วิธกี ารแจ้งเตอื นภยั แบ่งเป็น 2 วิธี ดังน้ี
1. แจ้งเตือนประชาชนโดยตรง โดยผ่านทางสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุกระจายเสียง วิทยุสมัครเล่น โทรสาร
โทรศัพทม์ อื ถือ หอกระจายขา่ ว เสียงตามสาย ไซเรนเตอื นภยั แบบมอื หมนุ
2. แจง้ เตือนผ่านหนว่ ยงาน ส่วนราชการภายในจงั หวัด อำเภอ และองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ ในเขตพ้นื ที่
๔.๓.๑ ระดับของการแจ้งเตอื นภยั มีรายละเอียด ดังนี้
(1) การแจ้งเตือนภัยระดับจังหวัด เป็นการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ผ่านระบบเครอื ข่ายและระบบส่ือสาร
และส่ือประชาสัมพันธท์ างราชการและเอกชน เชน่ สถานีวทิ ยกุ ระจายเสยี ง ข่ายวทิ ยสุ ือ่ สาร โทรสาร
(2) การแจ้งเตือนภัยระดับอำเภอ เป็นการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ผ่านระบบเครือข่ายและระบบส่ือสาร
และส่อื ประชาสัมพนั ธ์ทางราชการและเอกชน เชน่ สถานีวทิ ยุกระจายเสยี งชมุ ชน ข่ายวิทยสุ ื่อสาร โทรสาร
(3) การแจ้งเตือนภัยระดับตำบล/หมู่บ้าน เป็นการแจ้งเตือนภัยล่วงหน้า ให้อาสาสมัครป้องกันภัย
ฝ่ายพลเรือน (อปพร.) มิสเตอร์เตือนภัยประจำชุมชน และเครือข่ายเฝ้าระวัง แจ้งเตือนภัยในระดับตำบล/หมู่บ้าน
โดยใช้ระบบส่ือสารและส่ือประชาสัมพันธ์ในการแจ้งเตือนภัย เช่น เสียงตามสาย หอกระจายข่าว สถานีวิทยุกระจายเสียง
ชุมชน ไซเรนเตอื นภยั แบบมอื หมุน หรอื สัญญาณเสียงท่กี ำหนดใชเ้ ปน็ สญั ญาณเตือนภยั ประจำหมู่บ้าน
๔.๓.๒ กระบวนการแจ้งเตอื นภยั มรี ายละเอียด ดงั น้ี
(1) การเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ เป็นการติดตามข้อมูลความเคล่ือนไหวของเหตุการณ์ท่ีอาจส่งผล
ให้เกิดสาธารณภัย รวมท้ังทำหน้าที่เฝ้าระวัง ให้ข้อมูลและข่าวสารแก่ประชาชน โดยมีส่วนราชการและหน่วยงาน
ท่ีเกี่ยวข้อง ท่ีมีความรู้และเครื่องมือทางเทคนิค เช่น สถานีอุตุนิยมวิทยากาญจนบุรี โครงการชลประทานกาญจนบุรี
สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด
กาญจนบุรี มีหน้าที่เฝ้าระวัง และติดตามสถานการณ์ปฏิบัติงานตลอด 24 ช่ัวโมง โดยให้หน่วยงานบริษัท ทีโอที จำกัด
สาขากาญจนบุรี เป็นหน่วยจัดวางระบบสื่อสาร รวมทั้งให้ทุกภาคส่วนท่ีเกี่ยวข้องจัดเตรียมจัดหาอุปกรณ์และเคร่ืองมือ
สื่อสารสำหรับเชื่อมกับระบบสื่อสารให้เพียงพอและใช้การได้ตลอดเวลา โดยให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยจงั หวดั กาญจนบรุ ี วเิ คราะหแ์ ละประเมินสถานการณ์ เพื่อตดั สินใจในการเตรยี มรบั มอื กบั สาธารณภัย
(2) การแจง้ เตือนล่วงหน้า เป็นการแจ้งข้อมลู ข่าวสารท่ีบง่ ช้วี า่ มีแนวโน้มท่ีจะเกิดสาธารณภัยขนึ้ ในพ้นื ที่
ที่มีความเส่ียงภัยไปยังส่วนราชการ หน่วยงาน และกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับ และ
ประชาชน เพื่อให้ติดตามข้อมูลข่าวสารและความเคล่ือนไหวอย่างต่อเน่ือง ท้ังนี้ ระยะเวลาสำหรับการแจ้งเตือนล่วงหน้า
ข้ึนอยู่กับสาธารณภัยแต่ละประเภท โดยปกติควรมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าก่อนเกิดสาธารณภัยไม่น้อยกว่า 120 ช่ัวโมง
ให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวดั กาญจนบรุ ี สถานีอุตุนยิ มวิทยาจังหวัดกาญจนบุรี โครงการชลประทาน
กาญจนบุรี เป็นหน่วยประสานงานร่วมกับ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดกาญจนบุรี ในการจัดวางแนวทาง มาตรการ
และขั้นตอนการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานท่ีมีหน้าที่ในการเฝ้าระวัง ติดตามสถานการณ์ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ และ
แจกจ่ายข้อมูลข่าวสาร เพ่ือให้การแจ้งเตือนล่วงหน้าที่มีมาตรฐานเป็นรูปแบบเดียวกัน ซ่ึงสะดวกต่อการรับทราบและ
ทำความเข้าใจกบั ข้อมลู ท่ีไดร้ ับ
(3) การแจ้งเตือนภัย เป็นการยืนยันข้อมูลว่ามีโอกาสเกิดสาธารณภัยมากกว่าร้อยละ 60 และเป็นการ
แจง้ แนวทางปฏบิ ัติใหก้ ับส่วนราชการ หนว่ ยงาน กองอำนวยการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั แตล่ ะระดบั และประชาชน
ในพื้นท่ีเสี่ยงภัย เพ่ือให้เตรียมความพร้อมรับมือกับสาธารณภัยท่ีจะเกิดขึ้น โดยให้มีการแจ้งเตือนภัยไม่น้อยกว่า
72 ชว่ั โมงก่อนเกดิ ภยั และมีข้อมูลการแจ้งเตือนภัย ได้แก่
- คาดการณ์ระยะเวลา และบริเวณพืน้ ทที่ ีจ่ ะเกดิ สาธารณภยั
- ผลกระทบทอ่ี าจเกิดขนึ้ และความยาวนานของภยั (ระยะเวลา)
- แนวทางการปฏิบัตติ นของส่วนราชการ หนว่ ยงาน และประชาชน
- การเตรียมความพรอ้ มรับมือ เชน่ อาหาร นา้ํ ดม่ื ยารกั ษาโรค เปน็ ตน้
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบรุ ี หนา้ ๔๒
ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับ รายงานผลการปฏิบัติ ให้กองอำนวยการป้องกัน
และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดทราบภายใน 24 ช่ัวโมง นับต้ังแต่ได้รับแจ้งการเตือนภัย เพื่อเป็นการยืนยันการสื่อสาร
สองทาง (Two - way Communication)
กรมอตุ นุ ิยมวทิ ยา ข้อมลู ทาง internet เขอ่ื นเจ้าพระยา
ข้อมลู แจ้งเตือน หนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
ระชาสัมพนั ธ์
กำนัน
ผใู้ หญบ่ า้ น
เทศบาล/ อบ
ตำบล
(๔) ระบบการแจง้ เตอื นภยั ลว่ งหน้า (Early Warning System) มกี ารแบ่งระดับการแจง้ เตอื นภัย ดังนี้
สีแดง หมายถึง สถานการณ์อยู่ในภาวะอันตรายสงู สุด ใหอ้ าศัยอยใู่ นสถานที่ปลอดภัย
และปฏิบัตติ ามขอ้ ส่งั การ
สสี ้ม หมายถึง สถานการณ์อยู่ในภาวะเส่ียงอันตรายสูง เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการ
ควบคุมสถานการณ์
สเี หลอื ง หมายถึง สถานการณ์อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตราย มีแนวโน้มที่สถานการณ์
จะรนุ แรงมากขึ้น
สนี ้ำเงนิ หมายถงึ สถานการณ์อยู่ในภาวะเฝา้ ระวงั ใหต้ ิดตามข้อมลู ข่าวสาร
สเี ขียว หมายถึง สถานการณ์อยใู่ นภาวะปกติ ใหต้ ดิ ตามข้อมลู ข่าวสารเป็นประจำ
(๕) การรับมือและการอพยพ กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอทุกอำเภอ และกองอำนวยการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยเทศบาล องค์การบริหารสว่ นตำบลทกุ แห่งในเขตพนื้ ทจ่ี งั หวัดกาญจนบรุ ี พิจารณากำหนดแนวทางและ
ข้ันตอนการปฏิบัติสำหรับส่วนราชการ หน่วยงานและองค์กรเอกชน ในการรับมือกับสาธารณภัยที่เกิดขึ้น รวมถึง
การจัดทำแผนอพยพและการฝึกอพยพ โดยมีศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 2 สุพรรณบุรี องค์การ
บริหารส่วนจงั หวัดกาญจนบุรี เป็นหน่วยงานสนับสนนุ ทรัพยากรเครือ่ งมือพเิ ศษ ทงั้ น้ี หากเกนิ ศักยภาพที่จะรับมือ
กับสถานการณไ์ ด้ ให้รายงานกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบทันที
สำนกั งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั กาญจนบรุ ี หนา้ ๔๓
บทท่ี 5
การจัดการในภาวะฉุกเฉนิ
การจัดการในภาวะฉุกเฉิน เป็นการปฏิบัติการเพ่ือลดความรุนแรงของสาธารณภัย รวมทั้งการรักษาขวัญ
สร้างความม่ันใจ และปฏิบัติหน้าท่ีอย่างเป็นระเบียบของเจ้าหน้าท่ีและประชาชน โดยให้ยึดถือว่าการรักษาชีวิต
และทรัพย์สินของประชาชนเป็นเรื่องเร่งด่วนลำดับแรกท่ีจะต้องเร่งเข้าระงับและให้ความช่วยเหลือ ดังน้ัน
ในภาวะปกติ จึงต้องมีการเตรียมความพร้อมไว้ เพ่ือให้สามารถเผชิญกับเหตุสาธารณภัยที่เกิดขึ้นได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ รวดเร็ว และทันต่อเหตุการณ์ ทั้งนี้ การจัดการในภาวะฉุกเฉินแต่ละระดับได้มอบหมายให้ผู้ที่มี
อำนาจหน้าที่ในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
พ.ศ. 2550 เปน็ ผูร้ บั ผิดชอบแตล่ ะระดับของการจดั การสาธารณภยั
5.1 การปฏบิ ตั ใิ นการจัดการเมอ่ื เกิดสาธารณภัย
(1) แนวทางปฏิบตั ใิ นการจัดการเมอื่ เกดิ สาธารณภยั
(1.1) ในเขตจังหวัด อำเภอ และองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ให้ดำเนนิ การดังน้ี
(1.1.1) เม่ือเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยข้ึนในเขตองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน แห่งพ้ืนท่ใี ด
ให้เป็นหน้าที่ของผู้อำนวยการท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งพ้ืนท่ีนั้น เข้าดำเนินการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัยโดยเร็ว และใหแ้ จ้งผู้อำนวยการอำเภอที่รับผิดชอบในเขตพ้ืนที่ และผู้อำนวยการจังหวัดทราบ
ทนั ที
(1.1.2) กรณีที่พื้นท่ีที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยอยู่ในความรับผิดชอบของผู้อำนวยการ
ท้องถิ่นหลายคน ผู้อำนวยการท้องถิ่นคนหน่ึงคนใด จะใช้อำนาจหรือปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อนก็ได้ แล้วให้แจ้ง
ผู้อำนวยการทอ้ งถ่นิ อื่นทราบโดยเร็ว
(1.1.3) กรณีผู้อำนวยการท้องถิ่นมีความจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าท่ีของรัฐ
หรือหน่วยงานของรฐั ที่อยู่นอกเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแห่งพ้ืนท่ีของตน ให้แจ้งให้ผู้อำนวยการอำเภอ
หรอื ผู้อำนวยการจังหวัดแลว้ แตก่ รณี เพ่อื สงั่ การโดยเร็วตอ่ ไป
(1.1.4) ผู้อำนวยการในเขตพ้ืนท่ีท่ีติดต่อหรือใกล้เคียงมีหน้าที่สนับสนุนการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยแก่ผู้อำนวยการ ซึ่งรับผิดชอบในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท่ีเกิดข้ึนในพ้ืนท่ีติดต่อหรือ
ใกลเ้ คยี งนัน้
(1.1.5) เม่ือเกดิ สาธารณภยั ข้นึ เจ้าพนกั งานทีป่ ระสบเหตุมีหนา้ ท่ีตอ้ งเข้าดำเนินการเบื้องต้นเพ่ือ
ระงับภัยน้ัน แล้วรีบรายงานให้ผู้อำนวยการท้องถ่ินเพ่ือสั่งการต่อไป และในกรณีจำเป็นอันไม่อาจหลีกเล่ียงได้
ให้เจ้าพนกั งานมอี ำนาจดำเนนิ การใดเพ่อื ประโยชน์ในการคุ้มครองชีวติ หรอื ป้องกันอนั ตรายทจี่ ะเกดิ แก่บุคคลได้
(1.1.6) กรณีเจ้าพนักงานจำเป็นต้องเข้าไปในอาคาร หรือสถานท่ีที่อยู่ใกล้เคียงกับบริเวณที่
เกิดสาธารณภัยเพ่ือทำการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ให้กระทำได้ต่อเม่ือได้รับอนุญาตจากเจ้าของ
หรอื ผคู้ รอบครองอาคารหรอื สถานที่แล้ว เวน้ แตไ่ ม่มเี จา้ ของหรอื ผู้ครอบครองอย่ใู นเวลาน้ัน หรือเมือ่ มีผ้อู ำนวยการ
อยู่ด้วย และหากทรัพย์สินน้ันเป็นสิ่งท่ีทำให้เกิดสาธารณภัยได้ง่าย ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองขนย้ายทรัพย์สินออกจากอาคารหรือสถานที่ดังกล่าวได้ หากเจ้าของหรือ ผู้ครอบครองไม่ปฏิบัติตาม
คำสั่ง ให้เจ้าพนักงานมีอำนาจขนย้ายทรัพย์สินน้ันได้ตามความจำเป็นแก่การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
โดยเจ้าพนักงานไมต่ ้องรับผิดชอบบรรดาความเสียหายอนั เกดิ จากการกระทำดังกลา่ ว
(1.1.๗ ) ใน กรณี ที่ เกิดสาธารณ ภั ยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) น ายกรัฐม น ตรีห รือ
รองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายมีอำนาจสั่งการผู้บัญชาการ ผู้อำนวยการ หน่วยงานของรัฐ และ
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้ดำเนินการอย่างหน่ึงอย่างใดเพื่อการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รวมตลอดทั้ง
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั กาญจนบุรี หน้า ๔๔
ให้ความช่วยเหลอื แกป่ ระชาชน โดยมีอำนาจเช่นเดยี วกับผบู้ ัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาตแิ ละ
ผอู้ ำนวยการแตล่ ะระดับ
5.2 การจัดตั้งองค์กรปฏบิ ตั ใิ นการจัดการในภาวะฉุกเฉนิ
เม่ือเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยข้ึน กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด จะจัดต้ัง
องค์กรปฏบิ ตั ิเพ่ือรับผิดชอบในการจดั การสาธารณภยั ในพ้นื ท่ี วางแผนและบูรณาการหนว่ ยงานต่าง ๆ ในพ้ืนท่ใี หม้ ี
ส่วนร่วมในการปฏิบัตงิ านร่วมกนั และรับมอื กบั เหตสุ าธารณภยั ทเ่ี กิดขึน้
แผนภาพที่ 5.1 องค์กรปฏิบัตใิ นการจดั การในภาวะฉุกเฉนิ
5.2.1 การจดั การสาธารณภยั ระดบั 1
(1) ศูนย์ปฏิบัติการฉุกเฉินองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ศปก.อปท.) เมื่อเกิดหรือคาดว่าจะเกิด
สาธารณภัยขึ้น ให้กองอำนวยการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยเทศบาลและองค์การบริหารส่วนตำบลทุกแห่งในพ้ืนท่ี
จังหวัดกาญจนบุรี จัดตัง้ ศนู ย์ปฏิบตั กิ ารฉกุ เฉินองค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ ในเขตพน้ื ท่ี เพื่อเป็นศูนย์ประสานกับ
ส่วนราชการและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในพื้นท่ีที่รับผิดชอบ และประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการจัดการสา
ธารณภยั ทุกขนั้ ตอน ควบคุมและสง่ั การจนกว่าสถานการณ์จะกลบั เข้าสู่ภาวะปกติ
กรณีไม่สามารถควบคุมสถานการณ์สาธารณภัยตามขีดความสามารถโดยลำพังให้ขอรับ
การสนับสนุนจากกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตพ้ืนท่ีติดต่อหรือใกล้เคียง และหรือ
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั อำเภอ
(2) ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์อำเภอ (ศบก.อ.) เม่ือเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยขึ้น ให้กอง
อำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอทุกอำเภอ ในเขตพื้นท่ีจังหวัดกาญจนบุรี จัดต้ังศูนย์บัญชาการ
เหตุการณ์อำเภอ ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการระดมสรรพกำลังและทรัพยากรในการจัดการสาธารณภัยท่ีเกิดขึ้น
รวมท้ังอำนวยการและประสานการปฏิบัติ ระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ท้ังฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร ตลอดจน
องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ และองค์การสาธารณกุศลในพ้นื ทีท่ ่รี ับผดิ ชอบได้อย่างมเี อกภาพ รวดเรว็ และท่ัวถึง
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบรุ ี หน้า ๔๕
ศูนยบ์ ญั ชาการเหตกุ ารณ์อำเภอ
ผอู้ ำนวยการอำเภอ
(นายอำเภอ)
ท่ปี รกึ ษา/ผูเ้ ช่ียวชาญ
ศนู ยข์ ้อมูลประชาสัมพนั ธร์ ว่ ม ศนู ยป์ ระสานการปฏิบัติ
สว่ นปฏิบัตกิ าร สว่ นอำนวยการ ส่วนสนบั สนุน
หมายเหตุ : โครงสร้างศนู ยบ์ ญั ชาการเหตุการณ์อำเภอสามารถปรบั ได้ตามความเหมาะสมกบั สถานการณ์ โดยยดึ
หลกั มาตรฐาน เอกภาพในการจดั การ และความยดื หย่นุ ของโครงสร้างองคก์ รการจดั การในภาวะฉุกเฉนิ
แผนภาพท่ี 5.2 : โครงสรา้ งศนู ยบ์ ญั ชาการเหตุการณ์อำเภอ
๕.๒.2 การจัดการสาธารณภยั เปน็ ระดับ 2
จังหวัดกาญจนบุรีมีการจัดต้ังองค์กรปฏิบัติในการจัดการสาธารณภัยในภาวะฉุกเฉินในเขตพ้ืนท่ี
ดังนี้
(1) ศนู ย์บัญชาการเหตุการณจ์ งั หวัด (ศบก.จ.)
เม่ือเกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยขึ้น ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
จังหวัดกาญจนบุรี จัดตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด เพ่ือเป็นศูนย์กลางในการระดมสรรพกำลังและ
ทรัพยากรในการจัดการสาธารณภัยจากส่วนราชการและหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง เพ่ือสนับสนุนให้แก่กองอำนวยการ
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับพื้นที่ รวมท้ังอำนวยการและประสานการเผชิญเหตุระหว่างหน่วยงาน
ต่าง ๆ ทั้งฝ่ายพลเรือนและฝ่ายทหาร ตลอดจน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินและองค์การสาธารณกุศลในพ้ืนที่ที่
รบั ผิดชอบไดอ้ ย่างมเี อกภาพและประสทิ ธิภาพ
กรณี เมื่อมีการยกระดับเปน็ การจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดบั 3) หรอื การจัดการสาธารณภยั ร้ายแรงอย่างยิ่ง
(ระดับ 4)
(2) ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าจังหวัดกาญจนบุรี เมื่อผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยแห่งชาติ หรือนายกรัฐมนตรีตัดสินใจยกระดับการจัดการสาธารณภัยของจังหวัดกาญจนบุรีเป็นการ
จัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) หรือการจัดการสาธารณภัยร้ายแรงอย่างย่ิง (ระดับ 4) ให้ศูนย์บัญชาการ
เหตุการณ์จังหวัดกาญจนบุรี (ศบก.กจ.) แปรสภาพ เป็นศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าจังหวัดกาญจนบุรี
ของกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ให้มีหน้าที่ปฏิบัติงานตามการบัญชาการ
จากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ โดยรับผิดชอบอำนวยการ ควบคุม ปฏิบัติงาน และ
ประสานการปฏิบัติเกยี่ วกบั การป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตพ้ืนท่ีจังหวัด พรอ้ มท้ัง เป็นศูนย์กลางในการ
ระดมสรรพกำลังและทรัพยากรเพื่อการจัดการสาธารณภัย และประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งฝ่าย
พลเรือนและฝ่ายทหารตลอดจนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ และองค์การสาธารณกุศลในพ้ืนท่ที ร่ี บั ผิดชอบ
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดกาญจนบุรี หนา้ ๔๖
ท้ังน้ี โครงสร้างศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด/ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าจังหวัด
ตามแผนภาพ 5.3
กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ ส่งั การ
ศนู ยบ์ ญั ชาการเหตกุ ารณ์สว่ นหน้าจังหวดั กาญจนบรุ ี
(กรณยี กระดบั การจัดการสาธารณภัยเปน็ ระดับ 3-4)
ศูนย์บัญชาการเหตุการณจ์ งั หวัดกาญจนบรุ ี แปรสภาพ เม่อื ผบปภ.ช./นรม.
ตัดสนิ ใจยกระดับการจดั การ
(การจดั การสาธารณภยั ระดับ 2) สาธารณภัยเป็นระดับ 3 หรือ
ระดบั 4
ผวู้ า่ ราชการจังหวัดกาญจนบุรี
(ผู้อำนวยการจังหวดั )
ทป่ี รึกษา/ผเู้ ช่ียวชาญ
ศนู ย์ขอ้ มูลประชาสัมพันธร์ ่วม ศูนยป์ ระสานการปฏิบัติ
(ท่ีทำการปกครองจงั หวัด )
(สำนักงานประชาสมั พันธจ์ ังหวัด)
ส่วนปฏบิ ตั กิ าร สว่ นอำนวยการ สว่ นสนบั สนนุ
- งานการกชู้ พี - งานวิเคราะหส์ ถานการณ์ - งานสือ่ สาร
- งานการกภู้ ัย และตดิ ตามสถานการณ์ - งานเสบียง
- งานความปลอดภยั ในชวี ิต - งานแจ้งเตือนภยั - งานศนู ย์พักพงิ ช่ัวคราว
และทรัพยส์ นิ - งานธุรการ/เลขานกุ าร - งานรกั ษาพยาบาล
- งานโครงสรา้ งพน้ื ฐาน - งานวางแผน - งานรับบริจาค
(ถนน สะพาน) - งานประสานขอ้ มลู - งานการเงนิ บัญชี
- งานการขนส่ง - งานจติ อาสา - งานสาธารณปู โภค ไฟฟา้ ประปา
- งานอุตสาหกรรม สารเคมี - งานพลงั งาน
วัตถุอันตราย - งานการฟนื้ ฟแู ละชุมชน
- หนว่ ยทหารในพืน้ ท่ี - งานระเบยี บ กฎหมาย
- งานจติ อาสา - งานจิตอาสา
หมายเหตุ : โครงสรา้ งศนู ย์บญั ชาการเหตกุ ารณจ์ ังหวัดสามารถปรับไดต้ ามความเหมาะสมกบั สถานการณ์ โดยยดึ
หลกั มาตรฐาน เอกภาพในการจดั การ และความยดื หยุ่นของโครงสร้างองคก์ รการจดั การในภาวะฉุกเฉิน
แผนภาพท่ี 5.3 : โครงสร้างศูนย์บัญชาการเหตุการณจ์ งั หวัดกาญจนบุรี (ศบก.กจ.)
(การจดั การสาธารณภยั เปน็ ระดบั 2)/ ศูนยบ์ ัญชาการเหตกุ ารณ์ส่วนหนา้ จังหวดั กาญจนบุรี
(การจดั การสาธารณภยั เป็นระดบั 3-4)
สำนกั งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั กาญจนบรุ ี หนา้ ๔๗
๕.๒.3 การจัดการสาธารณภยั เป็นระดบั 3-4
(1) กองอำนวยการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) กรณีการจดั การสาธารณภัย
ขนาดเล็ก (ระดับ 1) และการจัดการสาธารณภัยขนาดกลาง (ระดับ 2) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยกลาง รับผิดชอบในการอำนวยการ และบูรณาการ ประสานการปฏิบัติ ดังน้ี
(1.1) ภาวะใกลเ้ กิดภัย
เตรียมการเผชิญเหตุ ติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์ รวมถึงวิเคราะห์ข้อมูลที่เก่ียวข้อง
ประเมินสถานการณ์ และแจ้งเตือนภัยพร้อมท้ัง รายงานและเสนอความเห็นต่อผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยแห่งชาตหิ รอื นายกรัฐมนตรีตามแต่ระดับการจัดการสาธารณภยั เพ่ือตัดสินใจในการรับมอื กับสาธารณภัยท่ีจะ
เกิดขึน้ โดยเรยี กหนว่ ยงานทีเ่ กีย่ วขอ้ งเพื่อเป็นการประกอบกำลงั เร่ิมปฏบิ ัติการ
(1.2) ภาวะเกดิ ภยั
(1.2.1) อำนวยการ ประสานการปฏิบัติ ประเมนิ สถานการณ์ และสนบั สนนุ กองอำนวยการ
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแต่ละระดับ รวมท้ังติดตาม เฝ้าระวังสถานการณ์ วิเคราะห์ประเมินสถานการณ์
รายงานสถานการณแ์ ละแจ้งเตือนภยั
(1.2.2) รายงาน และเสนอความคิดเห็นต่อผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
แห่งชาติ เพื่อตัดสินใจยกระดับในกรณีการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) และนายกรัฐมนตรีหรือ
รองนายกรฐั มนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย ในกรณกี ารจดั การสาธารณภัยร้ายแรงอยา่ งย่ิง (ระดับ 4)
กรณีการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) และการจัดการสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4)
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง ทำหน้าที่เป็นส่วนหน่ึงในศูนย์ประสานการปฏิบัติของกองบัญชาการ
ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ
๕.2.4 กองบัญชาการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแหง่ ชาติ (บกปภ.ช.)
กรณีการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) และการจัดการสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4)
กองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติรบั ผิดชอบบังคับบัญชา อำนวยการ วินิจฉัยสั่งการ ควบคุม
และประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการจัดการสาธารณภัย พร้อมทั้งทำหน้าท่ีบังคับบัญชา อำนวยการ
ควบคมุ กำกบั ดแู ลและประสานการปฏบิ ตั ิการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยของกองอำนวยการปอ้ งกันและบรรเทา
สาธารณภยั แต่ละระดับ
ศนู ยบ์ ญั ชาการเหตกุ ารณจ์ ังหวดั กาญจนบรุ ี/อำเภอ มีโครงสรา้ งและองค์ประกอบ ดังนี้
(1) คณะที่ปรึกษา/ผู้เช่ียวชาญ มีหน้าท่ีให้ข้อเสนอแนะ คำแนะนำ ข้อมูลทางวิชาการ การสังเคราะห์
แนวโน้มสถานการณ์ และเทคนิคการปฏิบัติที่เก่ียวข้องกับเหตุการณ์สาธารณภัยท่ีเกิดขึ้น โดยให้คำนึงถึง
ความปลอดภัยในการปฏิบัติงานเป็นสำคัญ พร้อมทั้งปฏิบัติหน้าท่ีอื่นใดตามที่ผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยแห่งชาติ/ผู้อำนวยการเห็นสมควร ท้ังน้ี จำนวนของคณะท่ีปรึกษา/ผู้เชี่ยวชาญให้เป็นไปตามที่
เหน็ สมควร
(2) ศูนย์ข้อมูลประชาสัมพันธ์ร่วม มีหน้าท่ีประสานข้อมูลเหตุการณ์กับส่วนต่าง ๆ เพื่อสื่อสารและ
ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้กับประชาชน และส่ือมวลชนรวมท้ังปฏิบัติการทางจิตวิทยามวลชน โดยให้
สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัด เป็นหน่วยงานหลัก ในการจัดทำขอบเขตแผนงาน ภารกิจและโครงสร้างภายใน
ศูนย์ฯ และมีหน่วยงานสนับสนุน ได้แก่ สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 8 กาญจนบุรี, สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่ง
ประเทศไทยจงั หวดั กาญจนบุรี และสถานีวิทยุแห่งประเทศไทยจงั หวดั กาญจนบรุ ี
(3) ศูนย์ประสานการปฏิบัติ มีหน้าท่ีประสานงานกับหน่วยงานภาคเอกชนและภาคประชาสังคมด้านกฎหมาย
ธรุ การและกำลังพล ท้ังนี้ ในกรณีการจัดการสาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) ใหป้ ระสานงานด้านกิจการต่างประเทศ
โดยให้ที่ทำการปกครองจังหวัด เป็นหน่วยงานหลักร่วมกันจัดทำขอบเขต แผนงาน ภารกิจและโครงสร้างภายใน
สำนักงานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั กาญจนบุรี หน้า ๔๘
ของศูนย์ฯ ท้ังนี้ ให้ท่ีทำการปกครองจังหวัด กองอำนวยการรักษาความมั่งคงภายในจังหวัด และหน่วยงานท่ีมีภารกิจ
ทเ่ี กยี่ วข้องเขา้ ร่วมปฏบิ ตั หิ นา้ ทด่ี ้วย
(4) ส่วนปฏิบัติการ มีหน้าที่ปฏิบัติการลดอันตรายท่ีเกิดข้ึนโดยเร็ว โดยรักษาชีวิตและปกป้องทรัพย์สิน
เข้าควบคุมสถานการณ์ ฟื้นฟูสู่สภาวะปกติ ดับเพลิง ค้นหาและกู้ภัย สารเคมีและวัตถุอันตราย บริการการแพทย์
และสาธารณสุข การคมนาคม รักษาความสงบเรียบร้อย ประสานทรัพยากร และทางทหาร โดยให้กองพล
ทหารราบท่ี 9 มณฑลทหารบกที่ 17 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา หน่วยพัฒนาการเคล่ือนท่ี 11 ตำรวจภูธร
จังหวัด สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด แขวงทางหลวง แขวงทางหลวงชนบท สำนักงานขนส่งจังหวัด สำนักงาน
อุตสาหกรรมจังหวัด โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ศูนย์
อำนวยการจิตอาสาจังหวดั มูลนิธกิ ู้ภัยภายในจังหวดั กาญจนบุรี หน่วยงานที่มหี น้าที่ดังกล่าวร่วมกนั จัดทำขอบเขต
แผนงานภารกจิ และโครงสรา้ งภายใน
(5) ส่วนอำนวยการ มีหน้าท่ีติดตามสถานการณ์ วิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์ แจ้งเตือนภัย รวบรวม
ประสานข้อมูล และประเมินความต้องการและความจำเป็นในการสนับสนุนทรัพยากรในภาวะฉุกเฉิน รวมถึง
จัดเตรียมเอกสาร และวางแผนเผชิญเหตุโดยใช้ข้อมูลท่ีได้รับจากส่วนปฏิบัติการ เป็นฐานดำเนินการ ท้ังน้ี
ให้สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานจังหวัด สำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
จังหวัด สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัด โครงการชลประทานจังหวัด สำนักงานสถิติจังหวัด ศูนย์อำนวยการจิตอาสา
จังหวัด หรือหน่วยงานตามท่ีผู้อำนวยการมอบหมาย เป็นผู้รับผิดชอบหลักในการจัดทำขอบเขตแผนงานภารกิจ
และโครงสร้างภายในของส่วนฯ พร้อมท้ัง ให้การสนับสนนุ สถานท่ีปฏิบตั ิงานแกก่ องบัญชาการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภยั แห่งชาติ/ศนู ยบ์ ัญชาการเหตุการณจ์ งั หวดั
(6) ส่วนสนับสนนุ มีหนา้ ท่ดี งั น้ี
6.1 ตอบสนองการร้องขอรับการสนับสนุนในทุก ๆ ด้านที่จำเป็น เพื่อให้การจัดการในภาวะฉุกเฉิน
ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ได้แก่ ด้านการสื่อสารโทรคมนาคม ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ
ด้านพลังงาน ด้านการเกษตร ด้านทรัพยากรธรรมชาติส่ิงแวดล้อมและวัฒนธรรม ด้านสาธารณูปโภค ด้านโยธาธิการและ
การคมนาคม ด้านการฟ้ืนฟูเศรษฐกิจ ด้านสังคมและชุมชน โดยให้สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด สำนักงาน
พาณิชย์จังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานประมงจังหวัด สำนักงานปศุสัตว์จังหวัด สำนักงานโยธาธิการ
และผังเมืองจังหวัด สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมจังหวัด สำนักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคง
ของมนุษย์จังหวัด สำนักงานพลังงานจังหวัด สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานแรงงานจังหวัด ศูนย์พัฒนา
ฝมี ือแรงงานจังหวัด มหาวทิ ยาลัยรามคำแหงฯ องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวัด (อบจ.) ศูนยอ์ ำนวยการจติ อาสาจงั หวัด
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัด การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัด บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สาขากาญจนบุรี
หนว่ ยงานทร่ี บั ผดิ ชอบภารกิจในแต่ละด้านร่วมกันจดั ทำขอบเขตแผนงานภารกจิ และโครงสร้างภายในของสว่ นฯ
6.2 ตอบสนองการร้องขอรับการสนับสนุนในด้านงบประมาณ การเงิน การคลัง และการรับบริจาค
โดยให้สำนักงานคลังจังหวัด เป็นหน่วยรับผิดชอบภารกิจด้านงบประมาณ การเงิน การคลัง และสำนักงานพัฒนา
สงั คมและความม่ันคงของมนุษย์จังหวัด เป็นหน่วยรบั ผิดชอบภารกิจด้านการรับบริจาค พร้อมทั้ง ให้ร่วมกันจัดทำ
ขอบเขต แผนงาน ภารกิจ โครงสร้างภายในของสว่ นฯ
5.3 การประกาศเขตพื้นทีป่ ระสบสาธารณภัย
เม่อื เกดิ สาธารณภัยในเขตพน้ื ท่ีจงั หวดั กาญจนบุรี อนั เป็นสาธารณภัยตามพระราชบัญญัติปอ้ งกันและ
บรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งมีผลกระทบต่อสาธารณชนและก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือ
กอ่ ใหเ้ กดิ ความเสยี หายแก่ทรพั ย์สนิ ของประชาชน ในพืน้ ท่ดี งั กล่าว เพือ่ ประโยชนใ์ นการจดั การสาธารณภัยในพน้ื ท่ใี หย้ ุติ
โดยเร็ว และเพ่ือให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน หน่วยงานท่ีผู้มีอำนาจหน้าท่ีเก่ียวข้อง
และภาคเอกชน สามารถให้ความช่วยเหลือ ปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนในพ้ืนท่ีประสบสาธารณภัยได้
สำนกั งานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบรุ ี หน้า ๔๙
ตามกฎหมาย ระเบียบ คำส่ัง ประกาศ และมติคณะรัฐมนตรีท่ีเกี่ยวข้อง โดยเร็ว ให้ผู้อำนวยการจังหวัดประกาศเขตพ้ืนที่
ประสบสาธารณภยั ไดต้ ามดลุ พนิ จิ โดยมีแนวทางการปฏบิ ัติ ดงั นี้
5.3.1 เม่ือเกิดเหตุสาธารณภัยในพื้นท่ีใดให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ
และหรือ กองอำนวยการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาล/องค์การบริหารส่วนตำบล ตรวจสอบข้อเท็จจริง
และรายงานสถานการณ์สาธารณภัยท่ีเกิดขึ้น ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี
ทราบ เพอ่ื เป็นข้อมูลประกอบการตัดสนิ ใจประกาศเขตพืน้ ท่ปี ระสบภัย
5.3.2 เม่ือเกิดสาธารณภัยข้ึนและส่งผลกระทบต่อสาธารณชน และก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต
ร่างกาย หรือก่อให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชน ในพ้ืนท่ี ให้ผู้อำนวยการจังหวัดประกาศเขตพ้ืนท่ี
ประสบสาธารณภยั ตามดุลพนิ จิ โดยมแี นวทางการประกาศ ดังนี้
(1) ระบุประเภทสาธารณภยั
(2) สาเหตกุ ารเกดิ สาธารณภยั
(3) ชว่ งเวลาทเ่ี กิดสาธารณภัย
(4) พ้ืนทที่ เี่ กิดสาธารณภัย
(5) ผลกระทบต่อสาธารณชนและก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือก่อให้เกิดความ
เสยี หายแก่ทรัพย์สนิ ของประชาชน
ท้ังนี้ ผู้ประสบภัยอาจขอให้มีหนังสือรับรองพ้ืนที่ประสบภัย ทั้งท่ีเป็นบุคคลและนิติบุคคลได้ โดยให้
เป็นไปตามรูปแบบท่ีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำหนดและตามแนวทางปฏิบัติในการประกาศเขตพ้ืนท่ี
ประสบสาธารณภยั
5.4 การตดั สินใจยกระดับการจดั การสาธารณภัย
ให้ผู้อำนวยการจงั หวัด ใชเ้ กณฑ์หรือเงือ่ นไขดังต่อไปนี้ ประกอบการพิจารณาตัดสินใจยกระดับการจัดการ
สาธารณภัยระดับ 1 เป็นระดบั 2 เพื่อควบคมุ สง่ั การ และบัญชาการ พร้อมทั้งสนับสนนุ การให้ความช่วยเหลอื แก่
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ในการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยในพืน้ ท่ีใหย้ ุติโดยเร็ว
เกณฑ์/เง่ือนไข ขอ้ มูลท่ใี ชร้ ะบุเงื่อนไข
1. พน้ื ท่ี
พน้ื ท่ใี ช้สอยในลักษณะตา่ ง ๆ ที่ไดร้ บั ผลกระทบและความเสียหาย
2. ประชากร 1.1 พนื้ ทีท่ างการเกษตรและปศุสัตว์
1.2 พน้ื ท่ีธรุ กจิ อุตสาหกรรม และประกอบการ
3. ความซบั ซ้อน 1.3 พนื้ ท่อี ย่อู าศยั (จำนวนหลังคาเรือน)
1.4 พนื้ ท่ที างธรรมชาติ
จำนวนและลกั ษณะของประชากรในพื้นท่ีที่ได้รับผลกระทบ
2.1 จำนวนผู้ไดร้ ับผลกระทบ
2.2 จำนวนผอู้ พยพ
2.3 จำนวนผไู้ ด้รับบาดเจบ็ และเสียชวี ติ
ความยากงา่ ย สถานการณ์แทรกซอ้ น และเง่ือนไขทางเทคนคิ ของสถานการณ์
3.1 ความรุนแรงของภยั ความเฉพาะเจาะจงทางเทคนิคของภัย
การเกดิ ภัยตอ่ เนอ่ื ง
3.2 ความเสยี หายท่เี กิดขึ้นต่อสาธารณปู โภคพื้นฐาน สถานทีส่ ำคัญ
และเสน้ ทางการใหค้ วามช่วยเหลือ
3.3 การคาดการณข์ ยายตัวของภยั พืน้ ท่ที จ่ี ะเสยี หายตอ่ ไป ระยะเวลา
สำนกั งานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบรุ ี หน้า ๕๐
เกณฑ/์ เงอ่ื นไข ข้อมูลทีใ่ ช้ระบเุ ง่ือนไข
4. ศกั ยภาพดา้ นทรพั ยากร ท่ีการดำเนนิ กิจกรรมปกติทีต่ ้องหยุดชะงัก ระยะเวลาทต่ี อ้ งใช้
ในการตอบสนองตอ่ สถานการณ์ และระยะเวลาท่ีตอ้ งชว่ ยฟืน้ ฟเู บื้องต้น
5. การพิจารณาตดั สนิ ใจ
ของผู้อำนวยการ ความสามารถในการปฏิบตั ิงานจากทรัพยากร
4.1 กำลังคน ท้ังของหน่วยงานหลักและหน่วยงานสนับสนุน พร้อมทั้ง
อาสาสมัครหนว่ ยงานต่าง ๆ
4.2 เครื่องมือ อุปกรณ์ ยานพาหนะ และอุปกรณ์พิเศษต่าง ๆ ท่ีต้องใช้ตามแต่
ลกั ษณะทางเทคนคิ
4.3 แหล่งทม่ี าและจำนวนเงนิ งบประมาณจากหนว่ ยงานในพน้ื ท่ี
ดลุ ยพนิ จิ ในการประเมินสถานการณจ์ ากเงือ่ นไขต่าง ๆ
5.1 ขอบเขตการปกครอง
๕.2 การประเมนิ ศกั ยภาพในการจดั การสาธารณภัย
5.5 การปฏบิ ัติในการอพยพ
๕.๕.1 การอพยพเคล่ือนยา้ ย
(1) จัดลำดับความสำคัญของผู้อพยพ โดยแบ่งกลุ่มผู้อพยพท่ีต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ
(กลุ่มเปราะบาง) เช่น กลุ่มผูป้ ่วยทุพพลภาพ คนพิการ คนชรา เด็ก สตรีมีครรภ์ ควรได้รบั การพิจารณาให้อพยพไป
ก่อน เป็นต้น กรณีเด็ก บิดาและมารดาควรอพยพไปด้วยกันทั้งครอบครัว และควรอพยพเป็นกลุ่ม โดยใหท้ ี่ทำการ
ปกครองอำเภอ และองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ ในเขตพนื้ ที่ เปน็ หน่วยงานรับผดิ ชอบหลัก
(2) จัดให้มีสถานที่ปลอดภัยและท่ีพักพิงชั่วคราวแก่ผู้อพยพและเจ้าหน้าที่ โดยจัดระเบียบพ้ืนที่
พักพิงให้เหมาะสมเป็นสัดส่วนและมีระบบสุขาภิบาล โดยให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
จังหวัด เป็นหน่วยงานรับผดิ ชอบหลกั
(๓) การบริหารจัดการศูนย์พักพิงชั่วคราว และสนับสนุนกิจกรรมด้านสังคมสงเคราะห์ เพื่อการ
ฟ้ืนฟูด้านสังคมและจิตใจให้แก่ผู้ประสบภัย และผู้ประสบปัญหาทางสังคม โดยให้สำนักงานพัฒนาสังคมและ
ความม่นั คงของมนษุ ยจ์ งั หวัด เปน็ หน่วยงานรับผิดชอบหลกั
(4) จัดระเบียบการจราจรชั่วคราวในพื้นท่ีท่ีเกิดสาธารณภัยและพื้นท่ีใกล้เคียง รวมทั้งจัดระเบียบ
การจราจรในพื้นที่พักพิงชั่วคราวเพื่อรองรับการอพยพ เพื่อเป็นการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
ของประชาชนและส่วนราชการ และสามารถดำเนินการอพยพเคลื่อนย้ายเป็นไปอย่างมีระบบ สามารถระงับ
การแตกต่ืนเสียขวัญของประชาชนไปสู่สถานท่ีปลอดภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ตำรวจภูธรจังหวัด
เปน็ หน่วยงานรับผดิ ชอบหลัก และท่ที ำการปกครองจงั หวัดกาญจนบรุ ี เป็นหน่วยสนบั สนุน
(5) ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพในการขนย้ายทรัพย์สินของใช้ในพ้ืนท่ีท่ีเกิดสาธารณภัยและพื้นที่
ใกล้เคียงตามที่ได้รับการร้องขอ โดยให้แขวงทางหลวง แขวงทางหลวงชนบท และองค์การบริหารส่วนจังหวัด
ร่วมกันดำเนนิ การ หากไม่เพียงพอประสานหน่วยงานทหารในพืน้ ท่ี
(6) ให้มีการจัดทำทะเบียนเพ่ือตรวจสอบจำนวนผู้อพยพและผู้ที่ยังติดค้างในพื้นที่ โดยให้ท่ีทำการ
ปกครองอำเภอ และองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในเขตพน้ื ท่ี รว่ มกันดำเนนิ การ
(7) จดั ใหม้ ีการบริการด้านการแพทย์และสาธารณสขุ ในพ้ืนทีอ่ พยพ
(8) จัดให้มีระบบการรักษาความสงบเรียบร้อยของพ้ืนท่ีรองรับการอพยพ โดยจัดกำลังเจ้าหน้าท่ี
ตำรวจ กองรอ้ ยอาสารกั ษาดนิ แดนจังหวัดกาญจนบรุ ีท่ี ๑ และอาสาสมคั รตามความเหมาะสม
(9) จัดให้มีเจ้าหน้าท่ีประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพ้ืนท่ีเพื่อจัดกำลังดูแลบ้านเรือน
และทรัพย์สินของผู้อพยพเป็นระยะ ๆ หากกำลังเจ้าหน้าท่ีตำรวจไม่เพียงพอ ให้ประสานขอกำลังสนับสนุน
สำนกั งานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั จังหวัดกาญจนบุรี หน้า ๕๑
จากศูนย์อาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (อปพร.) จังหวัด อำเภอ หรือจัดหาอาสาสมัครจากประชาชน
แต่หากสถานการณ์ล่อแหลมเส่ียงต่อการสูญเสียชีวิตห้ามเจ้าหน้าที่/อาสาสมัครออกปฏิบัติหน้าท่ีในพ้ืนที่เสี่ยง
โดยเด็ดขาดจนกว่าสถานการณ์จะบรรเทาความรุนแรงลง และสามารถเข้าไปตรวจในพื้นที่ได้ โดยไม่มีความเสี่ยง
พรอ้ มทัง้ ใหม้ กี ารประชาสมั พันธ์ให้ผอู้ พยพทราบสถานการณ์อยา่ งต่อเนื่อง
(10) จัดหาพ้ืนท่ีรองรับสำหรับการอพยพสัตวเ์ ล้ียง โดยให้สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดร่วมกับองค์กร
ปกครองส่วนท้องถิ่นในพ้ืนที่ ดำเนินการสำรวจ จัดทำบัญชี ประชาชนผู้เลี้ยงสัตว์และผู้ประกอบการ รวมท้ัง
จัดเตรียมยานพาหนะ เคร่ืองจักรกล สำหรับใช้ในการอพยพ หากไม่เพียงพอให้ประสานงานหน่วยงานท่ีมี
เครอื่ งจกั รกล ยานพาหนะ
5.๕.2 การยกเลิกสถานการณ์ ให้มีการติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและต่อเน่ือง
โดยประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์เป็นระยะ ๆ เพ่ือป้องกันความสับสน พร้อมท้ังให้มีการยืนยัน
ความชัดเจนถงึ การยกเลิกสถานการณ์ และแจ้งให้ผอู้ พยพเตรียมพรอ้ มในการอพยพกลบั สู่พน้ื ท่อี ยู่อาศยั ตอ่ ไป
5.๕.3 การอพยพกลับ ใหผ้ ู้นำชุมชนหรือผู้นำกลุ่มอพยพจัดระเบียบและลำดับก่อนหลัง ก่อนการอพยพกลับ
พร้อมทั้งประสานงานกับเจ้าหน้าท่ีที่ดำเนินการควบคุมดูแลการอพยพกลับ เมื่อได้รับแจ้งข่าวการส้ิ นสุด
สถานการณ์สาธารณภยั เพอื่ ให้ประชาชนเตรยี มความพรอ้ มและรอรับการแจง้ จุดอพยพกลับไปสู่พนื้ ที่อยู่อาศยั
5.๕.๔ การอพยพส่วนราชการและองคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่ เป็นการเคลอื่ นย้ายหน่วยราชการและองค์กร
ปกครองสว่ นท้องถิ่นเพื่อใหส้ ามารถให้บริการไดต้ ามปกติ โดยให้ศนู ย์บัญชาการเหตกุ ารณ์ในเขตพ้ืนท่ีแบง่ ประเภท
ส่วนราชการที่จะอพยพตามลำดับ และความจำเป็นเร่งด่วน พร้อมท้ังกำหนดพ้ืนที่รองรับการอพยพส่วนราชการ
และองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
๕.๖ การเผยแพรป่ ระชาสัมพันธ์ขอ้ มลู ขา่ วสารในสภาวะฉุกเฉนิ
๕.๖.๑ การประชาสัมพันธ์ในสภาวะฉุกเฉิน กระจายข้อมูลข่าวสารที่เกิดหรือคาดว่าจะเกิดสาธารณภัยข้ึน
ให้ส่วนราชการและประชาชนไดร้ ับรูแ้ ละเขา้ ใจสถานการณ์ โดยผ่านสื่อต่าง ๆ ให้หน่วยงานทกุ ภาคส่วน ส่ือมวลชน
และประชาชนรับทราบ เข้าใจ-ในสถานการณ์ที่ถูกต้อง และลดความต่ืนตระหนก ทั้งน้ี จัดให้มีศูนยป์ ระสานข้อมูล
ร่วม (Joint Information Center : JIC) ในภาวะฉุกเฉิน และเป็นปัจจุบันเพ่ือให้ผู้ท่ีมีหน้าที่รับผิดชอบหรือผู้ท่ี
ต้องการทราบข้อมูลข่าวสาร ใช้เป็นจุดปฏิบัติงาน ในการติดตามและเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร แนวโน้มความ
เปลย่ี นแปลงของสถานการณ์ และการตรวจสอบยืนยันความถูกตอ้ งของขอ้ มลู โดยสำนักงานประชาสมั พันธ์จงั หวัด
เป็นหน่วยงานหลัก
๕.๖.๒ การจัดการข้อมูลข่าวสาร เป็นการดำเนินการจัดการข้อมูลข่าวสารท่ีเสนอข้อมูลตามข้อเท็จจริง เพ่ือ
ลดความสับสน ลดความตื่นตระหนกของประชาชน โดยให้มีหน่วยงานคัดกรองข้อมูลข่าวสารก่อนไปเผยแพร่
ให้ประชาชนรบั ทราบ นำเสนอในทศิ ทางเดียวกนั ข้อมูลทสี่ ่งออกไปยังประชาชนในพื้นทเี่ ปา้ หมายควรเป็นข้อมูลท่ี
ถูกต้อง ซ่ึงได้แก่ คำเตือน วิธีการ ทั้งนี้เพ่ือให้ประชาชนมีความเข้าใจและป้องกันตนเองจากความเส่ียงน้ัน และ
จัดเตรียมประเดน็ ขอ้ มลู ขา่ วสารสำหรับการแถลงขา่ ว กำหนดบุคคลสำหรบั ให้ขา่ ว
5.7 การบัญชาการเหตกุ ารณ์
การบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command) หมายถึง โครงสร้างการบญั ชาการพนื้ ฐานท่ีมผี ู้บัญชาการ
เหตุการณ์ รับผดิ ชอบการจดั การเหตกุ ารณท์ ้งั หมดแต่ผเู้ ดยี ว
การบัญชาการเหตุการณ์เป็นเคร่ืองมือท่ีใช้ในการส่ังการ ควบคุม และประสานความร่วมมือของแต่ละ
หน่วยงานในการจัดการในภาวะฉุกเฉิน และเป็นระบบปฏิบัติการในการระดมทรัพยากรไปยังที่เกิดเหตุ เพ่ือให้
สามารถปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อมเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและบรรลุวัตถุประสงค์ โดยให้ทุกส่วน
ราชการ หน่วยงาน และภาคเอกชนใช้ระบบบัญชาการเหตุการณ์เป็นระบบมาตรฐานของประเทศในการจัดการ
ในภาวะฉกุ เฉิน จังหวดั กาญจนบุรจี ัดโครงสรา้ งการบญั ชาการเหตุการณ์ไว้ ดงั นี้
สำนักงานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัดกาญจนบรุ ี หนา้ ๕๒
5.7.1 วัตถปุ ระสงค์การบญั ชาการเหตกุ ารณ์
(1) ความปลอดภยั ท้งั ผู้ประสบภยั และเจ้าหนา้ ทผี่ ้ปู ฏบิ ตั ิงาน
(2) ใช้ทรัพยากรในการปฏบิ ตั งิ านอยา่ งคมุ้ ค่า และมีประสิทธิภาพ
(3) การจัดการสาธารณภยั มปี ระสิทธิผล
5.7.2 การบญั ชาการเหตกุ ารณ์
จังหวัดกาญจนบุรีกำหนดโครงสร้างองค์กรปฏิบัติรับผิดชอบในการจัดการสาธารณภัยในภาวะ
ฉุกเฉินในรูปแบบโครงสร้างของ “ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดกาญจนบุรี” (การจัดการสาธารณภัยระดับ 2)
(โครงสร้างศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัด ตามแผนภาพท่ี 5.3) โดยมีผู้อำนวยการจังหวัดเป็นผู้บัญชาการ
เหตกุ ารณ์ มีอำนาจในการควบคมุ สั่งการ และบญั ชาการ ในการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั ในพื้นที่
หากเม่ือสาธารณภัยในพ้ืนทจ่ี ังหวดั กาญจนบุรีลกุ ลามขยายเปน็ วงกวา้ งประชาชนได้รบั ผลกระทบ
จำนวนมากและผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ หรือนายกรัฐมนตรีตัดสินใจยกระดับการ
จัดการสาธารณภัยของจังหวัดกาญจนบุรีเป็นการจัดการสาธารณภัยขนาดใหญ่ (ระดับ 3) หรือ การจัดการ
สาธารณภัยร้ายแรงอย่างยิ่ง (ระดับ 4) ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดกาญจนบุรี (ศบก.กจ.) จะแปรสภาพเป็น
“ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ส่วนหน้าจังหวัดกาญจนบุรี” และรับข้อส่ังการจากกองบัญชาการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภยั แห่งชาติไปปฏบิ ัติ โดยกำหนดรูปแบบองคก์ รปฏิบตั ิตั้งแต่ระดบั จังหวัดถงึ ระดับพ้นื ท่ี ดังนี้
ระดบั การจัดการ องคก์ รรับผิดชอบการจดั การ องค์กรรับผิดชอบใน ผูบ้ ัญชาการ
สาธารณภยั สาธารณภัยในภาวะปกติ ภาวะฉกุ เฉนิ (ผมู้ ีอำนาจตาม
(ในช่วงไมเ่ กิดสาธารณภัย)
ระดบั 1 (ในช่วงเกิดหรือคาดวา่ จะ กฎหมาย)
(อำเภอ /เทศบาล / กองอำนวยการป้องกนั และบรรเทา เกดิ สาธารณภยั ) ผู้อำนวยการท้องถิน่
องคก์ ารบรหิ าร สาธารณภยั เทศบาลเมือง/เทศบาล
ส่วนตำบลเข้าควบคมุ ตำบล /องคก์ ารบริหารสว่ นตำบล ศนู ย์ปฏบิ ัติการฉุกเฉนิ ผูอ้ ำนวยการอำเภอ
สถานการณส์ าธารณภยั ) (กอปภ.ทม./ทต./อบต.) ทอ้ งถิ่น (กอปภ.ทม./ทต./
กองอำนวยการป้องกนั และบรรเทา อบต. จัดตง้ั ศูนยฯ์ อปท.) ผู้อำนวยการจังหวัด
ระดบั 2 สาธารณภัยอำเภอ (กอปภ.อ.)
(จังหวดั เขา้ ควบคมุ ศูนยบ์ ญั ชาการเหตุการณ์
สถานการณ์สาธารณภัย) กองอำนวยการป้องกันและบรรเทา อำเภอ
สาธารณภัยจงั หวดั กาญจนบรุ ี (กอปภ.อ. จัดตงั้ ศนู ยฯ์
(กอปภ.กจ.) อำเภอ)
ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์
จังหวดั กาญจนบุรี
(กอปภ.จ. จดั ต้ังศนู ย์ฯ
จงั หวดั )
และดำเนินการ ดงั น้ี
๑) เมื่อเกดิ สาธารณภยั ขนาดเลก็ (ความรนุ แรงระดับ ๑) ใหป้ ฏบิ ตั ิ ดังนี้
เมื่อเกิดสาธารณภัย ทีม่ ีสถานการณ์สาธารณภัยขนาดเล็ก (ความรุนแรงระดับ ๑) ซึ่งอาจมีผลกระทบเป็นวง
กวา้ งครอบคลุมพื้นทห่ี ลายตำบล ผอู้ ำนวยการท้องถิน่ ผูอ้ ำนวยการอำเภอ เขา้ ควบคมุ สถานการณ์ ตามลำดบั
๒) กรณีเกดิ สาธารณภยั ขนาดกลาง (ความรนุ แรงระดบั ๒) ผ้อู ำนวยการจังหวดั เขา้ ควบคมุ สถานการณ์
2.1 เม่ือเกิดสาธารณภัย มีความรุนแรงของสาธารณภัยขนาดกลาง (ความรุนแรงระดับ ๒) ขยายเป็น
บริเวณกว้างครอบคลุมพ้ืนท่ีหลายตำบลหรืออำเภอ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และอำเภอได้วิเคราะห์และ
ประเมินศักยภาพด้านทรัพยากร ความซับซ้อนของภัยในพ้ืนท่ี เกินขีดความสามารถของผู้อำนวยการท้องถิ่น
สำนักงานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั จังหวัดกาญจนบรุ ี หน้า ๕๓
ผู้อำนวยการอำเภอ ท่ีจะควบคุมสถานการณ์ได้โดยลำพัง หรือโดยเร็วให้ผู้อำนวยการอำเภอ ขอรับการสนับสนุนจาก
ผอู้ ำนวยการจงั หวัด เพื่อพจิ ารณาเข้าควบคมุ สถานการณ์
๒.2 กรณีผู้อำนวยการจังหวัดเข้าควบคุมสถานการณ์ ให้อำเภอ/เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบล
รบั ข้อสั่งการจากผู้อำนวยการจังหวดั ไปปฏบิ ตั ิ
2.3 เม่ือผู้อำนวยการจังหวัด เข้าควบคุมสถานการณ์ ให้จังหวัดสนับสนุนการปฏิบัติในการเผชิญเหตุ
สาธารณภยั แต่ละดา้ นอย่างเรง่ ด่วน พรอ้ มทง้ั สัง่ การใหท้ ุกหนว่ ยปฏบิ ตั ิ ดงั นี้
2.3.1 ให้จัดต้ังศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดกาญจนบุรี (ศบก.กจ.) ควบคุมสถานการณ์สาธารณภัย
ตามแนวทางการปฏบิ ตั ิในแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั จังหวดั กาญจนบุรี พ.ศ. ๒๕๕๘
2.3.2 หน่วยงานหลักประจำสว่ นต่าง ๆ เช่น ส่วนปฏิบัติการ ส่วนอำนวยการ ส่วนสนับสนุนเป็นต้น
รายงานผลการปฏิบัติงานในความรับผิดชอบให้ผู้อำนวยการจังหวัดทราบ และให้สำนักงานป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรีสรุปและรวบรวมข้อมูลสถานการณ์ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการตัดสินใจ
ในการสัง่ การตอ่ ไป
2.3.3 ตรวจสอบวเิ คราะห์ข้อมูลสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือพร้อมทั้งความต้องการรับการ
สนับสนุน (ถ้ามี) และรายงานให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ทราบทุกวันจนกว่า
สถานการณภ์ ัยจะยตุ ิ
๕.8 การปฏบิ ัตกิ ารในการบรรเทาทุกข์
๕.8.๑ การรายงานขอ้ มูล
เป็นการรายงานข้อมูลข่าวสารกรณีเกิดสาธารณภัย ให้ผู้รับผิดชอบจัดทำรายงาน พร้อมทั้งรายงาน
ขอ้ เท็จจรงิ ท่ีเกิดขึ้นท้ังด้านสถานการณ์สาธารณภัย ด้านการปฏิบัตกิ ารระงบั บรรเทาสาธารณภัย ด้านการใหค้ วาม
ชว่ ยเหลือ และด้านอ่นื ๆ ที่จำเปน็ โดยให้คำนงึ ถงึ ความถกู ต้อง ความชดั เจน และรวดเรว็ ตามแนวทางปฏิบตั ดิ งั นี้
(1) ให้ผู้นำชุมชนสำรวจความเสียหายและความต้องการเบื้องต้น แล้วรายงานให้ศูนย์บัญชาการ
เหตุการณร์ ะดับพืน้ ทที่ ราบและรวบรวมความเสยี หายและความต้องการเบ้ืองตน้
(2) ใหศ้ ูนยบ์ ัญชาการเหตุการณ์ระดบั พน้ื ท่ีรายงานสถานการณ์สาธารณภัยต่อกองอำนวยการปอ้ งกัน
และบรรเทาสาธารณภยั ตามลำดบั ชนั้ ที่เหนอื ขนึ้ ไป
(3) ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยท้องถ่ินในเขตพ้ืนท่ีท่ีเกิดภัย รายงาน
สถานการณ์สาธารณภัย ต่อกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอและจังหวัดตามลำดับขั้น และ
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด รายงานสถานการณ์ให้กองบัญชาการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภยั แห่งชาตทิ ราบตามลำดับ
๕.8.๒ การประเมินความเสียหายและความตอ้ งการความช่วยเหลอื
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี กองอำนวยการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัยอำเภอ และกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเทศบาล/องค์การบรหิ ารส่วนตำบล
ทุกแห่ง ประเมินความเสียหายและความต้องการความช่วยเหลือภายในพ้ืนท่ีประสบภัย โดยวิเคราะห์ผลกระทบ
จากความเสียหายท่ีเกิดขึ้นจากสาธารณภัยเพื่อประเมินสถานการณ์ และวิเคราะห์ความสามารถของผู้ประสบภัย
ในการตอบโต้สถานการณ์ฉุกเฉินด้วยตนเอง รวมท้ังความต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากหน่วยงานภายนอก
เช่น ความชว่ ยเหลือด้านอาหาร น้ำดื่ม การรักษาพยาบาล สุขอนามยั และการกำจดั สิ่งปฏิกูล ความช่วยเหลือด้าน
สุขภาวะ ท่ีพักพิง อุปกรณ์ยงั ชีพ เป็นต้น การประเมินน้ีเป็นกระบวนการท่ีสำคัญในการปฏิบัติงานด้านมนุษยธรรม
และการชว่ ยเหลือผู้ประสบภัยให้อยูร่ อดปลอดภยั โดยมหี ลักการปฏบิ ัติ ดงั น้ี
(1) การประเมินแบบรวดเร็ว (rapid assessment) กระทำทันทีภายหลังมีเหตุการณ์สาธารณภัย
เกิดขึ้น โดยมากภายในสัปดาห์แรกของการเกิดภัย เป็นการประเมนิ แบบคร่าว ๆ เพื่อรวบรวมข้อมลู ความต้องการ
สำนักงานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั จังหวดั กาญจนบุรี หนา้ ๕๔
ส่ิงท่ีควรปฏิบัติหลังจากเกิดภัย และทรัพยากรที่จำเป็นทุก ๆ ด้าน ท้ังผู้ประสบภัย โครงสร้างพ้ืนฐาน ส่ิงแวดล้อม
ลำดบั ความสำคัญก่อน - หลงั การให้ความช่วยเหลือเบ้ืองตน้ เพอื่ ให้ทนั ตอ่ ความต้องการในภาวะฉุกเฉนิ
(2) การประเมินแบบละเอยี ด (detailed assessment) ให้ดำเนินการทนั ทีเมื่อภาวะฉุกเฉนิ สิ้นสดุ ลง
หรืออย่างน้อยภายใน 2 สัปดาห์หลังจากเกิดสาธารณภัย ทั้งน้ี ขึ้นอยู่กับการเข้าถึงพื้นท่ีประสบภัย ซ่ึงเป็น
การประเมินเพ่ือใช้ในการฟ้ืนฟูระยะยาวได้อีกด้วย เป็นการระบุมูลค่าความเสียหายทางกายภาพ โครงสร้างทาง
สังคม ประมาณการด้านการเงิน และวัสดุอุปกรณ์ท่ีจะต้องใช้ในการให้ความช่วยเหลือและความต่อเน่ือง หรือให้
ผ้เู ชี่ยวชาญในแต่ละสาขาดำเนนิ การประเมนิ ความเสยี หายและความต้องการในแต่ละด้าน
๕.8.๓ การใช้เงินทดรองราชการ เมื่อภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเกิดข้ึนในท้องท่ีจังหวัดกาญจนบุรี ให้เป็นอำนาจของ
ผวู้ ่าราชการจังหวัด ร่วมกับคณะกรรมการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) ดำเนินการประกาศเขตการให้
ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือ
ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน และหลักเกณฑ์วิธีการที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือดำเนินการช่วยเหลือโดย
เร่งด่วนตามความจำเป็นและเหมาะสมเม่ือเกิดภัยพิบัติข้ึนในท้องท่ี โดยมุ่งหมายท่ีจะบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะ
หน้าของผู้ประสบภัยพบิ ัติ แตม่ ิไดม้ ่งุ หมายที่จะชดใชค้ วามเสียหายให้แกผ่ ู้ใด
แนวทางการใช้จ่ายเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการ
เพือ่ ชว่ ยเหลอื ผู้ประสบภัยพิบตั กิ รณีฉกุ เฉนิ พ.ศ.๒๕๖๒
(๑) เมื่อคาดหมายว่าจะเกิดภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินข้ึนในเวลาอันใกล้ และจำเป็นต้องรีบดำเนินการ
โดยฉบั พลัน ใหส้ ำนักงานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยจังหวดั กาญจนบรุ ี โดยผู้วา่ ราชการจงั หวดั เปน็ ผู้มีอำนาจอนมุ ตั ิ
ใช้จ่ายเงินทดรองราชการในเชิงป้องกันหรือยับย้ังภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้นได้ โดยไม่ต้องประกาศเขตการให้ความ
ชว่ ยเหลือผูป้ ระสบภัยพบิ ตั ิกรณีฉุกเฉนิ ภายในวงเงินไม่เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
เม่ื อ ป ร ะ ก า ศ เข ต ก าร ให้ ค ว า ม ช่ ว ย เห ลื อ ผู้ ป ร ะ ส บ ภั ย พิ บั ติ ก ร ณี ฉุ ก เฉิ น แ ล ะ ต้ อ ง ช่ ว ย เห ลื อ
ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินและดำเนินการให้ความช่วยเหลือหรือสนับสนุนการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย
พิบตั ิ ให้ใช้วงเงนิ ทดรองราชการ ตามระเบียบท่ีกำหนดให้สำนักงานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัด แห่งละ
๒๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท
(๒) การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ตามระเบียบนี้ต้อง
เป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการดำรงชีพและความเป็นอยู่ของประชาชน หรือเป็นการซ่อมแซมให้คืนสู่สภาพเดิมอัน
เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้า โดยไม่สามารถใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพ่ือสร้างสิ่งก่อสร้างหรือ
สาธารณูปโภคท่ถี าวรหรอื กอ่ สร้างใหม่ได้
ท้ังนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขท่ีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกำหนด
โดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง การกำหนดวงเงินทดรองราชการของส่วนราชการที่เก่ียวข้องสำหรับให้ความ
ช่วยเหลือผู้ประสบภัยไว้ตามระเบียบนี้ ให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในเขตพ้ืนที่ดำเนินการขอใช้วงเงิน
ทดรองราชการให้ถูกต้องตามวิธีการและหลักเกณฑท์ ี่กำหนดไวใ้ นระเบียบดังกลา่ ว
๕.8.๔ การรับบริจาค กองอำนวยการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัดกาญจนบุรี อำเภอ และท้องถ่ิน
พิจารณาเห็นว่ามีความจำเป็นต้องจัดให้มีการรับบริจาคเงินหรือทรัพย์สินเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย
โดยจัดต้ังศูนย์รับบริจาค และประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และกำหนดสถานที่เก็บรักษาส่ิงของบริจาคและ
วิธีการแจกจ่ายส่ิงของและเงินบริจาค จัดทำบัญชีการรับ-แจกจ่าย สิ่งของรับบริจาคไว้เป็นหลักฐาน และมีระบบ
ควบคุมการรบั และใช้จา่ ยเงินบริจาคเพ่ือให้เปน็ ไปตามระเบยี บทเ่ี กย่ี วข้องดังต่อไปนี้
(1) ระเบียบสำนักนายกรฐั มนตรวี ่าด้วยการรับบรจิ าคและการใหค้ วามช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย
พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพ่มิ เตมิ
(2) ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีวา่ ดว้ ยการเรี่ยไรของหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2544
(3) ระเบยี บกระทรวงการคลังว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินท่มี ีผ้บู รจิ าคให้ทางราชการ พ.ศ. 2526
สำนักงานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวดั กาญจนบรุ ี หน้า ๕๕
(4) ระเบียบกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการว่าด้วยการรับบริจาคสิ่งของเหลือใช้ของศูนย์รับบริจาค
เพื่อการสงเคราะห์ผู้เดือดร้อน พ.ศ. 2547
กรณีที่บุคคล หน่วยงานหรือองค์กรใด จัดตั้งศูนย์รับบริจาคเพ่ือช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัยโดยท่ีบุคคล
หน่วยงานหรือองค์กรน้ัน ไม่ได้รับมอบภารกิจใด ๆ จากกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด
กาญจนบรุ ี อำเภอ และท้องถนิ่ ให้รับผิดชอบคา่ ใชจ้ า่ ยในการขนย้ายและสง่ มอบสง่ิ ของบรจิ าคเอง
๕.8.๕ การจดั ต้งั ศนู ยพ์ ักพงิ ช่ัวคราว
เป็นการช่วยเหลือผู้ประสบภัยท่ีอาศัยในศูนย์พักพิงชั่วคราวในระยะต้นและระยะกลางให้ได้ผลดี
จำเปน็ ต้องคำนึงถงึ ส่ิงสำคัญ ไดแ้ ก่
(1) การดูแลด้านความปลอดภัย
(2) การจัดการดา้ นสวสั ดิการ อาหาร สขุ าภิบาล และความเปน็ อยู่ให้มีความสะดวก
(3) การรกั ษาพยาบาล และการควบคมุ ป้องกนั โรคเปน็ ไปอยา่ งทัว่ ถงึ
(4) การมีกิจกรรมฟ้ืนฟูสภุ าพจิตร่วมกันเพื่อทำให้มีสขุ ภาพจิตดี
(5) การรวมกลุ่มเป็นแหล่งเดียวกันเพ่ือติดต่อขอรับการสนับสนุนจากภายนอก ให้สำนักงานพัฒนา
สังคมและความม่นั คงของมนุษย์จังหวัดกาญจนบุรี เปน็ หนว่ ยรับผิดชอบหลกั ในการบรหิ ารศนู ย์ พกั พิงช่ัวคราวและ
ประสานงานทเ่ี กี่ยวข้องสนับสนนุ ยานพาหนะ เครอื่ งมืออปุ กรณ์ ระบบสอื่ สาร ระบบสาธารณูปโภค
สำนักงานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดกาญจนบุรี หนา้ ๕๖
บทท่ี 6
การส่ือสารและโทรคมนาคม
กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี เป็นศูนย์กลางการสื่อสารในเขตพื้นท่ี
รับผิดชอบตลอด ๒๔ ชัว่ โมง เพอ่ื ใหส้ ามารถติดต่อประสานงาน ส่งั การ รายงานการปฏบิ ัตแิ ละสถานการณ์ระหวา่ ง
ทุกหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องได้อย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว และเช่ือถือได้ การสื่อสารจัดเป็นกิจกรรมที่สำคัญในการบริหาร
จัดการสาธารณภัย ให้สามารถประสานดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว โดยมีหลักการปฏิบัติจัดต้ัง
ระบบส่อื สาร ท่ีจำเปน็ ให้ใช้งานอยา่ งทั่วถึงทกุ พ้นื ที่ ประกอบดว้ ย
6.1 การสื่อสารหลัก
ระบบสื่อสารหลัก คือ ระบบส่ือสารที่มีใช้งานโดยท่ัวไปของหน่วยงาน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ
เป็นช่องทางติดต่อสื่อสารระหวา่ งหน่วยงานกับหน่วยงาน และระหว่างหน่วยงานกบั ประชาชน ซึ่งทุกหนว่ ยงานต้องจดั เตรยี ม
ไวใ้ หพ้ รอ้ มใชต้ ิดตอ่ สื่อสารได้ตลอดเวลาและเขา้ ถงึ ข้อมูลทจี่ ำเป็นในการบรหิ ารจัดการสาธารณภยั อยา่ งทว่ั ถงึ ดังนี้
โทรศพั ท/์ โทรสาร
๑) สำนกั งานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภยั จังหวัด โทรศพั ท/์ โทรสาร. 0-3451-5994
2) สำนกั งานประชาสมั พนั ธจ์ ังหวดั กาญจนบรุ ี โทรศพั ท์. 0-3451-4756
๓) บรษิ ัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) สาขากาญจนบุรี โทรศพั ท์. 0-3451-1501
6.2 การสอื่ สารรอง
ระบบสื่อสารรอง คือ ระบบส่ือสารที่มีใช้โดยท่ัวไปและใช้งานควบคู่กับระบบส่ือสารหลักเป็นช่องทางเสริม
ในการติดตอ่ สือ่ สาร โดยองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน และหน่วยงานทีเ่ กีย่ วข้องจะต้องจัดให้มีระบบการสื่อสารรอง
ให้สามารถติดต่อสือ่ สารได้อย่างทว่ั ถงึ
ข่ายวิทยุส่ือสาร ระบบ HF
1) ความถห่ี ลัก 161.200 MHZ นามเรียกขาน “ศนู ย์ส่ังการกาญจนบุรี”
2) ความถี่หลัก 1๖๒.125 MHZ นามเรยี กขาน “สคุ รพี ” ของท่ที ำการปกครองจงั หวัดกาญจนบรุ ี
3) ความถ่หี ลกั 153.450 MHZ นามเรยี กขาน “กาญจนบรุ ”ี ของตำรวจภธู รจงั หวัดกาญจนบุรี
4) ความถี่หลกั 152.625 MHZ นามเรียกขาน “เมือง” ของสถานตี ำรวจภูธรเมืองกาญจนบรุ ี
5) ความถหี่ ลัก 155.375 MHZ นามเรียกขาน “กาญจนบรุ ี1” ของสำนกั งานสาธารณสขุ จังหวดั กาญจนบรุ ี
6) ความถห่ี ลกั 153.775 MHZ นามเรยี กขาน “สงิ หท์ อง” ของสำนักงานจงั หวัดกาญจนบรุ ี
6.3 การส่ือสารสำรอง
ระบบสื่อสารสำรอง ได้จัดเตรียมระบบสื่อสารสำรองไว้ทดแทนในกรณีระบบสื่อสารหลักไม่สามารถใช้ได้
เช่น โทรศพั ท์ โทรสาร โทรศัพท์เคลอ่ื นท่ี
โทรศัพทเ์ คล่อื นท่แี จ้งเหตุ
- หวั หนา้ สำนกั งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวดั กาญจนบุรี โทรศพั ท์. 08-9969-6718
- ป้องกันจังหวัดกาญจนบรุ ี โทรศพั ท์. 08-1831-4277
- ระบบ CALL CENTER แจง้ เหตดุ ว่ น
๑) แจง้ เหตแุ พทยฉ์ กุ เฉนิ โทร. ๑๖๖๙ ๒) แจ้งเหตุไฟไหม้ โทร. ๑9๙
๓) แจง้ เหตดุ ่วนเหตุร้าย โทร. ๑๙๑ ๔) แจ้งเหตสุ าธารณภัย โทร. ๑๗๘๔
๕) แจ้งเหตกุ ระแสไฟฟ้าขดั ข้อง โทร. ๑๑๒๙ ๖) แจ้งการประปา นำ้ ไม่ไหล โทร. 1๖๖๒
๗) แจง้ ศูนย์คุ้มครองผูโ้ ดยสารรถสาธารณะ โทร. ๑๕๘4
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวดั กาญจนบุรี หน้า ๕๗
ตำรวจภูธร กรมปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั ศนู ยป์ ้องกันและบรรเทา
จังหวัดกาญจนบรุ ี โทรศัพท์ ๐๒-๖๓๗-๓๐๐๐ สาธารณภยั เขต 2
โทรสาร ๐๒-๒๔๑-๗๔๖๖ โทรศัพท์ ๐3๕-545-463
โทรศัพท์ ๐34-515948 โทรสาร ๐3๕-555-614
โทรสาร 034-512100 และ ๐๒-๒๔๑-๗๔๙๙
สป.มท. ๕๕๐๕๐-๕๘ ความถีว่ ิทยุ ๑61.475 MHz
ความถว่ี ิทยุ ๑๕๓.๔๕๐ MHZ
mMHZ สายดว่ น ๑๗๘๔
การไฟฟา้ ส่วนภูมภิ าค ความถ่ีวิทยุ ๑61.200 MHz
(กาญจนบุรี)
กองอำนวยการปอ้ งกนั และ การประปาสว่ นภูมภิ าค
โทรศัพท์ 034-621-137 บรรเทาสาธารณภัยจังหวดั (กาญจนบรุ ี)
โทรสาร 034-621-1420
กาญจนบุรี โทรศัพท์ ๐-3451-๑520
หนว่ ยทหารในพนื้ ที่ โทรศพั ท์ ๐34-๕15-998 โทรสาร ๐-3452-1205
กองพลทหารราบท่ี 9 โทรสาร ๐34-๕15-๗95
กองอำนวยการปอ้ งกันและ
โทรศัพท์ 08-1567-8106 ความถ่ีวทิ ยุ ๑61.200 MHz บรรเทาสาธารณภยั อำเภอ
มณฑลทหารบกที่ 17 กองอำนวยการปอ้ งกนั และ
บรรเทาสาธารณภยั องค์การ
โทรศพั ท์ 0-3458-9232
บริหารสว่ นตำบล
กองอำนวยการปอ้ งกนั และ
บรรเทาสาธารณภัยเทศบาล
โรงพยาบาลพหลพลพยหุ เสนา สำนกั งานสาธารณสุข
โทรศัพท์ 034-512459 จงั หวัดกาญจนบุรี
ความถว่ี ทิ ยุ 155.375 MHZ
สายดว่ น 1669 โทรศพั ท์ 034-622-982
โทรสาร ๐34-๕๑๑-734
ความถว่ี ิทยุ 155.375 MHZ
แผนภาพท่ี 6.1 : ผงั สื่อสารในการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดกาญจนบุรี
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั กาญจนบุรี หน้า ๕๘
บทที่ 7
การฟ้ืนฟู
การฟื้นฟู เป็นการดำเนินการภายหลังจากท่ีภาวะฉุกเฉินจากสาธารณภัยบรรเทาลง หรือได้ผ่านพ้นไปแล้ว
เพอื่ ปรบั สภาพระบบสาธารณูปโภค การดำรงชีวิต และสภาวะวถิ ีความเป็นอยูข่ องชมุ ชนที่ประสบภยั ให้กลับสู่สภาวะ
ปกติ หรือพัฒนาให้ดียงิ่ ข้ึนกว่าเดมิ ตามความจำเป็น ดว้ ยการนำเอาปัจจัยต่าง ๆ ในการลดความเส่ียงจากสาธารณภัย
เข้ามาช่วยในการฟ้ืนฟู โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาให้ดีกว่าเดิมและปลอดภัยกว่าเดิม (Build Back Better and
Safer) ซึ่งหมายรวมถึง การซ่อมสร้าง (Reconstruction) และการฟ้ืนสภาพ (Rehabilitation) โดยมีหลักการสำคัญ
ของการฟนื้ ฟู ไดแ้ ก่
การช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้ เพื่อให้การดำรงชีวิตกลับเข้าสู่ภาวะปกติ
โดยไมจ่ ำเป็นต้องพงึ่ พงิ ความช่วยเหลือจากภายนอกแตเ่ พียงอยา่ งเดยี ว
ผู้ประสบภัยต้องมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ เพ่ือให้เกิดกระบวนการยอมรับและมีส่วนร่วม
ในขน้ั ตอนต่าง ๆ ท่ีจะดำเนินการ
การพิจารณาความเส่ียงต่อภัยในการฟ้ืนคืนสภาพและการสร้างใหม่เสมอ เพื่อไม่ให้งบประมาณ
ต้องสูญเสยี ไปโดยเปล่าประโยชน์จากการเกดิ สาธารณภัยคร้งั ต่อไป
ดังน้ัน ท้องถ่ิน ชุมชนในพ้ืนท่ีเสี่ยงภัยต้องมีความเข้มแข็ง ในการฟื้นฟูได้โดยเร็ว โดยไม่ต้องรอให้
หนว่ ยงานภาครัฐเข้ามาจัดการฟื้นฟูทง้ั ระบบ และประชาชนในพ้นื ท่ีมสี ่วนร่วมในการฟ้นื ฟูอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
7.1 การประเมนิ ความจำเป็นในการฟ้ืนฟูภายหลังเหตกุ ารณ์สาธารณภยั
เป็นการประเมินความเสียหายและการประเมินความสูญเสียภายหลังเกิดสาธารณภัยรวมถึงการคำนวณมูลค่า
ผลกระทบจากสาธารณภัยที่มีผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยการประมาณการความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน
ของประชาชน ระบบสาธารณูปโภค สภาพแวดล้อม ระบบนิเวศน์ และทรัพยากรธรรมชาติท่ีถูกทำลายหรือได้รับ
ผลกระทบจากสาธารณภัย เพื่อประเมินความจำเป็นตามที่ได้รับผลกระทบ และจำเป็นต้องฟ้ืนฟูภายหลังเกิด
สาธารณภัย และเพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนการฟืน้ ฟรู ะยะส้นั ระยะกลาง และระยะยาว โดยมแี นวทางปฏบิ ัติ ดงั นี้
7.1.1 แจ้งให้อำเภอและท้องถ่ิน สำรวจความเสียหายระบบสาธารณูปโภคและส่ิงสาธารณประโยชน์ต่าง ๆ จนถึง
ระดับครวั เรอื น รวมทัง้ จัดทำฐานข้อมูลการสำรวจความเสียหาย เพ่ือเป็นขอ้ มูลในการฟ้ืนฟู และกำหนดกรอบแนวทาง
ในการสร้างคนื ใหมไ่ ด้อยา่ งเหมาะสมและเป็นทีย่ อมรบั
7.1.2 อำเภอและท้องถ่ินสำรวจประเมินความจำเป็นในการฟน้ื ฟูหลังการเกดิ สาธารณภยั ดงั น้ี
(1) ขอ้ มลู พื้นฐานดา้ นชมุ ชน เชน่ ประชากร เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
(2) ข้อมูลด้านความเสียหายจากสาธารณภัย การจัดการในภาวะฉุกเฉิน การช่วยเหลือจาก
ภายนอก
(3) ข้อมูลการวิเคราะห์ความสามารถในการเผชิญเหตุของชุมชน ความอ่อนแอ หรือความ
ลอ่ แหลมตอ่ สาธารณภัยท่เี กดิ ข้ึน
7.1.3 สำรวจและประเมนิ ความจำเปน็ ในการฟื้นฟูภายหลังเหตกุ ารณส์ าธารณภยั ดังน้ี
(1) ข้อมูลการฟืน้ ฟผู ู้ประสบภัย ควรมีรายละเอยี ดในแตล่ ะด้าน เช่น ด้านอาหาร การเงิน ส่ิงของ
เครื่องใช้ ที่พักพิง สุขภาพ สุขาภิบาล และส่ิงแวดล้อมการประกอบอาชีพ และองค์ความรู้ (การช่วยเหลือ
ยามฉุกเฉิน สุขาภิบาล ฯลฯ) โดยให้คำนึงถึงการฟ้ืนฟูกลุ่มเปราะบาง (กลุ่มเด็ก สตรีมีครรภ์ คนชรา ผู้ป่วย
และผ้พู กิ าร) ทไ่ี ด้รับผลกระทบจากสาธารณภยั เปน็ พเิ ศษ
(2) ข้อมูลการฟื้นฟูพ้ืนที่ประสบภัย ควรมีรายละเอียดในแต่ละด้าน เช่น ท่ีอยู่อาศัย การศึกษา
การดูแลสุขภาพ ส่ิงก่อสร้างต่าง ๆ เกษตรกรรม การชลประทาน การขนส่ง การสื่อสาร อุตสาหกรรม ระบบ
สขุ าภบิ าล เปน็ ตน้
สำนักงานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดกาญจนบุรี หน้า ๕๙
7.1.4 จังหวัดจัดชุดปฏิบัติการพิเศษประสานกับอำเภอและท้องถิ่น ให้ตรวจสอบรายละเอียดความ
เสยี หาย การให้ความชว่ ยเหลอื และความตอ้ งการเบ้ืองต้นของผปู้ ระสบภัยโดยเรว็
7.1.5 ประสานการปฏิบัติกับอำเภอ ให้ประสานการปฏิบัติกับคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ
อำเภอ (ก.ช.ภ.อ.) ให้เร่งสำรวจความเสียหายจากภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินโดยเร็ว เพ่ือพิจารณาช่วยเหลือผู้ประสบภัย
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการท่ีกระทรวงการคลังกำหนด และรายงานผลการสำรวจความเสียหายจากภัยพิ บัติกรณี
ฉุกเฉิน ต่อคณะกรรมการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติจังหวัด (ก.ช.ภ.จ.) เพื่อพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือ
ผ้ปู ระสบภยั
7.1.6 ในกรณีท่ีความเสียหายมีมูลค่ามากกว่าวงเงินที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจอนุมัติ ให้ส่งเร่ืองให้
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยพิจารณาเสนอขออนุมัติวงเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากวงเงินงบกลาง
รายการเงินสำรองจ่ายเพ่ือกรณีฉกุ เฉนิ หรอื จำเป็นจากคณะรัฐมนตรี
7.1.7 รายงานสรุปการประเมินความเสียหายและความจำเป็นในเบื้องต้น ให้ผู้อำนวยการจังหวัด
ผอู้ ำนวยการกลาง ผู้บัญชาการป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ และนายกรฐั มนตรที ราบตามลำดบั
7.2 การจัดการด้านการฟน้ื ฟู
การฟื้นฟูในเขตพื้นที่จังหวัด เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยจังหวัด ในเขตพ้ืนท่ีอำเภอ เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยอำเภอ และในเขตพื้นที่ท้องถิ่น เป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของกองอำนวยการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแห่งพ้ืนที่ โดยการนำทรัพยากรท่ีมีอยู่ท้ังกำลังคน ทรัพย์สิน เคร่ืองมือของ
เอกชนเขา้ ร่วมในการฟนื้ ฟู โดยมีแนวทางการปฏบิ ัติ ดงั น้ี
1. การฟื้นฟูระยะส้ัน เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากการจัดการในภาวะฉุกเฉินได้ยุติลง
เพื่อสนองความต้องการท่ีจำเป็นของผู้ประสบภัย ธุรกิจ และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยในระยะเร่งด่วนหรือ
ระยะสั้น รวมถึงการจัดมาตรการรักษาความปลอดภัยไม่ให้เกิดอันตรายหรือสาธารณภัยซ้ำขึ้นอีก การประเมินความ
เสียหายของโครงสร้างพ้ืนฐานการจัดเตรียมที่พักอาศัยชั่วคราวและการให้บริการสาธารณะ โดยมีแนวทางการ
ปฏิบตั ิ ดังนี้
(1.1) การฟื้นฟูผู้ประสบภัย เป็นการฟ้ืนฟูด้านสมรรถภาพทางกายให้แก่ผู้ประสบภัย เช่น
การตรวจรักษา ป้องกัน ควบคุมโรค และการฟ้ืนฟูความแข็งแรงทางร่างกาย รวมถึงการฟื้นฟูด้านสภาพจิตใจและ
สังคมของผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการกระตุ้นและช่วยเหลือให้เกิดการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงตาม
ความจำเปน็ โดยให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเปน็ หน่วยงานหลกั และมแี นวทางปฏบิ ตั ิ ดังนี้
(1.1.1) การช่วยเหลือและสงเคราะห์ผู้ประสบภยั
- แจ้งให้อำเภอและท้องถิ่น สำรวจ ตรวจสอบข้อมูลผู้ประสบภัยและความเสียหาย
เพ่ือให้ความช่วยเหลอื ต่าง ๆ ตรงกบั ขอ้ เทจ็ จรงิ ตลอดจนสง่ ผปู้ ระสบภยั กลับภมู ิลำเนา
- ให้มีการประสานงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ และองค์กรภาคเอกชนในการสงเคราะห์
ผปู้ ระสบภยั ให้เป็นไปอยา่ งมีระบบ รวดเรว็ ทั่วถงึ และหลกี เล่ยี งความซ้ำซ้อนในการสงเคราะหผ์ ปู้ ระสบภยั
- ให้อำเภอและท้องถ่ิน จัดทำบัญชีรายช่ือผู้ประสบภัยและทรัพยส์ ินท่ีเสียหายไว้เป็น
หลักฐานเพ่ือการสงเคราะห์ผู้ประสบภัย พร้อมทั้งออกหนังสือรับรองให้ผู้ประสบภัยไว้เป็นหลักฐานในการรับการ
สงเคราะหแ์ ละฟื้นฟู
- จัดให้มีการรักษาพยาบาลแก่ผู้ประสบภัยอย่างต่อเน่ืองจนกว่าจะหายกลับมา
ดำรงชีวิตได้ตามปกติ รวมท้ังการจัดท่ีพักอาศัยช่ัวคราว และระบบสุขาภิบาลแก่ผู้ประสบภัยในกรณีที่ต้องอพยพ
จากพืน้ ท่อี นั ตราย
สำนกั งานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั กาญจนบรุ ี หนา้ ๖๐
- ให้การสงเคราะห์แก่ครอบครัวของผู้ทป่ี ระสบภัยอย่างต่อเน่ือง โดยเฉพาะในกรณีที่
ผู้เป็นหัวหน้าครอบครัวประสบภัยจนเสียชีวิตหรือไม่สามารถประกอบอาชีพต่อไปได้ โดยการให้ทุนการศึกษาแก่
บตุ รของผปู้ ระสบภยั จนจบการศกึ ษาภาคบังคบั และโดยการจัดหาอาชีพให้แก่บุคคลในครอบครัว
- เล้ียงดูผู้ประสบภัยท่ีไม่สามารถช่วยตัวเองได้ในระยะแรก เช่น ดูแลเด็กกำพร้า
นกั เรยี น นักศึกษา คนพิการ และผสู้ ูงอายทุ ่ปี ระสบภัย
(1.1.2) การป้องกนั เฝ้าระวัง และควบคมุ โรคระบาดท้ังคนและสัตว์
(1.1.3) ประชาสัมพันธ์เพ่ือเสริมสร้างขวญั และกำลังใจของประชาชนให้กลับคืนสู่สภาพปกติ
โดยเร็ว
(1.1.4) รายงานข่าวและประชาสมั พนั ธใ์ ห้ขา่ วสารต่อสาธารณชนได้รบั ทราบสถานการณ์เป็น
ระยะ ๆ
(1.2) การฟ้ืนฟูสถานภาพทางสังคม การให้บริการด้านข้อมูลข่าวสาร ความรู้ และคำปรึกษา
ต่าง ๆ การรับแจ้งเหตุและประสานการช่วยเหลือ การฟ้ืนฟูอาชีพ การช่วยเหลือด้านการเสริมศักยภาพ
ประชาชน/ชุมชน การโยกย้ายและการตั้งถิ่นฐานของผู้ประสบภัย การทำให้ประชาชนหรือผู้ประสบภัยสามารถ
กลับมาประกอบอาชีพและดำเนินชีวิตได้อย่างปกติ โดยให้สำนักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์จังหวัด
เป็นหน่วยงานหลัก
(1.3) การฟ้ืนฟพู ื้นท่ีประสบภัย เป็นการบูรณะท่ีอยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ท่ีได้รับความ
เสียหายจากเหตุการณ์สาธารณภัยให้กลับสู่สภาพที่สามารถใช้งานได้ดังเดิม ท้ังน้ี ควรให้ความสำคัญกับการฟ้ืนฟู
ทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมด้วยตามความเหมาะสมกับสถานการณ์และการใช้งาน หากการบูรณะ
โครงสรา้ งและส่ิงก่อสร้าง หรอื การฟนื้ ฟูทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมท่ีตอ้ งฟื้นฟูให้ดีกว่าเดิมอาจต้องใชเ้ วลา
และงบประมาณในการฟ้ืนฟูควรกำหนดแผนงานไว้ในกรอบของการฟ้ืนฟูระยะยาวต่อไป และการฟ้ืนฟูพื้นที่
ประสบภยั ในระยะเรม่ิ ต้นให้ปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
(1.3.1) ทำความสะอาดบ้านเรือน ชมุ ชน และส่งิ สาธารณประโยชน์ ในพ้ืนท่ปี ระสบภัย
และขนย้ายขยะมูลฝอย
(1.3.2) ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีเกิดเหตุ ดำเนินการฟ้ืนฟูพ้ืนที่ประสบภัย
ปรบั สภาพภมู ิทศั น์และแก้ไขปัญหาส่ิงแวดล้อมและมลภาวะเปน็ พษิ
(1.3.3) กรณีท่ีเกินกว่าความสามารถขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้หน่วยงานท่ี
รับผิดชอบโครงสรา้ งพ้นื ฐานนัน้ ๆ ดำเนินการฟื้นฟู ซ่อมแซม และบรู ณะโครงการที่ไดร้ ับความเสียหาย ดงั น้ี
- ทางหลวงแผ่นดินและเส้นทางคมนาคม ดำเนินการโดยแขวงทางหลวง
กาญจนบรุ ี และแขวงทางหลวงชนบทกาญจนบุรี
- ระบบไฟฟ้า ดำเนินการโดยการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดกาญจนบุรี และการ
ไฟฟ้าฝ่ายผลติ แห่งประเทศไทย
- ระบบประปา ดำเนินการโดยการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดกาญจนบุรี
- ระบบโทรคมนาคมและการติดต่อส่ือสาร ดำเนินการโดยบริษัท ทีโอที จำกัด
(มหาชน) สาขากาญจนบรุ ี และ บรษิ ทั กสท. โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) สาขากาญจนบรุ ี
(1.3.4) ให้รื้อถอนซากปรักหักพัง และซ่อมแซมส่ิงสาธารณูปโภค โครงสร้างพื้นฐาน
และอาคารบ้านเรือนของผู้ประสบภัย เพ่ือใหส้ ามารถประกอบอาชีพต่อไป
(1.3.5) ซ่อมแซมสถานที่ราชการ โรงเรียน สถานศึกษา วัด โบราณสถาน สถานที่
ราชการ และสถานท่ที อ่ งเท่ยี วและสาธารณปู โภคตา่ ง ๆ ใหใ้ ชง้ านไดด้ ังเดมิ
(1.3.6) พื้นท่ีประสบภัย เช่น การเก็บซากปรักหักพัง การตรวจสอบความแข็งแรงของ
อาคาร การออกแบบวางผังเมือง การจัดหาแหล่งน้ำอุปโภคบริโภค การจัดทำภูมิทัศน์ ดำเนินการโดย สำนักงาน
สำนกั งานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั กาญจนบรุ ี หนา้ ๖๑
โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดกาญจนบุรี โครงการชลประทานกาญจนบุรี องค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี
และหนว่ ยงานอนื่ ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้อง
(1.3.7) การจัดการขยะมูลฝอยและซากปรกั หกั พัง
- ขยะมูลฝอย มีผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ทำให้เกิดการปนเปื้อนของพ้ืนดิน
แหล่งน้ำและอากาศ ทำให้บ้านเมืองไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยทั่วไป
การแก้ไขปญั หาขยะมลู ฝอย จงึ ควรปฏบิ ตั ิเพอ่ื ปอ้ งกนั และแกไ้ ขผลเสียทจี่ ะเกดิ ขึ้น ดังน้ี
- การเก็บรวบรวมขยะมูลฝอย โดยการเก็บขยะมูลฝอยมาเก็บใส่รวบรวมไว้
ในจุดรองรับขยะก่อนท่ีจะส่งไปยังสถานท่ีกำจัดขยะ การรวบรวมขยะจากภายในบ้านเรือนจะต้องมีฝาปิดมิดชิด
นำ้ ไมส่ ามารถจะซึมได้
- กำจัดขยะมูลฝอย โดยการนำไปหมักทำปุ๋ย เผากลางแจ้ง เผาในเตาเผาขยะ
และฝังกลบอย่างถูกหลักวิชาการ โดยให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดกาญจนบุรี
เป็นหนว่ ยงานหลักในการบรู ณาการกบั หนว่ ยงานต่าง ๆ
2. การฟื้นฟูระยะกลาง เป็นการดำเนินการต่อเนื่องในการประสาน และสนับสนุนชุมชน
ที่ประสบภัย ฟ้ืนฟูหรือสร้างส่ิงอำนวยความสะดวกในการดำรงชีวิตข้ึนใหม่ การฟื้นฟูเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม
รวมทัง้ สภาพจติ ใจ ร่างกาย และสงั คมของผู้ประสบภัย ใหป้ ฏิบัติ ดงั นี้
(2.1) จัดการทีอ่ ยอู่ าศยั แบบถาวร และชั่วคราว และประสานความช่วยเหลอื จากหน่วยช่วยเหลือ
ตา่ ง ๆ เพ่อื ให้การชว่ ยเหลือผ้ปู ระสบภยั ได้อย่างทั่วถงึ
(2.2) การฟ้ืนฟโู ครงสร้างพ้ืนฐานดา้ นต่าง ๆ ที่จำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ติ เช่น ประปา ไฟฟ้า ระบบ
โทรคมนาคม เป็นต้น
7.3 แนวทางการฟื้นฟทู ดี่ ีกว่าเดิม
การฟ้ืนฟูระยะยาว เป็นการดำเนินการต่อเน่ืองจากระยะกลาง ซ่ึงอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือ
หลายปีนับจากหลังเกิดสาธารณภัย โดยมุ่งเน้นการกลับสู่สภาวะปกติ หรือให้ดีกว่าและปลอดภัยกว่าเดิม โดยให้
หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องสำรวจและจัดทำแผนงานโครงการ เพ่ือวางแผนการฟ้ืนฟูพ้ืนที่เกิดภัยให้สามารถรองรับภัยพิบัติ
ท่จี ะเกดิ ขึ้นในอนาคตไดด้ กี ว่าและปลอดภยั กว่าเดมิ และมีแนวทางปฏบิ ัติ ดงั น้ี
(๑) จัดตั้งหน่วยบรรเทาทุกข์เพ่ือปฏิบัติการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เอกชน มูลนิธิการกุศล
อยา่ งตอ่ เนอื่ ง
(๒) ให้มีการบูรณะ และการก่อสร้างท่ีอยู่อาศัยที่ถูกทำลายและได้รับความเสียหายใหม่หรือ
พฒั นาท่ีอยูอ่ าศัยถาวร เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ในการแก้ไขปัญหาดา้ นท่ีอย่อู าศัยท่จี ะรองรับ โดยชุมชนมสี ่วนในการ
เสริมสร้างความถาวรยั่งยืนและความต้านทานต่อสาธารณภัยของท่ีอยู่อาศัย ท้ังน้ี การฟื้นฟู ท่ีอยู่อาศัยมุ่งที่จะ
แก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัยให้ผู้ประสบภัยหลังการเกิดสาธารณภัย เพื่อป้องกันและลดผลกระทบต่อสาธารณภัย
ท่ีจะเกิดขึน้ อกี
(๓) ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์ในการ
ดำเนินงานตอบโต้และฟื้นฟูท่ีเหมาะสม เพ่ือที่จะสงวน อนุรักษ์ บูรณะ และปฏิสังขรณ์ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม
หรือดีกว่าหรือปลอดภัยกว่าเดิม ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบในทุกระดับ รวมถึงหน่วยงานภาคเอกชนท่ีเป็น
เครอื ข่ายใหก้ ารสนบั สนนุ แผนงานและภารกจิ สำคัญตามแผนงานทก่ี ำหนด
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดกาญจนบุรี หน้า ๖๒
บทที่ 8
การขบั เคลื่อนแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั จังหวัด ไปสกู่ ารปฏิบัติ
แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ. 2558 (ฉบับปรับปรุง ประจำปี
งบประมาณ พ.ศ. 2563) ได้นำกรอบแนวคิดและแนวทางการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย ประกอบด้วย
การมุ่งเน้นการลดความเสย่ี งจากสาธารณภัย การบูรณาการ การจัดการในภาวะฉุกเฉิน การเพิ่มประสิทธิภาพการ
ฟืน้ ฟูอย่างย่ังยืน และการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศในการจัดการความเสยี่ งจากสาธารณภัย ซ่ึงการจะ
ดำเนินการท่ีจะให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ตามวัตถุประสงค์ จึงต้องอาศัยการบูรณาการจากทุกภาคส่วนทั้งภาคราชการ
พลเรือน ทหาร ภาคเอกชน มูลนิธิ/อาสาสมัคร และองค์การสาธารณกุศล กอปรกับแนวทางกระบวนการ
ขับเคลื่อนแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี ไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลและเป็นรูปธรรม
โดยมแี นวทางดงั ตอ่ ไปนี้
8.1 กำกับติดตามให้อำเภอ/องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน จัดทำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
แผนปฏิบัติการ และแผนเผชิญเหตุให้สอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด
พ.ศ. ๒๕๕๘ โดยนำกรอบแนวคิดและแนวทางการจัดการความเสี่ยงจากสาธารณภัย การบูรณาการการจัดการ
ในภาวะฉุกเฉินการเพิ่มประสิทธิภาพการฟ้ืนฟูอย่างย่ังยืน และการส่งเสริมความร่วมมือกันในการจัดการกับ
สาธารณภัย ท้ังน้ี การดำเนินการให้บรรลุผลสัมฤทธ์ิ จำเป็นต้องอาศัยความรว่ มมือจากทุกภาคส่วนปฏิบัติตามแผนท่ีได้
กำหนดไว้ และตามพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.๒๕๕๐ บัญญัติไว้ให้ มาตรา ๑๙ นายอำเภอ
ในฐานะผู้อำนวยการอำเภอ และมีแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอ ในการบริหารจัดการสาธารณภัย
ในพน้ื ท่ี มาตรา ๑๖ แผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัด ต้องมีสาระสำคัญอ่นื ดังตอ่ ไปนี้ (๒) แผนและขนั้ ตอน
ขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดหาวัสดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือเครื่องใช้และยานพาหนะ เพื่อใช้ในการป้องกนั และ
บรรเทาสาธารณภัย (๓) แผนและขั้นตอนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดให้มีเครื่องหมายสัญญาณ หรอื สิ่งอ่ืน
ใด ในการแจ้งให้ประชาชนได้ทราบถึงการเกิดหรือจะเกิดสาธารณภัย (๔) แผนปฏิบัติการในการป้องกันและบรรเทา
สาธารณภัยขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ และมาตรา ๒๐ ให้องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ แห่งพน้ื ท่ี มีหน้าท่ปี อ้ งกันและ
บรรเทาสาธารณภัยในเขตท้องถ่ินของตน โดยมีผู้บริหารท้องถิ่นขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินแห่งพื้นที่นั้น เป็น
ผู้รบั ผิดชอบในฐานะผู้อำนวยการท้องถ่ิน และมีหน้าท่ีช่วยเหลือผู้อำนวยการจังหวัดและผู้อำนวยการอำเภอตามท่ีได้รับ
มอบหมาย เพื่อให้การบริหารจัดการสาธารณภัย ในพ้ืนท่ีประสานสอดคล้องกันระหว่างท้องถิ่น อำเภอ จังหวัด กำหนด
กิจกรรมและแผนงาน ดังนี้
1) การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนแผนไปสู่การปฏิบัติ เช่น การจัดประชุมสร้างความเข้าใจ
กระบวนการบริหารจัดการภัยพิบัติ ตามแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ. ๒๕๕๘
(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 256๓) รวมท้ัง มีการประชาสมั พนั ธ์ผา่ นส่อื ตา่ ง ๆ เป็นต้น
2) จัดให้มีการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยร่วมกันทุกระดับ และใช้แผนฉบับน้ีเพ่ือเป็นกรอบการดำเนินการ
ในการฝึกฯ
๓) ใหท้ กุ ภาคสว่ นนำแผนฉบบั น้ีใชเ้ ป็นกรอบในการจดั ทำแผนปฏิบตั ขิ องแต่ละหน่วย
8.2 ให้จังหวัดบรรจุแผนงานโครงการที่ปรากฏในแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดในแผน
ยุทธศาสตรจ์ ังหวดั และกล่มุ จังหวัด
ประสานหน่วยงาน เช่น สำนักงานจังหวัดกาญจนบุรี ในการนำแผนงานโครงการแผนการป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เช่น โครงการจัดการภัยพิบัติชุมชนโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน ขอสนับสนุนงบประมาณจาก
จงั หวัด โดยสอดคล้องกบั ยุทธศาสตรจ์ งั หวดั ตอ่ ไป
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จังหวดั กาญจนบรุ ี หนา้ ๖๓
8.3 ให้องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ บรรจแุ ผนงานโครงการในแผนพัฒนาองคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่
- ดำเนินการผลักดันและบรรจุแผนงานด้านการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไว้ในแผนพัฒนาห้าปีของ
องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
- ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำแผนและข้ันตอนขององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ในการจัดหา
วสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมอื เครอ่ื งใช้และยานพาหนะ เพื่อใช้ในการปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั
- ประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ดำเนินการจัดทำแผนและขั้นตอนในการจัดใหม้ ีเครอื่ งหมายสัญญาณ
หรือสิง่ อนื่ ใด ในการแจง้ ใหป้ ระชาชนได้ทราบถงึ การเกิดหรอื คาดวา่ จะเกดิ สาธารณภัย
8.4 ทดสอบ ประเมนิ ทบทวน แผนจงั หวัด เพอ่ื ปรับปรุงใหม่
ใชแ้ ผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด พ.ศ.๒๕๕๘ ไปสู่การปฏิบตั ิในการจัดการภัยพบิ ัตใิ นพ้ืนที่
จังหวัดกาญจนบุรี และใช้เป็นกรอบการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในแต่ละภัย ทั้งน้ี หากหน่วยงาน
ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องภายใต้แผนนี้ ได้นำแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด พ.ศ.๒๕๕๘ ไปใช้แล้วพบ
ข้อบกพร่องหรือขั้นตอนต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรค สามารถเสนอแนะปัญหาอุปสรรคและความจำเป็นเปล่ียนแปลง
แก้ไขได้ เพื่อให้เกิดความสมบูรณ์และเป็นประโยชน์ต่อไป รวมท้ังอาจร่วมกันประเมินในช่วงปลายแผนฯ เพื่อเป็น
ข้อมลู ประกอบการพจิ ารณาแนวทางในการปรบั ปรงุ หรือทบทวนแผนต่อไป
8.5 การทบทวนและปรับปรุงใหม่
พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 มาตรา 44 กําหนดว่าในกรณีท่ีข้อเท็จจริงเกี่ยวกับ
สาธารณภัย หรอื การป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยท่ีได้กำหนดไว้ในแผนต่าง ๆ ตามพระราชบัญญัตินี้ เปล่ียนแปลงไป
หรือแผนดังกล่าวได้ใช้ครบห้าปีแล้ว ให้เป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบในการจัดทำแผนดำเนินการปรับปรุงหรือทบทวน
แผนท่ีอยู่ในความรบั ผิดชอบดำเนินการตามกระบวนการท่ีกําหนดไว้ในแผนการปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ
พ.ศ. 2558 และได้มีการติดตามประเมินผลสัมฤทธ์ิของแผนและพัฒนาพบข้อบกพร่อง ให้พิจารณาทบทวนปรับปรุง
สำหรับ แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี พ.ศ. 2558 ฉบับปรับปรุง ประจำปีงบประมาณ
พ.ศ. 256๓ กเ็ ชน่ กนั เนือ่ งจากอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงขอ้ มูลในแผนฉบับน้ี และหากนำแผนไปใชใ้ นการจดั การภยั พิบตั ิ
ในพื้นท่ีพบข้อบกพร่อง หรือเพื่อให้สอดคล้องกับแผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2558 จังหวัด
กาญจนบุรี จะพจิ ารณาทบทวนปรบั ปรงุ ทุกปี เพือ่ ให้มีความสมบรู ณ์ต่อไป
------------------------
สำนักงานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดกาญจนบุรี หนา้ ๖๔
ภาคผนวก
สำนกั งานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดกาญจนบรุ ี หนา้ ๖๕
ภาคผนวก ก : นยิ ามศพั ท์ / ศัพท์สาธารณภัย
กลยุทธ์ (Strategy) หมายถึง แผนทั่ว ๆ ไป หรือคำแนะนำที่เลือกมาใช้เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดการ
เหตุฉุกเฉนิ
กลุ่มเปราะบาง (Vulnerable Group) หมายถึง กลุ่มบุคคลที่มีความสามารถจำกัดในการเผชิญเหตุการณ์
สาธารณภัย ซ่ึงต้องการความดูแลเป็นพิเศษ เช่น เด็ก สตรีมีครรภ์ ผู้สูงอายุ บุคคลทุพลภาพ ผู้ป่วย ผู้พลัดถิ่น
ผู้ล้ภี ยั คนตา่ งด้าว
การกำกับควบคุมพื้นท่ี (Area Command) หมายถึง การกำกับดูแลการจัดการเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น ในช่วงเวลา
เดียวกันหลายเหตุการณ์ และมีองค์กรระบบการบัญชาการเหตุการณ์หลายองค์กรแยกกันทำหน้าที่จัดการเหตุ
ฉุกเฉินท่ีเกิดข้ึนแต่ละเหตุการณ์ หรือทำหน้าที่กำกับดูแลการจัดการเหตุฉุกเฉินขนาดใหญ่หรือเหตุฉุกเฉินท่ีกำลัง
ลุกลามขยายตัว ซึง่ มีทมี งานจัดการเหตุฉกุ เฉินหลายทีมงานเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง
การจัดการในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Management) หมายถึง การจัดระบบและบริหารจัดการทรัพยากร
และความรบั ผิดชอบเพ่อื เผชญิ เหตุการณ์ฉกุ เฉนิ ทกุ รปู แบบ
การซ่อมสร้าง (Reconstruction) หมายถึง การฟืน้ ฟูโครงสรา้ งและส่ิงกอ่ สรา้ งท่ีไดร้ บั ความเสียหายจากเหตกุ ารณ์
สาธารณภัยใหก้ ลบั มาสสู่ ภาพทส่ี ามารถใชง้ านไดด้ งั เดิม
การเตรียมความพร้อม (Preparedness) หมายถึง ความพยายามในการเตรียมการรับมือกับสาธารณภัยมุ่งเน้นกิจกรรม
ตา่ ง ๆ ที่ทำให้ผู้คนมีความสามารถในการคาดการณ์ เผชิญเหตุ และจัดการกับผลกระทบจากสาธารณภัยอย่างเป็นระบบ หากมี
การเตรียมความพร้อมไดด้ ีจะทำใหส้ ามารถดำเนนิ การต่าง ๆ ได้อย่างเหมาะสมทั้งในช่วงก่อน ระหว่าง และหลังการเกิดสาธารณ
ภัย และเพ่ิมโอกาสในการรักษาชวี ิต ใหป้ ลอดภัยจากเหตกุ ารณส์ าธารณภยั ได้มากขึ้น
การเตอื นภัยล่วงหน้า (Early Warning) หมายถงึ การให้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์และทันเหตุการณ์ผ่านทางหน่วยงาน/
องค์กรต่าง ๆ เพื่อให้บุคคลท่ีกำลังเผชิญความเสี่ยงต่อการเกิดสาธารณภัยสามารถกระทำการอย่างใดอย่างหน่ึงเพ่ือหลีกเลี่ยง
หรือลดความเส่ียงและพร้อมที่จะรบั มอื กับสถานการณไ์ ด้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ
การบรรเทาทุกข์ (Relief) หมายถึง การให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นในทันทีที่เกิดสาธารณภัย เพ่ือรักษาชีวิตและ
ตอบสนองความตอ้ งการข้นั พน้ื ฐานใหผ้ ้ปู ระสบภยั สามารถดำรงชีพอยู่ได้
การบัญชาการ (Command) หมายถงึ การทำหน้าท่อี ำนวยการ สั่งการหรอื การควบคุมโดยอาศัยอำนาจที่กำหนด
ไวอ้ ยา่ งชัดเจนในกฎหมาย กฎระเบียบหรืออำนาจหนา้ ท่ีที่ได้รับมอบ
การบญั ชาการรว่ ม (Unified Command) หมายถึง การประยกุ ต์ใชร้ ะบบบญั ชาการเหตุการณเ์ มอ่ื มีหน่วยงานทมี่ ี
อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายในการจัดการเหตุฉุกเฉินท่ีเกิดขึ้นมากกว่าหน่ึงหน่วยงาน หรือ เม่ือเหตุฉุกเฉินท่ีเกิดข้ึน
ขยายตัวข้ามขอบเขตอำนาจหน้าท่ีทางการเมือง หน่วยงานต่าง ๆ จะทำงานร่วมกันผ่านตัวแทนของแต่ละ
หน่วยงานที่ได้รับการแต่งต้ังเป็นสมาชิกในหน่วยบัญชาการร่วม มีหน้าที่หลักในการกำหนดวัตถุประสงค์และ
กลยทุ ธร์ ว่ ม และจัดทำแผนเผชิญเหตุ ทจ่ี ะใชร้ ว่ มกันเพียงแผนเดียว
การบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command) หมายถึง หน่วยบัญชาการที่ทำหน้าที่รับผิดชอบการจัดการ
เหตุการณ์ฉุกเฉินท่ีเกดิ ขึ้นในภาพรวม และประกอบด้วยผู้บัญชาการเหตุการณ์ และเจ้าหน้าท่ีสนับสนุนท่ีได้รับการ
มอบหมาย
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัดกาญจนบุรี หนา้ ๖๖
การประเมินความเสียหายและความต้องการ (Damage and Needs Assessment : DANA) หมายถึงการ
ประเมินผลกระทบจากสาธารณภัยเพอ่ื วิเคราะห์ความสามารถของผู้ประสบภัยในการเผชิญสถานการณ์ฉุกเฉินดว้ ย
ตนเอง รวมท้ังความตอ้ งการความชว่ ยเหลอื เพ่ิมเตมิ จากหน่วยงานภายนอก เช่น ความช่วยเหลือด้านอาหาร นำ้ ด่ืม
การรักษาพยาบาล สขุ อนามัยและการกำจัดสิ่งปฏิกลู ด้านสุขภาวะที่พกั พิง อุปกรณ์ยังชีพ
การประเมินความเสียหายและความสูญเสีย (Damage and Loss Assessment : DALA) หมายถึง การ
วเิ คราะห์ผลกระทบจากสาธารณภัย เป็นการประมาณการเชิงปริมาณว่าเกิดผลกระทบอะไรข้ึน จากเหตุการณ์สา
ธารณภัย โดยอาศัยการเก็บข้อมูลทุติยภูมิจากพ้ืนท่ีประสบภัย ข้อมูลจากการประเมินจะนำไปใช้ในการประมาณ
การซอ่ มสร้างสงิ่ ก่อสรา้ งทเ่ี สียหายไป และเพอ่ื ใช้ในการวางแผนเพ่อื การฟนื้ ฟจู ากความสญู เสยี
การประสานงาน ณ จุดเดียว (National Single Window : NSW) หมายถึง การเชื่อมโยงข้อมูลทาง
อิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร ระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้องในกระบวนการนำเข้าส่งออกสินค้า เพ่ืออำนวยความ
สะดวกให้แก่ผูป้ ระกอบการ ในการตรวจสอบใบอนุญาตและใบรับรองตา่ ง ๆ ทางอเิ ล็กทรอนกิ ส์ ก่อนการตรวจปลอ่ ยสินค้า
ระบบนี้จะทำหน้าที่ประสานกิจกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ แบบครบวงจร ผู้ประกอบการสามารถรับส่งข้อมูลทาง
อเิ ล็กทรอนิกส์กับองค์กรที่เกี่ยวข้องไดอ้ ัตโนมัติ ตลอด 24 ชั่วโมง โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อกับหน่วยงานต่าง ๆ
ด้วยตวั เอง
การปรับตัว (Adaptation) หมายถึง การปรับตัวในระบบธรรมชาติหรือระบบมนุษย์เพ่ือตอบสนองต่อสิ่งเร้าทาง
ภูมิอากาศหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสาธารณภัย ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายท่ีอาจเกิดขึ้นหรือช่วยสร้างโอกาส
จากสภาวะวกิ ฤตได้
การป้องกัน (Prevention) หมายถึง มาตรการหรือแนวทางต่าง ๆ เพื่อช่วยขจัดผลกระทบเชิงลบ จากเหตุการณ์
สาธารณภัยท่ีอาจเกิดกับบุคคลหรือทรัพย์สินให้หมดไปอย่างส้ินเชิง ครอบคลุมถึงมาตรการ เชิงโครงสร้างและ
มาตรการที่ไม่ใช่เชงิ โครงสรา้ ง
การป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน (Civil Defense) หมายถึง การป้องกันพลเรือนให้ปลอดภัยจากการโจมตีทางทหาร แต่ปัจจบุ ัน
ครอบคลุมถึงการช่วยให้พลเรือนปลอดภัยจากการคุกคามทางสาธารณภัย ด้วยหน้าท่ีของกองกำลังป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน
(civil defense force) จากเดิมที่มีแต่การฝึกการทหาร จึงหมายรวมถึงการดูแลให้ประชาชนปลอดภัยจากสาธารณภัยและการ
ปฏิบัติการช่วยเหลือเม่ือเกิดเหตุสาธารณภัย เช่น การช่วยเหลือเคลื่อนย้ายในช่วงอพยพ การช่วยกระจายถุงยังชีพ การอำนวย
ความสะดวกในการขนสง่ อุปกรณ์และเคร่ืองมือเครื่องใช้ การชว่ ยซ่อมแซมกอ่ สร้างบา้ นเรือนท่ีเสยี หายจากภัยธรรมชาติ
การเผชญิ เหตุ (Response) หมายถึง มาตรการหรือการปฏบิ ัตกิ ารตา่ ง ๆ ทีค่ วรเกิดขนึ้ อยา่ งรวดเร็วและทันทว่ งที
เพื่อรักษาชีวิตและให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ขั้นพ้ืนฐานแก่ประชาชนท่ีได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์
สาธารณภัย เช่น การกู้ชีพ กู้ภัย การปฐมพยาบาล การแจกถุงยังชีพและส่ิงของบรรเทาทุกข์ การบัญชาการใน
เหตุการณ์ฉกุ เฉนิ การประสานงานเพือ่ ลำเลียงผู้ปว่ ย การบรหิ ารจัดการศูนย์อพยพ
การฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (Exercise) หมายถึง การจำลองสถานการณ์เพื่อฝึกฝนทักษะหรือ
ซักซ้อมกระบวนการดำเนินงานท่ีได้วางแผนไว้ เป็นแบบฝึกหัดเพ่ือให้ผู้ที่มีบทบาทหน้าท่ีและความรับผิดชอบใน
การรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินได้ฝึกซ้อมขั้นตอนปฏิบัติท่ีจำเป็น ทำให้มีทักษะสามารถใช้เครื่องมือ อุปกรณ์ต่าง ๆ
ไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ซ่ึงช่วยใหพ้ ร้อมปฏิบัตงิ านไดจ้ ริงหากเกิดสาธารณภัยขึ้น
การฟื้นฟู (Recovery) หมายถึง การปรบั สภาพระบบสาธารณูปโภค การดำรงชีพ และสภาวะวิถีความเป็นอยู่ของ
ชุมชนท่ีประสบภัยให้กลับสู่สภาวะปกติ หรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นกว่าเก่าตามความเหมาะสม โดยการนำเอาปัจจัย
สำนกั งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั จังหวดั กาญจนบุรี หนา้ ๖๗
ต่าง ๆ ในการลดความเสี่ยงจากสาธารณภัยเข้ามาช่วยในการฟื้นฟูด้วย (Build back better) หมายรวมถึง การ
ซอ่ มสรา้ ง (Reconstruction) และการฟนื้ สภาพ (Rehabilitation)
การฟ้ืนสภาพ , การเยียวยา (Rehabilitation) หมายถึง การจัดการความเสียหายหรือผลท่ีเกิดจากสาธารณภัย
เพ่ือพลิกฟ้ืนสภาวะการดำรงชีพของชุมชนท่ีได้รับผลกระทบจากการเกิดสาธารณภัยให้กลับคืนสู่สภาพที่เป็นอยู่
ก่อนหน้าน้ี รวมท้ังการดูแลสภาพจิตใจและจิตสังคม (Psychosocial Support) ของผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจน
การกระตนุ้ และช่วยเหลือให้เกดิ การปรบั ตวั ให้เข้ากบั การเปลยี่ นแปลงตามความจำเปน็
การลดความเส่ียงจากภัยพิบัติ (Disaster Risk Reduction : DRR) หมายถึง แนวคิดและวิธีปฏิบัติ ในการลด
โอกาสที่จะได้รับผลกระทบทางลบจากสาธารณภัยผ่านความพยายามอย่างเป็นระบบท่ีจะวิเคราะห์และบริหาร
จัดการปัจจัยท่ีเป็นสาเหตุและผลกระทบของสาธารณภัย เพื่อดำเนินนโยบาย มาตรการ หรือ กิจกรรมต่าง ๆ
ในการลดความล่อแหลม ลดปัจจัยที่ทำให้เกิดความเปราะบาง และเพ่ิมศักยภาพในการจัดการปัญหา มีเป้าหมาย
ในการลดความเสยี่ งที่มอี ยู่ในชุมชนและสังคมในปจั จบุ ัน และปอ้ งกนั ความเสยี่ งท่ีอาจเกดิ ข้ึนในอนาคต
การลดผลกระทบ (Mitigation) หมายถึง ปฏิบัติการลดผลกระทบทางลบโดยตรงของภัยที่เป็นอันตรายต่อสังคม
และสิ่งแวดล้อม เนื่องจากผลกระทบทางลบของภัย โดยมากไม่สามารถขจัดให้หมดไปอย่างส้ินเชิง แต่ขนาดและ
ความรุนแรงของความเสยี หายสามารถลดทอนลงได้จากการดำเนนิ นโยบายและกิจกรรมต่าง ๆ
การวิเคราะห์ความเส่ียง , การประเมินความเส่ียง (Risk Assessment) หมายถึง กระบวนการกำหนดลักษณะ
ขนาด หรือขอบเขตของความเส่ียงโดยการวิเคราะห์ภัยท่ีเกิดขึ้นและประเมินสภาวะการเปิดรับ ต่อความเสี่ยง
(exposure) ความเปราะบาง (vulnerability) และศักยภาพ (capacity) ในการรับมือของชุมชน ที่อาจเป็น
อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน การดำรงชีวิตและส่ิงแวดล้อม เป็นการวิเคราะห์ความน่าจะเป็น ในการเกิดผล
กระทบจากภยั ในพ้นื ทห่ี นึ่ง ๆ มีประโยชนใ์ นการวางแผนเพ่ือจดั การความเส่ยี งอย่างมรี ะบบ
การสนับสนุนการจัดการเหตุการณ์ (Incident Management Assistance Team : IMAT) หมายถึง การ
จัดรูปแบบการบัญชาการเหตุการณ์ ซึ่งประกอบด้วยทีมงานบัญชาการและทีมงานปฏิบัติการ และเจ้าหน้าท่ี
ที่เหมาะสมอื่น ๆ ภายในโครงสร้างระบบบัญชาการ ท่ีสามารถจะจัดส่งไปปฏิบัติงานหรือลงมือปฏิบัติงานได้ตาม
ความจำเป็น มีการกำหนดคณุ สมบัติและการรบั รองอยา่ งเป็นทางการ
การอพยพ (Evacuation) หมายถึง การเคล่ือนย้าย การกระจาย และการนำพลเรือนออกจากพื้นที่อันตราย หรือ
พื้นที่ท่ีอาจเป็นอันตรายอย่างเป็นระบบตามขั้นตอนและมีการกำกับดูแล รวมถึงการรับรองและการดูแลบุคคล
เหล่านใ้ี นสถานทปี่ ลอดภยั ดว้ ย
ขั้นตอนมาตรฐานการปฏิบัติงาน (Standard Operating Procedure : SOP) หมายถึง วิธีการที่ได้กำหนดหรือ
จัดทำขึน้ เพอื่ ใหผ้ ู้มีหนา้ ทเ่ี กยี่ วข้องปฏิบตั ิตามอย่างเป็นกิจวัตรในการทำงานอย่างใดอย่างหนง่ึ
ข่าวสาร (Intelligence) หมายถึง ข่าวสารที่เกี่ยวกับเหตุฉุกเฉินท่ีเกิดข้ึนเป็นองค์ประกอบท่ีสำคัญของการ
บญั ชาการเหตกุ ารณ์ เป็นภารกจิ ของส่วนแผนงานซงึ่ มงุ่ เน้นไปทข่ี ่าวสารในเหตุฉุกเฉิน
ขีดความสามารถ , ศักยภาพ (Capacity) หมายถึง ความสามารถท่ีจะกระทำการอย่างใดอย่างหน่ึง หรือ
ความสามารถท่อี าจจะพฒั นาต่อไปใหเ้ ป็นประโยชน์มากขึน้
คลังสำรองทรัพยากร (Stockpiling) หมายถึง วัสดุหรือเสบียงที่สะสมไว้เพ่ือใช้ในเวลาฉุกเฉิน หรือยามเกิดภัยพิบัติ เช่น
อุปกรณ์ปฐมพยาบาล อาหาร นำ้ ดม่ื ไฟฉาย ถุงนอน เครอ่ื งนงุ่ หม่ เคร่อื งประกอบอาหาร
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัดกาญจนบุรี หนา้ ๖๘
ความเปราะบาง (Vulnerability) หมายถึง ปัจจัยหรือสภาวะใด ๆ ที่ทำให้ชุมชนหรือสังคม ขาดความสามารถในการปกป้อง
ตนเอง ทำให้ไม่สามารถรับมือกับสาธารณภัย หรือไม่สามารถฟ้ืนฟูได้อย่างรวดเร็วจากความเสียหายอันเกิดจากสาธารณภัย
ปัจจัยเหล่านี้มีอยู่ในชุมชน หรือสังคมมานาน ก่อนเกิดสาธารณภัยและอาจเป็นปัจจัยท่ีทำให้ผลกระทบของภัยมีความรุนแรง
มากขน้ึ
ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) หมายถึง การร่วมลงทุน
ระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในกิจการของรัฐ โดยมักเป็นการให้เอกชนร่วมลงทุนในโครงการพื้นฐาน หรือ
โครงการให้บริการสาธารณะในระยะยาวท่ีมุ่งเน้นการให้บริการที่มีประสิทธิภาพคุ้มค่ากับต้นทุนมากกว่าภาครัฐ
จะดำเนินการเอง เป็นทางเลือกในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสทิ ธิภาพ ซงึ่ ให้เอกชนมสี ่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ
เช่น การก่อสร้าง การดำเนินการบำรุงรักษา การจัดหาเงินทุนการให้บริการ ซึ่งเอกชนเป็นผู้บริหารจัดการความ
เส่ยี งของโครงการตามระยะเวลาและรายละเอยี ดของสญั ญาที่กำหนดไว้
ความล่อแหลม (Exposure) หมายถึง การท่ีผู้คน อาคารบ้านเรือน ทรัพย์สิน ระบบต่าง ๆ หรือองค์ประกอบใด ๆ มีที่ต้ังอยู่
ในพนื้ ทเ่ี ส่ยี งภัยและอาจได้รับความเสียหาย
ความสูญเสีย (Loss) หมายถึง ความเปล่ียนแปลงของการหมุนเวียนสินค้าและบริการ รวมถึงสภาพทางเศรษฐกิจ
ซ่ึงเป็นผลจากสาธารณภัย ความเปลี่ยนแปลงนี้เกิดข้ึนต้ังแต่ช่วงระยะเวลาที่เกิดสาธารณภัย จวบจนกระท่ังมีการ
ซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ของทรัพย์สินที่เสียหายและมีการฟ้ืนฟูทางเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์ ในบางกรณีอาจใช้เวลา
หลายปี
ความเสยี หาย (Damage) หมายถงึ ทรพั ย์สินทางกายภาพ เช่น อาคารและสว่ นประกอบ โครงสร้างพ้ืนฐาน สนิ ค้า
ที่เก็บไว้ในคลัง และทรัพยากรธรรมชาติ ท่ีถูกทำลายทั้งหมดหรือบางส่วน โดยความเสียหายอาจเกิดขึ้นระหว่าง
หรือภายหลังจากประสบเหตุการณ์ภัยในทันที ความเสียหายถูกวัดในเชิงกายภาพและคิดคำนวณด้วยมูลค่า
ทดแทนเปน็ ตัวเงิน
ผลกระทบ (Impact) หมายถึง ผลท่ีเกิดขึ้นหรืออาจเกิดข้ึนกับประชาชน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมจากการเกิด
เหตุการณใ์ ด ๆ
ผู้บญั ชาการ (National Command) หมายถงึ ผูบ้ ญั ชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั แหง่ ชาติ
ผู้บญั ชาการเหตุการณ์ (Incident Commander) หมายถึง บุคคลทมี่ หี นา้ ที่รับผิดชอบการดำเนินกิจกรรมท้ังหมด
ท่ีเกี่ยวข้องกับเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้น และรับผิดชอบการพัฒนากลยุทธ์ และยุทธวิธีและการสั่งใช้และการจัดส่ง
ทรัพยากร ผู้บัญชาการเหตุการณ์มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบโดยรวมต่อการปฏิบัติการตอบโต้เหตุฉุกเฉิน
และรับผิดชอบการจัดการการปฏบิ ัตกิ ารตอบโต้เหตฉุ กุ เฉนิ ในสถานท่เี กิดเหตุทั้งหมด
ผู้อำนวยการ (Director) หมายถึง ผู้อำนวยการกลาง ผู้อำนวยการจังหวัด ผู้อำนวยการอำเภอ ผู้อำนวยการท้องถ่ิน และ
ผูอ้ ำนวยการกรงุ เทพมหานคร
แผนท่ีเสี่ยงภัย (Hazard Map) หมายถึง แผนท่ีแสดงพื้นท่ีซึ่งมีความเส่ียงต่อการเกิดภัย เช่น อุทกภัยสึนามิ ภูเขา
ไฟ ระเบดิ เปน็ ผลของการประเมินความเปน็ ไปได้ ความถี่ของการเกดิ ภยั ตลอดจนความรุนแรงของภัยน้นั ๆ
แผนเผชิญเหตุ (Incident Action Plan) หมายถึง แผนซ่ึงจัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรหรือส่ังด้วยวาจา ซึ่ง
ประกอบด้วยวัตถปุ ระสงค์ทว่ั ไปที่สะทอ้ นหรือแสดงถึงกลยุทธ์ในภาพรวมสำหรับการจัดการเหตุฉกุ เฉิน อาจรวมถึง
สำนักงานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั กาญจนบุรี หน้า ๖๙
การกำหนดทรัพยากรท่ีจะใช้ในการปฏิบัติงาน ภารกิจท่ีมอบหมาย และข้อมูลข่าวสารสำหรับจัดการเหตุฉุกเฉิน
ระหวา่ งช่วงระยะเวลาการปฏิบัติการช่วงหนงึ่ หรือหลายช่วง
ฟื้นเร็วทั่ว อย่างยั่งยืน (Resilience) หมายถึง ความสามารถของระบบ ชุมชน หรือสังคมท่ีมีความเส่ียงต่อ
สาธารณภัย ในการเรียนรู้เกี่ยวกับสภาพความเสี่ยงภัยของตน รวมท้ังรู้จักวางมาตรการและปฏิบัติตัวเพื่อช่วยลด
หรือถา่ ยโอนความเสย่ี งดังกล่าวเพอื่ ลดโอกาสในการไดร้ ับผลกระทบจากสาธารณภัย และ หากประสบกับสาธารณ
ภัยก็สามารถฟื้นตัวจากผลของภัยได้ด้วยแนวทางและในระยะเวลาที่เหมาะสม หมายรวมถึงความสามารถของ
ชมุ ชนในการดแู ลรกั ษาโครงสร้างและกลไกพน้ื ฐานท่จี ำเป็นให้ปลอดภยั จากสาธารณภัยด้วย
ภัย (Hazard) หมายถึง เหตุการณ์ท่ีเกิดจากธรรมชาติหรือการกระทำของมนุษย์ท่ีอาจนำมา ซ่ึงความสูญเสียต่อ
ชีวติ ทรพั ย์สนิ ตลอดจนทำใหเ้ กิดผลกระทบทางเศรษฐกจิ สังคม และสง่ิ แวดล้อม
ภาคประชาสังคม (Civil Society) หมายถึง หน่วยงานหรือองค์กรอิสระซึ่งไม่แสวงหาผลกำไรที่มีบทบาทในการ
ดำเนินกจิ กรรมเพ่อื สาธารณะ มีเป้าหมายเพื่อกอ่ ใหเ้ กิดความเปลยี่ นแปลงที่ดดี ้านสังคมและส่ิงแวดล้อม
ยุทธวิธี (Tactics) หมายถึง การใช้งานและการกำกับดูแลทรัพยากรท่ีปฏิบัติการตอบโต้เหตุฉุกเฉินเพ่ือให้บรรลุ
วตั ถุประสงค์ท่ีกำหนดข้นึ ดว้ ยกลยทุ ธ์
ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System) หมายถึง ระบบท่ีมีศักยภาพในการประมวลผลข้อมูลและแจ้ง
เตือนตามช่วงระยะเวลา เพ่ือให้บุคคล ชุมชน และหน่วยงานที่เส่ียงต่อภัยมีเวลาเพียงพอในการเตรียมการและ
รับมือไดอ้ ย่างเหมาะสม เพอ่ื ลดโอกาสการเกดิ อันตรายและความสูญเสีย
ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (Incident Command System : ICS) หมายถึง แนวทางในการบริหารจัดการเหตุการณ์ที่
เกี่ยวข้องกับภัยทุกประเภทอย่างมีมาตรฐานในพ้ืนท่ีเกิดเหตุ ต้ังแต่เหตุฉุกเฉินขนาดเล็กไปจนถึงเหตุฉุกเฉินที่มีความซับซ้อน
โดยผู้ปฏิบัติงานในบทบาทหน้าที่ต่าง ๆ จากหน่วยงานที่เก่ียวข้องสามารถดำเนินการร่วมกันได้ภายใต้การบัญชาการแบบรวม
ศูนย์ (unified command) โดยปกติมีการจัดโครงสร้างระบบเพ่ือการปฏิบัติงานใน 5 สายงานหลัก คือ ส่วนบัญชาการ
(command) ส่วนปฏิบัติการ (operation) ส่วนแผนงาน (planning) ส่วนสนับสนุนกำลังบำรุงหรือโลจิสติกส์(logistics) และ
ส่วนการเงิน/การบริหารจัดการ (finance/administration) ซ่ึงมีความยืดหยุ่นในการปรับลดหรือขยายส่วนงานที่อาจจำเป็น
หรอื ไมจ่ ำเป็นต้องใชง้ าน ขึ้นอยู่กับลกั ษณะของเหตุการณ์นั้น ๆ
ศนู ย์บัญชาการเหตกุ ารณ์ (Incident Command Post) หมายถึง สถานท่ีทีจ่ ัดต้ังขึ้นในพน้ื ที่ เพอ่ื ใชใ้ นการดำเนิน
ภารกิจหลัก ศูนย์บัญชาการอาจจะต้ังอยู่รวมกันกับฐานที่ต้ังหรือสถานที่อื่น ๆ ท่ีจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการ
จดั การเหตุฉกุ เฉิน
ศนู ยป์ ฏิบตั ิการฉกุ เฉิน (Emergency Operations Center) หมายถึง สถานทที่ ใ่ี ชป้ ระสานงาน ดา้ นข้อมลู ข่าวสาร
และทรัพยากรเพ่ือสนับสนุนการดำเนินกิจกรรมการจัดการเหตุฉุกเฉิน (การปฏิบัติการในสถานท่ีเกิดเหตุ) ศูนย์
ปฏิบัติการฉุกเฉินอาจเป็นสถานที่ช่วั คราวหรืออาจเป็นสถานที่ศูนย์กลางหรือสถานทม่ี ่ันคงถาวรกวา่ หรอื อาจจัดตั้ง
ในองค์กรในระดับสูงกว่า หรืออาจจัดตามภารกิจหลักแต่ละด้าน หรือจัดตามขอบเขตอำนาจหน้าท่ีและพื้นท่ี
รบั ผดิ ชอบ
ศูนย์ประสานข้อมูลร่วม (Join Information Center : JIC) หมายถึง สถานที่ที่จัดตั้งขึ้นเพ่ือทำหน้าท่ีประสาน
ข้อมูลข่าวสารสาธารณะท่ีเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมการจัดการเหตุฉุกเฉิน ศูนย์ประสานข้อมูลร่วมเป็น
จดุ กลางของการติดตอ่ สำหรับสอ่ื ขา่ วทุกประเภท
สำนักงานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จังหวดั กาญจนบรุ ี หนา้ ๗๐
ศูนย์พักพิงช่ัวคราว (Shelter) หมายถึง สถานท่ีเพ่ือให้ผู้ประสบภัยใช้อยู่อาศัยเมื่อไม่สามารถเข้าถึง ที่อยู่อาศัย
ตามปกติได้ อาจเป็นสถานท่ีที่สร้างจากวัสดุช่ัวคราว เช่น เต็นท์ บ้านจากวัสดุสังเคราะห์ ท่ีพักอาศัยช่ัวคราวชนิด
อื่นหรือในสถานการณ์ใดสถานการณ์หน่ึง อาจเป็นส่วนหน่ึงของนโยบาย หรือเป็นเอกสารที่จัดทำต่างหาก โดยมี
รายละเอียดดา้ นบคุ ลากร สถานท่ี ระยะเวลา และแนวทางในการปฏิบัตอิ ย่างชดั เจน
หน่วยสนับสนุน (Supporting Agency) หมายถึง หน่วยงานท่ีให้การสนับสนุน และ/หรือให้ความช่วยเหลือด้าน
ทรพั ยากรแกห่ นว่ ยงานอนื่ ๆ
องค์กรปฏิบัติการจัดการในภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operation Centre : EOC) หมายถึง สถานท่ีที่มี
เคร่ืองมืออุปกรณ์พร้อม เป็นศูนย์กลางเพื่ออำนวยการและประสานการปฏิบัติหน้าท่ีในห้วงเวลาของการเผชิญ
เหตุการณ์ภัยพิบตั ิ มีวตั ถุประสงคเ์ พื่อเป็นศูนย์สง่ั การ ให้แนวนโยบายปฏิบัติการ และอำนวยความสะดวกด้านการ
ประสานงานสำหรบั ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ เพ่อื ใหก้ ารเผชญิ เหตกุ ารณ์ฉุกเฉนิ มปี ระสทิ ธภิ าพ
เอกภาพในการบัญชาการ (Unity of Command) หมายถึง หลักการของระบบการบัญชาการเหตุการณ์ที่
กำหนดให้แต่ละบคุ คลที่ทำหน้าที่ตอบโต้เหตุฉุกเฉินจะได้รับการมอบหมายให้อยู่ภายใต้ผู้ควบคุมดแู ลเพียงหนึ่งคน
เท่านั้น
------------------------------
สำนกั งานป้องกนั และบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั กาญจนบรุ ี หนา้ ๗๑
ภาคผนวก ข : ตวั อย่างลักษณะภัย
พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550 ให้ความหมายคำว่า “สาธารณภัย”
หมายถึง อัคคีภัย วาตภยั อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์ โรคระบาดสัตว์ โรคระบาดสตั ว์น้ำ การระบาดของ
ศัตรพู ืช ตลอดจนภัยอ่ืน ๆ อันมีผลกระทบต่อสาธารณชน ไม่ว่าเกดิ จากธรรมชาติ มีผกู้ ระทำเกิดขึ้น อุบัติเหตุ หรือ
เหตุอื่นใด ซง่ึ ก่อให้เกิดอันตรายแก่ชีวติ ร่างกายของประชาชน หรือการเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนหรือของ
รัฐ และใหห้ มายความรวมถึงภัยทางอากาศและก่อวินาศกรรมดว้ ย
๑. ภยั จากอทุ กภัยและดินโคลนถลม่
1.1 อทุ กภัย หมายถึง เหตุการณ์ทม่ี ีนำ้ ท่วมพื้นดินสูงกว่าระดับปกติ ซง่ึ มสี าเหตุจากปริมาณนำ้ ฝนมาก
จนทำให้ปริมาณน้ำส่วนเกินมาเติมปริมาณน้ำผิวดินท่ีมีอยู่ตามสภาพปกติ จนเกินขีดความสามารถการระบายน้ำ
ของแม่น้ำ ลำคลอง และยังมีสาเหตุมาจากการกระทำของมนุษย์ โดยการปิดกั้นการไหลของน้ำตามธรรมชาติ
ท้ังเจตนาและไม่เจตนา จนเป็นอันตรายต่อชีวิต ทรัพย์สินของประชาชนและสิ่งแวดล้อม สามารถจำแนกตาม
ลกั ษณะการเกิดไดด้ งั นี้
1) น้ำท่วมขัง/น้ำล้นตลิ่ง (Inundation/Over bank flow) หมายถึง สภาวะน้ำท่วมหรือสภาวะ
นำ้ ล้นตล่ิงที่เกิดขึน้ เน่ืองจากระบบระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ มีลักษณะค่อยเปน็ ค่อยไป อนั เปน็ ผลจากการเกิดฝน
ตกหนัก ณ บริเวณนั้น ๆ ติดต่อกันเป็นเวลาหลายวนั มักเกิดข้ึนในบรเิ วณท่รี าบลุ่มริมแม่น้ำและบริเวณชุมชนเมือง
ใหญ่ ๆ น้ำท่วมขังสว่ นใหญ่จะเกิดบริเวณทา้ ยน้ำและแผเ่ ป็นบริเวณกว้างเนอ่ื งจากไมส่ ามารถระบายน้ำได้ทนั
2) น้ำท่วมฉับพลัน (Flash Flood) หมายถึง สภาวะน้ำท่วมที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในพ้ืนที่
เน่ืองจากฝนตกหนัก ในพื้นท่ีมีความชันมาก และมีคุณสมบัติในการกักเก็บน้ำหรือต้านน้ำน้อยหรืออาจเกิดจาก
สาเหตุอื่น ๆ เช่น เขื่อนหรอื อา่ งเก็บน้ำพังทลายนำ้ ทว่ มฉับพลนั มกั เกดิ ขน้ึ จากฝนตกหนัก และมักเกดิ ขน้ึ ในบริเวณ
ท่ีราบระหว่างหุบเขา ซ่งึ อาจจะไม่มีฝนตกหนักในบริเวณนั้นมาก่อนเลย แต่มีฝนตกหนักมากบริเวณตน้ น้ำที่อยู่ห่าง
ออกไป การเกิดน้ำท่วมฉับพลันมีความรุนแรงและเคล่ือนท่ีด้วยความเร็วมาก โอกาสที่จะป้องกันและหลบหนีจึงมี
น้อย
1.2 ดินถล่มหรือโคลนถล่ม (Landslide or Mud/Debris Flow) หมายถึง ปรากฏการณ์ที่มวลดิน
หรอื หินไถลเลอ่ื นลงจากทส่ี ูงสูท่ ี่ต่ำกวา่ ภายใตอ้ ิทธิพลแรงโนม้ ถ่วงของโลก และการมนี ้ำเป็นตัวกลาง ทำให้มวลวัสดุ
เกิดความไม่เสถียรภาพ อัตราการไถลเล่ือนดังกล่าวข้างต้นอาจช้าหรือเร็วข้ึนกับประเภทของวัสดุ ความลาดชัน
สภาพสิ่งแวดล้อม และปริมาณน้ำฝนในบางกรณีแผ่นดินถล่มอาจเกิดจากแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิด
การเคลื่อนตัวของวัสดดุ ังกล่าวอาจพัดพาตน้ ไม้ บา้ นเรือน รถยนต์ ส่ิงปลกู สร้างอนื่ ๆ ชำรุด หรือพังทลาย และอาจ
ทำให้ช่องเปิดของสะพานและแม่น้ำลำคลองอุดตันจนเป็นสาเหตุให้เกิดอุทกภัยข้ึนได้ใน เส้นการเคล่ือนตัว
ปรากฏการณด์ ังกล่าวเป็นอนั ตรายตอ่ ชวี ติ ทรพั ย์สินของประชาชนและสิ่งแวดลอ้ ม
2. ภัยจากวาตภยั
2.1 พายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) หมายถึง พายุหมุนท่ีเกิดข้ึนในน่านน้ำเขตร้อนมีความ
กดอากาศท่ีศูนย์กลางของพายุต่ำมาก และมีลมพัดเวียนเป็นรูปก้นหอยเข้าหาศูนย์กลางของพายุในช้ันบรรยากาศ
ระดับล่างแบบทวนเข็มนาฬิกา โดยสามารถแบ่งชนิดของพายุตามความรุนแรงของลมท่ีพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลาง
เปน็ 3 ระดบั คอื
(1) พายุดเี ปรสช่นั มีความเร็วลมสูงสดุ ใกลศ้ ูนยก์ ลางไมถ่ ึง 63 กิโลเมตรต่อชัว่ โมง
(2) พายุโซนร้อนหรือพายุไซโคลน มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 63-117 กิโลเมตร
ต่อชั่วโมง
สำนกั งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี หนา้ ๗๒
(3) พายุไต้ฝุ่นหรือพายุไซโคลนกำลังแรง เป็นพายุท่ีมีความแรงลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางมากกว่า
117 กิโลเมตรต่อชว่ั โมง สว่ นชอ่ื พายแุ ตกตา่ งกันน้นั ขนึ้ อยู่กับแหลง่ ทเ่ี กดิ พายุ กลา่ วคือในมหาสมุทรแปซิฟกิ เหนือ
ด้านตะวันออกรวมท้ังทะเลจีนใต้จะเรียก พายุโซนร้อนและไต้ฝุ่น ส่วนในมหาสมุทรอินเดียเหนือรวมทั้ง
อ่าวเบงกอลและทะเลอันดามันจะเรียก พายุไซโคลน พายุเหล่านี้ทำให้เกิดสาธารณภัยได้หลายประเภทพร้อมกัน
ท้งั วาตภัย อทุ กภัย และคล่ืนพายุซัดฝั่ง ลมที่พัดแรงเป็นอันตรายตอ่ ชีวติ และทำลายล้างทรัพย์สินตามแนวเสน้ ทาง
เดินของพายุและพ้ืนท่ีใกล้เคียง ลมแรงดังกล่าวยังก่อให้คลื่นลมในทะเลท่ีมีความสูงเป็นอันตรายต่อการเดินเรือ
และถา้ พายุทีม่ ีแรงลมมากกว่า 100 กโิ ลเมตรตอ่ ชั่วโมง จะมโี อกาสสูงทีจ่ ะกอ่ ใหเ้ กิดคลื่นพายุซัดฝ่ัง ทีเ่ ปน็ อนั ตราย
ตอ่ ชวี ติ และกจิ กรรมทีต่ ั้งอยทู่ ่รี าบตามแนวชายฝั่งทะเลได้
2.2 ภัยจากพายุหมุนเขตร้อน หมายถึง ความเสียหายของอาคารบ้านเรือนต้นไม้และส่ิงก่อสร้าง
ต่าง ๆ ท่ีเกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างจากความรุนแรงของลมท่ีพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลางของพายุภัยดังกล่าวข้ึน
ตามแนวเส้นทางเดินของพายุ โดยปกติจะมีความกว้าง 50-100 ขึ้นอยู่กับขนาดและความแรงของพายุแต่ละลูก
โดยความเสียหายจะมมี ากสุดบรเิ วณใกล้แนวศนู ย์กลางทีพ่ ายุเคล่ือนผ่าน
2.3 ภัยจากคล่ืนพายุซัดฝั่ง (Storm Surge) หมายถึง ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุน
เขตร้อนที่มีความแรงลมมากกว่า 100 กิโลเมตร ระดับน้ำท่ีสูงข้ึนจากความกดอากาศท่ีลดต่ำลงบริเวณใกล้
ศูนย์กลางของพายุพร้อมกับคลื่นลมแรงจัดท่ีพัดเข้าหาฝั่ง ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพื้นที่ราบชายฝ่ังทะเลใกล้
ศูนยก์ ลางของพายุ สภาพภมู ปิ ระเทศและขนาดของชมุ ชน
2.4 ภัยจากพายฤุ ดูร้อน หมายถึง ภัยท่ีเกดิ จากลมกรรโชกแรง พายุ ฝนฟา้ คะนอง หรือลกู เหบ็ มักเกิด
ในระยะเวลาส้ันๆ 10-15 นาที ในชว่ งการเปลี่ยนฤดจู ากฤดูหนาวไปสู่ฤดูรอ้ นและช่วงก่อนเร่ิมต้นฤดูฝน ก่อให้เกิด
ความเสียหายของอาคารบา้ นเรือน ต้นไม้ และสงิ่ กอ่ สรา้ งตา่ ง ๆ ทีเ่ กดิ ขึน้ เปน็ บริเวณแคบ ๆ
2.5 ภัยจากลูกเห็บ หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากก้อนน้ำลักษณะเหมือนน้ำแข็งรูปร่างไม่แน่นอนเกิดจาก
ละอองหยาดฝนซ่งึ เย็นแบบย่ิงยวดในเมฆฝน (ยังอยใู่ นสภาพของเหลวท่อี ุณหภูมติ ำ่ กว่าจุดเยือกแขง็ ) ปะทะกบั วัตถุ
แข็ง เช่น ผงฝุ่น หรือก้อนลูกเห็บท่ีเกาะอยู่ก่อนแล้ว จนเกิดการแข็งตัวเกาะรอบวัตถุน้ัน ๆ และกลายเป็นก้อน
ลูกเห็บ ซึง่ มกั เกิดขึน้ พร้อมกับพายุฤดรู ้อน
3. ภยั จากอัคคีภยั
อคั คีภยั หมายถึง ภยนั ตรายอนั เกดิ จากไฟท่ีขาดการควบคุม ทำให้เกิดการตดิ ต่อลุกลามไปตามบริเวณ
ทีม่ ีเชือ้ เพลิงเกิดลุกไหม้ต่อเนื่อง สภาวะของไฟจะรุนแรงมากข้ึน ถา้ การลกุ ไหมท้ ี่มีเช้ือเพลิงหนนุ เน่ือง หรือมีไอของ
เชือ้ เพลิงถกู ขบั ออกมามากความร้อนก็จะมากย่ิงขน้ึ
4. ภัยแล้ง
ภัยแล้ง หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากความแห้งแล้งของลมฟา้ อากาศ อันเกิดจากที่มีปรมิ าณนำ้ ฝนน้อย หรือ
ฝนไม่ตกเป็นระยะเวลานานและครอบคลุมพ้ืนที่เป็นบริเวณกว้าง ทำให้เกดิ การขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้ พชื พันธ์ุไม้
ต่าง ๆ ขาดน้ำไม่สามารถเจริญเติบโตตามปกติ เกิดความเสียหายและส่งผลกระทบอย่างกว้างขวางรุนแรง
ตอ่ ประชาชนโดยภัยแล้งเกิดจากสาเหตุ ดงั น้ี
(1) ฝนแล้ง หมายถึง สภาวะที่มีฝนน้อยหรือไม่มีฝนเลยในช่วงเวลาหน่ึง ซ่ึงตามปกติจะต้องมีฝน
(สภาวะทปี่ ริมาณฝนตกนอ้ ยกว่าปกติหรือไมต่ กต้องตามฤดูกาล) โดยขึ้นอย่กู บั สถานทแี่ ละฤดกู าล ณ ทน่ี ัน้ ๆ
(2) ฝนทง้ิ ช่วง หมายถงึ ช่วงที่มีปริมาณฝนตกไม่ถงึ วันละ 1 มิลลเิ มตร ติดตอ่ กนั เกนิ 15 วนั ในฤดู
ฝน เดือนทีม่ ีโอกาสเกดิ ฝนทิ้งชว่ งสูงคอื เดอื นมถิ นุ ายนและกรกฎาคม
5. ภยั จากโรคระบาดมนษุ ย์
ภัยจากโรคระบาดมนุษย์ หมายถึง ภัยจากโรคซ่ึงปรากฏข้ึนในประชากรกลุ่มหนึ่ง ในระยะเวลาหน่ึง
ในอัตราท่ีสูงขึ้นมากกว่าท่ีคาดไว้ โดยเปรียบเทียบกับประวัติการเกิดโรคในอดีต โรคน้ันอาจเป็นโรคติดต่อทาง
สมั ผสั หรือไม่ก็ได้ ส่งผลต่อชวี ติ ความเปน็ อยู่ของประชาชน ในพน้ื ท่ที เ่ี กดิ โรคระบาดและพนื้ ท่ีใกล้เคียง
สำนักงานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวดั กาญจนบุรี หนา้ ๗๓
6. ภยั จากโรคระบาดสัตว์
ภัยจากโรคระบาดสัตว์ หมายถึง ภัยที่เกิดจากโรคซ่ึงปรากฏข้ึนในประชากรสัตว์เล้ียงหรอื สัตว์ป่าโดย
เป็นโรคติดต่อท้ังในสัตว์ชนิดเดียวกัน ต่างชนิดกัน รวมถึงการติดต่อมาสู่คน ในระยะเวลาหน่ึง ในอัตราที่สูงขึ้น
มากกว่าท่ีคาดการณ์ไว้ โดยเทียบกับประวัติการเกิดโรคในอดีต สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจและสุขภาพ
ของประชาชน
7. ภัยจากโรคระบาดสัตวน์ ำ้
ภัยจากโรคระบาดสัตว์น้ำ หมายถึง ภัยที่เกิดโรคซ่ึงปรากฏขึ้นในประชากรสัตว์น้ำ โดยเป็นโรคติดต่อ
ท้ังในสัตว์น้ำชนิดเดียวกัน ต่างชนิดกัน รวมถึงการติดต่อมาสู่คน ในระยะเวลาหน่ึงในอัตราท่ีสูงขึ้นมา กกว่า
ที่คาดการณไ์ ว้ โดยเทียบกับประวัตกิ ารเกิดโรคในอดตี สรา้ งความเสยี หายต่อเศรษฐกจิ และสขุ ภาพของประชาชน
8. ภยั จากการระบาดของศัตรูพชื
ภัยจากการระบาดของศัตรูพืช หมายถึง ภัยที่เกิดจากสิ่งซ่ึงเป็นอันตรายแก่พืช เช่น เชื้อโรค พืช
แมลง สัตว์ หรือพืชที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่พืช ส่งผลให้สว่ นใดของพชื เช่น ต้น ตา ตอ แขนง หน่อ กิ่ง ใบ
ราก เหง้า หัว ดอก ผล เมล็ด เช้ือ และสปอร์ของเห็ด ไม่ว่าที่ยังทำพันธ์ุได้หรือตายแล้ว และให้ความหมายความ
รวมถึงตัวห้ำ ตัวเบียน ตัวไหม ไข่ไหม ผึ้ง รังผึ้ง และจุลินทรยี ์ จนส่งผลกระทบในวงกว้างต่อเศรษฐกิจ สังคม และ
ประชาชน
9. ภยั จากการคมนาคม
ภยั จากการคมนาคม หมายถึง ภัยจากอุบัติเหตุจากการจราจรทางบก ทางน้ำ และทางอากาศภัยจาก
ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ ภัยจากกระบวนการขนส่งสารเคมีและวัตถุอันตราย และภัยจากการร่ัวไหลของ
น้ำมันและวตั ถุอนั ตรายในแหลง่ นำ้ รวมถึงการเทท้งิ น้ำมันหรือของเสียในแมน่ ้ำหรือทะเล
10. ภัยจากไฟปา่ และหมอกควัน
ภัยจากไฟป่าและหมอกควัน หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากไฟป่าไม่ว่าจะจากสาเหตุใดก็ตามเกิดขึ้นในป่า
ธรรมชาติหรือสวนป่าก็ตาม แล้วลุกลามไปได้โดยอิสระปราศจากการควบคุม ตลอดจนเป็นผลให้ฝุ่น ควัน และ
อนุภาคแขวนลอยในอากาศ รวมตวั กันในสภาวะท่ีอากาศปดิ เกิดอันตรายต่อทรัพยส์ ินและสขุ ภาพของประชาชน
11. ภยั จากแผน่ ดนิ ไหวและอาคารถล่ม
11.1 ภัยจากแผ่นดินไหว หมายถึง ภัยธรรมชาติซ่ึงเกิดจากการปลดปล่อยพลังงานใต้พิภพ ทำให้
เกิดการสั่นสะเทือนของแผ่นดิน การสั่นสะเทือนน้ีอาจมีระดับความรุนแรงขั้นต่ำท่ีไม่ก่อให้เกิดความเสียหายใด ๆ
แตบ่ างครั้งกอ็ าจมีระดบั ความรนุ แรงในพ้ืนทเ่ี ป็นอันตรายจนกอ่ ให้เกิดความเสยี หายอย่างใหญ่หลวงได้
11.2 ภัยจากแผ่นดินไหวและอาคารถล่ม หมายถึง ภัยทเ่ี กิดจากอาคารหรือส่ิงปลูกสร้าง ไดแ้ ก่ ตึก
บ้าน โรงเรือน ร้าน แพ คลังสินค้า สำนักงาน ที่ได้รับความเสียหายจากการโยกไหวตัวรุนแรงของแผ่นดิน ซึ่งเป็น
ผลมาจากแผน่ ดนิ ไหวและกอ่ ให้เกิดความเสยี หายหรือพงั ทลายลงมาได้
12. ภัยสนึ ามิ
ภัยจากสึนามิ หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากคล่ืนยักษ์ คำว่า สึนามิ เป็นภาษาญ่ีปุ่น แปลว่า คลื่นท่าเรือ
สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ประเภทแรก คือ คลื่นสึนามิเฉพาะแห่ง ( local Tsunami) มักจะเกิดใกล้ๆ
ชายฝ่งั และเคลอ่ื นเข้าถล่มชายฝง่ั อยา่ งทนั ทีทนั ใด และประเภทท่ีสอง คอื คลื่นสนึ ามิทเี่ ดินทางขา้ มทวปี (Distance
Tsunami) มักจะเกิดจากแผ่นดินไหวท่ีค่อนข้างรุนแรงและสามารถเคล่ือนตัวข้ามทวีป ไปยังชายฝ่ังที่อยู่ห่างไกล
หลายหม่ืนกิโลเมตร สาเหตุของการเกิดสึนามิ มีหลายสาเหตุ เช่น แผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด ดินถล่ม
และอุกกาบาตตกลงสู่มหาสมุทร โดยภัยจากสึนามิก่อให้เกิดความเสียหายทั้งต่อชีวิตประชาชนและส่ิงปลู กสร้าง
ตลอดแนวพน้ื ที่ราบชายฝ่ัง
สำนกั งานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยจังหวดั กาญจนบรุ ี หน้า ๗๔
13. ภยั ทางอากาศ
ภัยทางอากาศ หมายถึง ภัยอันเกิดจากการโจมตีทางอากาศ โดยอากาศยาน อาวุธนำวิถี ขีปนาวุธ
หรือส่ิงอ่ืนใด ท่ีสามารถเคลื่อนที่หรือทรงตัวบนอากาศ และการโจมตีดังกล่าวส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สิน
ของประชาชน
14. ภยั จากการก่อวนิ าศกรรม
14.1 ภัยจากการก่อวินาศกรรม หมายถึง ภัยที่เกิดจากการกระทำใด ๆ อันเป็นการมุ่งทำลาย
ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐ หรือสิ่งเป็นสาธารณูปโภค หรือการรบกวน ขัดขวาง หน่วงเหน่ียว ระบบ
การปฏิบัติงานใด ๆ ตลอดจนการประทุษร้ายต่อตัวบุคคลอันเป็นการก่อให้เกิดความป่ันป่วนทางการเมือง
เศรษฐกจิ และสงั คม โดยมงุ่ หมายทจ่ี ะกอ่ ให้เกิดความเสยี หายต่อความม่ันคงของรฐั
14.2 ภัยจากการก่อการร้าย หมายถึง ภัยจากการกระทำใด ๆ ท่ีสร้างความเสียหายปั่นป่วน
ให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัว หรือเพ่ือขู่เข็ญหรือบีบบังคับรัฐบาล หรือองค์การระหว่างประเทศให้กระทำหรือ
ละเวน้ การกระทำการอย่างใดอันก่อให้เกดิ ความเสยี หายต่อชวี ิตและทรัพยส์ ินท่สี ำคัญ
14.3 ภัยจากการก่อการรา้ ยสากล หมายถึง ภัยท่ีเกิดจากการปฏิบตั กิ ารของบุคคล หรือกลุม่ บุคคล
ที่มุ่งหวังผลตามเงื่อนไขข้อเรียกร้องทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม ซ่ึงส่วนใหญ่จะปฏิบัติการล่วงล้ำเขตแดน
หรือเก่ียวพันกับชาติอ่ืน การกระทำน้ันอาจเป็นไปโดยเอกเทศ ปราศจากการสนับสนุนจากรัฐใด ๆ หรือมีรัฐใด
รัฐหนึ่งสนับสนุนหรือรู้เห็นก็ได้ เมื่อเกิดขึ้นย่อมมีผลกระทบโดยตรงต่อผลประโยชน์ของชาติ พันธกรณีระหว่าง
ประเทศ นโยบายของชาติทั้งด้านการเมืองและการป้องกันประเทศ การเศรษฐกิจและสังคมจติ วิทยา ช่ือเสียงและ
เกยี รติภูมิของชาติ
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบรุ ี หนา้ ๗๕
ภาคผนวก ค : พื้นทเ่ี ส่ียงภยั จังหวัดกาญจนบุรี
ที่ อำเภอ ภยั จากการคมนาคม ภัยแลง้ อคั คภี ยั วาตภยั นำ้ ปา่ ไหลหลาก ดนิ โคลนถล่ม อทุ กภยั รวมภยั ในพ้ืนท่ี
และขนส่ง √ (ภัย)
1 เมอื งกาญจนบุรี √ √ √√ √ √√ 7
2 ทา่ มะกา √ √ √ √ 4
3 ท่ามว่ ง √ √ √ √ 5
4 พนมทวน √ √ √√ √ 4
5 บอ่ พลอย √ √√ √ √ 6
6 ทองผาภมู ิ √ √ √√ √ √√ 4
7 ไทรโยค √ √ √ √√ 4
8 ศรสี วัสดิ์ √ √ √ 4
9 สังขละบุรี √ √ √√ √ 6
10 หนองปรอื √ 8 √ 7 √√ 5
11 เลาขวญั √ √√ 5
12 ด่านมะขามเตยี้ √ √ 3
13 ห้วยกระเจา √ √ √ 4
รวมพนื้ ท่ีเสี่ยงภัย(อำเภอ) 13 √ √ 61
7 10 √
4 12
สำนกั งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั จังหวัดกาญจนบุรี หน้า ๗๖
ภาคผนวก ง : สถานทีส่ ำคัญท่ีต้องดแู ลเป็นพเิ ศษ
ที่ สถานที่ อำเภอ หมายเหตุ
1 โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เมืองกาญจนบรุ ี
เอกชน
โรงพยาบาลค่ายสรุ สหี ์ มณฑลทหารบกที่ ๑๗ ท่ามะกา เอกชน
โรงพยาบาลแสงชูโต
โรงพยาบาลธนกาญจน์ ท่าม่วง
โรงพยาบาลกาญจนบุรีเมโมเรียล พนมทวน
สถานไี ฟฟา้ กาญจนบรุ ี บอ่ พลอย
สถานไี ฟฟา้ ท่าทงุ่ นา หว้ ยกระเจา
2 โรงพยาบาลมะการักษ์ หนองปรอื
โรงพยาบาลท่าเรือ เลาขวัญ
สถานีไฟฟา้ ทา่ มะกา ด่านมะขามเตย้ี
3 โรงพยาบาลสมเดจ็ พระสงั ฆราชองค์ที่ 19 ไทรโยค
สถานไี ฟฟา้ ทา่ มว่ ง
4 โรงพยาบาลเจ้าคณุ ไพบูลย์ ทองผาภูมิ
สถานไี ฟฟ้าพนมทวน สงั ขละบรุ ี
5 โรงพยาบาลบ่อพลอย ศรสี วัสดิ์
สถานไี ฟฟ้าบ่อพลอย
6 โรงพยาบาลหว้ ยกระเจา เฉลิมพระเกยี รติ 80 พรรษา 13 อำเภอ
7 โรงพยาบาลสถานพระบารมี
โรงพยาบาลหนองปรือ
8 โรงพยาบาลเลาขวัญ
9 โรงพยาบาลด่านมะขามเตยี้
สถานีไฟฟ้าดา่ นมะขามเต้ีย
10 โรงพยาบาลไทรโยค
โรงพยาบาลสมเด็จพระปยิ มหาราชรมณยี เขต
สถานไี ฟฟา้ ไทรโยค
11 โรงพยาบาลทองผาภูมิ
สถานจี า่ ยไฟฟา้ เขื่อนวชิราลงกรณ (กฟผ.)
12 โรงพยาบาลสงั ขละบรุ ี
13 โรงพยาบาลศกุ ร์ศริ ิศรีสวัสดิ์
โรงพยาบาลท่ากระดาน
สถานจี ่ายไฟฟา้ เขอ่ื นศรีนครนิ ทร์ (กฟผ.)
รวม 31 แหง่
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวดั กาญจนบุรี หนา้ ๗๗
ภาคผนวก จ : บญั ชเี ครอื่ งจกั รกล ยานพาหนะ และเครอ่ื งมอื อุปกรณใ์ นการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวดั กาญจนบุรี
๑. สว่ นราชการและเอกชน
หน่วยงานราชการ/รฐั วิสาหกิจ/เอกชน
ท่ี รายการ มณฑลทหารบกท่ี ๑๗ รวม
กองพลทหารราบ ่ีท 9
แขวงทางหลวงชนบท
กาญจนบุ ีร
แขวงทางหลวง
กาญจนบุรี
ตำรวจ ูภธร ัจงห ัวด
กาญจนบุ ีร
ห ่นวย ัพฒนาการ
เคลื่อนท่ี ๑๑
สำ ันกงานเ ้จา ่ทาภูมิภาค
สาขากาญจนบุ ีร
โครงการชลประทาน จ.
กาญจนบุ ีร
สำ ันกบ ิรหาร ื้พนที่
อนุรักษ์ที่ ๓ ( ้บานโ ่ปง)
สำนักงานชลประทานท่ี
13
กรมท ัรพยากร ้นำภาค 7
เ ื่ขอนศรีนค ิรนท ์ร
ม.ม ิหดล วิทยาเขต
กาญจนบุ ีร
ศูนย์ ้กูภัย ุอทยานแ ่หงชาติท่ี
๕ จังห ัวดกาญจน ุบรี
ม.ราชภัฏกาญจน ุบรี
องค์การบริหาร ่สวน
จังห ัวดกาญจน ุบรี
ูมล ินธิพิ ัทก ์ษกาญจ ์น
1 โทรโขง่ - ๒ - - - -๑- - - -5-- - - - 8
2 วิทยสุ ื่อสาร (เคร่ืองเสยี ง)
3 เครอ่ื งรบั -ส่งวทิ ยุ - ๑๒ - - - - ๓ - - - - 4 - 2 - - - 21
-ติดตัง้ ในสำนักงาน 44
-ติดต้ังในยานพาหนะ
-ชนดิ มือถอื 2 - - - - - ๑ - ๑๐ - - 3 - - - - - 16
4 ไซเรนมอื หมนุ
5 ไฟฉายใชถ้ า่ นอลั คาไลน์ - - - - - - ๒ - ๒ - - 2 - 2 - - ๑๑ 19
6 เสื้อชูชีพ
7 เรือ 10 - - - - - - - ๑๐ - - 19 - 5 ๑๑ - - 55
-ท้องแบน
-ยาง - - ------ - -- ------ -
-ดบั เพลงิ
-ตรวจการณ์ - - - - - - - - - - - 13 - - - - - 13
8 รถดบั เพลิง
-ขนาด 2,500 ลติ ร 20 ๑๕๐ - - - - ๑๐ - - - - 150 - 20 - - - 350
-ขนาด 4,000 ลติ ร
-ขนาด 6,000 ลติ ร ๑1
2 - - - - - - ๑ ๓ - - - - - - 3 ๓ 12
- - ------ - -- ------ -
- - ------ - -- ------ -
- - - - - -๑- ๔ - -3-- - - - 8
- - ๒- - - - - - - - - -- - - - 2
2 - - - - - - - ๑ ๔-1-- - - - 8
- - ------ - -- ------ -
สำนกั งานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัดกาญจนบุรี หนา้ ๗๘
หนว่ ยงานราชการ/รฐั วสิ าหกจิ /เอกชน
ท่ี รายการ มณฑลทหารบกท่ี ๑๗ รวม
กองพลทหารราบ ่ีท 9
แขวงทางหลวงชนบท
กาญจนบุ ีร
แขวงทางหลวง
กาญจนบุรี
ตำรวจ ูภธร ัจงห ัวด
กาญจนบุ ีร
ห ่นวย ัพฒนาการ
เค ่ลือนท่ี ๑๑
สำ ันกงานเ ้จาท่าภูมิภาค
สาขากาญจนบุ ีร
โครงการชลประทาน จ.
กาญจนบุ ีร
สำ ันกบ ิรหาร ื้พน ่ีทอ ุน ัรกษ์
ที่ ๓ (บ้านโป่ง)
สำ ันกงานชลประทาน
่ีท 13
กรมท ัรพยากร ้นำภาค 7
เ ื่ขอนศรีนค ิรนท ์ร
ม.มหิดล ิวทยาเขต
กาญจนบุ ีร
ศูนย์ ้กูภัย ุอทยานแ ่หงชาติ
ท่ี ๕ จังหวัดกาญจน ุบ ีร
ม.ราชภัฏกาญจน ุบ ีร
องค์การบริหาร ่สวน
จังห ัวดกาญจน ุบรี
ูมล ิน ิธ ิพ ัทกษ์กาญจน์
-ขนาด 12,000 ลิตร - -- - 1- - - - - - - - - - - - 1
9 รถยนตบ์ รรทกุ นำ้
- -- 1 - - - - - - - - - - - - - 1
-ขนาด 2,500 ลติ ร
-ขนาด 6,000 ลิตร 2 ๑ ๒ 8 - - - ๑ ๒ - 2 3 1 - - 1 - 23
-ขนาด 8,000 ลติ ร
-ขนาด 10,000 ลติ ร - -- 2 - - - - - - - - - - - - - 2
-ขนาด 12,000 ลติ ร
10 รถยนต์ - -- - - - - - - - - - - - - - - -
-สีป่ ระตู
-ตอนครงึ่ - -- - - - - - - - - - - - -1- 1
-รถตู้
11 รถกภู้ ัย - - - 1 - - ๒ ๑ ๖ ๓ - 32 - - ๑ - ๒ 48
-อเนกประสงค์ 4 - - 5 - - - ๑ ๔๐ ๒ - 2 1 1 ๑ - - 57
-เคลือ่ นที่เรว็ 3 - - 1 - - - - - ๒ - 9 - - ๗ - - 22
-รถพยาบาล
1๒ รถตกั หนา้ -ขุดหลงั - -- - ---- - -- - ----- -
1๓ รถบรรทุกขยะ
1๔ รถบรรทุกขยะอัดท้าย - -- - - - - - - - - - -1- - - 1
1๕ รถบรรทุกเครนไฮดรอลคิ
1๖ รถบรรทุกขนาดใหญ่ - -- - - - - - ๑ - - 1 -1- -๖ 9
1๗ รถฟารม์ แทรกเตอร์
๑๘ รถป้ันจั่นชนิดกภู้ ยั - -๑ - - - - - ๓ ๓- 1 - - -1- 9
๑๙ รถกระเช้าไฟฟา้
- -- 1 ---- - -- 1 ----- 2
1 -- - ---- - -- ----- -
- -- - - - - - - ๓- 1 - - - - - 4
6 - - - - - - ๑ ๕ - - 5 - - ๑ - - 19
- - - - - - - - ๔ ๒ - 7 - - ๑ 2 - 16
1 -- - ---- - -- ----- 1
- -๑ - - - - - - ๑- 1 - - - - - 3
สำนักงานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดกาญจนบุรี หนา้ ๗๙
หนว่ ยงานราชการ/รัฐวสิ าหกจิ /เอกชน
ท่ี รายการ มณฑลทหารบกที่ ๑๗ รวม
กองพลทหารราบ ่ีท 9
แขวงทางหลวงชนบท
กาญจน ุบ ีร
แขวงทางหลวง
กาญจนบุรี
ตำรวจ ูภธรจังห ัวด
กาญจน ุบรี
ห ่นวย ัพฒนาการ
เคล่ือนที่ ๑๑
สำ ันกงานเจ้า ่ทาภูมิภาค
สาขากาญจนบุ ีร
โครงการชลประทาน จ.
กาญจนบุ ีร
สำ ันกบริหาร ้ืพนที่
อ ุนรัก ์ษที่ ๓ ( ้บานโ ่ปง)
สำ ันกงานชลประทานที่
13
กรมท ัรพยากร ้นำภาค 7
เ ่ืขอนศรีนค ิรนท ์ร
ม.มหิดล ิวทยาเขต
กาญจนบุ ีร
ศูนย์ ูก้ภัย ุอทยานแ ่หงชาติที่
๕ จังห ัวดกาญจน ุบรี
ม.ราชภัฏกาญจน ุบรี
องค์การบริหาร ่สวน
ัจงห ัวดกาญจนบุรี
ูมลนิ ิธ ิพ ัทกษ์กาญจ ์น
2๐ รถจักรยานยนต์ - - - - - - - - - - - 35 4 - - - - 39
2๑ สถานถี า่ ยทอดสญั ญาณเตือนภัย (แม่ขา่ ย) - - - - - - - - - - - - - -- - -
2๒ เตยี งผา้ ใบเคลอ่ื นยา้ ยผู้ปว่ ย 9 - - - - - - - - - - 1 - - - - - 10
๒๓ รถเครื่องอัดอากาศ - -- - ---- - -- - ----- -
๒๔ รถเกลีย่ - -- - ---- - -- 1 ----- 1
2๕ ชุดผจญเพลิง - - - - - - - - - - - 38 - - - - - 38
26 ชดุ ตัดแก๊ส - -- - ---- - -- - ----- -
27 ชดุ ปอ้ งกันสารเคมี - -- - ---- - -- 2 ----- 2
28 ชดุ ดำน้ำ - - - - - - - - - - - 9 - - - - ๘ 17
29 เคร่ืองช่วยหายใจ - -- - ---- - -- - ----- -
30 เคร่ืองขุดเจาะ - -- - ---- - -- - ----- -
31 เครื่องสบู นำ้ - - - - - - - - - - 19 - - - ๒ 10 - 31
32 เครื่องหาบหาม - -- - ---- - -- 2 ----- 2
33 เครอ่ื งป่นั ไฟ - -- - ---- - -- - ----- -
34 เคร่ืองกำเนิดไฟฟ้า - - - - - - - - - - - 2 - -๑- - 3
๓5 เครื่องตัด/ถา่ ง 1 - - - - - - - - - - - -1- -๒ 4
36 เครอ่ื งยนตช์ นดิ ตดิ ตัง้ เรือ 2 -- - ---- - -- 7 ----- 9
๓7 รถส่งเสยี งระยะไกล - -- - ---- ๓ -- - ----- 3
๓8 อัตรากำลัง (คน) 150 - - 300 - - - - ๕๖๘ - - 303 4 9 - - - 1,334
๓9 อนื่ ๆ (ระบ)ุ - -- - ---- - -- - ----- -
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั กาญจนบรุ ี หนา้ ๘๐
หน่วยงานราชการ/รัฐวสิ าหกิจ/เอกชน
ที่ รายการ มณฑลทหารบก ่ที ๑๗ รวม
กองพลทหารราบท่ี 9
แขวงทางหลวงชนบท
กาญจน ุบ ีร
แขวงทางหลวงกาญจนบุรี
ตำรวจ ูภธร ัจงห ัวด
กาญจน ุบรี
หน่วย ัพฒนาการเคลื่อน ี่ท
๑๑
สำ ันกงานเจ้า ่ทาภูมิภาค
สาขากาญจนบุ ีร
โครงการชลประทาน จ.
กาญจนบุ ีร
สำ ันกบ ิรหาร ื้พน ี่ทอ ุน ัรกษ์ ี่ท
๓ (บ้านโป่ง)
สำ ันกงานชลประทาน ่ีท
13
กรมท ัรพยากร ้นำภาค 7
เ ่ืขอนศรีนค ิรนท ์ร
ม.มหิดล ิวทยาเขต
กาญจนบุ ีร
ูศนย์ ้กูภัย ุอทยานแ ่หงชาติ ี่ท ๕
ัจงหวัดกาญจน ุบรี
ม.ราชภัฏกาญจน ุบ ีร
องค์การบริหาร ่สวน
ัจงห ัวดกาญจนบุรี
ูมลนิ ิธ ิพ ัทก ์ษกาญจน์
- รยบ. ๑/๔ ตัน - ๒- - - - - - - - - - - - -- - 2
- รยบ.๑ ๑/๔ ตัน - ๒- - - - - - - - - - - - -- - 2
- รยบ.๒ ๑/๔ ตนั - ๙- - - - - - - - - - - - -- - 9
- เรือเจท็ สกี - ---- - - - - - - - - - - -๒ 2
- รถผลติ นำ้ ด่ืม 1 ---- ๑- - - - - - - - - - - 2
- รถครวั สนาม - ๑- - - --- - -- - ----- 1
- รถยนต์ตอนเดยี ว - - - 10 - - - - ๑๒ - - - - - - - - 22
- รถปฏิบัติการเคลื่อนยา้ ยผู้ประสบภยั พรอ้ ม - - - - - --- ๔ -- - ----- 4
อุปกรณ์
- รถบรรทกุ ขนาดกลาง (ขนาด ๔ ตนั ) - ---- --- ๔ -- - ----- 4
--- ๒ -- - ----- 2
- รถบรรทุกขนาดกลาง (ขนาด ๓ ตนั ) - ---- - - - - - - - - - - 5 - 20
--- ๒ -- - ----- 2
- รถบรรทุก 6 ลอ้ - - - 15 - --- - -- - ----- 2
--- ๒ -- - ----- 2
- รถบรรทุกเทท้าย - ---- --- ๒ -- - ----- 2
- - - - - - - - - - -๒ 2
- รถบรรทุกตดิ เครน - - -2- - - - - - - - - - -4- 4
- - - - - - - - - - 10 - 10
- รถเครือ่ งกำเนิดไฟ - ---- --- ๒ -- - ----- 2
- - - - - - - - - -3- 3
- รถบรรทกุ ตดิ ตั้งเครอื่ งกำเนดิ ไฟฟา้ - ---- 1 20 5 692 21 19 667 10 42 25 40 36 2,326
- รถให้แสงสวา่ ง (รถต)ู้ - ----
- รถเกรดเดอร์ - ----
- รถขุดตีนตะขาบ (แบคโฮ) - ----
- เรือยนต์กู้ภยั - ----
- ชุดซอ่ มลาดยาง - ----
รวม 216 179 6 346 1
สำนกั งานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั กาญจนบุรี หน้า ๘๑
๒. สว่ นท้องถ่นิ อำเภอ
ที่ รายการ รวม
เมือง
ท่า ่มวง
่ทามะกา
่ดานมะขามเ ้ตีย
พนมทวน
้หวยกระเจา
เลาข ัวญ
หนองป ืรอ
่บอพลอย
ศ ีรส ัวสด์ิ
ไทรโยค
ทองผาภู ิม
ัสงขละ ุบ ีร
1 โทรโข่ง 21 17 9 4 - - - - - - 12 5 - 68
2 วิทยุสอ่ื สาร (เครือ่ งเสยี ง) 51 44 70 15 13 - 20 - - - 30 54 - 297
3 เคร่ืองรับ-สง่ วิทยุ
8961 5 35 1 22371 53
-ตดิ ตั้งในสำนกั งาน 8 14 14 2 4 3 2 3 5 2 2 5 - 64
-ตดิ ตั้งในยานพาหนะ 56 72 123 18 19 23 20 5 41 18 32 54 12 493
-ชนิดมอื ถอื 14 27 2 2 - 2 1 - 1 - 7 2 - 58
4 ไซเรนมอื หมุน 40 3 18 10 56 43 5 1 15 10 17 23 10 251
5 ไฟฉายใชถ้ า่ นอลั คาไลน์ 29 24 28 97 25 7 10 20 20 60 55 40 17 432
6 เสือ้ ชูชพี
7 เรอื 5 2 14 2 - - - - - - 1 1 - 25
-ทอ้ งแบน - - - - - - - -4- - - - 4
-ยาง 12 - 1 12 - - - - - - - - - 25
-ดับเพลิง 32 - - 1 - - - - - - - - 6
-ตรวจการณ์
8 รถดบั เพลงิ 2181 2 - 1 1 2 - 441 27
-ขนาด 2,500 ลิตร 2 - - - - - - - - -1- - 3
-ขนาด 4,000 ลิตร 5643 - - - 1 - 1751 33
-ขนาด 6,000 ลิตร 62 - - - - - 1 - - - - - 9
-ขนาด 12,000 ลิตร
หนา้ ๘๒
สำนกั งานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยจังหวดั กาญจนบรุ ี
อำเภอ
รวม
ที่ รายการ เมือง
ท่า ่มวง
่ทามะกา
่ดานมะขามเ ้ตีย
พนมทวน
้หวยกระเจา
เลาข ัวญ
หนองป ืรอ
่บอพลอย
ศ ีรส ัวสด์ิ
ไทรโยค
ทองผาภู ิม
ัสงขละ ุบ ีร
9 รถยนต์บรรทกุ นำ้ 9 3 3 2- - 1 1-2 4 7 1 33
-ขนาด 6,000 ลิตร 7 2 1 --- - 1-- 5 2 1 19
-ขนาด 10,000 ลิตร 2 1 2 1- - - -1- - - - 7
-ขนาด 12,000 ลติ ร
23 24 25 6 16 17 13 4 16 7 13 15 6 185
10 รถยนต์ 9 9 8 452 3 183 4 7 3 66
-ส่ปี ระตู 4 6 6 -1- 2 33- 1 6 1 33
-ตอนครึง่
-รถตู้ 1 1 3 22 - 1 1 - 1 - 3- 15
2 1 1 - 31 - - 42 1 21 18
11 รถกภู้ ยั 3 1 6 - 1 - - - 11 1 1- 15
-อเนกประสงค์ 3 - 1 --- - --- 1 1- 6
-เคลอ่ื นทีเ่ ร็ว 3 4 11 3 5 - 4 2 4 - 3 22 43
-รถพยาบาล 12 11 5 1 10 3 - 2 3 1 5 52 60
3 - - --- - --- - -- 3
12 รถตกั หนา้ -ขดุ หลัง 12 13 3 - - - - - - - 9 3- 40
13 รถบรรทกุ ขยะ 2 - - --- - --- - -- 2
14 รถบรรทกุ ขยะอัดท้าย 1 - - --- - --- - -- 1
15 รถบรรทกุ เครนไฮดรอลิค
16 รถบรรทกุ ขนาดใหญ่ หนา้ ๘๓
17 รถฟารม์ แทรกเตอร์
18 รถปน้ั จ่ันชนดิ กู้ภยั
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวดั กาญจนบุรี
อำเภอ
รวม
11 11 10 2 8 4 1 3 3 - 3 3 - 59
17 17 15 8 19 7 7 1 6 3 19 17 - 136
- 8 - 1 1 - - - - - 2 - - 12
19 6 3 1 - 1 3 - - - 4 1 - 38
- - - --- - --- - 1 - 1
- - - --- - --- - - - 0
35 27 37 8 5 5 32 19 6 5 19 10 12 220
1 1 3 - - - - - - 1 - - 9 15
- - - --- - --- - - - 0
- - 2 -1- - - -1 1 - - 5
- - - --- - --- - - - 0
9 45 54 6 12 - 1 1 3 - 15 1 2 149
1 3 4 1 1 1 - 1 - - - 3 - 15
2 3 1 - 1 - - 1 1 - 1 3 1 14
2 2 - - - - - 1 3 4 1 2 - 15
1 - - - - - - 111 1 1 - 6
- - - 10 - - - - - - - - - 10
423 199 250 89 44 55 21 10 14 15 127 121 5 3,089
ท่ี รายการ เมือง
ท่า ่มวง
19 รถกระเชา้ ไฟฟ้า ่ทามะกา
20 รถจกั รยานยนต์ ่ดานมะขามเ ้ีตย
21 สถานีถ่ายทอดสญั ญาณเตือนภยั (แมข่ า่ ย) พนมทวน
22 เตียงผา้ ใบเคลอ่ื นย้ายผู้ปว่ ย ้หวยกระเจา
23 รถเครือ่ งอดั อากาศ เลาข ัวญ
24 รถเกล่ยี หนองป ืรอ
25 ชุดผจญเพลงิ ่บอพลอย
26 ชุดตัดแกส๊ ศ ีรส ัวสด์ิ
27 ชุดปอ้ งกันสารเคมี ไทรโยค
28 เครื่องชว่ ยหายใจ ทองผาภู ิม
29 เครอื่ งขุดเจาะ ัสงขละ ุบ ีร
30 เครอ่ื งสูบน้ำ
31 เคร่ืองหาบหาม
32 เคร่อื งปัน่ ไฟ
33 เครื่องกำเนดิ ไฟฟา้
34 เครื่องตดั /ถ่าง
35 เคร่ืองยนตช์ นิดตดิ ต้ังเรือ
รวม
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดกาญจนบรุ ี หน้า ๘๔
3. ศนู ยป์ ้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 2 สุพรรณบรุ ี
ที่ รายการ จำนวน หน่วยนับ เบอร์โทรติดตอ่
คัน 0 3555 5614
1 รถปฏบิ ัตกิ ารเคลอ่ื นย้ายผ้ปู ระสบภัยพรอ้ มอุปกรณ์ 10 คัน 0 3451 5998
เครื่อง 0 3555 5614
2 รถกภู้ ัย 1 ชุด 0 3555 5614
เคร่ือง 0 3555 5614
3 เครื่องยนต์เรอื แบบหางส้ัน 173 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
4 หางลากจงู บรรทกุ เคร่ืองจกั รกล 2 คัน 0 3555 5614
5 เครื่องยนต์เรอื แบบหางยาว 41
6 รถขดุ ตกั ไฮดรอลิค 7
7 รถขุดตกั ไฮดรอลคิ แบบแขนตกั ยาว 1
8 รถขุดล้อยางกภู้ ยั ชนดิ ปรบั ระดบั ฐานลอ้ ยกสูง พร้อม 1
อุปกรณ์
9 สะพานเบลยี ์ 1 ชุด 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
10 รถจักรยานยนต์ 10 ตู้ 0 3555 5614
ชุด 0 3555 5614
11 ตู้เก็บเครือ่ งมอื ซ่อม แบบลากพว่ ง 2 ลำ 0 3555 5614
ลำ 0 3555 5614
12 หางลากพ่วงบรรทุกเครือ่ งผลติ น้ำดม่ื 1 ลำ 0 3555 5614
ลำ 0 3555 5614
13 เรอื แอรโ์ บ๊ท 1 ลำ 0 3555 5614
ลำ 0 3555 5614
14 อากาศยานตรวจการณไ์ ร้คนขับ 1 ลำ 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
15 เรอื เรว็ ตรวจการณ/์ กู้ภัย 20 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
16 ยานเบาะอากาศกภู้ ยั 1
17 เรอื ยาง 91
18 เรอื ไฟเบอร์กลาส 74
19 เรือยนตท์ อ้ งแบน 27
20 รถเคร่อื งกำเนดิ ไฟฟ้า 3
21 รถไฟฟ้าส่องสวา่ ง 1
22 รถยนต์ต่อต้านวินาศกรรมพรอ้ มอปุ กรณ์ดบั เพลงิ ใน 3
อาคารดว้ ยระบบควบคมุ ระยะไกล
23 รถยนต์ดับเพลิงพรอ้ มระบบโฟมอดั อากาศแรงดันสงู 1 คัน 0 3555 5614
พร้อมชดุ ยานยนต์ฉีดหมอกน้ำ/โฟม ด้วยระบบควบคุม
ระยะไกล
24 รถบรรทกุ นำ้ ชว่ ยดับเพลงิ 5 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
25 รถดบั ไฟปา่ พร้อมอุปกรณ์ 3 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
26 รถดบั เพลงิ ชนดิ หอน้ำพร้อมบันไดและอปุ กรณ์ 3 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
27 รถดับเพลิงโฟมและเคมขี นาดใหญ่ 2 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
28 รถดบั เพลงิ อาคาร 4 เครื่อง 0 3555 5614
เคร่ือง 0 3555 5614
29 รถปฏิบตั กิ ารกูภ้ ัยสารเคมแี ละวตั ถุอันตราย 1 เครอ่ื ง 0 3555 5614
เครอ่ื ง 0 3555 5614
30 รถอปุ กรณ์กภู้ ยั พรอ้ มเครน 1 เครื่อง 0 3555 5614
31 รถกภู้ ัยเคลื่อนทเี่ รว็ พรอ้ มอปุ กรณ์ 8
32 เครอ่ื งยงิ นำ้ ดบั เพลงิ แรงดันสงู 1
33 เครื่องสูบน้ำดับเพลงิ แบบหาบหาม 1
34 เครื่องสบู น้ำ ขนาด 14 น้ิว 9
35 เครอ่ื งสูบนำ้ ขนาดทอ่ ส่ง 6 นวิ้ – 10 น้วิ 18
36 เคร่อื งสูบนำ้ ขนาดทอ่ ส่งไม่เกนิ 5 น้ิว 17
สำนกั งานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดกาญจนบุรี หน้า ๘๕
ที่ รายการ จำนวน หนว่ ยนับ เบอร์โทรติดต่อ
เคร่ือง 0 3555 5614
37 เคร่อื งบดอดั แบบแผ่นสน่ั สะเทอื น 3 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
38 รถเครนขนาดใหญ่บรรเทาสาธารณภัย 1 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
39 รถบดถนนแบบตีนแกะขับเคล่ือนดว้ ยตวั เอง 3 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
40 รถบดล้อเหลก็ ขับเคล่ือนด้วยตวั เอง ขนาด 4 ตนั ขึ้นไป 1 คัน 0 3555 5614
41 รถเกล่ยี ดนิ ขนาดใหญ่ ขนาด 125 แรงมา้ ขน้ึ ไป 3
42 รถตักลอ้ ยาง 3
43 รถแทรกเตอร์ล้อยาง 1
44 รถแทรกเตอร์ตนี ตะขาบ ขนาดกลาง ขนาดตำ่ กวา่ 150 1
แรงม้า
45 รถแทรกเตอร์ตนี ตะขาบ ขนาดใหญ่ แบบ LGP ขนาด 1 คัน 0 3555 5614
150 แรงมา้ ขน้ึ ไป
46 รถหัวลาก 2 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
47 รถบริการซอ่ มเคลือ่ นท่เี รว็ 1 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
48 รถบรรทกุ ขนาดใหญ่ 12 ตนั 10 ลอ้ ตดิ ตงั้ ป้ันจ่ัน 2
49 รถบรรทกุ ขนาดใหญ่ ขนาด 6 ตนั 6 ล้อตดิ ต้งั เครน 1
ขนาดน้อยกวา่ 6 ตนั
50 รถบรรทุกเททา้ ย ขนาด 6 ตัน 6 ล้อ 8 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
51 รถผลติ น้ำดม่ื 5 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
52 รถบรรทกุ น้ำมนั เชอ้ื เพลงิ ขนาด 6,000 ลิตร 1 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
53 รถบรรทุกนำ้ ขนาด 6,000 ลิตร 14 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
54 รถบริการหล่อลน่ื และซ่อมบำรุงเคร่ืองจักรกล 1 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
55 รถบริการนำ้ มนั หลอ่ ลื่น ขนาด 4 ตัน 4 ลอ้ 1 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
56 รถบรรทุกตดิ ตัง้ ชดุ สบู น้ำท่วม/ขงั 4 คัน 0 3555 5614
คัน 0 3555 5614
57 รถบรรทกุ ตดิ ต้ังเคร่ืองสูบนำ้ ระยะไกล 4 คัน 0 3555 5614
58 รถบรรทุกขนาดใหญ่ ขนาด 6 ตนั 6 ล้อ 8
59 รถโดยสารขนาดใหญ่ 1
60 รถบรรทุกขนาดเล็ก แบบทนี่ ่งั 2 ตอน 8
61 รถโดยสารขนาดเลก็ (รถตู้ ขนาด 9 – 15 ทน่ี ง่ั ) 2
62 รถบรรทุกขนาดเลก็ แบบท่นี ั่งตอนครงึ่ 3
63 รถบรรทุกขนาดเลก็ แบบทนี่ ่ังตอนเดยี ว 7
64 รถตรวจการณ์ 6
สำนกั งานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั กาญจนบรุ ี หนา้ ๘๖
ภาคผนวก ฉ : บญั ชีสถานเี ตือนภยั หอเตือนภัย ปา้ ยเตือนภัย สญั ญานเตอื นภัย และหอกระจายข่าว จงั หวดั กาญจนบรุ ี
ที่ อุปกรณ์ CODE สถานท่ี ตำบล อำเภอ ช่ือ-สกุล (๑.ผรู้ บั ผดิ ชอบ ๒.ผู้ใชง้ าน) ตำแหนง่ เบอร์โทรศพั ท์ หมายเหตุ
ปากแพรก เมืองกาญจนบรุ ี
1 EVAC CD01 สนง.ปภ.จ.กาญจนบรุ ี ปากแพรก เมืองกาญจนบุรี 1.คุณไมตรี หอมแพน จพง.การเงินและบัญชีชำนาญ 08-9256-2257
ทองผาภมู ิ 2.สนง.ปภ.จ.กาญจนบุรี งาน 0-3451-6795
2 EVAC CD02 สวท.จ.กาญจนบุรี เอราวัณ ทองผาภมู ิ
บา้ นเหนอื ศรสี วสั ดิ์ ๑.นายประยรู ศักดิส์ ง่าวงศ์ ชา่ งไฟฟา้ อาวุโส 08-1708-0233
3 หอเตอื นภัย CD03 เทศบาลตำบลทองผาภูมิ เมืองกาญจนบุรี ๒.สวท.กาญจนบุรี - 0-3452-0502
ลุ่มสมุ่ ไทรโยค
4 หอเตอื นภยั CD06 เทศบาลตำบลเอราวณั ลมุ่ สมุ่ ไทรโยค ๑.นายพงศ์พนั ธ์ เสนีย์วงศ์ ณ อยุธยา หัวหน้าสำนกั ปลดั 09-7116-9595
ลุ่มสุม่ ไทรโยค ๒.นายสุชาติ คงเกิด เจา้ พนักงานป้องกันฯ 09-6105-5630
5 หอเตือนภยั CD07 เทศบาลเมืองกาญจนบรุ ี ลุ่มสุ่ม ไทรโยค
ลมุ่ ส่มุ ไทรโยค ๑.นายธงชยั แตงสุวรรณ์ เจ้าพนักงานป้องกันฯ ๕ 08-4132-7502
6 CSC CD08 ศนู ยว์ ิทยุ เทศบาลตำบลวังโพธ์ิ ลุ่มสมุ่ ไทรโยค ๒.นายจกั รี อดุ ทุม เจ้าหน้าท่ดี ับเพลงิ 08-6166-9677
ลุ่มสุ่ม ไทรโยค
7 หอเตือนภัย CD09 ท่วี ่าการอำเภอไทรโยค ชอ่ งสะเดา เมืองกาญจนบรุ ี ๑.นายอดลุ ย์ ภู่พวง เจา้ พนกั งานปอ้ งกนั ฯ ๕ 08-9823-9971
๒.นายวฒั นากร สุเมธาวงษ์ เจา้ หนา้ ที่ป้องกันฯ ๔ 09-5529-5639
8 หอกระจายข่าว TA00 อบต.ลุ่มสมุ่
๑.นายอรรถพล ตันจก เจา้ พนกั งานป้องกนั ฯ ๕ 08-6880-0955
9 หอกระจายขา่ ว TA01 โรงเรียนบา้ นหนองขอน ๒.นายดนัย ถิรเดชฐติ พัฒน์ เจา้ หนา้ ที่ปอ้ งกนั ฯ ๓ 0-3459-1006
10 หอกระจายข่าว TA02 เทศบาลตำบลวงั โพธิ์ ๑.ที่วา่ การอำเภอไทรโยค - 0-3459-1065
๒.นายอาณัติ จิวนชุ จา่ กองร้อย อส.ไทรโยค 08-5266-4979
11 หอกระจายขา่ ว TA03 กองรอ้ ย ตชด.136
๑.นายวสันต์ แก้วจติ คงทอง บคุ ลากร 08-7823-0239
12 TAR900i TA04 เคร่ืองรบั สัญญาณเตอื นภยั ๒.นางขวัญจติ ร ยุ่นเพ็ญ หวั หน้าสำนักปลัด 08-9484-1503
ในท้องที่ จำนวน 11 เคร่ือง
๑.นางบรรจง หอมมณี ครู รร.บ้านหนองขอน 08-6177-3553
13 CSC AA1D หอ้ งวทิ ยุสื่อสาร เขือ่ นท่าทงุ่ นา ๒.นางขวญั จติ ร ย่นุ เพ็ญ หัวหน้าสำนกั ปลัด 08-9484-1503
๑.นายดนัย ถิรเดชฐติ พฒั น์ เจ้าหนา้ ทป่ี อ้ งกันฯ ๓ 0-3459-1006
๒.นายอรรถพล ตันจก เจา้ พนกั งานป้องกันฯ ๕ 08-6880-0955
๑.ด.ต.ณรงค์กร สรุ ิยะวงษ์ นายดาบตำรวจ 08-9889-0566
๒.นางขวัญจติ ร ยุน่ เพญ็ หัวหน้าสำนักปลัด 08-9484-1503
๑.นายสมศกั ด์ิ สรุ ิยะวงษ์ กำนนั 08-7090-7909
๒.นางขวัญจิตร ยุ่นเพญ็ หวั หน้าสำนกั ปลัด 08-9484-1503
๑.นายพนม คงอยู่ หวั หน้า รปภ. เขอ่ื นฯ 09-2351-0294
๒.นายทิวา มีกระโทก เจ้าหนา้ ที่ รปภ. เขอ่ื นฯ 08-6767-1211
สำนักงานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวัดกาญจนบรุ ี หน้า ๘๗
ท่ี อปุ กรณ์ CODE สถานที่ ตำบล อำเภอ ชอ่ื สกลุ ผรู้ ับผิดชอบ-ใชง้ าน ตำแหน่ง เบอร์โทรศัพท์ หมายเหตุ
14 หอเตอื นภัย CDo8 เขอ่ื นท่าท่งุ นา ชอ่ งสะเดา เมืองกาญจนบุรี ๑.นายพนม คงอยู่ หวั หน้า รปภ. เขอื่ นฯ 09-2351-0294
เจา้ หน้าที่ รปภ. เขือ่ นฯ 08-6767-1211
๒.นายทิวา มีกระโทก
เจา้ บ้าน ๘๒ 08-8947-3497
15 หอกระจายข่าว TA05 บ้านเลขที่ 82 (นายปาน ทองปร)ุ ช่องสะเดา เมอื งกาญจนบุรี ๑.นายปาน ทองปรุ ผชู้ ว่ ยผ้ใู หญ่บา้ นหมู่ ๑ 08-8947-3497
บ้านช่องสะเดา ม.1 ๒.นางดวงดาว ทองปรุ เจา้ หน้าทศี่ ูนย์ควบคุม 08-2241-5259
ไฟปา่ กาญจนบรุ ี 08-7157-2936
16 หอกระจายขา่ ว TA06 ศนู ยค์ วบคุมไฟป่ากาญจนบุรี ช่องสะเดา เมืองกาญจนบรุ ี ๑.น.ส.เพ็ญนภา เปรมปรี
ผูช้ ่วยผ้ใู หญ่บ้านหมู่ ๕ 08-9015-6728
๒.นางแกว้ ใจ เอี่ยมทอง อปพร. 08-9015-6728
17 หอกระจายข่าว TA07 ศาลาเอนกประสงค์ บา้ นแกง่ ชอ่ งสะเดา เมืองกาญจนบรุ ี ๑.นางพะนอ ทัดสวน เจา้ หนา้ ท่ปี อ้ งกนั ฯ 08-9378-2039
ผชู้ ่วยปอ้ งกนั ฯ 09-8320-9522
ปลากด ม.5 ๒.นายอนันต์ ทดั สวน
กำนันตำบลชอ่ งสะเดา 08-9405-5203
18 หอกระจายข่าว TA08 อบต.ชอ่ งสะเดา ม.6 ช่องสะเดา เมอื งกาญจนบรุ ี ๑.ส.อ.อาณัติ ทับทมิ สี ผชู้ ว่ ยผใู้ หญ่บ้านหมู่ ๓ 08-2243-2295
๒.นายวสันต์ กระต่าย - 0-3458-9651
หัวหน้าฝ่ายปกครอง 0-3458-8138
19 TAR900i TA09 เคร่ืองรับสัญญาณเตอื นภยั ชอ่ งสะเดา เมอื งกาญจนบุรี ๑.นายสญั ญา เสนาบุตร
หวั หน้าฝา่ ยปกครอง 0-3458-8138
ในทอ้ งที่ จำนวน 11 เคร่ือง ๒.นายสมโภช ศรดี อกคำ - 0-3458-9651
20 CSC AA1C ศูนย์วิทยุ ปภ.เทศบาลตำบล ลาดหญ้า เมืองกาญจนบุรี ๑.เทศบาลลาดหญ้า หวั หน้าฝา่ ยปกครอง 0-3458-8138
หวั หน้าฝา่ ยปกครอง 0-3458-8138
ลาดหญ้า ๒.นางดาวทอง พระวิจิตต์
หัวหน้าฝ่ายปกครอง 0-3458-8138
21 หอเตือนภัย CDo7 เทศบาลตำบลลาดหญา้ ลาดหญ้า เมืองกาญจนบุรี ๑.นางดาวทอง พระวิจิตต์ หัวหน้าฝา่ ยปกครอง 0-3458-8138
๒.เทศบาลลาดหญ้า หวั หน้าฝา่ ยปกครอง 0-3458-8138
หัวหน้าฝ่ายปกครอง 0-3458-8138
22 หอกระจายข่าว TA10 ประปาเทศบาลตำบลลาดหญา้ ลาดหญ้า เมืองกาญจนบุรี ๑.นางดาวทอง พระวิจติ ต์
หัวหน้าฝ่ายปกครอง 0-3458-8138
บรเิ วณวัดทุ่งลาดหญ้า ๒.นางดาวทอง พระวิจิตต์ หวั หน้าฝ่ายปกครอง 0-3458-8138
23 หอกระจายขา่ ว TA11 ศูนยพ์ ัฒนาเดก็ เลก็ เกา่ ลาดหญ้า เมืองกาญจนบุรี ๑.นางดาวทอง พระวจิ ติ ต์ หัวหน้าฝ่ายปกครอง 0-3458-8138
หัวหน้าฝา่ ยปกครอง 0-3458-8138
๒.นางดาวทอง พระวจิ ิตต์
ผชู้ ว่ ยเจา้ พนักงานปอ้ งกนั ฯ 08-5425-3969
24 หอกระจายข่าว TA12 วดั กาญจนบรุ เี กา่ (นางพิม) ลาดหญ้า เมืองกาญจนบรุ ี ๑.นางดาวทอง พระวิจิตต์ ผชู้ ว่ ยเจา้ พนกั งานป้องกนั ฯ 08-5425-3969
๒.นางดาวทอง พระวิจติ ต์
25 หอกระจายขา่ ว TA13 ศาลาอเนกประสงค์ บา้ นท่าเสา ลาดหญ้า เมืองกาญจนบุรี ๑.นางดาวทอง พระวิจิตต์
ม.2 ๒.นางดาวทอง พระวิจิตต์
26 TAR900i TA14 เครือ่ งรับสัญญาณเตอื นภัย ลาดหญ้า เมืองกาญจนบรุ ี ๑.นางดาวทอง พระวจิ ิตต์
ในท้องท่ี จำนวน 11 เครอื่ ง ๒.นางดาวทอง พระวิจติ ต์
27 CSC AA20 หอ้ ง อพปร. อบต.วังดง้ วังด้ง เมอื งกาญจนบรุ ี ๑.นายโสภณ สิทธิสม
๒.นายโสภณ สิทธิสม
สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภยั จังหวดั กาญจนบรุ ี หน้า ๘๘
ที่ อุปกรณ์ CODE สถานท่ี ตำบล อำเภอ ชื่อสกุลผรู้ ับผิดชอบ-ใชง้ าน ตำแหนง่ เบอรโ์ ทรศัพท์ หมายเหตุ
28 หอเตอื นภัย CDo6 บริเวณใกลถ้ งั ประปา ศพต. ม.5 วงั ด้ง เมอื งกาญจนบุรี
เมืองกาญจนบรุ ี ๑.นายโสภณ สิทธิสม ผู้ช่วยเจ้าพนกั งานป้องกันฯ 08-5425-3969
29 หอกระจายขา่ ว TA15 ประปาหมู่บ้าน บ้านวังจาน ม.8 วังดง้ เมืองกาญจนบุรี ๒.นายวริ ะ วริ ยิ าลยั สมาชิก อบต. 08-1008-4041
เมอื งกาญจนบุรี
30 หอกระจายข่าว TA16 ศาลาอเนกประสงค์ บา้ นท่ามะนาว วงั ดง้ เมอื งกาญจนบุรี ๑.นายโสภณ สิทธิสม ผู้ชว่ ยเจา้ พนกั งานป้องกันฯ 08-5425-3969
ม.2 วงั ดง้ เมืองกาญจนบุรี ๒.นายสยาม รักชาติ ผู้ใหญบ่ ้าน 08-5700-9814
31 หอกระจายข่าว TA17 สหกรณผ์ ใู้ ช้น้ำ บ้านวังดง้ ม.๑ ๔ อำเภอ ๑.นายโสภณ สิทธิสม ผู้ช่วยเจา้ พนักงานป้องกนั ฯ 08-5425-3969
๒.นายประไพ ไพรเถ่ือน รองนายกฯ 08-9916-5338
32 หอกระจายขา่ ว TA18 ศาลาอเนกประสงค์ บ้านท่าโป่ง ม. วังดง้
๑.นายโสภณ สิทธิสม ผชู้ ่วยเจ้าพนกั งานป้องกันฯ 08-5425-3969
๓ ๒.นางวันดี แน่งน้อย ประธานสหกรณก์ ลุ่มผใู้ ช้นำ้ 08-9547-5281
33 TAR900i TA19 เครอ่ื งรับสญั ญาณเตือนภัย วงั ดง้ ๑.นายโสภณ สิทธิสม ผู้ช่วยเจา้ พนกั งานป้องกันฯ 08-5425-3969
๒.นายยอดชาย อบกล่ัน สมาชกิ อบต. 08-7753-1660
ในท้องท่ี จำนวน 11 เครือ่ ง
๑.นายโสภณ สิทธสิ ม ผู้ชว่ ยเจา้ พนักงานป้องกนั ฯ 08-5425-3969
๒.นายโสภณ สิทธิสม ผู้ช่วยเจา้ พนกั งานป้องกันฯ 08-5425-3969
รวม ๗๓ เคร่อื ง ๘ ตำบล
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั กาญจนบรุ ี หนา้ ๘๙
ภาคผนวก ช : บญั ชีรายชอื่ ผเู้ ช่ยี วชาญเฉพาะดา้ น
ท่ี ความเช่ียวชาญ ชอ่ื – นามสกลุ สังกดั หนว่ ยงาน หมายเลขโทรศพั ท์
1 ดา้ นสารเคมแี ละวตั ถุอนั ตราย จ.ส.อ.ปรีชา บุญหนัก แผนกสรรพวธุ มณฑลทหารบกที่ 17 089-8089332
2 ด้านอัคคภี ยั จ.ส.อ.ประกอบ ทองแทง่ ใหญ่ 089-5488125
3 ด้านแผน่ ดนิ ไหว ร.อ.สมาน อ่วมทอน กองรอ้ ยมณฑลทหารบกที่ 17 091-2719952
4 ดา้ นโรคระบาดมนษุ ย์ จ.ส.อ.สมยศ นฤทัต 093-3128093
นายอำนาจ ทัดสวน สำนักงานเขตพืน้ ท่ีการศกึ ษามธั ยมศึกษา เขต 8 081-9380683
5 ดา้ นการเกษตร นายพงศกร พลู สมบตั ิ 089-9187164
6 ด้านการคมนาคมและการขนสง่ ร.ท.ธนวทิ ย์ โรจนด์ ำรงรัตนา โรงพยาบาลคา่ ยสุรสหี ์ 083-0354225
นพ.นรนิ ทรร์ ัชต์ พิชญคามินทร์ สำนกั งานสาธารณสุขจังหวดั กาญจนบุรี 081-7346828
7 ด้านสง่ิ แวดลอ้ มและอตุ สาหกรรม นพ.อทิ ธพิ ล จรัสโอฬาร 081-8573353
8 ด้านอน่ื ๆ นพ.สมเจตน์ เหลา่ ลือเกยี รติ โรงพยาบาลพหลพลพยหุ เสนา 081-8573387
จ.ส.อ.นริ ุต จานแกว้ ศูนยก์ ารเรยี นร้คู ่ายสรุ สหี ์ 084-0009675
- ด้านเศรษฐกจิ จ.ส.อ.ธรรม ดอกนาค 089-9820596
- ดา้ นพลงั งานทดแทน ร.ต.สมจติ ต์ นามปรีดา แผนกขนส่ง 080-7859819
ร.ต.วีระพงษ์ บุญมา 084-7304091
นางสาวดวงแข ธรรมครฑุ สำนักงานขนส่งจงั หวดั กาญจนบุรี 034-520515
นางศศิธร อาภรณธ์ นกุล 034-624940
นายอะนันธ์ ทองเสนอ แขวงทางหลวงชนบทกาญจนบรุ ี 034-600597
นายสมชยั ภรู ิขนั ติเนตร สำนกั งานเจา้ ทา่ ภูมภิ าคสาขากาญจนบรุ ี 086-7799522
นายอนิรุทธ์ โพธิห์ ล้า สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดกาญจนบรุ ี 034-511305
นายวรวศิ ว์ เมฆนพรัตน์ สำนกั งานพาณชิ ย์จังหวัดกาญจนบรุ ี 081-9951511
นายกติ ตพิ งษ์ สานุวงษ์ สำนักงานพลงั งานจงั หวดั กาญจนบรุ ี 034-514778
สำนักงานปอ้ งกนั และบรรเทาสาธารณภยั จงั หวดั กาญจนบุรี หน้า ๙๐
ที่ ความเชย่ี วชาญ ช่อื – นามสกลุ สังกดั หนว่ ยงาน หมายเลขโทรศัพท์
๙ ทมี ค้นหาและกู้ภัย นายปรีชาชาติ มณีสวา่ ง บรษิ ัท SKIC- Wangsala -
นายเกยี รติศกั ด์ิ หอมหวล บริษทั SKIC- Wangsala -
(หลักสตู ร Search and Rescue ) นายทศวรรษ บุญยงั บริษทั SKIC- Wangsala -
นายนิรินทร์ ทรพั ยป์ ระเสรฐิ บริษทั SKIC- Wangsala -
นายบรรจง เจยี วพว่ ง บริษทั SKIC- Wangsala -
นายมนตรี ศรเี อ่ียม บรษิ ัท SKIC- Wangsala -
นายกติ ติคณุ กลน่ิ สวุ รรณ์ บริษทั SKIC- Wangsala -
นายอนนั ต์ ชา้ งพลาย บริษทั SKIC- Wangsala -
นายพรี พงษ์ กลบี ทอง บรษิ ัท SKIC- Wangsala -
นายภาสกร ทองแท้ บริษทั SKIC- Wangsala -
นายวษิ ณุ ทรัพยก์ ัลยาศิริ บริษทั SKIC- Wangsala -
นายสกล แสงประเสรฐิ บริษทั SKIC- Wangsala -
นายนิรันดร์ นิธากรณ์ บรษิ ัท SKIC- Wangsala -
นายณรงคศ์ ักดิ์ ศรีวโิ รจน์ บรษิ ัท SKIC- Wangsala -
นายอาทติ ย์ หมอดี บริษทั SKIC- Wangsala -
นายชยั วฒั น์ พลบั พลา บรษิ ัท SKIC- Wangsala -
นายเมธาวฒั น์ ทองคำ บรษิ ัท TPC- Wangsala -
นายชุมพล เอี่ยมกจิ บริษัท TPC- Wangsala -
สำนกั งานปอ้ งกันและบรรเทาสาธารณภัยจงั หวัดกาญจนบรุ ี หนา้ ๙๑