The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kudrian11, 2022-03-10 10:59:32

พริกไทย

พริกไทย

เอกสารประกอบการสมั มนา
เรอ่ื ง

พริกไทย

เรยี บเรยี งโดย
นายมูฮำหมัดกดู รี ลาเต๊ะ
ระดับชน้ั ประกาศนยี บัตรวิชาชีพช้ันสงู ปีท่ี 2
ประเภทวชิ าเกษตรศาสตร์ สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ สาขางานเกษตรศาสตร์
วทิ ยาลัยเทคโนโลยกี ารเกษตรและประมงปตั ตานี



คำนำ

สัมมนาเรื่องพริกไทยเป็นการเรียบเรียงความรู้เกี่ยวกับพริกไทยเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาความรู้
เกี่ยวกับพริกไทยในหลายหลายด้านโดยเรียบเรียงเนื้อหาไว้ดังนี้ชื่อวิทยาศาสตร์และชื่อพื้นเมืองของพริกไทย
ลักษณะทางภูมิศาสตร์และการขยายพันธ์ ต้นกำเนิดของพริกไทยลั กษณะทางพฤกษศาสตร์ของพริกไทยการ
ขยายพันธุ์ ประเภทสรรพคุณด้านยา ด้านการลดความอ้วน การปลูกพริกไทคุณ ค่าทางอาหารตลาดและ
ชอ่ งทางจำหน่าย

ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสัมมนาเล่มนี้จะเป็นประโยชน์และความรู้ให้ผู้ที่สนใจได้ศึกษาความรู้
เกยี่ วกบั พริกไทยหากมีขอ้ ผิดพลาดประการใดยินดนี ้อมรบั เพื่อเป็นการปรับปรงุ ให้สมบูรณ์ย่งิ ขน้ึ ต่อไป

นายมูฮำหมัดกดู รี ลาเต๊ะ
ผู้จัดทำ

สารบญั ข

เรอ่ื ง หน้า
พรกิ ไทย
1
- ช่ือวทิ ยาศาสตร์และชอื่ อืน่ ๆ 1
- ลักษณะทางภมู ิศาสตรแ์ ละกระจายพนั ธุ์ 2
- ต้นกำเนดิ พรกิ ไทย 2
- ลกั ษณะทางพฤษศาสตร์ 2
- การขยายพนั ธุ์
ประเภทของพริกไทย 3
- พรกิ ไทยเขยี ว 3
- พรกิ ไทยขาว 4
- พริกไทยดำ 5
- พริกไทยแดง 6
- พรกิ ไทยชมพู
ประโยชนแ์ ลพสรรพคุณของพริกไทย 5
- สรรพคณุ ทางด้านอาหาร 6
- สรรพคุณทางยาพ้นื บ้าน 7
- สรรพคณุ ทางยาตะวันตก
การปลูกพริกไทยและการดูแล 7
- สภาพแวดล้อม 7
- วธิ กี ารปลูกและการดแู ลรักษาตัดแตง่ 8
- การใหป้ ๋ยุ ให้นำ้
แมลงและศัตรพู ืช 9
- โรคทสี่ ำคัญ 10
การเกบ็ เกยี่ ว 12
คณุ คา่ ทางอาหารของพริกไทย 14
ตลาดและชอ่ งทางการจำหน่ายพริกไทยปลอดเชือ่ จลุ ินทรยี ์ 16
แนวโนม้ ในอนาคต

1

พริกไทย

ภาพที่ 1 : พรกิ ไทย

ชื่อพื้นเมือง : พริกไทย
ชือ่ วิทยาศาสตร์ : Piper nigrum
ชือ่ วงศ์ : Piperaceae.
ชื่อสามัญ : Black Pepper.

พริกไทย เป็นเครื่องเทศที่ผูค้ นทั่วโลกต่างมีไว้ติดครัวและยกให้เป็นราชาแห่งเครื่องเทศ ด้วยรสชาติท่ี
เผ็ดร้อนและกลิ่นที่หอมเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไม่ว่าจะเติมลงในอาหารประเภทใด ก็สามารถชูรสชาติของ
อาหารจานนัน้ ๆ ให้กลายเป็นอาหารเลศิ รสขึ้นมาทนั ที เชน่ สเตก๊ ขา้ วผดั ข้าวตม้ หรือแมก้ ระทั่งแกงแบบไทย
ๆ ของบ้านเราบางประเภทก็ใช้พริกไทยเป็นส่วนผสมเช่นกัน นอกจากจะช่วยทำให้อาหารมีรสชาติที่ดีขึ้นแลว้
พริกไทยยังมีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย อาทิเช่น ช่วยเรื่องขับลม บรรเทาอาการหวัด ผ่อนคลาย
กล้ามเนอ้ื และอ่ืนๆ อีก

ลกั ษณะทางภูมศิ าสตรแ์ ละการกระจายพันธ์ุ
พริกไทยเป็นพืชประจำถิ่นในแถบตอนใต้ของเทือกเขากาตของรัฐเกรละในประเทศอินเดีย

นอกจากนั้นยังเป็นพืชเศรษฐกจิ ในเขตร้อน เช่น ในประเทศเวียดนาม อินโดนีเซีย บราซิล และอินเดีย ซึ่งเป็น
ประเทศผู้ผลิตหลัก โดยเกษตรกรในจังหวดั จันทบรี เป็นผูผ้ ลติ หลักในประเทศไทย รอ้ ยละ 95ของประเทศโดย
2-3ปที ผ่ี า่ นมา พบโรคระบาดในพริกไทย ระบาดหนกั ในหนา้ ฝนทำให้เกษตรกรปรับเปลี่ยนไปเพาะปลูกพืชอื่น
ที่ให้ผลผลิตดกี ว่าโดย อำเภอท่เี พาะปลูกมากทีส่ ดุ ในจนั ทบรุ ีคือ อำเภอท่าใหม่

2

ตน้ กำเนดิ ของพริกไทย
พริกไทยเป็นพืชพื้นเมืองในแถบตอนใต้ของเทือกเขากาฏของรัฐเกรละในประเทศอินเดีย โดยพบว่า

เป็นเครื่องปรุงอาหารของอินเดียเมื่อราว 3,000 ปีก่อน ต่อมาเมื่อชาวอาหรับได้พบกับพริกไทย ก็รู้สึก
ประทับใจในกลิ่นที่ฉุนและรสชาติที่เผ็ดร้อนเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จึงได้นำกลับไปและขายต่อให้กับชาว
อยี ิปต์ โดยไมไ่ ดบ้ อกถงึ แหลง่ ทมี่ าจรงิ ๆ ของมนั เพ่ือเปน็ การผูกขาดการค้าแตเ่ พียงผูเ้ ดยี ว ทำให้พรกิ ไทยในยุค
สมัยนั้นมีราคาแพงมากจนถูกขนานนามว่าเป็น “ทองคำสีดำ” ซึ่งมักจะมีแต่ชนชั้นสูงเท่านั้นที่ได้ครอบครอง
เพอื่ เปน็ เครื่องแสดงสถานะความร่ำรวยในยโุ รป “พริกไทย” เร่ิมเปน็ ท่ีรูจ้ ักหลังจากพระเจา้ อเล็กซานเดอร์มหา
ราชยกทพั มาบุกเข้าสู่เอเชียกลางจนมาถึงอนิ เดีย แลว้ ไดน้ ำพริกไทยกลับไปยังยโุ รปดว้ ย เพยี งไม่นานชาวยุโรป
ต่างก็ต้องการพริกไทยมากขึ้น พ่อค้าชาวอาหรับจึงขยายเส้นทางการค้าเครื่องเทศผ่านประเทศอียิปต์ไปจนถงึ
กรุงโรม และร่วมมือกับพ่อค้าชาวโรมันผูกขาดการค้า ทำให้โรมกลายเป็นศนู ย์กลางการค้าพริกไทยในยโุ รปไป
ในท่สี ุด

ปัจจุบัน พริกไทยถูกปลูกกันมากขึ้นในหลาย ๆ ประเทศ เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย บราซิล จีน และ
เวียดนามที่เป็นแหล่งผลิตและส่งออกพริกไทยอันดับต้น ๆ ของโลก สำหรับประเทศไทยก็มีการปลูกพริกไทย
เชน่ กนั ในบรเิ วณจังหวัดจนั ทบรุ ี ตราด และระยอง

ลกั ษณะทางพฤกษศาสตร์

พริกไทยเป็นไม้เลื้อย เจริญในแนวดิ่ง สูงได้ประมาณ 10 เมตรหรือมากกว่า มีลำต้นหลักและแตก
แขนงออกเป็นพุ่ม มีการสร้างรากพิเศษสั้นๆบริเวณข้อเพื่อยึดเกาะสิ่งรอบข้าง ช่วยในการพยุงลำต้น ใบเดี่ยว
รูปรี เรียงสลบั โคนใบและปลายใบแหลม หลังใบสีเขยี วเข้ม มันวาว ท้องใบสีเขียวอ่อน ชื่อดอกแบบช่อเชิงลด
ดอกย่อยสีขาวหรือสีเหลืองอ่อน 50-150 ดอกต่อช่อ ผลทรงกลมแบบเมล็ดเดียวแข็ง เส้นผ่านศูนย์กลาง
ประมาณ 6 มม. ผลอ่อนมีสีเขียวเมื่อสุกมีสีแดง ติดผลประมาณ 50-60 เมล็ดต่อช่อผล การเก็บเกี่ยว7-8เดือน
นบั จากการออกดอก หรือเมอ่ื ผลแหลืองถึงแดง

การขยายพนั ธุ์
พริกไทยสามารถปลูกได้ในเขตร้อน หรือปลูกในเรือนกระจกในเขตอบอุ่น โดยปกติแล้วสามารถปลูก

ไดโ้ ดยการการเพาะเมลด็ หรอื การปักชำโดยอาศัยลำต้นส่วนยอดหรอื สว่ นอื่นๆทีไ่ มแ่ กจ่ นเกนิ ไป

ทำไมถึงเรียกวา่ พรกิ ไทย ?
พริกไทยถูกนำเข้ามาในประเทศไทยช่วงสมัยอยุธยา ซึ่งเป็นช่วงที่มีการค้าขายกับชาวต่างชาติ เดิมที

นั้น “พริกไทย” ถูกเรียกว่า “พริก” แต่เมื่อมีพริกเม็ดสีแดงเข้ามา จึงถูกเปลี่ยนชื่อเป็น“พริกไทย” แต่ก็จะมี
ชื่อเรียกต่างกันไปตามแต่ละท้องถิ่น ภาคเหนือเรียกพริกไทยว่า "พริกน้อย" ภาคใต้เรียกว่า "พริก" ส่วนภาค
กลางเรยี ก "พรกิ ไทยดำ" "พริกไทยลอ่ น" หรือ "พรกิ ขีน้ ก เปน็ ต้น

ประเภทของพริกไทย
หลาย ๆ คนอาจจะคุ้นหูหรือเคยเห็นเพียงแค่พริกไทยขาว และพริกไทยดำ ทำให้เข้าใจกันไปว่า

พริกไทยมีอยู่แค่สองชนิดเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ชนิดของพริกไทยมีมากกว่านั้น ซึ่งจะมีสี กลิ่น และ
การนำไปใช้ทแ่ี ตกตา่ งกนั ออกไป ไดแ้ ก่

3

1.พริกไทยเขียว คือ พริกไทยอ่อนที่นำมาผา่ นกระบวนการทำให้แห้งโดยใช้ความเย็น สีของเปลือกจงึ
ยังคงเป็นสเี ขยี วอยู่นน่ั เองลักษณะ: เม็ดกลมขนาดเล็ก ผิวขรขุ ระ มเี ปลอื กหุม้ สเี ขียวอมนำ้ ตาล
ลักษณะ: เม็ดกลมขนาดเลก็ ผิวขรุขระ มีเปลอื กหุ้ม สีเขียวอมนำ้ ตาล
กลิ่น/รสชาติ: รสชาตเิ ผด็ ร้อนเล็กนอ้ ย มกี ลน่ิ หอมสดกว่าพรกิ ไทยชนดิ อน่ื ๆ

รูปภาพท่ี 2 : พรกิ ไทยเขยี ว
2.พริกไทยขาว คือ ผลพริกไทยที่แก่จัดหรือสุกจนเป็นสีแดงหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วจะนำไปแช่ในน้ำ
จากนัน้ จะนำมานวดเพื่อใหเ้ ปลือกลอกออก แลว้ จงึ นำไปตากแดดจนกระทั่งแห้งสนิท มรี าคาแพงกว่าพริกไทย
ดำเพราะตอ้ งผ่านกรรมวธิ ีหลายขัน้ ตอน มีชอ่ื เรียกอกี อย่างว่า "พริกไทยล่อน"
ลักษณะ: เม็ดกลมขนาดเล็ก สขี าวอมเทา ผวิ เรียบ ไม่มีเปลือกหุ้ม
กลนิ่ /รสชาติ: รสชาตเิ ผด็ ร้อน ความหอมน้อยกว่าพรกิ ไทยดำ

ภาพที่ 3 : พรกิ ไทยขาว

4

3.พริกไทยดำ คือ ผลพริกไทยแก่เต็มที่แต่ยังไม่ถึงขั้นสุก หลังจากเก็บเกี่ยวแล้วนำไปตากจนพอแห้ง
แล้วจึงนำมานวดเพื่อให้ผลหลุดออกจากก้าน นำเม็ดที่ได้ไปตากแดดต่อประมาณ 5 - 6 วัน จนได้เม็ดพริกไทย
สีดำแหง้ สนทิ
ลกั ษณะ: เม็ดกลมขนาดเลก็ ผวิ ดา้ นนอกขรุขระ มเี ปลอื กหุ้ม สดี ำอมน้ำตาล
กลนิ่ /รสชาติ: รสชาติเผ็ดร้อน และมกี ล่ินฉุน

ภาพท่ี 4 : พรกิ ไทยดำ
4.พรกิ ไทยแดง คือ ผลพริกไทยทส่ี กุ แดงแล้ว นำไปผ่านกระบวนการทำใหแ้ หง้ โดยใช้ความเยน็ ทำให้สี
ของเปลอื กด้านนอกจะยังคงสีแดงอยู่ นยิ มใชป้ ระดับจานอาหารเพ่อื ความสวยงาม
ลักษณะ: เม็ดกลมขนาดเล็ก ผิวด้านขรขุ ระ มเี ปลือกห้มุ สีแดงอมน้ำตาล
กล่ิน/รสชาติ: รสชาตเิ ผ็ดรอ้ นเลก็ น้อยคล้ายกบั พรกิ ไทยเขยี ว มีกลน่ิ หอมสดกว่าพริกไทยชนดิ อืน่ ๆ

ภาพท่ี 5 : พริกไทยแดง

5

5.พรกิ ไทยชมพู คือ เปน็ ผลเบอรร์ ตี ากแห้งชนดิ หน่งึ ของไมย้ ืนตน้ ท่มี ชี อ่ื วา่ Schinus Terebinthifolius
หรือ บ้านเราเรยี กกนั ว่า “มะตูมแขก”
ลกั ษณะ : เมด็ กลมขนาดเลก็ ผวิ เรียบ มเี ปลือกห้มุ สแี ดงอมชมพู
กลิน่ /รสชาติ : รสชาตไิ ม่เผ็ดมาก มกี ล่นิ ฉุนอ่อนๆ

ภาพท่ี 6 : พรกิ ไทยชมพู

ด้านอาหาร
ผลและเมล็ดพริกไทยมีรสเผ็ดร้อนใช้ปรุงรสได้ทั้งอ่อนและแก่ แกงที่ใช้พริกไทยเป็นองค์ประกอบมี

หลายชนดิ เชน่ แกงเผ็ด ฉูฉ่ ่ี แกงกะหร่ี แกงเลยี ง ทอดมนั ผดั โจก๊ ข้าวผดั
พรกิ ไทยเขยี ว: เหมาะกับอาหารทตี่ ้องการกลิน่ หอมสด และรสไม่เผ็ดรอ้ น เช่น ซปุ
พริกไทยขาว: เหมาะสำหรบั อาหารที่ไม่ต้องการสจี ากพริกไทย เชน่ ครีมซอส มันฝรั่งบด
พรกิ ไทยดำ: เหมาะสำหรบั สัตวเ์ นื้อแดง และอาหารท่ตี ้องการรสเผ็ดร้อน และกลิน่ หอมฉุน เช่น สเต๊กเน้ือ
พรกิ ไทยชมพู: เหมาะสำหรบั อาหารที่ต้องการรสเผด็ อ่อน ๆ กลนิ่ ไมฉ่ ุน เชน่ อาหารทะเลต่าง ๆ นอกจากน้ียัง
ชว่ ยเพิ่มสสี ันในจานอาหารไดอ้ กี ด้วย
พรกิ ไทยแดง: เหมาะสำหรบั อาหารประเภทซอสราดเนอ้ื ตา่ งๆช่วยเพิม่ สสี นั ให้กับซอสต่างๆ

“พริกไทย” กับ “เกลอื ” รสชาติความต่างที่เข้ากันได้อย่างลงตัว
เคยสงสยั กันไหมครับ ? ว่าทำไมบนโตะ๊ อาหาร ขวดพริกไทยต้องตัง้ คูก่ ับขวดเกลือเสมอ โดยจุดเร่ิมต้น

ของการใช้พริกไทยและเกลือเป็นเครื่องปรุงประจำโต๊ะอาหารที่แยกจากกันแทบไม่ได้นั้น เริ่มมาจากยุคสมัย
พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งประเทศฝรั่งเศส ที่ทรงให้ความสำคัญกับเรื่องของรสชาติอาหารเป็นอย่างมาก
พระองค์จึงมักจะใส่เครื่องปรุงลงไปเพิ่มอย่างละนิดอย่างละหน่อยในมื้ออาหารแทบทุกมื้อ ซึ่งเครื่องปรุงที่
พระองค์มักจะใส่ลงไปเพิ่ม นั่นก็คือพริกไทยและเกลือนั่นเอง ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาการใช้พริกไทยคู่กับเกลือก็
กลายเป็นธรรมเนยี มสากล ที่ปฏบิ ตั ิกันเปน็ ปกตบิ นโต๊ะอาหารของชาวยุโรปไปโดยปรยิ าย เรยี กได้ว่ามีพริกไทย
ที่ไหน ก็ต้องมีเกลือวางคู่กันด้วยอยู่เสมอ ตัวอย่างที่เห็นได้เห็นชัดเจนคือการใช้พริกไทยและเกลือในการปรุง
อาหารยอดนิยมของคนทวั่ โลกอยา่ งสเต๊ก

6

ประโยชน์และสรรพคุณของพรกิ ไทย
1. ขบั ลมในลำไส้ ขับลมในท้อง
2. แกป้ วดท้อง
3. ชว่ ยขับไขมันสว่ นเกนิ ออกจากรา่ งกาย
4. ใช้เปน็ สมุนไพรลดนำ้ หนัก
5. แกล้ มวงิ เวียน
6. ช่วยย่อยอาหาร
7. แกล้ มพรรดกึ (กอ้ นอจุ จาระท่แี ข็งกลม)
8. แก้อติสาร (โรคลงแดง)
9. แก้ลมจกุ เสียด แก้แน่น ปวดม้วนในทอ้ ง
10. แกเ้ สมหะ แกไ้ อ
11. บำรงุ ธาตุ ช่วยยอ่ ยอาหาร ขับผายลม
12. ชว่ ยใหเ้ จริญอาหาร
13. ขบั เหงอ่ื ลดความรอ้ นในรา่ งกาย
14. ชว่ ยขบั ปัสสาวะ
15. เป็นยาอายุวฒั นะ
16. แก้ลมชกั แก่โรคลมบ้าหมู
17. แก้ตาแดง

ด้านสรรพคณุ ทางยาพน้ื บา้ น
มีการใช้พริกไทยในผาอายุรเวทในแถบเอเชียใต้ ส่วนมากใช้รักษาและบรรเทาอาการเกี่ยวกับระบบ

ย่อยอาหาร ขับพยาธิ แก้ลมจุกเสียดแน่น ท้องอืดเฟ้อ ขับลม ขับเสมหะ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ บำรุงธาตุแก้
อาการอาหารไม่ย่อย ระงับอาการอาเจียน ผ่อนคลายอาการไม่สบายจากอาหารเป็นพิษจากอาหารทะเลและ
เนือ้ สัตว์

ด้านสรรพคุณทางยาแผนตะวันตก
พริกไทยดำมีสารจำพวกอัลคาลอยด์ ชื่อว่า ไพเพอร์รีน (piperine) มีรายงานว่ามีผลกดประสาทใน

ระบบประสาทส่วนกลาง ลดไข้ ลดอาการเจ็บปวด ลดการอักเสบ และฆ่าแมลงได้ รวมทั้งยังมีการรรายงานวา่
สารไปเปอรนี มสี ว่ นชว่ ยในการเพิ่มข้ึนของเม็ดสใี นผวิ หนัง

สรรพคณุ ของพรกิ ไทยดำในการลดความอว้ น
พรกิ ไทยดำนั้นได้รบั การยอมรับและยนื ยันจากทีมวจิ ยั ในประเทศสหรฐั อเมริกาว่า พรกิ ไทยดำสามารถ

ท่ีจะช่วยลดความอ้วนได้อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพและดเี ยีย่ มดว้ ยสารประกอบท่ีชื่อวา่ Piperine (ไพเพอร์รีน) ซ่ึงมี
คุณสมบัตใิ นเร่ืองของการช่วยขจัดและต่อต้านไขมนั

7

การปลูกพริกไทย และ การดูแลพริกไทย
1.ขดุ หลมุ ลึก 0.5 เมตร เพ่ือรองรบั เสา 3.5 เมตร
2. เมอ่ื เอาเสาลงเสรจ็ เตรียมหนา้ ดินให้พร้อมกับการปลกู
3.ขุดหลุมเพื่อไว้รองรับ พริกไทยทจี่ ะปลุก 1 เสา ปลกู 3 ตน้
4.วางยากนั ปลวก เพราะหนา้ ฝนปลวกเยอะ
5. ใส่ปุ๋ยลงพ้ืน
6. ตามดว้ ยปุย๋ หมัก
7. วางถงุ ชำเปน็ แนวนอนแล้วปาดเพื่อเอาถงุ ออก ข้ันตอนน้ีควรระวังมากทส่ี ุด อยา่ ให้ต้นแยกออกจาก

ดนิ ทีช่ ำ แต่ถา้ เป็นแบบตมุ้ แล้วเอามาชำลงถงุ ก็ไมเ่ ปน็ ไร
8. เมื่อเอาถงุ ชำออกก็ปลูกไดเ้ ลย ให้ชิดกับเสามากทีส่ ดุ
9. เมอ่ื ปลูกเสร็จ หาวัสดุปกหน้าดนิ ทำให้ชุม่ ไดน้ านเวลารถน้ำ
10. ถ้ามีแสลนพรางแสงจะดีมาก จะทำให้พรกิ ไทยไม่ถูกแสงมากเกินไร ระบบน้ำสำคัญมาก เพราะ

พรกิ ไทยขาดน้ำเกิน 1 สัปดาหท์ ำให้ใบแห้งกรอบถ้าเจอแดดจัด

สภาพแวดลอ้ มท่เี หมาะสมสำหรบั การปลกู พรกิ ไทย
พื้นที่ ท่ีไมม่ ีนำ้ ท่วมขัง สูงจากระดบั น้ำทะเลประมาณ 0-1200 เมตร มคี วามลาดเอียงประมาณ 0-25

องศา แต่ถา้ ลาดเอยี งมากกว่า 15 องศา ควรทำข้ันบนั ไดเพ่ือปอ้ งกันการพงั ทะลายของหน้าดิน พน้ื ดนิ ท่ีเปน็ ดิน
ร่วน ดินร่วนปนทราย หรอื ดินรว่ นเหนยี ว ที่มคี วามอดุ มสมบูรณ์สูง ระบายน้ำได้ดี มคี วามลึกของหนา้ ดนิ
มากกว่า 50 เซนติเมตร และมีคา่ ความเปน็ กรด-ด่างอยู่ระหวา่ ง 5.5-6.5

วธิ กี ารปลกู การเตรียมกิ่งพันธุ์ พริกไทย ทำได้ 2 วิธี คือ
1. ตัดจากคา้ งทสี่ มบรู ณ์ เหนือพ้นื ดนิ ประมาณ 50 เซนติเมตร ตัดเป็นทอ่ นยาว 5-6 ข้อ ตดั กิง่ แขนงข้อ

ท่ี 1-3 ดอก แล้วนำไปปลูกลงหลุม หลุมละ 20 ก่ิง
2. นำกงิ่ พนั ธ์ทุ ต่ี ดั เปน็ ทอ่ นแลว้ ปกั ชำในถุงพลาสติก ขนาด 9×14 นว้ิ ประมาณ 2-3 เดือน พรกิ ไทย

จะงอกรากและแตกยอด จึงค่อยยา้ ยมาปลูกลงในแปลง

ระยะปลูก
– พันธ์ุซาราวัค (มาเลเซยี ) ใชร้ ะยะ 2×2 เมตร
– พันธุซ์ ลี อน ใช้ระยะปลกู 2.25 x 2.25 หรือ 2.25 x 2.5 เมตร

การปกั ค้าน
ใช้ค้านไม้แกน่ หรือคา้ นปนู ซีเมนต์ ขนาด 4x4x4 เมตร ฝงั ลึก 50-60 เซนตเิ มตร กลบดนิ ให้แนน่

หลงั จากนัน้ ขดุ หลุมขนาด 40×50 เซนตเิ มตร ลึก 40 เซนติเมตร คา้ งละ 1 หลุม ห่างจากโคนคา้ ง 15 เซนตเิ มตร
ผสมดนิ กบั ปยุ๋ อนิ ทรยี ์แท้ อตั ราสว่ นดิน 3 สว่ น ต่อ ป๋ยุ 1 ส่วน แล้วใสใ่ นหลมุ ประมาณครึง่ หลมุ นำยอดพนั ธทุ์ ี่
เตรียมไว้ปลกุ หลมุ ละ 2 ก่ิง ให้ปลายยอดเอนเข้าหาค้าง กลบดนิ ให้แนน่ รดน้ำใหช้ ุ่ม ใชส้ แลนพรางแสงไว้
ประมาณ 3-4 เดอื น หรือจนกวา่ พรกิ ไทยจะตั้งตวั ได้

8

การดแู ลรักษา การตัดแต่ง
– ปีท่ี 1 เหลือยอดทีส่ มบรู ณ์ไว้ ค้างละ 4-6 ยอด ใช้เถาวัลย์หรือเชือกฟางผกู ยอด ให้แนบติดกับคา้ ง

โดยผูกขอเว้นข้อ จนกระท่ังพรกิ ไทยอายุ 1 ปี ตดั เถาให้เหลือ 50 เซนตเิ มตร จากระดับผิวดนิ
– ปที ่ี 2 ตดั แตง่ เชน่ เดียวกบั ปีแรก จนกว่าพรกิ ไทยจะสูงเลยคา้ งไปประมาณ 30 เซนติเมตร ให้ผกู ไว้

บนยอดคา้ ง และใชเ้ ชอื กไนล่อนผกู ทบั เถาวลั ยเ์ ดมิ เปน็ เปลาะ ๆ หา่ งกนั 40-50 เซนตเิ มตร
– ปที ี่ 3 ตัดไหลและปรางบริเวณโคนตน้ ปลดิ ใบทีล่ ำต้นออก เพอ่ื ใหโ้ คนโปร่ง ถา้ พริกไทยยงั ไม่ถึงยอด

ค้าง เด็ดช่อดอกออกใหห้ มด เพราะจะทำใหพ้ ริกไทยเจริญเตบิ โตช้า

การใส่ปุย๋
ช่วงแรกใส่ ปุ๋ยอนิ ทรีย์แท้ ปลี ะ 2-3 ครั้ง คร้งั ละ 400-500 กรมั /ค้าง แบ่งใสเ่ ดือนละ 1กำมือต่อต้น ใน

กรณีทดี่ ินมีสภาพเป็นกรด ใหผ้ สมสารปรบั สภาพดนิ ไดนาไมท์ ชนิดน้ำ สามารถปลอ่ ยไปกบั การใหน้ ้ำ
อตั ราสว่ น 500 cc ต่อ 2 ไร่ ทุกๆ 2-3 เดือน

การให้ปุ๋ยอาจให้ปุย๋ ตามเกณฑด์ งั น้ี
– ปีท่ี 1 สูตร 15-15-15 อัตรา 400-500 กรัม (3-5 กำมือ)/คา้ ง หรือ สูตร 15-15-15 อัตรา 100 กรัม

(1 กำมือ) + ปุย๋ อนิ ทรีย์แท้ อัตราสว่ น 400 กรมั (2-3 กำมือ)
– ปีท่ี 2 สตู ร 15-15-15 อัตรา 800-1,000 กรัม (4-5 กำมือ)/ค้าง แบ่งใส่ 3-4 ครั้ง หรือ สตู ร 15-15-

15 ดว้ ยอัตราส่วน 200 กรัม (1 กำมือ) + ปุ๋ยอินทรีย์แท้ อตั ราสว่ น 800 กรัม (4-5 กำมือ)
– ปที ่ี 3 และปีต่อๆ ไป ให้ทำตามน้ี
ครั้งท่ี 1 ใช้ปุย๋ อนิ ทรียแ์ ท้ อัตราส่วน 800 กรมั /ค้าง ใส่หลงั เกบ็ เก่ยี ว
คร้ังที่ 2 ใช้ป๋ยุ อนิ ทรีย์แท้ อตั ราส่วน 500 กรมั (3 กำมือ)/คา้ ง ประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถนุ ายน
คร้ังที่ 3 สูตร 15-15-15 อตั รา 100-200 กรมั /ค้าง + ปุย๋ อินทรีย์แท้ อตั ราส่วน 400 กรัม (2-3 กำมือ)

ประมาณเดือนกนั ยายน-ตุลาคม

การฉดี พ่นปุ๋ยทางใบ
ใช้ ไบโอเฟอร์ทิล สตู รบำรุงต้น ไล่แมลง (ฝาแดง) อัตราสว่ น 20-30 cc + อาหารรองและอาหารเสริม

อตั ราสว่ น 5 กรมั ผสมน้ำ 20 ลิตร ฉดี พน่ ยาทกุ ๆ 15 วนั จะทำให้พริกไทยมผี ลผลิตเพ่มิ ขึ้นมากกว่า 200% และ
ช่วยปอ้ งกันการเข้าทำลายของแมลงศตั รูพชื ไดด้ ี ช่วยลดต้นทุนสารเคมีได้กว่า 50% ช่วงฤดูฝนแนะนำให้ผสม
สารจบั ใบสูตรเขม้ ขน้ ที่อัตราส่วน 5 cc ต่อนำ้ 20 ลิตร เพ่ือป้องกันการชะล้างจากนำ้ ฝน ทำใหใ้ บพืชดูดซึมได้
รวดเรว็ มากกว่าและนานกว่า

หมายเหตุ การใส่ปุย๋ เคมเี ป็นประจำบ่อยๆ จะทำให้ดินเส่ือมสภาพเรว็ และอายกุ ารให้ผลผลิตของตน้
พริกไทยสั้นลง ดงั นน้ั แนะนำให้ลดการใชป้ ยุ๋ เคมีลง โดยผสมปยุ๋ อินทรยี ์กับป๋ยุ เคมี ในอตั ราสว่ น 4:1 ในทุกครั้ง
ของการใสท่ แ่ี นะนำข้างต้น เพื่อลดต้นทุน โดยท่ีผลผลติ ได้มากกว่า เนื่องจากปุ๋ยอนิ ทรีย์ จะปลดปล่อยปุ๋ยให้ราก
พชื ได้อยา่ งต่อเน่อื งยาวนานกวา่ ช่วยในการปรบั สภาพดนิ และ และยังช่วยดดู ซับลดการสญู เสยี ของปุย๋ เคมใี น
แต่ละรอบของการใส่ ลดตน้ ทุนได้ประมาณ 20-50% ตอ่ รอบการผลติ

9

การใหน้ ้ำ
ควรให้แบบมนิ ิสปริงเกอร์ mini sprinkler ระยะเวลาการใหน้ ำ้ หลังปลกู ควรรดนำ้ ทุกวนั หรอื วนั เว้น

วนั เมอื่ พริกไทยตงั้ ตวั ได้ ลดเหลือ 2-3 วัน/ครัง้ พริกไทยท่ีให้ผลผลติ แล้วควรให้ 3-4 วนั /ครัง้ ตามสภาพดนิ ฟา้
อากาศ

แมลงศัตรูพืชที่พงึ ระวงั
“มวนแก้ว” วางไขเ่ ป็นกลุ่ม ตัวออ่ นและตวั เตม็ วัยดูดน้ำเลย้ี งจากชอ่ ดอก ทำใหช้ ่อดอกแหง้ เปน็ สี

นำ้ ตาล ไม่ตดิ เมล็ด ผลผลิตลดลง ปอ้ งกันโดยการเก็บตัวอ่อนเผาทำลาย และใช้ไบโอเฟอรท์ ิล (สตู รบำรุงต้น ไล่
แมลง) ตามคำแนะนำเปน็ ประจำ ถ้าระบาดรนุ แรงฉีดพ่นด้วย ชวี ภณั ฑก์ ำจัดแมลงศัตรูพืช เมทาแม็ก อัตราตาม
ฉลากระบุ

“ด้วงงวงเจาะเถาพริกไทย” ตัวอ่อนเจาะทำลายเถาพริกไทย ทำให้เถาแหง้ ตาย สว่ นตัวเตม็ วัยจะกนั
กนิ ใบและผลพริกไทย ปอ้ งกันโดยเผาทำลาย เถาพริกไทยทีพ่ บรอยเจาะของหนอนด้วงงวง ปอ้ งกนั โดยการ
ใชไ้ บโอเฟอร์ทิล (สูตรบำรงุ ต้น ไลแ่ มลง) ตามคำแนะนำเป็นประจำ ถ้าเรมิ่ พบการระบาด ฉีดพ่นดว้ ย ชีวภณั ฑ์
กำจดั แมลงศตั รูพืช เมทาแม็ก อัตราตามฉลากระบุ

“เพลย้ี อ่อน” ตวั ออ่ นและตวั เตม็ วัยดูดกนิ นำ้ เล้ยี งบรเิ วณยอดอ่อน ใบอ่อน ช่อดอก และผลอ่อน ทำให้
ใบและยอดแคระแกรน บดิ งอ ไมต่ ดิ เมลด็ ปอ้ งกันโดยเก็บทำลาย หรอื ฉดี พ่นด้วย ชีวภณั ฑ์กำจัดแมลงศตั รพู ืช
เมทาแม็ก อัตราตามฉลากระบุ

“เพลีย้ แป้ง” ตัวเตม็ วัยดูดกนิ น้ำเลี้ยงจากช่อดอก ใบ และเถาพริกไทย เพลี้ยแปง้ จะขับถา่ ยมูลเปน็
นำ้ หวาน จงึ พบวา่ มดเปน็ ตัวพาเพล้ียแปง้ ไปปล่อยยังส่วนต่าง ๆ ของตน้ พชื ป้องกนั โดยฉดี พ่นดว้ ย ชวี ภัณฑ์
กำจดั แมลงศตั รพู ืช เมทาแม็ก ร่วมกับ สารจบั ใบเขม้ ขน้ จแี อล และป้องกนั มดซ่ึงเป็นพาหะดว้ ยการใช้ไบโอ
เฟอร์ทิล (สตู รบำรงุ ต้น ไลแ่ มลง) ตามคำแนะนำเปน็ ประจำ

โรคท่สี ำคญั
“โรครากเน่า” เกดิ จากเชื้อรา อาการระยะแรกเถาจะเหีย่ วในเปล่ียนเป็นสีเหลอื งและรว่ ง ต่อมาปราง

(กิง่ แขนง) เร่ิมหลุดเปน็ ข้อ ๆ ตั้งแตโ่ คนตน้ ถงึ ยอดขว้ั กิ่งเป็นสีเหลอื งและดำ สว่ นรากเน่าดำและมีกล่นิ เหมน็
ปอ้ งกันโดยอยา่ ให้น้ำขงั ในฤดูฝน เผาทำลายต้นทเ่ี ป็นโรค และใช้ ชีวภณั ฑก์ ำจัดเชือ้ รา ในอตั ราส่วน 50-100
กรมั ต่อน้ำ 20 ลิตร ราดหรอื ฉีดพ่นทผ่ี ิวดินเปน็ ประจำ โดยเฉพาะในชว่ งหนา้ ฝน

“โรครากขาว” เกิดจากเช้ือรา ใบเหลอื งและรว่ ง พบเส้นใยสีขาวปกคลมุ ที่รากบางส่วน ป้องกนั โดยเผา
ทำลายสว่ นท่เี ป็นโรคเพ่ือปอ้ งกนั การแพรร่ ะบาด โดยใช้ ชวี ภณั ฑก์ ำจดั เช้ือรา “ไตรโคแม็ก” อัตรา 50-100 กรมั
ตอ่ น้ำ 20 ลติ ร ราดหรอื ฉดี พ่นทผี่ วิ ดนิ เป็นประจำถา้ ระบาดรุนแรงใชค้ วนิ โตซนี ผสมนำ้ ราดหรือฉีดพ่น

“โรครากปม” เกิดจากไส้เดือนฝอยรากปม เข้าทำลายที่รากฝอย เกดิ เป็นปมเหน็ ได้ชัดเจน นอกจากน้ี
ทำใหผ้ นังเซลล์เป็นแผล เปน็ สาเหตใุ ห้โรคอ่ืน ๆ เข้ารว่ มทำลายไดง้ ่าย ป้องกนั โดยคลุมดินก้นหลมุ ก่อนปลูกด้วย
ชวี ภัณฑก์ ำจัดไสเ้ ดือนฝอย ”พีแม็ก” อัตรา 50 กรัมตอ่ หลุม และใชอ้ ัตรา 50 กรัมผสมนำ้ 20 ลติ ร ราดรอบทรง
พ่มุ ในชว่ งตน้ และปลายฤดูฝนปีละ 1-2 ครัง้

“โรคแอนแทรกโนส” เกดิ จากเชื้อรา ทำลายส่วนใบของพริกไทย เกดิ เปด็ จุดวงกลมสีน้ำตาลดำหรอื สี
ดำ ผวิ เปน็ เงามัน รอบจุดเป็นสเี หลือง ตรงกลางแผลมลี ักษณะเปน็ วงสีนำ้ ตาลดำเรยี งซ้อนกันเหมือนวงปขี อง

10

เนือ้ ไม้ ถา้ เปน็ รนุ แรงอาจทำใหต้ ายได้ ป้องกันโดยตัดแตง่ ก่ิงและเก็บไปเผาทำลาย และใช้ชวี ภณั ฑ์กำจดั เชื้อรา
“ไตรโคแมก็ ” ฉีดพน่ เป็นประจำในช่วงฤดูฝนหรือชว่ งทีน่ ้ำค้างแรง หรอื อาจพ่นดว้ ยเบนโนมิล หรือแมนโคเซบ
หรือคาร์เบนดาซมิ อัตราตามฉลาก

“โรคราเหด็ พรกิ ไทย” เกิดจากเชือ้ ราเป็นเสน้ ใยสขี าวเจริญบนผิวเปลือกของลำต้น ก่งิ และใตใ้ บ ทำให้
ลำต้น กิง่ ใบ แห้ง และตายได้ ปอ้ งกันโดยอยา่ ใหน้ ้ำท่วมขัง ตดั แตง่ กงิ่ ให้โปร่ง และพ่นดว้ ยคอปเปอรอ์ อกซีคลอ
ไรด์ 85%

การเกบ็ เก่ียว ระยะเกบ็ เกี่ยวที่เหมาะสม
– บริโภคสด หลังพรกิ ไทยตดิ ผล 3-4 เดอื น
– ส่งโรงงานทำพรกิ ไทยดอง หลงั ติดผล 4-5 เดอื น
– ทำพรกิ ไทยดำ เก็บเมื่อพริกไทยยงั เขียวอยู่ หลังติดผล 6-8 เดือน
– ทำพริกไทยขาว เกบ็ เม่ือผลเรม่ิ สุกเปน็ สแี ดง หลังตดิ ผล 6-8 เดอื น

ข้อสังเกตและเปรียบเทียบหลังจากใช้ไบโอเฟอร์ทิล และปุ๋ยอนิ ทรีย์ ตามคำแนะนำ เปน็ ประจำ
1.ตน้ พริกไทยสมบูรณ์ สามารถใหผ้ ลผลติ มาก ดอกตดิ ดก, ขัว้ เหนียวและ ตน้ จะมีอายุยืนกว่าสวนท่ี

ไมไ่ ดใ้ ช้
2.เมื่อใช้เป็นประจำ(3-4 ครั้งขึ้นไป) จะสังเกตได้ว่าแมลงศัตรูพืชที่เขา้ มารบกวนลดลงอย่างเห็นไดช้ ัด

โดยเฉพาะจำพวกผีเสื้อกลางคืนซึ่งเปน็ ตัวแม่ของหนอนชนิดต่าง ๆ รวมถึงด้วงกัดกินใบ ทำให้ประหยัดต้นทนุ
ยากำจดั ศัตรูพชื และลดความเสียหายไดด้ ีกว่า (ในพืน้ ท่ีที่มีการระบาดมาก หากใชไ้ บโอเฟอร์ทิล ฉีดร่วมกับยา
กำจัดศัตรูพืช กจ็ ะทำให้สามารถคุมและปอ้ งกันการเข้าทำลาย ได้นานขึน้ )

3.ใบพืชจะเขยี วเงาเป็นมนั อายุใบนานขึน้ ทำให้ต้นไม่สญู เสียอาหารในการสรา้ งใบใหม่ (ไบโอเฟอร์ทลิ
เปน็ สารธรรมชาติ ไม่กัดผิวใบทำใหใ้ บด้านเหมอื นการใช้เคมีอย่างเดยี ว)

4.สขุ ภาพผูป้ ลูกดขี ้นึ เน่ืองจาก สัมผสั หรือจับต้องสารเคมีน้อยลง
5.เมือ่ ใช้รว่ มกบั ปุ๋ยอนิ ทรีย์ ตรายักษ์เขยี ว จะสามารถลดต้นทนุ การใช้ปยุ๋ ลงอีกประมาณ 20-50%
6.การใช้ ปุย๋ อินทรยี ์ ร่วมดว้ ยเป็นประจำ จะทำให้ต้นทุนปยุ๋ และสารทางดินตอ่ ชดุ การผลิต ลดลงได้
ประมาณ 30-50 % โดยท่ีผลผลิตท่ีไดย้ งั เปน็ ปกติหรือดีกว่าเดมิ และสงั เกตไดว้ ่าสารอนิ ทรีย์ในเนื้อปุ๋ยทำให้
สภาพดินดขี ้ึน ดินโปร่ง อ้มุ น้ำได้ดี ต้นทนแลง้ ได้ดขี ้ึน และพืชตอบสนองต่อการใหป้ ยุ๋ ทางดินดีกวา่ เดมิ ในระยะ
ยาวปัญหาเรือ่ งโรคทางดนิ น้อยกวา่ แปลงขา้ งเคียงท่ีไม่ไดใ้ ช้ ผลในทางออ้ ม เน่อื งจากสารอินทรีย์แท้ จงึ กระตุน้
จลุ นิ ทรยี ท์ เ่ี ปน็ ประโยชนใ์ ห้ย่อยปุ๋ย(เคมี)ที่ตกค้างในดนิ ทำใหร้ ากพชื สามารถดูดซึมกลับไปใชไ้ ด้ ธาตอุ าหารใน
ดินจะสมดลุ มากกวา่

การแก้ไขพริกไทยทเ่ี ปน็ รากปมเนือ่ งจากถูกไสเ้ ดอื นฝอยเขา้ ทำลายราก
เม่ือพบอาการ ใหร้ ีบใช้ ชวี ภณั ฑก์ ำจัดไส้เดือนฝอย “พีแม็ก” อตั รา 100 กรมั ผสมน้ำ 20 ลิตร + ไบโอ

เฟอร์ทลิ สตู รไลแ่ มลง(ฝาแดง) อัตรา 50-100 ซซี ี ผสมใหเ้ ขา้ กัน ฉีดพ่นบรเิ วณรอบทรงพุ่มทีบ่ รเิ วณทม่ี ีรากของ
ตน้ พรกิ ไทย จำนวน 2 ครั้งหา่ งกันครงั้ ละ 15 วนั โดยก่อนฉีดพ่นใหใ้ ช้คราดขูดเปิดผิวดินบาง ๆ และรดน้ำผิวดิน
ให้ชุ่มช้ืนเพอื่ ใหเ้ นื้อสารกระจายตวั ได้ดี จากน้นั จึงค่อยฉดี พ่น (“พีแม็ก” 1 ซอง จะผสมน้ำได้ 40 ลติ ร ใชฉ้ ดี พน่

11

ผวิ ดนิ รอบทรงพุ่มไดป้ ระมาณ 50-80 ตน้ ทรงพุม่ ละประมาณครง่ึ ลติ ร) หลงั จากนน้ั แนะนำใหใ้ ชป้ ้องกนั และ
กำจัดโดยใชท้ ุกๆ 3-6 เดือน

กระบวนการในการทำงาน (ฆ่าไสเ้ ดือนฝอย) ของ “พีแม็ก” จะมีขัน้ ตอนดงั นี้คอื
1.หลงั จากฉดี พ่น 3-5 วนั แรก เช้ือจุลนิ ทรีย์ พีแม็ก จะเร่มิ ฟกั ตัวและขยายพันธ์เุ พ่ิมปริมาณในดิน โดย

ใชอ้ าหารส่วนหน่ึงจาก “ไบโอเฟอร์ทลิ ” ท่ผี สมเข้าไป และต้นฝรง่ั เมื่อได้รบั ไบโอเฟอร์ทลิ จะเร่มิ ทรงตวั (ไม่โทรม
ลงกว่าเดมิ )

2.หลังจากนั้น จุลินทรีย์จะเริ่มทำงานเต็มที่ โดยทำลายไข่ไส้เดือนฝอย,ไส้เดือนฝอยเพศเมีย โดยไข่
ไสเ้ ดอื นฝอยจะถูกทำลาย ประมาณ 14 วัน และตวั แก่เพศเมียจะเริ่มตายลงตามลำดบั

3.หลังการฉดี พ่นคร้ังท่ี 2 (หา่ งจากครั้งแรก 15 วนั ) จะทำให้ไข่และเพศเมียทเ่ี หลอื ถกู ทำลาย
4.ตัวแก่เพศผู้ อื่นๆ จะเริ่มทยอยตาย โดยการขยายพันธุ์ของไส้เดือนฝอยศัตรูพืช จะลดลงตามลำดับ
เน่อื งจากไมม่ เี พศเมยี ทส่ี ามารถขยายพันธุแ์ ละวางไข่ได้(ใช้เวลาประมาณ 30-60 วัน)
หมายเหตุ
1.จะสังเกตเห็นได้ว่าต้นเริ่มมีสภาพดีขึ้นเป็นลำดับหลังจากใช้ตามคำแนะนำ ประมาณ 20-40 วัน
(ช้าหรอื เรว็ ขึน้ อยูก่ บั สภาพตน้ แตล่ ะตน้ ในแปลงวา่ โดนไส้เดอื นฝอยเขา้ ทำลายมากน้อยเพยี งใด)
2.การใช้ปุ๋ยอินทรีย์ และฮอร์โมนจากธรรมชาติ ร่วมกับ”พีแม็ก” จะช่วยกระตุ้นการทำงานของ
จลุ ินทรยี ท์ ่เี ปน็ ประโยชน์ในดนิ เป็นอีกทางหน่งึ ทีจ่ ะช่วยป้องกันและลดการเข้าทำลายของไส้เดอื นฝอยได้ดีและ
เร็วข้นึ
3.เชื้อจุลินทรีย์ “พีแม็ก” เป็นสิ่งมีชีวิต ดังนั้นในการใช้งานทุกครั้งต้องมั่นใจว่าภาชนะที่บรรจุ
ปราศจากสารเคมีตกค้าง เพราะจะทำให้เชื้อตายหรือทำงานได้ไม่เต็มที่หรือไม่ได้ผล(ควรซื้อถังฉีดสะพายหลัง
ใหม่ สำหรับใช้โดยกับกรณีนโี้ ดยเฉพาะ)
4.หลังจากต้นเริ่มดีขึ้น อย่าพึ่งวางใจและหยุดใช้ เนื่องจากพื้นดินหรือในพื้นที่นั้นอาจมีไส้เดือนฝอย
ปะปนอยู่ทั่วไป เปรียบได้กับคนซึ่งเป็นโรคเรื้อรัง การรักษาต้องทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยอาจฉีดซ้ำ
อกี 1-2คร้งั หรอื ฉีดพ่นควบคุมและปอ้ งกนั อตั ราตามท่แี นะนำ ทุกๆ 3-6 เดือน/ครงั้ เพ่อื ป้องกนั เขา้ ทำลายและ
การระบาดของไส้เดอื นฝอยจากแหลง่ ข้างเคยี ง
5.หากมีอาการรากเนา่ แทรกซอ้ น(เนือ่ งจากเชื้อไฟท๊อปเทอรา่ เข้าบริเวณแผลทถ่ี ูกไสเ้ ดือนฝอยทำลาย)
สงั เกตจากเมื่อขุดรากขึ้นมาดู มีอาการรากเน่าเปน็ สีน้ำตาล หรือรากถอดปลอก ให้ผสม “ไตรโคแม็ก” ร่วมกับ
การใช้ “พแี มก็ ” ในแตล่ ะคร้ังด้วย

วัสดอุ ุปกรณแ์ ละวิธกี ารปลูกพริกไทยในกระถาง
1. กระถาง ที่ใช้ปลูกพริกไทยควรเป็นกระถางที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 12 นิ้วขึ้นไป ผลผลิตของ

พริกไทยจะมากหรือน้อยขึน้ อยู่กับขนาดกระถาง กระถางย่อมให้ผลผลติ มากกว่า ถ้าหากเป็นกระถางเคลือบมี
ลายสวยงามก็ สามารถเพิม่ มูลค่าให้สูงข้ึนได้ ถา้ หากเป็นภาชนะที่ใช้แล้วควรจะมเี ส้นผ่าศูนยก์ ลางตั้งแต่ 12 น้ิว
ขนึ้ ไป เช่น ถังบรรจุสีขนาด 20 ลิตร กเ็ พยี งพอสำหรับปลกู พริกไทยไว้บรโิ ภคตลอดทัง้ ปีได้ (แตต่ อ้ งเจาะรกู ้นถัง
เส้นผ่าศูนยก์ ลาง 1 น้ิวจำนวน 3 รู)

12

2. วัสดุปลกู พริกไทยชอบดินทร่ี ว่ นซยุ มีอินทรียว์ ัตถมุ าก โดยใช้
• ดินดำหรือหนา้ ดิน 1 สว่ น
• ปุ๋ยคอกทีย่ ่อยสลายแล้วหรอื ปุ๋ยคอกเกา่ 1 สว่ น
• แกลบดิบ (เปลือกข้าว) เก่าที่สีเริ่มเปลี่ยนจากสีเหลืองเป็นสีเทา 2 ส่วนผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปปลูก
พริกไทยในกระถาง

3. พันธุ์พริกไทย สามารถปลูกพริกไทยได้ทุกสายพันธ์ุในกระถาง แต่พันธุ์ที่แนะนำคือพันธ์ุจนั ทบุรีให้
ผลผลิตเร็ว ออกดอกติดผลตลอดปเี มลด็ โตและเป็นพรกิ ไทยขาว เหมาะสำหรบั ปลกู ในภาชนะ

4. ใช้เศษกระถางที่แตกรองก้นกระถางหรือภาชนะที่ใช้ปลูก เพื่อให้การระบายน้ำดี ตักดินปลูก ใส่ลง
ไปในกระถางหรือภาชนะ ประมาณ 1 ใน 3 ส่วน นำต้นพริกไทยที่เตรียมไว้ลงปลูก โดยเอาถุงพลาสติกออก
กอ่ นอย่าใหด้ ินแตก หรอื ใช้มดี คัตเตอร์กรดี กน้ ถุงกอ่ น แล้วนำลงวางจากน้ันจึงกรดี ถงุ ตามความยาว และค่อย ๆ
ดึงถุงออก จากนั้นตักดินปลูกลงกลบ ให้เหลือขอบกระถางประมาณ 3 นิ้ว ใช้ใบไม้แห้งกลบทับอีกชั้นหนึ่ง ใบ
จามจุรีหรือใบก้ามปูดีที่สุด ปักไม้ผูกเชือกกันลมโยก แล้วจึงรดน้ำตาม นำไปวางไว้บนซีเมนต์บล็อก หรือ
ฟุตบาทซีเมนต์ แสงแดดร่มรำไรสำหรับสวนทีต่ ้องการทำปักค้างสำหรบั ปลูกส่งขายก็สามารถทำไดโ้ ดยปักค้าง
ใชค้ ้างไม้แกน่ หรือค้างปูนซีเมนต์ ขนาด 4 x 4 x 4 เมตร ฝงั ลึก 50-60 เซนตเิ มตร กลบดนิ ให้แน่น หลงั จากนั้น
ขดุ หลมุ ขนาด 40 x 60 เซนติเมตร ลกี 40 เซนติเมตร ค้างละ 1 หลมุ หา่ งจากโคนค้าง 15 เซนตเิ มตร ผสมดิน
กันปุ๋ยอินทรีย์ อัตรา 1:1 แล้วใส่ในหลุมประมาณครี่งหลุม นำยอดพันธุ์ที่เตรียมไว้ปลุกหลุมละ 2 กิ่ง ให้ปลาย
ยอดเอนเข้าหาค้าง กลบดินให้แน่นรดน้ำให้ชุ่ม ใช้วัสดุพรางแสง ประมาณ 3 – 6 เดือน จนกว่าพริกไทยจะตง้ั
ตัวได้

ข้อดกี ารปลูกพรกิ ไทยในกระถาง
1. ใช้พนื้ ที่นอ้ ย มพี ื้นท่จี ำกัดหรือไม่มีพน้ื ท่ีดินเลยกป็ ลูกได้
2. เจริญเตบิ โตและใหผ้ ลผลิตเรว็
3. ยกหรอื เคลื่อนย้ายไปวางไวม้ ุมไหนของบริเวณบ้านก็ได้
4. ใชเ้ ป็นไม้ประดบั ได้
5. มพี รกิ ไทยไวบ้ รโิ ภคตลอดปี
6. ให้เปน็ ของกำนลั และของฝากได้
7. สรา้ งรายได้โดยยกขายตน้ พรกิ ไทยทั้งกระถางพร้อมออกดอกตดิ ผลกระถางละ 500 บาท

คณุ ค่าทางอาหารของพริกไทย
คณุ ค่าทางโภชนาและอาหารในส่วนท่ีรบั ประทานได้ 100 กรมั จะมีส่วนประกอบของแร่ธาตุและ

วิตามนิ ต่างๆ ดังน้ี
-พลังงาน 94 กิโลแคลอรี่
-คาร์โบไฮเดรต 13.2 กรมั
-โปรตีน 4.4 กรมั
-ไขมัน 2.6 กรัม
-แคลเซยี ม 15.43 มลิ ลกิ รมั
-ฟอสฟอรสั 23 มลิ ลกิ รัม

13

-เบต้า-แคโรทนี 28 ไมโครกรัม

การส่งเสริมปลูกพรกิ ไทยปลอดเชอื้ จลุ ินทรยี ์
ในขณะนั้นก็เริ่มมีสำนักงานเกษตรในอำเภอท่าใหม่ ได้มีการส่งเสริมการปลูกพริกไทยอย่างไรให้

ปลอดภัยกับผู้บริโภค โดยกรมส่งเสริมการเกษตรและสถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้มาทำการทดลองวิจยั พริกไทย

เพราะตรวจพบว่าพริกไทยที่ผลิตออกมานั้นมีเชื้อราอะฟลาทอกซินอยู่ในปริมาณที่สูงกว่ากำหนด ซ่ึง
เชื้อราชนิดนี้มักพบเจอปนอยู่ในอาหารที่จะเจริญเติบโตอยู่บนเมล็ดข้าวโพด ข้าว มันสำปะหลัง ถั่วลิสง พริก
แห้ง กระเทยี ม ท่สี ามารถทนความรอ้ นสงู การทอด หรอื ตม้ ไมส่ ามารถทำลายสารนไ้ี ด้ และเม่ือบริโภคอะฟลา
ทอกซินไปในจำนวนมากก็จะทำให้เกิดอาการท้องเดิน อาเจียน และถ้าสะสมมากๆ ก็จะเป็นสารก่อมะเร็ง
โดยเฉพาะมะเรง็ ตบั

โดยจะมีนักวิชาการเข้ามายังกลุ่มเพื่อเก็บตัวอย่างพริกไทยอย่างสม่ำเสมอตลอด 3 ปี และวิจัย
แก้ปัญหาการเกิดเชื้อราอะฟลาทอกซินได้สำเร็จ ได้ข้อสรุปว่าสาเหตกุ ารเกิดเช้ือราเป็นเหตุเพราะความช้ืน ซ่ึง
ปกติการตากพริกไทย ชาวบ้านเองจะใช้วิธีการตากแดด แต่กย็ ังหลงเหลือความช้ืนอยู่ ประกอบกับภายในบ้าน
มีการเลย้ี งสัตว์ หรอื อาจจะมีฝุน่ ผงปลวิ มาติดพริกไทย จึงเป็นสาเหตทุ ำให้เกดิ เช้อื ขึ้น

ข้ันตอนการผลติ พริกไทยปลอดเชื้อจุลนิ ทรยี ์
กลุ่มวิสาหกจิ ชุมชนพรกิ ไทยปลอดเชื้อจุลนิ ทรีย์จึงได้ผลิตพริกไทยท่ีมีคณุ ภาพขึ้นมา โดยได้รับความรู้

อุปกรณ์ ตู้อบ เคร่ืองมือ และกระบวนการผลิต ตลอดจนการแก้ปัญหาต่างๆ จากสถาบัน เพื่อพัฒนาสู่
กระบวนการผลิตพรกิ ไทยปลอดเชอ้ื เพื่อสนับสนุนการสง่ ออกตามหลักของ GMP และ HACCP

–พริกไทยดำ การผลิตพริกไทยดำแบบดั้งเดิม การเก็บพริกไทยจะต้องเก็บในระยะแก่ แต่ยังเขียวอยู่
คือ เก็บระยะหัวเหลือง เมื่อเก็บพริกไทยสดทั้งพวงนำไปผึ่งไว้ประมาณ 3 แดด และนำไปแยกเมล็ดออกจาก
ก้านในโดยใชเ้ คร่ือง และนำไปตากแดดโดยไมต่ ้องแช่น้ำประมาณ 4 แดด โดยมแี ผน่ ตาขา่ ยพลาสติกรองรับบน
พืน้ ดิน พ้นื ซีเมนต์ เมื่อแหง้ แล้วก็นำมาคัดแยกพรกิ ไทยเบา และพริกไทยดำ และบรรจกุ ระสอบเพอ่ื รอจำหนา่ ย

–พริกไทยขาว การเกบ็ พริกไทยจะต้องเก็บในระยะสุกเตม็ ท่ี โดยทเ่ี มลด็ พริกไทยจะมสี แี ดงสด เมื่อเก็บ
มาแล้วก็นำมาแยกเมล็ดจากก้านในโดยใช้เครื่อง และนำไปแช่น้ำเป็นเวลา 3 วัน เพื่อให้เปลือกยุ่ย นำมาใส่
เครื่องตีเมล็ด ล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปตากแดดประมาณ 2-3 แดด เมื่อแห้งดีแล้วนำใส่กระสอบ นี่คือ
กระบวนการดัง้ เดมิ ของการผลิตพริกไทยขาว

กรรมวธิ ผี ลิตพรกิ ไทยปลอดเชอื้
กรรมวิธีผลิตพริกไทยปลอดเชื้อ ขั้นตอนแรก คือ เมื่อเก็บพริกไทยสดมาจากต้นแล้วจะต้องนำมาแยก

เมล็ดโดยใช้เครื่อง เมื่อแยกเมล็ดเสร็จแล้วจึงนำมาร่อนพริกไทย เพื่อให้ได้เมล็ดพริกไทยที่เสมอกัน นำไปล้าง
น้ำประมาณ 3-4 ครั้ง ระหวา่ งนนั้ จะมีเมลด็ พริกไทยเบาอยู่ก็จะต้องตกั ออก และนำไปลวกในนำ้ ร้อนอุณหภูมิท่ี
60-65 C เป็นเวลา 90 นาที ยกขึ้นมาใส่ตะแกรงให้สะเด็ดน้ำ และเข้าตู้อบในอุณหภูมิ 55-60 C เป็นเวลา 12
ชั่วโมง ก็จะได้พริกไทยปลอดเชื้อออกมา และนำมาบรรจุถุง ปิดสนิทระบบสญุ ญากาศ โดยพริกไทยปลอดเช้อื
จะตอ้ งมีเชอื้ จุลนิ ทรียท์ ้ังหมดไม่เกิน 100 cfu/g

14

ด้านตลาดและช่องทางจำหนา่ ยพรกิ ไทยปลอดเชอ้ื จลุ นิ ทรีย์
ปัจจุบันภายในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนพริกไทยปลอดเชื้อจุลินทรีย์เหลือพื้นที่การปลูกอยู่ประมาณ 100

กวา่ ไร่ ซ่งึ คณุ ณรงคศ์ กั ดค์ิ าดการณ์วา่ จะมีการเพ่ิมปริมาณการปลูกพรกิ ไทยมากขึ้น เนือ่ งจากราคาของพริกไทย
มีการถบี ตวั สูงขนึ้ ตลอด

โดยปีที่ผ่านมากลุ่มสามารถผลิตพรกิ ไทย ทั้งระบบอบแห้ง และตากแดดธรรมดา ได้ทั้งหมดประมาณ
20-30 ตัน พริกไทยอบแห้งเช้ือจุลินทรีย์จะส่งจำหน่ายให้กับศูนย์ OTOP อย่างเดียว โดยผลิตภัณฑ์ได้รับ
มาตรฐาน OTOP 5 ดาว ส่วนผลผลติ ท่ตี ากแห้งจะมพี อ่ คา้ คนกลางมารับซอ้ื ถึงหนา้ สวน

ในกลุ่มวิสาหกิจปีนี้ไม่ได้มีการอบแห้งพริกไทย เนื่องจากราคาพริกไทยตากแห้งธรรมดาที่สูงมาก ท่ี
ราคาพริกไทยดำอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ 370 บาท ซึ่งถ้าผ่านกระบวนการอบแห้งแล้วจะราคาสูงถึง 430-
450 บาท ส่วนพริกไทยขาวตากแห้งประมาณจะอยู่ที่กิโลกรัมละ 550 บาท แต่ถ้าอบแห้งแล้วจะอยู่ในราคา
600 บาท ขน้ึ ไป

ดว้ ยยคุ เศรษฐกจิ ฝืดเคือง และข้าวของตา่ งมรี าคาทีส่ ูงข้ึน ทำใหผ้ ู้คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ทำ
ให้พริกไทยอบแห้งจำหน่ายยากกว่าพริกไทยตากธรรมดา สมาชิกกลุ่มจึงหันมาผลิตส่งพริกไทยแก่พ่อค้าคน
กลาง แต่เมื่อสมาชิกจะผลติ พรกิ ไทยอบแห้งกส็ ามารถเขา้ มาผลิตในกลุ่มได้

ภาพท่ี 7 : ผลิตภณั ฑพ์ ริกไทยปลอดเชื้อพร้อมจำหน่าย

15

ภาพท่ี 8 : ซอสพริกไทยดำ
ภาพที่ 9 : ยาแคปซลู พรกิ ไทยดำ

16

แนวโนม้ ในอนาคต
ประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา ราคาพริกไทยนั้นตกต่ำมากอยู่ที่กิโลกรัมละ 100 กว่าบาท การฟื้นฟูพริกไทย

จึงไม่ค่อยมี หรือมีก็จะเป็นส่วนน้อย แต่เมื่อถึงปัจจุบันราคาพริกไทยกลับถีบตัวสูงขึ้นมาเรื่อยๆ และในปีนี้
สำนักงานเกษตรและกรมวิชาการเกษตรได้มีการส่งเสริมและฟื้นฟูแปลงพริกไทยของจังหวัดจันทบุรีขึ้น
ประมาณ 10,000 ค้าง

ซึ่งเป็นของส่วนราชการ ไม่เกี่ยวกับเกษตรกรปลูกเอง คุณณรงค์ศักดิ์กล่าวว่า เฉพาะปีนี้ในจังหวัด
จันทบุรีจะมีพริกไทยขึ้นมาใหม่ไม่ต่ำกว่า 30,000 ค้าง และจะมีแต่เพิ่มขึ้น ถ้าพริกไทยยังคงราคานี้อยู่
เนือ่ งจากในเวยี ดนามหรือเขมรเอง มกี ารปลูกพริกไทย และผลไม้ตา่ งๆ คลา้ ยๆ บ้านเรา อีกทง้ั ยังราคาค่าแรงก็
ยังถูกกว่า จึงอาจจะทำให้ผลผลิตมาตีตลาดเราได้ นี่จึงเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะช่วยป้องกันแก้ไขการเกิดราคา
พริกไทยตกต่ำในอนาคต

คุณณรงค์ศักดิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ถ้าหากเราคิดทีจ่ ะปลกู อะไรขึน้ มาแลว้ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ หรือพืชชนิด
ใด หรือพริกไทยก็ดี อยากให้เก็บรักษาไว้และดูแลสม่ำเสมอ ไม่ใช่เวลาผลผลิตถูกก็ไม่ดูแล พอราคาแพงก็หัน
กลับมาปลูก หรือดูแล ซึ่งจะไม่ทันการ เราชาวเกษตรกรไม่ใชอ่ าชีพค้าขาย ฉะนั้นของที่เรามีอยู่จึงควรอนุรักษ์
ดูแล บำรุงรกั ษาใหด้ ี เพราะเมอ่ื ราคาดีข้นึ มาแลว้ กพ็ ร้อมทจ่ี ะผลติ ได้อย่างทันการ

บรรนาณกุ รม

วิกิพีเดยี . สาระนกุ รม. 2564. พริกไทย. (ออลไลน์) สืบคน้ จาก https :// .wikipetia.org (5 ก.ย. 2564)
By medthai. 2560. พริกไทยสรรพคณุ และประโยชน์ของพริกไทยดำพรกิ ไทยล่อน. (ออลไลน)์ .
สบื คน้ จาก https :// medthai.com (5 ก.ย. 2564)

วิกิพเี ดีย. สาระนกุ รม. 2564. พรกิ ไทยประโยชน์ดๆี สรรพคุณเด่นๆและขอ้ มลู งานวจิ ัย. (ออลไลน)์
สืบค้นจาก https :// .wikipetia.org (5 ก.ย. 2564)

Tanthai portikornwong. 2563. เปดิ ตำรา “โลกของพรกิ ไทย” ราชาแห่งเคร่ืองเทศ สดุ ยอดเครื่องปรุง
ระดับโลก. (ออลไลน์).
สบื ค้นจาก https :// www. wongnai.com (5 ก.ย. 2564)


Click to View FlipBook Version