ระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ว่าด้วยลักษณะความผิดและขั้นตอนการลงโทษนักเรียน พ.ศ. 256๔ …………………………………………………… โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงแก้ไขระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ว่าด้วยการควบคุมความประพฤติ นักเรียนให้เหมาะสมยิ่งขึ้น โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ จึงได้วางระเบียบว่าด้วยลักษณะความผิดและขั้นตอนการลงโทษ นักเรียนไว้ดังนี้ ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ว่าด้วยลักษณะความผิดและขั้นตอนการลงโทษ นักเรียน พ.ศ. 256๔” ข้อ 2 ให้ใช้ระเบียบนี้ตั้งแต่วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 256๔ ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ว่าด้วยการควบคุมความประพฤตินักเรียน และระเบียบ ว่าด้วยแนวปฏิบัติของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ พ.ศ. 25๖๑ ข้อ 4 ในระเบียบนี้ นักเรียน หมายถึง นักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ หัวหน้าสถานศึกษา หมายถึง ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ครู หมายถึง ผู้ทำหน้าที่ครู ทุกตำแหน่งในโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ข้อ 5 ระเบียบนี้แบ่งออกเป็น ๒ หมวด ดังนี้ หมวดที่ 1 ประเภทความผิด โรงเรียนกำหนดความผิดนักเรียนออกเป็น ๓ ระดับ คือ ระดับที่ 1 ความผิดไม่ร้ายแรง ได้แก่ ความผิดที่เกิดขึ้นจากการกระทำที่ไม่เจตนา แต่อาจทำให้เกิด ความเสียหายต่อบุคคลอื่นหรือส่วนรวม ระดับที่ ๒ ความผิดร้ายแรง ได้แก่ ความผิดซึ่งนำความเสื่อมเสียชื่อเสียงมาสู่ตนเอง ครอบครัว บุคคลอื่น โรงเรียน ชุมชนหรือส่วนรวม ระดับที่ ๓ ความผิดร้ายแรงมาก ได้แก่ ความผิดตามลักษณะอาญากฎหมายและระเบียบคำสั่งต่างๆ ของ กระทรวงศึกษาธิการที่เป็นความผิดร้ายแรงมาก หมวดที่ 2 บทกำหนดโทษนักเรียน 1. โรงเรียนได้วางกฎเกณฑ์เกี่ยวกับการลงโทษนักเรียนไว้เป็น 2 ลักษณะควบคู่กันไปคือ 1.1 ลงโทษตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษา พ.ศ. 2548 ใน 4 สถาน ดังนี้ 1) ว่ากล่าวตักเตือน ๒) ทำทัณฑ์บน ๓) ตัดคะแนนความประพฤติและบันทึกข้อมูล ๔) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม 1.2 ในกรณีนักเรียนถูกตัดคะแนนความประพฤติตามลักษณะความผิดที่กำหนดไว้ถึง 50 คะแนน ต้องทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และถ้าถูกตัดคะแนนความประพฤติ 100 คะแนน ผู้ปกครองต้อง พิจารณาเปลี่ยนสถานศึกษาให้กับนักเรียน
2. อำนาจการลงโทษ 2.1 การลงโทษนักเรียนเป็นอำนาจสูงสุดของหัวหน้าสถานศึกษา โดยหัวหน้าสถานศึกษามอบหมาย ให้ครูทุกคนว่ากล่าวตักเตือนนักเรียนได้ทุกโอกาสที่เห็นสมควรและตัดคะแนนความประพฤติตามเกณฑ์ ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 256๔ (นายประยงค์ อินนุพัฒน์) ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒
ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๓ …………………………………………………… โดยที่เป็นการสมควรกำหนดข้อปฏิบัติและข้อห้ามปฏิบัติในการไว้ทรงผมของนักเรียน เพื่อให้เกิดความชัดเจน ในการดำเนินการของสถานศึกษา มีความเหมาะสมกับสภาวการณ์ปัจจุบันและการปฏิบัติตนของนักเรียนเป็นไป ด้วยความถูกต้อง รวมทั้งเป็นการคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อาศัยอำนาจความตามในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๓” ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ข้อ ๓ ในระเบียบนี้ “นักเรียน” หมายความว่า บุคคลซึ่งกำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษา “สถานศึกษา” หมายความว่า สถานศึกษาในสังกัดหรือกำกับดูแลของกระทรวงศึกษาธิการที่จัดการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เว้นแต่การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย “หัวหน้าสถานศึกษา” หมายความว่า ผู้อำนวยการ หรือหัวหน้าสถานศึกษาที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่มีอำนาจ หน้าที่หรือวัตถุประสงค์ในการจัดการศึกษา ข้อ ๔ นักเรียนต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้ (๑) นักเรียนชายจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวด้านข้าง ด้านหลังต้องยาวไม่เลยตีนผมด้านหน้า และกลางศีรษะให้เป็นไปตามความเหมาะสมและมีความเรียบร้อย (๒) นักเรียนหญิงจะไว้ผมสั้นหรือผมยาวก็ได้ กรณีไว้ผมยาวให้เป็นไปตามความเหมาะสมและรวบให้เรียบร้อย ข้อ ๕ นักเรียนต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้ (๑) ดัดผม (๒) ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม (๓) ไว้หนวดหรือเครา (๔) การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผมเป็นรูปทรง สัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย ข้อ ๖ ความในข้อ ๔ และข้อ ๕ มิให้นำมาใช้บังคับแก่นักเรียนที่มีเหตุผลความจำเป็นในการปฏิบัติตามหลัก ศาสนาของตนหรือการดำเนินกิจกรรมของสถานศึกษาให้หัวหน้าสถานศึกษาเป็นผู้มีอำนาจพิจารณาอนุญาต ข้อ ๗ ภายใต้บังคับ ข้อ ๔ ให้สถานศึกษาโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการสถานศึกษาหรือคณะกรรมการ บริหารโรงเรียนวางระเบียบที่เกี่ยวกับการไว้ทรงผมของนักเรียนที่มีความเฉพาะเจาะจงได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับ ระเบียบนี้ การดำเนินการตามวรรคหนึ่งให้ยึดถือหลักความเหมาะสมในการพัฒนาบุคลิกภาพที่ดีของนักเรียน และ การมีส่วนร่วมของนักเรียน สถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชนท้องถิ่น
ข้อ ๘ ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจตีความและวินิจฉัย ปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ พุทธศักราช ๒๕๖๓ …………………………………………………… โดยที่เป็นการสมควรกำหนดข้อปฏิบัติและข้อห้ามปฏิบัติในการไว้ทรงผมของนักเรียนเพื่อให้เกิดความความ ชัดเจนในการปฏิบัติตนของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ให้เป็นไปด้วยความถูกต้อง และมีความเหมาะสม อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑ ถึง ข้อ ๘ แห่งระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการไว้ทรงผมของนักเรียน พ.ศ. ๒๕๖๓ ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ จึงกำหนดระเบียบว่าด้วยการไว้ ทรงผมของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ พ.ศ. ๒๕๖๓ ไว้ดังต่อไปนี้ ๑. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ว่าดัวยการไว้ทรงผมของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ พ.ศ. ๒๕๖๓” ๒. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๓ เป็นต้นไป ๓. นักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้ ๔. ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตหากนักเรียนไม่สามารถปฏิบัติ ตามระเบียบนี้ ๕. ให้ถือเป็นบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกคน ที่จำต้องมีหน้าที่ดูแลการไว้ทรงผมของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ๖. ทรงผมของนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ๖.๑ นักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้ นักเรียนไว้ผมเกรียน หรือผมรองทรงสูงได้ ๖.๑.๑ กรณีผมเกรียน นักเรียนต้องไถผมด้านหลัง ด้านข้างให้เกรียน และผมด้านหน้ามี ความยาวไม่เกิน ๓ เซนติเมตร ไม่ไว้จอน และไม่กันจอน ๖.๑.๒ กรณีผมรองทรงสูง นักเรียนต้องไถตีนผมด้านหลังและด้านข้างขึ้นไปประมาณ ๔-๕ เซนติเมตร ความยาวของผมด้านบนและด้านหน้าของนักเรียนต้องไม่เกิน ๔ เซนติเมตร ไม่ไว้จอน และไม่กันจอน ๖.๒ นักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้ ๖.๒.๑ ดัดผม ๖.๒.๒ ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม ๖.๒.๓ การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผม เป็นรูปทรง สัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย หรือทำทรงผมแฟชั่นทุกรูปแบบ เป็นต้น ๖.๒.๔ ไว้หนวดหรือเครา ๗. ทรงผมของนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ๗.๑ นักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้ นักเรียนสามารถไว้ทรงผมสั้นสุภาพหรือผมยาวได้ ๗.๑.๑ กรณีผมสั้นสุภาพ นักเรียนต้องปฏิบัติ ดังนี้ ๑) ผมด้านข้างและด้านหลังต้องมีความยาวเลยติ่งหูไม่เกิน ๒ เซนติเมตร
๒) ผมด้านหน้าอาจไว้ผมหน้าม้าเสมอคิ้วด้านบน หากผมด้านหน้ายาวมาก จนกระทั่งปิดคิ้ว นักเรียนต้องติดกิ๊บดำสุภาพ ไม่มีลวดลาย ๗.๑.๒ กรณีผมยาว นักเรียนต้องปฏิบัติ ดังนี้ ๑) ผมด้านข้างและด้านหลังต้องมีความยาวเสมอกัน วัดจากขอบบนปกเสื้อยาวไม่เกิน ๒๐ เซนติเมตร ๒) นักเรียนต้องการรวบผมตึงมัดกลางท้ายทอยด้วยยางมัดผมสีดำ และผูกด้วยริบบิ้นแพร สีดำ ความกว้างของริบบิ้นไม่เกิน ๑ นิ้ว และห้ามใช้กิ๊บโบว์สำเร็จรูป ๓) กรณีนักเรียนต้องการถักเปีย นักเรียนสามารถถักเปียเดียว หรือเปียคู่ แล้วมัดด้วย ยางมัดผมสีดำ หรือถักเปียด้านข้าง ข้างละ ๑ เปีย แล้วรวบผมตึงมัดกลางท้ายทอย แล้วมัดด้วยยางมัดผมสีดำก็ได้ จากนั้นผูกด้วยริบบิ้นแพรสีดำ ความกว้างของริบบิ้น ไม่เกิน ๑ นิ้ว และห้ามใช้กิ๊บโบว์สำเร็จรูป ๔) ผมด้านหน้าอาจไว้ผมหน้าม้าเสมอคิ้วด้านบน หากผมด้านหน้ายาวมากจนกระทั่ง ปิดคิ้ว นักเรียนต้องติดกิ๊บดำสุภาพ ไม่มีลวดลาย ๗.๒ นักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้ ๗.๒.๑ ซอยผม และดัดผม ๗.๒.๒ ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม ๗.๒.๓ การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผม เป็นรูปทรง สัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย หรือทำทรงผมแฟชั่นทุกรูปแบบ เป็นต้น ๗.๒.๔ การเสริมสวยใบหน้า เช่น ทาปาก รองพื้น เขียนคิ้ว เป็นต้น ๘. ทรงผมของนักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ๘.๑ นักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้ ๘.๑.๑ นักเรียนไว้ผมรองทรงต่ำสุภาพ ๘.๑.๒ นักเรียนต้องตัดผมด้านหลังและด้านข้างให้มีความยาวไม่เกินตีนผม โดยมีฐานผม ต่ำกว่าติ่งหูลงมา ไม่ไว้จอน และไม่กันจอน ๘.๑.๓ ความยาวของผมด้านบนและด้านหน้าของนักเรียนต้องไม่เกิน ๖ เซนติเมตร ๘.๒ นักเรียนชายระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายต้องห้ามปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้ ๘.๒.๑ ดัดผม ๘.๒.๒ ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม ๘.๒.๓ การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผม เป็นรูปทรง สัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย หรือทำทรงผมแฟชั่นทุกรูปแบบ เป็นต้น ๘.๒.๔ ไว้หนวดหรือเครา ๙. ทรงผมของนักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ๙.๑ นักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายต้องปฏิบัติตนเกี่ยวกับการไว้ทรงผม ดังนี้ นักเรียนสามารถไว้ทรงผมสั้นสุภาพหรือผมยาวได้ ๙.๑.๑ กรณีผมสั้นสุภาพ นักเรียนต้องปฏิบัติ ดังนี้ ๑) ผมด้านข้างและด้านหลังต้องมีความยาวเลยติ่งหูไม่เกิน ๒ เซนติเมตร ๒) ผมด้านหน้าอาจไว้ผมหน้าม้าเสมอคิ้วด้านบน หากผมด้านหน้ายาวมากจนกระทั่ง ปิดคิ้ว นักเรียนต้องติดกิ๊บดำสุภาพ ไม่มีลวดลาย ๙.๑.๒ กรณีผมยาว นักเรียนต้องปฏิบัติ ดังนี้ ๑) ผมด้านข้างและด้านหลังต้องมีความยาวเสมอกัน วัดจากขอบบนปกเสื้อยาวไม่เกิน ๒๐ เซนติเมตร
๒) นักเรียนต้องการรวบผมตึงมัดกลางท้ายทอยด้วยยางมัดผมสีดำ และผูกด้วยริบบิ้นแพร สีดำ ความกว้างของริบบิ้นไม่เกิน ๑ นิ้ว และห้ามใช้กิ๊บโบว์สำเร็จรูป ๓) กรณีนักเรียนต้องการถักเปีย นักเรียนสามารถถักเปียเดียว หรือเปียคู่ แล้วมัดด้วย ยางมัดผมสีดำ หรือถักเปียด้านข้าง ข้างละ ๑ เปีย แล้วรวบผมตึงมัดกลางท้ายทอย แล้วมัดด้วยยางมัดผมสีดำก็ได้ จากนั้นผูกด้วยริบบิ้นแพรสีดำ ความกว้างของริบบิ้น ไม่เกิน ๑ นิ้ว และห้ามใช้กิ๊บโบว์สำเร็จรูป ๔) ผมด้านหน้าอาจไว้ผมหน้าม้าเสมอคิ้วด้านบน หากผมด้านหน้ายาวมากจนกระทั่ง ปิดคิ้ว นักเรียนต้องติดกิ๊บดำสุภาพ ไม่มีลวดลาย ๙.๒ นักเรียนหญิงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายต้องห้ามปฏิบัติตน ดังนี้ ๙.๒.๑ ซอยผม และดัดผม ๙.๒.๒ ย้อมสีผมให้ผิดไปจากเดิม ๙.๒.๓ การกระทำอื่นใดซึ่งไม่เหมาะสมกับสภาพการเป็นนักเรียน เช่น การตัดแต่งทรงผม เป็นรูปทรง สัญลักษณ์หรือเป็นลวดลาย หรือทำทรงผมแฟชั่นทุกรูปแบบ เป็นต้น ๙.๒.๔ การเสริมสวยใบหน้า เช่น ทาปาก รองพื้น เขียนคิ้ว เป็นต้น ๑๐. ให้มีคณะกรรมการพิจารณาวิธีดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ประกอบด้วย ๑๐.๑ รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน ประธานกรรมการ ๑๐.๒ หัวหน้าระดับทุกระดับชั้น กรรมการ ๑๐.๓ ครูที่ปรึกษาประจำชั้นทุกระดับชั้น กรรมการ ๑๐.๔ ครูผู้สอน และบุคลากรโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกคน กรรมการ ๑๐.๕ หัวหน้ากลุ่มบริหารกิจการนักเรียน กรรมการและเลขานุการ ๑๑. การกระทำใดๆ ระหว่างโรงเรียนสุราษฎร์ธานี๒ กับนักเรียน และผู้ปกครอง ต้องบันทึกไว้เป็น ลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง ๑๒. ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ มอบหมายให้รองผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรโรงเรียน สุราษฎร์ธานี ๒ ทุกคน ตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียนตามหลักเกณฑ์การตัดคะแนนความประพฤติของ นักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ หากนักเรียนไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ ๑๓. ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ เป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ วินิจฉัยวิธีการดำเนินการของคณะกรรมการ และมีสิทธิ์ยับยั้งการตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียนทุกกรณี ตามที่เห็นสมควร โดยคำวินิจฉัยของผู้อำนวยการ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ถือเป็นข้อยุติ ๑๔. ให้รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียนรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ (นายประยงค์ อินนุพัฒน์) ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒
ระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ว่าด้วยเครื่องแบบและการแต่งกายของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ พุทธศักราช ๒๕๖๑ …………………………………………………… อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๔ และข้อ ๕ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ และกฎกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยเครื่องแบบนักเรียนพุทธศักราช ๒๕๕๑ ประกาศ ณ วันที่ ๒๒ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบนักเรียน พุทธศักราช ๒๕๕๑ อาศัยความตามกฎกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กำหนดความประพฤติการแต่งกายและแบบทรงผมของนักเรียน นักศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๖ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ จึงกำหนดระเบียบว่าด้วยเครื่องแบบ และการแต่งกายนักเรียน พุทธศักราช 2561 ไว้ดังต่อไปนี้ ๑. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒” ว่าดัวยเครื่องแบบและการแต่งกายของนักเรียน โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ พุทธศักราช ๒๕๖๑ ๒. ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๑ เป็นต้นไป ๓. นักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบนี้ ๔. ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ เป็นผู้มีอำนาจในการอนุญาตหากนักเรียนไม่สามารถปฏิบัติตาม ระเบียบนี้ ๕. ให้ถือเป็นบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และบุคลากรโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกคน ที่จำต้องมีหน้าที่ดูแลการแต่งกายของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ให้เป็นไปตามระเบียบนี้ 6. การแต่งกายของนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ต้องปฏิบัติดังนี้ ๖.๑ เสื้อเชิ้ตคอตั้งแขนสั้นเพียงศอก ไม่รัดรูปหรือหลวมจนเกินไป ผ้าสีขาวเกลี้ยงไม่บางเกินควร ไม่มี ลวดลายในเนื้อผ้า ผ่าหน้าตลอด มีสาบอยู่ด้านนอกกว้าง ๓ เซนติเมตร ใช้กระดุมสีขาวกลมแบน มีกระเป๋าหน้าอกด้านซ้าย ๑ กระเป๋า กว้าง ๘-๑๒ เซนติเมตร ลึก ๑๐-๑๔ เซนติเมตร สอดชายเสื้อ ไว้ในขอบกางเกงให้เรียบร้อย ๖.๒ หน้าอกด้านขวาของตัวเสื้อเครื่องแบบนักเรียนให้ติดเข็มตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน “ญ.ส.ส.” บนอักษรย่อ “ส.ธ.๒” ที่ปักทึบด้วยด้ายหรือไหมสีกรมท่า ขนาดตัวอักษรใช้แบบพิมพ์ ตามแบบ ของโรงเรียน ขนาด ๑.๕ เซนติเมตร ใต้ “ส.ธ.๒” ให้ปัก “ชื่อ-สกุล” โดยไม่ต้องใส่คำนำหน้านาม ด้วยด้ายหรือไหมสีกรมท่า ขนาดตัวอักษร ๑ เซนติเมตร และใต้ชื่อปักจุดกลมทึบด้วยด้ายหรือไหม สีกรมท่า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๓ เซนติเมตร ตามระดับชั้นของนักเรียน ๖.๓ กางเกงขาสั้นสีกากียาวเหนือเข่า เมื่อยืนตรงวัดจากกลางลูกสะบ้า ประมาณ ๕ เซนติเมตร ส่วนกว้าง ของขากางเกงห่างจากขาประมาณ ๘-๑๒ เซนติเมตร ตามขนาดขาของนักเรียน ปลายขาพับชาย เข้าข้างในกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร มีจีบด้านหน้า ข้างละ ๒ จีบ มีกระเป๋าข้าง ๒ ใบ ไม่มี กระเป๋าหลัง มีหูเข็มขัด ๗ หู เมื่อคลายเข็มขัดออกสะเอวต้องไม่หลวม เป้าไม่สั้น ๖.๔ เข็มขัดสีน้ำตาล ขนาดกว้าง ๓-๔ เซนติเมตร หัวเข็มขัดเป็นสีทองเหลืองรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าแบบ ชนิดหัวกลัด ปลอกหนังกว้าง ๑-๕ เซนติเมตร ปลายเข็มขัดยาวไม่น้อยกว่า ๑๕ เซนติเมตร ๖.๕ ถุงเท้าสีน้ำตาลไม่มีลวดลาย ไม่บาง ไม่พับปลายขอบถุงเท้า ความยาวของถุงเท้าวัดจากระดับเหนือ ตาตุ่มขึ้นมา ประมาณ ๕ เซนติเมตร และห้ามใช้ถุงเท้าลูกเสือกับเครื่องแบบนักเรียน ๖.๖ รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีน้ำตาล ผูกเชือกสีเดียวกับรองเท้า
๖.๗ เล็บ ตัดสั้น ไม่ไว้เล็บ หรือทาเล็บ ๖.๘ ห้ามใส่เครื่องประดับทุกชนิด ยกเว้นนาฬิกาข้อมือ เป็นโลหะหรือหนัง มีสีสุภาพไม่มีลวดลาย หากจำเป็นต้องใช้แว่นตาให้ใช้สีสุภาพ 7. การแต่งกายของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ต้องปฏิบัติดังนี้ ๗.๑ เสื้อผ้าสีขาวเกลี้ยงไม่มีลวดลายในเสื้อผ้าหรือบางเกินควร แบบคอพับในตัว ปกด้านหลังแบบ ทหารเรือ วัดจากต้นคอลงไปไม่เกิน ๑๒ เซนติเมตร แขนยาวเพียงเหนือข้อศอก ปลายแขนจีบ เล็กน้อยประกอบด้วยผ้า ๒ ชิ้น กว้าง ๓ เซนติเมตร ความยาวและความกว้างของตัวเสื้อพอเหมาะ กับลำตัวไม่รัดเอวริมขอบล่าง ด้านหน้าขวาติดกระเป๋า ขนาด ๕x๙ เซนติเมตร ปากกระเป๋าพับริม ประมาณ ๒ เซนติเมตร ๗.๒ หน้าอกด้านขวาของตัวเสื้อเครื่องแบบนักเรียนให้ติดเข็มตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน “ญ.ส.ส.” บนอักษรย่อ “ส.ธ.๒” ที่ปักทึบด้วยด้ายหรือไหมสีกรมท่า ตัวอักษรใช้แบบพิมพ์ตามแบบของ โรงเรียน ขนาด ๑.๕ เซนติเมตร ใต้ “ส.ธ.๒” ให้ปักทึบ “ชื่อ-สกุล” โดยไม่ต้องใส่คำนำหน้านาม ด้วยด้ายหรือไหมสีกรมท่า ขนาดตัวอักษร ๑ เซนติเมตร และใต้ชื่อปักจุดกลมทึบสีกรมท่า ขนาด เส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.3 เซนติเมตร ตามระดับชั้นของนักเรียน ๗.๓ คอซอง ใช้ผ้าเป็นสีกรมท่า ชายเป็นสามเหลี่ยมกว้าง ๘-๑๐ เซนติเมตร ผูกรอบคอแบบเงื่อนกะลาสี เมื่อผูกแล้วจะต้องยาวถึงกระดุมหรือกว่าเล็กน้อย ๗.๔ เสื้อซับชั้นใน จะต้องเป็นสีขาวไม่มีลวดลาย ไม่เว้าลึก ปิดส่วนหน้าและหลังอย่างมิดชิด ๗.๕ กระโปรง ใช้ผ้าสีกรมท่า ไม่มีลวดลายในเนื้อผ้า ด้านหน้าและหลังพับเป็นจีบด้านละ ๓ จีบ หันจีบออก ด้านนอก เย็บบนจีบจากใต้ขอบกระโปรงลงมา ๖-๑๒ เซนติเมตร ความลึกของจีบไม่น้อยกว่า ๑ เซนติเมตร เว้นระยะความกว้างตรงกลางพองาม ยาวคลุมเข่าประมาณ ๕ เซนติเมตร ริมกระโปรง ด้านล่างพับเข้าข้างในประมาณ ๒ เซนติเมตร ๗.๖ ถุงเท้า สวมถุงเท้าขาวไม่มีลวดลาย ไม่บางแบบไนล่อน พับปลายขอบถุงเท้าลงมา ๒ ครั้ง ระดับ เหนือตาตุ่มประมาณ ๒ นิ้ว ๗.๗ รองเท้าหนังสีดำ หุ้มส้นและหุ้มปลายเท้า หัวมน มีสายรัดหลังเท้าแบบธรรมดา ไม่มีลวดลาย ส้นสูง ไม่เกิน ๓ เซนติเมตร ๗.8 เล็บ ตัดสั้น ไม่ไว้เล็บ หรือทาเล็บ 7.9 ห้ามใส่เครื่องประดับทุกชนิด ยกเว้นนาฬิกาข้อมือ เป็นโลหะหรือหนัง มีสีสุภาพไม่มีลวดลาย หากจำเป็นต้องใช้แว่นตาให้ใช้สีสุภาพ 8. การแต่งกายของนักเรียนชายชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ต้องปฏิบัติดังนี้ ๘.๑ เสื้อเชิ้ตคอตั้งแขนสั้นเพียงศอก ไม่รัดรูปหรือหลวมจนเกินไป ผ้าสีขาวเกลี้ยงไม่บางเกินควร ไม่มี ลวดลายในเนื้อผ้า ผ่าหน้าตลอด มีสาบอยู่ด้านนอกกว้าง ๓ เซนติเมตร ใช้กระดุมสีขาวกลมแบน มีกระเป๋าหน้าอกด้านซ้าย ๑ กระเป๋า กว้าง ๘-๑๒ เซนติเมตร ลึก ๑๐-๑๔ เซนติเมตร สอดชายเสื้อ ไว้ในขอบกางเกงให้เรียบร้อย ๘.๒ หน้าอกด้านขวาของตัวเสื้อเครื่องแบบนักเรียนให้ติดเข็มตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน “ญ.ส.ส.” บนอักษรย่อ “ส.ธ.๒” ที่ปักทึบด้วยด้ายหรือไหมสีกรมท่า ขนาดตัวอักษรใช้แบบพิมพ์ ตามแบบ ของโรงเรียน ขนาด ๑.๕ เซนติเมตร ใต้ “ส.ธ.๒” ให้ปัก “ชื่อ-สกุล” โดยไม่ต้องใส่คำนำหน้านาม ด้วยด้ายหรือไหมสีกรมท่า ขนาดตัวอักษร ๑ เซนติเมตร และใต้ชื่อปักจุดกลมทึบด้วยด้ายหรือไหม สีกรมท่า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๓ เซนติเมตร ตามระดับชั้นของนักเรียน ๘.๓ กางเกงขาสั้นสีดำยาวเหนือเข่า เมื่อยืนตรงวัดจากกลางลูกสะบ้า ประมาณ ๕ เซนติเมตร ส่วนกว้าง ของขากางเกงห่างจากขาประมาณ ๘-๑๒ เซนติเมตร ตามขนาดขาของนักเรียน ปลายขาพับชาย เข้าข้างในกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร มีจีบด้านหน้า ข้างละ ๒ จีบ มีกระเป๋าข้าง ๒ ใบ ไม่มี กระเป๋าหลัง มีหูเข็มขัด ๗ หู เมื่อคลายเข็มขัดออกสะเอวต้องไม่หลวม เป้าไม่สั้น
๘.๔ เข็มขัดสีดำ ขนาดกว้าง ๓-๔ เซนติเมตร หัวเข็มขัดเป็นสีขาวสแตนเลสแบบชนิดหัวกลัด ปลอกหนัง กว้าง ๑-๕ เซนติเมตร ปลายเข็มขัดยาวไม่น้อยกว่า ๑๕ เซนติเมตร ๘.๕ ถุงเท้าสีขาวไม่มีลวดลาย ไม่บาง ไม่พับปลายขอบถุงเท้า ความยาวของถุงเท้าวัดจากระดับเหนือตาตุ่ม ขึ้นมา ประมาณ ๕ เซนติเมตร ๘.๖ รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีดำ ผูกเชือกสีเดียวกับรองเท้า ๘.7 เล็บ ตัดสั้น ไม่ไว้เล็บ หรือทาเล็บ ๘.8 ห้ามใส่เครื่องประดับทุกชนิด ยกเว้นนาฬิกาข้อมือ เป็นโลหะหรือหนัง มีสีสุภาพไม่มีลวดลาย หากจำเป็นต้องใช้แว่นตาให้ใช้สีสุภาพ 9. การแต่งกายของนักเรียนหญิงชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ต้องปฏิบัติดังนี้ ๙.๑ เสื้อแบบคอเชิ้ต ผ้าสีขาวเกลี้ยงไม่บางเกินควร ไม่มีลวดลายในเนื้อผ้า ผ่าหน้าตลอด มีสาบในขนาด กว้าง ๓ เซนติเมตร ใช้กระดุมสีขาวกลมแบน 3 เม็ด ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางไม่เกิน ๑ เซนติเมตร แขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อย ปลายแขนจีบเล็กน้อย สอดชายเสื้อไว้ในกระโปรงให้เรียบร้อย ๙.๒ หน้าอกด้านขวาของตัวเสื้อเครื่องแบบนักเรียนให้ติดเข็มตราสัญลักษณ์ประจำโรงเรียน “ญ.ส.ส.” บนอักษรย่อ “ส.ธ.๒” ที่ปักทึบด้วยด้ายหรือไหมสีกรมท่า ขนาดตัวอักษรใช้แบบพิมพ์ ตามแบบ ของโรงเรียน ขนาด ๑.๕ เซนติเมตร ใต้ “ส.ธ.๒” ให้ปัก “ชื่อ-สกุล” โดยไม่ต้องใส่คำนำหน้านาม ด้วยด้ายหรือไหมสีกรมท่า ขนาดตัวอักษร ๑ เซนติเมตร และใต้ชื่อปักจุดกลมทึบด้วยด้ายหรือไหม สีกรมท่า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๓ เซนติเมตร ตามระดับชั้นของนักเรียน ๙.๓ เสื้อซับชั้นใน จะต้องเป็นสีขาวไม่มีลวดลาย ไม่เว้าลึก ปิดส่วนหน้าและหลังอย่างมิดชิด ๙.๔ กระโปรง ใช้ผ้าสีกรมท่า ไม่มีลวดลายในเนื้อผ้า ด้านหน้าและหลังพับเป็นจีบด้านละ ๓ จีบ หันจีบออก ด้านนอก เย็บบนจีบจากใต้ขอบกระโปรงลงมา ๖-๑๒ เซนติเมตร ความลึกของจีบไม่น้อยกว่า ๑ เซนติเมตร เว้นระยะความกว้างตรงกลางพองาม ยาวคลุมเข่าประมาณ ๕ เซนติเมตร ริมกระโปรง ด้านล่างพับเข้าข้างในประมาณ ๒ เซนติเมตร ๙.๕ เข็มขัดหนังสีดำกว้างตั้งแต่ 3-๔ เซนติเมตร ความยาวพอเหมาะกับสัดส่วนของร่างกาย หัวเข็มขัด เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า แบบชนิดหัวกลัดหุ้มหนังสีดำ มีปลอกสีเดียวกับเข็มขัด ขนาดกว้าง ๑.๕ เซนติเมตร สำหรับสอดปลายเวลาคาดให้ทับกับขอบกระโปรง ๙.๖ ถุงเท้า สวมถุงเท้าขาวไม่มีลวดลาย ไม่บางแบบไนล่อน พับปลายขอบถุงเท้าลงมา ๒ ครั้ง ระดับเหนือตาตุ่ม ประมาณ ๒ นิ้ว ๙.๗ รองเท้าหนังสีดำ หุ้มส้นและหุ้มปลายเท้า หัวมน มีสายรัดหลังเท้าแบบธรรมดา ไม่มีลวดลาย ส้นสูง ไม่เกิน ๓ เซนติเมตร 9.8 เล็บ ตัดสั้น ไม่ไว้เล็บ หรือทาเล็บ 9.9 ห้ามใส่เครื่องประดับทุกชนิด ยกเว้นนาฬิกาข้อมือ เป็นโลหะหรือหนัง มีสีสุภาพไม่มีลวดลาย หากจำเป็นต้องใช้แว่นตาให้ใช้สีสุภาพ ๑๐. การแต่งกายชุดพลศึกษาของนักเรียนทุกคน ต้องปฏิบัติดังนี้ ๑๐.๑ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ๑๐.๑.๑ นักเรียนทุกคน สวมเสื้อพละสีชมพูตามแบบที่โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ กำหนด ปักชื่อ และนามสกุลที่บริเวณหน้าอกด้านขวา เป็นตัวทึบ ไม่ต้องใส่คำนำหน้านาม ด้วยด้ายหรือ ไหมสีกรมท่า มีขนาดตัวอักษร ๑ เซนติเมตรเท่านั้น ใต้ชื่อและนามสกุล ให้ปักจุดกลมทึบ ด้วยด้ายหรือไหมสีกรมท่า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๓ เซนติเมตร ตามระดับชั้นของ นักเรียน ๑๐.๑.๒ สวมกางเกงพละขายาวตามแบบที่โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ กำหนด ห้ามดัดแปลง แก้ไขแบบ ๑๐.๑.๓ นักเรียนชายสวมถุงเท้าสีน้ำตาล รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีน้ำตาล ไม่มีแถบสีหรือลวดลาย ผูกเชือกสีเดียวกับรองเท้า
๑๐.๑.๔ นักเรียนหญิงสวมถุงเท้าขาว รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีขาว ไม่มีแถบสีหรือลวดลาย ผูกเชือก สีเดียวกับรองเท้า ๑๐.๑.๕ นักเรียนทุกคนแต่งกายด้วยชุดพลศึกษาเฉพาะวันที่มีคาบเรียนพลศึกษา หรือตามวันที่ โรงเรียนกำหนดเท่านั้น ๑๐.๒ นักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ๑๐.๒.๑ นักเรียนทุกคน สวมเสื้อพละสีเขียวตามแบบที่โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ กำหนด ปักชื่อ และนามสกุลที่บริเวณหน้าอกด้านขวา เป็นตัวทึบ ไม่ต้องใส่คำนำหน้านาม ด้วยด้ายหรือ ไหมสีกรมท่า มีขนาดตัวอักษร ๑ เซนติเมตรเท่านั้น ใต้ชื่อและนามสกุล ให้ปักจุดกลมทึบ ด้วยด้ายหรือไหมสีกรมท่า ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๐.๓ เซนติเมตร ตามระดับชั้นของ นักเรียน ๑๐.๒.๒ สวมกางเกงพละขายาวตามแบบที่โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ กำหนด ห้ามดัดแปลง แก้ไขแบบ ๑๐.2.๓ นักเรียนชายสวมถุงเท้าสีขาว รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีดำ ไม่มีแถบสีหรือลวดลาย ผูกเชือก สีเดียวกับรองเท้า ๑๐.2.๔ นักเรียนหญิงสวมถุงเท้าขาว รองเท้าผ้าใบหุ้มส้นสีขาว ไม่มีแถบสีหรือลวดลาย ผูกเชือก สีเดียวกับรองเท้า ๑๐.2.๕ นักเรียนทุกคนแต่งกายด้วยชุดพลศึกษาเฉพาะวันที่มีคาบเรียนพลศึกษา หรือตามวันที่ โรงเรียนกำหนดเท่านั้น 11. การแต่งเครื่องแบบกิจกรรมของนักเรียนทุกคน ต้องปฏิบัติดังนี้ ๑๑.๑ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นสวมเครื่องแบบลูกเสือ-เนตรนารี ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ๑๑.๒ นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายที่เป็นนักศึกษาวิชาทหาร ให้สวมเครื่องแบบนักศึกษาวิชา ทหาร ตามแบบของกรมการรักษาดินแดน 12. ให้มีคณะกรรมการพิจารณาวิธีดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ประกอบด้วย ๑๒.๑ รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน ประธานกรรมการ ๑๒.๒ หัวหน้าระดับทุกระดับชั้น กรรมการ ๑๒.๓ ครูที่ปรึกษาประจำชั้นทุกระดับชั้น กรรมการ ๑๒.๔ ครูผู้สอน และบุคลากรโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกคน กรรมการ ๑๒.๕ หัวหน้ากลุ่มบริหารกิจการนักเรียน กรรมการและเลขานุการ 13. การกระทำใดๆ ระหว่างโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ กับนักเรียน และผู้ปกครอง ต้องบันทึกไว้เป็น ลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง 14. ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ มอบหมายให้รองผู้อำนวยการ ครู และบุคลากรโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกคน ตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ หากนักเรียนไม่ปฏิบัติตามระเบียบนี้ ตามหลักเกณฑ์การตัดคะแนนความประพฤติของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ 15. ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ เป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ วินิจฉัยวิธีการดำเนินการของคณะกรรมการ และมีสิทธิยับยั้งการตัดคะแนนพฤติกรรมของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกกรณี ตามที่เห็นสมควร โดย คำวินิจฉัยของผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ถือเป็นข้อยุติ 16. ให้รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียนรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ (นายประยงค์ อินนุพัฒน์) ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒
ประกาศโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ เรื่อง แนวปฏิบัติการแก้ไขพฤติกรรมนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ …………………………………………………… ในกรณีที่นักเรียนประพฤติไม่ถูกต้องตามระเบียบของโรงเรียนจะถูกตัดคะแนนความประพฤติตามลักษณะ ความผิดที่กำหนดไว้ ถ้านักเรียนถูกตัดคะแนนความประพฤติถึง 50 คะแนนต้องทำกิจกรรมเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม และถ้านักเรียนถูกตัดคะแนนความประพฤติ 100 คะแนน ผู้ปกครองต้องพิจารณาเปลี่ยนสถานศึกษาที่เรียน ให้กับนักเรียน และเพื่อให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ โรงเรียนจึงกำหนดแนวทาง การปฏิบัติเพื่อแก้ไขพฤติกรรมของนักเรียน เพื่อให้ครูและผู้เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามขั้นตอนอย่างถูกต้องตาม ระเบียบที่กำหนด ระดับ ความผิด ครั้งที่ ขั้นตอน การลงโทษ แนวทางการปฏิบัติเพื่อแก้ไขพฤติกรรม ผู้รับผิดชอบ ความผิด ไม่ร้ายแรง ๑ ขั้นตักเตือน ๑.๑ ตักเตือน ๑. ตักเตือน แนะนำ อบรมสั่งสอน ๒. แจ้งผู้ปกครองรับทราบ ครูผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง/ ครูที่ปรึกษา ๑.๒ ตักเตือน ๑. ตักเตือน แนะนำ อบรมสั่งสอน ๒. ทำหนังสือแจ้งผู้ปกครองรับทราบ ๓. นักเรียนทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ๕ ชั่วโมง ครูผู้มีส่วน เกี่ยวข้อง/ ครูที่ปรึกษา/ หัวหน้าระดับชั้น ๒ ขั้นทำทัณฑ์บน ๑. ทำหนังสือเชิญผู้ปกครองมาพบเพื่อชี้แจงและ ทำทัณฑ์บน ๒. เสนอบันทึกการทำทัณฑ์บนต่อรองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารกิจการนักเรียนรับทราบ เพื่อเสนอ ผู้อำนวยการโรงเรียน ๓. ผู้อำนวยการโรงเรียนมอบหมายรอง ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน ทำทัณฑ์บน ตามระเบียบว่าด้วยการลงโทษนักเรียน ๔. นักเรียนทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ๑0 ชั่วโมง หัวหน้าระดับชั้น
ระดับ ความผิด ครั้งที่ ขั้นตอน การลงโทษ แนวทางการปฏิบัติเพื่อแก้ไขพฤติกรรม ผู้รับผิดชอบ ความผิด ไม่ร้ายแรง ๓ ๓.๑ ๓.๒ ๓.๓ ๓.๔ ขั้นตัดคะแนน ๑๐ คะแนน ๒๐ คะแนน ๓๐ คะแนน ๔๐ คะแนน หัวหน้าระดับชั้น ตัดคะแนนความประพฤติตาม ความผิดของนักเรียน ๑. นักเรียนถูกตัดคะแนนถึง ๑๐ คะแนน ทำกิจกรรม บำเพ็ญประโยชน์ ๑๕ ชั่วโมง ๒. นักเรียนถูกตัดคะแนนถึง ๓๐ คะแนน ทำกิจกรรม บำเพ็ญประโยชน์ ๒๐ ชั่วโมง ๓. นักเรียนถูกตัดคะแนนถึง ๖๐ คะแนน เชิญผู้ปกครองรับทราบ และให้นักเรียนเข้าร่วม กิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๔. นักเรียนถูกตัดคะแนนถึง ๑๐๐ คะแนน เชิญผู้ปกครองรับทราบ และเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนา คุณลักษณะอันพึงประสงค์พร้อมกับนักเรียน หัวหน้าระดับชั้น ๔ ขั้นทำกิจกรรม เพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ๑. นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติถึง ๑๐๐ คะแนน จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ที่โรงเรียนจัดร่วมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนสิ้นภาคเรียนนั้น ๆ เป็นเวลา ๓ วัน และผู้ปกครองต้องเข้าร่วมกิจกรรม ในวันแรกและวันสุดท้าย โดยไม่มีข้อยกเว้น ๒. หากผ่านการเข้าร่วมทำกิจกรรมแล้ว แต่นักเรียน ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้นได้ ให้หัวหน้าระดับชั้นทำบันทึกข้อมูลรายงานความ ประพฤติทั้งหมดของนักเรียน เพื่อพิจารณาให้เปลี่ยน สถานศึกษา เสนอต่อรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหาร กิจการนักเรียน ๓. รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน และ คณะกรรมการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน ทำหนังสือเชิญ คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ประชุมลงมติเสนอผู้อำนวยการโรงเรียน ๔. ผู้อำนวยการโรงเรียนพิจารณาตามที่เห็นสมควร และถือเป็นข้อยุติ หัวหน้าระดับชั้น หมายเหตุ กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนพิจารณาอนุมัติ ให้นักเรียนเปลี่ยนสถานศึกษา รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน หรือคณะกรรมการกลุ่มบริหารกิจการ นักเรียนแจ้งผู้ปกครองนักเรียนรับทราบ และให้ดำเนินการเปลี่ยนสถานศึกษาทันที โดยไม่มีข้อยกเว้น
ระดับ ความผิด ครั้งที่ ขั้นตอน การลงโทษ แนวทางการปฏิบัติเพื่อแก้ไขพฤติกรรม ผู้รับผิดชอบ ความผิด ร้ายแรง ๑ ขั้นทำทัณฑ์บน ๑. ทำหนังสือเชิญผู้ปกครองมาพบเพื่อชี้แจง และ ทำทัณฑ์บน ๒. เสนอบันทึกการทำทัณฑ์บนต่อรองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารกิจการนักเรียนรับทราบ เพื่อเสนอ ผู้อำนวยการโรงเรียน ๓. ผู้อำนวยการโรงเรียนมอบหมายรองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารกิจการนักเรียน ทำทัณฑ์บนตามระเบียบ ว่าด้วยการลงโทษนักเรียน ๔. นักเรียนทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ๒๕ ชั่วโมง หัวหน้าระดับชั้น ๒ ๒.๑ ๒.๒ ๒.๓ ขั้นตัดคะแนน ๓๐ คะแนน ๓๐ คะแนน ๔๐ คะแนน หัวหน้าระดับชั้น ตัดคะแนนความประพฤติตาม ความผิดของนักเรียน 1. นักเรียนถูกตัดคะแนนถึง ๓๐ คะแนน ทำกิจกรรม บำเพ็ญประโยชน์ ๓๐ ชั่วโมง ๒. นักเรียนถูกตัดคะแนนถึง ๖๐ คะแนน เชิญผู้ปกครองรับทราบ และให้นักเรียนเข้าร่วม กิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๓. นักเรียนถูกตัดคะแนนถึง ๑๐๐ คะแนน เชิญผู้ปกครองรับทราบ และเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนา คุณลักษณะอันพึงประสงค์พร้อมกับนักเรียน หัวหน้าระดับชั้น ๓ ขั้นทำกิจกรรม เพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ๑. นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติถึง ๑๐๐ คะแนน จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ที่โรงเรียนจัดร่วมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนสิ้นภาคเรียนนั้น ๆ เป็นเวลา ๓ วัน และผู้ปกครองต้องเข้าร่วมกิจกรรม ในวันแรกและวันสุดท้าย โดยไม่มีข้อยกเว้น ๒. หากผ่านการเข้าร่วมทำกิจกรรมแล้ว แต่นักเรียน ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้นได้ ให้หัวหน้าระดับชั้นทำบันทึกข้อมูลรายงานความ ประพฤติทั้งหมดของนักเรียน เพื่อพิจารณาให้เปลี่ยน สถานศึกษา เสนอต่อรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหาร กิจการนักเรียน ๓. รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน และ คณะกรรมการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน ทำหนังสือเชิญ คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ประชุมลงมติเสนอผู้อำนวยการโรงเรียน ๔. ผู้อำนวยการโรงเรียนพิจารณาตามที่เห็นสมควร และถือเป็นข้อยุติ หัวหน้าระดับชั้น
ระดับ ความผิด ครั้งที่ ขั้นตอน การลงโทษ แนวทางการปฏิบัติเพื่อแก้ไขพฤติกรรม ผู้รับผิดชอบ ความผิด ร้ายแรง หมายเหตุ กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนพิจารณาอนุมัติ ให้นักเรียนเปลี่ยนสถานศึกษา รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน หรือคณะกรรมการกลุ่มบริหารกิจการ นักเรียนแจ้งผู้ปกครองนักเรียนรับทราบ และให้ดำเนินการเปลี่ยนสถานศึกษาทันที โดยไม่มีข้อยกเว้น ความผิด ร้ายแรงมาก ๑ ขั้นตัดคะแนน ๖๐ - ๑๐๐ คะแนน หัวหน้าระดับชั้น ตัดคะแนนความประพฤติตาม ความผิดของนักเรียน ๑. นักเรียนถูกตัดคะแนนถึง ๖๐ คะแนน เชิญผู้ปกครองรับทราบ และให้นักเรียนเข้าร่วม กิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๒. นักเรียนถูกตัดคะแนนถึง ๑๐๐ คะแนน เชิญผู้ปกครองรับทราบ และเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนา คุณลักษณะอันพึงประสงค์พร้อมกับนักเรียน หัวหน้าระดับชั้น ๒ ขั้นทำกิจกรรม เพื่อปรับเปลี่ยน พฤติกรรม ๑. นักเรียนที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติถึง ๑๐๐ คะแนน จะต้องเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณลักษณะ อันพึงประสงค์ ที่โรงเรียนจัดร่วมกับหน่วยงานภายนอก เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมก่อนสิ้นภาคเรียนนั้น ๆ เป็นเวลา ๓ วัน และผู้ปกครองต้องเข้าร่วมกิจกรรม ในวันแรกและวันสุดท้าย โดยไม่มีข้อยกเว้น ๒. หากผ่านการเข้าร่วมทำกิจกรรมแล้ว แต่นักเรียน ยังไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้ดีขึ้นได้ ให้หัวหน้าระดับชั้นทำบันทึกข้อมูลรายงานความ ประพฤติทั้งหมดของนักเรียน เพื่อพิจารณาให้เปลี่ยน สถานศึกษา เสนอต่อรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหาร กิจการนักเรียน ๓. รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน และ คณะกรรมการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน ทำหนังสือเชิญ คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ประชุมลงมติเสนอผู้อำนวยการโรงเรียน ๔. ผู้อำนวยการโรงเรียนพิจารณาตามที่เห็นสมควร และถือเป็นข้อยุติ หัวหน้าระดับชั้น
ระดับ ความผิด ครั้งที่ ขั้นตอน การลงโทษ แนวทางการปฏิบัติเพื่อแก้ไขพฤติกรรม ผู้รับผิดชอบ ความผิด ร้ายแรงมาก หมายเหตุ กรณีผู้อำนวยการโรงเรียนพิจารณาอนุมัติ ให้ย้ายสถานศึกษา ให้รองผู้อำนวยการ กลุ่มบริหารกิจการนักเรียนหรือคณะกรรมการ กลุ่มบริหารกิจการนักเรียนแจ้งผู้ปกครอง นักเรียนทราบและให้ดำเนินการย้าย สถานศึกษาทันทีโดยไม่มีข้อยกเว้น จึงประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 256๔ (นายประยงค์ อินนุพัฒน์) ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒
แบบบันทึการตัดคะแนนความประพฤต ชื่อ - สกุลนักเรียน …………………………………………………………………………. ชั้น ……… ระดับ ความผิด พฤติกรรม ครั้งที่ ตักเตือน ทำ ทัณฑ์บน ตั (ครั้งที 1 2 1 2 ความผิด ไม่ร้ายแรง พูดจาหยาบคาย หลบหลีกการเข้าแถวเคารพธงชาติ/โฮมรูม ใส่เครื่องประดับ เช่น สร้อยคอ ต่างหู หรือ ของมีค่ามาโรงเรียน ซื้ออาหารจากแม่ค้าที่จำหน่ายนอกโรงเรียน ระหว่างเวลา 07.50 - 15.50 น. แต่งเครื่องแบบนักเรียนไม่เรียบร้อย เช่น ดึงเสื้อยาวเกินไป คาดเข็มขัดต่ำกว่าเอว ติดกระดุมเสื้อไม่เรียบร้อย ไม่สวมเสื้อซับใน ผูกผ้าพันคอเครื่องแบบกิจกรรมบังคับไม่ เรียบร้อย/ต่ำกว่าที่กำหนด ไม่สอดชายเสื้อ ไว้ในกางเกง (ชุดนักเรียนหญิง ม.ต้น/ชุดพละ ม.ต้น, ม.ปลาย) กระโปรง/ถุงเท้าผิดระเบียบ ใช้เครื่องสำอางเพื่อการเสริมสวย เช่น แต่งหน้า ทาปาก เขียนขอบตา เป็นต้น และแต่งเครื่องแบบ นักเรียนของโรงเรียนอื่น กระเป๋า/เป้ไม่ถูกต้องตามกฎระเบียบของโรงเรียน ไม่นำเอกสารที่ทางโรงเรียนแจ้งประกาศไปให้ ผู้ปกครอง ไม่สนใจเรียนในห้องเรียน
ติของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ……………….. เลขที่ …………….. ตัดคะแนน ที่/คะแนนที่ตัด) ทำกิจกรรม ปรับเปลี่ยน พฤติกรรม (ชั่วโมง) วันที่ กระทำผิด ลายมือชื่อ (ครู) ลายมือชื่อ (นักเรียน) ลายมือชื่อ (ผู้ปกครอง) 2 3 4
ระดับ ความผิด พฤติกรรม ครั้งที่ ตักเตือน ทำ ทัณฑ์บน ตั (ครั้งที 1 2 1 2 ความผิด ไม่ร้ายแรง ก่อกวนในห้องเรียนจนผู้สอนเบื่อหน่าย นำอาหารไปรับประทานในห้องเรียน/อาคารเรียน มาโรงเรียนสาย หนีเรียนรายคาบ/หลบหลีกการเข้าร่วม กิจกรรมที่โรงเรียนกำหนด ขัดคำสั่งของโรงเรียนหรือครู ซึ่งชอบด้วย ระเบียบของโรงเรียน ใช้กิริยาวาจาไม่สุภาพ กล่าวเท็จต่อครู/ผู้ปกครอง ทรงผมผิดระเบียบของโรงเรียน เช่น ทำสีผม หนีบผม ดัดผม ทรงผมรองหวี สกินเฮด ผมยาวกว่าที่กำหนดไว้ในระเบียบ ปล่อยไรผม บังหน้า ผูกโบว์สีอื่น นอกเหนือจากสีดำ ระเบิดหู เจาะลิ้น เจาะจมูก นำรถจักรยานยนต์มาโรงเรียน แต่ไม่จอดรถ ในสถานที่ที่โรงเรียนกำหนด นำโทรศัพท์มาใช้ในเวลาเรียน ระหว่างเวลา 07.50 - 15.50 น. โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก ครูผู้สอน .
ตัดคะแนน ที่/คะแนนที่ตัด) ทำกิจกรรม ปรับเปลี่ยน พฤติกรรม (ชั่วโมง) วันที่ กระทำผิด ลายมือชื่อ (ครู) ลายมือชื่อ (นักเรียน) ลายมือชื่อ (ผู้ปกครอง) 2 3 4
ระดับ ความผิด พฤติกรรม ครั้งที่ ตักเตือน ทำ ทัณฑ์บน ตั (ครั้งที 1 2 1 2 ความผิด ร้ายแรง ขีดเขียนข้อความไม่เหมาะสมในที่สาธารณะ หรือในโรงเรียน ไม่มีสัมมาคารวะต่อครู/บุคคลอื่น ทั้งต่อหน้า และลับหลัง สูบบุหรี่ในเครื่องแบบนักเรียน นำใบกระท่อม/น้ำกระท่อมเข้ามาดื่มกิน ภายในบริเวณโรงเรียนทั้งในและนอก เครื่องแบบนักเรียน หนีเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน เป็นสื่อสัมพันธ์ในทางชู้สาวให้ผู้อื่นทั้งในและ นอกโรงเรียน จัดนำบุคคลอื่นเข้ามามั่วสุ่มในโรงเรียนก่อเหตุ ทะเลาะวิวาทในโรงเรียน แอบอ้างชื่อโรงเรียน/บุคคลอื่น ไปกระทำการ อย่างใดอย่างหนึ่งซึ่งทำให้เกิดความเสียหายขึ้น ทำลายทรัพย์สินของบุคคลอื่น โรงเรียน และ สาธารณสมบัติโดยเจตนา แสดงตนเป็นนักเรียนอันธพาล/รังแกผู้อื่น เป็นผู้ก่อให้เกิดการทะเลาะวิวาทในโรงเรียน หรือก่อความไม่สงบทั้งภายในและภายนอก โรงเรียน เล่นการพนัน ไม่ว่าประเภทใดๆ ก็ตาม แสดงกิริยาวาจาไม่เหมาะสมต่อบุคคลอื่น ก่อให้เกิดความรู้สึกอับอายและเสื่อมเสีย ชื่อเสียง
ตัดคะแนน ที่ /คะแนนที่ตัด) ทำกิจกรรม ปรับเปลี่ยน พฤติกรรม (ชั่วโมง) วันที่ กระทำผิด ลายมือชื่อ (ครู) ลายมือชื่อ (นักเรียน) ลายมือชื่อ (ผู้ปกครอง) 2 3 4
ระดับ ความผิด พฤติกรรม ครั้งที่ ตักเตือน ทำ ทัณฑ์บน ตัด (ครั้งที่ / 1 2 1 2 ความผิด ร้ายแรงมาก เป็นสื่อสัมพันธ์ล่อลวงนักเรียนไปให้บุคคลอื่น อันก่อให้เกิดความรุนแรงทางเพศ เข้าร่วมเป็นตัวแทนในการชุมนุม ประท้วงหรือ การกระทำในสิ่งที่นำมาซึ่งความเสื่อมเสีย ชื่อเสียง เกียรติยศของโรงเรียน เป็นผู้ใช้หรือบงการให้ผู้อื่นกระทำความผิด ร้ายแรงในคดีแพ่งและอาญา นักเรียนกระทำความผิดคดีแพ่ง หรือคดีอาญา เช่น ข่มขู่ บังคับหรือรีดไถเงิน มีพฤติกรรมมั่วสุม คุกคาม ล่วงละเมิดทางเพศ และในทางชู้สาว มีสามีภรรยา มีคู่หมั้นหรือ สมรส ขณะศึกษาอยู่ในโรงเรียน เจตนาลักขโมยหรือสมรู้ร่วมคิดขโมยทรัพย์สิน ของผู้อื่นหรือของโรงเรียน โดยการวางแผน มีพยานหลักฐานชัดเจน มีคดีอาญา ถูกส่งฟ้องศาลหรือศาลพิจารณา ว่ามีความผิดจริง ซ่องสุมหรือก่อกวนความสงบเรียบร้อย กระทำตน เป็นอันธพาล ทำร้ายร่างกายผู้อื่นโดยใช้อาวุธ พกพาอาวุธ วัตถุระเบิด สนับมือ หรืออาวุธมีคม ทุกชนิด มียาเสพติดประเภท 1 - 5 ไว้ในครอบครอง เพื่อจำหน่ายจ่ายแจก
ดคะแนน /คะแนนที่ตัด) ทำกิจกรรม ปรับเปลี่ยน พฤติกรรม (ชั่วโมง) วันที่ กระทำผิด ลายมือชื่อ (ครู) ลายมือชื่อ (นักเรียน) ลายมือชื่อ (ผู้ปกครอง) 3 4
ระดับ ความผิด พฤติกรรม ครั้งที่ ตักเตือน ทำ ทัณฑ์บน ตัด (ครั้งที่ / 1 2 1 2 ความผิด ร้ายแรงมาก เสพสารเสพติด ของมึนเมา ทั้งในและนอก เครื่องแบบนักเรียน นำบุหรี่ไฟฟ้า พอต บารากุ เข้ามาเสพหรือ จำหน่ายในโรงเรียน นำกัญชาเข้ามาเสพหรือจำหน่ายในโรงเรียน ใช้อุปกรณ์/เทคโนโลยีในทางที่ไม่เหมาะสม/ มีสื่อที่ไม่เหมาะสมไว้ในครอบครอง หรือ เผยแพร่ต่อสาธารณชน ในกรณีที่ทำให้เสื่อม เสียชื่อเสียงของสถานศึกษาและบุคคลอื่น อย่างร้ายแรง
ดคะแนน /คะแนนที่ตัด) ทำกิจกรรม ปรับเปลี่ยน พฤติกรรม (ชั่วโมง) วันที่ กระทำผิด ลายมือชื่อ (ครู) ลายมือชื่อ (นักเรียน) ลายมือชื่อ (ผู้ปกครอง) 3 4
ระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ว่าด้วยการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกของนักเรียน พุทธศักราช ๒๕๖๑ …………………………………………………… การส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวก เป็นกระบวนการหนึ่งที่ทำให้นักเรียนมีพฤติกรรม หรือแสดงพฤติกรรมที่ พึงประสงค์โดยการส่งเสริม และกล่อมเกลา ให้เด็กเป็นคนมีเหตุผล มีความรับผิดชอบ รู้จักหน้าที่ของตัวเอง มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความเห็นใจผู้อื่น และเคารพสิทธิของตัวเองและผู้อื่น ซึ่งวิธีการนี้มีผลดีต่อตัวนักเรียนและ สังคมในระยะยาว ดังนั้นโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ จึงกำหนดระเบียบว่าดัวยการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกของ นักเรียน พุทธศักราช ๒๕๖๑ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนสามารถคิดเป็นธรรม ทำเป็นธรรม และแก้ปัญหาเป็นธรรม ดังนี้ ๑. ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒” ว่าดัวยการส่งเสริมพฤติกรรมเชิงบวกของ นักเรียน พุทธศักราช ๒๕๖๑ ๒. ให้ถือเป็นบทบาทหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้บริหาร ครู และบุคลากรทุกคน ที่ต้องมีหน้าที่ส่งเสริม พฤติกรรมเชิงบวกของนักเรียน ๓. ให้มีคณะกรรมการพิจารณาวิธีดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ประกอบด้วย ๓.๑ รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน ประธานกรรมการ ๓.๒ หัวหน้าระดับทุกระดับชั้น กรรมการ ๓.๓ ครูที่ปรึกษาประจำชั้นทุกระดับชั้น กรรมการ ๓.๔ ครูผู้สอน และบุคลากรทุกคน กรรมการ ๓.๕ หัวหน้ากลุ่มบริหารกิจการนักเรียน กรรมการและเลขานุการ ๔. ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ เป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ และวินิจฉัยวิธีการดำเนินการของคณะกรรมการ โดยคำวินิจฉัยของผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ถือเป็นข้อยุติ ๕. การกระทำใดๆ ระหว่างโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ นักเรียน และผู้ปกครอง ทุกครั้ง ต้องบันทึกไว้เป็น ลายลักษณ์อักษร ๖. ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ มอบหมายให้ผู้บริหาร ครู และบุคลากรโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกคน ให้คะแนนพฤติกรรมเชิงบวกแก่นักเรียน ตามหลักเกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมเชิงบวกของ นักเรียนโรงเรียน สุราษฎร์ธานี ๒ ที่แนบท้ายระเบียบนี้ ๗. ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ มีสิทธิ์ยับยั้ง ลด เพิ่ม การให้คะแนนพฤติกรรมเชิงบวกของ นักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกกรณี ตามที่เห็นสมควร ๘. ให้คณะกรรมการกลุ่มบริหารกิจการนักเรียนรักษาการให้เป็นไปตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ (นายประยงค์ อินนุพัฒน์) ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒
หลักเกณฑ์การให้คะแนนพฤติกรรมเชิงบวกของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ลำดับที่ รายการพฤติกรรม คะแนน ผู้แจ้งเพิ่มคะแนน 1 เป็นตัวแทนเข้าร่วมกิจกรรมที่แสดงออกซึ่งความจงรักภักดี ต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ 1.1) ภายในโรงเรียน 5 - ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรม 1.2) ภายนอกโรงเรียน 10 - ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรม 2 เก็บของได้แล้วส่งคืน/เจ้าของ/มอบครูพิจารณาตามความเหมาะสม 5 - กลุ่มบริหารทั่วไป 3 มีจิตอาสาช่วยเหลือบุคคลอื่นอย่างสม่ำเสมอ 5 - ครูทุกคน 4 สืบค้น หาข้อมูล ห้องสมุด/ห้อง ICT อย่างสม่ำเสมอในแต่ละเดือน 10 - งานห้องสมุด/งาน ICT 5 เข้าร่วมกิจกรรมที่โรงเรียนจัดขึ้น โดยให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี 5 - ครูผู้รับผิดชอบกิจกรรม 6 การได้รับรางวัลของนักเรียนในการประกวดแข่งขัน 6.1) ระดับโรงเรียน 5 - ครูที่ปรึกษา/ครูผู้ฝึกซ้อม 6.2) ระดับเขตพื้นที่/จังหวัด 15 - ครูที่ปรึกษา/ครูผู้ฝึกซ้อม 6.3) ระดับภาค 20 - ครูที่ปรึกษา/ครูผู้ฝึกซ้อม 6.4) ระดับประเทศ 30 -ครูที่ปรึกษา/ครูผู้ฝึกซ้อม 6.5) ระดับนานาชาติ 50 -ครูที่ปรึกษา/ครูผู้ฝึกซ้อม 7 ได้รับรางวัลอันดับที่ 1-3 การดูแลเขตพื้นที่และห้องเรียนในแต่ละเดือน 5 - กลุ่มบริหารทั่วไป 8 ประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดี เป็นที่ประจักษ์ 8.1) ภายในโรงเรียน 20 - ครูที่ปรึกษา 8.2) ภายนอกโรงเรียน 30 - ครูที่ปรึกษา 9 ช่วยเหลืองานโรงเรียนตลอดภาคเรียน 20 -ผู้ดำเนินโครงการ/กิจกรรม 10 เป็นคณะกรรมการสภานักเรียน 25 - งานสภานักเรียน 11 เป็นคณะกรรมการห้องเรียน 10 -ครูที่ปรึกษา/หัวหน้าระดับ 12 บรรพชาสามเณรและบวชศีลจาริณีที่จัดโดยกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน หรือหน่วยงานอื่น ๆ จัดขึ้น 15 -กลุ่มบริหารกิจการนักเรียน 13 ผ่านการประเมินเครื่องแบบนักเรียนและทรงผม ตลอดภาคเรียน 10 - หัวหน้าระดับ 14 มาเรียนครบทุกวันและไม่สาย ตลอดภาคเรียน 10 - หัวหน้าระดับ
ข้อปฏิบัติของนักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ 1.กระเป๋า 1.1 นักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกคน ต้องใช้กระเป๋าเป้สำหรับใส่สมุด หนังสือ และอุปกรณ์ การเรียนตามแบบที่โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ กำหนดเท่านั้น พร้อมเขียนชื่อ นามสกุล และระดับชั้น ที่ด้านหลังกระเป๋าเป้ ห้ามติดสติกเกอร์ และเขียนข้อความอื่นลงบนกระเป๋าเป้โดยเด็ดขาด 1.2 ห้ามไม่ให้นักเรียนโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ทุกคน ใช้กระเป๋าสะพายข้างแทนกระเป๋าเป้ เพื่อใส่สมุด และ หนังสือเรียน เว้นแต่นักเรียนมีความจำเป็นต้องใช้กระเป๋าสะพายเพื่อใส่อุปกรณ์การเรียน และสิ่งของ จำเป็นอื่นๆ เท่านั้น และกระเป๋าสะพายข้างที่นักเรียนใช้ต้องเป็นตามแบบที่โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ กำหนด 2.การมาโรงเรียน ๒.๑ นักเรียนจะต้องมาถึงโรงเรียนก่อนเวลา 07.45 น. ทำความสะอาดเขตพื้นที่รับผิดชอบและทำ ความสะอาดห้องเรียนให้เรียบร้อยก่อนทำกิจกรรมหน้าเสาธง ๒.๒ เวลา 07.45 น. ทุกคนต้องไปเข้าแถวเคารพธงชาติและร่วมกิจกรรมหน้าเสาธง ๒.๓ เริ่มเรียนชั่วโมงแรกเวลา 08.30 น. ๒.๔ เลิกเรียนเวลา 15.50 น. 3. การมาโรงเรียนสาย กรณีมาสาย หมายถึง นักเรียนที่มาถึงโรงเรียนหลังจากเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาเรียบร้อยแล้ว นักเรียน ที่มาสายจะต้องปฏิบัติดังนี้ ๓.๑ นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมหน้าเสาธงตามขั้นตอนปกติ และทำกิจกรรมที่ครูเวรประจำวันกำหนดแล้ว จึงเข้าห้องเรียน ๓.๒ ลงชื่อมาสายที่ยามรักษาการณ์หน้าประตูทางเข้า (ที่ป้อมยาม) ๓.๓ ขอบัตรอนุญาตเข้าห้องเรียนที่ห้องกิจการนักเรียน ๓.๔ ยื่นบัตรอนุญาตเข้าห้องเรียนให้กับครูประจำวิชา 4. การออกนอกบริเวณโรงเรียน โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ไม่มีนโยบายให้นักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียนในระหว่างเวลาเรียน ยกเว้นนักเรียน มีความจำเป็นในกรณีต่อไปนี้ 4.1 ป่วย (มีหลักฐานการรับรองจากงานอนามัยโรงเรียน) 4.2 ผู้ปกครองของนักเรียนมารับด้วยตนเอง การขออนุญาตนำนักเรียนออกนอกบริเวณโรงเรียน - นักเรียนรับแบบฟอร์มขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียนที่ห้องกิจการนักเรียน - นักเรียนหรือผู้ปกครองกรอกรายละเอียด ผู้ปกครองลงลายมือชื่อผู้ขออนุญาต (ผู้ปกครอง หมายถึง บิดา มารดา หรือบุคคลที่ได้รับมอบอำนาจจากบิดา มารดา ที่กรอกไว้ในใบประวัติของนักเรียน ในกรณีที่เป็นพี่ ต้องมีอายุครบ 18 ปีบริบูรณ์) - นักเรียนนำแบบขออนุญาตไปเสนอครูที่ปรึกษาประจำชั้นหรือหัวหน้าระดับชั้น เป็นผู้ลงลายมือชื่อ อนุญาตเบื้องต้น ตัดส่วนที่ 2 เก็บไว้ในสมุดเช็คเวลาเรียนที่ห้องเรียนประจำ - นักเรียนและผู้ปกครอง นำแบบขออนุญาตที่ครูที่ปรึกษาประจำชั้นหรือหัวหน้าระดับชั้นลงลายมือชื่อ อนุญาต (เฉพาะส่วนที่ 1) ไปยังห้องกิจการนักเรียน เพื่อให้รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารกิจการ นักเรียน หรือหัวหน้ากลุ่มบริหารกิจการนักเรียนลงลายมือชื่ออนุญาตอีกครั้ง และบันทึกการ ขออนุญาตลงในสมุดการขออนุญาตออกนอกบริเวณโรงเรียน - นำแบบขออนุญาตส่วนที่ 1 มอบให้กับยามรักษาการณ์ที่ประตูหน้าป้อมยามเพื่อเก็บหลักฐานไว้
5. การลาของนักเรียน 5.1 ลาป่วย ให้ส่งใบลาในวันที่ป่วยหรือวันแรกที่มาโรงเรียน และใบลาจะต้องมีผู้ปกครองลงลายมือชื่อรับรอง ถ้าลาป่วยเกิน 3 วัน จะต้องแนบใบรับรองแพทย์จากสถานพยาบาลของรัฐเป็นหลักฐานประกอบ 5.2 หากนักเรียนขาดเรียนติดต่อกัน 3 วัน โดยไม่ทราบสาเหตุ ทางโรงเรียนจะประสานผู้ปกครอง เพื่อให้ทราบสาเหตุการขาดเรียน 5.3 หากนักเรียนขาดเรียนติดต่อกันเกิน 5 วัน หรือขาดเรียนเกิน 7 วันภายใน 1 เดือน ทางโรงเรียนจะ ประสานแจ้งผู้ปกครองทราบ (ติดตามครั้งที่ 1) 5.4 หากผู้ปกครองยังไม่นำนักเรียนมาติดต่อตามกำหนด (ขาดเรียนเกิน 10 วัน) ทางโรงเรียนจะส่ง หนังสือแจ้งเตือนผู้ปกครองส่งนักเรียนเข้าเรียน (ติดตามครั้งที่ 2) 5.5 หากติดตามครบ 2 ครั้งแล้ว ยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ปกครอง/นักเรียน และทางโรงเรียนจะ ดำเนินการขึ้นบัญชีนักเรียนแขวนลอยนักเรียน และพิจารณาดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ โรงเรียนเห็นสมควร 6. การนำยานพาหนะมาสถานศึกษา 6.1 ไม่อนุญาตให้นักเรียนที่ไม่มีใบขับขี่รถจักรยานยนต์นำรถจักรยานยนต์มาสถานศึกษา 6.2 นักเรียนที่จะนำรถจักรยานยนต์มาสถานศึกษา ต้องมีใบอนุญาตของสถานศึกษา 6.3 นักเรียนต้องสวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่รถจักรยานยนต์ 6.4 นำรถจักรยานยนต์ไปจอดในสถานที่ที่โรงเรียนกำหนด 6.5 ไม่อนุญาตให้นักเรียนขับขี่รถทุกชนิดในสถานศึกษา 6.6 ไม่อนุญาตให้นำรถยนต์มาสถานศึกษา 6.7 ไม่อนุญาตให้นักเรียนเข้าไปในบริเวณที่จอดรถจักรยานยนต์ก่อนโรงเรียนเลิกเรียนหรือเสร็จสิ้น กิจกรรมที่โรงเรียนกำหนด ๗. ข้อควรปฏิบัติในการใช้บัตรประจำตัวนักเรียนอิเล็กทรอนิกส์ 7.1 บรรจุบัตรประจำตัวนักเรียนอิเล็กทรอนิกส์ในซองพลาสติกให้เรียบร้อยก่อนนำบัตรไปใช้งาน 7.2 (X) ห้ามวางบัตรไว้ในบริเวณที่มีความร้อนสูง เช่น ในรถที่จอดตากแดด, วางไว้บนตู้เย็น, วางไว้บนทีวี ฯลฯ 7.3 (X) ไม่ควรนำบัตรวางไว้ใกล้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ปล่อยคลื่นแม่เหล็กทุกชนิด เช่น ไมโครเวฟ เป็นต้น 7.4 (X) ระมัดระวังไม่ให้บัตรหัก แตก หรืองอ เพราะจะทำให้วงจรภายในของบัตรเสียหายได้ 7.5 (X) ห้ามขูดหรือกระแทกขอบบัตร 7.6 กรณีนำบัตรไปใช้กับเครื่องร้านค้าหรือเครื่องเติมเงิน หากระบบยังดำเนินการบันทึกข้อมูลลงบัตร ไม่เสร็จสิ้น ห้ามดึงบัตรออกก่อนเด็ดขาด เนื่องจากจะทำให้ Micro Chip ภายในบัตรได้รับความ เสียหายได้ ๘. การรับประทานอาหาร 8.1 นักเรียนจะต้องรับประทานอาหารในบริเวณสถานศึกษาจัดให้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้นำอาหารขึ้นไป รับประทานบนอาคารเรียน 8.2 เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรนำภาชนะใส่อาหารทุกประเภทไปเก็บไว้ที่จุดเก็บ ภาชนะตามที่โรงเรียนกำหนด 8.3 ช่วยดูแลรักษาความสะอาดของโรงอาหาร โต๊ะอาหารเมื่อใช้ประโยชน์เสร็จ 8.4 ในกรณีที่นักเรียนนำอาหารมาจากบ้านให้นักเรียนรับประทานอาหารในสถานที่ที่จัดให้
9. การขอพบนักเรียนในสถานศึกษา 9.1 แจ้งความประสงค์ พร้อมแลกบัตรอนุญาตเข้าสถานศึกษาที่ป้อมยามรักษาการณ์ (แต่งกายสุภาพ) 9.2 ติดต่อขอพบนักเรียนที่สำนักงานกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียน 9.3 พูดคุยธุระที่สำนักงานกลุ่มบริหารงานกิจการนักเรียนหรือตามที่สถานศึกษากำหนด 9.4 ไม่อนุญาตให้นักเรียนนำบุคคลภายนอกเข้ามาในบริเวณสถานศึกษาก่อนได้รับอนุญาต 10. การมาติดต่อกับโรงเรียน นักเรียนต้องแต่งกายเครื่องแบบนักเรียนให้ถูกต้องเรียบร้อยตามกฎระเบียบของสถานศึกษาเมื่อมา ติดต่อราชการกับทางสถานศึกษาทุกครั้ง 11. สิ่งที่นักเรียนไม่พึงปฏิบัติ 11.1 สูบบุหรี่ เสพสุราหรือสารเสพติดอย่างอื่น และมีไว้ในครอบครอง 11.2 เล่นการพนัน 11.3 ประพฤติตนทำนองชู้สาว 11.4 เที่ยวเตร่ในเวลากลางคืนเกิน 20.00 น. 11.5 ทำลายทรัพย์สินของสถานศึกษาหรือของผู้อื่น 11.6 พกพาอาวุธหรือสิ่งที่ใช้เป็นอาวุธได้เข้ามาในบริเวณสถานศึกษา 11.7 นำสิ่งของมีค่าทุกชนิดมาโรงเรียน เพราะอาจทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อนักเรียน และหาก นักเรียนนำมาแล้วเกิดการสูญหายทางโรงเรียนจะไม่รับผิดชอบในกรณีใดๆ ทั้งสิ้น 11.8 ก่อการทะเลาะวิวาทกันเองหรือกับบุคคลภายนอก 11.9 นำอาหารหรือขนมทุกชนิดออกนอกบริเวณโรงอาหารหรือขึ้นไปบนอาคารเรียน 11.10 ทำความสกปรกแก่อาคารสถานที่ในบริเวณโรงเรียน 11.11 ตัดสติกเกอร์และเขียนข้อความอื่นลงบนกระเป๋าเป้ของโรงเรียน 11.12 ก่อกวนทำให้เกิดความรำคาญแก่ผู้อื่น 11.13 หยิบฉวยสิ่งของของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต 11.14 ทำการสิ่งที่ไม่สมควรกับสถานภาพของนักเรียน กระทำผิดกฏระเบียบต่างๆ และผิดกฎหมาย 11.15 หนีเรียนหรือออกนอกบริเวณสถานศึกษาโดยไม่ได้รับอนุญาต
ระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ว่าด้วยคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง พุทธศักราช ๒๕๖๑ …………………………………………………… เพื่อให้การบริหารและจัดการเกี่ยวข้องกับคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ และที่แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2545 อาศัยอำนาจ ตามความในมาตรา 9 วรรค (6) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2545 โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ จึงวางระเบียบไว้ ดังนี้ ข้อ 1 ระเบียบนี้ เรียกว่า “ระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ว่าด้วยคณะกรรมการเครือข่าย ผู้ปกครองพุทธศักราช ๒๕61” ข้อ 2 ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดไปจากวันประกาศ เป็นต้น ข้อ 3 ให้ยกเลิกระเบียบโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ว่าด้วยคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง พุทธศักราช 2551 ข้อ 4 บรรดาระเบียบข้อบังคับ ประกาศ และคำสั่งอื่นในส่วนที่กำหนดไว้ระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดแย้ง กับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน ข้อ 5 ในระเบียบนี้ คำว่า “เครือข่าย” (network) หมายความว่า การเข้ามีบทบาทในฐานะการสร้างความร่วมมือ แนวร่วมและมีส่วนร่วม โดยให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ และที่แก้ไข เพิ่มเติม พุทธศักราช 2545 มาตรา 9 (6) การมีส่วนร่วมของบุคคล ครอบครัว ชุมชน องค์กรชุมชน องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น องค์กรเอกชน องค์กรวิชาชีพ สถาบันศาสนา สถานประกอบการ และสถาบันสังคมอื่น ซึ่งคำว่า “เครือข่าย” ได้ถูกนำมาใช้เป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้เกิดกลไกความร่วมมือ ในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ร่วมกันระหว่างผู้ปกครองกับสถานศึกษา คำว่า “คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับสถานศึกษา ข้อ 6 วัตถุประสงค์ของคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง (1) เพื่อดำเนินงานสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างบ้านกับสถานศึกษา (2) เพื่อให้บิดา มารดา หรือผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการจัดกิจกรรมพัฒนาพฤติกรรมผู้เรียน (3) เพื่อได้มีส่วนร่วมแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์ในการพัฒนานักเรียนระหว่างผู้ปกครอง ครู และโรงเรียน (4) เพื่อให้การติดต่อสื่อสารระหว่างโรงเรียนกับบิดา มารดา หรือผู้ปกครองเป็นไปอย่าง รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ข้อ 7 ระเบียบและหน้าที่ของคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง 7.1 คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง (1) คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับห้องเรียน มีจำนวน 5 คประกอบด้วย ประธาน รองประธาน นายทะเบียน ประชาสัมพันธ์ และเลขานุการ โดยการคัดเลือกจากผู้ปกครองแต่ละห้องเรียน
(2) คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับชั้นเรียน ประกอบด้วย ประธาน รองประธาน นายทะเบียน ประชาสัมพันธ์ และเลขานุการ โดยการคัดเลือกจากคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง ระดับห้องเรียนของแต่ละระดับชั้นเรียน ห้องเรียนละ 2 คน ชึ่งประกอบด้วย ประธานและเลขานุการของ คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับห้องเรียน (3) คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับสถานศึกษา ประกอบด้วย คณะกรรมการ เครือข่ายผู้ปกครอง ทั้งสิ้น 13 คน (4) การได้มาซึ่งคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับสถานศึกษา ได้มาโดยการ คัดเลือกจากประธานและเลขานุการของคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับชั้นเรียนทั้งหมด จำนวน 12 คน ประกอบด้วยประธาน รองประธานคนที่ 1 รองประธานคนที่ 2 นายทะเบียน ปฏิคม ประชาสัมพันธ์ผู้ช่วย ประชาสัมพันธ์ เลขานุการ และผู้ช่วยเลขานุการ ที่เหลือเป็นกรรมการ กรณีที่คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง ระดับชั้นเรียนใด ได้รับการคัดเลือกเป็นประธานกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับสถานศึกษา ให้คัดเลือก ตัวแทนคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองระดับชั้นเรียนนั้นขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่างลงเพื่อให้ครบจำนวน 13 คน ตามข้อ (3) 7.2 คุณสมบัติของผู้ปกครองเครือข่าย (1) ประกอบอาชีพสุจริต มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักแหล่ง (2) บรรลุนิติภาวะ และมีสถานะภาพเป็นผู้ปกครองนักเรียนในปัจจุบันในสถานศึกษา โดยชอบธรรมตามกฎหมาย (3) ไม่เป็นโรคติดต่อร้ายแรงหรือโรคที่สังคมรังเกียจ 7.3 การพ้นจากตำแหน่งของคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง (1) เสียชีวิต (2) ลาออก (3) ขาดคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในข้อ (๒) 7.4 วาระการดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองทุกระดับมีวาระ ๑ ปี นับตั้งแต่ที่ได้รับคัดเลือก สิ้นสุดในวันที่คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองชุดใหม่ได้รับคัดเลือก ข้อ 8 บทบาทและหน้าที่ของคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง 8.1 ร่วมสนับสนุนกิจกรรมสถานศึกษาโดยผ่านความเห็นชอบจากผู้บริหารสถานศึกษา 8.2 ร่วมสร้างสายสัมพันธ์อันดีระหว่างครูและผู้ปกครอง 8.3 สนับสนุนการพัฒนาการเรียนการสอนของสถานศึกษา 8.4 ให้ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะต่อสถานศึกษา ในเรื่องต่างๆ ที่เป็นประโยชน์แก่นักเรียน และสถานศึกษา 8.5 จัดประชุมกรรมการและผู้ปกครองในห้องเรียนตามความเหมาะสมอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง 8.6 จัดทำทะเบียนผู้ปกครองเครือข่าย 8.7 กรรมการเครือข่ายผู้ปกครองในระดับสถานศึกษารวบรวมข้อมูลและกิจกรรมของแต่ละ ระดับชั้นนำเสนอสถานศึกษาเพื่อดำเนินการ 8.8 คณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครองในระดับสถานศึกษาจัดการประชุมใหญ่คณะกรรมการ เครือข่ายผู้ปกครองทุกระดับ ตามความเหมาะสมอย่างน้อย 2 ครั้งต่อปี ข้อ 9 สถานศึกษาแต่งตั้งครู เป็นผู้ประสานงานกับคณะกรรมการเครือข่ายผู้ปกครอง
ข้อ 10 ให้รองผู้อำนวยการสถานศึกษากลุ่มบริหารกิจการนักเรียนรักษาให้เป็นตามระเบียบนี้ ข้อ 11 คณะกรรมการที่โรงเรียนจัดตั้งขึ้นที่มีก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับให้สิ้นสภาพ และให้จัดการใหม่ ตามระเบียบนี้ ประกาศ ณ วันที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561 (นายประยงค์ อินนุพัฒน์) ผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒
กลุ่มบริหารงบประมาณและงานบุคคล คณะกรรมการกลุ่มบริหารงบประมาณและงานบุคคล ๑. นางมยุรี พรประสิทธิ์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ งานเลขานุการคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒. นางภัทรานิษฐ์ สินอุดม หัวหน้ากลุ่มบริหารงบประมาณและงานบุคคล ๓. นางรจนา ใจห้าว หัวหน้างานบุคลากร ๔. นางสาวปริตา พืชผล หัวหน้างานการเงิน ๕. นายวิษณุ หนูเนื่อง หัวหน้างานแผนงานและสารสนเทศ ๖. นางสาวชุติมา สุวรรณศรี หัวหน้างานบริหารพัสดุและสินทรัพย์ ๗. นางสาวดวงกมล เพชรเศรษฐ หัวหน้างานสารบรรณ ๘. นางปนัดดา รัตนะ หัวหน้างานธนาคารโรงเรียน ๙. นางบุษกร มากชิต หัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการ ๑๐.นางสาวสลิน พฤกษ์เสนา ผู้ช่วยหัวหน้าสำนักงานผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่งานบุคลากร ๑๑.นางสาวศศิธร ตั้งนรกุล เจ้าหน้าที่งานการเงิน / เจ้าหน้าที่งาน DMC ๑๒.นางสุภิญญา หนูวงค์ เจ้าหน้าที่บัญชี ๑๓.นางสาวสุกัญญา วรรณศรี เจ้าหน้าที่บัญชี ๑๔.นางสาวมาลินี จันทร์เพ็ชรพูล เจ้าหน้าที่งานบุคลากร ๑๕.นางชฎาธร เกตุวิชิต เจ้าหน้าที่งานบุคลากร ๑๖. นายกิตติธัช หอมทิพย์ เจ้าหน้าที่งานบริหารพัสดุและสินทรัพย์ ๑๗.นางดวงกมล นาคทุ่งเตา เจ้าหน้าที่งานแผนงานและสารสนเทศ ๑๘.นางสาวพิชชาภา ทองมณี เจ้าหน้าที่งาน DMC ๑๙.นางสาวสุพัตรา บุญเชิด เจ้าหน้าที่งานแผนงานและสารสนเทศ ๒๐.นายวิรัช นวนหนู เจ้าหน้าที่งานบริหารพัสดุและสินทรัพย์ ๒๑.นางรุ่งฤดี อ่อนสง เจ้าหน้าที่งานธนาคารโรงเรียน ๒๒.นางสาวธมลวรรณ อินทรักษ์ เจ้าหน้าที่งานธนาคารโรงเรียน ๒๓.นางจิราพร อินทรักษ์ เจ้าหน้าที่งานธนาคารโรงเรียน ๒๔.นางสาวอุตสาห์ ไชยมุติ เจ้าหน้าที่งานสารบรรณ
โครงการระดมทรัพยากรเพื่อจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ประจำปีการศึกษา ๒๕๖6 ****************************** เพื่อให้ทุกภาคส่วนในสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๕๔๕ และแก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๕๕๓ โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ จึงจัดทำโครงการระดมทรัพยากรเพื่อจัดการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ตามที่คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ มีมติเห็นชอบให้เก็บเงินบำรุง การศึกษา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเรียนการสอนนอกเหนือหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ได้รับการอนุมัติจากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุราษฎร์ธานี ชุมพร ตามหนังสือ สพม.สุราษฎร์ธานี ชุมพร ที่ ศธ 04364/ว659 เรื่อง การอนุมัติเก็บเงินบำรุงการศึกษาการศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ลงวันที่ 31 มกราคม 2566 ซึ่งมุ่งเน้นหลักสูตรที่มีเนื้อหาสาระมากกว่าปกติ การสอนด้วยบุคลากรพิเศษ การสอนด้วยรูปแบบ หรือวิธีการที่แตกต่างจากการเรียนการสอนปกติ หรือการสอนที่ใช้สื่อนวัตกรรม และ เทคโนโลยีที่จัดหาให้เป็นพิเศษ ตามอัตราที่เหมาะสมกับสภาพทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น โดยความเห็นชอบจาก คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และเป็นไปด้วยความสมัครใจของผู้ปกครองและนักเรียน ภายใต้หลักเกณฑ์ ที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนด วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพการศึกษาของนักเรียนเกินมาตรฐานที่รัฐจัดให้ ๒. เพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถของนักเรียนที่นอกเหนือจากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๓. เพื่อจัดการเรียนการสอนเพิ่มเติมให้กับนักเรียนนอกเหนือจากเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปที่ได้รับ งบประมาณจากรัฐบาล ๔. เพื่อเสริมสร้างสวัสดิการและสวัสดิภาพของนักเรียน ก. ค่าใช้จ่ายที่สถานศึกษาไม่สามารถเรียกเก็บเงินสนับสนุนจากนักเรียนหรือผู้ปกครองได้ ยกเว้นรายการ ที่โรงเรียนได้จัดทำเป็นลักษณะพิเศษอย่างมีคุณภาพ - ข. ค่าใช้จ่ายการจัดการเรียนการสอนนอกเหนือหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (๑) ห้องเรียนพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ – ภาษาอังกฤษ (ม.ต้น) จำนวนเงิน ๓,๗๐๐ บาท/ภาคเรียน (๒) ห้องเรียนพิเศษด้านวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ – ภาษาอังกฤษ (ม.ปลาย) จำนวนเงิน ๓,๗๐๐ บาท/ภาคเรียน (๓) ห้องเรียนพิเศษด้านภาษาอังกฤษ – คณิตศาสตร์ – ภาษาจีน (ม.ปลาย) จำนวนเงิน ๓,๗๐๐ บาท/ภาคเรียน ค. ค่าใช้จ่ายการจัดการเรียนการสอนเพื่อเพิ่มศักยภาพและความสามารถของนักเรียนที่นอกเหนือ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน (๑) ค่าจ้างครูชาวต่างประเทศ จำนวนเงิน ๖๐๐ บาท/ภาคเรียน ง. ค่าใช้จ่ายการจัดการเรียนการสอนเพิ่มเติมให้กับนักเรียนนอกเหนือจากเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปที่ได้ งบประมาณจากรัฐ (๑) ค่าสาธารณูปโภค จำนวนเงิน ๖๐๐ บาท/ภาคเรียน (๒) ค่าสอนคอมพิวเตอร์ กรณีสถานศึกษาจัดคอมพิวเตอร์ให้นักเรียนเกินมาตรฐานที่รัฐบาลจัดให้ จำนวนเงิน ๒๐๐ บาท/ภาคเรียน
จ. ค่าใช้จ่ายการจัดให้มีการดูแลด้านสวัสดิการ และสวัสดิภาพนักเรียน (๑) ค่าจ้างบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา จำนวนเงิน 1,1๐๐ บาท/ภาคเรียน (๒) ค่าประกันอุบัติเหตุนักเรียน (รายปี) จำนวนเงิน ๒๕๐ บาท/ปีการศึกษา
โครงการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีงบประมาณ ๒๕๖6 ******************************* วัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนทุกคนได้รับการศึกษา ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีคุณภาพ และ มาตรฐาน โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายพื้นฐานให้ ได้แก่ ค่าจัดการเรียนการสอน หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน การจัดสรรงบประมาณ ๑. ค่าจัดการเรียนการสอน ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น - เงินอุดหนุนรายหัว ๓,๕70 บาท/คน/ปีการศึกษา (ภาคเรียนละ ๑,๗85 บาท/คน) - เงินอุดหนุนปัจจัยพื้นฐานนักเรียนยากจน ๓,๐๐๐ บาท/คน/ปีการศึกษา (ภาคเรียนละ ๑,๕๐๐ บาท/คน) ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย - เงินอุดหนุนรายหัว ๓,๘76 บาท/คน/ปีการศึกษา (ภาคเรียนละ ๑,๙38 บาท/คน) ๒. ค่าหนังสือเรียน - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ 808 บาท/คน/ปีการศึกษา - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ 921 บาท/คน/ปีการศึกษา - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ 996 บาท/คน/ปีการศึกษา - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑,๓84 บาท/คน/ปีการศึกษา - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ๑,326 บาท/คน/ปีการศึกษา - ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ ๑,๑64 บาท/คน/ปีการศึกษา ๓. ค่าอุปกรณ์การเรียน - ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 5๒๐ บาท/ปีการศึกษา (ภาคเรียนละ ๒6๐ บาท/คน) - ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย 5๖๐ บาท/ปีการศึกษา (ภาคเรียนละ ๒6๐ บาท/คน) ๔. ค่าเครื่องแบบนักเรียน - ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น 500 บาท/คน/ปีการศึกษา - ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ๕5๐ บาท/คน/ปีการศึกษา ๕. ค่ากิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ประกอบด้วย ๑. กิจกรรมวิชาการ ๒. กิจกรรมคุณธรรม/จริยธรรม กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี/กิจกรรมยุวกาชาด ๓. กิจกรรมทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ๔. การบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) - ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ๘97 บาท/คน/ปี - ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ๙69 บาท/คน/ปี
กลุ่มบริหารทั่วไป คณะกรรมการกลุ่มบริหารทั่วไป ๑. นายธรรมนูญ จันทร์แก้ว รองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารทั่วไป 2. นางเสาวนิต ช่วยนุกูล หัวหน้ากลุ่มบริหารทั่วไป/งานเวรยามและนักการภารโรง/งานสวัสดิการ โรงเรียน/งานยานพาหนะ 3. นางทัศนีย์ ขวัญเพชร หัวหน้าสำนักงานกลุ่มบริหารทั่วไป/งานสัมพันธ์ชุมชน/งานควบคุมภายใน 4. นางปรญา เรือนเงิน หัวหน้างานอาคารสถานที่/หัวหน้างานปรับปรุงภูมิทัศน์/หัวหน้างาน สาธารณูปโภค 5. นางมณฑาทิพย์ หยูหนู หัวหน้างานอนามัยโรงเรียนและงานประกันอุบัติเหตุ 6. นายสุริยา นาคใหญ่ หัวหน้างานโรงเรียนน่ามอง ห้องเรียนน่าอยู่ 7. นางสาวทัศนียา เพชรชู หัวหน้างานประชาสัมพันธ์ 8. นางพรศิริ อินทร์แก้ว หัวหน้างานเทคโนโลยีและสารสนเทศ/งานกองทุนกู้ยืมสวัสดิการครูฯ/ งานอนามัยโรงเรียน 9. นางสาวนันท์จรัส มณีโชติ หัวหน้างานรถรับ-ส่งนักเรียนโรงเรียน 10. นางสาวศิริประภา สุวรรณเลขา หัวหน้างานโสตทัศนูปกรณ์ 11. นางสาวสุรีรัตน์ ภักดิ์กำเลา หัวหน้างานโภชนาการและโรงอาหาร 12. นางสาวธัญญรัตน์ นุ้ยฉิม งานประชาสัมพันธ์/งานโรงเรียนน่ามอง ห้องเรียนน่าอยู่/งานพัฒนา บุคลากร ทัศนศึกษาดูงานของนักการภารโรง 13. นายจรูญ ไทยเกิด งานอาคารสถานที่/งานสาธารณูปโภค 14. นางจีรพร วรรณโชติ งานโภชนาการและโรงอาหาร 15. นายปฐมพงศ์ ตรียวง งานโรงเรียนน่ามอง ห้องเรียนน่าอยู่/งานประชาสัมพันธ์ 16. ว่าที่ ร.ต.ชาคริต เพ็ชระ งานโสตทัศนูปกรณ์ 17. นางสาวพิชชาภา ทองมณี งานโภชนาการและโรงอาหาร 18. นางสาวจุฑารัตน์ หนูนุ่ม เจ้าหน้าที่งานสำนักงาน 19. นางสาวรัตนาภรณ์ สุขจันทร์ เจ้าหน้าที่งานอนามัยโรงเรียน 20. นางจิราพร อินทรักษ์ เจ้าหน้าที่งานโภชนาการและโรงอาหาร 21. นายปิยะพล สุวรรณเลขา เจ้าหน้าที่โสตทัศนูปกรณ์
งานอาคารสถานที่ 1. ระเบียบและแนวปฏิบัติในการรักษาความเป็นระเบียบเรียบร้อยของห้องเรียน ๑. งานทะเบียนกำหนดห้องเรียนและแบ่งคณะสีที่นักเรียนสังกัดแต่ละห้องในระดับชั้นเรียน ๒. นักเรียนในแต่ละคณะสีในแต่ละห้อง มีหน้าที่รักษาความสะอาดในห้องเรียน กวาดขยะดูแลความเป็น ระเบียบเรียบร้อย โต๊ะ เก้าอี้ประตูหน้าต่างอุปกรณ์เครื่องใช้ทุกชนิดภายในห้องตลอดวันที่รับผิดชอบ ๓. นักเรียนเวรประจำวันในแต่ละห้องเรียนต้องทำความสะอาดห้องเรียนทุกวันในตอนเย็นหลังเลิกเรียน กำหนดดังนี้ ๑. วันจันทร์สีแดง ๒. วันอังคาร สีเหลือง ๓. วันพุธ สีน้ำเงิน ๔. วันพฤหัสบดีสีม่วง ๕. วันศุกร์สีฟ้า 4. ครูประจำวิชาที่เข้าสอนในแต่ละห้องเรียนหรือครูผู้สอนที่มีนักเรียนทั้งห้องเรียนไปเรียนห้องปฏิบัติการฯ หรือพื้นที่ต่างๆ จะต้องประเมินผลตรวจสอบความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความสะอาดของห้องเรียนหรือ บริเวณนั้น ๆ ด้วย 5. กรณีมีการชำรุดเสียหายของทรัพย์สมบัติของสถานศึกษาอันเนื่องจากการกระทำหรือการใช้ที่ไม่ถูกต้อง นักเรียนต้องรับผิดชอบร่วมกัน ยกเว้นกรณีที่ทราบผู้กระทำ โดยต้องชดใช้ตามราคาประเมินของสิ่งนั้น ๆ 2. ระเบียบแนวปฏิบัติในการใช้ห้องเรียนของนักเรียน ผู้ใช้บริการ : นักเรียน ติดตามผล : ครูที่ปรึกษา ครูประจำวิชา หัวหน้าระดับ งานอาคารสถานที่ ระเบียบการใช้ ๑. การทำความสะอาด ๑) ปฏิบัติหน้าที่ตามเวรและเวลาที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ๒) อุปกรณ์ทำความสะอาด ไม้กวาด ใช้ให้ถูกวิธีใช้แล้วเก็บให้เป็นระเบียบ ๓) ไม่ซุกเศษกระดาษหรือขยะไว้ในโต๊ะเรียน ๔) ทิ้งขยะลงในถังทุกครั้ง และเทถังขยะทุกวันในพื้นที่ที่กำหนด ๕) ต้องทำความสะอาดทั้งภายในห้องเรียน นอกห้องเรียนด้านหน้า ด้านข้างและสนามหน้าห้องเรียน ๖) ไม้กวาดจัดให้๓ ด้ามต่อภาคเรียน ถังใส่ขยะพร้อมฝาปิด ต้องอยู่ในสภาพใช้งานได้ตลอดเวลา กรณี ชำรุดเสียหายก่อนกำหนดต้องชดใช้ ๗) ครูประจำวิชาต้องตรวจสอบดูความสะอาดเรียบร้อยก่อนทำการสอนและบันทึกผลลงในแบบฟอร์ม ที่กำหนด ๘) กรณีขีดเขียนฝาผนังห้องและโต๊ะ เก้าอี้นักเรียนต้องลบ ทาสีหรือทำให้คงสภาพเดิมทุกภาคเรียน ๒. การใช้อุปกรณ์การเขียนกระดาน ๒.๑ ปากกาไวท์บอร์ด
๑) ใช้แล้วปิดฝาให้สนิท ๒) ห้ามนักเรียนเขียนเล่น ๓) เมื่อใช้หมดให้นำไปเบิกปากกาใหม่จากกลุ่มสาระที่คุณครูสังกัด ๒.๒ กระดานดำ/ กระดานไวท์บอร์ด ๑) มีผู้รับผิดชอบลบกระดานให้เรียบร้อยเมื่อหมดคาบหรือชั่วโมงแต่ละรายวิชา ๒) บอร์ดด้านข้างกระดานด้านข้างทั้ง ๒ ข้าง ต้องรักษาให้อยู่ในสภาพดีปิดประกาศหรือข้อความ ที่เป็นปัจจุบัน ๓) เช็ดถูทำความสะอาดด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำยาลบอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง 3.เครื่องใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าภายในห้องเรียน ๓.๑ เครื่องใช้ไฟฟ้า ๑) เครื่องปรับอากาศ พัดลม เครื่องรับโทรทัศน์เครื่องอ่านสื่อมัลติมีเดีย ห้ามปรับ/แต่ง/เร่งระดับ/ ความเร็ว ให้เฉพาะเจ้าหน้าที่ หรือบริการห้องที่รับมอบหมายประจำห้องเท่านั้น ๒) ห้ามนำอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ มาใช้ก่อนได้รับอนุญาตจากครูที่ปรึกษา ๓) ห้ามนำแผ่น VDO/DVD ซึ่งไม่ใช่ของโรงเรียน นอกจากจะได้รับอนุญาตจากครูประจำวิชา/ ครูที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายโสตทัศนศึกษา ๔) ไม่เปิดเครื่องรับโทรทัศน์หรือ สื่อมัลติมีเดียเสียงดังรบกวนห้องอื่นและการเปิดดูรายการบันเทิง ให้ทำได้ในเวลาว่างเท่านั้น ๓.๒ อุปกรณ์ไฟฟ้า ๑) สวิตซ์และปลั๊กไฟฟ้าต้องอยู่ในสภาพดีแตกหักเสียหายต้องร่วมรับผิดชอบทั้งภายในห้องเรียน และนอกห้องเรียน ๒) หลอดไฟฟ้าและสตาร์ทเตอร์ชำรุดเสียหาย ไฟฟ้าไม่ติดต้องแจ้งผ่านครูที่ปรึกษาเพื่อปรับซ่อม ๓) ปิดอุปกรณ์ไฟฟ้าทุกชนิดเมื่อออกจากห้อง ๔) หมั่นทำความสะอาด ฝุ่นละออง เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกเดือน ๓.๓ ใช้ไฟฟ้าให้คุ้มค่า ๑) เปิดใช้ไฟฟ้าตามความจำเป็นในการปฏิบัติงาน ๒) ปิดไฟฟ้าทุกครั้งเมื่อหมดความจำเป็นในการใช้ ๓) ปิดไฟฟ้าทุกวันเวลาพักเที่ยง ๔) ประชาสัมพันธ์การประหยัดไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ๓.๔ การใช้ห้องน้ำ - ห้องสุขา ๑) รักษาความสะอาดทุกครั้งที่ใช้ ๒) ใช้น้ำอย่างประหยัด และมีคุณค่า ๓) ไม่ขีด-เขียนฝาผนัง กรณีขีดเขียนฝาผนังต้องลบ ทาสีหรือทำให้คงสภาพเดิมทุกภาคเรียน 4. การใช้โต๊ะ เก้าอี้ บอร์ด ประตู หน้าต่างและบริเวณใกล้เคียง ๔.๑ การใช้โต๊ะ - เก้าอี้ ๑) ห้ามเขียน ขูด หรือทำให้เป็นรอยบนโต๊ะ เก้าอี้ ๒) โต๊ะ เก้าอี้ที่นักเรียนนั่งต้องมีทะเบียนควบคุม ผู้ใช้ต้องดูแลรับผิดชอบตลอดปีการศึกษา ๓) กรณีที่นำโต๊ะ เก้าอี้ไปใช้ในกิจกรรมใดๆ เจ้าของผู้ใช้ต้องนำกลับไปไว้ที่เดิมในสภาพที่สมบูรณ์ ๔) กรณีโต๊ะ เก้าอี้ชำรุด มีรอยขีดเขียนจะต้องแก้ไขให้อยู่ในสภาพเดิม ๕) ใช้ม้านั่งโต๊ะเรียนของตนเองเท่านั้น และห้ามนั่งเก้าอี้๒ ขา
๖) ก่อนกลับบ้านห้ามทิ้งหนังสือ สมุด อุปกรณ์อื่นไว้ในโต๊ะ ๗) กรณีโต๊ะ เก้าอี้ชำรุดตามสภาพ ให้นำไปเปลี่ยนของใหม่ที่อาคารอุตสาหกรรม (อาคารท่าสน) ๔.๒ การรักษาประตูหน้าต่าง ฝาผนัง บอร์ด ๑) การเข้า-ออกเฉพาะประตูเท่านั้น ๒) ทุกครั้งที่ปิดประตูให้ล๊อคไว้กลับที่ให้เรียบร้อย ๓) การเปิดหน้าต่างที่เป็นบานวิกโก้ห้ามเปิดเกิน ๔๕ องศา ๔) ห้ามเขียน ขูด ขีด หรือทำให้เป็นรอยบนประตู- หน้าต่าง ผนังห้อง หรือที่อื่นๆ ในห้อง ๕) การติดบอร์ดหรือตกแต่งห้องต้องได้รับการอนุญาตจากครูที่ปรึกษาเป็นลายลักษณ์อักษร ๖) การเปิดประตู- หน้าต่าง และต้องปิดทุกครั้งหลังเลิกเรียน 5. การใช้ห้องเรียน 1) ห้ามรับประทานอาหารในห้องเรียน 2) ห้ามเล่นกีฬาทุกชนิดในห้องเรียน 3) ห้ามเล่นการพนันในห้องเรียน 6. การเก็บเงินค่าประกันของเสียหาย การเก็บเงิน ในการเก็บเงินเพียงครั้งเดียวในหนึ่งช่วงชั้น (ม.1-ม.3) และ (ม.4-ม.6) เป็นเงินจำนวน 200 บาท ต่อคน วัตถุประสงค์ เพื่อให้นักเรียนรู้จักรักษาทรัพย์สินของโรงเรียน การจัดการ 1. นักเรียนนำทรัพย์สินของโรงเรียนเสียหายในห้องเรียนของตนแล้วหาตัวผู้กระทำผิดไม่ได้ นักเรียนต้องชดใช้โดยเงินประกันนี้โดยเฉลี่ยกันจ่ายโดยนักเรียนทุกคนรับทราบและตัวแทนนักเรียนลงชื่อยินยอม ให้หักเงินค่าประกันไว้เป็นหลักฐาน 2. ในกรณีหาตัวผู้กระทำได้ทางกลุ่มบริหารกิจการนักเรียนจะทำหนังสือแจ้งให้ผู้ปกครองทราบ เพื่อชดใช้ค่าเสียหายเป็นกรณีๆ ไป 3. เมื่อจบช่วงชั้นที่ ม.3 และ ม.6 เงินจำนวนนี้ของนักเรียนหากไม่ถูกหักเป็นค่าเสียหายหรือหัก ไม่หมดจะคืนให้กับนักเรียน 4.การเก็บรักษาโรงเรียนเก็บไว้ในธนาคารในบัญชี “เงินประกันค่าเสียหาย โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒” ระเบียบการใช้อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ ห้องเรียนคุณภาพ 1. ใช้อุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ด้วยความระมัดระวังและห้ามขีดเขียนใดๆ ลงในอุปกรณ์ทุกชิ้นและใช้เพื่อ การจัดการเรียนการสอน (เว้นแต่มีความจำเป็นอันสมควรให้ขออนุญาตครูผู้ดูแลก่อนทุกครั้ง) 2. ห้ามนำอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ใดๆ ออกจากห้องเรียนโดยเด็ดขาด 3. เมื่อผู้ใช้งานพบว่าอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ เกิดการชำรุดเสียหายหรือมีปัญหาการใช้งานให้รีบแจ้ง ครูผู้สอนโดยด่วน 4. ห้ามติดตั้งหรือเคลื่อนย้ายโปรแกรมลงในเครื่องคอมพิวเตอร์โดยไม่ได้รับอนุญาตโดยเด็ดขาด 5. ห้ามถอด เปลี่ยน เคลื่อนย้ายอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์โดยเด็ดขาด
6. ปิดอุปกรณ์โสตทัศนูปกรณ์ให้ถูกวิธีพร้อมจัดเก็บอุปกรณ์ต่างๆ เข้าที่ตรงตำแหน่งเดิมและล็อคกุญแจให้ เรียบร้อยทุกครั้งที่เลิกใช้งาน 7. หากอุปกณ์โสตทัศนูปกรณ์เกิดความชำรุดเสียหายอันเกิดจากการใช้งานที่ไม่เหมาะสมนักเรียน ครูที่ปรึกษา/ครูที่สอนในชั่วโมงนั้นๆ จะต้องร่วมกันรับผิดชอบและชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น โดยทางโรงเรียนจะ ดำเนินการหักเงินค่าประกันทรัพย์สินของนักเรียนทุกคนในห้องเรียน งานประชาสัมพันธ์ งานประชาสัมพันธ์ได้ให้บริการแก่นักเรียนและบุคคลากรภายในโรงเรียนสุราษฎร์ธานี๒ ผู้ปกครอง และ บุคลากรภายนอกดังนี้ ๑. การประชาสัมพันธ์ข่าวสารเสียงตามสาย ๑.๑ เขียนข้อความที่ต้องการประชาสัมพันธ์ในแบบฟอร์มของงานประชาสัมพันธ์ ๑.๒ นักเรียนชุมนุมเสียงตามสายจะประกาศข่าวสารในช่วงเช้าก่อนเข้าแถว ๑.๓ จัดรายการเสียงตามสายโดยนักเรียนชุมนุมเสียงตามสายเริ่ม ตั้งแต่เวลา ๐๗.๑๐ - ๐๗.๔๐ น. เปิดเพลง มาร์ชสุราษฎร์ธานี๒ (เพลงต่างๆ ที่โรงเรียนกำหนด) ๒. การประชาสัมพันธ์กิจกรรมหน้าเสาธง ๒.๑ เริ่มปฏิบัติงานเวลา ๐๗.๕๐ น. โดยรวบรวมข่าวสารที่ต้องการประชาสัมพันธ์หน้าแถวหรือเตรียม ความพร้อมในการจัดกิจกรรมต่างๆ ที่มีขึ้นในวันนั้นๆ เช่น การมอบรางวัลหรือเกียรติบัตร ๒.๒ พิธีกรฝ่ายประชาสัมพันธ์บอกจัดแถวเชิญธงชาตินำร้องเพลงชาติสวดมนต์แผ่เมตตากล่าวปฏิญาณตน และประกาศข่าวสารต่างๆ ๒.๓ ฝ่าย/งาน/กลุ่มสาระใดที่ต้องการประชาสัมพันธ์ข่าวสารหรือมอบรางวัล/เกียรติบัตรให้แจ้งเจ้าหน้าที่ ก่อนประมาณ ๑ วัน เพื่อจะได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินกิจกรรมและควบคุมเวลาได้ ๒.๔ หากมีกิจกรรมพิเศษ หัวหน้างานประชาสัมพันธ์จะต้องเป็นพิธีกรในการดำเนินกิจกรรม ๒.๕ เข้าห้องเรียนเวลา ๐๘.๓๐ น. ๓. การต้อนรับผู้ปกครอง ๓.๑ สอบถามความประสงค์ในการติดต่อ ๓.2 แจ้งให้พ่อ แม่ หรือผู้ปกครองรอพบนักเรียนที่ห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียนเท่านั้น 3.3 กลุ่มบริหารกิจการนักเรียนสอบถามความประสงค์ในการติดต่อนักเรียนและทางกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน ประสานทางโทรศัพท์กับทางงานประชาสัมพันธ์ให้ประกาศเรียกนักเรียนไปพบผู้ปกครองที่ห้องกลุ่มบริหารกิจการ นักเรียน ๓.4 กรณีที่พ่อ แม่ ผู้ปกครองหรือบุคคลภายนอกมาฝากสิ่งของ ให้ประกาศในช่วงเปลี่ยนคาบเรียนโดยให้ นักเรียนมารับของด้วยตนเอง ๔. การต้อนรับบุคคลภายนอก ๔.๑ สอบถามความประสงค์ในการติดต่อ ๔.๒ ให้บริการข้อมูลที่ต้องการ ๔.๓ ประสานกับบุคลากรในสถานศึกษาตามความประสงค์ของผู้มาติดต่อ
ประโยชน์การใช้สอยอาคาร ลำดับ ชื่ออาคาร ประโยชน์ใช้สอย 1 อาคารสมเด็จฯ ๘๔ (อาคาร 1) ชั้น ๑ - ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา (ห้อง ICT๑ และ ICT ๒) - ห้องสำนักงานกลุ่มบริหารทั่วไป ห้องประชาสัมพันธ์ - ห้องธรรมชาติวิทยา ชั้น ๒ - ห้องสำนักงานกลุ่มบริหารงบประมาณและงานบุคคล - ห้องสำนักงานกลุ่มบริหารงานวิชาการ/งานทะเบียน/งานวัดผล - ห้องผู้อำนวยการสถานศึกษา - ห้องรองผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงบประมาณและงานบุคคล - ห้องเรียนเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ - ห้องพักครูคอมพิวเตอร์/ศูนย์คอมพิวเตอร์ 2 อาคารท่าเพชร (อาคาร 2) - ห้องพักครูระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - ห้องเรียนปกติระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/1 - ห้องเรียนโครงการพิเศษระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/6,5/6,6/6 - ห้องธนาคารโรงเรียน - ห้องใต้อาคาร (เป็นห้องเก็บของ ห้อง 1-3 ห้อง ๔ ห้องนักการภารโรง) 3 อาคารสมเด็จฯ 90 (อาคาร 3) ชั้น ๑ - ห้องโสตทัศนศึกษา - ห้องสมุด - ห้องแนะแนว - ห้องพยาบาล
ลำดับ ชื่ออาคาร ประโยชน์ใช้สอย 3 อาคารสมเด็จฯ 90 (อาคาร 3) ชั้น ๒ - ห้องโสตทัศนศึกษากลุ่มสาระวิทยาศาสตร์๑ และ ๒ - ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์LAB ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ๑ และ ๒ - ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์ชีววิทยา LAB ระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ๑, ๒ และ ๓ - ห้องสมุดกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ - ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้น ๓ - ห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/2-4/5 - ห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1-5/2 - ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ - ห้องปฏิบัติการวิชาคณิตศาสตร์(GSP) - ห้องเรียนไร้พรมแดน ชั้น ๔ - ห้องพักครูระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖ - ห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/3-5/5 - ห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6/1-6/4 4 อาคารสมเด็จฯ 92 (อาคาร 4) ชั้น 1 - ห้องกลุ่มบริหารกิจการนักเรียน - ห้องเรียนโครงการพิเศษระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/6-2/8 - ห้องเรียนโครงการพิเศษระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/7,5/7,6/7 - ห้องเรียนเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ชั้น 2 - ห้องพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น - ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม - ห้องเรียนโครงการห้องเรียนพิเศษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/6-1/8 - ห้องเรียนโครงการห้องเรียนพิเศษ ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓/6-3/8
ลำดับ ชื่ออาคาร ประโยชน์ใช้สอย 5 อาคารสมเด็จฯ 100 (อาคาร 5) ชั้น 1 - ห้องระดับ ม.ต้น - ห้องศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงด้าน การศึกษา - ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น 2 - ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ - ห้องปฏิบัติการทางภาษาต่างประเทศ - ห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1-1/3 - ห้องปฏิบัติการภาษาไทย - ห้องคอมพิวเตอร์ ชั้น 3 - ห้องพักครูม.ต้น - ห้องปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ - ห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/4-1/5 และ 2/1-2/4 ชั้น 4 - ห้องปฏิบัติการภาษาจีน - ห้องปฏิบัติการภาษาญี่ปุ่น - ห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/5 และ 3/1-3/5 6 อาคารชั่วคราว ๖ - ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพละศึกษา - ห้องคณะกรรมการสภานักเรียน - ห้องงานอาหาร - ห้องงานธุรกิจ - ห้องงานเกษตร - ห้องงานประดิษฐ์ - ห้องงานผ้า - ฐานการเรียนรู้การงานอาชีพ 7 อาคารชั่วคราว 7 - ห้องพักครูกลุ่มสาระศิลปะ - ห้องดนตรีไทย - ห้องนาฎศิลป์ - ห้องดนตรีสากล - ห้องศิลปะ
ลำดับ ชื่ออาคาร ประโยชน์ใช้สอย 8 อาคารหอประชุมสมเด็จฯ ๙๑ ชั้น ๑ - ห้องรับประทานอาหาร ครู - ร้านค้าสวัสดิการโรงเรียน - โรงอาหาร ชั้น ๒ - หอประชุม 9 อาคารพระเทพพิพัฒนาภรณ์ ชั้น ๑ - ห้องเกียรติประวัติอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น ๒ - ห้องพระพุทธศาสนา 10 อาคารท่าสน (โรงฝึกงาน) - ห้องปฏิบัติการวิชาช่างอุตสาหกรรม - ห้องพักครูอุตสาหกรรม - ห้องพักครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ - ห้องนอนเวรกลางคืน 11 อาคารสธนธร สิทธิคุณ - อาคารฝึกซ้อมกีฬาและนันทนาการ
การจัดสวัสดิการภายในโรงอาหาร วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้สวัสดิการแก่ครูบุคลากร และนักเรียน นอกเหนือไปจากสวัสดิการของทางราชการ ๒. เพื่อให้บริการหรือจัดกิจกรรมอันก่อให้เกิดประโยชน์แก่ครูบุคลากร และนักเรียน ๓. เพื่อให้ความช่วยเหลือ สนับสนุนในด้านการเงินและสวัสดิการแก่ครูบุคลากรและนักเรียนในการร่วม กิจกรรมในรูปแบบต่าง ๆ ๔. เพื่อประโยชน์โดยรวมของครูและบุคลากรที่ปฏิบัติงานในสถานศึกษา การให้สวัสดิการแก่ครูบุคลากร และนักเรียน 1. สนับสนุนกิจกรรม/งานการกุศลของโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือหน่วยงานอื่น ๆ ครั้งละ ๕๐๐ - ๑,๐๐๐ บาท (อยู่ในดุลยพินิจของประธานกรรมการสวัสดิการภายในโรงเรียน สุราษฎร์ธานี ๒) 2. สนับสนุนการจัดงานสังสรรค์ในโอกาสต่างๆ ของคณะครูและบุคลากรโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ครั้งละ ไม่เกิน 3๐,๐๐๐ บาท 3. การมอบของขวัญและการสร้างกำลังใจ กรณีครู บุคลากรหรือผู้เกี่ยวข้องเจ็บป่วย (บิดา มารดา สามี ภรรยา บุตรทายาทโดยตรง) ให้มอบของเยี่ยมผู้ป่วย กระเช้าผลไม้ กระเช้าแบรนรังนก หรืออื่นๆ ไม่เกิน 700 บาท 4. ร่วมบำเพ็ญกุศลศพตามรายละเอียดดังต่อไปนี้ 4.๑) กรณีที่บุคลากรของโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ ถึงแก่กรรมสมทบเงิน ๑๐,๐๐๐ บาท พวงหรีด ๑ พวง และโรงเรียนเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลศพ ๑ คืน (อยู่ในดุลยพินิจของประธานกรรมการสวัสดิการภายใน โรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒) 4.๒) กรณีคู่สมรส บิดา มารดา บุตร สมทบเงิน ๓,๐๐๐ บาท พวงหรีด ๑ พวง และโรงเรียนเป็น เจ้าภาพบำเพ็ญกุศลศพ ๑ คืน จัดรถให้บริการในกรณีต่างจังหวัด ในวันที่ทางโรงเรียนเป็นเจ้าภาพ จำนวน 1 ครั้ง หากครูและบุคลากรท่านใด ไม่สะดวกในวันเวลาที่ทางโรงเรียนบริการให้รับผิดชอบตนเองและการทำบุญสามารถ ทำเป็นรายบุคคล ตามความสะดวกหรือทำบุญร่วมกันกับทางโรงเรียน 4.3) กรณีบิดาหรือมารดาของคู่สมรสถึงแก่กรรมสมทบเงิน 1,๐๐๐ บาท พวงหรีด ๑ พวงและ โรงเรียนเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลศพ ๑ คืนจัดรถให้บริการในกรณีต่างจังหวัด ในวันที่ทางโรงเรียนเป็นเจ้าภาพ จำนวน 1 ครั้ง หากครูและบุคลากรท่านใด ไม่สะดวกในวันเวลาที่ทางโรงเรียนบริการให้รับผิดชอบตนเองและการ ทำบุญสามารถทำเป็นรายบุคคล ตามความสะดวกหรือทำบุญร่วมกันกับทางโรงเรียน 4.4) กรณีนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในปีการศึกษานั้นถึงแก่กรรม สมทบเงิน ๑,๕๐๐ บาท พวงหรีด ๑ พวง และโรงเรียนเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลศพ ๑ คืน จัดรถให้บริการในวันเวลาที่เป็นเจ้าภาพสวดพระอภิธรรมของ นักเรียนที่เสียชีวิต 4.5) กรณีผู้ปกครองของนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในปีการศึกษานั้นถึงแก่กรรมสมทบเงิน ๕,0๐๐ บาท และพวงหรีด ๑ พวง โดยใช้เงินสมาคมผู้ปกครองและครูโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒ 4.6) กรณีคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้มีอุปการคุณ ผู้นำท้องถิ่นถึงแก่กรรมให้สมทบเงิน ๑,๐๐๐ บาท และพวงหรีด ๑ พวง โรงเรียนเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลศพ ๑ คืน (หรืออยู่ในดุลยพินิจของประธาน กรรมการสวัสดิการภายในโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒) 5. สมทบการจัดกิจกรรมทัศนศึกษาของครูและบุคลากรตามความเหมาะสมและจำเป็นโดยความเห็นของ คณะกรรมการสวัสดิการภายในโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ๒
6. ค่าของขวัญ ช่อดอกไม้ กระเช้าของขวัญ ตะกร้าผลไม้ ของที่ระลึกในโอกาสต่างๆ ไม่เกิน 1,0๐๐ บาท หรือตามความเหมาะสมและจำเป็น แนวปฏิบัติการใช้บริการโรงอาหาร โรงอาหารมีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวันของนักเรียนในสถานศึกษาซึ่งโรงเรียนได้จัดระบบการ จำหน่ายอาหารเพื่ออำนวยความสะดวกในการใช้บริการของนักเรียนและได้กำหนดแนวปฏิบัติให้นักเรียนยึดถือ เป็นหลักเกณฑ์เดียวกันดังนี้ สถานที่ สถานศึกษากำหนดสถานที่สำหรับใช้บริการของโรงอาหาร ๑. อาคารสมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรฯ ๙๑ ชั้นล่าง ๒. อาคารชั่วคราว ด้านหน้าของห้องดนตรีไทยและนาฏศิลป์ เวลา ช่วงเวลาที่นักเรียนใช้บริการโรงอาหาร ช่วงที่ ๑ เวลา ๐๖.๓๐ น. ถึง ๐๗.๔๐ น. ช่วงที่ ๒ เวลา ๑๐.๒๐ น. ถึง ๑4.๐๐ น. (ห้ามรับประทานอาหารในช่วงเวลา ๐๘.๓๐ น. - ๑๐.๒๐ น. คาบ ๑ - คาบ ๒) การใช้บริการ การใช้บริการโรงอาหาร นักเรียนทุกคนต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้ ๑. ต้องใช้บัตรอิเลกทรอนิกส์ในการซื้ออาหารทุกครั้ง ๒. เข้าคิวในการซื้ออาหาร ๓. ห้ามนำอาหารออกไปรับประทานนอกโรงอาหาร ๔. ไม่ทิ้งเศษอาหารไว้บนโต๊ะ หรือบนพื้น ๕. ไม่คุยหรือส่งเสียงดังในโรงอาหาร วิธีการใช้บัตรอิเลกทรอนิกส์ ๑. เข้าแถวเติมเงินบัตรอิเลกทรอนิกส์โดยการเติมเงินแบ่งออกเป็น 2 ช่วงเวลาดังนี้ เวลา 07.00-07.40 น. และเวลา 10.30-13.00 น. ๒. ยื่นบัตรอิเลกทรอนิกส์ซื้ออาหารที่ต้องการรับประทาน ๓. นำอาหารไปรับประทานที่โต๊ะภายในโรงอาหารสถานศึกษาจัดให้ ๔. เมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อยแล้ว ให้นักเรียนปฏิบัติดังนี้ ๔.๑ เมื่อลุกขึ้นจากโต๊ะ เก็บเก้าอี้ไว้ใต้โต๊ะให้เรียบร้อย ๔.๒ นำภาชนะไปคืนที่จุดรับคืนภาชนะ ๔.๓ กวาดเศษอาหารทิ้งลงถังเก็บเศษอาหารที่สถานศึกษาจัดให้ ๔.๔ แยกภาชนะที่ใช้ในการรับประทานอาหาร เช่น ช้อน - ส้อม ตะเกียบ ถ้วย จาน แก้วน้ำ ไว้ในถังที่ สถานศึกษาจัดให้
งานอนามัยโรงเรียน แนวปฏิบัติในการใช้ห้องพยาบาลของนักเรียน ๑. ถอดรองเท้า วางไว้ให้เป็นระเบียบก่อนเข้าห้องพยาบาล ๒. ลงชื่อและกรอกข้อมูลลงในสมุดทะเบียนการให้บริการห้องพยาบาล ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ เป็นต้น ๓. ตรวจเช็คอาการกับครูประจำห้องพยาบาล ๔. รับยาหรือปฐมพยาบาลตามอาการ ห้ามหยิบยากินเองก่อนได้รับอนุญาต ๕. ห้ามส่งเสียงดังและห้ามนำอาหารมารับประทานในห้องพยาบาล ๖. น้ำดื่มในคูลเลอร์ให้บริการเฉพาะผู้ป่วย ๗. ห้องน้ำเฉพาะครูและผู้ป่วยเท่านั้น ๘. ห้ามหยิบเอกสารเผยแพร่ความรู้ใดๆ ออกจากห้องพยาบาลก่อนได้รับอนุญาตจากครูเมื่ออ่านเสร็จ แล้วให้เก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย แนวปฏิบัติในการขอนอนพักในห้องพยาบาล 1.นักเรียนที่ป่วยจนจำเป็นต้องนอนพักที่ห้องพยาบาลต้องเขียนใบขออนุญาตกับอาจารย์ประจำวิชาใน คาบที่ตัวเองนอนพัก 2. เกิดอุบัติเหตุในสถานศึกษา ครูอนามัยโรงเรียนจะนำส่งโรงพยาบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 3. เกิดอุบัติเหตุ นอกสถานศึกษาหรือในช่วงวันหยุด ให้ไปรับบริการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลทักษิณ โดยแจ้ง ชื่อ-สกุล ชั้น เลขที่ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 4. ถ้าต้องการใช้บริการที่สถานพยาบาลอื่นๆ ซึ่งไม่ได้อยู่ในความคุ้มครองของบริษัทประกันให้นำ หลักฐานใบเสร็จรับเงินต้นฉบับ พร้อมใบรับรองแพทย์ติดต่อเบิกเงินคืนโดยแสดงหลักฐาน เช่น บัตรประจำตัว ประชาชน หรือ บัตรประจำตัวนักเรียนได้ที่ ห้องอนามัยโรงเรียนสุราษฎร์ธานี๒