เอกสารประกอบหลกั สูตรสายวิทยาการสารบรรณ
วิชา ระบบเครอื ขายสารสนเทศในการปฏิบัตงิ าน
สารบญั หนา
ข
สารบัญ
บทท่ี ๑ ความรูพ นื้ ฐานเกยี่ วกับระบบสารสนเทศ ๑
๑
๑. ความหมายของระบบสารสนเทศ ๑
๒. องคป ระกอบของระบบสารสนเทศ ๑
๓
๒.๑ ฮารดแวร (Hardware) ๓
๒.๒ ซอฟตแวร (Software) ๔
๒.๓ เครือขา ย (Network) ๔
๒.๔ ขอมูล (Data) ๔
๒.๕ บุคลากร (People) ๕
๒.๖ กระบวนการ (Processes) ๖
๓. ประโยชนของระบบสารสนเทศ ๖
บทที่ ๒ ความรพู น้ื ฐานเกีย่ วกับเครอื ขา ยคอมพิวเตอร ๖
๑. ความหมายของเครือขายคอมพวิ เตอร ๖
๒. องคประกอบของเครอื ขายคอมพิวเตอร ๖
๒.๑ คอมพวิ เตอรแมขา ย ๗
๒.๒ ชอ งทางการสอื่ สาร ๗
๒.๓ คอมพิวเตอรลกู ขาย ๗
๒.๔ อุปกรณเครือขา ย ๗
๒.๕ ซอฟตแ วรระบบปฏบิ ัติการเครอื ขาย ๗
๓. รูปแบบการเช่อื มตอเครอื ขา ย ๘
๓.๑ การเช่ือมตอแบบเพียรทูเพียร ๘
๓.๒ การเชื่อมตอ แบบเครือ่ งลกู ขา ย-เครอื่ งแมขาย ๘
๔. ประเภทของระบบเครอื ขาย ๘
๔.๑ ระบบเครือขา ยสว นบคุ คล ๙
๔.๒ ระบบเครือขา ยทอ งถน่ิ ๙
๔.๓ ระบบเครอื ขายเขตเมอื ง ๑๐
๔.๔ ระบบเครอื ขา ยระยะไกล ๑๐
บทที่ ๓ ระบบสารสนเทศกองทพั อากาศ ๑๒
๑. การจดั กลมุ สารสนเทศกองทัพอากาศ
๒. ระบบสารสนเทศทีส่ าํ คัญของกองทัพอากาศ
๒.๑ ระบบสารบรรณอเิ ลก็ ทรอนกิ ส ๒
๒.๒ ระบบสารสนเทศดา นสง กําลงั บาํ รงุ ของกองทัพอากาศ
๒.๓ ระบบสารสนเทศสาํ หรบั การบรหิ ารงานดานกาํ ลังพลกองทพั อากาศ ๑๒
๒.๔ ระบบบูรณาการขา วกรองภูมสิ ารสนเทศแบบรวมการ ๑๔
๒.๕ ระบบควบคมุ การใชจ ายงบประมาณภายใน ทอ. ๑๖
๒.๖ ระบบบูรณาการขอมลู ฝา ยอํานวยการเพอื่ การบญั ชาการและควบคุม ๑๗
๒.๗ ระบบบัญชาการและควบคุมทางอากาศ ๒๐
๒.๘ ระบบศนู ยปฏบิ ตั กิ ารกองบนิ /โรงเรยี นการบนิ ๒๔
๒.๙ ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร ๒๔
๒.๑๐ ระบบถายทอดสัญญาณภาพ ๒๔
๒.๑๑ ระบบสารสนเทศเพือ่ การปองกนั ทางอากาศ ๒๔
๒๕
๒๕
๑
บทที่ ๑
ความรูพ น้ื ฐานเก่ียวกับระบบสารสนเทศ
๑. ความหมายของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศ (Information System) หมายถงึ ระบบที่อาศัยวิทยาการสมัยใหมเขามาจัดการกับ
ขอมูลในองคกร เพ่ือใหบรรลุเปาหมายท่ีตองการอยางมีประสิทธิภาพ ประกอบดวยบุคลากร ฮารดแวร
ซอฟตแวร เครือขายการส่ือสาร และทรัพยากรดานขอมูล โดยดําเนินการจัดเก็บ รวบรวม ปรับเปลี่ยน
และเผยแพรสารสนเทศหรือเพือ่ การนาํ มาใชป ระโยชนภ ายในองคก ร
ระบบสารสนเทศ ในมุมมองแบบคอมพิวเตอร (Computer-Based Information System) หมายถึง
ระบบสารสนเทศท่ีใชเทคโนโลยีคอมพิวเตอร โดยมีองคประกอบของฮารดแวร ซอฟตแวร ฐานขอมูล
ระบบเครือขาย บุคลากร และกระบวนการท่ีรวมกันทําหนาท่ีในการจัดเก็บ รวบรวม ประมวลผลขอมูลให
ออกมาเปนสารสนเทศ
๒. องคป ระกอบของระบบสารสนเทศ
ระบบสารสนเทศเปนระบบท่ีนําเทคโนโลยีคอมพิวเตอรมาใชเพ่ือดําเนินงานบางสวนหรือทั้งหมด
เพ่ือใหไดสารสนเทศตามจุดมุงหมายของงานน้ัน ๆ โดยองคประกอบพื้นฐานของระบบสารสนเทศ
ประกอบดว ยสวนสําคัญตาง ๆ ดังตอ ไปนี้
๒.๑ ฮารดแวร (Hardware)
ฮารดแวร (Hardware) หมายถึง อุปกรณใด ๆ ท่ีเราสามารถมองเห็นและสัมผัสไดในเชิงกายภาพ
สามารถจําแนก ออกเปน ๖ ประเภทหลัก คือ อุปกรณนําเขา อุปกรณประมวลผล อุปกรณแสดงผล
อปุ กรณจ ดั เก็บขอมลู อุปกรณส อื่ สาร และอุปกรณตอ พวง
๒.๑.๑ อุปกรณนําขอมูลเขา (Input Device) ทําหนาท่ี รับขอมูลและคําส่ังเขาสูระบบ โดยแปลง
ขอมลู ผานอุปกรณนําขอ มูลเขา เชน คยี บ อรด เมาส สแกนเนอร เปน ตน
รูปท่ี ๑ อุปกรณนาํ ขอ มูลเขา
๒.๑.๒ อุปกรณประมวลผล (Processing Device) ทําหนาท่ี ควบคุมการทํางานของฮารดแวร
รวมถงึ คาํ นวณและประมวลผลคาํ สั่งตาง ๆ
๒
รูปท่ี ๒ อปุ กรณป ระมวลผล
๒.๑.๓ อุปกรณแสดงผล (Output Device) ทําหนาที่ แสดงผลออกมาใหมนุษยเขาใจ ซึ่งอาจจะ
แสดงออกมาในรูปแบบอเิ ลก็ ทรอนิกส รปู แบบทส่ี ามารถจับตอ งได หรือเสียง
รูปท่ี ๓ อุปกรณแสดงผล
๒.๑.๔ อุปกรณจัดเก็บขอมูล (Storage Device) ทําหนาท่ี บันทึกขอมูล สามารถเก็บและรักษา
ขอ มูลในระยะสน้ั หรอื ระยะยาว และเปนไดท งั้ อปุ กรณภ ายในหรอื ภายนอกเครือ่ งคอมพวิ เตอร
รูปท่ี ๔ อุปกรณจัดเกบ็ ขอมูล
๒.๑.๕ อุปกรณส่ือสาร (Communication Device) ทําหนาท่ี รับและสงขอมูลระหวางอุปกรณสง
และรับขอมูลอนื่ โดยมกี ารสงผา นทางสอ่ื กลางดงั กลาวมาแลว สญั ญาณท่สี งออกไปอาจอยูในรูปแบบดิจิทัล
หรือแบบแอนะลอ็ ก ขึ้นอยูก ับอปุ กรณท ี่ใชในการเชื่อมตอ เชน ฮับ โมเดม็ เราเตอร เปน ตน
๒.๑.๖ อุปกรณตอพวง (Peripheral) ทําหนาที่ เปนอุปกรณเสริมท่ีใชในการนําขอมูลเขาหรือแสดง
ขอมูลจากเครอ่ื งคอมพวิ เตอร กลา วคือ อุปกรณตอ พว ง หมายถึง สว นประกอบฮารดแวรท้ังหมดที่ตออยูกับ
เครื่องคอมพวิ เตอร และถูกควบคมุ โดยระบบคอมพวิ เตอร แตไมใชส วนประกอบหลกั ของคอมพวิ เตอร
๓
๒.๒ ซอฟตแ วร (Software)
ซอฟตแวร (Software) หมายถึง ชดุ คําส่ังท่ีมีลําดับขั้นตอนสงั่ งานใหฮารดแวรทํางาน เพื่อประมวลผล
ขอมูลใหไ ดผลลัพธตามความตอ งการของการใชง าน แบงออกเปน ๒ ประเภท คอื
๒.๒.๑ ซอฟตแวรระบบ (System Software) คือ ชุดคําสั่งท่ีใชจัดการกับระบบคอมพิวเตอรและ
อปุ กรณตา ง ๆ ทีม่ อี ยูในระบบ เชน ระบบปฏบิ ัตกิ ารวินโดวส ระบบปฏิบัติการดอส ระบบปฏิบัติการยูนิกซ
เปนตน
รปู ท่ี ๕ ซอฟตแวรระบบ
๒.๒.๒ ซอฟตแวรประยกุ ต (Application Software) คอื ชดุ คําสั่งท่ีพฒั นาขน้ึ เพื่อใชงานดานตาง ๆ
ตามความตองการของผูใช เชน ซอฟตแวรกราฟก ซอฟตแวรประมวลคํา ซอฟตแวรตารางทํางาน
ซอฟตแ วรน ําเสนอขอ มลู เปน ตน
รูปที่ ๖ ซอฟตแวรประยุกต
๒.๓ เครือขา ย (Network)
ระบบเครือขายคอมพิวเตอร คือ ระบบที่มีการเช่ือมตอเคร่ืองคอมพิวเตอรเขากับเคร่ืองคอมพิวเตอร
อื่น ๆ หรือเชื่อมตอเคร่ืองคอมพิวเตอรเขากับอุปกรณอื่น ๆ โดยมีวัตถุประสงคเพื่อรับสงขอมูลและใช
ทรัพยากรรวมกัน สามารถส่ือสารไดทั้งแบบใชสายหรือไรสาย สําหรับระบบเครือขายท่ีใชงานอยูท่ัวไปน้ัน
สามารถนาํ เทคโนโลยกี ารสือ่ สารโทรคมนาคมมาใชเพอื่ เช่อื มโยงแบบระยะไกล
๔
รปู ที่ ๗ เครอื ขา ย
๒.๔ ขอ มูล (Data)
ขอมูล (Data) เปนองคประกอบที่สําคัญประการหน่ึงของระบบสารสนเทศ อาจจะเปนตัวชี้
ความสําเรจ็ หรือความลม เหลวของระบบได ซึ่งขอ มูลท่ีนาํ เขาในระบบสารสนเทศควรมคี ณุ สมบตั ิ ดงั น้ี
๒.๔.๑ ขอมลู จะตอ งมคี วามถูกตอ ง มีการกลัน่ กรองและตรวจสอบแลวเทา นนั้ จงึ จะมปี ระโยชน
๒.๔.๒ ขอมูลจาํ เปน จะตอ งมมี าตรฐาน โดยเฉพาะอยางยงิ่ เมอ่ื ใชงานในระดับกลุม หรือระดับองคกร
๒.๔.๓ ขอมูลตองมีโครงสรางในการจัดเก็บท่ีเปนระบบระเบียบเพื่อการสืบคนที่รวดเร็วมี
ประสิทธิภาพ
๒.๕ บคุ ลากร (People)
บุคลากร (People) เปนองคประกอบที่มีความสําคัญที่สุดของระบบสารสนเทศ เพราะมีบทบาท
สําคัญตอการสรางความสําเร็จและความลมเหลวใหแกองคกรไดทุกเมื่อ บุคลากรในระบบสารสนเทศ
ประกอบดวยหลายตําแหนง ซ่ึงจะมีบทบาทหนาท่ีความรับผิดชอบท่ีแตกตางกัน เชน นักวิเคราะหระบบ
โปรแกรมเมอร ผูบรหิ ารฐานขอ มูล และผใู ชปลายทาง เปนตน โดยแบงเปน ๓ ระดับ ไดแ ก
๒.๕.๑ ผูใ ชง านทั่วไป เปน ผูใชงานทั่วไปไมจําเปนตองมีความเช่ียวชาญมาก บุคลากรกลุมนี้มีจํานวน
มากท่ีสุดในหนวยงาน
๒.๕.๒ ผูเช่ียวชาญ เปนผูใชงานท่ีมีความเชี่ยวชาญเฉพาะดานใดดานหนึ่ง เปนกลุมบุคคลที่มีผลตอ
การพัฒนาระบบสารสนเทศขององคก ร
๒.๕.๓ ผูบริหาร ทําหนาท่ีกําหนดทิศทาง นโยบาย และแผนงานทางดานการดําเนินการที่เกี่ยวกับ
คอมพิวเตอร และระบบสารสนเทศท้ังหมดขององคกร
๒.๖ กระบวนการ (Processes)
กระบวนการ (Processes) เปนขั้นตอนการทํางานเกี่ยวของกับกลยุทธ นโยบาย วิธีการ และ
กฎระเบียบการใชระบบสารสนเทศ เชน ขั้นตอนการปฏิบัติงาน วิธีการบํารุงรักษาและการควบคุม
ความปลอดภัยของระบบคอมพิวเตอร ขนั้ ตอนการทํางานจะถูกนาํ ไปใชเพอ่ื ปฏบิ ตั งิ านตามหนวยงานตาง ๆ
ในแตล ะวัน ซงึ่ บคุ ลากรทุกคนจะตองปฏิบัติตามข้ันตอนท่ีระบุไวอยางเครงครัด เพ่ือใหเปนไปตามนโยบาย
ขององคกร
เมื่อไดพัฒนาระบบงานแลวจําเปนตองปฏิบัติงานตามลําดับข้ันตอน เพ่ือลดโอกาสความผิดพลาดใน
การทาํ งานที่อาจจะเกดิ ขน้ึ จากปจ จยั ภายนอกท่เี ปลย่ี นไป หรือการวิเคราะหการดําเนินงานไดไมครอบคลุม
ในกรณีฉกุ เฉิน
๕
การออกแบบกระบวนการ สามารถใชเคร่ืองมือไดหลายแบบ ขึ้นอยูกับตองการรายละเอียดของ
คําอธิบายไปใชประโยชนในดานใด เชน คูมือการทํางาน พัฒนาความตองการระบบ และวิเคราะหความ
เสี่ยง เปน ตน
๓. ประโยชนข องระบบสารสนเทศ
ปจจุบันเทคโนโลยีสารสนเทศไดรับความสนใจนํามาใชงานในหลายลักษณะและเกือบทุกองคกร โดยที่
พัฒนาการของเทคโนโลยีสารสนเทศไดสงผลกระทบในวงกวางไปทุกวงการท้ังภาคเอกชนและราชการ ระบบ
สารสนเทศชวยสรา งประโยชนต อ การดําเนินงานขององคก รได ดังนี้
๓.๑ ชว ยใหผ ูใชส ามารถเขาถึงสารสนเทศท่ีตองการไดอยางรวดเร็วและทันตอเหตุการณเน่ืองจากขอมูล
ถูกจัดเก็บและบริหารอยางเปนระบบ ทําใหผูบริหารสามารถเขาถึงขอมูลไดอยางรวดเร็วในรูปแบบ
ท่เี หมาะสมและสามารถนําขอมูลมาใชประโยชนทนั ตอความตองการ
๓.๒ ชว ยในการกําหนดเปาหมายกลยุทธและการวางแผนปฏิบัติการ โดยผูบริหารสามารถนําขอมูลท่ีได
จากระบบสารสนเทศมาชวยในการวางแผนและกําหนดเปาหมายในการดําเนินงานเนื่องจากสารสนเทศถูก
รวบรวมและจดั การอยางเปนระบบ ทําใหมีประวัติของขอมูลอยางตอเน่ือง สามารถที่จะบงชี้แนวโนมของการ
ดําเนนิ งานวา นาจะเปน ไปในลกั ษณะใด
๓.๓ ชวยในการตรวจสอบการดําเนินงาน เม่ือแผนงานถูกนําไปปฏิบัติในชวงระยะเวลาหน่ึง ผูควบคุม
จะตอ งตรวจสอบผลการดาํ เนนิ งานโดยนําขอ มลู บางสว นมาประมวลผลเพอื่ ประกอบการประเมิน สารสนเทศท่ี
ไดจะแสดงใหเ หน็ ผลการดาํ เนนิ งานวาสอดคลองกับเปาหมายที่ตอ งการเพียงไร
๓.๔ ชวยในการศึกษาและวิเคราะหสาเหตูของปญหา ผูบริหารสามรถใชระบบสารสนเทศประกอบ
การศึกษาและการคนหาสาเหตุ หรือขอผิดพลาดท่ีเกิดข้ึนในการดําเนินงาน ถาการดําเนินงานไมเปนไปตาม
แผนท่ีวางไว โดยอาจจะเรียกขอมูลเพิ่มเติมออกมาจากระบบ เพื่อใหทราบวาความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน
เกดิ ขึน้ จากสาเหตุใด หรือจัดรปู แบบสารสนเทศในการวเิ คราะหปญหาใหม
๓.๕ ชวยใหผูใชสามารถวิเคราะหปญหาหรืออุปสรรคท่ีเกิดข้ึน เพ่ือหาวิธีควบคุม ปรับปรุง และแกไข
ปญ หา สารสนเทศท่ีไดจากการประมวลผลจะชวยใหผูบริหารวิเคราะหวาการดําเนินงานในแตละทางเลือกจะ
ชวยแกไขหรือควบคุมปญหาที่เกิดข้ึนไดอยางไร ธุรกิจตองทําอยางไรเพ่ือปรับเปล่ียนหรือพัฒนาใหการ
ดําเนนิ งานเปนไปตามแผนงานหรือเปา หมาย
๓.๖ ชวยลดคาใชจาย ระบบสารสนเทศท่ีมีประสิทธิภาพชวยลดเวลา แรงงาน และคาใชจายในการ
ทํางานลง เน่ืองจากระบบสารสนเทศสามารถรับภาระงานที่ตองใชแรงงานจํานวนมาก ตลอดจนชวยลด
ขั้นตอนในการทํางาน สงผลใหองคกรสามารถลดจํานวนคนและระยะเวลาในการประสานงานใหนอยลง โดย
ผลงานที่ออกมาอาจเทาหรือดีกวาเดิม
๖
บทที่ ๒
ความรูพืน้ ฐานเกีย่ วกบั เครอื ขายคอมพวิ เตอร
๑. ความหมายของเครอื ขายคอมพวิ เตอร
ระบบเครือขายคอมพิวเตอร (Computer Network) คือ การนําเคร่ืองคอมพิวเตอรต้ังแตสองเครื่องข้ึนไป
ท่ีเปนอิสระตอกัน นํามาเชื่อมตอกันเปนเครือขายโดยใชสื่อกลาง เชน สายสัญญาณ หรือคลื่นวิทยุ
เปนตน เพ่อื ทาํ ใหสามารถส่ือสาร แลกเปลีย่ นขอ มลู และใชท รพั ยากรรวมกันได
๒. องคประกอบของเครือขา ยคอมพิวเตอร
เครือขายคอมพิวเตอรมีองคประกอบพ้ืนฐาน ๒ สวน คือ องคประกอบดานฮารดแวรและดานซอฟตแวร
โดยฮารดแวร หมายถึง อุปกรณที่ใชงานและเชื่อมตออุปกรณภายในและภายนอกเครือขาย สวนซอฟตแวร
หมายถึง ระบบปฏิบัติการ โปรแกรมประยุกต ที่ใชสนับสนุนการทํางานและใหบริการดานตาง ๆ เพื่ออํานวย
ความสะดวกใหแ กผ ใู ชส ามารถตดิ ตอสือ่ สารผา นเครอื ขายได
ระบบเครือขายคอมพิวเตอร มีองคป ระกอบท่ีสําคัญ เพอ่ื การเชอื่ มตอเปน เครือขา ยคอมพวิ เตอร ไดแ ก
๒.๑ คอมพิวเตอรแมขา ย
เครื่องคอมพิวเตอรแมขาย หมายถึง เคร่ืองคอมพิวเตอรท่ี ทําหนาท่ี เปนผูใหบริการทรัพยากร
(Resources) ซึง่ ไดแ ก หนว ยประมวลผล หนวยความจําหลัก หนวยความจําสํารอง ฐานขอมูล และโปรแกรม
ตางๆ ในระบบเครือขายทองถนิ่ หรอื เครือขายแลน (LAN) มักเรียกวา เคร่ืองคอมพิวเตอรแมขายวาเซิรฟเวอร
(Server) ในระบบเครือขายระยะไกล ที่ใชเมนเฟรมคอมพิวเตอร (Mainframe Computer) หรือ
มินคิ อมพวิ เตอร (Mini Computer) เปนศนู ยก ลางของเครือขาย นยิ มเรียกเครื่องคอมพิวเตอรแมขายวา โฮสต
คอมพวิ เตอร (Host computer)
รปู ที่ ๘ คอมพิวเตอรแมขาย
๒.๒ ชอ งทางการสอ่ื สาร
ชองทางการส่ือสาร หมายถึง สื่อกลางหรือเสนทางท่ีใชเปนทางผานในการรับสงขอมูลระหวางผูสง
(Sender) และ ผูรับ (Receiver) ปจจุบันมีชองทางการส่ือสาร สําหรับการเช่ือมตอเครือขาย คอมพิวเตอรมี
หลายประเภท เชน สายโทรศัพท สายคบู ิดเกลยี ว สายไฟเบอรออฟติก คลนื่ ไมโครเวฟ และดาวเทยี ม เปนตน
๗
๒.๓ คอมพวิ เตอรล กู ขาย
ไคลเอนต (Client) หรือเรียกอีกอยางหน่ึงวา เคร่ืองคอมพิวเตอรลูกขาย เปนเคร่ืองคอมพิวเตอรใน
เครือขายท่ีรองขอบริการและเขาถึงไฟลขอมูลที่จัดเก็บในเซิรฟเวอร หรือพูดงาย ๆ ก็คือ ไคลเอนตเปน
คอมพิวเตอรข องผใู ชแ ตล ะคนในระบบเครือขา ยนน่ั เอง
รูปที่ ๙ คอมพวิ เตอรล กู ขาย
๒.๔ อปุ กรณเครอื ขาย
อุปกรณที่นํามาใชในเครือขายทําหนาที่จัดการเกี่ยวกับการรับ-สงขอมูลในเครือขาย หรือใชสําหรับ
ทวนสญั ญาณเพอ่ื ใหการรบั -สง ขอ มูลไดดี และสงในระยะท่ีไกลมากขึ้น หรือใชสําหรับขยายขนาดของเครือขาย
ใหมีขนาดใหญข้นึ
๒.๕ ซอฟตแวรร ะบบปฏบิ ัติการเครอื ขา ย
ซอฟตแ วรร ะบบปฏบิ ัติการเครือขาย หมายถึง ซอฟตแวรท่ีทําหนาที่จัดการระบบเครือขายของเครื่อง
คอมพิวเตอร เพื่อใหเคร่ืองคอมพิวเตอรท่ีเช่ือมตออยูกับเครือขาย สามารถติดตอสื่อสาร แลกเปลี่ยนขอมูลกัน
ไดอ ยา งถูกตอ ง และมปี ระสิทธิภาพ รวมทัง้ ทาํ หนาที่จัดการดานการรักษาความปลอดภัยของระบบเครอื ขาย
๓. รูปแบบการเชือ่ มตอ เครอื ขาย
๓.๑ การเช่อื มตอ แบบเพียรท ูเพยี ร (Peer-to-Peer)
การเชื่อมตอแบบเพียรทูเพียร (Peer-to-Peer) เปนการเช่ือมตอระหวางคอมพิวเตอรโดยไมตองผาน
ระบบเครือขายคอมพิวเตอรศูนยกลาง แตละระบบสามารถรองขอการสงขอมูลหรือขอการรับบริการจาก
ระบบเครอื ขายคอมพิวเตอรอ่ืนๆ ไดเ ทาเทียมกัน
รูปที่ ๑๐ การเช่อื มตอแบบเพียรท ูเพียร (Peer-to-Peer)
๘
๓.๒ การเชอ่ื มตอ แบบเครอ่ื งลกู ขาย-เครอ่ื งแมข า ย (Client-Server)
การเช่ือมตอแบบเครือ่ งลกู ขาย-เครื่องแมขา ย เปน การเช่ือมตอระหวางคอมพิวเตอรแมขายหรือเคร่ือง
เซริฟเวอร (server) ซึ่งเปนเคร่ืองคอมพิวเตอรศูนยกลางใหบริการไฟลขอมูล การจัดเก็บขอมูล การ
ประมวลผลขอมลู และการแบงปนจัดสรรการใชทรพั ยากรอื่นๆ ใหแกเ คร่อื งคอมพิวเตอรล กู ขา ย
รูปท่ี ๑๑ การเชือ่ มตอแบบเคร่อื งลูกขาย-เคร่ืองแมขา ย
๔. ประเภทของระบบเครอื ขาย
๔.๑ ระบบเครือขา ยสว นบคุ คล
ระบบเครือขายสวนบุคคล หรอื ระบบเครอื ขา ยแพน (Personal Area Network - PAN) คือระบบ
เครือขายคอมพวิ เตอรท เ่ี ช่ือมโยงระหวา งอุปกรณค อมพวิ เตอรด ว ยกนั หรือระหวา งอปุ กรณอ เิ ลก็ ทรอนิกสอ ่ืนๆ
ในระยะทางส้ันๆ โดยมีรูปแบบการเชือ่ มตอแบบเพียรทูเพยี ร
รปู ที่ ๑๒ ระบบเครอื ขายสว นบุคคล
๔.๒ ระบบเครือขายทอ งถนิ่
ระบบเครือขายทองถน่ิ หรอื ระบบเครือขา ยแลน (Local Area Network - LAN) คือระบบเครอื ขาย
คอมพิวเตอรท่ีใหบ ริการเชือ่ มตอ ภายในพื้นทขี่ นาดเลก็ เชน ระบบเครอื ขา ยแลนภายในสํานักงาน ระบบ
เครือขายแลนภายในสถานศึกษา และระบบเครือขา ยแลนภายในอาคาร
๙
รปู ท่ี ๑๓ ระบบเครอื ขา ยทองถิน
๔.๓ ระบบเครอื ขา ยเขตเมือง
ระบบเครือขายเขตเมือง หรือระบบเครือขา ยแมน (Metropolitan Area Network - MAN) เปน
ระบบเครือขา ยคอมพิวเตอรที่เชอ่ื มตอ ระบบเครอื ขายคอมพวิ เตอรท องถ่นิ ขององคกรทต่ี างพืน้ ที่กนั หรือ
เชือ่ มตอ ระบบเครือขา ยคอมพิวเตอรว ทิ ยาเขตตางๆของมหาวทิ ยาลัยเขา ไวด ว ยกนั
รปู ท่ี ๑๔ ระบบเครอื ขายทองถ่ิน
๔.๔ ระบบเครือขา ยระยะไกล
ระบบเครือขายระยะไกล หรือระบบเครือขายแวน (Wide Area Network - WAN) เปนระบบ
เครือขายท่ีเช่ือมตอระบบเครือขายคอมพิวเตอรอื่นๆ ไวดวยกัน ทําใหผูใชหรือเครื่องคอมพิวเตอรจากระบบ
เครอื ขา ยหนง่ี ๆ สามารถตดิ ตอ สอ่ื สารกบั ผใู ชห รือเครือ่ งคอมพวิ เตอรของระบบเครือขายอนื่ ๆ ได
รปู ท่ี ๑๕ ระบบเครือขายระยะไกล
๑๐
บทท่ี ๓
ระบบสารสนเทศกองทพั อากาศ
๑. การจัดกลุมสารสนเทศกองทัพอากาศ
การจัดกลุมระบบสารสนเทศหรือระบบงานของกองทัพอากาศ แบงเปน ๑) ระบบสารสนเทศ
ทสี่ นบั สนุนการเสรมิ สรางขดี ความสามารถกองทัพอากาศในสวนท่ีเก่ียวของกับการปฏิบัติการท่ีใชเครือขาย
เปนศูนยกลางโดยตรง จัดใหอยูในกลุมระบบสารสนเทศเพ่ือการยุทธ (Combat Information System
:CIS) และ ๒) ระบบสารสนเทศที่สนับสนุนการปฏิบัติงานของกองทัพอากาศในดานอื่น ๆ จัดใหอยูในกลุม
ระบบสารสนเทศเพ่ือการสนับสนุน (Support Information System : SIS) รายละเอียดการจัดกลุม ตาม
ตารางที่ ๑ ทัง้ นี้ใหร ะบบสารสนเทศเพือ่ การยทุ ธทัง้ หมด และระบบสารสนเทศเพอ่ื การสนับสนุนท่ีเกี่ยวของ
กับการบริหารงานกําลังพล งบประมาณ และสงกําลังบํารุง ถือเปนระบบสารสนเทศที่สําคัญของ
กองทพั อากาศ
ตารางท่ี ๑ การจดั กลมุ สารสนเทศกองทพั อากาศ ระบบสารสนเทศเพื่อการสนบั สนุน (SIS)
ระบบสารสนเทศเพ่ือการยุทธ (CIS) ๑. ระบบการบรหิ ารงานดานกําลังพลกองทัพอากาศ
๑. ระบบปองกันทางอากาศอัตโนมัติ (RTADS) (HRIS)
๒. ระบบสารสนเทศเพ่อื การบรหิ ารงานดา น ๒. ระบบควบคุมการใชจ า ยงบประมาณภายใน
การขา วและแฟมเปา หมายอตั โนมตั ิ กองทพั อากาศ (IBCS)
๓. ระบบบญั ชาการและควบคุม (ACCS) ๓. ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารดานการเงิน
๔. ระบบรวมการติดตอสื่อสาร (ICSS)
๕. ระบบเชอ่ื มโยงขอมลู ทางยุทธวธิ ี (TDL) กองทัพอากาศ (GFMIS)
๖. ระบบภมู ิสารสนเทศ ใชเพอื่ บรหิ าร ๓ จว. ๔. ระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกส (e-Admin)
๕. ระบบบรกิ ารขาวอากาศเพอ่ื การบนิ (AWSS)
ชายแดนภาคใต ๖. ระบบจดหมายอิเล็กทรอนิกส (RTAF Mail)
๗. ระบบประชุมทางไกลผา นวีดทิ ัศน (VTC) ๗. ระบบเว็บไซตกองทัพอากาศ
๘. ระบบโทรศัพท ๘. ระบบเว็บไซตหนวยขน้ึ ตรงกองทัพอากาศ
๙. ระบบเครือขา ยขอมูลศูนยขาวกองทัพอากาศ ๙. ระบบเว็บไซตอินทราเน็ตกองทัพอากาศ
๑๐. ระบบบริการขา วสารขอมูลการบนิ อตั โนมตั ิ
(MCINS)
๑๐. ระบบรบั -สง สญั ญาณภาพจากอากาศยานและ (AMSS)
๑๑. ระบบจัดการองคความรูกองทัพอากาศ (KMS)
อากาศยานไรน ักบิน VDL ๑๒. ระบบประเมินผลการปฏิบัติงานตาม
๑๑. ระบบขาวกรองภมู ิสารสนเทศ (GEO-Int)
๑๒. ระบบสารสนเทศดานการสงกําลงั บํารุงของ แนวความคดิ สมรรถนะกองทัพอากาศ
(Competency)
กองทัพอากาศ (LMIS) ๑๓. ระบบการเรยี นการสอน e-Learning หนว ยขึน้
๑๓. ระบบสารสนเทศภูมศิ าสตร (GIS) ตรงกองทพั อากาศ
ตารางท่ี ๑ การจัดกลมุ สารสนเทศกองทพั อากาศ (ตอ) ๑๑
ระบบสารสนเทศเพอื่ การยุทธ (CIS)
ระบบสารสนเทศเพอื่ การสนบั สนุน (SIS)
๑๔. ระบบโปรแกรมบรหิ ารจดั การฐานขอ มลู ดา น
สารสนเทศและการสื่อสาร
(e-ICT Status Report)
๑๕. ระบบโปรแกรมบูรณาการขอมูลฝายอํานวยการ
เพอื่ การบญั ชาการและควบคุม (NCOC Portal)
๑๖. ระบบโปรแกรมบูรณาการขอ มลู สาํ หรับ ศปก.
บน. (Wing War Room Portal)
๑๗. ระบบการบริหารการซอมบํารุง (TLIS)
๑๘. ระบบอากาศยานไรคนขบั UAS (อตู ะเภา)
จากโครงสรางพ้ืนฐานดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของกองทัพอากาศ และแนวทางการ
จัดกลุมระบบสารสนเทศกองทัพอากาศ สามารถจําลองสภาพแวดลอมเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสารของกองทัพอากาศ ดังรปู ท่ี ๔
รูปที่ ๑๖ ภาพจาํ ลองสภาพแวดลอมเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารกองทัพอากาศ
ระบบสารสนเทศหรือระดับแอปพลิเคชันทั้งหมดของกองทัพอากาศ จะอาศัยการใหบริการจาก
โครงสรางพ้ืนฐาน โดยจะมีการติดตั้งระบบหรือเคร่ืองคอมพิวเตอรแมขายไวที่ศูนยขอมูล หรือสวนบริการ
สารสนเทศอ่ืน ๆ โดยท่ีผูใชงานสามารถเขาถึงระบบสารสนเทศผานเครือขายโทรคมนาคมและเครือขาย
สารสนเทศที่มีการวางเครือขายการเช่ือมโยงอยางสมบูรณทั้งนี้ในทุกระดับขององคประกอบเทคโนโลยี
๑๒
สารสนเทศและการสื่อสารจะตอ งดําเนนิ การตามมาตรการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบสารสนเทศ
ที่กําหนด และเน่ืองจากยุทธศาสตรกองทัพอากาศ ๒๐ ป กําหนดแนวทางการพัฒนาออกเปน ๒ สวน
ไดแก ๑) การเสริมสรางขีดความสามารถกองทัพอากาศในสวนที่เก่ียวของกับการปฏิบัติการท่ีใชเครือขาย
เปนศูนยกลางโดยตรง (RTAF NCO Combat Related Function) จะมี “แผนพัฒนาขีดความสามารถ
การปฏิบัติการท่ีใชเครือขายเปนศูนยกลางของกองทัพอากาศ” มาขับเคลื่อน โดยหนวยงานที่เก่ียวของได
จัดทําแนวความคิดในการปฏิบัติของแตละองคประกอบเรียบรอยแลว ไดแก แนวความคิดในการปฏิบัติ
ระบบอากาศยานไรคนขับ แนวความคิดการปฏิบัติการในมิติไซเบอร และ ๒) การพัฒนากองทัพอากาศให
ทันสมัยโดยประยุกตใชเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน (RTAF
Organization and Management Modernization) จะมี “แผนแมบทกองทัพอากาศ” ในแตละดานมา
รองรับและขบั เคลอื่ นการพัฒนา ซง่ึ แผนแมบทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเปนหนึ่งในแผนแมบท
กองทพั อากาศ
๒. ระบบสารสนเทศทสี่ าํ คญั ของกองทัพอากาศ
๒.๑ ระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนกิ ส (e–Admin)
จากนโยบายเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือการพัฒนาประเทศของภาครัฐ กําหนดกรอบในการนํา
สื่ออิเล็กทรอนิกสมาใชในการบริการและบริหารงานภาครัฐอยางเต็มรูปแบบภายในป ๕๓ ซ่ึง ทอ.ไดนํา
นโยบายดังกลา ว มาเปน แผนแมบทเทคโนโลยสี ารสนเทศและการสอ่ื สาร มกี ารจดั วางระบบงานตาง ๆ เชน
งานกําลังพล งานงบประมาณ งานการเงิน งานสงกําลังบํารุง โดยใชเครือขายระบบ MIS ของ ทอ.รวมกัน
เพื่อเปนการพัฒนาการปฏิบัติงานของหนวย ใหเปนไปตามวิสัยทัศนกองทัพอากาศ สบ.ทอ.จึงไดนํา
เทคโนโลยีสารสนเทศ มาเปนเครื่องมือชวยในการปฏิบัติงานดานสารบรรณโดยไดจัดทําโครงการจัดหา
ระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศสายงานสารบรรณ และระบบดงั กลา วใชง านผา นเครอื ขา ยของ สอ.ทอ.
รปู ท่ี ๑๗ หนาจอระบบสารบรรณอิเลก็ ทรอนิกส
๑๓
๒.๑.๑ คุณสมบตั ิของโปรแกรมระบบ e-Admin
๒.๑.๑.๑ ลงทะเบียนรับสง ควบคุมการปฏิบัติ ติดตามและตรวจสอบงานไดทุกข้ันตอน
ทีห่ นว ยไดมกี ารบันทึกงานไว
๒.๑.๑.๒ สามารถเปด ดเู อกสารทีส่ แกนได
๒.๑.๑.๓ โปรแกรมบีบอัดขอมูล สามารถทําใหเครื่องคอมพิวเตอรแมขายมีพื้นที่จัดเก็บ
ไดเพ่ิมมากขึ้น โดยการตดิ ตั้งโปรแกรมบีบอัดขอมูล
๒.๑.๑.๔ มเี สยี งเตอื นของเอกสารทม่ี ีการกําหนดชน้ั ความเร็ว
๒.๑.๑.๕ มีการใชแบบฟอรมหนังสือราชการอิเล็กทรอนิกสหรือ e-form และการใช
ลายมอื ช่อื อิเล็กทรอนกิ ส
๒.๑.๑.๖ สามารถรับสงหนังสือกับหนวยงานนอก ทอ. ที่เขารวมโครงการพัฒนาการ
และเปล่ียนขอมูลระหวางระบบสารบรรณของหนวยงานภาครัฐ โดยใชมาตรฐาน TH e-GIF (Thailand
Electronic Government Interoperability Frameworks) ซ่ึงเรื่องดังกลาว ทอ.ไดทํา MOU กับ
กระทรวง ICT เมื่อวันที่ ๒๘ มิ.ย.๕๓ มีหนวยงานท่ีเขารวม จํานวน ๕๓ หนวยงาน ในสวนของ กห. มี ๒
หนวยงาน คือ สป. และ ทอ.สถานภาพในปจจุบันใชงานไดจริงประมาณ ๒๐ หนวยงาน และไดมีการ
ทดลองปฏบิ ัติในการรับสง กับบางหนวยแลว สามารถดําเนินการได และไดเขารวมโครงการเช่ือมโยงระบบ
สารบรรณอิเล็กทรอนิกสของหนวยงานภายใตการกํากับดูและของกระทรวง ICT สูการใหบริการ
e-CMS 2.0 on Cloud ทสี่ าํ นักงานรัฐบาลอเิ ลก็ ทรอนกิ สหรือ สรอ.รบั ผดิ ชอบ
๒.๑.๑.๗ สวนราชการใน ทอ. จนถึงระดับแผนก และหนวยสนาม ไดมีการใชงานระบบ
เกือบครบถวนแลว เวนแตบางหนวยท่ีอยูหางไกลและไมมีระบบเครือขายภายในไดแนะนําใหใชงานผาน
VPN เชน สน.ผชท.ทอ.ไทย/ตา งประเทศ
๒.๑.๑.๘ จากประสิทธิภาพของระบบฯ สบ.ทอ.ยังไดใชเปนเคร่ืองมือในการตรวจสอบ
การดําเนินการจัดทําหนังสือราชการ และการใชงานระบบฯ ของ นขต.ทอ.ท่ีไมสามารถจัดคณะไปตรวจ
เย่ยี มได หรอื ไมไดอ ยใู นวงรอบของการตรวจเยยี่ มประจําปน ้ี
๒.๑.๒ ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนกิ ส ทอ.สนับสนุนการปฏิบัติงานตาง ๆ ดังน้ี
๒.๑.๒.๑ การตรวจสอบหนังสอื ดว ยระดับสิทธิ์ผบู รหิ าร
๒.๑.๒.๒ หนงั สอื รอลงทะเบยี น
๒.๑.๒.๓ หนงั สอื ระหวา งดําเนนิ การ
๒.๑.๒.๔ หนังสอื ตกี ลบั
๒.๑.๒.๕ การรบั หนังสอื เขาระบบ
๒.๑.๒.๖ การสแกนหนงั สอื เขาระบบ
๒.๑.๒.๗ สง หนังสือจากระบบ (สสี ม/สฟี า)
๒.๑.๒.๘ สงหนังสือจากระบบไปยังอเี มล ทอ.
๒.๑.๒.๙ ติดตามงาน
๒.๑.๒.๑๐ บันทึกงาน
๒.๑.๒.๑๑ การนําหนงั สอื คณะกรรมการเขา ระบบ
๒.๑.๒.๑๒ การออกหนงั สือประเภทคาํ สง่ั ทางระบบ
๒.๑.๒.๑๓ ระบบหนงั สือเวยี นอิเล็กทรอนิกส
๒.๑.๒.๑๔ การโอนหนังสือขา มป
๑๔
๒.๑.๒.๑๕ การแลกเปลยี่ นขอ มูลระหวา งงานภาครัฐ
๒.๑.๓ ประโยชนของการใชง านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส ทอ.
๒.๑.๓.๑ ลดภาระของหนวยในการจัดเจา หนาทใี่ นการรับสงหนังสือ
๒.๑.๓.๒ หนวยใกลไ กลไดร ับหนังสอื ท่หี นวยสง ไดเ กอื บพรอมกนั หรอื ภายใน ๕ วนิ าที
๒.๑.๓.๓ ลดปริมาณการใชกระดาษ การใชเคร่ืองโทรสาร และการใชยานพาหนะในการ
เดนิ ทางไปรบั สงหนงั สอื
๒.๑.๓.๔ ผูบังคับบัญชาทุกระดับ สามารถใชเปนเครื่องมือในการตรวจสอบการทํางาน
ของหนว ยหรอื ผใู ต บงั คบั บัญชาไดต ลอดเวลา
๒.๑.๓.๕ ลดปริมาณการรับสงหนังสือผาน บ.เมล โดยมีสถิติการลดลงประมาณรอยละ
๕๐ เม่ือมกี ารนําระบบฯ มาใชงานแลวตัง้ แตป ๕๒ และลดมาอยา งตอ เนอ่ื ง
๒.๒ ระบบสารสนเทศดา นสง กาํ ลงั บาํ รงุ ของกองทพั อากาศ (LMIS)
ระบบสารสนเทศดานสงกําลังบํารุงของกองทัพอากาศเปนระบบสารสนเทศดานการสงกําลังบํารุง
ท่ีทนั สมัยสามารถรองรับการปฏบิ ัตกิ ารทใ่ี ชเครือขา ยเปน ศูนย (NCO) มีการจัดการขอมูลที่ถูกตอง ตรงตาม
ความตองการของผูใชงาน มีความนาเช่ือถือ สามารถนําเสนอขอมูลใหกับผูบังคับบัญชาใชในการตัดสินตก
ลงใจไดอยางรวดเรว็ ทงั้ ในสภาวะปกติและสภาวะสงคราม เพ่ือมุงสูการเปนกองทัพอากาศชั้นนําในภูมิภาค
(One of The Best Air force in ASEAN)
โดยมีวัตถุประสงคเพ่ือพัฒนาระบบสารสนเทศดานสงกําลังบํารุงของกองทัพอากาศให
สามารถทํางานในลักษณะของการปฏิบัติการท่ีใชเครือขายเปนศูนยกลาง ระบบสารสนเทศดานสงกําลัง
บํารงุ ของกองทัพอากาศทํางานแบบ Web Application มีการจัดเก็บฐานขอมูลอยูที่สวนกลาง ใชงานงาย
และตรงกบั ความตองการของกองทัพอากาศ ลดขั้นตอนท่ีไมจําเปน ตามรูปแบบการพัฒนาระบบคลังพัสดุ
รูปแบบใหมข องกองทพั อากาศ
ท้ังน้ีกองทัพอากาศไดมีการนําระบบสารสนเทศมาใชในการบริหารจัดการดานสงกําลังบํารุงอยาง
ตอเน่ืองจนถึงปจจุบัน ใหสอดคลองกับยุทธศาสตรกองทัพอากาศ ๒๐ ป (พ.ศ.๒๕๖๑ - ๒๕๘๐) ที่ให
ความสําคัญกับการพัฒนากองทัพอากาศในทุกดานอยางเปนระบบ เชน การจัดหาอุปกรณ เคร่ืองมือ และ
อาวุธยุทโธปกรณ ท่ีเหมาะสม การฝกศึกษาเพื่อพัฒนาบุคลากร การพัฒนาแนวความคิดในการปฏิบัติ
ภารกิจ และการปรับปรุงโครงสรางองคก ร เปน ตน ทงั้ นี้ เพื่อใหกองทัพอากาศมีขีดความสามารถท่ีเพียงพอ
และเหมาะสมในการปฏิบัติภารกิจที่ไดรับมอบหมายไดอยางมีประสิทธิภาพ ดังน้ันจึงจําเปนตองพัฒนา
ระบบสารสนเทศดานสงกําลังบํารุงของกองทัพอากาศอยางเปนรูปธรรม สามารถนําเสนอขอมูลเพื่อ
ประกอบการ ตัดสินตกลงใจไดอยางถูกตอง รวดเร็ว และทันเวลา ไดวางแนวคิดในการพัฒนาระบบ
สารสนเทศดานการสงกําลงั บํารุงของกองทพั อากาศใหมีการทำงานในลักษณะ“SMART LOGISTICS”โดยมี
เปา หมายเพือ่ ใหมีระบบสงกาํ ลังบํารุงทคี่ รอบคลมุ การปฏบิ ัตภิ ารกจิ ของกองทัพอากาศ มีการบริหารจัดการ
ขอมูลท่ีรวดเร็ว ถูกตองและนาเชื่อถือใชเทคโนโลยีท่ีทันสมัยภายใตงบประมาณที่จํากัด รองรับการใชงาน
รวมกับระบบงานภาครฐั และระบบงานอืน่ ๆ ได
๑๕
รูปที่ ๑๘ หนาจอระบบงานยอยของระบบสารสนเทศดา นสงกาํ ลงั บํารงุ ทอ.
ปจจบุ ันมีการนําระบบสารสนเทศมาใชใ นการบริหารงานดา นสง กาํ ลังบาํ รงุ ในการจัดทําโปรแกรมเพ่ือ
ใชงานเปนลักษณะ Web Application มีการจัดเก็บขอมูลหลักอยูที่สวนกลาง ใชเปนขอมูลให
ผูบังคับบัญชาประกอบในการตัดสินตกลงใจไดโดยตรง สามารถทํางานไดก ับเคร่ืองคอมพิวเตอรทุกประเภท
รวมทั้งสามารถใชงานไดกับอุปกรณ Smart Phone ระบบสารสนเทศดานสงกําลังบํารุงท่ีมีใชงานอยูใน
ปจจุบันรองรับการใชงาน Barcode รองรับการใชงานรวมกับระบบงานภาครัฐในรูปแบบการแลกเปล่ียน
ขอมูล Web Service รวมทั้งสามารถสงขอมูลใหระบ C4I หรือหนวยเหนือไดตามตองการ การใชงาน
ระบบสารสนเทศดา นการสงกําลังบํารุงของกองทัพอากาศเปน Smart Logistics เปนการทํางานในลักษณะ
Online Real Time ทําใหการปฏิบัติภารกิจดานสงกําลังบํารุงเพื่อสนับสนุนภารกิจทางดานยุทธการ หรือ
ภารกิจดานการชวยเหลือประชาชน สามารถดําเนินการไดภายใน ศสล.ศปก.ทอ.แบบเบ็ดเสร็จ ท้ังการ
ควบคุม และสั่งการดวยระบบเทคโนโลยสี ารสนเทศ ทรี่ วดเรว็ ถูกตองและนาเชอื่ ถอื
รูปท่ี ๑๙ แนวคิดการพฒั นาระบบสารสนเทศดานสง กาํ ลังบํารงุ ทอ.
๑๖
๒.๓ ระบบสารสนเทศสาํ หรบั การบริหารงานดา นกําลงั พลกองทัพอากาศ (HRIS)
ในป พ.ศ.๒๕๒๘ กพ.ทอ.ไดรับอนุมัติงบประมาณเพื่อจัดทําระบบการบริหารงานกําลังพลดวยระบบ
คอมพิวเตอร ซ่งึ ในระยะที่ ๑ น้นั เปนการจดั หาคอมพิวเตอรร ะบบเครือขายเฉพาะบริเวณ (LAN) ของ กพ.
ทอ.ตอมาในป พ.ศ.๒๕๕๑ กพ.ทอ.ไดรับอนุมัติงบประมาณเพื่อจัดทําระบบการบริหารงานกําลังพลดวย
ระบบคอมพิวเตอรเพ่ิมเติมจากระยะที่ ๑ เปนระยะที่ ๒ และระยะที่ ๓ เพ่ือใหระบบฯ ครอบคลุมถึง
หนวยงานดานกําลังพลของ นขต.ทอ. เปนระบบสารสนเทศท่ีใชในการดําเนินงานดานกําลังพล ทอ.โดย
สามารถตอบสนองความตองการของผูบังคับบัญชาระดับสูง ในการตัดสินตกลงใจในกิจการดานกําลังพล
ตลอดจนตอบสนองความตอ งการของผบู รหิ ารระดับกลางท้ังในระดับ หน.สายวทิ ยาการ และ หน.นขต.ทอ.
ใหสามารถบริหารงานดานกําลังพล ตามวงรอบการบริหารงานดานกําลังพลไดอยางมีประสิทธิภาพ มี
วัตถุประสงคเพ่ือใหการบริหารงานดานกําลังพลครอบคลุมทั้งกองทัพอากาศ และเปนไปอยางรวดเร็ว
ถกู ตอ ง
ระบบสารสนเทศสําหรับการบริหารงานดานกําลังพลกองทัพอากาศเช่ือมโยงไปยัง นขต.ทอ.ผาน
เครือขา ยภายในของกองทพั อากาศ สามารถเชอื่ มตอระบบฐานขอมลู ดานการกําลังพลในรูปแบบของ Web
Application โดยขอมูลที่ถูกจัดเก็บอยูในระบบนั้น จะอางอิงตามสมุดประวัติรับราชการ การเขาใชงาน
ระบบ HRIS จะตองไดรับอนุญาตโดยมีการกําหนดสิทธ์ิการเขาถึงขอมูลและการยืนยันตัวตน จึงสามารถ
เขาใชงานระบบฯ ได ซ่ึงมีระบบงานยอ ยดงั ตารางที่ ๒
ตารางท่ี ๒ ระบบงานยอยของระบบการบริหารงานดานกาํ ลังพลกองทัพอากาศ
ระบบงานยอยของระบบการบรหิ ารงานดา นกําลงั พลกองทัพอากาศ
๑. โครงสรา งอตั รากาํ ลังพล ๑๔. งานสสั ดี
๒. ทาํ เนียบบรรจุกําลังพล ๑๕. งานเลอ่ื นยศ
๓. บญั ชีอาวุโส ๑๖. งานบรรจุ
๔. งานทะเบยี นประวตั ิ ๑๗. งานพน ราชการ
๕. งานวินยั ๑๘. งานยา ยโอน
๖. งานลา ๑๙. งานแยกประเภทกําลงั พล
๗. งานเครอ่ื งราชอสิ รยิ าภรณ ๒๐. งานเงนิ เพมิ่
๘. งานประเมินผลการปฏิบัติงาน ๒๑. งานอัตราเพ่ือพลาง/แผนปองกันประเทศ
๙. งานวิเคราะหและแผนบรรจกุ าํ ลังพลประจําป ๒๒. งานฝก ศึกษา
๑๐. งานบัตรประจาํ ตวั ๒๓. งานควบคมุ ชม.บิน
๑๑. งานขอบาํ เหน็จประจาํ ป ๒๔. งานฝกงานในหนาท่ี
๑๒. งานบา นพักอาศยั ทอ. ๒๕. งานกาํ ลังพลสํารอง
๑๓. งานเบ้ียหวดั บําเหน็จบาํ นาญ ๒๖. งานสถานภาพกาํ ลังพล/สถติ ิดานกาํ ลังพล
๑๗
รูปที่ ๒๐ ระบบการบรหิ ารงานดานกําลังพลกองทัพอากาศ HRIS
๒.๔ ระบบบูรณาการขาวกรองภูมิสารสนเทศแบบรวมการ (Geospatial Intelligence Portal : GEOINT
Portal)
เปนแผนงานภายใตโครงการพัฒนาขีดความสามารถดานการขาวและการรักษาความปลอดภัยของ
กองทัพอากาศ มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของระบบงานดานการขาวทั้งระบบ ใหสามารถ
บูรณาการขอมูลดานการขาวกรองทุกมิติ ท้ังขาวกรองยุทธศาสตร ขาวกรองยุทธวิธี ขาวกรองดานความ
มน่ั คงภายในประเทศขา วกรองการเฝาตรวจและลาดตระเวน ขา วกรองการภาพ ฯลฯ รวมถึงทําเนียบกําลัง
รบและแฟมเปาหมายดิจิทัล โดยใหสามารถวิเคราะห ประเมินแนวโนมสถานการณ และนําเสนอภาพขาว
กรองแตละดานบนโครงสรางพ้ืนฐานภูมิสารสนเทศ (Base Map) เดียวกัน เปนเครื่องมือสําหรับ
ผูบังคับบญั ชาระดับสูงในการตัดสนิ ตกลงใจและส่งั การไดอยางมปี ระสิทธภิ าพ
ป ๒๕๖๒ ขว.ทอ.ไดพัฒนาระบบบูรณาการขาวกรองภูมิสารสนเทศแบบรวมการ (Geospatial
Intelligence Portal : GEOINT Portal) ภายใตแนวคิดการมุงไปสูการเปนขาวกรองอัตโนมัติ (E-
Intelligence) และขาวกรองอัจฉริยะ (Smart Intelligence) ในอนาคต โดยเปนระบบท่ีมีขีด
ความสามารถในบริหารจัดการขอมูลตามแบบวงรอบขาวกรอง (Intelligence Cycle) ไดท้ังแบบท่ีมี
โครงสราง (Structured Data) และไมมีโครงสราง (Non-Structured Data) สามารถรองรับฐานขอมูล
ขาวกรองขนาดใหญ (Big Data) ท่ีมีคาพิกัดทางภูมิศาสตร ขอมูลภูมิสารสนเทศ สามารถสืบคนขอมูลได
แบบ Full Text Search และมีระบบแสดงผลขอมูลแบบบูรณาการที่มีความชัดเจนบนหนาจอเดียวกันใน
รูปแบบ Web Application และ Application ผานเครือขาย ทอ.ท่ีมีความมั่งคงปลอดภัย อีกทั้งยัง
สามารถแสดงผลขอมูลที่ไดรับจากการใหบริการขอมูล (Web Service) จากระบบอื่น เชน แผนที่ฐาน
ดิจทิ ัล (Digital Base Map) และภาพถา ยดาวเทียมเปาหมายประเทศรอบบานจากระบบโครงสรางพื้นฐาน
ภูมิสารสนเทศ ทอ.ของ ศลภ.คปอ. เพ่ือสนับสนุนภารกิจของ ทอ.ไดในทุกมิติอยางตอเน่ืองตลอดเวลา ทํา
ให ผบช.ทุกระดับช้ันและหนวยปฏิบัติเกิดความตระหนักรูสถานการณรวมกัน (Situation Awareness :
SA) รวมทั้งเปนเครื่องมือสําหรับ ผบช.ตัดสินใจตกลงใจ กําหนดนโยบาย วางแผน และส่ังการปฏิบัติ ได
อยางมีประสทิ ธิภาพ แตอยา งไรกต็ าม การเขาใชงานระบบ GEOINT Portal จะตอ งไดรับอนุญาตโดยมีการ
กําหนดสิทธ์ิการเขาถึงขอมูลและการยืนยันตัวตน จึงจะสามารถเขาใชงานระบบฯ ได โดยมีรายละเอียด
ดังน้ี
๑๘
๒.๔.๑ ระบบฐานขอมูลขาวกรองภูมิสารสนเทศ (GEOINT Database System) เปนระบบสําหรับ
รวบรวม จัดเก็บ บันทึกขอมูลเปนฐานขอมูลดานการขาวตามแผนรวบรวมขาวสาร ทอ. เพ่ือจัดทําสรุป
วิเคราะห ประมาณการ และกระจายขอมูลใหกับประชาคมขาวทั้งภายในและภายนอก ทอ.ตามความ
จาํ เปน (Need to Share) โดยการเก็บบนั ทกึ ขอมลู ในรูปแบบของฐานขอ มลู ขาวกรองภูมิสารสนเทศ (GEO
Intelligence Database) ท่ีมีคาพิกัดทางภูมิศาสตรซ่ึงจะทําใหทราบถึงตําแหนงของเหตุการณน้ัน ๆ
ประกอบดวย ฐานขอมูลเทคนิคทําเนียบกําลังรบและการวางกําลังทางอากาศ ฐานขอมูลบัญชีและแฟม
เปาหมายทางอากาศ ฐานขอมูลพ้ืนฐานประเทศ ฐานขอมูลบุคคล ฐานขอมูลสถานการณ และฐานขอมูล
วิเคราะหและติดตามความเคล่ือนไหวกําลังทางอากาศจากระบบตรวจจับของ ทอ. ซึ่งสามารถสรางการ
นําเสนอแบบงาย (Dashboard) จากระบบฐานขอมูลขาวกรองภูมิสารสนเทศสําหรับนําเสนองานใหกับ
ผบช.ได
รูปที่ ๒๑ หนา จอการนําเสนอขอ มลู จากระบบฐานขอมลู ขาวกรองภมู สิ ารสนเทศ
๒.๔.๒ ระบบวิเคราะหและติดตามสถานการณขาวกรองภูมิสารสนเทศ (GEOINT Analysis and
Monitoring System : GEOINT AMS) เปนระบบที่แสดงผลลัพธของการบูรณาการขอมูลจากฐานขอมูล
สถานการณขาวกรองยุทธศาสตร ฐานขอมูลสถานการณขาวกรองยุทธวิธีตามแนวชายแดน ฐานขอมูล
สถานการณขา วกรองดา นความมนั่ คงภายในประเทศ ฐานขอ มลู สถานการณขา วกรองการเฝาตรวจและการ
ลาดตระเวน ฐานขอมูลขอมูลประวัติบุคคล ฐานขอมูลพ้ืนฐานประเทศ จากระบบฐานขอมูลขาวกรองภูมิ
สารสนเทศ (GEOINT Database System) และขอมูลเชิงพ้ืนท่ีจากผูใหบริการขอมูล (Web Service) ท้ัง
ภายในและภายนอก ทอ. นอกจากนี้ยังมีเคร่ืองมือสําหรับการวาดและการวัดระยะบนแผนที่แบบออนไลน
ซ่ึงสามารถเก็บผลลัพธของการวาดและสงตอถึง ผบช.และหนวยปฏิบัติได รวมถึงสามารถจัดทําการ
นําเสนอขอ มูลสถิตใิ น
รูปแบบตาง ๆ เชน สถิติขอมูลสถานการณขาวกรองยุทธวิธีตามแนวชายแดน สถิติขอมูลสถานการณ
ขา วกรองดานความม่ันคงภายในประเทศ สถิติขอมูลสถานการณขาวกรองการเฝาตรวจและการลาดตระเวน
เปน ตน ซ่งึ จะเปนเครื่องมือชวยสําหรับงานดานการขาวกรองใหเห็นภาพและตําแหนงของสถานการณพรอม
๑๙
กัน รวมท้ังสามารถเชื่อมโยงขอมูลท่ีมีความเกี่ยวของกัน เชน สถานการณ สถานท่ี ขอมูลบุคคล องคกร
ฯลฯ ได
รปู ที่ ๒๒ หนา จอการนําเสนอขอมูลจากระบบวิเคราะหและตดิ ตามสถานการณขา วกรองภูมสิ ารสนเทศ
๒.๔.๓ ระบบประเมินขดี ความสามารถกําลังทางอากาศ (GEOINT Air Competency Assessment
System : GEOINT ACAS) เปนระบบที่แสดงผลลัพธการบูรณาการขอมูลจากระบบฐานขอมูลขาวกรอง
ทําเนียบกําลังรบและการวางกําลังทางอากาศ ฐานขอมูลแฟมเปาหมายดิจิตอล ฐานขอมูลวิเคราะหและ
ติดตามความเคลื่อนไหวอากาศยานจากระบบตรวจจับของ ทอ. ฐานขอมูลประวัติบุคคล ฐานขอมูล
พื้นฐานประเทศ ฐานขอมูลวิเคราะหและติดตามสถานการณขาวกรองภูมิสารสนเทศ จากระบบ
ฐานขอมูลขาวกรองภูมิสารสนเทศ (GEOINT Database System) อีกท้ังสามารถแสดงผลขอมูลท่ีไดรับ
จากการใหบริการขอมูล (Web Service) จากระบบอื่น เชน แผนท่ีฐานดิจิทัล (Digital Base Map) และ
ภาพถายดาวเทียมเปาหมายประเทศรอบบานจากระบบโครงสรางพื้นฐานภูมิสารสนเทศ ทอ.ของ
ศลภ.คปอ.และรองรับการเชื่อมตอกับสัญญาณเรดาร (Radar Tracking) จากระบบบัญชาการและควบคุม
(ACCS) เพื่อใชขอมูลในการวิเคราะหขีดความสามารถกําลังทางอากาศประเทศรอบบาน นอกจากน้ียังมี
เครื่องมือสําหรับการวาดและการวัดระยะบนแผนที่แบบออนไลน ซ่ึงสามารถเก็บผลลัพธของการวาดและ
สง ตอ ถึง ผบช.และหนวยปฏบิ ัตไิ ด รวมถงึ สามารถนําเสนอขอมูลสถิติในรูปแบบตาง ๆ เชน สถิติขอมูลจาก
ระบบฐานขอมูลขาวกรองทําเนียบกําลังรบ สถิติขอมูลจากระบบฐานขอมูลแฟมเปาหมายดิจิตอล สถิติ
ขอมูลจากระบบฐานขอมูลความเคล่ือนไหวอากาศยานจากระบบตรวจจับของ ทอ. เปนตน ซึ่งจะเปน
เคร่ืองมอื ชวยสําหรบั ในการงานดานยุทธการ เพอ่ื ใหเ ห็นภาพและตาํ แหนง ของสถานการณพรอมกันได
๒๐
รูปที่ ๒๓ หนาจอการนําเสนอขอมูลจากระบบระบบประเมนิ ขดี ความสามารถกําลังทางอากาศ
ประโยชนท่ีไดรับจากระบบบูรณาการขาวกรองภูมิสารสนเทศแบบรวมการ (Geospatial
Intelligence Portal : GEOINT Portal) จะเปนเครื่องมือหลักของระบบสารสนเทศขาวกรองที่จะชวยใน
การรวบรวม เก็บบันทึกขอมูลในรูปแบบฐานขอมูลขาวกรองภูมิสารสนเทศตามแผนรวบรวมขาวสาร ทอ.
สําหรับใชในการวเิ คราะห ประมาณการ และผลิตงานดานขาวกรองใหกับหนวยงานท่ีเกี่ยวของและประชาคม
ขา วกรองภายใน ทอ.ตามความจาํ เปน เชน ศปก.ทอ. ศยอ.ศปก.ทอ. และ ศปก.กองบิน เปนตน ซึ่งจะชวย
ทาํ ใหกระบวนการวงรอบขาวกรองมีความรวดเร็ว ถูกตอง ลดความซ้ําซอนของขอมูล และเพียงพอตอการ
ตัดสินตกลงใจของ ผบช. อีกท้ังสามารถสนับสนุนงานดานการขาวกรองและงานดานยุทธการ ตอบสนองตอ
ภารกิจของ ทอ.ไดในทุกมิติ รวมท้ังการสนับสนุนขอมูลใหกับระบบบัญชาการและควบคุมที่ใชเครือขาย
เปนศูนยกลาง ดวยการแสดงผลขอมูลแบบบูรณาการขอมูลบนหนาจอเดียวกันในลักษณะ Web
Application และ Application ผานเครือขาย ทอ.ที่มีความมั่งคงปลอดภัย จึงทําให ผบช.ทุกระดับช้ัน
และหนวยปฏิบัติเกิดความตระหนักรูสถานการณรวมกัน (Situation Awareness : SA) และ ผบช.
สามารถตัดสินตกลงใจ กําหนดนโยบาย วางแผน และส่ังการปฏิบัติไดอยางมีประสิทธิภาพ ขณะที่หนวย
ปฏบิ ตั ิสามารถปฏบิ ัติการไดอ ยา งถกู ตองและมปี ระสทิ ธิผล
๒.๕ ระบบควบคุมการใชจายงบประมาณภายใน ทอ. (RTAF Internal Budgetary Control System:
RTAF- IBCS)
ตั้งแตป ง บประมาณ ๒๕๔๘ เปนตน มา รัฐบาลไดเริ่มตนการใชงาน “ระบบการบริหารการเงินการ
คลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส” หรือระบบ GFMIS (Government Fiscal Management System)
เพ่อื ใหส อดคลอ งกบั นโยบายและยุทธศาสตรในการพัฒนาประเทศโดยระบบดังกลาวเปนการนําเทคโนโลยี
สารสนเทศ มาประยุกตใชเพื่อปรับกระบวนการดําเนินงานและการจัดการภาครัฐดานการงบประมาณการ
บัญชีการจัดซื้อ จัดจางการเบิกจายและการบริหารทรัพยากรโดยมุงหวังใหเกิดการใชทรัพยากรภายใน
องคกรอยางคุมคา เพื่อใหไดมาซึ่งขอมูลสถานภาพการคลังภาครัฐที่ถูกตองรวดเร็วสามารถตอบสนอง
นโยบายการบริหารเศรษฐกจิ ของประเทศ ระบบ GFMIS ประกอบดวย ๕ ระบบงานยอย ไดแก ระบบการ
บริหารงบประมาณ ระบบจัดซื้อจัดจาง ระบบการเงินและบัญชี ระบบบัญชีตนทุน และระบบบริหาร
๒๑
ทรัพยากรบุคคล โดยกระบวนการดําเนินงาน จะเร่ิมตนจากระบบบริหารงบประมาณท่ีเปนการรับขอมูล
การอนมุ ตั ิงบประมาณจากระบบ BIS (Budget Information System) ของสาํ นกั งบประมาณ หลังจากน้ัน
ขอมูลดังกลาวจะเชื่อมโยงและดําเนินการไปกับระบบงานยอยอ่ืน ๆ ในระบบ GFMIS ไดแก ระบบการ
จัดซ้อื จัดจา งระบบการเงนิ และบญั ชีและระบบบัญชตี นทุน อยางเปนข้ันตอน จนจบกระบวนการของแตละ
ระบบงานยอ ย ดงั น้นั ขอ มูลงบประมาณที่เปนขอ มลู เร่ิมตน ของระบบ GFMIS จึงมี ความสําคญั เปนอยางยง่ิ
อยางไรก็ดีการปฏิบัติงานในระบบการบริหารงบประมาณในระบบ GFMIS เปนการปฏิบัติงานใน
ภาพรวม ของ ทอ.ไมส ามารถจดั สรรงบประมาณให นขต.ทอ.บริหารงบประมาณเฉพาะที่หนวยตนเองไดรับ
จึงมโี อกาส เกิดความผิดพลาดจากการปฏิบัติงานในระบบฯ สงผลใหเกิดความคลาดเคลื่อนของสถานภาพ
งบประมาณใน ภาพรวมของ ทอ.
สาํ นักงานปลัดบัญชีทหารอากาศในฐานะหนวยงานรับผิดชอบการบริหารงบประมาณของ ทอ. จึง
ดาํ เนินการพฒั นาระบบควบคุมการใชจายงบประมาณภายใน ทอ. หรือระบบ IBCS (Internal Budgetary
Control System) เพื่อสนับสนุนการทํางานดานงบประมาณของ ทอ.นขต.ทอ ทุกหนวยสามารถใชเปน
เครื่องมือในการปฏิบัติงานใหสอดคลองกับการปฏิบัติงานในระบบ GFMIS โดยดําเนินการผานระบบ
เครอื ขายภายในของ ทอ.เพื่อใหการบริหาร ตรวจสอบ และควบคุมการใชจายงบประมาณของ ทอ.เปนไป
อยา งมีประสิทธภิ าพ ท้งั นีผ้ บ.ทอ.ไดอนมุ ตั ใิ หใ ชระบบ IBCS เมือ่ ๓ ต.ค.๕๕ เปน ตน มา
๒.๕.๑ วัตถุประสงคในการพัฒนาโปรแกรมระบบควบคุมการใชจายงบประมาณภายใน ทอ.น้ัน
เพอ่ื เช่อื มโยงขอ มลู การจดั สรรงบประมาณ การรบั รองงบประมาณ การผกู พันงบประมาณ และการเบิกจาย
งบประมาณ โดยมีการกาํ หนดผรู บั ผดิ ชอบในการบันทกึ ขอ มูลในแตล ะสวนไวอ ยางชัดเจน ซึ่งประโยชนที่จะ
ไดร บั จากการใชโปรแกรมระบบควบคุมการใชจ า ยงบประมาณภายใน ทอ. มดี งั น้ี
๒.๕.๑.๑ ใชในการตรวจสอบความถกู ตองของรายการผกู พันงบประมาณของ จนท.จัดหา
การเบิกจายงบประมาณของ จนท.การเงิน ที่ดําเนินการในระบบ GFMIS และนายทหารงบประมาณมี
ขอ มูลเพียงพอในการตรวจสอบความถูกตอ งของสถานภาพการใชจ า ยงบประมาณ
๒.๕.๑.๒ ทราบสถานภาพงบประมาณตามยอดที่ปรากฏในระบบ GFMIS เปนรายรหัสสั่งจาย
งบประมาณ ทําใหสามารถควบคุมการใชจายงบประมาณของ นขต.ทอ.ไมใหเกินวงเงินงบประมาณท่ีจะใชจาย
ได
๒.๕.๑.๓ หัวหนาหนวยเจาของงบประมาณสามารถใชขอมูลจากระบบควบคุมการใชจาย
งบประมาณภายใน ทอ. ในการวางแผนดานการบริหารงบประมาณ และติดตามเรงรัดการใชจายงบประมาณ
ของหนวย
๒.๕.๑.๔ สปช.ทอ.สามารถบริหารงบประมาณในภาพรวมของ ทอ.ไดอยางมี
ประสิทธภิ าพและเกิดประโยชนส ูงสดุ
ในปจจุบัน สปช.ทอ.ยังดําเนินการพัฒนาตอยอดระบบ IBCS ใหครอบคลุมการปฏิบัติงานตาม
วงรอบงบประมาณ ประจาํ ป ไดแก การวางแผนและขอต้ังงบประมาณ, การอนุมัติงบประมาณ, การบริหาร
งบประมาณ และการประเมินผล รวมท้ังมีการบูรณาการขอมูลกับ กบ.ทอ.ในการพัฒนาระบบติดตามงาน
จดั ซ้อื จดั จา ง ทอ.(Electronic Procurement Control System : EPCS) เพ่อื ใชในการควบคุม กํากับดูแล
และเรง รดั ติดการดําเนนิ การจัดซือ้ จัดจาง ของ ทอ.ในงบประมาณประจาํ ป สนับสนุนศูนยเรงรัดติดตามการ
จดั ซ้ือจดั จางของ ทอ.
๒.๕.๒ กําหนดเปาหมายเพ่ือใชเปนเคร่ืองมือในการบริหารงานดานงบประมาณ การจัดซื้อจัดจาง
และการเงิน ที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเปนการปฏิบัติงานคูขนานไปกับการปฏิบัติงานในระบบ GFMIS สามารถ
๒๒
ใชสอบทานขอมูลกับระบบ GFMIS เพ่ือใหการบริหารงบประมาณในภาพรวมมีประสิทธิภาพ และเกิด
ประโยชน
๒.๕.๓ ประโยชนของการใชงานระบบฯ
๒.๕.๓.๑ ผูบังคับบัญชาของ นขต.ทอ. และ สปช.ทอ. มีขอมูลเพียงพอในการวิเคราะห
เพ่ือการตัดสินใจ ในการวางแผนดานการบริหารงบประมาณ การติดตามเรงรัดการดําเนินการและกระตุน
การทํางานของผูเก่ียวของ ซ่ึงจะทําใหการบริหารงบประมาณของหนวยเปนไปอยางมีประสิทธิภาพและ
ทนั เวลา
๒.๕.๓.๒ ผูปฏิบัติงานทั้ง ๓ ระบบ ไดแก งบประมาณ จัดหา การเงิน สามารถสอบทาน
ขอมูลกรณีที่มีขอผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน กับระบบ GFMIS Web Online ไดงาย แตทั้งน้ีผูปฏิบัติงาน
ท้ัง งบประมาณ จัดหา และการเงินจะตองดําเนินการตามข้ันตอนอยางเครงครัด และบันทึกขอมูลให
ถูกตอ งดว ย มฉิ ะน้นั การสืบคน จะทําไดย าก
๒.๕.๓.๓ สปช.ทอ.สามารถบริหารงบประมาณในภาพรวมของ ทอ.ไดอยางมี
ประสทิ ธิภาพและเกิดประโยชนสงู สดุ
รูปที่ ๒๔ หนา จอระบบควบคุมการใชจ า ยงบประมาณภายใน ทอ.
๒๓
รปู ท่ี ๒๕ หนา จอระบบบรหิ ารงบประมาณของ นขต.ทอ.(การขอใชงบประมาณ)
รูปที่ ๒๖ หนา จอโปรแกรมออกรายงานสถานภาพงบประมาณ
๒๔
๒.๖ ระบบบูรณาการขอ มลู ฝา ยอาํ นวยการเพ่ือการบัญชาการและควบคุม (Network Centric Operation
Center Portal System : NCOC Portal)
เปนโครงการทีเ่ ริ่มพฒั นามาต้ังแตป ๕๗ โดยเริ่มตนมีลักษณะเปนโครงการนํารองเปนการบูร
ณาการขอ มูลฝา ยอาํ นวยการเพ่อื การบญั ชาการและควบคมุ ในภาพรวมของกองทัพอากาศท่ีศูนยปฏิบัติการ
ทใ่ี ชเครอื ขา ยเปน ศนู ยก ลางใหสามารถปฏิบัติงานไดในเบื้องตน ดวยการบูรณาการขอมูลตาง ๆ ที่มีอยูแลว
ไดแก ขอมูลดานกําลังพล ดานการขาวกรองทางอากาศ ดานยุทธการ ดานการสงกําลังบํารุง ความ
เคลอ่ื นไหวของอากาศยานท่ีสถานเี รดารต รวจจับสัญญาณได โดยมีการออกแบบพัฒนาโครงสรางฐานขอมูล
เพื่อการแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสาร และใชระบบสารสนเทศภูมิศาสตร (Geographic Information
System : GIS) ในการนําเสนอใหเกิดประโยชนตอการตัดสินตกลงใจในลักษณะแผนภูมิตาราง แผนท่ี
สถานการณหรือภาพการปฏิบัติการรวม (Common Operational Picture : COP) ซ่ึงเปนระบบ
สารสนเทศที่สําคัญของการบัญชาการและควบคุม หรือเปนเครื่องมือของผูบังคับบัญชาระดับสูงของ
กองทพั อากาศทที่ าํ ใหเกิดความตระหนักหยั่งรูตอสถานการณ เพื่อการตัดสินตกลงใจท้ังในสถานการณการ
รบและสถานการณอ่นื ๆ
๒.๗ ระบบบญั ชาการและควบคมุ ทางอากาศ (Air Command and Control System : ACCS)
เกิดจากโครงการพัฒนาระบบบัญชาการและควบคุมทางอากาศถูกพัฒนามาอยางตอเนื่อง
ตั้งแตป พ.ศ.๒๕๕๑ โดยใชพ้ืนฐานโครงสรางโทรคมนาคมของระบบ RTADS เดิมมาพัฒนาใหรองรับ
เทคโนโลยีที่ทันสมัยและครอบคลุมหนวยปฏิบัติใหมากข้ึน ประกอบดวยระบบงาน ๒ ระบบหลัก ไดแก
ระบบสาํ หรบั ศูนยค วบคมุ และรายงาน (Control Report Center : CRC) และระบบการประมวลผลขอมูล
เรดารและแสดงภาพสถานการณทางอากาศในการปองกันทางอากาศเปนภาพรวมของประเทศ สามารถ
ควบคุมและส่ังการใชกําลังทางอากาศไดอยางรวดเร็วตามพันธกิจการปองกันทางอากาศ (การคนหา การ
พิสจู นฝ าย การสกัดกั้น และการทําลาย) โดยปจจุบัน ระบบถูกติดต้ังที่ ศยอ.ศปก.ทอ.และ ศคปอ.สฎ.ทอ.
นอกจากน้ียังมีระบบงานยอย คือ ระบบขอมูลการบัญชาการและควบคุม (Command and Control
Information System : CCIS) ทําหนาท่ีรวบรวมขอมูลจากหนวยงานตาง ๆ และนํามาใชในการวางแผน
การสนบั สนนุ การขา วกรอง การปฏิบัติและการบรหิ ารจัดการตาง ๆ สาํ หรบั การปฏิบตั กิ ารทางอากาศ
๒.๘ ระบบศูนยปฏบิ ตั กิ ารกองบนิ /โรงเรียนการบิน (Wing Warroom)
เกิดจากโครงการพัฒนาศูนยปฏิบัติการกองบิน มีวัตถุประสงคเพ่ือเพิ่มขีดความสามารถใน
การบัญชาการและควบคุมในภารกิจปองกันฐานบินและปองกันทางอากาศ และบูรณาการขอมูลเขาสู
ศปก.ทอ. โดยการใชเ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารใน ๕ ดานหลัก คือ ดานเครือขาย ดานฮารดแวร
ดานซอฟตแ วร ดา นการตรวจจบั และดานการรกั ษาความปลอดภยั รวมทงั้ บรู ณาการขอมูลฝายอํานวยการ
ของกองบนิ อยางเปนระบบ เพือ่ ใชเปน เครื่องมอื ในการตดั สนิ ตกลงใจของผูบังคับบัญชาระดับกองบิน ซ่ึงจะ
สงผลใหการบัญชาการและควบคุมทั้งในระดับกองบินและในภาพรวมของกองทัพอากาศ ณ ศูนย
ปฏบิ ัตกิ ารท่ใี ชเครอื ขา ยเปนศนู ยกลาง (NCOC) เปน ไปอยางมีประสิทธภิ าพ
๒.๙ ระบบสารสนเทศภูมศิ าสตร (Geographic Information System : GIS)
กองทัพอากาศเริ่มตนรับผิดชอบงานดานระบบภูมิสารสนเทศ ต้ังแตป ๔๗ โดยเนน
เฉพาะงานใน ๕ จังหวัดชายแดนใต ตอมากองทัพอากาศเห็นความสําคัญในการนําภาพถายทางอากาศ
และภาพถายดาวเทียม ไดแก ภาพถายดาวเทียวจากแฟมเปาหมาย เพ่ือมารวมการ บูรณาการ และ
กระจาย/แบงปนขอมูลใหกับหนวยงานในกองทัพอากาศที่เก่ียวของ จึงไดดําเนินโครงการระบบภูมิ
๒๕
สารสนเทศกองทัพอากาศ โดยมีศูนยการลาดตระเวนทางอากาศ และเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ กรม
ควบคมุ การปฏิบัตทิ างอากาศ (ศลภ.คปอ.) เปน หนวยรับผดิ ชอบ ปจจุบันงานดานเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ
ในกองทพั อากาศแบง หนวยรับผิดชอบออกเปน ๒ หนวย ไดแก งานดานเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ จชต. มี
ขว.ทอ.เปนหนวยรับผิดชอบ (ในรูปแบบของคณะกรรมการ) และดานเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ สงให
ศลภ.คปอ.เปน หนว ยรับผิดชอบกรอบแนวทางดําเนนิ การเปน ไปตามแผนแมบทระบบสารสนเทศภูมิศาสตร
กองทัพอากาศ
๒.๑๐ ระบบถายทอดสญั ญาณภาพ
ไดแก ระบบกลองถายภาพลาดตระเวนทางอากาศ (FLIR) ระบบถายทอดสัญญาณภาพจาก
อากาศสูพืน้ (VDL) ระบบประชุมทางไกลผา นวดี ทิ ัศน (VTC) และระบบกลอ งโทรทศั นวงจรปด (CCTV)
๒.๑๑ ระบบสารสนเทศเพ่อื การปองกันทางอากาศ (Ground Base Air Defense : GBAD)
ใชส าํ หรับเปนระบบปอ งกันทางอากาศ เพื่อปองกันฐานบิน โดย GBAD จะทําหนาที่รับขอมูล
เปาหมายทางอากาศจากระบบ ACCS สงเปาหมายใหหนวยปองกันฐานบิน เม่ือเปาหมายนั้นเปนภัย
คุกคาม และอากาศยานของฝายเราไมสามารถสกัดก้ันได เพ่ือใหหนวยยิงทราบและทําการยิงเม่ือเขาเขต
ฐานบิน และรายงานผลการยงิ กลบั ไปท่ีระบบ ACCS