การเพาะ
เลี้ยง
เนื้อเยื่อ
TISSUE CULTURE
ก
คำนำ
รายงานเล่มนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ในการศึกษาในรายวิชาการดำรงชีวิตและ
ครอบครัว3โดยมีเนื้อหาการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ ผู้จัดทำหวังว่ารายงานเล่มนี้จะเป็น
ประโยชน์ตือผู่ที่สนใจได้มีแนวทางในการศึกษาเพื่อนำไปสู่การเรียนต่อไป
ธนกฤต เอกเรื่อง
ผู้จัดทำ
สารบัญ ข
คำนำ ก
สารบัญ ข
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 1
ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 2
ประเภทของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 4
อาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 8
เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช 9
ประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ 10
บรรณานุกรม 11
1
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เป็นความเจริญก้าวหน้าในด้านการเกษตรเกี่ยวกับ
พืช ที่มีการพัฒนาเทคนิคในการขยายพันธุ์แบบใหม่ ที่ทำให้ได้พืชต้นใหม่ จำนวน
มาก อย่างรวดเร็วในเวลาอันจำกัด โดยมีคุณภาพดีเหมือนเดิม
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ หมายถึง การนำเอาส่วนใดส่วนหนึ่งของพืช ไม่ว่า
จะเป็นอวัยวะเนื้อเยื่อเซลล์ หรือเซลล์ไม่มีผนัง มาเลี้ยงในอาหารเลี้ยงในสภาพ
ปลอดเชื้อจุลิทรีย์ และอยู่ในสภาพควบคุมอุณหภูมิ แสงและความชื้นเพื่อให้
เซลล์พืชที่นำมาเพาะเลี้ยงนั้น ปราศจากเชื้อที่มารบกวนและทำลายการเจริญ
เติบโตของพืช
2
ขั้นตอนการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมีวิธีการทำ 5 ขั้นตอน ดังนี้
1. การเตรียมอาหาร คือ การเตรียมอาหาร คือ การนำธาตุอาหารหลักที่พืช
ต้องการในการเจริญเติบโต และธาตุอาหารรองมาผสมกับวุ้น ฮอร์โมนพืช
วิตามินและน้ำตาล ในอัตราส่วนที่เหมาะสม แล้วนำไปฆ่าเชื้อ ใส่ลงในขวดอาหาร
เลี้ยง บางครั้งอาจหยดสีลงไป เพื่อให้สวยงามและสังเกตได้ชัดเจน
ธาตุอาหารที่พืชต้องการ
• ธาตุอาหารหลัก ได้แก่ ไนโตรเจน ฟอสฟอรัส โปรตัสเซียม แคลเซียม แมกนีเซี่
ยมและกำมะถัน
• ธาตุอาหารรอง ได้แก่ ธาตุอาหารที่จำเป็นน้อย เช่น เหล็ก แมงกานีส สังกะสี
ทองแดง
3
2. การฟอกฆ่าเชื้อส่วนเนื้อเยื่อ คือ เป็นวิธีการใช้สารเคมีหรือวิธีการต่าง ๆ ที่
ทำให้ชิ้นส่วนของพืชที่นำมาเลี้ยงในอาหารเลี้ยง ปราศจากเชื้อจุลินทรีย์ต่าง ๆ
3. การนำเนื้อเยื่อลงขวดเลี้ยง เป็นการนำเอาชิ้นส่วนของพืชที่ฟอกฆ่าเชื้อแล้ว
วางลงบนอาหารเลี้ยงที่ปลอดเชื้อ โดยใช้เครื่องมือและปฏิบัติการในห้องหรือตู้
ย้ายเนื้อเยื่อโดยเฉพาะ
4. การนำขวดเลี้ยงเนื้อเยื่อไปเลี้ยงเป็นการนำเอาขวดอาหารเลี้ยงที่มีชิ้นส่วน
ของเนื้อเยื่อไปเลี้ยงไว้บนเครื่องเขย่า เพื่อให้อากาศได้คลุกเคล้าลงไปในอาหาร
ทำให้แร่ธาตุ, ฮอร์โมนและสารอาหารต่าง ๆ ช่วยกระตุ้นให้เนื้อเยื่อที่นำมาเลี้ยง
บนอาหารนั้น เกิดต้นอ่อนของพืชจำนวนมาก
5. การย้ายเนื้อเยื่อออกจากขวด เมื่อกลุ่มของต้นอ่อนเกิดขึ้น ให้แยกต้นอ่อน
ออกจากกัน เพื่อนำไปเลี้ยงบนอาหารเลี้ยงใหม่ จนต้นอ่อนแข็งแรงดีแล้ว จึง
นำต้นอ่อนที่สมบูรณ์ออกจากขวด ปลูกในแปลงเลี้ยงต่อไปประโยชน์ของการ
เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
4
ประเภทของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
พืชประกอบไปด้วยอวัยวะต่างๆ มากมาย ซึ่งแต่ละอวัยวะประกอบด้วย
เนื้อเยื่อหลายชนิด ประเภทของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อแบ่งตามส่วนของพืชที่นำมา
ขยายพันธุ์ได้เป็น 7 ประเภท ดังนี้
1.การเพาะเลี้ยงคัพภะ (embryo culture)
การเพาะเลี้ยงคัพภะ หมายถึง การนำ เอาคัพภะ หรือต้นอ่อนของพืชที่เพิ่ง
เริ่มพัฒนาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติจากถุงรังไข่ของพืชมาเพาะเลี้ยงบนอาหาร
สังเคราะห์ เพื่อให้เกิดเป็น แคลลัส หรือเกิดเป็นต้นพืชโดยตรง รวมทั้งการชักนำ
ให้เกิดคัพภะจากเซลล์หรืออวัยวะอื่น เช่น ใบเลี้ยง ช่อดอกอ่อน เมล็ดอ่อน โดย
ชักน าให้เกิดคัพภะโดยตรง หรือชักนำให้เกิดแคลลัสแล้ว พัฒนาเป็นคัพภะต่อไป
การเพาะเลี้ยงคัพภะนำมาแก้ไขปัญหาอัตราความงอกของเมล็ดที่ต่ำในเมล็ดพืช
บางชนิด หรือในเมล็ดของพืชที่เกิดจากการผสมข้ามชนิด หรือข้ามสกุลที่ยากต่อ
การ เจริญเติบโตและพัฒนา ในสภาพตามธรรมชาติรวมทั้งแก้ไขปัญหาการพักตัว
ที่ยาวนานของเมล็ด พืชบางชนิด
5
2.การเพาะเลี้ยงอวัยวะ (organ culture)
การเพาะเลี้ยงส่วนต่างๆ ของอวัยวะพืชที่แยกออกมา เช่น ยอด ข้อ
ปล้อง ราก ใบ ดอก และผล ในสภาพปลอดเชื้อ วิธีการเพาะเลี้ยงแบบนี้ทำได้ง่าย
และรวดเร็ว
3.การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเจริญ (meristem culture)
การเพาะเนื้อเยื่อเจริญเป็นการตัดเอาเนื้อเยื่อเจริญที่ปลายยอดมาเลี้ยง
เนื้อเยื่อเจริญมีขนาดเล็กมากต้องทำการผ่าตัดภายใต้กล้องจุลทรรศน์เป็นการ
เพาะเลี้ยงเพื่อให้ได้ชิ้นส่วน ที่ปลอดไวรัสแล้วนำไปเพาะเลี้ยงเพิ่มปริมาณขยาย
พันธุ์ต่อไป
4.การเพาะเลี้ยงแคลลัส (callus culture)
แคลลัสเป็นเซลล์พื้นฐานที่อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ยังไม่กำหนดทิศทางการ
เปลี่ยนแปลง หรือพัฒนาไปเป็นเนื้อเยื่อหรืออวัยวะใด เนื้อเยื่อพืชเกือบทุกชนิด
สามารถนำมาชักนำการสร้าง แคลลัสได้ซึ่งการชักนำการสร้างแคลลัสเริ่มต้น
จากการคัดเลือกเนื้อเยื่อพืชมาทำการเพาะเลี้ยงบนอาหารสังเคราะห์ที่มีธาตุ
อาหารพืชร่วมกับสารควบคุมการเจริญเติบโตในระดับที่เหมาะสม เนื้อเยื่อพืชจะ
เกิดการแบ่งเซลล์พัฒนาเป็นแคลลัส แคลลัสเป็นเนื้อเยื่อพื้นฐานของระบบการ
เพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช และนำมาใช้ประโยชน์หลายด้าน เช่น การขยายพันธุ์เพื่อ
ชักนำให้เกิดต้นพืชปริมาณมากใช้ในกระบวนการผลิตเซลล์ไร้ผนัง (protoplast)
การผลิตสารเคมีการผลิตพืชให้ ต้านทานต่อโรคแมลงศัตรูพืช และทนทานต่อ
สภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม รวมทั้งการใช้เป็นเนื้อเยื่อเป้าหมายในการเก็บรักษา
เชื้อพันธุกรรม (cryopreservation)
6
5.การเพาะเลี้ยงโปรโตพลาสต์(protoplast culture)
โปรโตพลาสต์เป็นเซลล์ที่ปราศจากผนังเซลล์ (cell wall) เหลือแต่เยื่อหุ้ม
เซลล์ (cell membrane) ห่อหุ้มองค์ประกอบของเซลล์เอาไว้ สำหรับวิธีการ
กำจัดผนังเซลล์ที่ใช้อยู่มี ด้วยกัน 2 วิธี คือ วิธีกล (mechanical method) โดย
การสร้างบาดแผลหรือทำให้ผนังเซลล์เกิดการ ฉีกขาดจากใบมีดที่ผ่านการฆ่าเชื้อ
แล้วทำให้เซลล์ที่เหลือหลุดออกจากผนังเซลล์ และวิธีย่อยด้วย เอนไซม์
(enzymatic method) เนื้อเยื่อที่มีความเหมาะสมนำมาสกัดเซลล์ไร้ผนัง ได้แก่
เนื้อเยื่อที่มีอายุน้อย เช่น แคลลัส ใบอ่อน รากอ่อน และละอองเกสรตัวผู้
ประโยชน์ของการ เพาะเลี้ยงโปรโตพลาสต์ ได้แก่ การนำมาใช้ในกระบวนการ
ปรับปรุงพันธุ์และการสร้างพืชพันธุ์ใหม่ จากพืชต่างสกุลโดยวิธีรวมโปรโต
พลาสต์(protoplast fusion) รวมทั้งใช้เป็นเนื้อเยื่อเป้าหมายใน ระบบการส่ง
ถ่ายยีน
7
6.การเพาะเลี้ยงอับเรณูและละอองเรณู(anther and pollen culture)
อับเรณูที่ยังเจริญไม่เต็มที่ (immature anther) หรือละอองเรณู
(microspore)ซึ่งผ่าน การแบ่งตัวแบบไมโอซิสมาแล้วสามารถนำมาเพาะ
เลี้ยงให้เกิดเป็นพืชต้นใหม่ได้ ซึ่งต้นพืชที่ได้จะมีโครโมโซมเป็นแฮพลอยด์(n)
สามารถนำมาทำการเพิ่มจำนวนโครโมโซม วิธีการนี้ทำให้เกิดพืชพันธุ์แท้
(homozygous)
7.การเพาะเลี้ยงเซลล์แขวนลอย (cell suspension culture)
เซลล์แขวนลอยเป็นเซลล์เดี่ยวๆ หรือกลุ่มเซลล์ขนาดเล็กที่ได้จากการ
เพาะเลี้ยง เนื้อเยื่อพืชในอาหารเหลวบนเครื่องหมุนเหวี่ยงอาหารเนื้อเยื่อที่
เหมาะสมต่อการชักนำให้เกิดเซลล์แขวนลอย ได้แก่ เนื้อเยื่อแคลลัส ซึ่งเป็น
กลุ่มเซลล์ที่มีการเกาะตัวกันหลวมๆ ง่ายต่อการกระจาย ออกเป็นเซลล์เดี่ยวๆ
การเพาะเลี้ยงเซลล์แขวนลอยถูกนำมาใช้ศึกษาถึงกระบวนการเมแทบอลิซึม
ภายในเซลล์การศึกษาการทำงานของเอนไซม์และการแสดงออกของยีน
ตลอดจนเพื่อการผลิตเซลล์ไร้ผนังและคัพภะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป
8
อาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
อาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในการ
ขยายพันธุ์พืช การพิจารณาคัดเลือกอาหารเพื่อให้เหมาะสมกับการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
พืชแต่ละชนิดนั้นขึ้นอยู่กับชนิดของพืชและจุดประสงค์การผลิต
ประเภทของอาหาร
อาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมี 2 ประเภท คือ อาหารแข็ง (solid medium) กับ
อาหาร เหลว (liquid medium) อาหารแข็งใช้วุ้น (agar) ในการปรับสารละลายอาหาร
ให้มีสภาพเป็น ของแข็ง ความเข้มข้นของวุ้นที่ใช้กันแพร่หลายและได้ผลดี คือ 0.8
เปอร์เซ็นต์ของปริมาตรอาหาร ทั้งหมด ส่วนอาหารเหลวเนื้อเยื่อจะจมหรือแขวนลอย
อยู่บนกระดาษกรองที่จุ่มในอาหารเหลว ตลอดเวลา เนื้อเยื่อที่จมอยู่ในอาหารเหลวอาจ
ถูกคนที่ความเร็ว 100 - 160 รอบต่อนาที เพื่อช่วย ในการหายใจของพืช
ส่วนประกอบของอาหาร
อาหารเลี้ยงเนื้อเยื่อมีอยู่ด้วยกันหลายสูตร เช่น สูตรมูราชิกิและสกูท
(Murashigi and Skoog: MS) สำหรับเพาะเลี้ยงพืชทั่วไป และสูตรวาซินและเว้นซ์
(Vacin and Went: WV) เพาะเลี้ยงกล้วยไม้ เป็นต้น และมักมีชื่อเรียกตามผู้คิดค้น
สูตรอาหารขึ้นมา ซึ่งผู้นำไปใช้อาจมีการ ดัดแปลงสูตรอาหารให้เหมาะสมกับงานต่อไป
อาหารเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อประกอบไปด้วยธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืช
9
เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืช
การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชถูกกล่าวถึงครั้งแรกโดย Gottlieb
Haberlandt นักพันธุศาสตร์ชาวออสเตรีย ในปี ค.ศ. 1902 เทคนิคดังกล่าว
ถูกพัฒนามาตลอดช่วงต้นศตวรรษที่ 19 โดยเริ่มจากการเพาะเลี้ยงบางส่วน
ของพืช เช่น เอมบริโอ และเนื้อเยื่อเจริญบริเวณปลายยอดและปลายราก ขณะ
ที่การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชอย่างแท้จริงเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1934 โดย Roger J.
Gautheret สามารถเพาะต้น Sycamore บนอาหารสังเคราะห์สูตร Knop's
solution แข็งที่เติมน้ำตาลและวุ้นที่ได้จากสาหร่าย อย่างไรก็ตามในช่วงแรก
ของการพัฒนากลับพบปัญหาในการทำให้เนื้อเยื่อพืชมีการพัฒนาเป็นยอด ราก
หรือลำต้นตามต้องการ จึงเริ่มนำสารควบคุมการเจริญเติบโตพืชมาใช้โดยตอน
แรกมีการใช้น้ำมะพร้าวมาผสมกับอาหารสังเคราะห์ ต่อมาจึงเริ่มปรับใช้สาร
สังเคราะห์ในการชักนำให้เนื้อเยื่อพืชมีการเจริญและพัฒนาเป็นต้นอย่าง
สมบูรณ์ หลังจากที่มีการปรับใช้สารควบคุมการเจริญเติบโตพืชมาใช้ ก็มีการ
ปรับปรุงอาหารสังเคราะห์ โดยการศึกษาคุณสมบัติของธาตุอาหารพืชหลายๆ
ชนิด
10
ประโยชน์ของการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ
1. เพื่อการผลิตต้นพันธุ์พืชปริมาณมากในเวลาอันรวดเร็ว
2. เพื่อการผลิตพืชที่ปราศจากโรค
3. เพื่อการปรับปรุงพันธุ์พืช
4. เพื่อการผลิตพืชพันธุ์ต้านทาน
5. เพื่อการผลิตพืชพันธุ์ทนทาน
6. เพื่อการผลิตยาหรือสารเคมีจากพืช
7. เพื่อการเก็บรักษาพันธุ์พืชมิให้สูญพันธุ์
11
บรรณานุกรม
ทีมงานทรูปลูกปัญญา./(2564).//การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ./09 กุมภาพันธ์ 2565,
/จากhttps://www.trueplookpanya.com
ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร กรมวิชาการเกษตร./(2559).//การเพาะเลี้ยเนื้อเยื่อ
กล้วย./09 กุมภาพันธ์ 2565,/จากhttps://www.kubotasolutions.com
ธัญญา ทะพิงค์แก./(2554).//การขยายพันธุ์โดยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ./10 กุมภาพันธ์
2565,/จากhttp://www.facagri.cmru.ac.th