ความผิด
เกี่ยวกับเอกสาร
ประมวลกฎหมายอาญา 2
เรียบเรียงโดย
นายภัทรพล ขวัญเกื้อ
รหัสนิสิต 641081251
S103
คณะนิติศาสตร์
มหาวิทยาลัยทักษิณ สงขลา
คำนำ
หนังสือเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา กฎหมาย
อาญา 2 เพื่อให้ได้ศึกษาหาความรู้ในเรื่องความผิดเกี่ยวกับเอกสาร ตาม
ประมวลกฎหมายอาญามาตรา264 มาตรา265 มาตรา266 มาตรา267
และมาตรา268 โดยได้ศึกษาผ่านแหล่งความรู้ต่างๆ อาทิเช่น ตำรา หรือ
แหล่งความรู้จากเว็บไซต์ต่างๆ
ผู้จัดทำคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการจัดทำหนังสือเล่มนี้จะมีข้อมูลที่
เป็นประโยชน์ต่อผู้ที่สนใจศึกษากฎหมายอาญาเป็นอย่างดี
หากมีข้อผิดพลาดประการใดผู้จัดทำขอน้อมรับและขออภัยมา ณ
ที่นี้ด้วย
ผู้จัดทำ
นายภัทรพล ขวัญเกื้อ
15 กันยายน 2565
สารบัญ หน้า
1-3
เรื่อง
ความผิดฐานปลอมเอกสาร 4-8
มาตรา 264 9-10
คำพิพากษาศาลฎีกา มาตรา 264
ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิหรือ 11-12
เอกสารราชการ มาตรา 265 13-14
คำพิพากษาศาลฎีกา มาตรา 265
ความผิดฐานปลอมเอกสารสำคัญ 15
มาตรา 266 16-17
คำพิพากษาศาลฎีกา มาตรา 266
ความผิดฐานแจ้งให้จดข้อความเท็จ 17-18
มาตรา 267 19
คำพิพากษาศาลฎีกา มาตรา 267 20-21
ความผิดฐานใช้เอกสารปลอม มาตรา 268 22
คำพิพากษาศาลฎีกา มาตรา 268
อ้างอิง
ความผิดฐาน 1
ปลอมเอกสาร
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 264
“ผู้ใดทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วน
ใด เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการใดๆ ใน
เอกสารที่แท้จริง หรือประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อ
ปลอมในเอกสาร โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้
อื่นหรือประชาชน ถ้าได้กระทำเพื่อให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่า
เป็นเอกสารที่แท้จริง ผู้นั้นกระทำความผิดฐานปลอมเอกสาร
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ
ผู้ใดกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่ง
มีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืน
คำสั่งของผู้อื่นนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อนำเอาเอกสารนั้นไปใช้ใน
กิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน ให้ถือว่า
ผู้นั้นปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษเช่นเดียวกัน”
ความผิดฐาน 2
ปลอมเอกสาร
องค์ประกอบความผิดในวรรคแรก
(1) ผู้ใด
(2) (ก) ทำเอกสารปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใด
(ข) เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขด้วยประการ
ใดๆ ในเอกสารที่แท้จริง หรือ
(ค) ประทับตราปลอม หรือลงลายมือชื่อปลอมใน
เอกสาร
(3) โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือ
ประชาชน (พฤติการณ์ประกอบการกระทำ)
องค์ประกอบภายใน
(1) เจตนา
(2) เจตนาพิเศษ
ความผิดฐาน 3
ปลอมเอกสาร
คำว่า เอกสาร ซึ่งเป็นไปตามมาตรา 1 (7) แห่งประมวลกฎหมายอาญา
“เอกสาร” หมายความว่า กระดาษหรือวัตถุอื่นใดซึ่งได้ทำให้ปรากฏ
ความหมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่น จะเป็นโดยวิธี
พิมพ์ ถ่ายภาพ หรือวิธีอื่นอันเป็นหลักฐานแห่งความหมายนั้น
สาระสำคัญของเอกสารจึงอยู่ที่การทำให้ปรากฏความหมาย ด้วยตัวอักษร
ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่น ตามปกติแล้วเอกสารมักจะเป็นกระดาษ
แต่จะทำไว้บนวัตถุอื่นใดก็ได้ เช่น เครื่องหมายตัวอักษรและเลขที่พานท้าย
ปืนแสดงถึงลำดับของปืนที่มาขึ้นทะเบียนว่าปืนได้ขึ้นทะเบียนที่จังหวัดใด
อำเภอใด และเป็นลำดับปืนกระบอกที่เท่าใด ตัวอักษรและเลขดังกล่าวทำให้
ปรากฏความหมาย ดังนั้น ตังอักษรและเลขที่พานท้ายปืนจึงเป็นเอกสาร (คำ
พิพากษาศาลฎีกาที่ 1269/2503) หรือเครื่องหมายตัวอักษรและเลขที่
ปรากฏบนท่อนซุง (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 701/2470) หรือที่ปรากฏอยู่บน
โลหะ เช่น ป้ายทะเบียนรถยนต์และเลขหมายที่เครื่องยนต์ (คำพิพากษาศาล
ฎีกาที่ 1141/2523) เหล่านี้จึงเป็นเอกสารเนื่องจากได้ทำให้ปรากฏความ
หมายด้วยตัวอักษร ตัวเลข ผัง หรือแผนแบบอย่างอื่น บนวัตถุนั้นๆ
แม้ภาพถ่ายจะไม่ใช่เอกสาร แต่เมื่อนำไปปิดลงในหนังสือเดินทางดังกล่าว
ย่อมทำให้ความหมายที่แท้จริงของหนังสือเดินทางเปลี่ยนแปลงไป ภาพถ่าย
ของจำเลยที่ไม่เป็นเอกสารจึงเกิดเป็นเอกสาร
ความผิดฐาน 4
ปลอมเอกสาร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1277/2537 จำเลยเอา
หนังสือเดินทาง ซึ่งกระทรวงต่างประเทศออกให้แก่นายสิทธิชัย
หอมพวงษ์ มาแก้ไขโดยแกะเอาภาพถ่ายของนายสิทธิชัย หอมพวงษ์
ที่ปิดอยู่ในปกด้านในออกแล้วเอาภาพถ่ายของจำเลยปิดลงไปแทน
นั้น แม้ภาพถ่ายจะไม่ใช่เอกสารตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา
1 (7) ก็ตาม แต่เมื่อนำไปปิดลงในหนังสือเดินทางดังกล่าว ย่อม
ทำให้ความหมายที่แท้จริงของหนังสือเดินทางเปลี่ยนแปลงไปว่า
จำเลย คือ นายสิทธิชัย หอมพวงษ์ และเป็นหนังสือเดินทางที่
กระทรวงการต่างประเทศออกให้แก่จำเลยโดยตรง ภาพถ่ายของ
จำเลยที่ไม่เป็นเอกสารจึงเกิดเป็นเอกสาร หนังสือเดินทางของนาย
สิทธิชัย หอมพวงษ์ กลายเป็นหนังสือเดินทางของจำเลยเอง การก
ระทำของจำเลยจึงเป็นการปลอมแปลงเอกสารราชการ เมื่อจำเลย
นำไปใช้แสดงต่อเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง เพื่อเดินทางออกไป
และเข้ามาในราชการอาณาจักร ย่อมมีความผิดฐานปลอมเอกสาร
ราชการและใช้เอกสารราชการปลอม
ความผิดฐาน 5
ปลอมเอกสาร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4495/2548 คำว่า “เอกสาร”
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 1(7) หมายความว่า กระดาษ
หรือวัตถุอื่นใดซึ่งทำให้ปรากฏความหมายด้วยอักษร ตัวเลข ผัง หรือ
แผนแบบอย่างอื่น จะเป็นโดยวิธีพิมพ์ ถ่ายภาพ หรือวิธีอื่นใดอันเป็น
หลักฐานความหมายนั้น ดังนั้น เอกสารจะมีขึ้นในรูปใด ๆ ก็ได้ การ
ปลอมเอกสารจึงมีต้องมีเอกสารที่แท้จริงอยู่ก่อน
จำเลยปลอมหนังสือลาออกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
และคำรับรองความเห็นชอบของกำนันโดยลงลายมือชื่อปลอมบุคคล
ทั้งสองในหนังสือลาออก กับปลอมหนังสือขอแต่งตั้งผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน
โดยจำเลยลงลายมือซื้อปลอมของกำนันลงในเอกสารเพื่อแสดงว่า
จำเลยได้ร่วมกับกำนันพิจารณาคัดเลือกและจัดทำหนังสือขอแต่งตั้งผู้
ช่วยผู้ใหญ่บ้านเสนอต่อนายอำเภอตามระเบียบ เป็นการทำเอกสาร
ปลอมขึ้นทั้งฉบับ จึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร
ความผิดฐาน 6
ปลอมเอกสาร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 95/2487 กำนันทำรายงานเรื่องผู้ต้องหา
เสนอพนักงานสอบสวนระบุชื่อผู้ต้องหา เมื่อเสนอไปแล้วพายหลังแก้ชื่อผู้
ต้องหา ถ้าหากแก้เพื่อไห้เข้าใจว่ารายงานไว้แต่เดิมก็ผิดฐานปลอมหนังสือ
(ปลอมเอกสาร)
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 584/2508 การเติมข้อความในเอกสารที่
จำเลยทำขึ้นเองแต่จำเลยหมดอำนาจที่จะเติมแล้วเพราะได้นำไปใช้เป็นหลัก
ฐานในการขายสินค้าเชื่อให้แก่นายสมบูรณ์จนนายสมบูรณ์กับโจทก์ที่ 2 ได้
ตรวจรับสิ่งของและเซ็นชื่อไว้ในบิลนำส่งของที่ซื้อเชื่อนั้นแล้ว จำเลยจึงมีความ
ผิดฐานปลอมเอกสารได้
แต่ถ้าเป็นการแก้ไขในขณะที่ตนเองยังมีอำนาจที่จะทำได้ ยังไม่เป็น
ความผิดฐานปลอมเอกสาร
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 123/2507 หนังสือที่บุคคลคนหนึ่งทำขึ้น
บุคคลนั้นก็ชอบที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงอย่างใดได้ก่อนส่งมอบให้บุคคลอื่นไป แม้
บุคคลนั้นจะได้ตัดทอนหนังสือนั้นเสียบางส่วน ก็เป็นการกระทำที่ไม่อาจเกิด
ความเสียหายแก่ผู้ใด อันจะเป็นความผิดฐานปลอมเอกสาร หรือใช้เอกสาร
ปลอมได้
ความผิดฐาน 7
ปลอมเอกสาร
มาตรา 264 วรรคสอง "ผู้ใดกรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุ
อื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่นโดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของ
ผู้อื่นนั้น ถ้าได้กระทำเพื่อนำเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหายแก่ผู้
หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน ให้ถือว่าผู้นั้นปลอมเอกสาร ต้องระวางโทษเช่น
เดียวกัน"
องค์ประกอบความผิด
องค์ประกอบภายนอก
(1) ผู้ใด
(2) กรอกข้อความลงในแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใด ซึ่งมีลายมือชื่อของ
ผู้อื่น
(3) โดยไม่ได้รับความยินยอม หรือโดยฝ่าฝืนคำสั่งของผู้อื่นนั้น
องค์ประกอบภายใน
(1) เจตนา
(2) เจตนาพิเศษ เพื่อนำเอาเอกสารนั้นไปใช้ในกิจการที่อาจเกิดเสียหาย
แก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือประชาชน
ความผิดฐาน 8
ปลอมเอกสาร
ตามมาตรา 264 วรรคสองนี้ ไม่ใช่การปลอมเอกสารโดยตรง เพียงแต่
กฎหมายให้ถือว่าผู้ที่กระทำตามมาตรา 264 วรรคสอง ผู้นั้นปลอมเอกสาร ต้อง
ระวางโทษเช่นเดียวกันกับความผิดฐานปลอมเอกสาร
วัตถุแห่งการกระทำคือแผ่นกระดาษหรือวัตถุอื่นใดซึ่งมีลายมือชื่อของผู้อื่น
ลงไว้แล้ว
คำว่า "ลายมือชื่อ" มีบทนิยามในมาตรา 1 (10) ว่า หมายความรวมถึงลาย
พิมพ์นิ้วมือและเครื่องหมายซึ่งบุคคลลงไว้แทนลายมือชื่อของตน
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1734-1735/2523 โจทก์ได้ลงชื่อในแบบฟอร์ม
สัญญากู้ให้จำเลยที่ 1 ไป โดยยังไม่ได้กรอกข้อความ จำเลยทั้งสองร่วมกันกรอก
ข้อความลงไปในสัญญากู้ว่าโจทก์กู้เงินจำเลยที่ 1 จำนวนเงิน 92,000 บาท เมื่อ
วันที่ 10 มกราคม 2514 ซึ่งเป็นสัญญาปลอม จำเลยทั้งสอง จึงมีความผิดฐาน
ปลอมเอกสารสิทธิ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 203/2505 ภรรยาโจทก์มอบแบบสัญญาเช่าที่
โจทก์ลงชื่อแล้วในช่องผู้ให้เช่าให้จำเลยขอยืมไปเพื่อให้คนอื่นดู ต่อมาจำเลยกลับ
ไปกรอกข้อความว่าโจท
ความผิดฐานปลอม 9
เอกสารสิทธิหรือ
เอกสารราชการ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 265
“ผู้ใดปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ ต้องระวาง
โทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงห้าปี และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาท
ถึงหนึ่งแสนบาท"
องค์ประกอบความผิด
(1) ปลอม
(2) เอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการ
(3) เจตนาธรรมดา
(4) มูลเหตุชักจูงใจ เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่าเป็นเอกสารที่แท้
จริง
10
ความผิดฐานปลอม
เอกสารสิทธิหรือ
เอกสารราชการ
เอกสารสิทธิ์ หมายถึง เอกสารที่เป็นหลักฐานแห่งการ
ก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน หรือระงับซึ่งสิทธิ
เช่น สัญญาซื้อขายเช็ค สมุดคู่ฝาก บัญชีออมทรัพย์ สัญญากู้
ใบเสร็จรับเงิน ใบรับสินค้า
เอกสารราชการ หมายถึง เอกสารซึ่งเจ้าพนักงานได้
ทำขึ้นหรือรับรองในหน้าที่ และให้หมายความรวมถึงสำเนา
เอกสารนั้นๆที่เจ้าพนักงานได้รับรองในหน้าที่ด้วย
11
ความผิดฐานปลอม
เอกสารสิทธิหรือ
เอกสารราชการ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12137/2558 ความผิดฐานปลอม
เอกสารต้องเป็นการกระทำต่อเอกสารอันเป็นผลให้เอกสารนั้นผิดแผก
แตกต่างไป ด้วยเจตนาให้ผู้หนึ่งผู้ใดหลงเชื่อว่าเอกสารนั้นเป็นเอกสาร
ที่แท้จริง แม้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนจะเป็นเอกสารราชการ
แต่ข้อเท็จจริงได้ความว่ามีเพียงการปลอมลายมือชื่อของโจทก์ร่วมลง
ในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนที่แท้จริงของโจทก์ร่วม โดยไม่มีการ
เติมหรือตัดทอนข้อความ หรือแก้ไขสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนให้
แตกต่างไปจากสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนนี้แต่อย่างใด สำเนา
บัตรประจำตัวประชาชนดังกล่าวยังคงเป็นเอกสารที่แท้จริง การ
ปลอมลายมือชื่อโจทก์ร่วมลงในสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนจึงเป็น
เพียงการปลอมเอกสารตาม ป.อ. มาตรา 264 วรรคแรก เท่านั้น เมื่อ
จำเลยใช้สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของโจทก์ร่วมดังกล่าว จึงไม่
เป็นความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม คงมีความผิดฐานใช้
เอกสารปลอมตาม ป.อ. มาตรา 268 วรรคแรก ประกอบมาตรา 264
วรรคแรก
12
ความผิดฐานปลอม
เอกสารสิทธิหรือ
เอกสารราชการ
ความผิดฐานปลอมเอกสารสิทธิ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 12137/2558 แผ่นป้ายทะเบียน
รถยนต์ แผ่นป้ายเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีและใบคู่มือ
จดทะเบียนรถยนต์ที่มีผู้ทำปลอมขึ้นเป็นทรัพย์สินที่กฎหมายบัญญัติ
ว่าผู้ใดทำขึ้นเป็นความผิดซึ่งต้องริบเสียทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นของผู้
กระทำความผิด และมีผู้ถูกลงโทษตามคำพิพากษาหรือไม่ ตาม ป.อ.
มาตรา 32
13
ความผิดฐานปลอม
เอกสารสำคัญ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 266
“ผู้ใดปลอมเอกสารดังต่อไปนี้
(1)เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ
(2)พินัยกรรม
(3)ใบหุ้น ใบหุ้นกู้หรือใบสำคัญของใบหุ้นหรือใบหุ้นกู้ หรือ
(4)ตั๋วเงิน
(5)บัตรฝากเงิน
ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาท
ถึงสองแสนบาท”
14
ความผิดฐานปลอม
เอกสารสำคัญ
เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการ คือ เป็นทั้งเอกสารสิทธิและเป็นทั้ง
เอกสารราชการ เอกสารสิทธิที่เป็นเอกสารราชการที่ศาลฎีกาเคยวินิจฉัยไว้คือ
หนังสือรับรองการทำประโยชน์ โฉนดที่ดินและสัญญาจดทะเบียน อาชญาบัตรฆ่า
สัตว์ สัญญาขายฝากทำที่อำเภอ อาชญาบัตรอากรค่าน้ำ ตั๋วพิมพ์รูปพรรณสัตว์
ใบบอกธนาณัติซึ่งนายไปรษณีย์ทำเป็นหลักฐานแห่งหนี้ที่จะก่อสิทธิรับเงิน ธนาณัติ
ใบรับเงินค่าภาษีอากร ใบรับเงินชำระค่าภาษีเทศบาลสำเนาใบรับเงินค่าปรับในการ
เปรียบเทียบคดีอาญา
พินัยกรรม หมายความถึง เอกสารที่เจ้ามรดกกำหนดการเผื่อตายตาม
ป.พ.พ. มาตรา 1646
ใบหุ้น ใบสำคัญของใบหุ้น นั้น ป.พ.พ. มาตรา 1127 บัญญัติว่า ให้บริษัท
ทำใบหุ้น คือใบสำคัญสำหรับหุ้นใบหนึ่งหรือหลายใบ มอบให้เป็นคู่มือแก่ผู้ถือหุ้น
ของทุกๆคน
ตั๋วเงิน นั้น ป.พ.พ. มาตรา 898 บัญญัติว่า อันตั๋วเงินตาม ป.พ.พ.นี้มีสาม
ประเภท ๆหนึ่ง คือ ตั๋วแลกเงิน ประเภทหนึ่งคือ ตั๋วสัญญาใช้เงิน ประเภทหนึ่งคือ
เช็ค
บัตรฝากเงิน หมายถึง บัตรเงินฝากที่ออกโดยธนาคาร ให้แก่ ผู้ฝากเงิน
ระยะยาว และ มีการกำหนดอัตราดอกเบี้ยตายตัว บัตรเงินฝากจะสามารถแลก
เปลี่ยน และนำมาขายต่อในตลาดเงินได้ด้วย และมักจะกำหนดมูลค่าไว้ค่อนข้างสูง
15
ความผิดฐานปลอม
เอกสารสำคัญ
คำพิพากษาฎีกาที่ 3102/2539 ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบใน
ชั้นไต่สวนมูลฟ้อง ไม่ปรากฏว่าหมายเลขคดีที่แก้ไขเปลี่ยนแปลงตามที่
อ้างถึงหมายเลขคดีที่นอกสารบบ หรือกระทำขึ้นโดยมิได้มีอยู่จริงหรือ
ปราศจากอำนาจ ตรงกันข้ามเลขคดีที่อ้างถึงเป็นเลขคดีที่แก้ไข และ
ใช้อยู่ในสารบบของทางราชการ การที่เกี่ยวข้องจริง จังเป็นหมายเลข
คดีที่แท้จริง ทั้งไม่ปรากฏว่าจำเลยทั้งเก้าปฏิบัติหรือละเว้นไม่ปฏิบัติ
ต่อโจทก์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมายเพราะเหตุที่มีการร้องทุกข์อย่างไร
อันจะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติคณะกรรการกฤษฎีกา
พ.ศ.2522 มาตรา 70 การกระทำของจำเลยทั้งเก้าจึงไม่มีมูลเป็น
ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 162,165,264,265,266
และพระราชบัญญัติคณะกรรมการกฤษฎีกา พ.ศ. 2522 มาตรา 70
ความผิดฐานแจ้ง 16
ให้จดข้อความเท็จ
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267
“ผู้ใด แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่ จดข้อความ
อันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์
ใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น
หรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหก
พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ”
องค์ประกอบความผิด
(1)แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่
(2)ให้จดข้อความ
(3)อันเป็นเท็จ
(4)ลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ
(5)ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน
(6)โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
17
ความผิดฐานแจ้ง
ให้จดข้อความเท็จ
ข้อสังเกต
คำว่า “แจ้งให้จด” การกระทำคือแจ้งให้จดข้อความเท็จหมายความว่า
แจ้งข้อความต่อเจ้าพนักงานโดยมีการจดข้อความที่แจ้งลงไว้เป็นข้อความของผู้
แจ้ง
คำว่า “เจ้าพนักงาน” ตามมาตรานี้ น่าจะมีความหมายเช่นเดียวกับคำ
ว่าเจ้าพนักงานตามลักษณะ 2 หมวด 1 คือ หมายความถึงผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ
โดยได้รับแต่งตั้งตามกฎหมาย เจ้าพนักงานในมาตรานี้ต้องมีหน้าที่รับแจ้งความ
ด้วย
คำพิพากษาฎีกาที่ 2056/2514 การที่จำเลยระบุชื่อคนอื่นๆว่า เป็น
ทายาทต่อเจ้าพนักงานที่ดิน แต่ไม่ได้ระบุชื่อโจทก์ว่าเป็นทายาท ทั้งๆที่จำเลย
ทราบว่าโจทก์เป็นทายาทและจำเลยได้รับรองบัญชีเครือญาติซึ่งจำเลยได้แจ้งไว้
(โดยที่ไม่มีชื่อโจทก์เป็นทายาท) ทั้งแจ้งว่าเจ้ามรดกไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ซึ่งความ
จริงมีพินัยกรรม เป็นเหตุให้เจ้าพนักงานที่ดินประกาศโฆษณาไปตามที่จำเลยแจ้ง
นั้น แล้วลงชื่อบุคคลที่จำเลยแจ้งเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในโฉนดที่ดินมรดก แม้ที่ดิน
โฉนดดังกล่าวนั้น ตามพินัยกรรมจะมิได้ตกแก่ทายาทอื่น นอกจากผู้ที่จำเลยระบุ
ชื่อก็ตาม แต่ก็ไม่ตรงกับความเป็นจริง ถือได้ว่าอยู่ในประการที่น่าจะเกิดความเสีย
หายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนได้ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตาม ป.อาญา
มาตรา 267
18
ความผิดฐานแจ้ง
ให้จดข้อความเท็จ
คำพิพากษาฎีกาที่ 1217/2518 จำเลยเป็นคนต่างด้าว มีภูมิลำเนาอยู่
ต่างประเทศ มีผู้นำหลักฐานปลอมไปยื่นคำร้องต่อเจ้าพนักงานให้ออกบัตรประจำ
ตัวประชาชน และใบสำคัญทหารกองเกินแทนฉบับชำรุดเสียหายให้จำเลย เจ้า
พนักงานหลงเชื่อคำร้องและหลักฐานปลอมนั้น จึงออกให้ เมื่อจำเลยซึ่งรู้อยู่แล้ว
ว่าเอกสารราชการดังกล่าวเกิดจากการกระทำความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 267
ยังนำไปใช้โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่เจ้าพนักงาน ผู้อื่นหรือ
ประชาชน จึงมีความผิดตาม ป.อาญา มาตรา 268 ประกอบด้วย 267
คำพิพากษาฎีกาที่ 4048/2528 การที่จำเลยเป็นคนสัญชาติญวน ไม่
เคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านหลังหนึ่งเลยแล้วไปแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้มีหน้าที่
ควบคุมทะเบียนจดข้อความเท็จลงในทะเบียนบ้านอีกหลังหนึ่งว่าเป็นคนสัญชาติ
ไทยย้ายมาจากบ้านที่จำเลยไม่เคยมีชื่ออยู่นั้น การกระทำของจำเลยย่อมเป็น
ความผิดตาม ป.อาญามาตรา 267
ความผิดฐานใช้ 19
เอกสารปลอม
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 268
“ผู้ใดใช้หรืออ้างเอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิด ตาม
มาตรา 265 มาตรา 265 มาตรา 266 หรือมาตรา 267 ในประการที่
น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษดังที่
บัญญัติไว้ในมาตรานั้นๆ
ถ้าผู้กระทำความผิดตามวรรคแรกเป็นผู้ปลอมเอกสารหรือเป็น
ผู้แจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความนั้นเอง ให้ลงโทษตามมาตรานี้แต่
กระทงเดียว”
องค์ประกอบความผิด
(1)ใช้หรืออ้าง
(2)เอกสารอันเกิดจากการกระทำความผิดตามมาตรา264 มาตรา265
มาตรา266หรือมาตรา267
(3)ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน
20
ความผิดฐานใช้
เอกสารปลอม
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 63/2486 คดีนี้ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จ
จริงว่า คูปองยางของกลางเป็นของปลอม จำเลยต้องรู้อยู่แล้วว่าเป็น
คูปองยางปลอมยังยืนยันใช้คูปองยางปลอมนั้นอีก จำเลยฎีกาข้อ
กฎหมาย ว่า คำว่า “ใช้” ในกฎหมายอาญาว่าจะหมายความเพียงไร
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามวิธีการใช้คูปองยางอย่างที่จำเลยกล่าวนั้น เป็น
วิธีการใช้ตามปกติ แต่กรณีในคดีนี้เป็นเรื่องจำหน่ายคูปองยาง การนำ
เอาคูปองยางปลอมออกจำหน่ายจะเรียกว่าเป็นการใช้หนังสือปลอม
ตามมาตรา 227 หรือไม่ เห็นว่า การนำเอาคูปองยางของกลางซึ่งเป็น
หนังสือปลอมมาจำหน่ายเพื่อหาประโยชน์อันมิชอบเรียกได้ว่าเอา
หนังสือปลอมมาใช้ตามมาตรา 227 แล้วการเอาออกจำหน่ายเป็นการ
ใช้อย่างหนึ่ง กฎหมายมิได้กำหนดจำกัดว่าจะต้องเป็นการใช้โดยเฉพาะ
การสิ่งใด เมื่อเอาหนังสือออกใช้เพื่อประโยชน์อย่างใดอย่างหนึ่ง ก็เรียก
ว่าใช้แล้ว
21
ความผิดฐานใช้
เอกสารปลอม
คำพิพากษาฎีกาที่ 1654/2503 (ประชุมใหญ่) จำเลยนำ
ประกาศนียบัตรปลอมออกแสดง ต่อสายของตำรวจดูเป็นตัวอย่างเพื่อ
ให้ผู้ติดต่อซื้อเชื่อถือฝีมือในการปลอมจะได้ตกลงซื้อ ดังนี้ ถือได้ว่า
เป็นการนำเอกสารปลอมมาใช้ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้
อื่นหรือประชาชนแล้ว จึงมีความผิดตามมาตรา 268
คำพิพากษาฎีกาที่ 1407/2510 ทำพินัยกรรมปลอมไปแสดง
ต่อเจ้าพนักงานที่ดินอำเภอ เพื่อขอรังวัดมรดก และอำเภอได้ประกาศ
ขอรับมรดกแล้ว แม้ต่อมาถอนการขอรับมรดกนั้น การทำพินัยกรรม
ปลอมไปแสดงเช่นนี้เป็นการกระทำอันเป็นเหตุให้น่าจะเกิดความเสีย
หายแก่ผู้อื่น จึงเป็นความผิดมาตรา 268
คำพิพากษาฎีกาที่ 446/2524 จำเลยปลอมเอกสารมอบให้ ส.
นำเอกสารปลอมที่ได้รับจากจำเลย ไปแสดงต่อพนักงานตำรวจโดย
ลำพังตน จำเลยมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ดังนี้เพียงแต่จำเลยมอบ
เอกสารปลอมให้ยังถือไม่ได้ว่าจำเลยเป็นผู้ก่อให้ ส. กระทำผิดฐานใช้
เอกสารปลอมอันเป็นความผิดตาม มาตรา 268
22
อ้างอิง
http://athiwatlawyer.com/ความผิดฐานปลอมเอกสาร/
สำนักกฎหมายสรรพเนติและ เลิศนิติ ทนายความ
http://www.sappaneti.com/board/1162/15524/ความผิดฐาน
ปลอมเอกสารและใช้เอกสารปลอม.html#
https://www.members.tripod.com/thaibar53/arya209-3.htm