1
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ 1
เร่อื งปฐมนิเทศการเป็นเด็กดมี มี ารยาท
สวสั ดคี ่ะ
สวสั ดีครบั
สวสั ดีจ้ะเพอื่ น สวัสดจี ้ะเพ่ือน
2
ให้นกั เรียนเขยี น √ ลงใน หนา้ ภาพเดก็ ทีม่ มี ารยาทในการทักทาย และ
เขียน x ลงใน หนา้ ภาพเด็กท่ีไม่มมี ารยาท
สวสั ดีคุณป้าสิลูก
ทาไมตอ้ งสวสั ดีด้วย
สวสั ดีค่ะคุณยาย
สวัสดจี ้ะ ไมร่ ้ไู มช่ ้ี
3
ขอบคณุ คะ่
เม่อื มีผู้ใหญ่ใหส้ ิ่งของเดก็ ๆควรทาอย่างไร
ขอบคุณครับ
4
นา้ มขี นมมาฝากค่ะ
ขอบคณุ ค่ะ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณค่ะ
เมอ่ื มผี ู้ใหญ่ให้ส่ิงของเด็กๆควรทาอย่างไร
1. ให้นักเรียนวาดภาพ หรอื นาภาพมาตดิ แปะสง่ิ ที่ควรปฏบิ ตั เิ มือ่ ผใู้ หญใ่ ห้สง่ิ ของ
5
เมื่อนักเรยี นทาผิดนักเรียนจะต้องยกมือไหว้กล่าวคาวา่ “ขอโทษ”ค่ะหรอื ครับ
ขอโทษค่ะ
ขอโทษครบั
6
เมื่อนักเรียนวง่ิ ชนเพ่ือนล้ม นักเรยี นจะต้องทาอยา่ งไร ?
ขอโทษครบั
ไม่เป็นไรคะ่
2. ให้นกั เรียนวาดภาพ หรอื นาภาพมาตดิ แปะสง่ิ ทคี่ วรปฏบิ ตั ิเม่อื นกั เรยี นทาผดิ
7
เด็กดตี อ้ งรูจ้ กั การให้อภัยผูอ้ น่ื เม่ือผู้อ่นื ทาผิดโดยไมไ่ ด้ต้ังใจ
“ครูยกตัวอยา่ งภาพในนิทานเรอื่ งหนูนิดขีโ้ มโห”
ทาไมน้องระบายสีสมุด
ของพเ่ี ล่นแบบนี้
ฮือๆหนขู อโทษค่ะหนู
ไม่ไดต้ ั้งใจ
หนนู ิดโกรธโมโหใหน้ ้อง
มาก
เมื่อหนูนดิ รสู้ กึ โกรธโมโหคุณ
ยายสอนหนนู ิดให้นบั 1-10
และคดิ วา่ นอ้ งไม่ได้
ตง้ั ใจจนกวา่ หนูนิด
จะหายโกรธ
8
เมื่อนอ้ งเลน่ ระบายสใี นสมุด
ของหนูนดิ อีก หนูนิดกใ็ ห้อภัย
นอ้ งไม่โกรธน้อง
นอ้ งกด็ ีใจท่พี ห่ี นนู ิดไมโ่ กรธ
และพ่กี ับนอ้ งก็รกั กันใหอ้ ภัย
กันไมโ่ กรธกนั
ขอโทษนะเพอ่ื น
ไมเ่ ป็นไรค่ะเพอ่ื น
ไมโ่ กรธ
9
เด็กดีตอ้ งรจู้ กั การรอคอย การเข้าควิ ให้เรยี บร้อย
นกั เรียนเข้าแถว รอ
คอย รอรบั ถาดอาหาร
นักเรียนไม่ควร
แซงคิวคนอน่ื
10
ให้นกั เรียนใส่ ในรูปภาพที่ควรปฏบิ ตั ิ เขยี น /
ในรปู ภาพทไ่ี ม่ควรปฏิบัติ x
นักเรยี นเขา้ แถว
ซื้อไอศครมี
นักเรียนแซงควิ คน
อน่ื ซอื้ ไอศกรีม
แบบฝกึ หัดท้ายบท 11
หนว่ ยเด็กดีมีมารยาท
1. ใหน้ กั เรยี นนารูปภาพการปฏบิ ัตติ นเปน็ คนดีมาติดแปะพรอ้ ม
1) ผมกล่าวคาทกั ทาย สวสั ดีครบั เม่อื พบเจอผใู้ หญท่ ่ีรู้จกั
และกลา่ วลาเมอื่ จะกลบั บ้าน
2) ผมกล่าวคา ขอบคุณครับ เม่อื ผใู้ หญใ่ หส้ ิ่งของ
3) ผมกล่าวคา ขอโทษครบั เมอื่ ผมกระทาผดิ
4) ผมเขา้ แถว ตอ่ ควิ ทกุ ครง้ั ทีไ่ ปรบั ถาดขา้ ว หรอื ซ้ือของ
5) ผมจะไม่แยง่ ทเ่ี พ่อื น หรือแซงควิ เพือ่ นหรือคนอ่นื เวลาซื้อ
ของ
12
คาชี้แจง ใหน้ ักเรียนนารูปภาพไปตดิ แปะตามคาบอก
ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครบั
สวัสดคี ่ะ/สวสั ดคี รับ สวสั ดีจะ้ เพื่อน/สวสั ดีจะ้ เพอื่ น ขอบคุณค่ะ/ขอบคุณครบั
13
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2
เรื่องโรงเรียนสาธติ มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ ฝ่ายการศกึ ษาพิเศษ
โรงเรียนเป็นสถานท่ีให้เด็กๆ ได้เรียนหนังสือและทากิจกรรมต่างๆ มี
คุณครูคอยดูแลให้ความรู้ และมีสถานที่ต่างๆ เช่น ห้องน้า ห้องอาหาร เป็นต้น ให้
เราได้ใชป้ ระโยชนแ์ ละทากิจกรรม เมอ่ื มาโรงเรยี นเดก็ ๆ ต้องร้จู กั ช่วยเหลอื ตนเอง
เด็กได้รู้จักชื่อเพ่ือนที่โรงเรียนจากการทากิจกรรมต่างๆ ร่วมกัน รู้จักความ
แตกตา่ งระหวา่ งเดก็ ผู้ชาย และเด็กผหู้ ญงิ รวมไปถึงเครื่องใช้ต่างๆ ท่ีมีความแตกต่าง
กันตามลักษณะการใช้งาน วิธีการใช้งาน และความเหมาะสมเฉพาะเด็กผู้ชายและ
เด็กผหู้ ญงิ
โรงเรียน
หอ้ งสมดุ ห้องสมดุ
ห้องเรยี น หนา้ เสาธง ห้องเรียน
หอ้ งน้า หอ้ งน้า
หอ้ งสมดุ หอ้ งสมดุ
โรงอาหาร สนามเดก็ เล่น
14
บคุ คลทอี่ ยใู่ นโรงเรยี น คณุ ครู
ภารโรง นกั เรียน
เพื่อนผู้หญงิ เพอื่ นผชู้ าย
ชือ่ .โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลยั ขอนแก่น ฝา่ ยการศึกษาพเิ ศษ
โรงเรยี นของหนู
ชือ่ .โรงเรยี นสาธิตมหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ฝ่ายอนุบาล
แบบฝกึ หัดท้ายบท 15
หนว่ ยโรงเรยี นของหนู หอ้ งสมดุ
1. ใหน้ กั เรยี นนารูปภาพหอ้ งต่างๆในโรงเรยี นมาตดิ แปะในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง
โรงเรยี น
หอ้ งสมุด
หอ้ งเรยี น หน้าเสาธง หอ้ งเรียน
ห้องน้า ห้องน้า
หอ้ งสมดุ หอ้ งสมดุ
โรงอาหาร สนามเด็กเลน่
16
คาช้ีแจง ให้นกั เรยี นนารปู ภาพไปตดิ แปะตามคาบอก
17
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 3
เรื่องร่างกายของฉัน
ร่างกายของเราประกอบด้วยอวยั วะหลาย ๆ สว่ น ท้งั ท่เี ปน็ อวยั วะที่เรา
มองเห็นได้ เช่น ตา หู จมูก ปาก แขน ขา เปน็ ต้น
รา่ งกายของหนู
เดก็ ผู้หญิง
รา่ งกายของหนู
เดก็ ผู้ชาย
18
และอวัยวะที่อย่ภู ายในรา่ งกายท่เี ราไมส่ ามารถมองเห็นได้ เชน่ หัวใจ ปอด ไต
เปน็ ต้น
ตา สมอง
ปอด ปาก
ไต
หวั ใจ
มา้ ม กระเพาะอาหาร
ตับ
ลาไส้
หวั ใจ
19
อวัยวะแต่ละอวัยวะจะมีหนา้ ทที่ แี่ ตกต่างกนั ออกไป เชน่ ตามีไวด้ สู ิ่ง
ต่างๆ รอบตวั หูมีไวฟ้ ังเสยี ง จมกู ใชด้ มกลิ่น และปากมีไวพ้ ดู คุย เปน็ ต้น แตใ่ นการทา
กิจกรรมหน่ึง ๆ เราอาจต้องใช้อวัยวะหลายสว่ นมาทาหนา้ ทีป่ ระสานกัน
ตา
ตามไี ว้ดสู งิ่ ต่างๆ รอบตวั
หู
หูมไี วฟ้ ังเสยี งตา่ งๆ
20
จมูก
จมูกใชด้ มกล่นิ ตา่ งๆ
ปาก
สวัสดเี พ่อื น เป็นไงบ้าง
ปากมไี วพ้ ูดคุยและล้ินมไี วร้ ับรสชาดอาหาร
21
มอื
มอื มีไวจ้ บั ถือ ส่งิ ของ
ขา
ขาและเทา้ มไี วเ้ ดนิ ว่ิง
22
อวยั วะทุกอวยั วะจงึ มีความสาคัญเทา่ เทียมกนั ถา้ รา่ งกายของเราขาดอวยั วะ
ใดอวยั วะหน่ึง ก็จะทาให้รา่ งกายทางานไดย้ ากลาบาก ดงั นนั้ เรากค็ วรดแู ลรกั ษา
อวัยวะทกุ ส่วนของร่างกายใหท้ างานเปน็ ปกติอยเู่ สมอ
การดูแลรักษาอวยั วะของรา่ งกายสามารถทาได้ ดังนี้
= ตา
โอ้ยแสบตาขยๆ้ี เช้ือโรคมาแลว้ ฮือๆตาแดงเลย
- ไมใ่ ชม้ อื ขย้ีตา
- เมอ่ื มฝี นุ่ เข้าตาใหล้ ้างตาดว้ ยนา้ สะอาด
- อา่ นหนงั สอื ในที่ท่ีแสงสวา่ งเพยี งพอ
- ควรวางหนังสอื ห่างจากระดับสายตา ประมาณ 1 ฟุต
- ไมค่ วรใช้สายตาจ้องมองส่ิงใดสง่ิ หนงึ่ นาน ๆ
การดูแลรกั ษาความสะอาดของอวยั วะอยู่เสมอจะทาใหอ้ วยั วะทางานได้เป็นปกติ
= หู
- ไม่แคะหู ไมค่ วรเอาส่ิงของใส่ โอ้ยน้าเขา้ หู
เขา้ ไปในรูหู
เมอื่ มีอะไรเข้าไปในหคู วรไป
- ไม่ตะโกนใส่หู พบแพทย์
- ไมใ่ ห้นา้ เขา้ หู
- ถา้ ปวดหู ควรรีบไปพบแพทย
23
= จมกู
ไม่แคะจมกู
- ไมแ่ คะจมกู
- ไม่ส่ังนา้ มูกแรง ๆ
- หลีกเลี่ยงการอยใู่ นทท่ี ม่ี ีฝุ่นควนั มาก ๆ
ไม่สง่ั น้ามกู แรง ๆ
หลกี เล่ียงการอยู่ในทที่ ่ีมี
ฝนุ่ ควันมาก ๆ
= ปาก เด็กดแี ปรงฟนั ทุก
- แปรงฟนั อยา่ งน้อยวันละ 2 คร้งั วนั
- ไมใ่ ช้ฟนั เปดิ ขวดหรือฉกี ถงุ ขนม
- ใช้ฟนั ขดั ฟันแทนไมจ้ ิ้มฟนั เดก็ ดไี ม่ใช้ฟันกดั ของแข็ง
เด็กดีใชไ้ หมขัดฟนั
= ผม 24
- สระผมอย่างน้อยสปั ดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง ผมชอบสระผมครับ
- แปรงผมบอ่ ย ๆ หวผี มให้เรยี บรอ้ ย
ผมยาวแลว้ ต้องตดั ผม
- ควรตดั ผมส้นั ๆ เพอ่ื ทาความสะอาดไดง้ า่ ย
= ผิวหนงั
ผมชอบอาบน้าครบั
- อาบน้าอยา่ งน้อยวนั ละ 2 ครั้ง
- เช็ดตวั ใหแ้ หง้ ผมเชด็ ตัวให้แหง้
- สวมเสอ้ื ผา้ ชดุ ใหม่ ผมแตง่ ตวั เรยี บร้อย ใส่ชดุ ใหม่
25
= แขนและมอื
เดก็ ดลี ้างมือใหส้ ะอาดอยู่เสมอ
- ลา้ งมือใหส้ ะอาดอยเู่ สมอ
- ตัดเลบ็ ให้ส้ัน เดก็ ดีตัดเล็บใหส้ ัน้ อยเู่ สมอ เดก็ ดไี ม่กดั เลบ็
- ไม่ดดู นิว้ หรือกัดเลบ็ เด็กดีไม่ดูดนิ้ว
= ขาและเท้า
เด็กดลี า้ งเทา้ ใหส้ ะอาด
- ล้างขาและเทา้ ใหส้ ะอาด
- ตัดเล็บเท้าใหส้ นั้ เด็กดตี ดั เล็บเท้าให้ส้นั
26
แบบฝกึ หัดท้ายบท
หน่วยร่างกายของฉัน
1. ให้นกั เรยี นนารูปภาพมาตดิ แปะใหต้ รงกับคา
เดก็ ผชู้ าย เด็กผู้หญิง
เดก็ ผชู้ าย เดก็ ผ้หู ญิง
27
2. ให้นกั เรียนนาคามาตดิ แปะใหต้ รงกบั รปู ภาพ
28
3. ให้นกั เรียนนารปู ภาพมาติดแปะใหร้ ปู ภาพสมบรู ณ์
29
4. ให้นักเรยี นนารูปภาพมาตดิ แปะให้ตรงกับคาพร้อมระบายสี
ตามไี วด้ สู ่ิงตา่ งๆ รอบตัว
หูมไี วฟ้ ังเสียงต่างๆ
จมูกใชด้ มกล่ินต่างๆ
30
ปากมีไว้พดู คยุ และล้ินมีไวร้ บั รสชาดอาหาร
มอื มีไวจ้ ับถอื ป้นั
ขามีไวเ้ ดิน วงิ่ กระโดด
31
คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนนารูปภาพไปติดแปะในคาถามข้อที่ 1
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นนารูปภาพไปติดแปะในคาถามขอ้ ท่ี 2 ปาก
ตา หู จมกู ผม
แขน จมูกมือ ขา เท้า
คาช้ีแจง ใหน้ ักเรยี นนารูปภาพไปติดแปะในคาถามขอ้ ท่ี 3
32
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรยี นนารูปภาพไปติดแปะในคาถามขอ้ ท่ี 4
33
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 4
เรอ่ื งอารมณ์ต่างๆของฉัน
อารมณ์ หมายถึง สภาวะหวั่นไหวของร่างกายเป็นความรู้สึกรุนแรงที่ทาให้
จิตใจป่ันป่วน และแสดงพฤติกรรมออกมาไม่เป็นไปตามปกติ พฤติกรรมท่ีแสดง
ออกมาจะรุนแรงกว่าธรรมดา และมักควบคู่ไปกับการเคล่ือนไหวของกล้ามเน้ือ
อารมณ์มีผลต่อการรับรู้ส่ิงต่าง ๆ รอบตัวเพราะ อารมณ์สัมพันธ์กับความคิดเมื่อ
คนเรามีการรับรู้จะแปลความหมายไปตามความคิดและ ประสบการณ์เดิมการเกิด
อารมณ์มีทั้งผลดีและผลเสีย ผลดีของการเกิดอารมณ์คือ ทาให้เพ่ิมพลัง สามารถ
ทางานได้ดีกว่าปกติร่าเริง สนุกสนาน ผลเสียของอารมณ์ เช่น ผลเสียต่อสภาพ
ร่างกาย เช่น อาหารไม่ย่อย นอนไม่หลับ เหน่ือย หมดแรง ใจสั่น ทางานไม่ดี
เท่าที่ควรหรืออาจทางานไม่ได้ เป็นต้น คนท่ีอารมณ์รุนแรงหรือ เปลี่ยนแปลงง่าย
มักจะเข้ากับใครไม่ค่อยได้ ไม่มีใครอยากคบและอาจนาไปสู่ปัญหาทางจิตได้ง่าย
ดังนั้น การควบคุมอารมณ์จะทาให้มีผลส่งต่อทาให้การควบคุมตนเองดีขึ้น อารมณ์
หรือความรู้สกึ พ้ืนฐานของคนมี 4 แบบ คอื
1. สขุ ดใี จ สมหวัง
2. ทุกข์เสยี ใจผดิ หวัง
34
3. กลัว ตกใจ
4. โกรธ หงดุ หงดิ โมโห
สถานการณต์ า่ งๆท่ีทาใหเ้ กดิ สภาวะอารมณต์ ่างๆ เช่น
1. เมอื่ นกั เรียนได้สิ่งของทต่ี นเองชอบ ได้เลน่ ของเล่น นกั เรียนจะเกดิ อารมณ์
อย่างไร
นักเรยี นจะรสู้ กึ สุข ดใี จ สมหวัง
35
2. เม่ือตุ๊กตานักเรยี นหัวขาด นักเรยี นจะเกดิ อารมณอ์ ย่างไร
ฮือ..ฮอื ตกุ๊ ตาหนหู ัวขาด
นักเรยี นจะรสู้ กึ ทกุ ขเ์ สยี ใจผิดหวัง
3. เม่อื นักเรียนโดนสุนขั ว่ิงไลก่ ดั นักเรยี นจะเกดิ อารมณ์อยา่ งไร
นกั เรียนจะรู้กลัว ตกใจ
36
4. เม่อื มีคนมาแย่งของเล่น นักเรียนจะเกิดอารมณ์อยา่ งไร
นักเรียนจะร้สู กึ โกรธ หงดุ หงิด โมโห
37
แบบฝึกหัดท้ายบท
หนว่ ยอารมณ์ตา่ งๆของ
1. ให้นักเรียนวาดรูปภาพอารมณ์ตา่ งๆฉใันหต้ รงกับคาและเขียนตามรอยประ
ฉันย้ิมดีใจ ฉนั ร้องไหเ้ สยี ใจ
ฉันกลวั ฉันโกรธ
38
2. ให้นักเรียนนารูปภาพอารมณต์ า่ งๆให้ตรงกับคาและเขยี นตามรอยประ
ฉันหัวเราะสนุกสนานใจ
ฉันโกรธโมโห
ฉันร้องไหเ้ สียใจ
39
ฉนั ยม้ิ ดีใจ
ฉันกลัว
40
3. ใหน้ กั เรยี นในรปู ภาพอารมณ์ต่างๆ มาติดแปะใหต้ รงกับสถานการณต์ ่างๆ
3.1) เม่อื นักเรยี นได้ส่ิงของทต่ี นเองชอบ ไดเ้ ล่นของเล่น นกั เรยี นจะเกิด
อารมณอ์ ยา่ งไร
3.2) เมื่อตุ๊กตานกั เรยี นหัวขาด นักเรียนจะเกดิ อารมณอ์ ยา่ งไร
ฮอื ..ฮอื ตกุ๊ ตาหนูหวั ขาด
41
3.3) เมื่อนกั เรยี นโดนสนุ ัขวิ่งไล่กดั นักเรียนจะเกดิ อารมณอ์ ยา่ งไร
3.4) เมื่อมีคนมาแยง่ ของเล่น นกั เรียนจะเกิดอารมณ์อยา่ งไร
42
คาช้ีแจง ใหน้ ักเรียนนารูปภาพไปตดิ แปะในคาถามขอ้ ที่ 1
คาชีแ้ จง ให้นกั เรยี นนารูปภาพไปติดแปะในคาถามขอ้ ที่ 3
คาชแ้ี จง ให้นักเรียนนารูปภาพไปติดแปะในคาถามขอ้ ท่ี 4
43
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 5
เร่ืองคุณครูท่ีรกั
ครู หมายถึง ผูใ้ ห้การศกึ ษา อบรม สงั่ สอน ถ่ายถอดความร้ใู ห้แก่ศษิ ย์ ก่อให้เกดิ
การเรยี นรแู้ ละการพฒั นาขนึ้ ในตวั ผู้เรียนอนั เปน็ ทพี่ ึงประสงค์ของสังคม ตลอดจนเปน็ ผู้มี
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมสามารถดาารงชวี ติ ”อยา่ งมคี วามสุข
อาจารย์ของฉนั
ครูปออ.เบญจมาภรณ์ ชอ้ ยเครอื ครูต๊ตุ ๊ะอ.พรมณี หาญหกั ครูออ้ ยอ.ปริศนา อานจาปา
ปร.ด.
(หลักสูตรและการเรียนการ ศษ.ม.(หลกั สตู รและการสอน ศษ.ม.(หลกั สตู รและการสอน
การศึกษาพเิ ศษ) การศกึ ษาพิเศษ)
สอน)
ครูฤกษ์อ.ฤกษ์ สุวรรณฉาย ครูอาอ.อาพร ตรสี ูน
ศษ.ม.(หลกั สตู รและการสอน ศษ.ม.(หลกั สูตรและการสอน
พลศึกษา) การศึกษาพิเศษ)
44
อาจารยข์ องฉัน
ครูแป้งอ.ชนิ อนงค์ ประชมุ ชิต ครูมะพรา้ ว ครูกังอ.เจรญิ ขวญั ศรพี นั ธ์ชาติ
ศษ.ม.(หลกั สูตรและการสอน ศษ.ม.(หลกั สูตรและการสอน
การศึกษาพเิ ศษ) อ.จติ รา โซ่เมืองแซะ
ค.บ.(การศกึ ษาพิเศษ)
การศึกษาพิเศษ)
ครูไอช์อ.ชนาดา อรศรี ครูบาสอ.กฤษณพงษ์ หรัญรัตน์ ครูปอ๊ กอ.อลิสา อปุ ัญญ์
วท.ม.(กายภาพบาบดั ) ค.บ.(การศึกษาพเิ ศษ) ค.บ.(การศกึ ษาพิเศษ)
อาจารยช์ ว่ ยสอนระดับอนบุ าล 45
ศึกษา
ครูแอ๊ด ครูอมุ้
ครูเบลล่า ครูแพส๊
เจ้าหน้าทฝ่ี า่ ยสนบั สนุน
น้าหมอ่ ม ลงุ พล
46
หน้าท่ขี องบุคคลในโรงเรยี น
คุณครู
คุณครูมีหนา้ ท่ีสอนหนังสอื
นกั เรียน
นักเรียนมหี น้าท่ีต้ังใจเรยี นหนังสอื
ภารโรง
ภารโรงมีหนา้ ท่ีทาความสะอาด
โรงเรียน
ลงุ พลมีหนา้ ทข่ี บั รถตู้
นา้ หม่อมมีหน้าท่ีทาความสะอาด
47
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 6
เรือ่ งครอบครัวของฉันและแม่ของหนู
ครอบครัวและบุคคลในครอบครัว
โครงสร้างของครอบครัว ประกอบด้วย บ้าน และสมาชิกในบา้ น
พ่สี าว ตัวฉนั นอ้ งชาย
บ้าน
บ้านเป็นสถานที่ท่เี ราอยอู่ าศัย รับประทานอาหาร พกั ผ่อน ทาการบา้ น เป็นท่ี
หลับนอน และทป่ี ้องกนั ภยั ตา่ งๆ บา้ นจึงมคี วามสาคัญสาหรับผอู้ ย่อู าศยั มาก
สมาชิกในบ้าน
สมาชิกในบ้าน หมายถึง คนที่อาศัยอยใู่ นบานเป็นประจา ไดแ้ ก่ บุคคลใน
ครอบครัว และบคุ คลที่มาอาศัยในบา้ นเป็นประจา ได้แก่ ญาติ
บุคคลในครอบครัว
48
บคุ คลในครอบครัว ได้แก่ พ่อ แม่ ลกู ถา้ เป็นครอบครัวขนาดใหญ่ บคุ คลใน
ครอบครัว ได้แก่ พ่อ แม่ ลกู ปู่ ย่า ตา ยาย ลุง ปา้ นา้ และอา
ปู่ ยา่ ตา ยาย
พ่อ แม่
พี่ชาย พ่สี าว นอ้ งชาย
บทบาทหน้าที่ และสิทธขิ องสมาชิกในครอบครัว
สมาชิกในครอบครัวแตล่ ะครอบครวั ตา่ งมีบทบาทหน้าท่ีทจี่ ะตอ้ ง
รบั ผดิ ชอบด้วยกันทุกคน เชน่ หน้าทขี่ องพอ่ แม่ท่ีมตี อ่ ลูก , หน้าทีข่ องลกู ท่ีมีต่อพ่อ
แม่ , หนา้ ท่ีของพ่ีท่ีมีต่อน้อง เปน็ ตน้
หน้าทีข่ องพ่อแม่
1. ทางานหาเงนิ มาเลี้ยงสมาชิกในครอบครวั
2. อบรมสงั่ สอนใหล้ ูกเปน็ คนดี
3. ดแู ลคมุ้ ครองลูก
4. ให้การศกึ ษาเล่าเรียนแกล่ กู
5. ให้ความรกั ความเมตตา และความอบอุน่ แก่ลูก
หนา้ ทขี่ องลูก
1. ตงั้ ใจศกึ ษาเล่าเรียน
2. เคารพเช่ือฟังคาส่งั สอนของพ่อแม่
3. ชว่ ยพอ่ แม่ทางานบา้ น
4. ช่วยเหลือรบั ผดิ ชอบตนเอง
5. ประพฤติตนเป็นคนดี
แบบฝึกหดั ท้ายบท 49
หนว่ ยสมาชิกในครอบครวั ของฉัน
1. ใหน้ ักเรียนจดั ทาโครงสร้างภาพสมาชิกในครอบครัวและเขยี นตามรอยประ
ปู่ ยา่ ตา ยาย
พ่อ แม่
พี่สาว ตัวฉัน น้องชาย
50
2. ให้นักเรยี นนารปู ภาพบอกหนา้ ที่ของสมาชกิ ในครอบครวั มาตดิ แปะให้ตรง
กับประโยคใหถ้ ูกต้อง
2.1) หน้าทีข่ องพ่อแม่
1. ทางานหาเงินมาเลยี้ งสมาชิกในครอบครวั
2. อบรมส่ังสอนให้ลกู เป็นคนดี
3. ดูแลคุ้มครองลกู