The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือการไฟฟ้านครหลวง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by diyatt243, 2021-12-13 05:07:10

คู่มือการไฟฟ้านครหลวง

คู่มือการไฟฟ้านครหลวง

Inคt�ำrนodำ� uction

การไฟฟ้านครหลวงนอกจากจะบริการให้ความสะดวกรวดเร็วแก่ท่าน
ผู้ใช้ไฟฟ้าในด้านต่างๆ รวมท้ังในด้านความม่ันคงในระบบจ�ำหน่ายไฟฟ้า คือ
ท�ำให้ไฟฟ้าไม่ขัดข้อง หรือเกิดการดับบ่อยแล้ว ยังค�ำนึงถึงความปลอดภัยและ
การประหยัดค่าไฟฟ้าจากการใช้ไฟฟ้าอีกด้วย เพราะไฟฟ้าน้ันมีอันตรายแฝงอยู่
ในตัว ถ้าผู้ใช้ไฟฟ้าไม่มีความรู้หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และขาดความระมัดระวัง
อาจเกิดอันตรายไดท้ ้งั ตอ่ ชวี ติ และทรพั ยส์ ิน ในท�ำนองเดียวกนั การใชไ้ ฟฟา้ ถา้ ใช้
อย่างฟุ่มเฟือย เน่ืองจากไม่รู้จักประหยัดใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ก็จะ
เปน็ เหตใุ หส้ ญู เสียคา่ ใช้จ่ายโดยไมจ่ �ำเปน็ เช่นกนั

ดว้ ยเหตดุ งั กลา่ วนี้ การไฟฟา้ นครหลวงจงึ ไดจ้ ดั ท�ำหนงั สอื “การใชไ้ ฟฟา้
อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย” เผยแพร่แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าและประชาชนท่ัวไป
เพ่ือเป็นคู่มือให้ผู้ใช้ไฟฟ้าได้ใช้ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ
นอกจากน้ี เพื่อให้เน้ือหามีความสมบูรณ์แบบและมีคุณค่าเหมาะท่ีจะมีไว้ใช้
ประจำ� บา้ นมากยงิ่ ขนึ้ การไฟฟา้ นครหลวงจงึ ไดร้ วบรวมความรเู้ กย่ี วกบั ไฟฟา้ แรงสงู
ที่ผู้ใช้ไฟฟ้าควรทราบ รวมทั้งวิธีปฐมพยาบาล เพ่ือช่วยเหลือผู้ท่ีได้รับอันตราย
จากไฟฟา้ เขา้ ไว้ในหนงั สือเล่มน้ี พรอ้ มท้งั เบอร์โทรศัพท์ตดิ ต่อแตล่ ะเขตอีกด้วย

การไฟฟ้านครหลวงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านท่ีได้รับหนังสือเล่มนี้แล้ว
นำ� ไปศกึ ษาใหเ้ ขา้ ใจและปฏบิ ตั ติ ามค�ำแนะนำ� ทใี่ หไ้ วอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งแลว้ จะเกดิ ผลดี
และเป็นประโยชนต์ อ่ ท่านอยา่ งแนน่ อน


การไฟฟา้ นครหลวง
4 พฤษภาคม 2558


หนังสือคูม่ อื ฉบบั น้ี เนือ้ ในพมิ พ์ดว้ ยกระดาษท่ผี ลิตจากวสั ดทุ างการเกษตรทใ่ี ช้แลว้
ผสมเยือ่ กระดาษหมุนเวยี นทำ�ใหม่ 100% โดยไมใ่ ชต้ น้ ไม้ใหมแ่ มแ้ ต่ต้นเดยี ว

สารบัญ

1. ค�ำ และความหมายของค�ำ ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง 3
9
2. การใช้ไฟฟา้ อย่างมีประสทิ ธภิ าพและปลอดภยั 18

3. คำ�แนะน�ำ ด้านความปลอดภัยของอุปกรณต์ ดิ ตง้ั ทางไฟฟา้ 18
3.1 สายไฟฟ้า 25
3.2 เมนสวติ ช์ 28
3.3 สวติ ชป์ ิด-เปดิ 28
3.4 เตา้ เสยี บ-เตา้ รับ 36
3.5 ชดุ สายพว่ ง
40
4. เครอ่ื งตดั ไฟรว่ั และสายดนิ 40
4.1 เครอ่ื งตัดไฟรั่ว 43
4.2 สายดนิ 50
4.3 หลกั ดนิ
52
5. การใช้ไฟฟา้ อย่างมปี ระสิทธิภาพและปลอดภยั 71
ส�ำ หรบั เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าทวั่ ไป
73
6. ขอ้ ควรทราบเก่ียวกับไฟฟา้ แรงสงู 80
• มาตรฐานระยะหา่ งที่ปลอดภัยฯ
• ข้อควรระวังอนั ตรายจากสายไฟฟ้าแรงสงู ขาด 83
87
7. การชว่ ยเหลือผู้ประสบภัยอนั ตรายจากไฟฟา้ และการปฐมพยาบาล

8. มีปญั หาปรึกษาท่นี ี่

1. ค�ำและความหมายของคำ� ที่เก่ยี วข้อง

1.1 ระบบแรงตำ�่ (Low Voltage System) ตู้เมนสวิตช์ชนิดท่ีใช้กับบ้านอยู่อาศัย
หมายถงึ ระบบไฟฟ้าที่มีแรงดนั ระหวา่ ง ทกุ วนั นี้ นอกจากจะประกอบดว้ ยตวั เมนสวติ ช์
เฟส (Phase to phase) ไม่เกิน 1,000 โวลต์ แล้ว มกั จะมีอุปกรณป์ อ้ งกนั อน่ื ๆ เชน่ เครื่อง
หรือแรงดันเทยี บกันไม่เกิน 600 โวลต์ ตดั ไฟรวั่ เบรกเกอรย์ อ่ ยสำ� หรบั ปอ้ งกนั วงจรยอ่ ย
1.2 ระบบแรงสงู (High Voltage System) หลายๆ ตวั รวมกนั อยใู่ นกลอ่ งหรอื ตู้ ทมี่ กั รจู้ กั
หมายถงึ ระบบไฟฟา้ ทีม่ ีแรงดันระหวา่ ง กนั วา่ ตคู้ อนซมู เมอรย์ นู ติ (consumer unit)
เฟส (Phase to phase) เกนิ 1,000 โวลต์ หรือ 1.4 เบรกเกอร์ (เซอร์กิตเบรกเกอร์) หรือ
แรงดนั เทยี บกนั เกิน 600 โวลต์ สวติ ชต์ ดั ไฟอตั โนมตั ิ
1.3 เมนสวิตช์ (Main Switch) หรือ หมายถึง อุปกรณ์ที่สามารถใช้ตัดหรือ
สวิตช์ประธาน ต่อวงจรไฟฟ้าได้ในขณะใช้งานปกติ และยัง
หมายถึง อุปกรณ์ตัวหลักที่ใช้ตัดต่อ สามารถตดั กระแสไฟฟา้ เกนิ หรอื กระแสไฟฟา้
วงจรไฟฟ้าของสายเมนเข้าอาคารกับสาย ลัดวงจรโดยอตั โนมตั ิได้ดว้ ย ท้งั นี้การเลอื กใช้
ภายในท้ังหมด จึงเป็นอุปกรณ์สับ-ปลด เบรกเกอร์จะต้องเลือกขนาดพิกัดในการตัด
วงจรไฟฟ้าตัวแรกถัดจากมิเตอร์วัดหน่วย กระแสลัดวงจร (IC) ของเบรกเกอร์ใหส้ ูงกว่า
ไฟฟา้ เขา้ มาในบา้ นเมนสวติ ชอ์ าจเปน็ อปุ กรณ์ ขนาดกระแสลดั วงจร
ตัดไฟหลักตวั เดยี ว หรือจะอย่รู วมกบั อุปกรณ์ ที่เกดิ ข้ึนในวงจรน้นั ๆ
อ่ืนๆ ในตู้แผงสวิตช์ (switchboard) กรณี
หลังจะรวมเรียกว่าตู้เมนสวิตช์ เมนสวิตช์ เบรกเกอร์
จึงอาจจะเป็นสวิตช์คันโยกที่ตัดโหลดได้
(load-break switch) อาจเป็นเบรกเกอร์ 1.5 ฟิวส์ (Fuse)
(อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินหรือลัดวงจร) หมายถึง อุปกรณ์ป้องกันกระแส
หรือ เป็นสวิตช์ที่มีฟิวส์ในตัวก็ได้ แต่ไม่ว่า ไฟฟ้าเกินชนิดหน่ึงท�ำหน้าที่ตัดไฟฟ้าโดย
จะเป็นแบบใดจะต้องมีคุณสมบัติของเคร่ือง อัตโนมัติ เมื่อมีกระแสไฟฟ้าไหลเกินค่า
ปลดวงจรท่ีเม่อื ปลดวงจรดับไฟแลว้ สามารถ
ทำ� งานได้อย่างปลอดภยั

เมนสวิตช์ หรอื ตคู้ อนซูมเมอรย์ ูนติ ฟวิ ส์

3

ที่ก�ำหนด ซ่ึงเมื่อฟิวส์ท�ำงานแล้วจะต้อง 1.7 เคร่ืองตัดไฟรั่ว หรือ เครื่องตัดวงจร
เปล่ยี นฟวิ ส์ใหม่ ฟิวส์ทีใ่ ช้เปล่ียนต้องมขี นาด เมอ่ื มกี ระแสไฟฟา้ รวั่ ลงดนิ หรอื เครอื่ ง
กระแสไมเ่ กนิ ขนาดฟวิ สเ์ ดมิ และตอ้ งมขี นาด ตดั กระแส (เศษ) เหลอื (ELCB, GFCI,
พิกัดการตัดกระแสลัดวงจร (IC) สูงกว่า RCD, RCCB, RCBO)
ขนาดกระแสลัดวงจรสูงสุดที่ไหลผ่านฟิวส์
ตัวอย่างของฟิวส์ตามรูปเป็นฟิวส์กระปุก หมายถึง สวิตช์อัตโนมัติที่สามารถปลด
หรอื คาร์ทริดจฟ์ วิ ส์ชนิด D ที่มคี า่ IC สงู มาก วงจร เม่ือมีกระแสไฟฟ้ารั่วได้อย่างรวดเร็ว
(75 ถงึ 100 kA) และมีราคาถกู ภายในระยะเวลาทกี่ �ำหนดไว้ เคร่ืองตดั ไฟรัว่
1.6 พิกัดการตดั กระแสลัดวงจร (IC) หรอื ใช้ป้องกันอันตรายจากไฟฟ้าดูด โดยเฉพาะ
อย่างย่ิงจะใช้ได้ดีเม่ือใช้กับระบบไฟฟ้าที่มี
Interrupting Capacity (Interrupting สายดินอยู่แล้ว และจะช่วยป้องกันอัคคีภัย
Rating) จากไฟฟา้ รว่ั ไดอ้ กี ดว้ ย เครอ่ื งตดั ไฟรว่ั นม้ี กั จะ
คอื ความสามารถในการตดั กระแสไฟฟา้ ต้องมีปุ่มส�ำหรับกดเพื่อทดสอบการท�ำงาน
ลดั วงจรของอปุ กรณป์ อ้ งกนั ไดอ้ ยา่ งปลอดภยั อยู่เสมอ ชาวบ้านมักเรยี กเครื่องตดั ไฟร่ัวน้ีวา่
โดยไม่ท�ำให้อุปกรณ์ป้องกันน้ันเสียหายหรือ เป็นเครือ่ งป้องกนั ไฟดดู
ไหมล้ ุกลาม โดยท่ัวไปแลว้ IC จะมีหน่วยเปน็
kA หรอื กโิ ลแอมแปร์ ซงึ่ เปน็ หนว่ ยของ 1,000 เครอ่ื งตัดไฟร่วั
แอมแปร์ คา่ พกิ ดั ของการตดั กระแสลดั วงจรน้ี
จะข้ึนอยู่กับมาตรฐานอ้างอิงและแรงดันที่ 1.8 สายดินเพอ่ื ความปลอดภัย, สายเขียว,
ใช้ในการทดสอบ เช่น ฟิวส์หรือเบรกเกอร์ที่ สายดินของอุปกรณ์ไฟฟ้า, สายดิน
มีพกิ ดั IC = 10 kA ทแี่ รงดันทดสอบ 120 V เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือสายดินป้องกัน
หากน�ำไปทดสอบทแ่ี รงดัน 240 V อาจมพี กิ ดั (Equipment Grounding Conductor
IC เหลือเพยี ง 5 kA เปน็ ตน้ หรอื Protective Conductor หรอื P.E.)

พิกัด IC หรอื AIC คำ� เหลา่ นลี้ ว้ นมคี วามหมายเดยี วกนั คอื
= 10 kA หมายถงึ สายดินป้องกัน หมายถึง สายไฟเส้นที่มีไว้
สามารถตดั กระแสลดั วงจร เพ่ือให้เกิดความปลอดภัยต่อการใช้ไฟฟ้า
ไดส้ งู ถึง 10,000 แอมป์ ปลายด้านหน่ึงของสายดินจะต้องมีการต่อ
ลงดนิ สว่ นปลายอกี ดา้ นหนงึ่ จะตอ่ เขา้ กบั วตั ถุ
พิกดั การตดั กระแสลดั วงจร (IC)

4

สญั ลักษณ์สายดิน วัตถุที่จะน�ำมาใช้เป็นหลักดิน เช่น แท่ง
ทองแดงขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 16 มม.
หรือเครื่องใช้ไฟฟ้าท่ีต้องการให้มีศักย์ไฟฟ้า (5/8 น้ิว) ความยาวมาตรฐานต้องยาว
เปน็ ศนู ยเ์ ทา่ กบั พนื้ ดนิ และมกี ารทำ� งานรว่ มกบั ไม่นอ้ ยกว่า 2.40 เมตร เปน็ ตน้
อปุ กรณป์ อ้ งกนั วงจร เชน่ ฟวิ ส์ หรอื เบรกเกอร์ 1.10 สายตอ่ หลกั ดนิ (GroundingElectrode
การเดินสายดินป้องกันที่ถูกต้องให้ Conductorหรอื EarthingConductor)
เกิดความปลอดภัยจะต้องท�ำให้เป็นระบบ คือ สายตัวน�ำท่ีใช้ต่อระหว่างหลักดิน
สายดินฯ โดยมีการต่อเข้ากับสายนิวทรัลท่ี กับส่วนทีต่ ้องการต่อลงดนิ ซ่งึ ในทน่ี หี้ มายถึง
เมนสวิตช์ (ยกเว้นห้องชุดของอาคารชุด) สายที่ต่อระหว่างหลักดินกับข้ัวต่อสายศูนย์
มิใช่การเดินสายดินไปลงดินอย่างเดียว (นิวทรัล) หรือกับข้ัวต่อสายดินในแผงสวิตช์
(รายละเอยี ดดใู นเรอื่ งสายดนิ และเมนสวติ ช)์ ประธาน (ตเู้ มนสวติ ช)์ เพอื่ ใหร้ ะบบไฟฟา้ และ
หมายเหตุ สายดนิ โดยทว่ั ไปจะมสี องชนดิ คอื อุปกรณไ์ ฟฟา้ มีการต่อลงดนิ
1. สายดินเพื่อให้ท�ำงานได้ (functional
earthing conductor) เป็นสายดินท่ี สายตอ่ หลักดนิ
ไม่เก่ียวขอ้ งกับเรอื่ งความปลอดภยั
2. สายดินป้องกัน (protective earthing 1.11 เต้ารับ (Socket–outlet หรือ
conductor) เปน็ สายดินทีม่ ีไว้เพ่ือความ Receptacle) หรอื ปล๊กั ตัวเมยี
ปลอดภัย สายดินท่ีจะกล่าวถึงท้ังหมด คือ อุปกรณ์ส�ำหรับเป็นท่ีรองรับการ
ในเอกสารน้ีจะหมายถึงเฉพาะ สายดิน เสียบของหัวเสียบที่มาจากเครื่องใช้ไฟฟ้า
ปอ้ งกัน โดยจะเรียกสนั้ ๆ ว่า สายดิน ปกติเต้ารับจะติดต้ังอยู่กับที่ เช่น ติดอยู่กับ
1.9 หลักดนิ (Ground Rod ผนงั อาคาร เปน็ ต้น
หรือ Grounding
Electrode หรอื เตา้ รบั
Earth Electrode)
หมายถงึ แท่งหรอื แผ่นโลหะ 5
ทีฝ่ งั อย่ใู นดินเพ่อื ทำ� หน้าท่แี พร่
หรือกระจายประจุไฟฟา้ หลกั ดนิ
หรอื กระแสไฟฟา้ ใหไ้ หลลงสดู่ นิ ไดโ้ ดยสะดวก

1.12 เต้าเสียบ หรือ ปล๊ัก (Plug) หรือ 1.14 เครือ่ งใช้ไฟฟา้ ประเภท 2
ปลกั๊ ตัวผู้ หมายถึง เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีการหุ้ม
คือ หัวเสียบท่ีมีขั้วโลหะติดอยู่ท่ีปลาย ฉนวนหนาเป็น 2 เท่าของความหนาฉนวนท่ี
หัวเสียบน้ีจะต่อมาจากสายไฟที่มาจาก ใช้ส�ำหรับเคร่ืองใช้ไฟฟ้าปกติ (ฉนวนไฟฟ้า
เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ เพอ่ื ใชเ้ สยี บเขา้ กบั เตา้ รบั ทำ� ให้ อาจจะมีชั้นเดียวหรือ 2 ชั้นก็ได้) โดยมักมี
สามารถใชเ้ คร่อื งใช้ไฟฟา้ นัน้ ได้ สัญลักษณ์ของเครื่องใชไ้ ฟฟา้ ประเภท 2 เปน็
รูปสี่เหล่ียมจัตุรัสซ้อนกัน ติดอยู่ที่หน้า
เตา้ เสียบ ปัทม์ของเคร่ืองใช้ไฟฟ้า ซ่ึงเต้าเสียบท่ีใช้ก็
ไม่ต้องมีสายดิน ซ่ึงมักมีลักษณะของขาปลั๊ก
เพยี ง 2 ขา และมีฉนวนหุ้มท่โี คนขา

1.13 เครอื่ งใช้ไฟฟ้าประเภท 1 สัญลกั ษณเ์ ครอ่ื งใช้ไฟฟ้าประเภท 2
หมายถงึ เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ทเ่ี ตา้ เสยี บตอ้ ง
มีสายดิน เพราะมีความหนาของฉนวนไฟฟ้า เตา้ เสยี บเคร่อื งใช้ไฟฟ้าประเภท 2
เพียงพอส�ำหรับการใช้งานปกติเท่านั้น และ
มักจะมีเปลือกนอกของเครื่องใช้ไฟฟ้าท่ีท�ำ 1.15 เคร่ืองใช้ไฟฟา้ ประเภท 3
ดว้ ยโลหะ เพอื่ ความปลอดภยั ผผู้ ลติ จงึ จำ� เปน็ หมายถึง เคร่ืองใช้ไฟฟ้าที่ใช้กับ
จะต้องมีการต่อสายดินของอุปกรณ์ไฟฟ้า แรงดันไฟฟ้ากระแสสลับไม่เกิน 50 โวลต์
เข้ากับส่วนท่ีเปน็ โลหะนน้ั เพ่ือใหส้ ามารถตอ่ (หรอื 120โวลต์ไฟฟา้ กระแสตรง)เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้
ลงดนิ มายงั ตเู้ มนสวติ ชโ์ ดยผา่ นทางขว้ั สายดนิ ประเภทนี้ ไม่ต้องมีสายดินสัญลักษณ์ของ
ของเต้าเสียบ-เต้ารับ จึงต้องใช้เต้าเสียบที่ เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าประเภท 3 นี้ คือ
มีขั้วสายดิน เคร่ืองใช้ไฟฟ้าประเภทนี้ หาก
ผผู้ ลติ มไิ ดต้ อ่ สายดนิ มาให้ ถอื วา่ เปน็ เครอื่ งใช้ สัญลกั ษณ์เครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าประเภท 3
ไฟฟ้าประเภท 0 ซ่ึงปจั จบุ นั นมี้ าตรฐานสากล
ไมร่ บั รองหรอื ยนิ ยอมใหผ้ ลติ มาใชง้ าน 1.16 หลอดฟลอู อเรสเซนต์
คอื หลอดไฟฟ้าทมี่ ีลกั ษณะเป็นหลอด
สญั ลกั ษณ์สายดิน ยาวสีขาว กินไฟขนาด 18 W และ 36 W
ข้ัวสายดิน บางชนดิ จะขดเป็นวงกลมกินไฟ 32 W หลอด
ฟลอู อเรสเซนต์นี้ ชาวบา้ นมกั จะเรยี กกันผดิ ๆ
เต้าเสยี บเคร่ืองใชไ้ ฟฟ้าประเภท 1 วา่ หลอดนีออน

6

หลอดตะเกียบ หรือหลอดคอมแพค 1.22 วัตต์ (W หรอื Watt)
ก็จัดเป็นหลอดฟลูออเรสเซนต์ชนิดหน่ึงท่ีมี คือ หน่วยท่ีใช้เรียกขนาดของก�ำลัง
ขนาดเล็ก โดยสามารถติดตั้งไดก้ ะทดั รัดกวา่ ไฟฟา้ จรงิ เชน่ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ เขยี นไวว้ า่ 2,000W
หลอดฟลอู อเรสเซนตธ์ รรมดานั่นเอง หมายความวา่ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ นใี้ ชก้ ำ� ลงั ไฟฟา้
2,000 วัตต์ (หรือกนิ ไฟ 2,000 วัตต์)
1.17 หลอด LED 1.23 กโิ ลวัตต์ (kW หรือ Kilowatt)
คอื สารกงึ่ ตวั นำ� ไฟฟา้ ทยี่ อมใหก้ ระแส คือ หน่วยของก�ำลังไฟฟ้าเท่ากับ
ไฟฟา้ ไหลผา่ น แลว้ ปลอ่ ยแสงสวา่ งออกมาได้ หนง่ึ พันวัตต์ เชน่ 2 kW หมายถึง ก�ำลงั ไฟฟา้
ทนั ที 2,000 วตั ต์ สำ� หรบั หนว่ ยของกำ� ลงั ไฟฟา้ หนงึ่
1.18 โวลต์ (V หรือ Volt) ล้านวัตต์จะเรียกว่า เมกะวัตต์ (Megawatt
คือ หน่วยที่ใช้เรียก ขนาดของแรงดัน หรือ MW)
ไฟฟ้า เชน่ 230 V หมายถงึ ขนาดของแรงดัน
ไฟฟา้ เทา่ กับ 230 โวลต์ 1 กโิ ลวัตต์ (kW) = 1,000 วัตต์
1.19 เควี (kV หรอื Kilovolt หรอื กโิ ลโวลต)์ 1 เมกะวตั ต์ (MW) = 1,000,000 วตั ต์
คือ หน่วยของแรงดันไฟฟ้าท่ีคิดเป็น
พันโวลต์ เช่น 24 เควี หมายถึง 24,000 โวลต์ 1.24 หนว่ ยไฟฟา้ หรอื ยนู ติ (Unit)หรอื kWh
หมายถึง หน่วยท่ีใช้บอกขนาด
1 เควี (kV) = 1,000 โวลต์ หรือปริมาณของพลังงานไฟฟ้าท่ีใช้งาน
พลงั งานไฟฟา้ 1 ยูนติ หรือ 1 หน่วย เท่ากับ
1.20 แอมป์หรอื แอมแปร์ (Aหรอื Ampere) 1 กิโลวตั ต์-ช่ัวโมง (kilo watt hour = กำ� ลงั ไฟ
คอื หนว่ ยทใ่ี ชเ้ รยี กปรมิ าณของกระแส 1 กิโลวตั ต์ ใชง้ านนาน 1 ชวั่ โมง)
ไฟฟา้ ทไ่ี หลผา่ นตวั นำ� ไฟฟา้ เชน่ 5 A หมายถงึ 1.25 วาร์ หรอื กิโลวาร์ (Var or Kilovar)
ปรมิ าณกระแสไฟฟา้ ทไ่ี หลเทา่ กบั 5 แอมแปร์ วาร์ คือหน่วยวัดกำ� ลังไฟฟ้ารีแอกทีฟ
1.21 กโิ ลแอมป์ หรือ กโิ ลแอมแปร์ หรือก�ำลังไฟฟ้าไร้งาน โดยหน่วยวัดก�ำลัง
(kA หรือ Kilo-ampere) ไฟฟา้ รแี อกทฟี หนงึ่ พนั วารจ์ ะเรยี กวา่ กโิ ลวาร์
คือ หน่วยของกระแสไฟฟ้าคิดเป็น และหนงึ่ ล้านวาร์เรียกว่า เมกะวาร์ (Mvar)
หน่วยของหนง่ึ พนั แอมป์ เช่น 5 kA หมายถงึ
5,000 แอมแปร์

1 เคเอ (kA) = 1,000 แอมแปร์ อธิบาย 1.23-1.25

7

1.26 ก�ำลังไฟฟ้าปรากฏ (Apparent 1.29 สายนิวทรัล หรอื สายเสน้ ศูนย์
Power) (Neutral)
คอื ผลคณู ของแรงดนั ไฟฟา้ กบั กระแส หมายถึง สายไฟเส้นหนึ่งในสองเส้น
ไฟฟา้ มหี นว่ ยเปน็ โวลตแ์ อมป์หรอื วเี อ(VA)มกั ที่มาจากการไฟฟ้า โดยเป็นสายเส้นที่เม่ือใช้
ใชเ้ รยี กขนาดกำ� ลงั ไฟฟา้ ของหมอ้ แปลงไฟฟา้ ไขควงลองไฟดู ไฟจะไม่ติด โดยจะเป็น
1.27 เควเี อ (kVA) หรอื Kilovolt Ampere เส้นทางไหลกลับออกจากเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
คือหน่วยของก�ำลังไฟฟ้าปรากฏเป็น สายนิวทรัลปกติจะต้องมีการต่อลงดินเพ่ือ
หนึง่ พนั วเี อ มักใช้เรียกขนาดหมอ้ แปลง เชน่ การอ้างอิงให้มีแรงดันเป็นศูนย์ท่ีหม้อแปลง
1 เควีเอ เท่ากบั หนึ่งพนั วีเอ และ 1 เอ็มวีเอ ของการไฟฟ้า
เท่ากบั หน่งึ ลา้ นวเี อ 1.30 มาตรฐานสขี องสายไฟ
สีของสายไฟจะถูกก�ำหนดให้เป็น
1 เควเี อ = 1,000 วเี อ (วเี อ = โวลตแ์ อมแปร)์ มาตรฐานเพ่ือให้มีการติดต้ังเดินสายอย่าง
ถูกต้องโดยอ้างอิงมาตรฐาน มอก.11-2553
1.28 ตวั ประกอบก�ำลงั ไฟฟา้ หรอื เพาเวอร์ ดังน้ี
แฟคเตอร์ (Power Factor)
คือ อัตราส่วนระหว่างก�ำลังไฟฟ้า สายไฟระบบ สีของสายไฟ
จริง (วัตต์) กับก�ำลังไฟฟ้าปรากฏ (วาร์) 1 เฟส (มอก.11-2553)
โดยมีหน่วยวัดเป็น เปอร์เซ็นต์ หรือ ร้อยละ
ตัวประกอบก�ำลังไฟฟ้าถือได้ว่าเป็นตัววัด เส้นท่ีมีไฟ L นำ�้ ตาล
ประสทิ ธิภาพของการสง่ จา่ ยหรอื การใชก้ �ำลงั
ไฟฟา้ ไดอ้ ยา่ งหนง่ึ ตวั ประกอบกำ� ลงั ไฟฟา้ ทดี่ ี เส้นนิวทรัล N ฟ้า (นำ้� เงิน)
ควรมคี า่ ไมต่ �่ำกวา่ 85-90%
สายดิน G หรือ E หรือ เขียวแถบเหลือง

%Power Factor = สีของสายไฟ (มอก.11-2553)
Real Power x 100
Apparent Power

8

2. การใช้ไฟฟ้าอยา่ งมีประสิทธภิ าพและปลอดภัย

การใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพนั้น ไฟฟ้าน้ันมีประโยชน์มากมายก็จริง
มีหลักอยู่ว่า เมื่อมีความจ�ำเป็นต้องใช้ไฟฟ้า แต่ในเวลาเดียวกันก็มีอันตรายอยู่ในตัว
แล้ว ทำ� อยา่ งไรการใช้ไฟฟา้ น้นั จึงจะเป็นการ ของมันเอง ถ้าใช้ผิดวิธีก็อาจมีอันตราย
ใช้ไฟฟ้าท่ีคุ้มค่า ประหยัดค่าไฟฟ้า และเกิด ถึงแก่ชีวิตได้ เพราะความประมาทหรือ
ประโยชน์สูงสุด ซึ่งจะต้องเริ่มต้นตั้งแต่รู้จัก เพกิ เฉยตอ่ สง่ิ ทเ่ี กดิ ขนึ้ เพยี งเลก็ นอ้ ยอาจนำ� มา
วธิ กี ารเลอื กใชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ทม่ี ปี ระสทิ ธภิ าพ ซ่ึงความหายนะและความสูญเสียต่างๆ แม้
ให้เหมาะสมตอ่ การใชง้ าน ตลอดจนมีความรู้ กระท่ังชีวิตของผู้ใช้ไฟฟ้าเอง ผู้ใช้ไฟฟ้าจึงมี
ความเข้าใจในเคร่ืองใช้ไฟฟ้าอย่างถ่องแท้ ความจ�ำเป็นต้องเรียนรู้วิธีการใช้ไฟฟ้าอย่าง
จึงจะใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าอย่างถูกวิธีได้ การ ปลอดภัยควบค่ไู ปด้วย
ใช้ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากจะ องค์ประกอบท่ีจะท�ำให้เกิดอันตราย
เป็นการช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังมีผลดี จากการใชไ้ ฟฟา้ นน้ั มอี ยสู่ องสว่ น คอื สว่ นของ
ตอ่ สว่ นรวมของประเทศในแงข่ องการอนรุ กั ษ์ การติดตั้งทางไฟฟ้ากับส่วนของเครื่องใช้
ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ มในดา้ นการลดภาวะ ไฟฟ้า ซึ่งการใช้ไฟฟ้าให้เกิดความปลอดภัย
โลกรอ้ นได้อกี ด้วย ก็ตอ้ งพจิ ารณาในแตล่ ะสว่ นแตกตา่ งกนั ดงั นี้

สว่ นทอี่ าจเกิดอนั ตรายในการใช้ไฟฟา้ ขอ้ ควรพจิ ารณาเพอ่ื ให้เกดิ ความปลอดภัย

1. การติดตงั้ ทางไฟฟ้า เชน่ สายไฟฟ้า การเดินสาย การต่อ „ ใช้อุปกรณ์ติดตัง้ ทางไฟฟา้ ทไี่ ด้มาตรฐาน

สาย อุปกรณป์ ระกอบต่างๆ เช่น สวติ ช์ เตา้ รบั อปุ กรณ์ „ มีการออกแบบที่ถกู ตอ้ งและปลอดภยั ตามมาตรฐาน

เพ่ือความปลอดภัย เช่น สายดิน เครื่องตัดไฟรั่ว และ „ ตดิ ตงั้ โดยผทู้ มี่ ีความรคู้ วามสามารถอย่างถกู ตอ้ ง

อุปกรณป์ ้องกันกระแสเกิน เปน็ ตน้ „ มีระบบการตรวจสอบการติดตั้งที่ถูกต้องและปลอดภัย

ตามมาตรฐาน

„ มกี ารตรวจสอบ/บ�ำรุงรักษาตามรอบระยะเวลา

2. เครื่องใช้ไฟฟา้ ต่างๆ เตา้ เสยี บ และเตา้ รบั (ชุดสายพว่ ง) „ มีการก�ำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในเครื่องใช้ไฟฟ้า

ทซ่ี อื้ มาใชง้ านภายหลงั รวมทง้ั สว่ นทมี่ กี ารตดิ ตงั้ เพม่ิ เตมิ ทุกชนดิ โดยหน่วยงานที่เก่ยี วข้อง (สมอ.)

เพอื่ ประกอบการใช้งานเครอ่ื งใช้ไฟฟา้ นน้ั „ ควบคมุ การผลติ และนำ� เขา้ สนิ คา้ ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐาน

และมีระบบการตรวจสอบท่ีเข้มแข็งของหน่วยงานที่

เก่ยี วขอ้ ง เช่น ตรวจจับสนิ คา้ ทไี่ มไ่ ด้มาตรฐาน

„ ต้องให้ความร้กู บั ผซู้ ือ้ ใหร้ ู้จกั เลอื กใช้สินคา้ (ค่มู ือ)

9

ตวั อยา่ งของข้อควรปฏิบัติ 5. ทุกคร้ังที่จะหยิบใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้า
ในการใช้ไฟฟา้ หรือเครอื่ งใช้ไฟฟา้ ขอให้ตรวจสอบสายไฟ และเต้าเสียบ
อย่างปลอดภัย (ปลั๊กไฟ) ของเคร่ือง ว่ามีร่องรอยของการ
ชำ� รดุ หรือไม่ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ หากไมไ่ ด้มี
1. หากสามารถเลอื กได้ ควรตรวจสอบ การใชง้ านมาเป็นเวลานาน
ให้แน่ชัดก่อนการว่าจ้างบริษัท หรือช่างที่ 6. เม่ือจะเสียบปล๊ักใช้เครื่องใช้
จะด�ำเนินการออกแบบ และเดินสายติดต้ัง ไฟฟ้า จะต้องดูให้แน่ใจก่อนว่า สวิตช์ของ
ระบบไฟฟ้าว่าเป็นผู้ท่ีมีประสบการณ์ความรู้ เครื่องไม่ได้เปิดอยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิด
ความชำ� นาญแลว้ เท่านนั้ อันตรายจากประกายไฟขณะเสียบ ซึ่งอาจ
2. อุปกรณ์การติดต้ังทางไฟฟ้าต้อง ท�ำให้เครื่องช�ำรุด และเม่ือเลิกใช้ให้ปิด
เป็นชนิดท่ีได้รับการรับรองจากมาตรฐาน สวิตช์ที่เครื่องใช้ไฟฟ้าก่อน แล้วจึงถอด
ต่างๆ เช่น ส�ำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์ ปล๊ักออกจากเต้ารับทุกคร้ัง เพ่ือป้องกัน
อุตสาหกรรม (สมอ.), UL, VDE, IEC เป็นต้น อันตรายไม่ให้ถูกประกายไฟและยังไม่ท�ำให้
ตัวอย่างเช่น เต้ารับท่ีน�ำมาติดต้ังต้องเป็น เครือ่ งใช้ไฟฟา้ นั้นชำ� รดุ ง่ายอกี ด้วย
เตา้ รับ ชนดิ ทม่ี ี 3 รูที่มีสายดนิ และต้อง
ผ่านการรบั รองจาก สมอ. ตามมาตรฐาน
มอก.166-2549 เทา่ นั้น
3. การเดินสายและติดตั้งอุปกรณ์
ไฟฟ้า ต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้ง
ทางไฟฟ้าส�ำหรบั ประเทศไทย
4. ก่อนใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้า ผู้ใช้ต้อง
อ่านและศึกษาคู่มือแนะน�ำการใช้งานให้
เข้าใจ และปฏิบัติตามค�ำแนะน�ำอย่าง
เครง่ ครัด

10

7. เ ค ร่ื อ ง ใ ช ้ ไ ฟ ฟ ้ า ที่ มี เ ป ลื อ ก มีสวิตช์เปิดค้างไว้โดยมอเตอร์ไม่หมุน
หรือไม่ สังเกตกล่ินผิดปกติและควรถอด
หุ้มภายนอกท่ีท�ำด้วยโลหะทุกชนิด หรือ ปลั๊กพัดลมออกทุกคร้ังเม่ือเลิกใช้งาน
เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อาจมีไฟฟ้ารั่วมากับน้�ำ เช่น เป็นตน้
ตู้เย็น เตารีด หม้อหุงข้าว เตาไมโครเวฟ 9. อย่าพยายามเอาสิ่งของต่างๆ
เคร่ืองซักผ้า หม้อต้มน้�ำร้อน กระทะไฟฟ้า ไปวาง หรือครอบคลุมตกแต่งบน
เครอื่ งทำ� นำ้� อนุ่ เตาไฟฟ้า เคร่ืองปรับอากาศ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ หรอื นำ� เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ไปวาง
เป็นต้น หากไม่ใช่เคร่ืองใช้ไฟฟ้าประเภท 2 ในทคี่ บั แคบอากาศถา่ ยเทไมส่ ะดวก นอกจาก
หรอื ประเภท3แลว้ จำ� เปน็ ตอ้ งมกี ารตอ่ สายดนิ จะท�ำให้เคร่ืองใช้ไฟฟ้ามีอายุสั้นชำ� รุดได้ง่าย
ของเครือ่ งใชไ้ ฟฟ้าเข้ากบั ระบบสายดิน คือ เน่ืองจากระบายความร้อนได้ไม่ดีแล้ว
7.1 ท่านจะต้องมีการติดต้ังระบบ ยั ง ท� ำ ใ ห ้ ก า ร ท� ำ ง า น มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ า พ ต่� ำ
สายดนิ และตอ่ ลงดนิ ทเี่ มนสวติ ชอ์ ยา่ งถกู ตอ้ ง เน่ืองจากความร้อนสูงจะท�ำให้มีการสูญเสีย
(ดูรายละเอียดเรอื่ งสายดิน) พลงั งานมาก ทำ� ใหก้ นิ ไฟมาก แลว้ ยงั อาจเปน็
7.2 มี ก า ร เ ดิ น ส า ย ดิ น จ า ก สาเหตุทำ� ใหเ้ กดิ เพลิงไหม้ไดด้ ว้ ย
เมนสวิตชไ์ ปยงั เต้ารับชนดิ มีสายดิน
7.3 มีการใช้เต้าเสียบชนิดมีข้ัว
สายดินกับเต้ารับชนิดมีขั้วสายดินที่เป็น
มาตรฐานเดียวกนั

8. พัดลมไฟฟ้าชนิดที่มีคุณภาพต�่ำ
หรือพัดลมที่มิได้มีการบ�ำรุงรักษา หากเปิด 10. อย่าวางอุปกรณ์ไฟฟ้าที่เกิด
ทิ้งไว้นานๆ มอเตอร์อาจจะหมุนช้าลงจน ความรอ้ นใกลว้ สั ดทุ ตี่ ดิ ไฟได้ เชน่ อยา่ วาง
หยดุ หมุน หากปล่อยท้ิงไว้มอเตอร์จะเกดิ ดวงโคมใกล้กบั ผ้าม่าน เปน็ ตน้
ความร้อนสูง และเกิดไฟไหม้ได้โดยง่าย
ดังนั้น จึงควรเลือกซ้ือแต่พัดลมท่ีมีคุณภาพ
และหม่ันดูแลท�ำความสะอาด รวมทั้งคอย
ตรวจสอบความผิดปกติอยู่เสมอ (ให้อยู่
ในสายตา) เช่น แตะดูความร้อนที่ตัวพัดลม โคมไฟ

11

11. หลีกเล่ียงการน�ำเครื่องใช้ไฟฟ้า อย่างเดียวนั้นยังไม่เพียงพอ (ข้อส�ำคัญก่อน
ไปใช้ในบริเวณท่ีมีฝนสาด เช่น หน้าต่าง ใช้งาน ต้องตรวจสอบการต่อสายมิให้มี
หรือเฉลียง หรือ เอาภาชนะใส่น้�ำไว้บน การเข้าสายไฟสลับเส้นกันด้วย มิฉะนั้น
เคร่อื งใช้ไฟฟา้ เชน่ ขนั นำ้� ต้เู ลยี้ งปลา แจกัน เครื่องป้องกันอาจไม่ท�ำงาน)
ดอกไมใ้ สน่ ำ้� เพราะนำ้� อาจหกใสเ่ กดิ อนั ตราย 13. ควรแยกวงจรไฟฟ้าท่ีน�้ำอาจ
ไฟรั่วข้ึนได้ ท่วมถึง เช่น บริเวณช้ันล่างของอาคาร เพ่ือ
12. เมอ่ื รา่ งกายเปยี กชนื้ หา้ มแตะตอ้ ง ให้สามารถปลดไฟออกได้ทันทีเมื่อเกิดน�้ำ
ส่วนที่มีไฟฟ้าหรือเคร่ืองใช้ไฟฟ้าเป็น ท่วมและควรป้องกันวงจรท่ีแยกออกน้ีด้วย
อันขาด เพราะความต้านทานต่อไฟฟ้าของ เครื่องตัดไฟร่วั ด้วย
ผิวหนังท่ีเปียกชื้นจะลดลงอย่างมาก หากมี 14. อุปกรณ์ไฟฟ้าที่จ�ำเป็นต้องแช่
ไฟร่ัวจะท�ำให้กระแสไฟฟ้าสามารถไหลผ่าน ในน�้ำ เช่น ปั๊มน�้ำส�ำหรับเติมอากาศ หรือ
ร่างกายได้โดยสะดวก อาจท�ำให้เสียชีวิตได้ เคร่ืองกรองน�้ำส�ำหรับบ่อหรือตู้เลี้ยงปลาน้ัน
ขอ้ แนะนำ� ในกรณที จี่ ำ� เปน็ ตอ้ งใชไ้ ฟฟา้ ขณะท่ี วงจรไฟฟ้าที่จ่ายไฟให้เครื่องฯ ต้องมีเคร่ือง
รา่ งกายเปยี กชนื้ เชน่ การใชเ้ ครอ่ื งทำ� นำ้� อนุ่ ใน ตดั ไฟรว่ั และควรใช้ผ่านหมอ้ แปลงแยกวงจร
การอาบน้�ำ นอกจากจะต้องติดต้ังสายดิน (isolating transformer) หรือใช้แรงดันต�่ำ
แล้ว จะต้องติดต้ังเครื่องตัดไฟร่ัวท่ีได้ พเิ ศษจงึ จะปลอดภยั และตอ้ งมกี ารตรวจสอบ
มาตรฐานความปลอดภัย (มอก.) ในวงจร ด้านความปลอดภัยและมีการบ�ำรุงรักษาอยู่
ไฟฟ้าของเครื่องท�ำน้�ำอุ่นด้วย เพื่อเสริม เปน็ ประจ�ำดว้ ย
การท�ำงานของสายดินให้ปลอดภัยยิ่งข้ึน ซึ่ง 15. ห้ามลากตลับสายไฟ (ชุดสาย
เครอ่ื งตดั ไฟรวั่ ทตี่ ดิ มาในเครอื่ งทำ� นำ�้ อนุ่ เพยี ง พว่ ง) เขา้ ไปใชใ้ นหอ้ งนำ�้ หรอื บรเิ วณทเี่ ปยี กนำ�้
อาจเกิดอันตรายไดโ้ ดยงา่ ย

12

16. ในการเดินสายไฟหรือลาก หากด�ำเนินการเองไม่ได้ ให้เรียกช่างไฟฟ้า
สายไฟไปใช้งานนอกอาคารเป็นการ มาดำ� เนนิ การตรวจสอบแกไ้ ข) (*ดคู ำ� แนะนำ�
ชั่วคราวหรือถาวร เช่น งานก่อสร้าง, งาน วิธใี ชไ้ ขควงลองไฟท้ายบท)
ต่อเติมปรับปรุงนอกอาคาร นอกจาก 19. อย่าใช้สารเคมีท่ีไวไฟใกล้กับ
อุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟฟ้าต้องเป็นชนิด เครอ่ื งใช้ไฟฟ้าทีก่ �ำลังทำ� งาน เช่น สเปรย์
ที่กันน�้ำและทนทานต่อสภาวะแวดล้อม ยาฆา่ แมลง หรอื ทมี่ สี ว่ นผสมของทนิ เนอร์
ทางกลและแสงแดดแล้ว วงจรไฟฟ้า หรือ อย่าพยายามใช้ไฟฟ้าหรือเปิดสวิตช์
หรือเต้ารับนั้นจะต้องมีการป้องกันด้วย ไฟฟ้า เช่น พัดลมระบายอากาศในบริเวณท่ี
เคร่ืองตดั ไฟรั่ว มีไอของสารระเหยหรือก๊าซที่ไวไฟปกคลุม
17. หมั่นตรวจสอบอุปกรณ์ติดตั้งทาง อยู่เต็มพื้นที่ เช่น ก๊าซหุงต้ม ทินเนอร์ หรือ
ไฟฟา้ และเครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ เปน็ ประจำ� อยา่ งนอ้ ย ไอน�้ำมันเบนซิน เป็นต้น อาจเกิดระเบิด
ปลี ะ 1 คร้ัง ไฟลกุ ไหมไ้ ด้
18. ฝึกให้เป็นคนช่างสังเกตสิ่งผิด 20. ให้ระมัดระวังการใช้อุปกรณ์ไฟฟ้า
ปกติจาก สี กลิ่น เสียง และการสัมผัส ราคาถกู ทีผ่ ลติ แบบไมไ่ ด้มาตรฐาน นอกจาก
อุณหภูมิ รวมท้ังการใช้เครื่องมือง่ายๆ จะมีอายุการใช้งานสั้นแล้วอาจไม่ปลอดภัย
เช่น ไขควงลองไฟ*แตะดูว่ามีไฟรั่ว เป็นต้น ในการใชง้ าน โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในเรอื่ งของ
ตัวอย่างการสงั เกต เชน่ สขี องสายไฟเปลยี่ น อคั คภี ัย
มีกลิ่นเหม็นไหม้ มีรอยเขม่า หรือมีรอยไหม้ 21. อุปกรณ์ท่ีมีการเสียบปลั๊กท้ิงไว้
การใช้หลังมือแตะหรือจับสวิตช์ไฟหรือ นานๆ โดยไมม่ ผี ู้ดแู ล เชน่ หลอดไฟทางเดนิ
ปลั๊กไฟแล้วรู้สึกอุ่นๆ (แสดงว่ามีความร้อน หรือบันได, หม้อแปลงไฟขนาดเล็ก (ที่เรียก
ผิดปกติเกิดข้ึน อาจเกิดจากจุดต่อต่างๆ กันว่า อะแดปเตอร์), เคร่ืองชาร์จแบตเตอรี่
ไม่แน่น เต้าเสียบ-เต้ารับหลวม เป็นต้น ขนาดเล็ก เป็นต้น หากมีความจำ� เป็นต้องใช้
ให้พยายามหลีกเล่ียงหรือขจัดไม่ให้มีวัสดุ
ทต่ี ดิ ไฟไดอ้ ยใู่ กลๆ้ เปน็ อนั ขาด เพอื่ ไมใ่ ห้
มีการไหมล้ ุกลามเกิดขึ้น

13

22. หลกี เลย่ี งหรอื อยา่ ใหเ้ ดก็ สามารถ สายดิน ทดสอบการทนกระแสลัดวงจรของ
เข้าถึงเคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีให้ความร้อน เช่น จุดต่อสายดิน และทดสอบความเป็นฉนวน
โคมไฟที่รอ้ น เตารดี เตาไฟฟ้า เครอ่ื งเปา่ ผม ระหว่างสายดินกบั สายศนู ย์ เปน็ ต้น
หรือเครื่องใช้ที่มีการหมุน เช่น พัดลม 26. การต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าท่ีไม่ได้ต่อ
เครอ่ื งซกั ผ้า เป็นต้น ผ่านเต้าเสียบ-เต้ารับ เช่น เคร่ืองท�ำน�้ำอุ่น
23. พยายามอย่าให้สายไฟแตะ เป็นตน้ ทา่ นต้องมนั่ ใจวา่ ผทู้ ่ีมาติดตั้งเครอ่ื ง
สัมผัสกับส่วนของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ให้ ใหท้ า่ นเปน็ ผมู้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจในการตดิ ตง้ั
ความร้อน เช่น เตารีด เคร่ืองเป่าผม ทางไฟฟ้าอย่างดี อย่าฝากชีวิตอันมีค่าของ
เตาไฟฟา้ เป็นต้น ท่านไว้กับผู้ขายสินค้าที่ไม่มีความรับผิดชอบ
24. เครื่องใช้ไฟฟ้าท่ีใช้ไฟมาก เช่น ตัวอย่างของอุบัติเหตุท่ีเคยเกิดขึ้น เช่น
หม้อหุงข้าว เตาไฟฟ้า เคร่ืองซักผ้า ควร การใช้ตะปูคอนกรีตแทนสายดิน การต่อ
เป็นเต้ารับเดี่ยว อย่าพยายามต่อใช้ร่วม สายไฟสลับเส้น การมีสายดินแต่ไม่ต่อ
เตา้ รับเดียวกนั กับเครื่องใชช้ นดิ อ่นื หรอื ตอ่ ไม่ถูกตอ้ ง การไม่มเี ครอื่ งตดั ไฟรวั่
เป็นต้น หากไม่แน่ใจขอให้ใช้บริการจาก
การไฟฟ้านครหลวง

25. อยา่ พยายามซอ่ มเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ 27. หลีกเลี่ยงการใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า
ด้วยตัวเอง หรือโดยช่างท่ีมีความรู้ความ ในขณะท่ีมีฝนตกฟ้าคะนอง โดยเฉพาะ
ช�ำนาญไม่เพียงพอ เครื่องใช้ไฟฟ้าบาง อย่างยง่ิ อุปกรณอ์ เิ ล็กทรอนกิ ส์ เช่น โทรทศั น์
ประเภทจ�ำเป็นต้องอาศัยอุปกรณ์ตรวจสอบ วิดีโอ เคร่ืองเสียง คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์
ด้านความปลอดภัย เชน่ เตาไมโครเวฟ ตอ้ ง ส่ือสาร โทรศัพท์ เป็นต้น เพ่ือป้องกันไม่ให้
มีการตรวจสอบการรั่วของคล่ืนไมโครเวฟ เคร่ืองใช้ไฟฟ้าเหล่านี้ช�ำรุดเสียหาย ดังน้ัน
ไม่ให้มีมากเกินอัตราท่ีก�ำหนด หรือเครื่องใช้
ที่มีสายดินต้องตรวจสอบความต่อเนื่องของ
14

เมื่อมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้นในบริเวณ „ ปอ้ งกนั อนั ตรายจากเครอื่ งใช้
ใกล้เคียง แนะน�ำให้ปิดเคร่ืองและถอด เช่น เตารีด เตาไฟฟ้าที่ติดค้างอยู่ เม่ือ
ปลั๊กไฟ รวมท้ังสายอากาศ และสาย มีไฟกลับเข้ามาโดยไม่รตู้ ัว
โทรศพั ท์ออกจากเครื่องทุกครงั้ 30. เคร่ืองใช้ไฟฟ้าที่ท�ำความเย็น
28. เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีควบคุมการ หรือประกอบด้วยเคร่ืองคอมเพรสเซอร์
เปิดปิดด้วยรีโมทคอนโทรลหรือปุ่มสัมผัส เช่น ตู้เยน็ หรอื เครื่องปรบั อากาศ ทกุ ครั้ง
อิเล็กทรอนิกส์ โทรทัศน์ วิดีโอ เคร่ืองเสียง ท่ีมีไฟฟ้าดับหรือไฟตกรุนแรง เพ่ือไม่ให้
เครื่องปรับอากาศ หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์ เคร่ืองช�ำรุด ควรรีบดับเคร่ืองหรือถอด
เป็นต้น เครื่องเหล่าน้ีเม่ือปิดเคร่ืองแล้วจะยัง ปลัก๊ ออกทันที การเปิดซ�ำ้ ควรท�ำภายหลัง
มีไฟเลี้ยงวงจรควบคุมภายในอยู่ตลอดเวลา ปดิ เครอ่ื งหรอื ไฟดบั แลว้ อยา่ งนอ้ ย 3 นาที
จึงมักมีตัวอย่างของการเกิดอุปกรณ์ควบคุม
ภายในชำ� รดุ และบางครง้ั ทำ� ใหเ้ กดิ ไฟลกุ ไหม้
ทรัพย์สินเสียหายอยู่เสมอ ดังน้ันจึงควรถอด
ปลั๊ก หรือติดต้ังวงจรสวิตช์ตัดต่อวงจร เพ่ือ
ปลดไฟออกทุกคร้งั ทีเ่ ลกิ ใชง้ าน

29. เม่ือไฟจากการไฟฟ้าดับให้ดับ 31. ก่อนออกจากห้องทุกครั้ง ให้
สวติ ชเ์ ครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ทกุ ชนดิ ทเ่ี ปดิ คา้ งอยู่ ตรวจดวู า่ ไดด้ บั เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้ ทไี่ มจ่ �ำเปน็
ทนั ที เพือ่ ออกเสียกอ่ น
„ ป้องกันเครื่องใช้ช�ำรุดจาก
แรงดันที่ผิดปกติ ขณะไฟดับไม่สนิท 32. ฝึกฝนให้รู้จักวิธีแก้ไขและป้องกัน
(แรงดันตก) หรือขณะท่ีเริ่มมีไฟกลับ รวมทงั้ ชว่ ยเหลอื ปฐมพยาบาล เมอ่ื มอี บุ ตั เิ หตุ
เข้ามา (แรงดันอาจจะเกิน) ทางไฟฟ้าเกิดข้ึน
„ ป้องกันอุปกรณ์ตัดวงจร
ท�ำงาน เมอ่ื มีไฟกลับเขา้ มา ถา้ มีเครือ่ งใช้ 15
ที่กินไฟในการสตาร์ทมากเปิดใช้อยู่อาจ
จะทำ� ให้มไี ฟดับอกี ครงั้

33. ค�ำแนะนำ� วธิ ีใช้ไขควงลองไฟ 3.1 ชนิดของไฟฟ้า เช่น
ไฟฟ้ากระแสตรง DC (ใช้ในรถยนต์)
1. ไขควงลองไฟนน้ั เปน็ เครอื่ งมอื ไฟฟ้ากระแสสลับ AC (ใช้กับไฟที่มาจาก
อย่างง่ายส�ำหรับใช้ตรวจสอบวัตถุหรือตัวน�ำ การไฟฟ้าฯ)
ว่ามีไฟฟ้าหรือมีแรงดันไฟฟ้าอยู่หรือไม่ และ 3.2 ขนาดแรงดันไฟฟ้าต้อง
ยังใช้ตรวจสอบเคร่ืองใช้ไฟฟ้าว่ามีไฟร่ัว พอเหมาะ ไม่สูง หรือต่�ำเกินไป หากเลือก
หรือไม่อกี ด้วย ไขควงมคี า่ แรงดนั ตำ�่ อาจไวดี แตไ่ มป่ ลอดภยั
2. การท�ำงานของไขควงลองไฟ นัก คือ จะรู้สึกว่ามีไฟร่ัวผ่านไขควงมาก
แบบธรรมดา ภายในจะประกอบด้วยหลอด เวลาแตะสัมผัส เช่น ไฟฟ้าตามบ้านใช้ไฟ
นอี อนตอ่ อยกู่ บั ความตา้ นทานคา่ สงู โดยความ 200-250 โวลต์ แต่ใช้ไขควงส�ำหรับแรงดัน
ต้านทานมีหน้าท่ีจ�ำกัดปริมาณกระแสไฟ 80-125 โวลต์ เปน็ ตน้
ทจี่ ะไหลผา่ นหลอดนอี อนและรา่ งกายไมใ่ หม้ ี 4. ระวังอย่าให้นิ้วแตะสัมผัส
อนั ตราย หากมกี ารนำ� ไปแตะสมั ผสั กบั สว่ นท่ี ไขควงส่วนท่ีเปลือย ควรใช้ไขควงท่ีมีการ
มไี ฟ ซงึ่ จะเป็นการต่อไฟครบวงจร โดยไฟฟ้า หุ้มฉนวนให้เหลือเฉพาะปลายท่ีจะใช้สัมผัส
จะไหลจากปลายไขควงผ่านหลอดนีออน หากไม่มีอาจต้องใช้วิธีพันให้รอบด้วยเทป
ตัวต้านทาน นิ้ว แขน ร่างกาย ลงสู่พ้ืนที่ยืน พันสายไฟก็ได้ ซึ่งจะช่วยลดหรือป้องกัน
อยู่ โดยหลอดนีออนจะสว่างก็ต่อเม่ือแรงดัน อุบัติเหตุการเกิดลัดวงจรจากการใช้ไขควง
ทห่ี ลอดสงู ถงึ ระดบั พกิ ดั ทห่ี ลอดนอี อนจะสวา่ ง ทีไ่ ม่ระมัดระวังดว้ ย
3. การเลือกไขควงลองไฟควร
เลือกให้เหมาะกับไฟฟ้าท่ีจะใช้ ทั้งชนิดของ
ไฟฟ้าและขนาดแรงดัน

16

5. ไขควงลองไฟทั่วไปท่ีใช้ตาม 8. ไขควงลองไฟ ท่ีไม่ได้ใช้งาน
บ้าน มักจะมีปุ่มด้านบนหรือเป็นแบบคลิ้ป มานาน ไฟนีออนหรือตัวต้านทานภายใน
หนีบปากกา ไวส้ �ำหรับใหใ้ ช้นวิ้ แตะเพ่อื ให้ไฟ อาจช�ำรุดใช้งานไม่ได้ (ไฟไม่ติด) หรือ
ไหลครบวงจรผา่ นรา่ งกาย ไฟนอี อนจงึ จะตดิ หากเป็นแบบ ดิจิตอล ไฟแสดงผลอาจ
แดงข้นึ มาได้ ไม่ท�ำงาน ดังนั้น ก่อนใช้งาน ควรทดสอบ
6. การใช้ไขควงลองไฟท่ีถูก ไขควงลองไฟนั้นว่ายังใช้ได้อยู่ โดยทดสอบ
วิธีน้ันให้เอาปลายแตะวัตถุท่ีจะทดสอบ กับส่วนท่ีรู้แน่ว่ามีไฟเสียก่อน เช่น ไขควง
ก่อน แล้วจึงใช้น้ิวแตะปุ่มด้านบนหรือ ลองไฟชนิดใช้ไฟบ้านให้ทดสอบโดยแหย่
ตรงคลปิ้ หนบี ใหค้ รบวงจร และตอ้ งไมย่ นื เข้าไปในรูเต้ารับที่ผนัง จะมีรูหน่ึงเท่าน้ันที่
อยบู่ นพน้ื ฉนวน หรอื ใสร่ องเทา้ เพราะไฟ มีไฟ เปน็ ต้น
อาจจะไม่ติดท�ำให้แปลความหมายผิดว่า 9. เวลาแหย่ไขควงลองไฟ ต้อง
ไมม่ ไี ฟรวั่ กไ็ ด้ ระมัดระวังอย่าให้ไขควงไปแตะส่วนอ่ืน
7. ทุกครั้งที่จะใช้ ให้ระมัดระวัง ที่เป็นข้ัวไฟคนละขั้วพร้อมกัน เช่น ข้ัวไฟ
และระลึกไว้เสมอว่า อาจมีอันตราย เช่น ต่างเฟส หรือข้ัวมีไฟแตะกับข้ัวดิน หรือ
ไขควงลองไฟอาจชำ� รดุ หรอื ลดั วงจรภายในได้ นวิ ทรลั เปน็ ตน้ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในทแ่ี คบๆ
จึงต้องแตะเพยี งเลก็ น้อย เท่านัน้ เพราะนั่นหมายถึงการท�ำให้เกิดลัดวงจรและ
จะมีประกายไฟที่รุนแรงพุ่งเข้าสู่ใบหน้าและ
ดวงตาจนอาจเสียโฉมหรือพิการได้ ดังนั้น
ในสถานการณ์ท่ีมีข้ัวไฟฟ้าเปิดโล่ง หรือ
เปลอื ย เชน่ ตู้แผงสวิตช์ หรือเตา้ รบั ทเ่ี ปดิ ฝา
ออก ไม่แนะน�ำให้ผู้ที่ไม่ใช่ช่างไฟฟ้าท�ำงาน
โดยเดด็ ขาด
10. ห้ามซ่อมหรือดัดแปลงไขควง
ลองไฟท่ีช�ำรุดเป็นอันขาด เช่น การเปล่ียน
ค่าความต้านทาน หรอื ต่อตรงความต้านทาน
เป็นตน้
11. ห้ามน�ำไขควงลองไฟไปใช้
ทดสอบกับไฟฟ้าที่ไม่รู้ค่าแรงดัน หรือไฟฟ้า
แรงดนั สงู

17

3. คำ� แนะนำ� ด้านความปลอดภัยของอปุ กรณ์
ติดตัง้ ทางไฟฟ้า

60227 IEC 01 60227 IEC 10

VAF NYY

VCT

ตวั อย่างสายไฟฟ้าแรงตำ�่ ชนิดต่างๆ

3.1 สายไฟฟา้ การเดินร้อยในท่อก็มีส่วนช่วยป้องกันฉนวน
3.1.1 การเลอื กใช้สายไฟฟ้า ของสายจากแสงแดดได้ในระดบั หนึ่ง
1. ใช้เฉพาะสายไฟฟ้าท่ีได้ 3. เลือกใช้ชนิดของสายไฟ
มาตรฐานจากสำ� นกั งานมาตรฐานผลติ ภณั ฑ์ ให้เหมาะสมกับสภาพการติดตั้งใช้งาน
อุตสาหกรรม (มเี คร่อื งหมาย มอก.11-2553) เช่น สายไฟชนิดอ่อนห้ามน�ำไปใช้เดินยึดติด
เท่านัน้ กับผนังหรือลากผ่านบริเวณท่ีมีการกดทับ
2. สายไฟฟ้าชนิดที่ใช้เดิน สาย เช่น ลอดผ่านบานพับประตู หน้าต่าง
ภายในอาคารหา้ มนำ� ไปใชเ้ ดนิ นอกอาคาร หรือตู้ เนอ่ื งจากฉนวนของสายไมส่ ามารถรบั
เพราะแสงแดดจะทำ� ใหฉ้ นวนแตกกรอบชำ� รดุ แรงกดกระแทกจากอุปกรณ์จับยึดสายหรือ
สายไฟชนิดท่ีใช้เดินนอกอาคารมักจะมีการ บานพับได้ การเดินสายใต้ดินก็ต้องใช้ชนิดท่ี
เตมิ สารปอ้ งกนั แสงแดดไวใ้ นเปลอื กหรอื ฉนวน เปน็ สายใตด้ นิ (เชน่ สายชนดิ NYY) พรอ้ มทงั้ มี
ของสาย สารป้องกันแสงแดดส่วนใหญ่ท่ีใช้ การเดนิ รอ้ ยในทอ่ เพอื่ ปอ้ งกนั สายใตด้ นิ ไมใ่ ห้
กนั มากนน้ั จะเปน็ สดี ำ� แตอ่ าจจะเปน็ สอี ื่นกไ็ ด้ เสียหาย เปน็ ตน้

18

4. ขนาดของสายไฟฟา้ ตอ้ งใช้ ของฟิวส์หรือสวติ ช์อตั โนมัติ (เบรกเกอร)์ ท่ใี ช้
สายตัวน�ำทองแดงและเลือกให้เหมาะสมกับ ส�ำหรับขนาดสายเมนและสายต่อหลักดินน้ัน
ขนาดแรงดนั ไฟฟา้ (1เฟสหรอื 3 เฟส)ปรมิ าณ ก็ต้องสอดคล้องกับขนาดของเมนสวิตช์และ
กระแสไฟฟา้ ทใี่ ชง้ าน และสอดคลอ้ งกบั ขนาด ขนาดของเครือ่ งวัดฯ ด้วย ตามตารางตอ่ ไปนี้

ตารางท่ี 1 ขนาดสายไฟฟ้าตามขนาดของเมนสวิตช์

ขนาดเครือ่ งวัดฯ เฟส ขนาดสงู สุด ขนาดต่ำ� สดุ ของสายเมนและ แรงดนั ไฟฟ้า
(แอมแปร์) ของเมนสวิตช์ (สายตอ่ หลักดนิ ) **ตร.มม. ของสายเมน
(แอมแปร์) สายเมนในอากาศ สายเมนในทอ่ (โวลต)์

5 (15) 1 16 4 (10) 4,10**(10) 300
15 (45) 1 50 10 (10) 16 (10) 300
30 (100) 1 100 25 (10) 50 (16) 300
50 (150) 1 125 35 (10) 70 (25) 300

15 (45) 3 50 10 (10) 16 (10) 750
30 (100) 3 100 25 (10) 50 (16) 750
50 (150) 3 125 35 (10) 70 (25) 750
200 3 250 95 (25) 150 (35) 750
400 3 500 240 (50) 500 (70) 750

หมายเหต ุ * สายต่อหลกั ดนิ ขนาด 10 ตร.มม. ให้เดนิ ในทอ่ ส่วนสายเมนทใี่ หญ่กว่า 500 ตร.มม.
ให้ใช้สายตอ่ หลักดิน ขนาด 95 ตร.มม. เปน็ อยา่ งน้อย
** สายเมนทใ่ี ชเ้ ดินในท่อฝังดนิ ต้องไมเ่ ล็กกว่า 10 ตร.มม.

5. ขนาดของสายตอ่ หลักดิน ตอ้ งมขี นาดไมเ่ ล็กกว่าทกี่ ำ� หนดไวใ้ นตารางตอ่ ไปน้ี
ตารางที่ 2 ขนาดต่�ำสุดของสายต่อหลกั ดิน
ขนาดสายเมนเข้าอาคาร ขนาดตำ�่ สุดของสายตอ่ หลกั ดิน
(ตวั น�ำทองแดง) (ตร.มม.) (ตัวน�ำทองแดง) (ตร.มม.)
ไมเ่ กนิ 35 10 (ควรเดนิ ในท่อ)
16
เกนิ 35 แตไ่ มเ่ กนิ 50 25
เกิน 50 แตไ่ มเ่ กนิ 95 35
เกิน 95 แตไ่ มเ่ กนิ 185 50
เกิน 185 แตไ่ ม่เกนิ 300 70
เกิน 300 แตไ่ ม่เกนิ 500 95
เกิน 500 19

6. ขนาดต�่ำสุดของสายดินป้องกัน ปรับต้ังของเคร่ืองป้องกันกระแสเกินตาม
สายดินฯที่เดินไปยังอุปกรณ์ไฟฟ้า (บริภัณฑ์ ตารางตอ่ ไปน้ี
ไฟฟา้ ) หรอื เตา้ รบั ใหม้ ขี นาดเปน็ ไปตามขนาด

ตารางที่ 3 ขนาดตำ�่ สุดของสายดินของบรภิ ัณฑ์ไฟฟ้า

พกิ ดั หรอื ขนาดปรบั ตง้ั ของ ขนาดตำ�่ สดุ ของสายดนิ ของบรภิ ณั ฑ์ไฟฟา้
เครอื่ งปอ้ งกนั กระแสเกนิ ไมเ่ กนิ (แอมแปร)์ (ตวั นำ� ทองแดง) (ตร.มม.)
20 2.5*
40 4*
70 6*
100 10
200 16
400 25
500 35
800 50
1,000 70
1,250 95
2,000 120
2,500 185
4,000 240
6,000 400

หมายเหตุ เครื่องป้องกนั กระแสเกนิ อาจจะเปน็ ฟวิ สห์ รอื เบรกเกอร์ (สวิตช์อตั โนมตั )ิ กไ็ ด้
* หมายถึงขนาดต่�ำสุดของสายดินของบริภัณฑ์ไฟฟ้าส�ำหรับที่อยู่อาศัยหรืออาคารของผู้ใช้ไฟฟ้า
ที่อยู่ห่างจากหม้อแปลงระบบจ�ำหน่ายระยะไม่เกิน 100 เมตร หากเกินระยะ 100 เมตร ให้ศึกษา
เพม่ิ เตมิ จากมาตรฐานการตดิ ตงั้ ทางไฟฟา้ สำ� หรบั ประเทศไทย หรอื ใชข้ นาดเทา่ กบั ขนาดสายเสน้ ไฟ

20

ขนาดสายไฟทม่ี สี ายดนิ (ตร.มม.) ตาม มอก. 11-2553

สายไฟ (L,N) สายดนิ (G)
2.5 2.5
4.0 4.0
6.0 6.0
10.0 10.0
16.0 16.0
25.0 16.0
35.0 16.0

หมายเหต ุ 1.) การเลือกขนาดสายดินนั้นจะขึ้นอยู่กับขนาดกระแสลัดวงจรและความเร็วของอุปกรณ์ป้องกัน
ดังน้ันในกรณีที่สายดินเดินด้วยสายเดี่ยว เช่น สาย IEC 01 สีเขียว หากไม่มีข้อมูลใดๆ
แนะน�ำใหใ้ ชข้ นาดสายดินเทา่ กบั ขนาดสายเสน้ ไฟ
2.) ใน มอก. 11-2553 ไดก้ �ำหนดขนาดของสายดนิ ใหมต่ ามตารางดังตอ่ ไปน้ี

ขนาดสายไฟฟา้ ทม่ี สี ายดนิ ตาม มอก. 11-2553

ขนาดสายเสน้ ไฟ (ตร.มม.) ขนาดสายดนิ (ตร.มม.)
ไมเ่ กนิ 16.0 ใช้ขนาดเดียวกบั สายเสน้ ไฟ
25.0
35.0 16.0
50.0 16.0
70.0 25.0
95.0 35.0
120.0 50.0
150.0 70.0
185.0 95.0
240.0 95.0
300.0 120.0
150.0

21

7. การเลือกใช้ขนาดสายไฟฟ้าให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานต่างๆ ให้เป็นไป
ตามมาตรฐานการติดตง้ั ทางไฟฟา้ ส�ำหรบั ประเทศไทย
ตารางที่ 4 ตารางแสดงขนาดกระแสของสายไฟฟ้า อ้างอิงตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟา้
ส�ำหรบั ประเทศไทย

ขนาดกระแสของสายไฟฟา้ ทองแดงหมุ้ ฉนวนพวี ซี ี ม/ี ไมม่ เี ปลอื กนอก ส�ำหรบั ขนาดแรงดนั (U๐/U)
ไมเ่ กนิ 0.6/1 กโิ ลโวลต์ อณุ หภมู ติ วั น�ำ 70 ºC อณุ หภมู โิ ดยรอบ 40 ºC เดนิ ในชอ่ งเดนิ สายในอากาศ

ลกั ษณะการตดิ ตงั้ กลมุ่ ที่ 1 กลมุ่ ที่ 2

จ�ำนวนตวั น�ำกระแส 2 3 2 3

ลักษณะตัวนำ� กระแส แกนเดียว หลายแกน แกนเดียว หลายแกน แกนเดยี ว หลายแกน แกนเดียว หลายแกน

รปู แบบการตดิ ตั้ง

รหสั ชนดิ เคเบิลทใี่ ชง้ าน 60227 IEC 01, 60227 IEC 02, 60227 IEC 05, 60227 IEC 06, 60227 IEC 10, NYY, NYY-G, VCT,
VCT-G, IEC 60502-1 และสายทม่ี คี ณุ สมบตั พิ เิ ศษตา่ งๆ เชน่ สายทนไฟ, สายไรฮ้ าโลเจน, สายควนั นอ้ ย
ขนาดสาย (ตร.มม.)
1 เปน็ ตน้
1.5
2.5 ขนาดกระแส (แอมแปร)์
4
6 10 10 9 9 12 11 10 10
10
16 13 12 12 11 15 14 13 13
25
35 17 16 16 15 21 20 18 17
50
70 23 22 21 20 28 26 24 23
95
120 30 28 27 25 36 33 31 30
150
185 40 37 37 34 50 45 44 40
240
300 53 50 49 45 66 60 59 54
400
500 70 65 64 59 88 78 77 70

22 86 80 77 72 109 97 96 86

104 96 94 86 131 116 117 103

131 121 118 109 167 146 149 130

158 145 143 131 202 175 180 156

183 167 164 150 234 202 208 179

209 191 188 171 261 224 228 196

238 216 213 194 297 256 258 222

279 253 249 227 348 299 301 258

319 291 285 259 398 343 343 295

- - - - 475 - 406 -

- - - - 545 - 464 -

3.1.2 การเดินสายไฟ บดั กรที ับเปน็ การเสรมิ ก็ได้)
3. สายไฟฟ้าท่ีทะลุผ่านผนัง
1. เลอื กวา่ จา้ งชา่ งเดนิ สายไฟฟา้ หรือออกมาจากอุปกรณ์ไฟฟ้าต้องมีฉนวน
ทม่ี ีประสบการณส์ งู รองรับเพื่อป้องกันฉนวนของสายไฟฟ้า
2. ห ลี ก เ ลี่ ย ง ก า ร มี จุ ด ต ่ อ ถูกบาดจนช�ำรดุ
สายไฟฟา้ เกนิ ความจำ� เปน็ หากมกี ารตอ่ สาย 4. การต่อสายไฟแต่ละเส้น
ก็ต้องเลือกใช้อุปกรณ์การต่อสายท่ีถูกต้อง จะต้องต่อให้ถูกกับข้ัวตามมาตรฐานสีของ
มั่นคงแข็งแรง (ห้ามใช้ตะก่ัวบัดกรีในการ ฉนวนสายไฟ หากต่อไม่ถูกต้อง นอกจาก
ต่อสายโดยล�ำพังแต่อย่างเดียว เน่ืองจาก เครื่องใช้ไฟฟ้าอาจช�ำรุดได้ง่ายแล้ว ยังอาจ
ตะก่ัวจะทนอุณหภูมิได้ต่�ำและหลอมละลาย เกิดอนั ตรายถกู ไฟฟ้าดดู ถึงแก่ชีวติ ได้
ท�ำให้จุดต่อหลวม ยกเว้นจะต่อสายไฟให้
มั่นคงแข็งแรงทางกลก่อนแล้วจึงใช้ตะกั่ว

มาตรฐานสขี องฉนวนสายไฟฟา้

มาตรฐาน สายเสน้ ไฟฟา้ (L) สายศนู ย์ (N) สายดนิ (G)

มอก.11-2531 (เกา่ ) ด�ำ เทา เขยี วแถบเหลอื ง
มอก.11-2553 (ใหม่) นำ้� ตาล ฟา้ เขยี วแถบเหลอื ง
IEC นำ�้ ตาล ฟา้ เขียวแถบเหลอื ง
เยอรมัน ด�ำ (น้ำ� ตาล) ฟา้ เขยี วแถบเหลอื ง
ฝรง่ั เศส ด�ำ ฟ้า เขียวแถบเหลือง
อังกฤษ (ใหม่) น้�ำตาล ฟา้ เขียวแถบเหลือง
องั กฤษ (เก่า) แดง ด�ำ เขยี วแถบเหลอื ง
อเมริกัน ดำ� (แดง) ขาว (เทาออ่ น) เขยี ว (เขียวแถบเหลอื ง)

5. อปุ กรณป์ อ้ งกนั กระแสไฟฟา้ 6. กรณีท่ีจะมีการต่อเติม
เกิน เช่น ฟิวส์ หรือเบรกเกอร์ รวมทั้งสวิตช์ เดนิ สายไฟบางสว่ นแลว้ พบวา่ การเดนิ สายไฟ
ปิด-เปิด ให้ต่อเฉพาะกับสายเส้นที่มีไฟ เดิมทั้งบ้านใช้สีของสายไฟสลับกันกับ
เท่านั้น และห้ามต่อฟิวส์ในสายเส้นท่ีไม่มีไฟ มาตรฐานเหมือนกันทั้งหมด (เช่น เส้นท่ีมี
(เส้นศูนย์) ในกรณีที่ใช้เบรกเกอร์ หรือสวิตช์ ไฟใชส้ ีขาว เส้นศนู ยใ์ ช้สดี ำ� ) หากไมส่ ามารถ
ในเส้นศูนย์ด้วยต้องเป็นชนิดท่ีตัดไฟหรือ แก้ไขใหม่ได้ขอแนะน�ำให้ใช้สีของสายไฟ
ปลดสายไฟทุกเส้นออกพร้อมกัน (2 ขั้ว ระบบเดียวกันท้ังบ้าน แต่ต้องมีเคร่ืองหมาย
พร้อมกนั ) หรือเอกสารก�ำกับไว้ที่แผงสวิตช์ หรือ

23

ตเู้ มนสวติ ชส์ �ำหรบั ชา่ งไฟฟา้ และเจา้ ของบา้ น หรือร้อนแสดงว่ามีส่ิงผิดปกติ อาจเน่ืองจาก
ทราบทกุ ครั้งทม่ี ีการตรวจสอบดว้ ย ใช้ไฟเกินขนาดของสาย หรือมีจุดต่อสาย
7. กรณีของสายดิน ถ้าใช้ ต่างๆ ไม่แน่น เช่น บริเวณปล๊ักไฟ เต้ารับ
สายดินเป็นเส้นเด่ียว ต้องมีฉนวนเป็นสีเขียว สวติ ช์ เป็นตน้
และถ้าสายวงจรเดินในท่อโลหะต้องเดิน 4. สังเกตสีของเปลือกสาย
สายดินในท่อเดยี วกบั สายวงจรดว้ ย หา้ มเดนิ ถ้าสายไฟบางเส้นมีสีเปล่ียนไป เช่น สีขาว
นอกทอ่ โลหะ เปลยี่ นเปน็ สคี ลำ�้ หรอื มฝี นุ่ จบั มาก แสดงวา่ มี
8. สายไฟสายเด่ียวท่ีเป็น อณุ หภมู สิ งู กวา่ ปกติ อาจมกี ารใชไ้ ฟเกนิ ขนาด
ฉนวนชั้นเดียว ไม่อนุญาตให้เดินสายโดยใช้ สาย หรือมีการตอ่ สายไม่แนน่ เปน็ ตน้
เขม็ ขัดรดั สาย 5. ฉนวนของสายไฟฟ้าต้อง
9. สายเมนที่มีขนาดเล็กกว่า ไม่มกี ารแตกกรอบ ไมม่ รี อยไหม้ ชำ� รุด ถา้ พบ
50 ตร.มม. ไมอ่ นุญาตให้น�ำมาเดนิ ควบสาย ควรหาสาเหตแุ ล้วแก้ไขสาเหตุ พรอ้ มเปลยี่ น
และสายท่ีเดินควบต้องเป็นสายชนิดเดียวกัน สายใหม่
ขนาดเท่ากัน มีความยาวเท่ากัน และใช้วิธี 6. หม่ันตรวจสอบสภาพของ
ต่อสายเหมือนกัน สายไฟฟ้าปลี ะ 1 ครัง้ เปน็ อย่างนอ้ ย โดยให้
มีการบันทึกข้อมูลการตรวจสภาพไว้ทุกครั้ง
3.1.3 การตรวจสอบสายไฟฟ้า ด้วย
7. กรณีท่ีมีการใช้ไฟฟ้ามาก
1. ตรวจสอบการเดินสายไฟ ขึ้น ควรตรวจสอบขนาดของสายไฟฟ้าที่ใช้
ว่าใช้สีถูกต้องตามมาตรฐานหรือไม่ (โดยใช้ อยู่ว่าเหมาะสมหรือไม่ ถ้าขนาดสายไม่
ไขควงลองไฟ) หากไม่ถกู ต้องเพยี งบางจดุ ให้ เพียงพอต้องเปลย่ี นใหม่
แก้ไขสลับสายใหม่ หากไม่ถูกต้องตลอดท้ัง 8. ตรวจสอบสายไฟบริเวณ
อาคารเหมือนกันหมดให้มีเครื่องหมายหรือ ท่ีทะลุผ่านฝ้าเพดานหรือผนัง นอกจากต้อง
เอกสารก�ำกับไว้ที่แผงสวิตช์หรือตู้เมนสวิตช์ มีฉนวนรองรับการบาดสายแล้ว ยังอาจมี
ดว้ ย เพือ่ ปอ้ งกนั การเข้าใจผิดภายหลงั รอยหนแู ทะเปลอื กของสายท�ำใหเ้ กดิ ลดั วงจร
และเกิดไฟไหมไ้ ด้

2. ตรวจสอบจุดต่อสาย การ
เข้าสายตอ้ งขันให้แน่นอย่างนอ้ ยปลี ะ 1 ครั้ง
3. สงั เกตอณุ หภมู ขิ องสายโดย
ใช้การสัมผัสท่ีผิวฉนวนของสาย ถ้ารู้สึกอุ่น
24

3.2 เมนสวิตช์ 2. ฟวิ สห์ รอื เบรกเกอรท์ ใี่ ชต้ อ้ งมคี วาม
เมนสวติ ช์ ในทนี่ จี้ ะหมายถงึ อปุ กรณบ์ น สามารถหรือมีพิกัดในการตัดกระแสไฟฟ้า
แผงวงจรควบคุมการจ่ายไฟฟ้าที่ท�ำหน้าท่ี ลัดวงจร (IC หรือ Interrupting Capacity
ควบคุมการใช้ไฟฟ้าให้เกิดความปลอดภัย หรือ Interrupting Rating) ไม่ต�่ำกว่าค่า
สามารถสบั หรอื ปลดออกไดท้ นั ที เมนสวติ ชจ์ ะ กระแสลัดวงจรของระบบไฟฟ้าที่ต�ำแหน่ง
หมายถึง อุปกรณ์สับปลดวงจรไฟฟ้าตัวแรก ติดตั้ง ค่าพิกัดกระแสลัดวงจร (IC) น้ี ปกติ
ถัดจากเคร่ืองวัดหน่วยไฟฟ้า (มิเตอร์) ของ จะมหี น่วยเปน็ kA หรอื กิโลแอมแปร์ และจะ
การไฟฟา้ นครหลวงเขา้ มาในบา้ น ซงึ่ จะรวมถงึ ต้องสอดคล้องกับแรงดันไฟฟ้าท่ีใช้งานด้วย
อปุ กรณป์ อ้ งกนั กระแสไฟฟา้ เกนิ และลดั วงจร เช่น พกิ ัด IC = 10 kA สำ� หรบั แรงดนั 120 V
ดว้ ย มขี อ้ แนะน�ำดงั น้ี เมื่อน�ำไปใช้กับแรงดัน 240 V จะมีพิกัด IC
1. ขนาดปรับตั้งของอุปกรณ์ป้องกัน ลดลงประมาณครง่ึ หนงึ่ เช่นเหลอื IC = 5 kA
กระแสเกินหรือลัดวงจรในเมนสวิตช์ เช่น เป็นต้น
ฟิวส์หรือเบรกเกอร์ต้องเลือกขนาดให้พอ
เหมาะท่ีจะสามารถตัดวงจรไฟฟ้าในขณะ
ท่ีเกิดกระแสลัดวงจร หรือมีกระแสไฟฟ้า
ไหลเกินได้ทันท่วงที ก่อนท่ีสายไฟฟ้าและ
อุปกรณ์อ่ืนๆ จะเสียหาย

หมายเหตุ
2.1) คา่ พกิ ดั IC ของอปุ กรณต์ ดั ไฟ
ส�ำหรับระบบทั่วไปภายในเขต กฟน. จะต้อง
ไมน่ ้อยกวา่ 10 kA
2.2) ส�ำหรับในเขตวงจรตาข่าย
(เขตวัดเลียบ) ต้องมีพิกัด IC ไม่น้อยกว่า
50 kA
2.3) ค่าพิกัด IC ของเบรกเกอร์
ที่ใช้ส�ำหรับบ้านอยู่อาศัยทั่วไปนั้นให้อ้างอิง
ค่าพกิ ัดที่ทดสอบตามมาตรฐาน IEC 60898
เทา่ นนั้

25

3. ต�ำแหน่งของเมนสวิตช์ต้องอยู่ห่าง 8. ในขณะท่ีปลดเมนสวิตช์ เพ่ือการ
จากวสั ดทุ เ่ี ปน็ เชอ้ื เพลงิ เชน่ ผา้ กระดาษ หรอื ซ่อมแซมหรือบ�ำรุงรักษานั้น ให้เขียนป้าย
สารไวไฟ เชน่ ทนิ เนอรผ์ สมสี เตือนไว้ว่า “ห้ามสับไฟ! ช่างไฟฟ้าก�ำลัง
4. ตู้เมนสวิตช์ หากท�ำด้วยโลหะต้อง ทำ� งาน” แขวนไว้ที่เมนสวติ ชท์ ุกคร้ัง
ตอ่ ลงดนิ (ดผู ังวงจรทา้ ยเลม่ ) หากไม่ใช่โลหะ 9. เครอื่ งตดั ไฟรว่ั ควรมปี มุ่ ทดสอบการ
ตอ้ งทำ� ด้วยสารทีไ่ มต่ ิดไฟไดง้ ่าย หรือท�ำด้วย ทำ� งาน และมีการกดปมุ่ ทดสอบเปน็ ประจำ�
วสั ดุทไ่ี มไ่ หม้ลกุ ลาม (Flame retarded) เครื่องตัดไฟรั่วชนิดที่ใช้ป้องกัน
5. ต�ำแหน่งของเมนสวิตช์ต้องเข้าถึง ไฟดูด ควรมีความไวสูง โดยต้องมีขนาด
ได้สะดวก และมีการระบายอากาศอย่าง กระแสไฟร่วั ไม่เกนิ 30 mA ในการตดิ ตัง้ หาก
เพยี งพอ จะใชต้ วั เดยี วปอ้ งกนั ทงั้ บา้ น ในบางกรณอี าจ
6. ต�ำแหน่งของเมนสวิตช์ควรอยู่ จะมปี ัญหาเครือ่ งตัดบอ่ ย โดยเฉพาะอย่างย่งิ
สูงพ้นระดับที่น้�ำอาจจะท่วมถึง และไม่อยู่ ในบา้ นทสี่ ภาพสายไฟเกา่ หรอื มสี ภาพไฟรว่ั สงู
ใกล้กับแนวท่อน�้ำหรือท่อระบายน�้ำ เพื่อ จงึ ควรใชเ้ ฉพาะกบั วงจรยอ่ ยหรอื เตา้ รบั พเิ ศษ
ป้องกันอันตรายในกรณีท่ีท่อน้�ำช�ำรุด หรือ เช่น ในห้องน้�ำที่มีเครื่องท�ำน�้ำอุ่น ห้องครัว
การกัดกร่อนเกิดสนมิ เนือ่ งจากความชืน้ เป็นต้น โดยให้แยกวงจรท่มี กี ระแสไฟรัว่ มาก
7. ในกรณีที่เมนสวิตช์ ประกอบด้วย ออกไป เช่น เครื่องปรบั อากาศชนิดแยกส่วน
คัตเอาต์ (สวิตช์ใบมีด) และคาร์ทริดจ์ฟิวส์ วงจรทีม่ ลี ักษณะเปน็ ตัวเกบ็ ประจุ หรอื เครอื่ ง
(ฟิวส์กระปุก) ให้ต่อตรงท่ีต�ำแหน่งฟิวส์ ปอ้ งกนั ฟา้ ผา่ ทม่ี ีการตอ่ ลงดิน เปน็ ตน้
ภายในคัตเอาต์ด้วยสายทองแดงที่มีขนาด เครื่องตัดไฟรั่วชนิดที่ใช้ป้องกัน
เพียงพอ (ไม่เล็กกว่าขนาดสายเมน) เพื่อ ไฟฟา้ รว่ั ตวั เดยี วทงั้ บา้ น หรอื ทกุ วงจรจะเปน็
ให้ท�ำหน้าท่ีเป็นสะพานไฟสับ-ปลดวงจร ลักษณะของการป้องกันเมื่อมีการเส่ือมของ
อย่างเดียว โดยให้คาร์ทริดจ์ฟิวส์ท�ำหน้าที่ ฉนวนของระบบไฟฟา้ หรอื ของเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้
ป้องกันกระแสเกินและกระแสลัดวงจรแทน เพื่อมิให้เกิดอัคคีภัย เครื่องตัดไฟรั่วที่ใช้
26 มักเป็นชนิดที่มีความไวปานกลาง ขนาด

ต้ังแต่ 100 mA ข้ึนไป (100 mA, 300 mA, 12. หลักดินและต�ำแหน่งต่อลงดิน
500 mA) การติดต้ังไว้ที่เมนสวิตช์จะใช้งาน ภายในอาคารหลงั เดยี วกนั ควรมอี ยแู่ หง่ เดยี ว
ได้ดหี ากเปน็ ระบบไฟทมี่ ีสายดนิ คือบริเวณตู้เมนสวิตช์ทางด้านไฟเข้าเท่าน้ัน
10. ขั้วต่อสาย การเข้าสาย และ (รายละเอียดให้ดูในหวั ข้อเรื่องสายดิน)
จดุ สมั ผสั ตา่ งๆ ตอ้ งหมนั่ ตรวจสอบขนั ใหแ้ นน่ 13. ควรแยกวงจรส�ำหรับระบบไฟฟ้า
อย่างน้อยปีละหนึ่งครั้งเพ่ือไม่ให้เกิดความ ชั้นล่างของอาคารออกต่างหาก และให้
รอ้ น วธิ ตี รวจสอบอณุ หภมู ขิ องสายอยา่ งงา่ ยๆ สามารถปลดวงจรออกไดโ้ ดยสะดวก ในกรณี
อาจจะใช้นิ้วสัมผัสฉนวนสายบริเวณใกล้กับ ทม่ี นี ำ�้ ทว่ มขงั และควรมกี ารปอ้ งกนั วงจรนด้ี ว้ ย
จุดต่อตา่ งๆ ก็ได้ (ต้องแน่ใจว่าฉนวนสายน้ัน เครอ่ื งตดั ไฟรว่ั ดว้ ย
ไมช่ ำ� รุด) 14. อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินและ
11. เมื่อมีการท�ำงานของเบรกเกอร์ ลัดวงจร ที่ท�ำหน้าท่ีเป็นเมนสวิตช์ควรมี
(สวิตช์อัตโนมัติ) หรือเคร่ืองตัดไฟรั่ว จะ จำ� นวนขว้ั ดังนี้
ต้องตรวจสอบหาสาเหตุทุกคร้ังว่าเกิดจาก ระบบไฟทไี่ มม่ สี ายดนิ เบรกเกอร์
อะไร เพ่ือท�ำการแก้ไขก่อนที่จะมีการสับไฟ ต้องเป็นชนิดที่ตัดพร้อมกันท้ัง 2 ขั้ว หากใช้
ใหม่ สาเหตุที่เป็นไปได้คือ เครื่องใช้ไฟฟ้า ฟิวส์อาจใช้ข้ัวเดียวได้ แต่ต้องต่ออยู่ในสาย
ช�ำรุด ไฟฟ้าร่ัว ไฟฟ้าลัดวงจร หรือมีการ เส้นท่ีมีไฟ และต้องมีสะพานไฟหรือคัตเอาต์
ใช้ไฟเกินก�ำลังขนาดของสายไฟฟ้าหรือ 2 ขั้ว ทส่ี ามารถปลดไฟพรอ้ มกันทงั้ 2 ข้วั
ขนาดของเบรกเกอร์ บางครั้งอาจเกิดจาก ระบบไฟที่มีสายดิน เบรกเกอร์
ไฟตก (เฉพาะวงจรที่ใช้มอเตอร์ซ่ึงกินไฟ และฟิวส์สามารถใช้ชนิดท่ีตัดเพียงข้ัวเดียว
มาก) หรืออาจจะเกิดจากเบรกเกอร์ช�ำรุด ในสายเสน้ ที่มไี ฟได้ ยกเวน้ กรณหี อ้ งชดุ ของ
เอง กรณีของเคร่ืองตัดไฟร่ัวท่ีมักจะท�ำงาน อาคารชดุ ต้องถือวา่ มไี ฟทั้ง 2 เส้น และเปน็
เมื่อมีฟ้าผ่านั้นเป็นเหตุการณ์ปกติ ในกรณี ชนดิ ตดั สองขว้ั
ท่ีมีคล่ืนเหนี่ยวน�ำจากกระแสฟ้าผ่าเล็ดลอด
เข้ามาในบ้านที่มีเครื่องตัดไฟร่ัวท่ีไวเกินไป
หรอื ระบบสายไฟท่เี กา่ เกนิ ไปก็เป็นได้

27

3.3 สวิตชป์ ดิ -เปิด 3.4 เตา้ เสยี บและเต้ารับ
สวิตช์ปิด-เปิดในท่ีนี้ หมายถึง สวิตช์ ข้อแนะน�ำในการใช้เต้าเสียบและ
ส�ำหรับปิด-เปิดหลอดไฟหรือโคมไฟส�ำหรับ เต้ารบั ทด่ี ี และปลอดภัย
แสงสวา่ งหรอื เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ชนดิ อน่ื ๆ ทม่ี กี าร 3.4.1 เต้าเสียบ-เต้ารับ ท่ีใช้ต้องได้
ตดิ ต้งั สวิตช์เอง มีขอ้ แนะน�ำดังน้ี มาตรฐาน มอก.166-2549
1. เลือกใช้สินค้าที่มีมาตรฐาน มอก. ปัจจุบันน้ี เต้าเสียบและเต้ารับท่ีมีการ
824 หรือมาตรฐานสากลอน่ื ๆ ที่มีการรับรอง ผลติ หรอื สงั่ ซอื้ เขา้ มาใชง้ านกบั เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้
เช่น IEC, UL, VDE, KEMA, DIN เป็นตน้ ในประเทศไทย จะตอ้ งเป็นไปตามมาตรฐาน
2. แรงดันไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้า มอก.166-2549 ซึ่งเป็นมาตรฐานบังคับที่
ท่ีก�ำหนดของสวิตช์ต้องไม่ต่�ำกว่าค่าท่ีใช้ ต้องปฏิบัติตาม โดยมีลักษณะรูปแบบของ
งานจริง เตา้ เสยี บ-เตา้ รับ ดงั นี้
3. การเข้าสาย/ต่อสายต้องแน่น และ
ม่ันคงแขง็ แรง มฉี นวน
4. สปริงต้องแข็งแรง ตัดต่อวงจรได้
ฉบั ไว ไม่มีฉนวน
5. ฝาครอบไมร่ า้ วหรอื แตกง่าย
6. ถ้าใช้งานภายนอกต้องทนแดด „ เตา้ เสยี บ (Plug)
ทนฝนได้ดว้ ย เป็นแบบ ขากลม มีฉนวนหุ้มอยู่ที่
7. ถา้ สมั ผสั ทส่ี วติ ชแ์ ลว้ รสู้ กึ วา่ อนุ่ หรอื โคนขาปลก๊ั ทงั้ 2 ขา เพอ่ื ปอ้ งกนั นว้ิ ไมใ่ หส้ มั ผสั
ร้อน แสดงว่ามีการต่อสายไม่แน่นหรือสวิตช์ ขาปลก๊ั ทมี่ ีไฟขณะเสียบหรือถอดปลกั๊ ได้ โดย
เส่อื มคุณภาพ เต้าเสียบชนิดขาแบนหรือกลมเปลือย ท่ีไม่มี
การปอ้ งกนั จะยกเลกิ ไป ซง่ึ เตา้ เสยี บขากลมน้ี
สวติ ชป์ ดิ -เปดิ จะมี 2 แบบ คือ
ก. แบบ 3 ขามสี ายดิน (ขาที่ 3 เปน็
8. หลีกเลี่ยงการติดตั้งสวิตช์ในที่ ขาสายดินที่ไม่มีฉนวนหุ้ม) ใช้กับเคร่ืองใช้
ชน้ื แฉะ และหา้ มสมั ผสั หรอื ใชส้ วติ ชใ์ นขณะท่ี ไฟฟ้าที่มีตัวถังภายนอกเป็นโลหะที่อาจมี
รา่ งกายเปยี กชืน้ ไฟร่ัวได้ (เครือ่ งใชไ้ ฟฟา้ ประเภท 1) เตา้ เสยี บ
9. ติดต้ังสวิตช์ตัดวงจรเฉพาะกับ ท่ีใช้จึงต้องมีสายดิน ตัวอย่างของเครื่องใช้
สายเสน้ ที่มีไฟ ไฟฟ้าประเภทนี้ ได้แก่ ตู้เย็น เคร่ืองซักผ้า
28

เตารีด หม้อหุงข้าว เตา หรือกระทะไฟฟ้า
เตาไมโครเวฟ คอมพิวเตอรต์ ง้ั โต๊ะ เปน็ ตน้

ข. แบบ 2 ขา ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้า 3.4.2 เตา้ เสยี บ-เตา้ รบั ทดี่ ี เมอ่ื เสยี บ
ท่ีมีฉนวนหุ้มโดยรอบหนากว่าปกติ 2 เท่า แล้วจะต้องแน่นพอควรและไม่หลวมง่าย
หรือ มักมีตัวถังภายนอกไม่เป็นโลหะ และ เพราะเมอ่ื หลวมแลว้ แมจ้ ะเปน็ เครอื่ งใชไ้ ฟฟา้
ไม่มีโอกาสถูกไฟฟ้าดูด เต้าเสียบจึงไม่ต้อง ท่ีกินไฟน้อยก็สามารถท�ำให้เกิดความร้อน
มีสายดิน เช่น เคร่ืองชาร์จไฟโทรศัพท์มือถือ และลกุ ไหมต้ ดิ ไฟได้ วธิ ที ดสอบอยา่ งงา่ ยๆ คอื
วิทยุ ทีวี เครื่องเล่นเทป ดีวีดี วีซีดี เป็นต้น ทดสอบในขณะไมม่ ไี ฟ เชน่ ปดิ เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้
โดยมากมักจะมีสัญลักษณ์ เป็นรูป หรือใช้เต้าเสียบท่ีมีสายไฟเปล่าๆ ทดลอง
สี่เหลี่ยมซ้อนกัน 2 วงอยู่ที่ตัวเคร่ืองใช้ไฟฟ้า เสียบปลั๊กเข้าออกประมาณ 5-10 ครั้ง แล้ว
(เรามักเรียกว่าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท สังเกตว่า ถ้ายังคงฝืดและแน่นแสดงว่าไม่
ฉนวน 2 ช้ัน หรอื ฉนวนไฟฟา้ ประเภท 2) หลวมใช้งานได้ดี
3.4.3 เคร่ืองใช้ท่ีน�ำมาเสียบกับ
เต้ารับต้องกินกระแสไฟฟ้าไม่เกินขนาด
พกิ ดั กระแสฯของเตา้ รับ (ไม่เกนิ 16 A หรือ
ประมาณ 2,600 W)

„ เตา้ รับ (socket) 3.4.4 ควรเลือกใช้เต้ารับชนิดที่มี
เต้ารับตามมาตรฐาน มอก. 166- ตัวปิดช่อง (shutter) ภายในรูของเต้ารับ
2549 ตอ้ งเปน็ เตา้ รบั ชนดิ ทม่ี ี 3 รกู ลม ชนดิ ด้วย เพ่ือเพ่ิมความปลอดภัยส�ำหรับป้องกัน
ท่ีมีสายดิน โดยในเบ้ืองต้นยอมให้ใช้เต้ารับ เด็กเล็กไม่ให้เอาวัสดุ หรือนิ้วแหย่เข้าไปในรู
ชนิด กลม-แบน (ตามรูป) ได้ แต่จะห้ามใช้ เต้ารับได้ หากไม่มีให้จัดซื้อวัสดุปิดรูเต้ารับท่ี
เตา้ รบั ชนดิ ทมี่ ีเพียง 2 รู ท่ไี ม่มีสายดิน ดังนัน้ มีขายเป็นการเฉพาะ (ตามรูป)
ตามมาตรฐาน. มอก. 166-2549 จะห้ามผลติ
หรอื ขายเตา้ รบั ชนิดทีม่ ีเพียง 2 รู 29

3.4.5 เครื่องใช้ไฟฟ้าบางชนิดจึง กรณนี ี้นอกจากจะมอี นั ตรายจาก
ตอ้ งมสี ายดนิ หรอื ใชเ้ ตา้ เสยี บทมี่ สี ายดนิ การไม่มีสายดินแล้ว ยังมีอันตรายจากสวิตช์
เพราะเคร่ืองใช้ไฟฟ้านั้นอาจเกิดไฟร่ัว เปิด-ปิดตัดขั้วท่ีไม่มีไฟ (ไฟสวิตช์ดับ) ท�ำให้
ในขณะใช้งานได้ เพ่ือความปลอดภัย จึง นกึ วา่ ปลอดภยั แตค่ วามเปน็ จรงิ จะมไี ฟเขา้ มา
ต้องมีสายดิน ซ่ึงถ้าผู้ใช้ไฟฟ้าใช้งานโดย ในเครื่องใช้ไฟฟ้าตลอด ทั้งนี้เน่ืองจากสวิตช์
ไม่มีการต่อสายดินแล้ว ย่อมหมายความว่า ดังกล่าวตัดไฟเพียงข้ัวเดียว และเต้าเสียบ
ผู้ใช้ไฟฟ้ายอมรับความเส่ียง มีเพียง 2 ขา ที่สามารถสลับขั้วได้ จึงตัดไฟ
ในอันตรายทอ่ี าจเกดิ ข้ึน ตวั อยา่ งของกรณี ผิดข้วั ได้
การใชง้ านท่อี าจทำ� ใหเ้ กดิ อนั ตราย ไดแ้ ก่ „ กรณีของชุดสายพ่วงที่มี
„ การหกั ขาสายดนิ ทเี่ ตา้ เสยี บ สายดินท้ังในเต้าเสียบและเต้ารับอยู่แล้ว
เครือ่ งใช้ไฟฟ้า แต่น�ำไปเสียบกับเต้ารับ 2 รู ชนิดที่ไม่มี
„ การใช้เต้าปรับ (adapter) ขวั้ สายดนิ หรอื มกี ารหกั ขาสายดนิ เปน็ ตน้
ชนิดเปล่ียนจาก 3 ขาเป็น 2 ขา แลว้ นำ�
ไปเสียบเข้ากับเตา้ รับ 2 รู (ชนิดท่ไี ม่มขี ัว้ มขี ั้วสายดิน
สายดิน) ทำ� ใหไ้ มม่ กี ารต่อลงดนิ
ไมม่ สี ายดนิ
„ กรณีใช้ชุดสายพ่วงชนิด
ท่ีเป็นเต้ารับ 3 รู แต่กลับมีสายไฟและ สวิตช์ตดั ข้วั เดยี ว สลบั ขัว้ ได้
เต้าเสียบเปน็ ชนดิ 2 ขา ทีไ่ มม่ ีสายดิน
30 „ กรณขี องชดุ สายพว่ งเตา้ รบั
3 รู ท่ไี มม่ กี ารต่อสายดินภายใน หรอื ต่อ
สลบั ขว้ั ไม่เปน็ ไปตามมาตรฐาน
3.4.6 เต้ารับต้องมีการต่อและเดิน
สายดินไปลงดินเข้ากับหลักดินให้ถูกต้อง
ตามมาตรฐานการตดิ ตงั้ ทางไฟฟา้ ส�ำหรบั
ประเทศไทย ที่แผงเมนสวิตช์ด้วย หาก
ไม่มีการต่อสายลงดิน หรือมีการต่อใช้อย่าง
ไม่ถกู ต้องอาจมอี นั ตรายถึงชีวติ ได้
3.4.7 วิธีตรวจสอบการต่อข้ัวของ
เตา้ รับทถ่ี ูกต้อง
„ ตรวจสอบโดยดูต�ำแหน่ง
ของรูเต้ารับ ร่วมกบั การใช้ไขควงไฟฟา้

● ใหต้ ง้ั ตน้ จากรขู องเตา้ รบั สายไฟส�ำหรบั สขี องสายไฟ
ทเี่ ปน็ ขว้ั สายดนิ ทม่ี สี ญั ลกั ษณ์ แลว้ หมนุ วน (มอก.11-2553)
ไปทางขวาตามเข็มนาฬิกา ข้ัวที่พบข้ัวแรก
จะเป็นข้ัว N ซึ่งต้องไม่มีไฟ และขั้วถัดมา ข้วั ท่ีมีไฟ L น้ำ� ตาล
จะเป็นข้ัว (L) ที่มไี ฟ ท้ังนใี้ ห้ตรวจสอบยนื ยนั
ความถูกต้องอีกคร้ังหน่ึง โดยทดสอบด้วย เส้นนิวทรลั N ฟ้า
ไขควงไฟฟ้า (หมายเหตุ ถ้าน�ำไปใช้ดูขั้ว
ของเต้าเสียบข้ัว N, L จะสลับขั้วกันกับ ขวั้ สายดนิ G หรอื E หรอื เขยี วแถบเหลอื ง
ข้างตน้ )
„ ต ร ว จ ส อ บ โ ด ย ดู จ า ก
สัญลักษณ์บนผิวเต้ารับ (ตามมาตรฐาน
ใหมจ่ ะต้องม)ี ร่วมกบั การใช้ไขควงไฟฟ้า

สีของสายไฟ (มอก.11-2553)

● ข้ัวทีม่ ีสัญลักษณ์ L ต้อง „ หากพบว่าการตรวจสอบ
เป็นข้ัวที่มีไฟติด ส่วนขั้วที่ไม่ควรมีไฟติด ด้วยต�ำแหน่ง สัญลักษณ์ กับสีของสายไฟ
คือ N และ G แต่ท้ัง 2 ขั้วหลังที่ไม่ควรมี มีความไม่สอดคล้องกับการทดสอบด้วย
ไฟน้ี ก็ต้องไม่ต่อสลับกัน โดยให้สังเกต ไขควงไฟฟ้า อย่างใดอย่างหนึ่ง แสดงว่ามี
เพิ่มเติมจากสีของสายไฟว่า ข้ัวสายดิน การต่อสายไฟในบ้านไม่ถูกต้อง ให้หยุดการ
(G) ที่แสดงไว้ด้วยสัญลักษณ์ นั้น จะ ใช้ไฟทันที และแจ้งช่างผู้ช�ำนาญงาน หรือ
ต่อด้วยสายสีเขียว หรือสีเขียวแถบเหลือง เจ้าหน้าท่ีการไฟฟ้าให้รีบด�ำเนินการแก้ไข
เท่าน้ัน หากไม่สามารถตรวจสอบได้ อาจ โดยดว่ น
จ�ำเป็นต้องใช้เคร่ืองมือตรวจสอบท่ีมีการจัด 3.4.8 เต้ารับที่ติดตั้งในช้ันล่างของ
ท�ำไว้ส�ำหรับตรวจสอบขั้วสายเป็นการเฉพาะ อาคารควรให้อยู่สูงพ้นระดับน้�ำที่อาจจะ
สำ� หรับสีของสายไฟตามมาตรฐานนนั้ เปน็ ไป ทว่ มถงึ และตอ้ งตดิ ตง้ั เครอื่ งตดั ไฟรวั่ ในวงจร
ตามตารางตอ่ ไปน้ี ด้วย
3.4.9 เมอื่ เลกิ ใชเ้ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ อยา่
ถอดปล๊ักโดยดึงท่ีสายไฟออกจากเต้ารับ
จะท�ำให้สายช�ำรุดและการต่อสายภายใน
ปล๊ักหลุดเป็นอันตรายได้ ให้ใช้มือจับท่ีตัว
ปลกั๊ และระวงั อยา่ ใหน้ ว้ิ แตะถกู ขาปลก๊ั (กรณี
ท่ยี ังมขี าแบนใช้อยู)่

31

3.4.10 ห้ามเสียบหรือถอดปลั๊กใน 3.4.14 กรณีที่เต้าเสียบหรือเต้ารับ
ขณะทมี่ อื หรอื รา่ งกายเปยี กนำ�้ หรอื ยนื บน ทใ่ี ชอ้ ยเู่ ดมิ ไมส่ อดคลอ้ งกบั เตา้ เสยี บหรอื
พนื้ ทช่ี นื้ แฉะ เตา้ รบั ใหม่ มีข้อแนะน�ำดงั น้ี
3.4.11 หลกี เลย่ี งการใชเ้ ตา้ รบั ทเ่ี สยี บ เต้ารบั เดิมไม่เป็นไปตามมาตรฐานใหม่
ปล๊ักได้พร้อมกันหลายตัว หากหลีกเลี่ยง 3.4.14.1 เตา้ รบั ทใ่ี ชอ้ ยเู่ ดมิ เปน็
ไม่ได้ต้องระมัดระวังไม่ให้มีการใช้ไฟเกิน ชนิด 2 รู (ไม่มีสายดิน) เพื่อความปลอดภัย
ขนาดพิกัดของเต้ารับ เพราะอาจท�ำให้เกิด ควรเปล่ียนไปใช้เต้ารับตามมาตรฐานใหม่
ไฟไหม้ได้ ท้ังนี้ พิกัดของเต้ารับพ่วงโดยรวม พร้อมติดต้ังระบบสายดินให้ถูกต้องตาม
แลว้ ปกตติ ้องไม่เกนิ 16 แอมป์ มาตรฐาน
3.4.12 หมนั่ ตรวจสอบโดยใชห้ ลงั มอื 3.4.14.2 เตา้ รบั ทใี่ ชอ้ ยเู่ ดมิ เปน็
สมั ผสั ฝาครอบของ สวติ ชไ์ ฟฟา้ เตา้ เสยี บ ชนิด 3 รู แตค่ ณุ ภาพอาจไมด่ ี หรือไม่แน่ใจวา่
และเต้ารับอยู่เสมอ ถ้าอุ่นหรือร้อน แสดง มีการติดต้ังระบบสายดินถูกต้องหรือไม่
ว่าอาจมีการต่อสายที่ไม่แน่น หรือใช้ไฟเกิน ควรติดต่อช่างผู้ช�ำนาญงาน หรือ ช่างจาก
ขนาด หากปลอ่ ยท้งิ ไวอ้ าจเกดิ ไฟไหมไ้ ด้ การไฟฟ้านครหลวงมาตรวจสอบ ดังนี้
3.4.13 เต้ารับที่ใช้งานภายนอก „ ตรวจสอบการติดตั้งระบบ
อาคารตอ้ งเปน็ ชนดิ ทท่ี นทานตอ่ แสงแดด สายดินว่ามีการต่อสายดินและใช้หลักดิน
และปอ้ งกนั นำ้� ฝนสาดได้ และตอ้ งตอ่ ผา่ น อยา่ งถกู ต้องตามมาตรฐานหรือไม่
วงจรของเคร่ืองตัดไฟร่ัว ซ่ึงอาจเป็นที่ „ ตรวจสอบสภาพเต้ารับที่ใช้
แผงสวิตช์ ที่เต้ารับ ท่ีเต้าเสียบ หรือ เดิมว่าปลอดภัยเพียงพอหรือไม่ เช่น หลวม
แบบสายพว่ งก็ไดด้ ว้ ย เกนิ ไปสำ� หรบั ใชก้ บั เตา้ เสยี บขากลมแบบใหม่
หรอื ไม่ หากไมป่ ลอดภยั ควรเปล่ยี นไปใชเ้ ปน็
เต้ารับตามมาตรฐานใหม่ หรือจัดซอ้ื เตา้ ปรบั
(adapter) ที่เหมาะสมมาใช้งานชั่วคราว
(ดูขอ้ ควรระวงั ในการใชเ้ ตา้ ปรบั ขอ้ 3.4.14.8)

32

3.4.14.3 ถ้าเต้ารับท่ีใช้อยู่เดิม การแก้ไขจะตอ้ งเปลย่ี นเตา้ เสยี บ
เป็นชนิด 3 รู ชนิดแบน และมีการเดนิ สายดนิ หรือเตา้ รบั ให้เป็นชนดิ เดยี วกนั
ท่ีถูกต้อง เม่ือจะใช้เต้าเสียบขากลมตาม ● วิธีท่ีง่ายที่สุดก็คือเปลี่ยน
มาตรฐานใหม่ ขอแนะน�ำวิธีใดวิธีหน่ึงใน เต้าเสียบกลม 3 ขาใหม่ ให้เป็นเต้าเสียบ
3 วิธี คือ เยอรมันท่ีมีแถบข้ัวสายดินด้านข้าง (มีขาย
„ เปล่ียนเต้ารับเป็น 3 รูกลม อยู่ท่ัวไป) ตามรูป ท�ำให้สามารถเสียบใช้กับ
(กลม-แบน) ตามมาตรฐานใหม่ หรอื เตา้ รบั เยอรมนั ได้
„ วธิ ที ่ีง่ายคอื เปลย่ี นเต้าเสียบ
เป็นชนิดขาแบน 3 ขา (ต้องระวังไม่ให้น้ิว สายดินเยอรมนั
สมั ผัสขาแบนขณะเสียบ-ถอดปล๊กั ) หรอื
„ จัดซ้ือเต้าปรับ (adapter) ที่ สายดนิ ฝรงั่ เศส
เหมาะสมมาใชง้ านช่ัวคราว เต้าเสยี บ เยอรมัน-ฝร่ังเศส
3.4.14.4 หากเต้ารับเก่าเป็น
หลมุ แบบเยอรมนั ชนดิ 2 รกู ลม และมสี ายดนิ
(ขว้ั สายดนิ เป็นเขย้ี ว 2 เข้ยี วดา้ นขา้ ง) ตามรปู

ขัว้ สายดนิ

เตา้ เสยี บ-เตา้ รับ เยอรมนั

„ หากเต้าเสียบเป็นชนิด ● จัดหาเต้าปรับ (adapter) ท่ี
2 ขากลม ไม่มีสายดิน ก็สามารถเสียบใช้ เหมาะสมมาใชง้ านช่ัวคราว
งานไดเ้ ลย
„ หากเต้าเสียบเป็นชนิด
3 ขากลม แบบใหม่

33

เตา้ เสยี บ(ปลก๊ั )เดมิ ไมเ่ ปน็ ไปตามมาตรฐานใหม่ สายดินเสียบกับเตา้ รบั ใหมไ่ ด้ (ทง้ั นี้เตา้ เสยี บ
3.4.14.5 หากเต้าเสียบเครื่อง เยอรมนั สามารถต่อสลับขวั้ ระหวา่ ง L กับ N
ใช้ไฟฟ้าเกา่ ยังเปน็ ขาแบน (2 ขา หรือ 3 ขา) ได)้ หรือ
สามารถเสียบเข้าเต้ารับใหม่ (ชนิดกลม- 2. เปลี่ยนเต้าเสียบเป็นขากลม
แบน) ไดเ้ ลย (แตต่ อ้ งระมดั ระวงั ไมใ่ หน้ วิ้ แตะ 3 ขา ตามมาตรฐานใหม่ (ถ้ามี) หรอื
ขาปล๊ักขณะเสยี บหรือถอดปลก๊ั ) 3. เปล่ียนท้ังเต้าเสียบและเต้ารับ
3.4.14.6 เตา้ เสยี บเกา่ เปน็ แบบ ในกรณีที่ใช้หลายเต้าเสียบอาจหาซื้อเต้ารับ
เยอรมัน (2 ขากลมเปลือย ไม่มีฉนวน แต่มี เยอรมันชุด (ถ้ามี) พร้อมเปล่ียนเต้าเสียบ
สายดนิ ในร่องดา้ นขา้ งเต้าเสียบตามรปู ) ดว้ ย ดังรูป

เต้าเสียบเยอรมัน ขั้วสายดิน

เตา้ เสยี บขาแบน

สายดินไม่เป็นขาที่ 3

รูสำ�หรับขาสายดิน

เตา้ เสยี บชนดิ นี้ แมจ้ ะมสี ายดนิ และ 4. จัดหาเต้าปรับ (adapter) ท่ี
มีใช้อยู่เป็นส่วนใหญ่ แต่เม่ือน�ำมาเสียบใช้ เหมาะสมมาใชง้ านชัว่ คราว
กับเต้ารบั 3 รูใหม่ ก็จะมีปญั หาสายดินไมต่ ่อ
ถึงกนั ตามรปู
การแก้ไข จะต้องเปลี่ยนท่ีตัว
เต้าเสียบ หรือท่ีเต้ารับอย่างใดอย่างหน่ึงให้
สามารถเสยี บขว้ั สายดนิ เข้าหากันได้
1. วธิ ที ำ� ไดง้ า่ ยคอื เปลย่ี นเตา้ เสยี บ
เยอรมันเป็นเต้าเสียบขาแบนตามรูปเพ่ือให้
34

3.4.14.7 เต้าเสียบเดิมเป็น หรือ ให้ความร้อน ซ่ึงอาจเกิดอันตรายได้
ขากลม 2 ขา ชนดิ มฉี นวนทโี่ คนขา แตข่ นาด การใช้งานจึงต้องเพิ่มความระมัดระวังและ
ของขานั้นค่อนข้างเล็ก ตามรูป เต้าเสียบ ดแู ลมากเป็นพเิ ศษ
ชนิดน้ีอาจมีปัญหาเสียบไม่แน่นกับเต้ารับ
แบบกลม-แบนท่ีผลิตไม่ได้มาตรฐาน มี
ขอ้ แนะน�ำดังน้ี

L N

● จัดหาเต้าปรับ (adapter) ที่
เหมาะสมมาใช้งานช่ัวคราว (เช่นเปล่ียนเป็น
ขาแบน) เพอื่ ให้สามารถใชง้ านได้

N L

3.4.14.8 ขอ้ ควรระวงั ในการใช้ 2. เต้าปรับบางประเภทอาจ
เตา้ ปรับ (adapter) เสียบใช้ไฟได้ แต่จะมีปัญหาสลับข้ัวสายไฟ
1. เต้าปรับเป็นอุปกรณ์ท่ี ระหวา่ งสายเสน้ ไฟ (L) กบั สายนวิ ทรลั (N) เชน่
ออกแบบเพ่ืออ�ำนวยความสะดวกให้กับ เต้ารับมาตรฐานอังกฤษ กับเต้ารับอเมริกัน
ก า ร ใ ช ้ ง า น เ ค รื่ อ ง ใ ช ้ ไ ฟ ฟ ้ า ใ น ร ะ ห ว ่ า ง หรือ เตา้ รบั มอก.166-2549 จะมตี ำ� แหนง่ ข้ัว
การเดินทางไปยังต่างประเทศท่ีมีมาตรฐาน สลับกันดังรูป ส่วนจะมีอันตรายหรือไม่ก็ข้ึน
เต้าเสียบ-เต้ารับ แตกต่างไปจากเคร่ืองใช้ อยกู่ บั มาตรฐานการออกแบบของผผู้ ลติ เครอ่ื ง
ท่ีเราใช้งานอยู่ โดยที่เต้าปรับจะเน้นให้ ใช้ไฟฟา้ น้ันว่ายอมใหม้ ีการสลบั ข้วั สาย L, N
สามารถต่อใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้เป็น ไดม้ ากนอ้ ยเพยี งใด (ถา้ เปน็ ขว้ั สายดนิ จะสลบั
การช่ัวคราว ซ่ึงอาจจะมีข้อจ�ำกัดด้าน กับข้วั ใดๆ ไมไ่ ดเ้ ลย)
ความปลอดภัย เช่น การสัมผัสขาปลั๊กขณะ
เสียบใช้ปลั๊กขาแบน หรือ กรณีเสียบแล้ว 35
ไม่แน่น เป็นต้น ดังน้ันการใช้เต้าปรับจึง
ไม่เหมาะกับการใช้งานอย่างถาวร หรือ ไม่
เหมาะกับเคร่ืองใช้ไฟฟ้าท่ีกินกระแสไฟสูงๆ

3.4.15 ขอ้ แนะนำ� ในการตอ่ ปลกั๊ ง. จุดต่อสายดินท่ีเครื่อง ต้องมี
ทเ่ี ครอื่ งใชไ้ ฟฟ้าให้มสี ายดิน พ้ืนผิวหน้าสัมผัสท่ีดีและแน่นแข็งแรง และ
การต่อสายดินทเี่ ครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้าโดย สามารถทนกระแสลดั วงจรไดโ้ ดยไมห่ ลดุ ขาด
ขาดความรู้ นอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้ว จ. ขนาดสายดินท่ีใช้ต้องเป็นไป
ยงั กลบั จะเปน็ อนั ตรายมากยงิ่ ขน้ึ ดงั นน้ั ขอให้ ตามมาตรฐาน หากไม่มีข้อมูลให้ใช้สายดิน
ปรึกษาผู้เช่ียวชาญก่อนด�ำเนินการ ห้ามต่อ ขนาดเทา่ กับขนาดสายไฟที่เข้าเครื่อง
สายดนิ เองโดยเด็ดขาด ฉ. ส�ำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต่อ
ปัจจัยส�ำคัญท่ีต้องค�ำนึงในการ สายดินมาจากผู้ผลิตแล้ว โดยยังไม่ได้ต่อ
ต่อสายดินที่เคร่ืองใช้ไฟฟ้าด้วยตัวเอง เข้าหัวปล๊ัก หากตรวจสอบแล้วมั่นใจตาม
มีดังนี้ คณุ สมบตั ขิ า้ งต้น ก็สามารถตอ่ เขา้ หวั ปล๊ักได้
ก. ห้ามต่อสายดินท่ีเครื่องลงดิน แตต่ อ้ งตอ่ สายเขา้ ขวั้ ใหถ้ กู ตอ้ งตามมาตรฐาน
โดยตรง ต้องต่อเป็นระบบสายดินลงดินท่ี ของปลัก๊ และสขี องสายไฟน้ันๆ
เมนสวิตช์ให้ถูกต้องตามมาตรฐานของ 3.5 ชดุ สายพ่วง (extension cord sets)
การไฟฟา้ ฯ (*อา้ งถงึ รูปหน้า 96) ชุดสายพ่วง หรือตลับสายไฟ ที่มี
ข. ต้องเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าท่ีได้ การใช้งานกันมาก ก็คือ ชุดที่ประกอบด้วย
ออกแบบใหต้ อ่ สายดนิ ไดจ้ ากผผู้ ลติ ทน่ี า่ เชอ่ื ถอื สายไฟอ่อนพร้อมเต้าเสยี บดา้ นหนงึ่ ประกอบ
แล้วเท่านั้น โดยจะต้องมีเครื่องหมาย เข้ากับเต้ารับหยิบยกได้แบบเด่ียวหรือแบบ
แสดงให้เห็นที่ตัวเครื่องในต�ำแหน่งที่ต้องการ หลายเต้ารบั
ให้ต่อ หรือมีการต่อสายดินสีเขียวออกมากับ
เคร่อื งแล้วเทา่ นน้ั ชดุ สายพ่วง
ค. ตัวถังโลหะของเคร่ืองที่สายดิน ชุดสายพว่ ง
ต่ออยู่ ต้องไม่แตะหรือต่อกับสายนิวทรัล
ที่เครื่องใช้ไฟฟ้า และต้องมีระดับค่าความ
เป็นฉนวน ระหว่าง สายนิวทรัล รวมทั้ง
สายเส้นทีม่ ไี ฟ กับ ตัวเคร่อื ง ท่ีทดสอบแลว้ ว่า
มคี า่ ความเปน็ ฉนวนสงู เพยี งพอ มฉิ ะนนั้ จะทำ�
ไม่ได้ (เช่น ค่าความต้านทานฉนวนต้องมีค่า
ไม่ตำ�่ กวา่ 0.5 เมกกะโอห์ม เม่ือทดสอบดว้ ย
แรงดันไฟตรง 500 โวลต์ เป็นตน้ )

36

ข้อแนะน�ำในการใชช้ ดุ สายพ่วง มีขัว้ สายดิน
„ เต้าเสียบและเต้ารับที่ใช้กับชุด
สายพ่วงจะต้องเป็นไปตามมาตรฐาน ไม่มสี ายดิน
มอก.166-2549
„ เพ่ือความปลอดภัย ควรเลือกใช้ สวติ ช์ตัดขั้วเดียว สลบั ขั้วได้
เต้ารับชนิดที่มีตัวปิดช่อง (shutter) ป้องกัน
วัสดุอ่ืนแหย่เข้าไปในรูของเต้ารับด้วย หาก „ ข้ัวของเต้าเสียบและเต้ารับต้องต่อ
ไม่มีก็ควรหาซ้ือหมุดพลาสติกมาอุดช่อง อย่างถูกต้อง มิฉะนั้นอาจถูกไฟฟ้าดูดเป็น
เตา้ รบั ทไ่ี มไ่ ดม้ ีการใชง้ านด้วย อันตรายได้ ให้ตรวจสอบการต่อข้ัวท่ีถูกต้อง
ได้ตามวิธีการตรวจสอบการต่อข้ัวของเต้ารับ
เตา้ รับมตี วั ปิดชอ่ ง ขา้ งตน้
„ ขั้นตอนการใช้ชุดสายพ่วงท่ีถูกต้อง
„ สายไฟส�ำหรับชุดสายพ่วงต้อง คอื เสยี บเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ เขา้ กบั ชดุ สายพว่ งกอ่ น
เป็นชนดิ 3 สาย เพื่อให้สอดคลอ้ งกับเต้ารบั โดยที่ต้องดูให้แน่ว่าไม่ได้เปิดสวิตช์เคร่ืองใช้
ชนดิ 3 รู ทม่ี สี ายดนิ และเตา้ เสยี บทใ่ี ชก้ ต็ อ้ ง ไฟฟ้านั้นอยู่ แล้วจึงเสียบจ่ายไฟเข้ากับชุด
มีข้ัวสายดินชนิดขา 3 ขาด้วย (ห้ามหัก สายพ่วง
ขว้ั สายดินทิง้ ) ดังน้นั หากมเี พยี ง 2 สาย หรอื „ ชุดสายพ่วงที่มีเต้ารับหลายตัวน้ัน
ใช้เต้าเสียบไม่มีสายดิน นอกจากจะไม่เกิด จะต้องระวังมิให้กระแสไฟฟ้าท่ีเกิดจากการ
ประโยชน์ใดๆ ด้านความปลอดภัยเนื่องจาก ใช้งานรวมกันเกินกว่าขนาดพิกัดกระแสของ
ไมม่ กี ารตอ่ ลงดนิ แลว้ ยงั อาจเกดิ อนั ตรายจาก ชุดสายพ่วงและไม่เกินขนาดพิกัดกระแสของ
ไฟฟา้ ดดู จากการเขา้ ใจผดิ เมอื่ มกี ารตดั สวติ ช์ เต้ารับติดผนังที่น�ำเต้าเสียบของชุดสายพ่วง
ผิดข้ัว (ไฟสวิตช์ดับแต่มีไฟมา) เน่ืองจาก นั้นไปเสียบอยู่ด้วย (พิกัดกระแสเต้ารับปกติ
เต้าเสียบมีเพียง 2 ขา จึงสามารถเสียบสลับ จะไม่เกิน 16 A หรือคิดเทียบเท่าการใช้ไฟ
ข้ัวได้ รวมกนั ประมาณ 2,600 W)
„ ชุดสายพ่วงน้ัน ออกแบบมาให้ใช้
สำ� หรับงานชั่วคราวเท่านน้ั ไมไ่ ด้ออกแบบมา
ให้ใช้งานแบบติดต้ังถาวร ดังนั้นห้ามน�ำไป
ตดิ ตง้ั หรอื เดนิ สายพาดไปกบั ผนงั หอ้ ง เพดาน
ใตพ้ น้ื ใตพ้ รม หรอื บรเิ วณทางเดนิ เทา้ สายไฟ
จะช�ำรุด เกดิ ไฟไหมไ้ ด้

37

„ ห้ามพาดสายไฟผ่านประตู เพดาน „ ห้ามใช้ชุดสายพ่วงในสถานท่ี
หน้าต่าง รูผนัง บานพับประตูของตู้ หรือ อันตราย สถานท่ีไวไฟ หรือท่ีท่ีมีฝุ่นผงท่ีอาจ
กล่อง หรือกระท�ำการใดๆ ท่ีจะท�ำให้สายไฟ เกดิ ระเบดิ ได้
ได้รับแรงบีบ แรงกดทับ เช่น การใช้หมุดยิง „ เน่ืองจากขณะใช้งานสายพ่วงจะ
(staple) หรอื ตะปู เพราะสายไฟจะช�ำรุด เกิด เกิดความร้อนสะสมในสายไฟ ขนาดพิกัด
ไฟรวั่ หรอื ลดั วงจรทำ� ใหเ้ กดิ ไฟไหมไ้ ดง้ า่ ย หาก กระแสไฟฟ้าของชุดสายพ่วงจึงก�ำหนดตาม
มคี วามจำ� เปน็ จรงิ ๆ ใหใ้ ช้ได้ช่ัวคราว แต่ตอ้ ง สภาพการใช้งานท่ีสายไฟถูกคล่ีออกใน
มีผู้ควบคุมดูแล และต้องเสริมเพื่อป้องกัน แนวตรงและในที่ท่ีมีอากาศเปิด ดังน้ันหาก
สายไฟมใิ หช้ ำ� รดุ เสยี หายในตำ� แหนง่ ของสาย มีการใช้งานในขณะที่สายขดเป็นม้วนหรือ
ทจ่ี ะถกู ทบั และใหถ้ อดออกทนั ทเี มอ่ื เลกิ ใชง้ าน ขมวดเป็นปมหรืออยู่ในที่ท่ีไม่สามารถถ่ายเท
อากาศได้ดี จะเป็นการจ�ำกัดหรือลดขนาด
พกิ ัดกระแสไฟฟา้ ของสายไฟลง ซึง่ อาจท�ำให้
เกิดความร้อนสูงเกิน สายไฟเสียหายและ
เกิดไฟไหมไ้ ด้

„ สายไฟสำ� หรับชุดสายพ่วงควรต้องมี „ ห้ามน�ำชุดสายพ่วงหลายชุดมาต่อ
ฉนวน 2 ชน้ั และหา้ มใช้งานหากพบวา่ ฉนวน อนุกรมไปใช้งานไกลๆ เน่อื งจากจะทำ� ให้เกิด
เปลือกนอกมีร่องรอยแตกหรือถลอก ห้ามใช้ ความร้อนเกินในชุดสายพ่วง รวมท้ังมี
สายไฟทม่ี กี ารซอ่ มหรอื พนั ดว้ ยเทป เนอ่ื งจาก แรงดันไฟตกปลายทางด้วย ท้ังนี้เนื่องจาก
ไม่ปลอดภัย ขนาดของสายไฟของชุดสายพ่วงมักจะถูก
38 ก�ำหนดด้วยความยาวของสายไฟด้วย เช่น
ชุดสายพ่วงที่มีความยาวมากต้องใช้สายไฟ
ที่มีขนาดใหญ่ข้ึน เป็นต้น ในกรณีที่ต้องเดิน

สายไกลให้ซื้อใช้ชุดสายพ่วงชนิดสายยาวท่ีมี „ ห้ามน�ำชุดสายพ่วงไปใช้กับเครื่อง
ตวั นำ� โตจะเหมาะสมกวา่ ใช้ไฟฟ้าท่ีให้ความร้อน เพราะมักจะกินไฟ
„ ขนาดสายไฟที่แนะน�ำให้ใช้กับชุด เต็มพิกัดขนาดของสายและเกิดความร้อนสูง
สายพว่ งขนาดพกิ ดั 10,16A.นนั้ ควรใชส้ ายไฟ ไดง้ า่ ย เชน่ เตาไฟฟา้ ชนดิ ตา่ งๆ เตาไมโครเวฟ
ขนาดพื้นที่หน้าตัดต้ังแต่ 0.75, 1.0 ตร.มม. เป็นต้น หากจ�ำเป็นต้องใช้ ต้องตรวจสอบ
ขึ้นไป ส�ำหรับความยาวสายไฟ 3 - 5 เมตร ขนาดกินไฟว่าไม่เกินพิกัดของชุดสายพ่วง
และใช้ขนาด 1.0 และ 1.5 ตร.มม. ส�ำหรับ และให้ใช้ช่ัวคราวเท่านั้น และเลือกใช้ชนิด
ความยาวสายประมาณ 20 เมตร เป็นต้น ท่ีสายส้ันท่ีสุดด้วย (ถ้าสายยาวจะเพ่ิม
„ ถา้ สงั เกตวา่ เมอ่ื ใชง้ านแลว้ เกดิ ความ ความร้อนของสาย)
รอ้ น แสดงวา่ มคี วามไม่ปลอดภยั เกิดข้นึ แลว้ „ ชุดสายพ่วงที่มีสัญลักษณ์ มอก.
ใหห้ ยดุ ใชง้ านทนั ที เลขที่ 11-2553 น้นั อาจเขา้ ใจผดิ ว่าสนิ คา้ นนั้
„ การเก็บรักษาชุดสายพ่วงให้เก็บใน ได้มาตรฐาน ซ่ึงที่จริงแล้วมาตรฐาน มอก.
ท่ีร่ม อย่าทิ้งไว้ภายนอก หรือปล่อยให้ถูกกับ 11-2553 เปน็ มาตรฐานของสายไฟฟา้ เทา่ นน้ั
แสงแดดซงึ่ จะท�ำใหว้ สั ดเุ ส่ือมสภาพ มใิ ชม่ าตรฐานของเตา้ เสยี บ-เตา้ รบั แตอ่ ยา่ งใด
„ เมอื่ ไมไ่ ดใ้ ชง้ าน ใหป้ ดิ สวติ ช์ และ „ สรุปหลักการส�ำคัญ 3 ประการ ใน
ตอ้ งถอดปลกั๊ (เตา้ เสยี บ) ของชดุ สายพว่ ง การเลอื กซอื้ ใชช้ ดุ สายพว่ งใหถ้ กู กบั การใชง้ าน
ออกทุกคร้งั ก็คอื
„ เมื่อใช้งานภายนอกอาคาร หรือ ● ต้องรู้ว่าจะใช้กับงานในร่มหรือ
ท่ีช้ืนแฉะ ต้องมีการป้องกันวงจรด้วย งานนอกอาคาร
เครื่องตัดไฟรั่วทุกครงั้ ● ตอ้ งรวู้ า่ เครอื่ งทจี่ ะใชไ้ ฟนนั้ ใชไ้ ฟ
เทา่ ใด
● จุดท่ีจะใช้ไฟนั้นห่างไกลแค่ไหน
จากจดุ ต่อไฟท่ีใกลท้ ี่สุด
● เต้าเสียบและเต้ารับในชุดสาย
พ่วงนั้นต้องผลิตตามมาตรฐาน มอก.166-
2549

39

4. เคร่ืองตัดไฟรั่ว และสายดนิ

4.1 เครอื่ งตัดไฟร่ัว

เครอ่ื งตัดไฟรั่ว

ไฟเข้า เคร่ืองใช้ไฟฟา้
ไฟออก

4.1.1. เคร่อื งตดั ไฟรั่วคอื อะไร 4.1.2. ประโยชน์ของเครอ่ื งตดั ไฟรวั่
เคร่ืองตัดไฟรั่ว หรือที่รู้จักกันว่า „ ปอ้ งกันอันตรายจากไฟดดู (ตดั
“เคร่ืองกันไฟดูด” คือ เคร่ืองตัดไฟฟ้า ไฟรว่ั ทไ่ี หลผา่ นร่างกาย)
อตั โนมตั ทิ ท่ี ำ� หนา้ ทป่ี อ้ งกนั อนั ตรายโดยตดั ไฟ „ ป้องกันอัคคีภัย (ตัดไฟรั่วที่ไหล
ท่ีไหลผ่านตัวมัน ในกรณีท่ีพบว่ามีกระแส ลงดินท่ีอุปกรณ์ไฟฟ้า หรือสายไฟฟ้า ใน
ไฟฟา้ บางส่วนร่วั หายไป คือ ไม่ไหลยอ้ นกลบั กรณที เี่ ครอ่ื งปอ้ งกนั กระแสเกนิ เชน่ ฟวิ สห์ รอื
ไปตามสายไฟของการไฟฟ้า แต่กลับมี เบรกเกอร์ไม่ท�ำงาน หรือท�ำงานช้าเนื่องจาก
ไฟร่ัวไหลไปท่ีอื่น เช่น ร่ัวไหลลงไปในดิน ปรมิ าณกระแสไฟรว่ั มีค่าตำ่� หากปล่อยทิ้งไว้
โดยผ่านร่างกายมนุษย์เมื่อมีการสัมผัสไฟ อาจท�ำใหเ้ กิดอคั คีภยั ได)้
หรือ ร่ัวผ่านฉนวนที่ช�ำรุดของอุปกรณ์ไฟฟ้า 4.1.3. ประเภทเคร่ืองตดั ไฟรว่ั
เปน็ ต้น เคร่อื งตัดไฟรวั่ อาจมชี ือ่ เรียกอย่างอน่ื เครื่องตัดไฟรั่วจะมีอยู่หลายประเภท
อีก เช่น เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน ในทนี่ ข้ี อแบง่ ออกเปน็ 2 ประเภท คอื
(ELCB, GFCI) เคร่ืองตัดกระแส (เศษ)
RCBO = Residual Current Circuit Breaker
เหลือ (RCD, RCCB, with Overcurrent Protection
RCBO) เป็นต้น
RCCB = Residual Current Circuit Breaker
(without Overcurrent Protection)

40

„ เครื่องตัดไฟร่ัวท่ีตัดกระแส „ ไม่ควรติดตั้งเคร่ืองตัดไฟร่ัว
ลัดวงจรได้ (RCBO) สามารถใช้ตัดได้ทั้ง ธรรมดา (ขนาด 30 mA) เพยี งตวั เดยี วปอ้ งกนั
ไฟร่วั และกระแสลัดวงจร รวมทกุ วงจรทเ่ี มนสวติ ช์เพราะอาจจะมปี ญั หา
„ เครื่องตัดไฟรั่วท่ีไม่สามารถ เครื่องตัดท�ำงานบ่อย แล้วในที่สุดก็ไม่อาจ
ตัดกระแสลัดวงจร (RCCB) จึงต้องใช้ ใช้เครื่องตัดไฟรั่วตัวน้ันได้ ปัญหาดังกล่าว
ร่วมกับฟิวส์หรือเบรกเกอร์ดว้ ยทกุ ครงั้ จะมากหรือน้อยข้ึนอยู่กับสภาพการเดินสาย
4.1.4. คุณสมบัติและการใช้งานของ และการติดตัง้ ใชง้ านของเครอ่ื งใชไ้ ฟฟ้า หรือ
เครื่องตัดไฟรว่ั มอี ปุ กรณท์ ต่ี ามปกตมิ กี ระแสไฟรวั่ ลงดนิ มาก
เคร่ืองตัดไฟรั่วท่ีใช้ป้องกันไฟดูด เชน่ อปุ กรณป์ อ้ งกนั ฟา้ ผา่ , เครอ่ื งปรบั อากาศ,
ต้องมีคุณสมบัตแิ ละการใช้งานดงั นี้ อุปกรณ์ที่มีโอกาสเปียกช้ืน เป็นต้น กรณี
„ เคร่ืองตัดไฟร่ัวที่ใช้ป้องกันไฟดูด เช่นน้ี จะต้องแยกป้องกันด้วยเคร่ืองตัดไฟร่ัว
ตอ้ งมพี กิ ดั ขนาดกระแสไฟฟา้ รวั่ ไมเ่ กนิ 30 mA ในแตล่ ะวงจรหรอื ปอ้ งกนั เฉพาะวงจรทจ่ี ำ� เปน็
และตอ้ งตดั ไฟไดภ้ ายในระยะเวลา0.04วนิ าที ในทางปฏิบัติอาจต้องตรวจสอบปริมาณ
เม่ือมไี ฟรว่ั ขนาด 5 เท่าของพกิ ัด (=150 mA) กระแสไฟรวั่ ในแตล่ ะวงจร ดว้ ยเครอ่ื งตรวจวดั
และต้องเป็นไปตามมาตรฐาน มอก.2425 - กระแสไฟร่ัว ถ้าวงจรใดมีไฟรั่วมากเป็นปกติ
2552 หรอื มอก.909 - 2548 ตอ้ งใชเ้ ครอ่ื งใช้ไฟฟา้ ที่มพี กิ ัดไฟรว่ั สงู ข้นึ เช่น
„ เคร่ืองตัดไฟรั่วควรติดต้ังควบคู่ ขนาด 100, 300 หรือ 500 mA ป้องกันเฉพาะ
ไปกบั การตดิ ตัง้ ระบบสายดนิ (ดูรายละเอียด ในวงจรนั้นๆ
เรื่องสายดิน) และควรติดต้ังใช้งานในวงจร „ การตดิ ตง้ั เครอื่ งตดั ไฟรวั่ สำ� หรบั ใช้
ไฟฟา้ เฉพาะจดุ เชน่ วงจรเตา้ รบั ชนั้ ลา่ ง, วงจร ป้องกันรวมทุกวงจรท่ีเมนสวิตช์ (ขนาด 100
เต้ารบั ในห้องครวั , ห้องน�ำ้ (เคร่ืองท�ำน�ำ้ อุ่น), mA, 300 mA หรอื 500 mA) รว่ มกบั การตดิ ตง้ั
ห้องเด็กๆ หรือวงจรเต้ารับ/สายไฟที่ต่อไป ระบบสายดินจะช่วยเป็นมาตรการเสริม
ใช้งานภายนอกอาคารทั้งช่ัวคราวและถาวร ส�ำหรับป้องกันอัคคีภัยจากการใช้ไฟฟ้าได้
เช่น ไฟท่ีใช้ในสวน สนามหญ้า หน้าประตู อีกชน้ั หนง่ึ โดยทขี่ นาด 30 mA น้นั กย็ ังคงใช้
บ้าน กร่ิงหน้าบ้าน ปั๊มสูบน้�ำ บ่อเล้ียงปลา ป้องกันในแต่ละวงจรย่อย และหากมีปัญหา
การกอ่ สรา้ งซ่อมแซม เป็นตน้ การท�ำงานพร้อมกันให้เลือกชนิดที่มีการ
หน่วงเวลา (Type S) ส�ำหรับเคร่ืองตัดไฟรั่ว
ท่ีเมนสวิตช์

41

„ เมื่อติดตั้งร่วมกับระบบสายดิน 4.1.6 ข้อแนะน�ำในการตรวจสอบเม่ือ
ต�ำแหน่งที่มีการต่อลงดินต้องอยู่ด้านไฟเข้า เคร่อื งตดั ไฟรวั่ ท�ำงาน
ของเครื่องตดั ไฟรั่วเสมอ ทุกครั้งท่ีเครื่องตัดไฟร่ัวท�ำงานตัดไฟ
4.1.5. เราจะรไู้ ดอ้ ยา่ งไรวา่ เครอ่ื งตดั ไฟรวั่ แสดงว่าได้มีไฟร่ัวในส่วนใดส่วนหน่ึงของ
ท่มี อี ยู่ปลอดภยั : วงจรไฟฟ้าเกิดข้ึนแล้ว จึงมีความจ�ำเป็นต้อง
เราสามารถตรวจสอบวา่ เครอ่ื งตดั ไฟรว่ั ตรวจสอบสาเหตุเพ่ือการแก้ไขต่อไป ซ่ึง
ที่มีอยู่จะท�ำงานได้อย่างปลอดภัยได้หรือไม่ ขอแนะน�ำวธิ ีตรวจสอบดังน้ี
ดงั น้ี „ ตรวจสอบว่าเครื่องตัดไฟรั่วที่
„ ควรมีการติดต้ังพร้อมกับติดต้ัง ทำ� งานน้ัน จา่ ยไฟบริเวณใดบ้าง
ระบบสายดนิ (ดรู ายละเอยี ดเรอื่ งสายดิน) „ ตรวจสอบและสอบถามผเู้ กยี่ วขอ้ ง
„ ควรมีการติดต้ังเข้าสายอย่าง ว่าขณะเกิดเหตุมีการใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้า
ถูกต้อง การต่อสายท่ีไม่ถูกต้อง เครื่องจะ อะไรบ้าง
ไม่ท�ำงาน สายไฟท่ีเข้าและออกต้องไม่รวม „ แจ้งให้ทุกคนท่ีเกี่ยวข้องทราบ
สายดนิ ตำ� แหนง่ ของการตอ่ ลงดนิ ตอ้ งอยกู่ อ่ น เพ่ือปิดและงดจ่ายไฟเครื่องใช้ไฟฟ้าที่
ด้านไฟเขา้ ของเครอ่ื งตัดไฟรวั่ เก่ยี วข้องท้งั หมด
„ การกดปุ่มทดสอบเป็นประจ�ำ „ สับจ่ายไฟเครื่องตัดไฟรั่วแล้ว
เปน็ เพียงการทดสอบว่ากลไกการตดั วงจร ยงั จ�ำลองการใช้ไฟ โดยการทดลองจ่ายไฟ
สามารถท�ำงานได้เท่าน้ัน (ไม่สามารถบอก เคร่ืองใช้ไฟฟ้าที่มีการใช้ไฟทีละเคร่ือง โดย
ได้ว่าติดต้ังถูกต้องหรือไม่ สามารถตัดได้ไว สังเกตว่าเม่ือมีการตัดไฟเกิดข้ึน แสดงว่า
หรอื ไม)่ มีไฟรั่วกับเคร่ืองใช้เคร่ืองสุดท้ายที่มีการ
„ การตรวจสอบการทำ� งานตอ้ งตรวจ จา่ ยไฟน้นั
ดว้ ยเครอื่ งตรวจสอบการทำ� งานของเครอ่ื งตดั „ ในทางปฏิบัติหากจ�ำเป็นอาจต้อง
ไฟรั่ว (RCD tester) ว่าสามารถตัดไฟร่ัวได้ ใชเ้ ครอ่ื งตรวจสอบกระแสไฟฟ้ารั่ว (leakage
ภายในระยะเวลาที่กำ� หนดหรือไม่ current tester) ลักษณะเป็นเคร่ืองวัด
42 กระแสแบบคล้องสายไฟท่ีสามารถวัดไฟร่ัว
ไดล้ ะเอียดเปน็ มิลลแิ อมป์ หรอื ไมโครแอมป์
„ ขอ้ สังเกตอ่นื ๆ เพ่มิ เตมิ
● ตรวจสอบวา่ มฝี นตกหรอื นำ�้ ทว่ ม
ท่ีท�ำให้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าหรือสายไฟฟ้าเก่าๆ
เปยี กนำ�้ ชน้ื หรอื ไม่ ซงึ่ มกั จะทำ� ใหเ้ กดิ ไฟรวั่ ได้

● เครื่องตัดไฟรั่วมักจะไวกับ 4.2.2 ประโยชน์ของสายดนิ
สัญญาณคลื่นฟ้าผ่า โดยไม่ต้องมีไฟร่ัวกับ 4.2.2.1 ป้องกันไฟฟ้าดูดเมื่อมี
เครื่องใช้ไฟฟ้าก็ได้ จึงต้องตรวจสอบว่า กระแสไฟฟา้ ร่วั จากเคร่ืองใช้ไฟฟ้า
ขณะเกิดเหตุมีเหตุการณ์ ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง การท�ำงานของสายดินอาจเป็นไปได้
ฟ้าผา่ หรือไม่ ใน 3 ระดับ คือ
● ผนังท่ีชื้นเน่ืองจากฝนตกก็อาจ ● กรณกี ระแสไฟรวั่ มปี รมิ าณมาก
ท�ำให้สายไฟเก่าๆ ที่พาดกับผนังมีไฟรั่วได้ (ไฟรั่วไมผ่ ่านความตา้ นทาน) เชน่ สายเส้นที่
เชน่ กนั มีไฟไปแตะกับตัวถังโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้า
ที่มีการต่อลงดินผ่านทางเต้าเสียบ-เต้ารับ
4.2 สายดิน เปน็ ต้น หน้าที่ของสายดนิ ในกรณีน้ีคือ ท�ำให้
เกดิ การลดั วงจร (กระแสฯ มคี ่าสูงมาก) และ
4.2.1 สายดนิ คืออะไร เป็นเส้นทางให้กระแสลัดวงจรไหลกลับจาก
สายดนิ คือ สายไฟทีอ่ อกแบบไว้เพ่อื ตัวถังของเคร่ืองใช้ไฟฟ้าไปยังสายนิวทรัล
ให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ใช้เครื่องใช้ไฟฟ้า ของการไฟฟ้าผ่านทางสายดินได้โดยสะดวก
สายไฟเส้นดังกล่าวปลายด้านหน่ึงจะต้องมี (สายดินต่อกบั สายนิวทรัลท่ีเมนสวิตช์) ขณะ
การต่อลงดิน ปลายอีกด้านหน่ึงจะต่อเข้ากับ เดียวกันสายดินก็จะช่วยรักษาแรงดันของ
ส่วนที่เป็นโลหะของวัตถุหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ ตวั ถงั ไมใ่ หส้ งู จากดนิ มาก และหนา้ ทที่ ส่ี ำ� คญั
ตอ้ งการใหม้ ศี กั ยไ์ ฟฟา้ เปน็ ศนู ยเ์ ทา่ กบั พนื้ ดนิ ก็คือการท่ีท�ำให้เคร่ืองป้องกันกระแสเกินท่ี
หมายเหตุ สายดินโดยท่ัวไป จะมี เมนสวติ ชห์ รอื ในวงจรยอ่ ยทำ� หนา้ ทต่ี ดั กระแส
สองชนิด คือ 1. สายดินเพื่อให้ท�ำงานได้ ลดั วงจรได้อย่างรวดเรว็
(functional earthing conductor) เปน็ สายดนิ ถ้าไม่มีสายดิน ผู้ใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้า
ชนิดที่ไม่เก่ียวข้องกับเร่ืองความปลอดภัย มี จะไดร้ บั อนั ตรายจากไฟฟา้ ดดู ทนั ทเี มอื่ สมั ผสั
ไว้เพียงเพ่ือให้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าท�ำงานได้ และ เครอ่ื งใช้ไฟฟ้า
2. สายดินป้องกัน (protective earthing ถา้ มเี ครอื่ งตดั ไฟรวั่ แตไ่ มม่ สี ายดนิ
conductor) ที่มีไว้เพอื่ ให้เกิดความปลอดภัย เคร่ืองตัดไฟร่ัวจะท�ำงานได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ไป
ในการใช้ไฟฟ้า สายดินท่ีกล่าวถึงทั้งหมดใน สัมผัสไฟที่ร่ัว ท�ำให้ไฟร่ัวไหลผ่านร่างกาย
เอกสารนีจ้ ะหมายถงึ เฉพาะ สายดินป้องกนั ลงดินเสียก่อน (ทา่ นตอ้ งถูกไฟดดู กอ่ น เครือ่ ง
โดยจะเรียกส้ันๆ ว่า สายดนิ จึงจะตดั ) เนื่องจากไฟรัว่ ไหลลงสายดินไมไ่ ด้
(ไม่มีสายดิน)
สญั ลกั ษณส์ ายดิน
43

ถ้ามีสายดินและมีเคร่ืองตัดไฟร่ัว ● กรณีกระแสไฟรั่วปริมาณน้อย
ร่วมอยู่ด้วย เคร่ืองตัดไฟรั่วก็จะช่วยท�ำงาน ชนดิ ทไี่ มเ่ ปน็ อนั ตราย(ไฟรวั่ โดยการเหนย่ี วนำ�
ตัดไฟทันทีที่มีการรั่วเกิดข้ึน (เพราะมีไฟรั่ว ประมาณ 0-5 mA) เป็นไฟร่ัวจากการใชง้ าน
ไหลลงสายดนิ ) โดยไมจ่ �ำเปน็ ตอ้ งรอใหม้ ผี ไู้ ป ปกติท่ีเกิดจากการเหนี่ยวน�ำทางไฟฟ้า
สมั ผัสไฟใหถ้ ูกดดู เสยี กอ่ น ดงั นน้ั การมีเครอื่ ง ภายในเคร่ืองใช้ไฟฟ้า ไม่ได้เกิดจากฉนวน
ตดั ไฟรวั่ รว่ มอยดู่ ว้ ย สามารถปอ้ งกนั อนั ตราย เสื่อมสภาพ หรือช�ำรุด แต่ก็ท�ำให้ผู้ใช้
ได้อีกชั้นหน่ึง (ตัดได้ไวกว่าเคร่ืองตัดกระแส เกิดความร�ำคาญ ที่สัมผัสแล้วจะรู้สึกว่ามี
ลดั วงจร) ไฟดูดเล็กน้อย ซ่ึงมักจะเป็นกับเคร่ืองใช้
● กรณีกระแสไฟร่ัวมีปริมาณ ไฟฟ้าประเภทท่ี 1 ท่ีออกแบบมาให้ต้องต่อ
ปานกลาง (ไฟรั่วผ่านความต้านทาน) ไฟร่ัว สายดินแต่ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่ต่อสายดิน ดังน้ัน
จากฉนวนเสื่อมช�ำรุด หรือจากความช้ืน การมีเพียงสายดินจะสามารถป้องกันไฟดูด
หรือร่ัวผ่านวัสดุหรือสัตว์ที่ไปแตะสายเส้น ในกรณีน้ีได้อย่างสมบูรณ์ เคร่ืองตัดไฟรั่ว
ไฟ แล้วมาแตะที่ตัวถัง เป็นต้น กรณีนี้จะ เพียงอย่างเดยี วไม่สามารถแก้ปัญหานไี้ ด้
มีค่ากระแสไฟร่ัวปานกลาง ไม่มากถึงกับ 4.2.2.2 เพ่ือให้มีแรงดันอ้างอิงเป็น
เกิดกระแสลัดวงจร กระแสไฟร่ัวจึงไม่สูง ศนู ยเ์ ทา่ กบั พน้ื ดนิ การตอ่ ลงดนิ ของระบบไฟฟา้
เพียงพอที่จะท�ำให้เคร่ืองป้องกันกระแสเกิน และของเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ของผใู้ ชไ้ ฟฟา้ จะปอ้ งกนั
ตัดได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นการมีสายดิน ไม่ให้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าได้รับความเสียหาย
อย่างเดียวจึงไม่สามารถป้องกันไฟดูด หากเกิดแรงดันผิดปกติขึ้นในระบบไฟฟ้า
ในกรณีนี้ได้ด้วยตัวเอง ซ่ึงในกรณีน้ีการมี (กรณีเชน่ เดยี วกบั การปอ้ งกันฟ้าผา่ )
เครื่องตัดไฟร่ัวอย่างเดียว โดยไม่มีสายดิน 4.2.2.3 เพอ่ื ลดอนั ตรายอนั เนอื่ งจาก
ก็จะไม่ท�ำงานเช่นเดียวกัน (จนกว่าจะมีผู้ถูก แรงดันสัมผัสที่เกิดจากการสัมผัสไฟร่ัวท่ี
ไฟดูดเสียก่อน) แต่ถ้ามีการติดตั้งเคร่ืองตัด เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้า
ไฟรว่ั ร่วมกับสายดิน ทงั้ สองส่วนจะชว่ ยเสรมิ 4.2.2.4 เพอ่ื การทำ� งานทสี่ มบรู ณข์ อง
การท�ำงานได้เป็นอย่างดี โดยไฟจะร่ัวลง เครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ บางประเภท เชน่ คอมพวิ เตอร์
สายดินแทนที่จะรั่วผ่านคนท่ีไปจับ ซึ่ง เคร่ืองเสียง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อุปกรณ์
จะช่วยให้เคร่ืองตัดไฟรั่วท�ำงานปลอดภัย สื่อสารท่ีอาจท�ำงานได้ไม่สมบูรณ์ หรือช�ำรุด
มากย่ิงขึ้น (การท�ำงานเช่นเดียวกับกรณี ได้งา่ ยหากไม่มสี ายดิน เป็นต้น
ไฟรว่ั มากขา้ งตน้ )

44

4.2.3 เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทใดบ้างที่ เครอื่ งใช้นนั้ ผลิตไมไ่ ด้มาตรฐาน และจำ� เป็น
ต้องมสี ายดิน ต้องมีสายดิน) ตัวอย่างของเครื่องใช้ไฟฟ้า
„ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทที่ต้อง ประเภท 2 เชน่ วทิ ย,ุ โทรทศั น,์ พัดลม เป็นต้น
มสี ายดนิ : เต้าเสียบที่ใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท 2
เคร่ืองใช้ไฟฟ้ารวมท้ังอุปกรณ์ติดตั้ง ตามมาตรฐาน มอก.166-2549 จะเป็น
ทางไฟฟ้าที่มีโครงหรือเปลือกหุ้มเป็นโลหะ 2 ขากลมมีฉนวนหุ้ม (ดูในเรื่องเต้าเสียบ-
ซึ่งบุคคลมีโอกาสสัมผัสได้ และมีโอกาสเกิด เต้ารับ)
ไฟฟ้ารั่ว ต้องมีสายดิน เช่น ตู้เย็น, เตารีด, ข. เคร่ืองใช้ไฟฟ้าประเภท 3 ได้แก่
เครอ่ื งซกั ผ้า, หม้อหงุ ขา้ ว, เครอื่ งปรบั อากาศ, เครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้กับแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน
เตาไมโครเวฟ, กระทะไฟฟ้า, กระติกน�้ำร้อน 50 โวลต์ โดยต่อจากหม้อแปลงชนิดพิเศษ
ไฟฟ้า, เครื่องท�ำน้�ำร้อนหรือน�้ำอุ่น, เคร่ือง ที่ได้ออกแบบไว้เพื่อความปลอดภัย เช่น
ปิ้งขนมปัง เป็นต้น เราเรียก เครื่องใช้ไฟฟ้า เครอ่ื งโกนหนวด, โทรศพั ท์ เปน็ ตน้ สญั ลกั ษณ์
เหลา่ น้วี ่าเป็น เครื่องใชไ้ ฟฟ้าประเภท 1 ที่ใช้ ได้แก่
เต้าเสียบที่ใช้กับเครื่องใช้ประเภท 1 4.2.4 สัญลกั ษณ์และสีของสายดนิ
ตามมาตรฐาน มอก.166-2549 จะเป็นแบบ เคร่ืองใช้ไฟฟ้าที่มีเคร่ืองหมาย
3 ขากลม (ดใู นเรอ่ื งเต้าเสียบ-เตา้ รบั ) แสดงว่าต้องมีสายดิน โดยมักจะแสดงไว้ใน
„ เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภทท่ีไม่ต้องมี ต�ำแหน่งหรือจุดท่ีจะต้องต่อสายดิน และสี
สายดนิ ของสายไฟฟ้าเส้นที่แสดงว่าเป็นสายดิน คือ
ก. เคร่ืองใช้ไฟฟ้าประเภท 2 ซึ่งมี สเี ขยี ว หรอื สีเขียวแถบเหลอื ง
สัญลักษณ์ หรือมีเครื่องหมาย (เพ่ือ
ความมน่ั ใจอาจใชไ้ ขควงลองไฟ ทดสอบโลหะ สายไฟส�ำหรับ สีของสายไฟ
ทสี่ มั ผสั ได้บนเครอ่ื งใชไ้ ฟฟา้ ถา้ มสี ัญลกั ษณ์ (มอก.11-2553)
ประเภท 2 แล้ว แต่ยังมีไฟร่ัวอยู่ ก็แสดงว่า

ขวั้ ทม่ี ไี ฟ L นำ้� ตาล

ขวั้ นวิ ทรลั N ฟา้ (นำ้� เงนิ )

ข ว้ั สายดนิ G หรอื E หรอื เขยี วแถบเหลอื ง

45

4.2.5 วธิ ีติดต้ังระบบสายดินทถ่ี ูกต้อง อย่างถูกต้องแล้วเดินสายดินจากเมนสวิตช์
1. จุดตอ่ ลงดนิ ของระบบไฟฟ้า (จุด มาตอ่ รว่ มกบั สายดินทใ่ี ช้อยู่เดิม
ต่อลงดินของเส้นศูนย์หรือนิวทรัล) ต้องอยู่ 6. ไม่ควรใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิด
ด้านไฟเข้าของเครื่องตัดวงจรตัวแรกของ 120/240 V กบั ระบบไฟ 230 V เพราะพกิ ดั IC
ตู้เมนสวิตช์ จะลดลงประมาณครึง่ หนึง่
2. ภายในอาคารหลงั เดยี วกนั ไมค่ วร 7. การติดตั้งเคร่ืองตัดไฟรั่ว
มจี ดุ ต่อลงดนิ มากกว่า 1 จดุ จะเสริมการป้องกันไฟฟ้าดูดให้สมบูรณ์
3. สายดินและสายเส้นศูนย์ต้อง แบบยง่ิ ข้ึน เช่น กรณีท่ีมกั จะมนี ำ้� ท่วมขัง
ตอ่ รว่ มกนั ทจี่ ดุ ตอ่ ลงดนิ ภายในตเู้ มนสวติ ช์ หรอื กรณสี ายดนิ ขาด เป็นต้น และจดุ ตอ่
(ดูข้อยกเว้นส�ำหรับห้องชุด อาคารชุด) และ ลงดนิ ตอ้ งอยดู่ า้ นไฟเขา้ ของเครอ่ื งตดั ไฟรว่ั
ห้ามต่อร่วมกันในที่อื่นๆ อีก อาทิเช่น ใน เสมอ
แผงสวิตช์ย่อย ขั้วสายศูนย์ต้องมีฉนวนกั้น 8. ถ้าตู้เมนสวิตช์ไม่มีขั้วต่อสายดิน
แยกจากตัวกล่อง ส่วนข้ัวต่อสายดินกับตัวตู้ และข้ัวต่อสายเส้นศูนย์แยกออกจากกัน
จะตอ่ ถงึ กนั และตอ่ ลงสายดนิ ซง่ึ ขวั้ สายศนู ย์ เครื่องตัดไฟร่ัวจะต่อใช้ได้เฉพาะวงจรย่อย
และขว้ั สายดนิ จะไมม่ กี ารตอ่ ถงึ กนั เท่าน้ัน จะไม่สามารถใช้ตัวเดียวป้องกันท้ัง
4. ตู้เมนสวิตช์ส�ำหรับห้องชุดของ บา้ นได้
อาคารชุดและตู้แผงสวิตช์ประจ�ำชั้นของ 9. วงจรสายดินท่ีถูกต้องในสภาวะ
อาคารชดุ ใหถ้ อื วา่ เปน็ แผงสวติ ชย์ อ่ ย หา้ มตอ่ ปกติจะต้องไม่มีกระแสไฟฟ้าจากการใช้ไฟ
สายเส้นศนู ย์และสายดินร่วมกนั ปกตไิ หลอยู่
5. ไมค่ วรตอ่ โครงโลหะของเครอื่ งใช้ 10. ถา้ เดนิ สายไฟในทอ่ โลหะ จะตอ้ ง
ไฟฟ้าลงดินโดยตรง แต่ถ้าได้ด�ำเนินการไป เดินสายดินในท่อโลหะน้ันด้วย (ห้ามเดิน
แล้วให้แก้ไขโดยมีการต่อลงดินที่เมนสวิตช์ สายดนิ นอกท่อโลหะ)

2.4 เมตร 1.5 เมตร 1.5 เมตร

46

11. ดวงโคมไฟฟ้าและอุปกรณ์ติดตั้ง 12. ขนาดและชนดิ ของอปุ กรณร์ ะบบ
ท่ีเป็นโลหะต้องมีการติดตั้งระบบสายดิน สายดินต้องเป็นไปตามมาตรฐานการติดตั้ง
มิฉะน้ันต้องอยู่เกินระยะท่ีบุคคลท่ัวไปสัมผัส ทางไฟฟา้ สำ� หรบั ประเทศไทย
ไม่ถึง (สูง 2.40 เมตร หรือห่าง 1.50 เมตร
ในแนวราบ)

สายศูนย
สายเสน ไฟ

ขัว� ตอ สายดิน เคร่�องปลดวงจร ถามโี ครงเปน โลหะ
หลอดแสงสวาง และบุคคลสามารถ
สมั ผสั ไดตอง
ฟว� ส มีสายดินดวย
เคร�่องตัดไฟร�วั

หมายเหตุ ขัว� ตอ สายศนู ย เซอรกิตเบรกเกอร
1. ข�วั ตอ สายศูนยต อ งมีฉนวน วงจรแสงสวาง
สวต� ช
คน�ั กบั กลองโลหะ
2. ขนาดของขั�วตอ สายดิน (G) เตารบั ชนดิ ท่ใี ชกบั สายดนิ
วงจรเตา รับ
ตอ งทนกระแสสายศนู ย
และไฟฟาลัดวงจร

สายตอหลกั ดนิ ปลกั� หรอ� เตาเสียบชนดิ เตาเสียบ
มีขนาดข�น้ อยกู บั ขนาด 3 ตา ตอ งตอกบั โครงโลหะ ชนดิ ใชก ับ
สายเมน และไมเ ล็กกวา ของอุปกรณไฟฟาทีม่ ี ระบบสายดนิ
เคร�่องหมาย เขากบั สายดนิ
10 ตร.มม.

0.30 เมตร หลกั ดิน เช่อ� มตอ กนั ดวยว�ธหี ลอมละลาย (EXOTHERMIC WELDING)
2.40 เมตร หร�อวธ� อี ื่นที่ผูชำนาญรับรอง หลกั ดินทำดว ยแทงทองแดง หรอ�
แทงเหล็กอาบโลหะชนดิ กันผกุ รอน มขี นาดเสนผา ศูนยก ลาง
ไมน อ ยกวา 16 มม. (5/8 นิว� ) ยาวไมน อยกวา 2.40 เมตร
และปลายขา งบนปกลึกลงดินอีกประมาณ 0.30 เมตร
ความตานทานทจ่ี ุดหลกั ดนิ ตอ งไมเ กิน 5 โอหม

47

4.2.6 ทำ� ไมจงึ ตอ้ งมกี ารตอ่ สายดนิ เขา้ กบั สมั ผสั (touch voltage) ทสี่ ายดนิ ขณะมไี ฟรว่ั
สายเส้นศูนย์ (นิวทรลั ) ท่ีตูเ้ มนสวติ ช์ จึงสูงขน้ึ ตามและเกดิ อันตรายได้
เพื่อให้ระบบสายดินท�ำงานได้อย่าง „ หน้าสัมผัสจุดต่อต่างๆ รวมท้ัง
สมบรู ณ์ ทำ� ใหก้ ระแสลดั วงจรทไี่ หลลงสายดนิ ความต้านทานท่ีหลักดินจะเสื่อมสภาพ
สามารถไหลย้อนกลับไปหม้อแปลงของ โดยถาวร
การไฟฟ้าฯทางสายเส้นศูนย์ได้อีกทางหนึ่ง ข้อแนะนำ� ในการแก้ไข
อกี ทง้ั เปน็ เสน้ ทางทไี่ หลไดส้ ะดวกกวา่ การไหล ก. แก้ไขโดยติดตั้งหลักดินที่ได้
ลงดนิ เสน้ ทางเดยี วทำ� ใหก้ ระแสลดั วงจรมคี า่ สงู มาตรฐานเพม่ิ ทตี่ เู้ มนสวติ ชแ์ ละตอ่ เขา้ กบั สาย
และเครื่องตัดกระแสลัดวงจร (เบรกเกอร์ ศูนย์ท่ตี ้เู มนสวิตช์ใหถ้ ูกต้อง
หรือฟิวส)์ สามารถตัดไฟออกไดอ้ ยา่ งรวดเร็ว ข. ติดต้ังเครื่องตัดไฟรั่วเพ่ือเสริม
4.2.7 หากต่อสายดินลงดินโดยตรงท่ี การท�ำงาน
เครอ่ื งใช้ หรอื ไมต่ อ่ สายดนิ เขา้ กบั สายเสน้ 4.2.8 ทำ� ไมจงึ หา้ มตอ่ สายดนิ เขา้ กบั สาย
ศนู ย์ที่เมนสวติ ช์ จะมีผลเสียอย่างไร และ เสน้ ศนู ยท์ ่ีตู้แผงสวิตช์ยอ่ ย
ควรท�ำอยา่ งไร การต่อสายดินเข้ากับสายเส้นศูนย์
ผลเสียคือกระแสไฟร่ัวจะไหลย้อน ท่ีตู้แผงสวิตช์ย่อย จะท�ำให้สายดินและสาย
กลับลงทางหลักดินเส้นทางเดียว หาก เส้นศูนย์ทุกเส้นในบ้านต่อถึงกันหมด และ
กระแสไฟรั่วมีปริมาณเล็กน้อย เช่น จากการ เม่อื มกี ารใช้ไฟฟ้าท่ีจ่ายไฟจากแผงยอ่ ย จะมี
เหนย่ี วนำ� กจ็ ะไมม่ ปี ญั หา แตใ่ นกรณที ม่ี ไี ฟรว่ั กระแสไฟไหลกลบั ในเสน้ ศนู ยแ์ ละในสายดนิ
ค่าปานกลางถึงค่ามากในลักษณะของการ ท่ีต่อร่วมกันอยู่ มีผลท�ำให้สายดินทุกเส้น
ลัดวงจรผ่านหรือไม่ผ่านความต้านทานน้ัน รวมทั้งตัวถังโลหะของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
กระแสไฟร่ัวจะไหลลงดินได้ไม่สะดวก ท�ำให้ ทเ่ี สยี บใชอ้ ยมู่ แี รงดนั ไฟฟา้ เนอ่ื งจากมกี ระแส
เคร่ืองตัดกระแสลัดวงจรจะทำ� งานช้าหรือไม่ ไฟฟา้ ไหลผา่ น แรงดนั ไฟฟา้ ดงั กลา่ วจะสงู กวา่
ทำ� งาน ทำ� ใหม้ กี ระแสเกนิ ในวงจรไหลอยเู่ ปน็ ดิน และมีขนาดข้ึนอยู่กับกระแสไฟ ขนาด
เวลานาน ซ่งึ จะมผี ลเสยี ดงั น้ี สายดิน และความต้านทานการต่อลงดิน จึง
„ สายไฟและจุดต่อต่างๆ จะเกิด ถอื ว่าเปน็ การตอ่ สายดินที่ไม่ปลอดภัย
ความรอ้ น และเกดิ อัคคีภัยไดง้ า่ ย กรณนี จ้ี ะตา่ งจากกรณกี ารตอ่ รว่ มกนั
„ กระแสและความร้อนท�ำให้ดิน ทต่ี เู้ มนสวติ ชท์ ่เี ป็นจดุ ที่มกี ารตอ่ ลงดนิ ท�ำให้
รอบหลักดินเปลี่ยนสภาพและแข็งตัว ความ สายดนิ ในบา้ นมแี รงดนั เทา่ กบั ดนิ ซง่ึ ในการใช้
ต้านทานท่ีหลักดินจะเพิ่มสูงข้ึนมาก แรงดัน ไฟฟา้ ปกตจิ ะไมม่ กี ระแสไฟฟา้ ไหลในสายดนิ

48


Click to View FlipBook Version