The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by beam.maliwan3, 2019-06-08 10:14:49

Unit 11

Unit 11

หนว่ ยท่ี 11
ปญั หา อุปสรรคและ
การตรวจสอบยอ้ นกลบั

ครคู ัธรยี า มะลวิ ลั ย์

แผนกวชิ าสตั วศาสตร์ วทิ ยาลยั เกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา

หน่วยที่ 11

ปญั หา อปุ สรรคและการตรวจสอบย้อนกลบั

หัวข้อเรื่อง
1. ปญั หาและอปุ สรรคในการเลยี้ งไก่เน้ือ
2. การตรวจสอบย้อนกลับการเลี้ยงไกเ่ น้ือ

จุดประสงค์การเรียนรู้
1. อธบิ ายปัญหา อปุ สรรค และแนวทางแก้ไขปัญหาการเล้ียงไกเ่ นื้อได้
2. อธบิ ายการตรวจสอบยอ้ นกลับการเล้ียงไกเ่ นื้อได้

เน้ือหาการสอน

1. ปญั หาและอปุ สรรคในการเล้ยี งไก่เน้ือ
1.1 ปญั หาดา้ นคณุ ธรรมจรยิ ธรรมท่ีพงึ ปฏิบตั ใิ นการพัฒนาอาชพี
คุณธรรม จริยธรรม มีความหมายว่า คุณงามความดีของบุคคลที่กระทาลงไปด้วยความมีสานึกใน

จิตใจ โดยยึดถือปฏิบัติจนเป็นความเคยชินกันมายาวนาน อันเป็นลักษณะนิสัยของคนดีท่ีพึงประพฤติ
ปฏิบัตจิ นเปน็ ทยี่ อมรบั ว่าเป็นส่งิ ท่ดี ีงามถกู ต้องตามจารตี ประเพณีของตนเองผ้อู นื่ และสงั คม

คุณธรรมงานอาชีพ หมายถึง การกระทาท่ีเป็นประโยชน์ไม่เบียดเบียนการทาหน้าที่การทามาหา
กินเลี้ยงชีพโดยสจุ รติ ก่อให้เกิดผลผลติ และรายได้ เปน็ ท่ยี อมรบั ของสงั คม

ความสาคญั ของคุณธรรม จริยธรรมงานอาชพี บุคคลผู้มีคุณธรรม หมายถึง บุคคลที่มคี วามเป็นอยู่
อย่างถูกต้องตามกฎเกณฑ์ และหลักการเหตุผลของธรรมชาติ สังคมหรือชุมชนใดมีผู้มีคุณธรรมเป็น
ส่วนมาก สังคมนั้นย่อมมีความสมดุลกลมกลืน สงบสุข เจริญและพัฒนาอย่างไม่มีท่ีสิ้นสุดความสาคัญของ
คุณธรรมในข้อที่ว่า เป็นเคร่ืองเสริมบุคลิกภาพ และเป็นเครื่องส่งเสริมความสาเร็จน้ัน เป็นประเด็นที่มี
ความสาคัญต่องานอาชีพอย่างย่ิง เพราะอาชีพต้องติดต่อ สัมพันธ์เกี่ยวข้องและประสานกับผู้คนท่ัวไป
คุณธรรมจรยิ ธรรมทพ่ี ึงปฏบิ ตั ใิ นการพฒั นาอาชีพ มีดงั นี้

1) ความรับผิดชอบ
ความรับผิดชอบ คือ ความสานึกได้อยู่เสมอในการปฏิบัติงาน เอาใจใส่ ติดตามผลไม่ทอดท้ิง
ยอมรับผิดชอบผลของหน้าท่ีการงานที่ตนเองกระทาท้ังดีไม่ดี ไม่ปัดความรับผิดชอบในหน้าที่ของตนแก่
ผู้อื่น ซง่ึ ความสาคัญของความรบั ผดิ ชอบมีดังนี้

- ทาใหเ้ ป็นคนต้ังใจจริง รกั หน้าทกี่ ารงานท้งั เปน็ ของสว่ นตนและส่วนรวม
- เป็นการสร้างความม่นั ใจให้แกต่ นเองและหม่คู ณะตลอดถึงประเทศชาติ
- เป็นคุณสมบตั สิ าคญั ของคนในชาติที่เจรญิ แล้ว
- เปน็ คณุ ลกั ษณะท่ีจาเปน็ ในวถิ ีชีวติ ในสงั คมประชาธิปไตย

- เปน็ การสรา้ งเสริมคุณลกั ษณะของความเป็นผู้นาทดี่ ี
- ทาใหส้ งั คมและประเทศชาติมีความเป็นระเบยี บเรยี บรอ้ ย

3) ลกั ษณะของการรจู้ ักรับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง
(1) ตรงต่อเวลาได้แก่ การตรงต่อเวลาท่ีกาหนดนัดหมาย เช่น การไปโรงเรียน การไป

ทางาน การประชุม การนดั พบ ฯลฯ
(2) รู้จักหนา้ ท่ีของตน ไดแ้ ก่ รู้จักสภาพสาคัญท่ีตนเองเป็นอยู่ ตนมหี น้าท่ีทาอะไร ต้องทา

ส่ิงน้ันให้สมบูรณ์ด้วยความขยันหมั่นเพียรเต็มความสามารถเช่น นักเรียนต้องเรียนหนังสือ ครูต้องอบรม
นกั เรยี น หมอต้องรักษาคนเจบ็ ไขไ้ ดป้ ว่ ย

(3) รู้จักคุ้มครองตน ได้แก่ รู้จักวิธีรักษาตน ป้องกันตนเองให้มีความปลอดภัยพ้นจาก
อนั ตรายตา่ งๆ

(4) รู้จักคุมความประพฤติของตนเอง ได้แก่ การที่ตนมีความสามารถบังคับควบคุมจิตใจ
ตนเองไมใ่ หห้ ลงใหลมวั เมาในอบายมุข ไม่ตกเป็นทาสของกเิ ลส ประพฤติตนอย่ใู นศีลธรรม

(5) รู้จักรักษาสุขภาพอนามัย การรักษาร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ เพ่ือจะได้ใช้
ความสามารถทาหนา้ ที่การงานให้ไดส้ มบูรณ์

4) ความซ่อื สตั ย์
ความซ่ือสัตย์ เป็นคุณลักษณะที่สาคัญและเป็นท่ีต้องการในทุกองค์การ ซึ่งความซื่อสัตย์นอกจาก
จะหมายถงึ การรักษาความลบั ผลประโยชน์ และทรพั ย์สินต่างๆ ของบริษัทแลว้ ความซอื่ สตั ย์ยงั หมายรวม
ไปถึงการให้ข้อมลู ท่ีถกู ตอ้ งและไม่บดิ เบือนจากความเปน็ จริง และการปฏิบัติตามระเบยี บหรือกฎของบริษัท
และยงั พบอีกว่ามีหลายองค์การไดก้ าหนดความซ่ือสัตย์เป็นวัฒนธรรมองค์การ (Corporate Culture) หรือ
คุณค่าร่วม (Core Value) ท่ีเก่ียวข้องกับความคิดความเชื่อที่อยากให้พนักงานทุกคนปฏิบัติ ลักษณะของ
ความซื่อสัตยจ์ ะมีความสาคัญและสง่ ผลตอ่ ตนเองและต่อหนว่ ยงานหรอื องค์การ สรปุ ไดด้ ังน้ี

(1) การได้รบั ความไว้วางใจ
(2) ได้รบั ความเช่อื ถือ
(3) สรา้ งผลงาน (Performance) ความซื่อสัตย์ทาใหม้ โี อกาสทางานใหญ่หรือสาคัญ
(4) รกั ษาผลประโยชนข์ องหน่วยงาน/บริษทั หากมีความซ่ือสัตย์แล้วก็ยอ่ มหมายถึง ไม่ได้
เอาเปรียบหน่วยงานและบริษัท เน่ืองจากทางานอย่างเต็มที่ ได้ปฏิบัติตามระเบียบและรักษาทรัพย์สนิ ของ
บริษัท
5) ความขยัน
ความขยัน หมายถึง การปฏิบัติหน้าที่การงานและการประกอบอาชีพท่ีสุจริตอย่าง กระตือรือร้น
และต้ังใจจริงให้สาเร็จด้วยความมานะอดทน สาหรับการปลูกฝังและสร้างเสริมเร่ืองความขยันหมั่นเพียร
ต้องมุ่งเน้นให้ทางานในหน้าท่ีของตนเองให้ประสบความสาเร็จ มีความอดทนไม่ย่อท้อต่อความยากลาบาก
หรืออุปสรรคท่ีเกิดขึ้น ศกึ ษาหาความรู้อย่เู ป็นนจิ ฝกึ ฝนตนเองให้มีความสามารถและความชานาญในงานท่ี

สุจริตเปน็ ประโยชน์ต่อสงั คม
ความขยันหม่ันเพียรไม่ว่าจะเป็นความขยันหมั่นเพียรชนิดใดย่อมจะทาให้ผู้นั้นบรรลุผลสาเร็จ แต่

ความขยันขันแข็งดังกล่าวมานี้ ควรจะมีจุดหมายแห่งชีวิตอย่างใดอย่างหน่ึงด้วย เพราะการมีจุดมุ่งหมาย
แห่งชีวิตนั้น จะทาให้พลังแห่งความขยันขันแข็งมีความรุนแรงข้ึน การขยันขันแข็งที่ดีน้ันควรจะเป็นความ
ขยนั ขนั แข็งทั้งเฉพาะหนา้ และอนาคตไปพรอ้ ม ๆ กัน

ความขยนั ขันแข็งท่ีเกิดจากการทาประโยชน์ใหแ้ ก่ผอู้ ื่น มีอิทธิพลและพลานุภาพแรงกว่าความเห็น
แก่ตัวหรือทาให้ตนเองรา่ รวยเป็นเศรษฐขี ึ้น เพราะบุคคลทข่ี ยันขันแข็งด้วยความเห็นแก่ตัวเหลา่ น้ี ไมเ่ ห็นมี
ใครสรา้ งอนุสาวรยี ์ไว้ให้ ไม่เห็นมใี ครยกย่องสรรเสริญ ไม่เห็นมีใครกล่าวถงึ แต่บุคคลท่ีโลกสรา้ งอนุสาวรียไ์ ว้
ให้น้ัน เช่น อนุสาวรีย์ของลินคอล์น อนุสาวรีย์ของพระพุทธยอดฟ้า พระเจ้าตากสินมหาราช พระนเรศวร
มหาราช ฯลฯ เกิดจากความขยันขันแข็งของบุคคลดังกล่าว ความขยันหมั่นเพียรในงานที่เป็นประโยชน์ต่อ
ชุมชนหรือสังคม หมายถึงการมีความรัก ความตั้งใจทางานสุจริตและเป็นประโยชน์ต่อสังคม มีความ
กระตือรือร้นท่ีจะทางานดังกล่าวมาทางานทุกคร้ังด้วยความเต็มใจ และปรารถนาดี ไม่เลือกงานหรือ
รงั เกียจงาน โดยยึดถอื วตั ถุ(เงิน สถานท)ี่ หรือตัวบุคคล พยายามคิดศึกษาและสรา้ งสรรคง์ านท่ีสง่ ผลให้เกิด
ประโยชน์ต่อสังคมหรือชุมชนอยู่เสมอ สังคมหรือชุมชนเป็น ส่วนหน่ึงในการดาเนินชีวิตของเราท่ีจะต้องมี
การอยู่ร่วมกัน และมีการพ่ึงพาอาศัยกันอยู่เสมอเพราะเราไม่ สามารถอยู่ตามลาพังได้ ดังน้ันจึงมี
ความสาคัญ มีความจาเป็นต้องมีความรับผิดชอบ ต้องมีความขยัน ช่วยงานของสังคมและชุมชนไม่ทาตัว
เป็นส่วนเกินของสังคม ท้ังนี้เพ่ือพัฒนาสังคมและชุมชนของเราให้มีความ เจริญก้าวหน้าท้ังทางวัตถุและ
จิตใจ อีกทั้งใหม้ คี วามสามัคคีรักใคร่กลมเกลียวกัน

1.2 ปญั หาดา้ นกระบวนการผลติ ไก่เนอ้ื
ปัญหาด้านกระบวนการผลิต การผลิตเน้ือไก่ของเกษตรกรไทย จะพบว่าเกษตรกรผู้เล้ียงไก่เนื้อได้
ประสบปัญหาการขาดทุนและมีรายได้จากการผลิตเน้ือไก่ท่ีไม่แน่นอน ราคาไขไ่ ก่ท่ีเกษตรกรขายได้มีความ
ผันผวน จึงมีผลทาให้รายได้จากการเลี้ยงไก่ขาดเสถียรภาพและเป็นผลทาให้เกษตรกรผู้เลี้ยงไก่เนื้อได้รับ
ความเดือดร้อน จึงเป็นประเด็นที่สมควรต้อง นามาพิจารณาหาแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งระบบ เพื่อให้เกิด
ความย่ังยืนในอาชีพการเลี้ยงไก่เพื่อเล้ียงครอบครัวให้อยู่รอดได้ต่อไป ตลอดจนเพื่อให้เกิดความกินดีอยู่ดี
ของเกษตรกรท่ีเปน็ ประชากรสว่ นใหญข่ องประเทศ และสามารถสรุปประเด็นปญั หาได้ ดังนี้
1) ปัญหาความผันผวนของราคาเน้ือไก่ ได้มีผลกระทบต่อเสถียรภาพทางดา้ นรายได้ของเกษตรกร
ผ้เู ลี้ยงไกเ่ น้ือ จึงทาให้เกดิ ความไม่แน่นอนของรายได้จากการประกอบอาชีพการเลี้ยงไก่เนื้อ และเกิดปญั หา
ความเสี่ยงทางการตลาดของธุรกิจเน้ือไก่ประสบปัญหากับการขาดทุน นอกจากนั้น ยังพบว่าราคาเนือ้ ไก่ยัง
มปี ัญหาที่มี การเคล่อื นไหวตามฤดกู าลในรอบปีเดยี วกนั
2) ปริมาณการผลิตมีความไม่แน่นอน เน่ืองจากมีผู้เล้ียงไก่เน้ือรายย่อยเป็นจานวนมาก ทาให้ไม่
สามารถควบคุมปริมาณผลผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดได้ และความผันผวนของปริมาณ
การผลิตเปน็ สาเหตสุ าคัญทส่ี ง่ ผลทาให้เกดิ ปญั หาวฏั จักรของตลาดเนื้อไก่

3) เกษตรกรผู้เล้ียงไก่เนื้อขาดแคลนเงินทุนในการพัฒนาระบบการเลี้ยงจึงทาให้ผลผลิตเนอื้ ไกท่ ี่ได้
มคี ุณภาพต่าและฟารม์ เล้ียงไก่ขาดมาตรฐาน

4) ต้นทุนการผลิตสูง เมอื่ ต้นทนุ การผลติไก่เนื้อของไทยโดยเปรียบเทียบสูงกว่าประเทศคู่แข่ง อาทิ
บราซิล สหรัฐอเมริกา และจีน ทาให้เป็นอุปสรรคในการพัฒนาการแข่งขันเพ่ือการส่งออก สาเหตุส่วนหน่ึง
ประเทศไทยต้องพ่ึงพาปัจจัยการผลิต และเทคโนโลยีจากต่างประเทศ เช่น พันธ์ุสัตว์ เคมีภัณฑ์ เวชภัณฑ์
และอุปกรณ์ต่างๆ ราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์สูงและต้องนาเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะพันธุ์ไก่ และ
วัคซีน มีราคาสูง อีกส่วนหนึ่งเกิดจากได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐน้อย มีสาเหตุจากรัฐบาลยังให้ความ
ช่วยเหลือ และให้การอุดหนุนเกษตรกรน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอ่ืนๆ ที่เป็นคู่แข่งขัน
โดยเฉพาะการอุดหนนุ เกษตรกรผู้เลยี้ งไก่ไข่อยู่ในระดับต่า รวมท้งั ประเทศไทยไม่เคยอุดหนุนการสง่ ออกทา
ใหไ้ มส่ ามารถอุดหนนุ การส่งออกได้ จงึ ทาให้เปน็ อุปสรรคตอ่ การแข่งขนั เพื่อส่งออก

5) ประเทศต่างๆ มีการนามาตรการกีดกันทางการค้าท่ีมิใช่ภาษี (Non-Tariff Measures: NTMs)
มาใช้มากข้ึน โดยนาประเด็นทางสังคมต่างๆ มากาหนดเป็นมาตรฐานทางการค้าระหว่างประเทศ เช่น
มาตรฐานแรงงาน มาตรฐานสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซ่ึงประเทศคู่ค้าอาจนาประเด็นดงั กล่าวมาใช้กีดกันการค้า
ระหว่างกัน หากไทยไม่ได้มีการเตรียมการป้องกันและแก้ไขอย่างจริงจัง ก็อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออก
เนือ้ ไกข่ องไทยได้

ปัญหาทมี่ กั พบในการเล้ียงไก่เนอื้
1) น้าหนักตวั นอ้ ย ปัญหาไกก่ ระทงมนี ้าหนักตัวนอ้ ย หรอื มีน้าหนักตัวไม่ได้ตามเป้าหมาย

หรือมาตรฐานที่กาหนดไว้เมื่ออายุถึงเกณฑ์ท่ีกาหนด อาจจะมีสาเหตุมาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังต่อไปน้ี
- ขนาดไข่ฟัก ลูกไก่ที่มาจากแมพ่ ันธุ์ที่เพิ่งเป็นสาวจะมีขนาดเล็กกว่าไข่ที่มาจาก

แม่พันธุ์ท่ีมีอายุมาก เม่ือไข่ฟักมีขนาดเล็กก็จะส่งผลให้ได้ลูกไก่ขนาดเล็กตามไปด้วย ในขณะที่ไข่ฟักขนาด
ใหญ่กว่าจะให้ลกู ไก่ท่ีมีขนาดใหญ่กว่าและมีสมรรถภาพการเจริญเติบโตดกี ว่าดว้ ยดงั แสดงในตารางที่ 11.1

- สภาพอากาศ การเล้ียงไก่ในช่วงฤดูร้อนไก่มกั จะมอี ัตราการเจริญเติบโตชา้ กว่า
ในช่วงฤดหู นาว เนื่องจากในชว่ งฤดูรอ้ น ไก่จะกนิ อาหารนอ้ ยกว่าน่นั เอง

- การจัดการอุปกรณ์ให้น้าให้อาหารไม่ถูกต้อง ถ้าหากมีการจัดเตรียมอุปกรณ์
ให้น้าหรอื อุปกรณ์ให้อาหารไม่เพียงพอกับความต้องการของไก่จะส่งผลให้เกิดการแก่งแยง่ กันมากขึ้น ไก่ได้
ด่มื น้าและกนิ อาหารไมเ่ พียงพอ จะส่งผลใหไ้ ด้น้าหนักตัวไม่ไดต้ ามมาตรฐานทก่ี าหนดไว้

ตารางที่ 11.1 ผลของขนาดไขฟ่ กั ต่อนา้ หนักลกู ไก่แรกเกดิ และสมรรถภาพการเจริญเติบโตของไก่เนื้อ
เมอ่ื เล้ยี งจนถึงอายุ 7 สัปดาห์

ที่มา : ประภากร (2560)

2) คุณภาพอากาศไม่ดี คุณภาพของอากาศภายในโรงเรือนเป็นส่งสาคัญ เน่ืองจากการ
เล้ยี งไก่เนอ้ื มักจะใหไ้ ก่อยู่ในพื้นท่ีที่จากัดและมีการเลย้ี งแบบหนาแน่นมาก จึงจาเป็นอยา่ งยง่ิ ท่ีจะตอ้ งจัดหา
อากาศท่ีดีมีออกซิเจนเพียงพอ ไม่มีก๊าซพิษ อย่างไรก็ตามปัญหาเกี่ยวกับคุณภาพของอากาศมักพบในช่วง
ฤดูหนาวเนื่องจากผู้เลี้ยงจะต้องลดปริมาณการระบายอากาศออกจากโรงเรือนให้น้อยลงเพื่อรักษาความ
อบอุ่นภายในโรงเรือนทาให้มีก๊าซพิษสะสมอยู่มาก เช่น ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Co2) ก๊าซแอมโมเนีย
(NH3) ฯลฯ

3) คุณภาพน้าด่ืม น้าดื่มสาหรับไก่จะต้องคานึงถึงความสะอาดปราศจากเช้ือจุลินทรีย์ปนเป้ือน
มีค่า pH พอเหมาะ และโลหะหนักท่ีเป็นโทษปนเปื้อน ค่า pH ของน้าดื่มที่เหมาะสมสาหรับการเลี้ยง
ไก่กระทงควรอยู่ระหว่าง 6.4-8.5 ถ้าหากน้ามีค่า pH น้อยกว่า 6.4 หรอื มีค่ามากกว่า 8.5 จะทาให้ไกช่ ะงัก
การเจริญเติบโต ถ้าหากในนา้ นน้ั มีแรธ่ าตบุ างชนิดมีมากเกินไปก็จะเป็นสาเหตุให้ไก่ชะงักการเจริญเตบิ โตได้
เช่น โซเดียม (Sodium) คลอไรด์ (Chloride) ซัลเฟต (Sulfate) แมกนีเซียม (Magnesium) และไนเตรท
(Nitrate)

4) โรคติดต่อ ไก่เนื้อมีอายุการเล้ียงสั้น เม่ือเกิดโรคข้ึนกับไก่แล้วจะทาให้ไก่กินอาหารได้น้อยลง
ส่งผลให้ชะงักการเจริญเติบโตและมีน้าหนักตัวน้อย การวินิจฉัยโรคที่รวดเร็วและการรักษาอย่างทันท่วงที
จะสามารถลดปัญหาดังกล่าวนี้ลงได้ อย่างไรก็ตามในอุตสาหกรรมการเล้ียงไก่กระทงน้ันการจัดการไม่ให้มี
ปญั หาเก่ยี วกบั โรคระบาดจะดีทสี่ ุด ดังนั้นผเู้ ล้ียงไกจ่ ึงให้ความสาคัญกับการป้องกันและควบคมุ โรคมากกว่า
การรักษาซึ่งสามารถทาได้โดยการทาความสะอาดโรงเรือนและอุปกรณ์การเลี้ยงไก่ให้สะอาดและทาการฆ่า
เชื้อด้วยน้ายาฆ่าเชื้อภายหลังจากจับไก่ออกหมดแล้ว มีการพักเล้าประมาณ 12-14 วันเพื่อตัดวงจรการ
ตดิ ต่อของโรคบางชนิด

5) ความสม้่าเสมอของฝูง (Uniformity) ความสม่าเสมอของน้าหนักตัวไก่น้ันจะเป็นตัวบ่งชี้ถึง
การจัดการฝูงไก่กระทงนั้นวา่ ถกู ต้องหรือไม่ ถ้าหากไก่ทเ่ี ลย้ี งมีค่าความสมา่ เสมอของน้าหนักตัวต่า แสดงให้
เห็นว่าไก่ฝูงนั้นมีการจัดการไม่ดี หรืออาจจะเกิดโรคติดต่อ สภาพอากาศภายในโรงเรือนแต่ละส่วนไม่

สม่าเสมอ อาจจะมีพื้นท่ีบางส่วนภายในโรงเรือนร้อนเกินไป บางพื้นท่ีเย็นเกินไปหรืออุณหภูมิสูง-ต่าในแต่
ละวันมีความแตกต่างกันมาก การระบายอากาศไม่เพยี งพอโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงกลางคนื ท่มี ีอากาศเย็น
บางพืน้ ท่ีภายในโรงเรือนอาจจะมีเงามดื บางพ้ืนท่ีอาจจะมีแสงสว่างมากเกนิ ไป หรอื อาจจะมกี ารจัดเตรียม
อปุ กรณใ์ หน้ า้ ให้อาหารไมเ่ พยี งพอกบั ความต้องการของไก่ก็ได้

ไก่จะมีการเคล่ือนท่ีไปมาภายในโรงเรือนเพื่อหาบริเวณที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสมสาหรับตนเอง
ถ้าหากแต่ละพ้ืนท่ีภายในโรงเรือนมีสภาพแวดล้อมแตกต่างกันมาก จะทาให้ไก่เคล่ือนย้ายไปยังบริเวณที่มี
สภาพแวดล้อมเหมาะสมกับตนเองมากกว่า ส่งผลให้ในบริเวณนั้นมีความหนาแน่นของมากกว่ากว่าบริเวณ
อ่ืน อุปกรณ์ให้น้า ให้อาหารไม่เพียงพอ ส่งผลให้ค่าความสม่าเสมอของน้าหนักตัวลดลง การเล้ียงไก่ใน
โรงเรือนขนาดใหญ่ เช่น โรงเรือนระบบ Evaporative cooling system ควรใช้แผงตาข่ายที่มีความสูง
ประมาณ 18 น้ิว (45 เซนติเมตร) กั้นแบ่งเป็นช่วง ๆ ละประมาณ 30 เมตร เพื่อป้องกันมิให้ไก่เคลื่อนท่ีไป
อย่รู วมกนั ในที่ใดพ้นื ทีห่ นงึ่ หนาแน่นเกินไปสามารถช่วยให้ค่าความสม่าเสมอของนา้ หนักตวั ไก่ดขี ึน้

6) อัตราการตายสูง (High mortality) ในกรณีท่ีผู้เลี้ยงมีการจัดการในระหว่างการกกลูกไก่ดี
ถา้ หากมกี ารตายของลกู ไก่เกิดข้ึนในช่วงอายุ 7 วันแรก สามารถสันนิษฐานได้ว่าอาจมีสาเหตุมาจากโรงฟัก
หรือฝูงไก่พ่อแม่พันธ์ุมีปัญหา ถ้าหากการตายของไก่เกิดขึ้นหลังจากอายุ 7 วัน สันนิษฐานได้ว่าน่าจะมี
สาเหตุเกิดการเลี้ยงดู การจัดการ หรืออาจจะเกิดโรคบางอยา่ งการปรับปรุงพันธ์ไุ กเ่ นื้อในปัจจุบันมุ่งเน้นให้
มีการเจริญเติบโตเร็ว ระยะเวลาในการเลี้ยงส้ันลง โดยมิได้คานึงถึงการทางานของอวัยวะที่สนับสนุนการ
เจริญเติบโต หรือรองรับการเจริญเติบที่เพ่ิมขึ้นมา เช่น หัวใจ ตับ ปอด และขา ฯลฯ สิ่งที่ตามมาก็คือ
เกดิ ปัญหาโรคท้องมาน ขาพิการ และการตายฉับพลันมากขึ้น ซ่ึงพบว่าไกท่ ่ีเกิดภาวะโรคดังกล่าวข้างต้นจะ
เกิดกับไก่ท่ีมีอัตราการเจริญเติบโตเร็ว มีน้าหนักมาก โดยเฉพาะอย่างย่ิงการเลี้ยงไก่เพื่อจับขายเป็นไก่ใหญ่
การตายเนื่องจากสาเหตุดังกล่าวข้างต้นน้ีอาจจะมีมากกว่า 10 % ถ้าหากมีการตายของไก่ในช่วงท้ายของ
การเล้ียงจะมีความสูญเสียทางเศรษฐกิจมาก การลดปัญหาการตายท่ีเกิดจากการเจริญเติบโตมีหลายวิธี
เช่น การกกลูกไก่ด้วยอุณหภูมิสูงกว่าปกติ การลดความเข้มข้นของโภชนะในอาหารสา หรับลูกไก่
การจากัดอาหารท่ีให้ไก่กินในช่วงแรก และการให้แสงสว่างแบบช่วง (Intermittent light) ซึ่งพบว่า
สามารถลดภาวการณ์เกิดโรคท้องมานในฝูงไก่ลงได้ ลดปัญหาขาพิการ และลดปัญหาการตายฉับพลัน
ในช่วงทา้ ยของการเลยี้ งลงได้

7) ซากมีต้าหนิและคุณภาพต้่า คุณภาพซากของไก่จะข้ึนอยู่กับสภาวะการเกิดโรค การจัดการ
ด้านอุปกรณ์ภายในโรงเรือนจะต้องไม่มีขอบคมหรอื สิ่งแหลมคมย่ืนออกมา ควรจับไก่อย่างระมัดระวังซ่งึ จะ
ช่วยลดเกิดการบาดเจ็บ รอยฟกช้า รอยถลอก ปีกหัก ขาหัก ฯลฯ ลงได้ การจัดการวัสดุรองพื้นไม่ให้เปียก
ช้นื หรือจบั กนั เป็นกอ้ นแขง็ ซง่ึ จะเปน็ สาเหตุทาใหเ้ กิดปัญหาแผลท่ีฝ่าเทา้ และถงุ น้าใตผ้ วิ หนังที่หนา้ อกได้

ภาพที่ 11.1 แสดงการเกดิ ปัญหาแผลทฝี่ า่ เท้า

5. ระบบตรวจสอบยอ้ นกลับการผลติ ไก่เนื้อ
5.1 ความสา้ คญั ของระบบตรวจสอบย้อนกลบั
ระบบตรวจสอบยอ้ นกลับ (traceability system) หมายถึง ระบบติดตามการเดินทางของ อาหาร

ตลอดทั้งวงจรนับตั้งแต่วัตถุดิบ การผลิต การแปรรูป การขนส่ง การกระจายสินค้าไปจนกระท่ังอาหารถึง
มือผู้บริโภค โดยแต่ละขั้นตอนต้องเก็บรวบรวมข้อมูลการผลิตของตัวสินค้าไว้ เพ่ืออานวยความสะดวกใน
การเรยี กตรวจสอบขอ้ มลู ย้อนกลับและเพอ่ื ให้การตดิ ตามแหล่งท่ีมาของสนิ ค้าทาไดเ้ รว็ ขึ้น

การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับมีประโยชน์ คือ ทาให้สืบหาแหล่งที่มาของอาหารได้อย่างรวดเร็ว
ลดความเสี่ยง ท่ีอาจเกิดข้ึน ลดค่าใช้จ่ายและปริมาณสินค้าท่ีถูกเรียกคืน เพราะสามารถเรียกคืนเฉพาะ
สินค้าล็อตที่มีปัญหา เพิ่มความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยอาหารและสอดคล้องกับความต้องการของ
ผู้บริโภคที่อยากทราบท่ีมาของอาหาร และที่สาคัญการมีระบบตรวจสอบย้อนกลับช่วยกีดกันและป้องกัน
อาหารท่ีไมป่ ลอดภัยไมใ่ ห้ผา่ นถงึ ผบู้ รโิ ภค

5.2 ความเปน็ มาของระบบตรวจสอบยอ้ นกลับ
ใน EU เร่ิมต้นข้ึนเมื่อประมาณ ๒๐ ปีก่อน โดยภาคปศุสัตว์ของยุโรป เผชิญปัญหาจากโรควัวบ้า
(BSE) ซ่ึงเป็นโรคติดต่อที่พบในวัว แพะและแกะ และ สามารถติดต่อสู่คนผ่านการ บริโภคเน้ือหรืออวัยวะ
สว่ นต่างๆของสัตว์ท่ีติดโรค ทาให้เกิดโรคเน้ือเยื่อสมองเสื่อมที่เป็นอนั ตรายถึงชีวติ โรควัวบ้าระบาดหนักใน
ประเทศอังกฤษราวปี ๒๕๓๙ และพบในหลายประเทศ ใน EU ทาให้วัวจานวนมากถูกฆ่าเพ่ือยับยั้งการ
ระบาดของโรคและความต้องการซอ้ื เน้อื ววั ใน EU ตกตา่

ดังน้ัน ในปี ๒๕๔๓ คณะกรรมาธิการยุโรปจึงออก “กฎระเบียบการติดฉลากเน้ือวัว หรือ
Regulation (EC) 1760/2000” โดยบังคับให้ผู้ผลิตและจาหน่ายเนือ้ ววั ต้องเกบ็ ข้อมูลแหลง่ ที่มาของเน้ือวัว
และจัดทาฉลากแสดง ข้อมูลแหล่งที่มาของเน้ือวัวให้ผู้บริโภคทราบ กฎระเบียบการติดฉลากเนื้อวัวมีวัตถุ
ประสงค์เพ่ือรับรองว่าช้ินส่วนหรือซากเนื้อวัวท่ีจาหน่ายใน EU สามารถเชื่อมโยงและบ่งชี้แหล่งท่ีมาของ
สัตว์แต่ละตัวหรือเป็นฝูงได้ ซ่ึงจะช่วยเรียกความเชื่อมั่นของผู้บริโภคต่อความปลอดภัยของเน้ือวัวกลบั คืน
มา

ต่อมาในปี ๒๕๔๕ EU ออก “กฎระเบียบความปลอดภัยอาหาร หรือ Regulation (EC)
178/2002” เพิ่มเติมจากกฎระเบียบการติดฉลากเน้ือวัว แต่ขยายให้ครอบคลุมอาหารทุกประเภทและ
ทุกขั้นตอน กฎระเบียบความปลอดภยั อาหารยึดการตรวจสอบยอ้ นกลับเปน็ หัวใจหลัก โดยผู้ท่ีเกยี่ วขอ้ งกับ
สินค้าอาหารและเครื่องดื่มท้ังหมด ไม่ว่าผู้ผลิต ผู้แปรรูป ผู้จัดส่งและผู้จาหน่ายสินค้า ต้องมีระบบ
ตรวจสอบย้อนกลับท่ีน่าเช่อื ถือ และสามารถแสดงรายละเอยี ดท่ีมาของอาหารหรือส่วนประกอบในอาหารที่
ใช้ได้ ส่วนอาหารทีไ่ มป่ ลอดภัยต้องถกู นาออกจากตลาด (withdraw) หรอื เรยี กคืนจากผูบ้ ริโภค (recall)

เม่ือกฎระเบียบความปลอดภัยอาหารของ EU มีผลบังคับใช้ต้ังแต่ปี ๒๕๔๕ เป็นต้นมา มีหลาย
เหตุการณ์ท่ีพิสูจน์ว่า “การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับในห่วงโซ่อุปทานมีความสาคัญอย่างย่ิง เพราะช่วย
ปกป้องผู้บริโภคจากอาหารท่ีไม่ปลอดภัย ทาให้จัดการกับปัญหาได้ถกู ต้อง รวดเรว็ และมีประสิทธภิ าพ ช่วย
ลดความเสยี หายทีอ่ าจ เกิดข้นึ ต่ออตุ สาหกรรมอาหารทงั้ ระบบ” เชน่

- การตรวจพบนมทีม่ ีสารตกค้าง dioxins ปรมิ าณสูงท่ีประเทศเนเธอรแ์ ลนด์เมื่อปี ๒๕๔๗
เมื่อตรวจสอบ ย้อนกลับพบว่ามสี าเหตุจากอาหารสัตว์ท่ีปนเปื้อน dioxins เพราะมันฝรัง่ ที่ใช้เปน็ วตั ถุดิบใน
อาหารสัตว์มีการปนเปื้อน dioxins จากดินที่ใช้ในกระบวนการคัดแยกคุณภาพมันฝร่ัง การมีระบบ
ตรวจสอบ ย้อนกลับจึงช่วยให้ ตรวจพบสาเหตุไดอ้ ย่างรวดเร็วและระงับการจาหน่ายสินค้าทม่ี ีปัญหาได้ทัน
ก่อนทอี่ าหาร จะไปถงึ ผู้บรโิ ภค

- ปัญหาโรคท่ีเกิดจากอาหารในปี ๒๕๕๔ ซึ่งมีสาเหตุจากเชื้อ E.coli สายพันธุ์ใหม่ท่ีมี
ความรุนแรงสูง ทาให้มีผู้ป่วยมากกว่า ๔,๐๐๐ คนและเสียชีวิตกว่า ๕๐ คนใน ๑๖ ประเทศ โดยพบผู้ป่วย
ในประเทศเยอรมนีมากท่ีสุด ในช่วงเริ่มแรกสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากแตงกวาท่ีนาเข้าจากสเปน แต่เมื่อ
ตรวจสอบย้อนกลับจนพบความจริงว่า เกิดจากถั่วงอก (sprouts) ท่ีปลูกด้วยเมล็ด fenugreek ล็อตที่
นาเขา้ จากประเทศอียิปต์เม่ือปี ๒๕๕๒ และ ๒๕๕๓ EU จึงสั่งระงับการนาเข้าเมล็ด fenugreek เมลด็ พันธ์ุ
พชื อืน่ ๆ และถ่ัวงอกจากประเทศอียปิ ต์ทนั ที ปญั หาจึงคอ่ ยๆ สน้ิ สดุ ลง

- การตรวจพบ DNA ของเน้ือม้าในผลิตภัณฑ์อาหารหลายอย่างท่ีทาจากเน้ือวัว
ในปี ๒๕๕๖ ซึ่งมีสาเหตุมาจากโรงฆ่าสัตว์ในประเทศโรมาเนียแอบปลอมปนเนื้อม้าที่มีราคาถูกในเน้ือวัว
และจาหน่ายเน้ือ ปลอมปนผ่านผู้ค้าอาหารหลายประเทศในยุโรป รวมท้ังถูกส่งมายังโรงงานแปรรูปอาหาร
รายใหญ่ในสหราชอาณาจักร (Findus) หลังจากน้ันอาหารถูกส่งผ่านซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ที่มีสาขา
มากมายในยุโรป (เช่น Tesco, Iceland, Aldi, Lidl) และทาให้ปัญหาอาหารท่ีมีเน้ือม้าปลอมปน
แพรก่ ระจายออกไปในหลาย ประเทศจนกลายเป็นปญั หาระดบั EU

แม้ว่าการบริโภคเน้ือม้าจะไม่ใช่ปัญหาความปลอดภัยอาหาร เพราะไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อ
สุขภาพผู้บริโภค แต่ก็สะท้อนให้เห็นปัญหาท่ีเกิดจากการติดฉลากไม่สอดคล้องกับความจริงและความไม่
โปร่งใสที่เกิดขึ้นในห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งทาลายความเช่ือม่ันของผู้บริโภค แต่ระบบตรวจสอบย้อนกลับทาให้
สืบหาต้นเหตุได้ภายในเวลาเพียง ๔๘ ชั่วโมง (นับตั้งแต่ตรวจพบ DNA เน้ือม้าในอาหารเป็นกรณีแรกใน
ไอร์แลนด์จนกระท่ังสืบไป ถึงโรงงานฆ่าสัตว์ในประเทศโรมาเนีย) และสามารถคัดแยกเฉพาะอาหารที่มี
เนื้อม้าปลอมปนออกจากตลาดได้ จึงทาให้ผู้บริโภค EU กลับมามั่นใจในอาหารท่ีวางจาหน่ายในท้องตลาด
อีกครั้ง และธรุ กิจสามารถดาเนินต่อไปได้

5.3 ประโยชน์ของระบบตรวจสอบย้อนกลับ
ระบบตรวจสอบย้อนกลับนอกจากทาให้ทราบแหล่งท่ีมาของอาหารได้อย่างรวดเร็ว ช่วยพิสูจน์
ความปลอดภัย ของอาหารและเพิ่มความเชื่อม่ันแก่ผู้บริโภค EU ยังใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับเช่ือมโยง
กับประเด็นอาหารดัดแปรพันธุกรรม การผลิตอาหารท่ีคานึงถึงจริยธรรมหรือมีคุณค่าต่อสังคมด้านอื่นๆ
และใชย้ ืนยันแหล่งท่ีมาของสนิ คา้ สตั วน์ ้าว่ามาจากการทาประมงอยา่ งยั่งยืนและถกู กฎหมาย

- กฎระเบียบ EU ว่าด้วยการตรวจสอบย้อนกลับและการติดฉลากอาหารที่ผลิตจาก
ส่ิงมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม (GMOs) หรือ Regulation (EC) No 1830/2003 กาหนดให้อาหารคนและ
อาหารสัตว์ ทุกชนดิ ทใ่ี ช้ หรอื มีสว่ นประกอบที่เปน็ GMOs ไม่ว่าในข้ันตอนใดก็ตาม ต้องตดิ ฉลากแจง้ ข้อมูล
ดังกล่าวให้ผู้บริโภคทราบ โดยผ้ปู ระกอบการต้องเก็บรวบรวมข้อมูลแหลง่ ที่มาของอาหารหรอื สว่ นประกอบ
ในอาหารท่ีเป็น GMOs เอาไว้เป็น ลายลักษณ์อักษรและเปิดเผยข้อมูลดงั กล่าวได้ กฎระเบียบนจี้ ึงบังคับให้
ทุกฝ่ายท่ีมีส่วนเก่ียวข้องกับอาหารที่ผลิต หรือใช้ส่วนประกอบท่ีเป็น GMOs จะต้องส่งผ่านข้อมูลให้ผู้ซื้อ
สินค้าทราบ ตลอดท้ังห่วงโซ่อุปทาน ส่วนผู้บริโภคจะรับรู้ข้อมูล GMOs จากฉลากสินค้าและใช้ข้อมูล
ดังกลา่ วในการตดั สินใจเลือกซือ้ อาหาร

- EU ใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับควบคู่กับการติดฉลาก เพ่ือส่ือสารข้อมูลคุณค่าของ
อาหารทเ่ี กดิ จากการผลิตอย่างคานึงถึงจริยธรรมหรือก่อให้เกิดประโยชน์ตอ่ สังคมดา้ นอ่ืนๆ ให้ผูบ้ ริโภครบั รู้
เช่น อาหารท่ีผลิตโดย คานึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ การปกป้องส่ิงแวดล้อม สภาพการทางานท่ีดี การค้าท่ีเป็น
ธรรม หรือสินค้าเกษตรอินทรีย์ เป็นต้น การมีระบบตรวจสอบย้อนกลับท่ีถูกต้องและโปร่งใสจึงช่วย
เสริมสร้างความเช่ือมั่นแก่ผู้บริโภคว่าข้อมูล คุณค่าของอาหารตามท่ีระบุไวบ้ นฉลากนั้นเป็นความจริง และ
ผู้บรโิ ภคสามารถมสี ว่ นร่วมสนับสนุนสังคมหรือดา้ นอน่ื ได้ ผา่ นการเลือกซื้ออาหารทีต่ รงกบั ความสนใจ

ปัจจุบันห่วงโซ่อุปทานอาหารมีความซับซ้อน มีหลายฝ่ายท่ีเกี่ยวข้องและเชื่อมโยงถึงกัน มากข้ึน
การผลิตสินค้าอาหารชนิดหน่ึงจึงอาจใช้วัตถุดิบหรือส่วนประกอบในอาหารท่ีมาจากหลายแหล่ง และ
อาหารที่ผลิตขึ้นจากประเทศหนึ่งก็อาจกระจายออกไปจาหน่ายหรือบริโภคในหลายประเทศ นอกจากนี้
ผู้บริโภคในสหภาพยุโรปต่างให้ความสาคัญกับแหล่งที่มาของสินค้า ซึ่งต้องผลิตอย่างมีคุณภาพ มาตรฐาน
มีความปลอดภยั ไม่ทาลายส่งิ แวดลอ้ ม และใช้แรงงานท่เี ป็นธรรม

ดังนั้นการมีระบบตรวจสอบย้อนกลับจึงมีความสาคัญ เพราะช่วยให้การสืบข้อมูลย้อนกลับ
เก่ียวกับการผลิตของตัวสินค้าง่ายขึ้น รวดเร็วและมองเห็นภาพเส้นทางการเดินทางของอาหารท่ีชัดเจน
ช่วยในการ บริหารจัดการความเส่ียงและควบคุมคุณภาพอาหาร รวมทั้งติดตามได้ว่าปัญหาเร่ิมต้นท่ีจุดใด
อนั จะนาไปสู่การดาเนนิ การแยกอาหารที่ปนเป้ือนหรอื ไมป่ ลอดภัยได้อยา่ งถูกต้อง ช่วยปกป้องผู้บริโภคจาก
อาหารท่เี ป็นอันตราย และสรา้ งความมั่นใจให้กับผบู้ รโิ ภค

ประเทศพัฒนาแล้วล้วนให้ความสาคัญกับระบบตรวจสอบย้อนกลับ (เช่น สหรัฐอเมริกา ญ่ีปุ่น
แคนาดา ฯลฯ) แต่ EU เป็นภูมิภาคท่ีเขม้ งวดกับเรื่องน้มี ากทสี่ ุดในโลก โดยบังคบั ให้ผู้ประกอบการตลอดท้ัง
ห่วงโซ่อุปทานต้องทราบแหล่งท่ีมาของอาหารหรือส่วนประกอบในอาหารท่ีใช้เร่ิมตั้งแต่ระดับฟาร์ม
ไปจนอาหารถึงจานของผู้บริโภค (from farm to fork) นั่นคือ ผู้ประกอบการต้องรู้ว่าอาหารหรือวัตถุดิบ
ท่ีใช้มาจากผู้จัดจาหน่ายรายใดและจะถูก ส่งต่อไปท่ีไหน (one-step-backward, one-step-forward
approach) สาหรับอาหารนาเขา้ จากประเทศที่สามก็ ตอ้ งยึดหลักการเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ประกอบการของ
ประเทศท่ีสามทตี่ ้องการสง่ ออกอาหารไปจาหนา่ ยใน EU ต้อง มรี ะบบตรวจสอบย้อนกลับมารองรบั เชน่ กัน
เพ่ือยนื ยันแหลง่ ที่มาและเพือ่ ใหส้ อดคล้องกับกฎระเบียบความปลอดภยั อาหารของ EU

ข้อบังคับเรื่องการตรวจสอบย้อนกลับถูกมองว่าเป็นมาตรการกีดกันทางการค้าอย่างหน่ึงของ EU
เพราะทาให้ผู้ประกอบการในประเทศกาลังพัฒนามีความยุ่งยากมากขึ้นในการเตรียมเอกสารเพ่ือพิสูจน์
แหล่งท่ีมาของอาหาร และมีต้นทุนสูงข้ึน รวมท้ังลดโอกาสการส่งออกอาหารไป EU เพราะ SMEs ใน
ประเทศกาลังพัฒนาส่วนใหญ่ยังขาดความสามารถหรือขาดระบบท่ีจะทาให้ติดตามตรวจสอบย้อนกลับได้
ตลอดท้งั ห่วงโซอ่ ปุ ทาน อยา่ งไรก็ดีการมีระบบตรวจสอบย้อนกลับนอกจากจะสง่ ผลดีต่อผู้บรโิ ภคแลว้ ยงั ทา
ให้ภาคธุรกิจได้รับประโยชน์เชน่ เดียวกัน เพราะเม่ือผซู้ ื้อเชือ่ มนั่ ในแหล่งที่มาและความปลอดภัยของอาหาร
ผู้ผลิตก็จะมีโอกาสเข้าถึง ตลาดหรือจาหน่ายสินค้าได้เพิ่มข้ึน ได้รับผลตอบแทนสูงขึ้น และหากเกิดปัญหา
ผู้ประกอบการสามารถเรียกคืน หรือรับผิดชอบเฉพาะสินค้าล็อตท่ีมีปัญหาเท่าน้ัน ซึ่งจะช่วยลดความ
สูญเสีย และความเสี่ยงของภาคธุรกิจ นอกจากนี้ ระบบตรวจสอบย้อนกลับจะช่วยกีดกันอาหารที่มาจาก
กระบวน การผลิตที่ไม่ซ่ือสัตย์หรือมีการปลอม แปลงออกไป ซ่ึงจะทาให้การแข่งขันในตลาดมีความเป็น
ธรรมมากข้ึน เพราะผ้ผู ลติ ไม่ต้องแข่งขันกบั อาหารตน้ ทุนต่าที่มาจากการทุจรติ ในวงจรอาหาร และเป็นการ
เพมิ่ โอกาสการส่งออกอาหารไทยในตลาดต่างประเทศต่อไป

สาหรับประเทศไทยซ่ึงเป็นผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ อันได้แก่ ข้าว ลาไย มังคุด ส้ม กล้วย
หอม กล้วยไม้ ฯลฯ และส่งเปน็ ล็อตใหญ่หลายครัง้ ในหน่ึงปี จึงจาเป็นต้องมีระบบการจัดการที่ดี และมกี าร
จดบันทึกข้อมูลต่างๆ อยา่ งละเอียดถ่ีถ้วน โดยเกษตรกรและผู้ประกอบการจาเป็นท่ีจะตอ้ งอาศยั เทคโนโลยี
สมัยใหม่เข้ามาช่วยเพ่ือให้เกิดระบบการตรวจสอบย้อนกลับที่มีประสิทธิภาพสูง ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ไข
ปัญหาการ เรียกคืนสินค้า ในกรณีท่ีพบสารตกค้าง ศัตรูพืช แมลง หรืออ่ืนๆ เพ่ือลดความเสี่ยงของการ
ขยายตัวของปัญหา และช่วยให้เกษตรกรหรือผู้ประกอบการสามารถใช้ข้อมูลเพื่อตัดสินใจ และจัดการกับ
ปัญหาน้ันได้อย่างทันท่วงทีแล้ว ยังช่วยเพ่ิมมูลค่าสินค้าเกษตร ของไทยให้มีความแตกต่างด้านคุณภาพ
ความปลอดภยั และส่งเสรมิ ใหส้ นิ ค้าไทยแข่งขัน กับต่างชาตไิ ดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพสงู ข้ึน

ขณะเดียวกันระบบการตรวจสอบย้อนกลับ (Traceability System) เป็นสว่ นหนึ่งในการยกระดับ
มาตรฐานคุณภาพและ ความปลอดภยั ของผลิตผล ชว่ ยสรา้ งความมั่นใจในการบริโภคสินค้าของผู้บรโิ ภคอีก
ด้วย โดยที่ผ่านมาเกษตรกรรายย่อยท่ีผลิตสินค้าภายใต้มาตรฐาน สินค้าเกษตรปลอดภัย หรือ GAP จะใช้
วิธีจดบันทึก และบางรายท่ีเป็นเกษตรกรรายใหญ่ ก็อาจมีการป้อนข้อมูลลงคอมพิวเตอร์จากโปรแกรม
พื้นฐาน เช่น เอ็กเซล แต่ในปัจจุบันมีผู้คิดค้นและพัฒนาระบบการบันทึกข้อมูลอัจฉริยะ หรือ e-smart
farm ขึ้นเพ่ือความสะดวกและแม่นยาในการตรวจสอบสินค้าเป็นปริมาณมากๆ โดยวิธีการข้ันตอนนั้นไม่
ยาก เพียงแค่ใช้โปรแกรมการอา่ นคา่ QR Code ผา่ นมอื ถอื และทาการสแกนแถบสัญลักษณ์ QR Code บน
ตวั ผลิตภัณฑ์เท่าน้ัน ก็สามารถตดิ ตามรายละเอียดได้ว่าผลติ ภัณฑ์นั้นเป็นของเกษตรกรคนใด และมีประวัติ
การเพาะปลูกเป็นอย่างไรบ้าง โดยเกษตรกรจะต้องขยันอัพเดตข้อมูลของสินค้าที่ตนผลิตอยู่เป็นระยะๆ
โดยการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเปิดทางให้ผู้ซ้ือ ตรวจสอบแหล่งท่ีมาของอาหาร ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
สามารถระบุตัวผู้ขายและผู้ผลิตได้ถึงต้นทางส่งผลให้เกิดความเช่ือม่ันของผู้บริโภค ท้ังในประเทศและ
ต่างประเทศ นอกจากน้ียังเป็นการเพ่ิมมูลค่าให้ผลผลิตของไทย พร้อมเสริมสร้างขีดความสามารถในการ
แข่งขันและรักษาส่วนแบ่งตลาดโลก เนื่องจากปัจจุบันตลาดส่งออกท่ีสาคัญของไทย เช่น สหรัฐอเมริกา
ญ่ีปุ่น และสหภาพยุโรป ได้เริ่มบังคับใช้กฎหมายว่าด้วยความปลอดภัยของอาหาร และ การตรวจสอบ
ย้อนกลับแล้ว ทาให้ผู้ผลิตต้องมีการปรับกระบวนการผลิตให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เช่น มาตรฐาน
COC, GAP, GMP และ HAACP เปน็ ตน้


Click to View FlipBook Version