The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

038โรงเรียนสุจริต(๐๓๘)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2021-09-29 05:27:23

038โรงเรียนสุจริต(๐๓๘)

038โรงเรียนสุจริต(๐๓๘)

การเสรมิ สร้างวัฒนธรรมองคก์ ร
โรงเรยี นบา้ นโคกศรี

สังกดั สานักงานเขตพน้ื ทกี่ ารศกึ ษาประถมศึกษากาฬสินธ์ุ เขต 2

การเสริมสร้างวัฒนธรรมองคก์ รก็ถอื วา่ เปน็ เครือ่ งมอื อันดบั ต้นๆ ทห่ี ลายองค์กรนามากาหนดเป็น
แผนกลยทุ ธ์เพราะจากการวจิ ัยถึงความสาเร็จและความยง่ั ยนื ขององค์กรในระดบั โลก พบวา่ องค์กรท่มี ี
วฒั นธรรมทช่ี ดั เจน พนักงานในองคก์ รทุกคนรบั รรู้ ับทราบ เข้าใจเข้าถงึ และแสดงพฤตกิ รรมท่บี ่งบอกความ
เป็นตวั ตนขององคก์ รนัน้ ๆ จะทาใหอ้ งคก์ รดังกลา่ ว ยืนหยัดอยใู่ นกระแส ความนยิ มและรกั ษาความมี
เสถยี รภาพขององค์กรไดอ้ ย่างยง่ั ยนื

เครื่องมือทีน่ ามาใช้ในการเสริมสร้างวัฒนธรรมองค์กร

1. การมีส่วนร่วม ( Participation ) : การทีจ่ ะนาพาองค์กรไปสคู่ วามยง่ั ยนื หรือมีวฒั นธรรมองคก์ ร
ท่เี ดน่ ชัดหรอื ชัดเจนไดน้ ั้น การมีส่วนร่วมในองคก์ รของพนักงานทกุ คนตั้งแต่ เบอร์ 1 ขององคก์ รจนถงึ
พนักงานรายวนั หรือพนกั งานช่ัวคราวหรือพนักงานรายเหมา ล้วนแล้วแต่ มคี วามสาคญั และความจาเป็นอยา่ ง
ยง่ิ เพราะหากขาดซ่ึงความรว่ มมอื จากทกุ ฝ่ายในองคก์ รแลว้ ก็ยากทจ่ี ะพบเจอกบั คาวา่ องคก์ รแหง่ ความย่ังยืน

2. การเปดิ ใจกว้าง ( Openness / Candor ) : ส่ิงจาเปน็ อกี ประการหน่งึ ในการเสริมสรา้ ง
วฒั นธรรมองค์กรให้แข็งแกร่ง น่ันคอื การมพี นักงานทม่ี ที ศั นคติในการเปดิ ใจกว้าง ยอมรับความ เปล่ียนแปลง
และพรอ้ มจะยอมรบั สง่ิ ใหมๆ่ หรือส่งิ ท่ีเป็นนโยบายขององคก์ ร นาไปปฏิบัตอิ ย่างจรงิ จงั และหากมองในมมุ
กลับกันหากองคก์ รมพี นกั งานท่ปี ิดกัน้ หรือไมย่ อมรับการเปล่ียนแปลง ใดๆ เปน็ ประชากรส่วนใหญใ่ นองคก์ ร ก็
สามารถทานายได้เลยวา่ องค์กรนัน้ ยากท่ีจะเป็นองค์กรแห่งความยัง่ ยนื เพราะตา่ งคนตา่ งก็จะมีวฒั นธรรมที่
เป็นของตวั เอง ไม่สามารถบง่ ชไี้ ด้ว่า วฒั นธรรมองค์กรท่แี ท้จรงิ คอื อะไร ซ่งึ จะส่งผลตอ่ ภาพลักษณ์ของลูกค้า
หรือบุคคลภายนอกทีม่ องเข้ามายงั องค์กรน้ันๆ

3. ความไวเ้ นอ้ื เชอ่ื ใจ และการยอมรบั ( Trust and Respect ) : ปัจจัยที่สาคญั มากอีกส่ิงหน่งึ ในการ
ขบั เคลื่อนองค์กรสู่ความยง่ั ยนื หรือมวี ัฒนธรรมองคก์ รทเ่ี ดน่ ชดั ทขี่ าดเสยี มิได้ น่ันกค็ ือ ความไว้เนื้อเชือ่ ใจ และ
การยอมรับในตัวบุคลากรในองคก์ รหลายๆ ครัง้ ที่พนกั งานในองค์กร มักจะมีคาถามในใจว่า ทาไมองคก์ ร
จะตอ้ งว่าจ้างที่ปรกึ ษาประจาเข้ามาบริหารงานเกอื บทกุ หนว่ ยงาน/ฝ่ายงาน/แผนกในองคก์ ร ซงึ่ ทาให้
พนกั งานในองคก์ รอาจคดิ ไปได้วา่ ผ้บู ริหารไมไ่ ดไ้ วเ้ นื้อเช่อื ใจและยอมรับในความสามารถของพนกั งานที่ตนเอง
ได้สัมภาษณเ์ ขาหรอื เธอเขา้ มา ร่วมงานกับองคก์ รดว้ ยตนเอง หากเป็นเช่นนี้พนักงานก็จะไม่ทมุ่ เทให้กับการ
ทางาน รวมทัง้ อาจส่งผลเสียในระยะยาวตอ่ ผลประกอบการของธรุ กจิ อย่างใหญ่หลวงไดด้ ้วย นอกจากน้ีหาก
ผูบ้ รหิ ารต้องการความคิดเหน็ ใดๆ จากพนักงานกอ็ าจจะไมม่ ีพนกั งานคนใดประสงค์ทจ่ี ะแสดงความคิดเหน็ ท่ี
สร้างสรรคห์ รือนวตั กรรมใดๆ ท่จี ะทาให้องค์กรยงั่ ยืนได้

4. ขอ้ ผูกพันหรือพันธะสญั ญา ( Commitment ) : การจะเสริมสรา้ งวฒั นธรรมองคก์ ร อยา่ งยง่ั ยนื
นัน้ พนักงานทุกคนทุกระดบั ในองค์กรจะตอ้ งมีข้อผกู พันหรอื พนั ธะสัญญารว่ มกนั ว่าทกุ คนจะมุ่งมั่นไปสู่
เปา้ หมายหรอื วัตถุประสงคท์ ี่องคก์ รได้จดั ตัง้ ไวอ้ ย่างต่อเน่อื งและไม่ลม้ เลิกขอ้ ผูกพันหรือพันธะสญั ญาดังกลา่ ว
ซงึ่ ส่งิ น้อี าจเขียนออกมาในรปู ของนโยบายขององคก์ ร แต่ส่งิ หนงึ่ ซึ่งเปน็ สง่ิ ส าคญั ในยุคปัจจุบันในการบรหิ าร

องค์กรอย่างยัง่ ยนื น้ัน สญั ญาใจหรอื พนั ธะสญั ญาทางใจ กเ็ ปน็ อกี เครื่องมือหนงึ่ ท่ีผู้บรหิ ารหรือนักบรหิ ารงาน
บคุ คลไมค่ วรมองข้าม เพราะหากผ้บู รหิ ารองค์กรสามารถสร้างความรสู้ กึ ที่สัมผัสได้ถึงพันธะสญั ญาดงั กลา่ วให้
เกิดข้ึนในใจของพนักงานทุกคน โอกาสในความสาเร็จของการเป็นองค์กรแห่งความย่งั ยืนหรอื มีวฒั นธรรมที่
หลอ่ หลอมกนั เป็นหนึ่งเดียว ความสาเร็จย่อมอยไู่ ม่ไกลเกนิ เอือ้ มถงึ อย่างแน่นอนครับ

5. ปณิธานในการขจัดขอ้ ขัดแยง้ ( Conflict Resolution ) : ไม่ว่าจะเปน็ ยดุ อดีต ยุดปจั จุบันหรือ
ยคุ อนาคตก็ตาม ความขัดแยง้ ในองคก์ รหรือในสังคมก็ยงั คงเป็นอุปสรรค ประการสาคญั ประการหน่ึงในการ
นาพาองค์กร ใหฝ้ า่ ฟันมรสุมลูกนีใ้ ห้ผ่านพน้ เพื่อไปพบกบั ความสาเรจ็ ในการเปน็ องค์กรที่มวี ฒั นธรรมแหง่ ความ
ยง่ั ยนื ได้ ดงั นน้ั ผู้บรหิ ารและพนกั งานทุกคนจะตอ้ งรว่ มแรงรว่ มใจ และรว่ มด้วยชว่ ยกันท่ีจะขจดั ปัดเป่าความ
ขัดแยง้ ท่ีมีอยใู่ นทุกหนทกุ แหง่ ในองค์กรให้กลับกลายมาเป็นพลังแหง่ ความคิดสร้างสรรค์หรอื ความคิดเหน็ ตา่ ง
แตไ่ มแ่ ตกแยกหรือแตกความสามัคคี เพราะไมม่ ีความสาเรจ็ ใดๆ ท่ีขาดองคป์ ระกอบของความรกั ความ
ปรารถนาดี หรือความสามัคคีของคนในองคก์ รหรือในสงั คมไปได้

6. ความเป็นเอกฉนั ทห์ รอื ฉันทามติ ( Consensus ) : ปจั จัยข้อนเี้ กี่ยวเนื่องกบั ปจั จยั แห่งความขัดแย้ง
กลา่ วคือ เมื่อผู้บริหารหรือนกั บรหิ ารงานบคุ คลสามารถขจัดความขัดแย้งหรือเปล่ยี นความขดั แยง้ ให้เป็น
ความคิดท่ีสร้างสรรคใ์ ห้เกดิ ข้ึนภายในองค์กรได้แลว้ นน้ั ความเปน็ เอกฉนั ทห์ รอื ฉันทามติตา่ งๆ กจ็ ะเกดิ ขึ้น
ตดิ ตามมาทันทีทนั ใด ทาให้การบรหิ ารจัดการภายในองค์กรที่เกย่ี วกับการเสรมิ สรา้ งวฒั นธรรมองคก์ ร เป็นไป
อยา่ งง่ายดายหรอื มีข้อโตแ้ ยง้ นอ้ ยมาก เพราะพนกั งานส่วนใหญ่ในองค์กรเหน็ ชอบและพดู เป็นเสยี งเดียวกัน
หรอื ปฏบิ ัตใิ นแบบอย่างเดียวกนั หากใครท่ไี ม่ปฏิบตั ติ ามก็ย่อมกลายจะเปน็ แกะดาในองค์กรได้

7. การตัดสินใจ ( Decision Making ) : คาว่าการตัดสนิ ใจในความหมายของการเสริมสร้าง
วฒั นธรรมองค์กรนัน้ หมายถึง การทีผ่ ู้บรหิ ารกล้าทจี่ ะบอกกบั พนกั งานทุกๆ คน หรือกล้าท่ีจะแสดงพฤตกิ รรม
ตน้ แบบ ( Role Model ) ใหก้ ับพนกั งานไดเ้ หน็ เปน็ ตวั อย่างได้ มิใชเ่ พยี งติดประกาศ หรอื แถลงเป็นนโยบาย
เท่าน้นั รวมไปถึงการกลา้ ทจ่ี ะตัดสินใจ พิจารณาบรหิ ารจดั การกับพนกั งานซ่ึงไม่ปฏิบัติตนใหเ้ หมาะสมกับ
วัฒนธรรมองคก์ รทีท่ ุกคนไดม้ ุ่งมนั่ ทุ่มเทในการแสดงพฤตกิ รรมให้สอดคลอ้ งกบั วฒั นธรรมขององคก์ ร

8. การรวมพลัง ( Synergy ) : ไม่ว่าจะเปน็ การสรา้ งหอไอเฟลหรอื ก าแพงเมอื งจีนหรอื การเสริมสรา้ ง
ความเป็นประชาธิปไตย ต่างก็มสี ่งิ หนึ่งทเี่ หมอื นกนั นั่นกค็ อื การรวมพลงั ของทุกคน เพราะแมก้ ระท่งั มดตัว
เลก็ ๆ หากรวมพลังกันหรือผนึกพลังกันหลายๆ ตวั กส็ ามารถท่ีจะยกอาหารชิ้นใหญ่ๆ กลับไปยังรงั ของมนั ได้

9. จดุ มุ่งหมายและวัตถุประสงค์ ( Goal and Objective ) : องคก์ รใดทม่ี จี ดุ มุ่งหมายและ
วัตถปุ ระสงค์ทีช่ ดั เจนในการกาหนดแนวทางหรอื ทศิ ทางในการบริหารองค์กร กย็ ่อมจะทาความฝันหรือ
วสิ ัยทัศน์ ( Vision ) ของตน ประสบความสาเร็จได้ดัง่ ใจมุ่งมนั่ ทกุ ประการ การเสรมิ สรา้ งวัฒนธรรมองค์กร
ก็เชน่ กัน ต้องมกี ารกาหนดจดุ ม่งุ หมายและวตั ถปุ ระสงคท์ ช่ี ดั เจน ซงึ่ รวมไปถึงการสือ่ สารและกิจกรรม
ท่ีตอ่ เนอื่ งภายในองค์กร เพราะมิฉะนนั้ แล้ว ก็จะเสมอื นกับการเดินปา่ ที่ไมม่ เี ข็มทิศ ยอ่ มหาทางออกหรือหลดุ
พน้ จากพยันอันตรายหรืออุปสรรคทเี่ กิดขนึ้ ในปา่ ไปได้

10. การเปลีย่ นแปลงและการพฒั นา ( Change and Development ) : หากเปรยี บเทยี บกับ
คาพระทวี่ า่ “อนจิ จัง ทุกขัง อนตั ตา” แลว้ มคี วามคล้ายคลงึ กนั ตรงทว่ี า่ ชีวติ ทุกชีวิตย่อมจะตอ้ งมีการเกดิ

แก่ เจ็บและตาย ฉันใดฉันนั้น องค์กรกย็ อ่ มท่จี ะตอ้ งมกี ารเปลยี่ นแปลง และพัฒนาตอ่ ไปตามกาลเวลาที่
เปล่ียนแปลงไปตามยุดเศรษฐกิจท่เี ปลีย่ นแปลงไป เพราะฉะนนั้ ผ้บู ริหารท่ตี อ้ งการจะเสริมสร้างวัฒนธรรม

องคก์ รกจ็ ะตอ้ งปรับเปลยี่ นรูปแบบและพัฒนาการบรหิ ารงานภายในองค์กรและการบรหิ ารคนองค์กรให้มี
องค์ประกอบครบทัง้ 9 ประการดังท่ไี ด้ กล่าวมาข้างต้นน้ี จึงจะถอื ได้ว่าทา่ นไดด้ าเนินธุรกิจมาในแนวทางท่ี
ถกู ต้องและเหมาะสมกบั คาว่า องค์กรแห่งความย่ังยนื ( Sustainable Organization )


Click to View FlipBook Version