คำมูล
คำมูล 1.เป็นคำดงั้ เดิม
2. มำจำกภำษำอะไรก็ได้
3.ในภำษำอำจมีพยำงคเ์ ดยี วหรือหลำยพยำงคก์ ็ได้
4.ถำ้ มหี ลำยพยำงคแ์ ยกไม่ได้ แยกแลว้ เนำ่ เปน็ คำมลู
คำมูล
คำมูลพยำงคเ์ ดยี ว เช่น เพลง หิว นัง่ ไมล์ ก๋ง กำ๊ ซ
คำมูลหลำยพยำงค์ เปน็ คำมูลทอ่ี อกเสยี งตง้ั แต่ 2 พยำงค์ข้ึนไป อำจเปน็
คำไทยแท้ หรอื คำทม่ี ำจำกภำษำอน่ื ก็ได้ เช่น มะละกอ กะลำสี บะหมี่
บิดำ เสวย นำฬกิ ำ เครดติ
นำฬกิ ำ = นำ + ฬิ + กำ
คำประสม
1. เกดิ จำกกำรนำเอำคำมูล 2 คำมำรวมกัน
2. คำมูลทน่ี ำมำรวมกัน ห้ำมควำมหมำย เหมอื น คล้ำย ตรงขำ้ ม
3. ต้องเกิดคำใหมแ่ ละมีควำมหมำยใหม่ หรือเหลอื เคำ้ เดมิ อยบู่ ้ำง
4. คำย่อ “กำร ควำม ของ นัก ชำว ชำ่ ง เคร่ือง ท่ี โรง แม่ หมอ ผู้”
คำประสม
คำมลู สองคำขน้ึ ไปรวมกัน ไม่เกิดคำใหม่ ไม่เกิดควำมหมำยใหม่
ไม่ใช่ คำประสม เช่น
หำงเสอื หมำยถึง หำงของเสือ เป็นวลี ไม่ใช่ คำประสม
หมำยถึง หำงเสอื เรือ เป็นคำประสม
ปิดปำก หมำยถึง เอำมือปดิ ปำก เปน็ วลี ไมใ่ ช่ คำประสม
หมำยถงึ ถกู ฆำ่ ปิดปำก เปน็ คำประสม
คำประสม
ลกั ษณะควำมหมำยของคำประสม
1.คำประสมท่เี กดิ ควำมหมำยใหม่แต่ ยงั มเี คำ้ ควำมหมำยเดมิ เช่น
เตำ + ผิง = เตำผงิ (เตำทท่ี ำดว้ ยอฐิ สำหรบั ก่อไฟผงิ ในหนำ้ หนำว)
2.คำประสมทเ่ี กดิ ควำมหมำยเปลยี่ นไปจำกเดมิ เช่น
ของ + รอ้ น = ของร้อน (ของผดิ กฎหมำย)
ขำย + ตวั = ขำยตัว (เอำชื่อเสยี งแลกเงนิ )
คำประสม
โครงสรำ้ งคำประสม
1) คำนำม + คำนำม เช่น รถรำง รถไฟฟ้ำ นำ้ ปลำ ฯลฯ
2) คำนำม + คำสรรพนำม เชน่ พระคณุ เจำ้ ข้ำพระพุทธเจำ้
3) คำกรยิ ำ + คำกริยำ เชน่ ต้มยำ กนั ชน จดจำ
4) คำกริยำ + คำนำม เชน่ กินใจ ตหี นำ้ ฯลฯ
คำประสม
โครงสร้ำงคำประสม
5) คำกรยิ ำ + คำวเิ ศษณ์ เช่น หลับใน ถือดี ดถู กู ฯลฯ
6) คำวิเศษณ์ + คำนำม เช่น หลำยใจ ร้อนตวั ฯลฯ
7) คำบพุ บท + คำนำม เชน่ นอกใจ ถงึ ที่ นอกเรื่อง
คำประสม
ข้อสังเกตเกี่ยวกับคำประสม
1) คำนำม เช่น นำ้ ปลำ แม่นำ้ ชำ่ งไม้ ตู้เยน็ ฯลฯ
2) คำสรรพนำม เชน่ พระคณุ เจ้ำ ขำ้ พระพทุ ธเจ้ำ ตวั เอง
3) คำกริยำ เชน่ แก้ไข ยกเลกิ เตน้ รำ ขนสง่ ออ่ นใจ
4) คำวิเศษณ์ เช่น ใจดำ ขี้เหร่ น่ำเกลยี ด หลำยใจ
5) คำอุทำน เช่น แม่เจ้ำโว้ย อุ๊ยตำย ว้ำยตำเถร
คำประสม
ข้อสงั เกตเกย่ี วกับคำประสม
6) คำประสมทเ่ี กดิ จำกกำรยอ่ คำให้กะทัดรัดข้นึ
ชำว = ชำวบ้ำน ชำวเมือง กำร =กำรบำ้ น กำรไฟฟ้ำ
ช่ำง = ช่ำงยนต์ ชำ่ งกล แม่ = แม่นำ้ แมบ่ ้ำน
นกั = นกั เรยี น นกั รบ ควำม = ควำมมืด ควำมดี
คำซ้อน
1. เกิดจำกกำรนำเอำคำมูล 2 คำมำรวมกัน
2. คำมูลทีร่ วมกันตอ้ ง เหมอื น คลำ้ ย ตรงข้ำม
3. หำ้ ม นำคำตำ่ งชนดิ กันมำซ้อนกนั เช่น
มลู ทเ่ี ป็นคำนำม + มูลที่เป็นคำกริยำ (ไมไ่ ด)้ **
คำซอ้ น
คำซอ้ น แบง่ ออกเปน็ 2 ชนดิ
1. คำซอ้ นเพ่อื ควำมหมำย มดี งั นี้
*ควำมหมำยคงเดมิ เชน่ สญู หำย กกั ขัง คดั เลอื ก อุ้มชู
*ควำมหมำยกว้ำงออก เชน่ ข้ำวปลำ ตับไตไสพ้ ุง ป่ำดงพงไพร
*ควำมหมำยเปลยี่ นแปลง เช่น ขมขื่น เหลยี วแล ซักฟอก
(ยำ้ ยท)ี่
คำซอ้ น
2. คำซอ้ นเพ่ือเสยี ง มดี งั นี้
(1) ซอ้ นเสยี งพยญั ชนะตน้ เชน่ เร่อร่ำ ท้อแท้ จรงิ จัง
(2) ซอ้ นเสยี งสระ เช่น รำบคำบ แรน้ แคน้ เบอ้ เร่อ
(3) ซอ้ นเสยี งพยัญชนะตน้ และสระ เชน่ อัดอนั้ รวบรวม
(4 ) ซอ้ นด้วยพยำงคท์ ีไ่ ม่มคี วำมหมำย แตม่ ีเสยี งสมั พันธ์
กบั คำทีม่ คี วำมหมำย เช่น พยำยงพยำยำม ฯลฯ
คำซอ้ น
( 5 ) ซ้อนดว้ ยคำท่ีมคี วำมหมำยใกล้เคยี งแลว้ เพมิ่ พยำงค์
ใหเ้ สยี งสมดลุ กัน เชน่ สะกดิ สะเกำ ขโมยขโจร ฯลฯ
( 6) คำซ้อน ๔ - ๖ พยำงคจ์ ะมีเสยี งสมั ผสั ภำยในคำ
เช่น ขำ้ เกำ่ เตำ่ เลย้ี ง ถว้ ยโถโอชำม ฯลฯ
คำซ้อน
ควำมหมำยของคำซ้อน
1) ควำมหมำยชดั เจนยง่ิ ขนึ้ เชน่ ใหญ่โต หมำยถึงใหญม่ ำก เงียบสงดั
หมำยถงึ เงยี บทสี่ ดุ
2) ควำมหมำยของอกี คำแปลคำอกี คำ เชน่ เส่อื สำด
สำดเปน็ ภำษำถิน่ มคี วำมหมำยว่ำ เสอ่ื
คำซอ้ น
ควำมหมำยของคำซอ้ น
3) ควำมหมำยเชิงอปุ มำ เช่น เจ็บไข้ คับแคน้ เดอื ดร้อน ถำกถำง
4) ควำมหมำยกวำ้ งขึ้น เชน่ ขำ้ วปลำอำหำร หมำยถงึ อำหำรทงั้ หมด
5) ควำมหมำยแคบลง เช่น หัวหู หมำยถึง หวั
เท็จจริง หมำยถงึ ควำมจริง
คำซำ
เป็นกำรกลำ่ วซำ้ โดยใชเ้ ครื่องหมำย “ๆ” แต่
1. ตอ้ งเขียนเหมอื นกนั
2. มคี วำมหมำยเหมอื นกนั
3. ทำหนำ้ ที่เดยี วกัน
4. ซำ้ โดยเปลีย่ นเสยี งวรรณยกุ ตก์ ็ได้
คำซำ
ชนิดของคำซำ้
1) คำซ้ำทใ่ี ช้ไมย้ มกกำกบั เช่น เด็ก ๆ อรอ่ ย ๆ ฯลฯ
2) คำซำ้ ท่ีเปลย่ี นเสยี งวรรณยกุ ตแ์ รกให้สงู ขน้ึ เช่น ด๊ีดี เช้ยเชย
เบ๊อื เบ่ือ ฯลฯ
คำซำ
ควำมหมำยของคำซำ้
1) ควำมหมำยตำ่ งไปจำกเดมิ เช่นของกลว้ ย ๆ หมำยถงึ ง่ำยมำก
เจบ็ ออด ๆ แอด ๆ หมำยถึง เจบ็ ปว่ ยอยบู่ อ่ ย ๆ
2) เพ่อื ควำมหมำยเบำลง เชน่ พีย่ กเสอื้ ผำ้ ให้ ดสู ยิ งั ใหม่ ๆ อย่เู ลย
หมำยถึงอยู่สภำพใหม่แตไ่ มใ่ ช่ของใหม่
คำซำ
3) ควำมหมำยแยกเป็นจำนวนสว่ น ๆ เช่น
หั่นเนอ้ื เปน็ ชน้ิ ๆ กอ่ นทอด หมำยถึง แบ่งเปน็ ชิน้ แยกจำกกัน
จดั เสอ้ื ผ้ำเป็นตู้ ๆ ไป หมำยถึง จัดทีละตู้
4) ควำมหมำยเพิ่มขึ้นมำกกว่ำหน่งึ เช่น
เด็ก ๆ มำกนิ ข้ำวเร็ว หมำยถงึ มีเดก็ หลำยคน
ลูก ๆ ทำกำรบ้ำนเสรจ็ หรอื ยัง หมำยถึงมีลกู หลำยคน
คำซำ
5) ควำมหมำยแสดงอำกำรทต่ี อ่ เนอื่ ง เช่น
ฝนตกปรอย ๆ มำตงั้ แตห่ วั คำ่ อำรม์ พ่ี ูด ๆ อย่แู ล้วก็เปน็ ลม
6) ควำมหมำยแสดงกำรกะประมำณไมเ่ จำะจง เช่น
เจอกันตอนเยน็ ๆ นะ หมำยถึง ประมำณตอนเยน็ ไม่กำหนดวำ่ เวลำใด
บ้ำนฉนั อยแู่ ถว ๆ ตลำด
หมำยถึงอยใู่ นละแวกน้นั ๆ ไม่เจำะจงวำ่ ตรงไหน
คำซำ
7) ควำมหมำยชดั เจนยงิ่ ขนึ้ หนักข้ึน เชน่
ฉันว่ำเธอแต่งหนำ้ เค้มเขม้ หมำยถงึ เขม้ มำก
คณุ ลซิ ำ่ แตง่ ตวั สว้ ยสวย หมำยถึง สวยมำก
8) ควำมหมำยเลียนเสยี งธรรมชำติ เชน่
แมวรอ้ งเหมยี ว ๆ ฝนตกจก๊ั ๆ
ควำมร้เู สริมคำซำ
1. คำซ้ำโดยท่วั ไปจะมไี ม้ยมกกำกบั แตค่ ำซ้ำในคำประพันธ์ไม่นยิ มใช้
ไม้ยมก เช่น เรือ่ ยเรื่อยมำเรียงเรียง
๒. คำซำ้ ทใี่ ช้เสยี งวรรณยุกต์เสยี งสงู ไมน่ ิยมใชไ้ ม้ยมก แต่เขยี นสะกดตำม
เสียง เช่น ดด๊ี ี รก๊ั รกั
๓. คำบำงคำออกเสยี งซ้ำแตไ่ มใ่ ช่คำซ้ำ จะใชไ้ ม้ยมกไม่ได้
เชน่ ใช้ยำงลบลบให้สะอำดนะ