The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ฆโฏฆฮฑ

ฮฌฏฤฮ

ผลงานของ 'บุคคลสำ คัญ' ในการสร้างสรรค์ชาติไทย ผลงานของ 'บุคคลสำ คัญ' ในการสร้างสรรค์ชาติไทย


พระมหากษัตริย์ ที่มีบทบาทใน การสร้างสรรค์ชาติไทย (สุโขทัย - รัชกาลที่ 8)


พ่อขุนศรี อินทราทิตย์


พ่อขุนศรี อินทราทิตย์ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ทรงมีพระนามเดิมว่า "พ่อขุนบางกลางหาว" เจ้าเมืองบางยาง ทรงเป็นพระ สหายสนิทของพ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด ซึ่งเป็น โอรสของพ่อขุนศรีนาวนำ ถุมแห่งแคว้นสุโขทัยเดิม ต่อมาได้ขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ พระองค์ แรกของอาณาจักรสุโขทัย พระราชประวัติ


ด้านความมั่นคง เมื่อพ่อขุนศรีนาวนำ ถุมสิ้นพระ ชนม์ขอมสะบาดโขลญลำ พงได้เข้ายึดเมืองสุโขทัยเอาไว้ ได้พ่อขุนบางกลางหาวและพ่อขุนผาเมืองจึงได้ร่วมกัน รวบรวมผู้คนขับไล่ขอมสะบาดโขลญลำ พงออกจากเมือง สุโขทัยได้สำ เร็จ เป็นผล มาจากความเสื่อมอำ นาจของอาณาจักรขอมและ ความสามัคคีของหมู่ผู้นำ ชุมชนชาวไทยโดยพ่อขุนผา เมืองยึดเมืองสุโขทัยไว้ ส่วนพ่อขุนบางกลางหาวเข้ายึด เมืองศรีสัชนาลัย ต่อมาพ่อขุนผาเมืองได้สถาปนาพ่อขุน บางกลางหาวให้ขึ้นเป็นกษัตริย์ครองเมืองสุโขทัยแล้ว ถวายพระนามว่า "พ่อขุนศรีอินทราทิตย์" นับเป็นการ สถาปนาราชวงศ์พระร่วงและกรุงสุโขทัยเป็นราชธานีเมื่อ พ.ศ. 1792 นอกจากนี้ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ยังได้ยกทัพไป ปราบขุนสามชนเจ้าเมืองฉอด (ปัจจุบันเป็นเมืองร้างอยู่ ที่ด่าแม่สอด จังหวัดตาก) ซึ่งยกกำ ลังเข้ามายึดเมืองตาก และสุโขทัยเป็นฝ่ายชนะ ทำ ให้ไม่มีข้าศึกเข้ามารุกราน สุโขทัย อาณาจักรสุโขทัยที่เริ่มต้นภายหลังการสถาปนา จึงดำ รงอยู่ได้อย่างมั่นคง ตั้งแต่นั้นมา พระราชกรณียกิจสำ คัญ


พ่อขุนรามคำ แหง มหาราช


พ่อขุนรามคำ แหงมหาราช ทรงเป็นพระราชโอรสของ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ และพระนางเสือง โดยมีพี่น้องร่วม ท้องเดียวกันทั้งหมด - พระองค์ มีพระนามเดิมว่า "ราม" พระองค์ทรงมีความกล้าหาญในการศึกสงครามมาตั้งแต่ ยังมิได้เสด็จขึ้นครองราชย์ และเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์ แล้ว ก็ทรงมีพระราชกรณียกิจสำ คัญในการสร้างสรรค์ ชาติไทย พระราชประวัติ


ด้านความมั่นคง ทรงกระทำ ยุทธหัตถีกับขุนสาม ชนเจ้าเมืองฉอดตั้งแต่ก่อนที่พระองค์จะเสด็จขึ้นครอง ราชย์ทำ ให้แว่นแคว้นต่างๆ ไม่กล้ามาคุกคามอาณาจักร สุโขทัย และเมื่อเสด็จขึ้นครองราชย์แล้ว พระองค์ทรง ขยายอาณาเขตของอาณาจักรสุโขทัยออกไปอย่างกว้าง ขวางมากที่สุดในสมัยสุโขทัย โดยทิศตะวันออกได้เมือง สระหลวงสองแคว (พิษณุโลก), ลุมบาจาย (หล่มเก่า), สระคา ถึงฝั่งแม่น้ำ โซง ถึงเวียงจันทน์และเวียงคำ ทิศ ตะวันดก ได้เมืองฉอด, หงสาวดี จนสุดฝั่งทะเลเป็น อาณาเขตทิศเหนือ ได้เมืองแพร่, น่าน, พลั่ว (อำ เภอ ปัว จังหวัดน่าน) เลยฝั่งโขงไปถึงเมืองชวา (หลวงพระ บาง)ทิศใต้ ได้เมืองคณที (กำ แพงเพชร), พระบาง (นครสวรรค์), แพรก (ชัยนาท), สุพรรณภูมิ, ราชบุรี, เพชรบุรี.นครศรีธรรมราช จนสุดฝั่งทะเล พระราชกรณียกิจสำ คัญ


ด้านการเมืองการปกครอง ทรงวางรูปแบบการ ปกครองแบบ "พ่อปกครองลูก" อันเป็นแบบอย่างให้ กับผู้ปกครองบ้านเมืองในยุคหลังๆของไทยดังจะเห็น ได้จากการที่พ่อขุนรามคำ แหงมหาราชทรงเอาพระทัย ใส่ดูแลทุกข์สุขของราษฎรอย่างใกล้ชิด ด้วยการโปรด ให้แขวนกระดิ่งไว้ที่ประตูพระราชวัง เพื่อให้ราษฎรได้ ร้องทุกข์และพระองค์ก็จะทรงตัดสินด้วยพระองค์เอง นอกจากนี้ พระองค์ยังโปรดให้สร้างพระแท่นมนังศิลา บาตรตั้งไว้กลางดงตาล สำ หรับไว้ให้พระภิกษุสงฆ์ขึ้น แสดงธรรมในวันธรรมสวนะ และทรงใช้เป็นที่ประทับ อบรมสั่งสอนพสกนิกรในวันธรรมดา ด้านเศรษฐกิจ ทรงส่งเสริมให้มีการค้าเสรี โดย ไม่เก็บภาษีผ่านด่าน ที่เรียกว่า จกอบ (จังกอบ) ทำ ให้ การค้าขายของสุโขทัยขยายตัว พระราชกรณียกิจสำ คัญ


ด้านภาษา ทรงคิดประดิษฐ์อักษรไทย เรียกว่า "ลายสือไทย" เมื่อ พ.ศ. 1826 โดยใช้แทนตัวอักษร ขอมกันมาแต่เดิมและได้มีพัฒนาการมาเป็นลำ ดับ แสดง ให้เห็นถึงความเป็นอิสระของชนชาคนไทยมีอักษรไทยใช้ มาจนถึงทุกวันนี้และยังโปรดให้จารึกตัวอักษรลงบนศิลา จารึกหลักที่1 ทำ ให้คนไทยยุคหลังและนักประวัติศาสตร์ ได้รับทราบเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสมัยสุโขทัย ด้านศาสนา ทรงนำ พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ลัทธิลังกาวงศ์จากเมืองนครศรีธรรมราชมาเผยแผ่ที่กรุง สุโขทัยและทรงส่งเสริมให้ชาวเมืองนับถือกันอย่างแพร่ หลาย ทำ ให้พระพุทธศาสนาได้วางรากฐานมั่นคง ใน อาณาจักรสุโขทัยจนกระทั่งได้กลายเป็นศาสนาประจำ ชาติไทยมาจนถึงปัจจุบัน พระราชกรณียกิจสำ คัญ


ด้านการทูต ทรงเป็นพันธมิตรกับพระยามังรายมหาราช แห่งล้านนาและพระยางำ เมืองแห่งพะเยา เพื่อป้องกันการ รุกรานของพวกมองโกลรวมทั้งทรงช่วยเหลือพระยามังราย มหาราชในการเลือกชัยภูมิ และวางผังเมืองราชขธานีแห่ง ใหม่ คือ นพบุรีศรีนครพิงค์ เชียงใหม่ นอกจากนี้ ทรง สร้างความสัมพันธ์ทางการทูต กับจีนโดยส่งคณะทูตพร้อม เครื่องราชบรรณาการ ไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิกุบไลข่าน แห่ง ราขวงศ์หยวน พระราชกรณียกิจสำ คัญ


พระมหาธรรม ราชาที่ 1 (ลิไทย)


พระมหาธรรมราชาที่ ๑ (ลิไทย) ทรงเป็นพระ ราชโอรสของพระยาเลอไทยในราชวงศ์พระร่วงแห่ง อาณาจักรสุโขทัยก่อนหน้าที่พระองค์จะเสด็จขึ้น ครองราชย์ได้เคยทรงดูแลหัวเมืองศรีสัชนาลัยใน ฐานะเป็นเมืองลูกหลวงมาก่อน พระราชประวัติ


ด้านการเมืองการปกครอง ทรงรวบรวมอาณาจักร สุโขทัยเป็นปีกแผ่นขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่เคยกว้าง ขวางมาแล้วในสมัยพ่อขุนรามคำ แหงมหาราช นอกจากนี้ พระองค์ได้ทรงเผยแพร่แนวพระราชดำ ริทางการเมือง ที่ เรียกว่า การเมืองแบบ "ธรรมราชา" ซึ่งพระมหากษัตริย์ผู้ ปกครองจะต้องประพฤติปฏิบัติหรือวางพระองค์ตามคำ สอน ทางพระพุทธศาสนา ที่เรียกว่า "ทศพิธราชธรรม" ดังที่ ปรากฎอยู่ในหนังสือ "ไตรภูมิพระร่วง" จนเป็นหลักปฏิบัติ ของผู้ปกครองที่ดีมาจนถึงทุกวันนี้ ด้านวรรณกรรม ทรงพระราชนิพนธ์ "ไตรภูมิ พระร่วง" หรือ "เตภูมิกถา" อันเป็นวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง กับพระพุทธศาสนา ก็เพื่อสั่งสอนให้ผู้คนกระทำ ความดี ละเว้นความชั่ว อันเป็นประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนาและ สังคมไทยเป็นอย่างมาก ซึ่งพระองค์ได้พระราชนิพนธ์ไว้ ตั้งแต่ก่อนที่จะเสด็จเสวยราชสมบัติ แสดงให้เห็นถึงพระ ปรีชาสามารถทางด้านพระไตรปีฎกในพระพุทธศาสนาได้ เป็นอย่างดี นับได้ว่าไตรภูมิพระร่วงเป็นวรรณคดีเรื่องแรก ของไทยและเป็นมรดกตกทอดที่สำ คัญทางต้านวัฒนธรรม ของไทยมาจนกระทั่งปัจจุบัน พระราชกรณียกิจสำ คัญ


ด้านศาสนา ทรงเป็นศาสนูปถัมภ์ เช่น ทรง ออกผนวชระหว่างครองราชย์ที่วัดป่ามะม่วงทรงสร้าง พระพุทธบาทรวมทั้งจารึกเป็นพระสัญลักษณ์ของ พระองค์ในฐานะที่ทรงตีเมืองนั้นได้เพื่อให้ประชาชน ได้รำ ลึกถึงพระพุทธเจ้าและได้กลายเป็นหลักฐาน ทางประวัติศาสตร์ที่ยังหลงเหลืออยู่เป็นต้น พระราชกรณียกิจสำ คัญ


สมเด็จพระรามาธิบดี ที่ 1 (อู่ทอง)


สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (อู่ทอง) ทรงเป็นต้นราชวงศ์อู่ ศ์ อู่ ทอง ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ ผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ของไทย และดำ รงอยู่เป็นเวลานานถึง 419 ปี พระราชประวัติ


ด้านการเมืองการปกครอง ทรงนำ รูปแบบการ ปกครองแบบ "จตุสดมภ์" จากเขมร หรือที่เรียกว่า "เวียง วัง คลัง นา" มาใช้เป็นหน่วยงานสำ คัญในการปกครอง อาณาจักร โดย กรมเวียง รับผิดชอบดูแลทุกข์สุขของ ราษฎร มีขุนเวียง เป็นผู้รับผิดชอบ กรมวัง รับผิดชอบเกี่ยว กับการพิจารณาคดีความต่างๆและจัดระเบียบเกี่ยวกับราช สำ นัก มีขุนวังเป็นผู้รับผิดชอบ กรมคลัง รับผิดชอบเกี่ยว กับการหารายได้และรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดิน มีขุน คลังเป็นผู้รับผิดชอบ และ กรมนา รับผิดชอบเกี่ยวกับการ ทำ มาหากินของราษฎร เช่น ทำ นา ทำ ไร่ ทำ สวน มีขุนนา เป็นผู้รับผิดชอบ ถึงแม้ว่าในยุคหลังจะได้มีการแก้ไขเพิ่ม เติมระบบการปกครองให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของบ้าน เมืองมากขึ้นกว่าเดิม แต่ระบบจตุสดมภ์ก็ยังเป็นหน่วยงาน หลักในการปกครองของไทยก่อนที่จะถึงยุคปรับตัวเข้าสู่ ความทันสมัยในสมัยรัตนโกสินทร์ นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงปรับปรุงรากฐานการ ปกครองที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเพิ่มเต็มจากสมัย สุโขทัยด้วยการที่ทรงรับเอาลัทธิ "เทวราขา" พระราชกรณียกิจสำ คัญ


จากเขมรมาตัดแปลงให้สอดคล้องกับลักษณะ วัฒธรรมของคนไทยทำ ให้พระมหากษัตริย์ทรงมีสถานะ เป็น "สมมติเทพ" นอกเหนือจากความเป็นธรรมราชาที่ มีมาแต่เดิมซึ่งทำ ให้พระมทากษัตริย์กลายเป็นสถาบัน ทางการเมืองที่สำ คัญดำ รงอยู่ พระราชกรณียกิจสำ คัญ


สมเด็จพระบรม ไตรโลกนาถ


สมเด็จพระบรมไตรโลกนาถทรงเป็นพระมหา กษัตริย์อยุธยา ในลำ ดับที่ 8 โดยเป็นพระราชโอรส ของสมเด็จพระบรมราชาธิราช ที่ 2 (เจ้าสามพระยา) กับพระราชธิดาของพระมหาธรรมราชาที่ 2 แห่ง ราชวงศ์พระร่วง จึงทรงมีเชื้อสายทั้งราชวงศ์พระร่วง แห่ง กรุงสุโขทัยและราชวงศ์สุพรรณภูมิแห่งกรุง ศรีอยุธยา พระราชประวัติ


Click to View FlipBook Version