานักงานปศุสัตว์จังหวัดดาเนินการ

ตรวจสอบฟาร์มของผ้ปู ระกอบการเบ้ืองต้นว่ามีองค์ประกอบพ้ืนฐานของฟาร์มครบ 5 ประการหรอื ไม่ ดังนี้
- ระบบการทาลายเชอื้ โรคก่อนเข้าและออกฟารม์
- การจดั การโรงเรือนทถ่ี ูกตอ้ งตามหลักสุขาภบิ าล
- โรงเรือนทใ่ี ช้เล้ียงไกต่ ้องมลี กั ษณะ และขนาดเหมาะสมกับจานวนไก่
- การจัดการด้านบุคลากร สัตวแพทย์ สัตวบาล และผู้เลี้ยงสัตว์ ต้องมีเพียงพอ

เหมาะสมกับจานวนไก่

- การจัดการด้านสุขภาพสัตว์ โดยมีโปรแกรมให้วัคซีนป้องกันโรคที่ถูกต้อง และ
มหี ลักการสขุ าภิบาลฟาร์มท่ีดี

3) ในกรณีที่ผู้ตรวจพบว่า ผู้ประกอบการมีองค์ประกอบพื้นฐานของฟาร์มไม่ครบ
5 ประการ ผ้ตู รวจต้องทาเรือ่ งแจ้งผปู้ ระกอบการเพ่อื แก้ไขปรับปรุงต่อไป

4) กรณีผู้ประกอบการมีองค์ประกอบพ้ืนฐานของฟาร์มครบ 5 ประการ เจ้าหน้าท่ี
สานักงานปศุสัตว์จังหวัด จัดส่งรายงานการตรวจองค์ประกอบพื้นฐานเบื้องต้นของฟาร์ม พร้อมแนบ
แบบฟอร์มและหลักฐานไปยงั สานักสุขศาสตร์สตั ว์ และสุขอนามยั

5) ร่วมเปน็ คณะผตู้ รวจรับรองมาตรฐานฟารม์ กบั สานกั สุขศาสตร์สัตวแ์ ละสขุ อนามยั
2. สานกั สุขศาสตรส์ ัตวแ์ ละสขุ อนามัย

1) รวบรวมและตรวจสอบเอกสารจากสานักงานปศุสตั ว์จังหวัด
2) ดาเนินการอบรมผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตามระเบียบมาตรฐานฟาร์ม หลักสูตร
การฝึกอบรมผู้ประกอบการไมน่ ้อยกวา่ ร้อยละ 80 ของหลกั สตู ร
3) ดาเนินการออกใบประกาศนยี บัตรให้แกผ่ ูป้ ระกอบการท่ีผา่ นการฝึกอบรม
4) ดาเนินการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มร่วมกับคณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม
จากสานักงานปศสุ ตั ว์จังหวดั
5) กรณีฟาร์มไม่ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม ให้ทาหนังสือเป็นทางการแจ้ง
สานักงานปศุสัตวจ์ งั หวัด และแจ้งผ้ปู ระกอบการให้แกไ้ ขขอ้ บกพรอ่ ง
6) กรณีฟาร์มผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม ให้ดาเนินการตรวจสอบรายงานผล
การตรวจประเมนิ ฟาร์ม และจดั ทาบันทึกขอ้ มูลทะเบียนฟารม์ มาตรฐาน
7) ดาเนินการออกใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม พร้อมทาหนังสือเป็นทางการแจ้งสานักงาน
ปศสุ ัตวจ์ งั หวัดเพอื่ มอบใบรบั รองมาตรฐานฟารม์ ใหแ้ ก่ผูป้ ระกอบการตอ่ ไป
8) ใบรับรองมาตรฐานฟารม์ มีอายุการใชง้ าน 2 ปี นับแตว่ ันออกใบรับรอง

10) การต่ออายุใบรบั รองมาตรฐานฟาร์ม
(1) ผู้ประกอบการท่ีมีความประสงค์ขอต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์มให้ย่ืนคาขอ

รับรองมาตรฐานฟาร์มพร้อมหลักฐาน ก่อนหมดอายุภายใน 30 วัน ท่ีสานักงานปศุสัตว์จังหวัดพร้อมกับ
ใบรับรองมาตรฐานฟารม์ ฉบับเดมิ

(2) ให้เจ้าหน้าท่ีสานักงานปศุสัตว์จังหวัดในท้องท่ีนั้นรวบรวมคาขอดาเนินการตรวจสอบ
เอกสารเบื้องต้น และนาเสนอเลขานุการคณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม เพื่อนัดหมายการตรวจรับรอง
มาตรฐานฟาร์มต่อไป

(3) คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม จะดาเนินการนัดหมายและตรวจรบั รองมาตรฐาน
ฟารม์ เชน่ เดยี วกบั การตรวจรบั รองมาตรฐานฟาร์ม ขอ้ . 5) การตรวจรับรองมาตรฐานฟารม์ ใน ขอ้ . 1-9

(4) การแจ้งผลการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มอย่างเป็นทางการคณะผู้ตรวจรับรอง

มาตรฐานฟาร์มจะแจ้งผลอย่างเป็นทางการ เช่นเดียวกับการแสดงผลตาม ข้อ. 8) การแจ้งผลการตรวจ
รบั รองมาตรฐานฟาร์มอยา่ งเป็นทางการ

(5) การพิจารณาการต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม เมื่อคณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐาน
ฟาร์มเห็นว่า ผู้ประกอบการรายใดเหมาะสมท่ีจะได้รับใบรับรองมาตรฐานฟาร์มต่อไปให้เลขานุการคณะ
ผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม นาผลการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มที่ผ่านการรับรองจากคณะผู้ตรวจ
รบั รองมาตรฐานฟาร์ม และมีคณุ สมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานฟารม์ เสนอผู้อานวยการสานักสุขศาสตร์สัตว์
และสุขอนามัยต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม โดยเติมคาว่า "ต่ออายุ" และลงนามโดยผู้อานวยการสานัก
สขุ ศาสตรส์ ตั วแ์ ละสขุ อนามัยเป็นสาคัญ

การอนุญาตให้ต่ออายุใบรบั รองมาตรฐานฟารม์ ใหน้ ับต่อจากวันหมดอายใุ บรับรองมาตรฐานฟาร์ม
ฉบบั เดิม เป็นต้นไป

การตอ่ อายใุ บรับรองมาตรฐานฟาร์ม ผู้ประกอบการ สานักงานปศสุ ตั วจ์ ังหวัดและ
สานักสุขศาสตรส์ ัตว์และสขุ อนามัย มบี ทบาท ดงั น้ี

1. ผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการต้องยื่นคาขอต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์มที่สานักงาน
ปศุสัตว์จังหวัดท่ีฟาร์มต้ังอยู่ภายใน 30 วัน ก่อนที่ใบรับรองมาตรฐานฟาร์มจะหมดอายุพร้อมใบรับรอง
มาตรฐานฟาร์มฉบบั เดิม

2. สานักงานปศุสัตว์จังหวัด สานักงานปศุสัตว์จงั หวัดรวบรวม และตรวจสอบหลกั ฐาน คาขอต่อ
อายุใบรับรองพร้อมหลักฐานที่ถูกต้องเสนอคณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม เพ่ือนัดหมายการตรวจ
มาตรฐานฟาร์มต่อไป

3. สานักสขุ ศาสตรส์ ตั ว์และสขุ อนามัย สานักสุขศาสตรส์ ัตว์และสขุ อนามัยทาหน้าที่ ดังน้ี
1) ดาเนินการตรวจประเมินมาตรฐานฟาร์มร่วมกับ คณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม

จากสานกั งานปศุสัตว์จังหวัด
2) กรณีท่ีฟาร์มผ่านการตรวจประเมิน พิจารณาดาเนินการต่ออายุใบรับรองมาตรฐาน

ฟารม์ โดยใหอ้ อกใบรับรองเตมิ คาว่า “ตอ่ อายุ”
3) การอนุญาตให้ต่ออายุใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม ให้นับต่อจากวันหมดอายุใบรับรอง

มาตรฐานฟารม์ ฉบับเดิมเปน็ ต้นไป และมอี ายกุ ารใชง้ าน 2 ปี นับแตว่ ันออกใบรับรอง
4) จัดทาและเก็บรักษาสมดุ ทะเบียนผปู้ ระกอบการ ที่ไดร้ ับการรบั รองมาตรฐานฟาร์ม

11) การจดั ท้าและเก็บสมดุ ทะเบยี น
(1) เลขานกุ ารคณะผตู้ รวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม เป็นผู้จัดทาและเก็บรักษาสมุดทะเบียน

ผปู้ ระกอบการท่ีไดร้ บั การรับรองมาตรฐานฟาร์ม
12) การพิจารณาการเพกิ ถอนใบรบั รองมาตรฐานฟาร์ม
(1) ผู้อานวยการสานักสุขศาสตร์สัตว์และสุขอนามัยจะดาเนินการเพิกถอนใบรับรอง

มาตรฐานฟาร์ม พร้อมทั้งข้ึนทะเบียนประวัติเป็นฟาร์มที่ไม่ได้มาตรฐานหากปรากฏว่าคณะผู้ตรวจรับรอง

มาตรฐานฟารม์ ได้ตรวจตามรูปแบบการตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์มแล้ว ภายหลังพบว่าเกดิ ความบกพร่อง
ของงานในความรับผิดชอบอันเน่ืองมาจากผูป้ ระกอบการ

(2) ฟาร์มท่ีอยู่ในทะเบียนประวัติเป็นฟาร์มที่ไม่ได้มาตรฐานจะไม่ได้รับการพิจารณา
รับรองมาตรฐานฟาร์มเป็นเวลา 3 ปี

การเพิกถอนใบรับรองมาตรฐานฟาร์ม ผู้ประกอบการต้องรักษา และคงสภาพของมาตรฐาน
ฟารม์ โดยปฏบิ ัติดงั น้ี

1) ผู้ประกอบการต้องคอยเอาใจใส่ตรวจสอบฟาร์มของตนให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอย่าง
สมา่ เสมอ

2) เม่ือมีการเปล่ียนแปลงเกิดขึ้นไม่ว่ากรณีใดๆ เช่น เปล่ียนผู้ปฏิบัติงาน ต้องให้ความ
สนใจในจุดน้ันเป็นพิเศษ หากไม่แน่ใจว่างานในจุดน้ันจะมีคุณสมบัติเป็นไปตามระเบียบมาตรฐานฟาร์ม
ใหน้ ดั หมายคณะผู้ตรวจรับรองฯ ไปดาเนนิ การตรวจสอบต่อไป

3) ผู้ประกอบการต้องสนับสนุนและไม่ก้าวก่ายงานในหน้าที่รับผิดชอบของสัตวแพทย์
ผู้ควบคุมฟาร์ม ในกรณีท่ีคณะผู้ตรวจรับรองมาตรฐานฟาร์ม ตรวจสอบพบความบกพร่องของงานในความ
รับผิดชอบ อันเนื่องมาจากผู้ประกอบการ สานักสุขศาสตร์สัตว์ และสุขอนามัยจะดาเนินการเพิกถอน
ใบรับรองมาตรฐานฟาร์มพร้อมท้ังขึ้นทะเบียนประวัติท่ีไม่ได้มาตรฐาน และฟาร์มจะไม่ได้รับการพิจารณา
รับรองมาตรฐานฟาร์มเปน็ เวลา 3 ปี

7. ประโยชนจ์ ากการไดร้ ับการรับรองมาตรฐานฟาร์ม
1) ผปู้ ระกอบการมีผลผลติ ปศุสตั วเ์ พิม่ มากขนึ้
2) ผลผลิตปศสุ ัตวม์ คี ุณภาพดี ปลอดภัยต่อผู้บรโิ ภค
3) ผู้ประกอบการมสี ่วนร่วมในการรกั ษาสง่ิ แวดลอ้ ม
4) เป็นการพัฒนาการเล้ียงปศุสตั ว์ เพ่ือรองรับต่อมาตรการกีดกันทางการค้าของประเทศ ผู้นาเข้า

และระบบการคา้ เสรี


Click to View FlipBook Version