The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือชุด "เสน่ห์นครศรีฯ มีของดีทุกอำเภอ" อำเภอนบพิตำ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chai991100, 2022-11-05 20:58:50

นบพิตำ

หนังสือชุด "เสน่ห์นครศรีฯ มีของดีทุกอำเภอ" อำเภอนบพิตำ

Keywords: นบพิตำ นครศรีธรรม,ราช

1

2

อำเภอนบพิตำ

ชัยวัฒน สแี กว
เรยี บเรยี ง

3

อำเภอนบพิตำ
ชยั วัฒน สแี กว

ขอมูลทางบรรณานกุ รม
Cataloging in Publication Data

ชยั วฒั น สแี กว
อำเภอนบพติ ำ
พมิ พค รงั้ แรก - - นครศรีธรรมราช : ประยูรการพมิ พ, ๒๕๖๕.
๒๑ หนา : ภาพประกอบ
๑. ประวตั คิ วามเปน มา ช่อื บานนามเมอื ง ที่ตง้ั ๒.แหลงทองเทีย่ วทางวฒั นธรรม ทางธรรมชาติ
๓. กรุงชิง การตัง้ ฐานทพั ของสมเดจ็ พระเจา ตากสินมหาราช นำ้ ตกกรงุ นาง วดั เขานอ ย

I.ชอื่ เรอื่ ง

ISBN ๙๗๘ - ๖๑๖ - ๕๘๘ - ๕๓๗ - ๙
พิมพคร้งั ที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๕

สงวนลขิ สทิ ธติ์ ามพระราชบัญญัติลขิ สทิ ธ์ิ พ.ศ. ๒๕๓๗
จดั พมิ พแ ละจำหนา ยโดย

นายชัยวัฒน สแี กว
๕๖/๗ ถนนหลังพพิ ธิ ภัณฑ
ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรธี รรมราช
จงั หวดั นครศรีธรรมราช ๘๐๐๐๐
โทรศัพท ๐๙๑ ๘๓๖ ๐๙๔๔

4

คำปรารภ

อำเภอนบพติ ำ เปน หนังสือเลมหนึ่งที่อยูในหนงั สอื ชุด “เสนห น ครศรีฯ มีของดีทุกอำเภอ” ท่ีอาจารย
ชยั วัฒน สีแกว ไดเ รียบเรยี งข้ึน ดวยความวิริยะอุตสาหะและตง้ั ใจมอบใหชาวนครศรีธรรมราชและนกั ทองเทีย่ ว
จากตา งเมือง ไดร ับทราบขอ มูลเกี่ยวกบั จงั หวดั นครศรธี รรมราชทช่ี ดั เจน มีเอกสารหลกั ฐานตาง ๆ รองรับ อางอิง
ได นาเชื่อถือ

หนังสือชดุ “เสนหนครศรีฯ มีของดีทุกอำเภอ” เปน หนงั สอื ทีป่ ระกอบดว ยหนงั สือจำนวน ๒๓ เลม ที่
กลา วถึงนครศรธี รรมราช “ดินแดนแหง ธรรมอันศักดิส์ ิทธิ์ และธรรมชาติอนั ลำ้ เลศิ ” ทง้ั ๒๓ อำเภอ ซ่ึงแตล ะ
อำเภอถือวา เปน “เสนห นครศรฯี ซ่ึงมีของดีทุกอำเภอ” ผูเรียบเรียงปรารถนาใหผอู า นไดร บั ขอมูลความรูที่
สามารถนำไปใชประโยชนทั้งดา นการศึกษา การทองเทย่ี ว ดา นการปฏบิ ตั ิหนา ที่การงาน และดา นอ่นื ๆ ตาม
ประสบการณและความเชอ่ื ของแตล ะคน

เนื้อหาสาระในหนังสอื ชุดน้ปี ระกอบดวย ประวัติความเปนมา ชอื่ บา นนามเมือง แผนที่สถานทต่ี ้งั แหลง
ทอ งเทย่ี วทางวัฒนธรรม แหลง ทองเทยี่ วทางธรรมชาติ และไดเสริมเรื่องราวท่เี ปน มนตเสนห สีสันของแตลอำเภอ
เอาไวอยา งเหมาะเจาะ สอดคลอ งกบั คำกลาวทว่ี า “เสนหนครศรีฯ มขี องดีทกุ อำเภอ”

หวังเปน อยา งยิง่ วา “อำเภอนบพติ ำ” เลมน้ี ผูอา นไดรบั รูเรื่องราวลี้ลับนบั รอ ยนบั พนั ปท่ีบรรพชนบนั ทกึ
ท้ิงรองรอยไวใหในรูปของพงศาวดาร ตำนาน รวมทง้ั รอ งรอยที่เปนโบราณสถาน โบราณวัตถุ ท่เี ขมขลังเกาแกและ
ศักด์สิ ิทธิ์ มศี าสตรอันเหลอื เช่ือ ทงั้ ตำราโบราณ คาถาอาคม ทงั้ หมดท้ังมวลซุกซอนอยภู ายใตธรรมชาตอิ ันลำ่ คา
เหลา นน้ีลวนเปนท่ีมาของ “สองธรรมลอื เล่ือง เมืองศักดิส์ ทิ ธ์ิ เสนห น ครศรีฯ มขี องดีทกุ อำเภอ” เชื่อวา หนังสือเลม
นสี้ ามารถอำนวยประโยชนแ กผอู านทั้งดานการเสรมิ ความรอบรู มีคุณคาทางจติ ใจ และยังมีสว นชว ยธำรงคุณคา
ดานอารยธรรมทองถิน่ โดยเฉพาะจังหวดั นครศรีธรรมราชไดอีกทางหนงึ่

ลงชอ่ื ...............................................
()

ผสู นบั สนุนการจดั พิมพ

5

จากใจผูเขยี น
อำเภอนบพิตำ เปน หนังสอื ชุด “เสนหนครศรีฯ มขี องดีทุกอำเภอ” เนนสาระความรแู ละคุณคาชว ย
จรรโลงจิตใจ โดยเฉพาะผูท ี่เปน เจาของ “แผน ดนิ เกดิ ” จะรสู กึ รักและหวงแหนบานเกิดเมืองนอนมากข้นึ และจะ
เปนอีกชอ งทางหน่ึงในการชวยประชาสัมพันธจงั หวัดนครศรีธรรมราช
ความรูทัง้ หลายมีมากมาย แตส่ิงท่ผี เู ขียนพยามประมวลมาน้ีมีเพยี งนอยนิด รวบรวมไว แตปรารถนา
นำเสนอเพ่ือเปน เช้อื เพลงิ ความรู ใหอ นชุ นคนรุนหลังไดต อเตมิ ใหแปนกองไฟความรูที่คุโชนสวา งไสวโชติชวงตอ ไป
เช่อื วายังมีความรูอีกมากมายทยี่ งั รอใหผูใ ฝรูไดคน หา หากผูอา นทา นใด มคี วามรอบรูท่ีลึกซง้ึ ก็สามารถน้ำมาตอ
เตมิ เสรมิ แตง สนบั สนุนกัน ก็นาจะไดเ ปน ความรทู ีส่ มบูรณและลกึ ซึ้งยิ่งขึ้น การสงเสรมิ สนับสนนุ ซงึ่ กนั และกนั ถือ
วา เปน เรือ่ งทีค่ วรสรรเสริญ
หากหนังสอื เลมนี้ มสี วนดีอยูบาง ขออทุ ิศความดี แทนพานดอกไม มอบแดคณุ พอ เฟอง คุณแมเกล้อื ม
(จนุ ) สแี กว บดิ ามารดาผูใหก ำเนิดเปน เบื้องตน และครูอาจารยท เี่ คยอบรมสง่ั สอนในสถาบนั การศึกษาตัง้ แตอดีต
กระทั่งปจ จบุ นั รวมถงึ ผสู รา งสรรคต ำรา และรอ งรอ ยหลกั ฐานไวใ หศ ึกษาทง้ั แตอ ดีตถึงปจจบุ นั ซึง่ ทกุ ทา นเปน
เสมอื นครูบาอาจารย
บุคคลท่ีเสียสละแรงกาย แรงใจ ทรัพยส ินเงนิ ทอง และยอมสละความกาวหนาในชวี ิต การศกึ ษา และ
อนาคตตัวเอง เพยี งหวงั ใหผูเ ขยี นไดมโี อกาสศึกษาเลาเรียน มีการศึกษา มีความรู มอี าชพี ม่นั คง สามารถใชค วามรู
เพอื่ ประกอบอาชพี ท่ีดงี ามอยางมีความสขุ ประสบความสำเร็จในชีวติ ตามอัตภาพ บุคคลผูเ สียสละดงั กลาวยงั คง
เปนขวญั และกำลงั ใจท่ีดีและสำคญั ยิง่ เสมอมา จงึ ขอขอบคุณผูเ สยี สละประกอบดว ย พี่ ๆ นอง ๆ รวมทงั้ ภรรยา
และบตุ ร จะรำลึกถงึ คุณงามความดขี องทุกคนตลอดไป
ขอบขอบคณุ ผทู ่มี นี ้ำใจอปุ การคุณ สนับสนนุ ชวยผลกั ดนั ใหหนังสอื เลม นี้สำเรจ็ ลลุ วง ไดปรากฏโฉมใน
บรรณพิภพอยางสงา งาม หากหนงั สอื เลมน้มี สี วนขาดตกบกพรอ ง ไมเหมาะสมดวยประการใด ผเู ขยี นกราบขอ
อภยั ไว ณ โอกาสนี้ และพรอมรอคำชแ้ี นะดวยความหวงั ดีจากผูอาน ดวยความเคารพและขอบพระคุณยิ่ง

ดวยความปรารถนาดี
ชยั วฒั น สแี กว

สารบญั 6
คำปรารภ
จากใจผเู ขยี น (๔)
อำเภอนบพติ ำ (๕)

ประวตั คิ วามเปน มา ๗
ชือ่ บา นนามเมือง ๗
ท่ีตัง้ ๗
แหลงทอ งเท่ียวทางวฒั นธรรม ๑๑
แหลงทอ งเที่ยวทางธรรมชาติ ๑๑
คำขวญั การทองเทีย่ วประจำอำเภอ ๑๒
การตั้งฐานทัพของสมเด็จพระเจา ตากสินมหาราช ๑๔
น้ำตกกรงุ นาง ๑๕
วดั เขานอย ๑๖
วัดอูท อง ๑๗
ยทุ ธการกรุงชิง ๑๘
นบพติ ำคำกรอง ๒๐
บรรณานกุ รม ๒๑

7

อำเภอนบพิตำ

ประวตั คิ วามเปน มา
เม่ือ ๔,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปท ผ่ี า นมา มรี องรอยการอยูอาศัยของมนุษย เชน ขวานหนิ ภาชนะดนิ เผา

หมอ สามขา เปนตน

ถ้ำเขาแอง หมู ๖ ตำบลกรุงชิง อำเภอนบพติ ำ จังหวดั นครศรีธรรมราช
แหลง พบหมอสามขา ซง่ึ เปนรองรอยการอยูอาศยั ของมนุษย

เม่ือ พ.ศ. ๑๒๐๐ ชาวอารยันตระกลู ศากยะจากอนิ เดยี อพยพมาสราง “กรุงชิง” (พวกเดียวกันกับทมี่ า
สรา ง “กรุงหยัน” ในเขตอำเภอทุงใหญ จงั หวดั นครศรีธรรมราช

ชาว “อารยัน” หมายถงึ พวกท่สี บื เชื้อสายมาจากอนิ โดยูโรเปย น (แขกขาว) ซ่งึ ฝร่งั ชาวตะวันตกเรียกวา
“เปอรเ ซีย” (อหิ รา น) ตอ มาเดนิ ทางเขา มาสอู นิ เดีย

ตระกูล “ศากยะ” เปน ตนตระกูลของนางพมิ พายโสธรา มเหสเี จาชายสทิ ธตั ถะ กอนตรัสรูเปนพระ
สัมมาสัมพุทธเจา

พ.ศ. ๒๕๓๘ ต้งั เปน กิง่ อำเภอนบพิตำ (เดิมเปน ตำบลหนงึ่ ในพ้ืนท่ีอำเภอทา ศาลา และไดนำ ตำบล
นบพิตำ ตำบลกะหรอ ตำบลกรุงชงิ และตำบลนาเหรง มาเปน กิง่ อำเภอนบพติ ำ )

พ.ศ. ๒๕๕๐ ยกฐานะเปน อำเภอนบพิตำ
อำเภอนบพิตำ มีพืน้ ที่ ๗๒๐.๑๕๖ ตารางกิโลเมตร
ช่อื บานนามเมือง
นบพิตตำ คำวา “นบพิตำ” มีที่มา ดังนี้
“นบ” เปนภาษาถิน่ ใต หมายถงึ “ทำนบ” คอื ทก่ี ั้นน้ำ คำวา “ทำนบ” มาจากภาษาทมิฬ
“พติ ำ” มาจากคำวา “ตริ ำ” ในภาษาทมิฬ แปลวา “ฝง น้ำ”
“ทำนบตริ ำ” เปนคำในภาษาทมฬิ คนไทยภาคใตต ดั เสยี งและเพ้ยี นเสยี ง โดยออกเสยี งเปน “นบพติ ำ”

8

คำวา “นบพติ ำ” แปลวา ดินแดนท่มี ที ำนบกัน้ น้ำ
ปจ จบุ นั อำเภอนบพติ ำ มี ๔ ตำบล ไดแ ก นบพิตำ กรุงชิง กะหรอ และนาเหรง
กะหรอ คำวา ”กะหรอ” มีที่มาจากการสัญจรไปมา ในสมยั กอ นการเดนิ ทางไปมาไมสะดวกและมักจะใช
เดินเทา เม่ือผูคนท่ีอาศัยในบรเิ วณตำบลกรุงชิงตองการจะมาซ้อื ขาวของตา ง ๆ ตองเดินทางเขาไปในตัวอำเภอทา
ศาลา การเดินทางไปกจ็ ะนดั แนะกันเปน กลมุ และจะมจี ดุ นัดรอพบกันทห่ี มูบานแหง หนึง่ เรียกจดุ นั้นวา “ควนรอ”
หรือ “กะรอ” (หมายถึง ใหรอกนั กอน) เพ่ือรอคนท่ยี ังเดินทางมาไมถ ึง เพ่ือจะไดเดินทางเขาตวั อำเภอพรอมกัน
และจุดบริเวณนั้นจะตอ งขา มแมน ้ำช่อื วา “คลองกลาย” ซ่ึงอันตรายดวย จะไดขา มไปพรอม ๆ กัน หากเกดิ
อนั ตรายจะไดช วยเหลือกนั “กะรอ” อยจู นมาครบทุกคนตามทนี่ ดั หมาย ตอมาคำวา “ควนรอ” และ “กะรอ” ก็
เพ้ียนเสยี งเปนเปน “กะหรอ” ในปจจบุ ัน
ในพงศาวดารเมอื งนครศรีธรรมราช ซ่งึ เปนเอกสารโบราณ ประเภทหนังสอื บุด หรือหนงั สือสมดุ ไทย ได
กลา วถึงการจดั เก็บรายไดจากหัวเมอื งตาง ๆ และไดกลา วถึง “กะหรอ” ในหนา ปลาย ๒๔ บรรทดั ที่ ๓

พงศาวดารเมืองนครศรีธรรมราช เลขที่ ๓๖/จ ฉบบั สำนกั หอสมุดแหง ชาติ กรมศิลปากร หนาปลาย ๒๔
กรุงชิง เปนตำบลหนึ่งในอำเภอนบพติ ำ จงั หวัดนครศรีธรรมราช ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศเปนพื้นที่มภี เู ขา

ลอมรอบ ภเู ขาทางทิศตะวันออกเฉียงใตช่ือเขาสอยดาว หรือเขาฝาชี ยอดแหลมเปนรปู ฝาชีและสงู สดุ ในหมูเ ขา
กรงุ ชิง

ทางทศิ เหนือของภเู ขาสอยดาวเปน สันเขาไปจนถงึ คลองกรุงชิง ซง่ึ เปน ภเู ขากัน้ ทางทิศตะวันออก ชาวบา น
บางคนเรยี ก เขาโปะ ทางทศิ ตะวนั ตก และทศิ ใต ของภูเขาสอยดาวเปน สนั เขาไปตอกับเขายอดเหลือง เขาเปรียะ
เขาไมไผ และเขาโมรง ทง้ั หมดอยใู นกลุมของเทือกเขาหลวง

ภูเขาดงั กลา วเลีย้ วออมไปทศิ เหนือ ขน้ึ ไปทางตะวันตก แลว เลี้ยวลงทางตะวันออก พืน้ ที่คอยๆ ต่ำลงไป
จนถึงบานปากลง ตอจากนนั้ มีกลมุ ภเู ขาไฟ เขาเค่ียม เขายายรม และภเู ขาอน่ื ๆ ปดไวทางทศิ เหนือ

9

คำวา “กรุง” ชวนใหค ดิ วา จะเคยเปน บา นเมืองมากอ น แตอดตี มีพระมหากษตั ริยปกครอง เชน กรงุ สโุ ขทัย
กรุงศรีอยุธยา กรงุ ธนบรุ ี สวนคำวา “ชงิ ” น้ัน เปน ไดท ั้งคำนามและคำกริยา ถาเปน นามกต็ รงกับชื่อพชื ชนดิ หนง่ึ
คือ กะชิง (บนยอดเขาสอยดาว มีตน กะชิงษี หรือทงั 2 ตน งอกข้ึนเคียงกันมองเห็นไดชดั )

กะชิง เปน ช่ือพชื ลักษณะตน ใบ คลายกะพอ ใบกะชงิ นำมาเย็บดว ยไมกลัดใหติดกันเปน แผน ใชต า งรมได
ดแี ละทน กานของใบเปน ทถ่ี ือแทนคันรม เม่ือไมใชก ร็ วบ หรือหบุ ไดเหมือนรม

ในพงศาวดารเมืองนครศรีธรรมราช ซงึ่ เปนเอกสารโบราณ ประเภทหนงั สือบดุ หรอื หนังสอื สมุดไทย ได
กลาวถึงบคุ คลทีไ่ ดร บั มอบหมายใหม าสรางบานเมอื งท่ี “กรุงชิง” ดังขอความตอไปนี้

“...ใหนายใส นายแกว ตัง้ บา นเรอื นอยูกรงุ ชิง...” (หนา ตน ๔๓ บรรทดั ท่ี ๗)

พงศาวดารเมอื งนครศรีธรรมราช เลขที่ ๓๖/จ ฉบบั สำนกั หอสมดุ แหง ชาติ กรมศิลปากร หนาตน ๔๓
พนื้ ทก่ี รุงชงิ มีสภาพธรรมชาติสวยงามพรอม อุดมสมบูรณไปดว ยไมเนอ้ื แข็งซึ่งมีราคา ไมผลท่ีเปน อาหาร

และไมเบญจพรรณ ทง้ั ไมก อ ไมเถา บุก บอน เผือก มนั กับผักนานาชนิด ดินดี น้ำดี อากาศดี พืชพนั ธงุ อกงาม สูง
ใหญรม รื่นตลอดป ซึ่งหาทใ่ี ดเสมอเหมือนไดย าก พืชพรรณตา ง ๆ ประกอบดวย

ไมเนือ้ แขง็ มีความสำคัญทางเศรษฐกจิ มรี าคาสงู เชน ตะเคียนทอง ตะเคยี นหิน ตะเคียนหมอ จำปา
ทอง จำปาเงนิ หลมุ พอ อินทนิน นากบุก ขุดไมเ หรยี ญทอง ทองสุข สงั เกรยี ด เสียดชอ ไมห อม มันหมู เทพทาโร
ทงั สมลุ แวง ท้งิ หาด รงคทอง แหว ไมงาชา ง ไมย าง ฯลฯ

ไมมผี ล .ใชผ ลเปนอาหาร เชน มีทุเรยี น มงั คุด ลางสาด ลางสาดเขา มะไฟ มะไฟกา มะไฟดนิ มะเดื่อ
มะมว ง มะปริง เมงไพร ตะเคียน กลว ยปา กลวยมสู ัง กอ สะตอ สละ ระกำ เหรยี ง นาง เนียง พุงทะลาย ชะอม
และประ เปนตน

10

พืชพันธุประเภทผัก .ใชเปน อาหาร เชน บกุ บอน เผอื ก มัน ผกั กดู ชะอม คุย เทพรส ฯลฯ
หวาย มีมากกวา ปา ใดๆ ในนครศรีธรรมราช เสน ลำใหญย าวสมบรู ณ เชน ระกำ หวายตา ง ๆ เชน
หวายเทิ้ง หวายกำพวน หวายน้ำ หวายเสียน หวายแดง หวายเดา หวายหวย หวายไมเ ทา หวายแซม า หวายโสม
และหวายเลก็ เปน ตน
ไผ เชน ไผต ากวาง ไผต ง ไผบาง ไมซ าง ไผส สี ุก ไผผ าก ไผคลาน และ ไผเฉยี งรนุ
นอกจากน้ยี ังมี กะพอ เตย กะชงิ ษี กะชิง หรือ ทงั เปน ตน
สัตวตางๆ มีทงั้ สัตวบ ก และสัตวน ำ้ ชุกชมุ
สัตวบ ก เชน ชา ง แรด ลงิ คาง หมู กวาง เกง เมน กระจง เสอื หมี มีหมีคน หมีควาย หมีสุนัข หมไี ม
หมูปา หมูดนิ สมเสร็จ เลยี งผา ชะมด ลิงเสน ลิงกงั ลิงนากบดุ ลิงหางยาว คา งดำ คา งหงอก ชะนี และนกตา งๆ
สตั วแ ละปลานำ้ จดื เชน เตา ตะพาบน้ำ กบ ปลาแงะ หรอื ปลาหวด ปลากระสง ปลาอิสูบ ปลากา ง ปลา
เมยี งหรือปลาปก ปลาหูน (คลา ยปลาเน้ือออน) ปลามัด ปลาข้ีขม ปลาอีกอง ปลาลองไมต ับ ปลาทกู ังเขา ปลาเลีย
หนิ ฯลฯ

ทะเลหมอกทิวทศั นส วยงามมองจาก “หนำไพวลั ย” ตำบลกรุงชิง

11

ที่ตง้ั

แผนทแี่ สดงทตี่ ั้งอำเภอนบพิตำ
๑.นบพิตำ ๒.กรงุ ชิง ๓.กะหรอ ๔.นาเหรง
แหลงทองเที่ยวทางวัฒนธรรม เชน กรงุ นาง คา ยลกู เสือจังหวดั ปากลง เปนตน

น้ำตกกรุงนาง

12

แหลงทองเที่ยวทางธรรมชาติ เชน น้ำตกกรุงชิง น้ำตกกรงุ นาง สวนประ คลองกลาย บอ นำ้ รอ นกรงุ ชิง
หนำไพรวัลย เปน ตน

นำ้ ตกกรงุ ชงิ

สวนประ ลูกประ

คลองกลาย

13

คำขวัญทองเที่ยวประจำอำเภอ

“นำ้ ตกกรงุ ชิง ตน ประสวยยง่ิ

เดน จริงคลองกลาย แรธาตุปา ไม

คา ยลกู เสือจังหวัด เมอื งประวตั ิโบราณ”

14

การต้งั ฐานทพั ของสมเด็จพระเจา ตากสินมหาราช
แผนที่ยทุ ธศาสตรกำหนดพืน้ ทยี่ ามออกศึกพมาบรเิ วณพ้นื ที่นครศรธี รรมราชและสุราษฎรธ านี ขององค
สมเด็จพระเจาตากสนิ มหาราชครอบคลุมแนวภเู ขาทีม่ ีหลายลกู ซอนๆกนั มีชองเขาที่สุม เสี่ยงตอ การเล็ดลอดของ
ศัตรู มถี ำ้ ลำคลอง ลำหว ย ท่ีซบั ซอ น การหายุทธภูมิตัง้ คา ยจำลองรบใหกับทหารเพ่ือซอมรบและพกั รบ คายแม
ทพั ท่ีคลอ งตอการออกตวั แตซบั ซอนเกินกวาท่ีขา ศึกจะคน พบ (กรงุ ตาก / คายราชา / ถ้ำราชา) คายช่ังหยง่ั เชงิ
(กรงุ ชั่ง) คา ยเจรจาตอรองท่ดี ึงตัวแทนผตู อ รอง เขามาในเขต (กรงุ ตอ) การวางจุดลอมขาศกึ ตามแนวเขาที่ซอนๆ
มุม เพ่ือหลอกใหล งมางายๆกอนตโี อบลอมอีกครัง้ (ทัพน้ำเตา /ปากลง) การวางตำแหนงไลขา ศึกท่ีเขา เขตตอรอง
หากเปลีย่ นทา ที จะไมใหก ลบั ออกไปได (ปากไฮ)
นอกจากน้ียงั มีการสำรวจเสน ทางเหล็ก (เขาเหล็ก) การทำศาสตราวุธ (โรงเหล็ก) คา ยสนมเอกปราง (กรุง
ปราง หรือกรงุ นาง) และบริเวณทเ่ี ก็บเสบียงอาหารและคลงั อาวุธ (เขานอย) สถานที่ปฏิบัตธิ รรมโดยชักชวนผู
ศรัทธาในธรรมปฏบิ ัตริ ว มกัน (ถ้ำตา งๆ) ฯลฯ
พ้นื ทรี่ บในยามน้ัน คือ อำเภอนบพิตำ อำเภอพรหมคีรี และบางสว นของอำเภอทาศาลา ตลอดไปถึงบาน
ควนราชา ตำบลชางซาย ตำบลชา งขวา อำเภอกาญจนดิษฐ จังหวัดสุราษฎรธ านี

อนุสาวรีย สมเด็จพระเจา ตากสนิ มหาราช ท่ีวดั เขาเหล็ก หมู ๒ ตำบลนบพติ ำ อำเภอนบพิตำ

15

น้ำตกกรงุ นาง

น้ำตกกรงุ นาง
นำ้ ตกกรงุ นาง ต้งั อยูท่ีบา นสวนปราง หมู ๖ บา นปากลง ตำบลกรงุ ชงิ อำเภอนบพิตำ จังหวัด
นครศรธี รรมราช บริเวณหนว ยพิทกั ษอุทยานแหงชาตเิ ขานันท่ี ๑ (คลองกลาย) เปนนำ้ ตก ๓ ชั้น ขนาดกลาง
แตล ะชน้ั สูงประมาณ ๓๐ เมตร
นาง หมายถึง แมปราง ซึง่ เปนสนมเอกในสมเดจ็ พระเจา ตากสนิ มหาราช มาใชชีวิตอยูในชวงตง้ั ฐานทัพ
และรบพมาบรเิ วณกรุงตาก กรุงนาง กรุงชง่ั กรุงตอ กรงุ ชงิ สวนของสนมเอกปราง คอื พน้ื ท่ีรายรอบถ้ำกรุงนาง
(ปราง) หมูท ่ี 5 หมูที่ 6 และหมูที่ 7 ตตำบลกรงุ ชิง อำเภอนบพติ ำ จงั หวัดนครศรธี รรมราช

ถ้ำกรุงนาง(ปราง)

16

วดั เขานอย

วดั เขานอย ต้งั อยหู มูท่ี 5 ตำบลกะหรอ อำเภอนบพติ ำ จงั หวดั นครศรีธรรมราช
ทางขนึ้ อโุ บสถมหาอุด วัดเขานอ ย อโุ บสถมหาอุด วดั เขานอย ตงั้ อยูบนเนินเขา ในบริเวณวัดเขานอย

17

วดั อูทอง
ตง้ั อยูบานอทู อง หมทู ่ี ๖ ตำบลกะหรอ อำเภอนบพิตำ จังหวดั นครศรีธรรมราช

หลวงปทู วด
ในรัชกาลสมเดจ็ พระรามาธิบดที ่ี 1 หรือ พระเจาอทู อง รชั กาลท่ี ๑ แหง กรงุ ศรีอยธุ ยา พระองคศรทั ธา
ในพระพุทธศาสนาอยา งมาก และในยุคนั้นหัวเมืองภาคใต คือนครศรธี รรมราชมีความเจริญ และเปน ศนู ยกลางของ
พระพุทธศาสนา มีสถาปต ยกรรมทสี่ ำคญั คือ พระมหาธาตุเจดียน ครศรีธรรมราช พระองคจึงเสดจ็ พระราชดำเนนิ
มา ระหวางทางผานสถานท่แี หง หน่งึ ซึง่ อดุ มสมบูรณ จงึ ตัดสินใจพกั คางคืน ๑ คนื สถานทีด่ งั กลาวมีชือ่ วา
“ทอ งวัง” ระหวางบรรทมหลับ พระเจาอทู องทรงฝน เห็นสระน้ำ ๑ สระ ภายในมสี ระมีขันน้ำทองคำลอยอยู
ภายในขนั มพี ระพทุ ธรปู ๑ องค ทำดวยเพชร สอ งแสงเปน ประกาย รงุ เชา พระองคพบเหน็ เหมือนในฝน ทุกอยาง จงึ
ทรงใหส รางศาลาไว 1 หลงั ขางสระน้ำ เพื่อตงั้ พระพุทธรปู ขนั นำ้ ทองคำ พระองคใหชือ่ วา “ศาลาอูทอง” ตามพระ
นามของพระองค ตอมามีพระธุดงคมาอาศัย และตงั้ เปนชอื่ วา “วัดอทู อง”

18

ยทุ ธการกรงุ ชิง
ที่มาของการจัดทหารนาวิกโยธนิ ปราบปรามการผูกอการรา ย

คอมมิวนิสต (ผกค.) ในเขตจังหวัดภาคใต สบื เนื่องจากคายกรงุ ชงิ ซ่งึ เปน
คา ยผกู อ การรายคอมมิวนิสต (ผกค.) อยูในเขตพนื้ ทจ่ี งั หวดั
นครศรีธรรมราชซง่ึ เปนพืน้ ท่รี ับผดิ ชอบ ของกองทัพภาคที่ 4 ของ
กองทัพบก และกองทัพภาคท่ี 4 ไดสง กำลงั เขาปราบปราม ผกค. ณ ท่ีแหง
นี้ (คายกรงุ ชงิ ) หลายครั้ง แต ผกค. ในพ้ืนท่สี วนนกี้ ย็ งั คงมีการเคลือ่ นไหว
ไมจ บส้นิ ตอมากองทัพภาคที่ 4 ไดข อกำลงั ทหารนาวิกโยธิน จำนวน 1
กองพนั ทหารราบ เพ่มิ เติมเพ่ือมากำลงั สนบั สนนุ ในการปราบปราม ผกค.
กลุมนี้ และไดเ ขา ปฏบิ ตั ิการในพนื้ ทจี่ ังหวดั นครศรธี รรมราช ใน พ.ศ.
2520 โดยประกอบกำลงั เปนหนวยเฉพาะกจิ นาวิกโยธนิ ที่ 201 (ฉก.นย.
201) โดยจัดกำลังจาก พนั .ร.8 ผส.นย. สมทบดวย ตชด. 1 หมวด จำนวน 25 นาย และ ทบ. 1 หมวด ซึ่งมี
น.ท.ศุภนิตย จูฑะพุทธิ ผบ.พนั .ร.8 ผส.นย. เปน ผบ.ฉก. ขนึ้ ควบคุมทางยทุ ธการกบั ทภ.4 ตงั้ แตว ันท่ี 23
กมุ ภาพนั ธ 2520 ถึงวนั ที่ 20 ตุลาคม 2520 โดยมีการปฏิบัตทิ ่สี ำคัญไดแก การนำกำลังเขา ปราบปราม ผกค. ที่
คายกรงุ ชงิ ตำบลนพพติ ำ (ในขณะน้นั ยังเปนตำบล) อำเภอทา ศาลา จงั หวัดนครศรธี รรมราช ไดยดึ และทำลายคา ย
กรงุ ชงิ สำเรจ็ เมื่อวนั ที่ 15 เมษายน 2520

ตอ มาป 2520 กองทัพบกพิจารณาเห็นวา "ทหารนาวิกโยธิน" มคี วามรูความสามารถในการปฏิบัติการ
ดา นการรบบนบกไดด ีเชน เดียวกับทหารบก จึงไดร อ งขอไปยงั กองทัพเรือใหพิจารณาจดั ทหารนาวกิ โยธิน ไปชว ย
ปฏิบตั ิราชการในการปราบปรามผกู อ การรา ยคอมมวิ นิสต ในพืน้ ท่ีรบั ผิดชอบของกองทัพภาคที่ 4 ดงั น้ัน
กองทพั เรือจงึ ไดมอบหมายใหกองพันทหารราบที่ 8 กรมผสมนาวิกโยธนิ ออกไปปฏบิ ตั ริ าชการ ปราบปราม
ผูก อ การรายคอมมิวนสิ ต ตามแผนยุทธการที่ 1 ของศูนยปฏิบัตกิ าร กองทพั บก ในทองท่ี อำเภอทา ศาลา จงั หวัด
นครศรธี รรมราช ตง้ั แต 23 กุมภาพนั ธ 2520 ถงึ 16 ตุลาคม 2520 ในนาม "หนวยเฉพาะกจิ นาวกิ โยธนิ ท่ี
201" หรือ "หนว ยเฉพาะกจิ ทกั ษิณ" "กรงุ ชงิ " เปนชอ่ื เรียกขานของชาวบา นมาชา นาน อยใู นเขตบานนบพติ ำ ต.
โรงเหล็ก อำเภอทาศาลา จงั หวัดนครศรธี รรมราช ลักษณะพน้ื ท่ีภูมปิ ระเทศเปนกนกระทะปา รกทึบมเี ขาหลวง, เขา
ปรายกะทูน, เขาเคี่ยม, เขากลม และเขาหลวงลอมรอบ มีคลองกรุงชงิ ไหลผานออกสูคลองกลาย และออกสูทะเล
จากสถานการณป  พ.ศ.๒๕๑๔ - ๒๕๑๙ ผกค. ..

โดยตอมาในเขต อ.ฉวาง ก่ิง อ.พิปูน และ อ.ทาศาลา จ.นครศรธี รรมราช ไดพ ากนั เร่ิมออกเคลือ่ นไหว
ปลุกระดมมวลชน โฆษณาชวนเช่อื ตลอดจนรวบรวมสมคั รพรรคพวกไวเ ปน จำนวนมาก ทำให ผูกอการราย
คอมมวิ นสิ ตม อี ิทธพิ ลสูงขึ้น สามารถรวบรวมอาวธุ ซึง่ ไดจ ากการโจมตเี จาหนาทร่ี วมทั้งยึดเคร่ืองมอื สื่อสารไดเปน
จำนวนมาก ทำใหผูก อการรา ยคอมมิวนิสตรวมตัวจดั ตั้ง เปน "กองทัพ ปลดแอกประชาชน แหง ประเทศไทย" ใน
เขตนครศรธี รรมราชเพม่ิ ความรุนแรงในการปฏบิ ตั กิ ารตอตานโจมตเี จา หนา ที่ของรฐั บาลมากขึ้น และยงั สามารถ
ขยายเขตงานออกเปน 4 เขต ดังน้ี

๑. เขตงาน 31 ตั้งอยบู ริเวณ อา วกรุงชิง ตำบลนบพติ ำ (ในขณะนน้ั ) อำเภอทาศาลา จังหวดั
นครศรีธรรมราช มีนายจติ ร จงจิตร เปน หัวหนา

19

๒. เขตงาน 32 ตัง้ อยบู รเิ วณเหนอื คลองใหญ ก่ิง อำเภอพิปูน (ในขณะนนั้ ) จงั หวัดนครศรีธรรมราช
๓. เขตงาน 33 ตั้งอยบู ริเวณ ตำบลเขาแกว อำเภอลานสกา จังหวดั นครศรีธรรมราช
๔. เขตงาน 34 ตง้ั อยบู รเิ วณ อา วศรเี มือง ตำบลสามตำบล (ในขณะนน้ั ) อำเภอรอนพบิ ลู ย จังหวัด
นครศรีธรรมราช
ฉก.นย.201 ไดเคลื่อนยายดวยขบวนรถยนต เขา พื้นทปี่ ฏบิ ัตกิ าร ณ อำเภอทาศาลา จงั หวดั
นครศรีธรรมราช ซึ่งมี รอ ย.ปล.ท่ี 1 เขา ปฏบิ ตั กิ าร บรเิ วณ บา นวังเลา อำเภอทาศาลา จังหวดั นครศรธี รรมราช
รอย.ปล.ท่ี 2 และ รอ ย.ป. เขาต้งั ฐานบรเิ วณบา นโรงเหล็ก อำเภอทาศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และ รอย.ปล.
ที่ 3 เขา ตง้ั ฐานปฏบิ ตั กิ ารบรเิ วณ บานวังเลา อำเภอทา ศาลา จงั หวดั นครศรีธรรมราช แลวกห็ นว ย ทก.ฉก.นย.
201 มว.ส., มว.ช., มว.ลว. และ มว.พ. เขา ต้ังฐานปฏบิ ัติการบรเิ วณ บานในถงุ อำเภอทาศาลา จังหวัด
นครศรธี รรมราช ภารกิจในขั้นตน ของ ฉก.นย.201 นัน้ ไดทำการดา นการขาว โดยออกไปพบปะประชาชนรอบๆ
ฐานปฏบิ ตั ิการ พรอมกบั ทำการลาดตระเวนในพนื้ ท่ี ยทุ ธการครง้ั น้ีถือเปนยทุ ธการครงั้ สำคัญของ "ทหารนาวิก
โยธิน" ทไี่ ดกำหนดต้งั แตว นั ที่ 22 มีนาคม 2520 โดยกองรอยท่ี 1, 2 และ 3 ไดเคลอ่ื นกำลงั เขาสเู ปาหมาย
ผลการปะทะ และความสูญเสยี
๑. ทหาร เสยี ชีวิต 8 นาย บาดเจบ็ สาหสั 39 นาย บาดเจบ็ เลก็ นอ ย 27 นาย
๒. ผกค. เสยี ชวี ติ 5 คน มอบตัว 52 คน แนวรว มถกู จับกมุ 124 คน
๓. ปะทะกบั ผกค. 32 ครัง้ ถกู กบั ระเบิดของ ผกค. 25 ครัง้ ถกู ผกค.ซุมโจมตี 25 คร้งั ถูก ผกค.ยิง
รบกวนฐานปฏบิ ัตกิ าร 25 ครั้ง ยดึ คายพักของ ผกค.ได 81 หลัง ยดึ ยงุ ฉางเกบ็ ขาวเปลอื กได 4 หลัง ยึดโรงยาสูบ
ของ ผกค.ได 2 หลงั ยดึ โรงเลื่อยของ ผกค.ได 2 หลัง ยึดไรผ กั ขนาดใหญได 2 แหง

ทหารในยุทธการกรงุ ชงิ

20

นบพิตำ

หาพนั ปถ ่ินน้มี ีคนอยู เรารบั รูจ ากของใชท ่ีหลงเหลอื
ขวานหนิ หมอ สามขามาจนุ เจือ ใหเปน เช้ือสืบคน คนโบราณ
“นบตริ ำ” คำทมิฬเขาเรยี กขาน
นบพติ ำแดนดินถิ่นนบน้ำ เปน พยานถนิ่ ผูคนพึงตนเอง
อดตี เคยไกลเมืองและกันดาร ตำนานเลา กลา วช่ือไวต รงเผง
ผคู รอบครองจึงเรง พัฒนา
กรุงชิงกะหรอหัวเมืองเกา ป ๒๕๓๘ครั้งนานนักหนา
ถอื เปนเมืองสำคญั นาหวั่นเกรง เปน อำเภอเต็มอตั ราแบบสมบูรณ
เสริมสรางคาความเจริญไมใหสญู
กิ่งอำเภอนบพิตำไดกอตั้ง ทง้ั กรงุ ชงิ เพมิ่ พูนนบพติ ำ
ป ๒๕๕๐ เปน ตนมา ไดพ บกับศึกพมาบาระหำ่
หนา ทพั นำตา นพมาบุกรุกเขา เมือง
แยกออกจากอำเภอทาศาลา วัดเขานอ ยเปนจุดทีล่ ือเล่ือง
นาเหรงกะหรอเลิศเจิดจำรญู รบตอเน่อื งถึงยุทธการกรงุ ชิง
เลนเยาหยอกเคล่ือนไหวไมห ยุดน่ิง
บานปากลงคร้ังสงครามเกาทัพ ทุกสรรพสิ่งลือนามงามจบั ใจ
ชุมโลงหวั ตะพานมีวีรกรรม

บานโรงเลก็ ท่ที ำศาสตราวธุ
คลังอาวธุ ไวต อ สูอยเู นืองเนอื ง

ธรรมชาตทิ ิวไมแ ละสายหมอก
บอน้ำรอ นน้ำตกกรงุ นางกรุงชิง

21

บรรณานุกรม

กรมศลิ ปากร. ตำนานพระธาตนุ ครศรีธรรมราช. (พมิ พเปนอนสุ รณในงานฌาปนกจิ ศพ นางยพุ ิน ไตรภกั ดิ์
ณ เมรวุ ดั มกุฏกษตั รยิ าราม ๔ กนั ยายน ๒๕๐๓) พระนคร : โรงพมิ พจติ รวฒั นา, ๒๕๐๓.

ฉัตรชยั ศกุ รกาญนและชยั วัฒน สีแกว (บรรณาธิการ). พราหมณเ มอื งนครศรีธรรมราช. นครศรธี รรมราช :
สำนกั งานวฒั นธรรมจังหวัดนครศรีธรรมราช และสภาวฒั นธรรมจังหวดั นครศรธี รรมราช, ๒๕๖๒.

ชัยวัฒน สีแกว . ภมู ปิ ญญาคนนครดา นเอกสารโบราณ. นครศรธี รรมราช : หอสมุดแหง ชาตินครศรธี รรมราช :
๒๕๕๗.

ตำนานพระธาตนุ ครศรีธรรมราช (ฉบบั อดั สำเนา). หอสมุดแหงชาตินครศรธี รรมราช. หนงั สอื สมดุ ไทยดำ
อักษรไทยโบราณ ภาษาไทย. เสน ดนิ สอขาว. เลขที่ ๗๔ หมวด ประวตั ศิ าสตร.

ตำนานพระธาตุนครศรธี รรมราช. (ฉบับอัดสำเนา). หอสมุดแหงชาตินครศรธี รรมราช. หนังสอื สมุดไทยดำ
อกั ษรไทยโบราณ ภาษาไทย. เสน ดนิ สอขาว. เลขท่ี ๗๕ หมวด ประวัติศาสตร.

ตำนานเมอื งนครศรธี รรมราช (ฉบับอดั สำเนา). หอสมุดแหงชาตินครศรีธรรมราช. หนังสือสมดุ ไทยดำ
อกั ษรไทยโบราณ - ขอม ภาษาไทย-บาลี. เสนดนิ สอขาว. เลขท่ี ๗๖ หมวด ประวัตศิ าสตร.

ปรีชา นุนสขุ . พระบรมธาตุเจดยี น ครศรธี รรมราช. กรุงเทพฯ: กรุงสยามการพมิ พ, ๒๕๓๐.
__________. “ประวตั ศิ าสตรนครศรธี รรมราช : พัฒนาการของรฐั บนคาบสมุทรไทยในพุทธ ศตวรรษที่

๑๑–๑๙.” วิทยานิพนธอ กั ษรศาสตรดุษฎีบณั ฑิต. บัณฑิตวทิ ยาลยั : จฬุ าลงกรณม หาวทิ ยาลยั , ๒๕๔๔.
พงศาวดารเมอื งนครศรธี รรมราช (ฉบับหอสมุดฯซือ้ จากนายวิลเลีย่ ม เจ.เกตนี่). (ฉบบั อัดสำเนา).

สำนักหอสมุดแหงชาติ กรมศลิ ปากร. หนังสือสมุดไทยขาว. อกั ษรไทยโบราณ,ภาษาไทย เสนหมกึ ดำ.เลขท่ี
๑ หมวดพงศาวดาร.
พงศาวดารเมอื งนครศรีธรรมราช.(ฉบับอัดสำเนา). สำนกั หอสมุดแหงชาติ กรมศิลปากร.หนงั สอื สมดุ ไทยขาว.
อักษรไทยโบราณ, ภาษาไทย. เสนหมกึ ดำ.เลขที่ ๓๖/จ หมวดพงศาวดาร.
พงศาวดารเมอื งนครศรีธรรมราช.(ฉบบั อัดสำเนา). สำนักหอสมุดแหงชาติ กรมศลิ ปากร.หนงั สือสมดุ ไทยขาว.
อกั ษรไทยโบราณ,ภาษาไทย. เสนหมึกดำ.เลขท่ี ๓๖/ฆ หมวดพงศาวดาร.
ราชบัณฑติ ยสถาน.พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๔ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเดจ็ พระ
เจาอยูหัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔.
กรุงเทพฯ: ราชบณั ฑติ ยสถาน,๒๕๕๖.
https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/323 // เขา ถงึ เมื่อ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓
https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/507 // เขาถึงเม่ือ ๑๒ กุมภาพันธ ๒๕๖๓
https://www.nakhononline.com/1812/ // เขา ถงึ เมือ่ ๒๗ กุมภาพันธ ๒๕๖๓
http://www.tungsong.com/NakhonSri/tamnan_nakhon/5.pdf // เขา ถงึ เม่ือ ๗ มีนาคม ๒๕๖๓

22

https://www.paiduaykan.com/76_province/south/nakhonsithammarat/kampang.html // เขา ถึง
เมื่อ ๑๘ มนี าคม ๒๕๖๓

https://www.gotoknow.org/posts/463016 // เขา ถึงเมือ่ ๓๐ มนี าคม ๒๕๖๓
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong/2010/09/28/entry-3 // เขาถงึ เม่ือ ๔ พฤษภาคม

๒๕๖๓
https://www.ayutthaya-history.com/Settlements_Dutch.html // เขา ถงึ เมื่อ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓
https://www.thaipost.net/main/detail/1100 // เขา ถึงเม่ือ ๑ มถิ นุ ายน ๒๕๖๓
http://www.thaitribune.org/contents/detail/303?content_id=35998 // เขาถงึ เมื่อ ๑ กรกฎาคม

๒๕๖๓
http://www.xn- // เขา ถงึ เมือ่ ๘ กรกฏาคม ๒๕๖๓
https://th.wikipedia.org/wiki // เขา ถงึ เม่ือ ๒๖ สงิ หาคม ๒๕๖๓

23

พอทานแดง วัดโทตรี

“น้ำตกกรุงชงิ ตน ประสวยยิ่ง เดน จรงิ คลองกลาย
แรธาตุปาไม คา ยลกู เสือจงั หวดั เมืองประวัติโบราณ”


Click to View FlipBook Version