The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือชุด"เสน่ห์นครศรีฯ มีของดีทุกอำเภอ" อำเภอลานสกา

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chai991100, 2022-11-07 00:23:20

ลานสกา

หนังสือชุด"เสน่ห์นครศรีฯ มีของดีทุกอำเภอ" อำเภอลานสกา

Keywords: ลานสกา นครศรีธรรม,ราช

1

2

อำเภอลานสกา

ชยั วัฒน สีแกว
เรยี บเรยี ง

3

อำเภอลานสกา
ชัยวัฒน สแี กว

ขอ มูลทางบรรณานุกรม
Cataloging in Publication Data

ชัยวฒั น สแี กว
อำเภอลานสกา
พมิ พครง้ั แรก - - นครศรีธรรมราช : ประยูรการพมิ พ, ๒๕๖๕.
๓๒ หนา : ภาพประกอบ
๑. ประวตั คิ วามเปนมา ชอื่ บานนามเมือง ท่ีตั้ง ๒.แหลง ทองเท่ยี วทางวัฒนธรรม ทางธรรมชาติ
I.ชอื่ เร่อื ง

ISBN ๙๗๘ - ๖๑๖ - ๕๘๘ - ๕๔๕ - ๔
พิมพครงั้ ท่ี ๑ พ.ศ. ๒๕๖๕

สงวนลขิ สทิ ธ์ติ ามพระราชบญั ญัตลิ ขิ สทิ ธ์ิ พ.ศ. ๒๕๓๗
จดั พิมพและจำหนายโดย

นายชยั วฒั น สีแกว
๕๖/๗ ถนนหลังพิพธิ ภัณฑ
ตำบลในเมือง อำเภอเมืองนครศรธี รรมราช
จังหวดั นครศรีธรรมราช ๘๐๐๐๐
โทรศัพท ๐๙๑ ๘๓๖ ๐๙๔๔

4

คำปรารภ

อำเภอลานสกาเปน หนังสือเลมหนง่ึ ที่อยูในหนงั สอื ชดุ “เสนห นครศรีฯ มีของดีทุกอำเภอ” ท่ีอาจารย
ชยั วัฒน สีแกว ไดเรียบเรียงข้ึน ดว ยความวิริยะอุตสาหะและต้ังใจมอบใหช าวนครศรธี รรมราชและนกั ทองเทยี่ ว
จากตางเมืองไดรบั ทราบขอมูลเกี่ยวกบั จงั หวัดนครศรีธรรมราชทช่ี ัดเจน มเี อกสารหลักฐานตา ง ๆ รองรับ
นา เช่อื ถอื

หนงั สือชดุ “เสนห น ครศรฯี มีของดีทุกอำเภอ” เปนหนังสือทีป่ ระกอบดวยหนังสอื จำนวน ๒๓ เลม ท่ี
กลาวถึงนครศรธี รรมราช “ดินแดนแหงธรรมอนั ศกั ดส์ิ ิทธ์ิ และธรรมชาติอันลำ้ เลิศ” ทัง้ ๒๓ อำเภอ ซึง่ แตล ะ
อำเภอถือวา เปน “เสนหนครศรีฯ ซ่งึ มขี องดีทุกอำเภอ” ผเู รียบเรยี งปรารถนาใหผอู านไดรับขอมลู ความรูท่ี
สามารถนำไปใชประโยชนทัง้ ดานการศึกษา การทองเทีย่ ว ดา นการปฏิบัตหิ นา ท่ีการงาน และดา นอื่น ๆ ตาม
ประสบการณและความเชอื่ ของแตล ะคน

เนื้อหาสาระในหนังสือชดุ นป้ี ระกอบดวย ประวัติความเปนมา ชอ่ื บานนามเมือง แผนท่ีสถานท่ีตง้ั แหลง
ทองเท่ียวทางวฒั นธรรม แหลง ทอ งเที่ยวทางธรรมชาติ และไดเสรมิ เรื่องราวท่ีเปนมนตเสนห  สีสันของแตลอำเภอ
เอาไวอยา งเหมาะเจาะ สอดคลองกบั คำกลาวที่วา “นครลือเลื่อง เมืองศักดิ์สิทธิ์ เสนหน ครศรฯี มขี องดที ุกอำเภอ”

หวงั เปน อยางยิ่งวา “อำเภอลานสกา” เลมน้ี ผูอา นไดร ับรูเรอ่ื งราวล้ลี บั นบั รอยนับพนั ปท ่ีบรรพชนบนั ทกึ
ทงิ้ รองรอยไวใหใ นรูปของพงศาวดาร ตำนาน รวมทง้ั รอ งรอยที่เปน โบราณสถาน โบราณวัตถุ ทเี่ ขมขลังเกาแกและ
ศักดิส์ ทิ ธ์ิ มีศาสตรอันเหลอื เช่ือ ท้ังตำราโบราณ คาถาอาคม ท้ังหมดท้ังมวลซุกซอนอยูภายใตธรรมชาตอิ นั ลำ่ คา
เหลานนีล้ วนเปนท่มี าของ “เสนหน ครศรีฯ มีของดที ุกอำเภอ” เช่อื วาหนงั สอื เลมนส้ี ามารถอำนวยประโยชนแก
ผอู านท้งั ดา นการเสรมิ ความรอบรู มีคุณคาทางจิตใจ และยังมสี ว นชวยธำรงคณุ คา ดา นอารยธรรมทองถน่ิ
โดยเฉพาะจังหวัดนครศรธี รรมราชไดอีกทางหน่ึง

ลงชื่อ...............................................
()

ผสู นบั สนนุ การจดั พิมพ

5

จากใจผูเขยี น
อำเภอลานสกา เปนหนังสือชดุ “เสนห น ครศรีฯ มีของดีทุกอำเภอ” เนนสาระความรแู ละคุณคาชว ย
จรรโลงจิตใจ โดยเฉพาะผูท่ีเปนเจาของ “แผน ดนิ เกดิ ” จะรสู ึกรกั และหวงแหนบานเกิดเมอื งนอนมากข้ึน และจะ
เปนอีกชองทางหนึ่งในการชวยประชาสมั พันธจงั หวัดนครศรีธรรมราช
ความรทู ้ังหลายมีมากมาย แตส่งิ ที่ผเู ขียนพยามประมวลมาน้มี ีเพยี งนอยนิด รวบรวมไว แตปรารถนา
นำเสนอเพื่อเปน เชือ้ เพลิงความรู ใหอ นุชนคนรนุ หลงั ไดตอเติมใหแ ปน กองไฟความรูที่คุโชนสวา งไสวโชติชวงตอ ไป
เชื่อวายงั มีความรูอีกมากมายทยี่ ังรอใหผูใฝร ูไดค นหา หากผูอ า นทา นใด มีความรอบรูท่ีลึกซึ้ง ก็สามารถนำ้ มาตอ
เตมิ เสรมิ แตง สนับสนนุ กัน ก็นาจะไดเ ปนความรทู ีส่ มบรู ณและลกึ ซึ้งย่ิงข้นึ การสงเสรมิ สนับสนนุ ซงึ่ กันและกนั ถือ
วา เปน เรอ่ื งทค่ี วรสรรเสรญิ
หากหนังสือเลม น้ี มสี วนดีอยูบาง ขออทุ ิศความดี แทนพานดอกไม มอบแดคณุ พอ เฟอง คุณแมเ กล้อื ม
(จนุ ) สีแกว บดิ ามารดาผูใหกำเนดิ เปน เบือ้ งตน และครูอาจารยทเ่ี คยอบรมส่ังสอนในสถาบนั การศึกษาตงั้ แตอดีต
กระทั่งปจ จุบนั รวมถงึ ผสู รางสรรคต ำรา และรอ งรอ ยหลักฐานไวใ หศ ึกษาทง้ั แตอดีตถึงปจจุบนั ซง่ึ ทกุ ทา นเปน
เสมอื นครบู าอาจารย
บุคคลทเ่ี สียสละแรงกาย แรงใจ ทรัพยส นิ เงินทอง และยอมสละความกา วหนาในชวี ิต การศกึ ษา และ
อนาคตตัวเอง เพียงหวังใหผ เู ขียนไดม ีโอกาสศึกษาเลาเรยี น มีการศึกษา มีความรู มอี าชพี ม่นั คง สามารถใชค วามรู
เพอ่ื ประกอบอาชพี ที่ดงี ามอยางมคี วามสขุ ประสบความสำเรจ็ ในชวี ติ ตามอตั ภาพ บุคคลผเู สียสละดังกลาวยงั คง
เปนขวัญและกำลงั ใจทด่ี ีและสำคัญย่งิ เสมอมา จงึ ขอขอบคุณผูเสียสละประกอบดว ย พี่ ๆ นอ ง ๆ รวมท้ังภรรยา
และบตุ ร จะรำลึกถึงคุณงามความดขี องทกุ คนตลอดไป
ขอบขอบคณุ ผทู ม่ี ีน้ำใจอปุ การคุณ สนบั สนนุ ชวยผลกั ดนั ใหหนงั สือเลมนี้สำเรจ็ ลลุ วง ไดปรากฏโฉมใน
บรรณพิภพอยา งสงา งาม หากหนังสอื เลมนี้มสี วนขาดตกบกพรอ ง ไมเหมาะสมดวยประการใด ผเู ขยี นกราบขอ
อภยั ไว ณ โอกาสน้ี และพรอมรอคำชี้แนะดวยความหวังดีจากผอู า น ดว ยความเคารพและขอบพระคณุ ยิ่ง

ดวยความปรารถนาดี
ชัยวัฒน สแี กว

สารบญั 6

คำปรารภ (๔)
จากใจผูเขียน (๕)
อำเภอลานสกา ๗

ประวตั ิความเปน มา ๗
ชอ่ื บา นนามเมือง ๘
ท่ีตัง้ ๙
แหลงทองเท่ียวทางวฒั นธรรม ๙
แหลงทอ งเที่ยวทางธรรมชาติ ๑๐
คำขวญั การทอ งเท่ียวประจำอำเภอ ๑๑
ถำ้ นำ้ วงั ศรธี รรมโศกราช ๑๒
วงั โบราณ ๑๓
ถ้ำแกวสรุ กานต ๑๔
หมูบานคีรวี ง ๑๕
นำ้ ตกกะโรม ๑๖
วดั ลานสกาใน ๑๗
วดั พทั ธเสมา ๑๗
พระลากวัดพทั ธเสมา ๑๙
ประเพณลี ากพระทางนำ้ วดั พัทธเสมา ๒๐
ลานสกาคำกรอง ๒๑
บรรณานกุ รม

7

อำเภอลานสกา

ประวัตคิ วามเปนมา
เม่ือ ๔,๐๐๐ – ๕,๐๐๐ ปมาแลว พบรองรอยการอยูอาศัยท่บี านส่กี ๊ัก หุบเขาลานสกาใน ตำบลลานสกา

บา นเขาแกว หนา วัดชายเขา บา นครี ีวง ตำบลเขาแกว และที่บานคลองในแหนบ หวยครกเบือ ตำบลทาดี หลักฐาน
ท่ีพบ เชน ภาชนะดนิ เผา ขวานหนิ ขดั เปน ตน

๑,๕๐๐ ปก อน พุทธศกั ราช เกิด “เขาวัง” ซง่ึ บางคนเช่ือวา เปนเสาเอกประวตั ิศาสตรนครศรธี รรมราช
พ.ศ. ๖๙๒ เกดิ “มลราช” ทลี่ านสกา เปนยคุ หลงั “เขาวงั ”
พ.ศ. ๒๔๕๔ ต้งั เปนก่งิ อำเภอ โดยรวมตำบลลานสกา ตำบลขนุ ทะเล ตำบลทาดี และตำบลเขาแกว ใช
ชอื่ วา “กงิ่ อำเภอเขาแกว ” ตอมารวมตำบลลานสกากับตำบลเขาแกว แลวเปล่ียนชอ่ื เปน “กง่ิ อำเภอลานสกา”
พ.ศ. ๒๕๐๐ สถาปนาเปน อำเภอลานสกา
ปจ จบุ นั อำเภอลานสกา มี ๕ ตำบล ไดแก เขาแกว ลานสกา ทา ดี กำโลน และขนุ ทะเล มีพืน้ ท่ี ๓๒๔.๙
ตารางกโิ ลเมตร

ชอ่ื บานนามเมือง
ลานสกา คำวา “ลานสกา” มาจากคำวา “ลาน + กา” เปน “ลานกา” หมายถึงบริเวณท่ีมีกา (นกชนิด

หนึ่งขนสีดำ รอ ง กา ๆ) จำนวนมาก มารวมตวั กนั
สมัยหน่ึงทีพ่ ระเจา ศรีธรรมาโศกราช มาสรางเมืองทห่ี าดทรายแกว ชว งทเี่ กิดไขห า ผูคนสว นหนึ่งอพยพ

หนีไขหา มาตั้งเมืองช่ัวคราวอยูในเขตอำเภอลานสกา ซ่ึงบริเวณใกลเ คยี งกันมฝี งู กาจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อกนิ
ศพที่เกิดจากไขหา เรยี กบรเิ วณน้ันวา “ลานกา” จากคำวา “ลานกา” ตอมามกี ารเพิม่ เสียงเปน “ลานสกา”

เขาแกว คำวา “ขาแกว ”มีตำนานเลา สืบตอ กันมาวา เมอ่ื ครง้ั ทส่ี รางพระมหาธาตุเจดียนครศรีธรรมราช มี
บรรดาผมู ีจิตศรทั ธาจากทุกสารทิศนำทรัพยส นิ แกว แหวานเงนิ ทองสิ่งของมีคาทงั้ หลายเดินทางมาเพื่อรวมสรา ง
พระมหาธาตุเจดยี 

ในครัง้ นน้ั มีพญานาคซึง่ อาศัยอยูในนาคพิภพมจี ิตศรทั ธาตอพระบรมสารรี กิ ธาตุของพระพุทธเจา ไดนำ
ดวงแกวดวงหนงึ่ ทีมีแสงเปน ประกายโชติชว งขึน้ มาจากนาคพิภพ เพื่อบชู าพระบรมสารรี ิกธาตุ โดยนำดวงแกวดวง
น้ี ไปไวบ นยอดไมท่ีอยบู รเิ วณเชงิ เขา นายพรานคนหนึ่งเขาปา ลาสตั วไปพบดวงแกว นายพรานนำดวงแกว นน้ั ไป
ถวายแกพระเจา ศรธี รรมโศกราช เพื่อนำไปถวายเปน พุทธบูชานว มสรางพระมหาธาตเุ จดียน ครศรีธรรมราช บรเิ วณ
ที่พญานาคนำดวงแกว มาไวและมนี ายพรานไปพบดวงแกวซง่ึ เปน ภเู ขา จงึ เรยี กบริเวณภเู ขานัน้ วา “เขาแกว ”

ทาดี แตเดมิ ในบรเิ วณน้ี การเดนิ ทางสัญจรไปมาหาสูก ันมักอาศยั ทางนำ้ มลี ำคลองชอื่ “ทาดี” มีทา เทียบ
เรอื ทส่ี วยงามเรียกวา "ทาด"ี เม่อื เปนตำบลกเ็ รียกวา “ตำบลทา ด”ี

8

ขุนทะเล คำวา “ขุนทะเล” แปลวา ทะเลใหญ ซง่ึ เปน ตำบลทีม่ ปี ระวัติความเปน มายาวนานมี
ความเปนมา ดังนี้

กอนพทุ ธศตวรรษที่ ๑๗ กอนพระเจา ศรีธรรมโศกราช สรา งพระธาตุที่หาดทรายแกว หลาย
รอยป สถานทีต่ ำบลขนุ ทะเลปจจุบนั ยังเปนพ้นื ตน นำ้ ติดตอกับ อาวไทยทางตะวันออกและทางทิศ
ตะวนั ตก ตดิ ตอกับเขาววัง เม่ือกาลเวลาลว งเลยมานานวันเขา มีการเปลีย่ นแปลงทางระบบ
นิเวศวทิ ยา ทำใหนำ้ ทะเลในสวนนี้ กลับตื้นเขินเปนหาดทรายแกว ทอดยาวเปนเนนิ ต้งั แตในอำเภอ
เมอื งนครศรธี รรมราช ไปจนถึงอำเภอหัวไทร พระเจา ศรธี รรมโศกไดส รา งเมืองนครศรีธรรมราชมหา
นครขน้ึ ทห่ี าดทรายแกวและไดส รางพระมหาธาตเุ จดยี น ครศรีธรรมราชดว ย
ที่ตงั้

แผนทแ่ี สดงท่ตี ั้งอำเภอลานสกา
๑.เขาแกว ๒.ลานสกา ๓.ทาดี ๔.กำโลน ๕.ขนุ ทะเล

9

แหลงทองเที่ยวทางวัฒนธรรม เชน วังโบราณ วดั ลานสกาใน วดั พัทธเสมา เปนตน

วังโบราณ
แหลง ทองเท่ียวทางธรรมชาติ เชน น้ำตกกะโรม ถำ้ นำ้ วังศรีธรรมโศกราช ถ้ำแกวสรุ กานต เปน ตน

น้ำตกกะโรมตระหงาน

ภายในถำ้ นำ้ วังศรธี รรมโศกราช

10

คำขวญั ทองเที่ยวประจำอำเภอ

“เมืองมงั คุดหวาน หมบู า นพัฒนา

ถ้ำผาสวยงาม น้ำตกกะโรมตระหงาน

สืบตำนานอขู าวอูนำ้ ”

หมูบานพัฒนา เมืองมงั คุดหวาน

ถำ้ ผาสวยงาม

11

ถ้ำน้ำวงั ศรีธรรมโศกราช

ถ้ำนำ้ วงั ศรีธรรมโศกราช
ตง้ั อยหู มูที่ 4 ตำบลขนุ ทะเล อำเภอลานสกา จงั หวัดนครศรีธรรมราช
ถำ้ นำ้ วงั ศรีธรรมโศกราช เปน แหลงประวตั ศิ าสตรทส่ี ำคญั ของจังหวดั นครศรีธรรมราช เนื่องจากมกี าร
คน พบวัตถุโบราณภายในถำ้ เปนจำนวนมาก มหี นิ งอกหินยอยที่สวยงาม ดานในของถ้ำมีน้ำตก วตั ถโุ บราณที่คน พบ
ภายในถ้ำ บางสว นถกู จัดแสดงไวทพี่ ิพธิ ภัณฑตำบลขนุ ทะเล ใกลกบั ศาลาตาขุนพล หรอื อนสุ าวรียหมื่นไกรพลขันธ
(ตาขนุ พล) แมทัพของพระเจา ศรีธรรมาโศกราช โดยศาลาแหง นต้ี ง้ั อยูใกลท างเขาถ้ำน้ำวังศรธี รรมโศกราช

12

วังโบราณ

วงั โบราณ
ต้ังอยูห มูท่ี ๑ ตำลานสกา อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรธี รรมราช
เรอ่ื งราวของ “วงั โบราณ” มีความเปนมา ดังนี้
ในสมยั พระเจา ศรีธรรมโศกราช เกิดไขหาระบาดหลายครง้ั ครัง้ หนึ่งพระองคตองอพยพประชากร หนี
ภยั ไขหาออกจากเมือง ตามหลกั ฐานปรากฏวา ครง้ั หน่งึ หนีมาทีล่ านสกา และสถานที่ประทับก็คือ “วงั โบราณ”
แหง น้ี โดยพระองคทรงคิดวิธีแกไขห า โดยเอาปรอทมาหงุ ยา (ปรงุ ยา) ทำเปนหัวนอโม (หวั นะโม) หวา นไปท่ัว
เมอื งเพ่ือขจัดไขหา ใหห มดไป เมอ่ื หมดจากไขห า แลว พระองคกเ็ สด็จประทบั ที่เมืองนครศรธี รรมราชเปน การถาวร
และสถานท่ีตรงท่ีพระองคเ คยประทบั ไดส รา งวัดข้นึ ชอ่ื วา “วดั นำ้ รอบ” ตอมาไดยา ยวัดมาทสี่ ถานทแี่ หงใหม
เน่อื งจากสถานท่เี กา คบั แคบ
ตอมาใน พ.ศ. 2510 ไดบรู ณะข้นึ มาใหม และใน 2514 ไดน ำพระพุทธรูปจำลององค “พระเจา ศรธี รรม
โศกราช” มาประดษิ ฐานที่นด่ี วย เพอ่ื เตอื นใจวา สถานทแี่ หงนเ้ี คยเปนท่ีประทับของพระเจา ศรธี รรมโศกราชมา
กอ น

13

ถำ้ แกวสรุ กานต

ถำ้ แกว สรุ กานต
ต้ังอยูหมทู ี่ 1 ตำบลเขาแกว อำเภอลานสกา จงั หวดั นครศรธี รรมราช อยใู นเขตอุทยานแหง ชาตเิ ขาหลวง
ถำ้ แกว สุรกานต เปน ถำ้ หนิ ปนู มหี นิ งอกหนิ ยอยสวยงามมาก บนผนงั ถำ้ มรี ูปปน ลักษณะตางๆ มีนำ้ หยด
ตามเพดานถ้ำ ความลึกของถ้ำประมาณ 700 เมตร ทางเดินเขาถ้ำจะเปน ทรายและเปน ทางน้ำไหลในชว งฤดูน้ำ
หลาก มีพระพุทธรูปใหส ักการะ และมบี อนำ้ ศกั ดส์ิ ิทธ์ิ นอกจากนี้ยังเปนสถานท่มี ีอากาศปลอดโปรง และบรสิ ทุ ธิ์

14

หมบู า นครี ีวง

หมบู านคีรีวง ต้ังอยูในตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จงั หวัดนครศรธี รรมราช เปนชุมชนเกา แกอยู
เชิงเขาหลวง เปนเสนทางเดนิ ขน้ึ สูยอดเขาหลวง ชาวบานมวี ิถีชวี ติ ที่สงบ สงั คมแบบเครือญาติ อาชพี หลกั คอื การ
ทำสวนผลไมผสม เรยี กวา “สวนสมรม” (มีพืชหลายชนิดอยใู นสวนเดยี วกัน) เชน มังคดุ เงาะ ทเุ รยี น สะตอ เปน
ตน

หมบู า นคีรีวง เปน ชมุ ชนตนแบบในการจดั การธรุ กิจทอ งเท่ียวเชงิ นเิ วศ ไดร บั รางวัลยอดเยี่ยม
อุตสาหกรรมทอ งเที่ยว ( Thailand Tourism Awards) ประจำป 2541 ประเภทเมืองและชุมชน เพราะวา
หมบู านครี ีวง เปน ชุมชนท่มี ี วิถีชวี ติ แบบชาวสวนอยูก ับธรรมชาติ และไดพฒั นา การบริการนักทองเท่ยี วขน้ึ มาเปน
ธุรกิจใหมข องชมุ ชน เชน นำทาง เดินปา ลูกหาบ การจดั ท่ีพักแบบโฮมสเตย เปนตน โดยการจัดตั้งชมรมการ
ทอ งเท่ยี วเชงิ อนุรกั ษ เปน องคกร กลางของชาวชมุ ชน มกี ารจัดแบง หนาที่ไปยังกลุม ตา ง ๆ กอใหเ กดิ การมสี วน
รว มของชุมชนอยางทว่ั ถึง

หมูบ า นคีรวี ง มที ัศนยี ภาพธรรมชาติทสี่ วยงาม เพราะต้งั อยูทามกลางเทือกเขา ปา ไมและสายนำ้

15

นำ้ ตกกะโรม

นำ้ ตกกะโรม ตง้ั อยูหมูที่ 4 ตำบลเขาแกว อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรธี รรมราช เปน ท่ตี งั้ ของทท่ี ำการ
อทุ ยานแหงชาติเขาหลวง ซึ่งกอ ตง้ั เม่ือ พ.ศ. 2517 เปนแหลงทอ งเทยี่ วทางธรรมชาตทิ ี่สวยงาม

ชอื่ “น้ำตกกะโรม” มาจากชอื่ ของภูเขาลูกหน่ึงทีช่ าวบา นในทองทเี่ รียกวา “เขาโหรม” และลำคลองท่ีไหล
มาจากนำ้ ตกกะโรม กเ็ รียกวา “คลองโหรม” ตอมาเพ้ยี นเสียงเปน “กะโรม” แตช าวบานในพื้นที่กย็ งั คงเรยี ก
ลำคลองวา “คลองโหรม”

น้ำตกกะโรม เปนแหลงทอ งเที่ยวทางธรรมชาติทสี่ วยงามอีกแหงหนงึ่ ของอทุ ยานแหงชาติเขาหลวง มชี ้ัน
นำ้ ตกท้ังหมด 19 ช้ัน แตเปดบริการใหท องเท่ียวพักผอ นหยอนใจเพียง 4 ช้ัน ไดแก ช้ัน 4 หนานนำ้ ราง ชนั้ 5
หนานผงึ้ ช้ัน 6 หนานเตย และช้ัน 7 หนานดาดฟา ซ่งึ เปนช้นั ที่สวยงามที่สุดสามารถมองเห็นสายน้ำพรั่งพรูลง
จากหนาผาสูงและลาดชนั 45 องศา ไหลลดหล่นั ลงมาตามโขดหนิ กวางจนถงึ แองนำ้ ใหญเ บอื้ งลา ง สายนำ้ จะไหล
แยกเปน 2 สาย ในชวงหนา ฝนสายน้ำตกจะไหลหลากแผเ ต็มหนาผานาชม สวยงามมาก

เม่ือ พ.ศ. 2450 พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจาอยหู วั รชั กาลท่ี 5 และพระเจานองยาเธอกรมหม่ืน
ดำรงราชานภุ าพ พรอมดว ยลูกยาเธอ 4 พระองค เสดจ็ ทอดพระเนตรน้ำตกกะโรม โดยประทับชา งทรง เปน
พาหนะ แตในครง้ั นั้น ไมไดสลกั พระปรมาภิไธยยอ ไวเปนหลกั ฐาน

เมือ่ พ.ศ. 2458 สมเด็จพระเจา บรมวงศเ ธอ เจา ฟาภาณรุ งั สีสวา งวงศ กรมพระยาภาณพุ นั ธุวงศวรเดช ได
เสด็จประพาสน้ำตกกะโรมโดยประทับชา งเปน พาหนะ และสลักรมิ หนา ผานำ้ ตกช้นั 7 หนานดาดฟาเปนรปู พระ
อาทติ ยแผร ัศมี ๒๔๕๘

เมือ่ พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลาเจาอยหู ัว รชั กาลที่ 6 ไดเ สดจ็ โดยรถยนตพระทีน่ ั่งพรอม
ขา ราชบรพิ าร ประทบั ทอดพระเนตรนำ้ ตกกะโรม และทรงจารึกพระปรมาภิไธยยอ วปร 2460 ไวท ี่ หนาผา
นำ้ ตกช้นั 7 หนานดาดฟา และทรงนำความสวยงามของน้ำตกน้ไี ปเปน ฉากในบทละครเร่ือง “หลวงจำเนยี ร
เดนิ ทาง”ในพระราชนพิ นธของพระองคดว ย

16

วัดลานสกา

วัดลานสกา หรือวดั ลานสกาใน ต้ังอยูหมทู ่ี ๓ ตำบลลานสกา อำเภอลานสกา จังหวดั นครศรธี รรมราช
มตี ำนานเลา สืบตอกนั มาวา วัดลานสกา พระเจาศรธี รรมโศกราช ทรงสรา งขนึ้ หลังจากที่พระองคสรา ง
พระมหาธาตุเจดียนครศรธี รรมราชเสร็จเรยี บรอ ยแลว ใชช ่อื วา “วัดโคกพูน” โดยมพี ระมหาพุทธคำเพยี รที่เดิน
ทางมาจากประเทศลังกา (ศรีลังกาในปจจบุ นั ) เปน ประธานในการสรางและเปนเจา อาวาสรูปแรกของวัดน้ี

ตอ มาวัดโคกพูนเจรญิ ข้ึนและเสื่อมลงสลบั กันหลายยุคหลายสมยั เมอ่ื ถงึ สมยั ของอาณาจักรศรีวิชัย
ช่ือวดั “โคกพนู ” เปลีย่ นไป โดยการใชชอ่ื สถานท่ี คอื “ลานสกา” จึงเปลีย่ นชอ่ื จาก “วัดโคกพนู ” เปน
“วดั ลานสกา” หรอื “วัดลานสกาใน” จนกระทง่ั ทกุ วนั นน้ี

17

วัดพทั ธเสมา

วดั พทั ธเสมา ตงั้ อยหู่ ม่ทู ่ี ๕ ตาํ บลท่าดี อาํ เภอลานสกา จงั หวดั นครศรีธรรมราช

พระลากวัดพัทธเสมา

พระอศิ ระชยั (พระลากวดั วดั พทั ธเสมา)

18

พระลากวดั เสมา เปน พระพุทธรูปยนื ปางอุมบาตร เนอื้ ทอง ช่ือวา “พระอิศระชัย” สรางขนึ้ สมยั
กรุงศรีอยุธยา พระพุทธรูปดังกลา วสรา งขึ้นจำนวน 7 องค ซึง่ แตล ะองคแยกกนั อยตู ามหัวเมอื งตา งๆ
มตี ำนานเลา วา เมอื่ ครงั้ ท่หี ลอองคพระ เกิดมดื ฟา มัวดิน ฝงู ชนชาวบานในพธิ เี ห็นเหตุการณตางก็ว่งิ หนี
กลบั บาน เม่อื มแี สงสวางเขา มากพ็ ากันมาดู กไ็ ดเหน็ องคพระหลอเสรจ็ แลว มคี วามสวยงามมาก จึงพากนั เช่อื
วา เทวดาไดลงมาหลอจนเสรจ็
ปจจบุ นั พระอิศระชัย ซ่ึงชาวบานเรียกวา “พระลาก”ประดษิ ฐานอยูภายในวดั พัทธเสมา อำเภอลานสกา
จังหวดั นครศรีธรรมราช ซงึ่ ชาวจังหวดั นครศรธี รรมราช และ จังหวัดใกลเ คยี ง ตางทราบกันวาเปนพระพุทธรปู ที่มี
ความเกา แกและศักดสิ์ ทิ ธ์ิ ผคู นพากนั มาบนบาน เม่ือปรารถนาอะไร หรือขอส่ิงใด มักจะสำเร็จสมปรารถนา และ
ไดใ นส่งิ ที่ขอด่ังใจหวัง

ดว ยความศรัทธาชาวบานในพ้นื ที่จงึ มีการจัดพิธีสมโภชพระลากเปน พระเพณีทุกป คอื เดือนหก และ
เดอื นสบิ เอ็ด โดยการสรงน้ำพระ และจดั ประเพณีชักพระทางบก และทางนำ้

19

ประเพณลี ากพระทางนํ้าวดั พทั ธเสมา

ประเพณีลากพระ เปนประเพณเี กา แก สบื ทอดกนั มาเปนเวลานาน แตค ร้ังโบราณ โดยมี
"พระลาก" ประดับอยบู นเรือพระ

เม่ือถึงเทศกาลออกพรรษามกี ารตักบาตร “หนาลอ” ของเรือพระ ทีพ่ ระลากประดิษฐฐ านอยู การตกั บาตร
“หนาลอ ” ถือวา ไดบุญกุศลอยางสงู ชาวบา นใกลไ กลจงึ นิยมมาตักบาตรหนา ลอกนั อยางคับคง่ั มีการอัญเชิญ

20

พระลากออกมาใหไ ดป ระชาชนไดกราบไหวบูชา
ชาวบานนยิ มรว มพิธีแรกลากเรอื พระ คือเม่ือเรือพระที่พระลากประดิษฐฐานไวม ่ันคงแข็งแรงดีแลวจะลาก

ในระยะสั้นๆ เพื่อเปน การเอาฤกษเอาชัยกอน ขั้นตอนนเ้ี ชอื่ กนั วาไดก ุศลมากท่สี ุด หลังจากนน้ั ชาวบา นทุกวยั
รว มกันลากพระสง เสียงรองเพลงลากพระกันอยางเอิกเกริกสนกุ สนาน

ลานสกาคำกรอง

บานสก่ี ก๊ั เขาแกวมีครี วี ง ถ่นิ บอกบง เกา แกมาแตไหน
ภาชนะขวานหนิ ดินเผาไฟ พบอยูในยานนี้คราหาพนั ป
ไมน า เช่ือคนอาศยั ในพน้ื ท่ี
คลองในแหนบทา ดดี ว ยหว ยครกเบอื ทองถน่ิ นคี้ ือโบราณลานสกา
ลานกาในวัดชายเขาเกานานป ป๒๔๕๔ตัง้ ก่งิ รอทา
เปน อำเภอลานสกาปจ จุบัน
กอ น พ.ศ. ๑,๕๐๐ ปม เี ขาวงั ครง้ั พระเจาศรธี รรมโศกทรงสรางสรรค
ป ๒๕๐๐สถาปนา จงึ พากันสรา งเรงรัด “วดั โคกพนู ”
เปนพระลากคนเล่ือมใสเคยหายสูญ
ลานสกาในวดั โบราณตำนานเลา จงึ เกอื้ กลู คนื ถิ่นสิ้นทกุ ครา
พระมหาธาตเุ จดยี เสร็จสรรพพลนั แหลง ประวตั ิศาสตรน าศึกษา
ลวนล้ำคาควรฟมู ฟก รักษถ ่ินตน
วดั พทั ธเสมามีพระอิศระชัย คีรีวงเดนนำกวาทุกหน
แตด วยความศักดิ์สทิ ธิ์ฤทธ์ิพรอมมูล เมอื งไมผลมงั คดุ หวานโลกขานนาม

ถ้ำน้ำวงั ศรีธรรมโศกราช
วงั โบราณถำ้ แกว สุรกานตมีนานมา

น้ำตกกะโรมเยน็ ช่ืนฉำ่
หมบู านพฒั นาถ้ำผาชล

21

บรรณานกุ รม

กรมศลิ ปากร. ตำนานพระธาตนุ ครศรธี รรมราช. (พมิ พเปนอนุสรณใ นงานฌาปนกจิ ศพ นางยพุ นิ ไตรภกั ด์ิ
ณ เมรุวดั มกุฏกษตั ริยาราม ๔ กันยายน ๒๕๐๓) พระนคร : โรงพิมพจิตรวฒั นา, ๒๕๐๓.

ตำนานพระธาตุนครศรีธรรมราช (ฉบับอดั สำเนา). หอสมุดแหงชาตินครศรีธรรมราช. หนังสอื สมดุ ไทยดำ
อักษรไทยโบราณ ภาษาไทย. เสน ดินสอขาว. เลขที่ ๗๔ หมวด ประวตั ิศาสตร.

ตำนานพระธาตนุ ครศรธี รรมราช. (ฉบบั อดั สำเนา). หอสมุดแหง ชาตนิ ครศรีธรรมราช. หนังสอื สมุดไทยดำ
อกั ษรไทยโบราณ ภาษาไทย. เสนดินสอขาว. เลขท่ี ๗๕ หมวด ประวตั ิศาสตร.

ตำนานเมืองนครศรธี รรมราช (ฉบับอัดสำเนา). หอสมุดแหง ชาตินครศรธี รรมราช. หนังสอื สมุดไทยดำ
อักษรไทยโบราณ - ขอม ภาษาไทย-บาลี. เสนดินสอขาว. เลขที่ ๗๖ หมวด ประวตั ศิ าสตร.

ปรชี า นนุ สุข. พระบรมธาตุเจดียนครศรีธรรมราช. กรงุ เทพฯ: กรงุ สยามการพมิ พ, ๒๕๓๐.
__________. “ประวัตศิ าสตรน ครศรธี รรมราช : พฒั นาการของรฐั บนคาบสมทุ รไทยในพุทธ ศตวรรษที่

๑๑–๑๙.” วิทยานพิ นธอกั ษรศาสตรดุษฎบี ัณฑิต. บณั ฑิตวิทยาลยั : จุฬาลงกรณม หาวทิ ยาลยั , ๒๕๔๔.
พงศาวดารเมืองนครศรีธรรมราช (ฉบบั หอสมดุ ฯซอ้ื จากนายวิลเลย่ี ม เจ.เกตน่ี). (ฉบับอดั สำเนา).

สำนักหอสมุดแหงชาติ กรมศิลปากร. หนังสือสมุดไทยขาว. อักษรไทยโบราณ,ภาษาไทย เสนหมึกดำ.
เลขท่ี ๑ หมวดพงศาวดาร.
พงศาวดารเมืองนครศรีธรรมราช.(ฉบับอัดสำเนา). สำนักหอสมุดแหงชาติ กรมศิลปากร.หนังสือสมุดไทยขาว.
อกั ษรไทยโบราณ,
ภาษาไทย. เสน หมึกดำ.เลขท่ี ๓๖/จ หมวดพงศาวดาร.
พงศาวดารเมืองนครศรธี รรมราช.(ฉบับอัดสำเนา). สำนกั หอสมุดแหง ชาติ กรมศิลปากร.หนังสอื สมุดไทยขาว.
อักษรไทยโบราณ,ภาษาไทย. เสนหมกึ ดำ.เลขท่ี ๓๖/ฆ หมวดพงศาวดาร.
ราชบัณฑติ ยสถาน.พจนานกุ รมฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๔ เฉลมิ พระเกยี รติพระบาทสมเด็จพระ
เจาอยูหัว เน่ืองในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔.
กรงุ เทพฯ: ราชบณั ฑติ ยสถาน,๒๕๕๖.
https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/323 // เขาถึงเม่ือ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓
https://db.sac.or.th/inscriptions/inscribe/detail/507 // เขาถึงเมอื่ ๑๒ กมุ ภาพนั ธ ๒๕๖๓
https://www.nakhononline.com/1812/ // เขาถึงเม่อื ๒๗ กุมภาพนั ธ ๒๕๖๓
http://www.tungsong.com/NakhonSri/tamnan_nakhon/5.pdf // เขา ถงึ เม่ือ ๗ มนี าคม ๒๕๖๓
https://www.paiduaykan.com/76_province/south/nakhonsithammarat/kampang.html // เขาถงึ
เมอื่ ๑๘ มนี าคม ๒๕๖๓
https://www.gotoknow.org/posts/463016 // เขาถึงเมือ่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓

22

http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong/2010/09/28/entry-3 // เขาถึงเมื่อ ๔ พฤษภาคม
๒๕๖๓

https://www.ayutthaya-history.com/Settlements_Dutch.html // เขาถงึ เมอ่ื ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓
https://www.thaipost.net/main/detail/1100 // เขา ถึงเม่ือ ๑ มิถนุ ายน ๒๕๖๓
http://www.thaitribune.org/contents/detail/303?content_id=35998 // เขาถงึ เม่ือ ๑ กรกฎาคม

๒๕๖๓
http://www.xn- // เขาถึงเมอ่ื ๘ กรกฏาคม ๒๕๖๓
https://th.wikipedia.org/wiki // เขา ถงึ เม่ือ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓

23

“เมืองมงั คุดหวาน หมบู านพัฒนา
ถ้ำผาสวยงาม น้ำตกกะโรมตระหงา น
สืบตำนานอูข าวอนู ำ้ ”


Click to View FlipBook Version