43
คะแนนเฉล่ยี 4.51 – 5.00 หมายถงึ มีความคิดเห็นเก่ียวกับประเด็นทต่ี อบอยูใ่ นระดับมากทีส่ ดุ
คะแนนเฉลี่ย 3.51 – 4.50 หมายถึง มคี วามคดิ เหน็ เกยี่ วกับประเดน็ ที่ตอบอยู่ในระดับมาก
คะแนนเฉลี่ย 2.51 – 3.50 หมายถึง มีความคดิ เห็นเกีย่ วกบั ประเดน็ ท่ตี อบอยู่ในระดบั ปานกลาง
คะแนนเฉลยี่ 1.51 – 2.50 หมายถงึ มีความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ประเดน็ ท่ีตอบอยูใ่ นระดบั น้อย
คะแนนเฉลย่ี 1.00 – 1.50 หมายถงึ มคี วามคดิ เหน็ เกย่ี วกับประเด็นที่ตอบอยใู่ นระดบั น้อยที่สดุ
การเรยี นแบบสบื เสาะหาความรู้ 5 ข้นั ตอน
การเรียนแบบสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน นับเป็นการเรียนการสอน ที่ให้ความสําคัญกับผู้เรียนเป็น
สำคัญ คือ การฝึกให้ผู้เรียนรู้จักค้นคว้าหาความรู้โดยใช้กระบวนการทางความคิดหาเหตุผล เพื่อเป็นแนวทาง
แก้ปัญหาที่ถกู ต้องด้วยตนเอง ในขณะที่คุณครูเองกม็ ีส่วนสำคญั ด้วย 5 ขั้นตอน ที่คุณครูและผู้เรียนต่างมีบทบาท
และหน้าที่ในแตล่ ะข้ันตอนดงั น้ี
บทบาทผู้สอน เพื่อสนับสนุนให้ผู้เรียนแสดงบทบาทอย่างเต็มที่ คุณครูควรเตรียมสื่อฯ การเรียนการสอน
และออกแบบกจิ กรรมเพอื่ สร้างบรรยากาศแห่งการแลกเปลยี่ นเรยี นรู้ และส่งิ ท่คี ุณครูควรทาํ ใน 5 ข้ันตอนดงั นี้
1) การสรา้ งความสนใจ (Engagement) โดยผ้สู อนควรสรา้ งความสนใจ สร้างความอยากรู้อยากเห็น
มีการตั้ง คาํ ถามกระต้นุ ให้ผเู้ รียนคิดดงึ เอาคาํ ตอบทยี่ ังไม่ครอบคลมุ สิ่งที่ผูเ้ รยี นรู้หรอื แนวคิดหรือเนื้อหา
2) การสํารวจและค้นหา (Exploration) ส่งเสริมให้ผู้เรียนทํางานร่วมกัน การสํารวจ ตรวจสอบ
สังเกตและฟังการโต้ตอบกันระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน ทําการซักถามเพื่อนําไปสู่การสํารวจตรวจสอบของผู้เรียน
และใหเ้ วลาผู้เรียนในการคดิ ข้อสงสัยตลอดจนปัญหาตา่ ง ๆ และทำหน้าที่ให้คาํ ปรึกษาแกผ่ เู้ รียน
3) การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) โดยผู้สอนส่งเสริมให้ผู้เรียนอธิบายแนวคิด หรือให้คํา
จํากัดความ ด้วยคําพูดของผู้เรียนเอง ให้ผู้เรียนแสดงหลักฐาน ให้เหตุผลและอธิบายให้กระจ่าง ให้ผู้เรียนอธิบาย
ให้คําจํากดั ความและช้ีบอกสว่ นตา่ ง ๆ ในแผนภาพให้ผู้เรียนใชป้ ระสบการณเ์ ดิมของตนเปน็ พื้นฐานในการอธิบาย
แนวคดิ
4) การขยายความรู้ (Elaboration) โดยผู้สอนคาดหวังให้ผู้เรียนได้ใช้ประโยชน์จากการชี้บอก
ส่วนประกอบต่าง ๆ ในแผนภาพคําจํากัดความและอธิบายสิ่งที่เรียนรู้มาแล้ว ส่งเสริมให้ผู้เรียนนําสิ่งที่ผู้เรียนได้
44
เรียนรไู้ ปประยกุ ต์ใช้หรือ ขยายความรู้และทักษะในสถานการณ์ใหม่ ให้ผเู้ รยี นอธบิ ายอย่างมีความหมาย ให้ผู้เรียน
อา้ งอิงขอ้ มลู ทมี่ ีอยพู่ รอ้ มทั้งแสดง หลักฐานและถามคําถามผเู้ รียนวา่ ได้เรยี นรู้อะไรบา้ ง หรือได้แนวคิดอะไร
5) การประเมินผล (Evaluation) โดยผู้สอนสังเกตผู้เรียนในการนําแนวคิดและทักษะใหม่ไป
ประยุกต์ใช้ประเมิน ความรู้และทักษะผู้เรียน หาหลักฐานที่แสดงว่าผู้เรียนเปลี่ยนความคิดหรือพฤติกรรม
ใหผ้ เู้ รยี นประเมนิ การเรยี นร้แู ละ ทักษะกระบวนการกลมุ่ ถามคาํ ถามปลายเปดิ เชน่ ทําไมผเู้ รียนจงึ คิดเชน่ นัน้
การใช้งานแอปพลเิ คชนั Google Workspace
1.ความหมายแอปพลเิ คชัน Google Workspace
Google ได้มีการประกาศรีแบรนด์ G Suite เป็น Google Workspace พร้อมเปลี่ยนไอคอนแอป
พลิเคชัน หลัก ๆ บางตัวให้เป็นดีไซน์ใหม่ทั้งหมดภายใต้คอนเซป Everything you need to get anything
done, now in one place โดย Google Workspace ได้รวบรวมแอปพลิเคชันทั้งหมดที่ทุกคนรู้จักดีเข้าไว้
ด้วยกนั ในที่เดียว เช่น Gmail, Calendar, Drive, Docs, Sheets, Slides, Meet และอ่นื ๆ อกี มากมาย ทไี่ มว่ ่าจะ
ทำงานอยู่ที่ไหน ออฟฟิศ ทำงานที่บ้าน ก็สามารถติดต่อกับลูกค้าได้ในทุกอุปกรณ์ Google Workspace จึงเป็น
เปรียบเสมือนพื้นที่ที่เหมาะสำหรับการสร้างสรรค์ (Create) สื่อสาร (Communicate) และการทำงานร่วมกัน
(Collaborate)
Google Workspace เป็นบริการอีกอย่างหนึ่งจาก Google เป็นชุดแอปพลิเคชันที่ใช้สำหรับบริหาร
จัดการองค์กร เพื่อการทำงานร่วมกันอย่างเต็มรูปแบบ เหมาะกับธุรกิจทุกขนาด ไม่ว่าจะขนาดเล็ก ขนาดกลาง
หรือขนาดใหญ่ โดยจะมีแอปพลิเคชันที่เหมาะสำหรับการทำงานต่าง ๆ มากมายให้เลือกใช้งาน เหตุผลที่ควรใช้
Google Workspace 1) เทคโนโลยี Cloud Computing ทำให้ข้อมูลของผู้ใช้สามารถเก็บได้นาน ไม่ต้องกลัว
ข้อมูลสูญหาย และไม่ต้องเสียเวลากับการลงโปรแกรมหรือซอฟต์แวร์ และระบบจะทำการอัปเดตเวอร์ชันเองโดย
อัตโนมัติ 2) ลดภาระให้กับแผนก IT หรือหากบริษัทไม่มีแผนก IT ก็สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดาย 3) พื้นที่เก็บ
ขอ้ มูลอเี มล และไฟลใ์ น Google Drive เริม่ ต้นท่ี 30 GB มากกวา่ Free Gmail ถึง 2 เทา่ ไปจนถึงพ้ืนที่เก็บข้อมูล
แบบ *Unlimited (*ตามแพ็กเกจที่กำหนด) 4) Google Workspace ทำงานบนเว็บเบราวเซอร์ ไม่ว่าจะเป็น
Window หรอื Mac ก็สามารถใชง้ านไดส้ ะดวก งา่ ยดาย พรอ้ มทงั้ มีแอปพลิเคชันสำหรบั ติดต้ังในอุปกรณ์เคล่ือนท่ี
โดยเฉพาะ รองรบั ทง้ั ระบบ Android และ iOS 5) หมดปัญหาเรื่องเซิฟเวอร์ล่ม รบั ประกันความพร้อมใช้งานสูงถึง
99.9% 6) สามารถตดิ ตอ่ พารท์ เนอร์ผใู้ หบ้ รกิ าร เพอ่ื แจ้งปัญหาการใช้งาน หรือสอบถามขอ้ มลู ตา่ ง ๆ เพ่มิ เตมิ ได้
45
2.ผลิตภณั ฑ์แอปพลเิ คชนั Google Workspace
1) Gmail - อเี มลธรุ กิจท่กี ำหนดเอง [email protected]
2) Google Meet - การประชมุ ทางวิดีโอและเสยี ง
3) Chat - ขอ้ ความสำหรับทีม
4) Calendar - ปฏทิ นิ ทแ่ี ชร์
5) Drive – การจดั เก็บข้อมลู
6) Docs - เอกสาร
7) Sheets – สเปรดชีต
8) Slides - ตวั สรา้ งการนำเสนอ
9) Forms - ตวั สรา้ งแบบสำรวจ
10) Sites – ตวั สร้างเว็บไซต์
11) Google Keep – หมายเหตแุ ละรายการ
12) Cloud Search - การค้นหาอัจฉรยิ ะใน Google Workspace
13) Currents – ดงึ ดดู พนกั งาน
14) App Script – เพิ่มประสิทธภิ าพวธิ กี ารทำงานของคณุ
46
การออกแบบแผนจัดการเรียนรู้กบั แนวคิด TPACK Model
1.ความรดู้ ้านเทคโนโลยี (Technological Knowledge) หรือ TK
ประเด็นทางด้านเทคโนโลยี :
แอปพลิเคชัน Google Forms ช่วยให้สร้างแบบสอบถามออนไลน์ หรือใช้สำหรับรวบรวมข้อมูลได้อย่าง
รวดเร็ว สามารถนำไปปรับประยุกตใ์ ช้งานได้หลายรูปแบบอาทิ เชน่ การทำแบบฟอร์มสำรวจความคิดเห็น การทำ
แบบฟอรม์ สำรวจความพึงพอใจ การทำแบบฟอร์มลงทะเบียน และการลงคะแนนเสียง เปน็ ตน้
โปรแกรมส่วนเสริม AutoCrat ใช้เพื่อรวมข้อมูลจากสเปรดชีตลงในเอกสาร ซึ่งช่วยให้แชร์เอกสารเหล่าน้ี
กับข้อมูลที่เกี่ยวข้องจาก Google ชีตได้ง่ายขึ้นโดยใช้โปรแกรมเสริม Autocrat ซึ่ง Autocrat สามารถจัดการ
เอกสารจำนวนมากและสร้างโดยอัตโนมัติ เทมเพลตยังรวมถงึ ความสามารถในการใช้สไลด์ สามารถสรา้ งไฟล์ PDF
ไดห้ ากต้องการ การเลือกเซลล์คอื ง่ายและอินเทอรเ์ ฟซถูกทำให้เรียบง่าย
แอปพลเิ คชนั Liveworksheets เวบ็ ไซตท์ ี่สามารถสรา้ งใบงาน แบบฝึกหัดออนไลน์ และให้นกั เรียนเขา้ มา
ทำใบงานออนไลน์ได้โดย ไม่ตอ้ งพิมพ์ออกมาเปน็ กระดาษ อกี ท้ังยังตรวจคะแนนหรอื สง่ คำตอบใหผ้ า่ นทางอีเมล
แอปพลิเคชัน Canva โปรแกรมสำหรับรูปที่ใช้งานบนเว็บไซต์ ช่วยเรื่องของการดีไซน์งานต่างๆ เป็น
แพลตฟอร์มออนไลน์ สำหรับนักออกแบบงานกราฟิกหรือคนทั่ว ๆ ไป ยกตัวอย่างเช่น งานโฆษณา ทำโปสเตอร์
งานนำเสนอ
แอปพลิเคชัน Quizizz เป็นเครื่องมือที่ใช้สร้างแบบทดสอบเพื่อประเมินผลออนไลน์ในลักษณะเกมถาม
ตอบแบบปรนัย รองรับผู้เล่นที่สามารถเข้าร่วมเกมเดียวได้สูงสุดถึง 500 คน สามารถแสดงผลคะแนนจากการ
ทดสอบไดท้ ันที แสดงผลไดท้ ั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ สามารถใส่ภาพและเสียงประกอบได้ ผู้เรยี นสามารถทํา
แบบทดสอบ ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลากหลายแพลตฟอร์มที่เช่ือมต่ออินเทอร์เน็ตโดยใช้อุปกรณ์ชนิดใดก็ได้
กบั เบราว์เซอร์
แอปพลิเคชัน Padlet เว็บไซต์ที่ให้บริการกระดานแสดงความคิดเห็นออนไลน์ รองรับผู้ใช้หลายคนผู้ใช้
สามารถเข้ามาอภิปรายแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร เขียนคำถาม คำตอบ หรือสรุปเนื้อหา เป็นช่องทางแสดงความ
คิดเห็นของนกั เรียนและครหู รือเพื่อน ๆ ในชั้นเรียน สามารถโพสต์ ข้อความ รูปภาพ วิดีโอ เสียง และลิงก์เว็บไซต์
ทั้งยังสามารถExport ข้อมูลในบอร์ดออกมาเป็นไฟล์ รูปภาพ pdf csv Excell หรือพิมพ์ และแชร์ผ่านช่อง
ทางต่าง ๆ ได้ เช่น Facebook Twtter E-mail เป็นต้น
47
คอมมิวนิตี้แลกเปลี่ยนไอเดียการสอน insKru คือคอมมิวนิตี้แลกเปลี่ยนไอเดียการสอนเจ๋ง ๆ ระหว่างครู
และคนรักการสอนทว่ั ประเทศ
2.ความรู้ดา้ นวิธกี ารสอน (Pedagogical Knowledge) หรือ PK
การสอนแบบบรรยาย วิธีการสอนทผี่ สู้ อนเปน็ ฝ่ายบอกเลา่ อธิบาย หรอื ถ่ายทอดความรใู้ ห้กับผูเ้ รยี นในรูป
ของคำพดู โดยผ้สู อนจะเปน็ ผู้คน้ ควา้ หาความรู้มาเพื่ออธิบายใหผ้ ู้เรยี นฟังโดยเฉพาะ ผเู้ รียนจงึ เป็นฝา่ ยท่จี ะได้รบั
ขอ้ มลู จากเน้อื หาในบทเรียนเพียงอย่างเดยี ว โดยผู้เรียนจะต้องใช้การฟัง การวเิ คราะห์ การจดจำเนือ้ หาสาระ หรือ
จดบันทึกจากสง่ิ ท่ผี ู้สอนได้อธิบายไว้ ทำใหผ้ ้เู รยี นไมม่ โี อกาสศึกษาคน้ ควา้ เปน็ เพียงผรู้ ับ วิธีการสอนนีจ้ งึ เนน้ ผู้สอน
เปน็ สำคญั การสอนโดยใช้การบรรยายมีจดุ มุ่งหมายสำคญั คือ
(1) มุ่งชว่ ยใหผ้ ูเ้ รยี นจำนวนมากไดเ้ รียนรู้ในเวลาท่จี ำกัด
(2) เพื่อให้ความรูห้ รือประสบการณใ์ หม่แก่ผเู้ รยี น เปน็ ความร้ทู คี่ น้ ควา้ หาไดย้ าก หรือเป็น
ประสบการณเ์ ฉพาะของผูส้ อนเอง
(3) เพื่อให้ผ้เู รียนได้มีความรู้ไปในทศิ ทางเดยี วกันและได้เน้ือหาอย่างเท่าเทียมกนั และ
4) เพ่ือช่วยนำทางในการอา่ นหนังสือของผู้เรียน และชว่ ยสรุปประเด็นสำคญั ในกรณีที่ผสู้ อน
มอบหมายใหไ้ ปอา่ นมาลว่ งหน้าแลว้
การเรียนการสอนแบบ Active Learning กระบวนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดการสร้างสรรค์ทาง
ปัญญา (Constructivism) ท่เี นน้ กระบวนการเรียนรมู้ ากกวา่ เนื้อหาวชิ า เพอ่ื ชว่ ยให้ผ้เู รยี นสามารถเชื่อมโยงความรู้
หรือสร้างความรู้ให้เกิดขึ้นในตนเอง ด้วยการลงมือปฏิบัติจริงผ่านสื่อหรือกิจกรรมการเรียนรู้ ที่มีครูผู้สอนเป็นผู้
แนะนำ กระต้นุ หรอื อำนวยความสะดวก ให้ผเู้ รยี นเกดิ การเรียนรู้ขึน้ โดยกระบวนการคิดข้ันสงู กลา่ วคือ ผเู้ รยี นมี
การวเิ คราะห์ สังเคราะห์ และการประเมินค่าจากสง่ิ ที่ได้รับจากกิจกรรมการเรียนรู้ ทำให้การเรยี นรู้เป็นไปอย่างมี
ความหมายและนำไปใช้ในสถานการณอ์ ืน่ ๆ ได้อย่างมีประสทิ ธภิ าพ
ลักษณะของการจดั การเรียนการสอนแบบ Active Learning เปน็ ดงั น้ี
(1) เป็นการเรียนการสอนที่พัฒนาศักยภาพทางสมอง ได้แก่ การคิด การแก้ปัญหา และการนำความรู้ไป
ประยุกต์ใช้
(2) เป็นการเรียนการสอนทเ่ี ปดิ โอกาสให้ผู้เรยี นมีส่วนรว่ มในกระบวนการเรียนรสู้ ูงสุด
48
(3) ผเู้ รยี นสรา้ งองคค์ วามรู้และจัดกระบวนการเรียนรู้ดว้ ยตนเอง
(4) ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนการสอนทั้งในด้านการสร้างองค์ความรู้ การสร้างปฏิสัมพันธ์ร่วมกัน
รว่ มมือกนั มากกว่าการแขง่ ขนั
(5) ผู้เรยี นเรียนรคู้ วามรบั ผดิ ชอบร่วมกนั การมวี ินยั ในการทํางาน และการแบง่ หน้าที่ความรบั ผิดชอบ
(6) เป็นกระบวนการสร้างสถานการณ์ใหผ้ ู้เรียนอ่าน พูด ฟัง คิดอย่างลุ่มลึก ผู้เรียนจะเป็นผู้จดั ระบบการ
เรียนรูด้ ้วยตนเอง
(7) เปน็ กจิ กรรมการเรยี นการสอนทเ่ี นน้ ทักษะการคิดขั้นสงู
(8) เป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เรียนบูรณาการข้อมูลข่าวสาร หรือสารสนเทศ และหลักการความคิด
รวบยอด
(9) ผู้สอนจะเปน็ ผ้อู ำนวยความสะดวกในการจดั การเรยี นรู้ เพือ่ ใหผ้ เู้ รียนเป็นผปู้ ฏิบตั ิดว้ ยตนเอง
(10) ความรเู้ กิดจากประสบการณ์ การสร้างองคค์ วามรู้ และการสรุปทบทวนของผ้เู รียน
การจัดการเรียนรู้แบบ Active Learning สามารถสร้างให้เกิดขึ้นได้ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน
รวมท้ังสามารถใช้ไดก้ ับนกั เรียนทุกระดับ ท้ังการเรยี นร้เู ป็นรายบุคคล การเรียนรู้แบบกลุ่มเล็ก และการเรียนรู้แบบ
กลุ่มใหญ่
(1) การเรียนรู้แบบแลกเปล่ียนความคิด (Think-Pair-Share) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ท่ีให้ผู้เรียนคดิ
เกีย่ วกับประเด็นท่กี ำหนดแต่ละคน ประมาณ 2-3 นาที (Think) จากนั้นใหแ้ ลกเปล่ียนความคิดกบั เพ่ือนอกี คน 3-5
นาที (Pair) และนำเสนอความคดิ เหน็ ตอ่ ผูเ้ รียนทง้ั หมด (Share)
(2) การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Collaborative learning group) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ ผู้เรียน
ได้ทำงานร่วมกบั ผอู้ ่นื โดยจดั เปน็ กลุ่ม ๆ ละ 3-6 คน
(3) การเรียนรู้แบบแผนผังความคิด (Concept mapping) คือการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่ให้ผู้เรียน
ออกแบบแผนผังความคิด เพื่อนำเสนอความคดิ รวบยอด และความเชื่อมโยงกันของกรอบความคิด โดยการใช้เส้น
เป็นตัวเชื่อมโยง อาจจัดทำเป็นรายบุคคลหรืองานกลุ่ม แล้วนำเสนอผลงานต่อผู้เรียนอื่น ๆ จากนั้นเปิดโอกาสให้
ผูเ้ รยี นคนอ่ืนไดซ้ ักถามและแสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เติม
49
การเรยี นแบบสบื เสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน การฝึกใหผ้ เู้ รียนรู้จักค้นคว้าหาความรโู้ ดยใช้กระบวนการทาง
ความคดิ หาเหตผุ ล เพ่ือเป็นแนวทางแก้ปัญหาทถี่ ูกตอ้ งด้วยตนเอง ในขณะท่ีคุณครเู องกม็ ีสว่ นสำคัญด้วย 5 ขัน้ ตอน
ทคี่ ณุ ครูและผู้เรยี นต่างมีบทบาทและหนา้ ทใ่ี นแตล่ ะข้นั ตอนดังน้ี
1) การสร้างความสนใจ (Engagement) โดยผู้สอนควรสร้างความสนใจ สรา้ งความอยากรู้อยากเห็น
มีการตั้ง คาํ ถามกระตุ้นให้ผู้เรยี นคดิ ดึงเอาคาํ ตอบทีย่ ังไม่ครอบคลุมสง่ิ ท่ีผเู้ รยี นรูห้ รือแนวคดิ หรือเน้ือหา
2) การสํารวจและค้นหา (Exploration) ส่งเสริมให้ผู้เรียนทํางานร่วมกัน การสํารวจ ตรวจสอบ
สังเกตและฟังการโต้ตอบกันระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน ทําการซักถามเพื่อนําไปสู่การสํารวจตรวจสอบของผู้เรียน
และให้เวลาผ้เู รียนในการคิดขอ้ สงสัยตลอดจนปญั หาตา่ ง ๆ และทำหน้าท่ใี ห้คาํ ปรกึ ษาแกผ่ ้เู รียน
3) การอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) โดยผู้สอนส่งเสริมให้ผู้เรียนอธิบายแนวคิด หรือให้คํา
จํากัดความ ด้วยคําพูดของผู้เรียนเอง ให้ผู้เรียนแสดงหลักฐาน ให้เหตุผลและอธิบายให้กระจ่าง ให้ผู้เรียนอธิบาย
ให้คําจํากัดความและชี้บอกส่วนตา่ ง ๆ ในแผนภาพให้ผู้เรียนใชป้ ระสบการณ์เดิมของตนเป็นพ้ืนฐานในการอธิบาย
แนวคดิ
4) การขยายความรู้ (Elaboration) โดยผู้สอนคาดหวังให้ผู้เรียนได้ใช้ประโยชน์จากการชี้บอก
ส่วนประกอบต่าง ๆ ในแผนภาพคําจํากัดความและอธิบายสิ่งที่เรียนรู้มาแล้ว ส่งเสริมให้ผู้เรียนนําสิ่งที่ผู้เรียนได้
เรยี นรู้ไปประยกุ ตใ์ ช้หรือ ขยายความร้แู ละทักษะในสถานการณ์ใหม่ ให้ผู้เรยี นอธิบายอยา่ งมีความหมาย ให้ผู้เรียน
อา้ งอิงขอ้ มูลทีม่ ีอยู่พรอ้ มทั้งแสดง หลักฐานและถามคําถามผ้เู รยี นว่าได้เรียนรอู้ ะไรบ้าง หรือไดแ้ นวคดิ อะไร
5) การประเมินผล (Evaluation) โดยผู้สอนสังเกตผู้เรียนในการนําแนวคิดและทักษะใหม่ไป
ประยุกตใ์ ช้ประเมนิ ความรู้และทักษะผูเ้ รียน หาหลกั ฐานท่ีแสดงวา่ ผ้เู รียนเปล่ียนความคิดหรือพฤตกิ รรม
3.ความร้ดู า้ นเนื้อหา (Content Knowledge) หรือ CK
หลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช 2551 กลุ่มสารการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์ (ฉบบั
ปรบั ปรุง พ.ศ.2560) รายวชิ า เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ)
มาตราฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคํานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทํางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ รู้เท่าทัน และมีจริยธรรม
50
ตวั ชี้วดั ว.4.2 ม.4/1 ประยกุ ต์ใชแ้ นวคดิ เชงิ คำนวณในการพฒั นาโครงงานทมี่ กี ารบรู ณาการกับวชิ าอื่น
อยา่ งสร้างสรรค์ และเช่ือมโยงกับชวี ิตจรงิ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 แนวคดิ เชิงคำนวณ เรอ่ื ง กระบวนการแกป้ ัญหา
ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
4.กระบวนการออกแบบแผนการจัดการเรยี นรู้
ศกึ ษาบรบิ ทโรงเรียน
รปู แบบการจัดการเรียนการสอน
- แนวทางการปฏิบตั กิ ารจดั การเรยี นการสอนของโรงเรยี น
ดา้ นความพรอ้ มของหอ้ งปฏบิ ัตกิ าร
- ศึกษาระบบเครือขา่ ยของโรงเรียน
- ความพรอ้ มห้องปฏิบตั กิ ารของโรงเรียนและอุปกรณ์
ความพร้อมกับการรบั มือกบั สถานการณ์ COVID-19
- แนวทางการรับมอื ของโรงเรียนกับสถานการณ์ COVID-19
- ความร่วมมือของโรงเรยี นและผ้ปู กครอง
- การเตรยี มความพร้อมและอำนวยความสะดวกในด้านอุปกรณใ์ หน้ กั เรยี น
องค์ประกอบแผนการจดั การเรยี นรู้
ศกึ ษาแผนการเรียนรู้ดงั น้ี
- แผนการจดั การเรยี นรูข้ องครูเพียรพมิ พ์ ยาระนะ
- แผนการจดั การเรยี นรู้ของครูมนนภัส หงษ์สา
- แผนการจัดการเรยี นรูเ้ พ่ิมเติมจากอนิ เตอรเ์ น็ต
- ศกึ ษาจากครูผู้สอนทีม่ ปี ระสบการณ์
องคป์ ระกอบแผนการจดั การเรยี นรู้
ศกึ ษาองค์ประกอบแผนการจัดการเรยี นรู้ ดงั นี้
- มาตราฐานการเรยี นรู้
- ตัวชวี้ ัด
- ผลการเรียนรู้
- สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
51
- จดุ ประสงค์การเรียนรู้
- สาระการเรยี นรู้
- สมรรถนะสำคญั ของผ้เู รียน
- คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์
- กิจกรรมการเรียนรู้
- สื่อการเรียนรู้
- แหลง่ การเรียนรู้
- การวดั และประเมินผล
- บันทึกผลการจดั การเรยี นรู้
วเิ คราะหม์ าตราฐานตัวช้ีวัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชา เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 แนวคิด
เชงิ คำนวณ เรือ่ ง กระบวนการแก้ปัญหา ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 4
มาตราฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคํานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอนและ
เป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทํางาน และการแก้ปัญหาได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ รู้เทา่ ทัน และมีจรยิ ธรรม
ตัวชี้วัด ว.4.2 ม.4/1 ประยกุ ต์ใชแ้ นวคิดเชงิ คำนวณในการพัฒนาโครงงานทีม่ กี ารบูรณาการกบั วิชาอน่ื
อยา่ งสร้างสรรค์ และเชอ่ื มโยงกบั ชีวติ จริง
ออกแบบการทำแผนและการจดั การเรียนรู้
ศึกษารายละเอียดรายวิชาท่ไี ดร้ ับหมอบหมาย
- รายวิชา เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ)
- หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 แนวคิดเชงิ คำนวณ เรอ่ื ง กระบวนการแก้ปญั หา
- ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
กำหนดจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
- ด้านความรู้ ความเข้าใจ
- ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
- ด้านจติ พสิ ยั
ออกแบบรปู แบบการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน
52
- ศึกษารปู แบบการจัดการเรียนการสอนของโรงเรียน เพ่ือนำมาวิเคราะห์ในการจัดกจิ กรรมการ
เรียนการสอนให้เหมาะสมกับแนวทางปฏบิ ตั ขิ องโรงเรยี น
- ศึกษาหลักการเพื่อนำมาออกแบบกจิ กรรมการเรียนการสอน
การวัดและประเมนิ ผล
- เลือกรูปแบบการวัดและประเมนิ ผลตามสภาพจริง โดยประวธิ ีการวัดประเมนิ ดงั นี้
1.การสงั เกต เช่น การสงั เกตพฤติกรรมระหว่างการเรยี นการสอน
2.การตรวจงาน เชน่ การตรวจแบบฝึกหัด การประเมินการนำเสนองาน
การทำแบบทดสอบ
หลักการทนี่ ำมาใชใ้ นการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน หลักการทนี่ ำมาใช้เป็นแนวทางในการจัดการเรียน
การสอน คือ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขนั้ ตอน
- ขัน้ ที่ 1 การสรา้ งความสนใจ
เปน็ การนำเขา้ สบู่ ทเรียน ซง่ึ จะกระตุ้นด้วยการถามคำถามนกั เรยี นซง่ึ เชื่อมโยง
กบั ความร้เู ดมิ เพอื่ นำเข้าส่บู ทเรยี น
- ขน้ั ที่ 2 การสำรวจและคน้ หา
เป็นข้นั ของการให้คน้ หาข้อมูล รวบรวมข้อมลู ความรู้ และตรวจสอบความถกู ต้อง
- ขั้นที่ 3 การอธิบาย
อธบิ ายข้อมลู ทไ่ี ด้จากการสำรวจและคน้ หา ให้เหตผุ ลประกอบ สรุปใหค้ วามรใู้ หช้ ัดเจน
-ข้ันท่ี 4 การขยายความรู้
จดั กจิ กรรมเพ่ือให้นักเรียนมีความรู้มากขนึ้ โดยทำใบกจิ กรรมทเี่ ชือ่ มโยงกบั ความรู้
- ข้นั ที่ 5 การประเมนิ ผล
ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั สรปุ วเิ คราะห์ผลทไ่ี ดจ้ ากการเรียนรู้
ทำไมต้องใชห้ ลกั การ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขัน้ ตอน เปน็ กระบวนการจัดการเรียนการสอนที่
ให้ความสําคญั กับผเู้ รยี นหรือผู้เรียนเปน็ ศนู ยก์ ลาง เป็นการจัดการเรยี นร้ทู ที่ ำให้ผเู้ รยี นรสู้ ึกไม่อดึ อัดและมกี าร
จดั การเรยี นรู้ทฝ่ี ึกให้ผเู้ รยี นรู้จกั คน้ ควา้ หาความรู้
รูปแบบการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน ตามประกาศของโรงเรยี นในภาคเรียนท่ี 2/2564 เป็นรปู แบบ
การเรยี นแบบ การเรียนการสอนออนไลน์ (ประกาศช่วั คราวอาจมกี ารเปล่ยี นแปลงไดต้ ลอด) จึงทำให้การออกแบบ
การจดั การเรยี นการสอนออกมาในรูปแบบการเรยี นออนไลนเ์ นน้ เปน็ การทำกจิ กรรมผ่านส่ือออนไลน์ และสามารถ
นำมาใช้สอนแบบออนไซต์ได้ กลยุทธ์การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน การจดั การเรียนรู้โดยใช้รปู แบบเน้นการให้
53
ผู้เรยี นมสี ว่ นร่วมระหว่างการเรียนการสอน ความหลากหลายในการใช้สอ่ื เทคโนโลยี เข้ามาใชใ้ นการเรยี นการสอน
และคำนงึ ถึงความแตกต่างของผเู้ รียน
สอ่ื สำหรบั การใช้สอน
หลกั การสรา้ งสื่อ
- ออกแบบใหต้ รงกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ และเหมาะสมกับนกั เรยี น
- สรา้ งออกมาให้สามารถนำไปใช้งานไดจ้ รงิ ทั้งในหอ้ งเรยี นแบบออนไลน์และห้องเรยี นแบบออนไซต์
- สามารถนำไปใช้งานได้ง่าย วธิ ีการไม่ยุ่งยาก
- การสรา้ งสอ่ื จะใช้ตัวหนาในข้อความท่ีตอ้ งการเนน้
- คำนึงถงึ ความเหมาะสมในการใช้งานในหอ้ งเรยี นกบั ระยะเวลาทำกิจกรรม
- การเลอื กสื่อต้องคำนึงถึงความแตกต่างของผเู้ รยี น
- เนน้ เปน็ การทำงานในรปู แบบออนไลน์
สื่อท่ใี ช้สำหรับการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน
- สอ่ื เพ่ือการนำเสนอ (Canva) ใช้สำหรับการสอนภายในชั้นเรยี น
- แอปพลิเคช่นั สร้างแบบทดสอบออนไลน์ (Google Form) ใช้สำหรับสร้างแบบทดสอนให้นักเรียนได้ทำ
หลังเรยี น เพ่ือเป็นเคร่ืองมือช่วยในการประเมินผู้เรยี นรายบุคคลในดา้ นความรู้ ความเข้าใจ
- แอปพลเิ คชันสร้างเกมออนไลน์ (Quizizz) แอปพลิเคชันสร้างเกมออนไลน์ เข้ามาชว่ ยในการกระตนุ้ การ
เรยี นรรู้ ะหวา่ งการเรยี น เพ่ือไมใ่ ห้เกดิ ความนา่ เบื่อระหว่างการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน
- แอปพลเิ คชันกระดานแสดงความคิด (Padlet) ใช้สำหรบั การทำกจิ กรรมทบทวนความรเู้ ดมิ ของนกั เรียน
แต่ละคน
- แอปพลเิ คชนั สรา้ งใบงานออนไลน์ (Liveworksheets) ใชส้ ำหรับสร้างใบงาน กิจกรรมแบบออนไลน์
ผูเ้ รยี นสามารถเขา้ ไปทำใบงานกจิ กรรมได้ทันที เพ่ือเป็นเครอ่ื งมือช่วยในการประเมินผ้เู รียนรายบคุ คลใน
ด้านของการอธบิ ายเนือ้ หาความรู้
- ชุมชนแลกเปลย่ี นไอเดียการสอนระหวา่ งครูและคนรักการสอน (Inskru.com) ใชแ้ นวคดิ การทำแบบ
ประเมินเพ่อื ให้ผู้เรียนประเมนิ การเรยี นการสอนในคาบเรียน เพื่อเปน็ ฟีดแบคใหค้ รูผสู้ อนไดน้ ำ
ขอ้ เสนอแนะของผ้เู รียนไปปรับปรุงในการจดั การเรียนการสอนในคร้งั ตอ่ ไป
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 1 54
รายวชิ า เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) รหัสวชิ า ว31104
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 แนวคิดเชงิ คำนวณ
แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 1 เรอ่ื ง กระบวนการแกป้ ัญหา เวลา 6 ชั่วโมง
วนั ทีท่ ำการสอน 28 กุมภาพันธ์ 2565 เวลา 2 ชั่วโมง
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
มาตราฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคํานวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การทํางาน และการแก้ปัญหาได้อย่าง
มปี ระสทิ ธิภาพ รู้เทา่ ทนั และมจี รยิ ธรรม
ตัวช้ีวดั
ม.4/1 ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการพัฒนาโครงงานที่มีการบูรณาการกับวิชาอื่นอย่างสร้างสรรค์
และเชื่อมโยงกบั ชวี ติ จรงิ
ผลการเรยี นรู้
1.อธิบายและเขา้ ใจองค์กระบวนการแกป้ ัญหาได้ถูกต้อง
2.บอกการเขยี นแสดงอลั กอรทิ มึ รปู แบบคำบรรยาย รูปแบบผงั งานได้ถูกตอ้ ง
3.เลือกสร้างอลั กอริทึมรปู แบบคำบรรยาย รูปแบบผังงาน ได้เหมาะสมกบั ความตอ้ งการได้
จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรคู้ วามเข้าใจ (K)
1.นักเรียนอธบิ ายองคป์ ระกอบขอกระบวนการแกป้ ัญหาได้ถูกต้อง
2.นักเรยี นมีความเข้าใจกระบวนการแกป้ ัญหาไดถ้ ูกต้อง
ด้านทักษะกระบวนการ (P)
1.นกั เรยี นเลอื กใชร้ ูปแบบอลั กอริทึมรูปแบบคำบรรยาย รูปแบบผังงาน ถกู ตอ้ งตามความ
ตอ้ งการได้
2.นกั เรียนมสี ามารถเขียนแสดงอัลกอรทิ มึ รปู แบบ คำบรรยาย รปู แบบผังงานได้
ดา้ นจิตพิสัย (A)
1.นักเรียนมีวนิ ัย ซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มน่ั ในการทํางาน
2.นกั เรียนมคี วามรับผดิ ชอบทีไ่ ด้รับมอบหมาย
55
สาระการเรยี นรู้
1.กระบวนการแกป้ ัญหา
2.รูปแบบอลั กอริทมึ รูปแบบคำบรรยาย รปู แบบผังงาน
สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
ปัญหา หมายถึง โจทย์หรือหัวข้อที่ถูกกำหนดขึ้นเพื่อการศึกษา ค้นคว้าวิจัย หรือพัฒนา ทั้งนี้เพื่อค้นหา
ขอ้ เท็จจรงิ เกยี่ วกบั ปรากฏการณ์ธรรมชาติหรือความสมั พนั ธข์ องส่ิงต่างๆ ในธรรมชาตหิ รอื คน้ หาวิธีตา่ ง ๆ
ทักษะและกระบวนการ (ทเี่ ปน็ จดุ เนน้ ทักษะในศตวรรษที่ 21)
1.ทกั ษะการเรียนรรู้ ว่ มกัน
2.ทักษะดา้ นการเรียนรู้และนวตั กรรม
- ความริเริ่มสร้างสรรค์และนวตั กรรม
- การคิดอย่างมีวจิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา
- การส่ือสารและการรว่ มมอื
ความรู้เดมิ ทน่ี ักเรียนตอ้ งมซี ่ึงจะสอดคล้องกับสว่ น “ทบทวนความรเู้ ดมิ /สำรวจความรกู้ อ่ น”
1.ทักษะและเทคนิคในการแก้ไขปัญหาหรือวางแผนเตรียมการแก้ปญั หา
2.ระบบการคิดทเ่ี กดิ ข้นึ จากการทต่ี ้องเผชิญปญั หาหรือสถานการณ์ต่าง ๆ
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน
1.ความสามารถในการส่ือสาร
- ทักษะการสอ่ื สาร อภปิ รายและสรปุ ความรเู้ ร่ือง การแสดงความคิดเห็นการแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ กัน
2.ความสามารถในการคิด
- ทักษะการคิด วเิ คราะห์ นกั เรยี นนำความรู้การประยุกต์ใชก้ ับการทำงานของตนเองได้ถูกต้อง
3.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
- นกั เรยี นเลือกใช้เครื่องมือต่าง ๆ ในการพฒั นาตนเองและสร้างสรรคช์ ิ้นงานของตัวเอง
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1.มีวนิ ัย
2.ใฝ่เรียนรู้
3.ม่งุ มนั่ ในการทำงาน
56
กิจกรรมการเรียนรู้ สอ่ื หมายเหตุ
กิจกรรมการเรียนรู้ - สอื่ เพ่ือการนำเสนอ ขน้ั ท1ี่
เรอื่ ง กระบวนการ กระตุ้นความสนใจ
ครู นกั เรียน แก้ปญั หา
(แอปพลิเคชัน Canva)
ขัน้ นำเข้าสู่บทเรียน (30นาที)
1.ครูกล่าวทกั ทายนักเรยี นและ
แจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ใน 1.นักเรียนฟังครอู ธบิ าย
หนว่ ยการเรยี นใหท้ ราบ
2.ครูตั้งประเด็นคำถามทบทวน 2.ผู้เรยี นคดิ หาคำตอบจาก - ส่ือเพอื่ การนำเสนอ ขัน้ ท1่ี
เร่อื ง กระบวนการ กระตนุ้ ความสนใจ
ความรเู้ ดมิ ของนักเรยี นว่า “การ ประเด็นท่ีครถู าม “การคิดของ แกป้ ญั หา ข้นั 2
(แอปพลเิ คชัน Canva) สํารวจและค้นหา
คิดของบุคคลตามข้อใดเรยี กว่า บคุ คลตามข้อใดเรยี กว่า
คดิ เป็น คดิ เป็น” (แนวคำตอบ:
ก.จอมเหน็ เพือ่ นข้างบา้ นปรับปรุง ค.เพราะมขี ้อมลู ครบทง้ั 3 ดา้ น
บริเวณบา้ นเป็นสวนรม่ รน่ื พร้อม ในการเลือกตดั สนิ ใจให้ตนเอง
ขายส้มตำ ไก่ย่าง ปลาเผา ซึ่งแต่ พอใจและมีความสขุ )
ละวันมีคนมาอดุ หนุนมากมายจน
ขายแทบไมท่ ันในแต่ละวัน จึง
ตัดสินใจทำบา้ ง
ข.แบงค์ต้องการหารายไดเ้ สริม
เนอ่ื งจากเงนิ เดือนทไี่ ดร้ บั อยู่ไม่
พอใช้ จึงตัดสินใจไปซื้อเสอื้ ผา้ มา
เดินขายหลงั จากเลิกงานแล้ว
เนอ่ื งจากเห็นเพื่อบา้ นทำแล้ว
รายได้ดี
ค.นนทต์ ัดสนิ ใจทำอาชีพเพาะ
เหด็ นางฟ้าขายเนื่องจากมีเงินทนุ
เพยี งพอและเป็นทต่ี ้องการของ
ตลาด รวมถงึ คนในหมูบ่ า้ นชอบ
57
กจิ กรรมการเรียนรู้ สอ่ื หมายเหตุ
ครู นกั เรียน
ขน้ั ท่ี 3
นำมาปรงุ อาหาร อีกทง้ั มี การอธิบาย
เจ้าหนา้ ทกี่ ารเกษตรมาสง่ เสรมิ ให้
ความร้เู กี่ยวกบั การเพาะเห็ด
นางฟา้
ง.น้ำผง้ึ ตดั สินใจเลี้ยงไก่เน่ืองจาก
มีแหลง่ เงนิ ทุนให้ก้ยู ืม และน้ำผึง้
คดิ วา่ เมือ่ เล้ียงไก่โตแลว้ และขาย
ได้ จะนำตน้ ทนุ ไปใช้หนี้ ส่วนเงิน
ทีเ่ หลอื จำนำไปซ้อื ตู้เย็น ”
3.ครูอธิบายเพ่ิมเติมกับประเด็น 3.นกั เรียนฟงั ครูอธบิ ายและจด - ส่ือเพ่ือการนำเสนอ
คำถาม และคำตอบของนักเรียน บันทึกเน้ือหาสำคญั และถามใน เรือ่ ง กระบวนการ
ว่า “ธรรมชาตขิ องมนุษย์ต้องการ สิ่งทไี่ ม่เข้าใจเพอื่ ความชดั เจน แกป้ ัญหา
ความสขุ มนุษย์จะมีความสขุ เม่อื (แอปพลเิ คชัน Canva)
ตัวเอง สังคม และสงิ่ แวดล้อม
ประสมกลมกลืนกันอยา่ งราบร่ืน
แต่ถ้ามีอปุ สรรคเรยี กว่า เมือ่ เกิด
ปญั หาข้นึ คนที่คดิ เปน็ จะใช้
กระบวนการแก้ปญั หาดว้ ยการ
ปรับตวั เอง สงั คม และ
สิ่งแวดลอ้ มใหป้ ระสมกลมกลืน
โดยอาศยั ข้อมูลประกอบการคดิ
3 ด้าน คือ ข้อมลู ตนเอง ข้อมูล
สังคมและสิ่งแวดลอ้ ม และข้อมลู
วชิ าการ แล้วจึงตัดสินใจ
58
กิจกรรมการเรยี นรู้ สอ่ื หมายเหตุ
ครู นักเรยี น
เมือ่ ตัดสินใจแล้วลงมอื ปฏบิ ตั ิ - สื่อเพอื่ การนำเสนอ ขนั้ ท1่ี
ดูวา่ ผลออกมาเป็นอย่างไร ถ้า เรอื่ ง กระบวนการ กระต้นุ ความสนใจ
พอใจกจ็ ะมคี วามสุข แต่ถา้ ไม่ แกป้ ญั หา ขั้น 2
พอใจก็หาวิธีใหม่ในการแก้ปัญหา (แอปพลเิ คชัน Canva) สํารวจและคน้ หา
จนกว่าจะพอใจ” - แอปพลเิ คชัน Quizizz
4.ครูแจ้งคำวา่ “ปญั หา” ในทาง 3.นกั เรียนฟงั ครู กิจกรรม ขน้ั ท1่ี
วชิ าการที่จะเรยี น ถาม-ตอบ ว่องไว กระตุ้นความสนใจ
ขน้ั 2
5.ครูสำรวจความรู้เดมิ ของ 5.นกั เรียนกจิ กรรม ถาม-ตอบ สาํ รวจและคน้ หา
นกั เรียนผา่ นกจิ กรรม ถาม-ตอบ ว่องไว ผ่านแอปพลเิ คชนั
ว่องไว ผ่านแอปพลิเคชัน Quizizz
Quizizz จำนวน 10 ขอ้
เวลา 5 นาที
ขั้นสอน (70 นาที)
1.ครูใหน้ กั เรียนรว่ มกันแบง่ กล่มุ 1.นักเรียนแบ่งกลุ่มตามจำนวน - สือ่ เพื่อการนำเสนอ ขั้นท่ี 2
ดังน้ี ที่ครกู ำหนด และสง่ รายชอ่ื เร่ือง กระบวนการ สาํ รวจและค้นหา
- แบง่ กลุ่มออก 8 กลุ่ม ให้ครู แก้ปญั หา
- จำนวนสมาชิกกลุ่มละ 5 คน (แอปพลิเคชนั Canva)
- แบ่งหนา้ ทีส่ มาชกิ ออก
หวั หนา้ เลขานกุ าร กรรมการ
- เขียนรายชอ่ื พรอ้ มหนา้ ที่
ส่งครู
59
กจิ กรรมการเรียนรู้ สอ่ื หมายเหตุ
ครู นกั เรยี น ขน้ั ท่ี 2
สาํ รวจและคน้ หา
2.ครูทบทวนความรู้เดิมของ 2.นักเรยี นร่วมคน้ หาและแสดง - แอปพลิเคชัน Padlet
ขน้ั ที่ 3
นักเรียนโดยเขยี นคำวา่ “การ ความคิดเห็นและตรวจสอบ การอธิบาย
แก้ไขปญั หาหรือวางแผน ความถูกตอ้ ง กบั คำถามการ
เตรยี มการแก้ปัญหา คืออะไร” แกไ้ ขปญั หาหรือวางแผน
และใหน้ ักเรยี นศกึ ษาคน้ คว้า เตรียมการแก้ปัญหา มวี ธิ กี าร
แสดงความคดิ เหน็ ผา่ นแอปพลเิ ค คอื อะไร
ชนั Padlet
3.ครอู ธบิ ายกระบวนการ 3.นักเรียนฟงั ครูอธิบายและจด - สือ่ เพอ่ื การนำเสนอ
แกป้ ญั หามี 4 ข้ันตอน วา่ “ บนั ทึกเนื้อหาสำคัญ และถามใน เรอ่ื ง กระบวนการ
1. การวเิ คราะห์และกำหนด สิ่งทีไ่ มเ่ ขา้ ใจเพอ่ื ความชดั เจน แก้ปญั หา
รายละเอียดของปญั หา (แอปพลเิ คชนั Canva)
1.1 สิ่งทีต่ อ้ งการคืออะไร
1.2 ขอ้ มลู ทกี่ ำหนดให้คือ
อะไรบ้าง
พิจารณาข้อมลู และเง่ือนไขท่ี
กำหนดให้เพยี งพอทจ่ี ะหาคำตอบ
ของปญั หาหรือไม่ ถ้าไม่เพยี งพอ
ควรหาขอ้ มูลเพ่มิ เติม
2. การวางแผนในการแกป้ ัญหา
เม่อื ทำความเขา้ ใจแล้ว ควร
วางแผนในการแกป้ ญั หาด้วยการ
เลือกใชเ้ คร่ืองมือ และวธิ ีการ
เพ่ือให้ไดซ้ ่ึงคำตอบประสบการณ์
จะนำมาใชใ้ นขั้นตอนนี้
60
กิจกรรมการเรียนรู้ สอ่ื หมายเหตุ
ครู นักเรยี น
ขนั้ ท่ี 2
"เคยแก้ปญั หาในลักษณะนี้ สํารวจและคน้ หา
หรือไม"่ ในกรณณีที่มี
ประสบการณ์มาก่อน ควรใช้
ประสบการณ์มาเปน็ แนวทางใน
การแกป้ ัญหาโดยปรับปรงุ ให้
เหมาะสมกบั ปญั หาใหม่
3. การดำเนินการแก้ไขปัญหา
เม่ือวางแผนในขน้ั ตอนที่ 2 แลว้
จงึ ดำเนินการเพ่ือแก้ปัญหา
4. การตรวจสอบและปรบั ปรุง
เมอ่ื ดำเนนิ การตามขน้ั ท่ี 3 แลว้
จงึ นำผลมาตรวจสอบว่าแก้ปัญหา
ได้หรอื ได้ไม่ ถา้ แกไ้ ด้ถอื วา่ สำเร็จ
แตถ่ า้ แก้ไม่ได้ จะต้องมวี ิธี
ปรบั ปรุงใหด้ ีขนึ้ ”
4.ครใู ห้นกั เรยี นเข้ากล่มุ ของ 4.นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ศึกษา - สอ่ื เพือ่ การนำเสนอ
ตนเองและให้แต่ละกลมุ่ ศึกษา รูปแบบอลั กอริทึมรปู แบบ เรอ่ื ง กระบวนการ
รูปแบบอัลกอริทึมรปู แบบ คำบรรยาย รูปแบบผังงาน และ แกป้ ัญหา
คำบรรยาย รปู แบบผังงาน โดย ออกแบบผลงานนำเสนอ (แอปพลิเคชัน Canva)
ใหท้ ำการสรุปออกมาในรปู แบบ
Infographic , งานนำเสนอ ,
Mind Mapping ฯลฯ ตาม
ความคิดสร้างสรรค์ และนำเสนอ
หน้าชนั้ เรยี น
61
กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื หมายเหตุ
ครู นักเรยี น
5.ครูใหน้ ักเรียนแตล่ ะกลมุ่ ส่ง 5.นกั เรยี นนำเสนองานและฟัง - แอปพลเิ คชันGoogle ขั้นท่ี 4
ตัวแทนนำเสนองาน และชื่นชม เพื่อนนำเสนองาน Forms สง่ ช้ินงานกลมุ่ การขยายความรู้
แนะนำผลงานนักเรียนแตล่ ะกลมุ่
6.ครูใหต้ ัวแทนนกั เรยี นแต่ละ 6.ตวั แทนนักเรียนแต่ละกลมุ่
กลุ่มส่งผลงาน ผ่านลิงค์ Google สง่ ผลงาน ผา่ นลงิ ค์ Google
Forms Forms
ขนั้ สรุป (20 นาที)
1.ครหู าอาสาสมัครสรปุ บทเรียน 1.นักเรยี นสรปุ บทเรยี นทไี่ ด้ - ส่อื เพอ่ื การนำเสนอ ขน้ั ที่ 4
ทไี่ ดใ้ นวนั นแี้ ละครูสรปุ บทเรยี น วนั นี้ (แนวคำตอบ: การ เรือ่ ง กระบวนการ การขยายความรู้
เก่ยี วกับกระบวนการแก้ปัญหา แกป้ ญั หาเปน็ กิจกรรมพ้นื ฐาน แก้ปญั หา
ในการดำรงชวี ติ ของมนุษย์ (แอปพลิเคชนั Canva)
ปญั หาบางปญั หาเราสามารถ
หาทางแก้ปญั หาไดท้ นั ที แต่บาง
ปญั หาอาจต้องใช้เวลานานใน
การคน้ หาคำตอบ ซ่ึงคำตอบที่
ไดต้ ้องพิสจู น์ได้ว่าเป็นคำตอบที่
ถูกต้อง นา่ เช่ือถือและสามารถ
นำไปอา้ งอิงต่อได้
การแก้ปัญหาของแต่ละบคุ คลมี
ขน้ั ตอนและใช้เวลาท่ีแตกต่าง
กนั เน่อื งจาก ความรู้และ
ประสบการณ์ จะส่งผลตอ่
ความสามารถในการแกป้ ญั หา)
62
กจิ กรรมการเรยี นรู้ สอ่ื หมายเหตุ
ครู นกั เรยี น ขั้นที่ 5
การประเมนิ ผล
2.นักเรียนทำแบบทดสอบหลัง 2.นกั เรียนทำแบบทดสอบหลัง - แอปพลเิ คชัน Google
ขน้ั ท่ี 4
เรยี น ผา่ น Google Forms เรียน ผา่ น Google Forms Forms แบบทดสอบ การขยายความรู้
จำนวน 10 ขอ้ เวลา 5 นาที หลงั เรยี น
3.ครูส่งลิงค์ใบงานกจิ กรรมท่ี 1 3.นกั เรียนฟังครอู ธบิ ายและจด - แอปพลิเคชัน
กระบวนการแก้ปัญหา บนั ทึกเน้ือหาสำคญั และถามใน Liveworksheets
ผ่าน Liveworksheets และ สิ่งท่ไี มเ่ ขา้ ใจเพอ่ื ความชดั เจน ใบงานกิจกรรมท่ี 1
กำหนดวนั เวลาในการส่งงาน กระบวนการแก้ปญั หา
4.ครูสรุปชน้ิ งานทนี่ ักเรียนจะ 4.นกั เรียนทราบนัดหมายการสง่ - สื่อเพอ่ื การนำเสนอ
ตอ้ งสง่ และช้ีแจ้งละเอียดของ
การสอนในช่วั โมงถดั ไป การบา้ นและรายละเอยี ดของ เร่ือง กระบวนการ
การเรียนในชว่ั โมงถัดไป แกป้ ัญหา
(แอปพลิเคชนั Canva)
5.ครเู ปิดโอกาสใหน้ ักเรียนถาม 5.นักเรียนถามขอ้ สงสยั - สอ่ื เพือ่ การนำเสนอ
ขอ้ สงสัย และใหน้ ักเรยี น เรื่อง กระบวนการ
ประเมินผลสะท้อนกลับของคาบ แกป้ ัญหา
เรยี นวนั นผี้ า่ น แอปพลิเคชัน (แอปพลิเคชนั Canva)
inskru.com - แอปพลเิ คชนั
inskru.com
ภาระช้ินงาน/ชิน้ งาน/หลักฐานการเรียนรู้
1.กจิ กรรมถาม-ตอบ ว่องไว ผ่านแอปพลเิ คชัน Quizizz
2.ช้นิ งานกลุม่ ศกึ ษารปู แบบอัลกอรทิ มึ รปู แบบคำบรรยาย รูปแบบผังงาน
3.แบบทดสอบหลงั เรยี น ผา่ นแอปพลิเคชนั Google Forms
4.ใบงานกิจกรรมที่ 1 กระบวนการแกป้ ัญหา ผ่านแอปพลเิ คชัน Liveworksheets
5.กจิ กรรมทบทวนความร้เู ดมิ ผา่ นแอปพลเิ คชนั Padlet
63
สอ่ื การเรยี นรู้
1.สือ่ เพ่ือการนำเสนอ เร่อื ง กระบวนการแก้ปัญหา (แอปพลิเคชนั Canva)
2.แอปพลิเคชัน Quizizz กิจกรรมถาม-ตอบ ว่องไว
3.แอปพลิเคชนั Google Forms แบบทดสอบหลงั เรยี น
4.แอปพลเิ คชนั Google Forms สง่ ชน้ิ งานกลุ่ม
5.แอปพลเิ คชัน Liveworksheets ใบงานกิจกรรมที่ 1 กระบวนการแก้ปญั หา
6.แอปพลิเคชนั Padlet กจิ กรรมทบทวนความรูเ้ ดิม
7.แอปพลเิ คชนั inskru.com ประเมินผลสะท้อนกลบั ของคาบเรยี น
แหลง่ การเรียนรู้
1.ห้องปฏิบัติการคอมพวิ เตอร์
2.ร้านคอมพิวเตอร์ทม่ี บี ริการอนิ เทอร์เนต็ หรอื บ้านของนักเรียนที่ตดิ ตง้ั ระบบอินเทอรเ์ น็ต
การวดั และประเมนิ ผลการเรยี นรู้ วิธีการวดั เครื่องมือการวัด เกณฑ์การประเมิน
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
ดา้ นความรูค้ วามเขา้ ใจ (K)
1.นักเรียนอธบิ ายองค์ประกอบ ตรวจสอบจากชน้ิ งาน/ แบบบนั ทกึ คะแนน 4 = มากทส่ี ุด
ชน้ิ งาน/ภาระงาน 3 = มาก
ขอกระบวนการแกป้ ญั หาได้ ภาระงานที่ได้รบั 2 = ปานกลาง
แบบบนั ทกึ คะแนน 1 = ปรบั ปรงุ
ถกู ต้อง มอบหมาย แบบทดสอบก่อน-หลงั 50% ขึ้นไป จึงจะถอื วา่ ผ่าน เกณฑ์
การเรียนรู้
2.นักเรียนอธบิ ายองค์ประกอบ ตรวจสอบจาก 5 = มากทส่ี ุด
4 = มาก
ขอกระบวนการแก้ปัญหาได้ แบบทดสอบกอ่ น-หลัง 3 = ปานกลาง
2 = นอ้ ย
ถกู ต้อง การเรยี นรู้ 1 = ปรับปรุง
60% ขน้ึ ไป จึงจะถอื วา่ ผ่าน เกณฑ์
ด้านทักษะกระบวนการ (P) ตรวจสอบจากช้ินงาน/ แบบบนั ทกึ คะแนน 4 = มากที่สุด
1.นักเรียนเลือกใช้รูปแบบ ภาระงานที่ได้รบั ชน้ิ งาน/ภาระงาน 3 = มาก
อลั กอริทึมรปู แบบคำบรรยาย มอบหมาย 2 = ปานกลาง
รูปแบบผังงาน ถูกตอ้ งตามความ 1 = ปรับปรุง
ตอ้ งการได้ 50% ข้นึ ไป จงึ จะถอื ว่าผ่าน เกณฑ์
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ วธิ ีการวัด เครอ่ื งมอื การวัด 64
2.นักเรียนมีสามารถเขียนแสดง
อลั กอริทึม รูปแบบ คำบรรยาย ตรวจสอบจากช้นิ งานกลมุ่ แบบบันทึกคะแนน เกณฑก์ ารประเมิน
รูปแบบผงั งานได้
ไดร้ บั มอบหมาย ชิน้ งานกลมุ่ 4 = มากที่สดุ
ดา้ นจิตพิสยั (A) 3 = มาก
1.ผเู้ รียนมวี ินยั ซือ่ สัตยส์ จุ รติ ใฝ่ สงั เกตพฤติกรรม สังเกตพฤติกรรม 2 = ปานกลาง
เรียนรู้ และมงุ่ มัน่ ในการทํางาน 1 = ปรบั ปรงุ
50% ข้ึนไป จงึ จะถอื วา่ ผ่าน เกณฑ์
2.นักเรยี นมีความรับผิดชอบท่ี สงั เกตพฤติกรรม สังเกตพฤติกรรม
ได้รับมอบหมาย 5 = มากที่สุด
4 = มาก
3 = ปานกลาง
2 = นอ้ ย
1 = ปรบั ปรงุ
60% ขึน้ ไป จึงจะถอื ว่าผ่าน เกณฑ์
5 = มากที่สุด
4 = มาก
3 = ปานกลาง
2 = นอ้ ย
1 = ปรบั ปรงุ
60% ขน้ึ ไป จงึ จะถอื วา่ ผ่าน เกณฑ์
65
บนั ทึกหลงั การจดั การเรยี นรู้
ผลการจดั การเรียนการสอน
นักเรียนมีจำนวนทั้งสิ้น ..................... คน เข้าเรียนจำนวนทั้งสิ้น .................... คน จากการจัดกิจกรรมการ
เรียนรู้พบวา่ นกั เรยี นเกดิ การเรียนรู้ตามวตั ถุประสงค์ดงั น้ี
ด้านความรู้ (K)
..............................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................
จำนวนทัง้ ส้ิน ........................ คน คดิ เป็นร้อยละ .........................
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
..............................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................
จำนวนทั้งสิน้ ........................ คน คดิ เป็นรอ้ ยละ .........................
ดา้ นเจตคติ (A)
..............................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................
จำนวนท้ังสน้ิ ........................ คน คิดเป็นรอ้ ยละ .........................
ปญั หา / อุปสรรค
..............................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................
ขอ้ เสนอแนะ
..............................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ……..……..……..……..……..…….. (ผบู้ ันทกึ )
(..……..……..……..……..…)
ครผู ้สู อน
…….. /…….. /……..
แบบบันทกึ คะแนน 66
แบบทดสอบกอ่ น-หลังการเรยี นรู้
5
ประเด็นการประเมนิ 1 ระดับคณุ ภาพ 9 -10
คะแนนท่ไี ด้ 0–2 234 คะแนน
คะแนน 3–4 5–6 7–8
คะแนน คะแนน คะแนน
เลขที่ รหสั นักเรียน ชอื่ - สกุล สอบก่อน ระดบั สอบก่อน ระดบั รวม
เรยี น คุณภาพ เรียน คณุ ภาพ
** หมายเหตุ : นกั เรียนจะตอ้ งได้คะแนนอยา่ งน้อย 60% ข้ึนไป จงึ จะถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
ช่วงคะแนนที่ได้ ระดับคณุ ภาพ
5 มากทสี่ ุด
4 มาก …………………………………………………
3 ปานกลาง (..……..……..……..……..…)
2 นอ้ ย
1 ปรับปรงุ ผ้ปู ระเมนิ
แบบบันทึกคะแนนชนิ้ งาน/ภาระงาน 67
ใบงานกจิ กรรมที่ 1 กระบวนการแกป้ ัญหา
5
ประเด็นการประเมนิ 1 ระดับคณุ ภาพ 9 -10
คะแนนใบงานท่ีได้ 0–2 234 คะแนน
คะแนน 3–4 5–6 7–8
คะแนน คะแนน คะแนน
เลขท่ี รหสั นกั เรียน ชื่อ - สกลุ ใบงานกิจกรรมท่ี 1 คณุ ภาพ
กระบวนการแก้ปญั หา
** หมายเหตุ : นกั เรยี นจะตอ้ งไดค้ ะแนนอยา่ งน้อย 60% ข้ึนไป จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์
ช่วงคะแนนทีไ่ ด้ ระดบั คณุ ภาพ
5 มากท่ีสดุ …………………………………………………
4 มาก (..……..……..……..……..…)
3 ปานกลาง ผูป้ ระเมิน
2 นอ้ ย
1 ปรบั ปรุง
68
แบบบันทึกคะแนนช้นิ งานชิ้นงานกล่มุ
ศกึ ษารปู แบบอัลกอริทึมรูปแบบคำบรรยาย รูปแบบผังงานเกณฑ์การประเมิน
จำแนกตามประเด็นรายการประเมนิ
1.ความครบถว้ นของประเดน็ และความถูกตอ้ งของข้อมลู
ระดบั 4 ประเดน็ ทน่ี ำเสนอครบถว้ น เนื้อหา ในแต่ละประเดน็ มีความสมบรู ณ์ ขอ้ มลู ท่กี ลา่ วอา้ งถูกตอ้ งตามขอ้ เท็จจรงิ ที่
ปรากฏ
ระดับ 3 ประเด็นที่นำเสนอครบถ้วนแตเ่ นอื้ หาในบางประเด็นยงั ขาดความสมบรู ณ์ ขอ้ มลู ที่กลา่ วอา้ งถกู ต้องตามข้อเท็จจริงที่
ปรากฏ
ระดับ 2 ประเด็นที่นำเสนอไม่ครบถ้วนนอกจากนี้ เนื้อหาในบางประเด็นยังขาดความสมบูรณ์ ข้อมูลที่กล่าวอ้างบางส่วน
คลาดเคลอ่ื นไปจากขอ้ เท็จจรงิ ทีป่ รากฏ
ระดับ 1 ตอบไม่ตรงประเด็น ประเด็นที่นำเสนอไม่ครบถ้วนนอกจากนี้ เนื้อหาในบางประเด็นยังขาดความสมบูรณ์ ข้อมูลท่ี
กล่าวอา้ งบางส่วนคลาดเคล่อื นไปจากข้อเท็จจรงิ ท่ปี รากฏ
2.ผลงานมีความคดิ สร้างสรรค์
ระดับ 4 ผลงานแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์แปลกใหม่ และเป็นระบบ
ระดับ 3 ผลงานมแี นวคดิ แปลกใหม่แต่ยงั ไมเ่ ปน็ ระบบ
ระดับ 2 ผลงานมคี วามนา่ สนใจ แต่ยงั ไมม่ ีแนวคดิ แปลกใหม่
ระดบั 1 ผลงานไมแ่ สดงแนวคดิ ใหม่
3.ผลงานเสร็จตามเวลาที่กำหนด
ระดบั 4 สง่ ผลงานตามเวลาที่กำหนด
ระดบั 3 สง่ ผลงานช้ากว่าเวลาทก่ี ำหนด 1-2 วนั
ระดับ 2 ส่งผลงานชา้ กว่าเวลาทีก่ ำหนด 3-5 วนั
ระดับ 1 ส่งผลงานช้ากว่าเวลาทก่ี ำหนด 5 วนั ขนึ้ ไป
ลำดับ ประเดน็ การประเมิน เฉล่ีย
กล่มุ รวม
เลขที่ สามาชิกกลุ่ม ความครบถว้ นของ ผลงานมีความคิด ผลงานเสร็จตาม รวม
ประเดน็ และความ สร้างสรรค์ เวลาท่ีกำหนด
ถกู ตอ้ งของขอ้ มูล
1 2 3 41234
1234
** หมายเหตุ : นกั เรยี นจะตอ้ งไดค้ ะแนนอย่างน้อย 50% ขึ้นไป จึงจะถือวา่ ผา่ นเกณฑ์
ชว่ งคะแนนทไ่ี ด้ ระดับคุณภาพ
4 มากทส่ี ดุ
3 มาก …………………………………………………
2 ปานกลาง (..……..……..……..……..…)
1 ปรับปรุง
ผู้ประเมิน
69
แบบสังเกตพฤติกรรม
เกณฑ์การประเมิน จำแนกตามประเด็นรายการประเมนิ
1.มีวินยั
ระดบั 5 สง่ งานตามระยะเวลาท่ีกำหนด ระดบั 4 ส่งงานตามกำหนดบางคร้ังลา่ ช้าบางครงั้
ระดับ 3 ส่งงานชา้ กวา่ กำหนดแตส่ ง่ ในวนั ที่กำหนด ระดับ 2 ส่งงานช้า หรือสง่ ในคาบเรียนถัดไป
ระดบั 1 ส่งงานช้าจนครตู ้องติดตาม ทวงงาน
2.ซื่อสตั ย์สุจิต
ระดับ 5 ทำภาระงานเสรจ็ ดว้ ยตนเอง ระดบั 4 ทำภาระงานโดยสอบถามครู
ระดบั 3 ทำภาระงานเสร็จโดยสอบถามจากเพ่อื น ระดับ 2 ทำภาระงานโดยถามเพอื่ นและลอกงาน
ระดับ 1 ทำภาระงานเสร็จโดยลอกงานจากเพื่อนท้ังหมด
3.ใฝ่เรียนรู้
ระดบั 5 ตง้ั ใจเรยี นและหาความรเู้ พ่มิ เตมิ ระดับ 4 ตงั้ ใจเรยี นและนำความรไู้ ปใช้เทา่ นน้ั
ระดับ 3 ต้ังใจเรียนบ้าง สง่ งานตามมอบหมาย ระดบั 2 ไมค่ ่อยตัง้ ใจเรยี น ส่งงานตามมอบหมาย
ระดับ 1 ไม่ตัง้ ใจเรียน
4.มุ่งมน่ั ในการทำงาน
ระดบั 5 ภาระงานเสรจ็ ตามกำหนด ถูกต้อง ชัดเจน ระดบั 4 ภาระงานเสรจ็ ตามกำหนด ผดิ บางส่วน
ระดบั 3 ภาระงานเสรจ็ ลา่ ชา้ ระดบั 2 ภาระงานเสรจ็ ล่าช้า ผิดบางสว่ น
ระดับ 1 ภาระงานเสรจ็ ลา่ ชา้ ผดิ เปน็ ส่วนใหญ่
เลขท่ี รหสั ชือ่ - สกลุ ประเด็นการประเมิน รวม
นกั เรียน
มวี นิ ัย ซือ่ สัตยส์ ุจติ ใฝ่เรยี นรู้ มุง่ มน่ั ในการทำงาน
12345123451234512345
** หมายเหตุ : นักเรยี นจะตอ้ งไดค้ ะแนนอยา่ งน้อย 60% ขึ้นไป จึงจะถือว่าผา่ นเกณฑ์
ชว่ งคะแนนที่ได้ ระดับคณุ ภาพ …………………………………………………
5 มากท่ีสุด (..……..……..……..……..…)
4 มาก ผูป้ ระเมิน
3 ปานกลาง
2 น้อย
70
71
72
73
74
75
76
บรรณานกุ รม
AKSORN. (2562). 2 บทบาทการเรยี นการสอน ในห้องเรียน 5Es. สืบคน้ จาก
https://www.aksorn.com/classroom-5es
dmit DEMETER ICT. (2561). Work Together with Google Workspace. สืบค้นจาก
https://www.dmit.co.th/en/our-services-en/google-workspace-en/google-workspace-
application-en/
ETS. (2564). คู่มอื การใชง้ าน PADLET. สบื คน้ จาก http://ge.vru.ac.th/gevru/wp-
content/uploads/2020/07/Manual_PAdlet.pdf
GeerMarkt. (2563). 14 ส่วนเสรมิ Google ชีตทด่ี ีท่ีสดุ สำหรับจดั การและจดั การข้อมูล (2020). สบื คน้ จาก
https://th.geekmarkt.com/14-best-google-sheets-add-ons-to-manage-and-manipulate-
data-2020-101458
Narong Kanchana. (2560). วิธสี อนโดยใช้การบรรยาย (Lecture Method). สืบคน้ จาก
http://skruteachingmethods.blogspot.com/p/blog-page.htmll
NoLedgeness. (2564). สอนใช้ Google Form โปรแกรมแบบทดสอบออนไลน์ อยา่ งละเอียดสุด ๆ!!!. สืบค้นจาก
https://intrend.trueid.net/article/
Technology Land Bangkok. (2562). Google Form สำหรบั Google Workspace คืออะไร. สบื ค้นจาก
https://workspace.technologyland.co.th/google-form-
Valentine Schelstraete. (2564). How to use AutoCrat add-on for Google Sheets. สบื คน้ จาก
https://blog.sheetgo.com/education-processes/how-to-use-autocrat-add-on-for-google-
sheets/
ครอู าชพี ดอทคอม. (2564). ครหู า้ มพลาด!!! เทรนดใ์ หม่สอนออนไลน์ สรา้ งใบงานโดย Liveworksheets ทำเสรจ็
ตรวจคำตอบทันที ใช้งานฟรี. สืบคน้ จาก https://www.kruachieve.com/% A2-liveworksheet-
จีระพงษ์ โพพันธุ์. (2564). สรา้ งแบบประเมินการสอนของครูง่ายๆดว้ ย insKru. สืบคน้ จาก
https://kruit.com/shared/inskru/#:~:text=insKru
อาจารย์ ดร. นรินทร์ เจรญิ พันธ์. (2559). การจดั การเรยี นการสอนแบบ Active Learning. สบื คน้ จาก
https://km.buu.ac.th/article/frontend/article_detail/141
ไอที 24 ชัว่ โมง. (2563). Canva คอื อะไร วิธที ำ Presentation ให้น่าสนใจด้วย Canva ทำยงั ไง. สืบค้นจาก
https://www.it24hrs.com/2020/canva-presentation/
. (2564). คูม่ ือการใชง้ าน Quizizz สำหรับผสู้ อน. สบื ค้นจาก
http://168training.club/training/document/Quizizz%20teacher%20and%20student.pdf