๖หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี
แหลง่ อารยธรรม
ในภูมิภาคเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
• ระบุความสาคญั ของแหล่งอารยธรรมในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้ได้
แหลง่ อารยธรรมในภูมภิ าคเอเชยี ตะวันออกเฉยี งใต้
ความหมายของอารยธรรม
• อารยธรรม หมายถึง ความเจรญิ ของมนุษยชาติ มพี ัฒนาการทางด้านต่างๆ ท้งั ทางด้านการผลิตอาหาร การอยรู่ วมกัน
เป็นชุมชนเมอื ง มีการจัดระเบยี บการปกครอง มผี ปู้ ระกอบอาชีพเฉพาะด้านตามความชานาญ และมรี ะบบการขีดเขยี น
บันทกึ หรอื มีตวั หนังสือใช้ อารยธรรมเปน็ ผลรวมของความเจริญทางวัฒนธรรม ซ่ึงเป็นความเจริญในดา้ นใดด้านหน่งึ
ที่ตังและความสา้ คญั ของแหล่งอารยธรรม
แหลง่ โบราณคดีถ้าหลงั โรงเรียน • ตัง้ อยทู่ ่ีตาบลทับปรกิ อาเภอเมือง จงั หวดั กระบ่ี เคยเป็นทีอ่ ยขู่ องมนษุ ยต์ ัวตรงที่เก่าแก่ทีส่ ุด
ทพี่ บในประเทศไทย เมอ่ื ประมาณ ๓๗,๐๐๐ ปีล่วงมาแลว้ พบเคร่อื งมอื เคร่ืองใช้ทาดว้ ยหิน
สาหรับใช้ในการยงั ชพี ด้วยการลา่ สตั วแ์ ละจับปลา
แหลง่ วัฒนธรรมดองซอน • อยทู่ ่ปี ากแมน่ ้าแดง ในตังเกยี๋ หรือเวยี ดนามตอนเหนือ มีการพบกลองมโหระทกึ ทาด้วยสาริด
อายปุ ระมาณ ๒,๕๐๐ ปีลว่ งมาแล้ว โดยพบแพรห่ ลายในดินแดนเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้
แสดงว่ามกี ารตดิ ต่อค้าขายกับดนิ แดนอน่ื
แหล่งวฒั นธรรมบา้ นเชยี ง • อย่ทู ีอ่ าเภอหนองหาน จงั หวัดอุดรธานี มีความเจรญิ ทางวฒั นธรรมสูงมาแต่โบราณ ร้จู ักทา
การเกษตร เครื่องมอื เครอ่ื งใช้จากสารดิ และเหล็ก ทาเครื่องปน้ั ดินเผาลายเขียนสี ร้จู กั ทอผ้า
วฒั นธรรมบา้ นเชียงได้รับการข้นึ ทะเบยี นเปน็ มรดกโลกทางวัฒนธรรมใน พ.ศ.๒๕๓๕
แหล่งวฒั นธรรมยะรงั • อยูใ่ กลบ้ ริเวณแม่น้าปัตตานี อาเภอยะรัง จังหวดั ปัตตานี เปน็ เมืองโบราณขนาดใหญ่ที่เคย
เป็นเมอื งท่าค้าขายระหวา่ งอนิ เดยี กบั จีน ได้รับอทิ ธิพลอารยธรรมจากทวารวดีและนับถือ
พระพทุ ธศาสนา
แหลง่ มรดกโลกในภมู ภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้
ความหมายและคุณคา่ ของแหลง่ มรดกโลก
มรดกโลก
• แหล่งมรดกทางวฒั นธรรมและธรรมชาตใิ นโลกทมี่ ีคณุ คา่ สูงยง่ิ ต่อมนุษย์ มรดกโลกแบง่ เปน็ ๓ ประเภท
๑ มรดกทางวัฒนธรรม
๒ มรดกทางธรรมชาติ
๓ มรดกแบบผสมระหว่างวัฒนธรรมกับธรรมชาติ
• การรบั รองและคุม้ ครองมรดกโลกเป็นไปตามอนุสัญญาวา่ ด้วยการคมุ้ ครองมรดกโลกทางวัฒนธรรม
และธรรมชาติ ค.ศ. ๑๙๗๒ (พ.ศ. ๒๕๑๕) ซง่ึ ได้รับการรบั รองโดยองคก์ ารการศึกษาวทิ ยาศาสตร์
และวฒั นธรรมแหง่ สหประชาชาติ หรอื เรียกย่อๆ วา่ “ยูเนสโก” (UNESCO)
การขึนทะเบยี น
• ลักษณะสาคัญของมรดกโลกทางวัฒนธรรม จะตอ้ งมคี ุณคา่ สูงและโดดเดน่ ทางวฒั นธรรม ใน พ.ศ.๒๕๕๘ มแี หล่งมรดกโลกท้ังหมด
๑,๐๓๑ แหง่ อยูใ่ น ๑๖๓ ประเทศทัว่ โลก แบง่ เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ๘๐๒ แห่ง ทางธรรมชาติ ๑๙๗ แหง่ และท่เี ปน็ แหลง่ ผสม
๓๒ แหง่ สาหรบั ในเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใตม้ ีแหล่งมรดกโลก รวม ๓๗ แหง่ แบ่งเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม ๒๓ แห่ง ทางธรรมชาติ
๑๓ แหง่ และแบบผสม ๑ แหง่
ลักษณะส้าคัญของมรดกโลกทางวัฒนธรรม แบง่ เป็น ๓ ลกั ษณะ
อนสุ าวรีย์ งานสถาปัตยกรรม งานจิตรกรรมและประติมากรรม จารกึ ทีม่ ีคุณค่าในระดับสากลสูงย่งิ
กลุ่มอาคาร กลมุ่ อาคารทส่ี ร้างติดต่อกนั หรือแยกจากกันท่ีมคี ุณค่าระดบั สากลสงู ยง่ิ
แหลง่ ต่างๆ
ผลงานท้ังหลายของมนุษย์ หรือผลงานทางธรรมชาตริ วมกบั ผลงานของมนษุ ย์
แหลง่ โบราณคดีทีม่ คี ุณคา่ ระดับสากลสูงยิ่ง
คุณคา่ ของมรดกโลก
• ทาใหเ้ กิดความช่ืนชม สานึกในมรดกทบี่ รรพบุรุษสรา้ งไว้ใหเ้ กิดความผูกพนั ในท้องถ่นิ และประเทศชาติ
• เปน็ แหล่งเรียนรทู้ ั้งรูปแบบการก่อสรา้ ง รูปแบบศิลปะ การดาเนนิ ชีวิต ศรัทธาตอ่ สงิ่ ทผี่ ู้คนเหล่าน้นั นบั ถือยึดม่นั
• กระต้นุ ใหเ้ กดิ สานกึ ในการอนรุ ักษแ์ หลง่ อ่ืนๆ ใหเ้ ป็นมรดกของชาติของโลกตอ่ ไป
• เปน็ แหล่งดึงดูดนกั ทอ่ งเท่ยี ว กอ่ ให้เกดิ อาชีพหลากหลายมากข้ึนในทอ้ งถนิ่ มากขน้ึ ให้เกดิ รายไดเ้ ข้าท้องถ่นิ และ
ประเทศ
มรดกความทรงจา้ แหง่ โลก
• จากการประกาศแหลง่ มรดกโลกดังที่กลา่ วมาแล้ว องค์การการศกึ ษา วิทยาศาสตร์ และ
วฒั นธรรมแหง่ สหประชาชาติ (ยูเนสโก) ยงั ไดด้ าเนนิ แผนงานมรดกความทรงจ้าแห่งโลก
(Memory of the World Programme : MOW) ซึ่งเปน็ แผนงาน ทอี่ งคก์ ารยเู นสโก
กาหนดใหม้ ขี ึ้น เมื่อวนั ท่ี ๒๒ มิถนุ ายน พ.ศ. ๒๕๓๕
• โดยเชญิ ผูเ้ ชี่ยวชาญด้านสารนเิ ทศจากองค์กรภาครัฐและภาคเอกชนจากทัว่ โลกมาประชมุ
หารอื รว่ มกนั แผนงานน้ีมีวัตถปุ ระสงคเ์ พ่อื สง่ เสรมิ อนรุ กั ษ์ และเผยแพร่มรดกความทรงจาที่
เปน็ เอกสาร วัตถุ หรือข้อมลู ข่าวสารต่างๆ ท่ีมคี ุณคา่ สูงในระดับชาติ ระดบั ภูมิภาค และ
ระดับนานาชาติ
คณะกรรมการแหง่ ชาติว่าด้วยแผนงานความทรงจา้ แห่งโลก ซ่งึ ไดด้ ้าเนินการเสนอให้ยเู นสโก
ขนึ ทะเบียนมรดกความทรงจ้าของไทยเป็นมรดกความทรงจ้าแห่งโลก ดงั นี
ศิลาจารึกพอ่ ขนุ รามคา้ แหงมหาราช หรอื ศิลาจารึกสโุ ขทัยหลักท่ี ๑
• องค์การยเู นสโกได้ขนึ้ ทะเบยี นศิลาจารึกพ่อขนุ รามคาแหงมหาราชหรอื ศิลาจารกึ
สโุ ขทยั หลกั ท่ี ๑ เป็นมรดกโลกเมอื่ พ.ศ. ๒๕๔๖
ศิลาจารึกวัดพระเชตุพนวมิ ลมงั คลารามราชวรมหาวหิ าร (วดั โพธิ์)
• องค์การยเู นสโกไดม้ ีมตริ บั รองศิลาจารกึ วดั โพธ์ิขึน้ ทะเบยี นเปน็ เอกสารมรดกความทรงจาแหง่ โลก
ในระดบั ภูมิภาคเอเชยี แปซิฟกิ เมอื่ พ.ศ. ๒๕๕๑ และระดับนานาชาตเิ มอื่ พ.ศ. ๒๕๕๔
เอกสารสา้ คัญของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลา้ เจา้ อยูห่ วั
• องคก์ ารยูเนสโกไดข้ ้นึ ทะเบยี นเอกสารสาคญั ของพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั
(รชั กาลท่ี ๕) เกยี่ วกบั การปฏิรูปการบริหารการปกครองแผน่ ดนิ เป็นมรดกความทรงจาแหง่ โลก
เมอ่ื วันที่ ๓๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๒
ท่ตี งั และความสา้ คัญของแหลง่ มรดกโลก
บุโรพุทโธ
• ต้ังอยทู่ างภาคกลางของเกาะชวา ประเทศอินโดนเี ซีย บนทรี่ าบใกล้กับแม่น้าโปรโก สรา้ งขนึ้ ในพุทธศตวรรษท่ี ๑๔
ในสมัยราชวงศไ์ ศเลนทร์ บโุ รพุทโธเปน็ ศาสนสถานในพระพทุ ธศาสนานิกายมหายานทใ่ี หญท่ ่ีสุดในโลกแห่งหนงึ่ สรา้ งขึ้นจาก
หินลาวา
ปรมั บานัน
• ตง้ั อยู่ทางภาคกลางของเกาะชวา สร้างขึ้นในพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๔ เปน็ ศาสนสถานในศาสนาพราหมณ์ – ฮนิ ดทู ใ่ี หญท่ ีส่ ดุ
ในเอเชียตะวนั ออกเฉียงใต้ ประกอบดว้ ยเทวาลยั ขนาดใหญ่ ๓ หลัง อุทศิ ถวายแดเ่ ทพเจา้ ในศาสนาพราหมณ์ - ฮนิ ดู ไดแ้ ก่
พระพรหม พระนารายณ์ พระศิวะ
เมืองฮอยอัน
• เป็นเมอื งโบราณตั้งอยู่รมิ ฝ่งั ทะเลจีนใตท้ างตอนกลางของประเทศเวยี ดนาม มคี วามสาคญั ในฐานะทเี่ ปน็ เมอื งท่าที่ใหญท่ ่ีสดุ
แห่งหน่งึ ในเอเชยี ตะวนั ออกเฉยี งใต้
• องคก์ ารยเู นสโกได้ประกาศใหเ้ มืองฮอยอนั เป็นมรดกโลก เพราะเป็นตัวอย่างของเมืองทา่ ในช่วงพุทธศตวรรษท่ี ๒๐ - ๒๔
ในเอเชยี ตะวันออกเฉียงใตท้ ีม่ เี อกลกั ษณเ์ ฉพาะตวั โดยมกี ารผสมผสานสถาปตั ยกรรมและศิลปะทั้งของท้องถ่นิ และของ
ตา่ งชาติเขา้ ดว้ ยกนั รวมทงั้ มกี ารอนุรักษ์อาคารตา่ งๆ ภายในเมืองให้คงสภาพเดมิ ไวเ้ ปน็ อย่างดี
นครวดั
• ตั้งอย่ทู ี่เมอื งเสียมราฐ (เสียมเรียบ) ในกมั พชู า สรา้ งข้นึ สมัยพระเจ้าสุริยวรมันที่ ๒ ในพุทธศตวรรษท่ี ๑๖ - ๑๗ เพอ่ื เปน็
ศาสนสถานในศาสนา พราหมณ์- ฮนิ ดู ลทั ธิไวษณพนิกาย
• นครวดั เปน็ ปราสาทหินขนาดใหญ่ มคี นู ้าลอ้ มรอบตามแบบมหาสมทุ รที่ล้อมรอบเขาพระสุเมรุ ตัวปราสาทสงู ๖๐ เมตร
ยาว ๑๐๐ เมตร กวา้ ง ๘๐ เมตร มีปราสาท ๕ หลัง ต้ังอยู่บนฐานสงู ตามคตขิ องศนู ยก์ ลางจกั รวาล
อุทยานประวตั ิศาสตรส์ โุ ขทัย
• ในอดีตเคยเปน็ ราชธานขี องอาณาจักรสโุ ขทัย (พ.ศ. ๑๗๙๒ -๒๐๐๖) ที่มีความเจรญิ รุ่งเรืองทัง้ ทางดา้ นการเมืองการปกครอง
เศรษฐกิจ และสงั คม มากกว่า ๗๐๐ ปี
• ได้รบั การประกาศให้เปน็ แหลง่ มรดกโลก เมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๔ ร่วมกบั อทุ ยานประวตั ิศาสตร์ศรสี ชั นาลัย
และอุทยานประวัติศาสตรก์ าแพงเพชร ด้วยเหตผุ ลวา่ เป็นตวั แทนถึงผลงานชนิ้ เอกทจ่ี ดั ทาขึ้นดว้ ยการสรา้ งสรรค์อนั ชาญฉลาด
และเป็นสิ่งยนื ยนั ถึงหลักฐานของวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าทม่ี เี อกลกั ษณ์เฉพาะตัว
อทิ ธพิ ลของอารยธรรมโบราณในดินแดนไทยท่ีมผี ลตอ่ พฒั นาการของไทยในปัจจุบนั
ศาสนา ศลิ ปกรรม
ภาษา การมีผนู้ า้
ประเพณี การปลูกขา้ ว