The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือตระกูล ปี 2566 (เพิ่มหน้าขาว)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Autthachai Khetnimit, 2023-08-20 08:38:52

หนังสือตระกูล ปี 2566 (เพิ่มหน้าขาว)

หนังสือตระกูล ปี 2566 (เพิ่มหน้าขาว)

เทือกเถาเหล่ากอ วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๖ “สาริกะภูติ”


ค ำน ำ เทือกเถาเหล่ากอ “ สาริกะภูติ ” ( SARIKABHUTI ) จัดท าเป็นรูปเล่มเพื่อ เป็นการบอกกล่าวให้ลูกหลานได้รับรู้ถึงความเป็นมาของบรรพบุรุษ ที่มาของนามสกุล และมีข้อมูลของลูกหลานจนถึงปัจจุบัน ซึ่งจะท าการปรับปรุงข้อมูลทุกๆ 3 ปี ฉบับนี้ถือว่า เป็นฉบับที่ค่อนข้างสมบูรณ์มีรูปถ่ายบรรพบุรุษ (เท่าที่หาได้) ให้ลูกหลานได้รู้จัก ทั้งนี้ ขอขอบคุณ คุณอรรถชัย เขตนิมิตร ที่ได้ช่วยจัดท า นอกจากนี้ยังมีข้อมูลของมูลนิธิ หลวงวิจารณ์จีนจร (ขุนทอง สาริกะภูติ) หวังว่าคงจะได้พบกันในงานไหว้ ท าบุญให้บรรพบุรุษในเดือนมีนาคม ที่วัด เมืองฉะเชิงเทรา และงานสานสัมพันธ์ ที่กรุงเทพฯ ขอให้ทุกคน ทุกครอบครัวอยู่เย็นเป็นสุข มีความรู้ความสามารถ เป็นคนดี ของประเทศชาติบ้านเมือง ด้วยความรักและความผูกพัน พล.ร.อ.วสินธ์ สาริกะภูติ ประธานมูลนิธิหลวงวิจารณ์จีนจร (ขุนทอง สาริกะภูติ)


สารบัญ ❖ ส่วนที่ 1 - ประวัติตระกูล ๑ - เทือกเถาเหล่ากอ 1 ๓ - เทือกเถาเหล่ากอ 2 1๐ - รายชื่ออัฐิที่บรรจุ 2๕ ❖ ส่วนที่ 2 - ทะเบียนรายชื่อ ลูกหลาน ๓๒ - วิธีการใช้หนังสือ 4๗ - ที่อยู่ ๕๐ ❖ ส่วนที่ 3 - รูปบรรพบุรษ ๕๘ - ทะเบียนนามสกุล ๖๔ - ข้อมูล มูลนิธิหลวงวิจารณ์จีนจร (ขุนทอง สาริกะภูติ) ๗๐ ❖ ส่วนที่ ๔ - ข้อมูลพื้นฐานวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎิ์ (วัดหลักเมือง) ๘๑


1 ประวัติ ตระกูล “สาริกะภูติ” ตระกูล “สาริกะภูติ” บรรพบุรุษรุ่นแรก ซึ่งเป็นต้นตระกูลมาจากประเทศจีน ภูมิล าเนาอยู่ที่จังหวัดฉะเชิงเทราเป็นหลัก จากค าที่เล่าลือต่อกันมาว่า เป็นชาวแต้จิ๋ว จากเมือง ซัวเถา มณฑลกวางโจว(หรือกวางตุ้ง) สันนิษฐานว่า คงจะเข้ามาในสมัยรัชกาลที่ ๓ ซึ่งเป็นยุคทอง ของการค้าขายกับประเทศจีน ชื่อว่า “นายกิม แซ่ตั้ง” เจ้าสัวกิม แซ่ตั้ง ได้คุมส าเภาเข้ามาท าการค้า เครื่องกังไส ในประเทศไทย จนได้ สมรสกับ นางอิ่ม ซึ่งเป็นคนไทย อยู่ที่ ต าบลจุกเฌอ อ าเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านจึงได้ตั้ง รกรากอยู่ที่นั่น แรกเริ่มท่านได้ตั้งโรงสีข้าว แบบครกกระเดื่อง สีข้าวส่งกองทหารที่แปดริ้วและ ท าสวน แต่ก็ยังคงล่องส าเภาค้าขายอยู่ (ซากเรือส าเภา ขณะนี้ยังปรากฏอยู่ เมื่อ ปี พ.ศ. ๒๕๒๗) จนกระทั่งท่านได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น ขุนทอง (ซึ่งมาจากนามเดิม ชื่อ กิม ในภาษาจีน แปลว่า ทอง) จากความดีความชอบที่ได้สนองพระบรมโพธิสมภาร และต่อมาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์ เป็น หลวงวิจารณ์จีนจร อนึ่ง จากบรรดาศักดิ์ ที่ได้รับพระราชทานในครั้งแรกว่า “ขุนทอง” นั้น ค าดังกล่าว มีความหมายถึง นกชนิดหนึ่ง ที่พูดเก่ง คนทั่วไปๆ จึงนิยมเรียก จนติดปาก ท่านมีบุตร รวม ๕ คน เป็นชาย ๔ คน หญิง ๑ คน ดังนี้ ๑. ขุนผดุงจีนภักดี (นายสิน สาริกะภูติ) ท างานสืบแทนบิดา โดยเฉพาะส่งข้าวและ พัสดุให้แก่หน่วยทหาร ต่อมาได้ย้ายตามกองทหาร ไปอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับ พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้เป็น ขุนผดุงจีนภักดี (นายสิน สาริกะภูติ) ๒. หมื่นทิพอากร (นายเปรม สาริกะภูติ) มีอาชีพท าสวน ค้าไม้ซุง ภายหลังได้ย้ายไป เป็น นายอากรสุราที่กรุงเทพฯ ๓. หลวงพิพากพานิชการ (นายเปี่ยม สาริกะภูติ) เป็นนายอากรโรงยาฝิ่น และนาย อากรบ่อนเบี้ย อีกทั้งเป็นกรมการเมืองพิเศษ ตัดสินคดีความ การค้าของชาวจีนใน จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หลวงพิพากพานิชการ (นายเปี่ยม สาริกะภูติ) ๔. พระประเทศธุรารักษ์ (นายแหยม สาริกะภูติ) ได้เข้ารับราชการ จนเลื่อนต าแหน่ง เป็น รักษาราชการเมืองเสนาสนามไชยเขต ภายหลังได้รับการแต่งตั้งเป็น


2 นายอ าเภอพนมสารคาม ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น รองอ ามาตย์โท หลวงประเทศธุรารักษ์ และ พระประเทศธุรารักษ์ ตามล าดับ ท่านได้ลาออกจาก ราชการ เมื่ออายุประมาณ ๔๘ ปี มาท าการค้า ท าสวน ท าโรงเลื่อยและสัมปทาน ป่าไม้ ๕. นางทองค า (สาริกะภูติ) แสงข า บุตรสาวคนเล็กเป็นผู้ได้รับมรดกบ้านเก่าของ มารดา และบ้านสวน ๔๐ ไร่ พร้อมทรัพย์สินในบ้านทั้งหมด ได้แต่งงานกับ นายเกลี้ยง แสงข า เมื่อมีการบังคับใช้พระราชบัญญัตินามสกุล ในสมัยรัชการที่ ๖ (พระราชบัญญัติ ขนานนามสกุล พ.ศ. ๒๔๕๖) รองอ ามาตย์เอก หลวงวรวาทวินิจฉัย (สวัสดิ์) และ หลวงประเทศ ธุรารักษ์ (แหยม) ผู้เป็นบิดา ลูก หลาน หลวงวิจารณ์จีนจร ซึ่งรับราชการอยู่ในขณะนั้น จึงได้รับ พระราชทานนามสกุลจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า “สาริกะภูติ” (SARIKABHUTI) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๓๒ หน้า ๑๐๗๐ เมื่อ วันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๕๗ ล าดับที่ ๒๓๖๗ ดังนี้ “ ๒๓๖๗ รองอ ามาตย์เอก หลวงวรวาทวินิจฉัย (สวัสดิ์) ผู้พิพากษา มณฑลสุราษฎ์ กับ รองอ ามาตย์โท หลวงประเทศธุรารักษ์(แหยม) บิดา ได้รับ พระราชทานนามสกุลว่า “สาริกะภูติ” (SARIKABHUTI) ” จากการบอกเล่าต่อๆกันมาในตระกูลว่า ต้นตระกูลท าอาชีพค้าขายทองบ้าง ชื่อของ ต้นตระกูล คือ “กิม หรือ ขุนทอง” บ้าง หรือ อาชีพผู้พิพากษาของ รองอ ามาตย์เอกหลวงวรวาทวินิจฉัย สิ่งเหล่านี้น่าจะมีความหมายอยู่ในนามสกุลพระราชทานบ้างก็ได้ (พลเรือเอกวสินธ์ สาริกะภูติ เคยคุยกับชาวอินเดีย ระดับดอกเตอร์ ซึ่งไปอยู่ที่แคนาดา พอเห็นนามสกุลเขียนว่า Sarikabhuti ดอกเตอร์ท่านนั้น บอกว่า ค าว่า PHUTI (บูติ) ในภาษาอินเดีย คือ Gold) • สาริกา = ? • ภูติ (ภู – ติ) = ความเจริญรุ่งเรือง ความมั่นคง ความหมายของชื่อสกุล เป็นอย่างไร ขอให้ญาติ ช่วยกันค้นคว้า มาบอกกันด้วย อนึ่งไม่ว่าจะมีความหมายอย่างไร นามสกุลนี้ จะต้องอ่านว่า “สา – ริ – กะ – ภู –ติ” ตามที่ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ........................................................................


3 เทือกเถาเหล่ากอ “ สาริกะภูติ ” (ฉบับย่อ) มีความเป็นมาสรุปโดยย่อ เพื่อให้ลูกหลานในตระกูล ทั้งชายหญิงได้ทราบ จะได้คุย กันรู้เรื่อง ว่าตนอยู่ในสายใด เกี่ยวดองกันอย่างไรบ้าง เพราะบรรพบุรุษ รุ่นที่ ๒ มี ๔ หนุ่ม ๑ สาว ต่างก็แตกกอออกไปมากมาย ส่วนรายละเอียดดูได้จากแผนผังสายตระกูล ที่แจกในงาน “วันพบญาติ” วันอาทิตย์ที่ ๑๐ กรกฎาคม ๒๕๕๙ ที่อาคารนันทนาการ การไฟฟ้าฝ่ายผลิต แห่งประเทศไทย ข้อมูลต่างๆ ได้มาจาก (ปรับปรุงใหม่ เดือนตุลาคม ๒๕๖๐) ๑. รองศาสตราจารย์ นารี สาริกะภูติ ได้รวบรวมไว้ ซึ่งปรากฏอยู่เทือกเถาเหล่ากอ ในท าเนียบ บุตร ธิดา หลาน เหลน หลวงวิจารณ์จีนจร (ขุนทอง สาริกะภูติ) ปรับปรุงครั้งที่ ๘ เมื่อ วันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๕๒ ๒. ประวัติตระกูล สาริกะภูติ ผมขอสรุปโดยย่อ เพื่อให้ง่ายต่อการเข้าใจและจดจ า ทุกครอบครัวควรมีท าเนียบ ลูกหลาน เหลน หลวงวิจารณ์จีนจร (ขุนทอง สาริกะภูติ) ไว้อ้างอิง และถ้าเห็นว่ายังขาดข้อมูล ต่างๆอีก ทั้งในเทือกเถาเหล่ากอ หรือ ท าเนียบฯ กรุณาแจ้งที่ผม เพื่อปรับปรุงให้ทันสมัยยิ่งขึ้น พวกเราที่ช่วยกันท าเอกสารต่างๆนี้ เป็นคนรุ่นที่ ๔ และ รุ่นที่ ๕ ดังนั้น ข้อมูลต่างๆ ในรุ่นที่ ๑ และรุ่นที่ ๒ จึงขาดหายไปมาก ครอบครัวใด สายใด มีข้อมูลทั้งเอกสารและ/หรือค าบอกเล่า กรุณาเรียบเรียงส่งมารวมไว้เป็นที่เดียว เพื่อกระจายสู่วงศ์ญาติต่อไป ต้นตระกูลฝ่ายชาย ชื่อ “หลวงวิจารณ์จีนจร ” (ขุนทอง สาริกะภูติ) นายขุนทอง เดิมชื่อ กิม แซ่ตั้ง เป็นชาวจีน แต้จิ๋ว มาจากเมืองซัวเถา มณฑลกวางโจว (หรือกวางตุ้ง) ได้คุม ส าเภามาค้าขายเครื่องกังไสที่ประเทศไทย (น่าจะในสมัยรัชกาลที่ ๓ ซึ่งเป็นยุคทองของการ ค้าขายทางทะเลของไทย) แล้วมาปักหลักอยู่ที่เมืองปราจีนบุรี ต่อมาได้แต่งงานกับ น.ส.อิ่ม สาวไทยลูกครึ่งจีน (พ่อจีน แม่ไทย) ชาวฉะเชิงเทรา บ้านอยู่บริเวณต าบลจุกเฌอ ล าน้ า บางปะกงเดียวกัน เมื่อแต่งงานแล้ว จึงย้ายมาปักหลักท ามาหากินอยู่ที่เมืองฉะเชิงเทรา นายขุนทอง น่าจะเกิดราว พ.ศ. ๒๓๗๐-๒๓๘๐ โดยเทียบจากปีเกิดของบุตรชายคนที่ ๔ พระประเทศธุรารักษ์ ซึ่งเกิด พ.ศ. ๒๔๐๗ ต้นตระกูลฝ่ายหญิง ชื่อ “น.ส.อิ่ม” ลูกจีน แม่ไทย ในประเทศไทย มีพ่อจีน ชื่อเหลี่ยน แม่ชื่ออ าแดงแตง ดูรายละเอียดในท าเนียบตระกูล


4 หลวงวิจารณ์จีนจร มีบุตรกับนางอิ่ม ๕ คน เป็นชาย ๔ หญิง ๑ โดยหญิงเป็นน้อง คนสุดท้อง ดังนี้ ๑. ขุนผดุงจีนภักดี (สิน สาริกะภูติ) ๒. หมื่นทิพอาภากร (เปรม สาริกะภูติ) ๓. หลวงพิพากพานิชการ (เปี่ยม สาริกะภูติ) ๔. พระประเทศธุรารักษ์ (แหยม สาริกะภูติ) ๕. นางทองค า (สาริกะภูติ) แสงข า จ าต้นสาย รุ่นที่ ๒ ให้ดีนะครับ ๔ หนุ่ม ๑ สาว ต่างก็มีลูกหลานออกมาอีกมากมาย ทั้งที่ยังใช้ สาริกะภูติ และเปลี่ยนมาใช้นามสกุลของฝ่ายสามี แต่เราก็อยู่ในเทือกเถาเหล่ากอ เดียวกัน ดูจากชื่อต้นตระกูลฝ่ายหญิงแม้จะเป็นลูกครึ่งจีนในประเทศไทย แต่ลูกๆทั้งชายหญิง มีชื่อเป็นแบบไทยทั้งสิ้น จะเห็นว่าอิทธิพลฝ่ายแม่ (ไทย) แรงมาก จนดึงลูกหลานมาอยู่ใน วัฒนธรรมไทย ไม่มีความแปลกแยกทางเชื้อชาติ ในสมัยรัชกาลที่ ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อพระองค์ให้เลิก การสูบฝิ่น ห้ามค้าขายฝิ่น ท าให้เกิดคณะอั้งยี่ ชาวจีนค้าฝิ่นเถื่อน ก่อจลาจลขึ้นหลายหัวเมือง ที่มีชาวจีนอยู่หนาแน่นเป็นระยะๆ จนทางการต้องใช้ทหารปราบปราม เช่น ➢ ที่เมืองนครชัยศรี และ สมุทรสาคร เมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๕ และ พ.ศ. ๒๓๙๐ ➢ ที่ปากแม่น้ าบางปะกง แขวงจังหวัดสมุทรปราการ เมื่อ พ.ศ. ๒๓๘๗ ➢ ที่เมืองฉะเชิงเทรา เมื่อ วันที่ ๘ เมษายน พ.ศ. ๒๓๙๑ จลาจลรุนแรงถึง ขั้นฆ่าเจ้าเมืองฉะเชิงเทราตาย { ประวัติวัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎ์ กล่าวว่า พระยาวิเศษฤาไชย (บัว สาริกะภูติ) } อังกฤษน าฝิ่นจากอินเดียไปขายจีน ชาวจีนชายทะเลจึงติดฝิ่นกันมาก พอจีนอพยพ เข้ามาท ามาหากินในเมืองไทย ฝิ่นจึงมาแพร่หลายในไทย จนระบาดจากประชาชนไปยังกลุ่ม ขุนนางและเชื้อพระวงศ์ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าฯ ท่านจึงต้องปราบฝิ่น ปราบอย่างจริงจัง และได้ผลดี ในสมัยรัชกาลที่ ๕ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ จึงปรับปรุงการปกครอง หัวเมืองที่มีประชาชนชาวจีนอาศัยอยู่มาก เช่น สงขลา ฉะเชิงเทรา ชัยนาท ชลบุรี จันทบุรี


5 ตราด สมุทรสาคร นครชัยศรี โดยแต่งตั้งปลัดจีนและนายอ าเภอจีน เพื่อช่วยเหลือขุนนางไทย ช่วยดูแลชาวจีน ปลัดจีนมีอ านาจเหนือนายอ าเภอจีน เป็นที่ปรึกษาข้าหลวงประจ าจังหวัด ช่วยเหลือตัดสินคดีของชาวจีนทั้งหมด โดยทางราชการจะเลือกแต่งตั้งจาก คนจีน ลูกจีน หลานจีน ที่มีฐานะดี ซื่อสัตย์ และมีผู้คนนับถือ เช่น ที่ฉะเชิงเทรา มีขุนศรีบริบูรณ์ และ ขุนวิจารณ์จีนจร เป็นนายอ าเภอ และหลวงวิสุทจินณชาติ (จีนอยู่) เป็นปลัดจีน หลวงวิจารณ์จีนจร ได้เป็นกรมการพิเศษเมืองฉะเชิงเทรา มีหน้าที่ ควบคุมดูแล ชาวจีน จากการได้ช่วยราชการ นายกิม แซ่ตั้ง จึงมีความดีความชอบ ได้รับพระราชทาน บรรดาศักดิ์เป็น ขุนทอง (กิม = ทอง) ขุนวิจารณ์จีนจร และ หลวงวิจารณ์จีนจร ตามล าดับ หลวงวิจารณ์จีนจร ปักหลักท ามาหากินอยู่ที่เมืองฉะเชิงเทรา ตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ ต าบลจุกเฌอ ถิ่นภรรยาและพ่อตา ประกอบอาชีพค้าขายต่างๆ และค้าข้าว มีโรงสีข้าวด้วยมือ และครกกระเดื่อง ส่งข้าว ขายหน่วยทหารเมืองฉะเชิงเทรา ท าสวน และ ค้าส าเภาด้วย (ค้าขายทางเรือ ทะเลไปเมืองจีน) ซากเรือส าเภายังปรากฏอยู่ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๗ บิดาของ จีนเหลี่ยน พ่อตาของหลวงวิจารณ์จีนจร ก็มีเรือส าเภาค้าขายไปเมืองจีนด้วย เดิมตั้งถิ่นอยู่ที่ บางกอก แม่น้ าเจ้าพระยา ต่อมาอพยพมาอยู่ที่ฉะเชิงเทรา เทือกเถา รุ่นที่ ๒ (๔ หนุ่ม ๑ สาว) ๑. ขุนผดุงจีนภักดี (สิน สาริกะภูติ) พี่ใหญ่ ▪ เกิดประมาณ ................... ถึงแก่กรรมประมาณ.................... ▪ มีภรรยา ๖ ท่าน ได้แก่ นางสมบุญ, นางเฉย, นางส้มลิ้ม , นางกิมเลี้ยง, นางเหลี่ยม และนางดวงแข ▪ เมื่อแต่งงานได้เงินกองทุนจากบิดา ๕ ชั่ง ไปตั้งตัว ▪ มีบุตรธิดา (เท่าที่ส ารวจได้) ๗ ท่าน (จาก ๔ แม่ คือ แม่ที่ ๑-๔) เป็น ชาย ๒ หญิง ๕ ตั้งบ้านเรือนอยู่แถวๆ วัดโสธร ใกล้หน่วยทหาร ท างานสืบแทนบิดา โดยเฉพาะ ส่งข้าวและพัสดุให้แก่หน่วยทหาร ต่อมาได้ย้ายตามกองทหารไปตั้งหลักอยู่ที่จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อกองพลที่ ๙ ย้ายจากฉะเชิงเทราไปตั้งที่ดงพระราม ปราจีนบุรี (ค่ายจักรพงษ์ ปัจจุบัน)


6 เมื่อคราวย้ายตามหน่วยทหารไปอยู่ปราจีนบุรีนั้น ได้น าผลไม้หลายอย่างไปปลูก ที่ปราจีนบุรีด้วย เช่น ขนุน (พันธุ์ฟ้าลั่น ลูกใหญ่มาก) หน่อไม้ไผ่ตง เงาะ ทุเรียน ฯลฯ แล้ว เผยแพร่อยู่ในปราจีนบุรีจนถึงปัจจุบัน และได้ท าสวนผลไม้ เงาะ ทุเรียน ขนุน หน่อไม้ไผ่ตง ส่วนที่ฉะเชิงเทรา ขุนผดุงจีนภักดี มีสวนผลไม้ โรงหีบอ้อย ๔ โรง และโรงเลื่อยไม้ (เลื่อยมือ) ลูก-หลาน- เหลนของท่าน ดูจากท าเนียบตระกูล ๒. หมื่นทิพอากร (เปรม สาริกะภูติ) น้องรอง ▪ เกิดประมาณ ................... ถึงแก่กรรมประมาณ...................... ▪ มีภรรยา ชื่อ ค า จากเทือกเถาเหล่ากอ บอกว่า ภรรยา ชื่อ ทิพ เป็นหลาน เจ้าสัวที่ร่ ารวย เป็นเศรษฐีคนหนึ่ง (ชื่อใดแน่ หรือ มีภริยา ๒ ท่าน) ▪ เมื่อแต่งงานได้เงินกองทุนเท่าใดไม่ทราบ ▪ มีบุตรธิดา รวม ๓ ท่าน ชาย ๑ หญิง ๒ หมื่นทิพอากร เดิมท าสวนและท าไม้ขาย ในเขตอ าเภอพนมสารคาม เมือง ฉะเชิงเทรา ค้าไม้ซุง ไม้ท่อน ส่งไปขายเมืองจีน เช่น ไม้แดง ไม้เขล็ง และไม้พยุง ท ากิจการไม้ อยู่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง ก็ขายบ้านที่คลองม่วง แล้วย้ายไปท ามาหากิน อยู่ที่กรุงเทพฯ ได้เป็น นายอากรสุราที่กรุงเทพฯ ลูกหลาน เหลนของท่าน ดูจากท าเนียบ ๓. หลวงพิพากพานิชการ (เปี่ยม สาริกะภูติ) น้องสาม ▪ เกิดประมาณ ................... ถึงแก่กรรมประมาณ.............. อายุ ๔๘ ปี ▪ มีภรรยา ๑ ท่าน คือ นางริ้ว (รุ่งโรจน์) ▪ เมื่อแต่งงานได้เงินกองทุนจากบิดา ๑๐ ชั่ง ไปตั้งตัว ▪ มีบุตรธิดา รวม ๑๐ ท่าน (ชาย ๔ หญิง ๖) หลวงพิพากพานิชการ เป็นนายอากรโรงยาฝิ่น และนายอากรบ่อนเบี้ย และเป็น กรมการพิเศษเมืองฉะเชิงเทรา ได้รับพระราชทานบรรดาศักดิ์เป็น หลวงพิพากพานิชการ นางริ้วเป็นคนสวย คนเก่ง บริหารงานการต่างๆ ได้อย่างสามารถ เป็นชาวลาว ลูกหลานเจ้าอนุเวียงจันทน์ ตระกูลของท่านเป็นช่างทอง เป็นญาติกับพระยาศรีสมุทรโวหาร (น้อย อาจาริยางกูร) ท่านเรียกบุตรสาวของพระยาศรีสมุทรโวหารฯว่า “คุณอาสุ่น”


7 หลวงพิพากฯ ตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ าบางปะกง (ญาติเรียก บ้านล่าง หรือ บ้านใหญ่) ย่านเดียวกับกลุ่มญาติพี่น้อง บ้านเป็นบ้านสองชั้น ยาว ๒๖ เมตร ญาติจึงเรียกว่า บ้านใหญ่ มีนา มีสวน มีบ่าวไพร่ช่วยท างานจ านวนมากขนาดต้องหุงข้าวเลี้ยงด้วยกระทะ ใบบัว ช่วงที่หลวงพิพากฯ มีต าแหน่งเป็นกรมการพิเศษเมืองฉะเชิงเทรา สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรมขุนมธุรพงษ์ศิริพัฒน์ ทรงเป็นเทศาภิบาล มณฑลปราจีนบุรี จวนเทศาภิบาล คือ บ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราในปัจจุบัน เสด็จในกรมฯทรงคุ้นเคยกับ หลวงพิพากฯ เคยเสด็จมาที่บ้านหลวงพิพากฯ หลายครั้ง และให้หลวงพิพากฯ ไปเฝ้าที่จวน เนืองๆ ▪ มีเรือเก๋ง ๔ แจว และเรือเก๋ง ๒ แจว เป็นเรือใช้ส่วนตัว ให้ลูกเดินทาง ▪ เป็นคนจริง เคยขี่ม้าไปสู้กับไอ้เสือฮุย โจรดังของแปดริ้ว ตามค าท้าของ เสือฮุย เมื่อเสือฮุยเห็นท่านมาเพียงคนเดียว เป็นคนจริง จึงล่าถอยไป ไม่ได้ สู้กัน ๔. พระประเทศธุรารักษ์(แหยม สาริกะภูติ) น้องสี่ ▪ เกิดเมื่อ วันที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๐๗ ถึงแก่กรรม เมื่อ วันที่ ๒๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๑ อายุ ๘๔ ปี ▪ มีภรรยา ๑๐ ท่าน ได้แก่ นางนาก, นางเป้า,นางขาว,นางผ่อง, นางปุย, นางเนื่อง, นางกิมเง็ก, นางเล็ก, นางกี, นางหงษ์, ▪ เมื่อแต่งงานได้เงินกองทุนจากบิดา ๒๐ ชั่ง ไปตั้งตัว ▪ มีบุตรธิดา รวม ๑๑ ท่าน (ชาย ๗ หญิง ๔ ) ได้ถวายตัวเป็นมหาดเล็ก ของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นภูธเรศธ ารงศักดิ์ เป็นเวลา ๓ ปี และได้ศึกษาเล่าเรียนอยู่ในวัง แล้วจึงได้ทูลลากลับมาช่วย บิดามารดา ดูแล เรือกสวนไร่นา ได้รับราชการจนเลื่อนต าแหน่งเป็น หลวงสัจจบริรักษ์ เป็นผู้รักษาราชการเมือง สนามไชยเขตต์คนสุดท้าย เมื่อ พ.ศ. ๒๔๓๕ ก่อนถูกยุบเป็นอ าเภอ ต่อมาได้เป็น หลวงประเทศธุรารักษ์ นายอ าเภอพนมสารคามคนแรก ระหว่าง พ.ศ. ๒๔๔๔ – ๒๔๔๘ ได้รับ พระราชทานบรรดาศักดิ์เป็นรองอ ามาตย์โท หลวงประเทศธุรารักษ์ และพระประเทศธุรารักษ์ ตามล าดับ ได้ชื่อว่าเป็นคนยิงปืนแม่น เป็นคนคล่องแคล่วง เอาการเอางาน จึงได้รับแต่งตั้ง


8 เป็นการจร ให้เป็นนายพลตระเวน น าคณะปราบปรามผู้ร้ายที่มีชุกชุม ในเขตอ าเภอบางคล้า จนราบคาบ รวมทั้งไอ้ฮุย จอมโจรชื่อดังของแปดริ้ว ท่านก็เป็นผู้ร่วมปราบในคณะปราบโจร มีนายเลียบ ถาวรศิริ ก านันต าบลบางกระเจ็ด อ าเภอบางคล้า ร่วมอยู่ด้วย ต่อมาบุตรชายของ พระประเทศฯ (นายพิทย์ สาริกะภูติ) ได้แต่งงานกับบุตรสาวของก านันเลียบ (นางตลับ ถาวรศิริ) ทั้งสองท่านเกี่ยวดองกันอยู่แล้ว โดยนางแจ่ม สาริกะภูติ ลูกสาวของพี่ชาย พระประเทศฯ ได้แต่งงานกับ นายบุญช่วย ถาวรศิริ ได้ลาออกจากราชการ เมื่ออายุประมาณ ๔๘ ปี มาท าการค้า ท าสวน ท าโรงเลื่อย และสัมปทานป่าไม้ แม้จะลาออกจากราชการแล้ว ก็ยังสมัครเป็นกองเสือป่า และได้เข้ารับการ ฝึกเป็นประจ าทุกปี มิได้ขาด บ้านเรือนอยู่ตรงข้าม วัดจุกเฌอ (ญาติเรียก บ้านบน) ตรงแหลมพระยาจาก เป็นบ้านสองชั้นขนาดใหญ่ ปลูกสร้างตั้งแต่คุณทวดอิ่ม (มารดา) ยังมีชีวิตอยู่ ๕.นางทองค า (สาริกะภูติ) แสงข า น้องห้า • เกิด พ.ศ.......... ถึงแก่กรรม พ.ศ............... • เมื่อแต่งงานได้เงินกองทุนจากบิดา ๒๐ ชั่ง ไปตั้งตัว • มี ธิดา ๑ ท่าน ชื่อ นางส าเนียง นายเกลี้ยง แสงข า เป็นบุตร นายแสง และ นางข า ผู้สร้าง วัดใหม่บางคล้า นางข า เป็นพี่น้องท้องเดียวกับนายหลี บิดาของนางริ้ว (ภรรยาหลวงพิพากพานิชการ) สาริกะภูติ นางทองค า แสงข า บุตรสาวคนเล็ก เป็นผู้ได้รับมรดกบ้านเก่าของมารดา (นางอิ่ม) และบ้านสวน ๔๐ ไร่ พร้อมทรัพย์สินในบ้านทั้งหมด เมื่อนางทองค า ได้บุตรสาว ได้น าทองไป ขอแลกเครื่องประดับ เช่น ก าไล แหวนขวัญ จากพระประเทศธุรารักษ์ (พี่ชาย) เพื่อเอามาให้ ลูกสาว แต่พระประเทศฯได้ยกเครื่องทอง ซึ่งเป็นเครื่องประดับส าหรับเด็กผู้หญิง หนักรวม ประมาณ ๔๐ บาท ให้นางทองค าเป็นของขวัญหลานสาว โดยไม่ต้องแลก นี่แสดงถึง ความสามัคคีในพี่น้องของต้นตระกูล เมื่อมีการบังคับใช้พระราชบัญญัตินามสกุล ในสมัยรัชกาลที่ ๖ (พระราชบัญญัติ นามสกุล พ.ศ. ๒๔๕๖ เมื่อ วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๔๕๖) รองอ ามาตย์เอก หลวงวรวาทวินิจฉัย (สวัสดิ์) ผู้พิพากษามณฑลสุราษฎร์ และ รองอ ามาตย์โท หลวงประเทศธุรารักษ์ (แหยม)


9 ผู้เป็นบิดา ลูกหลานหลวงวิจารณ์จีนจร ซึ่งได้รับราชการอยู่ในขณะนั้น ได้รับพระราชทาน นามสกุล จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ว่า “สาริกะภูติ” (SARIKABHUTI) อ่านว่า สา-ริ-กะ-ภู-ติ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๓๒ หน้า ๑๐๗๐ ในวันที่ ๑๑ สิงหาคม ๒๔๕๘ ล าดับที่ ๒๓๖๗ ที่ดินเป็นสวนริมแม่น้ าบางปะกง ตรงข้ามบ้านล่าง (บ้านหลวงพิพากฯ) ฝั่งขวาของ แม่น้ าบางปะกงเป็นระยะทางยาว ประมาณ ๒-๓ กม. เป็นที่ดินของลูกหลานหลวงวิจารณ์ฯ ทั้งสิ้น คิดเป็นเนื้อที่ ๒๐๐-๓๐๐ ไร่ ทรัพย์สินต่างๆ ได้มาด้วยการค้าขาย ด้วยความสุจริต ซื่อตรง รักความยุติธรรมและรักชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล ปัจจุบัน หลาน- เหลน- โหลน กระจายกันไปท ามาหากินเกือบทั่วประเทศไทย หลายสาขาอาชีพ เหลืออยู่ที่ฉะเชิงเทรา ถิ่นเดิมไม่มาก ไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ก็ขอให้ยึดรักษาคุณธรรมดังกล่าว สืบทอดตลอดไป อนึ่ง อัฐิบรรพบุรุษ ในสายตระกูล ตั้งแต่ ต้นตระกูล รุ่นที่ ๑ ,๒,๓,๔ และ ๕ หลายท่าน บรรจุอยู่ที่วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎ์ (วัดหลักเมือง หรือ วัดหน้าเมือง หรือ วัดเมือง) จังหวัดฉะเชิงเทรา มีการไหว้บรรพบุรุษและท าบุญให้ท่านทุกปี ในเดือนมีนาคม .................................................................................................................. พลเรือเอก วสินธ์ สาริกะภูติ สมาชิกรุ่นที่ ๔ รวบรวม เมื่อ วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๕๓ หมายเหตุ พระยาวิเศษฤาไชย เจ้าเมืองคนที่เสียชีวิต เพราะอั้งยี่ก่อการจลาจล ตามประวัติ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎ์ (วัดหลักเมือง) บอกว่า ชื่อ “บัว สาริกะภูติ” ยังหา หลักฐานยืนยันไม่ได้ เอกสารต่างๆ ที่คุณอัจฉรา สังโยคะ ได้ไปช่วยค้นหา รวบรวม มาจากหอสมุดแห่งชาติ และหอสมุดสถาบันต่างๆ ก็บอกแต่ พระยาวิเศษฤาไชย (บัว) ไม่มีนามสกุล พระยาวิเศษฤาไชย เป็นต าแหน่งเจ้าเมืองฉะเชิงเทรา มาแต่ สมัยปลายอยุธยา จนถึงสมัยรัชการที่ ๓ กรุงรัตนโกสินทร์ ก็ยังมีต าแหน่งนี้อยู่ แต่ ยุคนั้นยังไม่มีนามสกุล อนึ่งถ้านับอายุต้นตระกูล รุ่นที่ ๑ หลวงวิจารณ์จีนจรนั้น น่าจะเกิดในช่วงกลางหรือปลายรัชกาลที่ ๓ ยังคงเป็นรุ่นเด็กเท่านั้น แม้แต่เรื่อง อั้งยี่ เมืองฉะเชิงเทรา ในปี พ.ศ. ๒๓๙๑ ก็จะยังคงไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ใครมี หลักฐานข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาบอกด้วย ………………………………………………….


10 เทือกเถาเหล่ากอ รองศาสตราจารย์นารี สาริกะภูติ วิทยาลัยครูฉะเชิงเทรา ผู้เขียนมีรกรากอยู่ที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้กลับมารับราชการที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ตลอดเวลาที่รับราชการ ได้อยู่กับ บิดา - มารดา และได้พบปะกับญาติพี่น้องอยู่เนืองๆ การอยู่ ใกล้ชิดกับ บิดา - มารดา และญาติพี่น้อง มักได้ฟังเรื่องราวของบรรพบุรุษ และความรู้เรื่องเมือง แปดริ้ว ซึ่งมีความสัมพันธ์กับบรรพบุรุษ และมีความส าคัญในแง่ของประวัติศาสตร์ จากการ บอกเล่า (Oral History) เป็นการสมควรที่จะบันทึก เรื่องราวของต้นตระกูลไว้เป็นประวัติศาสตร์ ท้องถิ่น (Local history) ไว้เพื่อให้ลูกหลานได้รู้จักบรรพบุรุษของตน ก่อนอื่น ขอท าความเข้าใจก่อนว่า บิดา และมารดา ของผู้เขียน เป็นลูกพี่ลูกน้อง กัน กล่าวคือ มารดาผู้เขียน เป็นบุตรีหลวงพิพากพานิชการ (เปี่ยม สาริกะภูติ) ส่วนบิดาเป็นบุตร พระประเทศธุรารักษ์ (แหยม สาริกะภูติ) เรื่องนี้เป็นธรรมดาของคนสมัยก่อน ที่นิยมให้ลูกหลาน แต่งงานกัน เข้าท านอง เรือล่มในหนอง ทองจะไปไหน เพราะฉะนั้น ต้นตระกูลของคุณตา และ คุณปู่ จึงเป็นคนคนเดียวกัน ก่อนอื่นขอท าความเข้าใจก่อนว่า ผู้เขียนประสบความยากล าบาก หลายประการ ในการเขียน เหตุที่ บิดา – มารดา ผู้เขียนเล่าตามที่จ าความได้ ผู้เขียนจะต้องถามหลายๆครั้ง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ตรงกันทุกครั้งของทั้งสองท่าน เมื่อน าไปเขียนแล้วกลับมาถามซ้ า จะต้องได้ รายละเอียดเพิ่มเติมมากขึ้น เนื่องจากนึกออกเพิ่มขึ้น ฉะนั้นเรื่องราวจึงยาวขึ้นเป็นล าดับ ประการ ต่อไป บิดา – มารดา ผู้เขียนเล่าเรื่องเป็นตอนๆๆ บางครั้งจึงไม่สามารถบอกได้ว่า เหตุการณ์ใด เกิดก่อน - หลัง ความยากล าบากประการต่อไป คือ เรื่องราวที่เล่านี้ เกิดขึ้น เมื่อ ๗๐-๘๐ ปีก่อน ความคิดเห็น การตัดสินใจและค่านิยม ตลอดจนความถูกต้องในอดีต ย่อมแตกต่างไปจากปัจจุบัน สิ่งที่บรรพบุรุษของเราท า อาจจะถูกต้องเมื่อ ๗๐ - ๘๐ ปีก่อน แต่อาจจะบกพร่องในสายตาและ ค่านิยมของคนปัจจุบัน ผู้อ่านไม่พึงตัดสินด้วย ประการสุดท้าย ผู้เขียนอยากจะขอยกค าปรารภ ของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช ในหนังสือเรื่อง “โครงกระดูกในตู้” ที่ท่านเขียน เรื่องราวของ บรรพบุรุษท่านเองว่า บรรพบุรุษของเราเป็นปุถุชน ย่อมมีดี มีชั่ว มีผิด มีถูก คิดให้ตรงกันอย่างนี้ เสียก่อน แล้วอ่าน จะท าให้เกิดความพอใจด้วยกันทั้งสองฝ่าย


11 เท่าที่สามารถสืบสวนได้ ตามหลักฐานที่ปรากฏ ในโฉนดที่ดินที่ออกใน ร.ศ. ๑๒๙ (พ.ศ. ๒๔๕๔) ท าให้ทราบว่า บรรพบุรุษฝ่ายคุณปู่ และ คุณตา ซึ่งถัดจากผู้เขียนขึ้นไป ๕ ชั้น ชื่อ จีนเหลี่ยน มีภรรยาชื่อ อ าแดงแตง บิดาผู้เขียนเล่าให้ฟังว่า จีนเหลี่ยน และอ าแดงแตง มีบุตรชาย หญิง อย่างละ ๒ คน บิดาของจีนเหลี่ยนคงเป็นผู้มีอันจะกิน เพราะปรากฏว่า มีส าเภาไปค้าขายเมืองจีน บ้านเรือนของท่านอยู่ริมแม่น้ าเจ้าพระยา แต่ไม่ทราบว่าอยู่ตรงไหน สาเหตุที่ย้ายมาตั้งรกรากอยู่ที่ แปดริ้ว ก็กรณีค้าส าเภาเมืองจีนนี่เอง เนื่องจากการค้าส าเภาเมืองจีนของจีนเหลี่ยน มีฝรั่งคนหนึ่ง ฝากสินค้าไปขายที่เมืองจีนด้วย สาเหตุที่มีฝรั่งมาเกี่ยวพันค้าส าเภาด้วย อาจจะมาทางหลานคน หนึ่งของอ าแดงแตง รับราชการอยู่ที่วังหน้า ซึ่งคบหาสมาคมกับฝรั่ง หรือจะเป็นเพราะสาเหตุ อื่นใดก็ไม่อาจทราบได้ สินค้าที่ฝรั่งผู้นั้นฝากไปขายที่เมืองจีน ปรากฏว่าเป็นของผิดกฎหมาย จึงเกิดถึงขั้นเปิดการเจรจากันที่บ้านจีนเหลี่ยน แต่ไม่สามารถตกลงกันได้ ฝรั่งจึงควักปืนจะยิง จีนเหลี่ยน สุนัขที่หมอบอยู่ข้างๆจีนเหลี่ยน คงจะเป็นพันธุ์เดียวกันกับ “สามสี” ก็โดดเข้างับ กางเกงฝรั่ง และลากตัวฝรั่งไว้ อารามกลัวหมาไทยฟัด ฝรั่งก็โดดลงเรือกลับไป ถึงตรงนี้ลูกหลาน ควรจะขอบใจ สุนัขพันธุ์ไทยตัวนั้นที่ไล่กัดฝรั่งกลับไป มิฉะนั้น ลูก-หลาน คงจะไม่มีโอกาสได้รับ ราชการเป็นใหญ่เป็นโต ถึงอธิบดีหรือนายพลกันจนถึงทุกวันนี้ เหตุที่วิวาทกันนั้น ท าให้จีนเหลี่ยนกลัวภัยฝรั่ง จึงย้ายมาอยู่ที่แปดริ้ว เมื่อมาอยู่ที่ แปดริ้ว ก็มาตั้งบ้านเรือนอยู่ริมแม่น้ าบางปะกงใกล้ๆกับวัดจุกเฌอ จีนเหลี่ยนและอ าแดงแตง มีบุตรเป็น ชาย ๒ หญิง ๒ คือ นายเฟื่อง, นายโป๊, อ าแดงอิ่มและอ าแดงสุข บิดา- มารดาผู้เขียนสงสัยว่า นางผล ขิมสุวัจน์ เป็นหลานปู่ของนายเฟื่อง ส่วนนายโป๊ มีบุตร ๒ คน คือ นายชุ่มและนายช่วง ในสมัยที่คุณตาหลวงพิพากฯ ยังมีชีวิตอยู่ คุณก๋งชุ่มเคยแวะมาเยี่ยมเยียนเป็นประจ า บิดาผู้เขียนจ าได้ว่า เมื่อเจ้าคุณลุง (พระยา สาริกพงศ์ฯ)อยู่ปักษ์ใต้ คุณก๋งชุ่มและข า (เข้าใจว่า เป็นบุตรคุณก๋งเฟื่อง) เคยไปพักอยู่ด้วยคราวละ เป็นเดือนๆ ส่วนคุณก๋งช่วง มีบุตรชายคนหนึ่ง คือ ขุนชัยสิทธิ์ฯเป็นบิดาของคุณปิยะ ชัยสิทธิ์ ซึ่งดู เหมือนจะเป็นรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ ในปัจจุบัน คุณทวดสุ่น มีสามีชื่อ ขุนล่ามฯ มีบุตรชาย ชื่อ แก้ว ทายาทสายคุณทวดผู้นี้ ใช้นามสกุล “ล่ามกิจจา” ซึ่งยังมีอยู่ที่บางคล้าหลายคน ผู้เขียนก็เคยพบปะกับผู้ใช้นามสกุลนี้ แต่ไม่ทราบว่าเป็นญาติกัน


12 อ าแดงอิ่มมาแต่งงานกับหลวงวิจารณ์จีนจร (ขุนทอง) ซึ่งเป็นชาวปราจีนบุรี หลวง วิจารณ์ฯมาอยู่ที่ฉะเชิงเทราจ าได้ว่า บ้านหลังเดิมของท่านอยู่ตรงสวนที่เป็นมรดกตกทอดมาถึง พ.อ.ปรีชา สาริกะภูติ หลวงวิจารณ์ฯ ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณ เป็นกรมการพิเศษของ เมืองฉะเชิงเทรา มีหน้าที่ควบคุมดูแล ชาวจีน อันที่จริงต าแหน่งกรมการพิเศษ มีเฉพาะ หัวเมือง ที่มีชาวจีนอยู่มากๆ เช่น ฉะเชิงเทราและสงขลา หลวงวิจารณ์ฯ (ขุนทอง) และอ าแดงอิ่ม มีบุตรชาย ๔ คน หญิง ๑ คน คือ ขุนผดุงจีนภักดี (สิน) , หมื่นทิพอากร (เปรม) , หลวงพิพากพานิช (เปี่ยม) , พระประเทศธุรารักษ์ (แหยม) และนางทองค า แสงข า เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน เนื่องจากบิดาของผู้เขียนเป็นบุตร พระประเทศฯ ส่วนมารดาเป็นบุตรีหลวงพิพากฯ จึงขอเรียก พระประเทศฯว่า “คุณปู่” และเรียก หลวงพิพากฯว่า “คุณตา” ซึ่งเป็นคุณปู่ และ คุณตา แท้ๆ ของตนเอง นอกจากนั้นขอเรียกรวมๆ ว่า “คุณก๋ง” และ “คุณย่า” เพื่อแยกจากคุณยายริ้ว พิพากพานิชการ ซึ่งเป็นคุณยายแท้ๆของ ผู้เขียน ถ้าไม่เข้าใจข้อตกลงนี้จะเกิดความสับสน เพราะจากนี้ไป จะเล่าถึงคุณก๋ง คุณตา คุณปู่ และ คุณย่า เป็นรายบุคคลตามที่ บิดา – มารดา กรุณาเล่าให้ฟัง ลูกๆของคุณทวด หลวงวิจารณ์ฯ แต่งงาน แยกไปจาก บิดา – มารดา คุณทวดเป็น ผู้มีอันจะกิน เพราะกองทุนแต่งงานให้ลูกไปคนละมากๆ คุณก๋งขุนผดุงฯ กองทุน ๕ ชั่ง คุณก๋งหมื่นทิพอากร ไม่ทราบ คุณตาหลวงพิพากฯ กองทุน ๑๐ ชั่ง คุณปู่พระประเทศฯ กองทุน ๒๐ ชั่ง คุณย่าทองค า กองทุน ๒๐ ชั่ง นอกจากเงินกองทุนจ านวนดังกล่าวนี้แล้ว เครื่องใช้ที่แสดงความมีอันจะกินของ ท่าน เห็นจะได้แก่ เชี่ยนหมากนากที่คุณทวดอิ่มใช้อยู่ตลอดชีวิตของท่าน


13 คุณก๋งขุนผดุงจีนภักดี (สิน) เป็นบุตรชายคนโตของคุณหลวงวิจารณ์ฯและอ าแดง อิ่ม ถ้าดูจากนามบรรดาศักดิ์ของท่าน น่าจะมีต าแหน่งราชการส่วนท้องถิ่น บุตรสายตรงของท่าน น่าจะลองสืบสวนดู คุณก๋งขุนผดุง ฯ แต่เดิมมีบ้านช่องอยู่แถวๆ วัดโสธรฯใกล้กรมทหาร ท ามาหากิน กับกรมทหาร ด้วยการต าข้าวกล้องและมีโรงสีมือ ขายข้าวให้กรมทหาร ครกละ ๖ สตางค์ ในสมัย นั้น พระองค์เจ้าค ารพฯ อยู่ที่ฉะเชิงเทรา คุณก๋งคุ้นเคยกับหม่อมแดงในพระองค์เจ้าค ารพฯ มาก พลตรีพระองค์เจ้าค ารพฯ ทรงเป็นผู้บัญชาการกองพลที่ ๙ ซึ่งตั้งอยู่ที่ฉะเชิงเทรา ในราว พ.ศ. ๒๔๕๓ ต่อมากองพลที่ ๙ ย้ายไปอยู่ที่ดงพระราม ซึ่งเป็นค่ายจักรพงษ์ในปัจจุบัน คุณก๋งขุนผดุงฯ ก็ย้ายตามไปอยู่ที่ปราจีนบุรีด้วย เวลาที่คุณก๋งขุนผดุงฯย้ายไป ได้ไปท าสวนผลไม้ โดยน า เงาะ ทุเรียน ขนุนและหน่อไม้ไผ่ตงไปปลูกเป็นคนแรก ม.ร.ว. ถนัดศรี สวัสดิวัฒน์ เคยเขียนถึงขนุนพันธุ์ ดี เนื้อหนาของคุณก๋งขุนผดุงฯ นับว่า ท่านเป็นผู้น าผลไม้เศรษฐกิจไปปลูกที่ปราจีนเป็นคนแรก ถ้ามีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ อาจจะได้ดุษฎีบัณฑิตทางเกษตรกรรมก่อนนายด า น้ าหยด ก็เป็นได้ ลูกหลานควรจะกินผลไม้ปราจีน เพื่อแสดงความรู้คุณต่อคุณก๋งท่านนี้ด้วย ส่วนที่แปดริ้ว ท่านมีสวนผลไม้อยู่ริมแม่น้ าบางปะกง ใกล้ๆวัดจุกเฌอ สวนที่ซื้อ เดิมเป็นโรงหีบอ้อย ๔ โรง มีบ่อใส่น้ าอ้อยเป็นบ่อซีเมนต์ขนาดใหญ่ ชาวจีนเรียกโรงหีบอ้อย ตรงนี้ ว่า สี่เกงล้ง แปลว่า โรงหีบอ้อย ๔ โรง คุณก๋งขุนผดุงฯ ได้มาตั้งโรงเลื่อยมือที่ตรงสวนแห่งนี้ด้วย ระหว่างที่ท ามาหากินอยู่ที่นี่ เกิดมาชอบพอสาวแปดริ้ว ทั้งๆที่มีบุตร ภรรยาอยู่ที่ปราจีนบุรี คุณก๋ง


14 ขุนผดุงฯ เขียนเพลงยาวติดต่อกัน โดยมีบ่าวเป็นนายไปรษณีย์ นิยายรักของคุณก๋งคงจะดังมาก เนื่องจากฝ่ายหญิง คือ คุณยายส้มลิ้ม เป็นน้าพระยาวิสูตรจีนชาติ มารดาผู้เขียนจ าข้อความใน เพลงยาวตอนหนึ่ง ที่คุณก๋งขุนผดุงฯเขียนถึงคุณยายส้มลิ้มว่า “ตัวพี่นี้เป็นเจ้าสี่เกงล้ง ถ้าได้น้องมา เป็นคนทรง คงจะเฮี้ยน” ผลสุดท้ายคุณก๋งขุนผดุงฯ เจ้าของโรงหีบเกงล้ง ได้ยกขันหมากไป แต่งงานกับคุณยายส้มลิ้ม ในขณะที่ภรรยาหลวง คือ คุณย่าสมบุญ อยู่ที่ปราจีนบุรี หลานตาของ ท่านกับคุณย่าสมบุญคนหนึ่ง เป็นอภิชาตบุตรในสายของท่าน กล่าวคือ ได้ตราจตุถจุลจอมเกล้าฯ เป็นคุณหญิง เมื่อ ๑๐ ปีเศษ เนื่องจากสามีเป็นปลัดกระทรวงคมนาคม ท่านผู้นั้น คือ คุณหญิงสกุล สงวนวงศ์ พี่สมหวัง และพี่สมจิตต์ เป็นน้องคุณพี่สกุล สงวนวงศ์ พี่อราพร และ พี่ชนิดา ก็เป็น หลานตาของท่านเช่นกัน คุณก๋งเปรม เป็นบุตรชาย คนที่ ๒ ของคุณทวด ท่านผู้นี้เป็นนายอากร อยู่ที่ กรุงเทพฯ ได้รับบรรดาศักดิ์เป็น หมื่นทิพอากร มีลูกสาว ๒ คน คือ คุณป้าสาย และ คุณป้าแสง คุณย่าทิพ ได้รับมรดกจากบิดา-มารดา มากมาย มีทองหยอง ถึง ๕ ก าปั่น มรดกชิ้นส าคัญ ได้แก่ ตลับงายอดทองค า ซึ่งมีเพียง ๑ ส ารับ ซึ่งคุณป้าทั้งสองคน ไม่สามารถตกลงกันได้ คุณปู่พระ ประเทศฯ เป็นผู้ตัดสินให้คุณป้าสายได้ไป ส่วนคุณป้าแสง คุณปู่ควักเงินส่วนตัวให้ไป ๑๐ ชั่ง เมื่อ ๖๐-๗๐ ปีก่อน คุณป้าแสงคงจะเกรงใจ จึงยอมรับเงินจ านวนนั้นไป คุณป้าแสงลูกสาวคุณก๋งหมื่นทิพอากร ถึงจะไม่ได้ตลับงา แต่ก็เป็นคนโชคดี นอกจากได้รับมรดกจาก บิดา – มารดาแล้ว ยังได้รับมรดกจากญาติฝ่ายมารดาอีกหลายซับ หลาย ซ้อน เป็นตึกแถวที่วงเวียนใหญ่ ตึกแดงที่ปากคลองตลาด ที่ดินในกรุงเทพฯ อีกหลายแปลง สวน ที่บางนางเกรง ฯลฯ นอกจากนั้น ยังมีญาติฝ่ายมารดาแสดงความจ านง จะยกมรดกมากมายให้ โดยมีเงื่อนไข จะขอมาตายด้วย แต่คุณป้าบอกปัดข้อเสนอนี้ เพราะคุณป้าก็มีมากมายอยู่แล้ว คุณป้าเป็นคนใจดี ใครไม่มีเงินใช้ ก็แจกจ่ายให้ ที่ดินในกรุงเทพฯ ขาย เมื่อทองราคาบาทละ ๒๐ บาท ลูกชายคนเดียวของคุณป้าจึงได้รับมรดกที่นา เพียง ๔,๐๐๐ ไร่ เท่านั้น ลูกพี่ ลูกน้อง ซึ่งเป็นญาติฝ่ายมารดาของคุณป้าอีกคนก็รวยติดอันดับ มีมรดก มากมาย มารดกก้อนหนึ่งเป็นก้อนจริงๆ คือ ทองบางสะพานก้อนโตเท่าลูกมะพร้าว น่าจะเป็น มะพร้าวที่ยังไม่ได้ปอกเปลือก คุณลุงคนนี้ปกติแทงหวย กข วันละ ๑ ต าลึง ไม่ขาดไม่เกิน เป็นคน ใจร้อน เวลาเงินขาดมือไม่มีแทงหวย จะยกทองไปจ าน าทั้งก้อน ไม่ทราบว่า ปัจจุบันทองก้อนที่ กล่าวถึงอยู่ในมือใคร ถ้าอยู่ที่ใครกรุณาติดต่อด้วยเถอะ อยากจะเป็นญาติกับทองบางสะพานก้อนนี้


15 ตอนหลัง คุณก๋งหมื่นทิพอากร มาท าไม้ขายที่คลองม่วง ในเขตอ าเภอพนมสารคาม ที่แปดริ้ว ไม้ที่ท า ได้แก่ ไม้ซุง และ ไม้ท่อน ส่งไปขายที่เมืองจีน ประเภทของไม้ ได้แก่ ไม้แดงจีน ไม้เขล็งและไม้พยุง ข้อนี้ไม่ต้องสงสัย พนมสารคามเป็นแหล่งไม้เนื้อแข็งชั้นดี ผู้เขียนเคยอ่าน จดหมายเหตุสมัยรัชกาลที่ ๒ พบว่า ฉะเชิงเทรา ตัดไม้ส่งไปสร้างพระเมรุ ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ตอนต้น คุณก๋งหมื่นทิพอากร ได้ขายบ้านที่คลองม่วง ให้กับจีนซุนเซ่ง จีนซุนเซ่งขายต่อให้ ก านันฮวด นันทมานพ บิดานายไกรสร นันทมานพ คุณตาหลวงพิพากพานิชการ เป็นบุตรชายคนที่ ๓ ของคุณทวด ซึ่งเป็นคุณตาของ ผู้เขียน คุณตามีประวัติที่น่าสนใจมาก คุณตาแต่งงานกับคุณยาย เมื่อคุณยาย อายุ ๑๗ ปี ผู้เขียน ได้เกิดมาทันเห็นบ้านของคุณตา คุณยาย จ าได้ว่า บ้านหลังนี้ใหญ่มาก ยาว ๒๖ เมตร ไม่มีใคร จ าได้ว่า กว้างเท่าไหร่ ตั้งอยู่ริมแม่น้ าบางปะกง ต าบลจุกเฌอ ห่างเมืองประมาณ ๑/๒ กม. ในสมัย ที่เป็นเด็กจ าได้ว่า กลางวันก็ไม่กล้าเดินเข้าไปในเรือนคนเดียว เพราะในเรือนมีโกศบรรจุอัฐิบรรพบุรุษวางอยู่มากมาย ซ้ าร้ายตรงข้ามโกศ เป็นรูปเขียนคุณตาใหญ่เท่าคนจริง เด็กจะเข้าไปในเรือน ตอนกลางวันต้องชวนกันไปเป็นฝูง ด้วยความกลัวผี คุณยายเป็นใคร มาจากไหน? พี่ประยูร สุขะพงษ์ หลานสาวคนที่ ๒ ของคุณยาย เคยอยู่กับคุณยาย และนอนกับคุณยาย เมื่อเป็นเด็กๆ จ าความได้ว่า พี่ประยูรเล่าว่า คุณยายบอก ว่า คุณยายเป็นลาวและเป็นลูกหลาน เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ มารดาคุณยายอพยพมาจาก เวียงจันทน์มาอยู่ที่ธนบุรีก่อน แล้วจึงย้ายมาฉะเชิงเทรา มาตามล าคลองท่าไข่ หลานพระพนมฯ อดีตเจ้าเมืองพนมสารคาม เป็นชาวลาวพรวนยืนยันว่า เป็นญาติกับคุณยาย สกุลฝ่ายคุณยายเป็น ช่างทอง ช่างทองในสมัยก่อนเป็นผู้มีอันจะกิน เพราะต้องมีช่างอยู่ในความดูแลหลายคน จึงจะท า มาหากินพอเลี้ยงกันได้ ส่วนบรรพบุรุษของคุณยายสอบสวนขึ้นไปได้ ๔ ชั้น จ ากันได้ว่าต้นสกุล ซึ่งเป็น คุณทวดของมารดาผู้เขียน ชื่อ ค า มีบุตรชาย ๑ ชื่อ หลี่ บุตรสาว ๑ ชื่อ ข า อ าแดงข า มีสามีชื่อ แสง เมื่ออ าแดงข าแต่งงาน แยกครอบครัวไปอยู่กับสามี ท ามา หากิน ร่ ารวยมาก ถึงขนาดสร้างวัด จ ากันได้ว่า ท่านเป็นผู้สร้างวัดใหม่บางคล้า ด้วยเงิน ๓๐ ชั่ง เมื่อ ๑๐๐ ปีก่อน เวลาน าเงินไปสร้างวัด ใช้ขันเงินตวง ไม่ได้นับกันหรอก เพราะไม่ได้ใช้ธนบัตร เหมือนทุกวันนี้ ทั้งสองท่านเป็นต้นสกุล แสงข า บุตรชายของท่าน ชื่อ คุณปู่เกลี้ยง มาแต่งงานกับ


16 คุณย่าทองค า ซึ่งคุณทวดหลวงวิจารณ์ฯ ให้กองทุน ๒๐ ชั่ง ตอนแต่งงาน ตอนนี้ขอเล่าเรื่อง คุณย่าทองค า แทรกไว้ตรงนี้ ให้จบลงไป คุณย่าทองค า เป็นลูกสาวคนเล็ก เป็นผู้ได้รับมรดกบ้านเก่าของมารดา เป็นสวน ซึ่ง พ.อ.ปรีชา สาริกะภูติ เป็นผู้ได้รับมรดก คุณย่าทองค า ได้รับมรดกบ้านสวน ๔๐ ไร่ และ ทรัพย์สินในบ้านทั้งหมด คุณย่าทองค า มีบุตรคนเดียวเป็นหญิง คือ คุณป้าส าเนียง บิดา-มารดา ผู้เขียนเล่าว่า คุณย่าทองค าเคยน าทองไปขอแลกเครื่องประดับ เป็นต้นว่า ก าไล แหวนขวัญ จาก คุณปู่พระประเทศฯ มาให้ลูกสาว แต่คุณปู่พระประเทศฯยกเครื่องทอง ซึ่งเป็นเครื่องประดับ เด็กผู้หญิง หนัก ๔๐ บาท ให้คุณป้าส าเนียงโดยไม่ต้องแลก *************************************************************** นางค า/ไม่ทราบ นางข า+แสง เกลี้ยง/ทองค า ส าเนียง ฯลฯ นายหลี+นางฉาย นางริ้ว / หลวงพิพากพานิชการ ฯลฯ (๑๐ ท่าน ช๔,ญ๖) ๒ ๓ ๔ ๑.คุณทวดข าและสามี เป็นต้นสกุลแสงข า ๒. คุณย่าทองค า เป็นบุตรคุณหลวงวิจารณ์จีนจร


17 คุณทวดหลี มีภรรยา ชื่อ ฉาย มีบุตร ๔ คน ลูกสาวของคุณทวด ๒ ท่านนี้ ชื่อ คุณยายริ้ว พานิชการ เป็นคุณยายของผู้เขียน คุณยายเล่าให้ฟังว่า บิดา – มารดา ของคุณยายมา จากธนบุรี ดังได้กล่าวแล้ว ลงเรือมาตามล าคลองท่าไข่ มาถึงฉะเชิงเทรา มาตั้งบ้านเรือน ริมแม่น้ าบางปะกง แถวๆต าบลบ้านหมู่ มาประกอบอาชีพเป็นช่างทอง พอถึงหน้าแล้ง คุณทวด จะให้บ่าวไพร่ ขัดเรือและยาเรือแจวขนาดใหญ่ เพื่อเตรียมตัวไปซื้อเงินแท่งและทองแท่งที่ กรุงเทพฯ น ามาท าเป็นทองรูปพรรณ เครื่องเงิน เครื่องทองฝีมือคุณทวดที่ตกทอดมาถึงหลานๆ ก็ยังอยู่ครบทุกชิ้น เป็นต้นว่า แหวนนพเก้าอย่างเก่า แหวนเพชรซีก จี้ทองฝังพลอย หัวเข็มขัดทอง ฝังพลอย แหวนขวัญลูกไม้ปลายมือ และเครื่องเงิน เป็นต้น คุณตาของผู้เขียน คือ คุณหลวงพิพากพานิช (เปี่ยม) เป็นบุตรชายคนที่ ๓ ของ คุณหลวงวิจารณ์จีนจร (ขุนทอง) คุณตาแต่งงานกับคุณยาย ได้เงินกองทุน ๑๐ ชั่ง มาตั้งตัว คุณตาหลวงพิพากฯ มาปลูกบ้านอยู่ริมแม่น้ าบางปะกง ติดกับบ้านเดิมของคุณทวดอิ่ม คนละฟาก กับบ้านคุณปู่พระประเทศฯ ลูกๆ หลาน เรียกบ้านคุณปู่ว่า “บ้านบน” และเรียกบ้านคุณตาว่า “บ้านล่าง” แต่ในสมัยหลังๆ พากันเรียก “บ้านล่าง” ว่า “บ้านใหญ่” เนื่องจากมีขนาดใหญ่ บ้านล่างของคุณตาเป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่ ยาว ๒๖ เมตร ตัวเรือนมี ๒ ชั้น ชั้นใน เรียกว่า ในเรือน ถัดในเรือนออกมา เรียกว่า ในเฟี้ยม ถัดเฟี้ยมออกมา เป็นพื้นเสมอกันในเฟี้ยมอีก ช่วงหนึ่ง แล้วจึงลดพื้นลงมาเป็นนอกชาน ๒ ด้าน นอกชานมีเรือนใหม่ ๒ หลัง ทั้งซ้าย ขวา รอบๆ เรือนใหญ่มีบ้านคนใช้ ๔ หลัง หลังหนึ่งเป็นเรือนฝากระดานอยู่ริมแม่น้ า ใกล้ๆบ้านหลังนี้ ใช้เป็นที่ จอดเรือของแขก เนื่องจากอยู่ริมแม่น้ า บ่าวไพร่ ในบ้านไม่ต้องหุงข้าวปลากินเอง หน้าที่ในการหุงหาเป็นของคนครัว บนเรือนใหญ่ ๖ คน ยายปานเป็นหัวหน้าแม่ครัว เวลาหุงข้าว ยายปานจะหยักรั้ง เพื่อความ คล่องตัวในการท างาน พอท าอาหารเสร็จเรียบร้อย ยายปานจะตักใส่กระบะไม้ มาวางเป็น กระบะๆ แล้วตะโกนเรียกบ่าวไพร่ในบ้านว่า “มากินข้าวโว๊ย” เรื่องนี้ พี่ประยูร สุขะพงษ์ ทันเห็น และได้ยินมาเอง ผู้คนในบ้านมีจ านวนมากถึงขั้นต้องหุงข้าวกระทะให้กิน ส่วนบนเรือนหุงข้าวด้วย หม้อดิน ยายปานเป็นบ่าวของคน ต าบลบ้านใหม่ที่คุณตาไถ่ตัวมา ด้วยเงิน ๑๒๐ บาท ในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง เมื่อมาอยู่กับคุณตา ได้สามีเป็นคนในบ้านคุณตา มีลูกสาวคนหนึ่ง ชื่อ กวัก ต่อมากวักมีสามีเป็นต ารวจชื่อ โกย ถึงแม้ว่าจะช่วยกันกวักและโกย แต่ก็ไม่ได้ร่ ารวยอะไร


18 บ่าวไพร่ในบ้าน มักจะได้สามี ภรรยาเป็นคนในบ้านอยู่กินกันเป็นคู่ๆ และอยู่ในบ้านนั้นเอง ในชั้นหลังๆได้แยกย้ายกันไปท ามาหากินตามใจสมัคร พูดถึงผู้คนในบ้านแล้วต้องขอพูดเลยไปถึงผู้คนของ คุณตา คุณยาย อีกประเภท หนึ่ง ได้แก่ ลูกสวน และ ลูกนา ซึ่งท าสวน และ ท านาสืบทอดกันมาจนถึงทุกวันนี้ ได้แก่ เจ๊กเอ่ง และ เจ๊กเอ๋งโบ๋ ซึ่งเป็นคนจีนมาจากแผ่นดินใหญ่ ทั้งนี้ เป็นเพราะชาวแปดริ้วนิยมใช้ชาวจีนท าสวน ส่วนลูกนา ได้แก่ ยายแป้นตาโกร๋น ลูกหลานของคนเหล่านี้ยังคงท านา ท าสวนของลูกหลานคุณตา เนื่องจากมีความผูกพันกับคุณตา และที่ดินท ามาหากินของตน ถึงแม้จะมีที่ดินของตนเอง แต่ก็ ยังคงท านา ท าสวน ตามที่ปู่- ย่า ตา-ยาย ของตนได้เคยท ามาแต่ครั้งคุณตา เนื่องจากบ้านคุณตาอยู่ริมน้ า การไปมาติดต่อกับจังหวัดต้องใช้เรือแจว คุณตามีเรือ ส าหรับท่านและลูกๆ อยู่ ๒ ล า เป็นเรือเก๋ง ๔ แจว และเรือเก๋ง ๒ แจว อย่างละล า เวลามาเมือง จะต้องปูพรมเล็กๆกลางล าให้คุณตานั่ง และมีหม้อน้ าลายครามใส่น้ าฝนวางไว้ด้านหัวเรือ คุณตาหลวงพิพากฯ มีต าแหน่งเป็นกรมการพิเศษ มีหน้าที่ ควบคุมคนจีน ต าแหน่ง กรมการพิเศษมีเฉพาะเมืองที่มีคนจีน เช่น ฉะเชิงเทรา และ สงขลา เป็นต้น มารดาผู้เขียนเป็น บุตรสาวคนเล็กของคุณตา มีหน้าที่ต้อนรับแขก จึงจ าได้ว่าบิดาท าอะไรบ้าง คุณตามีหน้าที่ตัดสิน เวลาคนจีนพิพาทกัน ผู้ท าผิดถูกปรับ ๒ บาท ส่วนเงินค่าปรับจะเป็นของผู้ใด มารดาผู้เขียน ไม่ทราบ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ กรมขุนมรุพงษ์ศิริพัฒน์ ทรงเป็นเทศาภิบาลมณฑล ปราจีนบุรี จวนเทศาภิบาล คือ บ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทราในปัจจุบันนี้ เสด็จในกรมฯ ทรงคุ้นเคยกับคุณตา พระองค์เจ้าอลังการ เทศาภิบาลมณฑลองค์ก่อน ก็ทรงคุ้นเคยกับคุณตา เช่นกัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เคยเสด็จประพาสเมืองฉะเชิงเทรา เสด็จในกรมฯได้เบิกตัวคุณตาเข้าเฝ้าด้วยในครั้งนั้น คงจะเป็นการเสด็จประพาส ในปี พ.ศ. ๒๔๕๐ นอกจากนั้น คุณตายังเคยได้เข้าเฝ้าสมเด็จพระพันปีหลวง อย่างใกล้ชิดที่จวนเทศาภิบาล สาเหตุ ของการเข้าเฝ้า ก็เนื่องมาจากสัปปะรด ฉะเชิงเทราเป็นจังหวัดที่มีสัปปะรดมาก ถึงขั้น รัชกาลที่ ๕ ทรงมีพระราชปรารภ ถึงการตั้งโรงงานท าสัปปะรดกระป๋อง สัปปะรดพันธุ์ดีของฉะเชิงเทรา อยู่ที่คลองท่าลาด อ าเภอ บางคล้า สมเด็จพระพันปีหลวงเสด็จมาทอดพระเนตรสวนสัปปะรด ซึ่งชาวจีนเป็นผู้ปลูก ที่คลอง


19 ท่าลาด ผู้ควบคุมที่ตามเสด็จ ได้แก่ นายอากรไคบุ๊น และ หลวงสโมสรด าหริการ สมเด็จพระพันปี หลวงมีพระราชประสงค์จะซื้อสัปปะรด หลวงสโมสรด าหริการ และนายอากรไคบุ๊น จึงขอซื้อ สัปปะรดจากสวนสัปปะรดชาวจีน แต่ชาวจีนไม่กล้าขาย เนื่องจากสัปปะรดไม่แก่ ชาวสวน เหล่านั้นพูดและฟังภาษาไทยไม่ได้ ต้องอาศัยหลวงด าหริการ และ นายอากรไคบุ๊น เป็นล่าม ผู้ควบคุมชาวจีนทั้งสองคน พยายามขอร้องให้ชาวสวนขายสัปปะรด แต่ไม่ได้ผล สัปปะรดที่แก่นั้น คุณตาน าชาวจีนเจ้าของสวน น ามาถวายที่จวนเทศาฯ ด้วย ตนเอง การน าสัปปะรดมาถวายคงจะสวนทางกับขบวนเสด็จพระราชด าเนิน เมื่อสมเด็จพระพันปี หลวงเสด็จกลับมาถึงจวนเทศาฯ ปรากฏว่า มีชายจีนเจ้าของสวนสัปปะรด น าสัปปะรดมารอถวาย เป็นจ านวนมาก คุณตาเล่าว่า สมเด็จพระพันปีหลวงทอดพระเนตรเห็นสัปปะรดพันธุ์พื้นเมือง ผลเล็กมาก ทรงแปลกพระทัยมีรับสั่งถามคุณตาว่า สัปปะรดอะไรผลเล็กนัก คุณตากราบทูลว่า “สัปปะรัด” ซึ่งชาวสวนเขาเรียกอย่างนั้นจริงๆ ค ากราบทูลของคุณตา ท าให้ผู้ตามเสด็จ หัวเราะไป ตามๆกัน เมื่อพูดถึงคนจีนกับคุณตาแล้ว ก็จะต้องพูดถึง เรื่องการปิดตลาดของชาวจีนใน ฉะเชิงเทรา ในสมัยที่สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรมขุนมรุพงษ์ฯ ทรงเป็นเทศาฯที่ฉะเชิงเทรานั้น ชาวจีนก่อการก าเริบ ปิดตลาดหยุดค้าขายถึง ๓ วัน ท าให้คนไทยในฉะเชิงเทราล าบากไปตามๆกัน ทางการส่งคนไปเกลี้ยกล่อมหลายครั้งด้วยกัน แต่ไม่เป็นผลส าเร็จ กรมขุนมรุพงษ์ฯทรงนึกถึง คุณตาได้ จึงส่งเรือไปรับแต่เช้ามืด คุณตาไปเจรจากับคนจีน คนจีนจึงยอมอ่อนข้อยอมเปิดตลาด ค้าขายตามปกติ ทั้งนี้เป็นเพราะคุณตา เป็นคนซื่อตรง ควบคุมคนจีนด้วยความสุจริต ยุติธรรม จึงเป็นที่เคารพนับถือของคุณจีน ชื่อของคุณตายังมีอยู่ในกองจดหมายเหตุ หอสมุดแห่งชาติ กรมขุนมรุพงษ์ฯ ทรงเห็นความสามารถของคุณตา จึงเตรียมขอพระราชทาน บรรดาศักดิ์ให้คุณตาเป็น พระภักดีราษฎร์นิยม แต่รัชกาลที่ ๕ เสด็จสวรรคตเสียก่อน เมื่อพูดถึงคนจีนแล้ว ก็ขอสอดแทรก เรื่องญาติผู้ใหญ่อีกคนหนึ่ง ซึ่งถูกจับผิดตัว คิดว่าเป็นอั้งยี่ เนื่องจากไว้ผมเปียและจะถูกประหารชีวิต คุณก๋งผู้นี้ถูกไม้คาบคอ รอการริดคออยู่ ในขณะเดียวกันญาติพี่น้องก็ช่วยกันวิ่งเต้น ดูเหมือนเสียไป ๕๐ ชั่ง เลยรอดมาได้ ท่านผู้นี้เป็นปู่ ของคุณพี่สว่าง สงวนวงศ์ อดีตปลัดกระทรวงคมนาคม สามีของคุณหญิงสกุล พูดถึงคุณตาแล้ว ออกมานอกเรื่องไป ต้องวกกลับมาเรื่องเดิมอีก นอกจากคุณตา เป็นคนซื่อตรงแล้วยังเป็นคนจริง ในสมัยที่คุณตาเป็นหนุ่ม ที่แปดริ้วมีไอ้เสือชื่อดัง ท านองตี๋ใหญ่


20 ชื่อเสือฮุย เสือฮุยเคยท้าคุณตาไปสู้กันตัวต่อตัว คุณตาเป็นคนดุและเป็นคนจริง จึงรับค าท้า ถึงวัน นัดคุณตาขี่ม้าไปกับทิดนิลคนในบ้าน เพียง ๒ คน เมื่อไปถึงจุดนัดพบ ซึ่งน่าจะเป็นที่ในสวน เพราะ ปรากฎว่าคุณตาขี่ม้าโดดท้องร่องไปหาเสือฮุยแต่ผู้เดียว ทิดนิลกลัวเสือฮุยมากกว่าคุณตา จึงไม่ ยอมข้ามไปด้วย เสือฮุยคงไม่ได้มาคนเดียว คงมีลูกน้องมาด้วย เสือฮุยได้เห็นความเด็ดเดี่ยวของ คุณตาจึงถอยกลับไป เสือฮุยเป็นเสือมีระดับ ยอมรับในความกล้าหาญของคุณตา เกิดศรัทธานับถือ ไม่คิดสู้ คุณตาถึงแก่กรรม เมื่ออายุ ๔๘ ปี ระหว่างท าบุญ ๗ วัน เรือเมล์ที่แล่นเลยหน้าบ้าน ไปแทบจะไม่มีผู้โดยสาร เนื่องจากขึ้นมาค านับศพคุณตากันเกือบหมดล า คุณยายท าศพคุณตา ตรงท้องนาหน้าบ้าน โดยสร้างเมรุขึ้นเพื่อเผาคุณตา มารดาผู้เขียนอายุประมาณ ๑๒ ปี อยู่ในราว พ.ศ. ๒๔๖๐ ตลอดงานมีมหรสพ เช่น ลิเก งิ้ว และล าตัด มีโรงทานเลี้ยงอาหารคาวหวานแก่คนมา เที่ยวงาน คุณยายใช้เงินในการฌาปนกิจศพคุณตา ถึง ๔,๐๐๐ บาท เมื่อราว พ.ศ. ๒๔๖๐ ในสมัย รัชกาลที่ ๖ เมื่อคุณตาถึงแก่กรรม มีที่ดินเป็นสวน ราว ๔๐๐ ไร่ นา ๗๐๐ ไร่ เครื่องเงิน เครื่อง ทอง และทรัพย์สินอื่นอีก ซึ่งเกิดจากการท ามาหากินทั้งสิ้น คุณยายเป็นผู้ดูแลรักษาบ้าน ที่ดิน และทรัพย์สินภายในบ้าน เครื่องเงิน นาก และทอง ทุกชิ้น และแบ่งให้แก่ลูกๆทุกคน ตาม เจตนารมณ์ของคุณตา ถึงตรงนี้คงจะต้องขอสดุดีคุณยาย ว่าเป็นคนเก่งและฉลาด จึงสามารถ ปกครองผู้คนและรักษาทรัพย์สิน ตลอดจนถึงสถานะทางสังคมให้อยู่ในระดับเดียวกับสมัยที่คุณตา มีชีวิตอยู่ สมัยที่คุณตายังมีชีวิต คุณยายมีหน้าที่ดูแลกิจการในบ้าน ตลอดจนการจัด อัตราก าลังในบ้านด้วย การให้บ่าวไพร่ในบ้านทอเสื่อกก สานเสื่อเตย เฉาะหมาก หั่นหมาก ถึงหน้า นา ขี่ม้าไปเก็บค่านาที่ปลายคลองบางแก้ว นอกจากคุณยายเป็นคนมีความสามารถแล้ว ยังเป็น คนฉลาด เมื่อท าศพคุณตาที่ท้องนาหน้าบ้าน ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๑ ไร่ จึงไม่พอที่จะจัดงานศพ คุณยายขอใช้ที่คุณก๋งขุนผดุงฯ ซึ่งอยู่ติดกัน แต่คุณก๋งขุนผดุงฯไม่ให้ เนื่องจากเคยขัดใจกับคุณตา คุณยายจึงให้ปลูกโรงลิเกในที่ของท่าน โดยให้โรงลิเกหันหน้าไปทางที่ดินของคุณก๋งขุนผดุงฯ เป็นอันว่าโรงลิเกอยู่ในที่ดินคุณยาย แต่คนดูอยู่ในที่ดินคุณก๋งขุนผดุงฯอย่างนี้ไม่พูดว่าฉลาดแล้ว ไม่ทราบว่าจะพูดอย่างไร ลูก หลานจะต้องเข้าใจว่า คุณปู่แต่ละท่านเป็นล้วนเป็นคนเก่งจึงไม่ค่อย จะยอมลงให้กัน


21 นอกจากความสามารถความฉลาดแล้ว คุณยายยังเป็นคนสวย ลูกสาวทุกคนของ ท่านสวยสู้ท่านไม่ได้สักคน สมเด็จพระน้องยาเธอกรมขุนมรุพงศ์ศิริพัฒน์ เคยเสด็จที่บ้านหลายครั้ง ครั้งแรกที่ท่านเห็นคุณยาย ทรงแปลกพระทัยที่ทราบว่า คุณยายมีบุตรถึง ๑๐ คน แล้วยังสวยอยู่ มารดาผู้เขียนเล่าว่า คุณยายเป็นคนแต่งตัวทันสมัย นุ่งโจงผ้ากระเบน สวมเสื้อแขนพอง ตามความ นิยม สะพายแพร มีเข็มกลัดเพชรตรึงแพรสะพาย ๒ ตัว เวลาออกไปนอกบ้าน มีบ่าวถือกระเป๋า หมากเดินตามหลัง กระเป๋าลิเพาเลี่ยมนากก็เคยมีใช้ คุณป้าปุย ภรรยาพระอินทอาสา เจ้าเมือง พนัสนิคมเป็นคนสานให้ คุณยายน ามาเลี่ยมนากเอง คุณยายเล่าว่า ท่านเป็นญาติกับพระยาสรีสุนทรโวหาร (น้อย อาจาริยางกูร) ท่าน เรียกบุตรสาวของพระยาศรีสุนทรโวหาร ว่า คุณอาสุ่น คุณอาสุ่นคุ้นเคยกับพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ท่านเคยชวนคุณยายของผู้เขียน ไปเข้าเฝ้าถวายตัวเป็นข้าหลวงเดิม ของพระนางเธอลักษมีลาวัณย์ คุณยายเตรียมตัว ตัดเสื้อผ้า รองเท้า และซื้อถุงเท้า แต่เกิดการ เปลี่ยนแปลง คุณยายจึงเข้าเฝ้าถวายตัวไม่ทัน คุณยายถึงแก่กรรม ก่อนปี พ.ศ. ๒๔๘๐ เล็กน้อย ผู้เขียนอายุราว ๓ ขวบ จ าความ ได้ว่า คุณยายรักและเมตตาพี่ชายและผู้เขียนมาก เนื่องจากเป็นหลานคู่เล็กของท่าน ผู้เขียนเองก็มี ความรู้สึกผูกพันกับคุณยาย แม้จะได้เห็นท่านเมื่อเป็นเด็กๆก็ตามที คุณยายถึงแก่กรรมที่กรุงเทพฯ และเป็นสามัญชนรายแรก ที่ฌาปนกิจที่วัดเทพศิรินทราวาส คุณปู่ของผู้เขียน คือ คุณพระประเทศธุรารักษ์ คุณปู่พระประเทศฯ ได้ถวายตัวเป็น มหาดเล็กของพระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นภูธเรศธ ารงศักดิ์ คุณย่าอิ่มมีญาติรับราชการอยู่วังหน้า ท่านผู้นี้อาจจะเป็นผู้น าคุณปู่ไปถวายกรมหมื่นภูธเรศฯ ก็เป็นได้ คุณปู่พระประเทศฯได้เล่าเรียนกับ ครูในวัง ระหว่างที่เป็นมหาดเล็กอยู่ ๓ ปี จึงทูลลากลับมาช่วย บิดา-มารดา ดูแลเรือกสวน ไร่นา คุณปู่รับราชการ เป็นผู้รักษาราชการเมืองสนามไชยเขต คนสุดท้ายก่อนยุบเป็น อ าเภอ ต าแหน่งราชการสุดท้าย คือ นายอ าเภอพนมสารคาม ท่านลาออกจากราชการ เมื่ออายุ ประมาณ ๔๐ ปี อันที่จริง ประวัติของท่านมีอยู่ในหนังสือ แจกในงานพระราชทานเพลิงศพของ ท่าน จึงจะขอเล่า เฉพาะส่วนที่ไม่มี ในหนังสือเล่มนั้น ถ้าผู้เขียนจ าไม่ผิด สมเด็จกรมพระยาด ารง ราชานุภาพ เสนาบดีกระทรวงมหาดไทย เคยกล่าวถึงคุณปู่ไว้ในหนังสือเทศาภิบาล ในคราวเสด็จ ตรวจเยี่ยมมณฑลปราจีนบุรี ว่า คุณปู่เป็นคนคล่องแคล่ว เอางานเอาการ น่าเสียดาย ในขณะที่ เขียนนี้ ไม่สามารถสอบสวนได้


22 บิดาผู้เขียนเล่าว่า คุณปู่เป็นคนยิงปืนแม่น ทางการเคยแต่งตั้งเป็นการจร ให้ท่าน ปราบปรามโจรผู้ร้ายที่ชุกชุมในเขตอ าเภอบางคล้าจนราบคาบ แม้แต่เสือฮุย โจรชื่อดังของแปดริ้ว คุณปู่ก็เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมปราบปรามด้วย คุณปู่เป็นคนเด็ดขาด ไม่กลัวคน บิดาผู้เขียนเล่าให้ฟังว่า หลังจากลาออกจาก ราชการแล้ว ท่านไปท าโรงเลื่อยที่ปากคลองม่วง ท่านมีเรือส่วนตัวเป็นเรือไฟ ส าหรับใช้ไปโรงเลื่อย วันหนึ่งท่านนั่งเรือไฟไปโรงเลื่อย เรือติดสะพาน ที่พระพนมสารนรินทร์ นายอ าเภอพนม สร้าง ขวางคลองท่าลาด เรือของท่านแล่นผ่านไปไม่ได้ คุณปู่สั่งให้คนงานโดดลงไปฟันคอสะพานออก แล้วขับเรือผ่านไปถึงโรงเลื่อยปากคลองม่วงได้ ต่อมาคุณปู่ย้ายโรงเลื่อยมาสร้างที่หน้าบ้าน เพื่อ ความสะดวกในการควบคุม ดูแล คุณตาหลวงพิพากฯ เคยมีหุ้นส่วนอยู่ด้วยระยะหนึ่ง ถึงแม้ว่าคุณปู่จะลาออกจากราชการแล้วก็ยังสนใจในกิจการบ้านเมืองอยู่ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงตั้งกองเสือป่าขึ้น คุณปู่ก็สมัครเข้าเป็น กองเสือป่าและมาเข้ารับการฝึกเป็นประจ าทุกปีมิได้ขาด บ้านคุณปู่พระประเทศฯ อยู่ตรงข้ามวัดจุกเฌอ เป็นบ้านสองชั้นขนาดใหญ่ ผู้เขียน จ าได้ว่า พระครูธรรมสารวิจิตรอดีตเจ้าอาวาสวัดเทพนิมิต เคยเขียนถึงบ้านหลังนี้ไว้ เมื่อ ๖๐-๗๐ ปีก่อนว่า “หลวงประเทศ บ้านโก้สโมสร ที่รับแขกมีสง่า น่านั่งนอน” ตรงที่สร้างบ้าน เรียกว่า “แหลมพระยาจาก” บ้านหลังนี้ คงมีอายุ ประมาณ ๑๐๐ ปีเศษ ปลูกตั้งแต่คุณทวดอิ่ม ยังมีชีวิต อยู่ คุณทวดอิ่มรื้อบ้านจากที่เดิมมาปลูกใหม่ทางด้านซ้ายของบ้านหลังนี้ บิดา-มารดา ผู้เขียนจ าได้ ว่า มีเรือนอีกหลังหนึ่งอยู่ใกล้ๆบ้านคุณทวดอิ่มแต่จ าไม่ได้ และไม่ทราบว่าเป็นของท่านผู้ใด เมื่อคุณทวดอิ่มถึงแก่กรรม คุณปู่น าอัฐิมาเก็บไว้รวมกับบรรพบุรุษบางท่าน ที่เรือนเก็บอัฐิในสวน ปัจจุบันลูกๆเจ้าคุณลุง น ามาบรรจุไว้ในเจดีย์หลังบ้านคุณปู่ เมื่อเด็กๆ ผู้เขียนเคยไปเยี่ยมคุณปู่ จ าได้ว่า ท่านเป็นคนแข็งแรง เวลาผู้เขียนจะ ลากลับ ท่านจะเรียกคนงานฝั่งโรงเลื่อยให้พายเรือมาส่งผู้เขียนที่บ้านใหญ่ คุณปู่คงจะเป็นคนทันสมัย หลังบ้านท่าน มีกรงเลี้ยงสัตว์ต่างๆ เช่น งูเหลือม ชะนี ถัดกรงเลี้ยงสัตว์ มีสระเลี้ยงปลา ในสระมีบัววิกตอเรีย บนบ้านมีหนูถีบจักร อยู่ในกรงเล็กๆ ผู้เขียน จ าได้ว่า เวลาไปเยี่ยมท่าน ยังไปนั่งดูหนูถีบจักรข้างๆบ้านมีอู่เรือยนต์ เป็นเรือยนต์ชั้นเดียว ๑ ล า เรือฉุดระหัด ๑ ล า ท่านใช้เป็นพาหนะไปไหนมาไหน ตลอดชีวิตของท่าน ท่านไม่เคยนั่งเรือโดยสาร


23 ที่ดินที่สวนริมแม่น้ าบางปะกง ตรงข้ามบ้านล่างมาถึงบ้านบนเป็นระยะทางยาว ประมาณ ๒-๓ กม. เป็นที่ดินของลูก-หลาน หลวงวิจารณ์ฯ ทั้งสิ้น คิดเป็นเนื้อที่ ราว ๒๐๐-๓๐๐ ไร่ ทรัพย์สินที่คุณปู่ คุณตา ทุกคนมีอยู่ ได้มาด้วยน้ าพักแรง และความซื่อสัตย์สุจริตของท่าน ทั้งสิ้น คุณปู่และคุณตาทุกคนล้วนเป็นคนสุจริต ซื่อตรง รักความยุติธรรมและรักชื่อเสียงของวงศ์ ตระกูล คุณธรรมดังกล่าวนี้ ลูก-หลาน สืบทอดมาโดยสายเลือด และการอบรมจาก บิดา-มารดา ของตนทั้งสิ้น หมายเหตุ ปี พ.ศ.๒๕๕๖ ลูก หลาน เหลนได้น าอัฐิบรรพบุรุษจากบ้านคุณปู่พระประเทศฯ ไปบรรจุไว้ที่เสาหน้าโบสถ์ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎ์ (วัดเมือง) ฉะเชิงเทรา ร่วมกับบรรพบุรุษอื่นๆ เพื่อสะดวกในการท าบุญตระกูลประจ าปี ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ โบสถ์วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎ์ ได้รับการขึ้นบัญชีเป็น.................... ทางวัดจึงขอให้ย้ายอัฐิบรรพบุรุษ จากเสาหน้าโบสถ์ มาบรรจุ ไว้ที่ช่องก าแพงริมสระ น้ า (ที่ทางวัดได้จัดท า) .................................................................................................


24


25 รายชื่ออัฐิ ที่บรรจุ วัดปิตุลาธิราชรังสฤษฎ์ หมายเลข ช่องบรรจุ รูปช่องบรรจุ ชื่อ – สกุล ๑๒๑ หลวงวิจารณ์จีนจร (ขุนทอง สาริกะภูติ) ๑๒๒ ปู่ที่ ๑ ขุนผดุงจีนภักดี (สิน สาริกะภูติ) ๑๒๓ ปู่ที่ ๒ หมื่นทิพอากร (เปรม สาริกะภูติ)


26 หมายเลข ช่องบรรจุ รูปช่องบรรจุ ชื่อ – สกุล ๑๒๔ ย่าที่ ๕ นางทองค า (สาริกะภูติ) – นายเกลี้ยง แสงข า ๑๒๕ ปู่ที่ ๓ หลวงพิพากพานิช (เปี่ยม สาริกะภูติ) –นางริ้ว พานิชการ ๑๒๖ นายวิชัย – นางเชื่อม สาริกะภูติ


27 หมายเลข ช่องบรรจุ รูปช่องบรรจุ ชื่อ – สกุล ๑๒๗ นางเพชร รุ่งโรจน์ นางแจ่ม (สาริกะภูติ) ถาวรศิริ ๑๒๘ นายเปล่ง – นางสะอาด-นางเพิ่ม สาริกะภูติ นางสุภา (สาริกะภูติ) –นายนุภาพ อ่อนน้อม นายประพันธ์ สาริกะภูติ นายประพัฒน์ สาริกะภูติ ๑๒๙ นางประมวล สาริกะภูติ นางประพฤทธิ์ (สาริกะภูติ) พนมวรรณ นางประไพ (สาริกะภูติ) วาสะศิริ ร.ศ. นารี สาริกะภูติ


28 หมายเลข ช่องบรรจุ รูปช่องบรรจุ ชื่อ – สกุล ๑๓๐ นางประยูรลักษณ์ (ถาวรศิริ) สุขะพงษ์ พลตรี ประโยชน์ ถาวรศิริ ๑๓๑ ปู่ที่ ๔ พระประเทศธุรารักษ์ (แหยม สาริกะภูติ) ๑๓๒ พระยาสาริกพงศ์ธรรมพิลาสมนูภาษย์ยุกติสภา บดี (สวัสดิ์ สาริกะภูติ)


29 หมายเลข ช่องบรรจุ รูปช่องบรรจุ ชื่อ – สกุล ๑๓๓ นายพิทย์ – นางตลับ สาริกะภูติ ๑๓๔ นายสวง – นางประมล สาริกะภูติ ๑๓๕ นายสุปรีดิ์ สาริกะภูติ


30 หมายเลข ช่องบรรจุ รูปช่องบรรจุ ชื่อ – สกุล ๑๓๖ ร.ศ. สุวิทย์ สังโยคะ ๑๓๗ นางเยื้อน (สาริกะภูติ) อารีย์กุล นายทองอยู่ – นางส ารวย อารีย์กุล น.ส.แก้ว อารีย์กุล นายประสงค์ อารีย์กุล ๑๓๘ นายชัช - นางนวลศิริ สาริกะภูติ


31 หมายเลข ช่องบรรจุ รูปช่องบรรจุ ชื่อ – สกุล ๑๓๙ นางเจียร (สาริกะภูติ) – ดาบสง่า วีระกุล นายสุทธิพงษ์ วีระกุล ๑๔๐ ร.ต.อ. สิทธิเดช - นางภิรมย์ วีระกุล น.ส. ศิริจันทร์ วีระกุล ๑๔๑ นายยุกติ สาริกะภูติ


32 ท าเนียบตระกูลลูก-หลาน-เหลน หลวงวิจารณ์จีนจร(ขุนทอง สาริกะภูติ) หลวงวิจารณ์จีนจร (ขุนทอง สาริกะภูติ) มีภรรยาชื่อ นางอิ่ม สาริกะภูติ มีบุตร-ธิดา๕ คน แบ่งเป็น ๕ สาย ดังนี้ สายที่ ๑ ขุนผดุงจีนภักดี (สิน สาริกะภูติ) สายที่ ๒ หมื่นทิพอากร (เปรม สาริกะภูติ) สายที่ ๓ หลวงพิพากพานิชการ (เปี่ยม สาริกะภูติ) สายที่ ๔ พระประเทศธุรารักษ์ (แหยม สาริกะภูติ) สายที่ ๕ นางทองค า (สาริกะภูติ) แสงข า สายที่ ๑ ๒.๑. ขุนผดุงจีนภักดี (สิน สาริกะภูติ) * มีภรรยา ๔ คน มีบุตร-ธิดา ๗ คน ภรรยาชื่อ นางสมบุญ สาริกะภูติ * มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๑.๓.๑ นายจิ้นสือ* - นางทองสุข สาริกะภูติ * มีธิดา ๒ คน ๑.๔.๑.๑ นางปรานี สาริกะภูติ* ๑.๔.๑.๒ นางประนอม สาริกะภูติ* ๑.๓.๒. นางวงษ์ *– นายสอน สมใจ* มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๑.๔.๒.๑ ท่านผู้หญิงสกุล *- นายสว่าง สงวนวงศ์* มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๑.๕.๒.๑.๑ นพ.สกล* – นางวิดา สงวนวงศ์ มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๑.๖.๒.๑.๑.๑ นายวสันต์ สงวนวงศ์ ๑.๖.๒.๑.๑.๒ นายชาญวิทย์–นางวิจิตรศรี สงวนวงศ์ มีบุตร ๑ คน ๑.๗.๒.๑.๑.๒.๑ นายวรยศ สงวนวงศ์ ๑.๖.๒.๑.๑.๓ นายกฤษฎิ์ – นางสุมนา สงวนวงศ์ ๑.๖.๒.๑.๑.๔ พญ.นาฏพธู – นพ.บุญชัย โควาดิสัยบูรณะ ๑.๕.๒.๑.๒ นายสุวัจน์* - นางระเบียบ สงวนวงศ์ มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๑.๖.๒.๑.๒.๑ นาง ญาดา – นายอิทธิเอก กิตติอังกูล ๑.๖.๒.๑.๒.๒ น.ส.บาจรีย์ สงวนวงศ์ ๑.๖.๒.๑.๒.๓ นายอัคร – นางนิธิดา สงวนวงศ์ มีธิดา ๑ คน ๑.๗.๒.๑.๒.๓.๑ ด.ญ.แพรวา สงวนวงศ์ ๑.๕.๒.๑.๓ นางสุรางค์ สงวนวงศ์* มีธิดา ๑ คน ๑.๖.๒.๑.๓.๑ น.ส.วารุณี สงวนวงศ์ ๑.๕.๒.๑.๔ นางสินีนาฏ - นายอนุชิต โสดสถิตย์* มีธิดา ๒ คน ๑.๖.๒.๑.๔.๑ น.ส.มนทกานต์ โสดสถิตย์ ๑.๖.๒.๑.๔.๒ น.ส.เบญจภา โสดสถิต


33 ๑.๔.๒.๒ นพ.สมหวัง* – นางพยุง สมใจ* มีบุตร-ธิดา ๕ คน ๑.๕.๒.๒.๑ พญ.สุภาเพ็ญ-นายบรรจง สนธิทิม มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๑.๖.๒.๒.๑.๑ นางภาพิมล* - นายโทนี่ ฮัซซี่ มีบุตร ๑ คน ๑.๗.๒.๒.๑.๑.๑ ด.ช.แพทริค (ท๊อป) ฮัซซี่ ๑.๖.๒.๒.๑.๒นายใจเพชร-นางโมโนโก สนธิทิม มีบุตร ๒ คน ๑.๗.๒.๒.๑.๒.๑ ด.ช.เรย์ สนธิทิม ๑.๗.๒.๒.๑.๒.๒ ด.ช.เจย์ สนธิทิม ๑.๕.๒.๒.๒ พญ.ประภาศรี - นพ.ประยูร จงสุขสันติกุล* มีบุตร ๑ คน ๑.๖.๒.๒.๒.๑ นายธวัชชัย – นางเกศกนก จงสุขสันติกุล มีธิดา ๒ คน ๑.๗.๒.๒.๒.๑.๑ ด.ญ.กัญจน์นิกข์ จงสุขสันติกุล ๑.๗.๒.๒.๒.๑.๒ ด.ญ.กัญจน์นิชา จงสุขสันติกุล ๑.๕.๒.๒.๓ นางประไพศรี-ดร.ประศาสตร์ ฟูตระกูล* มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๑.๖.๒.๒.๓.๑ นายณัฏฐพงศ์ - นางเสาวรัตน์ ฟูตระกูล มีบุตร ๑ คน ๑.๗.๒.๒.๓.๑.๑ ด.ช.พาทิศ ฟูตระกูล ๑.๖.๒.๒.๓.๒ ภกญ.บุญธรี - ภก.วาที รัตนวิสาลนนท์มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๑.๗.๒.๒.๓.๒.๑ ด.ญ.นนนนันทน์ รัตนวิสาลนนท์ ๑.๗.๒.๒.๓.๒.๒ ด.ช.ธนนนันต์ รัตนวิสาลนนท์ ๑.๗.๒.๒.๓.๒.๓ ด.ช. นันทน์นนน รัตนวิสาลนนท์ ๑.๕.๒.๒.๔ พ.อ.อ.ดัชนี – นายเสริมศักดิ์ นรินทร์วงษ์ ๑.๕.๒.๒.๕ ภก.พงษ์ศักดิ์ - นางเพ็ญศิริ สมใจ* มีบุตร ๒ คน ๑.๖.๒.๒.๕.๑ นายธิบดี สมใจ ๑.๖.๒.๒.๕.๒ นายกิตติบดี สมใจ ๑.๔.๒.๓ นางสมจิตต์* - นายมนู หิรัญญะเวช * มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๑.๕.๒.๓.๑ นายชินทัติ* - นางวรัญญู หิรัญญะเวช มีบุตร ๑ คน ๑.๖.๒.๓.๑.๑ นายพงศธร – นางสิริกาญจน์ หิรัญญะเวช ๑.๕.๒.๓.๒ พล.ต.ท.ภัทรชัย - นางนาถฤดี หิรัญญะเวช มีบุตร ๑ คน ๑.๖.๒.๓.๒.๑ นายณัฐพงศ์ หิรัญญะเวช ๑.๕.๒.๓.๓ นางไศลโสภิณ - นายเผ่าชัย บุญตานนท์ มีธิดา ๒ คน ๑.๖.๒.๓.๓.๑ นางอังสุมาล–Mr.Brandt Frediskon มีบุตร ๑ คน ๑.๗.๒.๓.๓.๑.๑ ด.ช. William Frediskon ๑.๖.๒.๓.๓.๒ นางปัทมรัตน์ – Mr.David Soler มีบุตร ๑ คน ๑.๗.๒.๓.๓.๒.๑ ด.ช. Johan Soler ๑.๓.๓ นางวาด สาริกะภูติ* ภรรยาชื่อ นางเฉย สาริกะภูติ* มีธิดา ๒ คน ๑.๓.๔ นางไล้* – นายเล็ก วัฒนะ* มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๑.๔.๔.๑ นางละออ* – ร.อ.ทองค า ชะอุ่ม * มีบุตร-ธิดา ๒ คน


34 ๑.๕.๔.๑.๑ นางละเมียด* – นายบุญมา อนุศาสน์วิศิษฐ์* ๑.๕.๔.๑.๒ นายวีรพล* – นางบุญช่วย ชะอุ่ม* ๑.๔.๔.๒ นายละมัย* – นางวิลาส วัฒนะ* ๑.๓.๕ นางเอี้ยม* – ร.ต.ท.เอี้ยง สมบูรณ์วงศ์ * มีธิดา ๒ คน ๑.๔.๕.๑ นางอราพร* – นายขจร ศิริชนะ* มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๑.๕.๕.๑.๑ นายอ าพล ศิริชนะ* มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๑.๖.๕.๑.๑.๑นางอรฤดี –นายปรเมศวร์ โพธิ์เกษมศานต์ มีบุตร ๑ คน ๑.๗.๕.๑.๑.๑.๑ นายปวริศ โพธิ์เกษมศานต์ ๑.๖.๕.๑.๑.๒ นายอุกฤษฎ์ ศิริชนะ ๑.๕.๕.๑.๒ พล.ต.ดร.พงศ์ภัทร วรงค์พรพรม (นพพร ศิริชนะ) ๑.๕.๕.๑.๓ น.ส.อรนฤมล ศิริชนะ* ๑.๔.๕.๒ นางชนิดา* – พ.อ.ปรีชา สาริกภูติ* มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๑.๕.๕.๒.๑ น.ส.พัชราภรณ์ สาริกภูติ– นายธนิต ผดุงวงษ์ มีบุตร ๑ คน ๑.๖.๕.๒.๑.๑ นายเกียรติเชษฐ์ – นางวชิราภรณ์ (ธัญญะเจริญ) ผดุงวงษ์ ๑.๕.๕.๒.๒ นายจรจักร สาริกภูติ* ๑.๕.๕.๒.๓ น.ส.พีรญา สาริกภูติ ๑.๕.๕.๒.๔ นายเอกรัตน์-นางพัดชา สาริกภูติ มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๑.๖.๕.๒.๔.๑ นายเมฆพัด สาริกภูติ ๑.๖.๕.๒.๔.๒ น.ส.ณัฐสุชา สาริกภูติ ภรรยาชื่อ นางส้มลิ้ม สาริกะภูติ * มีธิดา ๑ คน ๑.๓.๖ นางทรัพย์ *– นายซุ่นเล้ง สัจจพันธ์* มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๑.๔.๖.๑ นางศรีอัปษร สัจจพันธ์* ๑.๔.๖.๒ นายถาวร สัจจพันธ์* ๑.๔.๖.๓ นายธีรพร* – นางวนิดา สัจจพันธ์* ภรรยาชื่อ นางเหลี่ยม สาริกะภูติ* มีบุตร ๑ คน ๑.๓.๗ นายส าเร็จ สาริกะภูติ* สายที่ ๒ ๒.๑ หมื่นทิพอากร (นายเปรม) * – นางค า สาริกะภูติ* มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๒.๓.๑ นางสาย สาริกะภูติ* มีบุตร ๑ คน ๒.๔.๑.๑ นายเสียง สาริกะภูติ* ๒.๓.๒ นายสน สาริกะภูติ* ๒.๓.๓ นางแสง เสนะวัต * มีบุตร ๑ คน ๒.๔.๓.๑ นายสวน เสนะวัต*


35 สายที่ ๓ ๓.๑ หลวงพิพากพานิชการ (เปี่ยม) – นางริ้ว สาริกะภูติ มีบุตร-ธิดา ๑๐ คน ๓.๓.๑ นายวิชัย สาริกภูติ* มีภรรยา ๔ คน มีบุตร- ธิดา ๖ คน ภรรยาชื่อ นางเอียง สาริกภูติ* มีธิดา ๑ คน ๓.๔.๓.๑ นางถวิล* – นายวิเชียร ประศรีพัฒน์* มีธิดา ๑ คน ๓.๕.๓.๑.๑ นางดลลัชนัย–นายฉายฉาน ศังขะนันทน์* มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๓.๖.๓.๑.๑.๑ นายฉัตรเฉลิม–นางปาริฉัตต์ ศังขะนันทน์มีบุตร ๑ คน ๓.๗.๓.๑.๑.๑.๑ ด.ช.อัครวินทร์ ศังขะนันทน์ ๓.๖.๓.๑.๑.๒ นายศิวัสน์ ศังขะนันทน์ ๓.๖.๓.๑.๑.๓ น.ส.ฉันทนัทร์ ศังขะนันทน์ ภรรยาชื่อ นางถวิล สาริกภูติ* มีธิดา ๑ คน ๓.๔.๓.๒ นางส าลี* – นายเฉลา เอียงประคอง * มีบุตร-ธิดา ๖ คน ๓.๕.๓.๒.๑ น.ส.สมนึก เอียงประคอง ๓.๕.๓.๒.๒ นายปรีชา – นางกุหลาบ เอียงประคอง* มีบุตร- ธิดา ๓ คน ๓.๖.๓.๒.๒.๑ นายปราโมทย์ – นางสุวลี เอียงประคอง มีบุตร ๑ คน ๓.๗.๓.๒.๒.๑.๑ ด.ช.ทวีศักดิ์ เอียงประคอง ๓.๖.๓.๒.๒.๒ นายประโยชน์ เอียงประคอง ๓.๖.๓.๒.๒.๓ น.ส.วราภรณ์ เอียงประคอง ๓.๕.๓.๒.๓ นางบุหงา – นายมณี ผ่องจิต มีธิดา ๒ คน ๓.๖.๓.๒.๓.๑ นางเจี๊ยบ ผ่องจิต ๓.๖.๓.๒.๓.๒ น.ส.นก ผ่องจิต ๓.๕.๓.๒.๔ นายประวุฒิ – นางกิมหลั่น เอียงประคอง ๓.๕.๓.๒.๕ น.ส.ยินดี เอียงประคอง ๓.๕.๓.๒.๖ นางเพ็ญรัตน์ – นายนุกูล ภรรยาชื่อ นางเชื่อม สาริกภูติ* มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๓.๔.๓.๓ พ.อ.ปรีชา* – นางชนิดา สาริกภูติ* มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๓.๕.๓.๓.๑ น.ส.พัชราภรณ์ สาริกภูติ – นายธนิต ผดุงวงษ์ มีบุตร ๑ คน ๓.๖.๓.๓.๑.๑ นายเกียรติเชษฐ์ - นางวชิราภรณ์ (ธัญญะเจริญ) ผดุงวงษ์ ๓.๕.๓.๓.๒ นายจรจักร สาริกภูติ * ๓.๕.๓.๓.๓ น.ส.พีรญา สาริกภูติ ๓.๕.๓.๓.๔ นายเอกรัตน์ – นางพัดชา สาริกภูติ มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๓.๖.๓.๓.๔.๑ นายเมฆพัด สาริกภูติ ๓.๖.๓.๓.๔.๒ น.ส.ณัฐสุชา สาริกภูติ ๓.๔.๓.๔ นางประภา* – นายเฉลิม ปัญจะ* มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๓.๕.๓.๔.๑ น.ท.พรพล* – นางศรีประไพ ปัญจะ ๓.๕.๓.๔.๒ นางพันทิพา – นายสนั่น ปรุงศิลป์


36 ๓.๕.๓.๔.๓ นางหทัยทิพย์ ปัญจะ ๓.๕.๓.๔.๔ นางปาริชาติ – นายดิลก บุญเรือง ๓.๔.๓.๕ นางชูชีพ* – นายสุวัฒน์ แก้วพ่วงเสก * มีธิดา ๒ คน ๓.๕.๓.๕.๑ นางสุวณี – นายสุนทร รุ่งสว่าง มีบุตร ๑ คน ๓.๖.๓.๕.๑.๑ นายน าพล รุ่งสว่าง ๓.๕.๓.๕.๒ นางสุนิดา – นายอิทธิชัย ดิศวนนท์ มีบุตร ๒ คน ๓.๖.๓.๕.๒.๑ นายภรัณยู ดิศวนนท์ ๓.๖.๓.๕.๒.๒ นายภูมน ดิศวนนท์ ภรรยาชื่อ นางจ าเนียร สาริกภูติ (พันธุ์ดิษฐ์) * มีบุตร ๑ คน ๓.๔.๓.๖ นายบรรเทา* - นางสมศรี พันธุ์ดิษฐ์ * มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๓.๕.๓.๖.๑ นางจิราวรรณ – นายมานิต ลอยถาดทอง * มีธิดา ๑ คน ๓.๖.๓.๕.๑.๑ น.ส.สุจิตรา ลอยถาดทอง ๓.๕.๓.๖.๒ นายคเณเดช* – นางแน่งน้อย พันธุ์ดิษฐ์ มีบุตร- ธิดา ๒ คน ๓.๖.๓.๖.๒.๑ นายจีรศักดิ์ พันธุ์ดิษฐ์ ๓.๖.๓.๖.๒.๒ น.ส.จิตต์ประภา พันธุ์ดิษฐ์ ๓.๓.๒ นางแจ่ม* – นายบุญช่วย ถาวรศิริ * มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๓.๔.๒.๑ นางประยูรลักษณ์ * – นายพีระศักดิ์ สุขะพงษ์ * มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๓.๕.๒.๑.๑ นางพัชรียา – นายพัชรพล พุทธารี มีธิดา ๒ คน ๓.๖.๒.๑.๑.๑ นางภัทราณี – นายกฤษดา ขิสุวรรณ มีบุตร ๑ คน ๓.๗.๒.๑.๑.๑.๑ ด.ช.พีรวัช ขิสุวรรณ ๓.๖.๒.๑.๑.๒ นางสุธิดา – นายวิศรุต ปุตระเศรณี ๓.๕.๒.๑.๒ นายพงษ์สุริยันต์ – นางนิรามัย สุขะพงษ์ มีธิดา ๒ คน ๓.๖.๒.๑.๒.๑ น.ส.พงษ์พลอย สุขะพงษ์ ๓.๖.๒.๑.๒.๒ น.ส.แพรวพงษ์ สุขะพงษ์ ๓.๔.๒.๒ พล.ต.ประโยชน์* – นางลดาวัลย์ ถาวรศิริ * มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๓.๕.๒.๒.๑ พล.ต.อ.ดร.ประวุฒิ – นางสกาวรัตน์ ถาวรศิริมีบุตร ๒ คน ๓.๖.๒.๒.๑.๑ นายประกาศิต ถาวรศิริ ๓.๖.๒.๒.๑.๒ นายภูมิภัทร ถาวรศิริ ๓.๕.๒.๒.๒ น.ส.ปิยวัลย์ ถาวรศิริ ๓.๕.๒.๒.๓ นายอนันต์ศักดิ์ – นางณัฐธิรา ถาวรศิริ มีบุตร ๒ คน ๓.๖.๒.๒.๓.๑ นายณัฐอนันต์ ถาวรศิริ ๓.๖.๒.๒.๓.๒ นายภัทรนันท์ ถาวรศิริ ๓.๕.๒.๒.๔ นายจักรกฤษณ์ – นางจุฑาทิพย์ ถาวรศิริมีบุตร-ธิดา ๒ คน ๓.๖.๒.๒.๔.๑ ด.ญ.จิณัชญา ถาวรศิริ ๓.๖.๒.๒.๔.๒ ด.ช.จิราเจต ถาวรศิริ


37 ๓.๓.๓ นายเปล่ง (ฮวดเฮง) สาริกะภูติ *มีภรรยา ๒ คน มีบุตร-ธิดา ๓ คน ภรรยาชื่อ นางสะอาด (เล็กกระจ่าง) สาริกะภูติ* มีธิดา ๑ คน ๓.๔.๓.๑ นางสุภา* – นายนุภาพ อ่อนน้อม * มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๓.๕.๓.๑.๑ นายนิพนธ์ – นางวิภา อ่อนน้อม มีธิดา ๑ คน ๓.๖.๓.๑.๑.๑ น.ส.ชฎากร อ่อนน้อม ๓.๕.๓.๑.๒ นายพหล – นางวีณา อ่อนน้อม มีบุตร ๒ คน ๓.๖.๓.๑.๒.๑ นายกิตติภัฏ อ่อนน้อม ๓.๖.๓.๑.๒.๒ ด.ช.จิตต์วีธ์ อ่อนน้อม ๓.๕.๓.๑.๓ นางนิภา – นายสุธีร์ สุภนิธิ มีธิดา ๑ คน ๓.๖.๓.๑.๓.๑ น.ส.กัลย์ธีรา สุภนิธิ ๓.๕.๓.๑.๔ นางสุวรรณา – นายธีรพล มากลั่น มีธิดา ๑ คน ๓.๖.๓.๑.๔.๑ นางชญดา – พรชัย สร้อยทองค า มีธิดา ๑ คน ๓.๗.๓.๑.๔.๑.๑ ด.ญ.นันทัชพร สร้อยค า ภรรยาชื่อ นางเพิ่ม สาริกะภูติ* มีบุตร ๒ คน ๓.๔.๓.๒ นายประพันธ์* – นางนิภา (เนื่องถนอม) สาริกะภูติ ๓.๔.๓.๓ นายประพัฒน์ สาริกะภูติ* ๓.๓.๔ นางประมวล* – หลวงสฤษดิ์บรรณาการ* ๓.๓.๕ นางเจียร *– ดาบสง่า วีระกุล* มีบุตร ๒ คน ๓.๔.๕.๑ ร.ต.อ.สิทธิเดช* – นางภิรมย์ วีระกุล * มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๓.๕.๕.๑.๑ นางปัทมา – นายอุดมศักดิ์ วิสารโท มีธิดา ๑ คน ๓.๖.๕.๑.๑.๑ น.ส.ชุติมล วิสารโท ๓.๕.๕.๑.๒ น.ส.ศิริจันทร์ วีระกุล* ๓.๕.๕.๑.๓ นายนพพร – นางจิวสา (นพวงศ์ ณ อยุธยา) วีระกุล ๓.๕.๕.๑.๔ นางอิษฎา – นายสุรพงศ์ อยู่นุช ๓.๔.๕.๒ นายสุทธิพงษ์ * – นางอนงค์ วีระกุล* มีธิดา ๑ คน ๓.๕.๕.๒.๑ น.ส.วารุณี วีระกุล ๓.๓.๖ นางประพฤทธิ์* – หลวงสกลมณเฑียร (ม.ล.สกล พนมวรรณ) * ๓.๓.๗ นางประไพ* – นายสงัด วาสะศิริ* ๓.๓.๘ หลวงอรรถขจรนิติปคุณ(สง่า) *–นางประเทือง (เอี่ยมปรีชา) สาริกะภูติ* มีบุตร-ธิดา ๙ คน ๓.๔.๘.๑ น.ส.ศรีสง่า สาริกะภูติ* ๓.๔.๘.๒ ด.ญ.ศรีศักดิ์ สาริกะภูติ* ๓.๔.๘.๓ น.ส.ทรงศรี สาริกะภูติ ๓.๔.๘.๔ ด.ช.ปคุณ สาริกะภูติ* ๓.๔.๘.๕ นางเพ็ญศรี – นพ.นราทร ธรรมบุตร มีบุตร-ธิดา ๓ คน


38 ๓.๕.๘.๕.๑ ผศ.ณัฐธร – นางณัฐรดา ธรรมบุตร มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๓.๖.๘.๕.๑.๑ ด.ญ.ณัฐฌา ธรรมบุตร ๓.๖.๘.๕.๑.๒ ด.ช.ณัฐธา ธรรมบุตร ๓.๕.๘.๕.๒ รศ.ณรงค์ฤทธิ์ – นางนลินี (สินธวานนท์) ธรรมบุตร มีธิดา ๑ คน ๓.๖.๘.๕.๒.๑ ด.ญ.นิธาภา ธรรมบุตร ๓.๕.๘.๕.๓ นางนิธินันท์ – นายนิพิธ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา มีบุตร ๑ คน ๓.๖.๘.๕.๓.๑ นายนิทิศ อรุณวงษ์ ณ อยุธยา ๓.๔.๘.๖ นางทัศนีย์ – นายพิศัลย์ ศิวายพราหมณ์ มีบุตร- ธิดา ๓ คน ๓.๕.๘.๖.๑ นายภาธร ศิวายพราหมณ์ ๓.๕.๘.๖.๒ น.ส.ภัทรดา ศิวายพราหมณ์ ๓.๕.๘.๖.๓ นายภาวิกร ศิวายพราหมณ์ ๓.๔.๘.๗ นายประสงค์* – นางบุศรา สาริกะภูติ มีธิดา ๒ คน ๓.๕.๘.๗.๑ น.ส.กรรภิรมย์ สาริกะภูติ ๓.๕.๘.๗.๒ น.ส.โสมวรรณ สาริกะภูติ ๓.๔.๘.๘ นางฉวีวรรณ สาริกะภูติ มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๓.๕.๘.๘.๑ นางดรณัย - นายประสงค์ พลายแก้ว มีบุตร ๑ คน ๓.๖.๘.๘.๑.๑ นายพลวัตร พลายแก้ว ๓.๕.๘.๘.๒ นายมณิภัทร์ – นางรัตนาวดี อภัยนนท์ มีบุตร ๑ คน ๓.๖.๘.๘.๒.๑ นายวีรภัทร อภัยนนท์ ๓.๔.๘.๙ นางศศิธร* – นายปรีดานันท์ สิริสาลี มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๓.๕.๘.๙.๑ น.ส.ธัญดา สิริสาลี ๓.๕.๘.๙.๒ นายปริญ สิริสาลี ๓.๓.๙ นางประมล* – นายสวง สาริกะภูติ * มีบุตร-ธิดา ๕ คน ๓.๔.๙.๑ นายศรีพงษ์* – นางพิสมัย สาริกะภูติ มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๓.๕.๙.๑.๑ นางสุพรรณสิริ – นายนภดล อุจจ์ศรี ๓.๕.๙.๑.๒ นางทัตติยา – นายก้องกริต วังแก้ว มีบุตร ๑ คน ๓.๖.๙.๑.๒.๑ นายอาทิตย์ วังแก้ว ๓.๕.๙.๑.๓ นางกิตติ์ สาริกะภูติ มีธิดา ๑ คน ๓.๖.๙.๑.๓.๑ น.ส.วาลีเซีย สาริกะภูติ ๓.๔.๙.๒ น.ส.นารี สาริกะภูติ* ๓.๔.๙.๓ นายชัยวัฒน์ – นางร าไพ (มณีรัตน์) สาริกะภูติ มีบุตร ๒ คน ๓.๕.๙.๓.๑ นายรังสรรค์ สาริกะภูติ ๓.๕.๙.๓.๒ นายอภิชัย สาริกะภูติ ๓.๔.๙.๔ นางอัจฉรา – นายสุวิทย์ สังโยคะ* มีธิดา ๑ คน ๓.๕.๙.๔.๑ นางญาณิณี - พ.ต.ท.ทิตวีย์ เอี่ยมสะอาด มีบุตร- ธิดา ๒ คน


39 ๓.๖.๙.๔.๑.๑ ด.ช.พร้อมธรรม เอี่ยมสะอาด ๓.๖.๙.๔.๑.๒ ด.ญ.พิมพ์ธรรม เอี่ยมสะอาด ๓.๔.๙.๕ น.ส.ฉันทนา ยงเสมอ (สาริกะภูติ) ๓.๓.๑๐ นายเปรื่อง สาริกะภูติ * มีภรรยา ๒ คน มีบุตร-ธิดา ๕ คน ภรรยาชื่อ นางพิมพ์กุล สาริกะภูติ* มีธิดา ๑ คน ๓.๔.๑๐.๑ นางปรางเพ็ญ – นายเทวิต สุทัตตกุล ภรรยาชื่อ นางคณา สาริกะภูติ* มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๓.๔.๑๐.๒ นางปัทมาวดี – นายสุพัฒน์ วิบูลย์เศรษฐ์ มีบุตร ๑ คน ๓.๕.๑๐.๒.๑ นายสรรพสิต วิบูลย์เศรษฐ์ ๓.๔.๑๐.๓ นางปรียานาฏ – นายฐาปน สุขะวิสิษฐ์ มีบุตร ๑ คน ๓.๕.๑๐.๓.๑นายปรัษฐา สุขะวิสิษฐ์ ๓.๔.๑๐.๔ ศ.ดร.นิยะดา – นายเฉิด เหล่าสุนทร มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๓.๕.๑๐.๔.๑ น.ส.ฉันทนิตย์ เหล่าสุนทร ๓.๕.๑๐.๔.๒ นายชิตชาติ เหล่าสุนทร ๓.๔.๑๐.๕ นายปิยะ สาริกะภูติ สายที่ ๔ ๔.๑ พระประเทศธุรารักษ์ (แหยม สาริกะภูติ) * มีบุตร-ธิดา ๑๑ คน ๔.๓.๑ พระยาสาริกพงศ์ธรรมพิลาสมนูภาษย์ยุกติสภาบดี(สวัสดิ์ สาริกะภูติ)* มีภรรยา ๕ คน (นางทองย้อย* -นางหรุ่น *– คุณหญิงเหมือง* – นางจินต์* – นางกลั่น) มีบุตร-ธิดา ๑๗ คน ๔.๔.๑.๑ นายวินิจ สาริกะภูติ* ๔.๔.๑.๒ นางลินจง สาริกะภูติ* ๔.๔.๑.๓ นสพ.สุปรีดิ์* – ดร.บุญยืน (เกษจ ารัส) สาริกะภูติ มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๔.๕.๑.๓.๑ นายรวิคุณ สาริกะภูติ* ๔.๕.๑.๓.๒ น.ส.บุญทิวา สาริกะภูติ ๔.๕.๑.๓.๓ ด.ช.ธนาเดช สาริกะภูติ* ๔.๔.๑.๔ นายสุชาติ สาริกะภูติ ๔.๔.๑.๕ นางลภา* –น.อ.พิสิทธิ์ สุทธิอารมณ์* มีบุตร ๓ คน ๔.๕.๑.๕.๑ นายกฤษณะ สุทธิอารมณ์ ๔.๕๑.๕.๒ นายรณวุฒิ สุทธิอารมณ์ ๔.๕.๑.๕.๓ นายศรุต สุทธิอารมณ์ ๔.๔.๑.๖ นางนารา* – นพ.พูน กาญจนโรจน์* มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๔.๕.๑.๖.๑ นางนุชรัตน์ กาญจนโรจน์ ๔.๕.๑.๖.๒ น.ส.กัญญวรรณ กาญจนโรจน์ ๔.๕.๑.๖.๓ ดร.พัฒนพงศ์ – นางปรียา (รอดเขียว) กาญจนโรจน์ ๔.๕.๑.๖.๔ น.ส.นาถฤดี กาญจนโรจน์


40 ๔.๔.๑.๗ นายพงศ์ธรรม* – นางกรรัตน์ (วรวุฒิ) สาริกะภูติ มีธิดา ๑ คน ๔.๕.๑.๗.๑ น.ส.กฤศวรรณ สาริกะภูติ ๔.๔.๑.๘ นพ.มนู* – ภกญ. อรชร (อรรถเวที) สาริกะภูติ มีบุตร-ธิดา ๕ คน ๔.๕.๑.๘.๑ นางมนิสรา* – นายเคนเนท เกรน มีธิดา ๑ คน ๔.๖.๑.๘.๑.๑ น.ส.เอมี่ เกรน ๔.๕.๑.๘.๒ ผศ.อุมาพร – นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๔.๖.๑.๘.๒.๑ น.ส.นันทนัช ศิรธรานนท์ ๔.๖.๑.๘.๒.๒ นายนรุตม์ ศิรธรานนท์ ๔.๕.๑.๘.๓ นางบวรวรรณ – นายสุทธินันท์ ปรมาธิกุล มีบุตร ๒ คน ๔.๖.๑.๘.๓.๑ นายศิวัช ปรมาธิกุล ๔.๖.๑.๘.๓.๒ นายนิธิศ ปรมาธิกุล ๔.๕.๑.๘.๔ นายมนสิช – นางจันทนิดา สาริกะภูติ มีธิดา ๑ คน ๔.๖.๑.๘.๔.๑ ด.ญ.สิชา สาริกะภูติ ๔.๕.๑.๘.๕ นางนิอร – นายเฉลิมวุฒิ สงวนญาติ ๔.๔.๑.๙ นางพิลาส – พล.ร.ท.ฉายแสง ณ นคร* มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๔.๕.๑.๙.๑ พล.ร.อ.นพ.สุริยา – นางอิสริยา (มังคะลี) ณ นคร มีบุตร ๓ คน ๔.๖.๑.๙.๑.๑ นายพลวัต –นางสิณัฐปภรณ์(เพิ่มพูนพัฒนา) ณ นคร มีบุตร-ธิดา 2 คน ๔.๗.๑.๙.๑.๑.๑ ด.ญ. มาฬีนา ณ นคร ๔.๗.๑.๙.๑.๑.๒ ด.ช. กุลวิวัฒน์ ณ นคร ๔.๖.๑.๙.๑.๒ นายพิชญา ณ นคร ๔.๖.๑.๙.๑.๓ นายภัทริส ณ นคร ๔.๕.๑.๙.๒ น.ส.สาวิตรี ณ นคร ๔.๕.๑.๙.๓ นางอุษาวดี – นพ.ไพบูลย์ เอกแสงศรี มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๔.๖.๑.๙.๓.๑ นายณัฏฐพล เอกแสงศรี ๔.๖.๑.๙.๓.๒ น.ส.สุนิดา เอกแสงศรี ๔.๕.๑.๙.๔ ศ.พญ.รัตนวดี ณ นคร ๔.๔.๑.๑๐ นางลาวัลย์* – นายสุนทร พุ่มประพันธ์ ๔.๔.๑.๑๑ นายภาษย์*–นางจรัสศรี (ศุภกิจวิเลขการ) สาริกะภูติ* มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๔.๕.๑.๑๑.๑ น.ส.มีนา สาริกะภูติ ๔.๕.๑.๑๑.๒ น.ส.เมษิณี สาริกะภูติ ๔.๕.๑.๑๑.๓ นายสุพากย์ สาริกะภูติ* ๔.๔.๑.๑๒ ดร.ยุกติ* – นางบุปผา (เจริญพาณิชย์) สาริกะภูติ มีธิดา ๑ คน ๔.๕.๑.๑๒.๑ ภกญ.ดร.อาริยา – นายรัฐนันท์กะรัสนันทน์ มีบุตร ๑ คน ๔.๖.๑.๑๒.๑.๑ นายธีรวีร์ กะรัสนันทน์


41 ๔.๔.๑.๑๓ นายบดี สาริกะภูติ* ๔.๔.๑.๑๔ นายชัช* – นางนวลศิริ (สมานพันธ์) สาริกะภูติ* มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๔.๕.๑.๑๔.๑ นางสุภาวดี – นายไชยเสริฐ ชนาเทพาพร มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๔.๖.๑.๑๔.๑.๑.นายชัยวุฒิ ชนาเทพาพร ๔.๖.๑.๑๔.๑.๒ ด.ญ.ชาลิสา ชนาเทพาพร ๔.๕.๑.๑๔.๒ นางวัลลภา – นายประสิทธิ์เขมะประสิทธิ์มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๔.๖.๑.๑๔.๒.๑ น.ส.ฐิติมา เขมะประสิทธิ์ ๔.๖.๑.๑๔.๒.๒ ด.ช.กรธวัช เขมะประสิทธิ์ ๔.๖.๑.๑๔.๒.๓ ด.ญ.ปุณยภา เขมะประสิทธิ์ ๔.๖.๑.๑๔.๒.๔ ด.ช.อิทธิพัฒน์ เขมะประสิทธิ์ ๔.๕.๑.๑๔.๓ นายชนินทร์– นางวลัยลักษณ์ สาริกะภูติมีบุตร-ธิดา ๒ คน ๔.๖.๑.๑๔.๓.๑ ด.ญ.ฐิดายุ สาริกะภูติ ๔.๖.๑.๑๔.๓.๒ ด.ช.ณฐกร สาริกะภูติ ๔.๕.๑.๑๔.๔ นายกนก สาริกะภูติ ๔.๔.๑.๑๕ น.ส.น้อย สาริกะภูติ ๔.๔.๑.๑๖ นายสภา สาริกะภูติ* ๔.๔.๑.๑๗ นายพิลาส – นางเฝื้อง สาริกะภูติ มีบุตร-ธิดา ๕ คน ๔.๔.๑.๑๗.๑ นางเพลินเนตร – นายสมชาย พลเดช มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๔.๖.๑.๑๗.๑.๑ นายบุรินทร์ พลเดช ๔.๖.๑.๑๗.๑.๒ น.ส.อาทิตยา พลเดช ๔.๔.๑.๑๗.๒ นายสมพงศ์ สาริกะภูติ ๔.๔.๑.๑๗.๓ นายบรรลือ – นางรัชนี สาริกะภูติ มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๔.๖.๑.๑๗.๓.๑ น.ส.สุภาวดี สาริกะภูติ ๔.๖.๑.๑๗.๓.๒ น.ส.ศศินา สาริกะภูติ ๔.๖.๑.๑๗.๓.๓ นายจักรี สาริกะภูติ ๔.๔.๑.๑๗.๔ นางนันทนา - นายปรีชา สุขเกื้อ มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๔.๖.๑.๑๗.๔.๑ นายณัฐวุฒิ สุขเกื้อ ๔.๖.๑.๑๗.๔.๒ น.ส.กรีวรรณ สุขเกื้อ ๔.๖.๑.๑๗.๔.๓ ด.ช.ชิษณุพงศ์ สุขเกื้อ ๔.๔.๑.๑๗.๕ นางนภารัตน์ สาริกภูติ มีธิดา ๑ คน ๔.๖.๑.๑๗.๕.๑ น.ส.กุลณัฐ สาริกภูติ ๔.๓.๒ นางเยื้อน* – นายเฮง อารีย์กุล* มีบุตร-ธิดา ๖ คน ๔.๔.๒.๑ นายทองอยู่* – นางส ารวย (ชาญเขียว) อารีย์กุล* มีบุตร-ธิดา ๘ คน ๔.๕.๒.๑.๑ นางรัชเวช อารีย์กุล* ๔.๕.๒.๑.๒ นายวัชรินทร์ – นางสมศรี อารีย์กุล ๔.๖.๒.๑.๒.๑ นายศราวุธ อารีย์กุล


42 ๔.๕.๒.๑.๓ นางเพ็ญจันทร์ * – นายเฉวียง อินทร์ชูกุล มีบุตร-ธิดา ๕ คน ๔.๖.๒.๑.๓.๑ นางนนทวรรณ – นายมนชัย อินทร์ชูกุล ๔.๖.๒.๑.๓.๒ น.ส.ประทีป อินทร์ชูกุล ๔.๖.๒.๑.๓.๓ น.ส.ปราโมทย์ อินทร์ชูกุล ๔.๖.๒.๑.๓.๔ นายน าโชค อินทร์ชูกุล ๔.๖.๒.๑.๓.๕ น.ส.นุจรินทร์ อินทร์ชูกุล ๔.๕.๒.๑.๔ นายเสริมสุข อารีย์กุล* ๔.๕.๒.๑.๕ นางพูลทรัพย์ – นายเฉลา โพธิ์ลี้ มีธิดา ๑ คน ๔.๖.๒.๑.๕.๑ นางนวพร–นายพูนศักดิ์ มหาวานิชย์วงค์ มีบุตร ๑ คน ๔.๗.๒.๑.๕.๑.๑ ด.ช.ภัคพล มหาวานิชย์วงค์ ๔.๕.๒.๑.๖ นายสมบัติ – นางเบญจวรรณ (พระขันธ์ชัย) อารีย์กุล มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๔.๖.๒.๑.๖.๑ นายวัชราภรณ์–นางสุมานา(ดาธร)อารีย์กุล มีบุตร ๑ คน ๔.๗.๒.๑.๖.๑.๑ ด.ช.ไรวิน อารีย์กุล ๔.๖.๒.๑.๖.๒ นางดวงพร – นายสัมพันธ์ บุตรฤทธิ์ ๔.๖.๒.๑.๖.๓ นายวีรเดช อารีย์กุล ๔.๕.๒.๑.๗ นายศรีส าราญ อารีย์กุล ๔.๕.๒.๑.๘ นายสมสิทธิ์ – นางทัศนีย์ อารีย์กุล มีธิดา ๑ คน ๔.๖.๒.๑.๘.๑ น.ส.หฤทัย อารีย์กุล ๔.๔.๒.๒ น.ส.แก้ว อารีย์กุล ๔.๔.๒.๓ น.ส.บุญชู อารีย์กุล ๔.๔.๒.๔ นายประสงค์* – นางกันยา อารีย์กุล มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๔.๕.๒.๔.๑ นายทรงศักดิ์ – นางพลอยศรี อารีย์กุล มีบุตร ๑ คน ๔.๖.๒.๔.๑.๑ นายธันว์ อารีย์กุล ๔.๕.๒.๔.๒ น.ส.สิริพร อารีย์กุล ๔.๕.๒.๔.๓ นางนฤมล อารีย์กุล ๔.๕.๒.๔.๔ นางอัจฉรา – นายยากิ มีบุตร ๑ คน ๔.๖.๒.๔.๔.๑ ด.ช.โจซัง ๔.๔.๒.๕ นายบัณฑิตย์ * – นางสุชา อารีย์กุล มีบุตร ๓ คน ๔.๕.๒.๕.๑ นายตัน อารีย์กุล ๔.๕.๒.๕.๒ นายโต อารีย์กุล ๔.๕.๒.๕.๓ นายตุ้ย อารีย์กุล ภรรยาชื่อ นางผ่อง สาริกะภูติ * มีบุตร ๑ คน ๔.๓.๓ นายพิทย์ สาริกะภูติ* มีภรรยา ๒ คน มีบุตร-ธิดา ๕ คน ภรรยาชื่อ นางตลับ (ถาวรศิริ) สาริกะภูติ* มีบุตร-ธิดา ๔ คน


43 ๔.๔.๓.๑ พล.ร.อ.วสินธ์ – ทพญ.สุดา สาริกะภูติ* มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๔.๕.๓.๑.๑ น.ส.วสีพร สาริกะภูติ ๔.๕.๓.๑.๒ ด.ญ.สวณัฐ สาริกะภูติ* ๔.๕.๓.๑.๓ ด.ช.วัชระ สาริกะภูติ* ๔.๔.๓.๒ น.ส.วัชรี สาริกะภูติ* ๔.๔.๓.๓ ทพ.สมศักดิ์*–นางวลัยลักษณ์ (ธิวงศา) สาริกะภูติ* มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๔.๕.๓.๓.๑ น.อ.นพ.พงศ์อินทร์–พญ.พัชรีย์ (พันพงไพร) สาริกะภูติ มีธิดา ๒ คน ๔.๖.๓.๓.๑.๑ ด.ญ.ณิชารีย์ สาริกะภูติ ๔.๖.๓.๓.๑.๒ ด.ญ.อิสรีย์ สาริกะภูติ ๔.๕.๓.๓.๒ ด.ญ.วรรณรัตน์ สาริกะภูติ* ๔.๕.๓.๓.๓ น.ส.บุษยรัตน์ สาริกะภูติ ๔.๔.๓.๔ นางศิริวรรณ – นายสมโพธิ์ ปิยะมาน มีบุตร ๒ คน ๔.๕.๓.๔.๑ นพ.เพิ่มพูน –นางภัทน์นรี ปิยะมาน มีธิดา ๑ คน ๔.๖.๓.๔.๑.๑ ด.ญ.ภริฏา ปิยะมาน ๔.๕.๓.๔.๒ นายภาคภูมิ ปิยะมาน ภรรยาชื่อ นางไสว ศรีกมล * มีธิดา ๑ คน ๔.๔.๓.๕ นางขันธณา ศรีกมล มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๔.๕.๓.๕.๑ น.ส.จารุพัสตร์ พลทรัพย์ ๔.๕.๓.๕.๒ นางกรวรรณ – นายฤทธิ์คเนย์ ทองน้อย มีบุตร ๑ คน ๔.๖.๓.๕.๒.๑ ด.ช.พัชฏะนาคิน ทองน้อย ภรรยาชื่อ นางปุย สาริกะภูติ* ๔.๓.๔ นายสว่าง* – นางผ่อง สาริกะภูติ* มีบุตร-ธิดา ๑๑ คน ๔.๔.๔.๑ นายปรีชา* – นางชนิดา สาริกะภูติ* มีบุตร-ธิดา ๔ คน ๔.๕.๔.๑.๑ นางขนิษฐา จันทร์ลักษมี ๔.๕.๔.๑.๒ นายคราชัย สาริกะภูติ ๔.๕.๔.๑.๓ น.ส.ฤทัยทิพย์ สาริกะภูติ ๔.๕.๔.๑.๔ น.ส.นริศรา สาริกะภูติ ๔.๔.๔.๒ นายฟื้น สาริกะภูติ ๔.๔.๔.๓ นายสมศักดิ์ สาริกะภูติ ๔.๔.๔.๔.นางแผ้ว* – นายจ ารัส เข้มสกุล มีบุตร ๑ คน ๔.๕.๔.๔.๑ นายไพบูลย์ เข้มสกุล ๔.๔.๔.๕ นายแอ๊ด*– นางถมยา สาริกะภูติ * มีบุตร- ธิดา ๔ คน ๔.๕.๔.๕.๑ นางอัญชญา สาริกะภูติ มีบุตร ๑ คน ๔.๖.๔.๕.๑.๑ นายอาชญัญ เกิดหนุนวงศ์ *


44 ๔.๕.๔.๕.๒ นายอรรถยุทธ สาริกะภูติ ๔.๕.๔.๕.๓ น.ส.อารยา สาริกะภูติ ๔.๕.๔.๕.๔ นายอรายุทธ สาริกะภูติ มีบุตร- ธิดา ๒ คน ๔.๖.๔.๕.๔.๑ นายอัจฉริยะ สาริกะภูติ ๔.๖.๔.๕.๔.๒ น.ส.อนัญญา สาริกะภูติ ๔.๔.๔.๖ นายสมนึก สาริกะภูติ มีบุตร ๑ คน ๔.๕.๔.๖.๑ นายกึ่ง สาริกะภูติ ๔.๔.๔.๗ นางอ านวย – นายสังเวียน สายประพันธ์ ๔.๔.๔.๘ นายยิ่งยศ (สมใจ) – นางนวลจันทร์ สาริกะภูติ* มีธิดา ๒ คน ๔.๕.๔.๘.๑ นางจิราภรณ์ สาริกะภูติ ๔.๕.๔.๘.๒ น.ส.เพ็ญจันทร์ (สาริกะภูติ) – นายนริศ เกิดดี มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๔.๕.๔.๘.๒.๑ นายกันตวัฒน์ เกิดดี ๔.๕.๔.๘.๒.๒ ด.ญ.กัลยรัตน์ เกิดดี ๔.๔.๔.๙ นายตึ๋ง สาริกะภูติ ๔.๔.๔.๑๐ นายทองเติม* – นางพิศเพลิน สาริกะภูติ มีบุตร-ธิดา ๓ คน ๔.๕.๔.๑๐.๑ นายพันธ์เทพ– นางจีรภัทรา (โรจนประภา) สาริกะภูติ มีบุตร-ธิดา ๒ คน ๔.๖.๔.๑๐.๑.๑ ด.ญ.เตชินี สาริกะภูติ ๔.๖.๔.๑๐.๑.๒ ด.ญ.สาธินี สาริกะภูติ ๔.๕.๔.๑๐.๒ นายธีณทัต – นางพรนภา (ชนาธาร) สาริกะภูติ ๔.๕.๔.๑๐.๓ น.ส.พรรณทิพา สาริกะภูติ ๔.๔.๔.๑๑ น.ส.สมถวิล สาริกะภูติ ภรรยาชื่อ นางเนื่อง สาริกะภูติ* ๔.๓.๕ นายสวง *– นางประมล สาริกะภูติ * มีบุตร-ธิดา ๕ คน ๔.๔.๕.๑ นายศรีพงษ์*– นางพิสมัย สาริกะภูติ มีธิดา ๓ คน ๔.๕.๕.๑.๑ นางสุพรรณสิริ – นายนภดล อุจจ์ศรี ๔.๕.๕.๑.๒ นางทัตติยา – นายก้องกริต วังแก้ว มีบุตร ๑ คน ๔.๖.๕.๑.๒.๑ นายอาทิตย์ วังแก้ว ๔.๕.๕.๑.๓ นางกิตติ์ สาริกะภูติ มีธิดา ๑ คน ๔.๖.๕.๑.๓.๑ น.ส.วาลีเซีย สาริกะภูติ ๔.๔.๕.๒ น.ส.นารี สาริกะภูติ* ๔.๔.๕.๓ นายชัยวัฒน์ – นางร าไพ (มณีรัตน์) สาริกะภูติ มีบุตร ๒ คน ๔.๕.๕.๓.๑ นายรังสรรค์ สาริกะภูติ ๔.๕.๕.๓.๒ นายอภิชัย สาริกะภูติ ๔.๔.๕.๔ นางอัจฉรา – นายสุวิทย์ สังโยคะ* มีธิดา ๑ คน ๔.๕.๕.๔.๑ นางญาณิณี - พ.ต.ท.ทิตวีร์ เอี่ยมสะอาด มีบุตร-ธิดา ๒ คน


Click to View FlipBook Version