The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า Inventory Linen Room

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by longthip8890, 2023-02-17 01:13:19

โครงงานพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า Inventory Linen Room

โครงงานพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า Inventory Linen Room

พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) น้ำผึ้ง ลุงทุน โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชา การโรงแรม ประเภทวิชา อุตสาหกรรมท่องเที่ยว วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2566


พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) น้ำผึ้ง ลุงทุน โครงงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตร ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาการโรงแรม ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ ปีการศึกษา 2566


ใบรับรองโครงงาน วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ เรื่อง พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) โดย นางสาวน้ำผึ้ง ลุงทุน รหัส 653070110022 ได้รับการรับรองให้นับเป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง สาขาวิชาการโรงแรม ประเภทวิชาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ................................................... ......................................................... (นางสาวนพรรณพ ดวงแก้วกูล) (นางจันทิมา สัตยาภรณ์) หัวหน้าแผนกวิชา รองผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ วันที่........เดือน…..…พ.ศ……….. วันที่........เดือน..…..…พ.ศ………..... ................................................... ครูประจำวิชาโครงงาน (นางสาวนพรรณพ ดวงแก้วกูล)


ข กิตติกรรมประกาศ การศึกษาครั้งนี้ ทางผู้จัดทำจึงเล็งเห็นถึงปัญหาของห้องผ้าที่ไม่เป็นระเบียบมีจำนวน ผ้าสูญหาย จึงเกิดแนวคิดการพัฒนาระบบการจัดการห้องผ้าให้มีระบบและเป็นระเบียบมากขึ้น เพื่อให้ผู้เข้ามาใช้ห้องผ้าเกิดความมีวินัยในการมาใช้ห้องผ้า และเพื่อให้ผู้เข้ามาใช้ห้องผ้ารู้จักวิธีการ รวมถึงบริเวณจัดเก็บผ้า เพื่อเวลาเก็บผ้าจะได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดันหาง่าย ในการดำเนินโครงงานได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากคุณครูนัชพร สาครธำรงที่คอยให้ คำปรึกษาเรื่องโครงงาน และคุณครูนพรรณพ ดวงแก้วกูล ครูประจำวิชา รวมทั้งขอบคุณวิทยาลัย อาชีวศึกษาเชียงใหม่ที่ให้ทุนการสนับสนุนเรื่องงบประมาณ การประสานงานและใช้สถานที่ในการจัด นำเสนอโครงงาน จนโครงงานประสบความสำเร็จ ท้ายสุดนี้ ผู้จัดทำหวังว่าโครงงานฉบับนี้คงมีประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยสำหรับผู้ที่สนใจ ศึกษารายละเอียดของพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ทำให้ผู้มาใช้งาน ห้องผ้ามีความพึงพอใจกับระบบจัดการห้องผ้า และได้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาระบบจัดการ ห้องผ้า (Inventory Linen Room) โดยการมีส่วนร่วมของนักเรียน นักศึกษา และครูแผนกวิชา ในการพัฒนาอย่างแท้จริงต่อไป น้ำผึ้ง ลุงทุน


ค ชื่อ : นางสาวน้ำผึ้ง ลุงทุน ชื่อโครงงาน : พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) สาขาวิชา : การโรงแรม ประเภทวิชา : อุตสาหกรรมท่องเที่ยว หัวหน้าแผนกวิชา : นางสาวนพรรณพ ดวงแก้วกูล อาจารย์ประจำวิชา : นางสาวนพรรณพ ดวงแก้วกูล ปีการศึกษา : 2565 บทคัดย่อ การศึกษาโครงงาน เรื่องพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาระบบจัดการห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม 2) เพื่อจัดระเบียบของ ผ้าในห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม 3) เพื่อเป็นการตรวจสอบจำนวนผ้าได้อย่างทันทีวิธีการดำเนินการ เก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้เป็นแบบประเมินประสิทธิภาพของคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) และการศึกษาจากทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องเชิงเอกสารและข้อมูล ทางอินเตอร์เน็ต สร้างแบบประเมินประสิทธิภาพให้ครอบคลุมขอบเขตของโครงงานแล้วนำไปทดสอบ กับกลุ่มประชากรจำนวน 109 คน ระยะเวลาในการศึกษาโครงงาน 1 ภาคเรียน ในการศึกษาค้นคว้า พบว่า ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ใช้งานคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 91 คน คิดเป็นร้อยละ 83.50 ช่วงอายุ 15-19 ปีคิดเป็นร้อยละ 83.50 และระดับชั้น 45 คน คิดเป็นร้อยละ 41.30 และ ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ใช้งานคู่มือ พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ภาพรวมด้านการนำไปใช้ประโยชน์พัฒนา ระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ทั้งหมดอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวมทั้งหมด เท่ากับ (̅=4.37) เกณฑ์การประเมินในภาพรวมด้านเนื้อหาทั้งหมดอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวม ทั้งหมดเท่ากับ (̅=4.33) และเกณฑ์การประเมินภาพรวมด้านการออกแบบเล่มคู่มือทั้งหมดอยู่ ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวมทั้งหมดเท่ากับ (̅=4.27)


สารบัญ เรื่อง หน้า ใบรับรองโครงงาน ก กิตติกรรมประกาศ ข บทคัดย่อ ค สารบัญตาราง ง สารบัญภาพ จ บทที่ 1 บทนำ 1. ความเป็นมาและความสำคัญของโครงงาน 1 2. วัตถุประสงค์ของการศึกษา 1 3. ขอบเขตขอ ง โ ค ร ง ง า น 1 4. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 2 5. นิยามศัพท์เฉพาะ 2 บทที่ 2 เอกสารและงานศึกษาที่เกี่ยวข้อง 1. โครงสร้างแผนกแม่บ้าน 3 2. ความสำคัญของห้องผ้า 7 3. ความรู้เกี่ยวผ้าประเภทต่างๆ 8 4. การดูแลทำความสะอาดผ้าแต่ละประเภท 13 5. เอกสารเกี่ยวกับงานห้องผ้า 15 6. การจัดเก็บคลังผ้า ( Par Stock) 1 7 7. งานศึกษา / งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 1 9 บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา 1. ประชากรและกลุ่มตัว อย่ า ง 2 2 2. เครื่องมือในการดำเนินศึกษา 2 2 3. ขั้นตอนวิธีดำเนินงาน 23 4. การเก็บรวบรวมข้อมูล 24 5. การวิเคราะห์และสรุปผล 2 4


บทที่ 4 ผลการศึกษา 1. ผลการวิเคราะห์ข้อมูล 27 2. ผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล 27 3. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจ 29 4. ผลสรุปข้อเสนอแนะ 31 บทที่ 5 สรุปผล อภิปรายและข้อเสนอแนะ 1. สรุปผล 32 2. อภิปรายผล 33 3. ข้อเสนอแนะ 34 บรรณานุกรม ภาคผนวก ภาคผนวก ก โครงร่างโครงงาน (แบบนำเสนอโครงงาน) ภาคผนวก ข เครื่องมือ (แบบประเมินประสิทธิภาพ) ภาคผนวก ค รูปภาพประกอบ ภาคผนวก ง แบบรายงานผลการนำไปใช้ประโยชน์ ประวัติผู้จัดทำ น้ำผึ้ง ลุงทุน


ง สารบัญตาราง ตารางที่ หน้า ตารางที่ 1 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลด้านเพศของกลุ่มประชากร 30 ตารางที่ 2 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลด้านช่วงอายุ 31 ตารางที่ 3 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลระดับชั้น 32 ตารางที่ 4 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจด้านการออกแบบรูปเล่มคู่มือ 33 ตารางที่ 5 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจด้านเนื้อหา 34 ตารางที่ 6 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจด้านการนำไปใช้ประโยชน์ 35


จ สารบัญภาพ ภาพที่ หน้า ภาพที่ 1 หัวหน้าแผนกแม่บ้าน (Executive Housekeeper) 3 ภาพที่ 2 หัวหน้าแม่บ้าน (Head Housekeeper) 4 ภาพที่ 3 แม่บ้านประจำฟลอร์หรือผู้ช่วยแม่บ้าน 5 ภาพที่ 4 พนักงานดูแลห้องพัก (Room Attendant) 5 ภาพที่ 5 พนักงานยกของ/ ทำความสะอาด (Housekeeper) 6 ภาพที่ 6 หัวหน้าห้องผ้า (Linen Room Supervisor) 6 ภาพที่ 7 ความสำคัญของห้องผ้า 7 ภาพที่ 8 ผ้าปูเตียง 7 ภาพที่ 9 ปลอกหมอน 8 ภาพที่ 10 ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน 9 ภาพที่ 11 ผ้าคลุมเตียง 9 ภาพที่ 12 ผ้าเช็ดตัว 10 ภาพที่ 13 ผ้าเช็ดมือ 11 ภาพที่ 14 ผ้าเช็ดเท้า 11 ภาพที่ 15 ผ้าเช็ดหน้า 12 ภาพที่ 16 ผ้าปูโต๊ะ 12 ภาพที่ 17 ผ้าเช็ดปาก 13 ภาพที่ 18 ผ้าสเกิร์ตสําเร็จรูป 13 ภาพที่ 19 ผ้าเช็ดอุปกรณ์ 14 ภาพที่ 20 ผ้าเช็ดโต๊ะ 14 ภาพที่ 21 ผ้ารองแก้ว 15 ภาพที่ 22 ผ้าคลุมเก้าอี้ 15 ภาพที่ 23 การดูแลผ้าในห้องพัก 16 ภาพที่ 24 การดูแลผ้าขนหนู 18


ฉ สารบัญรูปภาพ (ต่อ) ภาพที่ หน้า ภาพที่ 25 การดูแลผ้าในการบริการอาหารและเครื่องดื่ม 19 ภาพที่ 26 ใบส่งซัก-ใบส่งรีดผ้า 20 ภาพที่ 27 ใบสต๊อกผ้า 20 ภาพที่ 28 ใบบันทึกการเบิก-จ่ายผ้า 21 ภาพที่ 29 ตัวอย่างแบบฟอร์มสำรวจผ้า 21 ภาพที่ 30 Par Level 22 ภาพที่ 31 การสร้างระบบ Par Level 33


1 บทที่ 1 บทนำ 1.1 ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ห้องผ้าถือเป็นศูนย์กลางการทำงานของแผนกแม่บ้าน เนื่องจากกิจกรรมในแผนกแม่บ้าน ทุกอย่างเริ่มต้นที่ห้องผ้า ไม่ว่าจะเป็นการเบิกจ่ายกุญแจและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำงาน และ สำนักงานของหัวหน้าแผนกแม่บ้านมักจะอยู่ใกล้หรือติดกับบริเวณห้องผ้า รวมทั้งสถานที่เก็บของ หลายๆอย่าง นอกจากนี้ห้องผ้าเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในแผนกแม่บ้าน เป็นสถานที่เก็บผ้า ทุกชนิดที่ใช้หมุนเวียนอยู่ภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน ผ้าปูโต๊ะ ผ้าขนหนูขนาดต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งชุดยูนิฟอร์มหรือเครื่องแบบของพนักงานทั้งโรงแรม เนื่องจากหน้าที่ความรับผิดชอบ ที่ครอบคลุมมากมายและผ้าต่างๆ มีราคาแพง จึงจำเป็นต้องมีการควบคุมดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้ ห้องผ้ายังเป็นสถานที่เก็บทรัพย์สินที่สูญหายและถูกพบด้วย เนื่องจากลักษณะของห้องผ้านั้นเป็นห้อง ที่มีการปิดกั้น และป้องกันผู้คนเข้าออกโดยพลการ (คู่มือโรงแรมแทรเวิลลอดซ์) ปัจจุบันปัญหาที่พบในห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม อาคารปฏิบัติการโรงแรม วิทยาลัย อาชีวศึกษาเชียงใหม่ คือการหาผ้าใช้งานต่างๆไม่เจอ เวลาจัดเก็บผ้าไม่สามารถนำผ้ามาไว้ที่เดิม เมื่อมีการใช้ผ้าต่อก็จะหาผ้าไม่เจอ ทำให้ห้องผ้าไม่เป็นระเบียบ และการยืมผ้าโดยที่ไม่ลงชื่อของคนที่ ยืม ทำให้ผ้าหายและไม่มีคนรับผิดชอบ รวมถึงไม่มีผู้ตรวจสอบรับ/ส่งผ้า จึงพัฒนาระบบจัดการ ห้องผ้าให้ดีขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นทางผู้จัดทำจึงเล็งเห็นถึงปัญหาของห้องผ้าที่ไม่เป็นระเบียบมีจำนวนผ้าสูญหาย จึงเกิด แนวคิดการพัฒนาระบบการจัดการห้องผ้าให้มีระบบและเป็นระเบียบมากขึ้น เพื่อให้ผู้เข้ามาใช้ห้องผ้า เกิดความมีวินัยในการมาใช้ห้องผ้า และเพื่อให้ผู้เข้ามาใช้ห้องผ้ารู้จักวิธีการรวมถึงบริเวณจัดเก็บผ้า เพื่อเวลาเก็บผ้าจะได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดันหาง่าย 1.2 วัตถุประสงค์ 2.1 เพื่อพัฒนาระบบจัดการห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม 2.2 เพื่อจัดระเบียบของผ้าในห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม 2.3 เพื่อเป็นการตรวจสอบจำนวนผ้าได้อย่างทันที 1.3 ขอบเขตโครงงาน 1.3.1 เชิงปริมาณ


2 แนวทางการจัดการระบบจัดการห้องผ้า 1 ระบบ 1.3.2 เชิงคุณภาพ ระบบจัดการห้องผ้ามีขั้นตอนการปฏิบัติ เข้าใจง่าย มีการสื่อสารชัดเจน 1.3.3 ระยะเวลาและสถานที่ในการดำเนินงาน ระยะเวลาดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม 2565 ถึง วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2566 สถานที่ดำเนินงาน วิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงใหม่ 167 ถนนพระปกเกล้า ตำบลศรีภูมิอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ 1.4 ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 1.4.1 เพื่อให้ผู้มาใช้งานห้องผ้ามีความพึงพอใจกับระบบจัดการห้องผ้า 1.4.2 ได้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) 1.5 นิยามศัพท์ คู่มือ คือ สมุดหรือหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องการพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ที่ต้องการรู้เพื่ออำนวยความสะดวกเกี่ยวกับการศึกษาหรือการปฏิบัติ เรื่องการใช้ห้องผ้าอย่างถูกวิธี ห้องผ้าถือเป็นศูนย์กลางการทำงานของแผนกแม่บ้าน เนื่องจากกิจกรรมในแผนกแม่บ้านทุก อย่างเริ่มต้นที่ห้องผ้า


3 บทที่2 แนวคิดทฤษฎีและงานศึกษาที่เกี่ยวข้อง ในการศึกษาเรื่อง โครงงานพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ผู้จัดทำ โครงงานได้รวบรวมแนวคิดทฤษฎีและหลักการต่าง ๆ จากเอกสารและงานศึกษาที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 2.1 โครงสร้างแผนกแม่บ้าน 2.2 ความสำคัญของห้องผ้า 2.3 ความรู้เกี่ยวกับชนิดของผ้า 2.4 การดูแลทำความสะอาดผ้าแต่ละประเภท 2.5 เอกสารเกี่ยวกับงานผ้า 2.6 การจัดเก็บคลังผ้า (Par Stock) 2.7 งานศึกษา / งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง 2.1 โครงสร้างแผนกแม่บ้าน 2.1.1 หัวหน้าแผนกแม่บ้าน (Executive Housekeeper) ในบางโรงแรมแผนกแม่บ้าน ทั้งหมดจะขึ้นตรงกับผู้จัดการใหญ่ (General Manager) แต่บางโรงแรมหัวหน้าแม่บ้านก็ขึ้นตรงกับ ผู้จัดการส่วนหน้า (Front of House Manager)โดยงานหลักๆ ของหัวหน้าแผนกแม่บ้าน ได้แก่ การตรวจสอบงานส่วนต่างๆ ของแผนกว่าได้มาตรฐานที่วางไว้หรือไม่ ควบคุมงบประมาณค่าใช้จ่าย จัดตารางเวลาการทำงานของพนักงาน และการฝึกอบรม อีกทั้งต้องรับผิดชอบเรื่องกุญแจต่างๆ ที่จะแจกจ่ายไปให้พนักงานในโรงแรม และดูแลควบคุมห้องเก็บอุปกรณ์ทำความสะอาดเอง แต่บางโรงแรมก็จะมอบหมายให้หัวหน้าแม่บ้านอาวุโสคนใดคนหนึ่ง ในการทำงานเป็นหัวหน้าแผนก แม่บ้านต้องทำงานประสานอย่างใกล้ชิดกับแผนกต้อน รับส่วนหน้าที่เกี่ยวกับห้องพักที่พร้อมจะขาย (ให้เช่า) ได้ อีกทั้งต้องประสานงานกับแผนกซ่อมบำรุงเพื่อให้ช่วยซ่อมอุปกรณ์ต่างๆ ที่อาจจะชำรุด เสียหายทั้งภายในห้องพักและบริเวนอื่นในโรงแรม


4 ภาพที่ 1 หัวหน้าแผนกแม่บ้าน (Executive Housekeeper) ที่มา: https://th.jobsdb.com/th-th/articles/ 2.1.2 หัวหน้าแม่บ้าน (Head Housekeeper) หัวหน้าแม่บ้านจะคอยดูแลตรวจตราการ ทำงานองผู้ช่วยแม่บ้าน หรือแม่บ้านประจำฟลอร์ 3 คนขึ้นไป ในกรณีเป็นโรงแรมขนาดเล็ก หัวหน้า แม่บ้านก็จะดูแลรับผิดชอบงานแผนกแม่บ้านทั้งหมด ภาพที่ 2 หัวหน้าแม่บ้าน (Head Housekeeper) ที่มา: https://householdstaffing.com/ 2.1.3 แม่บ้านประจำฟลอร์หรือผู้ช่วยแม่บ้าน (Floor Housekeeper หรือ Assistant Housekeeper) แม่บ้านประจำฟลอร์จะเป็นผู้ตรวจตราของพนักงานทำความสะอาด หรือพนักงาน ดูแลห้องพัก (Cleaning Staff/Room Attendants) เฉพาะที่ทำงานอยู่ที่ฟลอร์ใดฟลอร์หนึ่งหรือส่วน


5 ใดส่วนหนึ่งของโรงแรม ซึ่งรวมถึงห้องพักแขกทั้งแบบห้องมาตรฐานและห้องชุด ห้องพักพนักงาน ทางเดิน บันได ห้องน้ำใช้ร่วมในบริเวณโรงแรม ห้องนั่งเล่นเป็นต้น ภาพที่ 3 แม่บ้านประจำฟลอร์หรือผู้ช่วยแม่บ้าน (Floor Housekeeper หรือ Assistant Housekeeper) ที่มา: https://www.blockdit.com/ 2.1.4 พนักงานดูแลห้องพัก (Room Attendant) มีหน้าที่ทำความสะอาดและให้บริการ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้าพักของแขก เช่น ห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องอาบน้ำ และห้องส้วม รวมถึง ทางเดินหน้าห้องพักด้วย ภาพที่ 4 พนักงานดูแลห้องพัก (Room Attendant) ที่มา: https://www.blockdit.com/


6 2.1.5 พนักงานยกของ/ ทำความสะอาด (Housekeeper) แผนกแม่บ้านในโรงแรมมีหน้าที่ ยกหรือขนย้ายพวกเฟอร์นิเจอร์หนัก ๆ หรือนำขยะไปทิ้ง บางครั้งก็อาจรับผิดชอบด้านทำความ สะอาดบริเวณใช้ร่วมภายในโรงแรมด้วย ในเมืองไทยชื่อตำแหน่งนี้จะไม่ค่อยได้พบ ชื่อตำแหน่งที่นิยม ใช้กันคือ Cleaner ภาพที่ 5 พนักงานยกของ/ ทำความสะอาด (Housekeeper) ที่มา: https://www.blockdit.com/ 2.1. 6 หัวหน้าห้องผ้า (Linen Room Supervisor) ต้องรับผิดชอบผ้าทุกชนิดที่ใช้ในห้องพัก แขก (เช่น ผ้าปูที่นอน ผ้าเช็ดตัว ผ้าห่ม เป็นต้น) ผ้าของห้องอาหารและแผนกจัดเลี้ยง (ได้แก่ ผ้าปูโต๊ะ ผ้าเช็ดปาก ผ้ารองถาด) และเครื่องแบบพนักงาน โดยการจ่ายผ้าที่ซักสะอาดแล้ว เก็บรวบรวมผ้าที่ใช้ แล้ว ปะชุนผ้าที่ขาดและดูแลควบคุมการส่งผ้าไปซักที่แผนที่แผนกซักรีดและการรับคืน ผ้าที่ซักแล้ว ภาพที่ 6 หัวหน้าห้องผ้า (Linen Room Supervisor) ที่มา: https://www.a-lisa.net/topic/9633


7 2.2 ความสำคัญของห้องผ้า 2.2.1 พนักงานของแผนกแม่บ้านทุกคนจะต้องมาเซ็นชื่อลงเวลาเข้า-ออกงานที่ห้องนี้ 2.2.2 แม่บ้านประจำชั้นต่าง ๆ จะต้องมารับคำสั่งที่ห้องนี้ 2.2.3 เป็นศูนย์รวมโทรศัพท์ทุกเครื่องของแผนกแม่บ้าน 2.2.4 เป็นสถานที่รับรายงานเกี่ยวกับห้องพักที่ยังไม่ได้ทำความสะอาดตามเวลาที่กำหนด 2.2.5. เป็นสถานที่บันทึกสถานะของห้องพักที่ Check Out และห้องที่ยังมีแขกพักอยู่ 2.2.6 เป็นสถานที่แจกจ่ายอุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำงาน 2.2.7 เป็นสถานที่ดำเนินการต่าง ๆ ของบริการซักรีดให้กับแขก อาทิ การคัดแยกผ้า การนับผ้า รวมถึงการออกใบทวงหนี้ด้วย 2.2.8 เป็นสถานที่แจกจ่ายผ้าที่ใช้ในแผนกอาหารและเครื่องดื่ม 2.2.9 เป็นสถานที่แลกเปลี่ยนชุดยูนิฟอร์ม 2.2.10 เป็นสถานที่เก็บบันทึกการทำงาน 2.2.11 เป็นสถานที่เก็บและควบคุมกุญแจในแผนกแม่บ้านทั้งหมด 2.2.12 ทำหน้าที่เก็บของที่มีผู้ทำหาย (Lost and Found) เพราะลักษณะของห้องผ้านั้นเป็น ห้องที่มีการปิดกั้นและป้องกันผู้คนเข้าออกโดยพละการ ดังนั้นการเก็บทรัพย์สินที่สูญหายและถูกพบ นั้นจะมีการลงบันทึกโดย ใบรายงานทรัพย์สินที่สูญหายและถูกพบโดยเลขานุการของแผนกแม่บ้าน ภาพที่ 7 ความสำคัญของห้องผ้า ที่มา: https://www.a-lisa.net/topic/9633


8 2.3 ความรู้เกี่ยวผ้าประเภทต่างๆ 2.3.1 ผ้าในการบริการในห้องพัก สามารถแบ่งออกได้ 2 ประเภท 2.3.1.1 ผ้าปูเตียง ประกอบด้วย ผ้าปูเตียงขนาดต่าง ๆ ปลอกหมอน ผ้ารองกันเปื้อน ที่นอนและผ้าคลุมเตียง ภาพที่ 8 ผ้าปูเตียง ที่มา:https://www.dohome.co.th/en/bedspread-6ft-white-10259699.html ภาพที่ 9 ปลอกหมอน ที่มา: https://www.restexthailand.com/pillow-cover.html ภาพที่ 10 ผ้ารองกันเปื้อนที่นอน ที่มา: https://solomonthailand.com/


9 ภาพที่ 11 ผ้าคลุมเตียง ที่มา: https://www.nakornchiangmaigames.com/ 2.3.1.2 ผ้าขนหนูสำหรับห้องน้ำ ประกอบด้วย ผ้าเช็ดตัวขนาดต่าง ๆ ผ้าเช็ดมือ ผ้าเช็ดเท้าและผ้าเช็ดหน้า ภาพที่ 12 ผ้าเช็ดตัว ที่มา: https://www.google.com/ ภาพที่ 13 ผ้าเช็ดมือ ที่มา: http://goodamenity.com/


10 ภาพที่ 14 ผ้าเช็ดเท้า ที่มา: http://goodamenity.com/ ภาพที่ 15 ผ้าเช็ดหน้า ที่มา: http://goodamenity.com/ 2.3.2 ผ้าปูโต๊ะ ประกอบด้วย ผ้าปูโต๊ะขนาดต่าง ๆ ผ้าเช็ดปาก และผ้าอื่นๆที่ใช้ในแผนก อาหารและเครื่องดื่ม ภาพที่ 16 ผ้าปูโต๊ะ ที่มา: https://www.glitz.co.th/product/table-cloth-navy-blue/


11 ภาพที่ 17 ผ้าเช็ดปาก ที่มา: https://www.google.com/ ภาพที่ 18 ผ้าสเกิร์ต สําเร็จรูป ที่มา: https://www.google.com/ ภาพที่ 19 ผ้าเช็ดอุปกรณ์ ที่มา: https://www.google.com/


12 ภาพที่ 20 ผ้าเช็ดโต๊ะ ที่มา: https://www.google.com/ ภาพที่ 21 ผ้ารองแก้ว ที่มา: https://www.google.com/ ภาพที่ 22 ผ้าคลุมเก้าอี้ ที่มา: https://www.google.com/


13 2.4 การดูแลทำความสะอาดผ้าแต่ละประเภท 2.4.1 การดูแลผ้าในห้องพัก 2.4.1.1 อ่านฉลากให้เข้าใจ เป็นปัจจัยสำคัญพื้นฐานเลยทีเดียว สำหรับการอ่าน ฉลากทุกครั้งก่อนใช้งานสินค้า ส่วนใหญ่อาจจะเข้าใจข้อความตัวอักษร แต่บางท่านอาจไม่เข้าใจ สัญลักษณ์ต่าง ๆ เราจึงควรทำความเข้าใจกับสัญลักษณ์บนฉลาก 2.4.1.2 แยกผ้าปูออกจากเสื้อผ้า ทุกครั้งก่อนที่จะเริ่มทำการซัก เราควรแยกชนิด ของผ้าให้เหมาะสมทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เป็นการทำให้สีผ้าตกหรือทำให้สีผ้านั้นปนกันจนทำให้เนื้อผ้าขาว ของคุณต้องเปอะเปื้อนไปกับสีอื่น ๆ ที่สำคัญอาจทำให้เส้นใยของผ้านั้นหลุดออกจากกัน จนทำให้เนื้อผ้าฉีกขาดจนเกิดความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมแยกผ้าปูออกจากเสื้อผ้าทุกครั้ง ที่ทำการซักผ้า 2.4.1.3 เลือกผงซักฟอกให้เหมาะสม หากเราใช้ผงซักฟอกความเข้มข้นสูงเกินไป อาจมีผลต่อเนื้อผ้าจนทำให้เกิดความเสียหายได้ รวมถึงการตรวจดูฉลาก ว่าผ้าปูที่นอนของเราสามารถ ซักฟอกผ้าขาว ซักฟอกผ้าสี รวมถึงซักแห้งได้หรือไม่ และควรหลีกเลี่ยงผงซักฟอกที่มีส่วนผสมของ เม็ดสีต่าง ๆ เมื่อสัมผัสกับเสื้อผ้าที่มีสีอ่อนจะทำให้ผ้าด่างได้ หากเราละลายผงซักฟอกไม่หมด ตัวเม็ดสี นี้จะทำให้ผ้ามีรอยคราบเม็ดสีนั้นๆ 2.4.1.4 ควรซักในโหมดรอบต่ำสุด เพราะเนื้อผ้าปูที่นอนไม่ได้หนาเหมือนผ้ายีนส์ ถ้าขืนซักไปผ้าจะต้องสูญเสียความอ่อนนุ่มไปแน่ ๆ ดังนั้นแนะนำให้ตั้งค่าเครื่องซักในระดับปานกลาง หรือต่ำกว่านั้น และใช้น้ำร้อนในการซัก เพื่อฆ่าเชื้อโรคไปในคราวเดียวกัน แล้วผ้าก็จะสะอาดกว่าการ ปั่นผ้าแรง ๆ เยอะเลย เราขอแนะนำให้ใช้ระบบ Gentle Cycle ในการซักจะดีที่สุด 2.4.1.5 อบในความร้อนปานกลางและตากในอากาศที่ถ่ายเท ความร้อนในระดับ ที่มากเกินไป จะทำให้ผ้าปูที่นอนของเรานั้นเสื่อมสภาพหรืออาจสูญเสียความนุ่มไปได้ แนะนำให้ใช้อบ ในอุณหภูมิที่มากกว่า 60 องศาเซลเซียสขึ้นไปถึงจะกำจัดไรฝุ่นได้ แต่ต้องไม่เกิน 100 องศา และควร นำผ้าปูไปตากในที่โล่งกว้าง เพื่อไม่ให้เกิดกลิ่นเหม็นอับและยังคงคุณภาพของตัวผ้าไว้ด้วย ภาพที่ 23 การดูแลผ้าในห้องพัก ที่มา: https://midasbedding.com/


14 2.4.2 การดูแลผ้าขนหนู 2.4.2.1 แยกสีผ้าขนหนูออกมาก่อน แยกสีขาว ออกจาก สีกลาง หรือ สีเข้ม ควรซัก ผ้าขนหนูที่สีคล้ายกันอยู่ด้วยกัน 2.4.2.2 เลือกผงซักฟอกให้ถูกกับเครื่องซักผ้า ถ้าซักด้วยเครื่องแนะนำว่าอย่าให้ เครื่องแน่นเกินไป การเลือกเครื่องซักผ้าซักผ้าขนหนูแนะนำว่าไม่ควรมีแกน เพราะผ้าขนหนูจะพัน แกนติดเครื่อง ได้ 2.4.2.3 ถ้าน้ำล้างหรือซักสุดท้ายก่อนปั่นแห้ง ให้เต็มน้ำส้มสายชู 1 ถ้วย กรดอ่อนๆ จะช่วยขจัดกลิ่นคราบผงซักฟอก และทำให้ผ้าขนหนูนุ่มสดใส 2.4.2.4 สะบัดผ้าขนหนูก่อนตาก หรือ ก่อนเข้าเครื่องอบผ้าแห้ง ทำให้เส้นขนผ้า เรียงตัวกันใหม่ 2.4.2.5 ขั้นตอนที่กำลังทำให้แห้ง ถ้านำไปปั่นแห้งกับเครื่อง ต้องหมั่นดูเพราะถ้า แห้งไปอาจจะทำให้ผ้าขนหนูกรอบได้ แล้วถ้าผ้ายังไม่แห้งอย่าใช้เตารีดรีด เพราะความร้อนจะทำลาย คุณสมบัติของเส้นฝ้ายและ คุณสมบัติของการซับน้ำของผ้าขนหนู ภาพที่ 24 การดูแลผ้าขนหนู ที่มา: https://www.google.com/ 2.4.3 การดูแลผ้าในการบริการอาหารและเครื่องดื่ม 2.4.3.1 หลังเสร็จจากการใช้งานไม่ควรปล่อยทิ้งไว้นาน เพื่อป้องกันคราบฝั่งตัว จะทำให้ซักทำความสะอาดยาก 2.4.3.2 หากเลอะน้ำหรือซอสหรือสิ่งที่ยากต่อทำความสะอาด หลังจากใช้งานเสร็จ ควรนำผ้าดังกล่าวแช่น้ำหรือแช่น้ำที่ผสมน้ำยาทำความสะอาด เพื่อป้องกันคราบฝั่งตัว และจะทำให้ สะอาดได้มากขึ้น 2.4.3.3 หลังจากซัก อบ แห้ง หรือตากแห้งแล้ว ควรเก็บในแห้ง


15 ภาพที่ 25 การดูแลผ้าในการบริการอาหารและเครื่องดื่ม ที่มา: https://www.google.com/ 2.5 เอกสารเกี่ยวกับงานห้องผ้า 2.5.1 ใบส่งซัก-ใบส่งรีด ใช้งานควบคู่กันกับโปรแกรมบริหารร้านซักรีด ช่วยให้งานเป็น ระเบียบ สามารถควบคุมและตรวจสอบได้ ภาพที่ 26 ใบส่งซัก-ใบส่งรีดผ้า ที่มา: https://m.facebook.com/ 2.5.2 ใบสต๊อกผ้า เป็นเอกสารสำหรับใช้จดบันทึกการเข้า-ออกของผ้า เพื่อเช็คดูยอดคงเหลือ ของผ้า ใช้ดูรายงานการเข้า-ออกของผ้า


16 ภาพที่ 27 ใบสต๊อกผ้า ที่มา: https://www.thaikij.com/17505174 2.5.3 ใบบันทึกการเบิก-จ่ายผ้า ภาพที่ 28 ใบบันทึกการเบิก-จ่ายผ้า ที่มา: https://www.google.com/ 2.5.4 การตรวจนับผ้าคงคลัง (Master Linen Inventory) ต้องจัดทำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่ง อาจจะกำหนดกัน ตรวจนับเป็นช่วงเวลา เช่นทุก 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน เพื่อให้ทราบสถานภาพ ของผ้าในโรงแรม และจัดอย่างประหยัดที่สุดเพื่อรักษาต้นทุนการดำเนินของโรงแรม ภาพที่ 29 ตัวอย่างแบบฟอร์มสำรวจผ้า ที่มา: https://le-meridien-chiang-mai


17 2.6 การจัดเก็บคลังผ้า (Par Stock) 2.6.1 ประเภทของพัสดุอุปกรณ์ โดยทั่วไปแล้ว ผู้ที่รับผิดชอบในการควบคุมดูแลอุปกรณ์ในแผนกแม่บ้านคือ ผู้จัดการ แผนกแม่บ้าน (Executive Housekeeper) เราสามารถแบ่งประเภทของพัสดุอุปกรณ์หรือ inventory ในแผนกแม่บ้านออกเป็น 2 ประเภท คือ - Recycled Inventory คือ พัสดุที่สามารถนำกลับมาใช้หมุนเวียนได้ใหม่ เช่น ผ้า ชนิดต่าง ๆ ชุดยูนิฟอร์ม สิ่งของที่เอาไว้ให้แขกยืม เครื่องมือทุ่นแรงประเภทต่าง ๆ - Non-Recycled Inventory คือ พัสดุที่ไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ หรือวัสดุ สิ้นเปลืองต่าง ๆ เช่น วัสดุในการทำความสะอาด อุปกรณ์เล็กต่าง ๆ ของใช้สิ้นเปลืองสำหรับแขก (สบู่ ยาสีฟัน แชมพู เป็นต้น) 2.6.2 Par Level คืออะไร? Par Level คือ ระดับของจำนวนวัสดุอุปกรณ์ที่แผนกแม่บ้านควรจะต้องมีไว้ในคง คลัง เพื่อใช้ในการทำงานในแต่ละวัน การพิจารณาจำนวน Par Level ของวัสดุอุปกรณ์จะแตกต่างกัน ระหว่าง Recycled Inventory และ Non-Recycled Inventory ซึ่งการพิจารณาของ Recycled Inventory ก็ต้องขึ้นอยู่กับการทำงานร่วมกับแผนกอื่น ๆ ด้วย ของใช้ประเภทผ้า ขึ้นอยู่กับการทำงาน ของแผนก ซักรีดว่าจะสามารถซักรีดผ้าเหล่านี้ได้รวดเร็วมากน้อยแค่ไหน ภาพที่ 30 Par Level ที่มา: https://housekeepingblog.home.blog/2019/12/08/par-stock/ 2.6.3 การสร้างระบบ Par Level สำหรับผ้าประเภทต่าง ๆ หัวใจสำคัญของการสร้างระบบ Par Level ก็เพื่อกำหนดจำนวนผ้าประเภทต่าง ๆ ให้เพียงพอต่อการดำเนินงานของแผนกแม่บ้านและแผนกอื่น ๆ ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง เพราะถ้าหาก เราตั้ง Par Level ของจำนวนผ้าประเภทต่าง ๆ ต่ำเกินไปก็จะทำให้การทำงานของทั้งแผนก


18 เกิดสะดุด และมีผลทำให้แขกที่เข้ามาพักเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากต้องรอห้องพักที่ยัง ทำความสะอาดไม่เสร็จและเสียโอกาสในการขายห้องพักด้วย และหากต้องซักผ้าบ่อย ๆ ก็จะทำ ให้ผ้าสูญเสียคุณภาพเร็ว แต่หากตั้ง Par Level ไว้สูงจนเกินไปก็จะทำให้เจ้าของกิจการต้องลงทุนกับ ผ้ามากเกินความจำเป็น ดังนั้น จำนวน Par Level สำหรับผ้าที่เหมาะสม คือ จำนวนผ้าที่มีเพียงพอ สำหรับการใช้งานทั่วไปของแผนก มีคำศัพท์ที่นำมาใช้กับการกำหนดจำนวนผ้า คือคำว่า “One par of linen” หมายถึง จำนวนผ้าแต่ละชนิดที่เพียงพอสำหรับห้องพักแขกในทุกห้อง แต่แค่ one par of linen คงไม่เพียงพอสำหรับขั้นตอนการทำงานของแต่ละแผนก จึงมีคำว่า “two par of linen” หมายถึง จำนวนผ้าแต่ละชนิดที่เพียงพอสำหรับการทำงานสองครั้งหรือสองรอบ ซึ่งผู้บริหารหรือ ผู้จัดการแผนกแม่บ้านต้องเป็นผู้พิจารณาว่าจะกำหนด Par of Linen จำนวนเท่าไรให้เพียงพอต่อ กระบวนการทำงานของทั้งแผนกที่เกี่ยวข้อง ภาพที่ 31 การสร้างระบบ Par Level ที่มา: https://www.linkedin.com/pulse/controlling-flow-hotel-linen-alexander 2.6.4 หลักการพิจารณาสำหรับ Par Level จำนวน 3 PARS เป็นจำนวนที่น้อยที่สุด เหมาะสำหรับธุรกิจโรงแรม-รีสอร์ทที่มี ขนาดเล็ก ซึ่งการกำหนดจำนวนผ้า 3 PAR ถือว่าเป็นมาตรฐาน เพราะนอกเหนือจากผ้าที่ใช้ในห้องพัก แขกแล้ว โรงแรมมีเวลานำผ้าไปซักภายใน 1 วัน และยังมีผ้าไว้อีก 1 ชุดที่พักไว้เพื่อเตรียมไว้ให้แผนก แม่บ้านนำไปเปลี่ยนหรือสามารถนำมาทดแทนได้ในกรณีที่มีผ้าชำรุดหรือสูญหาย -Par 1 สำหรับห้องเก็บผ้า -Par 2 สำหรับห้องพักแขก -Par 3 สำหรับห้องซักรีด จำนวน 5 PARS เป็นจำนวนผ้าที่มีเพียงพอต่อความต้องการซึ่งเหมาะสำหรับ ธุรกิจโรงแรม-รีสอร์ทขนาดใหญ่หรือโรงแรมที่มีปริมาณลูกค้าหมุนเวียนเป็นจำนวนมาก -Par 1 สำหรับห้องเก็บผ้า -Par 2 สำหรับห้องพักแขก


19 -Par 3 สำหรับห้องซักรีด -Par 4 สำหรับเอาไว้ทดแทน -Par 5 สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ตัวอย่าง สำหรับโรงแรมที่มีห้องซักรีดเอง สมมติว่า โรงแรมมีห้องพักเตียงขนาด King Size จำนวน 70 ห้อง ใช้ผ้าปูเตียง 2 ชิ้น ในการปูเตียงแต่ละครั้ง และกำหนดจำนวน Par Level ไว้ที่ 5 PARS -Par 1 สำหรับห้องเก็บผ้า =1×140 = 140 -Par 2 สำหรับห้องพักแขก =1×140 = 140 -Par 3 สำหรับห้องซักรีด =1×140 = 140 -Par 4 สำหรับเอาไว้ทดแทน =1×140 = 140 -Par 5 สำหรับเหตุการณ์ฉุกเฉิน =1×140 = 140 จำนวนผ้าปูที่นอนสำหรับเตียง King size ของห้องพักจำนวน 70 ห้อง = 700 ผืน 2.7 งานศึกษา / งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง โครงงานพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ผู้จัดทำโครงงานได้ศึกษา ค้นคว้าบทความงานศึกษา งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ พิชชาภา ห้องสำเริง, ชนม์เจริญ แสวงรัตน์(2563) ได้ทำการศึกษา / วิจัย เรื่องการลดเวลา กระบวนการเบิกจ่ายสินค้าคงคลังและทำความสะอาดห้องพักของโรงแรมวัวลายบูติก โดยงานวิจัย ฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดเวลาในการเบิกจ่ายสินค้าคงคลัง และการทำความสะอาดห้องพักของ โรงแรม จนในที่สุดสามารถลดเวลาการเบิกจ่ายและนับสินค้าคงคลังที่ล่าช้า ซึ่งผู้จัดทำการวิจัยได้ นำเอาเทคนิค ABC Analysis มาใช้ในการจัดหมวดหมู่สินค้าให้เป็นกลุ่ม A กลุ่ม B และกลุ่ม C และ ทำการปรับปรุงแก้ไข โดยนำเครื่องมือ 5 ส.มาใช้เพื่อจัดการกับพื้นที่คลังสินค้าให้ง่าย สะดวกต่อการ ใช้ และนำหลักการ Visual Control มาเพิ่มความสะดวกในการสังเกตสินค้าคงคลังจากป้ายกำกับใน บริเวณต่าง ๆ และยังสามารถทำการลดเวลาการทำความสะอาดห้องพัก โดยการนำเอาหลักการจัด ทำคู่มือการปฏิบัติงานมาใช้เพื่อทำการสร้างมาตรฐานการทำงานให้แก่แผนกแม่บ้านหรือแผนก ทำความสะอาด จากนั้นทำการวิเคราะห์และเปรียบเทียบเวลาของขั้นตอนการเบิกสินค้าคงคลังก่อน และหลังการปรับปรุง พบว่ามีเวลารวมลดลงเฉลี่ย 87.22 % และขั้นตอนการทำความสะอาดก่อน และหลังการปรับปรุงพบว่ามีเวลารวมโดยแยกตามประเภทห้องพักสี่ประเภท Suite ลดลงเฉลี่ย 25% Deluxe ลดลงเฉลี่ย 57.5% Superior1 ลดลงเฉลี่ย 37.5% Superior2 ลดลงเฉลี่ย 37.5%


20 ชลธี เสมอเชื้อ อัจจิมา แซ่เฮ่ง และกษิดิศ วัชรพรรณ (2560) ได้ทำการศึกษา / วิจัย เรื่อง ความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีต่อการใช้บริการโรงแรม ระดับ 4 ดาว เขต รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร โดยงานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่ใช้บริการโรงแรมระดับ 4 ดาว เขตรัชดาภิเษก ในช่วงปี พ.ศ.2560 เพื่อนำเสนอแนวทางในการ พัฒนาคุณภาพการให้บริการของโรงแรม โดยวิธีการเก็บข้อมูลเชิงปริมาณจากแบบสอบถามกับ นักท่องเที่ยวชาวจีนที่เข้าพักโรงแรมระดับ 4 ดาว เฉพาะในเขตรัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร จำนวน 400 คน เลือกโดยวิธีการสุ่มแบบเจาะจง (purposive sampling) พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามมี ระดับความพึงพอใจหลังการรับบริการโดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อศึกษาระดับความพึงพอใจ แยกย่อยตามด้านต่าง ๆ คือ ด้านลักษณะห้องพัก ราคา การบริการ และด้านสิ่งอำนวยความสะดวก ต่าง ๆ พบว่ามีค่าเฉลี่ย (x̄) เท่ากับ 4.37,4.23, 4.33 และ 4.12 ตามลำดับ แต่เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลราย ด้านดังกล่าวอย่างละเอียดแล้วทำให้ทราบว่าผู้ตอบแบบสอบถามยังคงมองว่าความสะอาดของห้องพัก ยังไม่เหมาะสมกับราคา นอกจากนี้ยังคงต้องการให้มีจุดบริการให้คำสอบถามเกี่ยวกับ สถานที่ท่องเที่ยวบริเวณใกล้เคียง ซึ่งสามารถให้บริการเป็นภาษาจีนหรือภาษาอังกฤษ ที่สามารถสื่อสารได้ และจะมีความพึงพอใจในระดับมากขึ้นหากในอนาคตผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรม ระดับ4ดาว เขตรัชดาภิเษกสามารถเพิ่มบริการรถรับส่งจากสนามบินถึงโรงแรมเพื่อเป็นการอำนวย ความสะดวกมากยิ่งขึ้น ณัฐพร สินทรธง,ประกาศิต ฉัตรหิรัญพงศ (2560) ได้ทำการศึกษา / วิจัย เรื่อง การพัฒนา ระบบการจัดการสินค้าคงคลังสำหรับโรงแรม โดยงานวิจัยฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาระบบการ จัดการสินค้าคงคลังในโรงแรม กรณีศึกษาการดำเนินโครงงานวิจัยเริ่มต้นจากศึกษาและรวบรวมข้อมูล ของระบบการจัดการสินค้าคงคลังของโรงแรมย้อนหลังวิเคราะห์ข้อมูล โดยการนำข้อมูลมาแบ่งกลุ่ม ลักษณะของสินค้าคงคลังด้วยเทคนิคการตัดสินใจโดยการกำหนดคะแนน โดยใช้หลายเกณฑ์แบ่ง วิธีการสั่งซื้อของสินค้าคงคลัง โดยทำการหาค่าสัมประสิทธิของความผันแปร และนำผลที่ได้มาทำการ หาวิธีที่เหมาะสมในการสั่งซื้อและจุดสั่งซื้อของสินค้าของแต่ละชนิด สร้างแบบจำลองสถานการณ์การ จัดการสินค้าคงคลังโดยใช้โปรแกรมอารีน่า และทำการวัดผลโดยใช้ปริมาณสินค้าเป็นตัวชี้วัด เปรียบเทียบผลก่อนและหลังทำการปรับปรุง จากนั้นนำวิธีที่นำเสนอไปพัฒนาเป็นโปรแกรมระบบการ จัดการสินค้าคงคลังผ่านไมโครซอฟท์เอ็กซ์เซลล์เพื่อให้โรงแรมกรณีศึกษาสามารถนำไปใช้งานได้จริง ต่อไป จากการวิเคราะห์สินค้าคงคลังของโรงแรมทั้งหมด สามารถแบ่งกลุ่มสินค้าคงคลังได้ 4 กลุ่ม คือ A B C และ D โดยใช้การแบ่งกลุ่มแบบหลายเกณฑ์ และได้เสนอวิธีการจัดการสินค้ากลุ่ม A ผ่าน การจำลองสถานการณ์ซึ่งพบว่า วิธีการสั่งซื้อแบบสิ้นงวดให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด จากนั้นทำการกำหนด


21 วิธีการจัดการสินค้าคงคลังประเภท B ด้วยวิธีการกำหนดขนาดการสั่งซื้อแบบกำหนดปริมาณ การสั่งซื้อตามช่วงเวลาที่เหมาะสม สินค้าประเภท C กำหนดการสั่งซื้อด้วยวิธีการสั่งซื้อแบบสิ้นงวด และ สินค้าประเภท D จะเป็นการบันทึกการใช้งานและจัดซื้อเมื่อเกิดการสูญหาย ก่อนการปรับปรุงมี ค่าใช้จ่ายในการจัดการสินค้าคงคลังเท่ากับ 14,265.75 บาทต่อปี หลังการปรับปรุงมีค่าใช้จ่ายในการ จัดการสินค้าคงคลังเท่ากับ 12,320.28 บาทต่อปี ซึ่งลดได้ 1,945.47 บาทต่อปี โดยได้นำวิธีที่นำเสนอ ไปพัฒนาเป็นโปรแกรมเพื่อให้โรงแรมกรณีศึกษาสามารถนำเอาวิธีการสั่งซื้อที่กำหนดขึ้นไปใช้งาน ได้จริง และมีเครื่องมือในการจัดการสินค้าคงคลังต่อไป


22 บทที่ 3 วิธีดำเนินการศึกษา ในการดำเนินโครงงานพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาระบบจัดการห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม 2) เพื่อจัดระเบียบของผ้าในห้องผ้าแผนก วิชาการโรงแรม 3) เพื่อเป็นการตรวจสอบจำนวนผ้าได้อย่างทันทีซึ่งผู้จัดทำโครงงานได้ดำเนิน การศึกษาดังนี้ 3.1 กลุ่มประชากร 3.2 เครื่องมือที่ใช้ในดำเนินโครงงาน 3.3 ขั้นตอนการดำเนินโครงงาน 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 3.5 สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล 3.1 กลุ่มประชากร นักเรียน นักศึกษา และครูอาจารย์แผนกวิชาการโรงแรม วิทยาอาชีวศึกษาเชียงใหม่ จำนวน 109 คน โดยวิธีการเลือกแบบกลุ่มประชากรที่มีจำนวนจำกัด 3.2 เครื่องมือในโครงงาน 3.2.1 แบบประเมินประสิทธิภาพคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ผู้จัดทำโครงงานใช้แบบประเมินประสิทธิภาพเป็นเครื่องมือเพื่อรวบรวมข้อมูลจากกลุ่ม ประชากร เพื่อสอบถามความคิดเห็นต่าง ๆ โดยผู้จัดทำโครงงานได้แยกแบบประเมินประสิทธิภาพ ออกเป็น 3 ส่วน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบประเมินประสิทธิภาพ โดยสอบถามเกี่ยวกับเพศ อายุ ระดับชั้น โดยที่ผู้ตอบได้เลือกตอบตามความเป็นจริง (Check-list) ส่วนที่ 2 ข้อมูลเกี่ยวกับการตอบแบบประเมินประสิทธิภาพคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ของผู้คนจำนวน 109 คน แผนกวิชาการโรงแรม วิทยาลัยอาชีวศึกษา เชียงใหม่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้จัดทำโครงงานได้ใช้มาตราวัดแบบ Rating scale 5 ระดับ ตามมาตราวัดแบบลิเคิร์ท (Likert’s Scale) อ้างจาก บุรินทร์ รุจจนพันธุ์ (2553) ในการวัดระดับ ความพึงพอใจ ดังนี้


23 5 หมายถึง มากที่สุด 4 หมายถึง มาก 3 หมายถึง ปานกลางหรือพอใช้ 2 หมายถึง น้อยหรือต่ำกว่ามาตรฐาน 1 หมายถึง น้อยที่สุดหรือต้องปรับปรุงแก้ไข เกณฑ์การประเมินแบบสอบถามความคิดเห็น มี 5 ระดับโดยผู้จัดทำโครงงานได้เลือกวิธีการ ของเร็นสิส เอ ลิเคิร์ท ดังนี้ (Likert, Rensis A. 2504) 4.50 – 5.00 หมายถึง เห็นด้วยอยู่ระดับมากที่สุด 3.50 – 4.49 หมายถึง เห็นด้วยอยู่ระดับมาก 2.50 – 3.49 หมายถึง เห็นด้วยอยู่ระดับปานกลาง 1.50 – 2.49 หมายถึง เห็นด้วยอยู่ระดับน้อย 1.00 – 1.49 หมายถึง เห็นด้วยอยู่ระดับน้อยมาก ส่วนที่ 3 ข้อเสนอแนะซึ่งเป็นคำถามปลายเปิดเพื่อให้ผู้ตอบแบบประเมินประสิทธิภาพแสดง ความคิดเห็น การสร้างเครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูลครั้งนี้โดยมีการสร้างเครื่องมือดังนี้ 1) ศึกษาแนวคิด ทฤษฎี เกี่ยวกับแบบประเมินประสิทธิภาพคู่มือพัฒนาระบบจัดการ ห้องผ้า (Inventory Linen Room) และความคิดเห็นของผู้ตอบแบบประเมินประสิทธิภาพ 2) ผู้จัดทำโครงงานได้จัดทำแบบประเมินประสิทธิภาพความคิดเห็นเกี่ยวกับคู่มือ พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ในการเข้ามาใช้ห้องผ้า 3) นำแบบประเมินประสิทธิภาพของคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) จัดทำขึ้นให้กับครูประจำวิชา ครูที่ปรึกษาโครงงาน เพื่อตรวจสอบความถูกต้องตาม เนื้อหาและนำมาปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ 4) นำแบบประเมินประสิทธิภาพของคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) มาปรับปรุงแก้ไขแล้วเสนอต่อครูประจำวิชาอีกครั้ง เพื่อตรวจสอบความเที่ยงตรงของ เนื้อหาพร้อมพิจารณาความถูกต้องชัดเจนของภาษาที่ใช้ 3.3 การดำเนินโครงงาน 3.3.1 การวางแผน (P) 3.3.1.1 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับระบบการจัดการห้องผ้า


24 3.3.2 ขั้นตอนดำเนินงาน (D) 3.3.2.1 สำรวจผ้าแต่ละประเภท 3.3.2.2 สังเกตการณ์เข้าใช้งานห้องผ้า 3.3.2.3 พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) 3.3.3 ขั้นตอนการตรวจสอบ (C) 3.3.3.1 สรุปแบบบันทึกการพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) 3.3.4 ขั้นตอนประเมินติดตามผล (A) 3.3.4.1 ประเมินประสิทธิภาพของผู้มาใช้ห้องผ้า 3.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้จัดทำโครงงานได้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลการโครงงานครั้งนี้ อย่างเป็นขั้นตอนดังนี้ 3.4.1 ผู้จัดทำโครงงานทำการแจกแบบประเมินประสิทธิภาพคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ไปยังผู้คนจำนวน 194 คน ของแผนกวิชาการโรงแรม วิทยาลัย อาชีวศึกษาเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยวิธีการเลือกแบบกลุ่มประชากรที่มีจำนวน จำกัด ให้ผู้ตอบแบบประเมินประสิทธิภาพด้วยตนเอง 3.4.2 การเก็บรวบรวมแบบประเมินประสิทธิภาพ ผู้จัดทำโครงงานได้แบบประเมิน ประสิทธิภาพ ด้วยตนเองจำนวน 109 ชุด 3.4.3 ตรวจสอบความสมบูรณ์ของแบบประเมินประสิทธิภาพ เพื่อนำข้อมูลไปวิเคราะห์ทาง สถิติ 3.5 การวิเคราะห์และสรุปผล ข้อมูลที่ได้จากการเก็บรวบรวม ผู้จัดทำโครงงานได้ทำการตรวจสอบความเรียบร้อยสมบูรณ์ ของแบบประเมินประสิทธิภาพ และนำข้อมูลมาประมวลผลวิเคราะห์ด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์ สำเร็จรูป สำหรับการคิดค่าร้อยละ ดังนี้ 3.5.1 การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคลในการวิเคราะห์ ได้แก่ การหาค่าความถี่ (Frequency) และค่าร้อยละ (Percentage)


25 สูตรการหาค่าร้อยละ เมื่อ P แทน ร้อยละ F แทน ความถี่ที่ต้องการแปลค่าให้เป็นร้อยละ N แทน จำนวนข้อมูลทั้งหมด 3.5.2 การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนที่ 2 แบบประเมินประสิทธิภาพคู่มือพัฒนาระบบจัดการ ห้องผ้า (Inventory Linen Room) ไปยังผู้คนจำนวน 109 คน ของแผนกวิชาการโรงแรม วิทยาลัย อาชีวศึกษาเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ในการวิเคราะห์ ได้แก่ การหาค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) สูตรการหาค่าเฉลี่ย เมื่อ x แทน ค่าเฉลี่ย ∑x แทน ผลรวมทั้งหมดของความถี่ คูณ คะแนน N แทน ผลรวมทั้งหมดของความถี่ซึ่งมีค่าเท่ากับจำนวนข้อมูลทั้งหมด สูตรการหาส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เมื่อ S.D. แทน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน N แทน จำนวนคู่ทั้งหมด X แทน คะแนนแต่ละตัวในกลุ่มข้อมูล ∑x แทน ผลรวมของความแตกต่างของคะแนนแต่ละคู่


26 3.5.3 การวิเคราะห์ข้อมูล ส่วนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ซึ่งเป็นคำถามปลายเปิดเพื่อให้ผู้ตอบแบบ ประเมินประสิทธิภาพ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) จากแบบประเมินประสิทธิภาพคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ในการศึกษาโครงงานผู้จัดทำโครงงานได้ทำการศึกษาเชิงปริมาณ และสร้างแบบประเมินประสิทธิภาพ จากแบบสอบถามออนไลน์ด้วยวิธีการเปรียบเทียบข้อมูล โดยวิเคราะห์แบบแผนที่เหมือนหรือแตกต่าง กันกรณีเปรียบเทียบความต่าง 3 กลุ่ม เปรียบเทียบประเด็นดังนี้ 1) ผลลัพธ์เหมือนกัน สาเหตุ เหมือนกัน 2) ผลลัพธ์เหมือนกัน สาเหตุต่างกัน 3) ผลลัพธ์ต่างกัน สาเหตุเหมือนกัน และ 4) ผลลัพธ์ ต่างกัน สาเหตุต่างกัน


27 บทที่4 ผลการศึกษา ในการศึกษาพัฒนาคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ครั้งนี้มี วัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาระบบจัดการห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม 2) เพื่อจัดระเบียบของผ้า ในห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม 3) เพื่อเป็นการตรวจสอบจำนวนผ้าได้อย่างทันที 4.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลแบบประเมินประสิทธิภาพของคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ส่วนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มประชากรที่ทดลองใช้งานคู่มือพัฒนา ระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ส่วนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของกลุ่มประชากรที่ทดลองใช้งานคู่มือพัฒนาระบบ จัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) จำนวน 109 คน ส่วนที่ 3 ผลสรุปข้อเสนอแนะ ส่วนที่ 1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มประชากรที่ทดลองใช้งานคู่มือพัฒนา ระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) จากการศึกษาทดลองใช้งานคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ผู้ศึกษาได้วิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับเพศ ช่วงอายุ และระดับชั้นโดย หาค่าร้อยละซึ่งผลวิเคราะห์ปรากฏดังนี้ ตารางที่1 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลด้านเพศของกลุ่มประชากร เพศ จำนวน (คน) ร้อยละ ชาย 18 16.50 หญิง 91 83.50 รวม 109 100.00 จากตารางที่ 1 ตารางแสดงผลวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลด้านเพศของกลุ่มประชากร ได้สรุปผลการวิเคราะห์พบว่าผู้ตอบแบบประเมินประสิทธิภาพที่ได้ทดลองใช้คู่มือพัฒนาระบบ


28 จัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) เป็นเพศหญิงคิดเป็นร้อยละ 83.50 และเพศชายคิดเป็น ร้อยละ 16.50 ตารางที่2 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลด้านช่วงอายุของกลุ่มประชากรจำนวนจำกัด ช่วงอายุ จำนวน (คน) ร้อยละ 15-19 ปี 91 83.50 20-29 ปี 14 12.80 30-39 ปี 3 2.80 40 ปีขึ้นไป 1 0.90 รวม 109 100.00 จากตารางที่ 2 แสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลด้านช่วงอายุผู้ศึกษาได้สรุปผล การวิเคราะห์ข้อมูลพบว่ากลุ่มประชากรอยู่ในช่วงอายุ 15-19 ปี คิดเป็นร้อยละ 83.53 รองลงมาช่วง อายุ 20-21 ปี คิดเป็นร้อยละ 12.80 ช่วงอายุ 30-39 ปี คิดเป็นร้อยละ 2.80 และช่วงอายุ 40 ปีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 0.90 ตามลำดับ ตารางที่ 3 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลด้านระดับชั้นของกลุ่มประชากรจำนวน จำกัด ระดับชั้น จำนวน (คน) ร้อยละ ปวช.1 29 26.60 ปวช.2 45 41.30 ปวช.3 2 1.80 ปวส.1 23 21.10 ปวส.2 6 5.50 ครูแผนกวิชา 4 3.70 รวม 109 100.00 จากตารางที่3 ตารางแสดงผลวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคลด้านช่วงอายุผู้ศึกษาได้สรุปผลการ วิเคราะห์พบว่ากลุ่มประชากรส่วนใหญ่เป็นระดับชั้น ปวช.2 คิดเป็นร้อยละ 41.30 รองลงมาระดับชั้น ปวช.1 คิดเป็นร้อยละ 26.60 และระดับชั้น ปวส.1 คิดเป็นร้อยละ 21.10 ตามลำดับ


29 ส่วนที่ 2 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของกลุ่มประชากรที่ทดลองใช้งานคู่มือพัฒนา ระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) จำนวน 109 คน การศึกษาครั้งนี้ผู้ศึกษาได้ศึกษาเรื่องการพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room)โดยการหาค่าเฉลี่ย (̅) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) จากแบบประเมินประสิทธิภาพของ กลุ่มประชากร ข้อมูลปรากฏดังนี้ ตารางที่ 4 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการออกแบบรูปเล่มของคู่มือ รายการประเมิน ผลการประเมิน ̅ S.D. ผลการ ประเมิน ขนาดเล่มของคู่มือเหมาะสมกะทัดรัด 4.45 0.75 มาก สีและการออกแบบปก ของคู่มือหน้าสนใจ 4.19 0.70 มาก รูปแบบตัวอักษรอ่านง่ายและสวยงาม 4.17 0.87 มาก รวม 4.27 0.77 มาก จากตารางที่ 4 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของกลุ่มประชากร พบว่าผลสรุปความ พึงพอใจโดยรวมของกลุ่มประชากรด้านการออกแบบรูปเล่มของคู่มืออยู่ในระดับมาก (̅=4.27) เมื่อ สรุปผลออกมาเป็นรายข้อพบว่า ขนาดเล่มของคู่มือเหมาะสมกะทัดรัดอยู่ในระดับมาก (̅=4.45) สีและการออกแบบปก ของคู่มือหน้าสนใจอยู่ในระดับมาก (̅=4.19) และรูปแบบตัวอักษรอ่านง่าย และสวยงามอยู่ในระดับมาก (̅=4.17) ตามลำดับ


30 ตารางที่ 5ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของกลุ่มประชากรด้านเนื้อหาในคู่มือพัฒนาระบบ จัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) รายการประเมิน ผลการประเมิน ̅ S.D. ผลการ ประเมิน เนื้อหาของคู่มืออ่านแล้วเข้าใจง่าย 4.25 0.80 มาก เนื้อหาของคู่มือมีความทันสมัยต่อเหตุการณ์ 4.39 0.69 มาก เนื้อหาของคู่มือตรงต่อความต้องการ 4.41 0.83 มาก การจัดเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ เข้าใจง่าย 4.34 0.77 มาก การจัดเนื้อหาเป็นลำดับขั้นตอน สอดคล้องและเชื่อมโยงกันดี 4.25 0.76 มาก เนื้อหาของคู่มือช่วยให้บุคคลทั่วไปเข้าใจในหลักการใช้งานของ ห้องผ้า 4.33 0.82 มาก รวม 4.33 0.78 มาก จากตารางที่ 5 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของกลุ่มประชากร พบว่าผลสรุปความ พึงพอใจโดยรวมของกลุ่มประชากรด้านเนื้อหาในคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) อยู่ในระดับมาก (̅=4.33) เมื่อสรุปผลออกมาเป็นรายข้อพบว่า เนื้อหาของคู่มือตรงต่อความ ต้องการอยู่ในระดับมาก (̅=4.41) รองลงมาคือ เนื้อหาของคู่มือมีความทันสมัยต่อเหตุการณ์อยู่ใน ระดับมาก (̅=4.39) การจัดเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ เข้าใจง่ายอยู่ในระดับมาก (̅=4.34) เนื้อหาของ คู่มือช่วยให้บุคคลทั่วไปเข้าใจในหลักการใช้งานของห้องผ้า อยู่ในระดับมาก (̅=4.33) เนื้อหาของ คู่มืออ่านแล้วเข้าใจง่าย อยู่ในระดับมาก (̅=4.25) และการจัดเนื้อหาเป็นลำดับขั้นตอน สอดคล้อง และเชื่อมโยงกันดีอยู่ในระดับมาก (̅=4.25) ตามลำดับ


31 ตารางที่ 6 ตารางแสดงผลการวิเคราะห์ข้อมูลด้านการนำไปใช้ประโยชน์ รายการประเมิน ผลการประเมิน ̅ S.D. ผลการ ประเมิน สามารถนำคู่มือไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริง 4.49 0.69 มาก สามารถแก้ปัญหาการพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ให้ดีมากขึ้น 4.35 0.66 มาก ความพึงพอใจโดยรวมต่อการใช้งานคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้อง ผ้า (Inventory Linen Room) 4.29 0.73 มาก รวม 4.37 0.69 มาก จากตารางที่ 6 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของกลุ่มประชากร พบว่าผลสรุปความ พึงพอใจโดยรวมของกลุ่มประชากรด้านการนำไปใช้ประโยชน์อยู่ในระดับมาก (̅=4.37) เมื่อสรุปผล ออกมาเป็นรายข้อพบว่า สามารถนำคู่มือไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริงอยู่ในระดับมาก (̅=4.49) สามารถแก้ปัญหาการพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ให้ดีมากขึ้นอยู่ในระดับ มาก (̅=4.35) และความพึงพอใจโดยรวมต่อการใช้งานคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) อยู่ในระดับมาก (̅=4.29) ตามลำดับ ส่วนที่3 ผลสรุปข้อเสนอแนะ ผลสรุปความพึงพอใจของกลุ่มประชากรในการทำแบบประเมินความพึงพอใจหลังการใช้งาน คู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ผู้จัดทำได้รวบรวมข้อเสนอจากกลุ่ม ประชากรได้ 2 หัวข้อดังนี้ 1. ภาพรวมด้านบวกของคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ผู้จัดทำโครงงานได้รวบรวมข้อเสนอแนะด้านบวกของคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ทั้งหมดได้ว่า รูปเล่มสวยงาม อ่านง่าย 2. ภาพรวมที่ควรปรับปรุงและพัฒนาต่อคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) จากการรวบรวมและสรุปข้อเสนอแนะของกลุ่มประชากร มีกลุ่มประชากรบางท่านอยากให้ ปรับปรุงและพัฒนาผู้จัดทำโครงงานรวบรวมข้อเสนอแนะทั้งหมดได้ว่า ความแม่นยำของตัวหนังสือ


32 บทที่5 สรุปผล อภิปรายผลและข้อเสนอแนะ ในการศึกษาครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการศึกษา คือ 1) เพื่อพัฒนาระบบจัดการห้องผ้าแผนก วิชาการโรงแรม 2) เพื่อจัดระเบียบของผ้าในห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม 3) เพื่อเป็นการตรวจสอบ จำนวนผ้าได้อย่างทันทีกลุ่มประชากรที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้ประกอบด้วย นักเรียน/นักศึกษา และครู แผนกวิชา จำนวน 109 คน เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคือ แบบประเมินประสิทธิภาพ ผลของ การศึกษามีดังนี้ 5.1 สรุปผลการศึกษา 5.2 อภิปรายผล 5.3 ข้อเสนอแนะในการศึกษา 5.1 สรุปผลการศึกษา จากการศึกษาโครงงาน “พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room)” ได้สรุปผล การวิเคราะห์ดังนี้ 5.1.1 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลทั่วไปของผู้ใช้งานคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) จากการวิเคราะห์มีผู้ที่ใช้คู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ประกอบด้วย กลุ่มประชากรจำนวนทั้งสิ้น 109 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง 91 คน และ เพศชาย 18 คนตามลำดับ ด้านการจำแนกตามอายุ พบว่าส่วนใหญ่อายุ 15-19 ปีจำนวน 91 คน คิดเป็นร้อยละ 83.50 และด้านการจำแนกตามระดับชั้น พบว่าส่วนใหญ่เป็นระดับชั้น ปวช.2 คิดเป็นร้อยละ 41.30 5.1.2 ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของผู้ใช้งานคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) จากการวิเคราะห์พบว่าเกณฑ์การประเมินความพึงพอใจอยู่ในภาพรวม ด้านการ นำไปใช้ประโชยน์ทั้งหมดอยู่ในระดับมาก โดยมีค่าเฉลี่ยรวมทั้งหมดเท่ากับ 4.37 สรุปได้ดังนี้ ด้านการนำไปใช้ประโชยน์ 1) สามารถนำคู่มือไปใช้ในการปฏิบัติงานได้จริงอยู่ในระดับมาก 4.49 2) สามารถแก้ปัญหาการพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ให้ ดีมากขึ้นอยู่ในระดับมาก 4.35


33 3) ความพึงพอใจโดยรวมต่อการใช้งานคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) อยู่ในระดับมาก 4.29 ด้านเนื้อหา 1) เนื้อหาของคู่มือตรงต่อความต้องการอยู่ในระดับมาก 4.41 2) เนื้อหาของคู่มือมีความทันสมัยต่อเหตุการณ์อยู่ในระดับมาก 4.39 3) การจัดเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ เข้าใจง่ายอยู่ในระดับมาก 4.34 4) เนื้อหาของคู่มือช่วยให้บุคคลทั่วไปเข้าใจในหลักการใช้งานของห้องผ้า อยู่ใน ระดับมาก 4.33 5) เนื้อหาของคู่มืออ่านแล้วเข้าใจง่าย อยู่ในระดับมาก 4.25 6) การจัดเนื้อหาเป็นลำดับขั้นตอน สอดคล้องและเชื่อมโยงกันดีอยู่ในระดับมาก 4.25 ด้านการออกแบบรูปเล่มของคู่มือ 1) ขนาดเล่มของคู่มือเหมาะสมกะทัดรัด อยู่ในระดับมาก 4.45 2) สีและการออกแบบปกของคู่มือหน้าสนใจ อยู่ในระดับมาก 4.19 3) รูปแบบตัวอักษรอ่านง่ายและสวยงาม อยู่ในระดับมาก 4.17 5.2 อภิปรายผล จากการศึกษาโครงงานเรื่อง พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ใน ครั้งนี้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เพราะมีการวางแผนการศึกษาค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับระบบการ จัดการห้องผ้า และพฤติกรรมการเข้าใช้งานห้องผ้าของนักเรียน นักศึกษา โดยค้นคว้าวิธีการทำคู่มือ และปฏิบัติตามขั้นตอนการดำเนินงานโดยรวมสามารถสรุปได้เป็นรายการดังนี้ 5.2.1 ) เพื่อพัฒนาระบบจัดการห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม อภิปรายผลได้ว่า สามารถ สังเกตผู้ที่เข้ามาใช้งานห้องผ้าได้รู้จักการเก็บผ้าที่ถูกต้อง และเก็บเป็นระเบียบเรียบร้อย และได้รู้จัก วิธีการซักผ้า อบผ้าที่ถูกต้องตามกระบวนการทำความสะอาดผ้า ซึ่งจะทำให้ห้องผ้านั้นเป็นระบบ มากขึ้น อีกทั้งยังสอดคล้องกับแบบประเมินประสิทธิภาพหัวข้อที่ว่า “สามารถแก้ปัญหาการพัฒนา ระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ให้ดีมากขึ้น โดยมีค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 4.35 ซึ่งมีระดับความพึงพอใจในระดับมาก 5.2.2 เพื่อจัดระเบียบของผ้าในห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม อภิปรายผลได้ว่า ถ้าเราจัด ระเบียบของผ้า โดยที่ไว้ให้ถูกที่ พับเก็บให้เรียบร้อย และแยกประเภทของผ้าได้ถูกต้อง ก็จะช่วยให้ เวลาจะหาผ้า จะได้หาเจอได้ง่าย ผ้าจะไม่สูญหาย โดยที่เราไม่ต้องไปค้นหาให้ลำบาก ทำให้ห้องผ้า ไม่รก และสะอาดมากขึ้น อีกทั้งยังสอดคล้องกับแบบประเมินประสิทธิภาพหัวข้อที่ว่า “เนื้อหาของ


34 คู่มือช่วยให้บุคคลทั่วไปเข้าใจในหลักการใช้งานของห้องผ้า โดยมีค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 4.33 ซึ่งมี ระดับความพึงพอใจในระดับมาก 5.2.3 เพื่อเป็นการตรวจสอบจำนวนผ้าได้อย่างทันทีอภิปรายผลได้ว่า เมื่อจัดระเบียบของผ้า จะทำให้เราทราบจำนวนของผ้าอย่างทันที ถ้านำไปเก็บที่อื่น โดยที่ไม่ใช่ที่เดิมจะทำให้คนต่อไป หา ไม่เจอและหายไป อีกทั้งยังสอดคล้องกับแบบประเมินประสิทธิภาพหัวข้อที่ว่า “เนื้อหาของคู่มือช่วย ให้บุคคลทั่วไปเข้าใจในหลักการใช้งานของห้องผ้า โดยมีค่าเฉลี่ยคิดเป็นร้อยละ 4.33 ซึ่งมีระดับความ พึงพอใจในระดับมาก 5.3 ข้อเสนอแนะ 5.3.1 ปัญหาที่พบเจอจากการศึกษาโครงงาน การศึกษาโครงานเรื่อง “พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room)” ปัญหา ที่เจอคือ การจัดเนื้อหาในรูปเล่มของคู่มือไม่พอดีกับการเข้าเล่ม ทำให้การเข้าเล่มทับตัวหนังสือหรือ เนื้อหาบางส่วนไป 5.3.2 ข้อเสนอแนะจากการศึกษาโครงงาน การศึกษาโครงานเรื่อง “พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room)” พบว่าคู่มือ พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์กับห้องผ้าอาคาร ปฏิบัติการโรงแรม เพราะจะช่วยให้ผู้มาใช้งานห้องผ้าของอาคารปฏิบัติการโรงแรมสามารถ ปฏิบัติตามคู่มือได้ 5.3.3 ข้อเสนอแนะในการศึกษาโครงงานนี้ในครั้งต่อไป การศึกษาโครงานเรื่อง “พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room)” ควร พัฒนาให้มีขั้นตอนการใช้งานคู่มือพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ที่หลากหลายขึ้น และพัฒนาการออกแบบรูปเล่มให้สวยงามและโดดเด่นมากขึ้น


บรรณานุกรม อ้างอิงจากเว็บไซต์ “ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหาของห้องผ้า” .(ระบบออนไลน์) แหล่งข้อมูล. http://old-book.ru.ac.th/e-book/h/HO305(48)/ho305-8.pdf สืบค้นเมื่อ 23 ตุลาคม 2565. “โครงสร้างแผนกแม่บ้าน” .(ระบบออนไลน์) แหล่งข้อมูล.http://old-book.ru.ac.th/ebook/h/HO305(48)/ho305-8.pdf สืบค้นเมื่อ 23 ตุลาคม 2565. “ความสำคัญของห้องผ้า” .(ระบบออนไลน์) แหล่งข้อมูล. https://enlistgroup.com/ สืบค้นเมื่อ 23 ตุลาคม 2565. “ความรู้เกี่ยวผ้าประเภทต่างๆ” .(ระบบออนไลน์) แหล่งข้อมูล. https://www.mcshop.com/ สืบค้นเมื่อ 23ตุลาคม 2565. “การดูแลทำความสะอาดผ้าแต่ละประเภท” .(ระบบออนไลน์) แหล่งข้อมูล. https://www.smartprintfabric.co.th/ สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2565. “เอกสารเกี่ยวกับงานห้องผ้า” .(ระบบออนไลน์) แหล่งข้อมูล. http://oldbook.ru.ac.th/e-book/h/HO305(48)/ho305-7.pdf สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2565. “ก า ร จ ั ด เ ก ็ บ ค ล ั ง ผ ้ า (Par Stock)” . ( ร ะ บ บ อ อ น ไ ล น ์ ) แ ห ล ่ ง ข ้ อ ม ู ล . https://www.paspand.com/ สืบค้นเมื่อ 28 ตุลาคม 2565. พิชชาภา ห้องสำเริง, ชนม์เจริญ แสวงรัตน์. (2563). “เรื่องการลดเวลา กระบวนการ เบิกจ่ายสินค้าคงคลังและทำความสะอาดห้องพักของโรงแรมวัวลายบูติก” แหล่งข้อมูล. https://imcmu.eng.cmu.ac.th/ สืบค้นเมื่อ วันที่ 30 ธันวาคม 2565 ชลธี เสมอเชื้อ อัจจิมา แซ่เฮ่ง และกษิดิศ วัชรพรรณ. (2560). “ความพึงพอใจของ นักท่องเที่ยวชาวจีนที่มีต่อการใช้บริการโรงแรม ระดับ 4 ดาว เขต รัชดาภิเษก กรุงเทพมหานคร” แหล่งข้อมูล.https://so03.tci-thaijo.org/index.php/ สืบค้นเมื่อ วันที่ 30 ธันวาคม 2565 ณัฐพร สินทรธง,ประกาศิต ฉัตรหิรัญพงศ. (2560). “การพัฒนาระบบการจัดการสินค้าคง คลังสำหรับโรงแรม” แหล่งข้อมูล.https://ie.eng.cmu.ac.th/IE2014/สืบค้นเมื่อ วันที่ 30 ธันวาคม 2565


ภาคผนวก


ภาคผนวก ก แบบเสนอโครงร่างโครงงาน


1. ชื่อโครงงาน โครงงานพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) 2. ผู้รับผิดชอบโครงงาน รหัสประจำตัว 65307010022 นางสาวน้ำผึ้ง ลุงทุน ชั้นปวส.1/2 สาขาวิชา การโรงแรม 3. ที่มาและความสำคัญ ห้องผ้าถือเป็นศูนย์กลางการทำงานของแผนกแม่บ้าน เนื่องจากกิจกรรมในแผนกแม่บ้าน ทุกอย่างเริ่มต้นที่ห้องผ้า ไม่ว่าจะเป็นการเบิกจ่ายกุญแจและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการทำงาน และ สำนักงานของหัวหน้าแผนกแม่บ้านมักจะอยู่ใกล้หรือติดกับบริเวณห้องผ้า รวมทั้งสถานที่เก็บของ หลายๆอย่าง นอกจากนี้ห้องผ้าเป็นส่วนหนึ่งที่มีความสำคัญในแผนกแม่บ้าน เป็นสถานที่เก็บผ้าทุก ชนิดที่ใช้หมุนเวียนอยู่ภายในโรงแรม ไม่ว่าจะเป็นผ้าปูที่นอน ผ้าปูโต๊ะ ผ้าขนหนูขนาดต่างๆ เป็นต้น รวมทั้งชุดยูนิฟอร์มหรือเครื่องแบบของพนักงานทั้งโรงแรม เนื่องจากหน้าที่ความรับผิดชอบที่ ครอบคลุมมากมายและผ้าต่างๆ มีราคาแพง จึงจำเป็นต้องมีการควบคุมดูแลรับผิดชอบในเรื่องนี้ห้อง ผ้ายังเป็นสถานที่เก็บทรัพย์สินที่สูญหายและถูกพบด้วย เนื่องจากลักษณะของห้องผ้านั้นเป็นห้องที่มี การปิดกั้น และป้องกันผู้คนเข้าออกโดยพลการ (คู่มือโรงแรมแทรเวิลลอดซ์) ปัจจุบันปัญหาที่พบในห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม อาคารปฏิบัติการโรงแรม วิทยาลัย อาชีวศึกษาเชียงใหม่คือการหาผ้าใช้งานต่างๆไม่เจอ เวลาจัดเก็บผ้าไม่สามารถนำผ้ามาไว้ที่เดิม เมื่อมีการใช้ผ้าต่อก็จะหาผ้าไม่เจอ ทำให้ห้องผ้าไม่เป็นระเบียบ และการยืมผ้าโดยที่ไม่ลงชื่อของคนที่ ยืม ทำให้ผ้าหายและไม่มีคนรับผิดชอบ รวมถึงไม่มีผู้ตรวจสอบรับ/ส่งผ้า จึงพัฒนาระบบจัดการห้อง ผ้าให้ดีขึ้นกว่าเดิม ดังนั้นทางผู้จัดทำจึงเล็งเห็นถึงปัญหาของห้องผ้าที่ไม่เป็นระเบียบมีจำนวนผ้าสูญหาย จึงเกิด แนวคิดการพัฒนาระบบการจัดการห้องผ้าให้มีระบบและเป็นระเบียบมากขึ้น เพื่อให้ผู้เข้ามาใช้ห้องผ้า เกิดความมีวินัยในการมาใช้ห้องผ้า และเพื่อให้ผู้เข้ามาใช้ห้องผ้ารู้จักวิธีการรวมถึงบริเวณจัดเก็บผ้า เพื่อเวลาเก็บผ้าจะได้เป็นระเบียบเรียบร้อยดันหาง่าย 4. วัตถุประสงค์ 4.1 เพื่อพัฒนาระบบจัดการห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม 4.2 เพื่อจัดระเบียบของผ้าในห้องผ้าแผนกวิชาการโรงแรม 4.3 เพื่อเป็นการตรวจสอบจำนวนผ้าได้อย่างทันที 5. เป้าหมาย 5.1 เชิงปริมาณ 5.1.1 แนวทางการจัดการระบบจัดการห้องผ้า 1 ระบบ


5.2 เชิงคุณภาพ 5.2.1 ระบบจัดการห้องผ้ามีขั้นตอนการปฏิบัติ เข้าใจง่าย มีการสื่อสารชัดเจน 6. ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ 6.1 เพื่อให้ผู้มาใช้งานห้องผ้ามีความพึงพอใจกับระบบจัดการห้องผ้า 6.2 ได้ความรู้เกี่ยวกับการพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) 7. ขอบเขตของโครงงาน ศึกษา สำรวจผ้า วางแผน พัฒนาระบบการจัดการห้องผ้า และแนะนำการเบิกใช้ผ้า 8. ขั้นตอนหรือวิธีดำเนินการ 8.1 การวางแผน (P) 8.1.1 ศึกษาและค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับระบบการจัดการห้องผ้า 8.1.2 คิดหัวข้อโครงงาน 8.1.3 เสนอหัวข้อโครงงาน พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) ให้แก่ครูประจำวิชา 8.2 ขั้นตอนดำเนินงาน (D) 8.2.1 จัดทำโครงร่างโครงงาน พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) 8.2.2 สำรวจผ้าแต่ละประเภท 8.2.3 สังเกตการณ์เข้าใช้งานห้องผ้า 8.2.4 พัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) 8.3 ขั้นตอนการตรวจสอบ (C) 8.3.1 สรุปแบบบันทึกการพัฒนาระบบจัดการห้องผ้า (Inventory Linen Room) 8.4 ขั้นตอนประเมินติดตามผล (A) 8.4.1 ประเมินผลความพึงพอใจของผู้มาใช้ห้องผ้า


Click to View FlipBook Version