แบบจำลองอะตอม
ของทอมสัน
หลอดรังสีแคโทดของ
เซอร์วิลเลียม ครูกส์
ก่อนจะก้าวไปถึงแบบจำลองอะตอมของทอมสัน StartDee
ขอเกริ่นเรื่องหลอดรังสีแคโทดของเซอร์วิลเลียม ครูกส์ (Sir
William Crookes) ก่อน โดยนักวิทยาศาสตร์ท่านนี้ได้นำ
แนวคิดที่ว่า “ปรากฏการณ์ฟ้ าร้องและฟ้ าผ่า สามารถทำให้
แก๊สที่ปกติจะไม่นำไฟฟ้ า เปลี่ยนมานำไฟฟ้ าได้ในสภาวะที่
ความดันต่ำ และความต่างศักย์สูงมาก” มาใช้ประดิษฐ์หลอด
รังสีแคโทด ประกอบไปด้วยหลอดแก้วที่มีความดันต่ำมาก มี
ขั้วเป็นแผ่นโลหะ (Electrode) 2 ขั้ว โดยเรียกแผ่นโลหะด้าน
ลบว่า ขั้วแคโทด (Cathode) และแผ่นโลหะด้านบวกว่า ขั้ว
แอโนด (Anode) นอกจากนั้น ยังวางฉลากเรืองแสงที่ฉาบด้วย
ZnS (ซิงค์ซัลไฟด์) ไว้ภายใน โดยขนานไปกับความยาวของ
หลอดด้วย
จากนั้น เซอร์วิลเลียม ครูกส์ ได้ปล่อยกระแสไฟฟ้ า 10,000
โวลต์ เข้าไปในหลอดแก้วดังกล่าว ผลปรากฏว่า เห็นเส้นเรือง
แสงสีเขียวจปรากฎบนฉากเรืองแสง พุ่งจากขั้วแคโทดไปยังขั้ว
แอโนด โดยเรียกรังสีนี้ว่า "รังสีแคโทด"
จากการดัดแปลงหลอดรังสี
แคโทด สู่การคันพบอิเล็กตรอน
ของทอมสัน
เซอร์โจเซฟ จอห์น ทอมสัน (Sir Joseph John Thomson) ได้
ทำการศึกษาหลอดรังสีแคโทดเพิ่มเติม โดยดัดแปลงหลอดรังสี
แคโทดของเซอร์วิลเลียม ครูกส์ใหม่เพื่อให้รังสีมีลักษณะเรียว
เล็ก โดยการทำให้รังสีพุ่งผ่านรูกลมที่เจาะด้านแอโนด จากนั้นให้
รังสีนี้วิ่งผ่านสนามไฟฟ้ า ปรากฏว่า รังสีดังกล่าวเบี่ยงเบนเข้าหา
ขั้วบวกเสมอ เพราะฉะนั้น รังสีนี้ต้องเป็นประจุลบ ซึ่งต่อมาถูก
ตั้งชื่อว่า “อิเล็กตรอน (Electron)”
ยังไม่หยุดอยู่แค่นี้ ! ทอมสันยังทดลองต่อไปโดยเปลี่ยนโลหะที่
ใช้เป็นขั้วแคโทดและชนิดของแก๊สไปเรื่อย ๆ ปรากฏว่าผลการ
ทดลองไม่ต่างจากเดิม นั่นทำให้ทอมสันสรุปง่าย ๆ ได้ว่า
“อะตอมของธาตุทุกชนิดต้องมีอนุภาคที่เป็ นประจุลบเป็ นองค์
ประกอบอยู่อนุภาคนี้เรียกว่า อิเล็กตรอน”
นอกจากนั้น ทอมสันยังสามารถคำนวณหาอัตราส่วนประจุต่อ
มวลของอนุภาคไฟฟ้ าในรังสีแคโทดด้วย โดยทดลองผ่านสนาม
แม่เหล็กหรือสนามไฟฟ้ าอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้รังสีเบนไปจาก
แนวเดิม จากนั้นใช้อีกสนามหนึ่งมาขืนให้รังสีกลับมาเป็นเส้น
ตรงเหมือนเดิม ในภาวะเช่นนี้แสดงว่าแรงจากสนามแม่เหล็ก
และแรงจากสนามไฟฟ้ าสมดุลกัน ทำให้ทอมสันหาอัตราส่วน
ประจุต่อมวล (e/m) ของอนุภาคได้ 1.759 × 108 คูลอมบ์ต่อ
กรัม
การหาค่าประจุของอิเล็กตรอน
โดยวิธีหยดน้ำมันของรอเบิร์ต
แอนดรูส์ มิลลิแกน
พอมีคนค้นพบอิเล็กตรอนแล้ว จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่นัก
วิทยาศาสตร์ท่านอื่น ๆ จะเกิดนึกสงสัยเรื่องค่าของมัน โดยนัก
วิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองเรื่องนี้จนสำเร็จคือ รอเบิร์ต แอน
ดรูส์ มิลลิแกน (Robert Andrews Millikan)
มิลลิแกนได้ทำการพ่นน้ำมันเป็ นละอองเม็ดเล็กให้ตกลงมาระ
หว่างแผ่นโลหะ 2 แผ่น จากนั้นใช้รังสีเอกซ์ไปกระตุ้นให้
อิเล็กตรอนให้หลุดออกจากอะตอมของแก๊สในอากาศ เมื่อ
อิเล็กตรอนหลุดออกมาแล้วจะไปเกาะติดบนหยดน้ำมัน (หยด
น้ำมันบางหยดมีอิเล็กตรอนเกาะเพียงตัวเดียว ในขณะที่บาง
หยดมีมากกว่า 1 ตัว) ซึ่งจะตกลงมาตามแรงโน้ มถ่วงของโลก
ซึ่งมิลลิแกนได้ทำการผ่านกระแสไฟฟ้ าเข้าไปจนหยดน้ำมันลอย
นิ่งแสดงให้เห็นว่า แรงโน้ มถ่วงของโลกเท่ากับแรงทางไฟฟ้ า
แล้วคำนวณหาค่าประจุออกมาได้ 1.6 × 10-19 คูลอมบ์
ประจุลบ ก็ต้องค้นพบประจุ
บวก กับการทดลองของออย
เกน โกลด์ชไตน์
ออยเกน โกลด์ชไตน์ (Eugen Goldstein) ได้นำหลอดรังสีแค
โทคมาเจาะรูเพิ่มด้านแคโทด และยังเพิ่มขั้วอีก 2 ขั้วเพื่อทำให้
เกิดสนามไฟฟ้ า ผลปรากฏว่า รังสีที่ออกมากลับเบนไปทาง
ขั้วลบ แสดงว่า ในรังสีนี้ประกอบไปด้วยอนุภาคที่มีประจุเป็น
บวก เพื่อความแม่นยำ โกลด์ชไตน์ได้ลองเปลี่ยนแก็สภายใน
เป็นชนิดอื่น ๆ ปรากฎว่ารังสีที่ออกมาจากด้านแคโทดตกคนละ
ตำแหน่งกัน สรุปได้ว่า ค่าประจุต่อมวลของอนุภาคบวกไม่คงที่
ขึ้นอยู่กับธาตุแต่ละชนิด
แบบจำลองอะตอม
ของทอมสัน
ได้ทำการทดลองเกี่ยวกับการนำไฟฟ้าของแก๊สในหลอดรังสี
แคโทด พบว่ามีรังสีออกจากขั้วแคโทดไปยังขั้วแอโนด เรียกว่า
รังสีแคโทด เมื่อรังสีแคโทดเคลื่อนที่ผ่านสนามไฟฟ้า จะเบน
เข้าหาขั้วบวกของสนามไฟฟ้า แสดงว่า
รังสีแคโทด ประกอบด้วย อนุภาคที่มีประจุลบ
และสามารถคำนวณอัตราส่วนของประจุต่อมวล (e/m) ของ
รังสีแคโทดได้ พบว่าอัตราส่วนประจุต่อมวลของรังสีแคโทดมี
ค่าเท่ากับ 1.76×108 คูลอมบ์ต่อกรัม (C/g) ทุกครั้ง โดย
เปลี่ยนชนิดของแก๊สและโลหะที่ใช้ทำขั้วแคโทด
สรุปว่า อะตอมทุกชนิดมีอนุภาคที่มีประจุลบ (รังสีแคโทด)
เป็นองค์ประกอบ และต่อมาเรียกอนุภาคนี้ว่า อิเล็กตรอน
(Electron)
การเสนอแบบจำลองอะตอม
จึงเสนอแบบจำลองอะตอมว่า
"อะตอมมีลักษณะเป็ นทรงกลม ซึ่งมีประจุไฟฟ้ าเป็ นบวก และ
มีอิเล็กตรอนซึ่งมีประจุไฟฟ้ าเป็ นลบกระจายอย่างสม่ำเสมอ
อยู่บนพื้นผิว และมีจำนวนประจุลบเท่ากับประจุบวก ทำให้
อะตอมเป็ นกลางทางไฟฟ้ า"
สรุปแบบจำลองอะตอม
ของทอมสัน
สรุปจากการทดลองเรื่องหลอดรังสีแคโทด พบว่าอะตอมยัง
สามารถแบ่งแยกได้อีกซึ่งไม่เป็ นไปตามแบบจำลองที่ดอลตันได้
เสนอไว้ เพราะภายในอะตอมจะมีอนุภาคที่มีประจุลบและประจุ
บวกอยู่
ดังนั้น แบบจำลองอะตอมของทอมสันจึงที่มีลักษณะเป็นทรง
กลมมีประจุบวกและประจุลบกระจายตัวอยู่ทั่วอะตอมอย่าง
สม่ำเสมอโดยประจุลบจะฝั งตัวอยู่ในเนื้ อของประจุบวกอีกที
1.นายชยพัทธ์ไชยริปูชั้น4/4เลขที่2
2.นายปฏิภาณ หมื่นนาทีชั้น4/4เลขที่6
3.นายปรัชญาศรประดิษฐ์ชั้น 4/4 เลขที่8
4.นายธรรมสรณ์ ศิริสำเภาชั้น4/4เลขที่18