ลักษณะของเรียงความท่ดี ี และหลักการเขียนเรียงความ
ลักษณะของเรียงความท่ดี ี
เรียงความท่ีดีจะต้องมีลกั ษณะสาคญั อย่างน้อย ๓ ประการ คือ
๑. เอกภาพ คือ ความเป็นอนั หนง่ึ อนั เดียวกนั ของเรียงความทงั้ เรื่อง
กลา่ วคือ เรียงความเรื่องหนงึ่ ๆ ถึงแม้จะประกอบไปด้วยย่อหน้าหลาย ๆ ย่อหน้า และ
ความคดิ สาคญั หลาย ๆ ประเด็นก็ตาม แต่ในทกุ ยอ่ หน้าจะต้องมีความคดิ สาคญั เพยี ง
อย่างเดียว และตลอดทงั้ เรื่องจะต้องมีทศิ ทางในการเสนอเนือ้ หาไปในแนวทางเดียวกนั
๒. สารัตถภาพ คือ การเน้น ซง่ึ จะช่วยให้ผ้อู ่านเข้าใจประเด็นสาคญั
ของเรื่องชดั เจนขึน้ ในแต่ละยอ่ หน้าจะต้องมีการเน้นใจความสาคญั ให้ชดั เจน แจ่มแจ้ง
และโดดเดน่ ออกมาจากส่วนขยาย
๓. สัมพนั ธภาพ คือ ความต่อเน่ืองสมั พนั ธ์กนั หมายความว่า
ประโยคทกุ ประโยคในแตล่ ะย่อหน้าจะต้องต่อเน่ืองสมั พนั ธ์กนั และทกุ ๆ ยอ่ หน้าตลอด
เรื่องจะต้องต่อเน่ืองกนั เป็นลกู โซ่ ใจความท่ีมีสมั พนั ธภาพอย่างดีตลอดเรื่องนี ้ จะช่วย
ให้ผ้อู า่ น อา่ นเรียงความได้อยา่ งราบร่ืนไมต่ ิดขดั และช่วยให้เข้าใจส่ิงที่ผ้เู ขียนต้องการ
จะบอกแก่ผ้อู ่านได้รวดเร็วขนึ ้
หลักการเขียนเรียงความ
๑. เขียนช่ือเรื่องไว้ท่ีกงึ่ กลางหน้ากระดาษ
๒. เขียนด้วยลายมือที่ชดั เจนอ่านง่าย และถกู ต้องตามอกั ขรวิธี
๓. เว้นวา่ งหน้ากระดาษทงั้ ด้านซ้ายและขวาพองาม ไมเ่ ขียนชดิ ริม
กระดาษหรือเขียนตกขอบกระดาษ รวมทงั้ ไม่เขียนฉีกคา
๔. วางโครงเร่ืองเพ่ือลาดบั เร่ืองราวให้เป็นไปตามลาดบั ก่อนหลงั ก่อน
ลงมือเขียน
๕. ไมค่ วรเขียนเรียงความเพยี งย่อหน้าเดียว ต้องแบ่งเป็นย่อหน้าคานา
เนือ้ เรื่อง และสรุป ในส่วนเนือ้ เร่ืองอาจมียอ่ หน้าหลายยอ่ หน้าได้แล้วแตเ่ นือ้ เร่ือง
การตงั้ ยอ่ หน้าแตล่ ะครัง้ ควรเขียนให้ตรงกนั
๖. ช่ือเรื่องและเนือ้ เรื่องต้องมีความสมั พนั ธ์กนั เป็นเอกภาพ
โดยคานงึ ถงึ สมั พนั ธภาพด้วย
๗. เนือ้ เร่ืองต้องประกอบด้วยข้อมลู ที่เป็นจริง ผ้เู ขียนจงึ ควรค้นคว้า
เรื่อง ที่จะเขียนให้แจ่มแจ้งเสียก่อน
คาถาม
๑. พจิ ารณาข้อความต่อไปนี้ ข้อใดกล่าวถูก ให้กาเคร่ืองหมาย ( / )
ข้อใดกล่าวผดิ ให้กาเคร่ืองหมายผิด ( X ) หน้าข้อความ
...................... ๑. แต่ละย่อหน้าของเรียงความ ควรมีใจความสาคญั ตงั้ แต่ ๒
ใจความขนึ ้ ไป
...................... ๒. การเขียนเรียงความควรเรียงลาดบั ทกุ ประโยคในยอ่ หน้า และยอ่
หน้าทกุ ยอ่ หน้าให้เช่ือมโยงตอ่ เน่ืองกนั โดยตลอด ไมส่ บั สน วกวน
...................... ๓. สว่ นของคานา เนือ้ เรื่อง และสรุปบางสว่ นไมจ่ าเป็นต้องมีใจความ
สาคญั แต่ต้องมีรายละเอียด (พลความ) บรรจใุ ห้มากท่ีสดุ
...................... ๔. สารัตถภาพของเรียงความจะช่วยให้คนอ่านเข้าใจเร่ืองได้ชดั เจน
มากย่งิ ขนึ ้
...................... ๕. เรียงความที่เขียนสบั สนวกวนไปมา ทาให้เรียงความนนั้ ขาด
สมั พนั ธภาพ