The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ความหมายของการบริหารสำนักงาน
ผู้บริหารสำนักงาน
การจัดสำนักงาน
ที่ตั้งของสำนักงาน
การบริหารพื้นที่สำนักงาน
การเลือกอุปกรณ์สำนักงาน
การป้องกันอัคีภัยในสำนักงาน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by บุษยมาศ นามบุญลา, 2023-06-15 02:59:45

บทที่ 2 การบริหารสำนักงาน

ความหมายของการบริหารสำนักงาน
ผู้บริหารสำนักงาน
การจัดสำนักงาน
ที่ตั้งของสำนักงาน
การบริหารพื้นที่สำนักงาน
การเลือกอุปกรณ์สำนักงาน
การป้องกันอัคีภัยในสำนักงาน

บทที่ 2 การบริหริารสำ นักงาน งานหลักของผู้รัผู้ บรัผิดผิชอบงานธุรการประการหนึ่งนึ่คือ การบริหริารสำ นักนังาน ทั้งทั้นี้เ นี้ พราะผู้บผู้ ริหริารงานธุรการมีหมีน้าน้ที่ให้คห้วามสะดวกแก่หน่วน่ยงานอื่น และให้บห้ริกริาร ช่วช่ยเสริมริงานหลักขององค์การในด้าด้นเอกสาร การใช้เช้ครื่อรื่งมือมืเครื่อรื่งใช้ใช้นสำ นักนังาน การรับรัส่งส่จดหมาย การประชาสัมสัพันพัธ์ การต้อนรับรัและอื่น ๆ สำ นักนังานนั้นนั้เปรียรีบ เสมือมืนที่รวมกิจกรรมทุกทุอย่าย่งขององค์การ ดังดันั้นนั้หากงานในสำ นักนังานปั่นป่วป่น ไม่ เป็นป็ระเบียบีบเรียรีบร้อร้ย ก็จะมีผมีลต่อการจัดจัระบบการทำ งาน การดำ เนินนิธุรกิจ รายได้ ร่าร่ยจ่าจ่ย และผลกำ ไรขององค์การ การบริหริารงานสำ นักนังานจึงจึควรมีปมีระสิทสิธิภธิาพมาก ที่สุดสุที่จะเป็นป็ ไปได้ และเป็นป็ความรับรัผิดผิชอบของผู้บผู้ ริหริารงานธุรการในการบริหริารงาน สำ นักนังานให้สห้ามารถให้บห้ริกริารที่รวดเร็วร็เป็นป็ที่เชื่อชื่ถือ ประหยัดยัเวลา กำ ลังคน และค่าใช้ จ่าจ่ย รวมทั้งทั้สามารถเพิ่มพิ่คุนคุภาพและปริมริาณให้ดีห้ขึ้ดีขึ้นขึ้อยู่เยู่สมอ 2.1 ความหมายของการบริห ริ ารสำ นักงาน การบริหริารสำ นักนังาน คือ การบริหริารด้วด้ยการวางแผน การจัดจัองค์การ การ ปฏิบัติบั ติการ และการควบคุมคุปัจจัยจัต่าง ๆ ได้แด้ก่ คน อุปกรณ์ เครื่อรื่งจักจัร วัสวัดุอุดุ อุปกรณ์ และทุนทุเพื่อพื่ ให้บห้รรลุวัลุตวัถุปถุระสงค์ที่กำ หนดไว้ การวางแผนในสำ นักนังาน เป็นป็การเตรียรีมงานและเตรียรีมการปฏิบัติบั ติงานใน สำ นักนังานไว้ล่ว้ ล่วงหน้าน้ว่าว่งานสำ นักนังานมีอมีะไรบ้าบ้งที่ต้องปฏิบัติบั ติและต้องปฏิบัติบั ติอย่าย่งไร ซึ่งซึ่ ต้องมีกมีารคิดวิเวิคราะห์ ออกแบบ และคาดคะเนไว้ล่ว้ ล่วงหน้าน้การวางแผน การกำ หนดทั้งทั้ กิจกรรมระยะสั้นสั้และกิจกรรมระยะยาวให้เห้ป็นป็ ไปตามวัตวัถุปถุระสงค์และเป้าป้หมายของ องค์การ การวางแผนด้าด้นกำ ลังคน การพิจพิารณาความต้องการด้าด้นวัสวัดุอุดุ อุปกรณ์แณ์ละ เครื่อรื่งใช้สำช้สำนักนังาน การปรับรั ปรุงรุระบบ วิธีวิปธีฏิบัติบั ติและกระบวนการปฏิบัติบั ติงาน การจัดจั ระบบรับรัส่งส่จดหมาย เอกสารและรายงาน ระบบส่งส่ข้อข้มูล และการจัดจัระบบจัดจัเก็บเอกสาร และการบริหริารงานเอกสาร


การจัดจัองค์การ หมายถึง การกำ หนดกิจกรรมต่าง ๆ ในสำ นักนังาน กำ หนดไว้ ว่าว่ ใครทำ อะไรภายใต้สิ่งสิ่แวดล้อมอะไรบ้าบ้ง การบริหริารเกี่ยวกับการจัดจัองค์การจึงจึเป็นป็ การกำ หนดหน้าน้ที่และความรับรัผิดผิชอบของบุคลากรในด้าด้นธุรการ การกำ หนดโครง สร้าร้งของหน่วน่ยงาน การกำ หนดความสัมสัพันพัธ์รธ์ะหว่าว่งหน่วน่ยงาน การจัดจัพื้นพื้ที่และ แผนผังผัสำ นักนังาน และการจัดจัสิ่งสิ่แวดล้อมภายในสำ นักนังาน การบริหริารงานบุคคล เป็นป็การปฏิบัติบั ติเพื่อพื่ ให้งห้านธุรการประสบความสำ เร็จร็ โดยมีขั้มีนขั้ตอนการสรรหาและคัดเลือกบุคลากรด้าด้นธุรการ การจูงใจ การบังบัคับบัญบัชา การพัฒพันาบุคลากร การประเมินมิผลการปฏิบัติบั ติงาน การบริหริารเงินเดือดืน การเลื่อน ตำ แหน่งน่และการโยกย้าย้ย ทั้งทั้นี้ ผู้บผู้ ริหริารจะต้องใช้บช้ทบาทผู้นำผู้ นำและการสั่งสั่การเป็นป็ เครื่อรื่งมือมืสำ คัญ การควบคุมคุงาน เป็นป็การติดตามผลการปฏิบัติบั ติงานและการแก้ไขข้อข้ผิดผิ พลาดเพื่อพื่ ให้ดำห้ดำเนินนิการเป็นป็ ไปตามแผนที่วางไว้ โดยมีกมีารควบคุมคุการทำ งานใน สำ นักนังานการควบคุมคุต้นทุนทุและงบประมาณ การกำ หนดวิธีวิวัธีดวัมาตรฐานของงาน และ การควบคุมคุผลงานทั้นทั้ ในด้าด้นปริมริาณและคุณคุภาพ 2.2 ผู้บริหารสำ นักงาน ผู้บผู้ ริหริารสำ นักนังานนั้นนั้ควรต้องมีศิมี ศิลปะในการบริหริารคน ฉลาครอบรู้ ทันเหตุกตุารณ์ กล้าตัดสินสิ ใจในหางที่ถูกถูหมั่นมั่ศึกษาหาความรู้ เอาใจใส่ปส่รับรั ปรุงรุตัวเองอยู่ เสมอ มีคมีวามซื่อซื่สัตสัย์ ขยันยัขันขัแข็งข็มีคมีวามคิดริเริริ่มริ่มีคมีวามยุติธรรม เป็นป็คนตรงต่อเวลา มีสุมีขสุภาพแข็งข็แรง อดทนต่อการทำ งานหนักนัและสามารถทำ งานร่วร่มกับผู้อื่ผู้ อื่นได้ นอกจากนี้ผู้ นี้ บผู้ ริหริารสำ นักนังานควรมีคุมีณคุสมบัติบั ติดังดัต่อไปนี้ด้ นี้ วด้ย 1. มีคมีวามรู้พื้รู้พื้นพื้ฐานทางธุรกิจด้าด้นต่าง ๆ เช่นช่การบัญบัชี การตลาด การขาย การ บริหริาร เนื่อนื่งจากงานสำ นักนังานเป็นป็งานที่ต้องเกี่ยวข้อข้งกับฝ่ายต่าง ๆ ขององค์กร


2. มีคมีวามรู้ครู้วามสามารถในการบริหริารงานสำ นักนังานเป็นป็อย่าย่งดี โดยเฉพาะการ วิเวิคราะห์รห์ะบบงาน การวัดวังาน การกำ หนดมาตรฐานสำ หรับรังานสำ นักนังาน การบริหริาร เอกสาร การออกแบบฟอร์มร์งานต้านคอมพิวพิเตอร์ การจัดจัเก็บข้อข้มูล การบริหริารพื้นพื้ที่ และการจัดจัสำ นักนังาน 3. มีคุมีณคุสมบัติบั ติในการเป็นป็ผู้นำผู้ นำ เช่นช่การกำ หนดนโยบาย การตัดสินสิ ใจ การจูงใจผู้ ใต้บังบัคับบัญบัชา การสร้าร้งทีมงาน เป็นป็ต้น 4. มีคมีวามสามารถในการมอบอำ นาจหน้าน้ที่ การสั่งสั่การ และการติดต่อสื่อสื่สารกับ บุคคลอื่นได้อด้ย่าย่งมีปมีระสิทสิธิผธิล เป็นป็ผู้ที่ผู้ ที่ ยอมรับรั ฟังฟัความคิดเห็นห็ของบุคคลอื่น และเปิดปิ โอกาสให้ผู้ห้บัผู้ งบัคับบัญบัชามีส่มีวส่นร่วร่มในการแสดงความคิดเห็นห็ 5. มีปมีระสบการณ์ใณ์นการทำ งาน ทั้งทั้นี้ดำ นี้ ดำแหน่งน่ผู้บผู้ ริหริารงานสำ นักนังานเป็นป็ ตำ แหน่งน่ที่ต้องประสานงานกับบุคคลต่าง ๆ จึงจึควรเป็นป็ผู้ที่ผู้ ที่ มีอมีายุการทำ งานมากพอที่จะ เป็นป็ที่รู้จัรู้กจั โดยทั่วทั่ ไปในองค์การ และไม่คม่วรมีกมีารเปลี่ยนแปลงบ่อบ่ย เพื่อพื่ ให้สห้ามารถปฏิบัติบั ติ หน้าน้ที่ได้อด้ย่าย่งมีปมีระสิทสิธิภธิาพ โดยทั่วทั่ ไปผู้บผู้ ริหริารสำ นักนังานมักมัมาจากการเลื่อนตำ แหน่งน่ ของบุคคลในฝ่ายธุรการมากกว่าว่การโอนย้าย้ยมาจากหน่วน่ยงานอื่น 2.3 การจัดสำ นักงาน การจัดจัสำ นักนังาน เป็นป็การกำ หนดสิ่งสิ่แวดล้อมในการทำ งานของสำ นักนังาน ประกอบด้วด้ยการเลือกที่ตั้งตั้สำ นักนังาน การจัดจัสถานที่ทำ งาน การจัดจัเครื่อรื่งตกแต่ง เช่นช่ โต๊ะ เก้าอี้ สำ หรับรัผู้ทำผู้ ทำงาน รวมทั้งทั้การจัคจัระบบแสง สี เสียสีง และเครื่อรื่งปรับรัอากาศในที่ ทำ งาน ผู้บผู้ ริหริารสำ นักนังานที่สามารถจัดจัสำ นักนังานได้ดีด้ ดีจะช่วช่ยให้กห้ารทำ งานเป็นป็ ไปอย่าย่ง สะดวกสบาย รวดเร็วร็และปราศจากสิ่งสิ่รบกวนในการทำ งาน


หลักการที่สำ คัญในการจัดจัสำ นักนังานมีดัมี ดังนี้ 1. มุ่งมุ่ดำ เนินนิการเพื่อพื่ ให้สำห้สำนักนังานมีคมีวามเป็นป็ระเบียบีบเรียรีบร้อร้ย สะอาด และน่าน่ ทำ งาน 2. มีกมีารรวมกลุ่มลุ่งานที่มีลัมี ลักษณะเหมือมืนกันหรือรืคล้ายกันเข้าข้มาอยู่ใยู่นบริเริวณ เดียดีวกันเพื่อพื่ความสะควกในการควบคุมคุดูแดูล และสั่งสั่การ รวมทั้งทั้ป้อป้งกันเสียสีงที่อาจ รบกวนกัน โดยอาจกั้นกั้ห้อห้งตามความจำ เป็นป็หรือรืจัดจัระยะห่าห่งระหว่าว่งกลุ่มลุ่งานให้ เหมาะสม 3. กำ หนดสายกาวเดินดิของงานให้คห้ล่องตัวมากขึ้นขึ้ 4. จัดจัช่ยช่งทางเดินดิ ให้สห้ะดวก ปราศจากสิ่งสิ่กีดขวาง ขัตขั โต๊ะทํงานตามลักษณะการ เคลื่อนไหวของงาน จัดจัพื้นพื้ที่นั่งนั่ของพนักนังานไม่ใม่ห้ชิห้ดชิกันมากเกินไป จัดจัวางตู้เตู้อกสารให้ เป็นป็ระเบียบีบ ไม่เม่กะกะเนื้อนื้ที่สำ หรับรังานอื่น 5. จัคจัวางเครื่อรื่งมือมืเครื่อรื่งใช้ใช้ห้อห้ยู่ไยู่กล้ผู้ใผู้ช้ เพื่อพื่ความสะควกในการหยิบยิ ใช้ แยก สิ่งสิ่ที่ไม่จำม่จำเป็นป็ออกไป และลดระยะทางของสายการปฏิบัติบั ติงานให้น้ห้อน้ยลง 6. จัดจัระบบถ่ายเทอากาศ แสงสว่าว่ง สี คุณคุหภูมิภูใมินห้อห้งทำ งานให้เห้หมาะสม รวมทั้งทั้ เครื่อรื่งอำ นวยความสะดวก เครื่อรื่งทุ่นทุ่แรง และสุขสุภัณฑ์ให้เห้พียพีงพอ 7. จัดจั ให้มีห้กมีารใช้ปช้ระโยชน์ขน์องพื้นพื้ที่สำ นักนังาน วัสวัดุสิ่ดุงสิ่ของและเครื่อรื่งมือมืเครื่อรื่งใช้ อย่าย่งเต็มที่และประหยัดยั 8. มีกมีารจูงใจให้บุห้บุคลากรภายในสำ นักนังานทำ งานได้อด้ย่าย่งมีปมีระสิทสิธิภธิาพสูงสูสุดสุ โดยมีกมีารวัดวัผลงานและแจ้งจ้ ให้ทห้ราบเป็นป็ ประจำ 9. จัดจัระบบรักรัษาความปลอดภัย และการป้อป้งกันอุบัติบั ติภัยต่าง ๆ อย่าย่งเหมาะสม นอกจากนี้แ นี้ ล้ว การจัดจัสำ นักนังานควรมุ่งมุ่เน้นน้ที่ประสิทสิธิภธิาพในการทำ งาน โดยประหยัดยั เวลา แรงงาน และค่าใช้จ่ช้าจ่ย รวมทั้งทั้สะดวกในการควบคุมคุบังบัคับบัญบัชาด้วด้ย


2.4 ที่ตั้ง ตั้ ของสำ นักงาน ในการเลือกที่ตั้งตั้ของสำ นักนังาน ซึ่งซึ่รวมถึงรารรยายหรือรืโยกย้าย้ยสำ นักนังานนั้นนั้ ผู้บผู้ ริหริารงานธุรการควรต้องเลือกให้เห้หมาะสมกับสภาพธุรกิจขององค์การ โดยเฉพาะ อย่าย่งยิ่งยิ่งานของสำ นักนังานส่วส่นใหญ่จญ่ะเกี่ยวข้อข้งกับการบริกริาร จึงจึจำ เป็นป็ต้องใช้สิ่ช้งสิ่ อำ นวยความสะดวกต่าง ๆ เช่นช่ ไฟฟ้าฟ้น้ำ ประปา การสื่อสื่สาร การคมนาคมขนส่งส่ทั้งทั้ยังยั ต้องเกี่ยวข้อข้งสัมสัพันพัธ์กัธ์ กับผู้มผู้ าติดต่อ ลูกลูค้า และผู้ใผู้ช้บช้ริกริาร การเลือกที่ตั้งตั้สำ นักนังานจึงจึ ต้องคำ นึงนึถึงการใช้สิ่ช้งสิ่อำ นวยความสะดวกดังดักล่าว และยังยัต้องคำ นึงนึถึงปัจจัยจั ในการ เลือกทำ เลที่ตั้งตั้และปัจจัยจั ในการเลือกตำ แหน่งน่ที่ตั้งตั้ของสำ นักนังานด้วด้ย ปัจจัยจัที่ใช้ใช้นการเลือกทำ เลที่ตั้งตั้ (Location) ได้แด้ก่ ลักษณะทางภูมิภูปมิระเทศ ของทำ เลที่ตั้งตั้แหล่งวัตวัถุดิถุบดิแหล่งแขงงาน แหล่งผู้บผู้ ริโริภคหรือรืตลาด ต้นทุนทุการ ขนส่งส่คู่แคู่ข่งข่ชันชัราคาที่ดินดิเส้นส้ทางคมนาคม สิ่งสิ่แวดล้อม สาธารณูปณูโภค และการกำ จัดจั ของเสียสี ส่วส่นปัจจัยจั ในการเลือกตำ แหน่งน่ที่ตั้งตั้ (Site) ได้แด้ก่ เส้นส้ทางการเข้าข้ออกจาก ตำ แหน่งน่ที่ตั้งตั้ที่จอดรถ เส้นส้ทางจราจร แนวโน้มน้ของประชากร กิจกรรมทางธุรกิจ ค่าใช้ จ่าจ่ยในการซื้อซื้หรือรืการเช่าช่สำ นักนังาน สถานที่หรือรืแหล่งธุรกิจสำ คัญที่อยู่ใยู่กล้ รวมทั้งทั้ ประวัติวั ติความเป็นป็มาของตำ แหน่งน่ที่ตั้งตั้ อย่าย่งไรก็ตาม ประเภทของธุรกิจก็มีคมีวามสำ คัญต่อการเลือกที่ตั้งตั้ของ สำ นักนังานด้วด้ย โดยถ้าเป็นป็ธุรกิจเกี่ยวกับการผลิต สำ นักนังานอาจจำ เป็นป็ต้องตั้งตั้ ในเขต ชุมชนที่มีคมีวามสะดวกในการติดต่อกับลูกลูค้า ส่วส่นโรงงานผลิตซึ่งซึ่ต้องใช้เช้นื้อนื้ที่มาก อาจ ต้องแยกไปตั้งตั้ ในแถบชานเมือมืง แต่ถ้าเป็นป็ธุรกิจประเภทให้บห้ริกริาร การเลือกสำ นักนังาน ต้องคำ นึงนึถึงสาธารณูปณูโภค การคมนาคม ความคล่องตัวในการขยายที่ทำ การ และควร อยู่ใยู่กล้กับหน่วน่ยงานราชการหรือรืชุมชนที่ต้องติดต่อ สำ นักนังานของธุรกิจ บริกริารจึงจึควรตั้งตั้อยู่ใยู่นเขตเมือมืง เป็นป็ต้น


แนวทางในการเลือกที่ตั้งสำ นักนังานที่เหมาะสม มีดัมี ดังนี้ 1. สำ นักนังานควรมีพื้มีพื้นพื้ที่ที่เพียพีงพอต่อการปฏิบัติบั ติหน้าน้ที่ของพนักนังาน และ สามารถรองรับรัการขยายตัวของธุรกิจได้อด้ย่าย่งน้อน้ยในระยะ 5 ปีข้ปีาข้งหน้าน้ 2. คำ นักนังานควรมีสิ่มีงสิ่อำ นวยความสะควกที่จำ เป็นป็อย่าย่งพร้อร้มมูล ซึ่งซึ่ได้แด้ก่ อุปกรณ์สำณ์สำนักนังาน ทางเข้าข้ออก ลิฟด์ บันบั ได โทรศัพท์ เครื่อรื่งปรับรัอากาศ ไฟฟ้าฟ้ น้ำ ประปา ระบบการควบคุมคุของเสียสีการป้อป้งกันอัคคีภัย ที่จอดรถ และอื่น ๆ 3. สำ นักนังานควรมีที่มี ที่ ตั้งตั้ซึ่งซึ่ลูกลูค้าสามารถติดต่อได้สด้ะดวก รวดเร็วร็ง่ายต่อการ ขนส่งส่สินสิค้าการใช้บช้ริกริารไปรษณีย์ณี ย์หรือรืธนาคาร เป็นป็ต้น 4. ตัวอาคารของสำ นักนังานควรมีคมีวามแข็งข็แรงเพียพีงพอ มีรูมีปรูลักษณ์สณ์วยงาม สะดุดดุตาแก่ผู้พผู้ บเห็นห็มีแมีสงสว่าว่งตามธรรมชาติ รวมทั้งทั้มีกมีารถ่ายเทอากาศจาก ภายนอกได้ดีด้ ดีและต้องไม่มีม่ต้มี ต้นทุนทุที่สูงสูเกินความสามารถขององค์การธุรกิจ 5. สะดวกแก่การเดินดิทางมาทำ งานของพนักนังาน เช่นช่มีรมีถประจำ ทางผ่าผ่นหลาย สาย และไม่อม่ยู่ใยู่กล้แหล่งรบกวนที่อาจเป็นป็การขัดขัขวางการมาทำ งาน 2.5 การบริห ริ ารพื้นที่สำ นักงาน การบริหริารพื้นพื้ที่สำ นักนังาน คือการใช้พื้ช้ พื้นพื้ที่ของสำ นักนังานให้เห้กิดประโยชน์สูน์งสูที่สุดสุ โยให้สห้อดคล้องกับสภาพของอาคาร เช่นช่ตำ แหน่งน่ของประตู หน้าน้ต่าง ลิฟต์ เครื่อรื่งปรับรั อากาศ จุดที่ให้แห้สงสว่าว่ง แหล่งที่เกิดเสียสีง และสามารถตอบสนองความต้องการของ หน่วน่ยงานต่าง ๆ ในสำ นักนังานได้ ผู้บผู้ ริหริารสำ นักนังานควรจัดจัแผนผังผัสำ นักนังาน (Office Layout) โดยจัดจัวัสวัดุ อุปกรณ์ และส่วส่นประกอบภายในสำ นักนังานให้เห้หมาะสมกับพื้นพื้ที่ที่มีอมียู่ เพื่อพื่ ให้กห้าทำ งาน เกิดประสิทสิธิภธิาพมากที่สุดสุสะดวก รวดเร็วร็ที่สุดสุและเสียสีค่าใช้จ่ช้าจ่ยรวมทั้งทั้เวลาน้อน้ยที่สุดสุ


แนวทางการบริหริารพื้นพื้ที่สำ นักนังาน ได้แก่ 1. จัดจั ให้พื้ห้ พื้นพื้ที่ในสำ นักนังานได้ถูด้กถูนำ ไปใช้ปช้ระโยชน์ใน์ห้มห้ากที่สุดสุ 2. ให้บุห้บุคลากร ลูกลูค้า และผู้มผู้ าติดต่อมีคมีวามสะดวกสบายและเกิดความพอใจ 3. ทำ ให้กห้ารไหลของานมีปมีระสิทสิธิผธิล และประหยัดยัต้นทุนทุ 4. จัดจัวางให้เห้กิดประโยชน์ใน์นการใช้พื้ช้ พื้นพื้ที่ร่วร่มกับปัจจัยจัส่งส่แวดล้อมต่าง ๆ เช่นช่ แสงสว่าว่ง เสียสีง สี อากาศ ช่อช่งปรับรัอากาศ ช่อช่งระบายอากาศ ประตู หน้าน้ต่าง และ อื่น ๆ อย่าย่งเหมาะสม 5. มีคมีวามยึดยึหยุ่นยุ่ ในการปรับรั ปรุงรุเปลี่ยนแปลงการจัดจัผังผัสำ นักนังานและการขยาย ปริมริาณงานในอนาคต 6. สะดวกในการควบคุมคุการติดต่อสื่อสื่สารระหว่าว่งบุคคลและระหว่าว่งหน่วน่ยงาน 7. สามารถตรวจสอบแก้ไขระบบอุปกรณ์สำณ์สำนักนังานและเครื่อรื่งใช้ต่ช้ ต่าง ๆ ได้โด้ดย สะดวก วิธีวิกธีารในการจัดจัพื้นพื้ที่สำ นักนังานจึงจึควรเป็น ป็ ไปตามหลักการ ดังนี้ 1. สะดวก โดยจัดจัสายการเดินดิของงาน (Work Flow) ให้เห้ป็นป็เส้นส้ตรง หรือรืเป็นป็ รูปรูตัวยู โดยไม่วม่กไปวนมา หน่วน่ยงานที่ต้องติดต่อกันบ่อบ่ยควรอยู่ติยู่ ติดกัน เพื่อพื่ลดระยะ ทางและเวลาในการติดต่อ 2. ประหยัดยั โดยจัดจัวางเฟอร์นิร์เนิจอร์ใร์ห้ให้ช้พื้ช้ พื้นพื้ที่อย่าย่งประหยัดยัคุ้มคุ้ค่า และไม่ทำม่ ทำ ให้ พื้นพื้ที่ทำ งานดูคัดูคับแคบหรือรืเต็มไปด้วด้ยสิ่งสิ่กีดขวาง ด้วด้ยการจัดจั โต๊ะเก้าอี้ให้เห้ป็นป็เส้นส้ตรง ใช้ม่ช้าม่น ฉากกั้นกั้หรือรืฝากั้นกั้ที่เคลื่อนย้าย้ยได้ แต่ต้องคำ นึงนึถึงความสอดคล้องกับระบบ แสงสว่าว่งด้วด้ย 3. ปลอดภัย โดยจัดจัช่อช่งทางเข้าข้ออกที่สะดวก มีป้มีาป้ยชี้ท ชี้ างหนีไนีฟ มีอุมีอุปกรณ์ ป้อป้งกันอัคคีภัยอย่าย่งเพียพีงพอ อุปกรณ์ที่ณ์ ที่ มีเมีสียสีงดังดัควรแยกไปอยู่สยู่ถานที่เก็บเสียสีง และควรมีห้มีอห้งพักพัผ่อผ่นสำ หรับรัพนักนังานได้พด้บปะพูดคุยคุเมื่อมื่เวลาหยุดพักพั


4. มีปมีระสิทสิธิภธิาพ โดยจัดจั ให้หห้น่วน่ยงานที่ต้องติดต่อกับลูกลูค้า อยู่ใยู่นบริเริวณที่ ลูกลูค้าสามารถเข้าข้พบและติดต่อได้สด้ะดวก ส่วส่นงานที่ต้องอาศัยความสงบและสมาธิใธิน การทำ งาน (เช่นช่งานบัญบัชี คอมพิวพิเตอร์)ร์ควรอยู่ใยู่นที่สงบไม่พม่ลุกลุพล่าน หรือรืจัดจัห้อห้ง แยกโดยเฉพาะ ข้อข้เสนอแนะในการบริหริารพื้นพื้ที่สำ หรับรับุคลากร ซึ่งซึ่ผู้บผู้ ริหริาร สำ นักนังานอาจนำ ไปใช้ปช้ระกอบการจัดจัพื้นพื้ที่สำ นักนังาน มีดัมี ดังนี้ 1. ห้อห้งทำ งานส่วส่นตัว สำ หรับรัผู้บผู้ ริหริารระดับดัสูงสูควรมีขมีนาด 100-600 ตารางฟุต ผู้บผู้ ริหริารระดับดักลาง 200 ตารางฟุต และผู้บผู้ ริหริารระดับดัล่าง 75-100 ตารางฟุต 2. การวางแผนบริหริารพื้นพื้ที่สำ นักนังานทั่วทั่ ไป ควรใช้พื้ช้ พื้นพื้ที่ 80-100 ตารางฟุตต่อ หนึ่งนึ่หน่วน่ยงาน ซึ่งซึ่มีบุมีบุคลากร 8-10 คน 3. ช่อช่งว่าว่งระหว่าว่งโต๊ะและช่อช่งทางเดินดิควรใช้เช้นื้อนื้ที่ประมาณร้อร้ยละ 10-15 ของ พื้นพื้ที่ทั้งทั้หมดของห้อห้ง โดยทางเดินดิควรมีช่มีอช่งกว้าว้งประมาณ 58 ฟุต ช่อช่งกว้าว้งระหว่าว่ง โต๊ะประมาณ 28-36 นิ้วนิ้การจัดจัวางโต๊ะควรเป็นป็เส้นส้ตรงเพื่อพื่ความสะดวกในการไหล ของงาน และไม่คม่วรวางโต๊ะ 1 คู่ เพราะจะไม่สม่ะดวกในการลุกลุนั่งนั่และการติดต่อสื่อสื่สาร ด้าด้นข้าข้ง 4. พื้นพื้ที่สำ หรับรัตู้เตู้อกสารขนาด 8.5 x 13 ฟุต ควรมีเมีนื้อนื้ที่ประมาณ 7 ตารางฟุต โดยเป็นป็พื้นพื้ที่สำ หรับรัวางตู้แตู้ละมีพื้มีพื้นพื้ที่ว่าว่งสำ หรับรัเปิดปิ -ปิดปิตู้ด้ตู้วด้ย และควรวางตู้เตู้อกสาร ชิดชิ ฝาผนังนัหรือรืตั้งตั้เป็นป็แนวตรงเรียรีงกัน หากวางตู้เตู้อกสารหันหัหน้าน้เข้าข้หากัน ต้องตั้งตั้ ให้ ห่าห่งกันไม่น้ม่อน้ยกว่าว่ 30 นิ้วนิ้เผื่อผื่ ไว้สำว้สำหรับรักรณีที่ณี ที่ ดึงดึลิ้นชักชัทั้งทั้ 2 ด้าด้นออกมา 5. ห้อห้งประชุมที่มีขมีนาดความจุ 30-200 คน ควรมีพื้มีพื้นพื้ที่ประมาณ 8 ตารางฟุต ต่อผู้เผู้ข้าข้ประชุม 1 คน


วิธีวิกธีารในการจัดจัลำ นักนังาน มีขั้มีนขั้ตอนง่าย ๆ ดังนี้ 1. จัดจัการสำ รวจแผนผังผัการจัดจัสำ นักนังานในปัจจุบันบั โดยอาศัยแผนภูมิภูต่มิ ต่าง ๆ เช่นช่ แผนผังผัการจัดจัองค์การ แผนภูมิภูแมิสดงลำ ดับดัขั้นขั้ตอนการทำ งาน แผนภูมิภูแมิสดงการ เคลื่อนไหวในการทำ งาน เพื่อพื่วิเวิคราะห์ปัห์ ปัญหาและอุปสรรคในการปฏิบัติบั ติงาน 2. สำ รวจระบบงานที่จะต้องทำ ในปัจจุบันบัจำ นวนพนักนังาน ความต้องการใช้พื้ช้ พื้นพื้ ของพนักนังาน เครื่อรื่งมือมืเครื่อรื่งใช้ เฟอร์นิร์เนิจอร์ และอุปกรณ์สำณ์สำนักนังานต่าง ๆ 3. กำ หนดงานประจำ ที่เป็นป็ส่วส่นสำ คัญ เพื่อพื่กำ หนดเส้นส้ทางการเคลื่อนที่ของงาน หลักในสำ นักนังาน 4. กำ หนดเนื้อนื้ที่ตามความต้องการของแผนกงานต่าง ๆ รวมทั้งทั้เนื้อนื้ที่ส่วส่นรวม (เช่นช่ห้อห้งอาหาร ห้อห้งโดง ห้อห้งน้ำ ห้อห้งพัสพัดู ห้อห้งผู้บผู้ ริหริาร โดยคำ นึงนึถึงความเกี่ยวข้อข้ง ในการทำ งาน ความปลอดภัย และระบบสิ่งสิ่แวดล้อมต่าง ๆ (แสง สี เสียสีง และเฟอร์นิร์ นิ เจอร์)ร์ 5. จัดจัภาพจำ ลองการจัดจัสำ นักนังานตามมาตราส่วส่นที่ถูกถูต้อง ทำ เครื่อรื่งหมายแสดง การไหลของงานที่สำ คัญ สายโทรศัพท์ และสายไฟฟ้าฟ้รวมทั้งทั้ชื่อชื่ของพนักนังานที่ประจำ ในแต่ละจุดของทุกทุแผนก 6. เสนอผังผัการจัดจัสำ นักนังานไปยังยัผู้มีผู้ อำมี อำนาจเพื่อพื่ขออนุมันุติมั ติดำ เนินนิการต่อไป 7. เมื่อมื่จัดจัสำ นักนังานตามแผนผังผัแล้ว ให้มีห้กมีารตรวจสอบเป็นป็ครั้งรั้คราว หากมี ปัญหาหรือรืมีคมีวามไม่สม่ะดวกเกิดขึ้นขึ้ก็อาจปรับรั ปรุงรุเปลี่ยนแปลงให้เห้หมาะสมต่อไป 2.6การเลือกอุปกรณ์สำ ณ์ สำนัก นั งาน ในการเลือกอุปกรณ์สำณ์สำนักนังานนั้นนั้ผู้บผู้ ริหริารสำ นักนังานควรได้พิด้จพิารณาเสียสี ก่อนว่าว่สำ นักนังานมีอุมีอุปกรณ์เณ์ครื่อรื่งใช้ชช้นิดนิ ใดอยู่แยู่ล้วบ้าบ้ง และประสิทสิธิภธิาพของอุปกรณ์ เหล่านั้นนั้เป็นป็อย่าย่งไร เพียพีงพอเหมาะสมในการตอบสนองความต้องการหรือรืไม่


เมื่อมื่ ได้พิด้จพิารณาแล้วเห็นห็ว่าว่ควรมีกมีารจัดจัซื้อซื้อุปกรณ์สำณ์สำนักนังานใหม่ ผู้บผู้ ริหริารควรได้ ศึกษาระบบงาน เครื่อรื่งมือมืเครื่อรื่งใช้ที่ช้ ที่ จำ เป็นป็แล้วกำ หนดรูปรูแบบและค่าใช้จ่ช้าจ่ย สถานที่ ติดตั้งตั้อุปกรณ์ สี ขนาด ประเภทรองอุปกรณ์ แะการเปลี่ยนแปลงระบบการทำ งาน หรือรื การพัฒพันาระบบงานที่สอดคล้องกับอุปกรณ์ใณ์หม่ อุปกรณ์สำณ์สำนักนังานควรมีรูมีปรูแบบ สี และขนาดที่เหมาะสมกับสำ นักนังาน ไม่มีม่ มี ต้นทุนทุค่าใช้จ่ช้าจ่ยที่สูงสูเกินไป มีอมีายุใช้งช้านนานพอสมควร ไม่สิ้ม่นสิ้เปลืองเนื้อนื้ที่มาก สะดวก ในการขนย้าย้ยและทำ ความสะอาด อุปกรณ์สำณ์สำนักนังานที่สำ คัญ ได้แด้ก่ 1. โต๊ะทำ งาน ควรเลือกโต๊ะที่ให้คห้วามสะดวกสบายแก่ผู้ใผู้ช้ มีขมีนาดที่สอดคล้อง กับความจำ เป็นป็และเหมาะสมกับลักษณะงาน โต๊ะอาจแยกประเภทตามผู้ใผู้ช้ เช่นช่ โต๊ะ สำ หรับรัผู้บผู้ ริหริาร โต๊ะสำ หรับรัพนักนังานเสมียมีน โต๊ะพิมพิพ์ดีพ์ดดี โต๊ะสำ หรับรัวางคอมพิวพิเตอร์ โต๊ะประชุม เป็นป็ต้น นอกจากนี้ยั นี้ งยัควรมีกมีารแนะนำ วิธีวิ ใธีช้โช้ต๊ะที่มีปมีระสิทสิธิภธิาพ เช่นช่ ไม่คม่วร วางเอกสารและเครื่อรื่งมือมืเครื่อรื่งใช้บช้นโต๊ะซึ่งซึ่จะทำ ให้พื้ห้ พื้นพื้ที่ใช้งช้านลดลง โดยควรจัดจัเก็บ สิ่งสิ่เหล่านั้นนั้ ไว้ใว้นลิ้นชักชั โต๊ะให้เห้รียรีบร้อร้ย เป็นป็ต้น 2. เก้าอี้ ควรเป็นป็เก้าอี้ที่มีคมีวามแข็งข็แรงทนทาน เหมาะสมกับการใช้งช้าน และมีรูมีปรู แบบที่สวยงามพอสมควร เก้าอี้มีทั้มี ทั้งทั้แบบที่ทำ ด้วด้ยไม้ เหล็ก หนังนัเทียม บุนวมหรือรืผ้าผ้มี ทั้งทั้แบบที่มีพมีนักนัพิงพิและไม่มีม่พมีนักนัพิงพิมีล้มี ล้อเลื่อน หมุนได้ ยกสูงสูได้ มีที่มี ที่ วางแขนหรือรืไม่มีม่ที่มี ที่ วางแขน การเลือกเก้าอี้นอกจากให้สห้อดคล้องกับลักษณะงานแล้ว ยังยัควรให้เห้หมาะสม กับผู้ใผู้ช้ด้ช้วด้ย เช่นช่สามารถปรับรัระดับดั ได้ มีขมีนาดกว้าว้งและลึกพอเหมาะกับผู้ใผู้ช้ และ สามารถใช้นั่ช้งนั่ได้โด้ดยไม่ทำม่ ทำ ให้เห้มื่อมื่ยจนเกินไป 3. แสงสว่าว่ง การจัดจัแสงสว่าว่งในที่ทำ งานควรให้สห้อดคล้องกับแสงสว่าว่งที่อาจมี ตามธรรมชาติ ทั้งทั้นี้ในี้ ห้ถืห้ ถือหลักการจัดจัแสงสว่าว่งให้กห้ระจายไปทั่วทั่สำ นักนังาน ไม่มม่ากหรือรื น้อน้ยเกินไป ไม่คม่วรให้มีห้แมีสงสะท้อนจากหลอดไฟโดยตรง มีกมีารตรวจสอบระบบแสง สว่าว่งและการบำ งรักรัษาหลอดไฟอยู่เยู่สมอ การจัดจัแสงสว่าว่งควรให้เห้หมาะกับงาน เช่นช่ งานออกแบบใช้แช้สงสว่าว่ง 200 กำ ลังเทียนต่อฟุต งานตรวจสอบบัญบัชี 150 กำ ลังเทียนต่อฟุต งานสำ นักนังาน 100 กำ ลังเทียนต่อฟุต งานทั่วทั่ ไป 50 กำ ลังเทียนต่อฟุด เป็นป็ต้น


4. เครื่อรื่งปรับรัอากาศ การติดตั้งตั้เครื่อรื่งปรับรัอากาศในสำ นักนังาน นอกจากช่วช่ยแก้ ปัญหาอากาศร้อร้น อากาศไม่ถ่ม่ ถ่ายเทแล้ว ยังยัทำ ให้ผู้ห้ทำผู้ ทำงานเกิดความสบาย และเพิ่มพิ่ ประสิทสิธิภธิาพในการทำ งานด้วด้ย การใช้เช้ครื่อรื่งปรับรัอากาศควรเป็นป็ ไปตามคู่มืคู่อมืของเครื่อรื่ง และเลือกขนาดที่เหมาะสมกับเนื้อนื้ที่ของห้อห้ง โดยอุณหภูมิภูที่มิ ที่ เหมาะสมกับสำ นักนังาน อยู่ที่ยู่ ที่ ประมาณ 72 องศาฟาเรนไฮต์ หรือรื 22 องศาเรลเชียชีส มีคมีวามชื้นชื้สัมสัพัทพัธ์ร้ธ์อร้ยละ 40-60 5. สี การเลือกใช้สีช้ ใสีนสำ นักนังาน นอกจากเพื่อพื่ความสวยงามและสร้าร้งบรรยากาศ ในการทำ งานแล้ว ยังยัมีส่มีวส่นช่วช่ยกระตุ้นตุ้ความกระตือรือรืร้นร้วันวั ในการงาน และบำ รุ่งรุ่ขวัญวั ผู้ปผู้ ฏิบัติบั ติงานด้วด้ย เช่นช่การใช้สีช้ร้สีอร้น (สีแสีดง สัมสัเหลือง) ทำ ให้เห้กิดความอบอุ่มและเร่งร่เร้าร้ ส่วส่นการใช้สีช้เสีย็นย็ (สีน้ำสีน้ำเงิน ม่วม่ง เขียขีว) ทำ ให้รู้ห้สึรู้กสึเยือยืกเย็นย็จิตจิ ใจสงบ การใช้สีช้อ่สี อ่นทำ ให้ ห้อห้งดูกดูว้าว้งและสูงสูขึ้นขึ้สีมืสีดมืและร้อร้นทำ ให้ห้ห้อห้งดูเดูล็กลง การใช้สีช้กสีลาง ๆ (สีคสีรีมรีสีเสีนื้อนื้สี เทา สีขสีาว สีน้ำสีน้ำตาลอ่อน) จะกระตุ้นตุ้ให้คห้นอยากทำ งานมากขึ้นขึ้ 6. อุปกรณ์สำณ์สำนักนังานอื่น ๆ เช่นช่คอมพิวพิเตอร์ ไมโครฟิล์ฟิ ล์ม เครื่อรื่งลงบัญบัชี เครื่อรื่งบันบัทึกเสียสีง เครื่อรื่งบันบัทึกเงินสด เครื่อรื่งพิมพิพ์ดีพ์ดดีเครื่อรื่งคำ นวณ เครื่อรื่งบันบัทึก เวลา เครื่อรื่งถ่ายเอกสาร เครื่อรื่งติดต่อภายใน เครื่อรื่งปรุกรุระดาษไข เครื่อรื่งประทับตรา เครื่อรื่งเขียขีน เครื่อรื่งฟอกคากาศ ฯลฯ ผู้บผู้ ริหริารสำ นักนังานสามารถเลือกใช้ใช้ห้เห้หมาะสมกับ ความจำ เป็นป็ของงาน และให้ติห้ ติดตามดูแดูลซ่อซ่มบำ รุงรุในสภาพที่พร้อร้มต่อการใช้งช้านอยู่ เสมอด้วด้ย 2.7 การป้อ ป้ งกันอัคคีภัยในสำ นัก นั งาน อันตรายในสำ นักนังานที่สำ คัญที่สุดสุก็คือ อัคคีภัย ซึ่งซึ่เมื่อมื่เกิดขึ้นขึ้แล้วจะก่อให้ เกิดความสูญสูเสียสีทั้งทั้ชีวิชีตวิและทรัพรัย์สิย์นสิมูลค่ามหาศาล สาเหตุขตุองอัคคีภัยในสำ นักนังานที่สำ คัญ ได้แก่ 1. การสูบสูบุหรี่ คนทำ งานส่วส่นมากติดบุหรี่ และก็เป็นป็ส่วส่นมากที่ชอบสูบสูบุหรี่ใรี่ กล้ เวลาเลิกงานพอเลิกงานก็ทิ้งก้นบุหรี่ไรี่ ว้ใว้นที่เขี่ย ขี่ บุหรี่ หรือรืวางก้นบุหรี่ไรี่ ว้ที่ว้ ที่ ขอบจานที่เชี่ย ชี่ บุหรี่ หรือรืขยี้ดั ยี้ บดัลงที่พรมแต่บุหรี่ไรี่ ม่ดัม่บดัหรือรืพลัดตกจากจาน ทำ ให้เห้กิดเพลิงไหม้หม้ลัง จากปิดปิสำ นักนังานแล้วประมาณ 20 นาที


2. การใช้เช้ครื่อรื่งต้มน้ำ ไฟฟ้าฟ้แล้วเสียสีบปลั๊กลั๊ทิ้งไว้จว้นน้ำ แห้งห้กา 3. การเปิดปิพัดพัลมทิ้งไว้ค้ว้ ค้างคืนค้างวันวั โดยไม่ปิม่ดปิ 4. การใช้เช้ครื่อรื่งอำ นวยความสะดวกอื่น ๆ เช่นช่ โทรทัศน์ แต่เมื่อมื่ ใช้แช้ล้วลืมปิดปิ 5. การตั้งตั้เครื่อรื่งใช้ไช้ฟฟ้าฟ้เช่นช่ โทรทัศน์ ตู้เตู้ย็นย็ติดฝาผนังนัเกินไป ทำ ให้คห้วามร้อร้น ระบายออกได้ได้ม่ดีม่ ดีเครื่อรื่งร้อร้นจัดจัจนเกิดการลุกลุไหม้ 6. การเก็บผ้าผ้ขี้ริ้ ขี้ วริ้ ไม้กม้วาดดอกหญ้าญ้หรือรืซุกเศษกระดาษไว้หว้ลังตู้เตู้ย็นย็หรือรืบาง ครั้งรั้สัตสัว์เว์ลี้ยงในอาคารก็คาบเศษสิ่งสิ่ของที่ไม่ใม่ช้ไช้ปสะสมไว้หว้ลังตู้เตู้ย็นย็ที่มีคมีวามรัอรัน ทำ ให้ เกิดการลุกลุไหม้ 7. การเกิดไฟฟ้าฟ้ดับดัเป็นป็เวลานานขณะที่ใช้เช้ครื่อรื่งใช้ไช้ฟฟ้าฟ้อยู่ ทำ ให้อห้อกจาก สำ นักนังานไปโดยที่ลืมปิดปิสวิตวิซ์หซ์รือรืเสียสีบปลั๊กลั๊เครื่อรื่งใช้ไช้ฟฟ้าฟ้ทิ้งไว้ หลังจากนั้นนั้เมื่อมื่ กระแสไฟฟ้าฟ้มา สิ่งสิ่ที่เสียสีบปลั๊กลั๊หรือรืเปิดปิสวิตวิซ์ไซ์ว้ อาจเป็นป็ต้นเหตุใตุห้เห้กิดอัคคีภัยขึ้นขึ้ ได้ 8. การเลือกใช้อุช้อุปกรณ์ไณ์ฟฟ้าฟ้ที่ไม่ไม่ด้มด้าตรฐานหรือรืปลอมแปลงคุณคุภาพ เช่นช่ บาลลาสต์ที่ใช้กัช้ กับหลอดไฟฟลออเรสเซนต์ เมื่อมื่เปิดปิทิ้งไว้นว้าน ๆ อาจร้อร้นและลุกลุไหม้ อาคารส่วส่นที่เกาะติดอยู่ (จากการทดลองใช้แช้รงดันดั ไฟฟ้าฟ้ 240 โวลด์ สามารถไหม้ไม้ด้ ภายใน 20 นาที) 9. การเผาสุมสุสิ่งสิ่ที่ไม่ใม่ช้เช้ป็นป็กอง ๆ โดยไม่มีม่ผู้มีดูผู้ แดูล ไฟที่ยังยัไม่ดัม่บดัถูกถูลมพัดพัคุขึ้คุขึ้นขึ้ ทำ ให้มีห้ลูมีกลูไฟปลิวไปจุดติดบริเริวณใกล้เคียงได้ 10. เครื่อรื่งเขียขีนแบบพิมพิพ์บพ์างชนิดนิ ไวไฟ เช่นช่กระดาษไข ยาลบกระดาษไข กระดาษแผ่นผ่บาง ๆ ซึ่งซึ่อาจเป็นป็สื่อสื่ทำ ให้เห้กิดอัคคีภัยลุกลุลามได้ 11. การเกิดไฟฟ้าฟ้ลัดวงจรในคืนวันวั ฝนตกหนักนัเพราะสายไฟที่เก่าเปื่อย เมื่อมื่ทาบ ทับอยู่กัยู่ กับฝ้าเพดาน ไม้ผุม้ที่ผุที่ มีคมีวามชื้นชื้ย่อย่มเกิดอันตรายจากกระแสไฟฟ้าฟ้ลัดวงจรได้ 12. การเกิดฟ้าฟ้ผ่าผ่ถ้าไม่มีม่กมีารติดตั้งตั้สายล่อฟ้าฟ้ที่ถูกถูต้อง ย่อย่มเกิดเพลิงไหม้ไม้ด้ อย่าย่งแน่นน่อน 13. เตาก๊าซหุงหุต้มที่ใช้ใช้นสำ นักนังานเกิดการรั่วรั่ 14. รถยนต์ที่เข้าข้ออกในสำ นักนังาน ก็เป็นป็ต้นเหตุขตุองการเกิดอัคคีภัยได้ เนื่อนื่งจากหากมีกมีารบำ รุงรุรักรัษาไม่ดีม่ ดีเกิดอุบัติบั ติเหตุ หรือรืมีกมีารถ่ายเทน้ำ มันมัเชื้อชื้เพลิงแล้ว เกิดการรั่วรั่ไหล


15. การเก็บรักรัษาสารเคมีที่มี ที่ ก่อให้เห้กิดอัคคีภัยได้ง่ด้ ง่าย สารเคมีบมีางชนิดนิ เช่นช่สีน้ำสีน้ำมันมัและน้ำ มันมัลินสีดสีเมื่อมื่คลุกลุเคล้ากับเศษผ้าผ้ก็อาจลุกลุไหม้ขึ้ม้ ขึ้นขึ้เองได้ 16. การมีสิ่มีงสิ่ที่เป็นป็เชื้อชื้เพลิงทาบทับตรงจุดที่มีท่มี ท่อไอน้ำ หรือรืปล่องไฟ ซึ่งซึ่อาจเป็นป็ สาเหตุขตุองการเกิดอัคคีภัยขึ้นขึ้ ได้ 17. การซ่อซ่มแซมสถานที่ เช่นช่การลอกสีด้สีวด้ยเครื่อรื่งพ่นพ่ ไฟ การตัดเชื่อชื่มด้วด้ยก๊าซ หรือรืไฟฟ้าฟ้การทาสีหสีรือรืพ่นพ่สี ซึ่งซึ่ล้วนเป็นป็วัสวัดุที่ดุที่ เป็นป็เชื้อชื้เพลิงหรือรืทำ ให้เห้กิดประกายไฟ และการลุกลุไหม้ไม้ด้ง่ด้ ง่าย กล่าวโดยสรุปแล้ว สาเหตุขตุองอัคคีภัยเกิดได้ 2 ทางคือ (1) จากการกระทำ ของมนุษนุย์ ไม่ว่ม่าว่จะเป็นป็จากเหตุบัตุงบัเอิญ ความประมาท ความรู้เรู้ท่าไม่ถึม่ ถึงการณ์ หรือรื เจตนา และ (2) จากธรรมชาติ เช่นช่ ฟ้าฟ้ผ่าผ่กิ่งไม้เม้สียสีดสีกัสี กัน หรือรืปฏิกิริยริาของสารเคมี ทำ ให้เห้กิดการลูกลูไหม้


Click to View FlipBook Version