The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

03-ตัวอย่างเนื้อหา_ชัรห์อัลอุศูลอัษษะลาษะฮ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Ibn Baz Institute Thailand, 2023-02-07 10:58:46

03-ตัวอย่างเนื้อหา_ชัรห์อัลอุศูลอัษษะลาษะฮ์

03-ตัวอย่างเนื้อหา_ชัรห์อัลอุศูลอัษษะลาษะฮ์

ชัรห์ อัลอุศูล อัษษะลาษะฮ์ [ 3 ] สำรบัญ ค านิยม 6 ค าน า 9 ตัวบท: อัลอุศูลอัษษะลำษะฮ์ 13 ประเด็นทั้งสี่ที่รวมอยู่ในซูเราะฮ์อัลอัศร์ 14 ประเด็นทั้งสามซึ่งจ าเป็นส าหรับมุสลิมที่จะต้องศึกษา และปฏิบัติมัน 15 อัลฮะนีฟียะฮ์คือศาสนาของอิบรอฮีม 17 รากฐานสามประการที่จ าเป็นจะต้องรู้จักมัน 18 บทส่งท้าย 35 ค ำอธิบำย: อัลอุศูลอัษษะลำษะฮ์ 39 บทน าค าอธิบาย 40 บทน าผู้ประพันธ์ หนังสือรากฐานสามประการ 44 สำรที่หนึ่ง: ประเด็นทั้งสี่ที่รวมอยู่ในซูเรำะฮ์อัลอัศร์ 47 1.1 ความรู้ 48 1.2 การปฏิบัติตามความรู้ 62 1.3 การเรียกร้องเชิญชวนไปสู่ความรู้ 65 1.4 มีความอดทนต่ออุปสรรคในการเรียกร้องเชิญชวนไปสู่ อัลเลาะฮ์ 68 สำรที่สอง: ประเด็นทั้งสำมซึ่งจ ำเป็นส ำหรับมุสลิมที่จะต้อง ศึกษำและปฏิบัติมัน 82


[ 4 ] ชัยค์ศอเลียะห์บินเฟาซาน อัลเฟาซาน 2.1 การศรัทธาว่าอัลเลาะฮ์ทรงสร้างพวกเรา และทรงประทาน ปัจจัยยังชีพให้แก่เรา และพระองค์ไม่ได้ทรงปล่อยเราไว้อย่างไร้ เป้าหมาย 89 2.2 อัลเลาะฮ์ไม ่ทรงพอพระทัยที ่จะมีใครถูกตั้งเป็นหุ้นส ่วน ร่วมกับพระองค์ในการท าอิบาดะฮ์ต่อพระองค์ 108 2.3 อัลวะลาอ์ (การมอบความรัก) และอัลบะรออ์ (และการเป็น ศัตรู) 121 สำรฉบับที่สำม อัลฮะนีฟียะฮ์ คือศำสนำของอิบรอฮีม 138 3.1 ค านิยามของค าว่า อัลฮะนีฟียะฮ์ 139 3.2 สิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่อัลเลาะฮ์ทรงสั่งใช้คือเตาฮีด 152 3.3 สิ่งที่ร้ายแรงที่สุดที่อัลเลาะฮ์ทรงห้ามคือการตั้งภาคี 158 สำรฉบับที่สี่ รำกฐำนสำมประกำรที่จ ำเป็นจะต้องรู้จักมัน 172 4.1 รำกฐำนประกำรแรก การรู้จักอัลเลาะฮ์ ผู้ทรงเกรียงไกร ผู้ทรงสูงส่ง 173 4.1.1 หลักฐานยืนยันถึงการเป็นพระเจ้า และการเป็นหนึ่ง เดียว ในการได้รับการอิบาดะฮ์ของพระองค์ 198 4.1.2 อิบาดะฮ์ชนิดต่างๆ ที่อัลเลาะฮ์ ทรงสั่งใช้และหลักฐาน ของแต่ละประเภท 222 4.1.3 อิสลาม อีมาน เอียะห์ซาน และหลักฐานของแต ่ละ ประเภทที่กล่าวมา 228 4.1.4 การขอดุอาอ์ ประเภทต่างๆ และหลักฐานของมัน 230 4.2 รำกฐำนประกำรที่สอง การรู้จักศาสนาอิสลาม 282 4.2.1 ค านิยามของค าว่าศาสนา 282 4.2.2 ระดับขั้นต่างๆ ของศาสนา 288 4.3 รำกฐำนประกำรที่สำม การรู้จักท่านนะบีของเรา มุฮัมมัด ชื่อของท่านเชื้อสายของท่าน และการเจริญเติบโตของท่าน 410


ชัรห์ อัลอุศูล อัษษะลาษะฮ์ [ 5 ] 4.3.1 การประทานวะฮีลงมาแก่ท่านเราะซูล 420 4.3.2 ช่วงเวลาของการเรียกร้องเชิญชวนผู้คนในนครมักกะฮ์ 425 4.3.3 การอิสรออ์และเมียะอ์รอจญ์ 428 4.3.4 การอพยพไปยังมะดีนะฮ์ 436 4.3.5 การพ านักอยู่ที่นครมะดีนะฮ์และการลงบทบัญญัติที่ เหลืออื่นๆ ตลอดจนการท าให้ศาสนานี้สมบูรณ์ 449 บทส่งท้ำย 460 5.1 การศรัทธาต่อการฟื้นคืนชีพ 461 5.2 การสอบสวนและตราชั่งความดีความชั่ว 471 5.3 การศรัทธาต่อบรรดาเราะซูล 479 5.4 การปฏิเสธต่ออัฏฏอฆูตและการศรัทธาต่ออัลเลาะฮ์ 492 5.5 ประเภทต่างๆ ของฏอฆูต 502


[ 6 ] ชัยค์ศอเลียะห์บินเฟาซาน อัลเฟาซาน ค ำนิยม بسم للا الرمحن الرحيم وصلى للا على حممد وآله احلمد لل الذي تتابعت على خلقه نعمه، وترادفت لديهم مننه، وتكاملت فيهم حجج ه، بواضح البيان، وبني الربهان، وحمكمآي الفرقان؛ { أُولُو َ َذَّكر َ ت َ ي ِ ل َ و ِ ه ِ ت َ وا آَي ُ َّر َّدب َ ِّي ِ ل ِب ا َ اأْلَلأب .} . وصلى للا على سيد اْلصفياء، وخات اْلنبياء حممد وآله وسلم كثريا ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย ่างยิ ่งที ่ได้เห็นหนังสือล ้าค ่าชิ้นนี้ถูกแปลสู่ ภาษาไทยโดยการท างานของสถาบันอิบนุบาซเพื่ออิสลามศึกษา หนังสือชิ้นนี้นับได้ว่า เป็นหนังสือที่ปูพื้นฐานของหลักการศรัทธาที่ส าคัญที่สุดและยังเป็นหัวข้อการศรัทธาที่ มนุษย์ทุกคนจะต้องถูกสอบสวนในหลุมศพภายหลังจากที่เขาจากโลกใบนี้ไป เป็นที่ทราบกันดีส าหรับผู้ที่ศึกษาหลักการศรัทธาในอิสลามว่ามนุษย์จะถูก สอบสวนในหลุมฝังศพเกี่ยวกับค าถามสามประการนั่นคือ 1. การรู้จักพระเจ้า 2. การรู้จักศาสนทูตของพระองค์ 3. การรู้จักศาสนาอิสลามของพระองค์ การสอบสวนเกี่ยวกับสามประการนี้เปรียบเสมือนหนังสือเดินทางที่ผู้ศรัทธา ทุกคนจะต้องใช้เป็นหลักฐานรับรองการเดินทางของตัวเองสู ่สรวงสวรรค์ของ พระผู้เป็นเจ้า พระองค์อัลเลาะฮ์ได้ตรัสไว้ว่า


ชัรห์ อัลอุศูล อัษษะลาษะฮ์ [ 7 ] “และจงอ่านให้พวกเขาฟัง ซึ่งข่าวของผู้ที่เราได้ให้บรรดาโองการของเราแก่ เขา แล้วเขาได้ถอนตัวออกจากโองการเหล่านั้น แล้วชัยฏอนก็ติดตามเขา ดังนั้นเขาจึง อยู่ในหมู่ผู้หลงผิด [175] และหากเราประสงค์แล้ว แน่นอนเราก็ยกเขาขึ้นและด้วย บรรดาโองการเหล่านั้น แต่ทว่าเขาคงมั่นอยู่กับดินและปฏิบัติตามความใคร่ใฝ่ต ่าของ เขา ดังนั้นอุปมาของผู้นั้น จึงดั่งอุปไมยของสุนัขหากเจ้าขับไล่มัน มันก็จะหอบแลบลิ้น ห้อยลง นั่นแหละคืออุปมากลุ่มชนที่ปฏิเสธบรรดาโองการของเรา ดังนั้นเจ้าจงเล่า เรื่องราวเหล่านั้นเถิด เพื่อว่าพวกเขาจะได้ใคร่ครวญ [176]” [ซูเราะฮ์อัลอะอ์รอฟ อายะฮ์ที่ 175-176] การด ารงชีพของบรรดาผู้ศรัทธาในโลกใบนี้ต่างต้องประสบกับบททดสอบที่ ยากล าบากอันจะคอยฉุดกระชากศรัทธาของเราให้หลุดลอยสูญหายไป การตระหนักถึงสิทธิของพระเจ้าเป็นหนึ ่งในปัจจัยส าคัญที่จะคอยปกป้อง พฤติกรรมของผู้ศรัทธาให้รอดพ้นจากการสูญสิ้นและมลายหายไปของการ ศรัทธา ข้าพเจ้าเห็นว่าหนังสือเล่มนี้เป็นหนึ่งในหนังสือที่ยิ่งใหญ่ที่สุดจากบรรดาต ารา ทั้งหลายในสมัยหลังของประชาชาติอิสลามดังจะเห็นได้จากบรรดานักปราชญ์อิสลาม มากมายทุกสารทิศต่างก็ให้ความส าคัญที่จะท าการอธิบายให้ผู้คนได้เข้าใจถึงสาระที่ ประมวลอยู่ในต าราเล่มนี้ ชีวิตของบรรดาผู้ศรัทธานั้น มีภารกิจสูงสุดคือการเคารพสักการะพระเจ้าที่ แท้จริงเพียงพระองค์เดียวไม่มีสิ่งใดที่จะมีค่าอันสามารถที่จะมาแลกกับการศรัทธาต่อ พระเจ้าได้รางวัลที่พระผู้เป็นเจ้าจะประทานให้ผู้ศรัทธาในโลกหน้า ยิ่งใหญ่เกินกว่า จะมีสิ่งใดมาแลกเปลี่ยนซื้อขายได้ อย่างไรก็ตามแต่การงานของผู้ศรัทธาจะมลายหายไปตราบใดที่การตั้งภาคีได้ ก าเนิดเกิดขึ้นในตัวตนของเขา ด้วยเหตุนี้เองท ่านอิมามมุฮัมมัด บินอับดุล-


[ 8 ] ชัยค์ศอเลียะห์บินเฟาซาน อัลเฟาซาน วะฮ์ฮาบ จึงได้ประพันธ์ต าราเล่มนี้ขึ้นเพื ่อแจกแจงรายละเอียดของการกราบไหว้ พระเจ้าองค์เดียวให้ผู้ศรัทธาทุกท่านได้ตระหนัก และหมั่นตรวจสอบถึงภัยของการ ตั้งภาคีที่อาจเล็ดลอดเข้ามาในตัวตนของมนุษย์ ข้าพเจ้าขอสั่งเสียให้บรรดาผู้ศรัทธาทุกท่านศึกษาหาความรู้และท่องจ าตัว บทหลักฐานที ่ปรากฏอยู ่ในต าราเล ่มนี้สุดความสามารถ และหวังเป็นอย ่างยิ ่งว่า การยืนหยัดในอัตเตาฮีดของท่านผู้อ่านจะเป็นสื่อที่ท าให้ทุกท่านได้รับความผาสุขใน โลกหน้า ขอพระองค์อัลเลาะฮ์โปรดประทานสรวงสวรรค์ให้แก่เราและท่านทุกคน وصلى للا على نبينا حممد وعلى آله وصحبه أج عب อำมีน ลอนำ 16 ญุมาดัษษานี1444 / 8 มกราคม 2023


ชัรห์ อัลอุศูล อัษษะลาษะฮ์ [ 9 ] ค ำน ำผู้แปล ُونِ احلمد لل القائل يف حمكم تنزيله : ﴿ د ُ ب أ ع َ ي ِ ََِّّل ل إ َ أس ن ا أْلِ َ َّن و ُت ا أْلِ أ لَق َ ا خ َ م َ و ﴾ ] الذارَيت : 56 ] والصالة والسالم على نبيه القائل : ) من كان آخر كالمه َّل إله إَّل تبعهم إبحسان إىل يوم الدين، أما بعد أ َن للا دخل اْلنة ( وعلى آله وصحبه وم .. สิ่งส าคัญที่สุดในชีวิตมุสลิมทุกคน คือการมีหลักศรัทธาที่ถูกต้อง เนื่องจาก การมีหลักศรัทธาที่ถูกต้องนั้นจะท าให้พวกเราประสบความส าเร็จทั้งในโลกนี้และ โลกหน้า และมันยังเป็นหนึ ่งในเจตนารมณ์สูงสุดที ่อัลเลาะฮ์ ทรงสร้างมนุษย์ และญินทั้งหลายขึ้นมาดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า : “และข้ามิได้สร้างญินและมนุษย์เพื ่ออื ่นใด เว้นแต ่เพื ่อเคารพภักดีต ่อข้า ข้าไม่ต้องการปัจจัยยังชีพจากพวกเขา และข้าก็ไม่ต้องการให้พวกเขาให้อาหารแก่ข้า แท้จริงอัลเลาะฮ์คือผู้ประทานปัจจัยยังชีพอันมากหลาย ผู้ทรงพลัง ผู้ทรงมั่นคง” [ซูเราะฮ์อัซซาริยาต อายะฮ์ที่ 56–58] ท่านฮาฟิศอิบนุกะษีร อธิบายโองการนี้ว่า: “ความหมายของโองการนี้ คือ พระองค์ผู้ทรงสูงส ่งทรงสร้างปวงบ ่าวทั้งหลายมาเพื ่อที ่พวกเขาจะได้เคารพ อิบาดะฮ์ต่อพระองค์เพียงพระองค์เดียวโดยไม่มีภาคีใดๆ กับพระองค์ดังนั้นใครก็ ตามที ่เชื ่อฟังพระองค์ พระองค์จะทรงตอบแทนเขาอย ่างสมบูรณ์ที ่สุด และใครที่ ฝ่าฝืนพระองค์พระองค์จะทรงลงโทษเขาอย่างรุนแรง และพระองค์ทรงบอกอีกว่า พระองค์ไม ่จ าเป็นต้องพึ ่งพิงพวกเขา แต ่พวกเขาต ่างหากที ่จ าเป็นจะต้องพึ ่งพิง


[ 10 ] ชัยค์ศอเลียะห์บินเฟาซาน อัลเฟาซาน พระองค์ในทุกสภาพการณ์ เพราะพระองค์คือพระสร้างพวกเขา และผู้ประทาน ปัจจัยยังชีพแก่พวกเขา” 1 และท ่านชัยค์อัลลามะฮ์ มุฮัมมัด บิน ศอเลียะห์อัลอุษัยมีน หนึ ่งใน ปราชญ์ผู้ด าเนินตามแนวทางซะลัฟฟุศศอเลียะห์ในยุคปัจจุบัน ท ่านได้กล ่าวว ่า: “ขอสาบานต่ออัลเลาะฮ์ถ้าหากว่ามนุษย์เราพิจารณาในโองการนี้แล้วละก็เขาจะ ได้รับข้อคิดอย่างมากมาย ดังนั้นแล้วคุณไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่ออื่นใดนอกจากเพื่อท า การอิบาดะฮ์ต่ออัลเลาะฮ์เท่านั้น และการมีอยู่ของคุณในโลกนี้มิใช่เพื่อที่คุณจะมีอายุ ยืนยาว มิใช่เพื่อสร้างปราสาทหลายหลัง มิใช่เพื่อที่จะขับรถหรูหรา และมิใช่เพื่อให้ท า ให้ร่างกายของคุณสุขสบาย แต่คุณถูกสร้างมาเพื่อท าการอิบาดะฮ์ต่างหาก” 2 ดังนั้นแล้วเราทุกคนล้วนถูกสร้างขึ้นมาเพื่อท าอิบาดะฮ์ต่ออัลเลาะฮ์ และ การท าอิบาดะฮ์ต่อพระองค์นั้นจะถูกต้องได้ก็ต่อเมื่อมันควบคู่ไปกับการมีเตาฮีด (การ ให้เอกภาพต่ออัลเลาะฮ์) ที่ถูกต้อง ดังที่ท่านชัยคุลอิสลามมุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮ์ฮาบ ได้กล่าวว่า: “อิบาดะฮ์จะไม่ถูกเรียกว่าเป็นอิบาดะฮ์ นอกจากจะต้องควบคู่ไปกับ เตาฮีด เช่นเดียวกับการละหมาดที่มันจะไม่ถูกเรียกว่าการละหมาดนอกจากจะต้องมี การท าความสะอาดเท ่านั้น (มีน ้าละหมาดหรือสิ ่งที ่ทดแทนการอาบน ้าละหมาด -ผู้แปล) ดังนั้นเมื ่อใดที ่ชิรก์ (การตั้งภาคี) ได้เข้ามาอยู ่ในการท าอิบาดะฮ์แน่นอน อิบาดะฮ์นั้นย่อมเสียหาย เช่นเดียวกับฮะดัษ (สิ่งที่ท าให้เสียน ้าละหมาด) เมื่อมันเข้า มาอยู่ในสภาพที่มีน ้าละหมาด” 3 ดังนั้นแล้วการงานใดก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นการละหมาด การถือศีลอด การจ่าย ซะกาต และการท าฮัจญ์ตลอดจนการงานอื ่นๆ ที ่นอกเหนือไปจากนี้มันจะไร้ผล ในทันทีเมื่อปราศจาก “เตาฮีด” และมี“ชิรก์”มาเจือปน และมันจะท าให้การงาน 1 ดูที่หนังสือ “ตัฟซีร อัลกุรอานิลกะรีม” เล่ม 7 หน้าที่425 2 ดูที่หนังสือ “ฟะตาวา นูร อะลัรดัรบ์” เล่ม 12 หน้าที่ 6 3 ดูที่หนังสือ “อัลเกาะวาอิด อัลอัรบะอะอ์” หน้าที่1


ชัรห์ อัลอุศูล อัษษะลาษะฮ์ [ 11 ] เหล่านั้นเสียหาย อีกทั้งเป็นเหตุให้ผู้กระท ามันตกอยู่ในความขาดทุน ดังที่อัลเลาะฮ์ ตรัสว่า “และโดยแน่นอน ได้มีวะฮีย์มายังเจ้า (มุฮัมมัด) และมายังบรรดานะบีก่อน หน้าเจ้าหากเจ้าตั้งภาคี(กับอัลเลาะฮ์) แน่นอนการงานของเจ้าก็จะไร้ผล และแน่นอน เจ้าจะอยู่ในหมู่ผู้ขาดทุน” [ซูเราะฮ์อัซซุมัร อายะฮ์ที่ 65] ดังนั้นจึงจ าเป็นอย ่างยิ ่งที ่เราทุกคนจะต้องศึกษาเรื ่องราวเกี ่ยวกับ “อัตเตาฮีด” และสิ่งที่จะมาท าลายมันนั่นคือ “ชิรก์” ซึ่งถือเป็นบาปที่ร้ายแรงที่สุด และหนังสือ “อัลอุศูลอัษษะลาษะฮ์ (รากฐานสามประการ)” ที ่ประพันธ์โดยท ่าน ชัยคุลอิสลาม มุฮัมมัด บิน อับดุลวะฮ์ฮาบ คือหนังสือที ่อธิบายพื้นฐานของ หลักอะกีดะฮ์(หลักความเชื ่อ) พื้นฐานของเตาฮีดและชิรก์ได้อย ่างครบถ้วน โดย เนื้อหาในแต่ละหัวข้อประกอบไปด้วยหลักฐานต่างๆ ที่มาจากอัลกุรอานและซุนนะฮ์ รวมถึงค าพูดของชาวซะลัฟฟุศศอเลียะห์บางส่วน และหนังสือเล่มนี้ยังเป็นหนังสือที่ บรรดานักวิชาการวิชาการซะละฟีย์ในยุคปัจจุบันต่างให้ความส าคัญเป็นอย่างมากโดย พวกท่านได้ท าการสอน และอธิบายหนังสือเล่มนี้แก่บรรดาลูกศิษย์ของตนเองตาม มัสยิด และบทเรียนต่างๆ ซึ่งหนึ่งในบทเรียนดังกล่าว คือหนังสือเล่มนี้ที่ท่านผู้อ่าน ก าลังอ ่านอยู่ โดยผู้ที ่ท าการอธิบายคือ ท ่านชัยค์อัลลามะฮ์ดร. ศอเลียะห์บิน เฟาซาน อัลเฟาซาน ฮะฟิเซาะฮุลเลาะฮ์(ขออัลเลาะฮ์ทรงคุ้มครองท่าน) 4 ซึ่งท่านเป็น หนึ่งในสมาชิกสภาอุละมาอ์อาวุโสแห่งราชอาณาจักรซาอุดิอาระเบีย และเป็นหนึ่งใน นักวิชาการซุนนะฮ์ที ่ได้รับการยอมรับมากที ่สุดในปัจจุบัน ท ่านมีทั้งต ารา และ 4 ต้นฉบับที่ใช้ในการแปลเป็นภาษาไทยมีชื่อว่า “ชัรห์อัลอุศูลอัษษะลาษะฮ์” ส านักพิมพ์มุอัซซะซะห์ อัรริซาละฮ์ ปีที่พิมพ์: 1427 (2006) พิมพ์ครั้งที่ 1


[ 12 ] ชัยค์ศอเลียะห์บินเฟาซาน อัลเฟาซาน บรรยายต ่างๆ อันทรงคุณค ่ามากมาย และแน ่นอนหนึ ่งในนั้นคือหนังสือเล ่มนี้ “ชัรห์อัลอุศูลอัษษะลาษะฮ์(อธิบายรากฐานสามประการ)” ซึ่งท่านได้อธิบายเนื้อหา ไว้อย่างละเอียด และครอบคลุมง่ายต่อการท าความเข้าใจ โดยผู้แปลได้ท าการอธิบาย เสริมในบางจุดเพื่อให้เข้าใจเป็นภาษาไทยมากยิ่งขึ้นโดยท าเป็นสัญลักษณ์ ( ), [ผู้แปล] เพื่อไม่ให้ปะปนกับค าพูดของชัยค์-ขออัลเลาะฮ์ทรงคุ้มครองท่านและหวังเป็นอย ่างยิ่งว ่าหนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แก ่ท่านผู้อ่าน และ สังคมมุสลิมโดยรวมในการศึกษาเรื่องราวเกี่ยวกับหลักเตาฮีด หลักอะกีดะฮ์และ ความอันตรายชิรก์ที่เกิดขึ้นในสังคมปัจจุบัน ตลอดจนเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนการ ท างานศาสนาที่ให้ความรู้ในด้านหลักอะกีดะฮ์ควบคู่ไปกับความรู้ด้านอื่นๆ และหาก มีข้อผิดพลาดประการใดที ่เกิดขึ้นจากการแปล ผู้แปลยินดีน้อมรับค าแนะน าจาก พี่น้องที่หวังดีทุกท่าน เพราะการงานของมนุษย์ย่อมหนีไม่พ้นจากความผิดพลาด และสุดท้ายนี้ขอให้หนังสือเล่มนี้เป็นการงานที่ดีของผู้แปล และบุพการีทั้ง สองของผู้แปล รวมถึงบรรดาผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับหนังสือเล่มนี้ทุกคนโดยเฉพาะ อย่างยิ่ง “สถาบันอิบนุบาซเพื่ออิสลามศึกษา” และพี่น้องผู้สนับสนุนทุกท่าน ที่คอย สนับสนุนด้านทุนทรัพย์ในการแปล และ “ส านักพิมพ์อัซซาบิกูน” ในการจัดพิมพ์ หนังสือเล่มนี้– ญะซาฮุมุลลอฮุคอยรอน - وصلى للا على نبينا حممد وعلى آله وصحبه أجعب อบูอัชร็อฟ อักรอม บิน อับดุรเรำะฮ์มำน 19 ญุมาดัษษานี 1444 / 11 มกราคม 2023


[ 40 ] ชัยค์ศอเลียะห์บินเฟาซาน อัลเฟาซาน บทนำคำอธิบาย มวลการสรรเสริญทั้งมวลเป็นสิทธิแด ่อัลเลาะฮ์ผู้อภิบาลแห ่งสากลโลก ขอการประสาทพร และความศานติโปรดประสบแด่นะบีของเรา มุฮัมมัด และ วงศาคณาญาติ ตลอดจนบรรดาสาวกของท่านทั้งมวล อนึ่ง ที่อยู่ตรงหน้าเรา คือ สารที่มีชื่อว่า –รากฐานสามประการ- และมันคือ สารที่มีความส าคัญ มีการย่อความเอาไว้ ซึ่งประกอบไปด้วยหลักฐานสนับสนุนต่างๆ ที ่มาจากคัมภีร์ของอัลเลาะฮ์และซุนนะฮ์ (แบบอย ่าง-ผู้แปล) จากศาสนทูตของ พระองค์ และสารฉบับนี้เป็นหนึ่งในรากฐานที่ส าคัญยิ่งจากบรรดารากฐานต่างๆ ของอิสลาม นั ่นก็คือ หลักความเชื ่อ และอุละมาอ์ (นักวิชาการอิสลาม) ได้ให้ ความส าคัญกับหนังสือฉบับคัดย่อเหล่านี้ ที่พวกเขาได้ประพันธ์มันขึ้นมา โดยพวกเขา ได้ปฏิบัติตามกันเรื่อยมาในการย่อความและการขัดเกลาส านวนของหนังสือ หลังจาก นั้นบรรดาผู้รู้เหล่านี้จึงได้ให้บรรดาสานุศิษย์ของตนเองท่องจ ามัน เพื่อให้มันคงไว้เป็น พื้นฐานส าหรับพวกเขา และเป็นต้นทุนที่พวกเขาจะได้รับประโยชน์และใช้ประโยชน์ จากมัน และการเริ่มต้นด้วยกับหนังสือฉบับย่อเหล่านี้คือรากฐานส าหรับบรรดาผู้ที่ แสวงหาความรู้ เพราะผู้ที่แสวงหาความรู้ควรจะเริ่มต้นศึกษาทีละเล็ก ทีละน้อย โดย


ชัรห์ อัลอุศูล อัษษะลาษะฮ์ [ 41 ] เริ่มจากเอาความรู้จากจุดเริ่มต้นของความรู้และพื้นฐานของมัน และยกระดับความรู้ ไปเรื่อยๆ ทีละขั้น ดังนั้น หนังสือฉบับคัดย ่อสั้นๆ เหล ่านี้(ซึ ่งรวมถึงหนังสือรากฐานสาม ประการเล่มนี้ด้วย-ผู้แปล) คือ เส้นทางสู่หนังสือในระดับสูงที่มีความยาวหลายเล่ม (อาทิ หนังสือมัจญ์มูอ์อัลฟะตาวา ของอิบนุตัยมียะฮ์ ที่มี 37 เล่ม เป็นต้น-ผู้แปล) เพราะหนังสือระดับสูงที่มีความยาวหลายเล่มจะไม่สามารถเข้าใจได้เว้นแต่หลังจากที่ ได้เข้าใจหนังสือฉบับย่อ และหลังจากที่ได้เรียนรู้ผ่านไปเรื่อยๆ ทีละขั้นจากหนังสือ ฉบับย่อเหล่านั้น และด้วยเหตุนี้ บรรดาผู้รู้จึงกล ่าวอธิบายความหมายค าตรัสของ อัลเลาะฮ์ ผู้ทรงสูงส่งที่ว่า ٱتزٱتز تمتنتى تي ثر ثز ثم ثن ثىثي تر “หากแต่ (เขาจะกล่าวว่า) ท่านทั้งหลายจงเป็น ‘ร็อบบานีย์’ เถิด เนื่องจาก การที่พวกท่านเคยสอนคัมภีร์ และเคยศึกษาคัมภีร์มาก่อน” [ซูเราะฮ์ อาละอิมรอน อายะฮ์ที่ 79] ว่าหมายถึง ความจริงแล้ว “ผู้เป็นร็อบบานีย์” (ผู้ทรงความรู้) พวกเขาคือคน ที่เริ่มต้นศึกษาในประเด็นความรู้ที่เล็กน้อยก่อนจะไปศึกษาในประเด็นความรู้ที่ใหญ่ ขึ้น โดยพวกเขาได้ฝึกฝนตนเองและบรรดาลูกศิษย์ให้เริ ่มต้นศึกษาจากประเด็นที่ เล็กน้อยไปสู่ประเด็นที่ใหญ่ขึ้น และนี่คือเรื่องปกติ เพราะว่าทุกๆ สิ่งควรเริ่มต้นจาก พื้นฐานและรากฐานของมันก่อน หลังจากนั้นจึงค่อยพัฒนาไปเรื่อยๆ หลังจากผ่านสิ่ง ที่เป็นพื้นฐานดังกล่าวแล้ว ส่วนคนที่กระโจนเข้าสู่ความรู้ในระดับสูงก่อน คนประเภทนี้จะเหนื่อย และ จะไม่ได้รับอะไรเลย ในขณะเดียวกันคนที่เริ่มต้นศึกษาจากสิ่งที่เป็นพื้นฐานต่างๆ ก่อน และค่อยๆ ศึกษาไปทีละขั้นทีละตอน คนประเภทนี้แหละที่จะด าเนินตามหนทางที่ ถูกต้องและตามทิศทางที่ปลอดภัยด้วยกับการอนุมัติของอัลเลาะฮ์


[ 42 ] ชัยค์ศอเลียะห์บินเฟาซาน อัลเฟาซาน อัลเลาะฮ์ตะอาลาตรัสไว้ว่า ٱ تزٱ بح بخ بم به تج تح تخ تم ته ثم جح جم حج حم خج خم سجسحسخسمصحصخصم ضجضحضخضمطحتر “เขาเหล ่านั้นจะถามเจ้า เกี ่ยวกับเดือนแรกขึ้น จงกล ่าวเถิด มันคือ ก าหนดเวลาต ่างๆ ส าหรับมนุษย์ และส าหรับประกอบพิธีฮัจญ์ และหาใช ่เป็น คุณธรรมไม่ ในการที่พวกเจ้าเข้าบ้านทางหลังบ้าน แต่ทว่าคุณธรรมนั้นคือผู้ที่ย าเกรง ต่างหาก และพวกเจ้าจงเข้าบ้านทางประตูบ้านเถิด” [ซูเราะฮ์ อัลบะเกาะเราะฮ์อายะฮ์ที่ 189] คนเหล่านั้นถามถึงเดือนแรกขึ้นว่า เพราะเหตุใดมันถึงเริ่มจากจันทร์เสี้ยว เล็กๆ หลังจากนั้นก็ขยายใหญ่ขึ้น แล้วก็ใหญ่ขึ้นจนกระทั่งมันเต็มดวง หลังจากนั้นก็ ค่อยๆ เล็กลงๆ จนกระทั่งกลับกลายมาเป็นจันทร์เสี้ยวดังเดิม? แล้วอัลเลาะฮ์ได้ทรง ต าหนิพวกเขา (ที่ถามเช่นนั้น-ผู้แปล) และชี้น าพวกเขาให้ถามถึงสิ่งที่จะยังประโยชน์ กับตนเอง และการที่พวกเขาเข้าหาคลังแห่งความรู้จากทางประตูของมัน ส่วนค าถาม ที่เกี่ยวกับจันทร์เสี้ยว สภาพของจันทร์เสี้ยว ขนาดความเล็กและความใหญ่ของมัน สิ่ง นี้ไม่มีประโยชน์ใดๆ ส าหรับพวกเขาเลย นอกเสียจากว่าประโยชน์นั้นคือ การที่พวก เขาสอบถามเกี ่ยวกับสิ ่งที่ตนเองมีความต้องการมันต ่างหาก ซึ่งนั ่นคือการรู้จัก ประโยชน์ต่างๆ ของเดือนเสี้ยวนั่นเอง และด้วยเหตุนี้อัลเลาะฮ์จึงตรัสว่า: “จงกล่าว เถิด มันคือก าหนดเวลาต่างๆ ส าหรับมนุษย์” โดยพระองค์ได้ทรงชี้แจงประโยชน์ของ เดือนเสี้ยวให้กับพวกเขาทราบ และนั่นก็คือ การที่พระองค์ได้ทรงท าให้เดือนเสี้ยวเป็น ตัวก าหนดเวลาต่างๆ ส าหรับมนุษย์ที่จะใช้มันรับรู้การท าอิบาดะฮ์และการท าธุรกรรม ตลอดจนเวลาต่างๆ ที่ถูกก าหนดเอาไว้และสิ่งอื่นที่นอกเหนือไปจากที่กล่าวมานี้ ฉะนั้น อัลเลาะฮ์ได้ทรงชี้น าพวกเขาไปสู่ประโยชน์ต่างๆ ของเดือนเสี้ยว และ พระองค์มิได้ทรงตอบค าถามพวกเขาเกี่ยวกับค าถามที่พวกเขาถามถึงข้อเท็จจริงของ เดือนเสี้ยวแต ่อย ่างใด เพราะว ่า มันไม ่ได้มีประโยชน์ใดๆ กับพวกเขา และเพื ่อที่


[ 172 ] ชัยค์ศอเลียะห์บินเฟาซาน อัลเฟาซาน สำรฉบับที่สี่ รำกฐำนสำมประกำรที่จ ำเป็นจะต้องรู้จักมัน ٤ สาสน์ที่สี่ รากฐานสามประการที่จำเป็นจะต้องรู้จักมัน


ชัรห์ อัลอุศูล อัษษะลาษะฮ์ [ 173 ] 4.1 รากฐานประการแรก การรู้จักอัลเลาะฮ์ผู้ทรงเกรียงไกร ผู้ทรงสูงส่ง ตัวบท ท่านชัยคุลอิสลาม มุฮัมมัด บินอับดุลวะฮ์ฮาบ กล่าวว่า: “เมื่อมีคนถาม คุณว่า อะไรคือรากฐานสามประการที่จ าเป็นจะต้องรู้จัก? คุณจงตอบไปว่า: คือการที่ บ่าวจะต้องรู้จักพระเจ้าของตนเอง รู้จักศาสนาของพระองค์และศาสนทูตของพระองค์ มุฮัมมัด ” ค ำอธิบำย ค าพูดของชัยค์ที่ว่า: “صول إلأ) อัลอุศูล) ที่แปลว่ารากฐานต่างๆ” คือ พหูพจน์ ของค าว่า صل إ) อัศล์) และค าว่ารากฐาน คือสิ่งที่เรื่องอื่นๆ ได้ถูกสร้างอยู่บนสิ่งนั้น (ส่วนที่เป็นพื้นรองรับส าหรับต่อยอดไป) และ إلفرع) อัลฟัรอ์) ข้อปลีกย่อย คือ สิ่งที่ถูก สร้างบนสิ่งอื่นอีกที(คือ สิ่งที่ได้รับการต่อยอดมาจากรากฐาน) สิ่งเหล่านี้(รากฐาน สามประการ) จึงถูกเรียกว่า สิ่งที่เป็นรากฐาน เนื่องจากว่าเรื่องอื่นๆ ในศาสนาได้ถูก วางอยู ่บนรากฐานเหล ่านี้ด้วยเหตุนี้มันจึงถูกเรียกว ่ารากฐาน เพราะว ่าเรื ่องราว ศาสนาได้ถูกวางอยู่บนมัน และเรื่องราวศาสนาทั้งหมดยังวนเวียนอยู่ภายใต้รากฐาน ทั้งสามประการนี้


[ 174 ] ชัยค์ศอเลียะห์บินเฟาซาน อัลเฟาซาน ค าพูดของชัยค์ที่ว่า “การที่บ่าวจะต้องรู้จักพระเจ้าของตนเอง” ( دِ ْ ب َ َ ْعِرفَ ة إلْع م َّ ه ب َ ر (ค าว ่า هَّ ب َ ر) ร็อบบะฮ์) ที ่แปลว ่า พระเจ้าของเขา ในทางภาษาอาหรับตกอยู ่ใน ต าแหน ่ง نصب) นัศบ์) ที ่จะต้องอ่านใส ่สระฟัตฮะฮ์( َ ) เนื ่องจากว ่ามันเป็นกรรม ให้กับค าว่า معرفة) มะอ์ริฟะฮ์) ที่แปลว่า การรู้จัก เพราะว่า إلمصدر) อัลมัศดัร) อาการ นามของค าว่า معرفة ได้ถูกพาดพิงไปยัง إلفاعل إسم) อิสมุลฟาอิล) ค านามที่เป็นผู้กระท า คือ ค าว่า إلعبد) อัลอับด์) และ อาการนาม (มัศดัร) ในทางภาษาอาหรับ เมื่อใดที่มัน ถูกพาดพิงมันก็จะท าหน้าที ่เหมือนต าแหน ่งของ فعل) เฟียะอล์) ค ากริยา ในความ เข้าใจของนักภาษาศาสตร์ดังนั้นแล้วอาการนามในบริบทนี้ได้ถูกพาดพิงไปยังค านาม ที่เป็นผู้กระท ามันจึงปฏิบัติหน้าที่ของค ากริยา ค าพูดของชัยค์ที ่ว ่า “และจะต้องรู้จักศาสนาของพระองค์และ ศาสนทูตของพระองค์” (هَ ه ونَبِي َْن ي ِود (เป็นประโยคเชื่อมกลับไปหาประโยคก่อนหน้านี้ หมายถึง ประโยคเชื่อมตามต าแหน่ง نصب) นัศบ์) อ่านสระฟัตฮะฮ์โดยนี่คือรากฐาน ของศาสนาโดยภาพรวม และรายละเอียดของมันจะตามมาต่อไปในค าพูดของชัยค์ ขออัลเลาะฮ์ทรงเมตตาท่าน หากอัลเลาะฮ์ทรงประสงค์ ค าถามคือ เหตุใดถึงได้เจาะจงเฉพาะรากฐานสามประการนี้? นั ่นก็เพราะว ่ามันคือรากฐานของศาสนาอิสลาม และเนื ่องจากว ่ามันคือ ค าถามที ่บ ่าวจะถูกถามถึงสามประการนี้ในขณะที ่เขาถูกวางในหลุมศพ เพราะว่า เมื่อใดที่บ่าวถูกวางในหลุมศพ และดินได้ถูกท าให้ราบเรียบบนหลุมศพของเขาแล้ว ตลอดจนผู้คนก็ได้แยกย้ายกันกลับไปหาครอบครัวของตนเอง จะมีทูตสวรรค์สองท่าน มาหาเขาในหลุมฝังศพ แล้ววิญญาณของเขาจะถูกน ากลับมาอยู่ในร่างของตัวเองอีก ครั้ง และเขาจะมีชีวิตในหลุมศพซึ่งไม่เหมือนกับการมีชีวิตอยู่ในโลกนี้เป็นการมีชีวิต แบบที่อัลเลาะฮ์เท่านั้นทรงรู้ดียิ่ง แล้วทูตสวรรค์ทั้งสองท่านจะจับเขานั่งในหลุมฝังศพ แล้วเขาทั้งสองจะถามคนๆ นั้นว่า: ❖ ใครคือพระเจ้าของเจ้า?


ชัรห์ อัลอุศูล อัษษะลาษะฮ์ [ 175 ] ❖ และอะไรคือศาสนาของเจ้า? ❖ และใครคือนะบีของเจ้า? แล้วผู้ศรัทธาก็จะตอบว่า ✓ พระเจ้าของฉันคืออัลเลาะฮ์ ✓ และศาสนาของฉันคือศาสนาอิสลาม ✓ และมุฮัมมัด คือนะบีของฉัน แล้วเขาจะถูกถามอีกว่า ❖ เจ้ารู้ได้อย่างไร? เขาจะตอบว่า: ✓ ฉันได้อ่านคัมภีร์ของอัลเลาะฮ์ฉันจึงได้รู้ แล้วจะมีเสียงเรียกขึ้นมาว่า: ❖ บ่าวของข้าได้พูดสัจจริงแล้ว ดังนั้นจงเตรียมที่นอนในสวนสวรรค์ให้กับ เขา และจงเปิดประตูบานหนึ่งจากสวนสวรรค์ให้กับเขาเถิด และหลุมศพ ของเขาจะถูกท าให้ขยายกว้างขึ้นส าหรับเขายาวจนสุดลูกหูลูกตา แล้ว จะมีกลิ ่นหอมของสวนสวรรค์ลอยมาหาเขา แล้วเขาก็จะมองไปยังที่ พ านักของตัวเองในสวนสวรรค์ แล้วเขาก็จะกล่าวว่า ✓ โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ได้โปรดท าให้วันสิ้นโลกเกิดขึ้นโดยเร็ว เถิด เพื่อที่ข้าพระองค์จะได้กลับไปหาครอบครัวและทรัพย์สินของข้า พระองค์ และส ่วนคนที ่มีความสงสัยซึ ่งเขามีชีวิตอยู่บนความคลางแคลงใจ และไม่ เชื่อมั่นในอิสลาม แม้ว่าเขาจะอ้างว่าตนเองเป็นอิสลามก็ตาม ถ้าหากว่าเขามีความไม่


[ 176 ] ชัยค์ศอเลียะห์บินเฟาซาน อัลเฟาซาน แน ่ใจ มีความสงสัยในศาสนาของอัลเลาะฮ์เช ่น มุนาฟิก (ผู้กลับกลอก) แล้วละก็ แน่นอนเขาจะพูดแบบอ ้าๆ อึ้งๆ เมื่อทูตสวรรค์ได้ถามเขาว่า ❖ ใครคือพระผู้อภิบาลของเจ้า? เขาจะตอบว่า ฉันไม่รู้ และเมื่อทูตสวรรค์ถามว่า ❖ ศาสนาของเจ้าคือศาสนาอะไร? เขาจะตอบว่า ฉันไม่รู้ และเมื่อเขาถูกถามว่า ❖ ใครคือนะบีของเจ้า? เขาจะตอบว่า เอ่อ คือ เอ่อ @#$%@$@$@$% ไม่รู้ฉันไม่รู้ฉันได้ยินผู้คนเขากล่าวกัน ฉันก็เลยกล่าวตาม28 หมายความว ่าเขาอยู ่ในโลกนี้เขาได้กล ่าวในสิ ่งที ่ผู้คนได้กล ่าวกันโดย ปราศจากการศรัทธาใดๆ ขอความคุ้มครองต่ออัลเลาะฮ์(จากเรื่องดังกล่าว) คนแบบ นี้คือ คนกลับกลอกที่เปิดเผยอิสลามเพียงภายนอก ในขณะเดียวกันเขาไม่ได้มีความ ศรัทธามั่นในหัวใจแต่อย่างใด แต่ที่เขาได้เปิดเผยอิสลามออกมานั้นก็เพื่อผลประโยชน์ ของตนเองทางด้านดุนยาเท ่านั้น แล้วเขาจะกล ่าวในขณะมีชีวิตอยู ่ในโลกนี้ว ่า: พระเจ้าของฉันคือ อัลเลาะฮ์ทั้งที่เขาไม่ได้ศรัทธาต่อพระองค์หัวใจของเขาได้ปฏิเสธ ขออัลเลาะฮ์ทรงคุ้มครอง (จากพฤติกรรมเช่นนี้) !! แล้วเขาจะกล่าวว่า: ศาสนาของฉัน 28 อ้างแล้ว


ชัรห์ อัลอุศูล อัษษะลาษะฮ์ [ 177 ] คือศาสนาอิสลาม ทั้งที่ความเป็นจริงเขาไม่ได้ศรัทธาต่ออิสลามเลย!! แล้วเขาจะกล่าว อีกว ่า: นะบีของฉันคือมุฮัมมัด ทั้งที ่ในหัวใจของเขาไม ่ได้ศรัทธาต ่อสารของ มุฮัมมัดเลย!! เขาเพียงแค ่พูดออกมาแค ่ปลายลิ้นเท ่านั้น นี ่แหละคือ คนหน้าไหว้ หลังหลอก แล้วจะมีคนกล่าวกับเขาว่า: เจ้าไม่รู้และเจ้าไม่ยอมอ่านและศึกษา แล้ว เขาก็จะถูกทุบด้วยกับค้อนเหล็ก ปรากฏราวกับเสียงของกัมปนาท ที่หากว่าญินและ มนุษย์ได้ฟังพวกเขาจะต้องหมดสติอย่างแน่นอน โดยทุกสรรพสิ่งได้ยินทั้งหมดยกเว้น มนุษย์ซึ ่งถ้าหากเขาได้ฟังจริงแน ่นอนเขาจะต้องช็อกหมดสติไป หมายถึง จะต้อง เสียชีวิตอันเนื ่องมาจากความหวาดกลัว และหลุมศพของเขาจะถูกบีบให้แคบลง จนกระทั่งกระดูกซี่โครงของเขาซ้อนเข้าหากัน แล้วประตูหนึ่งที่น าไปสู่นรกจะถูกเปิด ให้กับเขา แล้วลมร้อนและความร้อนของนรกจะลอยมาหาเขา แล้วเขาจะกล่าวว่า: โอ้พระผู้อภิบาลของข้าพระองค์ได้โปรดอย่าให้วันสิ้นโลกเกิดขึ้นเลย ซึ่งนี่คือ ความ เป็นอยู่และสภาพของเขาในหลุมฝังศพ เนื่องจากว่าเขาคนนั้นไม่สามารถตอบค าถาม ได้อย่างถูกต้อง ขออัลเลาะฮ์ทรงคุ้มครอง (ให้พ้นจากสิ่งดังกล่าว) และด้วยเหตุนี้เองจะมีเสียงเรียกขึ้นมาว่า: บ่าวของข้าโกหก ดังนั้นพวกเจ้าจง เตรียมที ่นอนในไฟนรกให้กับเขา และจงเปิดประตูบานหนึ่งจากไฟนรกให้เขาเสีย ขอความคุ้มครองต่ออัลเลาะฮ์(จากสิ่งนี้) ดังนั้น หากว่าประเด็นเหล่านี้กลายเป็นเรื่อง ที่มีความส าคัญเช่นนี้แล้วละก็ก็จ าเป็นส าหรับพวกเราที่จะต้องศึกษาและศรัทธาต่อ มัน และการศึกษาเพียงอย่างเดียวถือว่ายังไม่เพียงพอ หากแต่ว่าพวกเราจะต้องศึกษา เชื่อมั่นและศรัทธาต่อมัน รวมไปถึงปฏิบัติมันด้วย ตราบใดที่พวกเรายังมีลมหายใจอยู่ หวังว่าอัลเลาะฮ์จะทรงท าให้พวกเรามั่นคง ขณะตอบค าถามในหลุมฝังศพ อัลเลาะฮ์ตะอาลาตรัสว่า تزٱ ىٰ ٌّ ٍّ َّ ُّ ِّ ّٰ ئر ئز ئم ئن ئى ئي بر بزبمبن بىبيترتزتر


[ 178 ] ชัยค์ศอเลียะห์บินเฟาซาน อัลเฟาซาน “อัลเลาะฮ์ทรงให้บรรดาผู้ศรัทธาหนักแน่นด้วยค ากล่าวที่มั่นคง ในการมีชีวิต อยู ่ทั้งในโลกนี้และในปรโลกและอัลเลาะฮ์ทรงให้บรรดาผู้อธรรมหลงทาง และ อัลเลาะฮ์ทรงกระท าสิ่งที่พระองค์ทรงประสงค์” [ซูเราะฮ์อิบรอฮีม อายะฮ์ที่ 27] นี่คือรากฐานทั้งสามประการ ซึ่งมันมีความส าคัญเป็นอย่างมาก และด้วยเหตุ นี้ท่านชัยค์จึงเน้นย ้ารากฐานทั้งสามประการเอาไว้ในสารฉบับนี้และอธิบายมันเพื่อที่ พวกเราจะได้ศึกษา ไตร่ตรอง เชื่อมั่นและปฏิบัติมัน (อย่างสมบูรณ์) หวังว่าอัลเลาะฮ์ จะทรงท าให้พวกเราและพวกคุณหนักแน่นด้วยค ากล่าวที่มั่นคงทั้งในโลกนี้และโลก หน้า


Click to View FlipBook Version