ชุดการสอน online
เรื่อง ความเป็นมา ความหมายของโขน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ชุดที่1
โดย
นางอสาวดี วิเศษสัตย์
ตำแหน่ง ครู
คำนำ ก
ชุดการเรียนการสอน online เรื่อง โขน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 5 ได้จัดทำขึ้นเพื่อให้นักเรียนใช้เป็นแนวทางประกอบการศึกษาเรื่อง โขน
โดยเน้นให้นักเรียนได้ใช้ กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ และพัฒนาความรู้
ทางนาฎศิลป์ด้วยตนเองด้วยการเรียนรู้จากเนื้อหา
ชุดการสอน เรื่อง โขน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีทั้งหมด
3 ชุด ประกอบด้วย
ชุดที่ 1 เรื่อง ความหมาย ความเป็นมาของโขน
ชุดที่ 2 เรื่อง ประเภทของโขน
ชุดที่ 3 เรื่อง ส่วนประกอบของการแสดงโขน
ผู้จัดทำหวังเป็นอย่างยิ่งว่าชุดการสอน เรื่อง โขน สำหรับนักเรียน
มัธยมศึกษาปีที่ 5 ชุดที่ 1 เรื่อง ความหมาย ความเป็นมาของโขนชุดนี้จะเป็น
ประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียนและให้ครูผู้สอนสามารถนำไปใช้
พัฒนาการจัดการเรียนรู้ให้เกิดคุณภาพต่อไป
นางอสาวดี วิเศษสัตย์
ผู้สอน
สารบัญ ข
เนื้อหา หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
คำแนะนำการใช้ชุดการสอนสำหรับครู 1
คำแนะนำการใช้ชุดการสอนสำหรับนักเรียน 2
ชุดการเรียนการสอน Online เรื่อง โขน 3
แบบทดสอบก่อนเรียน 4
ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง ความหมายของคำว่าโขน 6
ใบความรู้ที่ 2 เรื่อง ความเป็นมาของโขน 8
ใบความรู้ที่ 3 เรื่อง การกำเนิดโขน 10
กิจกรรมพัฒนาความคิด 14
แบบทดสอบหลังเรียน 15
ภาคผนวก 16
เฉลยแบบทดสอบ 17
การวัดและประเมินผล 18
บรรณานุกรม 19
1
คำแนะนำการใช้ชุดการสอน online สำหรับครู ชุดที่ 1
เรื่อง ความเป็นมา ความหมายของโขน
1. ครูใช้ชุดการสอนวิชานาฎศิลป์ เรื่อง โขน สำหรับนักเรียนชั่นมัธยบ
ศึกษาปิที่ 5 ชุดที่ 1 เรื่อง ความเป็นมา ความหมายของไขน ประกอบกับ
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9
2. ครูชี้แจงวิธีการศึกษาชุดการสอนที่นักเรียนสามารถศึกษาด้วย
ตนเอง เพื่อให้นักเรียน เกิดความรู้ ความเข้าใจ และทักษะจากการปฏิบัติ
กิจกรรม โดยเน้นย่ำ
ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ต่อเพื่อนร่วมกลุ่ม ต่อครูผู้สอน และนักเรียนต้อง
ปฏิบัติกิจกรรมการฝึกไปตามลำดับชั่นตอน
3. ครูเตรียมสถานที่ อุปกรณ์ในการทดสอบทักษะ กระดาษคำตอบ
แบบทดสอบและอื่นๆ ตามกิจกรรมการฝึกที่กำหนดไว้ในชุดการสอนแต่ละ
ขึ้นตอน
4. ครูคอยสังเกตให้คำแนะนำและแก้ปัญหาร่วมกับนักเรียนในระหว่าง
การปฏิบัติกิจกรรม ตามชุดการสอน
5. เมื่อนักเรียนปฏิปัติกิจกรรมในชุดการสอนเสร็จสิ้นในแต่ละขึ้นตอน
แล้ว ครูให้นักเรียน ทำแบบทดสอบ
6. ครูตรวจแบบทดสอบ แบบวัดผลและประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม
และเก็บผลการ ประเมินบันทึกไว้เป็นหลักฐานโดยปฏิบัติทุกครั้งที่มี
กิจกรรมการเรียนการสอน
ผลเพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดแรงจูงใจกระดีอรือรันในการเรียนรู้
7. ครูแจ้งผลการทดสอบและผลการประเมินทุกครั้งที่มีการทดสอบการ
วัดผลและประเมิน
2
คำแนะนำการใช้ชุดการสอน สำหรับนักเรียน ชุดที่ 1
เรื่อง ความเป็นมา ความหมายของโขน
1. นักเรียนศึกษาชุดการสอนวิชานาฎศิลปิ เรื่อง โขน ชุดที่ 1
เรื่อง ความเป็นมา ความหมายของโขน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่
5 เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ
2. นักเรียนศึกษาคำแนะนำการใช้ชุดการสอนให้เข้าใจก่อนลงมือปฏิบัติ
กิจกรรมตามขั้น ตอนที่กำหนด
3. นักเรียนควรปฏิบัติกิจกรรมตามลำดับขั้นตอนที่กำหนดในชุดการ
สอนควรขอคำปรึกษาจากครูผู้สอน
4. นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามแบบประเมินที่กำหนด เพื่อวัดผลและ
ประเมินผล
5. นักเรียนทำแบบทดสอบเมื่อเรียนจบในแต่ละชุดการสอนเพื่อ
ประเบินผลการ พัฒนาการเรียนรู้
ชุดการเรียนการสอน Online 3
ชุดการสอนวิชานาฎศิลป์ เรื่อง โขน
ชุดที่ 1 เรื่อง ความเป็นมา ความหมายของโขน
สาระสำคัญ นักเรียนขึ้นมัธยมศึกษาบิที่ 5
นาฎศิลป์ไทย มีวิวัฒนาการมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงปัจจุบันและมี ลักษณะแตกต่าง
กันไปตามยุคสมัย จนพัฒนามาเป็นนาฎศิลป์ระดับมาตรฐานที่มีแบบแผนและเป็นเอกลักษณ์ของ
คนไทย
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวัง
1. อธิบายความเป็นมาของการแสดงโขนได้
2. เขียนบรรยายรูปแบบการแสดง และประเภทของโขนได้
3. เห็นคุณค่าของนาฎศิลปีไทย ประเภทโขน
สาระการเรียนรู้
1. ความเป็นมาของ โขน
2. ความหมายของคำว่า โขน
3. การกำเนิดโขน
แบบทดสอบก่อนเรียน 4
เรื่อง ความเป็นมาและความหมายของโขน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
1.ข้อใดคือลักษณะของการแสดงโขน
ก. โขนเป็นศิลปะชั้นสูงมีความสง่างามอ่อนช้อยและอลังการ
ข. โขน เล่นกันเป็นหมู่มีตัวละครหลากหลายประเทศ
ค. โขนมีความสนุกสนาน รวดเร็ว และหลากหลาย
ง. โขนใช้เครื่องดนตรีสากลประกอบการเล่น
2. โขนได้พัฒนาการพากย์มาจากการแสดงประเภทใด
ก. การแสดงหนังใหญ่
ข. การแสดงกระบี่กระบอง
ค. การแสดงหนังตะลุง
ง. การละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์
3. โขนได้พัฒนาการแบ่งฝ่ายตัวละคร มาจากการแสดงประเภทใด
ก. การแสดงหนังใหญ่
ข. การแสดงกระบี่กระบอง
ค. การแสดงหนังตะลุง
ง. การละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์
4. โขนได้พัฒนาการการต่สู้มาจากการแสดงประเภทได
ก. การแสดงหนังใหญ่
ข. การแสดงกระบี่กระบอง
ค. การแสดงหนังตะลุง
ง. การละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์
5. การแสดงนาฎศิลไทยประเภทโขน เกิดขึ้นในสมัยใด
ก. สมัยสุโขทัย
ข. สมัยธนบุรี
ค. สมัยอยุธยา
ง. สมัยรัตนโกสินทร์
5
6. ศิลปะแขนงวิจิตรศิลปีที่สอดแทรกอยู่ในการแสดงโขน ที่เห็นได้เด่นชัดกว่าแขนง
อื่นๆ คือแขนงใด
ก. จิตรกรรม
ข. ดุริยางคศิลปิ
ค. ประติมากรรม
ง. สถาปัตยกรรม
7. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ในการแสดงโขน ตัวละครทุกตัวต้องสวมศีรษะโขนในการแสดง
ข. การแสดงโขน ตัวละครพูดเอง ร้องเอง
ค. การแสดงโขนแสดงได้ทั้งหมด 3 เรื่อง คือ รามเกียรติ์ อิเหนา อุณรุท
ง. การแสดงโขนสามารถนำวรรณคดีเรื่องใดมาแสดงก็ได้
8. ข้อใดคือประโยชน์ของนาฎศิลปีที่มิต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ก. เพื่อความบันเทิง
ข. เพื่อแสดงความเป็นสิริมงคล
ค. เพื่เป็นการแสดงความจงรักภักดี
ง. เพื่อไว้ร่วมแสดงประกอบพระราชธี และเป็นการประดับพระเกียรติยศ
9. ยุคทองของการแสดงโขน คือรัชกาลใด
ก. รัชกาลที่ 4
ข. รัชกาลที่ 6
ค. รัชกาลที่ 5
ง. รัชกาลที่ 2
10. สุนทรียภาพของนาฎศิลปีไทยรูปแบบใด ที่ผู้แสดงจะต้องมีทักษะการเคลื่อนไหว
ร่างกายได้ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณภาพ
ก. สุนทรียะทางดนตรี
ข. สุนทรียะจากลีลาท่ารำ
ค. สุนทรียะทางการขับร้อง
ง. สุนทรียะทางวรรณกรรม
ใบความรู้ที่ 1 6
เรื่อง ความมายของคำว่าโขน
โขนจัดเป็นนาฎกรรมที่มีความเป็นศิลปะเฉพาะของตนเอง ไม่ปรากฎชัดแน่นอนว่า
คำว่า "โขน" ปรากฎขึ้นในสมัยใด แต่มีการเอ่ยถึงในวรรณคดีไทย เรื่อง ลิลิตพระลอที่
กล่าวถึงโขนในงานแสดงมหรสพ ระหว่างงานพระศพของพระลอ พระเพื่อนและพระแพงว่า
"ขยายโรงโขนโรงรำ ทำระทาราวเทียน" โดยมีข้อสันนิษฐานว่าคำว่าโขนนั้นมีที่มาจากคำ
และความหมายในภาษาต่าง ดังนี้
คำว่า โขน ในกาษาเบงคาลี ซึ่งปรากฎคำว่า "โขละ" หรือ "โขล" (บางครั้งสะกดด้วย
ฬ เป็น คำว่า"โขพะ" หรือ "โขฬ") ที่เป็นชื่อเรียกของเครื่องดนตรีประเภทหนังชนิดหนึ่งของ
อินดู เสียง มีเสียงดังค่อนข้างมาก จัดเป็นเครื่องดนตรีที่ได้รับความนิยมในแคว้นเบงกอล
ประเทศ ลักษณะและรูปร่างคล้ายคลึงกับตะโพนของไทย ไม่มีขาตั้ง ทำด้วยดิน ไม่มีสาย
สำหรับถ่วง อินเดีย ใช้สำหรับประกอบการละเล่นชนิดหนึ่ง เรียกว่ายาตราหรือละครเร่
ที่คล้ายคลึงกับละคร ชาตรี โดยสันนิษฐานว่าเครื่องดนตรีชนิดนี้ เคยถูกนำมาใช้ประกอบ
การเล่นนาฎกรรมชนิดหนึ่งจึงเรียกว่าโขลตามชื่อของ
เครื่องดนตรี
คำว่า โขน ในกาษาอิหร่าน มีที่มาจากคำว่านูรัต ควาน หมายความถึงตุ๊กตาหรือหุ่น
ซึ่งใช้ สำหรับประกอบการแสดง โดยมีผู้ขับร้องและให้เสียงแทนตัวหุ่น เรียกว่าควานหรือ
โขน มี ความคล้ายคลึงกับผู้พากย์และผู้เจรจาของการแสดงโขนในปัจจุบัน
7
คำว่าโขนในภาษาเขมร เป็นการกล่าวถึงโขนในพจนาบุกรมกาษาเขมรซึ่ง
หมายความถึง ละคร แต่เขียนแทนว่าละโขน ที่หมายความถึงการแสดงมหรสพอย่างหนึ่ง
จากข้อสันนิษฐานต่าง ๆ ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าโขนเป็นคำมาจากภาษาใด
พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525 ระบุความหมายของโขนเอาไว้ว่า
"โขน หมายถึง การเล่นอย่างหนึ่งคล้ายละครรำ แต่เล่นเฉพาะในเรื่อง รามเกียรติ์
โดยผู้แสดงสวมหัวจำลองต่าง ๆ ที่เรียกว่า หัวโขน" หรือหมายความถึงไม้ใช้ต่อเสริมหัวเรือ
ท้ายเรือให้งอนเชิดขึ้นไปที่เรียกว่าโขนเรือ หรือใช้สำหรับเรียกเรือชนิดหนึ่งที่มีโขนว่าเรือโขน
เช่น เรือโขนขนาดใหญ่น้อยเหลือหลายในลิลิตพยุหยาตรา หรือหมายความถึงส่วนสุดทั้ง
สองข้างของรางระนาดหรือข้องวงใหญ่ที่มีลักษณะ งอนขึ้นว่าโขน
ใบความรู้ที่ 2 8
เรื่อง ความเป็นมาของโขน
โขน พัฒนามาจากการมาเล่นชันาคดึกดำบรรพ์ การแสดงหนังไหญ่ การแสดงกระบี่
กระบอง การแสดงโขนเป็นการแสดงที่คล้ายละคร แต่สวมศีรษะ ที่เรียกว่า "หัวโขน" โขน
แต่เดิมมีเฉพาะโขนหลวงประจำราชสำนัก พระมหากษัตริย์ทรงถือว่าโขนเป็นราชปโภค
ส่วนพระองค์ มีการฝึกหัดไว้แสดงเฉพาะงานพระราชพิธี
การแสดงโขนนิยมเรื่อยมาตั้งแต่สมัยอยุธยา สมัยธนบุรี จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์
ในสมัยรัชกาลที่ 6 โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งกรมมห
รสพขึ้นทรงปรับปรุงและทำนุบำรุงศิลปะทาง
โขน ทรงสนับสนุนศิลปินโขน พระราชทานบรรดาศักดิ์ให้จนมีคำเรียกโขนหลวงว่า
" โขนบรรดาศักดิ์ " คู่กับโขนเอกชน เรียกว่า " โขนเชลยศักดิ์ " และโปรดเกล้าฯ ให้ตั้ง
โรงเรียนฝึกหัดทางโขน ละคร ดนตรี และปี่พาทย์ในกรมมหรสพขึ้นเป็นครั้งแรก เรียกว่า
"โรงเรียนทหารกระบี่หลวง" ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็น " โรงเรียนพรานหลวง "
ใน พ.ศ. 2486 เมื่อพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จสวรรคต
โรงเรียนพรานหลวงต้องล้มเลิกไปพร้อมกับกรมมหรสพ ต่อมาสมัยรัชกาลที่ 7 รัฐได้โอน
กรมมหรสพมาไว้ในกระทรวงวัง ในพ.ศ. 2478 กรมมหรสพได้โอนเข้าสังกัดกรมศิลปากร
ทั้งนี้วิทยาลัยนาฎศิลปัสังกัดกรมศิลปากร ก็ได้บรรจุการ ฝึกหัดโขนเข้าไปไว้ในหลักสูตร
เพื่ออนุรักษ์และสืบสานการแสดงโขนให้คงอยู่ สืบไปอีกทางหนึ่ง
9
โขน เป็นจุดศูนย์รวมของศาสตร์และศิลป์หลากหลายแขนง เช่น ประติมากรรม
วรรณกรรม สถาปัตยกรรม จิตกรรม ดุริยางคศิลป์ โดยนำเอาวิธีเล่นและการ แต่งตัว
บางชนิดมาจากการเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ มีท่าทางการต่อสู้ที่โลดโผน ท่ารำ ท่าเต้น
เช่น ท่าปฐมในการไหว้ครูของกระบี่กระบอง รวมทั้งการนำศิลปะ การพากย์ การเจรจา
หน้าพาทย์และเพลงดนตรีเข้ามาประกอบการแสดง ในการ แสดงโขน ลักษณะสำคัญอยู่
ที่ผู้แสดงต้องสวมหัวโขน ซึ่งเป็นเครื่องสวมครอบ หุ้มตั้งแต่ศีรษะถึงคอ เจาะรูสองรู
บริวณดวงตาให้สามารถมองเห็นแสดงอารมณ์ผ่านทางการร่ายรำ สร้างตามลักษณะของ
ตัวละครนั้น ๆ เช่น ตัวยักษ์ ตัวลิง ตัวเทวดา ฯลฯ ตกแต่งด้วยสี ลงรักปิดทอง
ประดับกระจก บ้างก็เรียกว่า หน้าโขน
ในสมัยโบราณ ตัวพระและตัวเทวดาต่างสวมหัวโขนในการแสดง ต่อมาภายหลัง
มีการเปลี่ยนแปลงไม่ต้องสวมหัวโขน คงใช้ใบหน้าจริงเช่นเดียวกับ ละคร แต่งกายแบบ
เดียวกับละครใน เครื่องแต่งกายของตัวพระและตัวยักษ์ ในสมัยโบราณมักมีสองสีคือ
สีหนึ่งเป็นสีเสื้อ อีกสีหนึ่งเป็นสีแขน โดยสมมุติ แทนเกราะ เป็นลายหนุนประเภทลาย
พุ่ม หรือลายกระจังตาอ้อย ส่วนเครื่องแต่ง กายตัวลิงจะเป็นลายวงทักษิณาวรรต
โดยสมมุติเป็นขนของลิงหรือหมี ดำเนิน เรื่องด้วยการกล่าวคำนำเล่าเรื่องเป็นทำนอง
เรียกว่า พากย์ อย่างหนึ่งกับเจรจาเป็นทำนองอย่างหนึ่ง ใช้กาพย์ยานีและกาพย์ฉบัง
โดยมีผู้ให้เสียงแทนเรียกว่า ผู้พากย์และเจรจา มีต้นเสียงและลูกคู่ร้องบทให้
ใช้วงปี่พาทย์เครื่องห้าประกอบการแสดง นิยมแสดงเรื่องรามเกียรติ์ ปัจจุบันสถาบัน
บัณฑิตพัฒนศิลปิมีหน้าที่ หลักในการสืบทอดการฝึกหัดโขน และกรมศิลปากร มีหน้าที่
ในการจัดการแสดง
ใบความรู้ที่ 3 10
เรื่อง การกำเนิดโขน
สันนิษฐานว่าโขนพัฒนามาจากการละเล่น 3 อย่าง คือ
ชักนาคดึกดำบรรพ์ โขน กระบี่กระบอง
หนังใหญ่
11
การละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์
ชักนาคดึกดำบรรพ์ เป็นการเล่นแสดงตำนานการกวนเกษียรสมุทร
การละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์ปรากฎในกฎมณเทียรบาลสมัยกรุงศรีอยุธยา
รัชสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถให้เป็นส่วนหนึ่งของพระราชพิธีอิน
ทราภิเษก ลักษณะการแสดงจะแบ่งผู้แสดงเป็น 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายเทพ และ
ฝ่ายอสูร
ชักนาคดึกดำบรรพ์ ---> การแต่งกายและการแบ่งฝ่ายตัวละคร
12
การแสดงกระบี่กระบอง
กระบี่กระบอง การฝึกใช้อาวุธเพื่อป้องกันตัว หรือต่อสู้ด้วยอาวุธชนิด
ต่างๆ เช่น กระบี่กระบอง พลอง และหอก เป็นต้น รวมทั้งการฝึกใช้ เครื่อง
ป้องกันกำบัง เช่น โล่เขน และ ดั้ง เป็นต้น ผู้เรียนวิชากระบี่ กระบองจะ
ต้องฝึกฝนท่าทางต่างๆ ตามกระบวนเพลงอาวุธนั้นๆ จนเกิดทักษะความ
ชำนาญ เนื่องจากฉากสำคัญในการแสดงโขน เช่น
ฉากรบ จำเป็นต้องใช้ความคล่องแคล่วในการใช้อาวุธ
กระบี่กระบอง --> ท่าทางการตู้สู้และการใช้อาวุธ
13
การแสดงหนังใหญ่
การแสดงหนังใหญ่ เป็นมหรสพโบราณที่มีขนบจารีตพิธีกรรมใกล้เคียง
กับโขนซึ่งหนังกับโขนจะแสดงเรื่อง "รามเกียรติ์" เหมือนกันจารีตร่วมของ
หนังใหญ่และโขน คือ การบรรเลงเพลงหน้าพาทย์ประกอบการแสดงเพื่อใช้
บอกกิริยาอาการของตัวแสดง และจะมีผู้พากย์ เจรจาแทนตัว แสดง ท่าทาง
การแสดงจะใช้ท่าทางการเต้นโขน
การแสดงหนังใหญ่ --> ท่าทางการแสดงดนตรีที่ใช้ในการบรรเลงและการพากย์
เจรจา
14
กิจกรรมพัฒนาความคิด
การแสดงโขนได้รับรูปแบบการพากย์
การเจรจามาจากการแสดงชักนาค
ดึกดำบรรพ์ใช่หรือไม่ ?
การแสดงโขนได้รับรูปแบบการต่อสู้
และการใช้อาวุธมาจากการแสดงกระบี่
กระบองใช่หรือไม่ ?
Yes or No online
แบบทดสอบหลังเรียน 115
เรื่อง ความเป็นมาและความหมายของโขน
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 2
คำชี้แจง ให้นักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกที่สุดเพียงข้อเดียว
1.ข้อใดคือลักษณะของการแสดงโขน
ก. โขนเป็นศิลปะชั้นสูงมีความสง่างามอ่อนช้อยและอลังการ
ข. โขน เล่นกันเป็นหมู่มีตัวละครหลากหลายประเทศ
ค. โขนมีความสนุกสนาน รวดเร็ว และหลากหลาย
ง. โขนใช้เครื่องดนตรีสากลประกอบการเล่น
2. โขนได้พัฒนาการพากย์มาจากการแสดงประเภทใด
ก. การแสดงหนังใหญ่
ข. การแสดงกระบี่กระบอง
ค. การแสดงหนังตะลุง
ง. การละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์
3. โขนได้พัฒนาการแบ่งฝ่ายตัวละคร มาจากการแสดงประเภทใด
ก. การแสดงหนังใหญ่
ข. การแสดงกระบี่กระบอง
ค. การแสดงหนังตะลุง
ง. การละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์
4. โขนได้พัฒนาการการต่สู้มาจากการแสดงประเภทได
ก. การแสดงหนังใหญ่
ข. การแสดงกระบี่กระบอง
ค. การแสดงหนังตะลุง
ง. การละเล่นชักนาคดึกดำบรรพ์
5. การแสดงนาฎศิลไทยประเภทโขน เกิดขึ้นในสมัยใด
ก. สมัยสุโขทัย
ข. สมัยธนบุรี
ค. สมัยอยุธยา
ง. สมัยรัตนโกสินทร์
16
6. ศิลปะแขนงวิจิตรศิลปีที่สอดแทรกอยู่ในการแสดงโขน ที่เห็นได้เด่นชัดกว่าแขนง
อื่นๆ คือแขนงใด
ก. จิตรกรรม
ข. ดุริยางคศิลปิ
ค. ประติมากรรม
ง. สถาปัตยกรรม
7. ข้อใดกล่าวถูกต้อง
ก. ในการแสดงโขน ตัวละครทุกตัวต้องสวมศีรษะโขนในการแสดง
ข. การแสดงโขน ตัวละครพูดเอง ร้องเอง
ค. การแสดงโขนแสดงได้ทั้งหมด 3 เรื่อง คือ รามเกียรติ์ อิเหนา อุณรุท
ง. การแสดงโขนสามารถนำวรรณคดีเรื่องใดมาแสดงก็ได้
8. ข้อใดคือประโยชน์ของนาฎศิลปีที่มิต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ก. เพื่อความบันเทิง
ข. เพื่อแสดงความเป็นสิริมงคล
ค. เพื่เป็นการแสดงความจงรักภักดี
ง. เพื่อไว้ร่วมแสดงประกอบพระราชธี และเป็นการประดับพระเกียรติยศ
9. ยุคทองของการแสดงโขน คือรัชกาลใด
ก. รัชกาลที่ 4
ข. รัชกาลที่ 6
ค. รัชกาลที่ 5
ง. รัชกาลที่ 2
10. สุนทรียภาพของนาฎศิลปีไทยรูปแบบใด ที่ผู้แสดงจะต้องมีทักษะการเคลื่อนไหว
ร่างกายได้ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณภาพ
ก. สุนทรียะทางดนตรี
ข. สุนทรียะจากลีลาท่ารำ
ค. สุนทรียะทางการขับร้อง
ง. สุนทรียะทางวรรณกรรม
17
ภาคผนวก
เฉลยแบบทดสอบ 18
เรื่อง ความเป็นมา ความหมายของโขน
1. ก 6. ก
2. ก 7. ค
3. ง 8. ง
4. ข 9. ง
5. ค 10.ข
19
การวัดและการประเมินผล
เกณฑ์การประเมินทำแบบ ระดับคุ
ณภาพ ความ
หมาย
4
ดีม
าก
ทดสอบ 3
ดี
ตอบถูก
10 ข้อ 2
พอ
ใช้
ตอบถูก
8-9 ข้อ 1
ปรับ
ปรุง
ตอบถูก
9-7 ข้อ
ตอบถูก
0-5 ข้อ
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5