~1~
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 1
เรยี นรกู้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์
คาถามกอ่ นเรียน
1. วทิ ยาศาสตร์ หมายถึงอะไร
2. วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์ หมายถงึ อะไร
3. อธิบายและใช้วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์ในการแสวงหาความรู้
4. ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ หมายถงึ อะไร
5. อธบิ ายและใชท้ ักษะการสังเกต ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมูล
ทกั ษะการจาแนกประเภท และทักษะการพยากรณ์ ในการแสวงหา
ความรู้
6. จติ วิทยาศาสตร์ หมายถึงอะไร มอี ะไรบ้าง
ความคดิ รวบยอด
วิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ หมายถึง กระบวนการหรอื วิธกี ารแสวงหาความรู้ ความจรงิ จากธรรมชาติ
อย่างมีระบบเพอื่ อธบิ ายและทาความเข้าใจเกีย่ วกับธรรมชาติและสง่ิ แวดล้อมต่างๆ โดยการสังเกต
ทดลอง การวิเคราะหอ์ ยา่ งมี เหตผุ ล มจี ติ วิทยาศาสตรห์ รือเจตคตวิ ทิ ยาศาสตรม์ กี ารใชว้ ิธกี ารทาง
วิทยาศาสตร์ เพือ่ ให้ไดม้ าซึง่ ความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ที่เปน็ ที่ยอมรับ และเช่อื ถอื ได้
~2~
วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์
วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ เปน็ วิธีการทนี่ ักวิทยาศาสตรใ์ ชใ้ นการหาความรู้
มี 5 ข้ันตอน ขน้ั ที่ 1 ตัง้ คาถาม ข้นั ท่ี 2 คาดคะเนคาตอบ ขน้ั ท่ี 3 รวบรวมขอ้ มูล ขั้นท่ี 4
วเิ คราะห์ขอ้ มลู และขัน้ ที่ 5 สรุปผล
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ โดยจัดแบง่
ออกเปน็ 2 หมวด คือ ทกั ษะพ้ืนฐาน หรือทกั ษะเบือ้ งตน้ ประกอบด้วย 8 ทักษะ ไดแ้ ก่
1) การสงั เกต 2) การจาแนกประเภท 3) การวัด 4) การใช้จานวน 5) การลงความเหน็ จาก
ข้อมูล 6) การจดั กระทาและส่อื ความหมายข้อมูล 7) การหาความสมั พันธ์ของสเปซกบั เวลา
8) การพยากรณ์ ทักษะทั้ง 8 ทกั ษะนี้เหมาะสาหรบั นกั เรียนระดับประถมศึกษา และทักษะขั้น
บูรณาการ หรอื ทักษะข้ันผสม เปน็ ทักษะกระบวนการขั้นสงู ทม่ี ีความซับซอ้ นมากขึ้นเพอ่ื แสวงหา
ความรู้ เหมาะสาหรับนกั เรียนระดับมธั ยมศกึ ษา
จิตวิทยาศาสตร์
จิตวิทยาศาสตร์ หมายถึง ลกั ษณะนสิ ัยของบุคคลทเ่ี กดิ ข้ึนจากการศกึ ษาหาความรโู้ ดย
ใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ประกอบด้วยลกั ษณะตา่ ง ๆ เชน่ เปน็ คนมีเหตุผล มีความ
รบั ผิดชอบ มคี วามสนใจใฝ่รู้ มีความซอ่ื สตั ย์ มคี วามละเอียดรอบคอบ ใจกวา้ งและยอมรบั ฟัง
ความคดิ เห็นของผอู้ ่นื
ขอบข่ายเนอื้ หา ~3~
1. วธิ ีการทางวิทยาศาสตร์
มี 5 ข้ันตอน
ขน้ั ที่ 1 ตง้ั คาถาม
ข้นั ท่ี 2 คาดคะเนคาตอบ
ขนั้ ที่ 3 รวบรวมข้อมูล
ขน้ั ท่ี 4 วิเคราะหข์ ้อมลู
ขนั้ ที่ 5 สรปุ ผล
หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1
เรียนรู้
กระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตร์
3. จิตวทิ ยาศาสตร์ 2. ทกั ษะกระบวนการ
ทางวทิ ยาศาสตรข์ ้ัน
- เปน็ คนมีเหตุผล พื้นฐาน 4 ทกั ษะ
- มีความรับผิดชอบ (ในชนั้ ป.1)
- มคี วามสนใจใฝ่รู้
- มคี วามซ่ือสตั ย์ - การสงั เกต
- มคี วามละเอยี ดรอบคอบ - การจาแนกประเภท
- ใจกว้าง และยอมรบั ฟัง - การพยากรณ์
ความคิดเห็นของผู้อ่ืน - การลงความเหน็ จากขอ้ มลู
~4~
เนอื้ หา หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 เรยี นรูก้ ระบวนการวทิ ยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ หมายถงึ อะไร
วิทยาศาสตร์ หมายถงึ ความรู้เกี่ยวกับสง่ิ ต่าง ๆ ตามธรรมชาติและกระบวนการคน้ คว้า
หาความรู้อยา่ งมีขัน้ ตอน มีระเบยี บแบบแผน โดยมีเหตผุ ลและหลกั ฐานสามารถพสิ ูจนไ์ ด้
วธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์
วิธกี ารทางวิทยาศาสตร์ เป็นกระบวนการทางานของนักวทิ ยาศาสตรท์ ่มี รี ะเบียบ
ขั้นตอน ประกอบดว้ ยข้ันตอนสาคญั ดงั น้ี
ขั้นที่ 1 ตั้งคาถามเพ่ือหาคาตอบ อย่างชดั เจนว่าเกิดอะไรข้ึน
ขนั้ ท่ี 2 คาดคะเนคาตอบ
ข้ันที่ 3 รวบรวมข้อมลู
ข้นั ท่ี 4 การวิเคราะห์ข้อมูล
ขั้นท่ี 5 สรปุ ผล
คาชแี้ นะ ในบางคร้งั ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ เราไมต่ ้องทาการทดลองก็ได้ แต่อาศัยการ
สงั เกตและจดบันทกึ ทกุ ๆ วนั เชน่ การสงั เกตและจดบันทึกการข้ึนของดวงอาทติ ย์ การสังเกตและ
จดบันทกึ การเจรญิ เติบโตของตน้ กลา้
ภาพจาก https://sites.google.com/site/krunewkew 289
~5~
ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ในการศกึ ษาวิทยาศาสตร์ จาเป็นจะต้องใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์เพอื่ นาไปสู่
การคน้ หาความรู้ จากการสารวจ ตรวจสอบ หรอื จากการทดลอง ทกั ษะกระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ มีท้งั หมด 14 ทักษะ ซึง่ เปน็ ทกั ษะพืน้ ฐาน 8 ทักษะ และทักษะขน้ั สูง 6 ทกั ษะ
ดังแผนภูมิภาพตอ่ ไปน้ี
ทกั ษะขนั้ พืน้ ฐาน ทกั ษะขนั้ สงู
ทกั ษะการสงั เกต ทกัทษกั ษะกะการาตรตงั้ งั้
สมสมมตุ มิฐตุ าิฐนาน
ทกั ษะการวดั
ทกั ษะการ
ทกั ษะการจาแนก กาหนดนิ ยาม
ทกั ษะการหา นิ ยาม
ความสมั พนั ธ์
ทกั ษะการกาหนด
ควบคมุ ตวั แปร
ทกั ษะการคานวณ ทกั ษะการ
ทดลอง
ทกั ษะการสื่อความหมาย
ทกั ษะการลงความคิดเหน็ ทกั ษะการตีความ
หมายและสรปุ ผล
ทกั ษะการพยากรณ์
ทกั ษะการสร้าง
แบบจาลอง
ภาพจาก https://imagineering.co.th/wp-content/uploads/2018/
~6~
1. ทกั ษะการสังเกต
การสงั เกต จะนามาสกู่ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นความสามารถในการใช้
ประสาทสัมผัสอย่างใดอย่างหนง่ึ หรอื หลาย ๆ อย่างเข้าไปสารวจวัตถุหรือปรากฏการณต์ ่าง ๆ
ในธรรมชาตหิ รือจากการทดลอง โดยไม่ลงความคิดเห็นหรอื การคาดคะเนของผู้สังเกตลงไป
ประสาทสมั ผัสทง้ั 5 อย่าง ได้แก่
การดู
การฟังเสียง
การดมกล่นิ
การชมิ รส
และการสมั ผัส
ขอ้ มลู ท่ีได้จากการสังเกต แบ่งได้เป็น
ข้อมลู เชิงคณุ ภาพ
ขอ้ มูลเชงิ ปริมาณ
ขอ้ มลู เชิงการเปล่ียนแปลง
2. ทกั ษะการจาแนกประเภท
จาแนก การแบ่ง การแยกออก
ประเภท สว่ นที่แบ่งย่อยออกไป เป็นพวก เปน็ ชนดิ หรอื เป็นกล่มุ
ทักษะการจาแนกประเภท เปน็ ความสามารถในการแยกแยะ จัดพวกหรือจัดกล่มุ ส่งิ
ตา่ ง ๆ ทสี่ นใจ เชน่ วตั ถุ ส่ิงมีชีวติ ดาวและเทหวตั ถตุ า่ ง ๆ หรอื ปรากฏการณ์ที่ต้องการศกึ ษา
ออกเปน็ หมวดหมู่ นอกจากน้ียังหมายถงึ ความสามารถในการเลอื กและระบเุ กณฑห์ รือ
ลกั ษณะร่วมลกั ษณะใดลักษณะหนึ่งของสิ่งต่าง ๆ ที่ต้องการจาแนก
การจาแนกสงิ่ ของทมี่ ีรูปร่างตา่ ง ๆ โดยอาศยั ลกั ษณะด้านเป็นเกณฑ์
วงกลม สามเหล่ียม หกเหลย่ี ม สีเ่ หล่ียม
~7~
การจาแนกสัตว์โดยอาศยั อาหารเป็นเกณฑ์
สตั ว์กินเนื้อเปน็ อาหาร สัตวก์ นิ พชื เปน็ อาหาร
การจาแนกผลและผลไม้โดยอาศัยลกั ษณะการประกอบอาหารเปน็ เกณฑ์
ผักเปน็ ส่งิ ที่มนษุ ยน์ าส่วนใดส่วนหน่งึ ผลไมเ้ ป็นผลผลติ จากพืชแตเ่ น้นบรโิ ภค
เชน่ ผล ใบ ราก ดอก มาประกอบอาหาร เปน็ หลกั และมีนา้ ตาลฟรกุ โตสใหร้ สหวาน
การจาแนกกระดมุ โดยอาศัยสเี ปน็ เกณฑ์
สเี หลือง สีฟ้า
สแี สด สีมว่ ง
สีดา สีเขียว
สแี ดง สีขาว
สนี ้าเงิน
สีชมพู
ความสามารถที่แสดงการเกดิ ทักษะการจาแนก
– สามารถเรยี งลาดับ และแบ่งกลุ่มของวัตถุ โดยใช้
เกณฑไ์ ดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
– สามารถอธิบายเกณฑใ์ นเรียงลาดบั หรือแบง่ กลุ่มได้
~8~
3. ทกั ษะการวดั
ทกั ษะการวัด หมายถงึ ความสามารถในการเลือกใช้เครอื่ งมือในการจัดปรมิ าณตา่ ง ๆ
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม รวมถงึ ความสามารถในการหาปริมาณของส่ิงต่าง ๆ จากเครื่องมือทีเ่ ลอื กใช้
ออกมาเปน็ ตวั เลขไดถ้ ูกตอ้ งและรวดเร็ว พรอ้ มระบหุ น่วยของการวดั ได้อย่างถกู ตอ้ ง
เราอาจใชส้ ว่ นตา่ ง ๆ ของรา่ งกาย เช่น นิว้ ฝ่ามอื เส้นผม วัดสิ่งของต่าง ๆ หรืออาจใช้
เครื่องมอื วัด ทไ่ี ด้มาตรฐาน และเหมาะสมกับส่ิงที่ต้องการวดั เช่น ใชถ้ ว้ ยตวง ไมบ้ รรทดั เครื่องชัง่
การวัดเปน็ วิธีท่ีทาให้เรารู้ขอ้ มลู เก่ียวกับน้าหนกั ความยาว ปริมาณ จงึ หมายถึงการช่งั และ
การตวงด้วย
เครือ่ งมือวดั ความยาว เปน็ การวดั ขนาดความยาว ความกวา้ งของสงิ่ ต่าง ๆ โดยใช้
เครือ่ งมอื เหล่านี้
ไมบ้ รรทัด ตลับเมตร สายวดั ตวั
เชือก เสน้ ดา้ ย
สายวดั ชนิดตลบั ไมเ้ มตร
ไม้บรรทดั ไม้โพรแทรกเตอร์
ไม้เมตร
สายวดั ตัว ใช้วดั สิง่ ของทม่ี คี วามยาวไมม่ ากนัก
สายวัดชนดิ ตลับ ใชว้ ดั ผ้า ระยะทาง ความห่างเป็นเมตร
ใช้วดั ตวั ในการตัดเส้อื ผ้า
ใชว้ ัดระยะทางที่ยาว
~9~
ภูผาต้องการวัดความยาวของดินสอ จึงตอ้ งใชไ้ มบ้ รรทดั วดั
คณุ พ่อต้องการวัดตวั ตดั เส้ือ ชา่ งตดั เส้อื จึงใชส้ ายวัดตวั
ความสามารถที่แสดงการเกดิ ทกั ษะการวัด
– สามารถเลอื กใชเ้ ครอ่ื งมือไดเ้ หมาะสมกับสง่ิ ทวี่ ดั ได้
– สามารถบอกเหตผุ ลในการเลอื กเครอ่ื งมือวดั ได้
– สามารถบอกวธิ กี าร ขั้นตอน และวิธีใชเ้ ครอ่ื งมือได้อย่างถูกตอ้ ง
– สามารถทาการวัด รวมถงึ ระบหุ นว่ ยของตัวเลขได้อย่างถกู ตอ้ ง
~ 10 ~
เคร่ืองมือการชง่ั
เครือ่ งชง่ั น้าหนัก เคร่อื งชงั่ ยา เครื่องช่ังสปริง
เครอ่ื งช่ังแบบต้มุ เลอื่ น เครอื่ งชง่ั จีน เครื่องช่ังแบบหนา้ ปดั
เครือ่ งตวง
เคร่อื งตวงที่เปน็ มาตรฐานมีอย่หู ลายประเภท เช่น ถงั ลติ ร ถ้วยตวง ชอ้ นตวง
กระบอกตวง
เครื่องตวงของแหง้
ถัง ลติ ร
เครือ่ งตวงของเหลว
กระบอกตวง
เครื่องตวงของเหลวและของแห้ง
ลติ ร ชอ้ นตวง
~ 11 ~
4. ทกั ษะการใชจ้ านวน
ทักษะการใชจ้ านวน เปน็ ความสามารถในการใช้ความรู้สึกเชิงจานวน และการ
คานวณเพ่ือบรรยายหรอื ระบุรายละเอียดเชิงปริมาณของส่ิงที่สังเกตหรือทดลอง
ความสามารถทีแ่ สดงการเกดิ ทกั ษะการใช้จานวน
– สามารถนับจานวนของวัตถไุ ดถ้ กู ต้อง
– สามารถบอกวิธีคานวณ แสดงวิธีคานวณ และคดิ คานวณไดถ้ กู ตอ้ ง
5. ทักษะการลงความเหน็ จากข้อมลู
ทกั ษะการลงความเห็นจากข้อมลู หมายถงึ การเพม่ิ ความคิดเหน็ ให้กับข้อมูลทไี่ ด้
จากการสงั เกตอย่างมีเหตผุ ล โดยอาศัยความรู้ ประสบการณ์เดิม และขอ้ มูลประกอบ ในการลง
ความเหน็
เอาน้าแขง็ ในถังสักครหู่ นงึ่ ลงความเหน็ ได้ว่า หยดนา้ ท่ีเกาะอยู่
จะสงั เกตเหน็ หยดนา้ ท่ีผิวดา้ นนอกมา
เกาะอยู่ที่ผิวดา้ นนอก จากไอนา้ ในอากาศ
ความสามารถที่แสดงการเกดิ ทักษะการลงความเหน็ จากข้อมูล
- สามารถอธบิ ายหรือสรปุ จากประเด็นของการเพ่มิ ความคิดเห็นของตน
ตอ่ ขอ้ มูลที่ได้มา
~ 12 ~
6. ทกั ษะการจัดกระทาและสอ่ื ความหมายขอ้ มลู
ทักษะการจดั กระทาและสอื่ ความหมายข้อมูล เป็นความสามารถในการนาผล
การสงั เกต การวดั การทดลอง จากแหลง่ ต่าง ๆ มาจดั กระทาให้อยใู่ นรูปแบบทม่ี คี วามหมายหรือ
มีความสมั พนั ธ์กนั มากขึ้นจนงา่ ยตอ่ การทาความเขา้ ใจหรอื เห็นแบบรูปของข้อมลู นอกจากนย้ี ัง
รวมถงึ ความสามารถในการนาข้อมลู มาจัดทาในรูปแบบต่าง ๆ เชน่ ตาราง แผนภูมิ แผนภาพ
วงจร กราฟ สมการ การเขยี นบรรยาย เพอ่ื สื่อสารใหผ้ ูอ้ ่ืนเข้าใจความหมายของข้อมูลมากข้นึ
ความสามารถทแ่ี สดงการเกิดทักษะการจดั กระทาและส่ือความหมายข้อมูล
– สามารถเลือกรปู แบบ และอธบิ ายการเลือกรูปแบบในการเสนอขอ้ มูลที่เหมาะสมได้
– สามารถออกแบบ และประยกุ ตก์ ารเสนอข้อมลู ให้อยู่ในรปู ใหมท่ ีเ่ ข้าใจได้ง่าย
– สามารถเปลีย่ นแปลง ปรับปรงุ ขอ้ มูลใหอ้ ยู่ในรูปแบบทีเ่ ข้าใจไดง้ ่าย
– สามารถบรรยายลกั ษณะของวตั ถุด้วยขอ้ ความที่เหมาะสม กะทดั รัด และส่อื ความหมาย
ใหผ้ ู้อ่ืนเข้าใจได้งา่ ย
7. ทกั ษะการหาความสมั พันธข์ องสเปซกับเวลา
ความสามารถในการหาความสมั พันธ์ระหวา่ ง รปู หนึ่งมิติ สองมติ ิและสามมติ ิ รวมทง้ั
ความสามารถในการระบรุ ูปทรง ขนาด ตาแหนง่ และทศิ ทางการเคล่ือนที่ของวตั ถุทีเ่ วลาตา่ ง ๆ
เช่น ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งขนาดของน้าแขง็ ทเี่ ปลีย่ นแปลงในเวลาต่าง ๆ ความสัมพันธ์
ระหว่างขนาดของพืชทเ่ี จริญเตบิ โตในเวลาต่าง ๆ
10 ปีท่ผี า่ นมาแสดงให้เหน็ ว่าธารน้าแข็ง Rhone กาลังละลายอย่างรวดเรว็
~ 13 ~
แสดงการเจรญิ เติบโตของพืช
ความสามารถทแี่ สดงการเกดิ ทักษะการหาความสัมพันธข์ องสเปซกับเวลา
– สามารถบอกความสัมพันธข์ องการเปลี่ยนแปลงตาแหนง่ ของวัตถกุ บั เวลาได้
– สามารถบอกความสัมพันธข์ องการเปล่ยี นแปลงขนาด ปรมิ าณของวตั ถุกบั เวลาได้
8. ทกั ษะการพยากรณ์
เปน็ ความสามารถในการบอกผลลัพธ์ของปรากฏการณ์ สถานการณ์ การสงั เกต
การทดลองการพยากรณ์ท่ีแมน่ ยาจึงเปน็ ผลมาจากการสังเกตที่รอบคอบ การวัดที่ถกู ตอ้ ง
การบนั ทกึ และการจัดกระทากับข้อมูลอย่างเหมาะสม
การพยากรณ์อากาศ
ความสามารถที่แสดงการเกิดทักษะการพยากรณ์ คือ สามารถทานายผลท่อี าจจะเกิดข้นึ
จากขอ้ มูลบนพื้นฐานหลกั การ กฎ หรอื ทฤษฎที มี่ อี ยู่ ทัง้ ภายในขอบเขตของขอ้ มลู และภายนอก
ขอบเขตของข้อมูลในเชิงปริมาณได้
~ 14 ~
จติ วิทยาศาสตร์ คือ ลกั ษณะนสิ ัยของนกั วิทยาศาสตร์
1. เปน็ คนชา่ งสงั เกต
คนช่างสังเกต คือคนท่ีใช้ประสาทสัมผสั ท้ัง 5 สารวจสง่ิ ต่าง ๆ หรอื เหตกุ ารณ์ตา่ ง ๆ
เพือ่ หาขอ้ มูลซง่ึ เปน็ รายละเอยี ดของสิ่งนนั้ ๆ เชน่
ใช้ตาดรู ูปร่าง รปู ทรง เช่น วงกลม สเ่ี หล่ียม ความหนา ความบาง หรือสตี า่ ง ๆ
ใช้หฟู ังเสยี งเชน่ เสียงสตั ว์ เสยี งดนตรี เสียงเครอ่ื งยนต์
ใชจ้ มกู ดมกลนิ่ เชน่ กลิน่ อาหาร กลิน่ ดอกไม้
~ 15 ~
ปากและล้นิ ชิมรสชาติ เชน่ รสเปรี้ยว รสหวาน รสขม
คาชแ้ี นะ
โดยผทู้ ่สี ังเกตนนั้ จะต้องไม่ใสค่ วามคิดเหน็ สว่ นตวั ลงไปในการสังเกต และนกั เรียน
ต้องมคี วามระมัดระวัง เกย่ี วกบั การใชจ้ มกู ปาก และลิ้นในการทดลอง โดยไม่ชมิ หรือ
ดมสิ่งของทเ่ี ป็นอนั ตราย เพราะว่าในการทดลองทีเ่ ป็นสารเคมที เี่ ป็นอันตรายเราจะไม่ใช้
การดมและชมิ ในการทดลอง
ใชผ้ ิวกายสมั ผัสจับตอ้ ง เชน่ ความแขง็ ความนุ่ม ความอนุ่ ความเย็น ผวิ เรียบ
ผวิ ขรขุ ระ
คาช้ีแนะ ภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=JHXTJ8_6UfQ
ขอ้ มลู และความคิดเห็นสว่ นตวั ต่างกนั อยา่ งไร
ขอ้ มูล เป็นความจรงิ ตามธรรมชาตทิ ี่มีความเปน็ ไปไดส้ ูง และสมเหตสุ มผล เช่น ตัวเลข
ตวั อกั ษร ขอ้ ความ รายละเอยี ดของคน สตั ว์ สิ่งของและเหตุการณ์ต่าง ๆ เป็นตน้
ความคดิ เห็นส่วนตวั เป็นการแสดงความคิด ความรู้สึก ความเชอ่ื สว่ นตวั
~ 16 ~
2. เป็นคนชา่ งสงสยั
การชา่ งสงสัย ทาให้นักวทิ ยาศาสตรไ์ ดค้ วามรใู้ หม่ ๆ เพิม่ ขนึ้ เพราะคนช่าง
สงสัยจะมองเห็นปัญหาจากการสงั เกต ว่าเกิดอะไรข้ึน เหตใุ ดจงึ เป็นเช่นนน้ั เช่น เฟริ ์นเอาน้าแขง็
ออกมาตั้งข้างนอกห้องสักพกั นา้ แข็งกลายเป็นนา้ จงึ เกิดความสงสยั ว่า ทาไมน้าแขง็ จึงละลาย
กลายเปน็ น้าได้ ความสงสัยดงั กล่าว กจ็ ะทาใหเ้ ฟิรน์ ไปทาการทดลองค้นคว้าหาคาตอบ
3. เป็นคนมีเหตผุ ล
คนที่มีเหตผุ ล เปน็ อกี ลักษณะหน่ึงของนกั วิทยาศาสตร์ เพราะคนทม่ี ีเหตผุ ลจะเปน็ คนท่ี
เชือ่ วา่ เมือ่ มสี ่ิงหนึ่งสง่ิ ใดเกิดขึ้นจะต้องมสี าเหตเุ กิดขน้ึ เสมอ เชน่ เม่อื รถจักรยานของภทั รยางร่ัว
ภทั รก็พยายามหาเหตผุ ลว่า ทาไมอยดู่ ี ๆ ล้อรถจกั รยานถงึ รัว่ อาจจะเป็นเพราะปดิ จุกยางไม่แนน่
ยางเสื่อมคุณภาพ หรอื ปั่นไปเหยยี บของแหลมคมมากไ็ ด้ภทั รต้องการหาสาเหตทุ แ่ี ท้จรงิ และภัทร
ก็พบว่ามีตะปูทิม่ อยู่ท่ีลอ้ รถจักรยาน จึงทาใหภ้ ัทรรู้ว่า ที่รถจกั รยานยางร่ัว เปน็ เพราะไปเหยียบ
ตะปมู านเ่ี อง จากเหตกุ ารณน์ ีท้ าให้รู้ว่า ภทั รเป็นคนมเี หตผุ ล เพราะภทั รสามารถหาสาเหตขุ อง
รถจักรยานยางรว่ั ได้
~ 17 ~
4. เป็นคนมคี วามพยายามและอดทน มีจติ ใจแน่วแน่
คนท่มี คี วามเพยี รพยายามและอดทน แม้จะใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม ก็ยังคง
ทาการศกึ ษาและทดลองอยู่ จนประสบผลสาเร็จ เพราะในการค้นพบอะไรแต่ละอยา่ ง
นกั วิทยาศาสตรจ์ ะตอ้ งใช้ความพยายามอย่างมาก
ภาพจาก https://slideplayer.in.th/slide/2618205/9/images/33/
ขีด ใน ~ 18 ~
ใบกจิ กรรมท่ี 1 วิธกี ารทางวทิ ยาศาสตร์
ภาพที่เป็นวธิ กี ารทางวิทยาศาสตร์
นักเรียนเข้าไปสารวจแหลง่ ทอ่ี ยู่
อาศยั ของสตั ว์ในโรงเรยี น
นอ้ งฝนสงสยั ว่าทาอยา่ งไรของ
เลน่ กา้ นกล้วยน้ี จะมเี สียงดังกว่า
ของเพ่อื น ๆ
ฉนั ทาโทรศัพทเ์ ล่นกบั นอ้ ง
ทายงั ไงจึงจะได้ยนิ เสียงชดั ๆ นะ
ฉนั วง่ิ สนกุ มากวันน้ี
~ 19 ~
ใบกิจกรรมที่ 2
ทักษะการสังเกตและทกั ษะการลงความเหน็ จากขอ้ มลู
บนั ทกึ ผล จากกิจกรรมตามลาดับ ดังน้ี
กจิ กรรม ข้อมลู ท่ีค้นพบ การลงความเห็น
1. เขย่าแล้วฟังเสยี ง
(ห)ู
2. เจาะรูแลว้ ดมกล่ิน
(จมูก)
3. หลับตาแลว้ สัมผัส
(ผิวกาย)
4. หลับตาแล้วชิมรส
(ลนิ้ )
5. มองดู
(ตา)
~ 20 ~
ใบกจิ กรรมที่ 3 ทกั ษะการสังเกตข้อมลู เชิงคุณภาพ
บันทกึ ผลการทากิจกรรม
สังเกตเกย่ี วกบั รปู ร่างและสมบตั ิประจาตัวของสิ่งที่สังเกต โดยเลอื กคาตอ่ ไปน้ี
ไปเตมิ ในชอ่ งว่าง
มองเห็น ไดย้ นิ ได้สูดดมกลิ่น ได้ชิมหรอื ใชล้ ้ินสมั ผสั รส
ใชม้ ือลูบสมั ผัส
เราจะทราบได้ว่าหนังสอื เล่มนส้ี อี ะไร
จากการ
เราจะทราบไดว้ ่าน่ีเป็นเสียงรถยนต์
จากการ
เราจะทราบได้วา่ ดอกไมน้ ้ีมีกล่นิ หอม
จากการ
เราจะทราบไดว้ ่าสม้ ผลนม้ี ีรสหวาน
จากการ
เราจะทราบได้ว่าผ้าผนื นผ้ี ิวหยาบ
จากการ
เราจะทราบได้ว่าแกงถว้ ยนี้ร้อนหรอื เย็น
จากการ
~ 21 ~
ใบกจิ กรรมที่ 4 ทักษะการสังเกตข้อมลู เชงิ ปริมาณ
สังเกตโดยบอกรายละเอยี ดเกย่ี วกับปริมาณ โดยการกะประมาณจากภาพ
โต๊ะตัวใดสงู กว่ากนั
กข
สัตวต์ วั ไหนมีขนาดใหญก่ ว่า
กัน
ภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=QFB5Tn8udV8
~ 22 ~
ใบกิจกรรมท่ี 5 ทกั ษะการจาแนกประเภท
ดูภาพแลว้ ตอบคาถาม
ภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=QFB5Tn8udV8
1. จากภาพนีเ้ ปน็ ผลจากทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตรข์ อ้ ใด
ก. การจาแนกประเภท ข. การสังเกต ค. การลงความเหน็ จากขอ้ มูล
...................................................................................................................................................................................................................................................................................................
2. จากภาพนี้จาแนกไดก้ ่เี กณฑ์
ก. 4 เกณฑ์ ข. 5 เกณฑ์ ค. 6 เกณฑ์
...................................................................................................................................................................................................................................................................................................
3. ใหน้ ักเรยี นเขยี นชื่อเกณฑ์ มาใหค้ รบ
เกณฑท์ ่ี 1 คือ
เกณฑท์ ่ี 2 คอื
เกณฑ์ที่ 3 คือ
เกณฑ์ที่ 4 คอื
...................................................................................................................................................................................................................................................................................................
~ 23 ~
ใบกิจกรรมท่ี 6 ทักษะการจาแนกประเภท
มีผลไม้อย่ชู ุดหนงึ่ ได้แก่ แอปเปิ้ล มะขาม มะยม สม้ โอ จะจาแนกอย่างไร
1. เรยี งลาดบั โดยใช้ขนาดเป็นเกณฑ์ โดยเรียงจากใหญ่ไปหาเล็ก
ภาพจาก https://www.youtube.com/watch?v=QFB5Tn8udV8
2. เรียงลาดับโดยใชล้ ักษณะใบเป็นเกณฑ์
พชื ทเ่ี มือ่ ใบแรกแทงออกมาจากเมลด็ มีใบเดยี ว คือ
พชื ทง่ี อกออกจากเมลด็ พร้อมกับใบเลีย้ ง 2 ใบ คือ
~ 24 ~
ใบกิจกรรมที่ 7
ทักษะการลงความเหน็ จากขอ้ มลู
บันทกึ ผลการทากจิ กรรม
เมื่อเดินทางไปสวนสาธารณะ
มองเห็นพื้นเปยี ก
อาจลงความคดิ เหน็ วา่
~ 25 ~
ใบกจิ กรรมท่ี 8
ทักษะการลงความเหน็ จากขอ้ มลู
บนั ทึกผลการทากจิ กรรม
จากการสงั เกตเห็นเพอื่ นง่วงนอน
อาจลงความคิดเหน็ วา่
~ 26 ~
ใบกิจกรรมที่ 9 ทกั ษะการพยากรณ์
เกิดเหตกุ ารณ์อะไรขึน้ ?
ให้นักเรียนคาดคะเนคาตอบลว่ งหน้า โดยอาศยั ประสบการณท์ เ่ี กิดซ้า ๆ
หลกั การ ทฤษฎที ี่มีอยู่ แล้วนามาชว่ ยในการสรุป
พยากรณ์ จากขอ้ มลู ทางวิทยาศาสตร์พบวา่
ว่า ก่อนที่ฝนจะตกจะมเี มฆตง้ั เค้าหนาแน่น
วันน้ีทอ้ งฟ้าเต็มไปด้วยเมฆดาเต็มท้องฟ้า
ฝนตกหนกั ตดิ ต่อกันหลายวัน
น้าในแมน่ ้าเปลย่ี นเป็นสีข่นุ หรอื สีดิน
แดง
พยากรณ์
ว่า