ศาลแพ่งขึ้นอ่านคำพิพากษา คดี นายกระแสร์ พลอยกุ่ม
กับพวกอีก7คน
ฟ้องสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นจำเลยที่1!!!
ฟ้องพนักงานสอบสวนแพะอีก5 เป็นจำเลย2-6ดังนี้
พล.ต.ต.กว้าง ชาญศิลป์ ผบก.ทท. (อดีต
ผกก.ภ.สมุทรปราการ)
พ.ต.อ.วิสาร เปล่งขำ
พ.ต.อ.สันติ เพ็ญสูตร,
พ.ต.ท.ประหยัด เงางาม
พ.ต.อ.มงคล ศรีโพธิ์
!!!ฐานละเมิด!!!
และทำการเรียกค่าสินไหมทดแทนจำนวน
54,575,200 บาท!!!!!
ทั้งนี้ผู้พิพากษาได้สรุปคดีนี้ว่า
โจทก์ได้ถูกควบคุมมานานนับ10ปีถูกทำร้ายทั้งร่างกาย
และจิตใจ ทั้งนี้ยังมีผู้เสียชีวิตในคดีนี้ด้วย
ทั้งยังอยู่ในการควบคุมและหลังจากพ้นโทษด้วย
คำพิพากษาระบุว่าจำเลยที่6ต้องรับผิดชอบ
!!!ฐานกระทำการละเมิดแก่โจทก์1-7!!
ส่วนจำเลยที่2-5ไม่ปรากฏข้อเท็จจริงใดๆที่เห็นว่า
เป็นการสมคบหรือมีส่วนรู้เห็นในเรื่องนี้
และจำเลยที่1
!!สำนักงานตำรวจแห่งชาติ!!
ต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้น
แต่จะไม่เสียสิทธิที่จะ
ไล่ดอกเบี้ยเอากับ
จำเลยที
่6ได้
ก่อนพิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
!!!รวม26,038,000 บาท!!!
พร้อมดอกร้อยละ7•5ต่อปีนับตั้งแต่วันฟ้อง
ซีอุย!!!
คดีซีอุยมนุษย์กินคน
และฆาตกรต่อเนื่อง
เรื่องจริงหรือไม่
เป็นคดีประวัติศาสตร์โด่งดังที่สร้าง
ความสยดสยองให้สังคมไทยเป็นอย่างมาก
ด้วยการฆ่าโหดถึง 7 ศพ ในระยะเวลาต่อเนื่อง 5 ปี ระหว่างปี
2497-2501
ซึ่งซีอุยถูกจับขณะทำลายศพ
รายสุดท้ายที่จังหวัดระยอง
ทำให้มีการสืบสวนขยายผลย้อนหลัง
ในคดีลักษณะเดียวกันอีก6ราย
ผลสุดท้ายคดีจบลงที่ศาลอุทรธ์ด้วยโทษ
ประหารจากคดีสุดท้ายเพียงคดีเดียว
ตราบาปของซีอุยตามคำพิพากษา
ของสังคมคือ
มนุษย์กินคนฆ่าโหด 7 ศพ
แต่ภายใต้เงื่อนงำการสอบสวนที่ทำให้ชวนสงสัย
ว่าแท้จริงแล้วซีอุย เป็นฆาตกรต่อเนื่อง
หรือเป็นเหยื่อของสังคมกันแน่
?
ปัญหาของคดีนี้ คือคำให้การซึ่งเป็นคำรับสารภาพ
ของผู้ต้องหาไม่ตรงกับ ข้อเท็จจริงในสาระสำคัญของคดี
กระบวนการสอบสวนที่กระทำต่อเนื่อง
กันถึง 96 ชั่วโมง ในวันแรกให้การปฏิเสธ
แต่วันรุ่งขึ้นกลับรับสารภาพเพิ่มอีก2คดี
อีก9วันต่อมารับสารภาพอีก4คดี
อย่างไรก็ตามข้อสงสัยเหล่านี้
ก็ยังไม่มีหลักฐาน ที่จะบอกได้ว่า
ซีอุย ไม่ได้เป็นฆาตกรในบางคดี
ตลอดเวลาของการสืบสวนคดี จนขึ้นสู่ศาลซีอุยต้องสู้กับกระบวนการ
สอบสวนสังคม และศาล เพียงลำพัง
จนต้องสารภาพ ตลอดข้อหาทั้งที่คำสารภาพ ผิดไปจากข้อเท็จจริง
มีเพียงข้อเท็จจริงเพียงข้อเดียวที่จะพอแก้ต่าง
ให้ซีอุยได้ คือ ซีอุยไม่เคยลิ้มรสชาติ
ตับและหัวใจของมนุษย์ตามที่เป็นข่ าวเลย
ซีอุยถูกประหารชีวิตในวันที่ 16 กันยายน2502
และต่อมาเมื่อวันที่ 27 กันยายนปีเดียวกัน
ร่างของซีอุย เป็นอาจารย์ใหญ่ ให้กับนักศึกษาแพทย์
และสอนศีลให้กับสังคมแต่กาลเวลาไม่เคยเอ่ยถึง
ต่อมา มีข้อสรุปข้อมูลเกี่ยวกับซีอุย มีเนื้อความที่บ่งชี้ว่าซีอุยเป็น
"แพะรับบาป" ดังนี้
คาดว่าตกเป็นจำเลยสังคม เพราะหนังสือพิมพ์ในยุคนั้น
เผยแพร่ข่ าวลือโดยขาดการกลั่นกรอง!!
ญาติของผู้ตาย คนในพื้นที่และนายจ้าง
ของซีอุยไม่มีใครเชื่อว่าเขาเป็นคนทำ
เหยื่อรายแรก เด็กหญิงบังอร ภมรสูตร ที่ถูกเชือดคอ
แต่รอดชีวิต อ้างว่าได้เห็นหน้าฆาตกร
และบอกว่าคนทำคือ นายเกลี้ยง
ไม่ใช่ซีอุย!!
ซึ่งนายเกลี้ยงเป็นชายสติไม่ดี ชอบกินของดิบ!!
เขาเป็นพี่ชายภรรยาปลัดอำเภอที่มีอิทธิพลในพื้นที่สมัยนั้น อีกทั้ง
มีคนพบชิ้นเนื้อและตับของเหยื่อรายที่สอง
ในกระเป๋ากางเกงของนายเกลี้ยง
ซีอุยถูกหว่านล้อมให้สารภาพ
โดยหลอกว่าจบคดีแล้วจะส่ง
กลับบ้านที่เมืองจีน
แต่มันก็เป็นแค่คำโกหกเท่านั้น!!
ซีอุยโดนจับกุม และโดนโทษประหาร
หรือพูดง่ายๆว่า ซีอุยเป็น “แพะ” ในคดีนี้
เป็นไงกันบ้างครับ
ศึกที่ยาวนานหลังจากถูกช่วงชิงความเป็นคนมา
ตลอด9ปี...
และศึกที่ยืดเยื้อมา6ปี....
มีทั้งความลำบากและการสูญเสีย....
แต่ในที่สุด
ความยุติธรรมย้อนเข้าหาผู้ที่ถูกต้องเสมอ
ขอไว้อาลัยให้กับบุคคลที่เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ด้วย
ไม่ว่าเรื่องนี้จะผ่านไปในแค่ไหน
เราจะจดจำเรื่องนี้ไม่มีห่างหาย