The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ไทย กัณฑ์มัทรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by suwimolink.48, 2022-12-02 23:44:34

ไทย กัณฑ์มัทรี

ไทย กัณฑ์มัทรี

มหาเวสสันดรชาดก




ตอน กัณฑ์มัทรี

ผู้จัดทำ

นางสาวศุวิมล อินทร์แก้ว
ม.๕/๖เลขที่๔๐

ประวัติผู้แต่ง

เจ้าพระยาพระคลัง นามเดิม หน
เป็นบุตรของเจ้าพระยาบดินทร์สุรินทร์ฦๅชัยกับท่านผู้หญิงเจริญ

เป็นชาวกรุงเก่าที่เจริญเติบโตรับราชการในสมัยธนบุรี มี
บรรดาศักดิ์เป็นหลวงสรวิชิต ตำแหน่ งนายด่านเมืองอุทัยธานี
เจ้าพระยาพระคลังเป็นกวีเอกที่ได้รับการยกย่องในด้านกวีโวหารทั้ง
ร้อยแก้วและร้อยกรอง มีผลงานกวีนิ พนธ์มาตั้งแต่สมัยธนบุรี แต่
เรื่องที่โดดเด่นเป็นที่รู้จักแพร่หลายนั้ นแต่งขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 1 เช่น

สามก๊ก* กากีคำกลอน* ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก
* กัณฑ์กุมารและกัณฑ์มัทรี ฯลฯ กล่าวกันว่าท่านเป็นกวีที่พระบาท
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชไว้วางพระราชหฤทัยอย่างยิ่ง

ความเป็นมา

มาจาก ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก
ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่ งใน ทศชาติชาดก
หรือที่เรียกว่า
“พระเจ้าสิ บชาติ”

กัณฑ์นี้ เป็นกัณฑ์ที่ 9 ในทั้งหมด 13 กัณฑ์

ลักษณะคำประพันธ์

แต่งเป็นร่ายยาว คำประพันธ์ประเภทร่ายยาว หนึ่ งบทจะมีกี่วรรคก็ได้
แต่ส่วนมากมี ๕ วรรคขึ้นไป วรรคหนึ่ ง ๆ มีตั้งแต่ ๖ คำขึ้นไป ถึง ๑๐ คำหรือ
มากกว่า มีบังคับเฉพาะระหว่างวรรค คือ คำสุดท้ายของวรรคจะส่งสัมผัสไป
ที่คำที่ ๑ ถึง ๕ ของวรรคต่อไป เมื่อจบตอนมักมีคำสร้อย เช่น “นั้ นแล” “นี้ แล”
ร่ายยาวมหาเวสสันดรชาดก เป็นร่ายยาวสำหรับเทศน์ จะมีคำศัพท์บาลีขึ้น
ก่อน แล้วแปลเป็นภาษาไทย แล้วจึงมีร่ายตาม ในระหว่างการดำเนิ นเรื่องจะมี

คำบาลีคั่นเป็นระยะ ๆ
คำบาลีนั้ นมีความหมายเกี่ยวเนื่ องกับข้อความที่ตามมา

เนื่อเรื่องย่อ

กล่าวถึงพระนางมัทรีได้เสด็จออกจากพระอาศรมเพื่อไปแสวงหาผล
ไม้เผือกมันมาเป็นอาหาร ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันอยู่แล้ว แต่ในพระทัยของ
พระนางในวันนี้ มีความหวาดหวั่นถึงสองกุมาร คือ พระชาลีและพระกัณหายิ่ง
นั ก (เพราะเมื่อคืนนี้ พระนางทรงฝันร้าย แต่พอทูลให้พระเวสสันดรทรงแก้
ความฝันให้พระเวสสันดรกลับทรงบอกว่าไม่มีอะไรร้ายแรง แต่จริงๆ แล้วมี
เพราะชูชกเดินทางมาขอสองกุมารจากพระเวสสันดรได้สำเร็จ) เดินทางไป
พลางพระนางก็ร้องไห้คร่ำครวญตลอดเวลา ผลหมากรากไม้ที่เคยพบเห็นอยู่
มากมาย ในวันนี้ กลับหายไปหมดสิ้น ทำให้พระนางต้องเดินทางไปไกลกว่า
ทุกวัน และขณะที่กำลังเดินทางจะกลับอาศรม ก็มีเทวดาแปลงกายมาเป็น

สัตว์ร้าย อาทิ ราชสีห์ เสือโคร่ง และเสือเหลืองขวางทางไว้

เนื่อเรื่องย่อ

ทำให้พระนางมัทรีกลับถึงพระอาศรมเป็นเวลาค่ำมากกว่าทุกวัน และพอ
มาถึงพระอาศรมพระนางก็เรียกหาลูกทั้งสองก็ไม่มีเสี ยงตอบตามหาก็ไม่พบ
พระนางมัทรีจึงมาทูลถามพระเวสสันดร ตอนแรกพระเวสสันดรก็ทรงทำเฉย
แต่พอพระนางมัทรีเซ้าซี้ถามอีก พระเวสสันดรก็ทรงแสร้งทำเป็นโมโหหึงหวง
ต่อว่าต่อขานพระนางที่กลับมาถึงพระอาศรมจนมืดค่ำ ทั้งยังทรงกล่าวบริภาษ
พระนางมัทรีต่าง ๆ นานาน พระนางมัทรีได้กล่าวขออภัยโทษพระเวสสันดรก็
ทรงทำเฉยอีก พระนางมัทรีจึงออกติดตามหาสองกุมารตลอดทั้งคืน พร้อม
ทั้งรำพึงรำพันไปตลอดเวลาด้วยความเศร้าโศกเสี ยพระทัยและความอิดโรย

เนื่อเรื่องย่อ

ทำให้พระนางมัทรีมาสลบลงตรงหน้ าพระอาศรมพระเวสสันดรจึงทรง
แก้ไขจนพระนางฟื้ นขึ้นมา แล้วก็ทรงเล่าความจริง (ที่ได้ทรงมอบสอง
กุมารให้ไปเป็นข้ารับใช้ของชูชก) ให้พระนางมัทรีฟัง พระนางมัทรีจึง
อนุโมทนาต่อบุตรทานในครั้งนี้ ด้วยความปีติยินดียิ่ง บรรดาทวยเทพยดา
ก็พลอยยินดีปรีดาไปกับบุตรทานในครั้งนี้ ด้วย จึงพร้อมกับสาธุการ
สรรเสริญพระอินทร์ผู้เป็นเจ้าแห่งดาวดึงส์สวรรค์ ก็มาโปรดดอกไม้ทิพย์

เป็นการบูชาพระนางมัทรีด้วย

ถอดความบทประพันธ์

คืนก่อนที่พระนางมัทรีจะออกจากอาศรมไปเก็บผลไม้ในป่า พระกุมารทั้งสอง
ฝันร้าย ทำให้พระนางหวั่นวิตกนึ กถึงลูกตลอดเวลาจนน้ำตาอาบแก้มทั้งสอง
ข้าง พลางสังเกตเห็นว่าต้นที่มีผลไม้กลับกลายเป็นดอกไม้ ส่วนต้นที่มีดอกไม้
กลับกลายเป็นผลไม้ขึ้นแทน ส่วนดอกไม้ที่เคยเก็บไปร้อยให้ลูกก็ถูกลมพัด
ปลิวร่วงลงมา เมื่อมองไปรอบทิศก็มืดมัวทุกหนแห่ง ท้องฟ้ากลับกลายเป็นสี
แดงคล้ายกับลางบอกเหตุร้าย สายตาของพระนางก็เริ่มพร่ามัว ตัวสั่นใจสั่น
ของที่ถือก็หลุดจากมือ คานที่หาบไว้ก็ร่วงลงจากบ่าซึ่งเหตุการณ์นี้ ไม่เคยเกิด

ขึ้นมาก่อน ยิ่งพระนางคิดเท่าไร ก็ยิ่งทุกข์ใจมากขึ้นเท่านั้ น

ถอดความบทประพันธ์

ด้วยความหวั่นใจเรื่องลูก พระนางจึงรีบเก็บผลไม้เพื่อจะได้รีบกลับไปหาลูกที่
อาศรม แต่ระหว่างทางกลับเจอ สิงโต เสือเหลือง และเสือโคร่ง ขวางทางไว้
นางกลัวจนใจสั่นร่ำไห้ คิดไปว่าเป็นกรรมของตนเอง นางจะหนี ไปทางไหนก็ไม่

ได้เพราะถูกสัตว์ทั้งสามกั้นไว้ทุกทิศทางจนฟ้ามืด พระนางมัทรีไม่รู้จะทำ
อย่างไร จึงยกมือไหว้อ้อนวอนขอให้สัตว์หิมพานต์ทั้งสามเปิดทางให้ตน โดย
กล่าวว่า พระนางคือพระนางมัทรีเป็นภรรยาของพระเวสสันดร ตามมาอยู่ที่
อาศรมในป่าด้วยความบริสุทธิ์ใจและกตัญญูต่อสามี นี่ ก็เวลาย่ำค่ำแล้วลูกคงหิว
นม โปรดเปิดทางให้พระนางกลับไปที่อาศรมแล้วตนจะแบ่งผลไม้ให้ จากนั้ นไม่
นานสัตว์หิมพานต์ทั้งสามจึงยอมเปิดทางให้ พระนางมัทรีก็รีบวิ่งกลับไปที่

อาศรมด้วยแก้มที่อาบน้ำตา

ถอดความบทประพันธ์




เมื่อถึงที่พักพระนางมัทรีก็ตกใจไม่เห็นลูกอยู่ในอาศรม ร้องเรียกหา
เท่าไรก็ไม่มีใครตอบ ทั้งที่ก่อนหน้ านี้ จะออกมาหาแม่กันพร้อมหน้ า
ทั้งกัณหาขอกินนม ส่วนชาลีจะขอกินผลไม้ พระนางมัทรีเสียใจมาก
พร่ำบอกว่าที่ผ่านมาก็ดูแลลูกอย่างดีแบบยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม หวัง
จะกลับมาพบลูกให้ชื่นใจ ก่อนหน้ านี้ ยังได้ยินเสียงลูกเล่นกันอยู่แถว
นี้ นั่ นก็รอยเท้าชาลี นี่ ก็ของเล่นกัณหา แต่เมื่อลูกหายไปอาศรมกลับดู
เงียบเหงาเศร้าหม่น นางจึงไปถามพระเวสสันดรว่าลูกหายไปไหน
เหตุใดจึงปล่อยให้คลาดสายตา หากมีสัตว์ป่าจับไปจะทำอย่างไร แต่

พระเวสสันดรกลับไม่ตอบอะไร ทำให้นางกลุ้มใจยิ่งไปว่าเก่า

ถอดความบทประพันธ์




ด้วยความกลุ้มใจ ตัวก็ร้อน น้ำตาก็ไหล กระวนกระวายพลางบอกว่า ไม่เคยมีครั้งใดที่
นางรู้สึกแค้นเคืองใจขนาดนี้ เพราะนางออกจากเมืองมาก็หวังว่าอย่างน้ อยจะได้สุขใจ

เพราะอยู่พร้อมหน้ ากับลูกและสามี แต่เมื่อลูกหายตัวไป ความหวังนั้ นก็คล้ายจะดับ
สิ้ น



พระนางมัทรีอ้อนวอนขอให้พระเวสสันดรตรัสกับนางบ้าง เพราะการนั่ งนิ่ งเหมือน
โกรธเคืองพระนางมัทรีนั้ นยิ่งทำให้ปวดใจราวกับมีคนเอาเหล็กรนไฟมาแทงที่หัวใจ
หรือเป็นคนไข้ที่หมอนำยาพิษมาให้ดื่ม อีกไม่กี่วันคงสิ้นชีวิตอย่างแน่ นอน เมื่อพระ
เวสสันดรได้ยินพระนางมัทรีดังนั้ น ก็คิดว่าหากใช้ความหึงหวงคงเป็นวิธีคลายความ

โศกให้พระนางได้ จึงตรัสว่า ในป่าหิมพานต์แห่งนี้ มีทั้งพระดาบสและนายพราน
จำนวนมาก เจ้าออกไปเก็บผลไม้ตั้งแต่เช้าจนย่ำค่ำ หากไปทำอะไรในป่าแห่งนี้ ก็คงจะ
ไม่มีใครรู้เห็น เหตุใดจึงทิ้งลูกหนี เข้าไปในป่านานถึงเพียงนี้ พอกลับมายังห่วงแต่ลูก
ไม่ห่วงสามีแต่อย่างใด หรือหากไม่นึ กถึงสามีก็ไม่ควรหายเข้าไปในป่านานถึงเพียงนี้

จะให้เราเข้าใจได้อย่างไร

ถอดความบทประพันธ์




เมื่อพระนางมัทรีได้ยินดังนั้ น จึงกราบทูลว่า เหตุใดพระองค์จึงไม่ได้ยินเสียงของราชสีห์ เสือโคร่ง และเสือ
เหลือง เพราะสัตว์ทั้งสามนี้ ทำให้ทำให้พระนางไม่สามารถกลับอาศรมได้ ทั้งยังเกิดเหตุร้ายหลายประการขณะ
ที่นางเข้าไปในป่า ทั้งของที่ถือก็หลุดจากมือ คานที่หาบไว้ก็ร่วงลงจากบ่า ต้นไม้ที่เคยผลิดอกก็ออกผล ต้นไม้

ที่เคยออกผลก็ผลิดอกออกมา ชวนให้หวาดกลัวจนตัวสั่น อธิษฐานภาวนาให้ลูกและสามีปลอดภัย แล้วรีบ
กลับมายังอาศรมแต่ถูกสัตว์ร้ายทั้งสามตัวนอนขวางทางเอาไว้ จึงต้องกราบอ้อนวอนสัตว์ทั้งสามให้เปิดทางให้
จนพระอาทิตย์ตกดินสัตว์ทั้งสามจึงหลีกทาง แล้วพระนางมัทรีก็รีบวิ่งกลับมายังอาศรมนี้ มิได้ไปทำสิ่งใดที่ไม่
เหมาะไม่ควรแต่อย่างใด ฝ่ายพระเวสสันดรเมื่อฟังคำตอบของพระนามัทรีก็เอาแต่นิ่ งเงียบทั้งคืน จนกระทั่งรุ่ง

เช้า
ระหว่างนั้ นพระนางมัทรีโศกเศร้าร่ำไห้ คร่ำครวญว่าตนปฏิบัติต่อสามีดั่งศิษย์ปฏิบัติต่อครู ดูแลลูกทั้งสอง
แบบยุงไม่ให้ไต่ไรไม่ให้ตอม ทั้งบดขมิ้นไว้ให้อาบน้ำ จัดหาอาหารมาให้มิได้ขาด แล้วอ้อนวอนให้สามีเรียกลูก
มากินอาหารที่ตนหามา ถามว่าลูกอยู่แห่งหนใดเหตุใดจึงยังไม่ยอมออกมา แต่ไม่ว่าจะร้องขออ้อนวอนอย่างไร
สามีก็นิ่ งเฉยไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา พระนางจึงถวายบังคมลาออกไปตามหาลูกทั้งสองในป่าหิมพานต์ เมื่อออก

ตามหาจนทั่วแล้วไม่พบจึงกลับมาที่อาศรมพบว่าพระเวสสันดรยังคงนั่ งนิ่ งอยู่เหมือนก่อนหน้ านี้ ไม่มีผิด
พระนางจึงตัดพ้อว่า เหตุใดพระเวสสันดรจึงยังนั่ งนิ่ งอยู่ไม่ลุกมาผ่าฝืน ตัดน้ำใส่บ่อ หรือก่อไฟไว้อย่างที่เคย
ทำเป็นประจำทุกวัน พร้อมกับบอกว่าพระเวสสันดรนั้ นเป็นที่รักของพระนางมัทรีอย่างยิ่ง เมื่อกลับมาจากป่า

เห็นพระพักตร์ของพระองค์และได้เห็นลูกทั้งสองวิ่งเล่น ก็คลายความเหนื่ อยล้าเป็นปลิดทิ้ง แต่วันนี้ กลับ
กลายเป็นความทุกข์ร้อน เศร้าโศก เพราะพระองค์ไม่ยอมตรัสสิ่งใดกับพระนาง แม้พระนางมัทรีจะได้ออกตาม
หาพระกัณหาและพระชาลีไปทั่วป่า ทั้งราตรี แล้วกลับมาหาพระเวสสันดรอย่างไรพระองค์ก็ไม่ยอมตรัสสิ่งใด

อยู่เช่นเดิม นางมัทรีสะอื้นไห้จนหมดสติล้มลงกับพื้น
พระเวสสันดรบรรพชาเป็นดาบสมากว่า 7 เดือน ไม่เคยได้แตะต้องตัวพระนางมัทรี แต่วันนี้ ด้วยความเศร้าโศก
และตระหนกตกใจเกรงว่าพระนางจะเป็นอะไรไป พระเวสสันดรจึงเข้าไปตรวจชีพจรดูแลนางจนได้สติตื่นฟื้ น

ขึ้นมา ฝ่ายพระนางมัทรีเมื่อฟื้ นขึ้นมาก็ทูลถามอีกครั้งว่าลูกทั้งสองอยู่แห่งหนใด กลับมาแล้วหรือไม่ พระ
เวสสันดรจึงตอบว่าตนได้ยกพระกัณหากับพระชาลีให้กับชูชกไปแล้ว แต่พระองค์มิได้บอกกับพระนางมัทรี
ตั้งแต่ต้นเกรงว่าพระนางจะเศร้าโศกเสียใจ เมื่อได้รู้ความจริงแล้ว พระนางมัทรีจึงคลายความทุกข์เศร้าลง

แล้วอนุโมทนาบุญกับบุตรทานที่พระเวสสั นดรได้ปฏิบัติในครั้งนี้

ข้อคิด





๑.ความรักของแม่ที่มีต่อลูก
๒.ความเชื่อเรื่องการทำนายฝัน หรือโชคลาง
๓.มุมมองเรื่องลูกและภรรยานับเป็นสมบัติของ
สามี หรือสามีมีอำนาจเหนือกว่าภรรยา
๔.หน้าที่ของภรรยาที่ต้องคอยปรนนิบัติสามี

อ้างอิง

๑.https://docs.google.com/document/u/0/


d/1Flyeiil7vjNHFu3fcT
OiTRTOpi7Qxn96gfww

vhFqEeo/mobilebasic
๒.https://blog.startdee.com/มหาเวสสั นดร
ชาดก-กัณฑ์มัทรี-ม-5-ภาษาไทย
๓.https://e-
learning.triamudom.ac.th/courses/55/unit0
2/06.html


Click to View FlipBook Version