บทท่ี ๑๐
ชอ้ นกลางสรา้ งสุขภาพ
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๑
ชอ้ นกลางสร้างสุขภาพ
วันนี้พ่อแม่พาภูไปงานแต่งงาน เจ้าสาวคือนา้ แตง ซ่ึงเป็นญาติ
ของแม่ มีรูปแบบงานเลี้ยงอาหารแบบบุฟเฟต์ ทุกคนต้องช่วยเหลือ
ตัวเอง แม่สอนว่าควรตักอาหารให้พอดี อย่าตักมากจนล้นจาน
กินไม่หมด เหลือท้ิงเสียของ น่าเสียดาย อายคนด้วย เขาจะมองว่า
เราเปน็ คนตะกละเหน็ แก่กนิ ถา้ ยังไมอ่ ่ิมกไ็ ปตกั ใหมไ่ ด้
ขณะนั้นมีชายคนหนึ่งแทรกแถวตักอาหารหลาย ๆ อย่างจนพูนจานดูแทบไม่ออกว่า
เป็นอาหารชนิดใด แม่พูดว่าการแซงแถวผู้หญิงกับเด็กตักอาหารไม่ใช่สุภาพบุรุษ ไม่มี
มารยาทและเหน็ แกต่ ัว
เม่ือรับประทานเสร็จภูขออนุญาตไปห้องน้า พบพ่ีสินและคนท่ีแซงแถวอยู่ท่ีโต๊ะ
เดียวกัน แต่ละคนใช้ช้อนของตนเองตักอาหารจากบนโต๊ะ บางคนใช้ช้อนเสร็จก็วางพาดไว้ที่
ขอบจานอาหาร บางคนเลียช้อนจนเกลี้ยง แก้วน้ามีเพียง ๒-๓ ใบ ใช้เวียนกันภูเดินผ่าน
ดว้ ยความรู้สกึ พะอืดพะอม
บ้านของภูอยู่ติดกับบ้านของพี่สิน ทุกวันภูได้ยินเสียงกีตาร์ของพี่สินดีดเป็น
เพลงเพราะ ๆ ดังข้ามร้ัว แต่เมื่อ ๔-๕ วันมาน้ีภูไม่ได้ยินเสียงเพลง ป้าสร้อยแม่ของพี่สิน
บอกว่าพี่สินเข้าโรงพยาบาลเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ เอ พ่อบอกว่าโรคตับอักเสบเอ หรือ
ดีซ่าน เกิดจากการอักเสบของเซลล์ตับ ท้าให้ตับท้างานได้ไมเ่ ต็มที่หรือท้างานน้อยลง โรคนี้
เกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่ส่วนใหญ่มักเกิดจากการติดเช้ือไวรัสตับอักเสบเอ หรือ บี
มีอาการเป็นไข้ปวดเม่ือยตามตัว อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คล่ืนไส้ อาเจียน ปัสสาวะมีสีเข้ม
มีไข้ ตาเหลือง ตัวเหลือง ปวดท้อง บริเวณชายโครงขวา พ่อบอกว่าถ้าติดเช้ือไวรัสซี ก็จะ
เป็นโรคตับแข็งหรือมะเร็งในตับ แม่บอกว่าโรคน้ีติดต่อได้ง่ายที่สุดทางเลือด อาหารและ
น้าลาย ต้องล้างมือก่อนกินอาหารทุกครั้ง เลือกอาหารและน้าดื่มที่สะอาด ที่ส้าคัญใช้
ช้อนกลางตักอาหาร ไม่ใช้แก้วน้าร่วมกับใคร แค่น้ีก็ป้องกันโรคได้แล้วหรือจะฉีดวัคซีน
ป้องกนั ก็ได้
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๒
ช้อนกลางสร้างสุขภาพ
ภเู ลยเล่าใหพ้ ่อแม่ฟงั เก่ียวกับพ่ีสิน เมื่อวันแต่งงานน้าแตง พ่อเล่าว่าสมยั พ่อเป็นเด็ก ๆ
ก็ท้าเช่นน้ัน กลัวเพ่ือนว่าไม่เป็นลูกผู้ชาย ข้ีขลาดตาขาว ท้าเป็นอนามยั จัด พ่อเลยป่วยบ่อย
พ่อเลยกลัวไม่ใช้ชอ้ นร่วมกบั ผ้อู ืน่ อีก
พ่อเสริมว่าคนที่ไม่ใช้ช้อนกลาง คือ คนที่เอาแต่ความสะดวกสบายของตนเองเท่านั้น
ไมค่ ดิ ว่าคนอน่ื จะได้รบั ผลจากการกระทา้ ของตัวเอง โดยการแพรเ่ ชือ้ โรคไปสผู้ ้อู ื่น
ความสนุกสนานและการไม่คิดของเรา ในการรับประทานอาหารร่วมกันในกลุ่มเพื่อน
หรือคนคุ้นเคย เม่ือพลาดขึ้นมาอาจติดโรค จะเป็นเรื่องเศร้าของคนในครอบครวั คาดไม่ถึง
ว่าชอ้ นกลางจะเปน็ ตน้ เหตกุ ระทบชวี ติ ของเราได้
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๓
ช้อนกลางสร้างสขุ ภาพ
หาคา้ ศัพท์ท่ีตรงกับความหมายทก่ี ้าหนดให้ต่อไปนี้
๑ ชอ่ื โรคซ่งึ เกดิ กับผปู้ ว่ ยท่ีมสี ารสชี นิดหน่ึงในน้าดี ซงึ่ เรยี กวา่
บิลิรบู นิ มีอาการตัวเหลือง
๒ ถ่ายภาพอวัยวะภายในโดยใช้รงั สเี อกซ์
๓ ช่อื กระทรวงทีม่ อี า้ นาจหน้าทเี่ กี่ยวกบั การแพทย์
๔ ชือ่ เชอื้ โรคชนดิ หนง่ึ ทเ่ี กดิ ในตับ
๕ ทา้ เพลงดว้ ยเคร่อื งดรุ ยิ างค์ให้เปน็ ทเ่ี จริญใจ
๖ มงุ่ , ช้ีแจงใหร้ ู้เหตุผล
๗ ภาวะที่เกิดจากจติ ใจ
๘ อาการคลืน่ ไสอ้ ยากอาเจียน
๙ เกย่ี วกบั เร่อื งรกั ใคร่, แสดงความรัก
๑๐ เช้อื ไวรัสหรือแบคทเี รียส้าหรบั ฉีดกระต้นุ ภมู ิค้มุ กนั โรค
๑๑ ชายทีม่ กี ริ ยิ าวาจาเรียบรอ้ ยและมีคุณธรรม
๑๒ เลกิ ได้ยาก, แก้ได้ยาก, รักษาไดย้ าก
๑๓ สลดใจมาก, มจี ิตใจหว่นั ไหวมากเพราะความโศกสลด
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๔
ช้อนกลางสร้างสขุ ภาพ
กาเคร่อื งหมาย / ลงใน หน้าคา้ อา่ นท่ีถูกต้อง
๑ บฟุ เฟต์ อ่านว่า บุ๊บ-เฟ่ บุบ๊ -เฟ
๒ เอกซเรย์ อา่ นว่า
๓ สภุ าพบุรุษ อา่ นว่า เอก็ -เร เอ็ก-สะ-เร
๔ วัณโรค อ่านวา่
๕ สุขภาพจติ อ่านวา่ ส-ุ พาบ-บ-ุ รดุ ส-ุ พาบ-บุ-หรดุ
๖ กาลเทศะ อ่านวา่
๗ บริกร อา่ นวา่ วนั -นะ-โรก วนั -นา-โลก
๘ ภาคภูมิ อ่านว่า
๙ สมฐานะ อา่ นว่า สุก-ขะ-พาบ-จิด สกุ -คะ-พาบ-จิด
๑๐ เกียรติ อ่านว่า
๑๑ ปรมิ าณ อา่ นว่า กาล-เท-สะ กา-ละ-เท-สะ
๑๒ วจิ ารณ์ อา่ นวา่
๑๓ อบุ ตั เิ หตุ อ่านว่า บอ-ร-ิ กอน บะ-ร-ิ กอน
๑๔ เพศสัมพันธ์ อ่านว่า
๑๕ สาธารณสขุ อ่านวา่ พาก-พู-มิ พาก-พมู
สม-ถา-นะ สะ-มะ-ถา-นะ
เกยี -ระ-ติ เกยี ด
ปะ-ร-ิ มาน ปริ-มาน
วิ-จา-ระ-ณะ ว-ิ จาน
อุ-บดั -ต-ิ เหด อุ-บัด-เหด
เพด-สา้ -พนั เพด-สะ-สมั -พนั
สา-ทาน-ระ-นะ-สุก
สา-ทา-ระ-นะ-สุก
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๕
ชอ้ นกลางสร้างสุขภาพ
ไวรสั ตับอักเสบ
๑ ไวรสั ตับอกั เสบ เอ
อาการของโรคนคี้ อื
ระยะฟกั ตวั ของโรค
ไวรสั ตบั อกั เสบ เอ พบมากในกลุ่มคนใด
วธิ กี ารรักษา
๒ ไวรัสตับอักเสบ บี
ไวรัสชนดิ น้จี ะอยู่ในส่วนใดของร่างกาย
ไวรสั ชนิดนแ้ี พร่กระจายเชอ้ื ทางใด
วธิ ีการรักษา
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๖
ชอ้ นกลางสรา้ งสุขภาพ
๓ ไวรัสตบั อกั เสบ ซี
การตดิ เชื้อส่วนใหญเ่ กดิ จากอะไร
ไวรัสชนิดน้มี ีแนวโนม้ จะกลายเป็นโรคอะไรทร่ี ้ายแรง
ตอบค้าถามต่อไปนี้
๑ การกินเลยี้ งแบบนเ้ี รียกว่า
๒ การกนิ เล้ยี งแบบนี้ควรปฏิบัตอิ ย่างไร
ตอบค้าถามต่อไปนี้
๑ จากภาพเปน็ การรับประทานอาหารโดยใช้อะไร
๒ การใชช้ ้อนกลางมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไรบ้าง
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๗
ชอ้ นกลางสรา้ งสุขภาพ
ใสเ่ ครอ่ื งหมาย / หน้าขอ้ ทถี่ กู และใส่เคร่อื งหมาย x หน้าข้อทีผ่ ดิ
๑ โรคท่มี กี ารเสยี ชวี ติ สูง คอื โรคมะเร็ง โดยเฉพาะมะเร็งตบั
๒ โรคมะเร็งตบั เกิดจากโรคไวรสั ตับอักเสบเท่านน้ั
๓ เราได้รบั เชื้อจากทางเลอื ด ทางนา้ ลาย ทางเพศสมั พันธแ์ ละจากแม่สลู่ กู
๔ การติดตอ่ ทางนา้ ลาย มกั เกิดจากการจบู กนั
๕ โรคตับอกั เสบทพ่ี บบอ่ ยมี ๓ ชนดิ คอื ไวรสั ตับอกั เสบ เอ บี และ ซี
๖ ไวรสั ตับอกั เสบ เอ เมอ่ื เป็นแล้วจะกลับมาเป็นอีก
๗ ไวรสั ตับอกั เสบเราพบมากในวยั หนมุ่ สาวและจะลดลงไปเร่ือย ๆ
๘ ไวรัสตบั อักเสบ บี มีประชากรบางสว่ นเปน็ พาหะของโรค
๙ ใครเป็นโรคไวรัสตับอักเสบ บี ไม่ควรออกกา้ ลังกายหกั โหม
๑๐ ไวรัสตบั อักเสบ บี ตอ้ งทา้ ใหร้ า่ งกายแข็งแรงเพอื่ จะได้มภี มู ติ ้านทานดีขน้ึ
๑๑ ไวรสั ตับอักเสบ ซี สว่ นใหญไ่ ด้รับเชื้อจากการถา่ ยเลอื ด
๑๒ ไวรสั ตบั อกั เสบ บี จะมคี วามรุนแรงมากท่สี ุดใน ๓ กล่มุ น้ี
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๘
ช้อนกลางสร้างสุขภาพ
ตอบคา้ ถามตามเนอ้ื เรื่อง
๑ เพราะเหตใุ ด ภูจึงดใี จจนหน้าบานเปน็ จานเชิงทจี่ ะไดไ้ ปงานแต่งของน้าแตง
อย่างเตม็ ภาคภมู ิ
ตอบ
๒ ในงานแตง่ นา้ แตงเป็นการเลี้ยงอาหารแบบใด
ตอบ
๓ ผชู้ ายทแ่ี ซงแถวเดก็ และผู้หญิงไปตกั อาหาร และตกั แบบจะไมเ่ หลือใหค้ นข้าง
หลงั กินเลย จัดว่าเป็นคนอยา่ งไร
ตอบ
๔ เม่ือภเู ดินผ่านโต๊ะอาหารทพี่ วกพสี่ นิ กา้ ลงั กนิ กนั อยู่ และเหน็ อากัปกิรยิ าในการ
กนิ ของพวกเขาแล้ว ภรู สู้ ึกอยา่ งไร
ตอบ
๕ การท่ีเราจะตรวจเชอ้ื โรคทเ่ี ป็นไวรสั ต่าง ๆ ในรา่ งกายเรา แพทย์จะต้องตรวจ
จากอะไร
ตอบ
๖ การเป็นโรคตบั แข็ง หรอื มะเรง็ ในตบั นนั้ เปน็ เพราะตดิ เชอ้ื ไวรสั ชนดิ ใด
ตอบ
๗ โรคไวรสั ตบั อกั เสบทัง้ หลายตดิ ตอ่ กันไดง้ า่ ยทสี่ ุดทางใด
ตอบ
๘ เราจะปลอดภัยจากโรคไวรสั ตบั อกั เสบท้งั หลาย เมื่อต้องรับประทานอาหาร
ร่วมกบั ผู้อนื่ เราควรท้าอย่างไร
ตอบ
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๙
ชอ้ นกลางสร้างสขุ ภาพ
๙ เวลาท่ีผู้เปน็ ลกู เจบ็ ไขไ้ ด้ปว่ ย ผทู้ ีเ่ ดือดรอ้ นและเปน็ กงั วลมากทส่ี ดุ คอื ใคร
ตอบ
๑๐ บทเรียนนกี้ ลา่ วถงึ เรอ่ื งเลก็ ๆ น้อย ๆ ท่สี มาชกิ ในครอบครวั ไมค่ อ่ ยค้านงึ ถึง
จนอาจน้าไปสกู่ ารติดโรค คอื อะไร
ตอบ
เติมตวั อกั ษรทีห่ ายไป
สุ ภ า พ วิ า ร ณ์ า ค ภู มิ
สม านะ
พิ เ ษ บร เลง
ต่ื ต า น ใ จ บุ เ ฟ
มารยา
พิ ก ร
ะกละ
นต ร า ย ขลาด
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๑๐
ชอ้ นกลางสร้างสุขภาพ
การพูดแสดงความคดิ เห็น
เชิงวิจารณ์
๑ มีความรเู้ กย่ี วกับเร่อื งท่ีพูดเป็นอย่างดี
๒ วจิ ารณ์ในเชิงสร้างสรรค์ ถ้าไมเ่ ห็นดว้ ยควรเปน็ การ
ตเิ พือ่ กอ่ และมขี อ้ เสนอแนะ
๓ ไม่มอี คติหรือความลา้ เอียง
๔ หลกี เลีย่ งการวจิ ารณเ์ ร่อื งสว่ นตัวของผ้อู น่ื และ
ไม่พดู จาส่อเสยี ดทับถม เยาะเย้ย
๕ ใช้ถอ้ ยค้าสุภาพ กะทัดรัด ชัดเจน และควร
ยกตวั อยา่ งประกอบ
๖ มีมารยาทในการพดู ใช้น้าเสยี งนมุ่ นวล รู้จกั ใช้
คา้ ขอโทษเม่อื พดู ผิดพลาด ขอบคณุ เม่ือไดร้ บั
ค้าชมเชย
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๑๑
ช้อนกลางสร้างสุขภาพ
เลอื กค้าตอบทถ่ี ูกต้องเก่ยี วกบั การพูดแสดงความคดิ เหน็ เชิงวิจารณ์
๑ ขอ้ ใดกล่าวถงึ การพดู แสดงความคดิ เห็นไม่ถกู ต้อง
ก. ใครมีพวกมากกวา่ ก็จะสามารถพดู แสดงความคิดเหน็ ได้มากเท่าน้ัน
ข. ต้องแสดงความคดิ เหน็ โดยปราศจากอคติ
ค. ในการวจิ ารณต์ อ้ งไม่ก่อให้เกดิ ความเสยี หายแก่ผใู้ ด
ง. มีทั้งการสนับสนนุ และการโตแ้ ย้ง
๒ ข้อใดถือวา่ มมี ารยาทในการพดู แสดงความคดิ เห็นมากที่สุด
ก. สมชายโต้แย้งด้วยความโมโหท่คี นอนื่ ไมเ่ หน็ ดว้ ย
ข. สชุ าตใิ ชน้ ้าเสียงดดุ นั เม่ือไมพ่ อใจการพูดของเพื่อน
ค. ประกอบลกุ เดินไปหาคนทพ่ี ดู แสดงความคิดเหน็ ไม่เหน็ ดว้ ย
ง. สมชายโตแ้ ย้งในประเด็นท่ตี นเองไม่เห็นดว้ ยโดยยกเหตุผลประกอบ
๓ ข้อใดเปน็ การพดู สนบั สนนุ ความคดิ ของคนอื่นไดเ้ หมาะสม
ก. ความคิดของคุณวนิ ยั ดี เพราะ.......
ข. ความคิดของคณุ วนิ ยั ดีมากจริง ๆ นะครับ ยอดมากเลยครับ
ค. ตามทีค่ ณุ วนิ ยั พดู มาน้ันดีแล้วครบั ผมเหน็ ด้วย
ง. ตามท่คี ุณวนิ ัยกล่าวมานน้ั ผมเห็นดว้ ย เพราะว่า.......
๔ ข้อใดเปน็ การพดู คัดคา้ นความคดิ เหน็ ของผู้อน่ื ทีเ่ หมาะสม
ก. ความคิดของคณุ วนิ ัยใช้ไม่ได้ ควรเปน็ อยา่ งนม้ี ากกวา่ ......
ข. ตามทีค่ ุณวินัยกล่าวมาน้นั เปน็ สิ่งทนี่ ่าสนใจ แต่ผมคดิ วา่ .....
ค. ตามทีค่ ณุ วนิ ัยกล่าวมานั้น ผมไม่เห็นดว้ ยเปน็ อยา่ งยิ่ง เพราะ....
ง. ตามท่คี ณุ วนิ ยั เสนอมานน้ั ผมว่าผิด เพราะผมคดิ ว่า.....
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๑๒
ช้อนกลางสร้างสขุ ภาพ
๕ ขอ้ ใดไม่ใช่หลักในการพูดแสดงความคดิ เหน็ เชงิ วิจารณ์
ก. มีความรเู้ ก่ียวกับเร่ืองที่พูดเป็นอยา่ งดี
ข. ควรวจิ ารณ์ดว้ ยความสรา้ งสรรค์ และมขี ้อเสนอแนะ
ค. หลีกเลย่ี งการวิจารณเ์ รอ่ื งสว่ นตวั ไม่พูดส่อเสียด ทบั ถม เยาะเย้ย
ง. ตอ้ งแสดงใหผ้ ู้อ่ืนเห็นว่า ค้าพูดของเรามีความถกู ตอ้ งท่สี ดุ
ข้อ ๖–๑๐ ใส่เครื่องหมาย / หนา้ ขอ้ ที่ถกู และใส่เครื่องหมาย x หนา้ ขอ้ ท่ีผดิ
๖ ถา้ ผวู้ ิจารณร์ เู้ ร่อื งส่วนตวั ของผทู้ ถี่ กู วิจารณ์ จะช่วยทา้ ใหผ้ วู้ จิ ารณ์มี
ความเขา้ ใจ และมขี ้อมูลเพยี งพอในการใชเ้ ปน็ ข้อมลู มาประกอบการ
วิจารณ์ได้
๗ การพูดแสดงความคดิ เห็นเชิงวจิ ารณ์ เปน็ การพูดสนบั สนุนข้อมลู
ท่ีผู้วิจารณ์ ไดฟ้ ัง อา่ น ดมู า เพราะฉะน้นั เราจึงไมค่ วรโตแ้ ยง้
เพราะจะท้าใหผ้ ถู้ ูกวจิ ารณ์เสียกา้ ลงั ใจได้
๘ ผู้พูดแสดงความคดิ เหน็ เชงิ วจิ ารณ์ ควรเสนอแนะหรือมีความคิด
สร้างสรรคใ์ ห้เกิดประโยชน์
๙ ผูจ้ ะพูดแสดงความคิดเหน็ เชิงวิจารณ์ ควรมคี วามรู้ในเรือ่ งน้ัน
เป็นอยา่ งดีเพ่อื แสดงความคิดเห็นไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
๑๐ การพดู แสดงความคิดเห็นเชงิ วจิ ารณ์ อาจกลา่ วถึงความประพฤติของ
ผพู้ ดู ได้เพือ่ เปน็ การหกั ล้างของขอ้ มูลทไ่ี ด้กล่าวมา
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๑๓
ชอ้ นกลางสรา้ งสุขภาพ
พิจารณาขอ้ ความตอ่ ไปนแี้ ลว้ ตอบวา่ ควรปฏบิ ตั ิ หรือ ไม่ควรปฏบิ ตั ิ
๑ พดู สิ่งทเี่ ปน็ จรงิ อย่างสุภาพแม้วา่ เรอ่ื งนนั้ จะกอ่ ให้เกิด
ความเสียหายแกค่ ่สู นทนากต็ าม
๒ ขณะรว่ มสนทนาตอ้ งตงั้ ใจฟงั และมองหน้าค่สู นทนา
๓ พูดจาดูหมิน่ เหยยี ดหยาม ก้าวรา้ วคสู่ นทนา
๔ ใชภ้ าษาท่ที กุ คนในวงสนทนาเขา้ ใจ
๕ กลา่ วขอโทษอย่างสภุ าพเม่อื พดู ผดิ ตลอด
๖ รู้จกั พูดไกล่เกล่ยี ประนปี ระนอมเม่ือมปี ัญหาขดั แย้ง
๗ พดู สอดกระซบิ กระซาบกบั คนขา้ งเคยี งหรือลุกหนไี ป
เมอื่ มเี รือ่ งไมส่ บอารมณ์
๘ พูดแสดงความคดิ เห็นเกีย่ วกบั เรือ่ งสว่ นตัวของผู้อ่นื
จนเกินขอบเขต
๙ เลอื กหวั ข้อสนทนาทเี่ ป็นกลาง ๆ อย่ใู นความสนใจของ
คนสว่ นใหญ่
๑๐ เปลยี่ นเรอ่ื งสนทนาอยา่ งนมุ่ นวลเม่ือเห็นว่าเรื่องเดิม
กา้ ลงั กอ่ ใหเ้ กิดความตงึ เครยี ด
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๑๔
ช้อนกลางสร้างสุขภาพ
ยอ่ ความ
หมายถงึ การนา้ ใจความสา้ คญั ของเรอื่ งมาเรยี บเรียงใหมเ่ พอื่ ใหส้ น้ั
กระชับ และเข้าใจงา่ ย
หลักการเขยี นยอ่ ความ
๑ อา่ นเนอื้ เรื่องโดยละเอยี ดอยา่ งนอ้ ย ๒ รอบ เพือ่ ท้าความเข้าใจว่า
ใคร ท้าอะไร ท่ีไหน อย่างไร เม่ือไร มีผลอย่างไร สดุ ท้ายเป็นแบบใด
๒ แยกวา่ เนอ้ื หาทีน่ า้ เสนอเป็นการเขียนแบบใด ข้อเทจ็ จรงิ หรอื ขอ้ คิดเห็น
หรือแสดงอารมณ์
๓ บนั ทกึ เนอื้ หาทส่ี ้าคญั เป็นถ้อยคา้ ของผู้เขยี น
๔ ตัดเน้ือหาทไ่ี ม่จา้ เปน็ ออก
๕ ถา้ มีเนอ้ื หาเกย่ี วกบั คา้ พดู ตอ้ งเปลย่ี นเป็นสรรพนามบรุ ษุ ท่ี ๑
สรรพนามบุรษุ ท่ี ๒ หรือ สรรพนามบุรษุ ท่ี ๓
๖ ไมย่ อ่ ความเปน็ อักษรย่อ
๗ ใชค้ า้ สน้ั ทีส่ ดุ และเขา้ ใจงา่ ย
๘ ให้ค้าท่คี รอบคลมุ
๙ คา้ ราชาศัพทต์ ้องเขียนใหถ้ กู ตอ้ ง
รปู แบบของการยอ่ ความ มี ๒ ส่วน
๑ ส่วนน้าของการยอ่ ความ มีจุดม่งุ หมายเพ่อื ใหท้ ราบแหล่งทมี่ า
ของเรือ่ งนนั้ ๆ
๒ ใจความทยี่ ่อแล้ว ซ่งึ จะตอ้ งขึน้ ยอ่ หนา้ ใหมแ่ ละมเี พยี งยอ่ หนา้ เดยี ว
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๑๕
ช้อนกลางสรา้ งสุขภาพ ยอ่ ความ
ยอ่ ความเรือ่ ง “ไทยรวมก้าลงั ตัง้ ม่ัน”
ไทยรวมกา้ ลงั ตั้งม่นั จะสามารถป้องกนั ขนั แข็ง
ถงึ แมศ้ ตั รูผมู้ แี รง มายทุ ธแ์ ยง้ กจ็ ะปลาตไป
ขอแต่เพียงไทยเราอย่าผลาญญาติ ร่วมชาติรว่ มจติ เป็นข้อใหญ่
ไทยอย่ามุง่ รา้ ยทา้ ลายไทย จงพรอ้ มใจพรอ้ มก้าลังระวงั เมือง
ให้นานาภาษาเขานยิ ม ชมเกียรติยศฟูเฟ่ือง
ช่วยกันบ้ารุงความร่งุ เรือง ใหช้ อื่ ไทยกระเดอื่ งทว่ั โลกา
ช่วยกันเตม็ ใจใฝ่ผดงุ บ้ารงุ ทัง้ ชาตศิ าสนา
ใหอ้ ยู่จนสิ้นดินฟ้า วัฒนาเถิดไทย, ไชโย
ย่อความไดด้ งั น้ี
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๑๖
ช้อนกลางสร้างสุขภาพ ยอ่ ความ
ย่อความเรือ่ ง “ภาษาไทย ความภูมใิ จของคนในชาติ”
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ประจ้าชาติ ที่มีวิวัฒนาการต่อเนื่องมาเป็นเวลา
ช้านาน นับเป็นภมู ิปัญญาของชาติท่ีใช้ในการสื่อสาร เป็นเคร่ืองมือในการด้ารงชีวิต
และเป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ การใช้ทักษะทางภาษาในการพูด การดู การอ่าน
จากบุคคล จากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ และสภาพแวดล้อมรอบตัวจะท้าให้ช่วยพัฒนา
สติปัญญา กระบวนการคิด การวิเคราะห์ การวิจารณ์ จนเกิดเป็นความรู้ใหม่
ในปจั จุบันสงั คมไทยไดร้ บั ผลกระทบจากกระแสโลกาภวิ ฒั นเ์ ปน็ อย่างมาก ก่อให้เกิด
ปัญหาอย่างมากมาย ทั้งปัญหาด้านศีลธรรม ปัญหา การศึกษา และปัญหาสังคม
ภาษาไทยก้าลังอ่อนแอลงจนถึงขั้นระดับเป็นปัญหา จ้าเป็นต้องได้รับการเพื่อด้ารง
ความเป็นเอกลักษณ์ของชาติไทยไว้
ภาษาเป็นศักดิ์ศรีของชาติไทย เป็นส่ิงแสดงความรุ่งเรืองของชนชาติไทยและ
วัฒนธรรมไทยอย่างยิ่งยงและยาวนาน ภาษามีชีวิตมีความเปล่ียนแปลง อีกท้ัง
วิวัฒนาการ ภาษาไทยยังได้บ่งบอกถึงลักษณะของชีวิตและสังคมไทยในทุกถ่ินฐาน
ดังน้ัน ภาษาไทยจึงนับได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ท่ีแสดงถึงความเป็นชาติไทย พวกเรา
ในฐานะทีเ่ ปน็ คนไทย จงึ ควรเห็นคณุ ค่า ควรรว่ มกนั สบื สาน และอนุรกั ษภ์ าษาไทยให้
คงอยู่คูช่ าตไิ ทยสืบไป
ย่อความไดด้ งั นี้
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๑๗
ชอ้ นกลางสรา้ งสขุ ภาพ ยอ่ ความ
ย่อความเรื่อง “ท้าดีได้ดี ท้าชัว่ ได้ชัว่ ”
“ท้าดีได้ดี ท้าชั่วได้ชั่ว” น้ีเป็นความจริงอันไม่ตาย คือ ไม่รู้จักเปล่ียนแปลง
แม้จะมีคนในสมัยหน่ึงเกิดระแวงว่า ท้าไมคนท้าชั่วกลับร้่ารวยเร็ว คนท้าดีกลับ
ยากจนลง หรือเป็นอยู่ด้วยความยากล้าบากก็ตาม ความจริงก็ยังเป็นความจริงว่า
“ท้าดีไดด้ ี ทา้ ชัว่ ได้ชว่ั ” อยูต่ ามเดมิ ไมโ่ ยกคลอน ทา้ ดไี ด้ดแี น่ เพราะมันดอี ยู่ทต่ี วั การ
กระท้านั่นเอง และมันดีเสร็จแล้วต้ังแต่เม่ือท้า แต่ที่มันจะได้เงินหรืออ่ืน ๆ
ด้วยหรือไม่ น่ันเป็นอีกส่วนหนึ่ง แม้ท้าช่ัวก็เป็นอย่างเดียวกัน ช่ัวมันอยู่ท่ีตัวการ
กระทา้ นัน้ เอง ไปท้าเขา้ มันก็ช่ัวมาเสร็จแล้วต้ังแต่เม่ือท้า จะได้เงินด้วยหรือไม่นั้นอีก
ส่วนหน่ึง ฉะนั้น “ท้าดีย่อมได้ดี ท้าชั่วต้องได้ช่ัว” โดยไม่มีทางหลีกไปทางไหนพ้น
ทา้ ดไี ดด้ ีและไดเ้ งินมาดว้ ยมันก็เปน็ “เงนิ ดี” ท้าชั่วไดช้ ่วั และถ้าได้เงนิ มาด้วยมนั กเ็ ปน็
“เงินช่ัว” เงินดีท้าเจ้าของให้เป็นเจ้าของท่ีดี เย็นอกเย็นใจ เงินช่ัวท้าเจ้าของให้เป็น
“ปีศาจผู้สูบเลือดมนุษย์” ฉะน้ันแม้จะได้เงินมามากด้วยการกระท้าชั่ว ก็มีแต่จะย่ิง
ท้าเจ้าของให้เป็น “ปีศาจ” มากย่ิงข้ึนตามส่วนน่ันเอง ฉะนั้นความจริงคงหนีความ
จริงไปไมพ่ ้นว่า “ทา้ ดไี ด้ดี ท้าชัว่ ได้ช่วั ” อยู่จนตลอดกลั ปาวสานเปน็ อย่างน้อย
ย่อความไดด้ งั นี้
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๑๘
ชอ้ นกลางสร้างสุขภาพ ย่อความ
ย่อความเรื่อง “ครอบครวั พอเพยี ง”
พ่ขี ้าวและน้องนนุ่ เปน็ พน่ี อ้ งกัน ทกุ ๆ วนั ทั้งสองคนตนื่ นอนแตเ่ ชา้ เพอ่ื ชว่ ยพอ่
และแม่ เตรียมอาหารใส่บาตรพระในตอนเช้า บริเวณหน้าบ้านของพ่ีข้าวและน้องนุ่น
ซ่ึงมีดอกไม้หลายชนิดก้าลังออกดอกบานสะพร่ังมองดูสวยงาม และพืชผักสวนครัว
ทปี่ ลูกรมิ รวั้ บา้ น ออกดอกออกผลหลากหลายชนิด
ทุกวันหลังเลิกเรียนในตอนเย็น พ่ีข้าวและน้องนุ่นจะช่วยพ่อรดน้าพรวนดิน
ให้ดอกไม้ และพืชผักสวนครัวเป็นประจ้า และจะช่วยพ่อเก็บใบมะกรูด กะเพรา
ผักต้าลึง ฟักทอง ถั่วฝักยาว ไปให้แม่ท้าอาหาร และที่เหลือก็แบ่งปันเพื่อนบ้านบ้าง
และถา้ มีมากก็นา้ ไปขาย ท่ีตลาดในหม่บู ้าน
ยอ่ ความไดด้ ังนี้
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๑๙
ชอ้ นกลางสร้างสุขภาพ ยอ่ ความ
ใส่เครอ่ื งหมาย / หน้าขอ้ ความที่ถูก และใสเ่ ครื่องหมาย x หน้าขอ้ ท่ผี ดิ
๑ การย่อความจะเหมาะกบั คนท่ีมอี าชพี ครเู ทา่ นนั้
๒ การยอ่ ความอาจดัดแปลงเนื้อหาบางตอนเพอ่ื ใหก้ ระชับขึ้น
๓ นา้ ขอ้ ความที่ขดี เส้นใตม้ าเขยี นต่อ ๆ กัน จนจบเรื่องทจ่ี ะยอ่
๔ อา่ นเรือ่ งท่ีตอ้ งการยอ่ อยา่ งละเอยี ดแล้วคอ่ ยย่อความ
๕ การยอ่ ความจะตอ้ งมีสว่ นขยายต่างๆ ครบถว้ น
๖ การยอ่ ความคา้ ท่ีเปน็ ราชาศพั ทใ์ ห้คงคา้ ราชาศัพท์น้นั ไว้
๗ การยอ่ ความท่ดี ตี ้องมกี ารสรปุ ข้อคดิ ของเร่อื งด้วย
๘ การย่อความแตล่ ะครงั้ ตอ้ งมีแบบฟอร์มบอกที่มาของเรอ่ื ง
๙ การยอ่ เร่ืองใหเ้ ปลยี่ นสรรพนามบุรษุ ท่ี ๑ หรือ ๒ ไปเป็นบรุ ุษท่ี ๓
๑๐ การยอ่ ความควรมีความยาวไมเ่ กินคร่ึงหนงึ่ ของเน้ือความเดิม
๑๑ มาลียอ่ บทรอ้ ยกรองเร่ืองพระอภัยมณี จาก ๑๐ บทเหลือ ๕ บท
๑๒ สมรกั ษเ์ ปลีย่ นค้าว่า “เสวย” เปน็ “รบั ประทาน” ในการยอ่ ความ
๑๓ อนุชติ ไมส่ นใจรปู แบบของการย่อความ เพราะคดิ ว่าไม่ส้าคญั
๑๔ นงนชุ อา่ นเร่ืองใหเ้ ขา้ ใจโดยตลอด กอ่ นลงมอื ย่อความ
๑๕ นฤดีสรุปใจความจากรอ้ ยกรองเปน็ รอ้ ยแกว้ ในการย่อความ
๑๖ อษุ ายงั คงเครอื่ งหมายอญั ประกาศไว้ เม่อื มีการยอ่ ความ
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๒๐
ช้อนกลางสรา้ งสขุ ภาพ
เลือกค้าตอบท่ถี กู ตอ้ งทีส่ ุด
๑ พ่อแมพ่ าภไู ปงานใด ข. งานทา้ บุญขนึ้ บ้านใหม่
ก. งานเลี้ยงของบรษิ ัท ง. งานสงั สรรค์วนั ขนึ้ ปใี หม่
ค. งานแตง่ งาน ข. ลุง นา้
ง. ปู่ ย่า
๒ ขอ้ ใดท่ีแสดงว่าเปน็ ญาติทางพอ่ ข. พ่ีสิน
ก. นา้ อา ง. นา้ แตง
ค. ตา ยาย ข. แบบขันโตก
ง. แบบดินเนอร์
๓ ผทู้ ่ภี ไู ปรว่ มงานแตง่ งาน คือใคร
ก. พส่ี น
ค. นา้ แดง
๔ ในงานนมี้ ีการจัดเลี้ยงอาหารแบบใด
ก. แบบโต๊ะจีน
ค. แบบบุฟเฟต์
ใชข้ ้อความนีต้ อบคา้ ถามข้อ ๕-๙
“การกินเลี้ยงแบบน้ี ทุกคนต้องช่วยเหลือตัวเอง ควรตักอาหารพออิ่ม อย่าตัก
มากจนล้นจาน กนิ ไม่หมดต้องเหลือทิ้งเสียดายของ อายคนดว้ ย เขาจะมองว่าเราเปน็
คนตะกละ เห็นแก่กิน ถ้ายังไม่อมิ่ กไ็ ปตักใหมไ่ ด้”
๕ จากข้อความการกินเล้ยี งแบบน้ีหมายถึงการกินเลี้ยงแบบใด
ก. แบบโต๊ะจนี ข. แบบพ้ืนบา้ นทวั่ ไป
ค. แบบบุฟเฟต์ ง. แบบคอ็ กเทล
๖ ผูก้ ลา่ วขอ้ ความน้มี จี ดุ ประสงคใ์ ด
ก. อบรม ข. ชแี้ จง
ค. ตกั เตือน ง. ส่งั สอน
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๒๑
ช้อนกลางสร้างสขุ ภาพ
เลือกค้าตอบทถ่ี ูกต้องท่สี ดุ
๗ ขอ้ ความน้นี า่ จะเกย่ี วขอ้ งกบั เรื่องใดมากทส่ี ุด
ก. มารยาทในการรับบรกิ าร ข. มารยาทในการเขา้ สังคม
ค. มารยาทในการใหบ้ ริการ ง. มารยาทในการรับประทานอาหาร
๘ ขอ้ ใดกล่าวถึงลกั ษณะงานเลีย้ งแบบบฟุ เฟตไ์ ดถ้ กู ต้อง
ก. มบี ริกรคอยเสิรฟ์ อาหารใหท้ ี่โตะ๊
ข. ตักอาหารรับประทานและเกบ็ ลา้ งเอง
ค. ทกุ คนชว่ ยเหลอื ตัวเองในการตกั อาหาร
ง. นงั่ ทานบนโต๊ะกลม มีคนคอยให้บริการ
๙ ข้อใดที่ไมไ่ ด้กล่าวถงึ ในขอ้ ความ
ก. การชว่ ยเหลอื ตวั เอง
ข. การตกั อาหารเพิ่มเมื่อไมอ่ ่ิม
ค. การตักอาหารแต่พออิม่
ง. การเข้าแถวตกั อาหาร
๑๐ แม่สอนภวู า่ อย่างไรในการตักอาหารรบั ประทาน ยกเว้นข้อใด
ก. ควรตักอาหารพอดี ข. อย่าตกั จนล้นจาน
ค. ตักให้พออิ่ม ง. ตักของทช่ี อบมาก ๆ เดี๋ยวหมด
๑๑ ถ้านกั เรียนไดร้ บั เชญิ ไปงานแต่งงาน ควรปฏิบัติตนอยา่ งไรจงึ จะได้ชือ่ ว่าเปน็ การ
ให้เกยี รติค่บู ่าวสาว
ก. แต่งกายสภุ าพ สวยงาม ไปรว่ มงาน
ข. มากอ่ นเวลาเริ่มงาน ๑ ช่วั โมง
ค. ดม่ื กนิ อย่างเต็มทเ่ี พอื่ ใหเ้ จา้ ภาพภมู ใิ จ
ง. ส่งเสยี งโหร่ ้องเมือ่ คู่บ่าวสาวกล่าวขอบคณุ บนเวที
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๒๒
ชอ้ นกลางสร้างสขุ ภาพ
เลือกคา้ ตอบที่ถูกต้องทส่ี ุด
๑๒ ข้อใดไมค่ วรปฏิบัติมากทีส่ ุดในการรบั ประทานอาหารรว่ มกนั
ก. เปิดโอกาสให้เดก็ และสตรีกอ่ น
ข. ตักอาหารแตพ่ ออม่ิ อย่าใหเ้ หลอื ทง้ิ
ค. ใชช้ ้อนกลางตกั อาหารเขา้ ปาก
ง. เขา้ แถวตกั อาหารอยา่ งเปน็ ระเบยี บ
๑๓ การใชช้ ้อนกลางดีตอ่ สขุ ภาพอยา่ งไร
ก. ชว่ ยให้เจริญอาหาร รบั ประทานได้มาก
ข. ช่วยป้องกนั การแพรเ่ ชอ้ื โรคไปสูผ่ อู้ ื่น
ค. ชว่ ยใหร้ า่ งกายแขง็ แรง มีความต้านทานโรค
ง. ถกู ทุกขอ้ ทีก่ ลา่ วมา
๑๔ ข้อใดไม่ใชเ่ หตผุ ลส้าคญั ทไ่ี ม่ควรตักอาหารจนล้นจาน
ก. เปน็ การเสียมารยาท
ข. จะถกู มองวา่ เป็นคนตะกละ
ค. ทา้ ใหเ้ จา้ ภาพตอ้ งจ่ายคา่ อาหารมากเกินไป
ง. ท้าใหเ้ สยี ของเพราะตอ้ งทงิ้ อาหารทเี่ หลอื ไป
๑๕ พีส่ ินชอบเล่นดนตรชี นดิ ใด
ก. ขลุย่ ข. เปียโน
ค. ไวโอลิน ง. กีตาร์
๑๖ พี่สนิ ปว่ ยเข้าโรงพยาบาล ด้วยโรคใด
ก. ไวรสั ตบั อกั เสบเอ ข. ไวรัสตับอกั เสบบี
ค. ไวรสั ตับอกั เสบซี ง. ไวรัสตบั อกั เสบดี
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๒๓
ช้อนกลางสร้างสุขภาพ
เลอื กคา้ ตอบทถี่ กู ต้องท่สี ดุ
๑๗ โรคไวรสั ตบั อกั เสบ มกี ชี่ นิด ข. ๓ ชนดิ
ก. ๒ ชนดิ
ค. ๔ ชนดิ ง. ๕ ชนิด
๑๘ ไวรสั ตับอกั เสบเอ พบมากในผปู้ ว่ ยใด
ก. คนแก่ ผู้สงู อายุ ข. ผู้ใหญท่ ั่ว ๆ ไป
ค. เด็กเลก็ ๆ จนถึงวัยหน่มุ สาว ง. ไม่จา้ กัดวัย
๑๙ ผทู้ ี่เป็นโรคไวรัสตบั อกั เสบเอ ถ้าเป็นแลว้ จะเปน็ อยา่ งไร
ก. จะหายขาดไมเ่ ป็นอกี
ข. เป็นแล้วกเ็ ปน็ อีกได้
ค. เปน็ แลว้ ตายสถานเดียว
ง. เปน็ แล้วจะเป็นคนวกิ ลจริต
๒๐ ไวรสั ตับอกั เสบใดที่อาจทา้ ให้เกดิ โรคมะเรง็ ในตบั
ก. ไวรัสตับอกั เสบ เอ
ข. ไวรสั ตบั อกั เสบ บี
ค. ไวรัสตับอกั เสบ ซี
ง. ไวรัสตับอักเสบ ดี
๒๑ โรคไวรสั ตับอักเสบตดิ ต่อได้หลายทาง ยกเว้นขอ้ ใด
ก. ตดิ ตอ่ ทางเลือด
ข. ตดิ ตอ่ ทางอาหาร
ค. ทางนา้ ลาย
ง. ทางการใชส้ ง่ิ ของรว่ มกนั
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๒๔
ช้อนกลางสรา้ งสขุ ภาพ
เลอื กค้าตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุด
๒๒ ข้อใดกลา่ วไม่ถูกตอ้ งเกี่ยวกบั โรคไวรัสตบั อกั เสบ
ก. เกิดจากเชื้อไวรัส ผา่ นทางลมหายใจและน้าลาย
ข. ทพี่ บบ่อยมี ๓ ชนดิ คือ ไวรัสตบั อกั เสบเอ บี และซี
ค. เปน็ สาเหตหุ นงึ่ ท่ีทา้ ใหเ้ กิดโรคมะเร็งตับ
ง. เกิดได้ง่ายถ้าทานอาหารรว่ มกนั โดยไม่ใช้ชอ้ นกลาง
๒๓ การปอ้ งกันโรคไวรสั ตับอักเสบเบือ้ งต้นควรทา้ อยา่ งไร
ก. ล้างมอื ก่อนรับประทานอาหาร
ข. เลือกอาหารและนา้ ดื่มทสี่ ะอาด
ค. ใชช้ ้อนกลางตกั อาหาร ไมใ่ ชแ้ ก้วนา้ ร่วมกัน
ง. ถูกทุกข้อทีก่ ลา่ วมา
๒๔ คนที่ไมใ่ ชช้ อ้ นกลางเปน็ คน แบบใด
ก. คนไมส่ นใจมารยาท
ข. คนที่เอาแต่ความสะดวกสบาย
ค. เปน็ คนชอบความสนกุ สนาน
ง. คนที่เห็นแกต่ วั
๒๕ จากเรื่องนส้ี อนอะไรใหแ้ ก่เรามากทส่ี ดุ
ก. การเขา้ แถวเพื่อรบั ประทานอาหารเพอื่ ตักอาหารแบบบุฟเฟต์
ข. รจู้ ักการรับประทานอาหารแบบโต๊ะจีน
ค. การป้องกันตวั จากเหตอุ ันไมพ่ งึ ประสงค์
ง. การใช้ช้อนกลางเพอ่ื รับประทานอาหาร
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๒๕
ช้อนกลางสรา้ งสุขภาพ
เลอื กคา้ ตอบท่ีถูกต้องที่สุด
๒๖ “ความคิดเห็นทง้ั หมดทคี่ ุณศกั ดเ์ิ สนอมานัน้ นบั วา่ ยอดเย่ยี มมาก สามารถนา้ ไป
ปฏิบตั ิได้ และจะเหน็ ผลได้อย่างทันตา ผมคดิ วา่ เปน็ สิ่งทีน่ ่าสนับสนนุ เป็นอยา่ งย่งิ
อยา่ งไรกต็ ามผมคิดว่าความเห็นของคุณพงศน์ ่าสนใจกวา่ ”
ขอ้ ความข้างต้นเปน็ การใชภ้ าษาแบบใด
ก. การแสดงความคิดเห็นโต้แยง้
ข. การแสดงความคิดเหน็ เชงิ สนบั สนุน
ค. การแสดงความคดิ เหน็ โน้มนา้ ว
ง. การแสดงความคดิ เหน็ เชงิ อภปิ ราย
๒๗ ขอ้ ใดแสดงว่าผพู้ ูดรูจ้ กั ใช้ภาษาในการโต้แยง้
ก. ตามทค่ี ุณกลา่ วมาน้ัน ผมมีความเห็นตา่ งไปว่า เราควรจะ....
ข. ทคี่ ณุ กล่าวมาน้นั คงไมถ่ กู นกั ผมวา่ เราควรจะ....
ค. ที่คุณกลา่ วมานน้ั ก็ถูกอยู่หรอก แต่ผมกลบั เหน็ วา่ เราควร...
ง. ตามที่คณุ กล่าวมานัน้ ผมไม่เหน็ ด้วย ผมวา่ เราควรจะ....
๒๘ ข้อใดเป็นการพดู โตแ้ ย้งไดน้ ่มุ นวลท่ีสดุ
ก. ทค่ี ุณพูดมานั้น ผมเหน็ ดว้ ยในหลักการ แตค่ ดิ วา่ คงทา้ ยาก ผมจงึ ขอเสนอ
ความคดิ ใหม่
ข. ความคิดของคณุ ดี แตบ่ างเร่ืองก็ไมเ่ หมาะ อยา่ งผมจะดกี ว่าไหมครบั
ค. ความคิดของคณุ ก็ถกู แต่เหมาะกับบางสถานการณ์ ดังน้นั จงเลกิ ความคิด
ของคุณเสยี เถิด
ง. เกบ็ ความคดิ ของคุณไวก้ อ่ น มีเพียงบางคนที่ทา้ ไดอ้ ยา่ งน้นั น่าจะท้าตาม
ขอ้ เสนอของผมมากกวา่
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หน้า ๒๖
ช้อนกลางสร้างสุขภาพ
เลือกค้าตอบท่ถี กู ต้องท่ีสุด
๒๙ “คณุ คิดอยา่ งไรดิฉันไมส่ นใจ ขอเพียงคณุ ฟังความคิดของฉนั ” ข้อโตแ้ ยง้ นมี้ ี
นา้ เสียงและความหมายตรงกับข้อใดมากทส่ี ุด
ก. ดิฉนั มีความเห็นตา่ งจากคณุ
ข. ดิฉนั ไม่เหน็ ดว้ ยกบั ความคิดของคุณ
ค. ดิฉันคดิ อย่างนีใ้ ครจะท้าไม
ง. คุณอาจคิดอย่าง ดฉิ ันคดิ อยา่ ง แตค่ ุณควรฟงั ดฉิ ัน
๓๐ ใครพูดแสดงความคดิ เห็นเชงิ วิจารณ์อยา่ งไม่เหมาะสม
ก. ลดาวลั ยพ์ ดู วจิ ารณ์ในเชิงสรา้ งสรรค์
ข. ปองขวัญใช้ถ้อยคา้ กระทัดรดั ชัดเจนในการพดู วิจารณ์
ค. นิธิพูดวจิ ารณ์เรื่องสว่ นตัวของผู้อื่น
ง. วาสนาพูดวจิ ารณ์โดยยกตัวอย่างประกอบ
๓๑ การเขียนยอ่ ความคอื อะไร
ก. การนา้ ประโยคส้าคัญ ๆ ของเร่ืองมาเรียงตดิ ตอ่ กัน
ข. การจับใจความของเรอ่ื งแลว้ เขียนด้วยสา้ นวนของผู้ย่อเอง
ค. การจับใจความสา้ คัญของเร่ืองด้วยส้านวนของเจา้ ของความเดิม
ง. คอื รปู แบบการเขียนที่มีคา้ นา้ เป็นสาระสา้ คญั ของขอ้ ความ
๓๒ การเขยี นยอ่ ความควรมีกย่ี ่อหนา้
ก. ยอ่ หนา้ เดยี ว
ข. เท่าจา้ นวนย่อหน้าของเนือ้ เร่ืองเดิม
ค. สามยอ่ หน้า คอื ค้าน้า เนื้อเร่อื ง สรุป
ง. สองย่อหน้า คือ ย่อหนา้ ค้านา้ และยอ่ หนา้ เนื้อความ ซึ่งมกั ย่อเหลือเพยี ง
ย่อหนา้ เดยี ว
บทท่ี ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๒๗
ช้อนกลางสร้างสขุ ภาพ
เลือกค้าตอบทีถ่ กู ตอ้ งทส่ี ุด
๓๓ ขอ้ ความใดไมไ่ ด้กล่าวถึงวิธกี ารเขียนยอ่ ความ
ก. เขียนค้าน้าตามแบบ
ข. คงค้าราชาศัพทไ์ ว้
ค. คงค้าสรรพนามเดมิ ไว้
ง. ใชส้ ้านวนภาษาของผยู้ อ่
๓๔ การเขยี นย่อความควรปฏิบัติตามข้อใด
ก. ตัดค้าราชาศพั ท์ทิ้งไป
ข. เปลย่ี นส้านวนเป็นของผ้ยู อ่
ค. ยอ่ หนา้ ทุกครัง้ ทขี่ นึ้ ตอนใหม่
ง. เปล่ยี นค้าราชาศพั ท์เปน็ ค้าสามัญ
๓๕ การเขยี นย่อความควรใช้วิธีเขียนอย่างไรจึงจะดที ี่สดุ
ก. อ่านวิเคราะห์ไปพรอ้ มกับเขียนยอ่ ไป
ข. ตคี วามแต่ละยอ่ หน้าแล้วน้ามาเขียนเรยี งล้าดบั ด้วยสา้ นวนของตนเอง
ค. อ่านจบั ใจความส้าคญั แลว้ จึงเรียบเรียงเปน็ ขอ้ ความด้วยส้านวนตนเอง
ง. ขดี เสน้ ใตข้ ้อความที่เปน็ ใจความส้าคัญแลว้ นา้ มาเรยี บเรยี งเขียนให้
ตอ่ เนือ่ งกัน
๓๖ ขอ้ ควรท้าในการเรยี บเรยี งการเขยี นย่อความคอื ขอ้ ใด
ก. เรียงลา้ ดับเรือ่ งตามแบบเรอ่ื งเดมิ เสมอ
ข. เรยี งให้กลับกนั กบั เรื่องเรอื่ งเดิม
ค. เรยี งล้าดับตามความพอใจของผยู้ ่อ
ง. เรียงใหส้ มั พนั ธต์ อ่ เน่ืองกนั
บทที่ ๑๐ ภาษาพาที ป.๖ หนา้ ๒๘
ชอ้ นกลางสร้างสขุ ภาพ
เลือกคา้ ตอบท่ีถกู ตอ้ งทส่ี ุด
ใช้ขอ้ ความต่อไปนีต้ อบคา้ ถามขอ้ ๓๗-๔๐
๑) ความสขุ ของมนษุ ยม์ ีหลายอยา่ ง หลายมติ ิ
๒) บางอยา่ งก็ฉาบฉวย บางอย่างก็ลกึ ซง้ึ
๓) ถา้ เราฝึกใจฝึกนสิ ยั ให้มคี วามสขุ อยา่ งแทจ้ ริง
๔) ความสขุ ก็จะอยกู่ ับเราไม่หลุดลอยไปจากตวั เราได้ง่าย
๓๗ ขอ้ ใดเป็นใจความสา้ คัญ
ก. ข้อ ๑) ข. ข้อ ๒)
ค. ขอ้ ๓) ง. ข้อ ๔)
๓๘ ขอ้ ความใดทสี่ ามารถตดั ทิง้ ไดโ้ ดยไมเ่ สียความ
ก. ขอ้ ๑) ข. ขอ้ ๒)
ค. ข้อ ๓) ง. ขอ้ ๑) และ ๒)
๓๙ ขอ้ ใดเป็นยอ่ ความท่ดี ีทส่ี ุด
ก. ความสขุ มหี ลายอยา่ งทั้งฉาบฉวยและลึกซ้งึ
ข. ความสุขจะอยู่กบั เราและไม่หลุดไปจากเรา
ค. ความสขุ ทีแ่ ท้จริงของมนุษยม์ หี ลายมติ ิที่ฝกึ ฝนได้
ง. การฝกึ ใจและนสิ ยั ใหม้ คี วามสขุ อย่างแทจ้ ริง จะทา้ ใหค้ วามสุขอยู่กับเรา
๔๐ ข้อใดคอื สว่ นประกอบส้าคญั ของยอ่ ความทีถ่ ูกตอ้ งท่สี ดุ
ก. สว่ นคา้ น้าและสว่ นแหลง่ ข้อมลู
ข. ขอ้ มูลเกยี่ วกบั ผู้แต่งและแหล่งขอ้ มลู
ค. ส่วนค้าน้าและสว่ นทเี่ ปน็ เนื้อหาสาระใจความของเรอื่ ง
ง. ลักษณะของเรอ่ื งท่ีนา้ มายอ่ และใจความส้าคญั ของเร่อื ง